The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการฝึกอบรม เรื่องงานท่อ และการเชื่อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TS NT ICEPRO, 2020-09-17 05:43:11

งานท่อและการเชื่อม

คู่มือการฝึกอบรม เรื่องงานท่อ และการเชื่อม

ค่มู อื การฝึกอบรม
เร่อื ง งานท่อ และการเช่อื ม

Page 1 of 50

สารบัญ

เร่ือง หนา้
หัวข้อวิชาท่ี 1 ท่อในเคร่ืองทาความเย็น 6
หวั ข้อวิชาที่ 2 ชนดิ ของลวดเช่ือมแกส๊ 24
หวั ข้อวิชาท่ี 3 ชนดิ ของหัวเชื่อมแก๊ส 26
หวั ข้อวิชาที่ 4 การเชอื่ มแก๊ส 28
หวั ข้อวิชาท่ี 5 การเช่ือมทอ่ ทองแดง 35
ใบทดสอบ 37
ใบงาน 42

Page 2 of 50

รายละเอียดหวั ข้อ
ทอ่ (Piping)

1. ผลลัพธ์การเรียนรู้
1. บอกชนิดของท่อท่ีใชใ้ นเครื่องทาความเยน็ ได้
2. บอกชนิดของลวดเชื่อม
3. ตดั ท่อ ปรับแต่งปลายท่อ ขยายทอ่ บานท่อ และดดั ท่อได้
4. บอกชนิดของหวั เชือ่ มแก๊สได้
5. เลือกใชง้ านหัวเชอื่ มแก๊สได้ถูกตอ้ ง
6. บอกขน้ั ตอนการเชือ่ มแก๊ส ปรับแตง่ แรงดันแกส๊ เอซิทลิ นี แกส๊ LPG และแกส๊ ออกซิเจนได้
7. เชื่อมแกส๊ ปรับแต่งแรงดันแก๊สเอซิทลิ ีน แกส๊ LPG และแก๊สออกซเิ จนได้
8. บอกข้ันตอนการเช่ือมท่อทองแดงผ่านแกส๊ ไนโตรเจนได้
9. เชอ่ื มท่อทองแดงผ่านแก๊สไนโตรเจนได้

2. หัวข้อสาคญั
1. ชนดิ ของทอ่ ทีใ่ ชใ้ นเครือ่ งทาความเยน็
2. การตดั
3. การปรบั แต่งปลายทอ่
4. การขยายท่อ และการบานทอ่
5. การดดั ท่อ
6. ชนิดของลวดเชือ่ มแกส๊
7. ชนดิ ของหัวเชอื่ มแก๊ส
8. ขัน้ ตอนการเชื่อมแกส๊
9. ขน้ั ตอนการเชื่อมท่อทองแดงผ่านแก๊สไนโตรเจน

Page 3 of 50

3. อุปกรณ์ช่วยฝึก

1. สือ่ การฝึกอบรม

1.1 รปู แบบสื่อส่ิงพิมพ์ ประกอบดว้ ย

- คมู่ อื ครูฝึก เพ่ือประกอบการจัดการฝกึ อบรม

- คู่มือการประเมินเพ่ือบันทึกผลการการประเมินการทดสอบของผูร้ บั การฝึก

- ส่อื วีดที ัศน์ เพื่อประกอบการจดั การฝกึ อบรม

2. วัสดแุ ละอุปกรณ์ประกอบการจดั ฝึกอบรมต่อผูร้ ับการฝึก 1 คน

2.1 วัสดุ

1) ท่อแคปท้ิวป์ ยาว 10 เซนตเิ มตร จานวน 1 เสน้

2) ทอ่ ทองแดง ขนาด 3/8 นิว้ ขนาดยาว 50 เซนตเิ มตร จานวน 1 เสน้

3) แฟลร์นตั ขนาด 3/8 น้ิว จานวน 1 อัน

4) ฟลัก๊ จานวน 1 เส้น

5) ลวดเชือ่ มเงิน จานวน 1 เส้น

2.2 เครื่องมือและอปุ กรณ์

1) ค้อน จานวน 1 ตวั

2) คตั เตอร์ตัดท่อ จานวน 1 ตัว

3) ชุดขยายท่อ จานวน 1 ชุด

4) ชดุ บานแฟลร์ จานวน 1 ชุด

5) ตลบั เมตร จานวน 1 ชุด

6) เบนเดอร์ดัดท่อขนาด 3/8 นิว้ จานวน 1 ตัว

7) รีมเมอร์ จานวน 1 ตัว

8) ชุดเชือ่ มแกส๊ จานวน 1 ชุด

9) ชดุ ถังไนโตรเจน จานวน 1 ชุด

Page 4 of 50

4. ขนั้ ตอนการฝกึ อบรม
1. ครฝู ึกมอบหมายให้ผูร้ ับการฝกึ ทาแบบทดสอบการฝึก (Pre-test) และประเมินผล
1.1 ถา้ ผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ตามทก่ี าหนดในเอกสาร จะมีสิทธิ์ขอเขา้ รับการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ
1.2 ถ้าผลการประเมนิ ต่ากว่ารอ้ ยละ 70 ให้ครูฝกึ มอบหมายผูร้ ับการฝกึ ให้ฝกึ อบรมภาคทฤษฎี
2. การฝกึ อบรมภาคทฤษฎี ให้ผูร้ บั การฝกึ ศกึ ษาคู่มอื ผู้รับการฝึก และฝกึ หดั ทาใบทดสอบหวั ข้อทา้ ยวชิ า
3. เมอื่ ผรู้ บั การฝึกศกึ ษาคูม่ ือผ้รู บั การฝกึ น้ันเขา้ ใจแลว้ ให้ครูฝึกมอบหมายผรู้ ับการฝึกให้ทาแบบทดสอบหลงั ฝึก ( Post-
test) และประเมินผลเชน่ เดยี วกนั แบบทดสอบก่อนฝึก
4. การฝกึ อบรมภาคปฏิบัติ ครูฝึกแจงลาดับการปฏิบัติงานใบข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน
5. ครฝู ึกใหผ้ รู้ ับการฝึกทาการฝึก โดยครสู อนต้องคอยสอบถาม ช้ีแนะและให้คาแนะนาเม่ือผู้สอนเกดิ ความสงสัย
6. ครูฝกึ ตรวจผลงานตามแบบประเมินผลงาน พร้อมวเิ คราะหผ์ ลงานร่วมกบั ผรู้ ับการฝกึ และแนะนาวิธแี ก้ไข
7. ครูฝกึ แนะนาผรู้ ับการฝึกที่คะแนนผลงานผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ให้ทดสอบเพ่ือจบการฝกึ

6. การวดั ผล
1. ครูฝึกประเมนิ ผลภาคทฤษฎจี ากแบบทดสอบก่อนฝกึ
1.1 ถา้ ผลการประมเนผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ตามท่กี าหนดในเอกสาร จะมสี ทิ ธขิ์ อเข้ารบั การฝกึ ภาคปฏบิ ตั หิ รือ
เข้ารบั การฝกึ ถดั ไปได้
1.2 ถา้ ผลการประเมนิ ตา่ กว่าร้อยละ 70 ให้ครฝู ึกมอบหมายผ้รู บั การฝึกศึกษาเน้ือหาจากส่อื ด้วยตนเองจน
เข้าใจ จึงทาแบบทดสอบหลังฝึก (Post-test)
2. ครฝู ึกประเมินแบบทดสอบหลังฝึก โดยใช้หลักเกณฑเ์ ดียวกบั การประเมินแบบทดสอบกอ่ นฝึก
3. ครฝู กึ ประเมินผลภาคปฏบิ ัติจากการตรวจวประเมนิ ผลงานของผู้รับการฝกึ โดยตอ้ งผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ตามที่
กาหนดในเอกสาร จึงจะมสี ิทธ์ิเข้ารับการฝกึ ถัดไปได้หรอื เข้ารบั การฝึกท่ีครูฝึกกาหนดไวไ้ ด้

Page 5 of 50

หัวข้อวชิ าที่ 1 ท่อในเครื่องทาความเย็น

1.ชนิดของท่อท่ใี ชใ้ นเคร่ืองทาความเย็น
1.1 ท่อทางเดินสารทาความเย็นทีใ่ ช้ในระบบเครอื่ งทาความเย็น แบ่งออกเปน็ 2 ชนิดดงั น้ี
1) ท่อชนิดอ่อน สว่ นใหญท่ ี่นิยมใช้ ได้แก่ ท่อทองแดงอยา่ งออ่ น(ท่อมว้ น) ทอ่ อะลมู เิ นยี ม ทอ่ ทท่ี าจากสารอลั
ลอยล์พเิ ศษโดยมเี ส้นผา่ นศนู ย์กลางหลายขนาด ท่ีนยิ มใช้กันทั่วไป คอื ท่อทองแดงชนิดอ่อน มขี นาดเสน้ ผ่าน
ศนู ยก์ ลางผา่ นนอก (Outside diameter หรือ OD ตงั้ แต่ 1/4 นิว้ ถึง 3/4 นิ้ว มีความหนาหลายขนาดเชน่
ชนิดหนา (K) ชนิดปานกลาง (M) ชนดิ บาง (L) เปน็ ต้น มคี วามยาวม้วนละ 50 ฟตุ (15 เมตร) เวลาการใช้งาน
ตอ้ งระมันระวงั ในการคลีออกจากม้วน มฉิ ะน้นั อาจทาให้ท่อพับหรือแบนได้ ท่อชนดิ อ่อนมกั นิยมใช้กับระบบทา
ความเยน็ ขนาดเล็กโดยทว่ั ไป
2) ทอ่ ชนิดแข็ง ทใี่ ช่ในระบบความเยน็ ได้แก่ ท่อทองแดงอยา่ งแขง็ (Hard – draw Copper) ทอ่ เหล็กสแตน-
เลส โดยมกี ารจาหนา่ ยเปน็ ท่อนๆ มีขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางภายนอกต้ังแต่ 3/8 น้วิ ถงึ 4 นวิ้ มีความหนา
หลายขนาดเช่นเดียวกับท่อชนดิ ออ่ น มีความยาวประมาณท่อนละ 20 ฟตุ (6 เมตร) มักใชก้ ับระบบการทา
ความเย็นขนาดใหญ่

Page 6 of 50

ขนาดท่อทองแดง และท่อแคปทว้ิ ป์

ทอ่ ทองแดงชนดิ อ่อนแบบม้วน และชนิดแข็งแบบเสน้ มีหลายขนาด ซึง่ นามาใชก้ บั งานเดินท่อของสารทาความเย็นใน

ระบบทข่ี นาดแตกตา่ งกนั โดยมีรายละเอยี ดตามตารางดังนี้

ตางรางท1่ี .1 ขนาดของท่อทองแดงแบบม้วนและ แบบความหนาปกติ

ขนาด (นิ้ว/OD.) ความหนา (มม.) SWG. No.

1/4 0.50 25

1/4 0.71 22

5/16 0.50 25

5/16 0.60 23

5/16 0.70 22

3/8 0.50 25

3/8 0.60 23

3/8 0.71 22

1/2 0.60 23

1/2 0.71 22

5/8 0.71 22

3/4 0.71 22

3/4 0.81 21

Page 7 of 50

ตารางที่ 1.2 ขนาดทอ่ ทองแดงแบบม้วน แบบความหนาพิเศษ

ขนาด (น้วิ /OD.) ความหนา (มม.) SWG. No.
23
3/16 0.60 18
18
1/4 1.20 19
18
5/16 1.20 18
18
5/16 1.02 19
18
3/8 1.20 19

1/2 1.20

5/8 1.20

5/8 1.02

3/4 1.20

3/4 1.02

ตารางท่ี 1.3 ขนาดทอ่ ทองแดงเส้น Type M ความยาว 6 เมตร

ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางภายนอก ขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางภายใน ความหนา (มม.)

(น้วิ /OD.) (นว้ิ /ID.)

3/8 1/4 0.55

1/2 3/8 0.64

5/8 1/2 0.71

3/4 5/8 0.76

7/8 3/4 0.81

1-1/8 1 0.89

1-3/8 1-1/4 1.07

1-5/8 1-1/2 1.27

2-1/8 2 1.52

2-5/8 2-1/2 1.78

3-1/8 3 2.03

Page 8 of 50

ตารางที่ 1.4 ขนาดท่อทองแดงเสน้ Type L ความยาว 6 เมตร

ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางภายนอก ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางภายใน ความหนา (มม.)

(นว้ิ /OD.) (นว้ิ /ID.)

3/8 1/4 0.76

1/2 3/8 0.89

5/8 1/2 1.02

3/4 5/8 1.07

7/8 3/4 1.14

1-1/8 1 1.27

1-3/8 1-1/4 1.40

1-5/8 1-1/2 1.52

2-1/8 2 1.78

2-5/8 2-1/2 2.03

3-1/8 3 2.29

3-5/8 3-1/2 2.54

4-1/8 4 2.79

5-1/8 5 3.18

6-1/8 6 3.56

8-1/8 8 5.08

Page 9 of 50

ตารางท่ี 1.5 ขนาดท่อทองแดงเสน้ Type K ความยาว 6 เมตร

ขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางภายนอก ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางภายใน ความหนา (มม.)

(นว้ิ /OD.) (น้วิ /ID.)

3/8 1/4 0.89

1/2 3/8 1.24

5/8 1/2 1.24

3/4 5/8 1.24

7/8 3/4 1.65

1-1/8 1 1.65

1-3/8 1-1/4 1.65

1-5/8 1-1/2 1.83

2-1/8 2 2.11

2-5/8 2-1/2 2.41

3-1/8 3 2.77

4-1/8 4 3.40

5-1/8 5 4.06

6-1/8 6 4.88

นอกจากน้ที ่ออีกประเภทท่ีเป็นอปุ กรณส์ าคัญของระบบทาความเยน็ คอื แคปปิลลารี่ทิว้ ป์ ซงึ่ มีรายละเอียดของขนาด

ตามตารางดงั ตอ่ ไปน้ี

ตารางท่ี 1.6 แสดงขนาดของทอ่ แคปปอลลารท่ี ิ้วป์

ขนาดและเบอรแ์ คปทว้ิ ป์

เบอร์ ขนาด(นิ้ว/ID.) ความหนา (มม.)

22 0.028 0.71

21 0.032 0.80

20 0.036 0.91

19 0.042 1.07

18 0.050 1.27

17 0.055 1.40

Page 10 of 50

ขนาดและเบอร์แคปทิว้ ป์

เบอร์ ขนาด(นิ้ว/ID.) ความหนา (มม.)

16 0.059 1.50

15 0.064 1.62

14 0.070 1.78

2. การตดั ท่อ
การตดั ท่อสารทาความเย็น มี 2 วิธดี ังนี้
2.1 การตัดท่อโดยใชค้ ตั เตอร์หรือมดี ตัด
คตั เตอรส์ าหรับตดั ทอ่ มีหลายประเภทซึง่ ผู้ใชง้ านควรเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกับประเภท และขนาดทอ่
โดยมีรายละเอียดดังน้ี
1) คัตเตอรต์ ัดท่อแบบสายคล้องตัว สาหรบั ตดั ท่อในที่แคบ โดยตดั ท่อได้ต้ังแต่ขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลาง
2 – 12 นิว้

2) คตั เตอร์ตัดท่อแบบสปรงิ ประกอบไปดว้ ยสว่ นของสปริงที่มีหน้าท่ชี ว่ ยในการขยับเข้าออกรวดเร็วยิ่งข้ึน

Page 11 of 50

ทาให้ประหยัดเวลาในการหมุนคตั เตอร์เพ่ือตัดท่อ คัตเตอร์ตัดท่อแบบสปรงิ มีหลายรุน่ ซึ่งสามารถตดั ทอ่
ที่มีขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง ¼ - 6 นิ้ว

3) คตั เตอร์ตดั ท่อทองแดงและท่อคอนดูด (Tubing and Conduit Cutter) สาหรับตัดท่อทองแดง
ท่อทองเหลือง ท่ออะลูมเิ นียม และทอ่ คอนดูดแบบกวา้ ง โดยคัตเตอรป์ ระเภทนี้ จะมลี ูกบิดขนาดใหญ่ ซ่ึง
ช่วยประหยัดเวลาในการตดั ท่อ คัตเตอร์ประเภทนี้มีหลายขนาด สามารถตัดท่อท่ีมขี นาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง
1/8 – 4 นิว้

Page 12 of 50

4) คตั เตอร์ตัดท่อแบบลูกกลิ้งขนาดใหญ่ เป็นคัตเตอร์ที่ออกแบบมาเพือ่ ใช้กับท่อทม่ี ีขนาดใหญ่ และสามารถใช้
ร่วมกบั มอเตอร์ขันท่อ โดยอปุ กรณ์น้สี ามารถรองรบั ท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางตงั้ แต่ 1/8 – 2 นิ้ว

5) คัตเตอร์ตัดท่อแบบอัตโนมัติ เหมาะสาหรับตดั ท่อทองแดง ทอ่ ทองเหลือง ทอ่ อะลูมเิ นียม ทอ่ พวี ีซี
ท่อคอนดูดแบบบาง อุปกรณ์น้ีจะทาใหจ้ ับยึดทอ่ ได้แบบพอดี และสามารถตัดได้โดยหมุนอุปกรณ์ไปรอบๆ
เหมาะสาหรับการทางานในพ้ืนท่ีจากดั คตั เตอร์แบบแตโนมัติมี 2 ขนาด คือขนาดสาหรับทอ่ เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง
15 มลิ ลิเมตร และ 22 มิลลิเมตร

Page 13 of 50

5) มนิ คิ ัตเตอร์ เปน็ คัตเตอรขนาดเลก็ เหมาะสาหรับตัดท่อขนาดเล็ก เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 3 – 22 มลิ ลิเมตร
และพืน้ ที่ทางานทจี่ ากดั ซึ่งมินคิ ตั เตอร์สามารถตัดทอ่ ทองแดง ทอ่ อะลมู ิเนียม และท่อทองเหลอื ง

ในระบบทาความเย็นขนาดเล็ก มีดตดั ท่อจดั เปน็ เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการตดั ท่อมากท่ีสดุ รองลงไป คอื ตะไบสามเหลีย่ ม
ส่วนเลอื่ ยตัดเหลก็ มกั ใชใ้ นกับงานท่อของระบบทาความเย็นขนาดใหญ่เท่านนั้

การตัดท่อดว้ ยมดี ตดั ทอ่ เป็นวธิ ที ่นี ยิ มใชเ้ ทา่ ไปเนื่องจากกระทาไดง้ า่ ย และไม่มีเศษผงขณะทาการตัดทอ่ มีดตัดท่อเป็น
เครือ่ งมือท่ีใชส้ าหรบั ตัดท่อทองแดงชนิดออ่ น ในการปฏิบัตงิ านบางครง้ั มีดตดั ทอ่ ธรรมดาไม่สามารถใช้งานได้ เน่อื งจากพืน้ ท่ีคับ
แคบจึงต้องใชม้ ดี ตัดทอ่ ขนาดเลก็ (Mini Cutter) มีดตดั ท่อขนาดเลก็ จะใช้กับท่อขนาดเล็กโดยมเี สน้ ผ่านศนู ยก์ ลางไมเ่ กิน 1/2 น้วิ
ดงั ภาพท่ี 1.8 ขา้ งตน้

การคลที่ ่อทองแดง
ท่อทองแดงอ่อนที่มจี าหนา่ ยเปน็ ม้วนเมื่อใช้งานจะต้องคลี่ใหถ้ กู ต้อง มิฉะนัน้ อาจทาให้ท่อพบั หรือแบนได้ และความยาว
ทีค่ ล่อี อกมาเพ่ือตดั การใชง้ านจะต้องมีความพอดี ถ้ามีความยาวมากเกนิ ไปเม่ือต้องการม้วนกลบั คืนจะกระทาไดล้ าบาก ปกติ
จะต้องใช้สปรงิ ดดั ท่อดดั คนื เข้ามว้ น การคล่ที ่อทองแดงอ่อนจะกระทาโดยการขบั มว้ นทองแดงใหต้ งั้ ฉากกับพนื้ เรียบ เอามอื กด
ด้านปลายท่อใหช้ ิดกับพืน้ แล้วค่อยๆจบั ม้วนทองแดงกลง้ิ ม้วนไปตรงขา้ มกบั ด้านปลายท่อทกี่ ดไว้ชิดพื้น การกล้ิงมว้ นทองแดง
ออกไปกจ็ ะไดค้ วามยาวทอ่ ท่ีต้องการใช้ เม่อื ไดค้ วามยาวที่ตอ้ งการก็จะมกี ารตัดท่อในขั้นตอนตอ่ ไป โดยที่คลี่ม้วนอาจจะดูไม่
สวยงาม ซงึ่ สามารตกแต่งด้วยมือ และคอ้ นยางรว่ มกัน สาหรับม้วนท่อทองแดงเม่ือมีการตัดท่อบางสว่ นออกไปแลว้ จะตอ้ งรบั ปดิ
ปลายท่อด้วยฝาจุกปิดทนั ที ท้งั น้เี พ่ือป้องกันฝุ่นผง แมลงหรือส่ิงแปลกปลอมตา่ งๆ รวมทงั้ ความชน้ื ทีอ่ าจเขา้ ไปในท่อได้

Page 14 of 50

ขน้ั ตอนการตดั ทอ่ โดยใช้มีตัด มดี ังน้ี
1) ทาตาแหน่งที่จะตดั ไว้ท่ีทอ่ ทองแดง
2) วางทอ่ ส่งระหวา่ งลกู กลิ้งกับใบมีดของมีดตดั ท่อ โดยใหใ้ บมีดตรงกับตาแหน่งที่ทาเคร่ืองหมาย
3) ปรบั ระยะใบมีดใหฝ้ ังลงบนท่อเล็กน้อย
4) หมนุ คตั เตอร์รอบท่อชา้ ๆ เพ่ือให้ใบมดี ฝงั ลงบนเนื้อท่อรอบๆ
5) ปรบั ระยะใบมดี ให้ฝงั ลงบนเน้อื ท่อใหล้ กึ ขั้น แลว้ หมุนคัตเตอร์รอบท่อ ทาซ้าๆ จดั ขาด
6) จัดการลบคมท่อด้วยรีมเมอร์

2.2 การตัดท่อโดยใชเ้ ลื่อย
การตดั ท่อโดยใช้เล่อื ย เหมาะสารับทอ่ แขง็ โดยตอ้ งใชต้ วั จับท่อไว้กอ่ นที่จะใช้เลื่อยตัดเพื่อความสะดวกและแมน่ ยา

Page 15 of 50

2.3 การตดั ท่อโดยแคปปลิ ลารท่ี วิ้ ป์
ทอ่ แคปปิลลารี่ หรอื แคปทิ้วป์ เปน็ ท่อท่ีมขี นาดเล็กมาก ดังนั้นในการตดั แคปทิว้ ป์จึงต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ

สาหรับตัดแคปทวิ ปเ์ ท่านนั้ โดยในการตดั แคปทิ้วป์มีขน้ั ตอนดงั นี้
1) คล่ที ่อรูเข็มออกจากม้วน ตกแตง่ ใหเ้ ป็นเสน้ ตรง
2) ทาตาแหน่งจุดท่ตี ัด
3) ใชต้ ะใบสามเหลี่ยมถูตรงจุดตัดให้เปน็ ร่องลึก ประมาณ1/3 ขนาดของท่อ
4) ใชม้ ือดัดงอไปมาให้ท่อหกั ตรงจดุ ตดั
5) ตกแต่งปลายท่อดว้ ยตะไบให้สวยงาม
6) ทาความสะอาดไม่ให้เศษท่อทองแดง หรือสงิ่ สกปรกอน่ื ๆเข้าไปในท่อ

3. การปรบั แตง่ ปลายท่อ
ในการปรบั แต่งปลายท่อจะใช้รีมเมอร์(Reamer) ช่วยลบความคมและความขรขุ ระของท่อที่เพ่งิ ตัดใหมโ่ ดยการลบคม

ตอ้ งให้ปลายท่อช้ลี งพืน้ เพื่อป้องกนั ไม่ใหเ้ ศษทอ่ ทองแดงเข้าไปในท่อ เนื่องจากจะทาให้อุดตนั ของทอ่ หลงั จากการปรบั แต่ง
ปลายทอ่ เรยี บร้อยแลว้ ถา้ ยังไมใ่ ชง้ านควรหาวัสดปุ ดิ หรอื ใชค้ ีมบีบไว้เพ่ือป้องกันส่ิงสกปรก โดยรีมเมอรล์ บคมท่อ แบ่งออกเปน็

- ชุดใบมีดงอ เป็นอุปกรณล์ บคมท่อโลหะสาหรบั ใส่กับกา้ นจับขนาด 3.2 มม.

Page 16 of 50

- อปุ กรณ์ลบคมปลายท่อ สามารถลบคมไดท้ ้ังขอบดา้ นในและดา้ นนนอก โดยสว่ นท่จี บั ทาจากพลาสติกชว่ ยให้จบั ได้
แน่นกระชับ

4. การขยายท่อและการบานท่อทองแดง
4.1การขยายท่อทองแดง
เป็นการขยายท่อให้มีขนาดใหญข่ ึ้นเล็กน้อย เพื่อใหส้ ามารถสวมตอ่ กบั ท่ออีกท่อนหนึ่งทมี่ ี
ขนาดเท่ากนั โดยใชเ้ คร่อื งมอื ขยายท่อ (Swaging Tool) ซ่ึงประกอบไปด้วยตวั จับทอ่ และเหลก็ ตอก
ขนั้ ตอนการขยาย มีดงั นี้
1) ควา้ นตกแตง่ ปลายท่อใหเ้ รียบรอ้ ย
2) ใสท่ ่อเขา้ ไปในรูของตัวจับท่อ ขนาดของรกู บั ท่อต้องเท่ากัน วัดความสูงของปลายท่อใหเ้ ท่ากบั ความหนา
ของเหลก็ ตอก
3) ขนั ตวั จับใหแ้ นน่
4) ใส่เหล็กตอกเข้าไปในทอ่ แล้วใช้ค้อนค่อยๆตอกเหล็กตอก จนปลายทอ่ แนบกบั ด้านเหล็กตอก
5) คลายตวั จับท่อออก

Page 17 of 50

4.2 การบานแฟลร์หรือการบานท่อ
การทาแฟลร์ เรยี กอีกอย่างว่า การบานทอ่ มจี ดุ ประสงคเ์ พ่ือต่อทอ่ เขา้ ดว้ ยกัน โดยใชว้ ธิ ีการขนั เกลียวของแฟลร์นตั ที่

เกลยี วใน เขา้ กับเกลียวนอกของยูเนย่ี น ซึง่ แบ่งออกเป็นการบานท่อชนั้ เดยี ว และการบานท่อสองช้ันมีระยะการบานแฟลรต์ าม
ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง ดงั นี้

ตารางท่ี 1.7 แสดงระยะ A ตอ่ ขนาดทอ่ ตา่ งๆ

เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง ระยะ A (มม.)

1/4 นิว้ 0.8 - 1.5

5/16 น้วิ 0.8 – 1.2

3/8 นวิ้ 1.0 – 1.8

1/2 น้วิ 1.0 – 2.0

Page 18 of 50

ขัน้ ตอนการบานท่อชัน้ เดยี ว มดี งั นี้
1) ควา้ นตกแตง่ ปลายท่อใหเ้ รียบรอ้ ย
2) ใสท่ ่อเขา้ ไปในรูจบั ท่อ ขนาดของรูกับท่อต้องเท่ากนั และใหป้ ลายท่อสูงกวา่ ตวั จับประมาณ 1/3
ของความสงู ปากหลุม ถ้าเหลอื ปลายท่อไว้มากเกนิ เม่ือบานทอ่ ท่อจะแตกออก ถ้าเหลอื ปลายทอ่ น้อยเกินไป
เมอื่ ไปสวมตอ่ จะทาให้เกดิ การรวั่ ไหลของสารทาความเย็นได้
3) ขันตัวจับให้แน่น
4) สวมตัวบานทอ่ เข้าไปในตัวจบั แล้วออกแรงขันให้ตวั บานทอ่ ทองแดงบานออก
5) คลายตัวจบั ออก

Page 19 of 50

ขนั้ ตอนการบานท่อสองชั้น มดี ังน้ี
1) คว้านตกแตง่ ปลายท่อใหเ้ รียบรอ้ ย
2) ใส่ท่อเข้าไปในรจู บั ท่อ โดยให้ความสูงของปลายท่อเทา่ กับความหนาของอะแดปเตอร์
3) ขนั ตวั จับใหแ้ น่น
4) สวมอะแดปเตอร์เขา้ ไปในทอ่
5) ออกแรงขันให้ตวั บานท่อกดลงบนอะแดปเตอรจ์ นแนน่
6) คลายตัวบานท่อออก และนาอะแดปเตอร์ออก และออกแรงขนั ให้ตัวบนท่อกดลงบนปลายทอ่ อีกครง้ั
7) คลายตัวบานท่อและตัวจบั ท่อออก
8) ถ้าหากท่อท่บี านแลว้ สวมกับยูเนย่ี นไม่พอดีใหท้ าใหม่

Page 20 of 50

5.การดดั ท่อ

การดดั ท่อให้โคง้ เพือ่ ใหส้ ามารถดึงตอ่ ถึงกันได้ โดยการดัดทอ่ ใช้เครื่องมือที่เรยี กว่า เบนเดอร์ (Bender) ซงึ่ สามารถดัด

ท่อไดห้ ลายชนดิ เช่นท่อเหล็ก ทอ่ สแตนเลส ทอ่ ทองแดง ท่ออะลูมเิ นยี ม เปน็ ตน้ โดยไมค่ วรใช้กับท่อที่มีผนังท่อบางมาก และท่อ

แขง็

เบนเดอร์

แบ่งออกได้ 3 ประเภทคอื

1) แบบกระเดื่อง (Lever Bender) เปน็ แบบทน่ี ยิ มใชก้ ันท่ัวไป สามารถให้ระยะดัดไดท้ ่ี 180 องศา การใชง้ าน

มหี ลักสาคญั คือเลือกขนาดใหเ้ หมาะกับขนาดทอ่ ท่จี ะดดั เลือกใชร้ ัศมีของโคง้ วงกลมทดี่ ัดให้ตรงกับขนาดของ

เบนเดอร์

ตารางท่ี 1.8 ระยะรัศมีของโคง้ วงกลมของเบนเดอร์

ขนาดของเบนเดอร์ ระยะรัศมี(น้ิว)

1/4 9/16

5/16 11/16

3/8 15/16

2) แบบสปริง (Spring Bender) เป็นเคร่ืองมือสามารถดดั ท่อได้หลายรูปแบบ การใชง้ านมีหลกั การคือ ต้อง
เลอื กขนาดสปริงให้เหมาะกับขนาดท่อ หลงั การดัดแลว้ สปริงมกั ตดิ กับตวั ท่อให้ทาการหมุนตามเกลยี วสปริง
เพ่อื นาสปรงิ ออก ไมค่ วรดงึ สปรงิ ออกโดยตรง
3) แบบ Gear type เปน็ เครอ่ื งมือท่ีไม่พบโดยทั่วไป สว่ นใหญจ่ ะใชใ้ นงานอตุ สาหกรรม เพื่อผลติ งานในแบบ
ปรมิ าณมากๆ
ขนั้ ตอนการดดั ท่อ มดี ังนี้
1) เลอื กเบนเดอร์ให้มีขนาดพอดีกบั ทอ่
2) ยกดา้ มหมุนขน้ึ ใสท่ ่อทองแดงในชอ่ ง และตัวยดึ ท่อเพ่ือป้องกนั ไม่ให้ท่อล่นื ไหล ดังภาพที1่ .18

Page 21 of 50

3) นาทอ่ ทองแดงสอดเข้าไปในเบนเดอร์ ตรวจสอบตาแหน่งองศาท่ี 0 ใหต้ รงกับตาแหนง่ ทจ่ี ะดดั
ดังภาพที่ 1.19 – 1.20

4) ค่อยๆกดด้ามของเบนเดอร์ใหท้ ่อโค้งงอตามองศาท่ีต้องการ ดังภาพที่ 1.21

Page 22 of 50

5) ถ้าดัดท่อท่ีมีมุมมากกว่า 90 องศา ใหห้ มนุ ดา้ มจบั ทวนเข็มนาฬิกาเข้าหาตวั เพื่อให้สามารถกดด้ามจบั ได้อีก
6) วัดความยาวจากปลายท่อ และทาเครือ่ งหมายจดุ ท่ีต้องการดัด
7) ถ้าปลายดา้ นของทอ่ ท่ตี ้องการดัดอยู่ดา้ นซา้ ยของตัวยดึ ท่อ ใหข้ ยบั เครือ่ งหมายบนท่อให้ตรงกบั ขีด L

บนดา้ มจบั
8) ถา้ ปลายดา้ นของทอ่ ทตี่ อ้ งการดัดอยู่ดา้ นขวาของตัวยึดทอ่ ใหข้ ยับเคร่อื งหมายบนท่อใหต้ รงกบั ขีด R

บนด้ามจบั
9) การดดั ทอ่ ดว้ ยมุม 90 องศา จะกดดา้ มกดลงจรกระท่งั ขีด 0 บนด้ามจับตรงกับขีด 90 บนวงลอ้
10) การดัดทอ่ ด้วยมมุ 45 องศา จะกดดา้ มกดลงจรกระท่งั ขดี 0 บนดา้ มจับตรงกับขีด 45 บนวงลอ้
11) ถอดท่อออกจากเบนเดอร์

Page 23 of 50

หวั ข้อวิชาท่ี 2 ชนิดของลวดเชื่อมแก๊ส
1. ชนิดของลวดเชือ่ มแกส๊

ในการเช่อื มแก๊สจาเปน็ ต้องมีวลดเชอ่ื มแก๊ส เพ่ือเป็นตัวช่วยในการประสานระหวา่ งท่อที่จะเชือ่ ม โดยลวดเช่ือมแกส๊ จะ
หลอมละลายเม่ือไดร้ บั ความร้อน และจะแทรกตวั ไปยึดเกาะกบั ท่อ เปรยี บเมือนดังกาวท่ีจะชว่ ยยดึ ติด นอกจากน้ียังช่วยไม่ให้
เกดิ รอยร่ัวระหวา่ งการเช่อื มต่อของท่อด้วย

ลวดเช่อื มแกส๊ มีหลายชนดิ ซ่งึ มีคุณสมบัติตา่ งกนั ดังนี้
1.1 ลวดเช่ือมเงิน

ลวดเช่อื มเงนิ เรียกอีกอย่างว่า ลวดเช่ือมทองแดง มีจุดหลอมเหลวตา่ และไม่ต้องใช้ฟลกั ซ์ในการเชื่อมประสาน
เหมาะสาหรบั ใชง้ านเชื่อมระหวา่ งทอ่ ทองแดงและทอ่ ทองแดง เชน่ ในงานเครื่องทาความเย็นและเคร่ืองปรบั อากาศ

1.2 ลวดเชอ่ื มทองเหลอื ง
มจี ุดหลอมเหลวสูง และต้องใชฟ้ ลกั ซ์ในการเชอ่ื มประสาน เหมาะสาหรบั ใช้ในงานเคร่ืองทาความเย็นและ

เครื่องปรับอากาศ และซอ่ มแซมช้นิ งาน เชน่ งามเช่อื มทองเหลอื ง ทองแดง ทองแดงผสม และเหล็กหล่อ

Page 24 of 50

1.3 ลวดผิวแดง

ลวดผิวแดงเป็นลวดเปน็ ลวดทใี่ ชใ้ นงานเช่อื มเหล็กทั่วไป เหมาะกับงานทาท่อมอเตอร์ไซต์ และเฟอรน์ ิเจอร์

นอกจากน้ยี งั มีลวดเชือ่ มแกส๊ อกี หลายชนดิ ที่ใช้ไดก้ บั งานท่ีทาจากโลหะเฉพาะเจาะจงเท่านั้น เช่น ลวดเช่ือมเหล็ก ลวด

เชอ่ื มเหล็กหลอ่ ลวดเชอ่ื มโลหะผสมลวดเชื่อมสแตนเลส และลวดเชอื่ มอะลมู ิเนียม เปน็ ตน้

ตารางที่ 2.1 ตัวอย่างลวดเช่ือม

มาตรฐาน AWS ชนดิ ของโลหะ อุณหภูมหิ ลอมเหลว

(องศาเซลเซยี ส)

ER5356 อะลูมเิ นยี ม 2060

ER70S-6 อารก์ อน 40 – 30

ER308 สเตนเลสสตลี 1400 - 1450

ERCuAl-A2 ทองแดง 1040

การเลือกใช้ลวดเชอื่ มในงานท่อของเครื่องปรับอากาศ จะใช้ลวดเชอื มทองแดง หรอื ลวดเชื่อมเงนิ ซง่ึ สามารถ

แบ่งระดับได้ดงั น้ี

ตางรางที่ 2.2 ลวดเชอื่ มเงนิ ระดบั ตา่ งๆ

ชนิด งานเชือ่ มที่เหมาะสม

ไม่มสี ว่ นผสมของเงิน (0%) งานเช่อื มทองแดงแบบประหยัด และใช้งานท่ีอณุ หภมู สิ งู

มีส่วนผสมของเงิน 2% งามเชือมทองแดง และงานเช่ือมทองเหลอื ง แบบท่ีใช้อุณหภมู ิ

สูงได้

มีส่วนผสมของเงิน 5% งานเชอ่ื มท่ตี ้องการความยืดหยุ่นกวา่ 0% และ 2%

มสี ่วนผสมของเงนิ 15% งานทีห่ น้าสัมผสั ไมเ่ รียบ งานเครอ่ื งทาความเยน็ และงาน

เคร่ืองปรับอากาศเคลื่อนที่

มีส่วนผสมของเงิน 35% งานทม่ี ีโลหะพื้นฐานตา่ งสกลุ เชน่ เหล็กกบั ทองแดง

มสี ่วนผสมของเงิน 45% งานท่มี โี ลหะพืน้ ฐานต่างสกลุ เชน่ สเตนเลสสตลี กับ ทองแดง

หรอื ทองเหลือง

มีสว่ นผสมของเงิน 56% งานเชอ่ื มทีต่ ้องการคุณภาพสูงสดุ เชน่ ในอตุ สาหกรรมผลติ

อาหาร

Page 25 of 50

หวั ขอ้ วชิ าที่ 3 ชนิดของหวั แกส๊ เชื่อม

หัวแก๊สเชอื่ ม (Welding Torch) อุปกรณสาคญั ทเ่ี ปน็ ทางผ่านของแกส๊ ออกซเิ จนและแก๊สเอซทิ ลิ นี และช่วยควบคุม
ทิศทางของแก๊ส ซึ่งหัวเช่อื มแก๊สประกอบไปด้วย ตัวหัวเชอ่ื ม (Torch Body) มีลักษณะเปน็ ทอ่ กลวงท่ีติดกับทอ่ แก๊สออกซิเจน
และเอซิทีลีน รวมท้ังเปน็ บรเิ วณมีจบั สาหรบั ทางานเชื่อม ส่วนปลาย เรียกวา่ หวั เช่ือม (Torch Tip) ซึ่งอยูป่ ลายสดุ ของหัวเช่อื ม
กับสว่ นหอ้ งผสมแก๊ส หวั เช่ือมแกส๊ ถูกนามาใชง้ านเช่ือมติดตง้ั ช้นิ งานโลหะเข้าดว้ ยกันอย่างแขง็ แรง และแนบเนียน

1. หวั เช่ือมแก๊ส
แบง่ ตามลักษณะของแรงดนั แก๊สเอซทิ ลิ ีนไดเ้ ปน็ 2 ชนิด ได้แก่
1.1 ชนดิ ความดนั สมดุล (Equal Pressure Type)
ชนดิ ความดันสมดุล ใชก้ ับถงั เอซทิ ิลีนแบบบรรจุถังสาเร็จที่มคี วามดนั สูงกวา่ ถงั แก๊สทเ่ี ตรียมเองในบางครั้งจะ

เรียกวา่ Balanced Pressure เน่ืองจากมักจะใช้ ความดนั ของแกส๊ ออกซเิ จนและเอซทิ ิลีนในอตั รส่วนเท่ากัน

1.2 ชนิดหวั ฉีด (Injection Type)
ชนดิ หวั ฉีด หรือเรียกวา่ Low Pressure Type เหมาะสาหรับใช้งานกับถังแก๊สอะซิทิลนี จากถงั ที่มคี วามดันตา่

หวั ฉีดแกส๊ ประเภทน้ีมโี ครงสร้างภานในทแ่ี ตกตา่ งจากหวั ฉดี แบบสมดลุ เน่ืองจากมที ่อแก๊สออกซเิ จนอยตู่ รงกลางดา้ นในและมที ่อ
แก๊สอะซทิ ลิ นี ล้อมรอบ ซ่ึงโครงสรา้ งแบบนี้ ทาใหเ้ กิดสญุ ญากาศดดู แกส๊ อะซิทิลีนเขา้ ไปผสมแก๊สออกซิเจน

Page 26 of 50

นอกจากนใี้ นการเชื่อมแก๊สต้องให้ความสาคญั ในการเลือกขนาดหวั ทพิ เชอื่ ม (Welding Tip) ซึง่ เป็นทอ่ ทองแดงผสมท่ีมี

ขนาดของรทู หี่ ลากหลาย โดยขนาดของรทู ี่หวั ทิพเชอื่ มจะสัมพันธก์ บั ขนาดของเปลวไฟ ดังนน้ั การเลอื กขนาดของหวั ทิพจะต้อง

พิจารณาจากความหนาและชนิดของโลหะทจี่ ะเชื่อมดว้ ย เนื่องจากการเลือกหวั ทิพที่ใหญเ่ กนิ ไป จะทาให้แนวเชอ่ื มมีขนาดใหญ่

และอาจเกิดการทะลไุ ด้ สว่ นการเลือกหวั ทิพท่เี ล็กเกนิ ไป จะทาใหป้ ริมาณความร้อนไมเ่ พยี งพอสาหรบั การหลอมละลายโลหะ

ทาให้เสียเวลาเชือ่ มนานเกินความจาเป็น โดยความเหมาะสมระหว่างขนาดของหวั ทพิ และความหนาของชิ้นงานเป็นไปตาม

ตาราง ดงั น้ี

ตารางท่ี 3.1 ขนาดของหัวทิพและความหนาชนิ้ งาน

ขนาดเบอรห์ ัวทพิ ขนาดความหนาโลหะทีต่ ้องการเชอื่ ม (มิลลเิ มตร)

0 0.79

1 1.58

2 2.38

3 3.17

ปลายตดั หวั แก๊ส สามารถนามาใชเ้ ช่ือมต่อกับชุดถังแกส๊ ได้ เพ่อื ทาการตัดชนิ้ งานโลหะใหข้ อบคมเรยี บ ปลายหวั ตัดจะมี
ลักษณะเป็นรูขนาดเล็กที่พ่นเปลวไฟอยู่รอบ ๆ รูของแกส๊ ออกศซเิ จน ซง่ึ เปลวไฟน้จี ะช่วยให้ชิน้ งานร้อน โดยปลายหัวตัดแบง่ ได้
เป็น ดังนี้

- ปลายหัวตดั แบบมาตรฐาน เส้นผา่ นศูนย์กลางภายในท่อมีขนาดคงท่ี ซ่งึ ปล่อยแกส๊ ออกซิเจนทม่ี คี วามดนั 30 –
60 psi

- ปลายหัวตัดแบบความเรว็ สูง ภายในท่อจะมเี ส้นผ่านศนู ย์กลางจากแคบไปกวา้ ง ทาใหส้ ามารถปลอ่ ยแก๊ส
ออกซิเจนออกมาที่ความดนั 60 – 100 psi ดว้ ยความเร็วในการตดั ทีส่ ูงมาก หัวตดั ประเภทนี้จงึ ต้องใช้กับ
เคร่อื งตัดเท่าน้ัน

Page 27 of 50

หวั ขอ้ วชิ าท่ี 4 ขั้นตอนการเช่ือมแก๊ส

1. ข้ันตอนการเชื่อมแก๊ส

1.1 เครอ่ื งมอื
ในการเช่อื มทอ่ น้ายาสารทาความเยน็ จะประกอบไปด้วยเครอ่ื งมือและอุปกรณ์ ดังน้ี
1) ถงั บรรจุแกส๊ แอลพจี ี (Liquefied Petroleum Gas : LPG Cylinder)
2) แกส๊ แอลพีจี เป็นสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอน เมื่อรวมกบั ออกซิเจนจะทาให้เกิดการ
สนั ดาปและให้ค่าความร้อนสงู มคี ุณสมบตั ิ คอื ติดไฟได้ หนกั กว่าอากาศ ไม่มสี ี ไม่มีกลน่ิ และอาจ
เกดิ การระเบดิ ได้ถ้ามคี วามดนั สูงถึงจดุ วิกฤติ แกส๊ แอลพีจจี ะบรรลุค่าความดนั ประมาณ 100 –
130 psig ทอี่ ุณหภมู ิ 20 องศาเซลเซียส
3) ถังบรรจแุ ก๊สอะซทิ ิลนี (Acetylene Cylinder)
4) แกส๊ อะซิทิลนี เป็นสารประกอบประเภทไฮโดรคารบ์ อน เมอื่ รวมกับออกซิเจนจะทาใหเ้ กิดการ
สันดาปและให้ค่าความร้อนสูง มีคุณสมบัติ คือตดิ ไฟได้ หนกั กวา่ อากาศ ไมม่ สี ี ไมม่ ีกล่นิ และอาจ
เกดิ การระเบิดไดถ้ ้ามีความดันสงู ถงึ จุดวกิ ฤติ แก๊สแอลพีจจี ะบรรลคุ า่ ความดนั ประมาณ 250 psig
ทีอ่ ณุ หภมู ิ 20 องศาเซลเซียส
5) ถงั บรรจแุ กส๊ ออกซิเจน (Oxygen Cylinder)
6) แก๊สออกซิเจนจดั เปน็ แกส๊ ชนดิ ทว่ั ไปท่ีมีตามธรรมชาติ มีคณุ สมบัติคอื ช่วยให้ไฟตดิ แต่ไมต่ ดิ ไฟ ไมม่ ี
สี ไม่มีกล่นิ ทอ่ ออกซเิ จนจะบรรจคุ า่ ความดันประมาณ 2,000 psig ท่อี ุณหภูมิ 20 องศา
เซลเซียส
7) ชดุ วาล์วหัวปรบั ความดันพร้อมเกจวดั สาหรับแก๊สออกซิเจน (Oxygen Regulator) เป็นวาล์วที่มี
เกจเปน็ ตวั บอกคา่ ความดันท่ีมภี ายในถังออกซิเจนและตา่ ความดนั ที่ปล่อยออกมาใช้งาน และมี
วาลว์ ปรับความดนั ที่เป็นตัวควบคมุ ความดนั ทีป่ ล่อยออกมาใช้งานให้มีอัตราการไหลสมา่ เสมอ
โดยทว่ั ไปเกจทีเ่ ปน็ ตวั บอกคา่ ความดนั ท่ีมภี ายในถังออกซเิ จนจะมีค่าประมาณ 3,000 – 4,000
psig และเกจที่เปน็ ตวั บอกค่าความดนั ทป่ี ล่อยแกมาใช้งานจะมีคา่ ประมาณ 250 – 300 psig

Page 28 of 50

8) ชุดวาลว์ หวั ปรบั ความดนั พร้อมเกจวดั สาหรับแกส๊ แอลพีจี (LPG Regulator) เปน็ วาล์วทีม่ ี
เกจเป็นตวั บอกค่าความดันที่มีภายในถังแอลพจี ีและต่าความดันท่ปี ลอ่ ยออกมาใช้งาน และมีวาล์ว
ปรบั ความดันท่ีเปน็ ตวั ควบคมุ ความดันทป่ี ลอ่ ยออกมาใช้งานให้มอี ัตราการไหลสมา่ เสมอ โดยท่ัวไป
เกจท่ีเปน็ ตวั บอกคา่ ความดันท่มี ภี ายในถังแอลพจี จี ะมคี ่าประมาณ 100 - 130 psig และเกจทีเ่ ปน็
ตวั บอกคา่ ความดนั ที่ปล่อยแกมาใชง้ านจะมีค่าประมาณ 15 - 30 psig

9) ชดุ วาลว์ หวั ปรบั ความดนั พรอ้ มเกจวัดสาหรบั แกส๊ อะซิทิลนี (Acrtylene Regulator) เป็นวาลว์ ทม่ี ี
เกจเปน็ ตัวบอกคา่ ความดันทม่ี ภี ายในถังอะซทิ ิลนี และต่าความดันท่ีปล่อยออกมาใช้งาน และมี
วาลว์ ปรับความดนั ท่ีเป็นตัวควบคุมความดนั ท่ปี ลอ่ ยออกมาใชง้ านให้มอี ัตราการไหลสมา่ เสมอ
โดยทั่วไปเกจทีเ่ ปน็ ตวั บอกคา่ ความดันทม่ี ภี ายในถังอะซิทลิ นี จะมคี ่าประมาณ 200 - 250 psig
และเกจทเี่ ปน็ ตัวบอกคา่ ความดันที่ปล่อยแกมาใช้งานจะมคี า่ ประมาณ 15 - 30 psig

10) สายยางแอลพีจี สายยางอะซิทลิ ีน และสายยางออกซเิ จน (Welding House) มลี ักษณะเป็นทอ่
ยาง ซ่งึ อาจใช้แบบสายเดี่ยวเดินคกู่ ันหรอื สายคู่ ซ่ึงมรี หัสสีทีช่ ดั เจน ขนาดสายจะมคี วามยาว
ประมาณ 5 – 10 เมตร

11) ข้อตอ่ (Fitting) ไวส้ าหรับสวมเข้ากับสายเชื่อม แล้วยดึ ด้วยแคลปร์ ดั ท่อยาง
12) ทอรช์ เช่ือมและหวั ทพิ เชื่อม (Welding Torch and Welding Tip) ทอรช์ เช่ือม หรือ กระบอก

เชื่อม เปน็ ส่วนท่แี ก๊สออกซเิ จนและแกส๊ แอลพีจี หรือแก๊สอะซิทิลนี ผสมกนั โดยสามารถควบคุม
อตั รสว่ นไดต้ ามตอ้ งการ จากน้นั แก๊สจะไหลไปสหู่ วั ทพิ เชอื่ ม
13) แวน่ ตาเชือ่ มแก๊ส (Welding Goggle) สวมเพือ่ ป้องกนั สะเกด็ ไฟจากการเช่ือม และถนอมสายตา
โดยมีท้ังแบบเลนสค์ ู่และแบบเลนสเ์ ดย่ี ว
14) อุแกรณจ์ ดุ ไฟ (Spark Lighter) ขณะจดุ ไฟควรใหป้ ลายทิพห่างประมาณ 1 นว้ิ
15) อปุ กรณท์ าความสะอาดหัวทพิ เชอื่ ม (Tip Cleaner) เพอื่ ไม่ใหเ้ ปลวไฟเอียงหรือแตกออก
16) วาล์วป้องกนั แกส๊ และไฟยอ้ นกลับ (Reverse Floe Check Valves)
17) ประแจ (Wrench) ใช้ประแจเปิดถังโดยเฉพาะ
18) ลวดเชือ่ มแกส๊ (Filler Rod)

Page 29 of 50

1.2 การเตรยี มการเช่อื ม
มีข้ันตอนดงั ต่อไปนี้
1.2.1 การเปิดวาล์วถงั แก๊ส
1) เปดิ วาลว์ หัวท่อของแก๊สแอลพจี ี ประมาณ 1/4 รอบ จะสังเกตคา่ ความดนั ภายในถังจากเกจวดั แรงดัน
2) เปิดวาลว์ รับความดนั (Regulator) โดยหมุนตามเขม็ นาฬกิ า ให้ได้ความดันประมาณ 7 – 10 Psig
3) เปิดวาลว์ หัวทอ่ แกส๊ อะซิทิลีน ประมาณ 1/4 รอบ จะสงั เกตคา่ ความดนั ภายในจากถังเกจวดั แรงดัน
4) เปิดวาล์วปรบั ความดนั (Regulator) โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา ให้ได้ความดันประมาณ 7 – 10 psig
5) เปดิ วาล์วหวั ทอ่ ของแกส๊ ออกซเิ จน ประมาณ 1/8 รอบจะสงั เกตคา่ ความดันภายในถังจากเกจวดั แรงดัน
6) เปิดวาล์วปรับความดัน (Regulator) โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา ให้ไดค้ วามดนั ประมาณ 15 – 30 psig
1.2.2 การปรบั เปลวไฟหัวชดุ เชือ่ ม
1) เปดิ วาล์วหัวเชื่อมแก๊สแอลพจี ี หรือ แกส๊ อะซิทิลนี ประมาร 1/4 รอบ โดยหมุนทวนเข็มนาฬกิ า ใช้มอื บังที่
หัวเชือ่ ม เมื่อรสู้ กึ มแี ก๊สพุ่งออกมา ใหใ้ ช้อปุ กรณจ์ ดุ เปลวไฟ โดยใหห้ า่ งจากหวั เชื่อมประมาณ 3 เซนติเมตร
2) เปิดวาล์วหวั เชอ่ื มของแกส๊ ออกซิเจน โดยจะต้องค่อยๆ เปิดให้ไดเ้ ปลวไฟตามต้องการ เปลวไฟจะต้องไม่มี
ควนั ดาหรอื ไม่มเี สยี ดงั
3) เพิ่มแก๊สออกซิเจนจนได้เปลวกลาง (Neutral Flame)
4) ถา้ ต้องการเปลวไฟแบบเดิมแตต่ ้งการความร้อนสงู ขึ้น ก็สามารถทาไดโ้ ดยการเพมิ่ แก๊สแอลพจี ีและแกส๊
ออกซเิ จน ในอตั ราส่วนเทา่ กนั (ในกรณีท่ีเชือ่ มแกส๊ แอลพีจ)ี หรอื แกส๊ อะซิทิลีน และ แก๊สออกซิเจน ในอัตร
สว่ นเท่ากนั
5) ปรับเปลวไฟให้มีลักษณะตามตอ้ งการ โดยลักษณะของเปลวไฟทีใ่ ช้ในการเช่ือม มีหลายลักษณะ ดงั นี้
เปลวไฟในงามเช่อื มทวั่ ไป สามารถปรับได้ 3 แบบ ขน้ึ อยกู่ บั โลหะที่ใช้เชอื่ ม ดังน้ี
- เปลวลด (Carburizing Flame) ลักษณะของเปลวไฟจะเป็นกรวย 3 ชัน้ เปลวลดเกดิ จาก
ปรบั หมุนวาล์วของแก๊สออกซิเจนมาผสมกบั แก๊สแอลพจี ีหรืออะซิทลิ ีนในอตั ราส่วนผสมท่ี
น้อยกวา่ แกส๊ แอลพจี ี ดงั รปู

Page 30 of 50

เปน็ คุณลกั ษณะของเปลวลด 3x ซง่ึ มีอตั ราสว่ นผสมของแก๊สแอลพีจีมากกว่าออกซิเจน 3 เทา่ และสามารถ
ปรับอัตราส่วนผสมนีไ้ ด้ตามความเหมาะสมของแตล่ ะงาน เช่น เปลวลด 2x ซงึ่ จะให้ค่าความร้อนความร้อนเพ่ิมเตมิ

- เปลวกลาง (Neutral Flame) ลกั ษณะของเปลวไฟจะเปน็ กรวย 2 ช้นั ชน้ั ในกรวยมน เกดิ
จากการปรับหมุนวาลว์ ของแก๊สออกซเิ จนออกมาผสมกบั แก๊สแอลพีจีในอัตราส่วนผสมท่เี ท่ากนั ทาให้
เกิดการเผาใหมท่ ่สี มบรู ณ์โลหะเหลก็ ท่เี ผาด้วยเปลวน้ี จะหลอมเหลวไดอ้ ย่างใสสะอาด ขึงใชส้ าหรับ
การเชือ่ มโลหะได้เกือบทุกชนิด การตดั โลหะและการแล่นประสาน ซง่ึ มีลักษณะเปลวไฟ ดังรปู

Page 31 of 50

- เปลวเพิ่ม (Oxidizing Flame) ลักษณะของเปลวไฟจะเป็นกรวย 2 ชน้ั ช้นั ในเป็นกรวยแหลม
เปลวนอกสน้ั กวา่ เปลวชนิดอื่นๆ เกิดจากการปรบั หมุนวาล์วของแกส๊ ออกซิเจนออกมาผสมกับแก๊ส
แอลพจี ใี นอตั ราสว่ นผสมทมี่ ากกว่าแกส๊ แอลพีจี ทาให้เกิดการเผาไหม้ท่ีไมส่ มบรู ณ์มีออกซเิ จนอย่ใู น
เปลวเหมาะสมสาหรับการเช่ือมบรอนซ์ การเชื่อมประสาน การอ่นุ ช้ืนงานเหล็กหล่อก่อนเชื่อม แตไ่ ม่
เหมาะสมสาหรับการเช่ือม เพราะจะทาให้แนวเชื่อมไม่แข็งแรงซึ่งมลี ักษณะ ของเปลว ดงั รปู

ในสว่ นของเชื่อมท่อในระบบความเยน็ ซึ่งท่อสว่ นมากมักจะเปน็ ท่อทองแดง มกั จะเลือกใช้เปลวกลาง

(Neutral Flame) ซ่งึ สามารถใชเ้ ช่ือมไดท้ ้งั การเช่ือมทอ่ ทองแดงกบั ทองแดง หรอื ทองแดงกับเหล็ก นอกจากน้ี

เปลวไฟท้ัง 3 แบบ นอกจากจะมีอัตราส่วนผสมทไี่ ม่เท่ากนั แลว้ ยังให้คา่ ความร้อนและธาตทุ ีเ่ หลือไม่เหมือนกนั

ดว้ ย

ตารางที่ 4.1 แสดงคุณสมบัตขิ องเปลวไฟที่ใช้ในการเช่อื ม

ชนิดเปลวไฟ ความร้อนทีไ่ ด้ อัตราส่วนผสม ธาตุทเ่ี หลอื

เปลวลด คารบ์ อน
(Carburizing Flame)

เปลวกลาง ไมเ่ หลือธาตุ
(Neutral Flame)

เปลวเพ่มิ ออกซเิ จน
(Oxidizing Flame)

Page 32 of 50

1.3 ขั้นตอนการเช่อื ม
มีขั้นตอนดงั ต่อไปน้ี
1) นาท่อท่ีจะทาการเช่ือมมาทาการขยายหรอื สวมข้อต่อ แลว้ ทาการทดสอบสวมกันดใู ห้เรยี บร้อย
2) ทาความสะอาดผวิ นอกทอ่ ด้วยกระดาษทราย
3) ทาฟลักซ์ (Flux) บรเิ วณผวิ ดา้ นนอกและผวิ ด้านในของท่อ (ถ้าเชอื่ มด้วยลวดเงิน และเป็นการเชื่อมระหวา่ ง
ทองแดงกับทองแดงไมต่ ้องทาฟลักซ์)
4) ปรับเปลวไฟของหวั เช่ือมให้เหมาะสมตามวิธีและข้นั ตอนปฏบิ ตั ิ
5) ใชห้ วั เช่อื มแก๊สเป่าใหค้ วามร้อนชน้ิ งานจนแดง แล้วนาลวดเชอื่ มไปแตะชน้ิ งานสังเกตการณว์ งิ่ ของลวดเชือ่ ม
ที่หลอมละลาย คอยดึงเปลวไฟเขา้ – ออกใหพ้ อดี โดยพยายามใหเ้ นื้อลวดเช่ือมจับโดยรอบ
6) ปดิ ชุดเชื่อมแก๊สตามขัน้ ตอน

ขอ้ สงั เกต ขณะที่ปฏิบัตงิ านเชื่อมท่อจะมีข้อควรปฏบิ ัติหรอื ขอ้ ควรสังเกต ดังนี้
- ขณะทาการเชื่อมท่อขนาดใหญ่ ควรใช้คอ้ นเคาะเบาๆ เพื่อช่วยในการจับตัวของลวดเชอื่ มขณะที่กาลัง
หลอมละลาย
- ถ้าตอ้ งการไม่ใหเ้ กิดการออกไซต์ภายในท่อ ขณะทท่ี าการเช่ือมท่อจะต้องมกี ารผ่านแก๊สไนโตรเขนให้
ไหลภายในทอ่ ด้วยความดนั ประมาณ 1 – 2 psig เสมอ
- ในการเปดิ เปลวไฟเพอื่ ใช้งานถา้ เราเปดิ แก๊สแอลพีจีพร้อมกับออกซเิ จนเม่ือทาการจุดเปลวไฟจะทาให้
เกดิ เสยี งดงั เสมอ (เน่ืองจากการสันดาป) แตถ่ ้าเราเปดิ เฉพาะแกส๊ แอลพีจเี มือ่ ทาการจุดแก๊สก็มักจะ
เกดิ เขม่า และควนั ดาตามมา

1.4 ข้ันตอนการปิดเปลวไฟ
มีข้ันตอนดังต่อไปนี้
1) ปดิ วาล์วแก๊สแอลพีจหี รอื แก๊สอะซฺทลิ ีนทชี่ ดุ หัวเชอื่ ม โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา
2) รอจนเปลวไฟดบั แล้ว ปิดแก๊สออกซเิ จนที่ชุดหวั เชือ่ ม โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา
3) ปดิ วาลว์ ทท่ี ่อหวั แก๊สแอลพีจีหรืออะซิทิลนี โดยหมนุ ตามเขม็ นาฬกิ า
4) ปิดววาลว์ ทที่ อ่ หัวแก๊สออกซิเจนโดยหมุนตามเข็มนาฬิกา
5) เปดิ วาลว์ แกส๊ แอลพีจีหรอื อะซิทิลนี ทชี่ ุดหัวเช่ือม โดยหมนุ ทวนเข็มนาฬิกา เพ่ือปล่อยแกส๊ ท่ีภายใน
สายออก สังเกตเข็มของเกจวดั ค่าความดันใช้งาน และค่าความดันภายในถังชที้ ี่ 0 ปิดวาลว์ ปรบั
ความดนั (Regulator) โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา
6) ปดิ วาล์วแกส๊ แอลพจี หี รอื แกส๊ อะซฺทิลีนทช่ี ดุ หวั เชือ่ ม โดยหมนุ ตามเข็มนาฬิกา

Page 33 of 50

7) เปิดวาล์วแก๊สออกซเิ จนทช่ี ดุ หัวเชอ่ื ม โดยหมุนทวนเขม็ นาฬกิ า เพื่อปล่อยแก๊สทภ่ี ายใน
สายออก สงั เกตเขม็ ของเกจวัดคา่ ความดนั ใชง้ าน และค่าความดนั ภายในถังช้ที ่ี 0 ปดิ วาล์วปรับ
ความดนั (Regulator) โดยหมนุ ทวนเขม็ นาฬิกา

6) ปิดวาล์วแก๊สออกซฺเจนทช่ี ดุ หวั เชื่อม โดยหมุนตามเข็มนาฬกิ า

Page 34 of 50

หัวขอ้ วิชาท่ี 5 ข้ันตอนการเชอื่ มท่อทองแดงผา่ นแก๊สไนโตรเจน

การเช่อื มทอ่ ทองแดงด้วยสธิ กี ารบดั กรแี ข็ง (Brazing) ซ่ึงเป็นการใหค้ วามร้อนแกท่ ่อทองแดง และเติมลวดเชอื่ มโดยไม่
ใช้นายาประสาน โดยระหว่างเชือ่ มต้องปล่อยแกส๊ ไนโตรเจนเข้าสภู่ ายในทอ่ เพ่ือป้องกันออกไซดข์ องทองแดง ซ่ึงจะทาใหเ้ กิด
คราบเขมา่ สดี าที่ผวิ ดา้ นในท่อ โดยมีข้นั ตอน ดงั ต่อไปน้ี

1) ปรับแต่งปลายท่อให้เรียบร้อย
2) สวมทอ่ ทงั้ สองท่ีตอ้ การเช่ือมต่อกนั
3) ใช้เทปปดิ ปลายท่ออีกด้าน แล้วเจาะรูขนาดเลก็ เพอ่ื ให้แกส๊ ไนโตรเจนไหลออกได้
4) ปล่อยแกส๊ ไนโตรเจนแรงดันประมาณ 1 -2 psig
5) ตรวจเชค็ ความพร้อมของอุปกรณ์เชอื่ ม และจุดไฟหัวเช่ือม
6) ปรับเปลวไฟให้เป็นเปลวกลาง โดยปรับปริมาณของแกส๊ ออกซเิ จนและแกส๊ อะซทิ ลิ ีนในอตั ราสว่ นที่เทา่ กัน
7) ใหค้ วามร้อนแก่บริเวณปลายท่อ โดยใหห้ า่ งจากขอบประมาณ 1 น้วิ และสา่ ยไปมาเล็กนอ้ ย ห้ามคา้ งอยู่จัด

ใดจดุ หน่ึงนานเกนิ ไป เพราะจะทาใหท้ ่อเสียหายได้
8) เมอ่ื บริเวณทีจ่ ะเช่ือมมีอณุ หภมู ิสูงพอแล้วให้เลื่อนเปลวไฟออก
9) ใสล่ วดเชอื่ มพร้อมฟลกั ซเ์ ข้าไปบริเวณที่เป็นรอยต่อ
10) เมื่อลวดเช่ือม และฟลักซ์ละลายดีแลว้ จงึ ดบั เปลวไฟ
11) ปิดแก๊สไนโตรเจน
ข้อควรระวัง ระหวา่ งการเชอื่ มท่อทองแดง ควรเชือ่ มใหท้ ่อทองแดงใหเ้ สร็จภายในครั้งเดียว หา้ มเช่ือมอยา่ งละครึง่ แล้ว
ท้ิงไว้ เพราะอาจทาให้ท่อทองแดงเกิดเขม่าและเสียหายได้

Page 35 of 50

นอกจากนี้ แก๊สไนโตรเจนยังถูกนามาใช้ในการตรวจสอบรอยรว่ั ของทอ่ สารทาความเย็นได้ โดยตอ่ สายจากถัง
ไนโตรเจนเข้าส่รู ะบบทางสายตรงกลาง จากน้ันค่อย ๆ อัดแก๊สใหม้ แี รงดัน 100 ปอนด์ต่อตารางน้ิว (PSI) จากนั้นใชน้ า้ ผสมฟอง
สบู่ลบู ตามรอบต่อ โดยเฉพาะจุดทเี่ ป็นรอยต่อเชือ่ ม และข้อต่อ ถ้ามีฟองอากาศผดุ ขัน้ แสดงว่าจุดน้ันมรี อยร่ัว

Page 36 of 50

ใบทดสอบ

คาชแ้ี จง ใหผ้ ้รู ับการฝกึ ทาเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคาตอบข้อท่ีถูกทส่ี ดุ เพียงข้อเดยี ว

1. จากภาพคืออุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นงานทอ่ ประเภทใด
ก. บานแฟลร์ท่อ
ข. ขยายทอ่
ค. ดัดทอ่
ง. ตัดทอ่

2. หากตอ้ งการตดั ท่อด้วยตะไบสามเหล่ยี ม ตอ้ งใชต้ ะไบทารอ่ งลกึ ที่ท่อประมาณเท่าใด
ก. ประมาณ 1/2 ของขนาดท่อ
ข. ประมาณ 1/3 ของขนาดท่อ
ค. ประมาณ 1/4 ของขนาดทอ่
ง. ประมาณ 1/6 ของขนาดท่อ

3. ข้อใดเป็นวธิ ที ่ีถกู ต้องในการลบคมท่อ
ก. ใชต้ วั ลบคมท่อดา้ นที่เป็นกรวยแหลมสอดเข้าไปในท่อกวาดหมนุ ไปมาแนวนอน
ข. ใช้ตวั ลบคมท่อดา้ นทีเ่ ป็นกรวยแหลมสอดเขา้ ไปในท่อทช่ี ้ีขน้ึ เอียง 45 องศา
ค. ใชต้ วั ลบคมทอ่ ด้านท่ีเป็นกรวยแหลมสอดเขา้ ไปในท่อท่ชี ี้ลงต่า
ง. ใช้ตัวลบคมท่อด้านทเ่ี ปน็ กรวยแหลมสอดเข้าไปในท่อทช่ี ี้ขึ้นสูง

Page 37 of 50

4. ในการบานท่อชัน้ เดียวขณะใส่ทอ่ เข้าไปในรจู ับทอ่ ต้องให้ปลายท่อสงู กวา่ ตัวจบั ประมาณเทา่ ใดของความสงู ปากหลมุ
ก. ประมาณ 1/2 ของขนาดท่อ
ข. ประมาณ 1/3 ของขนาดท่อ
ค. ประมาณ 1/4 ของขนาดทอ่
ง. ประมาณ 1/6 ของขนาดท่อ

5. จาดข้อท่ี 4.ถ้าเหลอื ปลายทอ่ นอ้ ยเกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ เหตกุ ารณใ์ ดขน้ั
ก. เมือ่ บานท่อท่อจะแตก
ข. เม่อื บานท่อท่อจะเบี้ยว คด งอ
ค. จะทาให้เกิดการรว่ั ไหลของสารทาความเย็นได้
ง. จะทาให้ท่อเรยี บสนิทกับหวั ยเู นี่ยน

6. ข้อใดตรงกับท่อต่อไปนีต้ รงกับลกั ษณะของแคปปลิ ลารท่ี ว้ิ หรือ แคปทิว้ ป์
ก. ท่ออะลมู ิเนียมขนาดใหญ่
ข. ทอ่ สแตนเลสขนาดใหญ่
ค. ทอ่ ทองแดงขนาดเล็ก
ง. ท่อสงั กะสขี นาดเล็ก

7. ท่อขนาดเลก็ มีเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางไมเ่ กนิ 1/2 น้ิวควรใชท้ ีต่ ัดแบบใด
ก. มดี มินิคัตเตอรื
ข. คตั เตอร์ตดั ทอ่ แบบสปริง
ค. คัตเตอรต์ ัดทอ่ แบบอตั โนมัติ
ง. คัตเตอรต์ ดั ท่อแบบลูกกล้งิ ขนาดใหญ่

8. ท่อชนดิ ใดหากคล่ีออกไมร่ ะมัดระวังอาจแบนหรอื พบั ได้
ก. ท่อทองแดง
ข. ท่อเหล็ก
ค. ท่อ PVC
ง. ท่อสแตนเลส

Page 38 of 50

9. ชนิดของลวดเชอ่ื มแกส๊ มีกีป่ ระเภท มอี ะไรบา้ ง
ก. 3 ประเภท คือลวดเชื่อมเงิน ลวดเชื่อมทองเหลือง และลวดเช่อื มผวิ แดง
ข. 3 ประเภท คอื ลวดเชื่อมเงิน ลวดเช่ือมทองเหลือง และลวดแบบตะก่ัว
ค. 2 ประเภท คือลวดเชอ่ื มเหลก็ ลวดเชอื่ มทองเหลือง
ง. 2 ประเภท คอื ลวดเชือ่ มเหล็ก ลวดเชือ่ มดีบกุ

10. ลวดเช่ือมเงินเหมาะสาหรบั ใช้ในงานใด
ก. งานทาเฟอร์นิเจอร์
ข. งานซ่อมรถมอเตอร์ไซต์
ค. งานตอ่ เตมิ หลังคาบ้าน
ง. งานเช่อื มระบบทาความเย็น

11. งานทาท่อมอเตอร์ไซต์ และ เฟอร์นเิ จอรค์ วรเลอื กใช้ลวดชนดิ ใด
ก. ลวดผวิ แดง
ข. ลวดเช่ือมเงน
ค. ลวดเชอ่ื มทองเหลือง
ง. ลวดเงนิ ผสมตะกัว่

12. หากโลหะมีความหนา 2.38 มิลลิเมตร ควรใช้หัวทิพเบอร์ใด
ก. 0
ข. 1
ค. 2
ง. 3

13. หวั เชอ่ื มแก๊สชนดิ หัวฉีด เหมาะสาหรบั ใชก้ ับถังแก๊สชนดิ ใด
ก. ถังแกส๊ อะซิทีลีน
ข. ถงั แกส๊ ออกซนิ เจน
ค. ถงั แกส๊ ฮเั ลียม
ง. ถังแก๊สไนโตรเจน

Page 39 of 50

14. เปลวไฟในงานเชื่อมท่อมีก่ีชนิด
ก. 3 ชนิด
ข. 2 ชนดิ
ค. 5 ชนิด
ง. 6 ชนิด

15. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั การปรบั ตงั้ ไฟแบบเปลวไฟลด
ก. แกส๊ ออกซิเจนผสมกบั แกส๊ แอลพีจีในอัตราส่วนผสมทเ่ี ท่ากัน
ข.แกส๊ ออกซเิ จนผสมกับแกส๊ ไนโตรเจนในอตั ราสว่ นผสมที่เทา่ กนั
ค. แกส๊ ออกซเิ จนผสมกบั แก๊สแอลพีจีในอัตราส่วนผสมทีม่ ากกวา่ แก๊สแอลพจี ี
ง. แก๊สออกซเิ จนผสมกับแกส๊ แอลพจี ใี นอัตราสว่ นผสมทนี่ ้อยกวา่ แกส๊ แอลพีจี

16.

จากภาพ คือการปรบั ต้ังเปลวไฟชนดิ ใด
ก. เปลวลด
ข. เปลวกลาง
ค. เปลวเพิม่
ง. เปลวทว่ั ไป

Page 40 of 50

17. อตั ราการปล่อยแกส๊ ไนโตรเจนทีเ่ หมาะสมในการเชื่อมท่อทองแดง คือ
ก. 28 – 30 psi
ข. 45 – 50 psi
ค. 55 – 60 psi
ง. 65 – 70 psi

18. การเชื่อมทอ่ ทองแดงผา่ นแก๊สไนโตรเจน ต้องปรับใหเ้ ปลวไฟอยู่ในลักษณะใด
ก. เปลวลก
ข. เปลวกลาง
ค. เปลวเพม่ิ
ง. เปลวเฉ่อื ย

19. การใหค้ วามร้อนควรจอ่ ท่อให้รอ้ นหรอื ไม่
ก. ควร เพราะท่อจะได้ร้อน
ข. ควร เพราะท่อจะได้ไม่เกิดออกไซดต์ ิดภายในท่อ
ค. ไม่ควร เพราะการให้ความรอ้ นควรสา่ ยไปสา่ ยมา
ง. ไม่ควร เพราะการให้ความรอ้ นควรให้โดยเว้นว่างจดุ ละ 5 นาที

20. เพราะเหตุใดระหวา่ งการเช่อื มท่อทองแดงต้องมีการผ่านแก๊สไนโตรเจน
ก. ทาใหท้ ่อร้อนได้ไวข้ึน
ข. ทาให้ท่อประสานกนั ได้ไวขึ้น
ค. ปอ้ งกันการเกดิ ออกไซด์เขมา่ ภายในทอ่
ง. ปอ้ งกนั การเกิดความเสยี หายของท่อระหวา่ งการเชื่อม

Page 41 of 50

ใบงาน

ใบงานท่ี 1.1 งานท่อ(Piping)

1. วัตถปุ ระสงค์
- ตัด ตอ่ ขยาย บานแฟลร์ และดดั ท่อได้
- เช่ือมท่อทองแดงผ่านแก๊สไนโตรเจนได้

2. ระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติ
- ระยะเวลาในการฝึกปฏิบตั ิงานรวม 2 ชวั่ โมง

3. คาชแ้ี จง ให้ผู้รับการฝึกปฏิบัตงิ านท่อตามแบบทกี่ าหนดให้

Page 42 of 50

ใบขน้ั ตอนการปฏฺบัติงาน

ใบขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงานที่ 1.1 งานท่อ(Piping)

1.การเตรียมการ

1.1 การเตรยี มอปุ กรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
สวมใส่อุปกรณป์ ้องกนั อนั ตรายส่วนบคุ คลก่อนปฏิบัตงิ าน ได้แก่
- ถงุ มือผ้า
- รองเทา้ นริ ภัย
- ชดุ ปฏบิ ัติงานช่าง

1.2 รับฟังคาส่งั จากครูผูฝ้ ึก พร้อมรบั ใบงาน

1.3 เตรียมสถานที่

1. ตรวจสอบสภาพพนื้ ทป่ี ฏบิ ัตงิ านไม่ใหม้ ีอุปกรณ์อน่ื ๆ ท่ีไม่เก่ยี วข้อง หรือวัสดุอันตราย เช่น สายไฟฟา้

วางกดี ขวางอยู่

2. ดแู ลไมใ่ หบ้ ุคคลที่ไม่เก่ยี วข้องเขา้ มาในบริเวณปฏิบัติงานจริง

3. เตรียมชุดปฐมพยาบาลเพือ่ ใชใ้ นกรณีฉุกเฉิน

4. รบั ทราบจุดท่ตี ง้ั ของอปุ กรณ์ชว่ ยเหลอื กรณีฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงวิธกี ารใชอ้ ปุ กรณเ์ หล่าน้นั

1.4 การเตรียมเครอื่ งมือและอุปกรณ์ต่อผรู้ ับการฝกึ 1 คน

1. คอ้ น จานวน 1 ตวั

2. คตั เตอร์ตัดทอ่ จานวน 1 ตวั

3. ชุดขยายท่อ จานวน 1 ชุด

4. ชุดบานแฟลร์ จานวน 1 ชุด

5. ตลบั เมตร จานวน 1 ชดุ

6. ตะไบสามเหลยี่ ม จานวน 1 ตวั

7. เบนเดอรด์ ัดท่อขนาด 1/2 นว้ิ จานวน 1 ตัว

8. รีมเมอร์ จานวน 1 ตวั

9. ชุดเชือ่ ม จานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวา่ มสี ภาพพรอ้ มใชง้ านหรอื ไม่ หากพบเครอื่ งมือชารดุ ช้นิ ใด ให้รายงานหค้ รฝู ึกทราบ

Page 43 of 50

1.5 การเตรียมวัสดตุ ่อผ้รู บั การฝึก 1 คน จานวน 1 เสน้
1. ท่อแคปทิว้ ป์ ยาว 3 เซนตเิ มตร จานวน 1 เส้น
2. ท่อทองแดง ขนาด 1/2 นิ้ว ความยาว 40 เซนตเิ มตร จานวน 1 อนั
3. แฟลร์นัต ขนาด 1/2 นว้ิ

2. ลาดบั การปฎบิ ตั งิ าน
งานท่อ

ข้ันตอนการปฏิบตั งิ าน คาอธบิ าย ข้อควรระวัง
1. เตรียมท่อความยาว 50 เซนติเมตร เตรียมทอ่ ทองแดง ขนาด 3/8 น้วิ ความ
ยาว 50 เซนตเิ มตร

2. วัดความยาวท่อที่ 50 มลิ ลเิ มตร แล้ว ใช้ตลบั เมตรวดั ความยาว และกาหนดจดุ
ตดั โดยปลายอกี ดา้ นหนึ่งใหท้ าการขยาย ที่ 50 มิลลเิ มตร จากน้ันใช้คัตเตอรต์ ัด
ท่อเพอื่ เตรียมเช่ือม จากนัน้ ลบคมท่อให้ ท่อตามความยาวโดยเผอื่ ความยาวเพ่ิม
เรียบร้อย ประมาณ 10 มิลลิเมตร

Page 44 of 50

ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน คาอธบิ าย ข้อควรระวงั
3. ตัดแคปท้วิ ปส์ วมในท่อ ใช้คมี บบี แลว้ ตัดแคปท้ิวปย์ าวประมาณ 10 เซนตเิ มตร
เชือ่ มปดิ แคปทว้ิ ป์ จากน้ันสวมแคปทิ้วปล์ งในทอ่ ประมาณ
15 มลิ ลเิ มตร แลว้ ใช้คมี บบี ท่อ จากน้ัน
เชือ่ มปดิ แคปทิว้ ป์ใหส้ นิท

4. นาท่อที่เหลือในตอนแรก ใสแ่ ฟลร์นัด นาท่อทเ่ี หลือในตอนแรก มาใสแ่ ฟลรน์ ัด

ตามแบบ ตามแบบที่กาหนดในใบงาน

Page 45 of 50

5. จากนน้ั บานแฟลร์ จากนน้ั ให้ทาการบานแฟลร์สองชั้นตาม
แบบท่กี าหนดในใบงาน

6. วดั ความยาวท่อ 10 เซนตเิ มตรแล้ว ใช้ตลับเมตรวัดความยาวลงมาอกี 10
กาหนดจุดดัดท่อ เซนติเมตร แล้วกาหนดจุดเพ่ือเตรียมดัด
ทอ่ 90 องศา

7. ดดั ท่อ 90 องศาท่ีได้กาหนดจดุ ไว้ ใช้เบนเดอรด์ ัดท่อให้ได้ 90 องศา

Page 46 of 50

ข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน คาอธิบาย ขอ้ ควรระวงั
8. วดั ความยาวท่อ 15 เซนตเิ มตร แลว้ ใชต้ ลับเมตรวัดความยาว 15 เซนติเมตร
กาหนดจุดเพ่ือเตรียมดัดท่อ ตามแบบที่กาหนด กาหนดจดุ เพอ่ื เตรยี ม
ดัด 45 องศา

9. ดดั ทอ่ ให้ไดม้ ุม 45 องศา ใชเ้ บนเดอร์ดัดท่อ ทามุม 45 องศา

Page 47 of 50

10. จากจดุ ท่ดี ัด 45 องศา วดั ความยาว ใชต้ ลับเมตรวัดความยาวจากจุดที่ดัด 45
50 มลิ ลเิ มตร แลว้ ตดั ท่อ และให้ทาการ องศามาอีก 50 มลิ ลเิ มตร แล้วกาหนด
ขยายท่อ และลบคมท่อใหเ้ รยี บรอ้ ย จุดเพอ่ื ตัด จากนน้ั ใชค้ ตั เตอร์ตดั ท่อตาม
ความยาวโดยเผอ่ื ความยาวเพ่ิมประมาณ
10 มิลลิเมตร สาหรับสวมท่อเขา้ อีกด้าน
โดยใหท้ าการขยายทอ่ เพื่อเตรียมเชือ่ ม
จากนัน้ ลบคมท่อให้เรยี บร้อย

11. เชอื่ มรอยต่อที่1 ที่ได้ขยายท่อไว้ เช่ือมรอยต่อท่ี 1 ผา่ นแก๊สไนโตรเจน

12. ทดสอบรอยร่ัว ทดสอบรอยรว่ั ผ่านไนโตรเจน
13. ส่งช้นิ งาน ส่งชนิ้ งาน

Page 48 of 50

3. ตรวจสอบชิน้ งาน เกณฑ์การพจิ ารณา

ตรวจสอบและบนั ทึกข้อบกพรอ่ งดังต่อไปน้ี ความถกู ตอ้ งตามวิธีการปฏบิ ัติงาน
ลาดับที่ รายการตวจสอบ ความถกู ตอ้ งตามวธิ กี ารปฏิบัตงิ าน
1 ทอ่ ในเคร่อื งทาความเย็น ความถกู ต้องตามวธิ ีการปฏิบัติงาน
1.1 การดัดท่อ ความถูกต้องตามวธิ กี ารปฏิบัตงิ าน
1.2 งานขยายท่อ (แบบตอก)
1.3 งานบานแฟร์สองชนั้ ความถูกตอ้ งตามวิธีการใช้งาน
1.4 งานดดั ทอ่ ความถกู ต้องตามวธิ กี ารใช้งาน
2 กิจนสิ ยั ความถูกตอ้ งตามวิธีการใชง้ าน
2.1 เตรยี มเครื่องมืออย่างถกู ตอ้ งและครบถว้ น
2.2 ปฏิบตั ิตามลาดับขน้ั ตอนการทางาน ความถูกต้องตามวธิ ีการใชง้ าน
2.3 ความปลอดภัยระหว่างการปฏิบตั ิงาน
2.4 การเกบ็ เครื่องมอื วสั ดุ อุปกรณ์ และทา
ความสะอาดพืน้ ที่ปฏิบตั งิ าน

Page 49 of 50

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ใบใหค้ ะแนนการตรวจสอบ คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้
1 การปฏิบัติงาน 20
1.1 งานดดั ทอ่ เกณฑก์ ารให้คะแนน 5

1.2 งานขยายท่อ - ดัดทอ่ ไดข้ นาดตามทก่ี าหนด ลบคมท่อเรยี บร้อยให้ 5 คะแนน 5
- ดัดท่อขาดเกนิ 1-2 เซนติเมตร ยงั มีคมทอ่ อย่เู ลก็ น้อยใหค้ ะแนน 3
1.3 บานแฟลร์ 2 ชั้น คะแนน 5
- ดดั ท่อขาดเกินตงั้ แต่ 3 เซนตเิ มตร ลบคมท่อไม่เรยี บรอ้ ย ให้คะแนน 1 5
1.4 งานดดั ท่อ คะแนน
- ผิวเรียบ คอท่อไมม่ ีรอยรา้ ว แตก ให้คะแนน 5 คะแนน 2
2 กิจนสิ ัย - ผิวเรียบ คอท่อมรี อยเล็กน้อย ระยะไดข้ นาด ใหค้ ะแนน 3 คะแนน 1
2.1 เตรียมเครื่องมอื และ - ผวิ เรียบ คอทอ่ มรี อยร้าว แตก ระยะขยายลึกหรือตื้นเกนิ ไป ให้คะแนน 1
อปุ กรณอ์ ยา่ งถูกต้องและ 1 คะแนน 1
ครบถว้ น - ผิวเรียบ ระยะความบานไดข้ นาดตามต้อง ใหค้ ะแนน 5 คะแนน 25
2.2 ปฏิบตั ติ ามลาดบั - ผิวมีรอยเลก็ นอ้ ย ระยะบานได้ขนาดตามต้องการ ให้คะแนน 3 คะแนน
ข้นั ตอนการทางาน - ผวิ มีรอย ระยะการบานมากเกนิ ไป ทอ่ มรี อยแตก ให้คะแนน 1 คะแนน
2.3 ความปลอยภัยระหว่าง - กาหนดระยะตาแหนง่ ดดั ถกู ต้อง สามารถดัดได้ตามองศา ใหค้ ะแนน 5
การปฏิบตั งิ าน คะแนน
2.4 การเกบ็ เครื่องมือ วสั ดุ - กาหนดระยะตาแหน่งขาดเกิน 1-2 เซนติเมตร สามาถดัดไดข้ าดเกนิ 1-2
อุปกรณ์ และทาความ องศา ให้คะแนน 3 คะแนน
สะอาดพ้นื ทีป่ ฏิบตั งิ าน - กาหนดระยะตาแหนง่ ขาดเกนิ ตงั้ แต่ 3 เซนติเมตร สามาถดัดได้ขาดเกนิ
ตั้งแต่ 3 องศา ให้คะแนน 3 คะแนน

- ปฏิบัติไดค้ รบถ้วน ถกู ต้อง ให้คะแนน 1 คะแนน
- ปฏิบตั ิไมไ่ ดค้ รบถ้วน ถกู ต้อง ใหค้ ะแนน 0 คะแนน

- ปฏบิ ตั ิไดค้ รบถว้ น ถกู ต้อง ให้คะแนน 1 คะแนน
- ปฏิบัตไิ มไ่ ดค้ รบถ้วน ถกู ตอ้ ง ให้คะแนน 0 คะแนน
- ปฏบิ ัติไดค้ รบถ้วน ถูกต้อง ให้คะแนน 1 คะแนน
- ปฏบิ ัติไมไ่ ดค้ รบถ้วน ถกู ตอ้ ง ใหค้ ะแนน 0 คะแนน
- ปฏิบัติไดค้ รบถว้ น ถกู ตอ้ ง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน
- ปฏบิ ัตไิ มไ่ ดค้ รบถ้วน ถูกตอ้ ง ให้คะแนน 0 คะแนน

คะแนนเต็ม

หมายเหตุ หากผ้เู ข้ารับการฝึกไดร้ บั คะแนน 18 คะแนนขึน้ ไป (คะแนนมากกว่าหรือเทา่ กับรอ้ ยละ 70 ) ถือว่าผา่ นการทดสอบ

Page 50 of 50


Click to View FlipBook Version