The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการวิจัยการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanchanarat Sudchumphae, 2023-10-17 02:08:53

โครงการวิจัยการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โครงการวิจัยการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

45 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวัดความพึงพอใจในขั้นตอนการประเมินผลระบบกระท าโดยใช้แบบสอบถามจาก กลุ่มตัวอย่าง และวิเคราะห์แบบสอบถามโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 1. ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) โดยใช้สูตร ̅ = ∑ X 100 เมื่อ̅แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน N แทน จ านวนทั้งหมด 2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร S.D.= √ ∑ 2−(∑ ) (−1) เมื่อS.D.แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน ∑ แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน N แทน จ านวนประชากรของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ระยะที่ 3 น าเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้แบบพลิกโฉมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ผู้วิจัยน าผลการศึกษา และผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อสรุป และ จัดท าขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงานนวัตกรรมการเรียนรู้แบบพลิกโฉมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทาง การศึกษา


46 บทที่ 4 ผลการวิจัย การวิจัยเรื่อง การสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทาง การศึกษา มีวัตถุประสงคของงานวิจัย เพื่อสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา เพื่อประเมินคุณภาพของนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา และเพื่อนําเสนอนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางการศึกษาที่เหมาะสม มีผลการวิเคราะหขอมูล โดยผูวิจัยนําเสนอตามลําดับวัตถุประสงค ดังนี้ 4.1 ผลการศึกษาขอมูลพื้นฐานเพื่อใชในการสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา หลักสูตรตามกรอบแนวคิดแบบเนนกระบวนการเรียนรูและการบูรณาการความรูเทคโนโลยี ศาสตรการ สอนและเนื้อหาเพื่อเสริมสมรรถนะการสรางบทเรียน สําหรับผูสอน นวัตกรรมที่ผูวิจัยพัฒนาขึ้นมีลักษณะ สําคัญขององคประกอบ ขั้นตอนในการสอนและภาพรวมมีรายละเอียดดังนี้ ลักษณะสําคัญของนวัตกรรม นวัตกรรมที่ผูวิจัยพัฒนาขึ้นเปนหลักสูตรระยะสั้น ที่มุงเสริมสมรรถนะการเรียนรูดวยตนเอง โดยใชเวลาใน การอบรม 3 วัน หลักสูตรนี้สะทอนลักษณะสําคัญที่มาจากกรอบแนวคิดแบบเนนกระบวนการเรียนรูและ การบูรณาการความรู เทคโนโลยี ศาสตรการสอนและเนื้อหา คือ กอนดําเนินการหลักสูตร กําหนดใหผูเรียนได วางแผนและกําหนดเปาหมายในการเรียนรูดวยตนเองตามความตองการเพื่อนําความรูไปประโยชนไดจริง ระหวางการใชหลักสูตรจัดหาโอกาสใหผูเรียนไดพัฒนากระบวนการดําเนินงานดวยตนเองตามภาระงานที่ มอบหมายใหเปนระยะตามลําดับ หนวยการเรียนรู ซึ่งในแตละหนวยการเรียนรูที่ 1-3 ผูเรียนจะไดรับการ พัฒนาสมรรถนะความรูเฉพาะดานในเนื้อหาที่เรียน และหนวยที่ 4 ผูเรียนตองนําความรูที่ไดมาผาน แบบทดสอบความรูดังนี้ หนวยที่ 1 ผูสอนจัดการเรียนรูและมอบหมายภาระงาน องคประกอบที่ 1 การออกแบบบทเรียน หนวยที่ 2 ผูสอนจัดการเรียนรูและมอบหมายภาระงาน องคประกอบที่ 2 การรวบรวมทรัพยากรประกอบบทเรียน หนวยที่ 3 ผูสอนจัดการเรียนรูและมอบหมายภาระงาน องคประกอบที่ 3 การใชโปรแกรมสรางบทเรียน หนวยที่ 4 ผูสอนมอบหมายภาระงานและแบบทดสอบ องคประกอบของนวัตกรรม เปนหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยมีองคประกอบ ดังนี้1) หลักการ 2) จุดมุงหมาย 3) กรอบการเรียนรู 4) โครงสรางเนื้อหาและโครงสรางเวลาเรียน 5) แนวทางจัดการเรียนการสอน 6) การประเมินผลผูเรียน องคประกอบเหลานี้ 1) หลักการของหลักสูตร หลักสูตรตามกรอบแนวคิดแบบเนนกระบวนการเรียนรูและความรู บูรณาการ เทคโนโลยี ศาสตร การสอนและเนื้อหาเพื่อเสริมสมรรถนะการสรางบทเรียน มีหลักการดังนี้ สงเสริมและสนับสนุนใหผูเรียนมีการเรียนรูตลอดชีวิต โดยไมกําหนดอายุและคุณวุฒิของผูเรียน เปนการเชื่อมโยงทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย


47 สงเสริมใหผูเรียนสามารถสะสมหนวยกิตที่ไดรับจากการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ไวในคลังหนวยกิต 2) จุดมุงหมายของหลักสูตร ผูเรียนสามารถนําผลการเรียนและผลลัพธการเรียนรู มาเทียบหนวยกิตและสะสมในคลังหนวยกิต ไดตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเทียบโอนหนวยกิตและผล การศึกษาในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 3) กรอบสมรรถนะการเรียนรู ประกอบดวย องคประกอบที่ 1 การออกแบบบทเรียน องคประกอบที่ 2 การรวบรวมทรัพยากร ประกอบบทเรียน องคประกอบที่ 3 การใชโปรแกรมสรางบทเรียน มีกรอบสมรรถนะที่แสดงภาระงานและ พฤติกรรมบงชี้สมรรถนะดังนี้ ตารางที่ 4.1 องคประกอบที่ 1 การออกแบบบทเรียน องคประกอบการสรางบทเรียน ภาระงาน พฤติกรรมที่บงชี้สมรรถนะ องคประกอบที่ 1 การออกแบบ บทเรียน 1.1 สามารถวิเคราะหเนื้อหาและเลือก วิธีสอนที่ใชในบทเรียน ไดอยาง เหมาะสม 1.2 สามารถกําหนดองคประกอบของ การจัดการเรียนรู(จุดประสงคการ เรียนรู เนื้อหา และการประเมินผล) เพื่อการสรางบทเรียน ได 1.3 สามารถจัดวางองคประกอบ หนาจอ (Screen Design) ในแตละ กร อบ เ นื้ อห า (Frame) ได อย า ง เหมาะสม 1. เอกสารผลการวิเคราะห เนื้อหา 2. เอกสารผังงาน(Flow Chart) ของบทเรียน 3. เอกสารโครงสรางเนื้อหา (storyboard) ที่ประกอบดวย กรอบเนื้อหา (Frame) 3 สวน คือ 1) จุดประสงคการเรียนรู 2) เนื้อหา 3) การประเมินผลดวย แบบทดสอบ 1. วิเคราะหเนื้อหาและผูเรียนเพื่อ ระบุจุดประสงคการเรียนรูและ เนื้อหาที่สอดคลองกับหลักสูตร 2. กําหนดวิธีสอนที่เหมาะสมกับ การเรียนรูเนื้อหาผานบทเรียน 3. แบงหนวยการเรียนรูเหมาะสม ตามปริมาณเนื้อหากับขนาดของ กรอบ (Frame) 4.จัดลําดับเนื้อหาไดสอดคลองตาม วิธีสอนที่กําหนด 5. จัดวางองคประกอบของหนาจอ ในแตละกรอบเนื้อหาไดเหมาะสม กับปริมาณเนื้อหา 6. สรางแบบทดสอบไดตรงตาม จุดประสงคของบทเรียน 7. เขียนบทบรรยาย (script) ได สอดคลองตามโครงสรางเนื้อหา (Storyboard)


48 ตารางที่ 4.2 องคประกอบที่ 2 ดานการรวบรวมทรัพยากรประกอบบทเรียน องคประกอบการสรางบทเรียน ภาระงาน พฤติกรรมที่บงชี้สมรรถนะ อง คป ระกอบที่ 2 การ ร วบ ร วม ทรัพยากรประกอบบทเรียน 2.1 ส า ม า ร ถ ใ ช ค อ ม พิ ว เ ต อ ร อินเทอรเน็ตและอุปกรณตอพวง รวบรวมทรัพยากรเนื้อหา (ขอความ ภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ เอนิเมชั่นและเสียง) ที่เหมาะสมกับเนื้อหาและโปรแกรม สรางบทเรียน 2.2 สามารถใชโปรแกรมคอมพิวเตอร ปรับแตงลักษณะและประเภทของไฟล ทรัพยากรใหตรงตามความตองการใน การใชงาน 1. แผนซีดีรอมบันทึกไฟล ทรัพยากร ประกอบดวย ขอความ ภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ เอนิเมชั่น และเสียง 2. แผนซีดีรอมบันทึกไฟล ทรัพยากรที่มีการปรับแตง ประกอบดวย ภาพนิ่ง ภาพ วีดีโอ และเสียง 1. ใชอุปกรณเทคโนโลยี ไดแก กลอง ไมโครโฟน ในการรวบรวม ทรัพยากร 2. ใชอินเตอรในการรวบรวม ทรัพยากรเนื้อหาสําหรับใชสราง บทเรียน 3. เ ลื อ ก ห รื อ เ ป ลี่ น ป ร ะ เ ภ ท (นามสกุล)ของไฟลทรัพยากรให รองรับกับโปรแกรมสรางบทเรียน 4. ใชโปรแกรมปรับแตงลักษณะ ของภาพและเสียงใหตรงตามความ ตองการในการใชงาน 5. อางถึงแหลงที่มาของทรัพยากร ที่นํามาใชสรางบทเรียน


49 ตารางที่ 4.3 องคประกอบที่ 3 การใชโปรแกรมทบทวนบทเรียน องคประกอบการสรางบทเรียน ภาระงาน พฤติกรรมที่บงชี้สมรรถนะ องคประกอบที่ 3 การใชโปรแกรม สรางบทเรียน 3.1 สามารถใชโปรแกรมสรางกรอบ เนื้อหา (Frame) และเชื่อมโยงตาม องคประกอบของการจัดการเรียนรู ( จุด ป ร ะส ง ค เ นื้ อห า แ ล ะ กา ร ประเมินผล) 3.2 สามารถประเมินบทเรียน ที่สราง ขึ้น 1. อุปกรณบันทึกไฟลกรอบ ( Frame) ที่ มี ก า ร แ ท ร ก ทรัพยากร (ขอความ ภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ เอนิเมชั่นและเสียง) ทั้งสวนจุดประสงค เนื้อหา และแบบทดสอบ 2. อุปกรณบันทึกไฟลกรอบ (Frame) ที่มีสรางปฏิสัมพันธ 3 ลักษณะ คือ 1) การแสดงขอความบอก องคประกอบของรูปภาพ (Rollover Caption) 2) การแสดงรูปภาพที่สื่อ ขอความ (Rollover Image) 3) การแสดงกรอบอื่นที่ เชื่อมโยงขอความหรือรูปภาพ (Rollover slidelet) 3. อุปกรณบันทึกไฟลกรอบ (Frame) ที่มีการเชื่อมโยงดวย การใชปุม 4. เอกสารสรุปผลประเมิน บทเรียนดิจิทับ 1.สรางกรอบ (Frame) ในบทเรียน โ ด ย แ ท ร ก ท รั พ ย า ก ร ต า ม ที่ ออกแบบไวทั้งสวน จุดประสงค เนื้อหา และแบบทดสอบ 2.สรางปฏิสัมพันธระหวางบทเรียน กับผูเรียน 3.เ ชื่ อ ม โ ย ง ก ร อ บ เ นื้ อ ห า (Frame)ที่สรางขึ้น 4.จัดเก็บบทเรียน ลงซีดีรอมเพื่อ นําไปใชงาน 5. ประเมินบทเรียน 4) โครงสรางเนื้อหาและโครงสรางเวลาเรียน ตลอดหลักสูตรใชเวลา 30 ชั่วโมง โดยจัดการเรียนรูวันละ 6 ชั่วโมง จํานวน 5 วัน แสดง โครงสรางเนื้อหาและเวลาเรียน ดังนี้ ตารางที่ 4.4 โครงสรางเนื้อหาและโครงสรางเวลาเรียน หนวยที่ เนื้อหา จํานวนชั่วโมง 1 การแนะนํารายวิชาและมอบหมายงาน ทฤษฏี ปฏิบัติ รวม 2 นําเสนอรายละเอียดของรายวิชาและมอบหมายงาน 2 2 4 3 หลักการนําความรูไปใชและทบทวนงาน 2 4 6 4 การทบทวนความรูและทําแบบทดสอบ 2 6 8 รวม 6 24 30


50 5) แนวทางจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนรูแบบ Digital Learning มุงเนนใหผูเรียนประยุกตใชเทคโนโลยีดิจิทัลตางๆ เปนเครื่องมือ สนับสนุนการเรียนรูโดยไมมีขอกําหนดตายตัววาจะตองใชเทคโนโลยีดิจิทัลอะไร และไม มีขอกําหนดวาจะตอง ใชเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกกิจกรรมการเรียนรูแตจะตองใชใหเหมาะสมกับบริบท ของการจัดการเรียนรู เชน ธรรมชาติของผูเรียน เนื้อหาสาระ ทรัพยากรที่มีอยูจริง เปนตน ซึ่งการ จัดการเรียนรูแบบ Digital Learning มีแนวทางดังตอไปนี้ 1. สรางแรงจูงใจในการเรียนรูโดยใชเทคโนโลยีดิจิทัลของผูเรียน แนะนาใหผูเรียนเห็น ความสําคัญและคุณคาที่แทจริงของการใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู ไมใชเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน 2. เปดพื้นที่ใหผูเรียนมีอิสระในการเลือกใชเทคโนโลยีดิจิทัลตามความคิดของผูเรียนเองกอน หากผูเรียนใชเทคโนโลยีดิจิทัลไมเหมาะสมกับวัตถุประสงค จึงชี้แนะใหผูเรียนเกิดการเรียนรูหลักการเลือกใช เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม และตอบสนองวัตถุประสงค 3. กระตุนใหผูเรียนแสวงเครื่องมือดิจิทัลใหมๆที่ตอบสนองการความตองการในการใชงาน ได ดีกวาเครื่องมือดิจิทัลแบบเดิม ๆ และผูสอนควรชี้แนะใหผูเรียนเห็นวา เครื่องมือดิจิทัลมีความ หลากหลาย ควรเลือกใชใหตอบสนองวัตถุประสงค 4. ใหผูเรียนไดแลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการใชเครื่องมือหรืออุปกรณดิจิทัลในการทํางานเพื่อ เปนการเปดโลกทัศนของการเรียนรูแบบดิจิทัลของผูเรียนใหกวางขวางมากยิ่งขึ้นเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรม ในการใชเครื่องมือหรืออุปกรณดิจิทัลเชิงบูรณาการหมายความวา ผูสอนควรสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมใน การใชงานดิจิทัลเขาไปในกระบวนการเรียนรูหรือการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูของผูเรียน โดยเนนใหผูเรียน ตระหนักในคุณธรรมจริยธรรม ความ ซื่อสัตย การใหเกียรติบุคคลอื่นการไมละเมิดลิขสิทธิ์ หรือทรัพยสินทาง ปญญาของบุคคลอื่นสิ่งเหลานี้ เปนพื้นฐานที่สําคัญของ Digital Learning การวิจัยในครั้งนี้ผูวิจัยทําการศึกษาและกําหนดรายวิชาเพื่อนํามาเปนกรณีศึกษา จํานวน 1 รายวิชา คือการสรางเทคโนโลยีการศึกษา โดยนําเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนดังนี้ หนวยที่ 1 จัดการเรียนการสอนโดยใชวิทยากรที่มีคุณวุฒิดานเทคโนโลยีการศึกษาและมี ประสบการณในการสรางบทเรียน เนื้อหาสาระที่กําหนดดําเนินการโดยการบรรยาย สนทนาแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น ตอบขอซักถามพรอม ยกตัวอยางการออกแบบบทเรียน ที่ตรงตามความคาดหวังในการสรางบทเรียน ของผูเรียนแลวใหผูเรียนทําภาระงานมอบหมายตามที่หลักสูตรกําหนดจํานวน 3 ภาระงาน ไดแก ภาระงาน 1.1 การกําหนดเปาหมายและวิเคราะหเนื้อหาในบทเรียน การสรางบทเรียน ภาระงาน 1.2 การเขียนผังงาน (flow chart) ของบทเรียน ภาระงาน 1.3 การเขียนโครงสรางเนื้อหา (Storyboard) หนวยที่ 2 จัดการเรียนการสอนโดยใชวิทยากรที่มีคุณวุฒิดานเทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลงานการ เขียนคูมือการใชโปรแกรมสรางบทเรียน และมีผลงานการสราง บทเรียน ดําเนินการโดยการนําเสนอตัวอยาง ทรัพยากรหรือสื่อที่ใชประกอบในบทเรียน สาธิตวิธีการพรอมใหผูเรียนปฏิบัติตาม แลวใหผูเรียนทําภาระงาน มอบหมายตามที่หลักสูตรกําหนด จํานวน 2 ภาระงาน ไดแก ภาระงาน 2.1 การรวบรวมทรัพยากรจากอินเทอรเน็ตและอุปกรณตอพวง ภาระงาน 2.2 การปรับแตงทรัพยากร


51 หนวยที่ 3 จัดการเรียนการสอนโดยใชวิทยากรที่มีคุณวุฒิดานเทคโนโลยี (วิทยากรมีคุณสมบัติ เหมือนหนวยที่2) ดําเนินการโดยการนําเสนอตัวอยางผลงาน บทเรียน สาธิตวิธีการพรอมใหผูเรียนปฏิบัติ ตาม แลวใหผูเรียนทําภาระงานมอบหมายตามที่ หลักสูตรกําหนดจํานวน 3 ภาระงาน ไดแก ภาระงาน 3.1 การสรางกรอบเนื้อหา (frame) ในบทเรียน ภาระงาน 3.2 การสรางปฏิสัมพันธของกรอบเนื้อหา ภาระงาน 3.3 การสรางขอสอบ หนวยที่ 4 จัดสภาพแวดลอมการเรียนรูโดยใหผูเรียนปฏิบัติการสรางบทเรียน ดวยตนเองอยาง อิสระภายใตการอํานวยความสะดวกดวยสัญญาณอินเทอรเน็ตแบบ Wi-Fi โดยใชวิทยากรที่มีคุณสมบัติเหมือน หนวยที่ 2 และ หนวยที่ 3 คอยควบคุม ตอบขอ ซักถามและทบทวนการปฏิบัติ โดยมีภาระงานมอบหมาย ตามที่หลักสูตรกําหนด จํานวน 1 ภาระงาน ไดแก ภาระงาน 4.1 การสรางและประเมินบทเรียน 6) การประเมินผลผูเรียน จุดมุงหมายของการประเมินผลการเรียนรูตามหลักสูตรนี้เพื่อใหผูเรียนได ปรับปรุงความสามารถของ ตนเองเพื่อใหมีสมรรถนะที่สมบูรณพิจารณาคะแนนที่ไดจากหลักฐาน 3 สวนดังนี้ หลักฐานสวนที่ 1 แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) ของผูเรียน ประกอบดวย ภาระงานที่กําหนดใน หนวยการเรียนรูที่ 1- 4 รวม 9 ภาระงาน รวม จํานวน 93 คะแนน หลักฐานสวนที่ 2 แบบตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียน รวมจํานวน 20 คะแนน หลักฐานสวนที่ 3 แบบประเมินคุณภาพบทเรียน คาเฉลี่ยเทากับ 5 ภาพรวมของหลักสูตร ภาพรวมของหลักสูตรนการนําหลักสูตรไปใชตามระยะกอนดําเนินการระหวางดําเนินการและหลัง ดําเนินการ มีรายละเอียดแสดงตามแผนภาพดังนี้ หองอบรม ติดตั้งโสตทัศนูปกรณสําหรับวิทยากร มีระบบอินเตอรเน็ต เกาอี้ และปลั๊กไฟสําหรับผูเขาอรบรมทุก ผูสอน จํานวน 2 คน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 1 จํานวน 1 คน ประจําหนวยการเรียนรูที่ 2 – 4 จํานวน 1 คน ผูเรียนนําคอมพิวเตอรแบบพกพามาอบรมโดยมีคุณสมบัติ คือ 1. ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows2000 2. CPU : Inter 600 หรือสูงกวา เจาหนาที่คอมพิวเตอร อัตราสวนเจาหนาที่ตอผูเขาเรียน เทากับ 3. RAM : 256 MB 4. Hard disk : ควรมีพื้นที่วาง ๆประมาณ 100 MB. 5. ไมโครโฟนเรือนหรือชุดหูฟงพรอมไมโครโฟน 6. ลําโพง เอกสาร กําหนดการอบรม เอกสารหลักสูตร เอกสารความรู เอกสารภาระงาน คูมือโปรแกรมคอมพิวเตอร โปรแกรมคอมพิวเตอรที่ใชในการสอน กอนดํานินการหลักสูตร (บทบาทของผูสอน)


52 ภาพที่ 4.1 แสดงภาพรวมของหลักสูตร ภาพรวมของหลักสูตรในการนําหลักสูตรไปใชระยะกอนดําเนินการเปนบทบาทของผูดําเนินการหลักสูตรที่ ตองจัดเตรียมความพรอมสําหรับการดําเนินการหลักสูตร ซึ่งประกอบดวย หองอบรม โปรแกรมที่ใชในการ อบรม วิทยากร เจาหนาที่คอมพิวเตอร เอกสาร และประสานงาน ผูเรียนใหเตรียมคอมพิวเตอรที่มีคุณสมบัติ ตามที่กําหนดระยะระหวางดําเนินการหลักสูตรเปนบทบาทของผูดําเนินการหลักสูตรซึ่งอยูภายใตการควบคุม และอํานวยความสะดวกของผูดําเนินการหลักสูตรซึ่งมีการดําเนินการ 4 หนวยการเรียนรูรวมระยะเวลา 5 วัน ในแตละวันวิทยากรดําเนินการสอนตามขั้นตอนที่กําหนดพรอมใหผูเรียนทํา ภาระงานตามที่หลักสูตรกําหนดไว ตามลําดับ รวม 9 ภาระงาน และใหผูเรียนประเมินสมรรถนะ การสรางบทเรียน ของตนเอง รวม 5 ครั้ง ตาม ชวงเวลาที่กําหนด ระยะหลังดําเนินการหลักสูตรเปนบทบาทของผูดําเนินการหลักสูตรที่ตองประเมินผลผูเรียน จากแบบตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียน ภาระงานและบทเรียน ที่ผูเรียนสรางขึ้น ระหวางดําเนินการหลักสูตร (บทบาทของผูสอน) ผูเรียนตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ครั้งที่ 1) หนวยที่ 1 วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (4 ชั่วโมง) ภาระงานที่ 1.1 ผูเรียนตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ครั้งที่ 2) ภาระงานที่ 1.2 หนวยที่ 2 วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (1 ชั่วโมง) ภาระงานที่ 1.3 หนวยที่ 3 วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (1 ชั่วโมง) หนวยที่ 2(ตอ) วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (5 ชั่วโมง) ผูเรียนตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ครั้งที่ 3) ภาระงานที่ 2.1 หนวยที่ 3(ตอ) วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (1 ชั่วโมง) ภาระงานที่ 2.2 หนวยที่ 3 (ตอ) วิทยาการเสนอหลักการ/บรรยาย/ใหคําปรึกษาพรอมใหผูเรียนทําภาระงาน (6 ชั่วโมง) ภาระงานที่ 3.1 ผูเรียนตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ครั้งที่ 4) ภาระงานที่ 3.2 ภาระงานที่ 3.3 หนวยที่ 4 ผูเรียนปฏิบัติดวยตนเองพรอมทําภาระงานโดยมีวิทยากรใหคําปรึกษา (2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง) ภาระงานที่ 4.1 ผูเรียนตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ครั้งที่ 5) วันที่ 2 (6 ชั่วโมง)วันที่ 3 (6 ชั่วโมง)วันที่ 4และ5 (6 ชั่วโมง)วันที่ 1 (6 ชั่วโมง) สรุปผลการตรวจสอบสมรรถนะการสราง บทเรียนดิจิทัลที่ผุเรียนประเมินตนเอง 5 ครั้ง ตรวจและประเมินภาระงานของ ผูเรียน ประเมินคุณภาพของบทเรียนดิจิทัล โดยผูทรงคุณวุฒิ หลังดําเนินการหลักสูตร (บทบาทของผูดําเนินการหลักสูตร)


53 ภาพที่ 4.2 แสดงบทบาทของผูเกี่ยวของกอนดําเนินการหลักสูตร ผูดําเนินการหลักสูตร วิทยากร ผูเรียน 1. รับสมัครผูเรียนที่มีคุณสมบัติตามที่ หลักสูตรกําหนด 2. คัดเลือกวิทยากรและเจาหนาที่ คอมพิวเตอรตามที่หลักสูตรกําหนดและ มอบหมายใหศึกษาและทําความเขาใจ เอกสารหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตร 3. ใหผูเรียนทําแบบสอบถามขอมูลพื้นฐาน แลวรวบรวมนํามาสรุปขอมูล 4. สงผลสรุปขอมูลพื้นฐานผูเรียนใหวิทยากร และประชุมรวมกับวิทยากรเพื่อเตรียม ดําเนินการหลักสูตร 5. จัดเตรียมเอกสารกําหนดการเอกสาร ความรู เอกสารภาระงานตามที่หลักสูตร กําหนดไวสําหรับผูเรียน 6. จัดเตรียมสถานที่ โสตทัศนูปกรณ โปรแกรมคอมพิวเตอร ระบบอินเทอรเน็ต อาหารวาง อาหารกลางวันและเครื่องดื่ม 7. ประสานงานผุเรียนใหจัดเตรียม คอมพิวเตอรแบบพกพามาในวันอบรม 1. ศึกษาและทําความเขาใจเอกสาร และเอกสารประกอบหลักสูตร 2. ศึกษาขอมูลพื้นฐานของผูเรียน 3. ประชุมทําความเขาใจกับ ผูดําเนินการหลักสูตรและเจาหนาที่ คอมพิวเตอร 4. จัดทําสื่อประกอบการเรียนการ สอนจัดหาตัวอยางที่เหมาะสมตาม ขอมูลพื้นฐานผูเรียน 5. ใหผูเรียนประเมินสมรรถนะการ สรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (ทั้ง ฉบับ) เจาหนาที่คอมพิวเตอร 1. ศึกษาและทําความเขาใจเอกสาร หลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตร 2. ศึกษาขอมูลพื้นฐานของผูเรียน 3.ประชุมทําความเขาใจกับ ผูดําเนินการหลักสูตรและวิทยากร 4. รับทราบหนาที่จากวิทยาการ 1. ทําแบบสอบถามขอมูล พื้นฐาน 2. เตรียมคอมพิวเตอรแบบ พกพา 3. ทําแบบประเมินสมรรถนะ การสรางบทเรียนดิจิทัลของ ตนเอง (ทั้งฉบับ) บทบาทของผูเกี่ยวของกอนดําเนินการหลักสูตร


54 ภาพที่ 4.3 แสดงบทบาทของผูเกี่ยวของระหวางดําเนินการหลักสูตร ผูดําเนินการหลักสูตร วิทยากร ผูเรียน 1. ชี้แจงกําหนดการอบรม แนะนําวิทยากร แนะนําผูเรียนและชี้แจงกิจกรรมที่ผูเรียนตอง ทําในแตละวัน ใหวิทยากรและผูเรียนทราบ พรอมกับควบคุมใหวิทยากรดําเนินการตามที่ หลักสูตรกําหนด 2. ควบคุมใหการดําเนินการสอนเปนไปตาม กําหนดการและใหวิทยากรดําเนินการตามที่ หลักสูตรกําหนด 3. ควบคุมใหผูเรียนทําการตรวจสอบ สมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง (5 ครั้ง) 4. ควบคุมใหผูเรียนทําภาระงานมอบหมาย ตามที่หลักสูตรกําหนดใหครบถวน(9 ภาระ งาน) 5. ควบคุมการดําเนินการอบรมใหครบทั้ง 4 หนวยการเรียนรู 1. ดําเนินการสอนตามขั้นตอนที่ กําหนดไวในแผนการเรียนรู จํานวน 4 หนวย 2. ใหผูเรียนประเมินสมรรถนะการ สรางบทเรียนดิจิทัลของตนเองตาม ระยะ คือ หลังการเรียนรู หนวยที่ 1( เฉพาะตอนที่ 1) หลังการเรียนรู หนวยที่ 2 (เฉพาะตอนที่ 2 หลังการ เรียนรูหนวยที่ 2(เฉพาะตอนที่ 2) หลังการเรียนรูหนวยที่ 3(เฉพาะตอน ที่ 3) หลังการเรียนรูหนวยที่ 4 (ทั้ง ฉบับ) 3. มอบหมายภาระงานใหผูเรียนทํา ในแตละหนวยการเรียนรูใหครบถวน เจาหนาที่คอมพิวเตอร 1.แกไขปญหาดานคอมพิวเตอรให ผูเรียน 2. สาธิตหรืออธิบายซ้ําใหผูเรียนที่ ตองการความชวยเหลือ 1. ใหผูเรียนประเมินสมรรถนะ การสรางบทเรียนดิจิทัลของ ตนเอง ตามระยะคือหลังการ เรียนรูหนวยที่ 1 (เฉพาะตอนที่ 1) หลัการเรียนรูหนวยที่ 2 (เฉพาะตอนที่ 2 ) หลังการ เรียนรูหนวยที่ 3) หลังการ เรียนรูหนวยที่ 4 (ทั้งฉบับ) 2. ใชคอมพิวเตอรแบบพกพา ของตนในการทําภาระงาน 3. ทําภาระงานในแตละหนวย การเรียนรูใหครบถวน 4. ปรึกษาหรือซักถามวิทยากร บทบาทของผูเกี่ยวของระหวางดําเนินการหลักสูตร


55 ภาพที่ 4.4 แสดงบทบาทของผูเกี่ยวของหลังดําเนินการหลักสูตร ผูดําเนินการหลักสูตรมีหนาที่ในการสรางกําหนดการในการอบรมขึ้นใหมตามความพรอมของผูดําเนินการ ผูเรียนและวิทยากร รายละเอียดของกําหนดการที่แนะนําใหผูดําเนินการหลักสูตรนําไปใชซึ่งสามารถปรับปรุง ไดตามความเหมาะสม ผูดําเนินการหลักสูตร ผูเรียน 1. สรุปผลการตรวจสอบสมรรถนะการสราง บทเรียนดิจิทัลที่ผูเรียนตรวจสอบเอง (5 ครั้ง) 2. ตรวจและประเมินภาระงานของผูเรียน (9ภาระงาน) 3. นําผลงานบทเรียนดิจิทัลของผูเรียนสง ผูทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพ 4. แจงผลการประเมินทั้งหมดใหผูเรียนทราบ 1. นําบทเรียนดจิทัลที่ตนเองสรางขึ้นไปทดลอง ใชกับนักเรียนของตน 2.สรุปผลประเมินบทเรียนดิจิทัลของตนเอง จากการนําไปทดลองใชกับนักเรียนของตน 3. รับทราบผลการประเมินบทเรียนดิจิทัลโดย ผูทรงคุณวุฒิจากผูดําเนินการหลักสุตรเพื่อ นําไปปรับปรุงบทเรียนดิจิทัลที่ตนเองสรางขึ้น ตอไป บทบาทของผูเกี่ยวของระหวางดําเนินการหลักสูตร


56 ระยะที่ 2 ทดลองใชนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา 2.1 ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะการเรียนรูตามหลักสูตรที่ผูวิจัยพัฒนาขึ้นโดยประเมินจาก บทเรียนกอน ระหวางและหลังการใชหลักสูตร 2.1.1 ผลการศึกษาขอมูลพื้นฐานของกลุมตัวอยาง จํานวน 30 คน มาวิเคราะหสรุปผลไดดังนี้ ตารางที่ 4.5 ขอมูลพื้นฐานของกลุมตัวอยาง (n=30) นามสมมติ เพศ อายุ(ป) สาขาวิชา A1 หญิง 21 ภาษาอังกฤษ A2 ชาย 22 การบัญชี A3 ชาย 21 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A4 หญิง 20 การบัญชี A5 หญิง 21 การบัญชี A6 ชาย 22 การบัญชี A7 หญิง 23 การบัญชี A8 หญิง 25 การบัญชี A9 หญิง 20 การบัญชี A10 หญิง 21 การบัญชี A11 ชาย 21 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A12 ชาย 22 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A13 ชาย 22 การจัดการ A14 ชาย 22 การจัดการ A15 ชาย 23 การจัดการ A16 หญิง 21 การบัญชี A17 หญิง 20 การบัญชี A18 หญิง 21 การบัญชี A19 หญิง 22 การบัญชี A20 หญิง 23 การบัญชี A21 หญิง 21 การบัญชี A22 หญิง 22 การบัญชี A23 หญิง 24 การบัญชี A24 ชาย 20 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A25 ชาย 20 ภาษาอังกฤษ A26 ชาย 20 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A27 หญิง 20 การบัญชี A28 หญิง 21 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร A29 ชาย 21 การจัดการ A30 หญิง 21 ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร


57 ผลการวิเคราะหขอมูลพบวากลุมตัวอยาง เปนเพศชาย 12 คน หญิง 18 คน มีอายุระหวาง 20 - 25 ป สาขาวิชาการจัดการ จํานวน 4 คน สาขาวิชาการบัญชี จํานวน 7 คน สาขาระบบสารสนเทศทาคอมพิวเตอร จํานวน 7 คน และสาขาวิชาภาษาอังกฤษ จํานวน 2 คน 2.1.2 ผลวิเคราะหการตรวจสอบสมรรถนะการสรางบทเรียน ซึ่งมี จํานวน 20 ขอ โดยการตรวจสอบ วาทําพฤติกรรมนั้นไดให 1 คะแนนและทําไมได ให 0 คะแนน ของกลุมตัวอยาง 30 คน คือ กอนดําเนินการ หลักสูตร ตรวจสอบครั้งที่ 1 ทั้งฉบับ จํานวน 20 ขอ ระหวางดําเนินการหลักสูตร ตรวจสอบครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 หลังหนวยที่ 2 ประเมินเฉพาะองคประกอบที่ 2 จํานวน 5 ขอ และครั้งที่ 4 หลังหนวยที่ 3 ประเมินเฉพาะ องคประกอบที่ 3 จํานวน 7 หลังดําเนินการหลักสูตร ตรวจสอบครั้งที่ 5 ทั้งฉบับจํานวน 20 ขอ ไดผลการ วิเคราะหขอมูลคะแนนรวมทั้งฉบับดังนี้ ตารางที่ 4.6 คะแนนรวมจากการตรวจสอบการเรียนรูของกลุมตัวอยาง ครั้งที่ 1 (กอนหนวยที่ 1) ครั้งที่ 2 (หลังหนวย ที่ 1) ครั้งที่ 3 (หลังหนวยที่ 2) ครั้งที่ 4 (หลังหนวยที่ 3) ครั้งที่ 5 (หลังหนวยที่ 4) A1 7 18 20 A2 5 19 20 A3 4 18 20 A4 13 19 20 A5 3 17 18 A6 9 18 19 A7 3 20 20 A8 11 20 20 A9 8 20 20 A10 6 20 20 A11 4 20 20 A12 5 20 20 A13 6 19 20 A14 10 20 20 A15 11 17 19 A16 4 18 19 A17 13 20 20 A18 3 20 20 A19 9 20 20 A20 3 19 20 กอน ดําเนินการ ระหวางดําเนินการหลักสูตร(เต็ม 20 คะแนน) หลังดําเนินการ หลักสูตร (เต็ม คะแนนตรวจสอบความสามารถในการเรียนรูของตนเอง นามสมมติ


58 ตารางที่ 4.6 คะแนนรวมจากการตรวจสอบการเรียนรูของกลุมตัวอยาง (ตอ) จากตารางพบวากลุมตัวอยางทําการทดสอบ ทั้ง 3 ระยะ มีคะแนนเพิ่มมากขึ้นตามลําดับ โดยพบวากลุม ตัวอยางจํานวน 30 ราย ทดสอบการเรียนรูกอนการดําเนินงานหลักสูตร คาคะแนนเฉลี่ย 7.1 คะแนน ระหวาง การดําเนินการหลักสูตร คาคะแนนเฉลี่ย 18.8 คะแนน และหลังการดําเนินการหลักสูตร คาคะแนนเฉลี่ย 19.7 คะแนน ตามลําดับ ผูวิจัยนําคะแนนการทดสอบของกลุมตัวอยาง มาทําการเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยดวยการ ทดสอบที (Depercent Samples best) ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ .05 โดยเปรียบเทียบคาเฉลี่ย ความสามารถในการ สรางบทเรียน จํานวน 3 คู ไดแก 1) กอนดําเนินการหลักสูตรกับระหวางดําเนินการ หลักสูตร 2) กอนดําเนินการหลักสูตรกับหลังดําเนินการหลักสูตร (หลังหนวยที่ 4) และ 3) ระหวางดําเนินการ หลักสูตรกับหลังดําเนินการหลักสูตร (หลังหนวยที่ 4) ผลการวิเคราะหดังตารางตอไปนี้ ตารางที่ 4.7 ผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยผลการทดสอบของกลุมตัวอยาง ระหวาง กอนดําเนินการหลักสูตร กับระหวางการดําเนินการหลักสูตร จากตารางพบวาคาเฉลี่ยผลการทดสอบ กลุมตัวอยางระหวางดําเนินการหลักสูตรสูงกวากอนดําเนินการ หลักสูตรอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครั้งที่ 1 (กอนหนวยที่ 1) ครั้งที่ 2 (หลังหนวย ที่ 1) ครั้งที่ 3 (หลังหนวยที่ 2) ครั้งที่ 4 (หลังหนวยที่ 3) ครั้งที่ 5 (หลังหนวยที่ 4) A21 11 20 20 A22 8 17 19 A23 6 20 20 A24 4 17 18 A25 5 18 19 A26 6 18 20 A27 10 18 20 A28 11 17 20 A29 9 16 20 A30 6 20 20 คาเฉลี่ยรวม 7.1 18.8 19.7 กอน ดําเนินการ ระหวางดําเนินการหลักสูตร(เต็ม 20 คะแนน) หลังดําเนินการ หลักสูตร (เต็ม คะแนนตรวจสอบความสามารถในการเรียนรูของตนเอง นามสมมติ X SD X SD 30 20 6.65 3.45 18.73 1.27 14.65* 0.00 *p<.05, df = 10 กอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร t (one-tailed t-test) p จํานวนกลุม ตัวอยาง คะแนนเต็ม


59 ตารางที่ 4.8 ผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยผลการทดสอบของกลุมตัวอยาง ระหวางกอนดําเนินการหลักสูตรกับ หลังดําเนินการหนวยที่ 4 จากตารางพบวาคาเฉลี่ยผลการทดสอบ ของกลุมตัวอยางหลังดําเนินการหนวยที่ 4 สูงกวากอนดําเนินการ หลักสูตรอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตารางที่ 4.9 ผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยผลการทดสอบของกลุมตัวอยาง ระหวางดําเนินการหลักสูตรกับหลัง ดําเนินการหนวยที่ 4 จากตารางพบวาคาเฉลี่ยผลการทดสอบ ของกลุมตัวอยางหลังดําเนินการหนวยที่ 4 สูงกวาระหวาง ดําเนินการหลักสูตรอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ ผูวิจัยวิเคราะหคะแนนการทดสอบ ของกลุมตัวอยางจําแนกองคประกอบสมรรถนะ คือ องคประกอบที่ 1 การออกแบบบทเรียน องคประกอบที่ 2 การรวบรวมทรัพยากรประกอบบทเรียน และองคประกอบที่ 3 การ ใชโปรแกรมสรางบทเรียน มีรายละเอียดดังนี้ ตารางที่ 4.10 คะแนนการทดสอบสมรรถนะการเรียนรู ของกลุมตัวอยางจําแนกองคประกอบ 3 ดาน X SD X SD 30 20 6.64 3.32 19.14 0.88 13.78* 0.00 *p<.05, df = 10 จํานวนกลุม ตัวอยาง คะแนนเต็ม กอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร t (one-tailed t-test) p X SD X SD 30 20 18.73 1.28 19.18 0.88 1.84 0.05 *p<.05, df = 10 จํานวนกลุม ตัวอยาง คะแนนเต็ม กอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร t (one-tailed t-test) p ครั้งที่ 2 (หลังหนวยที่ 1) ครั้งที่ 3 (หลังหนวยที่ 2) ครั้งที่ 4 (หลังหนวยที่ 3) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) A1 3 4 1 5 5 6 7 6 6 A2 2 3 5 6 4 6 6 4 6 A3 1 2 4 5 3 6 7 6 6 A4 7 3 3 7 4 6 7 4 6 A5 1 4 2 4 5 6 7 5 6 A6 5 5 1 6 5 6 6 5 6 A7 4 3 5 5 4 7 7 4 7 A8 3 6 7 4 6 7 4 6 7 A9 2 4 6 3 5 7 7 5 7 A10 1 2 3 5 3 6 7 6 6 นามสมมติ ระหวางดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) ครั้งที่ 1 (กอนหนวยที่ 1) กอนดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) ครั้งที่ 5 (หลังหนวยที่ 4) หลังดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) คะแนนตรวจสอบความสามารถในการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง


60 ตารางที่ 13 คะแนนการทดสอบสมรรถนะการเรียนรู ของกลุมตัวอยางจําแนกองคประกอบ 3 ดาน (ตอ) จากตารางพบวากลุมตัวอยางทุกคนมีสมรรถนะการสรางการเรียนรู แตละองคประกอบที่เพิ่มขึ้นจากระยะ กอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร และหลังดําเนินการหลักสูตร ตามลําดับ 2.1.3 ผลการวิเคราะหขอมูลจากคะแนนการตรวจภาระงานที่กําหนดไวในหนวยการ เรียนรูที่ 1 2 3 และ 4 มี ภาระงานทั้งหมดรวมจํานวน 9 ภาระงาน (คะแนนเต็ม 93 คะแนน) รายละเอียดดังนี้ หนวยที่ 1 คะแนนเต็ม 20 คะแนน ประกอบดวย 3 ภาระงาน ดังนี้ ภาระงาน 1.1 การกําหนดเปาหมายและวิเคราะหเนื้อหาในบทเรียน การสรางบทเรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ภาระงาน 1.2 การเขียนผังงาน (flow chart) บทเรียน (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) ภาระงาน 1.3 การเขียนโครงสรางเนื้อหา (Storyboard) (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) หนวยที่ 2 การใชเทคโนโลยีในการรวบรวมทรัพยากร (คะแนน เต็ม 39 คะแนน) ประกอบดวย 2 ภาระงาน ดังนี้ ครั้งที่ 2 (หลังหนวยที่ 1) ครั้งที่ 3 (หลังหนวยที่ 2) ครั้งที่ 4 (หลังหนวยที่ 3) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) องคประกอบที่ 1 (7คะแนน) องคประกอบที่ 2 (6คะแนน) องคประกอบที่ 3 (7คะแนน) A11 5 3 1 6 4 6 7 4 6 A12 7 4 5 7 5 7 7 5 7 A13 6 4 4 7 5 6 7 5 6 A14 3 3 3 5 4 6 7 6 6 A15 5 5 2 6 5 6 7 5 6 A16 2 4 1 5 5 6 6 5 6 A17 4 5 5 4 5 6 6 5 6 A18 4 4 7 4 5 7 6 5 7 A19 5 4 6 5 5 6 6 5 6 A20 6 4 3 6 5 6 6 5 6 A21 4 3 1 4 4 6 7 4 6 A22 3 2 5 4 3 6 7 6 6 A23 2 1 4 5 2 6 6 5 6 A24 1 2 3 4 3 6 7 6 6 A25 5 1 2 6 2 6 6 6 6 A26 2 1 1 3 2 6 7 6 6 A27 3 3 5 4 4 5 4 6 5 A28 2 5 7 3 5 7 7 4 7 A29 1 4 6 5 4 6 7 6 7 A30 5 4 3 6 4 5 7 6 7 คาเฉลี่ยรวม 3.47 3.40 3.70 4.97 4.17 6.13 6.50 5.20 6.23 นามสมมติ ระหวางดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) ครั้งที่ 1 (กอนหนวยที่ 1) กอนดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) ครั้งที่ 5 (หลังหนวยที่ 4) หลังดําเนินการหลักสูตร (เต็ม 20 คะแนน) คะแนนตรวจสอบความสามารถในการสรางบทเรียนดิจิทัลของตนเอง


61 ภาระงาน 2.1 การรวบรวมทรัพยากรจากอินเทอรเน็ตและอุปกรณตอพวง (คะแนนเต็ม 27 คะแนน) ภาระงาน 2.2 การปรับแตงทรัพยากร (คะแนนเต็ม 12 คะแนน) หนวยที่ 3 การใชโปรแกรมสรางบทเรียน (คะแนนเต็ม 21 คะแนน) ประกอบดวย 3 ภาระงาน ดังนี้ ภาระงาน 3.1 การสรางกรอบเนื้อหา (frame) ในบทเรียน (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) ภาระงาน 3.2 การสรางปฏิสัมพันธของกรอบเนื้อหา (คะแนนเต็ม 3 คะแนน) ภาระงาน 3.3 การสรางขอสอบ (คะแนนเต็ม 13 คะแนน) หนวยที่ 4 การสรางบทเรียน (คะแนนเต็ม 13 คะแนน) ประกอบดวย 1 ภาระ ภาระงาน 4.1 การสรางและประเมินบทเรียน (คะแนนเต็ม 13 คะแนน ระยะที่ 3 นําเสนอนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา การผสมผสานระหวางเทคโนโลยีดิจิทัลกับการเรียนรูของผูเรียน ผูเรียนใชเทคโลยีดิจิทัลและ อุปกรณดิจิทัลเปนเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู ใชเทคโนโลยีดิจิทัลอยาง หลากหลาย เพื่อบรรลุเปาหมายของ การเรียนรู ใชโปรแกรม หรือ application มาชวยใหการเรียนรูมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (เรียนรูไดมากขึ้น แตใชเวลาลดลง) ผูเรียนวิเคราะหและเลือกใชเทคโนโลยี ดิจิทัล อุปกรณดิจิทัล เชน Smart Phone, Computer, Application เปนตน ใหสอดคลองกับ บริบทและเปาหมายของการเรียนรู อีกทั้งมีจิตดิจิทัล (Digital mind) หรือการใชเทคโนโลยีดิจิทัลดวย ความรับผิดชอบตอสังคมและสิ่งแวดลอม ตลอดระยะเวลา การเรียนรูผูสอนมีบทบาทในการออกแบบการเรียนรู (Learning design) ที่มีสถานการณใหผูเรียนตองใช เทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณดิจิทัลตางๆ ในการปฏิบัติกรรมตามเปาหมาย และเปนสถานการณที่มีลักษณะ บูรณาการ Main concept ตาม มาตรฐานการเรียนรูที่กําหนดไวในหลักสูตร ตลอดจนผสมผสานสมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงคเขาไปในกิจกรรมการเรียนรูในระหวางที่ผูเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู ตามแนว Digital Learning ผูสอนทาหนาที่โคช ดวยการชี้แนะใหผูเรียนคิดวิเคราะหวาจะตองใชเทคโนโลยี ดิจิทัลหรืออุปกรณดิจิทัลอะไร ในการเรียนรู ใชเมื่อไหร ใชอยางไร และกระตุนใหผูเรียนมีวินัยใน ตนเอง (selfdiscipline) ระหวางการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูวินัยในตนเอง เปนปจจัยพื้นฐานที่ สําคัญของ Digital Learning สาหรับผูเรียนทุกระดับและการเรียนรูทุกเรื่อง เพราะวินัยในตนเองจะ เปนปจจัยที่ทาใหผูเรียนมี เปาหมายทางการเรียนรูของตนเอง ควบคุมตนเองในกระบวนการเรียนรู และกํากับตนเองไปสูเปาหมาย Learning อยางมากผูเรียนที่ขาดวินัยในตนเองจะประสบปญหาในการเรียนรูแบบ Digital Learning อยาง มาก จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวของและการทดลองการเรียนการสอนแบบผสมผสานพบวา ผูเรียนมีความรูความเขาใจมากขึ้น ผูวิจัยจึงนําองคความรูที่ไดจากงานวิจัยมาวิเคราะหเปนวัตกรรมการเรียนรู แบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ดังนี้


Platform - VDO Streaming - ผู้เรียน -แบบทดสอบ - การเก็บสถิติ VDO หลักสูตร 1 + สืÉอ การเรียนการสอน VDO หลักสูตร 1 + สืÉอ การเรียนการสอน VDO หลักสูตร 1 + สืÉอ การเรียนการสอน ผู้เรียน 1 ผู้เรียน 2 ผู้เรียน 3 ผู้เรียน .. การเรียนการสอน โดยวิทยากรแบบ Offline - Workshop - กรณีศึกษา - ฝึกปฏิบัติ การเรียนออนไลน 1-2 ชั่วโมง เพื่อใหความรูแทนการนั่งเรียนในหองเรียน ภาพที่ 4.5 แสดงวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการ


62 ทํา workshop หลังการเรียน เพืÉอสร้างการเรียนรู้ พัฒนางานตามหน่วยการ เรียนรู้ทีÉได้รับมอบหมาย สรุปผลลัพธ์รายบุคคล คะแนน ,การเข้าร่วมกิจกรรม ทดสอบและรับใบประกาศ รศึกษา


63 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทาง การศึกษา มีวัตถุประสงคของงานวิจัย เพื่อสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา เพื่อประเมินคุณภาพของนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทางการศึกษา และเพื่อนําเสนอนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางการศึกษาที่เหมาะสม มีผลการวิเคราะหขอมูล โดยผูวิจัยนําเสนออภิปรายผลตามลําดับวัตถุประสงค ดังนี้ สรุปผล ระยะที่ 1 จากการศึกษาขอมูลพื้นฐานเพื่อใชในการสรางนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา โดยศึกษารูปแบบการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษา ระบบการสะสมหนวยกิต และศึกษาระบบการเทียบโอนผลการเรียน โดยผูวิจัยไดทําการวิเคราะหผลจาก การศึกษา และกําหนดเปนแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ดังนี้ 1. ลักษณะสําคัญของหลักสูตร 2. องคประกอบของหลักสูตร 2.1 หลักการของหลักสูตร 2.2 จุดมุงหมายของหลักสูตร 2.3 กรอบสมรรถนะการสรางบทเรียนดิจิทัล 2.5โครงสรางเนื้อหาและโครงสรางเวลาเรียน 2.6 แนวทางจัดการเรียนการสอน 2.7 การประเมินผลผูเรียน โดยเหมาะสําหรับหลักสูตรที่มีความสนใจจัดทํารายวิชาเพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบคลังหนวยกิต ระยะที่ 2 ทดลองใชนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ผูวิจัยนําแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่ไดศึกษาจัดทํารายวิชาตนแบบและทําการ ทดสอบผลการเรียนรู แบบ one group pre-test post-test design ซึ่งเปนการศึกษากลุมทดลองเพียงกลุม เดียวและมีการวัดกอนและหลังการทดลองเพื่อศึกษาประสิทธิภาพรายวิชาตนแบบของนวัตกรรมการเรียนรูที่ สรางขึ้นจากการทดลองใชนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ผล การศึกษา พบวา กลุมตัวอยาง เปนเพศชาย 12 คน หญิง 18 คน มีอายุระหวาง 20 - 25 ป สาขาวิชาการ จัดการ จํานวน 4 คน สาขาวิชาการบัญชี จํานวน 7 คน สาขาระบบสารสนเทศทาคอมพิวเตอร จํานวน 7 คน และสาขาวิชาภาษาอังกฤษ จํานวน 2 คน ทดสอบการเรียนรูกอนการดําเนินงานหลักสูตร คาคะแนนเฉลี่ย 7.1 คะแนน ระหวางการดําเนินการหลักสูตร คาคะแนนเฉลี่ย 18.8 คะแนน และหลังการดําเนินการหลักสูตร คา คะแนนเฉลี่ย 19.7 คะแนน ตามลําดับ พบวากลุมตัวอยางทุกคนมีสมรรถนะการเรียนรู แตละองคประกอบที่ เพิ่มขึ้นจากระยะกอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร และหลังดําเนินการหลักสูตร เพิ่มขึ้น ตามลําดับ


64 ระยะที่ 3 นําเสนอนวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวของและการทดลองใชงานการเรียนการสอนแบบผสมผสาน พบวา ผูเรียนมีความรูความเขาใจมากขึ้น และไดสรุปขั้นตอนสําคัญๆในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ อภิปรายผล การเรียนรูแบบ Digital Learning พัฒนาผูเรียนใหมีทักษะในการใช เทคโนโลยีดิจิทัลตาง ๆ เพื่อการ เรียนรูและพัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง ผูสอนออกแบบกิจกรรมการ เรียนรูที่มีสถานการณใหผูเรียนใช เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรูและปฏิบัติกิจกรรมตางๆอีกทั้งทํา หนาที่โคช ใหคําชี้แนะ ใหผูเรียนใชเทคโนโลยี ในการเรียนรูใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บูรณาการคุณธรรมจริยธรรมในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในกิจกรรมการ เรียนรู จากการทดลองใหกลุมตัวอยางไดทําการศึกษาเรียนรูดวยตนเองในรูปแบบ Digital Learning ผสมกับการ เรียนรูจากวิทยาการ แสดงใหเห็นวา กลุมตัวอยางทุกคนมีสมรรถนะการเรียนรู แตละองคประกอบที่เพิ่มขึ้น จากระยะกอนดําเนินการหลักสูตร ระหวางดําเนินการหลักสูตร และหลังดําเนินการหลักสูตร เพิ่มขึ้น ตามลําดับ สอดคลองกับ พระมหาเทวินทร ชิณบุตร. (2564) ไดทําการศึกษา สังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต ในสถาบันอุดมศึกษา พบวา การเรียนรูตลอดชีวิต เปนแนวคิดที่เกิดมาพรอมกับมนุษยโลกทุกสังคม เพื่อใหเกิด การพัฒนาในทุกดานของชีวิต มุงเนนสงเสริมใหบุคคลในสังคมไดเรียนรูและสามารถพัฒนาตามศักยภาพของ บุคคล เพื่อสนองตอความตองการของบุคคลใหรูเทาทันและปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของ สังคม ซึ่งในประเทศไทยไดใหความสําคัญกับการเรียนรูตลอดชีวิตในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งระบุไวในแผนพัฒนา การศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 พ.ศ.2555-2559


65 ขอเสนอแนะ 1. ขอเสนอแนะในการนําหลักสูตรไปใช ผูที่นํานวัตกรรมการเรียนรูแบบพลิกโฉมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ไปใชควรระบุ กลุมเปาหมาย และสาระการเรียนรูใหชัดเจน ตรงตามความตองการของกลุมเปาหมาย ซึ่งจะเปนประโยชนตอ ผูเรียนและอํานวยความสดวกในดานการบริหารจัดการหลักสูตรเพิ่มขึ้นดวย 2. ขอเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป 2.1 ควรมีการทําวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนแบบออนไลน 100 % 2.2 ควรมีการทําวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนแบบ ผสมผสาน ระหวางการเรียนออนไลน และ การเรียนแบบ ออฟไลน


บรรณานุกรม กฎกระทรวง มาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2565 .(2565,31 มีนาคม) เล่ม 139. ตอนที่ 20 ก. หน้า 12-19. ณัฎฐ์ รัตนศิริณิชกุล และคณะ (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดชีวิตของผู้เรียนสังกัดส านักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดล าปาง. วารสารการบริหารจัดการและนวัตกรรมท้องถิ่น. ปีที่ 5 ฉบับที่ 1. หน้า 304 – 309 ปร ะกาศ เรื่อง แผนพัฒน าเศ รษฐกิจ และสังคมแห่งช าติ ฉบับที่ 13(พ .ศ . 2566-2570). (2565, 1 พฤศจิกายน). เล่ม139 .ตอนพิเศษ 258 ง. หน้า 1-143. ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง แนวทางการด าเนินงานคลังหน่วยกิตใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565. (2565,9 ตุลาคม) เล่ม 139. ตอนพิเศษ 212ง .หน้า 11-20. ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเทียบโอนหน่วยกิตและผล การศึกษาในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565. (2565, 24 พฤศจิกายน). เล่ม 139. ตอนพิเศษ 273 ง.หน้า 24 – 27. ปิยะ ศักดิ์เจริญ. (2565). การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา. Journal of Roi Kaensarn Academi. ปีที่7 ฉบับที่ 12 แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร. แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนาก าลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570.ส านักงาน ปลัดกร ะทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน วัตกร รม . พิมพ์ค รั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542. (2542,19 สิงหาคม).เล่ม 166. ตอนที่ 74 ก. หน้า 1-19. พระครูวินัยธรวรรธนา ญาณวโร (สุวรรณเพ็ง) และ ปาณจิตร สุกุมาลย์. (2565). การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนสังคมศึกษาในศตวรรษที่ 21 . Journal of MCU Ubon Review. ปีที่7 ฉบับที่ 3. หน้า 248-256. พระมหาเทวินทร์ ชิณบุตร. (2564). สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถาบันอุดมศึกษา. Journal of MCU Ubon Review. ปีที่1 ฉบับที่ 2. หน้า 126-133. ยืน ภู่วรวรรณ (2566). Learning Innovation นวัตกรรมการเรียนรู้. การประชุมวิชาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในโรงเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 24 (วทร.24). 2564 ยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีพ.ศ. 2561 – 2580. (2562,13 ตุลาคม).เล่ม 135. ตอนที่ 82 ก. หน้า 1-61.


67 ศิริศักดิ์ ทิพย์ทวีชาญ และ ธันวดี ดอนวิเศษ. (2565). การพัฒนาหลักสูตรตามกรอบแนวคิดการบูรณา การความรู้ เทคโนโลยีศาสตร์การสอนและเนื้อหาและทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในกิจกรรมการเรียนการสอนของนักศึกษาครู สังคมศึกษา. Journal of Education Studies. ปีที่50 ฉบับที่ 2. สนั่น หวานแท้. (2553). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและสืบค้น ส าหรับการบริหาร งานบุคคล คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, สาขาเทคโนโลยีการศึกษา. สุนันทา วงศ์จตุรภัทร. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้เทคโนโลยีเคลื่อนที่เพื่อเสริมสร้าง กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตบนพื้นฐานการเรียนรู้ด้วยตนเองในยุควิถีใหม่. วารสารครุศาสตร์ อุตสาหกรรม ปีที่ 21.ฉบับที่ 3 . หน้า 73-78. อาชัญญา รัตนอุบล. (2557) ค าจ ากัดความ แนวคิด และลักษณะการศึกษาตลอดชีวิต ใน สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล (บรรณาธิการ). การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรยา ปรีชาพานิช. (2557). คู่มือเรียน การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis and Design) ฉบับสมบูรณ์. นนทบุรี: ไอดีซีฯ อติพร เกิดเรือง. (2565). การจัดการการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนไทยยุค 4.0. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. ปีที่ 7 ฉบับที่ 2. หน้า 165-185.


Click to View FlipBook Version