07/10/59
วชิ าระเบียบแบบธรรมเนยี ม หลกั ฐาน
หลกั สูตรนายสิบอาวโุ ส รนุ่ ที่ ๓๘
- พ.ร.บ.จดั ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
- ข้อบังคบั กห. วา่ ดว้ ยการสัง่ การและประชาสมั พนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗
แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และฉบับท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๕๑
- ขอ้ บังคับ กห. วา่ ดว้ ย การบรรจุ ปลด ย้าย เลือ่ น และลดตาแหนง่
ขา้ ราชการกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๒
- ข้อบงั คบั กห. วา่ ดว้ ย ตาแหน่งและการเทียบตาแหนง่ บงั คบั บัญชา
ขา้ ราชการกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๑ แก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๑๑
ความหมายของ ระเบียบ
“ระเบียบแบบธรรมเนยี ม” ตามพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
หมายถึง “แบบแผนที่วางไวเ้ ปน็ แนวปฏบิ ัติ หรือ
ดาเนินการถูกลาดบั ท่ีเปน็ แนวเป็นแถวมลี ักษณะ
เรยี บร้อย”
ระเบยี บ แบบ
ตามระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี “ส่ิงท่กี าหนดใหถ้ ือเป็นหลกั หรอื เปน็ แนวดาเนนิ ”
ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖
“บรรดาขอ้ ความท่ผี ูม้ อี านาจหนา้ ที่ไดว้ างไว้ โดย
จะอาศยั อานาจตามกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพอื่ ถือ
เป็นหลกั ปฏิบัติงานเป็นประจา”
1
07/10/59
ธรรมเนยี ม ระเบียบแบบธรรมเนยี ม
หมายถึง “ประเพณี แบบแผน แบบอยา่ ง” หมายถึง ส่งิ ที่ทางราชการ หรือผู้ท่ีมอี านาจหน้าที่
ไดก้ าหนดไว้ให้ผใู้ ตบ้ ังคบั บัญชา หรอื หนว่ ยปฏิบตั ิ
รวมถงึ แบบธรรมเนียมประเพณี ซ่ึงไมไ่ ดก้ าหนดไว้
แตส่ ว่ นราชการหรอื หนว่ ยน้นั ๆ ได้ยอมรับปฏิบัติ
แบบธรรมเนียมของทหาร คอื อะไร แบบธรรมเนยี มมี ๒ ลักษณะ คือ
แบบธรรมเนยี มของทหาร ได้แก่ บรรดากฎ ๑. แบบธรรมเนยี มที่วางไวเ้ ป็นลายลักษณ์อกั ษร
ข้อบังคบั ระเบยี บ คาสง่ั คาแนะนา คาชีแ้ จง และ ไดแ้ ก่ พระราชบัญญตั ิ, พระราชกาหนด, พระราช
หนังสือตา่ ง ๆ ท่ีผู้บังคับบัญชาได้ออกหรอื ไดว้ างไวเ้ ปน็ กฤษฎีกา กฎ, ขอ้ บังคับ, คาส่ัง ,ระเบียบ, ประกาศ ฯลฯ
หลกั ฐานให้ทหารปฏิบตั ิ ซ่ึงรวมถึงขนบธรรมเนยี มและ
ประเพณีอันดขี องทหาร ท้งั ท่ีเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ๒. แบบธรรมเนยี มท่มี ิได้วางไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณ์อักษร
หรือไม่กต็ าม ได้แก่ จารตี ประเพณี หรอื หลักปฏิบัติแบบทนี่ ิยมใชก้ นั
มาจนกระท่งั เปน็ ท่ียอมรับว่าเปน็ สิ่งทีถ่ ูกต้อง สาหรับ
กลุ่มหรอื สังคมนนั้ ๆ
ความหมายของแบบธรรมเนียมท่กี าหนดไว้ ๒. พระราชกาหนด เปน็ กฎหมายของฝา่ ยบริหารซึ่ง
เป็นลายลักษณอ์ ักษร แตล่ ะชนิด ดังน้ี ออกโดยอาศยั อานาจตามรฐั ธรรมนญู
พระมหากษตั ริยใ์ นฐานะประมขุ ของฝ่ายบริหาร เปน็ ผู้
๑. พระราชบญั ญัติ เปน็ กฎหมายทีอ่ อกโดยสภา ตราตามคาแนะนาของคณะรฐั มนตรี ฝ่ายบรหิ ารมี
นติ บิ ญั ญัติ โดยพระมหากษัตริย์ ทรงตราขึน้ อานาจออกพระราชกาหนดได้ ๒ กรณี คอื
โดยคาแนะนา และยินยอมของสภานติ บิ ัญญัติ
พระราชบัญญัตินัน้ จะใช้บงั คบั เป็นกฎหมายได้ ๒.๑ มเี หตฉุ ุกเฉนิ ทีม่ ีความจาเป็นรีบดว่ นอนั จะ
ตอ่ เมอ่ื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ก่อใหเ้ กดิ ความปลอดภยั แก่ประเทศชาติ และ
ประชาชน
๒.๒ กรณมี ีความจาเปน็ ทีต่ ้องมกี ฎหมายเกี่ยว
ดว้ ยภาษีอากรหรอื เงินตรา
2
07/10/59
พระราชกาหนดเมอ่ื ประกาศแล้ว ๓. พระราชกฤษฎกี า เปน็ กฎหมายลาดับ
จะตอ้ งเสนอสภาในโอกาสท่ีจะมกี ารประชุม รองของฝ่ายบรหิ ารโดยมีประมขุ ของรัฐใน
ครั้งตอ่ ไป เมื่อสภาไมอ่ นมุ ัตพิ ระราชกาหนด ฐานะประมขุ ของฝ่ายบรหิ ารเปน็ ผู้ตรา ตาม
นน้ั เปน็ อันตกไป แต่กจิ การที่ได้ปฏบิ ัตไิ ป คาแนะนาของคณะรัฐมนตรี รฐั ธรรมนูญได้
แลว้ ก่อนเสนอสภา มบี ทบัญญัติรับรองพระราชอานาจของ
พระมหากษัตรยิ ์ในการตราพระราช
“ถือว่าชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น” กฤษฎีกาไว้โดยชัดแจง้
๔. กฎกระทรวง เปน็ กฎหมายลาดับรองของฝา่ ย ๕. ประกาศ คอื บรรดาขอ้ ความท่ที าง
บรหิ าร รัฐมนตรเี ปน็ ผู้ออกโดยความเหน็ ชอบ ราชการประกาศหรอื ช้แี จงให้ทราบหรอื
ของคณะรฐั มนตรี เพอื่ กาหนดรายละเอยี ดของ แนะแนวทางปฏบิ ัติ
กฎหมายแม่บท ตามปกติจะเป็นรายละเอยี ด ประกาศของกระทรวงถือเปน็ กฎหมาย
ท่ีมคี วามสาคญั นอ้ ยกว่ากรณที ่ีกฎหมายแม่บท ลาดบั รองอีกประเภทหนง่ึ ซ่งึ รัฐมนตรี
มอบหมายให้ฝา่ ยบรหิ ารกาหนดโดยตราเป็น เจ้ากระทรวงมีอานาจออกได้
พระราชกฤษฎกี า
๖. ขอ้ บังคบั คือบรรดาขอ้ ความทผ่ี ู้ ๗. คาสง่ั คือบรรดาขอ้ ความท่ี
มอี านาจหน้าท่ีกาหนดใหใ้ ชโ้ ดย ผูบ้ งั คับบัญชาส่งั การให้ปฏิบัติโดยชอบ
อาศัยอานาจของกฎหมายทบี่ ัญญัติ ดว้ ยกฎหมาย เมือ่ ผู้รบั คาส่ังไดก้ ระทา
ให้กระทาได้ แล้วกห็ มดเขตของการส่ัง
3
07/10/59
๘. ระเบยี บ คือบรรดาขอ้ ความทผี่ มู้ ี ๙. คาแนะนา คอื บรรดาขอ้ ความท่ผี ้มู ี
อานาจหน้าทไ่ี ด้วางไว้ เพอ่ื ถือเปน็ หลัก อานาจหนา้ ท่ี หรอื ส่วนราชการไดแ้ นะ
ปฏบิ ตั ิงานเปน็ การประจา จะอาศยั แนวทางปฏบิ ัติเฉพาะเรอ่ื งไว้
อานาจของกฎหมายหรอื ไมก่ ็ได้
๑๐. คาชี้แจง คอื บรรดาข้อความที่ผ้มู ี ๑๑. ข่าว คอื บรรดาข้อความท่ีทาง
อานาจหน้าที่ หรอื เจา้ หน้าที่ หรือสว่ น ราชการเหน็ สมควรเปดิ เผย เพื่อแจ้ง
ราชการไดอ้ ธบิ ายชีแ้ จงรายละเอียด เหตกุ ารณท์ คี่ วรสนใจให้ทราบ
บางอย่างในกฎหมาย กฎ ขอ้ บังคับ
คาสั่ง หรือเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงให้ชัดเจน
๑๒. แถลงการณ์ คอื บรรดา ๑๓. มติ หมายถงึ ข้อตกลงหรือ
ขอ้ ความที่ทางราชการแถลงเพื่อ ความเหน็ ของคณะรฐั มนตรี ซง่ึ ไดแ้ จง้
ความเขา้ ใจอนั ดใี นกจิ การของทาง เป็นหนังสอื ใหห้ น่วยราชการตา่ ง ๆ
ราชการหรอื เหตุการณใ์ ด ๆ ให้ ทราบถือปฏิบัติ
ทราบโดยชัดเจนท่ัวกัน
4
07/10/59
ความหมายของคาต่าง ๆ ท่ี ๑. อนญุ าต หมายถึง ยินยอมใหท้ าได้ในสง่ิ
ปรากฏในแบบธรรมเนียม
ทมี่ รี ะเบียบแบบแผนทีว่ างไว้แลว้ เชน่
- การลงทณั ฑ์
- การปลกู สรา้ งอาคารในบรเิ วณเขตปลอดภัยทางทหาร
- การลา
ฯลฯ
๒. อนมุ ตั ิ ๓. อนมุ ตั หิ ลักการ หมายถงึ
- หมายถึง เหน็ ชอบตามหรือเห็นดว้ ยในกจิ การทีม่ ิได้ ผมู้ อี านาจไดอ้ นุมัติหลกั การ ในกิจการที่
ผ้เู สนอขออนุมัติดาเนินการ ตามแผนงาน งาน โครงการ
วางระเบยี บไว้ เป็นส่วนรวม
- หมายถงึ ผ้มู ีอานาจอนมุ ตั สิ ่ังการดาเนนิ การ
เป็นการตายตวั ถ้าผู้รับคาส่ังไมป่ ฏบิ ัตติ ามถอื ว่า
มีความผิด เช่น การขออนุมัตใิ ชเ้ งิน ฯลฯ
๔. รายงาน เปน็ ภาษาทใ่ี ช้ใน ๕. เสนอ ใช้ระหวา่ งหน่วยหรอื สานักงาน ในระดับ
เอกสาร เพ่อื แจ้งให้ผบู้ งั คับบัญชาทราบ เดยี วกบั หรือประสานงานกนั ของเจ้าหนา้ ท่ี
หรือการชแ้ี จงดว้ ยวาจาต่อผู้บงั คับบญั ชา ไม่ควรใชก้ ับตาแหน่งหรือบุคคล
5
07/10/59
๖. เรียน ใชก้ ับตาแหนง่ หรอื บคุ คล ๗. บันทึก คอื ขอ้ ความท่ีจดยอ่ ๆ สาหรบั เสนอ
ผบู้ งั คับบัญชาหรือสว่ นราชการ เพอ่ื พจิ ารณาสง่ั การ
ขอ้ คิดเหน็ ข้อตกลง ฯลฯ
๘. สง่ ใช้บันทึกติดต่อกบั หนว่ ย ๙. แจ้ง ใชก้ บั หนว่ ยในระดับเท่ากัน
หรอื บุคคลในบงั คับบญั ชา และมิอยใู่ นบังคบั บญั ชากัน
๑๐. ชี้แจง เป็นภาษาทีใ่ ช้ในคาสั่ง ส่วนราชการ หรอื ผู้มีอานาจ
ของผบู้ งั คับบญั ชาทม่ี ีต่อใต้บังคบั ออกแบบธรรมเนยี ม
บัญชา แต่ถ้าผใู้ ตบ้ ังคบั บญั ชาช้แี จงตอ่
ผู้บังคบั บัญชา มกั ใชค้ าวา่
“ขอเรยี นชี้แจง”
6
07/10/59
รัฐสภา (ฝ่ายนติ บิ ัญญตั ิ) โดย ส.ส. และวฒุ สิ ภา กระทรวง
ออก พ.ร.บ. (กฎหมาย) และประมวลกฎหมายตา่ ง ๆ ออกกฎกระทรวง และข้อบังคับลงมา
ไดท้ กุ ชนิด
นขต. กระทรวง
คณะรัฐมนตรี (ฝา่ ยบรหิ าร)
ออกแถลงการณ์ลงมา
ออก พระราชกาหนด พระราชกฤษฎกี า
และอน่ื ๆ ลงมา หน่วยรองลงมา
ออกระเบียบ, คาสัง่ , ประกาศ และข่าว
การออกระเบยี บแบบธรรมเนียมภายใน หนงั สือส่ังการ
กห. ทาได้ ๒ กรณี คือ
มี ๓ ชนิด
- หนังสอื ส่ังการ
- หนงั สอื ประชาสมั พันธ์ ๑. ข้อบงั คับ : กห. เป็นผูอ้ อก
๒. ระเบยี บ : กองรอ้ ยหรอื เทยี บเท่าขน้ึ ไปเป็นผ้อู อก
๓. คาสัง่ : กองร้อยหรอื เทียบเท่าข้ึนไปเปน็ ผอู้ อก
หนงั สือประชาสมั พนั ธ์ ตามระเบยี บ ทบ.
มี ๓ ชนดิ วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ
๑. แถลงการณ์ : เหล่าทพั ขนึ้ ไปจนถงึ
กห. เปน็ ผอู้ อก สว่ นราชการ หมายถงึ
๒. ประกาศ: กองรอ้ ยหรอื เทยี บเท่าขึ้นไปเป็นผูอ้ อก
๓. ข่าว: กองรอ้ ยหรือเทียบเทา่ ขึ้นไปเปน็ ผอู้ อก “หน่วยระดบั กองร้อย หรือเทียบเทา่ ข้นึ ไป”
ส่วนการส่ังการและประชาสัมพนั ธ์ หมายถึง
“หน่วยระดับตงั้ แตห่ มขู่ นึ้ ไป”
7
07/10/59
การสง่ั การของผ้บู ังคับบัญชา การสงั่ การและประชาสมั พันธ์
มหี ลกั ฐานและอานาจ คือ กระทาได้ ๓ วิธี
- หนังสอื (หลัก)
- ข้อบงั คับ กห. วา่ ด้วย การบรรจุ เลือ่ น ลด ปลด - วาจา (เรง่ ดว่ น)
ยา้ ย ตาแหน่งขา้ ราชการ กห. พ.ศ. ๒๕๐๒ - เคร่อื งส่ือสาร (เรง่ ดว่ น)
- ข้อบังคับ กห. ว่าด้วยการสง่ั การและประชาสัมพนั ธ์ กรณีเรง่ ด่วนและสาคัญ ตอ้ งมีหนังสอื ยืนยนั โดยเรว็ ที่สดุ
พ.ศ.๒๕๒๗ และฉบับท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๔๓
- กฎหมายอืน่ ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
การส่ังการโดยอาศยั อานาจกฎอยั การศึก การสั่งการแทน
เปน็ อานาจของ มี ๔ กรณี
๑. รมว.กห. ๑. รกั ษาราชการ (รรก.)
๒. ผูบ้ งั คับบญั ชาทหารผู้ประกาศใชก้ ฎอยั การศึก ๒. รักษาราชการแทน (รรก.แทน)
๓. ผูท้ ี่ไดร้ บั มอบอานาจจาก รมว.กห. หรอื ๓. ทาการแทน
๔. การสัง่ การตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ผ้บู ังคับบัญชาทหารผ้ปู ระกาศใช้
กฎอยั การศึก
๑. การรักษาราชการ (รรก.) หลักสาคญั ของการ “รักษาราชการ”
• หมายถึง • ตาแหน่งต้องวา่ ง
• ออกเปน็ คาสง่ั
“ตาแหนง่ ในส่วนราชการใด วา่ งลง และยัง • ผ้สู ั่งตอ้ งมีอานาจ
มิได้แต่งตั้งผ้ดู ารงตาแหน่ง นัน้ ผ้บู งั คับบัญชา
จะสั่งให้ผใู้ ดท่เี ห็นสมควรไป “รักษาราชการ”
ในตาแหนง่ นัน้ เปน็ การช่วั คราวกไ็ ด้”
8
07/10/59
การแต่งต้งั ให้ “รักษาราชการ”
ผู้มอี านาจแตง่ ตง้ั ผู้ไดร้ บั แตง่ ต้ัง ๒. รักษาราชการแทน
* ผบ.พล.
ผบ.ร้อย. หมายถึง
* ผบ.ทบ. ผบ.พนั . และ
ผบ.กรม. ผ้ดู ารงตาแหนง่ ในส่วนราชการใดไมส่ ามารถปฏบิ ัติ
* รมว.กห. แมท่ พั ข้ึนไป หนา้ ทไี่ ดเ้ ปน็ ครง้ั คราว ผบู้ งั คับบัญชาจะพิจารณาเห็นสมควร
ให้ผหู้ นงึ่ ผู้ใดไป “รักษาราชการแทน” เป็นการช่วั คราวกไ็ ด้
สาระสาคญั ของการรักษาราชการแทน กรณกี ารรกั ษาราชการแทน
- ตาแหนง่ ตอ้ งไมว่ ่าง มี ๒ กรณี
- ออกเป็นคาสัง่ ๑. ในตาแหนง่ รมว.กห.
- ผูส้ ่ังตอ้ งเป็นผ้มู อี านาจ ๒. ในตาแหนง่ อ่ืน ๆ
การรักษาราชการแทน รมว.กห. การแต่งตั้งผู้รกั ษาราชการแทน
- ไม่มผี ้ดู ารงตาแหนง่ รมว.กห. (ในระยะส้นั ) ผไู้ ดร้ ับแต่งตงั้ ผูม้ ีอานาจแต่งตง้ั
หรือมี รมว.กห. แต่ไมส่ ามารถปฏิบตั งิ านได้
ผทู้ จี่ ะรักษาราชการแทน คือ * ผบ.ร้อย ผบ.กรม.
กรณมี ี รมช.กห. คนเดยี ว * ผบ.กรม., ผบ.พัน. ผบ.พล.
ให้รักษาการแทนได้เลย
กรณมี ี รมช.กห. หลายคน * ผบ.พล. ผบ.ทบ.
ให้คณะรัฐมนตรลี งมตวิ า่ จะใหใ้ คร
* แม่ทัพ พล.ท.ขึ้นไป รมว.กห.
ขอ้ สาคญั : รมว. หรือ รมช. กระทรวงอ่นื มารักษาราชการแทน รมว.กห.ไม่ได้
9
07/10/59
๓. การทาการแทน ๓.๑ การทาการแทนตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย
หมายถึง ตาแหนง่ นัน้ วา่ ง หรือผูด้ ารงตาแหน่ง หมายถึง
ไม่อยชู่ ัว่ คราว หรืออยแู่ ตม่ อบหมายให้ผูด้ ารงตาแหน่ง
รอง ๆ ลงไป หรือมอบหมายให้ผ้ดู ารงตาแหนง่ อ่นื ๆ ผู้ดารงตาแหนง่ หัวหนา้ ส่วนราชการได้มอบหมาย
ทาการแทน ใชไ้ ด้ ๒ กรณี คอื หน้าท่ีใหก้ ับผ้ดู ารงตาแหนง่ รอง ๆ ลงไป หรือตาแหนง่ อืน่
ทาการแทน โดยออกเป็นคาสัง่ แบ่งมอบงานให้
๓.๒ การทาการแทนในกรณตี าแหนง่ วา่ ง การทาการแทนในกรณตี าแหน่งวา่ ง
หมายถงึ สามารถดาเนนิ การได้ ๒ แนวทาง
๑. ออกหนังสือแจง้ หนว่ ยหรอื ผใู้ ตบ้ ังคบั บัญชา
เมอ่ื ตาแหนง่ ของหวั หนา้ ส่วนราชการวา่ ง หรอื ไมว่ ่างแตไ่ ม่ ทราบว่าใครทาการแทน (ออกคาสง่ั แต่งตั้งตนเองไม่ได้)
สามารถปฏบิ ัตหิ น้าที่ไดเ้ ป็นคร้งั คราว และยงั ไม่ไดแ้ ต่งตั้งผ้ใู ด รรก. ๒. ถา้ ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบแบบธรรมเนยี มแล้ว
หรือ รรก.แทน ใหผ้ ูม้ ี ต้องใหห้ น่วยเหนอื แต่งต้งั “รกั ษาราชการแทน”
๑. ตาแหน่ง
๒. ยศ
๓. หรืออาวุโสในยศ
รองจากตาแหนง่ ท่วี ่าง “ทาการแทน” ช่ัวคราว
ผู้มีอานาจแตง่ ตั้งผู้รกั ษาราชการแทน การทาการแทนผูด้ ารงตาแหนง่ อ่นื
* ผบ.กรม. ผบ.รอ้ ย. สว่ นราชการท่ปี ระกอบด้วย หน่วยกาลังรบและหนว่ ยบรกิ าร
* ผบ.พล. ผบ.พนั . – กรม.
* ผบ.ทบ. ผบ.พล. - ให้ น. ทีเ่ ปน็ ผบ.หน่วยกาลังรบ ทม่ี ตี าแหน่ง
* รมว.กห. แมท่ พั พล.ท. ยศ หรืออาวโุ ส ทาการแทนชวั่ คราว
ส่วนราชการทาหนา้ ท่ที างเทคนิคหลายชนิด
- ให้ น. ท่มี ตี าแหนง่ ยศ หรืออาวุโส ในทางเทคนคิ
ทาการแทนช่ัวคราว
10
07/10/59
หลักการ “ทาการแทน” ผู้ดารงตาแหน่งอื่น ๔. การส่งั การตามท่ีได้รบั มอบหมาย
- ตาแหน่งเทา่ กนั ใหผ้ ทู้ ม่ี ียศสูงกวา่ หมายถึง “การทผี่ ู้ดารงตาแหน่งรอง ๆ
- ยศเท่ากนั ใหผ้ ู้ที่มีอาวโุ สยศสูงกว่า ลงไป หรือตาแหน่งอื่น ๆ ได้รบั
มอบหมายงานจากหัวหนา้ สว่ นราชการ”
ในการสง่ั การและประสานงาน การสัง่ การในนามของผูบ้ ังคบั บญั ชาตามที่ได้รบั
ในตาแหนง่ อน่ื ๆ (ตัง้ แต่ ปล.กห.ลงมา)
มอบหมาย
เมื่อสงั่ การ ใช้คาว่า “รบั คาส่ัง......”
เมื่อประสานงาน ใช้คาวา่ ตัวอยา่ ง
“ทาการแทน.......”
รับคาสั่ง มทภ.๑
หมายเหตุ ผทู้ ี่ได้รับมอบหมายจะตอ้ งเขียนตาแหนง่ เดมิ ของผสู้ ง่ั ดว้ ยเสมอ พล.ต.
รอง มทภ.๑
...... /....... /......
ตวั อย่าง : ตวั อย่าง
กรณีที่เป็นการรกั ษาราชการ หรือรักษาราชการแทน
ในตาแหน่งท่ี มิใช่ หวั หนา้ ส่วนราชการ เชน่ รอง ผูช้ ว่ ย พล.อ.
หรือ เสนาธิการ ใหเ้ ขยี นวา่ (.........................................)
พล.อ.
ผช.ผบ.ทบ. รกั ษาราชการ รอง ผบ.ทบ. ทาการแทน
(.........................................)
ผช.ผบ.ทบ. รักษาราชการ รอง ผบ.ทบ. ทาการแทน ผบ.ทบ.
ผบ.ทบ.
11
07/10/59
การบังคบั บัญชา ผบู้ ังคบั บญั ชา
- หมายถงึ อานาจหนา้ ท่ีซ่ึงผบู้ งั คบั บัญชาปฏิบตั ิตอ่ หมายถงึ ผซู้ ึ่งมีอานาจและหน้าทปี่ กครอง
ดูแลทุกข์สขุ ของทหาร ทง้ั รบั ผิดชอบในความ
ผูใ้ ต้บงั คับบัญชา โดยอาศยั ยศ ตาแหน่ง หน้าท่ี ของตน ประพฤติ การฝกึ สอน อบรม การลงทัณฑ์
- หมายถงึ อานาจ หนา้ ที่ และความรบั ผดิ ชอบในการใช้ ตลอดจนการสงั่ การแก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา และให้
ความดีความชอบ
ทรัพยากรทั้งสิ้นท่ีมีอยู่ และรวมถงึ การวางแผน การจัดหน่วย การ
ส่งั การ การประสานงาน และการควบคุมกาลงั ทหารของตน
เพ่อื ให้บรรลุภารกจิ ทีไ่ ด้รบั มอบ
- หมายถึง ความรบั ผดิ ชอบในเรือ่ งสขุ ภาพ ความเป็นอยู่
ขวัญ การฝกึ และวนิ ัยของกาลังพล
หลกั นยิ ม “ผู้บงั คบั บญั ชา” “ผู้บังคบั บญั ชา” มี ๒ ประเภท
๑. ผูบ้ ังคบั บญั ชาผู้เดียว มคี วามรับผดิ ชอบทงั้ ปวง ๑. ผู้บงั คับบญั ชาโดยตรง คอื ผบู้ งั คับบญั ชาที่อยู่
ที่หน่วยของตนกระทาหรือมไิ ด้กระทา ใกลช้ ดิ ท่สี ดุ สาหรับดูแลทกุ ข์สขุ ผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชา
๒. ผู้บังคบั บญั ชาสามารถมอบอานาจหนา้ ท่ีให้ ๒. ผู้บังคบั บญั ชาตามลาดบั ชนั้ คอื ผู้บังคบั บญั ชา
ผู้อ่ืนได้ แต่มอบความรับผิดชอบไมไ่ ด้ ตงั้ แต่อันดบั สูงถดั ขึ้นไปจากผบู้ ังคบั บญั ชาโดยตรง
๓. ผู้บงั คับบัญชาไดร้ ับความช่วยเหลือในการ “
ปฏบิ ัตงิ านจาก รอง หรอื ผู้ชว่ ย หรอื ฝา่ ยอานวยการได้
“ผใู้ หญเ่ หนือตน” พระมหากษัตรยิ ์กบั ทหาร”
หมายถึง ผทู้ ี่มอี าวุโสสงู กวา่ แต่ไมม่ ีอานาจบังคับ “พระมหากษตั รยิ ์ทรงดารงตาแหน่งจอมทพั ไทย”
บัญชา แต่มสี ิทธใิ นการว่ากล่าวตกั เตอื นผนู้ ้อยในทาง
ทชี่ อบ (มาตรา ๑๐ หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งยงั มีผลใช้บังคบั ตามประกาศ คสช. ฉบับที่
๑๑/๒๕๕๗ ลง ๒๒ พ.ค. ๕๗ และกาหนดไวใ้ น มาตรา ๒
ของรฐั ธรรมนญู (ฉบบั ช่ัวคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗)
12
07/10/59
“ลาดับอาวโุ สทางทหาร” กห.
ทหารยึดถอื การปกครองด้วย ตาแหนง่ เป็นหลัก สนง.รมต. สป. รอ. นถปภ.รอ. ทท.
โดยเรียงลาดบั อาวุโสตามลาดับดงั น้ี สจร.ทหาร
บก.ทท. ทบ.
๑. อาวุโสตาแหน่ง ทร. ทอ.
๒. อาวุโสในยศ (ยศสงู กวา่ ถืออาวโุ สกวา่ ยศตา่ )
๓. ยศเทา่ กนั (รบั ยศ/ตาแหนง่ พรอ้ มกันทุกอยา่ ง) ให้นบั ถอยหลัง
จนถงึ ร.ต. ถา้ ยงั ไม่ไดข้ ้อยตุ ิ ให้ถอื อาวุโสกอ่ นหลงั ในราชกจิ จา
นุเบกษา
ผู้มีอานาจบังคบั บญั ชาซ่ึงลงทณั ฑแ์ ก่ผกู้ ระทาความผดิ ได้ องคป์ ระกอบการเปน็ ผู้ซงึ่ ไดร้ บั มอบอานาจบงั คบั บัญชา
๑. ผู้บังคับบญั ชา ๑. เปน็ บุคคลทผี่ ูบ้ ังคับบัญชามอบหมายใหบ้ งั คบั
๒. ผซู้ ง่ึ ไดร้ ับมอบอานาจให้บงั คบั บญั ชาตามที่ กห.
บัญชาทหาร
หรือส่วนราชการท่ขี นึ้ ตรงตอ่ กห., ทบ., ทร. หรอื ทอ. ๒. มกี ฎหมาย กฎ และข้อบังคับของ กห., นขต.กห.
กาหนด
(สง.รมต., สป., รอ., ทท.(ทบ.,ทร.และ ทอ.))
(พ.ร.บ.วา่ ดว้ ยวินยั ทหาร พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๑๐) กาหนดรับรองให้มอบอานาจบังคบั บญั ชากันได้
ระเบียบวา่ ด้วยการมอบอานาจบังคับบัญชา ระเบยี บวา่ ด้วยการมอบอานาจบงั คบั บญั ชา (ต่อ)
การมอบอานาจ กระทาได้ ๓ วธิ ี คอื - ผูร้ ับมอบอานาจบังคับบัญชา มีอานาจส่ังการ
๑. ด้วยหนังสอื ตามข้อบังคบั กห. วา่ ด้วยการส่ังการฯ
๒. ด้วยวาจา
๓. ด้วยเคร่ืองส่ือสาร - ใหผ้ ู้มอบฯ ระบุให้ผ้รู บั มอบมีอานาจสงั่ การฯ ได้
ตามจะเห็นสมควร พรอ้ มกาหนดระยะเวลาเรม่ิ ตน้ และ
เวลาสิ้นสุดไว้ด้วย และเมื่อผ้รู ับมอบฯ สัง่ การเร่อื งใดไป
แล้ว ใหแ้ จ้งผู้มอบฯ ทราบโดยเรว็
13
07/10/59
ระเบียบว่าด้วยการมอบอานาจบังคับบัญชา (ตอ่ ) การกระทาดว้ ยความจาเป็น
- การมอบอานาจบังคบั บัญชาบคุ คล หากผู้บงั คบั บญั ชาและผู้ทชี่ ว่ ยเหลือตอ้ งใช้อาวุธ
ผู้สั่งมอบอานาจ จะตอ้ งเป็นผู้บังคบั บญั ชาของ เพ่ือ.-
ผ้ถู กู มอบและผู้รับมอบอานาจ
๑. ปราบปรามทหารผู้ก่อการกาเริบ
๒. บงั คับให้ผลู้ ะทิ้งหนา้ ท่กี ลับไปทาหนา้ ที่ของตน
หากกระทาไปโดยความจาเปน็ ยอ่ มได้รบั ยกเวน้ โทษ
ท้งั น้ี ต้องรายงานผู้บงั คับบญั ชาตามลาดับช้นั ขน้ึ ไป
จนถึง รมว.กห.
วินัยทหาร คืออะไร บคุ คลทอี่ ยูใ่ นบังคบั แหง่ พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร
วนิ ัยทหาร คอื การทท่ี หารตอ้ งประพฤตติ ามแบบ ๑. ทหารประจาการ
ธรรมเนียมของทหาร ๒. ทหารกองประจาการ (ลูกแถว)
๓. ทหารกองเกนิ
วินัยทหาร เป็นหลักสาคญั ที่สดุ สาหรบั ทหาร ๔. ทหารกองหนนุ (เฉพาะเมอ่ื เรยี กพลเพ่อื
เพราะฉะน้นั ทหารทุกนายจกั ต้องรกั ษาโดยเคร่งครัด ตรวจสอบเพือ่ ฝกึ วชิ าทหารหรือทดสอบความพร่งั พรอ้ ม
และในการระดมพล
อยเู่ สมอ ผใู้ ดฝ่าฝนื ทา่ นให้ถือว่า ผู้นั้นกระทาผดิ
๕. นายทหารกองหนนุ มีหน้าที่ ๗. บคุ คลผู้ซึ่งอยใู่ นระหวา่ งเข้ารบั การฝึกวนิ ัยทหาร
๕.๑ เขา้ รบั ราชการปหี นึง่ ไม่เกิน ๒ เดือน โดยคาสัง่ รมว.กห. ตาม พ.ร.บ.ส่งเสรมิ การฝึกวชิ า
๕.๒ เข้ารับราชการในขณะที่มีราชการพิเศษ ทหาร พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐
(อย่ใู นบงั คบั เฉพาะหว้ งระยะเวลาดงั กลา่ ว)
๘. รมว.กห.
๖. นักเรยี นทหารซึ่งเม่ือสาเรจ็ การศกึ ษาแลว้ จะเป็น ๙. ข้าราชการกลาโหมพลเรอื น
๖.๑ นายทหารชน้ั สัญญาบตั ร
๖.๒ นายทหารชน้ั ประทวน
14
คาสัง่ ทางทหาร 07/10/59
แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท คือ ๑. คาส่ังทางอาญาทหาร
๑. คาสง่ั ทางอาญาทหาร
๒. คาสง่ั ทางวินัยทหาร คอื บรรดาข้อความที่ผบู้ งั คับบญั ชาทหารซึ่งเป็นผถู้ อื
อานาจอนั สมควร เปน็ ผูส้ ัง่ ไปโดยสมควรแกก่ าลสมัย และ
ชอบดว้ ยพระราชกาหนดกฎหมาย
คาสง่ั นี้ เมื่อผ้รู บั คาสั่งน้นั ไดก้ ระทาตามแลว้ เป็นอนั
หมดเขตของการส่ังนั้น
๒. คาสั่งทางวินยั ทหาร การกระทาตามคาส่ังท่ี “มชิ อบ”
ได้แก่ ผใู้ ดกระทาตามคาสั่งของเจ้าพนักงาน แมค้ าสงั่ นน้ั จะ
๒.๑ คาส่ังของผู้บงั คับบญั ชาเพ่อื ประโยชน์ “มิชอบ” ดว้ ยกฎหมาย ถ้าผู้กระทามีหนา้ ทหี่ รือเชื่อโดยสุจริต
แกร่ าชการท่ีอย่ใู นอานาจหน้าทีข่ องผู้บงั คับบญั ชา วา่ มีหนา้ ท่ีตอ้ งปฏิบัตติ าม ผู้นั้นไมต่ อ้ งรบั โทษ เวน้ แต่จะรู้ว่า
๒.๒ คาสงั่ ท่ชี อบด้วยกฎหมายและระเบียบ คาสงั่ นนั้ เป็นคาสงั่ ซ่งึ มชิ อบด้วยกฎหมาย
แบบแผนของทางราชการ
๒.๓ เป็นการสง่ั การโดยทวั่ ๆ ไป มิไดม้ ี (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๐)
ลกั ษณะเฉพาะเจาะจงแกผ่ ู้ใดผหู้ นง่ึ
๒.๔ เปน็ คาสัง่ ทใี่ ชไ้ ดต้ ลอดไปโดยไม่มี ทัณฑ์ท่ีจะลงแก่ผูก้ ระทาความผดิ
ระยะเวลาสิน้ สดุ เวน้ แตม่ ีการยกเลิก มี ๕ สถาน
ผบู้ งั คับบัญชาเป็น “เจา้ พนกั งาน” หรอื ไม่ ๑. ภาคทัณฑ์
๒. ทัณฑกรรม
คาวา่ “เจ้าพนักงาน” ทใ่ี ชใ้ นประมวลกฎหมายลักษณะ ๓. กกั
อาญานัน้ ท่านหมายความตลอดถงึ บรรดานายทหารบก ๔. ขัง
นายทหารเรอื นายทหารอากาศ ชน้ั สัญญาบตั รและชัน้ ๕. จาขงั
ประทวน ทอ่ี ย่ใู นประจาการนน้ั ดว้ ย
(ประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา ๔)
15
07/10/59
๑. ภาคทัณฑ์ ๒. ทัณฑกรรม
ใช้ในกรณี ผู้กระทาผดิ มคี วามผดิ อนั สมควรตอ้ ง ใช้ในกรณี ใหก้ ระทาการสขุ า โยธา ทบทวนวินัย ฯลฯ
รับทณั ฑ์สถานหนง่ึ สถานใด แตม่ ีเหตุอันควรปราณี จึง เพ่ิมจากหนา้ ท่ปี ระจา ซ่ึงตนจะตอ้ งปฏิบัติอยแู่ ลว้ หรือปรบั ให้
เป็นแตแ่ สดงความรับผิดของผนู้ นั้ ใหป้ รากฏ หรือใหท้ า อยู่เวรยามนอกจากหน้าทีป่ ระจา
ทัณฑ์บนไว้
๓. กกั ๔. ขงั
ได้แก่ การกักตัวไวใ้ นบรเิ วณใดบรเิ วณหนงึ่ ตามแต่ ได้แก่ การขังในทค่ี วบคมุ แตเ่ ฉพาะคนเดยี วหรอื
จะกาหนดให้ รวมกนั หลายคนแล้วแตจ่ ะไดม้ ีคาสงั่
๕. จาขัง ตวั อย่างการกระทาผิดวนิ ัยทหาร
ได้แก่ การขังโดยสง่ ไปฝากให้อยู่ในความควบคมุ
๑. ดอื้ ขัดขืน หลกี เลี่ยงหรอื ละเลยไมป่ ฏบิ ัตติ ามคาส่งั ผบ. เหนอื ตน
ของเรอื นจาทหาร ๒. ไมร่ กั ษาระเบียบการเคารพระหวา่ งผูใ้ หญ่ผนู้ อ้ ย
๓. ไม่รักษามรรยาทให้ถกู ต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร
๔. กอ่ ใหแ้ ตกความสามคั คีในหมคู่ ณะทหาร
๕. เกียจคร้าน ละทิ้ง หรอื เลนิ เล่อตอ่ หนา้ ทีร่ าชการ
๖. กลา่ วคาเทจ็
๗. ใชก้ ิริยาวาจาไม่สมควร หรอื ประพฤติไมส่ มควร
๘. ไมต่ ักเตอื น สงั่ สอน หรอื ลงทัณฑผ์ ใู้ ต้บังคับบญั ชาทีก่ ระทาผดิ
ตามโทษานุโทษ
๙. เสพเคร่ืองดองของเมาจนเสียกริ ิยา
16
ตาแหน่งและการเทียบตาแหน่ง 07/10/59
บงั คบั บัญชาข้าราชการกลาโหม ผู้บงั คบั หมู่หรือนายตอน
ผบู้ ังคับหมวด ตน้ เรือชัน้ ๓ หรือผ้บู งั คบั หมวดบินช้นั ๓
ตามข้อบังคบั กห. วา่ ดว้ ยตาแหนง่ และ ผูบ้ ังคบั กองรอ้ ย ผูบ้ งั คบั กองเรือช้ัน ๓ ตน้ เรือชนั้ ๒ หรือผู้บังคบั
การเทยี บตาแหน่งบังคบั บัญชาข้าราชการกลาโหม หมวดบนิ ชัน้ ๒
พ.ศ. ๒๕๐๑ ใหเ้ ปน็ ไปตามลาดับ ดงั นี้ ผบู้ ังคับการเรือชน้ั ๒ ต้นเรอื ช้ัน ๑ หรอื ผบู้ งั คบั หมวดบนิ ชน้ั ๑
ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคบั การเรือชัน้ ๑ หรือผู้บงั คบั ฝงู บนิ
ผบู้ งั คบั การกรม ผู้บงั คับหมวดเรอื หรือผบู้ งั คับกองบนิ
ผบู้ ัญชากองพล ผบู้ งั คบั การกองเรือ หรือผบู้ ญั ชาการกองพลบิน
แม่ทัพ
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงกลาโหม
การเทียบตาแหน่งบังคบั บัญชา ขรก.กห. ถา้ ไม่มตี าแหนง่ ผ้บู ังคับบญั ชาตามที่กาหนดไวน้ ้ี
ใหถ้ ืออตั ราเงินเดอื น
รมว.กห.
แม่ทพั = พล.ท. หากเทยี บอัตราเงนิ เดอื นไมไ่ ด้
ผบ.พล. = พล.ต. กใ็ หถ้ ือยศหรือเงินเดือนท่ไี ด้รบั
ผบ.กรม. = พ.อ. - พ.อ. (พ.)
ผบ.พนั . = พ.ต.,พ.ท.
ผบ.ร้อย. = ร.อ.
ผบ.มว. = ร.ต., ร.ท.
ผบ.หมู่ = ส.ต. - จ.ส.อ.
การเทียบตาแหนง่ ข้าราชการ อานาจการสง่ั บรรจบุ คุ คลเข้ารบั ราชการและปลดออกจากราชการ
พลเรือน กับทหาร (บางตาแหนง่ )
๑. ตาแหน่งตา่ กวา่ สญั ญาบัตร ให้ ผบ.พล. หรอื เทียบเท่าเปน็ ผสู้ งั่
ผูว้ า่ ราชการกรุงเทพมหานครหรอื ผวู้ ่าราชการจงั หวดั เทยี บเทา่ ผบู้ ัญชาการกองพล ๒. ตาแหน่งสญั ญาบัตร ให้ รมว.กห. เป็นผูส้ ่งั
นายอาเภอหรือผู้อานวยการเขต เทยี บเทา่ ผู้บังคบั การกรม ยกเวน้ ตาแหนง่ ผบ.พล. หรอื เทียบเทา่ ข้ึนไป พระมหากษัตรยิ ์
จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แต่ถ้าเป็นการใหอ้ อกจาก
นายอาเภอในระดบั ตา่ กวา่ เทยี บเทา่ ผ้บู ังคับกองพัน
ราชการเนื่องจาก .... ลาออก หรอื เกษียณอายุราชการ ตามกฎหมาย
วา่ ด้วยบาเหน็จบานาญฯ ให้ รมว.กห. เปน็ ผู้สง่ั
17
07/10/59
พระราชบญั ญตั ิ เคร่ืองแบบทหาร หมายถึง
เครื่องแบบทหาร
พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ • เคร่อื งแต่งกายทัง้ หลายทีไ่ ดก้ าหนดใหท้ หารแต่ง
ประกอบดว้ ย
- หมวก
- เสือ้
- กางเกง
- รองเทา้
- เคร่อื งหมายยศ เหลา่ จาพวก สังกดั และ
อื่นๆ กบั เครื่องประกอบตา่ งๆ
ลกั ษณะ ชนดิ ประเภท ของเครื่องแบบ กรณที ี่ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ
ทหารบก ทหารเรอื และทหารอากาศ ตอ้ งไปปฏบิ ตั ริ าชการสนามนอกราชอาณาจักร
กับการแต่งเครื่องแบบทหารบก ทหารเรือ • เมื่อเหน็ สมควรจะมเี ครื่องแบบสนามเพม่ิ ขน้ึ
สาหรบั แต่งปฏบิ ตั ริ าชการสนาม
และทหารอากาศ นอกราชอาณาจกั รกไ็ ด้
สมควรอย่างไร เมือ่ ไร และโดย
เง่อื นไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่
กาหนดในกฎกระทรวง
โทษความผิดตามกฎหมายเกีย่ วกบั การ หากแต่งกายโดยใชเ้ ครื่องแต่งกาย
แต่งเครือ่ งแบบ
- คล้ายเคร่ืองแบบทหาร ตาม พ.ร.บ. น้ี
- แต่งเครอ่ื งแบบตาม พ.ร.บ.น้ี โดยไมม่ สี ทิ ธจิ ะแตง่ ได้
โดยชอบดว้ ยกฎหมาย - คลา้ ยเครือ่ งแบบทหารที่ทหารยงั คงใช้ในราชการอยู่
- แต่งเคร่ืองแบบทหารทที่ หารยังคงใช้ในราชการอยู่
โดยไมม่ สี ทิ ธจิ ะแตง่ ได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย อันอาจนาความดูหมิ่น เกลียดชงั หรือ ความเสอื่ มเสีย
มาส่รู าชการทหาร อนั อาจทาใหบ้ ุคคลอน่ื หลงเชือ่ วา่
ตอ้ งระวางโทษจาคุก ๓ เดอื น ถงึ ๕ ปี เป็นทหาร
ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกนิ ๒๐๐ บาท
18
07/10/59
ท้ัง ๒ กรณี : ถ้าเปน็ การกระทา.- ให้ รมว.กห. มีหน้าที่รกั ษาการณใ์ ห้
๑. ภายในเขตประกาศกฎอัยการศกึ ภาวะสงคราม เป็นไปตาม พ.ร.บ. นี้
เวลาบา้ นเมอื งมีการประกาศสถานการณฉ์ กุ เฉนิ
๒. เม่อื กระทาผดิ ทางอาญา และออกกฎกระทรวง เพ่ือปฏิบัติการ
ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. น้ี
ผู้น้ันมีความผดิ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ
ตัง้ แต่ ๑ – ๑๐ ปี
เคร่ืองแบบนายทหารสญั ญาบตั รชาย ๑๑ ชนดิ เครื่องแบบนายทหารสญั ญาบตั รหญงิ มี ๑๓ ชนดิ
๑. เครื่องแบบปกตขิ าว 111 ๑. เครอ่ื งแบบปกตขิ าว 112
๒. เครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ๒. เครื่องแบบปกตกิ ากแี กมเขยี วคอแบะ
๓. เครอ่ื งแบบปกตกิ ากแี กมเขยี วคอพบั ๓. เคร่ืองแบบปกตกิ ากีแกมเขียวคอปก
๔. เครื่องแบบปกติกากนี วลแกมเขยี วคอพบั (ระงบั ใช้) ๔. เครอื่ งแบบปกตขิ าวคอปก
๕. เครื่องแบบฝกึ (ระงับใช้) ๕. เคร่ืองแบบปกตกิ ากนี วลแกมเขยี วคอปก (ระงบั ใช้)
๖. เครื่องแบบสนาม ๖. เครอ่ื งแบบปกตกิ ากีนวลแกมเขยี วคอพับ (ระงับใช้)
๗. เครือ่ งแบบครึ่งยศ ๗. เคร่ืองแบบปกตขิ าวคอพบั
๘. เคร่ืองแบบเตม็ ยศ ๘. เคร่ืองแบบฝกึ (ระงับใช้)
๙. เครื่องแบบสโมสรคอปิด ๙. เครื่องแบบสนาม
๑๐. เครื่องแบบสโมสร อกแขง็ ๑๐. เครื่องแบบครง่ึ ยศ
๑๑. เครือ่ งแบบสโมสร อกออ่ น ๑๑. เคร่ืองแบบเต็มยศ
๑๒. เคร่ืองแบบสโมสร
๑๓. เครอ่ื งแบบสโมสร อกออ่ น
เครอื่ งแบบนกั เรียนนายสิบและ กฎกระทรวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ออกตามความใน
นายทหารประทวน มี ๘ ชนิด
พ.ร.บ. เครือ่ งแบบทหาร พ.ศ. ๒๔๗๗
๑. เคร่ืองแบบปกตขิ าว
๒. เคร่ืองแบบปกตกิ ากแี กมเขยี วคอแบะ วา่ ดว้ ยสิทธิและโอกาสใน
๓. เครอื่ งแบบปกติกากีแกมเขียวคอพบั การแต่งเครือ่ งแบบทหาร
๔. เครื่องแบบปกติกากีนวลแกมเขยี วคอพับ (ระงบั ใช้)
๕. เคร่ืองแบบฝึก (ระงับใช้)
๖. เครอ่ื งแบบสนาม
๗. เครอ่ื งแบบครึง่ ยศ
๘. เครื่องแบบเตม็ ยศ
19
07/10/59
• ผ้ทู ่มี สี ิทธแิ ต่งเครื่องแบบทหารไดท้ ุกโอกาส • ผทู้ ม่ี สี ิทธแิ ต่งเครื่องแบบทหารได้บางโอกาส
- ทหารประจาการ ผู้ท่ีได้รบั แตง่ ต้ังเป็นว่าท่ียศ ๑. พลทหาร และนายทหารประทวนนอกประจาการ
- ทหารกองประจาการ นายทหารชนั้ สัญญาบตั รขั้นใด เฉพาะ ถูกเรยี กระดมพล หรอื ถกู เรยี กเข้ารับราชการทหาร
- นักเรยี นทหาร ใหแ้ ตง่ เครื่องแบบและประดบั
- นายทหารนอกกอง เคร่ืองหมายยศเช่นเดยี วกับ ๒. พลทหาร และนายทหารประทวนนอกประจาการ ผู้ไดร้ บั เหรยี ญ
- ราชองครกั ษ์พเิ ศษ นายทหาร สัญญาบัตรชั้นนนั้ กลา้ หาญ เหรียญชยั สมรภมู ิ หรือ เหรียญอน่ื ใดตามกฎหมาย ซง่ึ มีสทิ ธิ
เชน่ เดยี วกับผไู้ ด้รบั เหรยี ญดงั กลา่ ว มีสิทธิแต่งเคร่ืองแบบ เฉพาะโอกาส
- นายทหารพิเศษ ได้รับเชิญร่วมงานดังน้ี
- ผู้บังคับการพเิ ศษ - งานพระราชพิธี หรือรัฐพิธี
- งานต่าง ๆ ของทหาร
- นายทหารสญั ญาบัตรนอกราชการ - งานซงึ่ เกยี่ วกบั ราชการ
- งานพิธอี นั มเี กียรติทั่ว ๆ ไป
ผใู้ ดฝา่ ฝืน หรอื กระทาผดิ หรือประพฤติตน ระเบยี บกองทัพบก
ไม่สมเกยี รติของทหาร
ว่าด้วย การแตง่ เครอ่ื งแบบทหารในโอกาสต่าง ๆ
ให้หมดสิทธิ แต่งเคร่อื งแบบทหาร พ.ศ. ๒๕๑๙
นบั ต้ังแต่วนั ท่ที างราชการสงั่ ห้าม
• เครื่องแบบทหารบกชนิดตา่ ง ๆ ตามท่กี าหนดไวใ้ น
กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบญั ญัติ
เคร่อื งแบบทหาร พ.ศ. ๒๔๗๗ ใหท้ หารแตง่ ใน
โอกาสท่มี หี มายกาหนดการ หรอื คาสั่งใหแ้ ต่ง
เครื่องแบบนัน้ ๆ
ถ้าไมม่ คี าสัง่ หรือหมายกาหนดการเปน็ อยา่ งอ่นื • ไปในงานพระราชทานเพลิงศพทหาร ตารวจ หรืองานฝงั ศพ
ให้ทหารแต่ง เคร่ืองแบบปกติขาว คือ ทหาร ตารวจ ตามประเพณี ลัทธิ หรือศาสนา ทไี่ มเ่ ผาศพ
• ไปในงานพระราชพิธี หรือรัฐพิธตี ามหมายกาหนดการ • ไปในงานพิธีของสว่ นราชการฝ่ายพลเรือน ซง่ึ กาหนดให้
• เฝา้ ทลู ละอองธลุ ีพระบาทในโอกาสตา่ ง ๆ ท่เี ป็นทางราชการ ขา้ ราชการพลเรือนแต่งเครอื่ งแบบปกติขาว
หรือในการรับ – สง่ เสด็จฯ • ในงานพธิ ี หรอื งานเลี้ยงรบั รองทีเ่ ป็นเกียรติ ถ้าจาเป็นต้อง
• ไปในงานพธิ ขี องทางราชการทก่ี าหนด ให้แตง่ เคร่ืองแบบปกติ แตง่ เคร่ืองแบบปกตขิ าว ใหแ้ ต่งได้ ตามความเหมาะสม
แต่มไิ ดก้ าหนดใหแ้ ตง่ เคร่ืองแบบปกติชนดิ ใดโดยแนน่ อน
20
07/10/59
ถ้าไมม่ ีคาส่ังหรอื หมายกาหนดการเปน็ อยา่ งอื่น • ในงานพธิ ที ีเ่ ปน็ เกยี รตขิ องหนว่ ย เชน่ พิธีรับประกาศนยี บัตร, พธิ ี
ให้ทหารแต่ง เปิด – ปิดการศกึ ษา, พธิ ีเปดิ -ปดิ การประชมุ การสัมมนาระหว่าง
ประเทศ ซึง่ หน่วยใน ทบ. เปน็ เจา้ ภาพ หรือพธิ กี ารอ่ืน ๆ ใน
เครื่องแบบปกติกากีแกมเขยี วคอแบะ คือ ทานองเดียวกนั (มติสภา กห. ๒๖ พ.ย. ๒๒ โดยให้ผูร้ บั ผิดชอบ
อานวยการประกอบพิธฯี สั่งการเป็นคราวๆ ไป)
• ในการเย่ยี มคานบั เปน็ ทางการ
• เมอ่ื เปน็ ตลุ าการศาลทหาร เวลาพิจารณาคดี ณ ท่ตี ้ังศาลปกติ
• ในการรายงานตนเอง
• ในงานพิธีกระทาสัตย์ปฏิญาณตนตอ่ ธงไชยเฉลมิ พลของทหาร
(มตสิ ภา กห. ๒๖ พ.ย. ๒๒ โดยให้ผ้รู ับผิดชอบอานวยการ
ประกอบพิธีฯ สง่ั การเปน็ คราว ๆ)
• ไปในงานพิธขี องหนว่ ยราชการฝา่ ยพลเรอื นซ่ึงกาหนดให้ ถา้ ไมม่ ีคาสง่ั หรอื หมายกาหนดการ
ข้าราชการพลเรือนแต่งเครอื่ งแบบปกติกากีคอตง้ั เป็นอย่างอน่ื ใหท้ หารแต่ง
• ในโอกาสทส่ี ามารถแตง่ เครื่องแบบไดท้ งั้ ชุดปกติขาว และ เคร่อื งแบบปกตกิ ากแี กมเขยี วคอพับ
ชดุ ปกติกากีแกมเขียวคอแบะ ใหแ้ ตง่ เครอ่ื งแบบปกติ
กากีแกมเขียวคอแบะ •ในการปฏิบัตริ าชการตามปกติ และใน
การศึกษาหรือการดูงาน
•ในการเดินทางภายในประเทศ เมือ่ ต้อง
แตง่ เครอื่ งแบบ
• ไปในงานพธิ ขี องส่วนราชการฝา่ ยพลเรือนที่ ถ้าไมม่ คี าส่ังหรอื หมายกาหนดการ
กาหนดใหข้ ้าราชการพลเรือน แตง่ เคร่อื งแบบ เปน็ อย่างอนื่ ให้ทหารแตง่
ปกตกิ ากีคอพับ หรือเคร่อื งแบบตรวจราชการ เครอ่ื งแบบฝกึ คอื
• ไปในงานหรือในสงั คมที่ตอ้ งการความเปน็ • เม่อื ทาการฝึก
ระเบยี บและเมื่อจาเปน็ ต้องแตง่ เครื่องแบบไป • เม่อื ทาหน้าท่ีรักษาการณ์
ในงานหรือสังคมน้นั ๆ เว้นแตส่ งั คมที่เกยี่ วกบั • เมือ่ ปฏบิ ตั ริ าชการสนาม
กิจการค้า ไม่ควรแตง่ เคร่อื งแบบทหาร • เมอื่ ประจาแถวหรือควบคุมแถวทหาร
21
07/10/59
ในโอกาสทีใ่ ห้ทหารแต่งเคร่ืองแบบปกตขิ าว ทหารประจาการ เมอ่ื ออกไปนอกราชอาณาเขต
หรอื เคร่อื งแบบปกตกิ ากีแกมเขียวคอแบะ จะแต่งเครื่องแบบมไิ ด้ เวน้ แต่
สาหรบั “พลทหาร” ให้แต่งเครือ่ งแบบปกติ
• ในขณะปฏบิ ัติหน้าท่รี าชการ
• เข้าเฝา้ พระเจา้ แผน่ ดนิ เจา้ นายต่างประเทศ เขา้ เยี่ยมคานับ
ประมขุ ของประเทศ เม่ือเจ้าหนา้ ท่ขี องประเทศน้ันนัดหมายให้
แต่งเครือ่ งแบบ
• ไปดกู ารทหาร หรือไปสมาคมกับทหาร ซงึ่ ณ ทน่ี ั้นมีการแต่ง
เครือ่ งแบบ
• ไปฝกึ หรือศกึ ษาวิชาทหารในต่างประเทศ
การแต่งเครื่องแบบทหารไปงานสังคมตา่ ง ๆ
• อนมุ ัติหลักการ กพ.ทบ. ที่ กห ๐๓๑๕/๑๑๒๙ ลง ๒๒ ม.ค.๒๒
• ให้ข้าราชการทหารแต่งเคร่ืองแบบปกติกากแี กมเขียวคอพบั
(หมายถึงให้ใช้ไดท้ ัง้ เส้อื คอพบั สกี ากีแกมเขยี วชนิดแขนยาว
และแขนสัน้ ) ไปร่วมงานสังคมต่างๆ ได้ เว้นแต่ งานสังคมที่
เก่ยี วกบั กิจการค้าไม่ควรแตง่ เคร่อื งแบบทหาร และเมอ่ื สวม
เสื้อคอพับสีกากแี กมเขียวชนิดแขนสัน้ แลว้ หา้ มใชผ้ ูกคอ
ระเบียบกระทรวงกลาโหม ปา้ ยช่ือแสดง
วา่ ด้วยปา้ ยชอ่ื ตดิ เครื่องแบบ • ชือ่ ตวั
(ฉบับท่ี ๔) • ชอื่ สกลุ
พ.ศ.๒๕๕๘ • ยศ
• ชอ่ื สว่ นราชการตน้ สังกดั
• ผ้ตู อ้ งติดป้ายฯ คือ ขา้ ราชการกลาโหมประจาการ
นกั เรียนทหาร ทหารกองประจาการ และลูกจ้างใน
สังกดั กระทรวงกลาโหม
22
07/10/59
ใหท้ าดว้ ยโลหะ หรอื พลาสตกิ สลกั ตัวอกั ษรในป้ายชื่อ ๓ แถว
• เปน็ รปู สเี่ หล่ยี มผนื ผ้า กว้าง ๒.๕ ซม. • แถวบน ช่อื ตัวและชือ่ สกลุ ภาษาไทย สูง ๐.๔ ซม.
ยาว ๗.๕ ซม. หนา ๐.๑ ซม. (๒.๕x๗.๕x๐.๑) • แถวกลางสลกั เฉพาะชือ่ ตวั ภาษาองั กฤษตวั พมิ พใ์ หญ่
• พน้ื ป้ายด้านทีส่ ลักชือ่ เป็นสีดา เส้นขอบสขี าว สูง ๐.๓ ซม. ให้อยู่กึ่งกลางป้ายช่ือ
กว้างประมาณ ๐.๑ ซม. • ผไู้ มม่ ียศไมต่ อ้ งสลกั คายอ่ ยศ
• สลักตัวอกั ษรบรรจงสขี าว แบบอกั ษร
ไทยสารบรรณ (TH Sarabun PSK)
สลักตัวอักษรในปา้ ยช่ือ ๓ แถว ๗.๕ ซม.
• แถวลา่ งมมุ ซา้ ยสลกั เป็นคายอ่ ยศภาษาองั กฤษตวั พิมพใ์ หญ่ ศกั ดา บัวศรี ๒.๕ ซม.
สูง ๐.๓ ซม. ตวั อกั ษรแรกห่างจากขอบด้านซา้ ยและขอบ
ด้านล่างประมาณ ๐.๓ ซม. SAKDA
• แถวล่างมุมขวา เป็นคาย่อชอ่ื สว่ นราชการต้นสังกัดระดบั SGT. RTA
นขต.กห. หรือเหล่าทพั แลว้ แตก่ รณี เป็นภาษาองั กฤษ
ตวั พมิ พ์ใหญ่ สูง ๐.๓ ซม. ตวั อักษรตวั สดุ ท้ายห่างจาก ยอ่ ยศ ทบ.
ขอบขวาและขอบลา่ งประมาณ ดา้ นละ ๐.๓ ซม.
ยศย่อ ยศย่อภาษาอังกฤษ ยศย่อ ยศยอ่ ภาษาอังกฤษ คายอ่ “ยศทหาร”
ภาษาไทย ตวั พมิ พ์ใหญ่ ภาษาไทย ตัวพิมพ์ใหญ่
ร.ต. 2LT ร.ท. 1LT
จ.ส.อ. SM1 ร.อ. CPT
พ.ต. MAJ
จ.ส.ท. SM2 คาย่อ “ยศทหาร” พ.ท. LTC
พ.อ. COL
จ.ส.ต. SM3 พล.ต. MG
ส.อ. SGT พล.ท. LTG
ส.ท. CPL
ส.ต. PFC
23
ยศยอ่ ยศยอ่ ภาษาอังกฤษ 07/10/59
ภาษาไทย ตวั พิมพ์ใหญ่
ปา้ ยช่อื ท่ีมีอยกู่ อ่ นวนั ทร่ี ะเบียบนี้
พล.อ. GEN คายอ่ “ยศทหาร” บังคบั ใชใ้ ห้คงใชไ้ ด้ต่อไปไม่เกิน
จอมพล FM
๑๘๐ วัน
อืน่ ๆ ท่เี กยี่ วข้อง ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๒ มิ.ย. ๕๘
วา่ ท่ี ACTING
นนร. ARMY CADET (ส้นิ สดุ ๒๒ ธ.ค.๕๘)
พลทหาร
PVT
ผู้ทตี่ อ้ งตดิ ปา้ ยช่ือ การตดิ ปา้ ยชอื่
ขา้ ราชการกลาโหมประจาการ ในโอกาสที่สวมเครื่องแบบขณะปฏบิ ตั ิ
นักเรียนทหาร หนา้ ท่รี าชการ ติดกงึ่ กลางเหนือกระเป๋าบนของเสื้อ
ทหารกองประจาการ ดา้ นขวา ๑ ซม.
ลูกจา้ งและพนกั งานราชการในสงั กัด กห.
- กรณีไม่มกี ระเป๋าบน
ยศ พล.ท. ขึน้ ไปไม่ต้องตดิ ปา้ ยช่อื ใหต้ ดิ ตรงกลางอกเสือ้ (ด้านขวา) สูงต่าพองาม
หนังสอื กพ.ทบ.ที่ กห ๐๔๐๑/๒๒๖๔ ลง ๒๔ ต.ค.๓๙ การลา
เร่อื ง การใชเ้ ส้ือยดื ชั้นในกับเครือ่ งแบบปฏิบตั งิ าน 24
ของข้าราชการชาย และลกู จ้างชาย ใน ทบ.
มตใิ นทปี่ ระชมุ กรม ฝสธ. เมอื่ ๒๑ ต.ค. ๓๙
โดยดาริ ของ ผบ.ทบ.
เพ่อื ใหก้ ารใชเ้ สือ้ ยดื ชัน้ ในกับเครื่องแบบปฏิบตั งิ านของ
ขา้ ราชการชายและลกู จา้ งชายเปน็ ไปในแนวทางเดยี วกนั และเกดิ ความ
เป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย จงึ ให้ ใชเ้ สื้อยดื ชั้นในท่ีคอเสอื้ หรอื สว่ นหน่ึง
ส่วนใดของเส้ือต้องไม่โผล่พน้ ออกนอกเครื่องแบบ
“จงึ ใหใ้ ชเ้ สอ้ื ช้นั ในคอรูปตัววี” 143
07/10/59
การเสนอใบลา การเสนอใบลาของผ้ไู ปช่วยราชการ
ลาป่ วย ผไู้ ดร้ ับคาสง่ั ใหไ้ ปชว่ ยราชการ ณ หน่วยอ่ืน
ลาคลอดบุตร เสนอใบลาตอ่ ผูบ้ งั คับบัญชาหน่วยนน้ั
ลากจิ
ลาพกั ผ่อนประจาปี รายงานให้หน่วยต้นสงั กัดทราบปลี ะ 1 ครง้ั
ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ
( เสนอตามลาดบั ชัน้ จนถงึ ผู้มีอานาจ )
การนบั วนั ลา ข้อยกเว้น
การเสนอ หรือจัดส่งใบลา การนับเพอื่ ประโยชน์ในการ
อนุญาตให้ลา และคานวณวนั ลา
คานวณวันลา
(ให้นับต่อเน่ืองกัน)
การเร่ิมนับวันเวลา (1 ต.ค. - 30 ก.ย.) วนั ลากจิ
(นับวนั หยุดราชการท่ีอย่รู ะหว่างวนั ลา วนั ลาพักผ่อน ให้นับเฉพาะวัน
ประเภทเดยี วกัน รวมเป็ นวนั ลาด้วย)
ลาไปชว่ ยภรยิ าที่ ทาการ
การสนิ้ สุด และการเร่ิมนับวันลา
คลอดบตุ ร
ถ้าเรียกกลับมาปฏิบตั ิงาน วนั ลาหมดเขต
การลาป่ วย
เพียงวันก่อนวนั เดนิ ทางกลับ
วันราชการเร่ิมตงั้ แต่วนั ออกเดินทางกลับ ข้าราชการสังกดั ทบ.ในปี หน่ึงลาป่ วยได้
ไม่เกนิ 90 วนั
ข้อยกเว้น
1. ไปราชการในท้องท่กี ันดาร หรือในท้อง
ท่ีมีโรคภยั ชุกชุม ลาต่อได้ 90 วัน
2. ได้รับอันตรายจากวัตถุธาตุท่เี ป็ นพษิ
ไอพษิ วัตถุระเบดิ ได้รับเชือ้ โรคตดิ ต่อ
อย่างร้ายแรง ลาต่อได้ 180 วนั
25
ข้อยกเว้น 07/10/59
3. ทาตามหน้าท่ใี นอากาศ ใต้นา้ ใต้ดนิ ขึน้ หรือลง การเสนอใบลาป่ วย
ลารักษาตวั ได้ 365 วนั
• ผ้ปู ่ วยต้องเสนอใบลาผ้บู งั คับบญั ชา
4. กระทาหน้าท่พี ิเศษ ฝ่ าอันตรายตามอนุมตั ิหรือได้รับ โดยตรง
มอบหมายจาก รมว.กห. ลารักษาตัวได้ 365 วนั
• ลาป่ วยไม่เกิน 24 ชม. ลาด้วยวาจาได้
5. ทาหน้าท่ใี นการรบ การสงคราม การปราบปราม จลาจล • ผ้ปู ่ วยให้ผ้อู ่นื ทาใบลาเสนอแทนตนได้
กฎอัยการศึก สถานการณ์ฉุกเฉินลารักษาตวั ได้ 365 วนั • หยุดครบไม่หายป่ ายให้เสนอใบลาต่อ
• ลาป่ วยเกิน 3 วนั ต้องมใี บแพทย์
การเสนอใบลาป่ วย การเขยี นใบลาป่ วย
• ผู้ป่ วยรักษาตวั อย่ใู นสถานพยาบาลของทหาร ต้องกล่าวถงึ
ไม่ต้องทาใบลา - อาการป่ วย
- กาหนดวนั ลา
• ทหารกองประจาการลาป่ วยครบไม่หาย - สถานท่ีพักรักษาตัว
หรือไปธุระแล้วป่ วยต่างพนื้ ท่ไี กล ให้ลาต่อ
กรมกองทหารท่อี ย่ใู กล้ หรือนายอาเภอ (ลาป่ วยเกนิ 90 วนั ให้ ผบ. ปลดออกจาก
ท้องท่อี นุญาต ราชการ)
ผู้มีอานาจให้ลาป่ วย กรณสี งสัย
รมว.กห. 365 วัน ขา้ ราชการลาป่วยครบ 30 วนั ถ้าปว่ ยอีก หากผู้บงั คับบัญชา
ผบ.ทบ. 180 วนั
มทภ. 90 วนั สงสยั อาการปว่ ย ให้ต้งั แพทยท์ หาร ไมน่ ้อยกวา่ 3 นาย
ผบ.พล. 60 วนั ตรวจอาการ ถา้ ปรากฏวา่ เป็นการปว่ ยเท็จ หรือแพทยร์ บั รอง
ผบ.กรม 45 วนั อาการปว่ ยเท็จ มคี วามผดิ กล่าวเท็จต่อผบู้ งั คบั บัญชา
ผบ.พนั . 21 วนั ขอ้ ห้าม
ผบ.ร้อย.
ผบ.มว. 7 วัน ห้ามลาป่วย 90 วัน แลว้ ไปทางานและรบั เงินเดือนในองคก์ ร
3 วัน ของรัฐบาลแห่งอ่ืน
26
07/10/59
การลาคลอดบุตร ลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายท่ีคลอดบุตร
• เสนอใบลาตามลาดับช้นั จนถึงผ้มู ีอานาจ ผบ.พัน. ข้นึ ไป
• เสนอผู้บงั คบั บญั ชาตามลาดบั ถึง ผบ.กรม.
กอ่ นหรอื ในวนั ลา เปน็ ผู้อนญุ าต
• ก่อน หรอื ในวันที่ลา ภายใน 90 วนั นับแต่วนั
• ไมส่ ามารถลงชือ่ ใบลา ให้ผอู้ ่นื ลาแทนได้
• ลาได้ 90 วนั ได้เงนิ เดอื น ไมต่ ้องมีใบรบั รองแพทย์ ท่คี ลอดบุตร
• ลาในวันคลอด ก่อน หรือหลงั วนั คลอดก็ได้ • ครั้งหนงึ่ ติดต่อกันได้ไมเ่ กิน 15 วันทาการ
• ผบู้ งั คบั บญั ชาไมม่ ีอานาจลดวนั ลาคลอด • ผู้บังคับบัญชามีราชการจาเปน็ เรยี กตวั มาปฏบิ ัติงานได้
(ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการลา พ.ศ.2555 ลง 28 ธ.ค.55)
การลากจิ การลากจิ ไปต่างประเทศ
ขา้ ราชการสังกัด ทบ. ในปีหน่งึ ลากจิ ลาไปทวปี เอเชีย ลาไดป้ ลี ะไม่เกนิ 45 วันทาการ
ไดไ้ มเ่ กนิ 45 วัน โดยได้รบั เงินเดือน และลาเพิ่มได้อกี ไม่เกนิ 5 วันทาการ
ทหารกองประจาการ ในปีหนง่ึ ลากิจ ลาไปทวีปยโุ รป ลาได้ปลี ะไมเ่ กิน 45 วันทาการ
ได้ไมเ่ กนิ 23 วันทาการ และลาเพ่ิมได้อกี ไมเ่ กิน 10 วนั ทาการ
(มีเหตจุ าเป็นลาเพ่ิมไดไ้ มเ่ กนิ 30 วัน อานาจ ผบ.ทบ.)
• ผลู้ าคลอดบุตร จะลากิจเพ่ือเลี้ยงดูบตุ รไดไ้ มเ่ กิน
150 วนั ทาการ โดยไม่ได้รับเงนิ เดอื น
การลากจิ ไปต่างประเทศ เงื่อนไขการลากจิ
ผมู้ อี านาจอนมุ ตั ิ รมว.กห. ผบู้ ังคบั บัญชาโดยตรงเปน็ ผู้อนุญาต
ต้องไดร้ บั อนญุ าตก่อนจงึ หยุดราชการได้
เมอื่ เดินทางไปถงึ ประเทศท่ีลาแล้ว มีเหตุจาเปน็ อนุญาตให้หยุดได้ ลาไมเ่ กนิ 24 ชม.
ตอ้ งรายงานสานักงานผูช้ ่วยทูตฝ่าย
ทหารบก (ดว้ ยหนังสือ วาจา หรือ ลาด้วยวาจาได้
เครอื่ งมือส่อื สาร) ลาแทนกันไมไ่ ด้
ลาครบมีเหตจุ าเป็นให้เสนอใบลาตอ่
อยู่ต่างจงั หวัด/ต่างประเทศ สง่ ใบลา
ทางไปรษณยี ์ หรอื วธิ ีอืน่ ๆ
27
เง่อื นไขการลากจิ 07/10/59
• ทหารกองประจาการลาต่อไดไ้ ม่เกิน 5 วันทาการ การเสนอรายงานลาไปต่างประเทศ
• ลาไปนอกเขตประเทศไทยไม่เกิน 24 ชม. ตาม นขต.ทบ. รายงานขออนุมัตใิ ห้ข้าราชการ
ทไ่ี ดร้ ับเชิญ หน.หนว่ ยชนั้ สญั ญาบัตร ณ ท่ีนน้ั
อนุญาตใหล้ าได้ ลาไปตา่ งประเทศถึง ทบ. กอ่ นกาหนด
เดนิ ทางอยา่ งนอ้ ย 15 วนั
• ผ้บู งั คบั บญั ชาเรยี กกลบั ได้เม่อื มรี าชการจาเปน็ ต้องไดร้ ับอนุญาตกอ่ นจงึ จะเดนิ ทางได้
นักเรยี นทหารประสงคล์ ากิจไปตา่ งประเทศ ผ้มู ีอานาจอนุญาตให้ลากิจ
รายงานผบู้ งั คบั บัญชาตามลาดบั ช้ัน ผ้บู ังคบั บญั ชาช้นั อนญุ าตลากิจได้ครง้ั หนึ่งไมเ่ กนิ
ชแ้ี จงเหตุผลและแนบใบลากิจแบบ 5
รมว.กห. มอบอานาจให้ ผบ.ทบ. อนุมตั ิ รมว.กห. ตามทเ่ี หน็ ควร
ผบ.ทบ. มอบอานาจชว่ งให้ ผบ.หนว่ ยระดับ
ผบ.ทบ. ตามที่เห็นควร
ผบ.พล. หรือเทยี บเทา่ แมท่ ัพ 60 วันทาการ
ผบ.พล. 45 วนั ทาการ
ผบ.กรม 30 วนั ทาการ
ผบ.พัน. 15 วนั ทาการ
ผบ.ร้อย. 3 วันทาการ
ผบ.มว. 1 วันทาการ
การอนมุ ัตใิ ห้ข้าราชการ ทบ. ลากจิ หรอื ลาพักผ่อน การอนุมัตใิ ห้ขา้ ราชการ ทบ. ลากิจหรอื ลาพักผอ่ น
ไปตา่ งประเทศ ไปต่างประเทศ
• ชั้นสญั ญาบัตร รมว.กห. มอบให้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทบ. • ต่ากวา่ ชัน้ สญั ญาบตั ร นักเรยี นทหาร ทหารกองประจาการ ลูกจ้าง
มอบอานาจช่วงให้ ผบ.นขต.ทบ. และพนักงานราชการ รมว.กห. มอบให้ ผบ.ทบ.และ ผบ.ทบ.
มอบอานาจชว่ งให้ ระดบั ผบ.พล. หรอื เทยี บเทา่ ข้นึ ไป
• (ยกเว้นช้ันนายพล) ตวั อยา่ ง - อนมุ ตั ิ
รับคาส่ัง รมว.กห.
ตวั อยา่ ง - อนุมัติ (ลงชอ่ื ) ...................................................................
รบั คาสัง่ รมว.กห. ผบ.หนว่ ยระดบั ผบ.พล. (หรือเทยี บเท่า) ทาการแทน
ผบ.ทบ.
(ลงชอ่ื ) .................................... ......../.........../......
ผบ.นขต.ทบ. ทาการแทน 28
ผบ.ทบ.
......../.........../......
07/10/59
การอนมุ ัติใหข้ ้าราชการ ทบ. ลากจิ หรือลาพักผอ่ น ไปต่างประเทศ การลากจิ เพ่ือเลย้ี งดูบุตรต่อจากการลาคลอด
(ต่อ) - อยใู่ นอานาจ ผบ.ทบ.อนุมัติ
- ผบ.ทบ.มอบอานาจให้ ผบ.นขต.ทบ. อนุมตั ิ
• กรณี สสน.บก.ทบ. อยใู่ นอานาจของ จก.กพ.ทบ.
• สง.ผบู้ งั คบั บัญชา อยู่ในอานาจของ สลก.ทบ.
• กรณชี ว่ ยราชการ ผบ.หน่วยระดับ ผบ.พล. หรอื เทียบเท่าขน้ึ ไป
ของหน่วยช่วยราชการเปน็ ผอู้ นมุ ัติ แลว้ รายงานหนว่ ยตน้
สังกัดทราบ
การลาพกั ผอ่ นประจาปี ผู้ไม่มีสิทธลิ าพกั ผ่อนในปที ่ไี ดร้ ับการบรรจไุ ม่ถึง ๖ เดือน
ข้าราชการทหารสังกดั ทบ. * บรรจเุ ขา้ รบั ราชการสงั กดั ทบ. เป็นครง้ั แรก
ปหี นึ่งลาได้ 10 วนั ทาการ
* ลาออกเพราะเหตสุ ่วนตัว หรอื บรรจเุ ขา้ รบั ราชการใหม่
โดยไมถ่ อื เป็นวนั ลา * ลาออกเพื่อดารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง หรอื บรรจุกลบั
* เข้ารบั ราชการหลัง ๖ เดือนนบั แตว่ นั ออกจากราชการ
* ถูกส่งั ใหอ้ อกจากราชการตามความประสงคข์ อง
ทางราชการ หรอื บรรจุเขา้ รบั ราชการใหม่
การเสนอใบลาพกั ผ่อนประจาปี การสะสมวนั ลาพกั ผ่อนประจาปี
เสนอผู้บังคับบัญชาตามลาดบั ชนั้ 1. ไม่ไดล้ า หรือลาไมค่ รบ 10 วนั ทาการ
2. สะสมวนั ท่ยี ังไม่ได้ลาเขา้ กบั ปีตอ่ ๆ ไป
ผูพ้ ิจารณาอนญุ าต ผบ.กรม. ข้ึนไป 3. ต้องไม่เกิน 20 วันทาการ
ยกเวน้ 4. รบั ราชการตดิ ตอ่ กันไม่นอ้ ยกวา่ 10 ปี
5. มีสิทธินาวันลาพกั ผ่อนสะสมรวมกับ
ลาพักผ่อนไปต่างประเทศให้ปฏิบัติ
ตามระเบยี บการลากิจไปตา่ งประเทศ วันลาพักผ่อนในปีปัจจุบัน
6. ต้องไมเ่ กนิ 30 วนั ทาการ
29
07/10/59
การอนุญาตให้ลาพกั ผ่อนประจาปี การลาอปุ สมบท
ผ้มู อี านาจอนุญาตจะอนุญาตให้ลาพกั ผ่อนครัง้ เดียว เป็ นข้าราชการทหารสังกัด ทบ.
หรือหลายครัง้ กไ็ ด้ ลาได้ไม่เกิน 120 วนั
โดยมิให้เสียหายแก่ทางราชการ ผู้ท่เี คยอุปสมบทแล้วจะลาอกี ไม่ได้
เม่อื ได้รับอนุญาตแล้วจงึ จะหยุดราชการได้ จะทาการอุปสมบทได้ ต้องได้รับอนุญาตก่อน
เม่อื ได้รับอนุญาต ต้องอุปสมบทภายใน 10 วัน
กรณีมรี าชการเร่งด่วน
ลาพักผ่อนยังไม่ครบกาหนด ผ้บู ังคบั บัญชา
หรือผู้อานาจอนุญาตเรียกตัวมาปฏบิ ตั ริ าชการก็ได้
ผู้อนุญาตให้ลาอปุ สมบท ผู้อนุญาตให้ลาอุปสมบท
นายทหารสัญญาบัตร ข้าราชการต่ากว่าชัน้ สัญญาบตั ร
- เสนอ ผบ. ตามลาดบั ชัน้ จนถึง ผบ.พัน.
- เสนอ ผบ. ตามลาดบั ชนั้ จนถงึ ผบ.ทบ. เพ่ือวนิ จิ ฉัย เพ่อื วนิ ิจฉัย
- เม่ือเหน็ ควรจะอนุญาตให้เสนอ รมว.กห. ก่อนกาหนด - เม่อื เหน็ ควรจะอนุญาตให้เสนอ ผบ.พล.
เป็ นผู้อนุญาต
อุปสมบทไม่มากกว่า 45 วัน และไม่น้อยกว่า 30 วัน
- หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
เป็ นไปตามพระราชวนิ ิจฉัยขององค์ผู้บัญชาการ
การลาสกิ ขาบท เงื่อนไขการลาอปุ สมบท
ลาสกิ ขาบทเม่ือใด ต้องรายงานให้ 1. เป็ นข้าราชการทหารสงั กัดกองทพั บก
ผ้บู ังคบั บญั ชาโดยตรงทราบ ภายใน 5 วัน 2. ต้องเป็ นข้าราชการประจา
ข้าราชการชัน้ สัญญาบตั ร รายงานถงึ 3. รับราชการตดิ ต่อกนั ไม่น้อยกว่า 3 ปี
รมว.กห. บริบูรณ์
หน่วยบญั ชาการถวายความปลอดภยั รักษา
พระองค์ นับถงึ วันอุปสมบท
บก.ทท.รายงานถงึ ผ้อู นุญาตให้ลาอปุ สมบท 4. ให้ลาในฤดเู ข้าพรรษา
นอกนัน้ เสนอถงึ ผู้ท่อี นุญาตให้ลาอปุ สมบท
30
การลาอปุ สมบทกรณพี เิ ศษ 07/10/59
การบนตัวบวช ทหารกองประจาการ
การอุปสมบทเพ่อื สนองคุณเน่ือง
ในการฌาปนกจิ ลาพักเพ่อื รอการปลด มสี ทิ ธิลาอุปสมบทได้
ลาอุปสมบทไม่เกนิ 15 วัน อยู่ในดุลยพนิ ิจของผู้บงั คับบัญชาพจิ ารณา
ผู้บังคับบัญชาต้นสังกดั รับพจิ ารณา
ผู้อนุมัติ ผบ.ทบ. อนุญาต
ผบ.ทบ.มอบอานาจให้ ผบ.นขต.ทบ ผบ.พัน หรือเทยี บเท่าขนึ้ ไป เป็ นผู้อนุญาต
การถอนวนั ลาอุปสมบท การลาไปประกอบพธิ ีฮจั ย์
ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทแล้ว ข้าราชการ ทบ. ผู้นับถอื ศาสนาอิสลาม
จะลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมอื งเมกกะ
มปี ัญหา / อุปสรรคไม่สามารถอุปสมบทได้ ประเทศซาอุดีอาระเบยี ได้ไม่เกิน 120 วัน
รายงานตวั กลับเข้าปฏบิ ตั ิราชการตามปกติ
ให้ถือว่าวนั ท่หี ยุดไปแล้วเป็ นวนั ลากิจ ( ผู้ท่เี คยลาไปแล้ว
จะลาไปอกี ไม่ได้ )
ข้นั ตอนการเสนอใบลา เงื่อนไขการลา
เสนอใบลา แบบ 10 ต่อผู้บังคับบัญชา ต้องออกเดนิ ทางไป ภายใน 10 วนั
ตามลาดับชัน้ จนถงึ ผบ.ทบ. เพ่อื วินิจฉัย เม่ือกลับมาต้องรายงาน ผบ. โดยตรง
ทราบเข้าปฏิบตั ริ าชการ ภายใน 5 วัน
เม่อื เหน็ ควรอนุญาตจงึ รายงาน รมว.กห. ลาแล้วไม่สามารถเดนิ ทางขอถอนวนั
ก่อนถึงกาหนดวนั ลา ไม่น้อยกว่า 30 วัน ลาได้
วนั ท่ีได้หยุดไปแล้วให้ถอื เป็ นวันลากจิ
31
1. ให้เสนอรายงานต่อผ้บู งั คบั บัญชาตามลาดับชัน้ 07/10/59
2. รมว.กห . เป็ นผ้พู ิจารณาอนุญาต
3. ให้ลาได้ ไม่เกิน 2 ปี โดยไม่รับเงนิ เดือน หลกั เกณฑ์การพจิ ารณา
4. กรณีจาเป็ น ลาได้อกี ไม่เกนิ 2 ปี รวมแล้ว ไม่เกนิ
4 ปี 1. คู่สมรสต้องไปปฏิบตั ริ าชการเท่านัน้
( ถ้าลาเกิน 4 ปี ให้ข้าราชการผ้นู ัน้ ลาออกจาก 2. ช่วงระยะเวลาปฏบิ ัตริ าชการใน
ราชการ )
ต่างประเทศ
การลาไปฟื้ นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ ติดต่อกนั ครัง้ เดยี วจนจบภารกจิ
3. ได้รับคาส่ังให้ไปปฏบิ ตั หิ น้าท่ใี หม่อีก
การลาป่ วยจากการทาหน้าที่พเิ ศษฝ่ าอนั ตราย ให้มสี ิทธิลาได้อีกเหมอื นเดิม
หรือเจบ็ ป่ วยจากการรบ แพทย์ท่ีรักษาไม่น้อยกว่า 3 นาย
ลงความเหน็ ต้องฟื้ นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้ลาป่ วยได้ การลาไปฟื้ นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ (ต่อ)
ไม่เกนิ 365 วนั
- ผู้บงั คบั การกรม อนุญาตคราวหนง่ึ ไม่เกนิ 180 วนั • ได้รับอันตราย หรือการเจบ็ ป่ วยเพราะ
- ผบ.พล. อนุญาตคราวหนงึ่ ไม่เกนิ 365 วนั เหตปุ ฏบิ ัตริ าชการในหน้าท่ี
(ข้อบงั คับ กห.ว่าด้วยการลา พ.ศ.2555 ลง 28 ธ.ค.55) • ถูกประทษุ ร้ายเพราะเหตกุ ระทาการตามหน้าท่ี
• ทาให้ตกเป็ นผู้ทพุ พลภาพ หรือพกิ าร
• ขอลาไปเข้ารับการฝึ กอบรมหลักสูตรการฟื้นฟู
สมรรถภาพ
ท่จี าเป็ นต่อการปฏบิ ัตริ าชการ หรือต่อการ
ประกอบอาชพี
• ลาได้(ตข้อาบมงั รคบัะยกหะ.วเ่าวดล้วยากใานรลหา ลพ.ักศ.ส25ูต55รลงแ2ต8่ไธม.ค่เ.5ก5)นิ 12
เดือน
เป็ นการแสดงถงึ ความรู้จกั กนั เป็ นมติ ร
กนั หรือความเป็ นพวกเดยี วกนั ตามลาดบั
ช้ัน หรือความอาวุโส ตามแบบธรรมเนยี ม
ถือเป็ นผ้มู วี นิ ัยทหาร
191 192
32
การเคารพซ่งึ กันและกันโดยธรรมดา 07/10/59
193 194
ทหารตอ้ งแสดงความเคารพต่อ 196
195 198
197 33
07/10/59
ทหารกาลงั เดนิ ให้หยดุ ทาการเคารพต่อผู้หรือส่ิง ซ่งึ กาลงั เคล่อื นท่ี
199 200
การแสดงความเคารพต่อกนั
ผู้มียศต่า ทาการเคารพ ผู้มยี ศสูง
นกั เรียนทหาร ทาการเคารพ ซึ่งกันและกนั
ผู้เรียนตา่ ทาการเคารพ ผู้เรียนช้ันสูง
พลทหาร ทาการเคารพ พลทหาร ซึ่งเข้า
รับราชการก่อน
201 202
การแสดงความเคารพต่อกนั (ต่อ) การแสดงความเคารพต่อกนั
ถ้ามียศเสมอกนั ถ้า ต้องทาซึ่งกนั เทยี บชัน้ การเคารพสาหรับนักเรียนทหาร
- นักเรียนทหารท่จี ะเป็ นนายทหาร
นักเรียนทหารช้ันเดยี ว ไม่แน่ใจ และกนั โดย เทยี บเท่า สิบเอก
- นักเรียนทหารท่จี ะเป็ นนายทหารประทวน
พลทหารปี เดยี วกนั ใครอาวุโส ไม่เกย่ี งงอน เทยี บเท่า พลทหารอาวุโส
203 ทหารอยู่ด้วยกันหลายคน
ผู้มยี ศหรืออาวุโสสูงเป็ นผ้รู ับการเคารพ
204
34
07/10/59
การแสดงความเคารพตอ่ กนั (ต่อ) การเริ่ มและเลิกแสดงการเคารพ
เมื่อทหารเข้าไปในพระที่นงั่ โบสถ์ วิหาร เม่ือผ่านให้เร่ิมกระทาในระยะห่าง
ท่ีว่าการ หรือเคหะสถาน ให้ถอดหมวก เม่ือเหน็ ได้ถนัด และก่อนท่จี ะผ่าน
ประมาณ 3 ก้าว
เมื่อทหารอยู่ร่วมสถานที่ซ่ึงมีการบรรเลง เลกิ เคารพ เม่ือผ่านไปแล้ว
เพลงเป็ นเกยี รตยิ ศ ต้องทาการเคารพ ประมาณ 2 ก้าว
จนกว่าจะสิ้นเพลงเคารพ
206
205
การเร่ิมและเลิกแสดงการเคารพ (ต่อ) การเคารพดว้ ยธงประจากอง
เมื่อเข้าไปหาให้เริ่มเคารพก่อนถงึ ผู้ 1. อยู่กับท่ี ลดธงถวายความเคารพแด่พระบาท
หรือสิ่งซ่ึงต้อง เคารพประมาณ 3 ก้าว สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว พระบรมศพ พระบรมอัฐิ
เลกิ เคารพเมื่อได้รับอนุญาตหรือเสร็จกจิ และประมุขต่างประเทศมาเยือนเป็ นทางราชการ
เม่ือผู้หรือส่ิงซึ่งต้องเคารพเข้ามายงั บริเวณ 2. เคล่ือนท่ี ถือธงท่ายกธงถวายความเคารพแด่
ทต่ี นอยู่ให้เริ่มและเลกิ เคารพในโอกาสอนั ควร พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั พระบรมศพ
และพระบรมอัฐิเท่าน้ัน
207
208
การเคารพดว้ ยธงประจากอง (ตอ่ ) เพลงเคารพมี 3 ชนิด เครื่องบรรเลง
3.เม่ือธงแสดงความเคารพ
1. แตรวง
ให้นายทหารรักษาธงทาวนั ทยาวธุ ด้วยท่ากระบ่ี 3. ขล่ยุ กลอง
ผช.ผ้เู ชิญธง ทาแลขวา ( ซ้าย )
4.การเคารพด้วยธง ทาเฉพาะธงท่เี ชิญได้คลี่ไว้ 210
209 35
07/10/59
แตรวง บรรเลง : 1. เพลงสรรเสริญพระบารมี แตรเดย่ี ว : เป่ าเพลงคานับ
2. เพลงชาติ
3. เพลงมหาชัย ขลุ่ย กลอง : บรรเลงเพลงมหาชัย
4. เพลงมหาฤกษ์
5. เพลงมาร์ชธงไชยเฉลมิ พล 212
211 เครื่องบรรเลงประจาแถว บรรเลงเพลงเคารพด้วยเพลงต่าง ๆ
แก่ผ้หู รือส่ิงซึ่งรับการเคารพ ดงั นี้
การบรรเลงเพลงเคารพ
1 แตรวงบรรเลง
วธิ ีบรรเลงมี 2 วิธี 1.1 เพลงสรรเสริญพระบารมี ใชส้ าหรับ
1. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลงประจาแถว - พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั
2. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลง มไิ ด้ประจาแถว - สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ
- สมเด็จพระบรมราชชนนี
ท้งั 2 พธิ ี กระทาเฉพาะเครื่องบรรเลงเพลง - รัชทายาท
อย่กู บั ท่ีในพธิ ีเกียรตยิ ศ ต้องบรรเลงเพลงเคารพ - พระบรมศพ พระบรมอฐั ิ
ใช้สาหรับ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว 214
สมเดจ็ พระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี
และรัชทายาท 4 พระองค์ 1.3 เพลงมหาชัย ใช้สาหรับ
213 216
1.2 เพลงชาติ ใช้สาหรับ 36
- ธงประจากองทหาร
- ธงประจากองยุวชนทหาร
- ธงชาตปิ ระจาสานักงานรัฐบาล
ขณะขนึ้ - ลง
-ธงราชนาวีประจาเรือใหญ่
ขณะขนึ้ - ลง
215
1.4 เพลงมหาฤกษ์ ใช้สาหรับ 07/10/59
- นายกรัฐมนตรี 1.5 เพลงมาร์ชธงชัยเฉลมิ พล ใช้สาหรับ
- เปิ ดงานทเี่ ป็ นพธิ ีใหญ่
- เปิ ดสถานทที่ าการของรัฐบาล, 218
- เปิ ดทางคมนาคมทสี่ าคญั ๆ
และงานทเี่ ป็ นมงคลทว่ั ไป
- ประธานกล่าวเปิ ด – ปิ ดงานมงคลต่าง ๆ
217
2. แตรเดย่ี ว เป่ าเพลงคานับอย่างเดยี ว ต่างกันจานวนจบ
2.1 เป่ า 3 จบ
219 220
- ธงมหาราช 222
- ธงราชินี
- ธงบรมราชวงศ์ 37
- ธงเยาวราช (เวลาผ่าน) หรือ ชักขนึ้ ลง
221
07/10/59
หมายเหตุ
1. แถวทหารที่มีเครื่องบรรเลงหลายประเภท
ให้เป็นหนา้ ที่ของแตรวง ถา้ ไม่มีแตรวง
ใหใ้ ชแ้ ตรเดี่ยว
2. ขณะเปลี่ยนกองรักษาการณ์ ถา้ มีแตรเดี่ยว
ใหใ้ ชแ้ ตรเด่ียว หากไม่มีใหใ้ ชข้ ลุ่ยกอง
223 224
เคร่ืองบรรเลงท่ีมไิ ด้ประจำแถว ท่าเคารพของทหารเม่ืออยใู่ นความควบคุม
บรรเลงเพลงเคารพเช่นเดยี วกับเคร่ืองบรรเลงประจาแถว แต่ บรรเลง 1. แถวทหารถืออาวุธอยู่กับท่ี ทาวันทยาวุธ
เฉพาะ 2. แถวทหารสะพายอาวุธ หรือ ไม่ถืออาวุธ
1. ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั , สมเดจ็ พระบรมราชินี,
อยู่กับท่ี ทาท่าตรงแล้วทาแลขวา ( ซ้าย )
สมเดจ็ พระบรมราชชนนี และรัชทายาท เมื่อเสดจ็ เข้ามา 3. แถวทหารเดนิ ทาแลขวา ( ซ้าย )
ยังทีน่ ้ัน และเม่ือเสด็จกลบั หรือเมื่อเสด็จผ่าน 4. ทหารท่ไี ม่ได้อย่เู ป็ นแถว แต่ต้องรวมกันอยู่เป็ นกลุ่ม
2. บรรเลงเพลงอื่น ๆ เพื่อเป็ นเกียรติยศ ตามกาหนด
การน้ัน ๆ และมีผู้ควบคุมประจา
* อย่กู ับท่ี ทาท่าตรงแล้วทาแลขวา ( ซ้าย )
225 * กาลังเคล่ือนท่ที าท่าเดนิ แล้วทาแลขวา (ซ้าย)
226
วธิ ีแสดงการเคารพของทหารเม่ืออยใู่ นความควบคุม กำรเคำรพของกองรักษำกำรณ์, ทหำรยำม
227 ท่าเคารพ
* อยู่กับท่ที าวันทยาวธุ , เคล่อื นท่ที าแลขวา ( ซ้าย )
วิธีเคารพ
* กองรักษาการณ์ เรียกแถวทาวนั ทยาวธุ ม.1ข้อ 2(1)-
(7),(12)-(18) และผู้บงั คับบญั ชาชนั้ ผู้บงั คับกองพนั ขนึ้ ไป
* ทหารยาม อย่กู ับท่ี ทาวันทยาวธุ แก่ผู้และส่ิงตาม ม.1
ข้อ 2
เว้น ทหาร ตารวจ ต่ากว่าสัญญาบตั ร
เคล่อื นท่ี ทาแลขวา (ซ้าย)
228
38
การเป่ าเพลงคานบั ของกองรักษาการณ์ 07/10/59
1. กองรักษาการณ์ จะต้องเรียกแกวทาวนั ทยาวธุ การเป่ าเพลงคานบั ของกองรักษาการณ์
แสดงความเคารพ แก่ผ้บู ังคับบัญชาต้งั แต่ ผบ.พนั ของตน
ขึ้นไป ( โดยแตรเดี่ยวไม่ต้องเป่ าเพลงคานับ ) 230
2. การเป่ าเพลงคานบั ให้เป่ าเฉพาะในพธิ ีเกยี รติยศ
ซ่ึงจะต้อง มหี มายกาหนดการ หรือมีคาส่ัง การเคารพเมื่ออยตู่ ามลาพงั (ต่อ)
เฉพาะคราวเท่าน้นั
229
การเคารพเมื่ออยตู่ ามลาพงั
231 232
การเคารพของกองเกียรติยศ การเคารพของกองเกียรติยศ (ต่อ)
233 234
39
การผอ่ นผนั การเคารพ 07/10/59
4. โอกาสท่ีไม่ต้องทาการเคารพแก่ผู้ใด
235 236
4. โอกาสท่ไี ม่ต้องทาการเคารพแก่ผ้ใู ด
237 238
ทหารต่อทหาร แต่งเคร่ืองแบบและสวมหมวก ทาวนั ทยหตั ถ์ ทหารแต่งเครื่องแบบ
ถือปื น ทาวนั ทยาวธุ
มไิ ด้สวมหมวก นายทหาร วธิ ีก้มศีรษะ กรณที ่มี บี ุคคลพลเรือนมาตดิ ต่อราชการ
ช้ันประทวน ท่าตรง แสดงการทักทายด้วยการยกมือไหว้ เจ้าหน้าท่ีท่รี ับ
ให้ปฏิบตั ิท้งั ทหารชายและทหารหญิง การตดิ ต่อ จะก้มศีรษะรับการเคารพ หรือลุกขึน้ ยืนตรง
เติมด้วยการพูดคาว่า ดจู ะเป็ นการไม่เหมาะสม อนุโลมทาแบบประเพณนี ิยม
“ สวสั ดคี รับ ” หรือ “ สวสั ดคี ่ะ ”
240
239
40
07/10/59
ทหารแต่งกาย การทาความ ระหว่างใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ี
ชุดพลเรือน เคารพ
ข้าราชการทหาร ท้งั สัญญาบัตร และ เม่ือพบ หรือเดินผ่านผ้บู ังคับบัญชา หรือผ้ทู ี่มียศสูงกว่า
ประทวน การแสดงความเคารพซ่ึงกนั และกัน 1. ให้กาลงั พลหยุดการสนทนา และ / หรือ
ยึดถือปฏิบัตติ าม ประเพณนี ิยม ผ้นู ้อย หรือ 2. หยุดใช้โทรศัพท์เคลื่อนทีช่ ั่วคราวพร้อมลดโทรศัพท์ลง
ผ้มู อี าวุโสน้อยกว่า แสดงความเคาร ด้วยวิธี 3. ทาความเคารพต่อผ้บู ังคับบัญชา หรือ
ยกมือไหว้ กล่าวคาว่า “ สวัสดคี รับ ” หรือ 4. ผ้ทู ีม่ ียศสูงกว่า
“ สวัสดีค่ะ ” 5. จนกว่าจะเดนิ ผ่านพ้นไป
241 242
5 ควรรับเคารพ/แสดงความเคารพผู้ท่ีมยี ศสูงกว่าเสมอ
หากไม่แน่ใจใครมียศสูงกว่า ให้ทาก่อนโดยไม่เกี่ยงงอน
6 ทหารอยู่ด้วยกนั หลายคน ผู้ท่มี ยี ศหรืออาวุโสสูงกว่า
เป็ นผู้รับเคารพ ในทุกกรณแี ละทุกสถานที่
7 ควรบอกแสดงความเคารพเมื่อผู้บังคบั บญั ชา โดยตรง
หรือนายทหารช้ันนายพล เข้ามา (บอกท้งั หมดตรง)
243 244
8 ไม่มขี ้อยกเว้นให้ลกู จ้าง หรือทหารหญิงทกุ ระดับ 12 ทหารทุกคนต้องแสดงความเคารพต่อธงชัยเฉลิมพล
ไม่ต้องแสดงความเคารพ เม่อื เหน็ ถนัดไม่ว่าธงชยั เฉลิมพลจะอย่กู ับท่ี หรือเคล่ือนท่ี
การผ่อนผัน สาหรับข้อ 13 - 15
10 ให้แสดงความเคารพกบั ทหารต่างประเทศ ทหารต่อ
ทหาร หรือกับตารวจ ท่ีใส่เคร่ืองแบบทีม่ ียศสูงกว่า 13 ทหารสนทนากับผู้ท่มี ยี ศสูงกว่า ไม่ต้องทาความเคารพผู้ท่ี
มยี ศต่ากว่าผู้ซ่งึ ตนสนทนาอยู่ หรือเดนิ ผ่าน (การผ่อนผัน)
11 ทหารกาลังเดนิ ให้หยดุ ทาความเคารพต่อ ผ้บู ังคับบัญชา
โดยตรงของตนซึ่งกาลงั เคลอ่ื นทก่ี ่อน 3 ก้าว เลิกทาเม่ือ 14 ทหารสวมหมวก จะถอดหมวกไว้พระก็ได้ (การผ่อนผัน)
ผ่านไปแล้ว 2 ก้าว 15 ไม่ต้องทาความเคารพผู้ใด เม่อื กาลังเล่นกีฬา
245 กาลังรับประทานอาหารหรือแบกหามของหนัก ฯ
(แต่ทาได้ก็จะเป็ นเสน่ห์กับตน)
246
41
07/10/59
20 ทหารไปในทใี่ ด ๆ ต้องระวงั ในเรื่องแสดงความ
เคารพอยู่เสมอ ใช้กิริยานอบน้อม (แบบทหาร)
21 หากสวมชุดกฬี าก็สามารถแสดงการเคารพได้
22 ผ้ใู หญ่ต้องคอยรับการเคารพจากผ้มู ียศต่ากว่าเสมอ
247 248
การทาความเคารพ มารยาทท่วั ไป
- ลกู จ้าง ใช้ การไหว้ หรอื ทาทา่ ตรง - ควรแตง่ กายใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบียบทที่ างราชการกาหนด ชุดกีฬา
- ส.ต. – จ.ส.อ. ใช้ ทาท่าตรง
- ร.ต. – นายพล ใช้ การโค้งคานับ ต้องสวมรองเท้าผ้าใบและตอ้ งสวมถงุ เท้าเสมอ
- นอกเครื่องแบบ ใช้ การโคง้ คานับ หรือการไหว้ - ไมค่ วรปล่อยทรงผมในสานกั งาน (เว้นขณะเล่นกีฬา)
- ไมค่ วรใส่ชดุ อน่ื ใดนอกเหนอื จากที่ทางราชการกาหนดในขณะปฏบิ ตั ิงาน
ตามประเพณนี ยิ ม เชน่ ชุดครงึ่ ท่อน หรอื ชุดวอรม์ หลากสี
(อนุโลม ในขณะนง่ั เมื่อไมส่ ามารถลุกได้ - หากสวมใส่ชดุ กีฬาก็สามารถแสดงความเคารพได้และสมควรนาเสือ้ สวมใส่
สามารถใชก้ ารไหว้ และรับไหว้ไดบ้ างกรณี) ในกางเกงเลน่ กฬี า
- ห้ามใส่รองเท้าแตะขณะปฏบิ ัตหิ นา้ ทรี่ าชการ อนุโลมใหใ้ สไ่ ดเ้ ฉพาะทีโ่ ต๊ะ
ของตนเองเท่านนั้ หา้ มใสอ่ อกมานอกโต๊ะโดยเด็ดขาด
- ทหารทกุ ระดบั ไม่สมควรถือร่มขณะใส่เคร่ืองแบบ เพราะความเข้มแขง็ จะหายไป
แต่สมควรที่จะหุบร่ม หลบฝนหรือวง่ิ ผ่านไปอย่างรวดเร็วจะเหมาะสมมากกว่า
- ควรเรียกกันตามช้ันยศเสมอ เพอ่ื ป้องกนั ไม่มีมารยาทอันดกี ับผู้ที่มอี ายมุ ากกว่า
ยศ - ตาแหน่ง คาเรียก ระเบียบ กห.ว่าด้วยการจัดลาดบั อาวุโสของข้าราชการทหาร พ.ศ.๒๕๒๗
๑. ผทู้ ี่มยี ศทหารสูงกวา่ เป็นผู้ทมี่ ีอาวุโสสูงกวา่ ผมู้ ียศทหารต่า
พลทหาร เรียก ทหาร ๒. ผทู้ ่ยี ศทหารเทา่ กัน ผูท้ ่ไี ดร้ บั ยศกอ่ นเป็นผู้ท่ีมอี าวโุ สสงู กว่า
ส.ต. - จ.ส.อ. เรียก ตามยศ เช่น หมู่ - จ่า ๓. ผู้ทีม่ ียศทหารเทา่ กันและพรอ้ มกัน ให้พิจารณาการได้ยศยอ้ นหลัง
ร.ต. - ร.ท. เรียก ผหู้ มวด
ร.อ. เรียก ผู้กอง ไปตามลาดับจนถงึ ยศ ร.ต. ก่อนเปน็ ผ้ทู ีม่ อี าวุโสสงู กว่า หากไมไ่ ดข้ ้อยุติ
พ.ต. เรยี ก ผู้พนั ใหถ้ อื ลาดบั ในประกาศราชกจิ จานเุ บกษา
พ.ต. - พ.ท. (ฝสธ.) เรยี ก หน.ฯ หรอื เสธ. ๔. ผทู้ ม่ี ียศทหารเทา่ กันและพรอ้ มกนั ใหถ้ อื ลาดบั อาวโุ สแต่งต้ังวา่ ทยี่ ศของ กห.
พ.อ. - พ.อ. (พ) เรยี ก รอง ฯ, ผอ.กอง ฯ, หรอื ผ้กู าร ๕. จัดอาวุโสของข้าราชการกลาโหมพลเรอื น ให้ถือวนั รบั เงนิ เดือนครงั้ แรก
นายพล เรยี ก ตามตาแหน่ง ในอัตราช้ันยศนน้ั ๆ เป็นลาดับอาวุโส
42
การรายงาน 07/10/59
กล่มุ ประเภทการรายงาน
1. การรายงานด่วน
2. การรายงานเม่ือมีเหตกุ ารณ์
ฉุกเฉิน
3. การรายงานในยามปกติ
4. รายงานเพ่มิ เตมิ พเิ ศษ
ประเภทเหตกุ ารณ์รายงานด่วน 4. การทะเลาะววิ าทกนั ในหม่ทู หารถงึ ข้ันใช้อาวธุ
หรือ การกระทาท่ที าให้ผ้อู ่ืนต้องเสียชีวติ
เหตทุ ีน่ ับว่าสาคัญต้องรายงานด่วน
1. เรื่องท่ีเกี่ยวกับความประพฤตขิ องทหารทเ่ี ป็ นไปในทาง 5. เม่ือมีโรคระบาดเกดิ ขึ้นกับคน หรือสัตว์ ในหรือ
เส่ือมเสียเกียรติ ช่ือเสียง หรือต้องคดอี าญาอุกฉกรรจ์ ใกล้ทีต่ ้ังหน่วยทหาร
2. ทหารเสียชีวติ หรือบาดเจ็บสาหัสเน่ืองจากทาลาย
6. เกดิ อบุ ัตเิ หตตุ ่างๆขึน้ แก่ทหารจนถงึ แก่ความตาย เช่น
ชีวติ ตนเอง ถูกอาวุธ หรือกระสุนปื น ตกจากทีส่ ูง รถคา่ เรือล่ม
อากาศยานประสพอบุ ัตเิ หตุ
7. เหตุท่ที าให้เกดิ ความเสียหายกบั ประเทศอย่างร้ายแรง
8. การก่อความไม่สงบขึน้ ในหน่วยทหาร เช่นมผี ้มู าชักชวน
ให้เปล่ียนแปลงการปกครอง หรือมผี ้คู ิดจะทาร้าย ผบ.
( ข้อบงั คบั กห. ว่าด้วยการรายงานด่วน พ.ศ. 2511 ลง 22 ม.ค.11 )
ผู้รับผดิ ชอบการรายงานด่วน ผู้รับผดิ ชอบการรายงานด่วน
เหตุที่นบั ว่าสาคญั ต้องรายงานด่วน ( ตามข้อ 1 - 6 ) เหตุทน่ี บั ว่าสาคญั ต้องรายงานด่วน ( ตามข้อ 7 - 8 )
1) หัวหน้าส่วนราชการน้นั รีบรายงานตรง 1) หัวหน้าส่วนราชการ รีบรายงานต่อ รัฐมนตรี
ต่อหัวหน้าหน่วยขนึ้ ตรงต่อ กระทรวง ว่าการกระทรวงกลาโหมโดยด่วน
กลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยด่วน 2) กบั รีบรายงาน หวั หน้าหน่วยขนึ้ ตรงกระทรวง
2) พร้อมรีบรายงาน ผู้บัญชาการตามลาดบั ช้ันทราบ ผู้บัญชาการเหล่าทพั ทราบ
3) กบั รีบรายงาน ผู้บงั คบั บัญชาตามลาดบั ช้ัน ทราบ
4) อนุญาตให้ผู้ทราบเรื่อง รายงานตรงต่อ รมว.กห.ได้ด้วย
43
เม่ือรายงานด่วนตามข้อบงั คับ กห.แล้ว ให้ ผบ.หน่วย 07/10/59
รายงานด่วน ผบ.ทบ.(ผ่าน สลก.ทบ.)ทราบ พร้อมสาเนาแจ้ง
วธิ ีการรายงานด่วน
• ความประพฤตขิ องทหารทาให้ ทบ.เส่ือมเสียเกยี รติ
หรือเสียช่ือเสียงอย่างร้ายแรง สาเนาให้ กพ.ทบ.ทราบ หนังสือ วาจา
เคร่ืองมอื
• เหตทุ ี่จะทาให้เกดิ ความเสียหายแก่ประเทศชาติ หรือผู้ ส่ือสาร
ทีค่ ิดจะทาร้ายผ้บู ังคบั บัญชา สาเนาให้ ขว.ทบ.ทราบ
• เหตุจากการฝึ ก จนเป็ นอนั ตรายแก่ชีวติ หรือทรัพย์สิน
ของทางราชการ สาเนาให้ ยก.ทบ.ทราบ
• เกิดอัคคภี ัย อทุ กภัย หรือวาตภัย เป็ นเหตใุ ห้ทรัพย์สิน
ทางราชการเสียหาย สาเนาให้ กบ.ทบ.ทราบ
การรายงานด่วนควรมีข้อความดงั นี้ การรายงานด่วนยทุ ธภณั ฑ์สาคญั สูญหาย
วนั เดือน ปี และสถานท่ีเกดิ เหตุ ระเบียบ ทบ.ว่าด้วยการกาหนดยุทธภณั ฑ์สาคญั พ.ศ.2504
เร่ืองท่เี กดิ ( บอก ยศ ช่ือ ผู้ทเ่ี กยี่ วข้องให้ชัดเจน )
เมื่อเกดิ เหตุแล้ว ได้ส่ังการและดาเนินการไป ยุทธภณั ฑ์ กองทพั บก กองทัพเรือ
กองทัพอากาศ พจิ ารณาเห็นว่าเป็ นยุทธ
แล้วอย่างไร ภณั ฑ์ทีส่ าคญั หากสูญหายไม่ว่ากรณใี ด ๆ
ความเห็นของผู้รายงาน ว่าควรจะจัดการเรื่อง ให้รายงานด่วนถงึ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหมภายใน 24 ชม.
นอี้ ย่างไรต่อไป
*** หวั ข้อในการรายงาน
( เม่ือไร ใคร ทาไม ทีไ่ หน อย่างไร )
ยทุ ธภณั ฑ์ท่จี ดั ว่ามีความสาคัญ ยทุ ธภณั ฑ์สำยสรรพำวธุ
ยทุ ธภณั ฑ์สำยขนสง่
“ ยุทธภณั ฑ์ ” อาวุธและเคร่ืองอุปกรณ์ของอาวุธรวมทงั้ วตั ถุ ยทุ ธภณั ฑ์สำยสอ่ื สำร
เคมี หรือเคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการสงคราม
- สูญหายจะมผี ลต่อการปฏิบัตงิ าน การฝึ ก
หรือการรบ
44
ยทุ ธภัณฑ์ทจ่ี ดั ว่าเป็ นยทุ ธภัณฑ์สาคญั 07/10/59
1. ยทุ ธภัณฑ์สาคญั สาย สพ. ยุทธภณั ฑ์ทจ่ี ดั ว่าเป็ นยทุ ธภณั ฑ์สาคญั
1.1 อาวุธยงิ เครื่องยงิ และฐานยงิ
1.2 ยานพาหนะประเภทรถรบ 1.5 กระสุน
1.3 วตั ถุระเบดิ จานวน 100 ปอนด์ - กระสุนขนาด 20 มม. ลงมา ต้งั แต่
1,000 นดั ขนึ้ ไป
ขนึ้ ไป - กระสุนขนาดเกนิ กว่า 20 มม. ขนึ้ ไป
1.4 แก๊สพษิ - ลูกระเบิดกว้าง ลูกระเบิดยงิ และทุ่นระเบดิ บก
จานวนต้งั แต่ 24 นัดขนึ้ ไป
265
3. ยทุ ธภณั ฑ์ สาย สส.
2. ยุทธภัณฑ์ สาย ขส.
- เคร่ืองบินทหารบก
- เฮลคิ อปเตอร์
ผู้รับผิดชอบการรายงานด่วนยทุ ธภัณฑ์สาคัญสูญหาย การรายงานด่วนกรณีกาลังพลกระทาความผิด
และปรากฏเป็ นข่าวในหนังสือพมิ พ์
ผู้บังคับบญั ชาทกุ ชัน้ ตามลาดับ
ตงั้ แต่ผู้บังคับหมู่ ผู้บังคับหมวด กระทาความผดิ ในทานองเส่ือมเสียเกียรติ
ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับกองพนั
เหนือขนึ้ ไป ด่วนท่สี ุด เสียช่ือของทหาร อย่างร้ายแรง
ต้องหาคดอี ุกฉกรรจ์
รายงานด่วนถงึ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหม ทราบ 45
ภายใน 24 ช่ัวโมง
หน่วยต้นสังกัด ระดบั กองพนั หรือเทียบเท่า 07/10/59
รายงานถงึ ทบ. ผ่าน กพ.ทบ.
รายงานด่วนการถงึ แก่กรรม
แล้วรายงาน ผู้บังคับบัญชา ตามสายการ
บงั คบั บัญชา จนถงึ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ( ข้อบงั คับทหาร ท่ี2/13949 ลง 11 ม.ค.77 )
เมื่อทหารถึงแก่ความตายเน่ืองจาก
ทาลายชีพตนเอง
เน่ืองจากโรคภัย อคั คีภยั อุทกภยั
ทะเลาะววิ าท
อปุ ัทวเหตุต่าง ๆ
รายงานด่วนการถงึ แก่กรรม ระเบยี บกองทพั บก
ว่าด้วย การรายงานตนเองในเมื่อมเี หตฉุ ุกเฉิน
ในทางปฏิบัติท้งั นายทหารในและนอก
ประจาการต้องรายงาน ผบ. ช้ันที่ออกแจ้งความ และเม่ือออกไปนอกเขตจงั หวดั
* นายทหารช้ันสัญญาบัตรถงึ รมว.กห. พ.ศ. 2528
* นายทหารต่ากว่าช้ันสัญญาบัตรถึงผู้บังคบั บัญชา
ช้ัน ผบ.พล. หรือเทียบเท่าขึน้ ไป
การรายงานตนเองเม่ือมีเหตฉุ ุกเฉนิ เกดิ ขนึ้ การรายงานเม่อื มเี หตุฉุกเฉินเกิดขนึ้
เม่ือมีการปฏวิ ตั ิ การรัฐประหาญ 1) ในเขตกรุงเทพมหานคร
หรือ การยดึ อานาจ 1. หน่วยทหาร
2. หน่วยราชการ ทบ. ท่อี ยู่ใกล้
1. ให้รีบไปรายงานตนเองยงั หน่วยต้นสังกดั 3. ศปก.ทบ.
ทนั ทีท่ีทราบเหตุ 4. บก.ทบ.ส่วนหน้า ( ถ้ามี )
2. หากไม่สามารถรายงานตนเองยงั หน่วยต้น
สังกดั ได้ให้รายงานตวั ยงั หน่วยทหารทีอ่ ยู่ใกล้
ให้ปฏบิ ัติดงั นี้
46
การรายงานเม่ือมีเหตุฉุกเฉนิ เกดิ ขึน้ ( ต่อ ) 07/10/59
2) นอกเขตกรุงเทพฯ การรายงานเม่อื มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึน้ ( ต่อ )
1. หน่วยราชการ ทบ. ทอ่ี ยู่ใกล้
2. บก.ทบ. ส่วนหน้า ( ถ้ามี ) 3. ถ้าสามารถทาได้ให้ไปรายงานตนยงั หน่วย
3. หน่วยทหาร ทเี่ หมาะสม ในกรณีที่ 1 หรือ กรณที ี่ 2
และเม่ือเหตุขัดข้องหมดแล้วให้รายงาน
ทห่ี น่วยต้นสังกดั ทนั ที พร้อมชี้แจงเหตุผล
เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
การรายงานเม่ือมีเหตฉุ ุกเฉนิ เกดิ ขึน้ ( ต่อ ) การรายงานในยามปกติ
4. หัวหน้าหน่วยทหารท่รี ับรายงานตัว 1. การรายงานตนเองเมื่อออกนอกเขตจงั หวดั
ต้องจัดทาบญั ชีรายตวั ดงั นี้ 2. การรายงานตนเองเมื่อย้ายตาแหน่ง
4.1 นาตัวส่งหน่วยต้นสังกดั โดยเร็ว 3. การรายงานเม่ือต้องคดี
4.2 หากจาเป็ นจะให้ทหารผู้น้นั ช่วยการอยู่ 4. การรายงานการลงทัณฑ์
ก่อนกใ็ ห้รีบแจ้งให้หน่วยต้นสังกดั ทราบ 5. การรายงานการลาสิกขาบท
6. การรายงานการสารวจยุทธภัณฑ์
การรายงานตนเองเม่ือออกนอกเขตจังหวัด การรายงานตนเองเมื่อออกนอกเขตจังหวดั
2. กรณีไปราชการนอกเขตกรุงเทพมหานคร
ยามปกติ
รายงานต่อ หน.หน่วยทหาร
สามารถแบ่งได้ 2 กรณี คือ ทีไ่ ปตดิ ต่อราชการ หรือ
1. กรณีไปราชการในกรุงเทพมหานคร หน.หน่วยทหาร เจ้าของพืน้ ที่
หน่วยต้งั ใน บก.ทบ. รายงานตนเอง การรายงานด้วยวาจาถ้าทาได้
ณ สบ.ทบ. ( เว้นวันหยุดราชการ ) หัวข้อในการรายงาน
หน่วยต้งั นอก บก.ทบ. รายงานตนเอง ( เม่ือไร ใคร ทาไม ที่ไหน อย่างไร )
ทห่ี น่วยทหารน้ัน
47
07/10/59
ผ้รู ับผดิ ชอบการรายงานตนเองเม่อื ออกนอกเขตจังหวัด ผ้รู ับผดิ ชอบการรายงานตนเองเม่อื ออกนอกเขตจังหวดั
1. ให้หน่วยในส่วนภมู ิภาค หน่วยใน กทม. ซึ่งมีทต่ี ้ังอยู่ 3. แต่งเครื่องแบบ หรือเครื่องแบบข้าราชการ
นอกศาลาว่าการกลาโหม และกรมสารบรรณทหารบก กลาโหมพลเรือน หรือแต่งกายสุภาพ
จัดทาสมุดรายงานสาหรับผ้มู าราชการในเขตปกครอง
ของตนเตรียมไว้ทีก่ องบัญชาการ หรือกองบังคับการ 4. ถ้าสามารถกระทาได้กใ็ ห้หัวหน้าหน่วย
ทหารน้ัน พจิ ารณาให้ความช่วยเหลือ
2. การลงนามในสมุดรายงาน ตามควรแก่กรณี
ให้ไปลงในวันท่ีไปถึง
แต่ถ้าไม่สามารถกระทาได้ กใ็ ห้รายงานในวนั รุ่งขึ้น
หรือในวันแรกท่เี ปิ ดทาการ
การรายงานตนเองเมื่อย้ายตาแหน่ง การรายงานตนเองเม่อื ย้ายตาแหน่ง
คาชแี้ จงทหาร ท่ี 5/5525 ลง 2 ส.ค.78 การปฏิบัตกิ ารรายงานเมื่อต้องคดี
2. ข้าราชการกลาโหมนอกประจาการ
1. ให้รายงาน ภายใน 24 ชม. นบั แต่ทราบเหตุการณ์
2. รายงานตวั ออกให้รายงานกับ ผู้บงั คับบัญชาเดมิ ( ผรู้ ับเบีย้ หวัด บาเหนจ็ บานาญ )
ตอ้ งคดอี าญา, คดีแพง่ , คดีล้มละลาย
ต้ังแต่ช้ันต้นขึน้ ไป
3. รายงานตัวเข้าให้รายงานกับ ผู้บงั คับบญั ชาใหม่ ( เวน้ คดที ่ขี ึ้นศาลทหาร )
ให้ผู้นั้นรบี รายงาน ผบ. ตามลาดับชนั้
ต้ังแต่ช้ันสูงลงมา
4. รายงานด้วย วาจา บอกยศ นาม ตาแหน่ง จนถงึ รมว.กห. โดยเร็ว
3. การรายงานทาเป็นหนงั สอื
ท่ีมีการเปล่ยี นแปลง หรือด้วยหนงั สือ
และหรือเขียนลงสมุด
การปฏบิ ัติการรายงานเม่ือต้องคดี
คาส่ังทหาร ท่ี 60/1953 ลง 8 พ.ค.82
1. นายทหารสญั ญาบตั ร ทกุ ประเภทและต่ากวา่ สัญญาบตั ร
ตอ้ งคดีอาญา, คดีแพ่ง, คดลี ม้ ละลาย
(เว้นคดีท่ีข้นึ ศาลทหาร)
นายทหารสัญญาบตั ร รายงาน ผบ. ตามลาดับชัน้
จนถึง รมว.กห. โดยเรว็
นายทหารตา่ กวา่ สญั ญาบตั ร รายงาน ผบ. ตามลาดบั
ชนั้ จนถงึ หน.นขต.กห.
48
การรายงานการลงทณั ฑ์ 07/10/59
การปฏิบัติ การรายงานการลาสิกขาบท
1. รายงานการลงทณั ฑ์นายทหารสัญญาบตั ร
( ข้อบงั คับทหารว่าด้วยการลาท่ี 5/2240 ลง 22 พ.ค.80 )
เสนอตามลาดบั ช้ันจนถึง รมว.กห.
2. รายงานการลงทณั ฑ์นายทหารต่ากว่าสัญญาบัตร การรายงานการลาสิกขาบท
เสนอตามลาดบั ช้ันจนถงึ หน.นขต.กห. - ผ้ซู ่ึงได้รับอนุญาตให้ลาอปุ สมบท ลาสิกขาบทเม่ือใด
3. ให้แนบคาส่ังลงทัณฑ์ด้วยทุกคร้ัง พร้อมชี้แจง ให้มารายงาน ผ้บู ังคับบัญชาโดยตรง ภายใน 5 วัน
รายละเอยี ด - ช้ันสัญญาบัตรต้องเสนอรายงานถึง รมว.กห.
- นอกน้นั เสนอถึงผ้อู นุญาตให้ลาอปุ สมบท
- และเข้าปฏิบัตริ าชการ ภายใน 5 วนั
การรายงานปฏบิ ัติหน้าทเ่ี วรยามเมอื่ ผ้บู ังคับบญั ชาไปตรวจ การรายงานปฏิบตั หิ น้าทีเ่ วรยามเมอื่ ผูบ้ ังคบั บญั ชาไปตรวจ
คาขึน้ ต้นใช้สรรพนาม …….. กระผม (หรอื คาอ่ืนใด ในระหวา่ งปฏบิ ตั หิ น้าทเ่ี หตุการณ์ ปกติ
ตามฐานนั ดรศกั ดข์ิ องผูร้ บั รายงาน) หรือหากมีเหตกุ ารณไ์ ม่ปกติ ก็รายงานเหตกุ ารณ์
ยศ ชื่อ และช่อื สกลุ ของผปู้ ฏิบัตหิ น้าทีเ่ วรประจาหนว่ ย ทีเ่ กิดขน้ึ โดยย่อใหผ้ ูบ้ ังคับบญั ชาทราบ .......................
ให้บอกนามหน่วยทต่ี นปฏบิ ัติหนา้ ทเี่ วร และบอกนามของ คาลงท้ายรายงานใชส้ รรพนามวา่ ครับ หรือคาอนื่ ใด
หนว่ ยเหนอื ขึน้ ไปอีกหน่ึงระดบั สาหรบั ผ้บู งั คับบญั ชา ตามฐานันดรศกั ดิ์ ของผ้รู ับรายงาน โดยให้สอดคล้อง
ซ่ึงมีตาแหน่ง ผบ.กรม ลงมา กับคาข้ึนตน้ (หา้ มใช้คาวา่ ครบั ผม)
(การรายงานผูบ้ ังคับบัญชา ซง่ึ มตี าแหนง่ สูงกว่า ผบ.กรม คารายงานทงั้ หมด ต้องรายงานดว้ ยคาเต็ม
ข้ึนไป ตอ้ งบอกนามหน่วยเหนือขนึ้ ไป ถึงระดบั กรม)
292
291
การรับ - ส่งหน้าท่ี 2. ผู้ถูกย้ายหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการยงั มอี านาจ
หน้าที่ และรับผิดชอบในตาแหน่งเดมิ จนกว่าจะ
( ระเบยี บ ทบ. ว่าด้วยการรับ - ส่งหน้าท่ใี นเวลาย้าย เลื่อน ลด ส่งมอบหน้าที่
ปลด และบรรจุ พ.ศ. 2540 ลง 18 ก.ย. 40 )
3. ให้ผู้มชี ื่อลาดบั หมายเลขมากไปรับหน้าที่จาก
1. ส่วนราชการ หมายถึง ส่วนราชการของ ทบ. หรือหน่วย ผู้ทมี่ ีลาดบั หมายเลขน้อยในคาสั่งน้นั ๆ
ทหารของ ทบ. ต้ังแต่ระดบั หมวด หรือเทียบเท่าขึ้นไป
หน่วยงานพเิ ศษ คณะทางานต่าง ๆ ท่ตี ้ังขึน้ ตามโครงการ ทบ.
ท้งั ในการปฏิบัตริ าชการ ตามปกติ หรือราชการสนาม
49
4. ให้ทาการรับ - สง่ หน้าทซ่ี ่ึงกนั และกัน ภายใน 7 วนั 07/10/59
นบั แต่ทราบคาส่ังอยา่ งเปน็ ทางการ 5. กรณีผูส้ ่งตอ้ งไปรับหน้าทใ่ี หม่
เม่ือรับหนา้ ที่เสร็จแลว้ ให้กลบั มาสง่ หน้าที่
4.1 ผู้บงั คบั หมวด หรือเทียบเทา่ ลงไป ภายใน 2 วัน หากทางราชการยังมไิ ดแ้ ตง่ ตั้งผู้ใดใหด้ ารง
ตาแหน่งนน้ั เปน็ การชวั่ คราว ภายใน 30 วนั
4.2 ผู้บังคบั กองร้อย หรือเทียบเทา่ ภายใน 3 วัน ใหผ้ ู้ส่ง ส่งหน้าท่ีให้กับรองหัวหนา้ ส่วนราชการน้ัน
และใหร้ องหวั หนา้ สว่ นราชการ ส่งตอ่ ใหก้ ับ
4.3 ผ้บู งั คบั กองพนั ผูบ้ ังคบั การกรม ผู้ดารงตาแหนง่ นน้ั
หรือเทยี บเทา่ ภายใน 5 วัน
4.4 ผบู้ ญั ชาการกองพลข้ึนไป
หรอื เทียบเท่า ภายใน 7 วนั
4.5 จนท.คลงั ซงึ่ รับผิดชอบบัญชีพสั ดุ ไมเ่ กิน 15 วัน
6. การสง่ หนา้ ทส่ี าหรบั ผูถ้ กู ปลดออกจาก 7. การปฏิบัตกิ ารรบั - สง่ หนา้ ที่
ประจาการ 7.1 ผูส้ ง่ จัดบรรยายสรปุ ใหก้ บั ผู้รบั ทราบ
- สถานการณ์ สถานภาพกาลงั พล อาวธุ ยุทโธปกรณ์
6.1 ผคู้ รบเกษยี ณอายุ ให้สง่ มอบให้คนใหม่ งบประมาณ และการเงิน
ก่อนครบเกษยี ณอายุ - ภารกิจของหนว่ ย
- การปฏิบตั ิ แผนการปฏิบัติในปัจจุบัน และอนาคต
6.2 ผู้ถูกปลดดว้ ยสาเหตุอื่น ๆ เจตนารมณ์ของผู้บังคบั บัญชา ปญั หาข้อขัดข้อง
ใหส้ ง่ มอบเชน่ เดยี วกบั ขอ้ 4 - แผนงาน/โครงการต่าง ๆ ทห่ี น่วยดาเนนิ การ
เวน้ เกนิ เวลากาหนด หรือจะไดร้ บั อนุมตั ิในอนาคต
ให้รายงานขออนมุ ัตถิ ึงผสู้ ่ังปลด - กจิ แฝงของหน่วย
7.2 ทาการรับ - ส่งหนา้ ที่
8. เอกสารการรับ - สง่ หน้าท่ี 8.2 ตรวจรับถูกตอ้ งแลว้ ให้ลงชื่อผสู้ ่งและผู้รับ
8.1 บัญชีส่งหน้าท่ี เฉพาะในกองบงั คบั การ 8.3 บญั ชีรับ - สง่ ทาเปน็ 3 ชดุ
หรือเฉพาะในส่วนท่ตี นรบั ผดิ ชอบ
- บญั ชกี าลงั พล - เก็บไว้ 1 ชดุ
- บญั ชีอาวธุ - ผูส้ ่ง 1 ชุด
- บญั ชีการเงนิ - ผรู้ บั 1 ชดุ
- บัญชสี ิง่ อุปกรณต์ ามสายยทุ ธบรกิ ารตา่ ง ๆ เสนอผู้บังคับบัญชา โดยตรงทราบ
- บัญชอี ืน่ ๆ เฉพาะทจ่ี าเป็น ภายใน 7 วนั
50