กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นนา
กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทา Understanding Check ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของ
ตนเองกอ่ นเรยี น
2. ถามคาถามเพ่ือนาเขา้ สบู่ ทเรียน โดยใชค้ าถามต่อไปนี้
- ลักษณะใดบา้ งที่บ่งบอกถึงความแตกตา่ งของเพศชายและเพศหญิง
(แนวตอบ คำตอบขนึ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน เช่น เพศชำยไม่มีหนำ้ อก แต่เพศหญิงมีหนำ้ อก หรือเพศ
ชำยมลี กู กระเดือก แตเ่ พศหญิงไม่มีลูกกระเดือก)
- มนุษย์มีการสบื พนั ธ์แุ บบใด
(แนวตอบ มนุษย์มีกำรสืบพันธุ์แบบอำศัยเพศ โดยกำรปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธ์ุเพศชำย คือ เซลล์อสุจิ กับ
เซลล์สบื พนั ธ์เุ พศหญงิ คอื เซลลไ์ ข่)
3. ถามคาถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 เพื่อทบทวนความร้เู ดมิ กับนกั เรยี นว่า
การสืบพันธุ์แบ่งออกเป็นก่ปี ระเภท อะไรบ้าง
(แนวตอบ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ กำรสบื พันธแุ์ บบไม่อำศัยเพศ ซึง่ จะไมม่ กี ำรปฏิสนธขิ องเซลลส์ บื พันธ์เุ พศชำยและ
เซลล์สืบพันธ์ุเพศหญงิ เชน่ กำรแตกหน่อ กำรงอกใหม่ และกำรสืบพนั ธุ์แบบอำศยั เพศ เปน็ กำรสบื พนั ธ์ุที่มีกำร
ปฏิสนธิของเซลล์สืบพนั ธเุ์ พศชำยและเซลล์สบื พันธุ์เพศหญิง)
ชนั้ สอน (ชั่วโมงท่ี 1)
สารวจค้นหา (Explore)
1. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า มนุษย์มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เกิดจากการปฏิสนธิของเซลล์อสุจิกับเซลล์ไข่ ได้
เป็นไซโกต ซึ่งจะแบง่ เซลลเ์ ป็นเอ็มบรโิ อ และเจริญตอ่ เป็นทารก
2. นักเรยี นแบง่ กลุ่มศึกษาอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุเพศชายและการสร้างเซลล์อสุจิ โดยใชแ้ บบจาลองระบบอวัยวะ
สืบพันธุเ์ พศชาย หรือจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายและการสร้าง
เซลลอ์ สุจิ
2. ถามคาถามนักเรียน โดยใชค้ าถามต่อไปน้ี
- เซลล์อสุจถิ ูกสรา้ งและเจริญเติบโตท่ีอวัยวะใด
(แนวตอบ เซลล์อสุจิถูกสร้ำงจำกอัณฑะและเคล่ือนที่ไปยังหลอดเก็บอสุจิซึ่งเป็นแหล่งพัฒนำและเจริญเติบโต
ของเซลลอ์ สุจิ)
- หากไม่มถี งุ อณั ฑะจะมีผลตอ่ การสร้างเซลล์อสุจหิ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ ถุงอัณฑะทำหน้ำที่ปรับอุณหภูมิของอัณฑะให้ต่ำกว่ำอุณหภูมิของร่ำงกำย 3 องศำเซลเซียส ซ่ึงหำก
ไม่มถี ุงอณั ฑะอำจทำให้กำรสร้ำงเซลล์อสจุ ิผดิ ปกติ เน่อื งจำกอณุ หภมู ไิ ม่เหมำะสมต่อกำรสร้ำง)
- หากตอ่ มคาวเปอร์ไม่สามารถหล่ังสารออกมาได้ จะส่งผลต่อเซลล์อสุจอิ ยา่ งไร
(แนวตอบ ต่อมคำวเปอรท์ ำหนำ้ ทห่ี ล่ังสำรทีม่ ีสมบตั ิเป็นเบสเพื่อลดควำมเป็นกรดในช่องคลอดของเพศหญิง ซ่ึง
หำกต่อมคำวเปอร์ไม่หลั่งสำรที่มีสมบัติเป็นเบส จะทำให้เซลล์อสุจิตำยเมื่อเข้ำสู่ช่องคลอดของเพศหญิง
เนอื่ งจำกช่องคลอดมีควำมเปน็ กรดซง่ึ เปน็ สภำวะที่ไมเ่ หมำะสมต่อเซลล์อสุจิ)
- เซลล์อสจุ ิมีลกั ษณะอย่างไร และสามารถเคลือ่ นทีไ่ ดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ เซลล์อสจุ แิ บง่ ออกเป็น 3 สว่ น ได้แก่ สว่ นหัวประกอบด้วยนวิ เคลียสท่ีบรรจุสำรพันธกุ รรม ถกู หอ่ หุ้ม
ถุงอะโครโซมที่ภำยในมีเอนไซม์เจำะเยื่อหุ้มเซลล์ไข่ ส่วนลำตัวมีไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งสร้ำงพลังงำนสำหรบั
กำรเคลื่อนท่ี และส่วนหำงประกอบด้วยแฟลเจลลัมท่ีช่วยพัดโบกในกำรเคลอื่ นที่)
- น้าอสุจทิ ีห่ ล่งั ออกมาประกอบด้วยอะไรบ้าง
(แนวตอบ นำอสุจิประกอบด้วยเซลล์อสุจิ อำหำรเลียงอสุจิจำกต่อมนำเลียงอสุจิ ของเหลวท่ีมีฤทธิ์เป็น เบส
ออ่ นจำกตอ่ มลกู หมำก และของเหลวสำหรบั หลอ่ ล่นื ทอ่ ปัสสำวะจำกต่อมคำวเปอร์)
3. นักเรยี นทาใบงานท่ี 1.6 เรื่อง ระบบสืบพนั ธเุ์ พศชาย
ข้นั สอน (ชัว่ โมงที่ 2)
สำรวจค้นหำ (Explore)
1. นักเรียนแบง่ กลุ่มศึกษาอวยั วะในระบบสืบพนั ธ์ุเพศหญิง การตกไข่ และการเกดิ ประจาเดือน โดยใชแ้ บบจาลอง
ระบบอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง หรือภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้ วีดิทัศน์จากสื่อ
ออนไลน์ เรือ่ ง การตกไข่ และเร่ือง การเกดิ ประจาเดือน เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=SiNHMWkJYs0
- https://www.youtube.com/watch?v=nLmg4wSHdxQ
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ถามคาถามนกั เรยี น โดยใช้คาถามตอ่ ไปน้ี
- เซลล์ไขส่ รา้ งจากอวัยวะสว่ นใด และมกี ารสรา้ งอย่างไร
(แนวตอบ เซลลไ์ ข่ถูกสร้ำงจำกรังไข่ โดยปกตแิ ต่ละเดอื นจะมกี ำรสร้ำงเซลลไ์ ข่เดอื นละ 1 เซลล์ เท่ำนนั )
- ประจาเดอื นเกิดขน้ึ ได้อย่างไร
(แนวตอบ ประจำเดือนเกิดจำกกำรสลำยตัวของผนังมดลูกท่ีหนำตัวขึน เพื่อรองรับกำรฝั่งตัวของเอ็มบริโอ แต่
หำกเซลล์ไข่ไม่ได้รับกำรผสมจำกเซลล์อสุจิ จะไม่มีกำรฝังตัวของเอ็มบริโอท่ีผนังมดลูก ทำให้ผนังมดลูก ที่หนำ
ตวั ขึนสลำยตวั ออกมำเปน็ ประจำเดือน)
- ตลอดชว่ งชีวิตของผู้หญิงปกติทอ่ี ยูใ่ นวยั เจริญพันธุ์ จะมไี ขต่ กโดยเฉล่ียประมาณก่เี ซลล์
(แนวตอบ ให้นักเรียนคำนวณจำกระยะเวลำของผู้หญิงปกติท่ีอยู่ในวัยเจริญพันธ์ุ ซึ่งเป็นช่วงท่ีผู้หญิงมี
ประจำเดอื น เชน่ ถ้ำเริ่มมปี ระจำเดอื นเมื่ออำยุ 10 ปี และหยุดเมอื่ อำยุ 45 ปี ช่วงเวลำท่อี ยใู่ นวยั เจริญพนั ธ์ุ คอื
10–45 ปี ซึ่งคิดเป็นเวลำ 35 ปี โดยท่ัวไปผู้หญิงจะมีกำรตกไข่เดือนละ 1 เซลล์ เพรำะฉะนันในช่วงวัยเจริญ
พนั ธจุ์ ะมไี ข่ตกประมำณ 420 เซลล์ (35 X 12)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับอวยั วะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี ระบบสืบพันธุ์
เพศหญิงประกอบด้วยอวัยวะหลายอวัยวะ ได้แก่ รังไข่ทาหน้าที่สร้างเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ท่อนาไข่
เป็นบริเวณท่ีเซลล์ไข่ผสมกับเซลล์อสุจิ และเป็นทางผ่านของเซลล์ไข่จากรังไข่ไปยังมดลูก มดลูกเป็นบริเวณท่มี ี
การผังตัวของเซลล์ไข่ท่ีได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิ และช่องคลอดเป็นทางผ่านของเซลล์อสุจิเข้าสู่มดลูกและ
เปน็ ทางผา่ นของทารกเมื่อครบกาหนดคลอด
3. นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกับการสร้างเซลล์ไข่และการเกิดประจาเดือน เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรุป ดงั น้ี เซลล์
ไข่ที่เจรญิ เต็มทจ่ี ะตกเข้าสู่ท่อนาไข่ เรยี กว่า การตกไข่ ซง่ึ จะมกี ารตกไข่เดือนละ 1 เซลล์ หากเซลลไ์ ขท่ ต่ี กเข้าสู่
ท่อนาไข่ได้รับการผสมจากเซลล์อสจุ ิจะเคล่ือนที่ไปฝังตัวทผ่ี นังมดลูก แตห่ ากเซลล์ไข่ไม่ได้รับการผสมจากเซลล์
อสจุ ิ ผนงั มดลูกท่หี นาตัวขึน้ จะกลายเป็นประจาเดอื น
4. นักเรียนทาใบงานที่ 1.7 เรอื่ ง ระบบสืบพันธ์เุ พศหญิง
ขน้ั สอน (ชั่วโมงที่ 3)
สำรวจค้นหำ (Explore)
1. ทบทวนความรูจ้ ากชว่ั โมงท่ีแล้วให้นกั เรียนทราบพอสงั เขปว่า เซลล์สืบพนั ธเุ์ พศชาย คือ เซลลอ์ สจุ ิ ถกู สร้างจาก
อัณฑะและมาเจริญเติบโตที่หลอดเก็บอสุจิ เซลล์อสุจิประกอบด้วยส่วนหัวที่มีนิวเคลียสบรรจุสารพันธุกรรม
ส่วนลาตัวประกอบด้วยไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งสร้างพลังงาน และส่วนหางประกอบด้วย แฟลเจลลัมท่ีช่วย
ในการเคล่ือนที่ โดยเพศชายเร่ิมสร้างเซลล์อสุจิเมื่ออายุประมาณ 12-13 ปี ส่วนเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง คือ
เซลล์ไข่ ถูกสร้างจากรังไข่ เม่ือไข่สุกจะตกเข้าสู่ท่อนาไข่ ซึ่งจะมีการตกไข่เดือนละ 1 เซลล์ หากเซลล์ไข่ท่ีตก
เข้าสู่ท่อนาไข่ได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิจะเคลอ่ื นที่ไปฝงั ตัวที่ผนังมดลกู แต่หากเซลล์ไข่ไม่ได้รับการผสมจาก
เซลล์อสุจิ ผนังมดลูกที่หนาตัวข้นึ จะกลายเป็นประจาเดอื น
2. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิงเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศ ซึ่งฮอร์โมน
เพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน และฮอร์โมนเพศหญงิ คอื อีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน
3. นกั เรียนแบง่ กลุม่ ศึกษาอิทธิพลของฮอร์โมนเพศต่อการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และการเจริญเติบโตเข้าสูว่ ยั หนุ่มสาว
รวมทั้งการดแู ลดา้ นร่างกายและจติ ใจเมื่อเจริญเขา้ สู่วัยหนมุ่ สาว จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่ เทสโทสเทอโรน และ
ฮอรโ์ มนเพศหญงิ ได้แก่ โพรเจสเทอโรนและอสี โทรเจน
2. สมุ่ จับสลากหมายเลขกลุ่มนกั เรียนอธบิ ายการเปลย่ี นแปลงของฮอรโ์ มนเพศหญิงในช่วง 1 รอบเดือน
3. ถามคาถามนกั เรยี น โดยใชค้ าถามตอ่ ไปนี้
- ฮอร์โมนฟอลลเิ คลิ สตมิ วิ เลติงและลทู ไิ นซงิ ฮอร์โมนจัดเป็นฮอร์โมนเพศหญิงหรือฮอรโ์ มนเพศชาย
(แนวตอบ ฮอรโ์ มนทงั 2 ชนิด ไมใ่ ชฮ่ อรโ์ มนเพศ เนอื่ งจำกฮอร์โมนทัง 2 ชนดิ มีบทบำททงั ในเพศหญงิ และเพศ
ชำย แต่มบี ทบำทท่แี ตกต่ำงกันในแตล่ ะเพศ)
- ฮอร์โมนเพศชายและฮอรโ์ มนเพศหญงิ คือฮอรโ์ มนใด มีผลต่อการสรา้ งเซลลส์ ืบพันธ์ุและการเจริญเติบโตเข้าสู่
วัยหนมุ่ สาวอย่างไร
(แนวตอบ ฮอร์โมนเพศชำย คือ เทสโทสเทอโรน มีบทบำทควบคุมกำรสรำ้ งเซลลอ์ สุจิ และกำรเจริญเติบโตขนั
ท่ี 2 ของเพศชำย ได้แก่ มหี นวดเครำ มขี นบริเวณรักแร้ หน้ำแขง้ และอวัยวะเพศ มีหวั นมแขง็ เสียงแหบหำ้ ว มี
มัดกล้ำมเนือ มีสะโพกแคบ ไหล่กว้ำง มีอวัยวะเพศใหญ่ขึน และมีกำรหลั่งนำอสุจิขณะนอนหลับ ส่วนฮอร์โมน
เพศหญิง ได้แก่ โพรเจสเทอโรนและอีสโทรเจน ทำหน้ำที่กระตุ้นกำรเจริญของผนังมดลูกเพ่ือรองรับกำรฝังตัว
ของเอ็มบริโอ และอสี โทรเจนยังควบคมุ กำรเกดิ ลักษณะขันท่ี 2 ของเพศหญงิ ได้แก่ เสยี งเล็กแหลม สะโพกผำย
หน้ำอกและอวัยวะเพศใหญ่ขึน มีขนขึนบรเิ วณรกั แรแ้ ละอวยั วะเพศ)
- นกั เรียนจะปรบั ตวั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกายและจิตใจต่อการเจรญิ เข้าส่วู ยั หน่มุ สาวได้อย่างไร
(แนวตอบ เม่ือเจริญเข้ำสู่วัยหนุ่มสำว จะมีกำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนร่ำงกำย จึงควรรักษำควำมสะอำดของ
ร่ำงกำย รับประทำนอำหำรท่มี ปี ระโยชนแ์ ละครบ 5 หมู่ พักผ่อนใหเ้ พยี งพอ ออกกำลังกำยอยำ่ งสม่ำเสมอ และ
หลีกเล่ียงกำรด่ืมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกำรใชส้ ำรเสพติด และเปลี่ยนแปลงทำงดำ้ นจิตใจ จงึ ควรสร้ำงควำม
เชื่อมั่นให้กับตนเอง รู้จักกำรปรับตัวเข้ำกับผู้อื่น มีวุฒิภำวะทำงอำรมณ์ที่ดี และหลีกเลี่ยงสิ่งที่มีผลต่ออำ รมณ์
และจิตใจ)
4. ถามคาถามทา้ ทายการคิดข้นั สงู (H.O.T.S.) จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 ว่า หากฮอร์โมน อสี โทร
เจนไม่เพมิ่ สงู ขน้ึ หลงั การเกดิ ประจาเดือน จะมผี ลตอ่ ร่างกายอย่างไร
(แนวตอบ หำกฮอรโ์ มนอสี โทรเจนไม่เพิม่ สูงขึนหลังกำรเกิดประจำเดือน จะทำใหไ้ มม่ ีกำรหลั่งลูทไิ นซิงฮอร์โมน
จำกต่อมใตส้ มองส่วนหนำ้ จึงไมม่ กี ำรตกไขเ่ ข้ำสู่ทอ่ นำไข่ ทำให้ไมเ่ กดิ ประจำเดือนในรอบเดอื นต่อไป)
5. นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายเกยี่ วกับฮอรโ์ มนเพศ เพอ่ื ให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี ฮอรโ์ มนเพศชาย คอื เทสโทส- เทอ
โรน สร้างจากอัณฑะ ทาหน้าท่ีควบคุมการสร้างเซลล์อสุจิและการเกิดลักษณะขั้นที่ 2 ของเพศชาย ส่วน
ฮอร์โมนเพศหญิง คือ โพรเจสเทอโรนและอีสโทรเจน สร้างจากรังไข่ ทาหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของ
เซลลไ์ ข่ ผนงั มดลกู ประจาเดอื น และอสี โทรเจนยังควบคุมการเกดิ ลกั ษณะขัน้ ที่ 2 ของเพศหญงิ
6. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการปรับตัวด้านร่างกายและจิตใจต่อการเจริญเข้าส่วู ัยหนุ่มสาวเพ่ือให้
เจริญเตบิ โตอยา่ งมคี ุณภาพชีวติ ท่ีดี
ขั้นสอน (ชวั่ โมงท่ี 4)
สำรวจคน้ หำ (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า เมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ อัณฑะจะสร้างเซลล์อสุจิซึ่ง
ถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน และรังไข่จะสร้างเซลล์ไข่และตกไข่เข้าสู่ท่อนาไข่ซ่ึงถูกควบคุมด้วย
ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและอสี โทรเจน
2. นักเรียนแบง่ กลุ่มศึกษาการเปล่ียนแปลงของเซลลห์ ลังการปฏสิ นธิ และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จาก
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือจาก QR Code เรื่อง การปฏิสนธิการต้ังครรภ์ หรือวีดิทัศน์จากสื่อ
ออนไลน์ เร่ือง การปฏสิ นธิ และเร่อื ง การเจรญิ เติบโตของทารกในครรภ์ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=jzqZjrmMr3w
- https://www.youtube.com/watch?v=WtDknjng8TA
3. ถามนักเรียนในชัน้ เรยี นวา่ นักเรียนในชน้ั เรยี นมีแฝดหรอื ไม่ ถ้ามี ให้นักเรยี นออกมาอธิบายลักษณะท่ีเหมือน
และแตกต่างของแฝด
4. นกั เรยี นจบั คศู่ ึกษาการเกิดแฝดและเปรยี บเทียบลักษณะของแฝดรว่ มไข่และแฝดต่างไข่ จากหนงั สอื เรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธบิ ำยควำมรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มของนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลังการปฏิสนธิและ การ
เจรญิ เตบิ โตของทารกในครรภ์
2. สุ่มเลอื กคู่ของนกั เรยี น 3 คู่ เปรียบเทียบความแตกต่างของแฝดร่วมไขแ่ ละแฝดต่างไข่
3. ถามคาถามนักเรียน โดยใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
- การปฏิสนธิเกดิ ขนึ้ ที่บรเิ วณใด
(แนวตอบ เซลลอ์ สุจิกบั เซลล์ไขป่ ฏสิ นธิกนั บริเวณท่อนำไข่)
- หลังการปฏสิ นธิของเซลล์ไขก่ ับเซลลอ์ สุจิ เซลล์จะมีการเปล่ียนแปลงอย่างไร
(แนวตอบ หลังกำรปฏิสนธิ เซลล์ไข่ที่ได้รับกำรผสมจำกเซลล์อสุจิจะพัฒนำเป็นไซโกต และจะแบ่งเซลล์ต่อจน
กลำยเป็นเอ็มบริโอ ซ่ึงจะเคลื่อนท่ีไปฝังตัวท่ีผนังมดลูก โดยมีกำรแลกเปล่ียนสำรอำหำร แก๊สออกซิเจน
แอนติบอดี ของเสยี และแก๊สคำรบ์ อนไดออกไซด์ระหว่ำงแมก่ ับลูกผ่ำนทำงรก)
- เมือ่ มีการฝงั ตวั ของเอ็มบริโอทผี่ นังมดลูก ผู้หญิงจะมปี ระจาเดือนหรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ ไม่มีประจำเดือน เนื่องจำกกำรฝังตัวของเอ็มบริโอที่ผนังมดลูกจะมีกำรเจริญของรก ซ่ึงรกจะหลั่ง
ฮอร์โมนยับยังกำรหลุดลอกของผนงั มดลูกเป็นประจำเดือน)
- ทารกเจรญิ เตบิ โตในครรภเ์ ป็นเวลากี่เดอื น แตล่ ะเดอื นมีการเจริญเติบโตอยา่ งไร
(แนวตอบ 9 เดือน ซ่งึ แตล่ ะเดือนจะมกี ำรพฒั นำ ดังนี
เดอื นที่ 1 ระบบประสำทเริ่มพฒั นำ เรม่ิ มีกำรสรำ้ งอวยั วะตำ่ ง ๆ
เดอื นที่ 2 ระบบหำยใจเริ่มพฒั นำ แขน ขำ ปำก และจมกู เริ่มชัดเจน
เดอื นท่ี 3 อวยั วะต่ำง ๆ ครบ เรม่ิ มีกำรเคล่ือนไหว
เดือนท่ี 4 อวัยวะเพศภำยนอกพฒั นำจนแยกเพศได้
เดือนที่ 5 ศีรษะคอ่ นขำ้ งโต แขน ขำ คอเคลอ่ื นไหวไดด้ ี นวิ มือนิวเทำ้ แยกกนั ชดั เจน
เดือนท่ี 6 ผมและเล็บเทำ้ เริ่มงอก ระบบประสำทเรม่ิ ทำงำน
เดือนท่ี 7 มกี ำรเคลอ่ื นไหวแบบตำ่ ง ๆ ได้แก่ กำรจำม ดูดนิวมือและนิวเท้ำ
เดอื นที่ 8 กระดูกแขง็ แรงขึน สมองและเสน้ ประสำททำงำนไดเ้ ตม็ ที่
เดอื นที่ 9 สมองเจรญิ เตบิ โตเรว็ มำก ทำรกกลบั หวั พรอ้ มคลอด)
- แฝดเกดิ จากอะไร แบง่ ออกเป็นกปี่ ระเภท แต่ละประเภทมลี กั ษณะแตกตา่ งกันอย่างไร
(แนวตอบ แฝดเกิดจำกควำมผิดปกตขิ องกำรปฏิสนธิ ทำใหเ้ กดิ ทำรก 2 คน แบง่ ออกเปน็ 2 แบบ ได้แก่
- แฝดรว่ มไข่ เกดิ จำกเซลลอ์ สุจิ 1 เซลล์ ผสมกับเซลล์ไข่ 1 เซลล์ แต่มกี ำรแยกตวั หลังกำรปฏิสนธิ ทำให้มี
กำรพัฒนำเป็นไซโกต เอม็ บรโิ อ และทำรก 2 คน ซึง่ ทำรกที่เกดิ มำจะมีเพศเดียวกนั และมลี ักษณะเหมือนกันเกือบ
ทุกประกำร
- แฝดต่ำงไข่ เกิดจำกเซลล์อสุจิ 2 เซลล์ ผสมกับเซลล์ไข่ 2 เซลล์ ซึ่งจะพัฒนำเป็นไซโกต เอ็มบริโอ และ
ทำรก 2 คน ซง่ึ ทำรกทีเ่ กดิ มำอำจมีเพศเดยี วกันหรือตำ่ งเพศกนั )
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการปฏิสนธิและการต้ังครรภ์ เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี เซลล์อสุจิปฏิสนธิ
กับเซลล์ไข่ท่ีท่อนาไข่ เจรญิ ตอ่ เป็นไซโกตและแบ่งเซลลจ์ นเปน็ เอ็มบรโิ อ จากน้ันเอม็ บริโอจะเคล่ือนท่ีไปฝังตัวท่ี
ผนังมดลูก ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนแก๊ส สารอาหาร และของเสียระหว่างแม่กับลูกผ่านทางรก จนเมื่อครบ 8
สัปดาห์ เอ็มบริโอจะกลายเป็นฟีตัสท่ีมีอวัยวะต่าง ๆ ครบ และเจริญต่อในครรภ์จนครบ 9 เดือน แล้วจึงคลอด
ออกมาจากครรภข์ องแม่
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการเกิดแฝด เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี แฝดเกิดจากความผิดปกติระหวา่ ง
การพัฒนาหลังการปฏสิ นธิ หรือระหว่างการปฏิสนธิ ทาให้ได้ทารก 2 คน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แฝด
ร่วมไข่ท่ีเกิดจากเซลล์อสุจิและเซลล์ไข่เดียวกัน แต่แยกตัวหลังการปฏิสนธิ และแฝดต่างไข่ที่เกิดจากการ
ปฏิสนธขิ องเซลลอ์ สจุ ิคนละเซลล์ และเซลล์ไข่คนละเซลลท์ ี่ตกไขพ่ ร้อมกนั
6. นกั เรียนทาใบงานที่ 1.8 เร่อื ง การปฏิสนธิและการต้ังครรภ์
ขน้ั สอน (ช่ัวโมงท่ี 5)
สำรวจคน้ หำ (Explore)
1. ทบทวนความร้จู ากชว่ั โมงที่แล้วให้นักเรียนทราบว่า การต้ังครรภ์เกิดจากการปฏิสนธิของเซลลอ์ สุจิและเซลล์ไข่
ที่ท่อนาไข่ เจริญต่อเป็นไซโกตและแบง่ เซลลจ์ นเป็นเอ็มบริโอ จากนั้นเอ็มบริโอจะเคล่ือนที่ไปฝังตัวที่ผนังมดลกู
และเจริญตอ่ ในครรภ์จนครบ 9 เดอื น แลว้ จึงคลอดออกมาจากครรภข์ องแม่
2. นักเรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ 4 กลุม่ จับสลากเลือกวธิ กี ารคมุ กาเนิดแต่ละวธิ ี ดังน้ี
- วิธีธรรมชาติ - การใช้อุปกรณ์
- การใช้สารเคมี - การผา่ ตดั ทาหมนั
ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสืบค้นขอ้ มลู เกย่ี วกับวธิ กี ารคุมกาเนิด และขอ้ ดี-ข้อเสยี ของวธิ กี ารคุมกาเนดิ แต่ละวิธี
อธิบำยควำมรู้ (Explain)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอวธิ กี ารคุมกาเนดิ แตล่ ะวิธี
2. ถามคาถามนกั เรยี น โดยใช้คาถามต่อไปน้ี
- จงหาระยะปลอดภัยของการต้งั ครรภ์ หากมีประจาเดือนในช่วงวนั ท่ี 18-22 มกราคม
(แนวตอบ ระยะปลอดภยั ของกำรตงั ครรภ์ คือ วนั ท่ี 10-25 มกรำคม)
- การใช้ถุงยางอนามัยมขี ้อด-ี ข้อเสยี อย่างไร
(แนวตอบ ข้อดี คือ สำมำรถป้องกันเซลล์อสุจิเข้ำไปในช่องคลอดของเพศหญิง และป้องกันกำรเกิดโรคติดต่อ
ทำงเพศสัมพันธไ์ ด้ แตม่ ีข้อเสยี คอื ไม่สำมำรถปอ้ งกันกำรตังครรภ์ได้ 100 เปอรเ์ ซน็ ต์)
- การใช้ยาคุมกาเนดิ เหมาะสาหรบั การคมุ กาเนิดรปู แบบใด
(แนวตอบ ยำคุมกำเนิดมีหลำยประเภท แต่ละประเภทจะใช้คุมกำเนิดท่ีแตกต่ำงกัน เช่น ยำคุมกำเนิดที่ช่วย
ยับยังกำรตกไข่ของเพศหญิง ยำคุมกำเนิดที่ทำให้ผนังมดลูกของเพศหญิงไม่เหมำะสมสำหรับกำรฝังตัวของ
เอ็มบริโอ หรือยำคมุ กำเนิดทใี่ ช้ป้องกนั กำรตังครรภใ์ นกรณีฉกุ เฉนิ จำกกำรถูกขม่ ขืน)
- การคุมกาเนดิ วิธใี ดมีประสทิ ธภิ าพสงู ทส่ี ุด เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ กำรผ่ำตัดทำหมัน เนื่องจำกเป็นกำรตัดท่อนำไข่ หรือท่อนำอสุจิ ทำให้เซลล์ไข่ หรือเซลล์อสุจิ ไม่
สำมำรถเคลื่อนที่ไปปฏสิ นธกิ นั ได้)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการคุมกาเนิด เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า การคุมกาเนิดมีหลายวิธี ได้แก่ วิธี
ธรรมชาติเป็นการนับวันในการมีเพศสัมพันธ์ การคุมกาเนิดโดยใช้อุปกรณ์ ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัยในเพศ
ชาย และการใช้ห่วงคุมกาเนิดในเพศหญิง การคุมกาเนิดโดยใช้สารเคมี ได้แก่ การใช้ยาคุมกาเนิดซ่ึงมีหลาย
ประเภท เช่น ยาช่วยยับยั้งการตกไข่ ยาปรับสภาพผนังมดลูกให้ไม่เหมาะสมต่อการฝังตัว การผ่าตัดทาหมัน
เป็นการคมุ กาเนิดถาวร ไดแ้ ก่ การตดั ท่อนาอสจุ ิของเพศชาย การตัดท่อนาไข่ของเพศหญงิ ซึ่งการคมุ กาเนิดแต่
ละวธิ ีจะมขี ้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน และจะถกู ใชใ้ นสถานการณ์ทีแ่ ตกต่างกนั
ขั้นสอน (ชั่วโมงท่ี 6)
สำรวจคน้ หำ (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบว่า การคุมกาเนิดเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ แบ่งออกเป็น
หลายวิธี ได้แก่ วิธีธรรมชาติ การใช้อุปกรณ์ การใช้สารเคมี และการผ่าตัดทาหมัน ซ่ึงแต่ละวิธีมีข้อดี -ข้อเสีย
แตกตา่ งกนั
2. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ 3 กลุม่ จับสลากเลือกสถานการณท์ ่กี าหนดให้ในกิจกรรม การเลอื กวิธีการคมุ กาเนิด
เพอ่ื เลือกวิธีการคุมกาเนดิ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กาหนดให้ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
3. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวางแผนจาลองสถานการณท์ ่จี ับสลากได้
อธบิ ำยควำมรู้ (Explain)
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาจาลองสถานการณ์
2. นักเรยี นและครูรว่ มกนั ประเมนิ สถานการณ์จาลองของนกั เรยี นกลุ่มอืน่ ๆ
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายการจาลองสถานการณ์การเลือกวิธีการคุมกาเนิด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ การ
คุมกาเนิดแต่ละวิธีจะถูกเลือกใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่าง ๆ กัน เช่น สามีภรรยาที่มีบุตรเพียงพอแล้วจะใช้การ
คุมกาเนดิ แบบการผ่าตัดทาหมนั สามภี รรยาทีย่ งั ไม่พร้อมมีบตุ รอาจเลือกใชก้ ารคมุ กาเนิดดว้ ยวิธธี รรมชาติ โดย
การนับวันหรือเลือกใช้อุปกรณ์ เช่น ถุงยางอนามัย ห่วงคุมกาเนิด หรือหากมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ทันตั้งตัวอาจ
เลือกการคุมกาเนดิ โดยใชส้ ารเคมี เชน่ ยาคุมกาเนดิ ฉกุ เฉนิ
ขัน้ สอน (ชว่ั โมงที่ 7)
สำรวจคน้ หำ (Explore)
1. นาตัวอย่างข่าวเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรมายกตัวอย่างในนักเรียนฟัง พร้อมอธิบายถึงผลเสีย ท่ี
เกิดข้นึ จากการตั้งครรภก์ ่อนวยั อนั ควร
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และแนวทาง
การปอ้ งกนั การตัง้ ครรภ์กอ่ นวัยอนั ควร
อธิบำยควำมรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
2. ถามคาถามกบั นักเรียน โดยใช้คาถามต่อไปน้ี
- การต้งั ครรภ์กอ่ นวัยอันควรมผี ลกระทบอย่างไรบา้ ง
(แนวตอบ กำรตังครรภ์ก่อนวัยอันควรก่อให้เกิดปัญหำต่ำง ๆ ตำมมำ ได้แก่ กำรทำแท้งเพื่อยุติกำรตังครรภ์
ฝ่ำยหญงิ ต้องออกจำกสถำนศกึ ษำทำให้เสยี กำรเรียนและเสียอนำคต กำรแตง่ งำนจำกภำวะจำยอม)
- นักเรยี นมีวธิ หี ลกี เลี่ยงการต้ังครรภ์กอ่ นวัยอันควรอยา่ งไรบา้ ง
(แนวตอบ คำตอบขึนอยู่กับดุลยพนิ จิ ของครูผ้สอน เช่น หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมเสีย่ ง เชน่ กำรดื่มแอลกอฮอล์ กำร
เที่ยวสถำนบันเทิง กำรอยู่ด้วยกันตำมลำพังในท่ีลับตำคน กำรแต่งกำยรัดรูปหรือเปิดเผยสัดส่วน รู้จักกำร
ปฏิเสธในสถำนกำรณ์ที่เสี่ยงต่อกำรมีเพศสัมพันธ์ รู้จักวิธีกำรคุมกำเนิดที่เหมำะสม กำรสำเร็จควำมใคร่ด้วย
ตนเองในสถำนกำรณท์ ีเ่ หมำะสม)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาจากการต้ังครรภ์ก่อนวันอันควร เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้
การต้ังครรภ์ก่อนวันอันควรเป็นปัญหาใหญ่ที่พบในวัยหนุ่มสาว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น การทา
แท้ง การแต่งงานจากภาวะจายอม การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ เสียการเรียน และสร้างปัญหาทางด้านอารมณ์
และจิตใจต่อผู้ตั้งครรภ์ นักเรียนสามารถประพฤติตนเพ่ือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
เช่น การหลก่ี เลี่ยงพฤติกรรมเส่ียง (การเที่ยวสถานบันเทิง การดื่มแอลกอฮอล์ การอย่ตู ามลาพงั ในที่ลับตา การ
แต่งกายรัดรูป) รู้จักการปฏิเสธ รู้จักวิธีการคุมกาเนิดที่เหมาะสม การสาเร็จความใครด่ ้วยตนเอง และการสร้าง
ความสมั พันธร์ ะหว่างบคุ คลในครอบครัว
4. นักเรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 6 กลมุ่ จบั สลากเลอื กระบบรา่ งกายมนษุ ย์ ดังนี้
- ระบบหายใจ - ระบบขับถา่ ย
- ระบบหมนุ เวียนเลือด - ระบบประสาท
- ระบบสบื พนั ธ์เุ พศชาย - ระบบสบื พันธเ์ุ พศหญิง
นักเรยี นสร้างแบบจาลองรา่ งกายทจ่ี ับสลากได้ เพื่อนาเสนอในชัว่ โมงต่อไป
ข้ันสอน (ชวั่ โมงที่ 8)
อธบิ ำยควำมรู้ (Explain)
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอแบบจาลองระบบรา่ งกายมนุษย์ กลุ่มละ 10 นาที
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันถามคาถามกลุม่ ทนี่ าเสนอ
3. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภปิ รายเก่ียวกบั แบบจาลองระบบรา่ งกายมนุษย์ของนักเรยี นแต่ละกลุม่
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน สืบค้นข้อมูล เร่ือง การเปล่ียนแปลงของร่างกายเข้าสู่วัยหนุ่มสาว แล้วทาเป็น
รูปเล่มรายงานส่งครผู ้สู อน
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน สืบค้นข้อมูล เรื่อง การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร แล้วทาแผ่นพับนาเสนอ ส่ง
ครผู สู้ อน และแจกนักเรยี นในโรงเรยี น จานวน 50 ชุด
3. นักเรยี นทา Topic Question ทา้ ยหัวข้อ เรอ่ื ง ระบบสบื พนั ธ์ุ จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
4. นักเรยี นทา Self Check หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์ จากหนงั สอื วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
5. นักเรยี นทา Unit Question ทา้ ยหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์ จากหนงั สอื วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
6. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
7. นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
ขนั้ สรุป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุป เรอื่ ง ระบบสบื พนั ธ์ุ ในประเดน็ ต่าง ๆ ดังน้ี
- ความสาคญั ของระบบสบื พันธ์ุ
- โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุ
- ฮอรโ์ มนเพศ
- การคุมกาเนดิ
นักเรยี นเขยี นสรปุ ในรปู ผังมโนทศั น์ลงกระดาษ A4 ส่งครูผ้สู อน
2. ตรวจสอบผลจากรายงาน เรือ่ ง การเปล่ยี นแปลงของร่างกายเข้าส่วู ยั หนุ่มสาว
3. ตรวจสอบผลจากแผน่ พบั เรอ่ื ง การตง้ั ครรภก์ ่อนวยั อนั ควร
4. ตรวจสอบผลจากผงั มโนทัศน์ เร่ือง ระบบสบื พันธุ์
5. ประเมินจากการจาลองสถานการณก์ ารเลอื กวธิ ีการคุมกาเนดิ
6. ประเมนิ จากแบบจาลองและการนาเสนอแบบจาลองระบบร่างกายของมนุษย์
7. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.6 เร่ือง ระบบสืบพันธุเ์ พศชาย
8. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.7 เรื่อง ระบบสืบพนั ธเุ์ พศหญงิ
9. ตรวจสอบผลจากใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง การปฏสิ นธแิ ละการต้ังครรภ์
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั
- ตรวจรายงาน เรอื่ ง - แบบประเมินรายงาน - ระดบั คุณภาพ 2
1. การประเมนิ ช้ินงาน/
ภาระงาน (รวบยอด) การเปล่ียนแปลงของ ผ่านเกณฑ์
2. ประเมนิ ระหว่างการจัด ร่างกายเขา้ สวู่ ัยหน่มุ
กิจกรรมการเรียนรู้
1) ระบบสบื พันธุ์ สาว
- ตรวจแผ่นพบั เรื่อง - แบบประเมนิ ช้ินงาน - ระดับคุณภาพ 2
การตัง้ ครรภก์ ่อนวัยอนั ผ่านเกณฑ์
ควร
- ตรวจผงั มโนทัศน์ - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน - ระดบั คุณภาพ 2
เรื่อง ระบบสืบพนั ธ์ุ ผ่านเกณฑ์
- แบบจาลองระบบ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
ร่างกายของมนุษย์ แบบจาลอง ผ่านเกณฑ์
- ตรวจใบงานที่ 1.6 - ใบงานท่ี 1.6 - ร้อยละ 60
- ใบงานที่ 1.7 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.7 - ใบงานที่ 1.8
- Topic Question - ร้อยละ 60
- ตรวจใบงานท่ี 1.8 - แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic - ร้อยละ 60
Question ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
รายการวัด วิธีวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
2) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน การนาเสนอ ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต - ระดับคุณภาพ 2
พฤติกรรม
การทางาน การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล - แบบสังเกต
5) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม พฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมนิ
6) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - ระดบั คุณภาพ 2
คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่น อันพงึ ประสงค์
- ร้อยละ 60
ในการทางาน - แบบทดสอบหลงั ผา่ นเกณฑ์
เรียน
7.3 ประเมนิ หลงั เรยี น - ร้อยละ 60
- หนังสอื เรยี น ผ่านเกณฑ์
1) ทดสอบหลงั เรยี น
- แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60
-แบบทดสอบ หลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั ผา่ นเกณฑ์
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรยี น
- Unit Question - ตรวจ Unit Question
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
- แบบฝึกหัด
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 - ตรวจแบบฝกึ หดั
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
3) แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
4) ใบงานที่ 1.6 เร่อื ง ระบบสบื พนั ธุ์เพศชาย
5) ใบงานที่ 1.7 เรื่อง ระบบสืบพนั ธเุ์ พศหญิง
6) ใบงานที่ 1.8 เรื่อง การปฏสิ นธแิ ละการต้งั ครรภ์
6) PowerPoint เรื่อง ระบบสืบพันธ์ุ
แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ