The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การชิงไหวชิงพริบระหว่างลิงกับจระเข้ - ความบอดเขลานำพาเสียค่าโง่
ต้องสูญลาภอักโขทำไงได้
ด้วยเล่ห์ลิงลวงคำทำเอาใจ
ชักพาให้จอมกุมภีร์เสียทีลิง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sakda.fullmoon, 2023-01-23 05:51:21

ปัญจตันตระ เล่ม ๔

การชิงไหวชิงพริบระหว่างลิงกับจระเข้ - ความบอดเขลานำพาเสียค่าโง่
ต้องสูญลาภอักโขทำไงได้
ด้วยเล่ห์ลิงลวงคำทำเอาใจ
ชักพาให้จอมกุมภีร์เสียทีลิง

I


II


1 อาเธอร์ วิลเลียม ไรเดอร์ แปลจากต้นฉบับสันสกฤต ศักดา วิมลจันทร์ แปล, ร้อยกรอง, ออกแบบ และเขียนภาพประกอบ


2 ต้นเรื่อง / 6 นิทานเรื่องที่ ๑ : ลิง กับ จระเข้/ 10 นิทานเรื่องที่ ๒ : สุภาพ กับ พรเทพ / 17 นิทานเรื่องที่ ๓ : หูลู่กับ คลุกฝุ่น / 24 นิทานเรื่องที่ ๔ : อัศวินช่างปั้นหม้อ / 29 นิทานเรื่องที่ ๕ : จิ้งจอกจะฆ่าช้าง / 30 นิทานเรื่องที่ ๖ : เมียอกตัญญู/ 34 นิทานเรื่องที่ ๗ : พระราชา กับ ราชเลขา / 38 นิทานเรื่องที่ ๘ : ลาห่มหนังเสือ / 40 นิทานเรื่องที่ ๙ : เมียชาวนา / 42 นิทานเรื่องที่ ๑๐ : นางนกกระจอกอวดฉลาด / 46 นิทานเรื่องที่ ๑๑ : วิธีที่เจ้าเก่งได้กินช้าง / 49 นิทานเรื่องที่ ๑๒ : สุนัขไปต่างแดน / 52 ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ ไรเดอร์, อาเธอร์ ดับบลิว. นิทานปัญจตันตระ เล่ม 4 - สูญลาภ.— นนทบุรี : เอส.อาร์ พริ้นติ้ง, 2565. 56 หน้า.— (นิทานปัญจตันตระ) 1. นิทาน — อินเดีย. I. ศักดา วิมลจันทร์, ผู้แปล. II. ชื่อเรื่อง. 398.245 ISBN 978-616-590-454-4 นิทานชุด ปัญจตันตระ เล่ม ๔ : สูญลาภ อาเธอร์ วิลเลียม ไรเดอร์ แปลอังกฤษ Panchatantra จากต้นฉบับภาษาสันสกฤต ศักดา วิมลจันทร์ แปลไทย, ร้อยกรอง, ออกแบบ และเขียนภาพประกอบ จัดจ�ำหน่ายโดย ส�ำนักพิมพ์ พื้นฐาน โทร. 081 646 9105 สั่งซื้อโอนเงินเข้าบัญชี: ศักดา วิมลจันทร์ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 211-0-45073-7 ส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อม ชื่อ-ที่อยู่ ผู้รับหนังสือ ทาง Linekruodt ด้วย QR Code ด้านซ้าย ผู้พิมพ์: บ. เอส.อาร์. พริ้นติ้ง จก. โทร. 02-584-2241 (กรกฎาคม 2565) ราคา 160 บาท (รวมค่าส่งไปรษณีย์ปกติในประเทศแล้ว)


3 โบราณคดีในปัญจตันตระ นิทานปัญจตันตระ มีประวัติว่าถูกแต่งขึ้นเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล หรือ ประมาณ พ.ศ. ๓๔๐ ถ้านับถึงปี ๒๕๖๕ นิทานชุดนี้ก็มีอายุถึง ๒,๒๒๕ ปี นับว่าเป็น “โบราณวัตถุ” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โบราณวัตถุที่มีอายุเพียงสองสามร้อยปียังนับว่ามีคุณค่ามากแล้ว คงไม่ต้องกล่าวว่าที่มีอายุ เกินสองพันปีจะมีค่ามากสักเพียงไหน โบราณวัตถุที่เป็น“วัตถุ”เป็นสิ่งที่นักโบราณคดีสนใจ เอา มาส่องดูด้านนั้นด้านนี้ ว่าจะมี “เรื่องราว” อะไร ข้ามกาลเวลามาบอกกล่าวได้บ้าง ซึ่ง “เรื่องราว” ที่พอจะ “อ่าน” ได้จากโบราณวัตถุเหล่านั้น ก็เป็นเพียง “ข้อสันนิษฐาน” ว่า อาจจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เท่าที่ความรู้กับจินตนาการของนักโบราณคดีจะปรุงแต่งขึ้นมาได้ แต่ นิทานปัญจตันตระ เป็น “โบราณวัตถุ” ที่อ่าน “เรื่องราว” ได้ง่ายๆ ตรงๆ ว่า เมื่อกว่า สองพันปีที่แล้ว มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง จากฉากและตัวละครที่ปรากฏในนิทาน ซึ่งแม้จะ เป็นเรื่องสมมุติ แต่ก็มีพื้นฐานจากความเป็นจริง ของผู้คนในสมัยนั้น นิทานชุดนี้จึงมีคุณค่าใน ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากความบันเทิงและการเสริมสร้าง ความคิดสติปัญญา ตามเจตนาของผู้แต่ง นิทานปัญจตันตระเป็นบันทึกทางโบราณคดี ที่บรรยายสภาพความเป็นอยู่ของผู้คน ให้ เรา “เห็น” ได้ เขียนภาพได้ เหมือนดังที่ปรากฏในภาพประกอบในหนังสือชุดนี้ และด้วยเหตุ ของการจัดท�ำภาพประกอบนี้เอง ท�ำให้ได้พบว่า เทคโนโลยีเมื่อสองพันกว่าปีโน้น บางอย่างก็ ยังใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก กับความคิดอ่านของคนในยุคโน้น ดังกลไก การตักน�้ำจากบ่ออย่างต่อเนื่อง ที่มีเค้าเล่าปรากฏอยู่ในเรื่อง สุภาพกับพรเทพ และมีข้อมูลที่ ผู้เขียนภาพประกอบแสวงหามาขยายเรื่องนี้ที่ท้ายเล่ม ศักดา วิมลจันทร์ เมษายน ๒๕๖๕ ค�ำน�ำ


4 อาร์เธอร์ ดับลิว. ไรเดอร์ (Arthur W. Ryder) ผู้แปล ปัญจตันตระ จากภาษาสันสกฤตเป็นภาษาอังกฤษ ต้นฉบับของฉบับภาษาไทยนี้ อาร์เธอร์วิลเลียม ไรเดอร์ (Arthur William Ryder, 8 มีนาคม 2420 - 21 มีนาคม 2481) ศาสตราจารย์ภาษา สันสกฤต ณ มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย, เบิร์คเลย์ ท่าน เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นผู้ถ่ายทอดวรรณกรรมสันสกฤตสู่ภาษา อังกฤษหลายเรื่อง รวมทั้ง “ปัญจตันตระ” และ “ภควัทคีตา” จี.อาร์.นอยส์ (G.R.Noyes) ปราชญ์อีกผู้หนึ่ง กล่าวถึง ท่านว่า “โดยภาพรวมแล้ว กล่าวได้ว่างานแปลของไรเดอร์เป็น งานที่วิจิตรงดงามที่สุดเท่าที่ชาวอเมริกันคนหนึ่งจะท�ำได้ และ อาจบางทีถึงกับจะกล่าวได้ว่า เป็นงานแปลภาษาสันสกฤตที่ วิจิตรประณีตที่สุด เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะท�ำได้ ทั้งนี้ หากว่า การแปลจะถือเป็นสาขาหนึ่งของวรรณศิลป์ ไม่ใช่เพียงแต่ เป็นการถ่ายทอดความหมายอย่างตรงไปตรงมาตามต้นฉบับ” ผลงานแปลบางส่วนเท่าที่แสดงได้ในพื้นที่จ�ำกัด - มฤจฉกติกา (เกวียนดินเล่มเล็ก - The Little Clay Cart, 1905) - พยัคฆ์เฒ่ากับนักเดินทาง (The Old Tiger and the Traveller - จาก “หิโตปเทศ”, 1908) - เนตรนารี (Women’s Eyes) แปลเป็นร้อยกรองจากภาษาสันสกฤต (1910) - ร้อยกรอง 314 บท ของพิลหนะ (Bilhana) จากวรรณกรรมหลายเรื่อง (1912) - วรรณกรรมของกาลิทาส เช่น ศกุนตลา และเรื่องอื่นๆ (1912) - บทละคร 3 องก์ เรื่อง ศกุนตลา (1914) - มลวิกา : บทละครหัสนาฏกรรม 5 องก์ ของกาลิทาส (1915) - นิทานจากหิโตปเทศ (1917) - ฯลฯ (ข้อมูลเรื่องและภาพ จาก วิกิพีเดีย) (อ่านบทน�ำที่ท่านเขียนถึง “ปัญจตันตระ” ในหนังสือเล่ม ๒ ของนิทานชุดนี้)


5 ๑. วิษณุศรมัน นั้นผู้เดียว ได้เก็บเกี่ยวปัญญาผลาผล จากหนังสือส�่ำไปในสกล รวมรวบจนได้ห้าเล่มเต็มภาคภูมิ 1. One Vishnusharman, shrewdly gleaning All worldly wisdom’s inner meaning, In these five books the charm compresses Of all such books the world possesses


6 ต้นเรื่อง ดังมีเรื่องเล่ากันมาว่า... ยังมีเมืองอันมั่งคั่งเมืองหนึ่ง ชื่อ บุพพเกษม ซึ่งอยู่ในความปกครองของพระราชา พระนามว่า อมรศักดิ์ ผู้ทรงมีธรรมจรรยาและพระปรีชาสามารถ พระราชอ�ำนาจแผ่ไพศาล เบื้องพระบาทเปล่งประพาฬ ด้วยประกายแห่งมณีจินดา จากยอดมหามงกุฏแห่งสามนตราช ทั้งหลาย ที่คุกเข่าถวายสวามิภักดิ์ พระราชอาณาจักรสงบร่มเย็นเป็นสุขทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ ตัวองค์พระราชา กลับทรงหาความสุขมิได้ เนื่องจากพระโอรสสามพระองค์ คือ เศรษฐศักดิ์ มหันตศักดิ์และ อนันตศักดิ์ไม่สนพระทัยในการศึกษา ดูท่าจะพากันโง่เขลา พระราชาจึงทรง วิตกว่า ใครเล่าจะรับช่วงภาระดูแลแผ่นดิน หากเมื่อสิ้นพระองค์ไป ดังนั้น วันหนึ่งจึงมีพระบัญชาเรียกบรรดามหาอ�ำมาตย์และที่ปรึกษามาประชุมกัน แล้ว ตรัสว่า “ท่านทั้งหลาย, เป็นที่ทราบกันดีว่า ลูกของฉันทั้งสามคน เอาแต่เล่นซน ไม่ยอมเรียน หนังสือ ด้วยเหตุนี้, แม้ว่าภายนอก คือบ้านเมือง จะร่มเย็นเป็นสุข แต่ภายใน คือใจฉัน มีแต่ ความทุกข์เศร้าใจ ดังค�ำกล่าวที่ว่า ๒. อันความเศร้าที่พันผูกกับลูกรัก อาจกล่าวได้เพียงสักสามสถาน หนึ่งไร้ลูก, สองลูกตาย, เศร้าไม่นาน อีกประการ ลูกโง่เขลา เศร้าจนตาย และยังมีอีกว่า... ๓. จะเลี้ยงโคไปไย ถ้าไม่หวัง จะได้หนังเนื้อนม กิน, สิ้นเปลืองเปล่า ถ้าเลี้ยงบุตรดื้อบ้าปัญญาเบา จะโง่เขลาเลี้ยงไปท�ำไมกัน ? “ดังนี้ ขอให้พวกท่านช่วยกันคิดหาหนทางเพื่อให้ลูกของฉันมีความคิดอ่านและสติปัญญา ตามสมควรด้วยเถิด” 2. Of sons unborn, or dead, or fools, Unborn or dead will do: They cause a little grief, no doubt; But fools, a long life through. 3. To what good purpose can a cow That brings no calf nor milk, be bent? Or why beget a son who proves A dunce and disobedient ?


7 บรรดาอ�ำมาตย์ทั้งหลายปรึกษากันแล้ว ก็กราบทูลถวายว่า “ขอเดชะ บุคคลควรเริ่ม ด้วยการศึกษาภาษา และไวยากรณ์หลักสูตร ๑๒ ปี หากเมื่อส�ำเร็จแล้ว จากนั้นก็ควรศึกษา ต�ำรา ทั้งทางโลกและทางธรรม ให้แตกฉาน ท�ำได้ดังนี้ จึงพอจะเรียกได้ว่า มีสติปัญญา ตามสมควร พระเจ้าข้า” แต่มีอ�ำมาตย์ผู้หนึ่งชื่อ เฉลียว กราบทูล ว่า “ขอเดชะ ชีวิตคนสั้นนักและต�ำราทั้ง หลาย ก็มีมากมายเกินกว่าจะศึกษาจนเจนจบ ได้หมดสิ้น ทั้งยังเห็นอยู่แล้วว่าพระโอรสไม่ ทรงโปรดวิธีเล่าเรียนเขียนอ่านตามปกติ ข้า พระองค์คิดว่าขอเพียงให้พระโอรสได้เรียนสิ่ง อันเป็นแก่นของความรู้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ดังค�ำกล่าวที่ว่า 4. Since verbal science no final end, Since life is short, and obstacles impend, Let central facts be picked and firmly fixed, As swans extract the milk with water mixed. ๔. ต�ำรามากยากจดได้หมดสิ้น ช่วงชีวินของมนุษย์ก็สุดสั้น อาจประหยัดเวลาศึกษากัน ถ้าเรียนเอาเพียงเท่านั้นที่แก่นแกน ดังหงส์แยกเยื่อนมจากน�้ำได้ แม้ละลายรสอ่อนกระท่อนกระแท่น ยังดูดดื่มรสชาติไม่ขาดแคลน ก็เปรียบแม้นการเลือกเอาที่เล่าเรียน “ที่ข้าพระองค์กราบทูลเช่นนี้ ก็เพราะทราบว่า มีบรมครูพราหมณ์ท่านหนึ่ง นามว่า วิษณุศรมัน เป็นผู้มีชื่อเสียงในวิชาความรู้ทุกแขนง ท่านคงมีวิธีสอนพระโอรสให้เฉลียวฉลาด ได้ พระเจ้าข้า”


8 พระราชาทรงฟังดังนั้น จึงให้เชิญพราหมณ์ผู้นั้นมา ครั้นท่าน พราหมณ์มาถึงแล้ว จึงตรัสแก่พราหมณ์ว่า “ท่านปราชญ์ผู้ทรงศีล เพื่อเห็นแก่ฉัน ขอได้โปรดรับบุตรของฉันทั้งสามคน ไปสั่งสอนให้มี ความรู้ความคิดตามสมควรด้วยเถิด ฉันจะตอบแทนท่านด้วยสมบัติ สักเท่าใดก็ได้ เท่าที่ท่านต้องการ” “ข้าแต่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่” พราหมณ์วิษณุศรมันกราบทูล “ข้าพระองค์มิได้มาที่นี่เพื่อจะขายวิชา ข้าพระองค์แก่แล้ว อายุแปดสิบแล้ว ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปท�ำไม ไม่มีสิ่งใดเย้ายวนให้นึก อยากอีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อสนองพระบารมี ข้าพระองค์ ยินดีจะรับสอนพระโอรสทั้งสาม และด้วยการเอาเกียรติเป็นประกัน ว่า ภายในเวลาหกเดือน พระโอรสจะมีพระสติปัญญาหลักแหลม เหนือผู้อื่นทั้งปวง แม้นไม่ส�ำเร็จ ข้าพระองค์ก็จะไม่ขอเรียกตัวเองว่า วิษณุศรมัน อีกต่อไป” พระราชาทรงสดับเช่นนั้นก็ปลาบปลื้มปีติ จึงมอบพระโอรสทั้งสาม ให้ไปกับพราหมณ์นั้น จากนั้น พราหมณ์วิษณุศรมันก็ถวายการสอนพระโอรสด้วยหนังสือต�ำราห้าเล่ม ซึ่งท่าน เป็นผู้แต่งเรียบเรียงขึ้น ประกอบด้วย : เล่มแรก : การแตกมิตร เล่มสอง : การผูกมิตร เล่มสาม : กา กับ นกเค้า เล่มสี่ : สูญลาภ เล่มห้า : ไม่รอบคอบ พระโอรสทั้งสามได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ จากหนังสือทั้งห้าเล่มนี้ ภายในเวลาหกเดือน ก็ ส�ำเร็จสมพระราชประสงค์ นับแต่นั้นมา หนังสือต�ำราที่ว่าด้วยศิลปะการครองชีวิตอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีชื่อว่า “ปัญจตันตระ” อันแปลว่า หนังสือห้าเล่ม นี้ ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ในฐานะที่เป็นเครื่องมือ กระตุ้นสติปัญญาเยาวชนทั้งหลายได้อย่างวิเศษยิ่ง.


9 ความบอดเขลาน�ำพาเสียค่าโง่ ต้องสูญลาภอักโขท�ำไงได้ ด้วยเล่ห์ลิงลวงค�ำท�ำเอาใจ ชักพาให้จอมกุมภีร์เสียทีลิง Blind folly always has to pay For giving property away Because of blandishments and guile - The monkey tricked the crocodile.


10 1. Blind folly always has to pay For giving property away Because of blandishments and guile - The monkey tricked the crocodile. เอาละ, มาเริ่มนิทานเล่มที่ ๔ กัน! เล่มนี้ชื่อ “สูญลาภ” ซึ่งขึ้นต้นด้วยโศลกที่ว่า ๑. ความบอดเขลาน�ำพาเสียค่าโง่ ต้องสูญลาภอักโขท�ำไงได้ ด้วยเล่ห์ลิงลวงค�ำท�ำเอาใจ ชักพาให้จอมกุมภีร์เสียทีลิง “เรื่องเป็นอย่างไรหรือ?” เจ้าชายน้อยแย่งกันถาม และแล้วพราหมณ์วิษณุศรมก็เริ่มเล่า นิทานเรื่อง “ลิง กับ จระเข้” นิทานเรื่องที่ ๑ - ลิง กับ จระเข้ ณ ชายฝั่งริมทะเลแห่งหนึ่ง มีต้นชมพู่ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งไม่เคยร้างผล เป็นที่อาศัยของลิงตัว หนึ่ง ชื่อว่า หน้าแดง อยู่มาวันหนึ่ง จระเข้ที่ชื่อ ทึ่มทุลักษณ์ คลานขึ้นจากทะเลมาที่โคนต้นชมพู่ แล้วนอนฝัง ตัวอยู่กับผืนทรายอันอ่อนนุ่ม เจ้าหน้าแดงจึงกล่าวกับจระเข้ว่า “ท่านเป็นแขกของข้า โปรดรับ ประทานผลชมพู่ที่ข้าจะโยนไปให้ แล้วท่านจะพบว่า รสชาติมันราวกับผลไม้ทิพย์จากสวรรค์ ทีเดียว ท่านคงเคยได้ยินค�ำกล่าวที่ว่า ๒. จะคนเขลา หรือปราชญ์ฉลาดหลัก จะอัปลักษณ์ หรืองามเลิศดูเฉิดฉัน ขอเป็นแขก ได้รับแจกของก�ำนัล ไปสวรรค์เป็นสะพานให้ท่านเดิน ๓. ไม่ต้องถาม แหล่งบ้าน, การศึกษา หรือยศฐาน์ เทือกเถา ให้เขาเขิน ค�ำขอบคุณ และของฝาก ไม่ยากเกิน พระคัมภีร์มีสรรเสริญก�ำหนดไว้ 2. A fool or scholar let him be, Pleasant or hideous to see, A guest, when offerings are given, Is useful as a bridge to heaven. 3. Ask not his home or education, His family or reputation, But offer thanks and sacrifice: For so prescribes the law-book wise.


11 และยังมีว่า ๔. การต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือน ที่ห่างเรือนอ่อนล้ามาแต่ไหน สิ่งก�ำนัลมีแบ่งปันโดยทันใด นั่นละใช่ ใจคอ นรชน ๕. แขกจากไปอย่างหดหู่ไม่ดูแล สลดใจไม่มาแน่แม้อีกหน ท�ำทวยเทพบนสวรรค์และบรรพชน ต้องห่างเหินด้วยเกินทนในจรรยา 4. By honouring the guests who come Wayworn from some far-distant home To share the sacrifice, you go The noblest way that mortals know. 5. If guests unhonoured leave your door, And sadly sighing come no more, Your fathers and the gods above Turn from you and forget their love.” เมื่อกล่าวเช่นนั้นแล้ว เจ้าลิงก็โยนผลชมพู่ให้ จระเข้รับชมพู่ไปกิน แล้วร่วมสนทนาเบิกบานอยู่กับลิงตลอดวัน ก่อนจะกลับไปยังที่อยู่ ดังนั้น ทั้งลิงและจระเข้ ก็พักผ่อนอยู่ใต้ร่มต้น ชมพู่อยู่วันแล้ววันเล่า ใช้เวลาให้หมดไปด้วยการสนทนาเรื่องสนุกสนานต่างๆ อย่างมีความสุข เจ้าจระเข้เมื่อกลับถึงบ้านก็เอาผลชมพู่ที่เว้นไว้มาฝากเมียด้วย วันหนึ่ง เมียจระเข้จึงถาม ผัวว่า “ที่รักจ๋า เธอได้ชมพู่พวกนี้มาจากไหน รสชาติราวกับผลไม้ทิพย์ก็ไม่ปาน” “ที่รัก” ฝ่ายผัวตอบ “ฉันโชคดีได้รู้จักเพื่อนแสนดีผู้หนึ่ง เป็นวานร ชื่อ หน้าแดง เขาให้ ชมพู่พวกนี้แก่ฉันด้วยความอ่อนน้อมอย่างยิ่ง”


12 ครั้นแล้วนางเมียก็กล่าวว่า “ถ้าใครสัก คนได้กินผลไม้ทิพย์อย่างนี้ทุกวัน หัวใจของ เขาก็ต้องเปลี่ยนเป็นทิพย์ไปด้วย ฉะนั้น ถ้า ท่านยังเห็นคุณค่าในภรรยาของท่านอยู่ ก็เอา หัวใจของเขามาให้ดิฉัน ดิฉันจะได้กินมัน เพื่อ ที่ดิฉันก็จะกลายเป็นทิพย์ ไม่รู้จักแก่ หรือเจ็บ ป่วย แต่จะอยู่เป็นคู่ของท่านอย่างเป็นสุข” แต่เจ้าจระเข้ผู้ผัวคัดค้าน “อย่าเลย, อย่างแรกเลยนะ, ที่รัก, เขาเป็นดังพี่น้อง บุญธรรมของเรา อย่างที่สอง, เขาให้ผลไม้ ทิพย์แก่เรา ฉันฆ่าเขาไม่ลงหรอก อย่าคาดคั้นฉันเลย อนึ่ง มีสุภาษิตกล่าวว่า ๖. เป็นตัวตน ครั้งแรกพึ่ง ซึ่งมารดา ครั้งต่อมา อาศัย ในผู้อื่น เป็นพี่น้องโดยเพื่อนเหมือนอยู่ยืน ผูกกลมกลืนกว่าสายเลือด อาจเผือดจาง แต่นางเมียกล่าวว่า “ท่านไม่เคยปฏิเสธดิฉันมาก่อน ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงมั่นใจว่า นางจะ ต้องเป็นลิงตัวเมีย ท่านรักนาง ถึงได้อยู่กับนางทั้งวัน วันแล้ววันเล่า และเป็นเหตุผลที่ท่านจะ ไม่ให้สิ่งที่ดิฉันต้องการ ก็ยามที่ท่านนอนอยู่กับดิฉัน ลมถอนใจของท่านร้อนราวกับไฟ ท่านไม่ อยากจุมพิตดิฉัน ไม่กอดดิฉันแน่นอย่างเคย ดิฉันรู้ว่ามีใครคนอื่น แอบเข้ามาอยู่ในหัวใจของ ท่่านแล้ว” ได้ฟังนางเมียกล่าวเช่นนั้น เจ้าจระเข้ก็ห่อเหี่ยวใจ พูดกับเมียว่า ๗. แทบเท้าเธอ ฉันรอเรียกให้เพรียกขาน พร้อมบริการ สนองสนุก ในทุกอย่าง ไฉนมอง จ้องมา ด้วยท่าทาง อย่างหึงสา ตาขวาง เช่นนั้นเล่า? แต่เมื่อนางเมียได้ยินดังนั้น ใบหน้าของนางก็เปียกชุ่มไปด้วยน�้ำตา และนางกล่าวว่า 6. To give us birth, we need a mother; For second birth we need another: And friendship’s brothers seem by far More dear than natural brothers are.” 7. When I am at your feet And at your service, sweet, Why do you look at me With peevish jealousy?


13 ๘. “ท่านรักนาง อ�ำพรางตน - คนหลอกลวง! ท่านไม่ถ่วง ทิ้งนางพลัน ดิฉันรู้ เพราะรูปเล่ห์ ชวนโลม ของโฉมตรู ขโมยใจ เจ้าชู้ ของท่านแล้ว ๙. ขอยอมแพ้ หญิงเจ้าชู้ ไม่สู้ทน คงได้แต่ สวดมนต์ ให้คลาดแคล้ว อย่าได้พบ พานมี ที่วี่แวว ให้รู้แกว ค�ำบอก ที่หลอกลวง อีกอย่าง, ถ้าท่านไม่รักนาง แล้วท�ำไมจึงไม่ฆ่านาง เมื่อดิฉันร้องขอ? และถ้ามันเป็นวานร ตัวผู้ ท่านจะรักมันไปท�ำไม? พอแล้ว! ถ้าดิฉันไม่ได้กินหัวใจมันละก็ ดิฉันจะขออดอาหารจน ตาย อยู่ในบ้านท่านนี่แหละ” เมื่อเจ้าจระเข้เห็นความตั้งใจเด็ดเดี่ยวของเมีย ก็ชักจะไขว้เขวไปเพราะความกังวล แล้ว เปรยขึ้นว่า “อา, จริงแท้แน่เทียว ดังค�ำพูดที่ว่า ... ๑๐. เพียงคว้าจับ หมับเดียว คงพอได้ หากจะใช้ กับปลา ปู ไม่ฉู่ฉาว กับคนโง่ สตรี คนขี้เหล้า ต้องใช้กาว หรือคราม* ล่อทรามเชย “โอ้, ข้าจะท�ำไงดี? ข้าจะฆ่าเขาได้ไง?” ด้วยความหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่เช่นนี้ เจ้าจระเข้ก็ไป หาลิง ฝ่ายเจ้าลิงก็คิดถึงเพื่อนจระเข้อยู่หลายวันแล้ว เมื่อเห็นเพื่อนหน้าตาหมองคล�้ำ ก็ทักทาย ว่า “เพื่อนเอ๋ย, หายหน้าไปไหนเสียหลายวัน? ท�ำไมไม่พูดไม่จาอะไรให้ครึกครื้น และบอกต่อ เรื่องชวนคิดบ�ำรุงปัญญาน่ะ?” เจ้าจระเข้กล่าวตอบ “เพื่อนเอ๋ย, น้องเอ๋ย, เมียฉันเพิ่งบ่นด่าฉันมาวันนี้ ว่า ‘คนอกตัญญู! อย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีกนะ ท่านไปอยู่กับเพื่อนให้เขาสิ้นเปลืองไปเท่าไรแล้ว ไม่เคยคิดจะ ตอบแทนอะไรเข้าบ้าง ท่านไม่เคยคิดจะชวนเขามาเที่ยวที่บ้านสักครั้ง ท่านคงจะเอาดีไม่ได้ แล้ว ดังค�ำพูดที่ว่า... 8. “You love her, you deceiver; Your wishes never leave her; Her pretty shamming steals upon your heart. 9. My rivalry is vain, sir; And so I pray abstain, sir, From service that is only tricky art. 10. Remember that a single grab Suffices for a fish or crab, For fool or woman; and it’s so For sot, cement, or indigo*. * คราม = เครื่องย้อมผ้าให้เป็นสีน�้ำเงิน ผ้าที่แพง นอกจากจะมาจากแคว้นกาสีแล้ว ถ้าเป็นสีน�้ำเงินด้วย จึงจะแพงจริง


14 ๑๑. คนฆ่าพราหมณ์, คนขโมย ของของเขา คนโกหก, คนขี้เมา, เบาใจได้ แค่เนรคุณ อย่างที่เห็น ไม่เป็นไร ไม่ต้องท�ำสิ่งใดเพื่อไถ่โทษ 11. The Brahman-murderer or thief, Drunkard or liar, finds relief; While for ingratitude alone No expiation will atone. ‘ฉันถือว่าเขาเป็นประหนึ่งน้องสามี ฉะนั้น จงเชิญเขามาบ้าน แล้วเราก็จะได้มีโอกาส ตอบแทนในความกรุณาของเขาบ้าง ถ้าท่านปฏิเสธ ก็คอยพบดิฉันบนสวรรค์ก็แล้วกัน’ “เมียฉันเขาด่าว่าฉันอย่างนี้ ฉันจึงไม่อาจมาหาน้องท่านได้จนกว่าเมียฉันจะเลิกบ่นด่า เสียก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ฉันก็ทะเลาะกับนางด้วยเรื่องของน้องท่านไม่ได้เว้นวัน ดังนั้น ขอเชิญน้องท่านไปที่บ้านฉันสักครั้ง ตอนนี้เมียพี่ชายได้ท�ำซุ้มประตูต้อนรับรอไว้แล้ว นางได้ เตรียมเสื้อผ้าอาภรณ์และเพชรพลอยเครื่องประดับทั้งหลาย เพื่อจะได้แต่งตัวต้อนรับท่านให้ สมเกียรติ นางยังแขวนพวงมาลัยไว้ที่เสาประตูรอคอยการมาของน้องท่านอย่างกระวนกระวาย” “พี่ท่าน, สหายของข้า” เจ้าลิงตอบค�ำ “ภรรยาพี่ท่านช่างกรุณาเสียจริง เหมือนที่มีค�ำพูด อยู่ว่า ๑๒. มีหกอย่าง ต่างท�ำอยู่ ในหมู่มิตร ที่ใกล้ชิด คือการรับ กับการให้ การสดับ กับการพูด ที่จริงใจ การร่วมไป กินกัน และบันเทิง “แต่ วานรอย่างพวกเราอาศัยบนต้นไม้ ส่วนบ้านของท่านอยู่ในน�้ำ แล้วฉันจะไปที่นั่นได้ อย่างไร? น�ำคุณพี่ผู้หญิงมาที่นี่จะมิดีกว่าหรือ? เพื่อฉันจะได้ก้มกราบและรับพรจากนาง” เจ้าจระเข้พูดว่า “เพื่อนเอ๋ย, บ้านของเราอยู่บนหาดทรายในถ�้ำใต้น�้ำ ปีนขึ้นมาบนหลัง ของฉันนี้ แล้วเดินทางไปด้วยกัน ไม่มีอะไรต้องวิตก” เมื่อเจ้าลิงได้ยินเช่นนั้น มันกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี พูดว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ เพื่อนเอ๋ย ก็รีบเลย จะมัวช้าอยู่ท�ำไม? ฉันอยู่บนหลังของท่านนี่แล้ว” แต่ขณะที่นั่งอยู่บนหลังจระเข้ แหวกว่ายอยู่ในทะเลลึกที่ไม่อาจหยั่งถึงก้น เจ้าลิงก็เกิด กลัวขึ้นมาจับจิต “ช้าๆ ลงหน่อยเถิด พี่ชาย ตัวฉันเปียกปอนไปหมดแล้วกับคลื่นใหญ่” เจ้าจระเข้เมื่อได้ยินลิงพูดดังนั้น ก็คิดอยู่ในใจว่า 12. Six things are done by friends: To take, and give again; To listen, and to talk; To dine, to entertain.


15 “ถ้าเจ้าลิงนี้หล่นลงไปจากหลังของข้า มันคงไปข้างไหนไม่ได้เลย เพราะน�้ำลึกมาก มันจึง อยู่ในอ�ำนาจของข้าแล้ว เพื่อเห็นแก่มัน อย่ากระนั้นเลย ข้าจะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงให้มันรู้ อย่างน้อยมันก็จะได้มีเวลาสวดมนต์ให้กับเทพเจ้าองค์โปรด” ดังนั้น เจ้าจระเข้จึงพูดขึ้นว่า “สหายเอ๋ย, ข้าหลอกลวงท่านน่ะ และก�ำลังจะพาท่านไปสู่ ความตาย เพราะเมียข้าสั่งให้ข้าท�ำ ดังนั้น ระหว่างนี้ก็จงสวดมนต์ให้กับเทพที่ท่านนับถือเถิด” “พี่ชาย” เจ้าลิงพูด “ข้าได้ท�ำผิดอะไรกับเมียท่าน หรือกับท่าน? ท�ำไมท่านถึงได้วางแผน ท�ำร้ายข้า?” “เรื่องมันเป็นอย่างนี้...” เจ้าจระเข้อธิบาย “ผลไม้รสหวานพวกนั้น ท�ำให้เมียข้าเชื่อว่า ท�ำให้หัวใจของท่านมีรสหวานไปด้วย นางจึงอยากกินหัวใจของท่าน ข้าจึงได้ท�ำเรื่องนี้ขึ้นมา” ขณะนั้น เจ้าวานรหัวไวก็พูดขึ้นว่า “พี่ชาย, ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ท�ำไมท่านถึงไม่บอกฉัน เสียตั้งแต่ตอนที่อยู่บนหาด? ฉันจะได้เอาหัวใจอีกอันหนึ่งมา อันนั้นแหละถึงจะหวานสุดๆ ฉัน เก็บเอาไว้ในโพรงต้นชมพู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันก็ได้แต่คิดถึงหัวใจอันนั้นด้วยความเสียดาย ที่ท่าน พาฉันมาอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีหัวใจอันแสนหวานนั้นมาด้วย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าจระเข้ก็สุดแสนจะปรีดา กล่าวว่า “สหายเอ๋ย, ถ้าท่านรู้สึกเช่นนั้น ก็จงเอาหัวใจอันนั้นมาให้ฉันเถิด เมียฉันก็จะได้เลิกฉุนเฉียวเมื่อได้กินหัวใจอันนั้น และเลิกอด อาหารประท้วง เอาละ, ข้าจะพาท่านกลับไปยังต้นชมพู่”


16 กล่าวจบ เจ้าจระเข้ก็หันหลังว่ายกลับ ไปยังต้นชมพู่โดยไม่รอช้า ในขณะที่เจ้าลิงก็ พึมพ�ำบทสวดสารพัดนับร้อย ถึงเหล่าทวย เทพทั้งหลายเท่าที่จะนึกได้ เมื่อเจ้าจระเข้มาถึงชายหาด ใต้ต้นชมพู่ เจ้าลิงก็รีบกระโจนขึ้นไป แล้วกระโดดหนีขึ้น ไปบนต้นชมพู่ ให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ พลาง นึกลิงโลดใจว่า “ไชโย! กูรอดแล้ว! เป็นอย่าง ค�ำสอนที่เขากล่าวไว้ทีเดียว ว่า ๑๓. เราไม่พึงไว้ใจในคนชั่ว แม้กับตัวผู้ที่ควรไว้ใจได้ เราอาจเสื่อมโดยพลันด้วยอันตราย ถูกท�ำลาย สิ้นทราก ทั้งรากทั้งปวง 13. We dare not trust a rogue; nor must We trust in those deserving trust: For danger follows, and we fall Destroyed and ruined, roots and all. 14. Whoever trusts a faithless friend And twice in him believes, Lays hold on death as certainly As when a mule conceives.” “วันนี้ เท่ากับเป็นวันเกิดใหม่ของเราทีเดียว!” ฝ่ายเจ้าจระเข้ก็ตะโกนเรียกอยู่ว่า “เพื่อนเอ๋ย, น้องชายเอ๋ย, เอาหัวใจมาให้ข้าซี เมียข้าจะ ได้กินมัน แล้วจะได้เลิกอดอาหาร” ถึงตอนนั้น เจ้าลิงก็หัวเราะ และด่าเจ้าจระเข้ว่า “ไอ้หน้าโง่! ไอ้หน้าสับปลับ! ใครที่ไหนจะ มีหัวใจสองดวงได้วะ? กลับบ้านเอ็งไปซะ แล้วอย่าได้กลับมาที่ใต้ต้นชมพู่นี้อีก แกก็คงเคยได้ยิน ค�ำพูดที่ว่า ๑๔. ผู้ใดหลงวางใจเพื่อนไม่ซื่อ แถมยังถือเชื่อพ้องเป็นสองเท่า ดุจคนดื้อด้นไปไม่ผิดเค้า ความตายอยู่รอดูเขาเป็นแน่แท้ บัดนี้ เจ้าจระเข้รู้สึกอับอายเมื่อได้ยินค�ำพูดนั้น แล้วคิดว่า “โอ้, ท�ำไมข้าถึงได้โง่ถึงขนาด เปิดเผยแผนการให้มันรู้ได้นะ? ถ้าข้าสามารถเรียกความเชื่อถือกลับมาได้อีกครั้ง บางทีข้าก็อาจ ท�ำกิจได้ส�ำเร็จ” ดังนั้น มันจึงพูดขึ้นว่า “เพื่อนเอ๋ย เมียข้าไม่ได้อยากกินหัวใจอะไรหรอก ข้า


17 เพียงพูดเล่นเพื่อลองใจเจ้าดูน่ะ มาเถิด มาเป็นแขกของบ้านข้า เมียพี่ชายท่านอยากพบหน้าท่าน เต็มแก่แล้วละ” เจ้าลิงตะโกนกลับมาว่า “ไอ้ชั่ว! ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้เลย! ข้าไม่โง่ไปหรอก เพราะว่า ... ๑๕. คนหิวจริงไม่ยึดมั่นสิ่งอันใด คนจนแจ้งแล้งน�้ำใจกระไรนั่น แม่คุณช่วยบอกคุณสุภาพพลัน พรเทพนั้น ไม่ไปบ่อ อีกต่อไป “เรื่องคุณสุภาพอะไรหรือ?” จระเข้ถาม ดังนั้น ลิงจึงเล่าเรื่อง “สุภาพ กับ พรเทพ” ให้ฟัง นิทานเรื่องที่ ๒ - สุภาพ กับ พรเทพ กาลครั้งหนึ่ง ยังมีพญากบตัวหนึ่ง ชื่อ พรเทพ อาศัยอยู่ในบ่อน�้ำร่วมกับญาติๆ ทั้งหลาย จนกระทั่งวันหนึ่ง พญากบรู้สึกอึดอัดทรมานกับบรรดาญาติๆ เต็มประดา จึงไต่ขึ้นมาตามลูก หม้อของวงล้อตักน�้ำ ทีละลูก จนถึงปากบ่อ ครั้นแล้วก็คิดขึ้นว่า “ข้าจะเอาคืนกับไอ้พวกญาติน่า ร�ำคาญพวกนั้นยังไงดี มีค�ำกล่าวอยู่ว่า ๑๖. บางคนเสพความสุขจากทุกข์เรา บางคนเอาความเจ็บไปเสพสนุก สองคนนี้ต้องชดใช้ให้จ�ำจุก เราจึงสุขเกิดอีกคราด้วยสาใจ 15. The hungry man at nothing sticks; The poor man has his heartless tricks. Tell Handsome, miss, that Theodore Will see him in the well no more.” 16. While one brings comfort in distress, Another jeers at pain; By paying both as they deserve, A man is born again.” ขณะที่มีความคิดนี้ พญากบพลันพบ เห็นงูเห่าที่ชื่อ สุภาพ เลื้อยออกมาจากโพรง ท�ำให้พญากบเกิดความคิดใหม่ขึ้นว่า “ข้าจะ เชื้อเชิญงูตัวนี้ลงไปในบ่อ และจัดการกับไอ้ ญาติๆ พวกนั้นให้เกลี้ยงไปซะเลย ดังที่มีค�ำ กล่าวว่า


18 ๑๗. เศษกะเทาะเคาะเศษด้วยกันหลุด ผู้รู้ผุดปัญญาได้อาศัย ชักศัตรูฆ่าศัตรูผู้เป็นภัย อันตรายก็เปลี่ยนไปเป็นบันเทิง 17. A sliver draws a sliver out; Just so the wise employ Grim foes to slaughter foes; and thus Turn danger into joy.” เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนั้นแล้ว เวลาต่อมา พญากบก็ไปที่ปากโพรงงู แล้วตะโกนเรียก “ออกมา! เชิญออกมาหน่อย! ท่านสุภาพ! ออกมานี่!” แต่เมื่องูได้ยิน ก็คิดว่า “ใครหนอมาเรียกกูอยู่โหวกเหวก แต่เห็นทีจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียว กับกูเป็นแน่ นี่มันไม่ใช่เสียงงู และกูก็ไม่ได้มีสัมพันธ์กับใครอื่นที่ไหนในโลกนี้ เพราะฉะนั้น กูก็ จะรอดูให้แน่ใจว่ามันเป็นใครกันแน่ ดังค�ำกล่าวที่ว่า ๑๘. ยังไม่มีข้อมูลสมบูรณ์พร้อม อย่าออมชอมไว้ใจใครทั้งนั้น ก่อนรู้ที่ รู้นิสัย รู้ใจกัน บนสวรรค์เขารู้เห็นกันเช่นนี้ “บางทีมันอาจจะเป็นหมองู หรือไม่ก็ไอ้พวกมอมยา ที่มาเรียกกูเพื่อจะเอาไปใส่กรง หรือ อาจจะเป็นคนที่ก�ำลังจะคิดสั้น ถึงได้เรียกใช้กูเพื่อให้เพื่อนๆ สนใจ” ดังนั้น เจ้างูสุภาพจึงได้ถามกลับไปว่า “ท่านเป็นใคร?” อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า “ฉันคือพญากบ ชื่อ พรเทพ ฉันมานี่เพื่อจะมาขอเป็นเพื่อนกับ ท่าน” เมื่องูได้ยินดังนั้น ก็พูดว่า “เป็นไปได้ไง! มีที่ไหนที่ฟางแห้งจะขอเป็นเพื่อนกับไฟ? ท่านไม่ เคยได้ยินค�ำพูดนี้หรือ? ๑๙. อย่ากระท�ำ แม้ฝันเอา คิดเข้าหา ศัตรูร้าย เพียงปรายตา ฆ่าเราได้ ระวังปากให้ดีจะมีภัย จะพูดพล่อย เพื่ออะไร ท�ำไมกัน? แต่พญากบกลับกล่าวว่า “ท่านกล่าวถูกต้องทีเดียว ท่านเป็นศัตรูของฉันโดยก�ำเนิด ที่ฉัน มาหาท่านนี้ ก็ด้วยเหตุที่ว่า ฉันถูกดูหมิ่น ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือว่า ... 18. Until you have full information Of prowess, character, and station, To no man let your trust be given - Such is the current saw in heaven. 19. You do not, even in a dream, Approach the kind of foe Who kills at sight. What can you mean? Why should you babble so?”


19 ๒๐. เมื่อสมบัติพัสถานสูญไปสิ้น เหลือชีวินเป็นเดิมพันอย่าหวั่นไหว จะรักษาชีวิต สมบัติ ไว้ ท่านต้องไปพินอบพิเทางู เจ้างูถามว่า “ผู้ใดดูหมิ่นท่าน?” พญากบตอบว่า “ญาติๆ ของฉันเอง” “บ้านท่านอยู่ที่ไหน?” เจ้างูถาม “ในบึง หรือบ่อ? หรือตระพัง? หรือถังน�้ำ” “บ้านฉันอยู่ในบ่อ” กบตอบ “แต่ฉันลงไปไม่ได้ ถึงจะลงไปได้ ฉันก็ ไม่มีที่ที่จะนอนอยู่ได้ เพื่อจัดการกับญาติๆ ของท่าน ไปเสียเถิด อีกอย่าง ท่านก็รู้ว่า... ๒๑. กินเพียงสิ่งไม่ต้องฝืนว่ากลืนได้ หาช่องโพรงโปร่งใจให้เหมาะที่ ระหว่างย่อยอาหารเป็นการดี อย่าให้มีหลุดรอดเรื่องปลอดภัย 20. When all your property is gone And life itself at stake - To save that life and property You grovel to a snake.” 21. Eat only what will swallow And gratify the hollow Within with good digestion - Put not your health in question.” แต่เจ้ากบกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาหรอกท่าน มากับฉันเถิด ฉันจะพาท่านลงบ่อด้วยทางอัน สะดวก และข้างในบ่อที่ใกล้ระดับน�้ำ มีโพรงน่าอยู่อยู่โพรงหนึ่ง ที่ท่านจะนอนอย่างสบาย และ จะพบว่า ธุระในการจัดการกับญาติๆ ของฉัน เป็นเรื่องไม่ยากเลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้างูก็ส�ำนองว่า “ช่าย, ฉันก็แก่แล้ว ระยะหลังๆ นี้ กว่าจะจับหนูสักตัว ฉันต้องพยายามแทบตาย แล้วก็มักจะไม่ส�ำเร็จ ใช่ ใช่ มีสุภาษิตอยู่ว่า ๒๒. เมื่อแรงหมด ถดถอย คอยวันตาย มิตรสหาย ภริยา หลบหน้าหนี ผู้รอบคอบมองการณ์ไกลใช้ชีวี ให้พอมีหลักประกันที่มั่นคง 22. When strength is ebbing, dying, When friends are gone, and wife, The prudent should be trying A carpet-slippery life.”


20 เมื่อได้ตริตรองดีแล้ว เจ้างูก็พูดกับกบว่า “เอาละ, ท่านพรเทพ ถ้าท่านหมายความตาม นั้นจริง ก็จงน�ำทางไปเถิด เราจะไปด้วยกัน” “สหาย สุภาพ” เจ้ากบเอ่ย “ฉันจะพา ท่านไปที่นั่นโดยทางสะดวก และชี้โพรงที่ว่า ให้ดู แต่ขอไว้อย่างหนึ่ง คือ ขอให้ท่านละเว้น ครอบครัวฉัน ท่านจะกินได้แต่ตัวที่ฉันชี้ให้กิน เท่านั้นนะ” “เพื่อนเอ๋ย” เจ้างูกล่าว “ท่านกับฉัน บัดนี้เป็นมิตรสหายกันแล้ว อย่าได้กลัวไปเลย ฉันจะไม่กระท�ำการใด นอกเหนือไปจากที่ ท่านปรารถนาเท่านั้น” ว่าแล้ว เจ้างูก็เลื้อยออกมาจากโพรง สวมกอดเจ้ากบ ก่อนจะออกเดินทางไปด้วย กัน เมื่อมาถึงปากบ่อ เจ้างูก็เลื้อยตามกบลง ไปตามทางลูกหม้อของระหัดตักน�้ำ ครั้นแล้ว เจ้ากบก็น�ำเจ้างู ไปอยู่ในโพรง ที่อยู่กลางบ่อ และชี้ให้ดูญาติกบ ที่เกาะอยู่เต็มบ่อ หลังจากนั้น เจ้างูก็เริ่มกินกบในบ่อ ทีละ ตัว อย่างสะดวกสบาย. . . . . . . . v . . . . . . . . จนกระทั่ง กบในบ่อร่อยหรอลง เมื่อ พวกญาติๆ ที่เป็นปัญหา หมดไปแล้ว เจ้างูก็ แอบกินพวกเพื่อนๆ ของพญากบไปบ้าง แต่ก็ ด้วยความระวังไม่ให้เจ้ากบจับได้ แต่แล้วในที่สุด เจ้างูก็ต้องเอ่ยปากกับ


21 เจ้ากบในวันหนึ่ง “เพื่อนเอ๋ย, ฉันได้จัดการกับศัตรูของเพื่อนหมดแล้ว โปรดหาอะไรให้ฉันกินต่อไปด้วยเถิด เพราะท่านน�ำฉันมาที่นี่” “แต่, เพื่อนเอ๋ย” เจ้ากบกล่าว “ท่านได้ท�ำภารกิจของเพื่อนที่พึงท�ำส�ำเร็จแล้ว ขอเพื่อน จงกลับไปตามทางเดิมที่ลงมาเถิด” “พรเทพ เพื่อนรัก” งูสุภาพกล่าว “ท่านได้ท�ำผิดร้ายแรงเสียแล้ว ฉันจะกลับไปบ้านได้ อย่างไร? บ้านฉันเป็นป้อมปราการอย่างดี แต่เดี๋ยวนี้คงมีใครเข้าไปยึดครองเสียแล้ว ตัวฉันอยู่ที่ นี่ ท่านจะต้องหากบให้ฉันกินวันละตัว แม้มาจากครอบครัวท่าน ไม่เช่นนั้น ฉันก็จะกินให้หมด ทุกตัวโดยไม่เลือก” เจอค�ำขู่เช่นนั้นเข้า เจ้ากบก็เสียขวัญปั่นป่วน คิดขึ้นมาว่า “โธ่เอ๋ย ตอนนั้นกูเป็นอะไรไป วะ ถึงได้พาไอ้เจ้างูร้ายมาที่นี่? และถ้ากูปฏิเสธมันในตอนนี้ มันก็จะพาลกินหมดทั้งครอบครัว ใช่สิ, สมแล้วดังค�ำกล่าวที่ว่า ๒๓. ผู้ใดแส่แถไถไปคบหา กับศัตรูก�ำลังกล้าเกินก�ำราบ ไม่ต่างกับกินยาพิษควรคิดทราบ จะพะงาบสิ้นใจอีกไม่ช้า “ถ้างั้น ข้าจะต้องส่งกบให้มันกินวันละตัว แม้ว่าจะเป็นเพื่อน เพราะเขาพูดกันว่า... ๒๔. พึงสุขุมเสียค่าไถ่ไปสักนิด เมื่อศัตรูมันคิดเอาทั้งหมด ภูเขาไฟใต้น�้ำต้องง�ำงด ด้วยทะเลนิ่งสะกดสยบไว้ และยังมีอีกว่า ๒๕. เมื่อถูกขู่คุกคามลามทั้งหมด คนฉลาดยอมปลด ครึ่งหนึ่งได้ เหลืออีกครึ่ง เผื่อรอด พอปลอดภัย ที่จะให้จนหมด รันทดเกิน 23. Whoever fraternizes with Too vigorous a foe, Is eating poison, and will soon Perceive it to be so. 24. Calm with a prudent, petty bribe A foe who may desire To seize your all. So calms the sea Its fierce subaqueous fire. 25. It’s wise, when all is threatened, To give a half, and guard The other half to win one’s ends; For total loss is hard.


22 26. No prudent soul would lose Much good for little use; Prudence implies much gain Acquired with little pain.” และ ๒๖. ไม่มีคนมัธยัสถ์ คนไหนไหน เสียส่วนใหญ่เพื่อได้ประโยชน์น้อย มัธยัสถ์แปลว่า ยอมถ้าคอย ยอมเสียหน่อย ประโยชน์ใหญ่ จักได้มา ดังนั้น พญาจึงตัดสินใจชี้กบให้งูกินวันละตัว และเจ้างูก็กินกบตัวนั้น และกับอีกตัวหนึ่ง เมื่ออยู่ลับหลังพญากบ อา, นี่ก็ย่อมเป็นไปดังค�ำกล่าวที่ว่า ๒๗. อาภรณ์เลอะเปรอะขี้นั่งที่ไหน ก็พาให้เปื้อนคลุก ไปทุกแห่ง คุณธรรมหนึ่งตกต�่ำผิดส�ำแดง ที่เหลือแผลงพลอยไปในไม่ช้า จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เจ้างูก�ำลังกินกบตัวหนึ่งอยู่ พญากบเห็นว่าเป็นลูกชายของตน ก็ ร้องขึ้นด้วยเสียงโหยหวน นางเมียกบจึงกล่าวกับมันว่า ๒๘. ไยโอดครวญเสียงดัง ยังไม่ตาย ก็แผนร้ายส�ำเร็จเสร็จอยู่นี่ แต่โชคชัยไปลับกับบุพการี คนเคราะห์ร้ายเช่นนี้ผีไหนคุ้ม? “ทางที่ดี ท่านควรคิดแผนหนีเสียแต่วันนี้ หรือไม่ก็หาทางฆ่าไอ้งูร้ายนั่นซะ!” ในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป กบทุกตัวก็ถูกกินไปจนหมด เหลือแต่พญากบพรเทพเพียงตัว เดียว ถึงตอนนั้น เจ้างูสุภาพก็กล่าวกับพญากบว่า “ท่านพรเทพ ฉันหิวแล้วละ แต่ตอนนี้ไม่มี กบเหลือให้กินแล้ว โปรดหาอะไรให้ฉันกินด้วย เพราะท่านเป็นผู้พาฉันมาที่นี่” พรเทพกล่าวว่า “เพื่อนเอ๋ย อย่าได้กังวลไปเลย ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ถ้าท่านจะ อนุญาตให้ฉันออกไปข้างนอกสักประเดี๋ยว ฉันจะได้ไปชวนกบอีกบ่อหนึ่ง และน�ำพวกเขา ทั้งหมดมาที่นี่” เจ้างูกล่าวว่า “เอาซี, เพราะถึงอย่างไรฉันก็กินท่านไม่ได้ ท่านเป็นเหมือนพี่ชายฉัน แต่ถ้า ท่านท�ำได้อย่างที่พูด ท่านก็จะเป็นเหมือนพ่อฉันเชียวแหละ” 27. As muddied garments dirty All that you sit upon, So, when one virtue tumbles, The rest are quickly gone. 28. “Why so shrill? You were still While you worked your cruel will. Hope has fled with your dead; Who will save your hapless head?


23 29. The hungry man at nothing sticks; The poor man has his heartless tricks. Tell Handsome, miss, that Theodore Will see him in the well no more. ดังนั้น พญากบจึงได้โอกาสหนีออกจากบ่อแห่งนั้นไป ทิ้งให้เจ้างูรอคอยการกลับมาของ มัน แต่คอยแล้วคอยเล่า กบก็ไม่กลับมา จนกระทั่งเจ้างูอดรนทนไม่ไหว จึงออกปากถามนาง กิ้งก่าตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอีกโพรงหนึ่งในบ่อแห่งเดียวกัน “คุณนายที่เคารพ โปรดกรุณาฉันสักครั้งเถิด ท่านพรเทพที่เป็นเพื่อนของท่านด้วย เขา หายหน้าไปไหนนานมากแล้ว โปรดช่วยเที่ยวตามหาเขาให้ฉันหน่อยเถิด ตามบ่อตามบึงที่ไหน สักแห่ง ถ้าเจอ ก็กรุณาบอกเขาว่า ขอได้โปรด กลับมาที่นี่โดยเร็ว จะกลับมาคนเดียวก็ได้ บอกเขาด้วยว่า ฉันไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้ โดย ปราศจากเขา บอกเขาว่า ถ้าฉันท�ำผิดอะไรต่อ เขา ฉันจะขอยกบุญกุศลที่ฉันท�ำมาตลอด ชีวิต ให้เขาทั้งหมด” นางกิ้งก่าได้ท�ำตามที่ถูกขอร้อง และได้ พบเจ้ากบพรเทพในไม่ช้า นางจึงกล่าวกับเจ้า กบว่า “ท่านที่เคารพ เพื่อนท่าน ที่ชื่อ สุภาพ ก�ำลังรอคอยท่านอยู่ ขอให้ท่านกลับไปหา เขาโดยเร็ว และยังบอกด้วยว่า หากเขาท�ำผิด อะไรต่อท่าน เขาจะขอยกบุญกุศลที่เขาท�ำ มาตลอดชีวิต ให้ท่านทั้งหมด ดังนั้น อย่าได้ เป็นห่วงกังวลสิ่งใด ขอให้รีบกลับบ้านเถิด” แต่ กบพรเทพกล่าวว่า ๒๙. “คนหิวจริงไม่ยึดมั่นสิ่งอันใด คนจนแจ้งแล้งน�้ำใจกระไรนั่น แม่คุณช่วยบอกคุณสุภาพพลัน พรเทพนั้น ไม่กลับบ่อ อีกต่อไป” แล้วก็ส่งนางกิ้งก่ากลับไป


24 . . . . . . . . v . . . . . . . . “เพราะฉะนั้น ไอ้ตัวร้าย! ไอ้เดรัจฉานน�้ำ! ข้าก็เป็นอย่างท่านพรเทพ คือจะไม่มีวันย่าง กรายไปบ้านของแกอย่างแน่นอน” เจ้าลิงด่าจระเข้เป็นการสรุป เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าจระเข้ก็กล่าวว่า “เพื่อนเอ๋ย! ท่านเข้าใจผิดเสียแล้ว ข้าเชิญท่านไป เป็นแขกของบ้านข้า โปรดอย่าได้คิดเรื่องที่ว่าข้าอกตัญญูเลย ไม่เช่นนั้น ข้าจะจะยอมอดตาย อยู่ที่หน้าบ้านท่านนี่แหละ” “ไอ้โง่!” เจ้าลิงตะโกนกลับมา “จะให้ข้าไปบ้านแกอย่างเจ้าหูลู่ ทั้งๆ ที่อันตรายเห็นอยู่ เต็มตา แล้วก็ยอมให้เขาฆ่าน่ะหรือ?” “เจ้าหูลู่คือใคร?” เจ้าจระเข้ถาม “แล้วท�ำไมถึงได้ยอมให้เขาฆ่า ทั้งๆ ที่เห็นอันตรายอยู่ เต็มตา?” ดังนั้น เจ้าลิงจึงเล่าเรื่อง “หูลู่กับ คลุกฝุ่น” ให้เจ้าจระเข้ฟัง นิทานเรื่องที่ ๓ - หูลู่ กับ คลุกฝุ่น ยังมีราชสีห์ตัวหนึ่ง ชื่อ หัวร้อน อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง โดยมีบริวารที่รับใช้ใกล้ชิดอย่าง ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เป็นสุนัขจิ้งจอก ชื่อ คลุกฝุ่น อยู่มาวันหนึ่ง ราชสีห์ไปฟัดกะช้างมา ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลตามร่างกายจนยากจะขยับ เคลื่อนไหวได้แม้สักคืบหนึ่ง และนับตั้งแต่เจ้านายขยับร่างกายไม่ได้ เจ้าคลุกฝุ่นก็พลอยกะปลก กะเปลี้ยไปด้วย ล�ำคอของมันตีบตันด้วยความหิว ครั้นแล้ว มันก็กล่าวกับพญาสิงโตว่า “โอ นายท่าน, ข้าพเจ้าได้รับความทรมานจากความหิว จนลากขาจะไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้า เป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าจะรับใช้ท่านได้อย่างไร?” “คลุกฝุ่น บ่าวแสนดีของข้าเอ๋ย,” พญาสิงโตตอบ “เอ็งออกไปไล่สัตว์อะไรมาทางนี้สักตัว สิ ไอ้ตัวที่ข้าพอจะฆ่าได้แม้จะอยู่ในสภาพนี้” ดังนั้น เจ้าจิ้งจอกจึงออกล่า พยายามพยุงสังขารไปถึงหมู่บ้านที่อยู่ใกล้แห่งหนึ่ง พบเห็น ลาตัวหนึ่ง ชื่อ หูลู่ ก�ำลังแทะหญ้าที่ขึ้นอยู่หร็อมแหร็มข้างบ่อน�้ำ เจ้าคลุกฝุ่นขยับเข้าใกล้และ กล่าวทักทาย


25 “สวัสดีครับ ท่านลุงที่นับถือ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ เป็นอย่างไร ดูท่าทางลุงกะปลก กะเปลี้ยเสียเหลือเกิน” “จะให้ท�ำไงได้ล่ะ หลานเอ๋ย” หูลู่ตอบ “เจ้านายร้านซักรีดเขาไม่มีความเมตตาเลย เอาแต่ใช้งานข้าอยู่ท่าเดียว ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แต่ไม่เคยให้อาหารข้าแม้สักหยิบมือ ข้าไม่ได้ กินอะไรนอกจากหญ้าหร็อมแหร็มเปื้อนฝุ่น จนหมดเรี่ยวหมดแรงนี่แหละ” “เอางี้ซี คุณลุง” เจ้าจิ้งจอกว่า “ผม รู้จักสถานที่งดงามแห่งหนึ่ง อยู่ริมน�้ำ หญ้างี้ สี เขียวมรกตเลยเชียว ไปกันมั้ยล่ะ ไปอยู่กับผม ผมสัญญาว่าจะมาคุยสนุกกับลุงทุกวันเลย” “ก็ฟังดูดีนะหลาน” เจ้าลาหูลู่ว่า “แต่ สัตว์บ้านอย่างข้า น่าจะถูกสัตว์ป่าฆ่าเสียก่อน น่ะซี เพราะฉะนั้น สถานที่เลอเลิศประเสริฐ ศรีของเอ็ง จะมีประโยชน์อะไรกะข้า?” “ไม่มี้ ไม่มี” เจ้าคลุกฝุ่นรีบแก้ “ไม่มีใครมารบกวนหรอกลุง ผมกางเล็บปกป้องดูแลอยู่ ไม่ ให้ใครแปลกหน้าเข้าไปได้ นอกจากแม่ลาสาวโสดสามตัว ที่หนีเจ้านายจอมโหดอย่างเจ้าของ ร้านซักรีดของลุง มาอยู่กันที่นั่น ตอนนี้ก�ำลังอวบอั๋น แล้วก็ขี้เล่นซะด้วย พวกเธอเคยพูดกับผม ว่า ‘ลุง ช่วยเข้าไปในหมู่บ้าน หาสามีที่เหมาะๆ ให้พวกเราหน่อยซี’ ผมถึงได้มาหาลุงนี่ไง” พอเจ้าหูลู่ได้ยินถ้อยค�ำของเจ้าจิ้งจอกไม้นี้เข้า ก็ถึงกับตัวซี้ตัวสั่นด้วยความกระสันใคร่ จึง กล่าวว่า “ถ้าเป็นกรณีนั้น, ไอ้หลานเอ๋ย, เอ็งจงรีบน�ำทางไปเถิด เราควรไปที่นั่นกันเร็วๆ” เรื่องทั้งนี้ก็เป็นไปดังถ้อยค�ำของกวี ที่ว่าไว้ ๓๐. อันสตรีเป็นดุจน�้ำอมฤต ทั้งยาพิษ ก็เห็น เธอเป็นด้วย ได้อยู่ใกล้ ลมหายใจ กระชุ่มกระชวย แต่อาจม้วย เมื่อยามอยู่ กู่ไกลเธอ ด้วยเหตุนั้น เจ้าลาที่น่าสงสารก็เดินทางไปกับเจ้าจิ้งจอก เข้าสู่ระยะกรงเล็บของพญาสิงโต แต่เจ้าสิงโตนั้นสุดแสนจะเซ่อซ่า พอเห็นว่าเจ้าลาเข้ามาอยูในระยะกระโจนตะปบแล้ว 30. You are our only nectar; you, O woman, are our poison, too. For union with you is the breath Of life; and absence from you, death.


26 ด้วยความดีใจเกินขนาด มันก็กระโจนอย่างแรง จนกระทั่งข้ามหัวเจ้าลาไปลงอีกฝั่งหนึ่ง ฝ่ายเจ้าลา ก็พิศวงขึ้นมาวูบหนึ่ง “เอ๊ะ! เอ๋? อะไรนั่น?” ด้วยรู้สึกเหมือนมีฟ้าแลบผ่านไป แวบหนึ่ง อย่างไรก็ดี ด้วยความปรานีของโชคชะตา เจ้าลาก็หนีออกมาจากที่ตรงนั้นได้โดย ปลอดภัย แต่เมื่อมันเหลียวกลับไปดู ก็เห็นสัตว์ร้ายเกินบรรยายตัวหนึ่งยืนอยู่ ท่าทางโหดร้าย ด้วยความคั่งแค้น จนดวงตาถลนแดงด้วยเลือด ท�ำให้มันต้องตะกุยพื้นวิ่งหนี กลับที่อยู่อย่างไม่ คิดชีวิต เวลานั้น เจ้าจิ้งจอกกล่าวกับพญาสิงโต “เป็นไงไปล่ะ เจ้านาย? นี่หมายความว่าไง? ข้าได้ เห็นการแสดงพลังอ�ำนาจอันยิ่งใหญ่ของท่านแล้ว!” พญาสิงโตพูดอะไรไม่ออกอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ก็ข้าตั้งตัวไม่ทันนี่โว้ย! อย่าว่า แต่ลาตัวนึงเลย ต่อให้เป็นช้าง ถ้าเข้ามาอยู่ในระยะตะปบของข้าละก็ จะรอดไปได้ละหรือ?” เจ้าจิ้งจอกกล่าวว่า “ถ้างั้น คราวหน้าเจ้านายโปรดเตรียมตัวกระโดดไว้ให้ดีก็แล้วกัน ข้าพเจ้าจะไปน�ำมันกลับมาหาท่านอีก” “สหายเอ๋ย,” เจ้าสิงโตพูด “มันประจัญหน้ากับข้ามาแล้ว มันยังจะกล้ากลับมาหาข้าอีก หรือ? ไปหาสัตว์อื่นมาเถิด” แต่เจ้าจิ้งจอกพูดว่า “นายท่านจะกังวลเรื่องนั้นไปท�ำไม? ข้าพเจ้ารู้ดีว่าก�ำลังท�ำอะไรอยู่” ว่าแล้ว เจ้าจิ้งจอกก็ตามรอยเจ้าลาไป และไปพบมันก�ำลังเล็มหญ้าอยู่ที่เดิม พอเจ้าลาเห็นเจ้าจิ้งจอก มันก็กล่าวขึ้นว่า “เออ! ไอ้หลานชาย ไอ้ที่ที่แกพาข้าไป มันก็ดีอยู่


27 หรอกนะ ข้าน่ะโชคดีที่เอาตัวรอดมาได้ บอกข้ามาซิ ว่ามันเป็นตัวอะไร? มันพุ่งมาหาข้าอย่าง สายฟ้าแลบ แต่มันคงพลาดไปหน่อย” เจ้าจิ้งจอกหัวเราะ และกล่าวว่า “ลุงเอ๊ย! นั่นน่ะคือแม่ลาสาวไงล่ะ! หล่อนน่ะคลั่งรักจะ แย่อยู่แล้ว พอเห็นลุง ก็เลยลุกขึ้น พุ่งเข้ามาหมายจะกอด แต่ลุงดันอาย แล้ววิ่งหนีมาซะนี่ “พอลุงหายไปแล้ว หล่อนก็ยืดแขนออกมาเหมือนจะพยายามเหนี่ยวรั้งลุงไว้ เรื่องมันก็ เท่านี้แหละ กลับไปกันเถอะ เห็นเธอพูดว่า จะอดอาหารให้ตายไปเลย ถ้าลุงไม่กลับไป แล้วยัง พูดด้วยว่า ‘ถ้าคุณหูลู่ไม่ยอมแต่งงานกับฉัน ฉันจะโดดเข้ากองไฟ หรือไม่ก็ลงน�้ำ หรือไม่ก็จะกิน ยาพิษ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันทนไม่ได้ ถ้าจะต้องถูกพรากจากเขา’ “เพราะฉะนั้น ได้โปรดเมตตากลับไปที่นั่นกับข้าเถิด ถ้าท่านไม่ยอมกลับไป ท่านก็จะได้ ชื่อว่าเป็นผู้ฆ่าสตรี และกามเทพก็จะพิโรธ เพราะท่านก็รู้นี่นา ว่า... ๓๑. สตรีคือตราชัยในความรัก เอาไว้คุยอวดศักดิ์ว่าเป็นสุข อยู่สวรรค์ หรือพลันช่วยให้พ้นทุกข์ ชายทึ่มฉุกขึ้งเคียดถึงเกลียดชัง เพราะถูกรักหักอกต้องตกโสด บ้างเข้าโบสถ์บวชเอาดีหนีความหลัง บ้างใส่แดงบ้าแต่งตัวหัวสังกะตัง สร้อยกระโหลกบ้างก็ยังเอาห้อยคอ ดังนั้น เมื่อเจอกับเหตุผลจูงใจแบบนี้เข้า เจ้าลาหูลู่ก็เดินตามเจ้าจิ้งจอกคลุกฝุ่นมาอีกจน ได้ เป็นไปตามค�ำกล่าวนี้ จริงแท้แน่เทียว... ๓๒. บุรุษผู้รู้เยอะ มักเฟอะฟะ เพราะหนีชะ-ตากรรมไปไม่อาจพ้น ส่วนที่รื่นชื่นโชคแต่ละคน เพราะเบื้องบนก�ำหนดให้ไว้ก่อนแล้ว ด้วยเหตุนั้น เจ้าลาซื่อ ซึ่งถูกลวงด้วยเหตุผลสารพัดของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ก็มาอยู่ต่อหน้า พญาสิงโตซึ่งเตรียมตัวไว้ดีแล้วจนได้ และก็...ถูกสังหารในทันที 31. Woman is Love’s victorious seal, Confers all good. If for their weal (Supposed) in heaven or for salvation Dull men hold her in detestation, Love strikes them for their sins forlorn, And some turn naked monks, some shorn; Some have red garments; others wear Skull-necklaces, or frowsy hair.” 32. Men, knowing better, oft commit A shabby deed - so strong is fate. But where are they who relish it, When once it is irrevocate?


28 . . . . . . . . v . . . . . . . . พญาสิงโตให้จิ้งจอกเฝ้าซากลาไว้ ตนเองมุ่งไปที่แม่น�้ำเพื่อช�ำระกายและล้างบาป เจ้า จิ้งจอกจอมละโมภก็ฉวยโอกาสนั้นแอบกินหูกับหัวใจของลา เมื่อสิงโตกลับมาจากอาบน�้ำ และ สวดมนต์ตามระเบียบแล้ว ไม่เห็นหูกับหัวใจของลา หัวจิตหัวใจของมันก็คับคั่งด้วยความแค้น มันค�ำรามใส่เจ้าจิ้งจอก “ไอ้ชั่ว! นี่เอ็งท�ำอะไรของเอ็ง? เอ็งกินหูกับหัวใจเสียแล้ว ให้ข้ากิน เดนของเอ็งเรอะ?” “โอ้ นายท่าน” เจ้าจิ้งจอก กล่าวด้วยความนอบน้อม “อย่าได้พูดอย่างนั้น ไอ้เจ้าสัตว์ตัวนี้ มันเกิดมา หามีหูกับหัวใจไม่ ไม่เช่นนั้น นายท่านคิดดูสิ มันจะมาที่นี่, ได้เห็นนายท่านกับตาของ มันเอง, และได้วิ่งหนีไปด้วยความกลัว แล้วยังจะมีหน้ากลับมาอีก ได้ยังไง? ก็อย่างนี้นี่แหละ ที่ มีบทกวีให้จดจ�ำว่า ๓๓. เมื่อเขามา ตาเขาเห็น แล้วเผ่นหนี ด้วยกลัวที่ หน้าท่าน พาหวั่นไหว ดันลืมกลัว ตัวกลับมา น่าแปลกใจ เหตุเพราะหู กะหัวใจ เขาไม่มี พญาสิงโตฟังค�ำชี้แจงของเจ้าจิ้งจอกแล้วก็คล้อยตาม จัดการแบ่งซากลาให้ แล้วกินส่วน แบ่งของตน โดยปราศจากความข้องใจใดๆ อีก. . . . . . . . v . . . . . . . . “ก็นี่แหละ, ข้าถึงได้บอกว่า ข้าจะไม่เป็นอย่างเจ้าลาหูลู่ ก็ดูซี ไอ้เจ้าโง่, เอ็งอุตส่าห์แต่ง เรื่องมาหลอกข้า แล้วเอ็งก็ดันมาเผยไต๋เสียเอง เหมือน ฮึกหาญ ค�ำที่เขากล่าวกันถูกต้องทีเดียว ๓๔. คนคดโกงถ้าเลินเล่อมักเผลอไผล ลืมหลุดปากบอกไปข้อได้เปรียบ เจ้าฮึกหาญ โวอยู่ ไม่รู้เงียบ ต้องกรอบเกรียบปราชัยไม่พ้นเลย “เรื่องเป็นยังไง?” เจ้าจระเข้ถาม ดังนั้น เจ้าลิงจึงเล่าเรื่อง “อัศวินช่างปั้นหม้อ” ให้เจ้า จระเข้ฟัง 33. He came, he saw, he fled From your appearance dread, Returned, forgot his fears - The fool lacked heart and ears.” 34. The heedless trickster who forgets His own advantage, and who lets The truth slip out, like Fight-Firm, he Is sure to lose his victory.


29 นิทานเรื่องที่ ๔ - อัศวินช่างปันหม้อ กาลครั้งหนึ่ง ยังมีช่างปั้นหม้อคนหนึ่ง อาศัยที่เมืองเมืองหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง เขาผลุนผลัน ซุ่มซ่ามวิ่งฝ่าเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษชากหม้อไหที่แตกหัก แล้วหกล้ม เศษหม้อไหที่แตก เป็นแง่มุมจึงบาดเข้าให้ที่หน้าผากเป็นแผลใหญ่ เขาลุกขึ้นได้ก็วิ่งต่อไป ปล่อยให้เลือดไหลโซม ร่างโดยไม่สนใจ แผลที่ไม่ได้รับการดูแลตามที่ควร ต่อมาจึงกลายเป็นแผลเป็น ปูดโปนอยู่เหนือ คิ้ว กาลต่อมา เกิดภัยแล้งข้าวยากหมากแพง ช่างปั้นหม้อท�ำมาหากินไม่ได้ ต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ในที่สุดก็ทนไม่ได้ จึงตัดสินใจไปสมัครเข้าท�ำงานด้านดูแลความปลอดภัย ต้องย้ายไป อยู่อีกเมืองหนึ่ง ต่อมาก็มีโอกาสเข้าไปอยู่ในหน่วยงานราชองครักษ์ ครั้งนั้น พระราชาทรงเห็นแผลเป็นเบ้อเร่อบนหน้าผากของช่างปั้นหม้อ ทรงคิดว่า “แน่แท้ทีเดียว, ชายผู้นี้จักเป็นวีรบุรุษกล้า เขาจึงได้รับบาดแผลใหญ่ที่เหนือคิ้ว” ด้วยเหตุฉะนี้ พระราชาจึงทรงพระราชทานยศ และของก�ำนัล รวมทั้งการกล่าวถึงราชองครักษ์คนนี้ อย่างชื่นชมเป็นพิเศษยิ่งกว่าองครักษ์คนอื่นๆ แม้แต่ พระราชโอรสก็ทรงสังเกตเห็นความแตกต่างที่ว่านี้ ท�ำให้ทรงรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง แต่เพราะยังทรงเกรงกลัว พระราชอาญา จึงไม่อาจทรงพูดอะไรได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีพิธีตรวจพลหน่วยราชองครักษ์ ที่คัดเลือกมาเป็นการเฉพาะ โดยมีช้างม้าที่ได้รับ การประดับประดาเข้าร่วมขบวน และราชองครักษ์ก็ ต้องผ่านการตรวจสอบ พระราชาจึงทรงถือโอกาสนี้ ปฏิสันถารกับอัศวินคนโปรดของพระองค์ “เออแน่ะ, อัศวินของฉัน, ท่านมีนามว่ากระไร? ครอบครัวท่านท�ำอะไร? และท่านไปได้แผลเป็นนั้นมา จากศึกครั้งไหน?” ้


30


Click to View FlipBook Version