บอกกลา่ วเล่าเร่ือง บรรณาธกิ าร
สง่ ท้ายปีชวด และขอต้อนรับเขา้ สศู่ ักราชใหมป่ ีฉลู ๒๕๖๔ ซ่ึงเป็นปีท่ี ๒ ของรอบปนี ักษัตร โดยมี
สัญลักษณ์แทน คือ “วัว” โดยเชื่อกันว่าคนปีฉลูเป็นคนที่หนักแน่น มั่นคง ซื่อสัตย์ ใจเย็น ขยันแน่วแน่
และเชื่อมั่นในตัวเองสูง หากได้ลองตัดสินใจเชื่ออะไรไปแล้วจะไม่เสียใจในภายหลัง ไม่หูเบาหวั่นไหวไป
กับคำนนิ ทา หรอื เรื่องหยุมหยมิ กวนใจ จะเป็นคนท่ีคิดก่อนทจี่ ะลงมือทำเสมอ และคอ่ ย ๆ ทำอย่างใจเย็น
ไม่รีบร้อน ตามคำที่ว่าช้าแต่ชัวร์ และหากได้ตั้งใจทำอะไรสักอย่างจะทำจนกว่าสิ่งนั้นจะบรรลุเป้าหมาย
เพราะเปน็ คนท่ีมีความอดทนเป็นเลิศ รักการศึกษา และใฝ่หาความรู้ให้กับตนเองเสมอ ทำใหเ้ ป็นคนฉลาด
ทันคน และมีความจำที่แมน่ ยำ ไม่ชอบเข้าสังคม จะนิ่ง และเงียบมาก แต่ภายใต้ความสงบนิง่ น้ัน ซุกซ่อน
ความชา่ งคิด และมคี วามคิดสรา้ งสรรค์อยดู่ ว้ ย
เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาดี ๆ วรรณสารฉบับที่ ๖๕ เดือนมกราคม – พฤษภาคม ๒๕๖๔
“เบิกศักราชใหม่นวกาล” จึงนำเสนอเรื่องราวดี ๆ แก่ผู้อ่านทุกท่าน ซึ่งจัดทำโดยนักศึกษาสาขาวิชา
ภาษาไทยชั้นปีที่ ๒ เนื้อหาในวรรณสารฉบับน้ี มุ่งนำเสนอผลงานของนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว
ต่าง ๆ ความรู้ที่หลากหลาย และเป็นประโยชน์ต่อผูอ้ ่าน เช่น คอลัมน์สืบเนือ่ งจากปก บทสัมภาษณ์พิเศษ
เสริมสร้างประสบการณ์กับโครงการดี ๆ ปลูกกล้านักวิจัย กด like วรรณกรรม มุมคำร้องมองอย่างนัก
วิจารณ์ ศิษย์เก่าเล่าเรื่อง ชวนชิมชวนเที่ยว แค่คนอยากเขียน เกร็ดความรู้ บันทึกภาพในความทรงจำ
เป็นต้น อย่างไรก็ตาม งานเขียนเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของนักศึกษาที่ต้องการนำเสนอผลงาน
จากการศึกษาค้นคว้า และเรียบเรียงข้อมูลสู่ผู้อ่าน ผู้จัดทำจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้
ความบันเทิงไม่มากกน็ ้อย และสามารถนำความรู้ท่ไี ดไ้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ
ที่ปรกึ ษา บรรณาธกิ าร จดั พิมพ์
ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ นายอนันต์ อาดหาญ นายศรณั ย์ นะนวน
ผศ.ดร.รงุ่ รตั น์ ทองสกุล
ผศ.จุฬารัตน์ เสง่ยี ม กองบรรณาธกิ าร พสิ ูจน์อักษร
ผศ.ปรีดา เก้ือก่ออ่อน นางสาววิศรตุ า ปกตงิ นางสาวณัฐพร เพชรชยั
อ.สุรยิ า ทองคำ นางสาวฉัตรชฎา สทิ ธิบตุ ร นางสาวมณนี ุช นุชน้อย
อ.พัชราภรณ์ คชนิ ทร์
ศลิ ปกรรมปก
นางสาววทนั ยา มากราช
สบื เน่อื งจากปก เถลิงศก...ฉลูมา/ กาลครั้งหน่ึงกับโรคสังหารใน
ประวัติศาสตร์ ไทย/ COVID-๑๙: โรคใหม่ สร้ าง
ความรักการแบ่งปัน ร่ วมกันสามัคคี / เรียนรู้อดีต
รับมือปัจจุบัน กับวิกฤตการณ์โควิด-๑๙ / ชุด PPE
อปุ กรณ์ป้องกนั โควิด-๑๙ ของบุคลากรทางการแพทย์
เถลิงศก...ฉลมู า
เบิกฤกษฉ์ นำวรดิเรก รุจิเรขอำไพกาล
เปลย่ี นปีดิถี ณ นววาร เถลิงศกฉลูมา
ขอจงสนกุ ศุภเกษม มนะเปรมระเริงรา่
หากหวังประสงค์ ณ จินตนา ก็ประสบสวัสดี
โควดิ มลายวินาศสญู สขุ ะพูนหริ ญั มี
เศรษฐกิจเจรญิ จรสั ทวี ประเทศชาตสิ งบเย็น
สรุ ิยา ทองคำ
ผู้ประพนั ธ์
กาลคร้ังหนง่ึ กับโรคสงั หารในประวัตศิ าสตร์ไทย
ฉตั รชฎา สทิ ธบิ ตุ ร
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยังไม่มีรัฐชาติ และคำว่าไทยแลนด์ ดินแดนที่ถูกขีดเส้น
เป็นราชอาณาจักรไทยในทุกวันนี้ เคยประสบพบโศกนาฏกรรมจากโรคระบาดใหญ่หลายต่อหลายครั้ง
และผ่านพ้นมาได้ทุกครั้งจนกระทั่งวันนี้ โดยโรคหนึ่งที่ได้คร่าชีวิตผูค้ นมากมายในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียง คือ อหิวาตกโรค ดังปรากฏณ์ในละครเรื่อง ทองเอก หมอยา
ทา่ โฉลง ตอนหนง่ึ ทีก่ ล่าวถึงโรคน้ีว่า
อหิวาตกโรค (Cholera) หรือที่เรียกวา่ “โรคห่า” บ้างก็เรียก “โรคป่วง” บ้างเรียก “โรคลงราก”
เป็นโรคระบาดที่มสี าเหตุมาจากเชือ้ แบคทเี รยี (Vibrio cholerae) เขา้ สรู่ า่ งกายโดยการรับประทานอาหาร
ที่มีเชื้อแบคทีเรียเหล่านั้น ซึ่งพบได้ในอาหารที่ไม่สะอาด หรืออยู่อาศัยในแหล่งที่มีสุขอนามัยที่ไม่ดี
เชื้อแบคทีเรียที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกายพร้อมอาหาร จะเข้าไปในลำไส้ และสร้างพิษออกมาทำ
ปฏิกิริยากับเยื่อบุผนังลำไส้เล็ก ทำให้ท้องร่วงอย่างรุนแรง โดยอุจจาระจะมีลักษณะถ่ายเป็นน้ำซาวข้าว
มีมกู มาก มกี ลน่ิ เหม็นคาว พบระบาดไปยงั ประเทศไทย อนิ โดนีเซีย และฟิลิปปนิ ส์ ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่
๒ ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ โดยเริม่ ระบาดจากอินเดยี เขา้ มาประเทศไทย ผา่ นทางปนี ัง ทำให้มคี นลม้ ตายจำนวน
มาก ถนนหนทางเกลื่อนกลาดเต็มไปด้วยซากศพ ประชาชนอพยพหนีออกจากเมืองด้วยความหวาดกลัว
การระบาดครั้งนี้มีคนตายในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียงประมาณสามหมื่นคน ทั่วโลกประมาณหนึ่ง
แสนคน มีความรนุ แรงและลกุ ลามจนคร่าชีวติ ผู้คนอย่างไม่เคยเกิดขนึ้ มาก่อน
สถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น นอกจากจะเกิดในช่วงเวลาที่วิชาการแพทย์สมัยใหม่ยังไม่ดีมากนัก
รวมถึงความรู้ด้านสุขอนามัยยังไม่แพร่หลาย อีกประการหนึ่งที่เป็นต้นทางของ “อหิวาตกโรค” ก็คือ
กฎระเบียบในการสัญจรข้ามประเทศที่ยังหละหลวม จนใครต่อใครสามารถผ่านเข้าออกได้อย่างง่ายดาย
ทำให้มีชาวต่างประเทศพาโรคติดต่อเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีลักษณะร่วมที่คล้ายคลึงกับสถานการณ์ของ
ประเทศไทยในขณะน้ีเช่นเดยี วกัน นน่ั กค็ อื สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชือ้ ไวรัสโควดิ -๑๙ ในประเทศ
ไทย จุดเริ่มต้นมาจากผูป้ ่วยรายแรกที่รับการรกั ษาในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นคน
จนี ทรี่ ับเชือ้ จากการระบาดในประเทศจีน และไดเ้ ดนิ ทางมาประเทศไทย หลังจากนัน้ มีผปู้ ว่ ยอกี หลายราย
ที่มาจากประเทศอืน่ ทำให้มีการแพร่ระบาดและมผี ูค้ นตดิ เชื้อออกเปน็ วงกว้างในระยะเวลาอนั รวดเรว็
จากเหตุการณ์ทผ่ี า่ นมาในอดีต จะเป็นบทเรียนให้เราก้าวผา่ นวิกฤตโิ ควิดไปด้วยกัน เพราะนี่ไม่ใช่
ครั้งแรกที่มนุษยชาติต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนหลักแสนหลักล้านคนทั่วโลก
มนุษยชาติได้เคยข้ามผ่านความเจ็บปวด การสูญเสียมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยความเข้มแข็งและ
สติปัญญาก็สามารถก้าวผ่านและกลับมายืนได้แข็งแรงอีกทุกครั้ง โรคระบาด หรือ Pandemic ซึ่งวงการ
แพทยใ์ ห้ความหมายว่า เป็นการเกิดการแพร่ระบาดของโรคทลี่ กุ ลามเกินกว่าที่คาดไวว้ ่าอาจจะจำกัดวงอยู่
ในภูมิภาคเดียว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอหิวาตกโรค กาฬโรค ไข้หวัดใหญ่
หรือเอชไอวี ซึ่งล้วนเป็นโรคที่สังหารประชากรโลกมากมายในประวัติศาสตร์ บทความน้ีทำให้เราได้รู้ว่า
๓๐๐ ปีที่ผ่านมาว่ามนุษย์ต้องผ่านการท้าทายจากโรคระบาดหนักอะไรมาบ้างแล้ว เพื่อจะเป็นกำลังใจให้
พวกเราสามารถท่ตี อ้ งเผชญิ กบั โควิด-๑๙ ก้าวผา่ น และเอาชนะโรคร้ายไปได้เฉกเชน่ ท่ีผา่ นมา
อา้ งองิ
Sanook. (๒๕๖๒). อหวิ าตกโรค (โรคห่า) โรคระบาดท่ปี จั จุบันกย็ งั อนั ตรายอยู่. [ออนไลน]์
เขา้ ถึงได้จาก : https://www.sanook.com/health/๑๕๒๖๑/.
ภานพุ งศ์ วัฒนเสรีกลุ . (๒๕๖๓). ย้อนประวตั ศิ าสตร์ Pandemic (โรคระบาดใหญ่)
สะเทอื นโลก. [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ได้จาก : https://www.bangkokbiznews.com
/news/detail/๘๗๐๔๔๙
COVID-๑๙: โรคใหม่ สร้าง ความรกั
การแบ่งปัน ร่วมกันสามัคคี
อนันต์ อาดหาญ
จากหลากหลายเหตุการณ์ ท่ามกลางสภาวะโควิด-๑๙ ล้วนสร้างความเครียด และสร้างความต่ืน
ตระหนกให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านัน้ แต่มัน…ทั่วโลก เหตุการณ์น้ีสงผลให้
หลายคนกลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้อาชีพ และประสบปัญหามากมายในชีวิต เป็นเวลาเกือบ ๒ ปีที่โลกต้อง
เผชิญกับวิกฤตมากมาย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ ทำให้ทั่วโลกต่างเฟ้นหา
มาตรการรับมือท่ีดีที่สุด ก่อนมาลงเอยด้วยมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing จน
นำไปสู่การปดิ เมือง ล็อกเศรษฐกจิ และปดิ สถาบนั การศึกษา ซ่งึ นบั ต้งั แตม่ ีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโค
วิด-๑๙ ตั้งแต่ปลายปี ๒๐๑๙ ในต่างประเทศ จนมาถึงการระบาดรอบแรกในประเทศไทย หลายภาคส่วน
ต้องปิดตัวลง หยุดทุกอย่าง เกิดการล็อกดาวน์ประเทศหลายเดือน จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มีความวุ่นวาย
มากมายเกดิ ข้ึนกับชวี ิตของมนุษย์อย่างต่อเน่ือง เช่น ธุรกิจการท่องเท่ยี วต้องหยุดชะงัก สายการบินต่าง ๆ
ต้องหยุดบิน หรือแม้แต่ธุรกิจการเงินก็ต้องปรับตัว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่งผลกระทบไปทุกด้านตั้งแต่รัฐบาล เจ้าของธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายย่อย จนถึง
มนุษยเ์ งินเดือน หรอื คนธรรมดา โควิด-๑๙ ไดเ้ ปล่ยี นพฤตกิ รรมในชีวิตของเราไปอยา่ งส้ินเชงิ จนเมื่อกลาง
ปี ๒๐๒๐ ที่ผา่ นมา สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเช้ือไวรัสโควดิ -๑๙ ในประเทศไทยมีแนวโน้มท่ีจะดีขึ้น
ธุรกิจหลายประเภทเริ่มที่จะกลับมาให้บริการ ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่แล้วเมื่อ
ปลายปี ๒๐๒๐ เชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ก็กลับมาระบาดอีกครั้ง และในครั้งน้ันก็ดูเหมือนจะรุนแรงมากข้ึน
หลายพนื้ ท่ีกลายเป็นพน้ื ที่เส่ยี ง ไม่ว่าจะเป็นตลาด ซ่งึ เป็นแหล่งรวมของคนทั่วไปมาจับจ่ายซ้ือของ รวมไป
ถึงธุรกิจต่าง ๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งน้ันหนักไม่น้อยเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามใน
สถานการณ์ท่โี หดร้ายเชน่ น้ี ยังคงมเี รอ่ื งราว ดี ๆ เกดิ ขึน้ กับมนุษยอ์ ยู่เสมอ เหตกุ ารณ์นีท้ ำให้เหน็ ถงึ น้ำใจ
และความสามคั คีของเพอ่ื นมนุษย์ทีม่ ีต่อกนั
ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เราเห็นดอกไม้งามที่ชื่อว่า “ความช่วยเหลือ” และ “การแบ่งปัน”
ผลิดอกอยู่เต็มประเทศ เนื่องจากในการดำเนินชีวิตของเราย่อมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น
เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชุมชน ตลอดจนพี่น้องร่วมครอบครัว แต่หากจะเกิดเป็น
ความสมั พนั ธอ์ นั ดี หรือทเี่ รยี กว่า ความสามัคคีไดน้ ้ัน ต้องอาศยั ความมีนำ้ ใจตอ่ กัน ระลกึ ถึงกัน แสดงออก
ถงึ ความเคารพระหว่างกัน อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยดี มีความสุข ความสงบ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หรอื ทำร้าย
กัน ถ้ามองในทางสัจธรรม สรรพสิ่งในโลกน้ีไม่มีสิ่งใดอยู่ได้เลยหากปราศจากความสามัคคี หรือปรองดอง
จากสิง่ อืน่ ไมว่ า่ จะเป็นตวั ตนของเรากด็ ี รถราต่าง ๆ กต็ าม ล้วนเกดิ ขน้ึ และดำรงอยไู่ ดเ้ พราะความสามัคคี
ของอวัยวะ หรอื อะไหล่ต่าง ๆ ทัง้ ส้นิ แม้แต่ในการทำงาน บางคนทำได้คนเดียวโดยไม่ได้อาศยั ใครเลย แต่
จริง ๆ แล้วในการทำงานนั้น ยังต้องอาศัยตา มือ สติปัญญา และอาศัยกำลังอื่น ๆ อีกมากมายในตัวเขา
งานจึงจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี จึงจำเป็นต้องคิด พูด และทำสิ่งที่ดีต่อกัน รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน เพื่อให้ความ
สามคั คีนน้ั เกิดขึน้ ในสงั คม
อย่ามัวเพ่งมองไปที่ความโหดร้ายของสถานการณ์โควิด-๑๙ เพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้เกิด
ความเครียด ความเครยี ดไมเ่ คยทำใหส้ งิ่ ตา่ ง ๆ ดขี ้ึนเลย หากไม่เครยี ด ก็จะทำสง่ิ ดี ๆ ได้มากมาย ซึ่งสิ่งดี
ๆ ที่เราสามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดาย คือ การมีน้ำใจ และร่วมกันแบ่งปัน เป็นกิจกรรมที่ทุกคนใน
ครอบครัวร่วมกันทำได้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว และเพื่อนมนุษย์ในสังคมด้วยกนั
บางเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราทำให้เราได้เห็นอะไรในหลาย ๆ ด้าน รวมไปถึงการที่ได้รู้ว่าทุกคนมี
หน้าท่ีในการสรา้ ง และรว่ มกันทำนุบำรงุ โลกใบนีใ้ ห้งดงามย่งิ ขน้ึ
อ้างอิง
Pearn เพลนิ . ๓ บทเรียนชีวติ โควดิ -๑๙ สอนเรา. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก :
https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/ เข้าถงึ เม่ือ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔.
เรยี นร้อู ดีต รับมือปจั จบุ ัน กบั วกิ ฤตการณ์โควิด-๑๙
วิศรตุ า ปกติง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือสร้างผลกระทบในแง่ลบ สิ่งสำคัญ
อย่างหนึง่ ทห่ี ลงเหลอื อยู่มักจะเปน็ ร่องรอยของเร่ืองราวทเ่ี กิดขึน้ ซึ่งบางครงั้ หากเรามองขา้ มท่จี ะตัดสินว่า
สิ่งนั้นดหี รือไมเ่ ราเองคงจะมีเวลาท่จี ะเรียนรู้สง่ิ ต่าง ๆ บนโลกน้ีอีกมาก
เฉกเชน่ เดียวกันกับสถานการณ์ทผี่ ่านมาหรืออาจจะเกดิ อยู่ก็ตาม เป็นสถานการณ์ที่มีการต่อสู้กัน
ระหวา่ งเช้ือไวรสั กลายพนั ธก์ุ ับสังคมมนษุ ย์ กลายเป็นสภาวะของการแพรร่ ะบาดท่ีสร้างร่องรอยไว้มากมาย
และเราเองต่างก็เรียกขานขนานนามส่งิ นั้นวา่ “สถานการณ์แพรร่ ะบาดของ โควดิ -๑๙”
สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสร้ายในคร้ังนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ทีโ่ ลกต่างจับตามอง
และถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างท่ัว
ทุกมมุ โลก พลงั ขบั เคลื่อนของไวรัสร้ายสรา้ งความทุกขย์ ากลำบากในทุกวงวานการใชช้ ีวิตของสังคมมนุษย์
ซึ่งเกิดผลกระทบด้านการคนมาคม การสัญจร การค้าขาย การประกอบธุรกิจ กิจการร้านอาหาร การ
ท่องเที่ยว การศึกษา และผลกระทบทีร่ า้ ยแรงท่สี ุด คอื จุดจบของชีวิต
อยา่ งไรก็ตาม เรอื่ งราวตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดขน้ึ แม้เปน็ ส่งิ ท่ีไม่น่ายินดีเลยในแง่สงั คมโลก แต่ประสบการณ์
จะสอนให้เรารับมือกับสิ่งที่เราเผชิญหน้า ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นเราไม่รู้ว่ามีจุดจบอย่างไร จนกระทั่งเอาชนะส่ิง
เหลา่ นน้ั ได้ มากไปกว่ารเอาชนะ คอื การตอบคำถามที่ว่า เราเรยี นรู้อะไรจากสิงท่เี กิดข้ึน
สิ่งหนึ่งทีผ่ ู้คนมักกระทำเมื่อเจอเหตุการณ์ทีไ่ ม่คาดคิด คือ การคิดค้นหาวิธีการรับมือกับส่ิงต่าง ๆ
อาจจะยกตัวอย่างได้จากเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ในปี ๒๕๔๗ ที่สร้างความทรมาน และความ
สูญเสียของผู้คนจำนวนเรือนแสน แต่สิ่งที่ได้กลับมาภายหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายครัง้ น้ัน คือ การคิดค้น
วิธีการหนีภัย การตั้งรับเมื่อเกิดภัยพิบัติ และการเกิดเทคโนโลยีเฝ้าระวังเตือนภัยสึนามิ เพื่อจุดประสงค์
หลักคือการไม่กลับไปสู่การสูญเสียเหมือนครั้งก่อนหน้าอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิด
ยอ่ มกอ่ ใหเ้ กิดปัญญาตามมา
เชน่ เดยี วกันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ เปน็ เหตกุ ารณท์ เ่ี กิดขึน้ แบบไม่ทันตั้งตัว
แต่ภายหลังจากการแพร่ระบาดในช่วงระยะต่อมา สังคมโลกได้ทำความรู้จักกับเชื้อโรคร้ายมากขึ้น
จนกระท่งั รบั มือกับมนั ได้ มากไปกวา่ น้ันเกิดการเรียนรู้ และวิทยาการทางการแพทย์เพ่ือต่อสู้กับโรครา้ ย ที่
สามารถต่อสู้กบั โรคร้ายได้ รวมถึงมนุษย์เกิดการเรียนรทู้ ่ีจะปรับตัวและเดินหน้าต่อไปสู่ ชีวิตวิถีใหม่ หรือ
New Normal ซึ่งเป็นวิทยการการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ให้ก้าวทันต่อสถานการณ์
ของสงั คมทก่ี ้าวไปขา้ งหนา้ ท่ามกลางสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควดิ -๑๙
อ้างองิ
ไทยรฐั ออนไลน์ ชีวติ วถิ ใี หม่ new normal. [ออนไลน์], เข้าถงึ ไดจ้ าก :
https://www.thairath.co.th/tags/new%๒๐normal.
เข้าถงึ เม่อื เม่ือ ๔ เมษายน ๒๕๖๕
ชุด PPE อปุ กรณ์ป้องกันโควิด-๑๙
ของบุคลากรทางการแพทย์
ณฐั พร เพชรชยั
จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ทำให้บุคลากรทางการ
แพทย์ที่ต้องทำหน้าที่รักษาผู้ป่วย มีความเสี่ยงและมีโอกาสที่จะติดเชื้ออยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการสวม
หน้ากากอนามัยอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรคนี้ จึงจำเป็นต้องสวมใส่ชุด PPE เพื่อป้องกันการ
ตดิ เช้อื ไวรัสโควดิ -๑๙ ตามมาตรฐานองคก์ ารอนามัยโรค
ชุด PPE ย่อมาจาก “Personal Protective Equipment” เป็นเครื่องแต่งกาย ที่บุคลากร
ทางการแพทยใ์ ช้สวมใส่ปกปิดร่างกาย เพอ่ื ป้องกันการสัมผัสกบั เช้ือโรค ชว่ ยป้องกัน และลดโอกาสติดเช้ือ
ซง่ึ จะประกอบด้วย
๑. ชุดกาวน์ ชว่ ยป้องกันผิวหนังและเส้อื ผา้
๒. หน้ากาก N๙๕ ช่วยปอ้ งกนั ปากจมกู
๓. แว่น ใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั สารคัดหลั่งหรือฝอยละอองกระเดน็ เขา้ ตา
๔. ถุงมอื ชว่ ยป้องกนั มือเมอ่ื ต้องสัมผัสเลอื ดหรือสารคดั หลง่ั ของผ้ปู ว่ ย
๕. กระบงั ปอ้ งกันหนา้ หรือ Face Shield อุปกรณ์ชนดิ นีจ้ ะใชใ้ นกรณที ่ีต้องรกั ษาผปู้ ว่ ย เช่น เจาะเลือด
ทำแผล ใหน้ ำ้ เกลือ ฉดี ยา และชำระล้างอปุ กรณ์ เป็นต้น ซึง่ จะช่วยปอ้ งกันจากด้านหนา้ และดา้ นข้างได้ดี แต่ไม่
สามารถป้องกันเช้ือทแี่ พรก่ ระจายทางอากาศได้
๖. Surgical Hood หรือหมวกคลุมผล ใช้ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ จากผู้ป่วยสู่บุคลากรทาง
การแพทย์ และไม่ว่าจะเป็นการปอ้ งกันเลือด และสารคดั หลั่งจากผปู้ ว่ ย
๗. รองเท้าบู๊ท สำหรับการทำกิจกรรมที่มีโอกาสปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย กรณีกิจกรรมที่มีความ
เสยี่ งกระเดน็ สัมผัสขา หรือเท้าของบคุ ลากรเปยี กแฉะที่พนื้
แม้ว่าการสวมใส่ชดุ PPE จะมีประโยชนใ์ นการป้องกนั การติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ แต่ก็อาจมี
ปัญหาหลายประการในขณะใส่อุปกรณ์ดังกล่าว เช่น ใส่เสื้อคลุมแล้วรู้สึกร้อน ใส่หน้ากากแล้วเกิดปัญหา
ทมี่ แี รงกดบนใบหน้า ไม่คลอ่ งตัว สอ่ื สารลำบาก ย่งิ ถา้ ใส่ไปนาน ๆ อาจมีผลต่อระบบการหายใจได้ โดยทำ
ให้หายใจเอาคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ค้างอยู่ในหน้ากากเข้าไปและเกิดอาการปวดศีรษะ จึงควรระมัดระวัง
การเกดิ อาการดงั กลา่ ว
การใส่อุปกรณ์ป้องกันสว่ นบุคคลแมว้ า่ จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเช้ือไวรัสใน
ทางเดนิ หายใจรวมทัง้ เชื้อโรคโควดิ -๑๙ ได้ แตก่ ารใส่อุปกรณ์ปอ้ งกนั ส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ต่อการป้องกัน ต้องใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้ออื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเลือก
สวมใส่ให้ถกู ว่าควรสวมใสอ่ ุปกรณ์ปอ้ งกันส่วนบุคคลชนิดใดกับกิจกรรมที่ปฏบิ ัติรวมทัง้ ต้องใสแ่ ละถอดให้
ถกู วิธมี ฉิ ะนน้ั อาจตดิ เชอ้ื และแพรก่ ระจายเชอื้ ได้
อา้ งอิง
รศ.ดร.วิลาวณั ย์ พเิ ชียรเสถียร. (๒๕๖๓). อปุ กรณป์ ้องกันสว่ นบคุ คลสำหรบั โควิด-๑๙ ของ
บุคลากรทมี สขุ ภาพ. วารสารการปฏิบัตกิ ารพยาบาลและการผดงุ ครรภไ์ ทย ๗(๑),
๗-๒๔. [ออนไลน์] เข้าถงึ ได้จาก : https://he๐๒.tci-thaijo.org. เขา้ ถึงเม่ือ
๑๓ มนี าคม ๒๕๖๕
วราภรณ์ เทยี นทอง. (๒๕๖๓). รจู้ กั ชุด PPE อปุ กรณ์ป้องกันความปลอดภยั สู้โควิด-๑๙.
[ออนไลน์] เข้าถึงไดจ้ าก : https://www.thaitextile.org/th.
บทบาทนักวิชาการสาธารณสุขในช่วงโควิด-๑๙ /
เพราะการศึกษา หยุดไม่ได้ / การเรยี นยคุ โควิด…
สะเทือนอาจารยย์ ้ำการเรยี นการสอนออนไลน์ยังพบ
ขอ้ ผิดพลาด
บทความสัมภาษณ์พิเศษ
อาทติ ยา กาหรมี การ
บทบาทนกั วชิ าการสาธารณสุขในช่วงโควดิ -๑๙
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ในปัจจุบันยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นอย่าง
ถาวร และสิ่งที่ตามมา คือ ผลกระทบอย่างมหาศาล สิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดความวุ่นวายทั้งทางร่างกายและ
จิตใจ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ คือ การปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า
นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ พวกเขามีวิธีการปฏิบัติตัวอย่างไรในช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙ ใน
ปัจจบุ นั น้ี วรรณสารฉบับนมี้ คี ำตอบค่ะ
นางสาวรวีกานต์ ชแู ก้ว
มีความลำบากมากนอ้ ยเพียงใดในการปฏบิ ตั ิงานในชว่ งสถานการณโ์ ควิด-๑๙
มีความลำบากในการปฏบิ ัตงิ านคอ่ นขา้ งเยอะ เนือ่ งจากตอ้ งคำนึงถึงมาตรการป้องกันของกระทรวง
สาธารณสขุ เพ่อื ปอ้ งกนั ตนเอง และคนรอบข้าง งานบางงานท่ีต้องพบปะผคู้ น หรือผ้คู นมารวมตัวกันจำนวนมาก
ต้องงดไปก่อน เน่ืองจากต้องคำนึงถงึ ความปลอดภยั และความสบายใจของเจา้ ของโครงการ และผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ
หากรู้วา่ อยูใ่ นกลุ่มเส่ียง มีวิธีการปฏิบตั ิตวั อยา่ งไร
หากรู้ว่าอยู่ในกลมุ่ เสีย่ งกจ็ ะต้องปฏิบัติตามมาตรการ D.M.H.T.T ตามข้ันตอน แต่ในการ
ปฏบิ ัตงิ าน ก็จะมีความเส่ียงสูงเกอื บทกุ วนั เน่ืองจากบางคร้ังการปฏบิ ัตหิ น้าที่ ต้องลงพืน้ ที่ในพ้นื ทเี่ สย่ี ง
มคี วามกังวลในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่บี ้างหรือไม่
มคี วามกังวลในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ี เพราะตอ้ งปฏบิ ตั ิงานในพื้นทเ่ี สย่ี ง และผปู้ ว่ ย มโี อกาสในการตดิ
เช้อื ได้ตลอดเวลา
หากทราบผลตรวจ ติดโควิด-๑๙ ควรทำอย่างไร
การปฏบิ ัตติ วั ของเจา้ หน้าทเ่ี มื่อรวู้ า่ ตนเอง ติดเชื้อ โควิด-๑๙ ตอ้ งปฏบิ ตั ิตัวตามแนวทาง ดังน้ี
๑. แยกตนเองออกจากผู้อน่ื
๒. ปฏบิ ัติตวั ตามมาตรการ D.M.H.T.T
๓. รับยาตามแพทย์ส่งั
ยาใดบา้ ง ที่ควรมีตดิ บา้ นช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙
ยาทแี่ นะนำกจ็ ะเปน็ ยาสำหรับโรคประจำตวั และยาสามัญประจำบา้ น เชน่ ยาพารา ไม่ควรกนิ
เกิน ๘ เม็ด/วนั อยา่ งน้อยทกุ ๔ ชวั่ โมง เพอ่ื บรรเทาไข้ เน่ืองจาก โควิด-๑๙ หากมีไข้สูงจะเปน็ อันตราย
ใหท้ านไดเ้ ลย แต่ไม่ควรใช้ แอสไพริน เพราะอาจจะเปน็ การเพมิ่ สาเหตุอาการตับอักเสบได้ นอกจากน้ี
กจ็ ะมี ฟา้ ทะลายโจร ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ ยาลดกรด ยาละลายเสมหะต่าง ๆ ท่ีสำคญั ยาทุกชนิด ควรได้รับ
การแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกร
......เน้นย้ำการปฏิบัติตวั กับบุคคลในครอบครวั เนอ่ื งจากสว่ นใหญ่การติดเชื้อ และการสูญเสยี มักจะเกดิ
จากการปอ้ งกันตนเองในการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ถา้ คนในครอบครวั มีความเขา้ ใจ ในการปฏบิ ัตติ วั ก็
จะสามารถลดการเกดิ โรคไดเ้ ยอะ......
เพราะการศึกษา หยุดไม่ได้
ชมพพู ันธุท์ ิพย์ สทุ ธิโพธ์ิ
นางนิสรา สทุ ธิโพธิ์
ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนวัดบา้ นสวน จังหวัดพัทลุง
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๓ ประชากรทั่วทั้งโลกต่างได้เผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
มาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๔ ซึ่งวิกฤตการแพร่ระบาดในครั้งนี้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร เราจึง
จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตหลาย ๆ อย่าง เพื่อยับยัง้ การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรัสร้ายชนิดนี้ หรือท่ี
เราเรียกกันว่าการใช้ชีวิตแบบ New normal นอกจากจะเปลี่ยนพฤติกรรมของคนทำงานแล้ว กลุ่ม
นกั เรยี น นกั ศึกษาก็เรยี กวา่ ต้องปรับเปล่ียนพฤติกรรมกนั อย่างรวดเรว็ เพราะขณะนี้ทางสถาบันการศึกษา
ยังต้องเปิดการเรียนการสอนอยู่ ดังนั้น ทั้งโรงเรียน และมหาวิทยาลัยจึงต้องปรับเปลี่ยนระบบการเรียน
การสอนใหท้ นั ต่อสถานการณ์
ผู้สัมภาษณ์จึงเลือกสัมภาษณ์ คุณครู นิสรา สุทธิโพธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดบ้านสวน
อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เกี่ยวกับมาตรการรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ของทางโรงเรียน
รวมทั้งการปรับระบบการเรียนการสอนจากแบบเปิดสอนในห้องเรียนในสถานการณ์ปกติ เป็นการสอน
ผ่านระบบออนไลน์เตม็ รูปแบบ
มีการปรับเปล่ียนวธิ กี ารสอนอย่างไรใหเ้ ขา้ กับสถานการณ์ปัจจบุ นั
จากเดมิ การเรียนการสอนของทางโรงเรียนเป็นการเรียนการสอนในหอ้ งเรยี น เม่ือสถานการณ์
เปลี่ยนไป การจดั การเรียนการสอนก็หยุดน่งิ ไม่ได้ ยงั ตอ้ งเรียนตอ้ งสอนกันต่อไป ดว้ ยเหตุนี้วิธกี ารเรยี น
การสอนก็ต้องปรบั ครูกต็ ้องเรยี นรถู้ งึ วิธีการทีจ่ ะใหค้ วามรู้กบั นกั เรียนใหห้ ลากหลายชอ่ งทาง ดังนัน้ จงึ เป็น
ภาระท่ีค่อนขา้ งจะหนักของครู ที่จะต้องเรียนรู้ เทคนิค วิธกี าร โดยเฉพาะเรอ่ื งของเทคโนโลยี ครูจะต้อง
เรยี นรู้เพ่อื นำไปใชเ้ ปน็ สว่ นหน่งึ ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ
โรคโควิด - ๑๙ ให้ได้
ในการสอนออนไลน์ มคี วามกงั วลในการปฏิบตั หิ นา้ ที่หรือไม่
ก็กังวลมาก ครูผู้สอนทุก ๆ ท่านก็มีความเครียดและความกังวล กลัวว่านักเรียนจะไม่เข้าใจใน
เนื้อหาวิชาเรียน เพราะในการถ่ายทอดความรู้ หรือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หากครูกับนักเรียน
ได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน นักเรียนก็จะเกิดการเรียนรู้มากขึ้น แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ ครูกับ
นักเรียนต่างก็อยู่คนละที่กัน แต่เราก็ยังต้องเรียนด้วยกัน ต้องสร้างห้องเรียนออนไลน์ ครูก็กังวลอีก
เพราะว่าไม่ได้เห็นพฤติกรรมของเขาจริง ๆ ทำให้เกิดความกังวลใจว่า สิ่งที่เราถ่ายทอดไป ไม่รู้ว่านกั เรยี น
แตล่ ะคนจะไดค้ วามรู้มากน้อยเพียงใด และตวั ครูเองกไ็ ม่มโี อกาสทจ่ี ะคอยใหค้ ำปรึกษาเหมือนในห้องเรียน
แตแ่ ม้ว่าจะมีความกังวลสักแค่ไหน เราก็ตอ้ งคำนึงถึงความปลอดภยั ของนักเรียนก่อนเสมอ และแม้ว่าการ
เรียนการสอนออนไลน์มนั จะยุง่ ยาก และเหน็ดเหน่ือยกว่าการเรยี นในห้องแค่ไหน เราก็จำเป็นจะตอ้ งใหม้ ี
การเรียนการสอน ครูแต่ละท่านก็จะพยายามจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ครอบคลุมเนื้อหา และ
ตัวชี้วัดในแต่ละกลุ่มสาระนั้น ๆ ให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อถึงเวลาสิ้นเทอม นักเรียนจะต้องได้รับความรู้
และเน้ือหาบทเรยี นตามที่คุณครวู างแผนไว้
ในการเรียนออนไลน์ มีนกั เรยี นท่ีขาดแคลนอปุ กรณ์ในการเรยี นบ้างหรอื ไม่ แล้วแก้ปัญหาอย่างไร
ในเรื่องนี้ นักเรียนโรงเรียนวัดบ้านสวน ขาดแคลนอุปกรณ์ตรงนี้ ร้อยละ ๕๐ ซึ่งความพร้อมของ
แตล่ ะครอบครัว ความพรอ้ มของแตล่ ะคน ไม่เหมือนกัน ทางครผู สู้ อนก็ทราบถึงความแตกต่างตรงน้ี แต่ครู
ก็จะดำเนินการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ต่อไป ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียนออนไลน์ ก็จะ
แกป้ ญั หาโดยการท่ีใหน้ กั เรยี นได้ทำใบงาน สง่ ใบงานกบั ครูผสู้ อน วธิ ีการคอื นดั นักเรยี นกลุ่มนี้มาเพ่ือรับใบ
งานและส่งใบงาน สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ในทุก ๆ สัปดาห์ โดยคุณครูก็จะมีโอกาสแนะนำ ชี้แนะว่าต้องอ่าน
หน้าไหน ทำแบบฝึกหัดหน้าที่เท่าไหร่ และที่สำคัญ คือ ผู้ปกครองก็ต้องช่วยเหลือบุตรหลานของทา่ นด้วย
ซึ่งทุกครั้งที่ครูให้ใบงานไป นักเรียนจะต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองจากหนังสือแบบเรียน ดังนั้นวิธีนี้ก็จะ
เปน็ วธิ กี ารแกป้ ัญหาที่สามารถทำได้ในขณะนี้ เพราะนกั เรยี นก็จะมีแบบเรยี น แบบฝกึ หดั ทกุ อย่างอยู่ในมือ
อยูแ่ ล้ว
การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลนต์ ลอดทัง้ เทอมในขณะน้ี มีการจัดรูปแบบในการสอบอยา่ งไร
ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ เราไม่สามารถจัดรูปแบบการเรียนแบบ on site ได้เลย จึงไม่ว่าทำ
กิจกรรมอะไร ทุกอย่างจะจัดอยู่ในรูปแบบ online ทั้งหมด ในการวัดผลนั้น เราจะไม่มีการออกข้อสอบ
แบบทีเ่ รยี นในสถานการณ์ปกติ แตจ่ ะใชเ้ ปน็ การเกบ็ คะแนนในแต่ละหน่วย
การเก็บคะแนนแต่ละหน่วย เมื่อเรียนจบ จะเป็นแบบกระดาษปกติ โดยนักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียน
ออนไลน์ ให้นักเรียนมารับ - ส่งใบงานที่โรงเรียน และสำหรับนักเรียนที่มีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี
ครูผู้สอนก็จะสร้างแบบฝึกหัด ผ่านทางโปรแกรม Google form ให้นักเรียนสามารถเข้าไปทำแบบฝึกหัด
ได้ แต่ในเรื่องของความเที่ยงตรง วิธีนี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงอาจจะยังประเมินคุณภาพ
นักเรยี นไมไ่ ด้ ๑๐๐ เปอร์เซน็ ต์ เพราะวา่ นกั เรียนอาจจะมีตัวชว่ ย เชน่ ผู้ปกครอง หรอื อาจจะสืบค้นข้อมูล
และคำตอบผา่ นทางอินเตอรเ์ นต็
คดิ วา่ การสอนออนไลน์กับการสอนในหอ้ งเรยี น แบบไหนมปี ระสิทธิภาพมากกวา่ กัน เพราะเหตุใด
แน่นอนที่สุดเลยว่า การเรียนการสอนในห้องเรียน นักเรียนได้พบเจอกับครูผู้สอน และได้มี
ปฏสิ ัมพนั ธ์รว่ มกนั เวลาจัดกิจกรรมการเรียนการสอน วิธกี ารแบบนจ้ี ะมีประสิทธภิ าพ และเกิดการเรียนรู้
ที่ดีกว่าการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ เพราะว่าเรียนในหอ้ งเรียนกระบวนการในการเรียนการสอน
มันจะจบไปในแต่ละคาบ คุณครูก็จะได้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรม ได้วัดผล
ประเมินผลไปตามขั้นตอนได้เลย แต่ในการเรียนออนไลน์เป็นการเพิ่มภาระให้กับครูผู้สอนเป็นอย่างมาก
ก่อนจะเรียน ครูต้องเตรียมตัวอย่างหนัก เตรียมทำการสอน เตรียม power point ประกอบการสอน
เตรียมสื่อต่าง ๆ ที่จะนำเสนอในเนื้อหานั้น ๆ เมื่อเรียนเสร็จครูก็ต้องตรวจใบงาน บันทึกคะแนน แล้วก็
ต้องรายงานผู้บริหาร เป็นงานที่ค่อนข้างหนักของครูผู้สอน เพราะฉะนั้น การเรียนแบบเต็มรูป เป็นการ
เรียนท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ ครบถว้ นในกระบวนการ และภาระของครกู ็จะนอ้ ยกว่าการเรียนในรปู แบบออนไลน์
แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามการดำเนินทุกอย่างกจ็ ะอยูภ่ ายใต้นโยบายของรัฐบาล
อยากฝากอะไรถงึ นกั เรยี น นักศกึ ษาในการปรับตวั ในการเรียนรูปแบบออนไลน์
รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนก็ย่อมเป็นไปตามสถานการณ์ บ้านเมืองเรา เราก็ไม่รู้วา่
จะเกิดอะไรขึ้น แตก่ ารศกึ ษาหยดุ ไมไ่ ด้ ทุกคนจำเปน็ จะตอ้ งศึกษาเรียนรู้ การเรียนไม่จำเปน็ จะต้องเรยี นใน
โรงเรียน นักเรียนสามารถเรียนที่บ้านก็ได้ เพราะการศึกษา สามารถเรียนรู้ได้หลากหลายช่องทาง
หลากหลายสถานท่ี
ขอให้นกั เรียน นกั ศึกษาทุกคน มคี วามตั้งใจ การเรียนในรูปแบบออนไลน์มันจะฝกึ เราในเรื่องของ
ความรับผิดชอบ ความมวี นิ ัย การเรยี นในสถานการณแ์ บบนี้ ต่างก็ไม่เป็นท่ีพึงพอใจของฝ่ายใดเลย ทุกคน
อยากจะไปเรียนไปสอนเตม็ รปู แบบทโ่ี รงเรยี น ทมี่ หาวิทยาลยั แต่ในเม่ือสถานการณม์ นั บังคบั ใหท้ ุกคนต้อง
ปรับตัว กข็ อให้ทุกคนร่วมดว้ ยช่วยกัน เพ่ือไมใ่ ห้การศึกษาของเราหยดุ น่ิง เพอ่ื อนาคตของตัวเอง และเพ่ือ
อนาคตของประเทศชาตติ อ่ ไป
หากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ยังคงยืดเยื้อ การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ
ออนไลน์ก็อาจจะพัฒนาให้ครู อาจารย์ นักเรียนและนักศึกษา สามารถเรียนได้โดยที่มีข้อจำกัดน้อยลง
จนกวา่ สถานการณ์จะดีข้ึน และหากสถานการณด์ ีขน้ึ ได้อยา่ งรวดเรว็ ก็จะทำให้นักเรยี น นกั ศึกษาสามารถ
เรียนในสถานศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเร็วขึ้น สถานการณ์ต่าง ๆ ในวันนี้น่าจะชี้ให้เห็นแล้วว่า
มนุษยเ์ ราจะค่อย ๆ ปรับตวั ใหเ้ ขา้ กับสถานการณ์ตา่ ง ๆ ซงึ่ มันเกิดจากการเรียนรู้ ศึกษา และพฒั นา จนทำ
ให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปในสภาวะนั้นได้ และหากเราหยุดเรียนรู้ หยุดศึกษา และหยุดพัฒนา ทุกสิ่งทุก
อยา่ งของเรา ก็จะหยุดอยู่ตรงนั้น
ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ : นางนสิ รา สทุ ธิโพธ์ิ
ผู้สัมภาษณ์ : นางสาวชมพูพันธท์ุ ิพย์ สทุ ธิโพธิ์
สัมภาษณเ์ ม่ือ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔
การเรียนยคุ โควิด…
สะเทอื นอาจารยย์ ้ำการเรียนการสอนออนไลน์ยงั พบขอ้ ผิดพลาด
อาจารย์ราชภัฎภูเก็ตเผยการเรียนการสอนแบบออนไลน์สามารถ จิราภรณ์ คล่องแคลว่
ช่วยป้องกัน และแก้ปัญหาโรคระบาดได้ แต่ในที่นี้ก็ยังพบจุดบกพร่อง
ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อการเรียนการสอนอยู่ไม่น้อย จึงต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา
เบอื้ งต้น
ในสถานการณ์โรคโควิดระบาด ได้ส่งผลให้มีการเรียนการสอนแบบ
ออนไลน์ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตหลายท่าน ได้แสดงความ
คิดเห็นในเร่อื งนอ้ี ย่างหลากหลาย ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้ สมั ภาษณว์ า่
ผศ.ดร.จันทนา แสงแก้ว อาจารยป์ ระจำวิชาสาขา Biology ชวี ะวิทยา ไดก้ ล่าวถึงข้อดแี ละข้อเสีย
ของการเรียนการสอนแบบออนไลนไ์ วว้ า่ สะดวก สบาย และยังสามารถเรียนรูไ้ ด้ทกุ ชว่ งเวลา ทุกสถานที่
แตใ่ นทางกลับกัน ก็ยังพบข้อเสยี ของการเรยี นการสอนออนไลน์ การสอนเน้ือหาท่ีมคี วามซบั ซ้อน วชิ าท่ี
ตอ้ งใชก้ ารคำนวน การคิดเป็นส่วนใหญ่ หรือรายวชิ าท่ีมีการปฏบิ ตั ิ อีกทัง้ ยงั พบปญั หาเกี่ยวกบั อปุ กรณ์สือ่
ต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเปน็ สัญญาณอินเทอร์เนต็ และอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการเรยี นการสอนของนกั ศึกษา ปญั หาหลกั
คอื การสง่ งานไม่ได้ของนักศึกษา วธิ ีแกไ้ ขปัญหาเบอื้ งต้นของการสง่ งานไม่ได้ คอื อาจารย์จะดูท่ีปญั หาว่า
เกิดจากความต้งั ใจ หรือความผดิ พลาดทางด้านเทคโนโลยี หากเปน็ ความผิดพลาดทางด้านเทคโนโลยีท่ี
ไม่ได้เกดิ จากความตั้งใจ ก็จะใหน้ ักศกึ ษาสง่ งานใหม่อีกคร้ังนึง
สอดคลอ้ งกบั อาจารย์สุรยิ า ทองคำ อาจารยป์ ระจำสาขาวิชาภาษาไทย ที่ได้กล่าวถึงการเรียนการ
สอนออนไลน์ ยังพบทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดขี องการเรียนการสอนแบบออนไลน์ คือ มคี วามสะดวกใน
การสัง่ งาน การให้งานนักศกึ ษา และนักศึกษาสามารถส่งงานไดต้ รงตามเวลา หากเลยเวลาที่อาจารย์
กำหนดกส็ ามารถรไู้ ด้ ในทน่ี ี้อาจารยย์ งั สามารถส่งคะแนนกลับให้นกั ศึกษาได้อย่างทนั ที ส่วนข้อเสยี ทีพ่ บ
จะเป็นปัญหาทเ่ี กย่ี วกบั ตวั ผ้เู รียน ซึ่งอาจจะมคี วามเข้าใจเน้ือหาท่ีอาจารย์สอนแตกตา่ งกันไป และสอ่ื ท่ีใช้
ในการเรียนเปน็ หลกั ส่วนใหญ่มักจะเป็นเร่ืองของสัญญาณอนิ เทอร์เนต็ ของนกั ศึกษา ปัญหาของความไม่
เข้าใจของนักศึกษา มีวิธีแก้ไขปัญหาคือหาเวลาสอนเสริมในเน้ือหานัน้ ๆ เพราะต้องนกึ ถงึ ความเข้าใจของ
ผเู้ รียนเปน็ หลัก
ในขนาดเดียวกนั ผศ.ดร.จนั ทนา แสงแกว้ ได้พูดถงึ องคค์ วามรู้ทางด้านเทคโนโลยวี ่า มีความ
จำเปน็ เพราะงานทางดา้ นวทิ ยาศาสตรต์ อ้ งควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเปน็ การสอน ชวี ะวิทยา ก็
จำเปน็ ต้องมีเทคโนโลยีควบคู่ ดงั นน้ั การปรบั เปลย่ี นตัวเองของอาจารย์ในการใช้โปรแกรมต่าง ๆ เพื่อให้
การเรยี นการสอนของนักศึกษาไมส่ ะดดุ ซงึ่ บางอย่างอาจจะสวนทางกบั ความคิดเห็นของอาจารย์สรุ ยิ า
ทองคำ ที่ได้พดู ถงึ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยวี า่ ตนเองในขณะทตี่ ้องมีการเรียนการสอนออนไลน์
โดยสว่ นตัวมคี วามรู้ดา้ นเทคโนโลยีไมม่ ากนัก แตก่ ็ไม่ได้ถือวา่ ใช้เกง่ และยงั มกี ารเรียนรเู้ พิ่มเติม เพื่อให้
สะดวกมากขึ้นในการเรยี นการสอน และอีกทงั้ การเป็นอาจารย์ตอ้ งรอบรใู้ นศาสตร์ทุกแขนงไม่ใชเ่ พียงแต่
ศาสตรท์ ี่ตนเองถนัดเพียงเท่านัน้ ศาสตร์ด้านการใชเ้ ทคโนโลยกี ย็ งั มีความสำคญั อยา่ งมากกบั การเรียนการ
สอน ในปัจจุบนั จึงตอ้ งมกี ารเรยี นรู้ เพอื่ เพม่ิ พนู ความรู้ ความสามารถ ท่ตี นมใี หม้ ากขึ้น
อาจารย์ทง้ั สองยงั เผยอกี ว่าหากตนได้มโี อกาสเลือกสอนแบบปกตมิ ากกว่าแบบการสอนออนไลน์
ท้ังสองคนคิดเหมือนกนั ว่าการสอนแบบปกติดกี ว่า เพราะอาจารย์ผู้สอนสามารถควบคุมชนั้ เรยี นไดด้ ี และ
ผเู้ รยี นก็จะไดร้ บั ความรู้เต็มศักยภาพ เพราะการสื่อสารต่อหน้ากันทำให้อีกฝ่ายสนใจมากกวา่ แตก่ ส็ ามารถ
เอามาผนวกกับการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ได้ คือการสอนหน้าชนั้ เรียนแบบปกติ และการสัง่ งาน
การสง่ งานก็ใหส้ ่งในรปู แบบออนไลน์ เพื่อเวลาใหค้ ะแนนก็สามารถใหค้ ะแนนกลบั ได้แบบทนั ที
และนกั ศึกษาก็จะเหน็ คะแนนของตัวเองได้
การเรียนการสอนแบบออนไลน์ แม้ว่าทำใหก้ ารเรยี นการสอนในยคุ โควิด มคี วามง่าย
สะดวกสบายขน้ึ ก็ตาม แต่ก็ยังพบข้อผดิ พลาดทต่ี ามมาอกี ด้วย ตวั แปรท่ีสำคญั น้นั ก็คือ อินเทอรเ์ นต็ และ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีของแตล่ ะบุคคล
ผใู้ หส้ ัมภาษณ์ ผศ.ดร.จันทนา แสงแกว้ และอาจารยส์ ุรยิ า ทองคำ
ผู้จดั ทำ นางสาวจริ าภรณ์ คล่องแคล่ว (หนงั สือพิมพ์ concept new รู้ทนั ข่าว ก้าวทันโลก โต๊ะข่าว
การศกึ ษา)
โครงการภาษาไทยจติ อาสาเพ่อื การพัฒนาสังคม
ณ โรงเรยี นปลูกปัญญาฯ / หน่งึ วนั กบั การเปน็ ครู /
เสริมสร้างประสบการณ์
กับโครงการดี ๆ
โครงการภาษาไทยจติ อาสาเพอ่ื การพฒั นาสังคม
ณ โรงเรียนปลกู ปญั ญาฯ
อาทิตย์ นวลสมศรี
สาขาวชิ าภาษาไทย คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็ จดั
โครงการภาษาไทยจติ อาสาเพื่อการพัฒนาสงั คม ณ โรงเรยี นปลูกปญั ญาในพระอุปถัมภ์ ๒ กจิ กรรมย่อย
ดังรายละเอียดต่อไปน้ี
เมือ่ วันท่ี ๔-๕ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ สาขาวชิ าภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ นำโดย ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ ประธานสาขาวิชา คณาจารย์ และนักศกึ ษา
ร่วมกนั จดั กิจกรรม "คา่ ยรักษ์ภาษาไทย" (โครงการสง่ เสริมและพฒั นานักเรียนส่คู วามเป็นเลศิ กิจกรรม
พัฒนาศักยภาพภาษาไทย) ณ โรงเรียนปลูกปัญญาในพระอุปถมั ภ์ฯ จงั หวดั ภูเก็ต ซ่ึงเปน็ กิจกรรมบริการ
ชุมชน เพอ่ื ใหค้ วามรู้กับน้อง ๆ นกั เรยี นระดบั ชัน้ ป.๑/๒ ป.๒/๒ ป.๓/๒ สำหรบั กิจกรรมในวนั แรกแบง่
ออกเป็น ๖ ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานบทมาตรา ฐานเสนาะอาขยาน ฐานอา่ นเอาความ ฐานรว่ มแต่ง
กานต์ ฐานสานเล่าเรอื่ ง และฐานเปรื่องคัดไทย ส่วนในวันทสี่ อง แบ่งเป็น ๓ ฐานการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ ฐานฮูลู
เรยี นรู้ภาษาไทย ฐานเริงใจเล่านิทาน และฐานไขขาน คำ ประโยค ซ่ึงในการจดั กจิ กรรมในครัง้ น้ีไดร้ ับ
ความสนใจจากน้อง ๆ นักเรียนเป็นอยา่ งมาก
เมื่อวันที่ ๘-๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นำโดย ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ ประธานสาขาวิชา คณาจารย์ และนักศึกษา
ร่วมกนั จัดโครงการภาษาไทยจติ อาสาเพ่ือการพัฒนาสังคม โดยการจัดกจิ กรรมส่งเสริมนกั เรียนสูค่ วามเป็น
เลิศ ห้องโครงการสามภาษา "กิจกรรมพัฒนาศักยภาพภาษาไทย" ระดับชั้น ป.๔-ป.๕ ณ โรงเรียนปลูก
ปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นกิจกรรมบริการชุมชน เพื่อให้ความรู้กับน้อง ๆ นักเรียน
สำหรับกิจกรรมในวันแรกแบ่งออกเป็น ๔ ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานจับใจความใฝ่ฝึกฝน ฐานกวีนิพนธ์
เพชรพราวพราย ฐานรวมความหลากหลายให้เป็นหนึ่ง และฐานซ่านซาบซึ้งสำนวนไทย ส่วนในวันที่สอง
แบ่งเป็น ๓ ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ฐานลีลาการอ่านทำนองเสนาะ ฐานสานเล่าเรื่อง และฐานเรียงร้อย
เรื่องราวเล่านิทาน ซ่งึ ในการจัดกิจกรรมในคร้ังน้ีได้รบั ความสนใจจากน้อง ๆ นักเรยี นเป็นอย่างมาก
อ้างอิง
สาขาวชิ าภาษาไทย. (๒๕๖๔). โครงการภาษาไทยจิตอาสาเพ่ือการพัฒนาสงั คม ณ โรงเรยี นปลูก
ปัญญาฯ. [ภาพ], เข้าถึงได้จาก : https://www.facebook.com/thaipkru. เข้าถึงเม่ือวันที่
๓๑ มนี าคม ๒๕๖๕.
สาขาวิชาภาษาไทย. (๒๕๖๔). ค่ายรักษภ์ าษาไทย ณ โรงเรียนปลกู ปญั ญาฯ. [ภาพ], เข้าถึงไดจ้ าก :
https://www.facebook.com/thaipkru. เขา้ ถึงเม่ือวนั ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕.
หนง่ึ วันกับการเปน็ ครู
“ในช่วงบ่ายของวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ อาจารย์ได้ติดต่อ ศรัณย์ นะนวน
มาเพื่อที่จะให้ไปเป็นผูช้ ่วยในการฝึกสอนดาบ ณ วัดพระนางสร้าง ในวันที่ ๗
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นส่วนกิจกรรมส่วนหนึ่งในโครงการท่องเที่ยว
ชุมชนบ้านเคียน จึงได้มีการนัดมาคุยเกี่ยวกับสิ่งที่จะนำไปสอน ซึ่งกลุ่มที่จะ
ไปสอนเป็นกลุ่มแม่บ้านถลาง ขอเรียกว่า แม่ ๆ นะครับ ในช่วงบ่ายของวันท่ี
๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้มานัดพบในมหาวิทยาลัย เพื่อไปซ้อมสิ่งที่จะ
สอน รวมถงึ นดั แนะเวลาและสถานท่ี”
คอลัมน์นี้ กระผม นายศรัณย์ นะนวน จะพาผู้อา่ นทุกทา่ นไปพบกับประสบการณ์ หนงึ่ วนั กับการ
เป็นครขู องผม เรื่องราวจะน่าสนใจ นา่ อ่านแค่ไหน ตดิ ตามได้เลยครับ
ในวนั ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ช่วงเชา้ ผมไดเ้ ตรียมตัวแลว้ เดนิ ทางออกจากมหาวิทยาลัย โดย
รถจักรยานยนต์ ซงึ่ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ถงึ วดั พระนางสรา้ ง ตอนออกเดินทางไม่ได้ต่นื เต้นแตอ่ ย่าง
ใด เม่ือถงึ หน้าวดั พระนางสรา้ งกเ็ กิดอาการตน่ื เต้นข้ึนทันที เพราะไมเ่ คยสอนใครมาก่อน เมอื่ ถึง
จดุ นัดหมาย ผมก็เดนิ เขา้ ไปพบกับกลุ่มแม่ ๆ กลุ่มใหญท่ ำให้เกดิ อาการเกร็ง จากน้ันอาจารย์สุรยิ า ทองคำ
อาจารย์สาขาวชิ าภาษาไทย ผู้ซง่ึ ชกั ชวนผมให้มาทำกจิ กรรมในครัง้ นี้ ได้แนะนำตวั หลังจากนัน้ ผม ได้
แนะนำตัว จากนนั้ อาจารย์ได้เริม่ สอนพ้ืนฐานในการเรยี นดาบ พร้อมตัวอยา่ ง เม่ือจบการแนะแนวพ้นื ฐาน
กไ็ ดเ้ ขา้ สชู่ ่วงฝกึ ปฏบิ ตั ิ อาจารย์ไดใ้ ห้แยกกนั ไปสอนแม่ ๆ เพือ่ ท่ีจะให้แม่ ๆ เขา้ ใจและคุ้นเคยกับการ
ฝกึ ปฏิบตั ดิ ้วย
...ตอนแรกผมกค็ ดิ วา่ จะสอนยากหรอื เปลา่ ตัวผมเองจะไหวไหมนะ... แต่พอมาสอนจรงิ ๆ มันก็
ไม่ไดย้ ากอะไรเลย ถงึ ช่วงแรก ๆ แม่ ๆ จะยงั ไมค่ ุน้ ชนิ แต่พอผ่านไปไดส้ กั พักการฝึกปฏิบัตกิ ็เริ่มดีข้ึน
จากการที่ได้มาเป็นผ้ชู ว่ ยฝกึ สอนคร้ังแรก มนั ก็ไม่ไดย้ ากหรอื มปี ญั หาอะไรเลย กลบั สนกุ และมีความสขุ
จากทเี่ คยกลัว ไม่มนั่ ใจ กเ็ รม่ิ กลา้ และม่ันใจขนึ้ ทั้งหมดน้ีคือประสบการณท์ ่ีได้จากการเป็นครูหน่ึงวันของ
ผม
เสน้ ทางสู่สายหมอก เรียนร้ศู าสตร์ ศลิ ป์ ภาษา วฒั นธรรม
มณนี ชุ นชุ นอ้ ย
สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรม
“เรียนรู้ภาษา สื่อ และศิลปวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเส้นทางสู่สายหมอก เรียนรู้ศาสตร์
ศิลป์ ภาษา วัฒนธรรม โดยกิจกรรมในวันแรกประกอบด้วยการเสวนา “เรียนรู้ภาษา สื่อ และ
ศิลปวัฒนธรรม” โดย ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ ดร.อรุณรัตน์ สรรเพ็ชร ร่วมด้วยคณาจารย์ประจำ
สาขาวิชา และการบรรยาย “การสือ่ สารภาษาอังกฤษในศตวรรษท่ี ๒๑” โดยนายวิทวตั อนั ตาผล ศษิ ย์เกา่
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเก็ต
กิจกรรมในวันที่สอง เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ในองค์กร โดยทีมงานบ่อแสนวิลล่า
และกิจกรรมการเดนิ ทางศึกษาเรียนรู้ ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยศิลปกรรม วัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน
จงั หวัดพังงา บรรยากาศในการเข้ารว่ มกจิ กรรมเตม็ ไปด้วยความสนุกสนาน อิม่ เอม และซาบซ้งึ ใจ
โครงการที่จัดขึ้นครั้งนี้ เป็นโครงการที่ได้รับความรู้ และความสนุกสนาน สร้างความประทับใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างสัมพันธภาพให้มีความกลมเกลียว แน่นแฟ้นเพิ่มมากขึ้น ลดระยะห่างสร้าง
ความใกล้ชดิ ท้ังคณาจารยแ์ ละนักศกึ ษาทุก ๆ คน สรา้ งบรรยากาศการเป็นอยูอ่ ย่างอบอุน่ มคี วามสขุ
ในการทำกิจกรรมครั้งน้ี ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ประสบการณ์หลายอย่าง ได้เรียนรู้ทักษะการ
อยู่ร่วมกัน และการนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการใช้ชีวิต เป็นการฝึกความอดทน ความเสียสละ
ความมีนำ้ ใจ และการสรา้ งความสามัคคี
กิจกรรมในครั้งน้ี อาจเป็นการใชเ้ วลาเพียงไม่นาน แตม่ ันสามารถสร้างประโยชน์ท่ีทำให้เราทราบ
ถึงความตั้งใจของทุกคนในสาขา เป็นการเรียนควบคู่กับการทำกิจกรรม ให้ทั้งประสบการณ์
และมิตรภาพของการทำงานเป็นทีม การเข้าร่วมสังคม รวมถึงการชว่ ยเหลอื ซงึ่ กันและกนั ท่เี รียกได้ว่าการ
อยู่กันเปน็ ครอบครวั
ปลูกกล้านักวิจยั ปรจิ เฉทการแถลงขา่ วของโฆษกศนู ย์บริหาร
สถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙
(ศบค.) / ศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง
อกเกือบหักแอบรักคุณสามี / ภาพสะท้อนที่ปรากฏ
ในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม ของทนุ
ธรรม
ปริจเฉทการแถลงขา่ วของโฆษกศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพรร่ ะบาดโรคตดิ เชอ้ื COVID–๑๙ (ศบค.)
ทพิ วรรณ ทองคำ
บทคัดยอ่
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารในการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.) ตามแนวคิดชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร ของ
ไฮมส์ (Hymes, ๑๙๖๔) รว่ มกับแนวคิดชาติพันธว์ุ รรณาดิจิทัล ของโคซิเนตส์ (Kozinets, ๒๐๑๐) ข้อมูลที่ใช้
ในการศึกษา คือ คลิปวิดีโอการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) จาก www.thaigov.go.th ตั้งแต่วันท่ี ๒๙ มีนาคม –๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓
จำนวน ๑๘ คลปิ
ผลการศึกษาตามแนวคิดวิธีวิทยาแบบชาติพันธุ์วรรณาแห่งการสื่อสาร พบองค์ประกอบในการ
สื่อสาร ๘ องค์ประกอบ ดังนี้ ๑) เหตุการณ์การสื่อสาร ประกอบด้วย เหตุการณ์การสื่อสารด้านพื้นที่
คือ การถ่ายทอดสดจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ และการฉายซ้ำผ่านช่อง
ยูทูป และเหตุการณ์การสื่อสารด้านเวลา ประกอบด้วย เหตุการณ์ช่วงแรกเริ่มที่เกิดสถานการณ์ เหตุการณ์
ช่วงวิกฤตที่มีผู้ติดเชื้อสูง และเหตุการณ์ช่วงผ่อนคลายที่สถานการณ์ดีขึ้น ๒) ผู้ร่วมเหตุการณ์การสื่อสาร
ประกอบด้วยผู้ส่งสาร ได้แก่ รัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ โฆษก และสื่อมวลชน และผู้รับสาร ได้แก่ สื่อมวลชน
บคุ ลากรทางการแพทย์ และประชาชน ๓) จดุ มุ่งหมายในการส่ือสาร ประกอบดว้ ยการช้ีแจง และการรายงาน
สถานการณ์ การโน้มน้าวใจให้ปฏิบัติตาม และการลดความวิตกกังวล ๔) ลำดับวัจนกรรม ประกอบด้วยการ
เกริ่นนำ การให้ข้อมูล/ชี้แจงรายละเอียด การถามตอบ และ การยุติการแถลงข่าว ๕) น้ำเสียง ประกอบด้วย
นำ้ เสียงจริงจัง วิตกกงั วล โศกเศร้า และผ่อนคลาย ๖) เคร่ืองมือในการส่ือสาร ประกอบด้วยการใช้เคร่ืองมือ
สื่อสาร ได้แก่ เครื่องขยายเสียง โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต และวิธีการใน
การสื่อสาร ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ สถิติ กราฟ แผนภูมิ และตาราง ๗) บรรทัดฐาน
ของปฏิสัมพันธ์ และการตีความ ได้แก่ การยอมรับข้อตกลงร่วมกัน และการตีความ และ ๘) ประเภทของ
ตวั บท ประกอบดว้ ย ทัศนปรจิ เฉท และปฏิบัตปิ รจิ เฉท ดา้ นผลการศึกษาตามแนวคิดวธิ ีวทิ ยาชาตพิ ันธวุ์ รรณา
ดิจิทัล พบองค์ประกอบ ๔ รูปแบบ ได้แก่ ๑) รูปแบบการเข้าถึงพื้นที่ ๒) รูปแบบการสื่อสาร ๓) รูปแบบการ
แบ่งปันข้อมูล และ ๔) รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล จากผลการศึกษาทั้ง ๒ แนวคิด สะท้อนให้เห็นว่า
องค์ประกอบในการสื่อสารเพื่อการแถลงข่าวที่ดีจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสื่อสาร ดังนั้นผู้ที่มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับการแถลงข่าวจึงควรตระหนักและให้ความสำคัญเนื่องจากการแถลงข่าวเป็นการสื่อสาร
สาธารณะมฐี านะเปน็ สื่อประเภท “วาทกรรมสาธารณะ”
คำสำคญั : ชาติพนั ธว์ุ รรณาแห่งการส่ือสาร, ชาตพิ นั ธวุ์ รรณาดจิ ทิ ัล, การแถลงขา่ ว, โฆษก, COVID–๑๙
บทนำ
การสือ่ สารสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือ COVID-๑๙ ของรัฐบาลเป็นช่องทางสำคัญ
ในการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชนชาวไทย ด้วยเหตุนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์
แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-๑๙ (ศบค.) จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย
และมาตรการเร่งด่วนในการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ COVID-๑๙ การแถลงข่าว
ของโฆษกศูนยบ์ รหิ ารสถานการณแ์ พรร่ ะบาดโรคติดเชื้อ COVID-๑๙ (ศบค.) จึงมคี วามสำคัญเพ่ือรายงาน
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื COVID-๑๙ ให้เข้าถงึ ผ้รู บั สารมากท่ีสุด เน่ืองจากการแถลงข่าว
เป็นการบอกกล่าวชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ดังที่ ประไพพรรณ
พึ่งฉิม (๒๕๖๐) อ้างถึงใน สมภพ โรจนพันธ์ (๒๕๓๐, หน้า ๑) ได้กล่าวถึง การแถลงข่าวไว้ว่า การแถลง
ข่าว หมายถึง การแจ้งข่าวอย่างมีแบบแผนเกี่ยวกับกิจกรรมของสถาบันหรือองค์การแก่นักข่าว เป็นการ
สร้างความสมั พันธท์ ี่ดีระหวา่ งสถาบนั หรือองค์การกับกลุ่มชนหรือสถาบนั ดว้ ยกัน เพื่อให้กิจกรรมหรืองาน
พเิ ศษขององคก์ ารทีจ่ ดั ข้ึนดำเนนิ ไปดว้ ยดีและบรรลุวัตถุประสงคท์ ี่กำหนดไว้
โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-๑๙ จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ชี้แจง
และประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนเพื่อรู้เท่าทันและเข้าใจตรงกันในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ
COVID–๑๙ เน่ืองจากโฆษกเป็นผ้ปู ระกาศ หรือผูแ้ ถลงข่าวแทน โดยช้แี จงแถลงไขเรอื่ งราว ข่าวสารสำคัญ
หรือชี้แจงตอบข้อซักถาม ดังที่ สมชาติ กิจยรรยง (๒๕๖๑, หน้า ๕๔) ได้กล่าวถึง โฆษก ไว้ว่าหมายถึง
ผู้กล่าวแทนเพื่อประสานเชื่อมโยงหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนกับผู้ชม ผู้ฟังให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
และมีระเบียบ กล่าวอีกนัยหนึ่งของคำว่าโฆษกคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง
หน่วยงาน องค์กรกับประชาชน โดยการให้สาระหรือข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนร่วมมือ
อันจะทำให้กิจการงานต่าง ๆ นั้นประสบผลสำเร็จ ได้ตามวัตถุประสงค์โดย ศบค. ได้แต่งตั้งนายแพทย์
ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขต ๑๐ เป็นโฆษกทำหน้าที่หลักในการแถลงข่าวสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดเชือ้ ไวรสั โควิด ๑๙ ดว้ ยเหตนุ ี้ เน้อื หาท่ีโฆษกศูนยบ์ รหิ ารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเช้ือ
COVID-๑๙ ใชใ้ นการแถลงขา่ วจงึ จำเปน็ ตอ้ งมีองค์ประกอบในการสื่อสารทีเ่ ข้าใจงา่ ย น่าสนใจ และชวนให้
ตดิ ตาม
แนวคิดชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร (Ethnography of Communication) ของไฮมส์
(Hymes, ๑๙๖๔) เป็นแนวคิดหนึ่งที่สามารถนำมาปใช้ในการศึกษาองค์ประกอบในการสื่อสาร เนื่องจาก
เป็นแนวคิดที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเปน็ แนวคิดที่บูรณาการมาจากความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น สังคม-
วิทยา มานุษยวิทยา คติชนวิทยา และภาษาศาสตร์ จึงใช้ศึกษาภาษาได้หลายด้าน อาทิ วัจนกรรมที่ใช้
เป็นพิเศษในบางโอกาสอย่างการแถลงข่าว แต่การแถลงข่าวในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแถลงข่าว
ในพื้นที่จริงหรือสถานที่ที่จัดกิจกรรมเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันการติดต่อสื่อสารได้เปลี่ยนแปลงไปตาม
โลกาภวิ ฒั น์ ดังแนวคดิ ของ เบญจรงค์ ถิระผลกิ ะ (๒๐๒๐) ที่กลา่ วโดยสรปุ ไดว้ ่า “การส่อื สารจากพืน้ ที่จริง
มีการขยายมายังพื้นที่ออนไลน์ส่งผลให้มนุษย์สร้างวัฒนธรรมและชุมชนในพื้นที่ออนไลน์ขึ้น มีการขยาย
แนวคิดดั้งเดิมของการศึกษาภาคสนามในพื้นที่จริงแบบเผชิญหน้าตัวต่อตัว สู่การโต้ตอบทางเทคโนโลยี
ผ่านออนไลน์ในพื้นที่เสมือน ด้วยเหตุนี้แนวคิดชาติพันธุ์วรรณาดิจิทัล (Netnography) จึงได้รับการ
พัฒนาขึ้นโดย ศาสตราจารย์โรเบิร์ต โคซิเนตส์ (Professor Robert V. Kozinets) ซึ่งอธิบายที่มาว่า
“ชุมชนออนไลนก์ ่อตัวข้ึนหรือแสดงให้เห็นถึงวฒั นธรรม ความเชอ่ื คา่ นยิ ม และธรรมเนียมปฏิบัติท่ีทำตาม
ชี้แนะ และชี้นำพฤติกรรมของสังคมหรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” (Kozinets, ๒๐๑๐) ซึ่งจากคำอธิบายข้างต้น
สามารถอธิบายเพ่ิมเตมิ ไดว้ ่า ชุมชนออนไลน์มีความคล้ายกันกบั ชุมชนในพื้นท่ีจรงิ เพราะสอดแทรกความ
เชื่อ ทัศนคติ และธรรมเนียมปฏิบัติอยู่เช่นกัน เมื่อผู้คนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนที่เพิ่มขึ้น
ของผู้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร จึงช่วยและส่งเสริมการสร้างชุมชนมากข้ึน
เช่นกัน”กล่าวโดยสรุปได้ว่า ในปัจจุบันหากต้องการศึกษาองค์ประกอบในการสื่อสารการแถลงข่าว
นอกจากนำแนวคิดชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร มาเป็นแนวคิดหลักในการศึกษาแล้ว ผู้ศึกษาควรใช้
วิธีวทิ ยาแบบชาติพนั ธุ์วรรณาดจิ ิทัลรว่ มดว้ ย ท้งั นเี้ พ่อื ใหส้ ามารถเข้าใจทั้งการสื่อสารในพื้นทจี่ ริง และพ้ืนที่
เสมือน เช่นเดียวกับการศึกษาการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเช้ือ
COVID–๑๙ ท่ีผู้วจิ ัยศกึ ษาตามแนวคิดวิธีวทิ ยาแบบชาติพันธุ์วรรณาดจิ ิทลั รว่ มกับชาติพนั ธุว์ รรณาแห่งการ
สื่อสาร ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจโครงสร้างของสื่อสารในการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์
แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.) มากยิ่งขึ้น และเข้าใจวัฒนธรรมและชุมชนที่เกิดขึ้นผ่านการ
ตดิ ต่อสอ่ื สารด้วยสื่อสังคมออนไลนม์ ากข้ึนดว้ ย
วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย
เพื่อศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารในการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บรหิ ารสถานการณ์แพร่ระบาด
โรคตดิ เช้ือ COVID–๑๙ (ศบค.) ตามทฤษฎีชาตพิ ันธ์วุ รรณนาแหง่ การสื่อสาร
วิธีการศกึ ษา
เกบ็ รวบรวมบทแถลงข่าวของศนู ย์บรหิ ารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม – ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓จำนวน ๙ วิดีโอ โดยการเลือกแบบ
เจาะจง คือ ศึกษาเฉพาะวันอาทิตย์ จำนวน ๙ วิดีโอ เนื่องจากวันอาทิตย์เปน็ วันหยุดสุดสัปดาห์จึงมีผู้เข้า
ชมวิดีโอเป็นจำนวนมากกว่าวันปกติจันทร์ – ศุกร์ ซึ่งผู้วิจัยศึกษาย้อนหลังจาก www.thaigov.go.th
และเก็บภาพหนา้ จอในกรณีทีเ่ จอภาพที่แสดงใหเ้ ห็นถึงการสอ่ื สารในสถานการณ์อีกแพรร่ ะบาดโรคติดเช้ือ
COVID–๑๙ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาจัดกลุ่มหาองค์ประกอบการสื่อสารการแถลงข่าว
ของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ โดยปรับกรอบแนวคิดจากงานวิจยั
ของ ประไพพรรณ พึ่งฉิม (๒๕๖๐) เรื่อง “ปริจเฉทการแถลงข่าวอื้อฉาวของบุคคลในวงการบันเทิงไทย :
การศึกษาเชิงปริจเฉทวิเคราะห์และวัจนปฏิบัติศาสตร์” และงานวิจัยของ วรพงศ์ ไชยฤกษ์ (๒๕๕๘)
เรื่อง “ภาษาและอุดมการณ์ความเป็นชายที่ปรากฏในนิตยสาร จี เอ็ม : การศึกษาวาทกรรมวิเคราะห์เชิง
วิพากษ์”
ผลการศกึ ษา
จากการศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารในการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่
ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.)” สามารถแบ่งผลการวิจัยออกเป็น ๘ ประเภท ดังรายละเอียด
ตอ่ ไปนี้
๑. เหตกุ ารณก์ ารสื่อสาร (Situation)
เหตุการณ์การสื่อสาร คือ พื้นที่และเวลาซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมทางกายภาพของเหตุการณ์
ที่มกี ารสือ่ สาร จากผลการศกึ ษาพบเหตุการณก์ ารสือ่ สาร ๒ กลมุ่ ได้แก่
๑.๑ เหตุการณ์การสื่อสารด้านพื้นที่ พบ ๒ ประเภท ได้แก่ ๑) การถ่ายทอดสดจากศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพรร่ ะบาดโรคติดเชอ้ื COVID–๑๙ และ๒) การฉายซำ้ ผ่านช่องทางยูทูบ
๑.๒ เหตุการณ์การสื่อสารด้านเวลาผลการศึกษาพบ ๓ ประเภทได้แก่ ๑) ช่วงแรกเริ่มที่เกิด
สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ ๒) ช่วงวิกฤตที่มีผู้ติดเชื้อสูง และ ๓) ช่วงผ่อนคลาย
ท่ีสถานการณด์ ีขนึ้
๒. ผ้รู ว่ มเหตุการณ์การส่อื สาร (Participants)
ผู้ร่วมเหตุการณ์การสื่อสาร คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลต่อการแถลงข่าวจาก
ผลการศกึ ษาพบ ๒ กลุ่ม ไดแ้ ก่
๒.๑ ผู้ส่งสาร พบ ๔ ประเภท ได้แก่ ๑) รัฐบาล ๒) ผู้เชี่ยวชาญ ๓) โฆษกศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพรร่ ะบาดโรคติดเชอื้ COVID–๑๙ (นายแพทยท์ วีศิลป์ วษิ ณโุ ยธนิ ) และ ๔) สื่อมวลชน
๒.๒ ผู้รบั สาร พบ ๑ ประเภท ไดแ้ ก่ ประชาชน
๓. จุดมุ่งหมายในการส่ือสาร (Ends)
จุดมุ่งหมายในการสอ่ื สาร คือ เป้าหมายหรือผลลัพธท์ ีผ่ เู้ ขา้ รว่ มเหตกุ ารณ์ตั้งข้ึนไว้ในการส่ือสาร
วา่ ต้องการให้เกิดส่งิ ใดขึน้ ในการแถลงขา่ วครง้ั นนั้ พบ ๒ ประเภท ได้แก่
๓.๑ จดุ มุ่งหมายในการสื่อสารเพ่อื การชี้แจง
“วนั น้เี ปน็ วนั แรกนะครับ ทา่ นผชู้ มครบั ท่ีเปน็ เรอ่ื งของการประกาศให้มีมาตรการผ่อนปรน
เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ หลังจากที่เราได้มีมาตรการที่เข้มกันมาเดือนกว่า ๆ นะครับ วันนี้นะครับก็
จะเริ่มเป็นการผ่อนคลายผ่อนปรนขึ้นมานะครับวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ในช่วงของเวลาการเปลี่ยน
ผา่ นนีน้ ะครบั ก็จะมีขอ้ สงสยั ขอ้ ซกั ถามสง่ิ ตา่ ง ๆ เหลา่ นน้ี ะครบั จะถกู นำมาชแี้ จงนะครบั ”
(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “วันนี้เป็นวันแรกนะครับ ท่านผู้ชมครับที่เป็นเรื่องของการประกาศให้มี
มาตรการผ่อนปรนเกิดขึ้น...” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนา
แห่งการสื่อสาร ประเภทจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร เป็นการชี้แจงให้ผู้ฟังทราบว่า ผู้แถลงข่าวต้องการให้
ผู้ฟังได้รับรู้ข้อมูลเก่ียวกับเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึ้น ซึ่งโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ
ไวรัสโควิด ๑๙ ได้ชี้แจงข้อมูลผ่านการแถลงข่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องราวมาตรการการผ่อนปรน
ของประเทศไทย ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลจาก ศบค. โดยตรง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประเทศไทย
มีมาตรการการควบคุมโรคอย่างเข้มข้นมาเป็นระยะเวลานานนับเดือน เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น
จึงมีประกาศให้ใช้มาตรการการผ่อนปรน แต่ประชาชนยังมีข้อสงสัย ทาง ศบค. จึงออกมาชี้แจงดังกล่าว
เน่อื งจากกอ่ นหนา้ น้ที างรฐั บาลได้มีการประกาศใช้ พรก. การบริหารราชการในสถานการณฉ์ ุกเฉิน เพ่ือลด
การแพรร่ ะบาดโรคระบาดเชื้อไวรสั โควดิ ๑๙ และเพ่อื ใหง้ ่ายต่อการควบคมุ โรค โดยให้ประชาชนกักตัวอยู่
บริเวณบ้านตนเอง อีกทั้งเพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว และป้องกันมิให้เกิด
เหตุการณ์ร้ายแรงเพ่ิมมากข้นึ
๓.๒ จุดมงุ่ หมายในการสื่อสารเพอื่ รายงานสถานการณ์
“ในเช้าวันนี้นะครับก็จะรายงานในสถานการณ์ของตัวเลข ของผู้ที่หายป่วยแล้ว
เมื่อวานนี้บอกว่าตัวเลขอยู่ที่เซนจูรี่เบลกนะครับ วันนี้เกินเลยไปเยอะทีเดียว ๑๔๑ ราย ที่หายป่วยจาก
เมื่อวานนี้ ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ ทำให้ตัวเลขสะสมของการหายป่วยอยู่ที่ ๑,๙๒๘ ราย นะครับ
แล้วก็มีตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่งนะครับวันนี้ที่ชื่นใจอีกเหมือนกัน ไม่ต้องรายงานผู้ป่วยที่เสียชีวิตเลยนะครับ
ยังเป็น ๐ อยู่ สะสมอยู่ที่ ๔๗ รายนะครับแล้วก็ผู้ป่วยรายใหม่ที่รายงานเข้ามายังอยู่ตัวเลขที่หลัก
๓ อยู่ ข้างหน้าคือ ๓๒ รายนะครับ แล้วก็ไปอยู่ในจำนวนที่เป็นรายละเอียดอยู่นี่คือ State Corentine
อยู่ที่ ๔ ราย ไปบอกรายละเอียดกันอีกทีหนึ่ง ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมตอนนี้อยู่ที่ ๒,๗๖๕ รายนะครับ
ตอนน้ี”
(๑๙ เมษายน ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “ในเช้าวันนี้นะครับก็จะรายงานในสถานการณ์ของตัวเลขของผู้ที่หายป่วย
แล้ว…” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร
ประเภทจุดมุ่งหมายในการสื่อสารในส่วนของรายงานสถานการณ์ โดยผู้แถลงข่าวต้องการให้ผู้ฟังได้รับรู้
ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด
๑๙ ได้รายงานสถานการณ์จำนวนผู้ที่หายป่วยจากวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๓ ทั้งหมด ๑๔๑ ราย
ทำให้ตัวเลขผู้ที่หายป่วยอยู่ที่ ๑,๙๒๘ ราย ไม่มีรายงานผู้ที่เสียชีวิตแต่ยอดที่สะสมอยู่ที่ ๔๗ ราย ดังนั้น
ตัวเลขทั้งหมดตอนนี้เป็นจำนวน ๒,๗๖๕ ราย ซึ่งการรายงานสถานการณ์ทำให้ประชาชนรับรู้ และเข้าใจ
ตรงกนั ถงึ ความเคลอ่ื นไหวของผูป้ ่วยในแต่ละวนั
๔. ลำดบั วัจนกรรม (Act sequence)
ลำดับวัจนกรรม คือ ลำดับของถ้อยคำที่ผู้แถลงข่าวใช้ในการสือ่ สารว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหลงั
และคลคี่ ลายหรอื จบลงอยา่ งไร พบ ๓ กลุม่ จำนวน ๘ ประเภท ได้แก่
๔.๑ ส่วนเปิด ผลการศึกษาพบ ๓ ประเภท ได้แก่ ๑) การทักทาย ๒) การแนะนำตัว
และ ๓) การเกรน่ิ นำ
๔.๒ ส่วนเนื้อเร่ือง ผลการศึกษาพบ ๒ ประเภท ได้แก่ ๑) การชี้แจงและรายงานสถานการณ์
และ ๒) การแสดงความรูส้ ึกต่อสถานการณ์
๔.๓ สว่ นปดิ ผลการศึกษาพบ ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑) การฝากขอ้ ความทง้ิ ทา้ ย ๒) การกลา่ วย้ำ
และ ๓) การขอบคณุ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้
ส่วนเปดิ
“วนั น้ี ๓ ทา่ นหลงั จากที่ผมได้สรุปสถานการณ์เสรจ็ เรียบร้อยแลว้ นะครบั กจ็ ะมพี ลเอกพรพิพัฒน์
เบญจศรี ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด นะครับซึ่งในฐานะที่ท่านเป็นหัวหนา้ สถานการณ์แก้ไขสถานการณ์
ฉกุ เฉนิ และความม่นั คงก็จะมาพดู คุยในประเภทท่ีเก่ยี วข้องกับท่านในเรื่องของการเดินทางเขา้ จังหวัดออก
จังหวัดอะไรทั้งหลายนะครับที่มีประเภทการขึ้นมานะครับ ท่านฉัตรชัยพรหมเลิศในฐานะปลัดกระทรวง
มหาดไทยก็จะได้มาชี้แจงในประเภทที่เชือ่ มโยงเกีย่ วข้อง และก็มีคำถามมากมายทีเดียวเลยครับเร่ืองของ
การเดินทางอากาศนะครบั หรือว่าทางบกอะไรก็แล้วแต่นะครับที่ดีจะมีการเปดิ ให้ข้ึนเครื่องบินพูดให้ง่าย ๆ
นี่แหละครับข้ามจังหวัดอะไรทั้งหลายเนี่ยทางท่านชัยวัฒน์ ทองคำคูณ นะครับ ปลัดกระทรวงคมนาคม
จะมาช้ีแจงในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งนะครบั ”
(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “วันนี้ ๓ ท่านหลังจากที่ผมได้สรุปสถานการณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ
ก็จะมี…” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร
ในประเภทลำดับวัจนกรรม ส่วนของการเกริ่นนำ โดยผู้แถลงข่าวต้องการให้ผู้ฟังได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ได้ชี้แจง
ข้อมูลผ่านการแถลงข่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้เร่ืองราว และเข้าใจตรงกันว่าวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ซึ่งเป็นวันแรกเริ่มเป็นการผ่อนคลายผ่อนปรนเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับหลังจากที่เราได้มีมาตรการ
ที่เข้มกันมาเดือนกว่า ๆ และในชว่ งระยะเวลาในการเปล่ียนผ่านก็เกดิ ข้อสงสัยต่าง ๆ มากมาย นายแพทย์
ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกของบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
ได้สรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมี ๓ ท่านที่จะมาช้ีแจงในประเภทต่าง ๆ ในประชาชนรับรู้และ
ร่วมทำความเข้าใจเกีย่ วกับสถานการณ์ท่เี กิดข้ึน คือ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญจศรี (ผบู้ ญั ชาการทหารสูงสุด)
จะมาชี้แจงในประเภทที่เกี่ยวข้องกับท่านในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดท่านฉัตรชัยพรหมเลิศ
(ปลัดกระทรวงมหาดไทย) จะมาชี้แจงในประเภทที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการเดินทางทั้งอากาศหรือว่า
ทางบก และทา่ นชัยวฒั น์ ทองคำคูณ (ปลดั กระทรวงคมนาคม) จะมาชแ้ี จงในส่วนที่เกย่ี วข้องทัง้ หมด
สว่ นเนอ้ื เร่ือง
“มีการรายงานกันครับได้มีการใช้บุคลากรต่าง ๆ หลากหลายอย่างที่ผมบอกนะครับ
ต้องขอเอ่ยนามคือกองทัพไทย กระทรวงการต่างประเทศการท่าอากาศยาน กระทรวงสาธารณสุข สตม.
ตรวจคนเข้าเมืองครับ ภาคเอกชน โรงแรมต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกคนไปถึงนั้นขนส่งของทาง
กระทรวงคมนาคมและรวมถึงมหาดไทยที่อำนวยความสะดวกทุกอย่างเนี่ยเกิดผลให้เห็นว่าคนไทย
ประมาณร่วม ๆ เกือบ ๆ ร้อยคนเนี่ยครับ พอมาถึงที่นี่ก็ได้ใช้เวลาในการที่จะขนกระเป๋านะครับไปยืนรอ
สมั ภาระแลว้ ก็ไดร้ ับการรวมตัวกันเพ่อื ทีจ่ ะขนส่งไปยังโรงแรมท่ีพักที่เปน็ State Quarantine ทบี่ อกไว้นะ
ครับเรยี บร้อยดที ุกอยา่ งใช้เวลาในค่าเฉล่ียไม่เกิน ๓ ชั่วโมงทุกทา่ นเกดิ ความพึงพอใจในการ บูรณาการกัน
ของภาครัฐกันอยา่ งเต็มทซ่ี ึง่ น้ีตอ้ งขอขอบคุณทกุ ๆ ท่านที่มีสว่ นรว่ ม”
(๕ เมษายน ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “มีการรายงานกันครับได้มีการใช้บุคลากรต่าง ๆ หลากหลาย…” จะเห็นได้ว่าจัด
อยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร ในประเภทลำดับวัจนกรรม
ส่วนของเนื้อเรื่อง โดยผู้แถลงข่าวต้องการให้ผู้ฟังได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งโฆษกศูนย์
บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคตดิ เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ได้ชี้แจงข้อมูลในส่วนท่ีเป็นการยื่นมือเข้ามา
ช่วยเหลอื ใหแ้ กผ่ ้ทู ่ตี ดิ เช้ือที่ไดร้ ับผลกระทบและเกิดภาวะวกิ ฤตทเี่ กิดจากสถานการณ์ต่าง ๆ มีท้ังบุคลากร
และหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนหนึ่ง ทั้งในภาครัฐที่มาอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างและเกิดความพึงพอใจ
กบั ทกุ ฝา่ ยท่เี ข้ามาช่วยเหลือเป็นอย่างมาก ซ่งึ ทางโฆษกศูนย์บรหิ ารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ
ไวรัสโควิด ๑๙ ก็ไดอ้ อกมาขอบคุณทกุ คนที่มีส่วนร่วมในครั้งนี้
ส่วนปิด
“ทิ้งท้ายสักนิดนึงตรงนี้นะครับ เพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยกันนะครับ ขอทิ้งท้ายด้วยคำว่ารวมกันติด
หมู่แยกกันอยู่เรารอดนะครับ ผมเห็นหลาย ๆ คำที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียตอนนี้ส่งกันมากมาย
ขอให้ท่านส่งไปถึงพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของพวกเราทุก ๆ คนนะครับเราก็จะเป็นอย่างนี้
ครบั คอื รวมกนั เราตดิ หมู่แยกกันอยเู่ รารอดนะครบั ”
(๒๙ มีนาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “ทิ้งท้ายสักนิดนึงตรงนี้นะครับ เพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยกันนะครับขอทิ้งท้าย
ด้วยคำว่ารวมกันติดหมู่แยกกันอยู่เรารอดนะครับ…” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตาม
ทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร ประเภทลำดับวัจนกรรม ในส่วนปิด โดยผู้แถลงข่าวต้องการ
ทิ้งท้ายให้ผู้ฟังได้และปฏิบัติตามเพื่อความอยู่รอดของทุกคน ทั้งท่ีเกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย มีทั้งการให้
กำลังใจ การป้องกัน และรวมถึงการช่วยเหลือของทางภาครัฐและเอกชน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์
การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ทิ้งท้ายด้วยคำว่า รวมกันติดหมู่แยกกันอยู่เรารอดนะครับ
อธิบายไดว้ ่า หากประชาชนอยรู่ วมกนั เป็นกลุ่มทำใหแ้ พร่เชื้อในการติดต่อกนั งา่ ยข้ึน แต่ถ้าหากแยกกันอยู่
การแพร่เชือ้ ก็จะยากขึน้ ทำใหเ้ รารอดจากการตดิ เชื้อได้
๕. นำ้ เสียง (Key)
น้ำเสียง คือ ท่วงทำนองในการสื่อสาร ซึ่งจะช่วยในการตีความตัวบท โดยลักษณะภาษา
สามารถพจิ ารณาได้จากน้ำเสียง หรือทำนองเสยี งทใ่ี ช้พบ ๕ ประเภท ไดแ้ ก่ ๑) นำ้ เสยี งจริงจงั ๒) นำ้ เสียง
วิตกกังวล ๓) น้ำเสียงโศกเศร้า ๔) น้ำเสียงขุ่นเคือง และ ๕) น้ำเสียงผ่อนคลาย ดังตัวอย่างน้ำเสยี งจริงจัง
ต่อไปนี้
“สงกรานต์ช่วงนี้ ๗ วันอันตราย หน่วยงานของกระทรวงสาธารณะสุข บอกว่าขีดเส้นใต้ด้วย
เหมือนกันนะครบั เป็น ๗ วันอนั ตรายของการระบาดของโควดิ -๑๙ ด้วยเหมอื นกนั ”
(๑๒ เมษายน ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “สงกรานต์ช่วงนี้ ๗ วันอันตราย หน่วยงานของกระทรวงสาธารณะสุข…”
จะเห็นได้วา่ จดั อยใู่ นองคป์ ระกอบการส่ือสารตามทฤษฎีชาติพนั ธุ์วรรณนาแห่งการส่ือสาร ประเภทนำ้ เสียง
โดยการใช้น้ำเสยี งแบบจริงจังด้วยวิธีการกล่าวถึง ๗ วันอันตราย เพราะเป็นช่วงที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ
ทางถนน มีจำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงเวลา ๗ วัน ซึ่งสาเหตุอยู่ช่วงที่
ประชาชนออกมาใช้รถใช้ถนนมากที่สุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ ในขณะท่ีการระบาดของ
โควิด-๑๙ ก็อยู่ในช่วง ๗ วันอันตรายด้วยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขเลยเป็นห่วงในเรื่องนี้
จงึ กระชบั วา่ เปน็ ๗ วนั อันตรายของการระบาดของโควดิ -๑๙ ดว้ ยเหมอื นกัน
๖. เครือ่ งมือในการสอื่ สาร (Instrumentalites)
เครื่องมือในการสื่อสารคือ การใช้เครื่องมือสื่อสาร และวิธีการในการสื่อสาร รูปแบบต่าง ๆ
ผลการศึกษาพบ ๔ ประเภท คือ ๑) ข้อมูลที่เป็นสถิติ ๒) ข้อมูลที่เป็นกราฟ ๓) ข้อมูลที่เป็นแผนภูมิ
และ ๔) ข้อมลู ทเี่ ปน็ ตาราง ดงั ตัวอย่างท่ีเปน็ กราฟต่อไปน้ี
“มาดูภาพของการนำเสนอเป็นกราฟนะครับก็จะพบว่ามีผู้ป่วยที่รักษาอยู่ตอนนี้ ๑๗๖ ราย
ก็ลดนอ้ ยลงจากเม่ือวานนน้ี ะครับแล้วก็ขณะเดยี วกันก็กลบั บ้านได้ ๒,๐๐๐ กวา่ ทว่ี ่าน่แี หละครบั ”
(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “มาดูภาพของการนำเสนอเป็นกราฟนะครับ…” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่
ในองค์ประกอบการสอ่ื สารตามทฤษฎชี าติพันธวุ์ รรณนาแหง่ การสือ่ สาร ประเภทขอ้ มูลทเ่ี ป็นกราฟ ซง่ึ เปน็
การชี้แจงเพ่ือทำให้ผู้ฟังทราบว่า ขอ้ มลู ท่ผี ้แู ถลงข่าวต้องการให้ผู้ฟังไดร้ ับรเู้ กี่ยวกบั การเพ่ิม-ลด ของผู้ป่วย
ที่ติดเชื้อ ในขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยท่ีกลับบ้านได้แล้วรวม ๒,๐๐๐ กว่าคน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์
การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โควิด ๑๙ จึงนำเสนอออกมาเป็นกราฟเพื่อความชัดเจน และทำให้
ประชาชนเห็นภาพไดช้ ดั ย่ิงขนึ้
๗. บรรทดั ฐานของปฏิสัมพนั ธ์และการตีความ (Norms of Interpretati On
andInteraction)
บรรทัดฐานของปฏิสัมพันธ์ และการตีความ คือ ข้อตกลงที่ทราบและยอมรับเกี่ยวกับ
การปฏิบัติตนของผูร้ ่วมเหตุการณ์ในระหว่างการสือ่ สารของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรค
ติดเชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.) ซึ่งมีข้อตกลงเกี่ยวกับการตีความหมายของสารที่ใช้ในการสื่อสารพบ
๑ ประเภท ได้แก่ การตีความ ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้
“จะเหน็ ไดว้ ่ากลอ่ งทางซา้ ยมอื วนั นี้จะมีรายงานเพ่ิมใน ๓ รายนีเ้ ปน็ อย่างไรคือเพ่ิมใน State หรือ
สถานท่ตี ่าง ๆ ท่รี ฐั จดั ให้ ๑ คนนะครบั ”
(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “จะเห็นได้ว่ากล่องทางซ้ายมือวันนี้จะมีรายงานเพิ่มใน ๓ ราย…”
จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร ประเภท
การตีความ ซ่ึงโฆษกได้พูดเกริ่นนำไว้ในช่วงแรกว่า State Quarantine คือ สถานที่กักกันที่รัฐบาลจัดไว้
สำหรับผู้ที่มคี วามเส่ียงต่อการติดเชื้อ COVID–๑๙ แต่ในช่วงหลังโฆษกยอ่ คำเหลือแค่ State ซึ่งอาจทำให้
ผู้รบั ชมเขา้ ใจ และตีความหมายออกไปไดห้ ลากหลาย อีกทงั้ ผชู้ มไม่ได้เปน็ ผเู้ ช่ยี วชาญหรือคนุ้ เคยคำเหล่าน้ี
ในชวี ติ ประจำวันอีกทั้งในข้อความ “จะเห็นไดว้ ่ากล่องทางซ้ายมือวนั นีจ้ ะมรี ายงานเพ่มิ ใน ๓ รายนี้…” ยัง
ช้แี จงในเร่อื งของยอดจำนวนผูท้ ตี่ ิดเช้ือท่ีเพ่ิมขึน้ อีกจำนวน ๓ รายดว้ ย
๘. ประเภทการส่ือสาร (Genre)
ประเภทการส่อื สารคือชนิดของข้อความที่ใชใ้ นการพูด หรือการส่อื สาร ซึ่งนำไปสู่วัตถุประสงค์
ตามการส่อื สารนนั้ ๆ พบ ๒ กลมุ่ ไดแ้ ก่
๘.๑ ทศั นปรจิ เฉท
“ถ้าท่านมีก็ใส่ตู้แบ่งปันกัน ปรากฏว่ามีคนมาเติมอยู่ตลอดเวลา นี่คือปรากฏการณ์ที่ผม
พูดแล้วก็ยังตื้นตันอยู่เลยนะครับ เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นมิติยังงี้เกิดขึ้นที่เมืองไทยแล้วก็กระจายไปมีแต่
หลาย ๆ จงั หวดั นะครับ...เปน็ ภาพทนี่ ่ารักมาก”
(๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “ถ้าท่านมีก็ใส่ตู้แบ่งปันกัน ปรากฏว่ามีคนมาเติมอยู่ตลอดเวลา…”
จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร ประเภท
ทัศนปริจเฉทจากเหตุการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID–๑๙ ทำให้ได้รับผลกระทบต่อบุคคล
และหน่วยงานต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ จึงส่งผลให้เกดิ
ปรากฏการณท์ ่ีมีการแบ่งปัน และช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน คือ ตู้แบ่งปัน ซ่งึ ต้นู เี้ ป็นตสู้ ำหรับผู้ทย่ี ืน่ มอื เข้ามา
ช่วยเหลือผทู้ ไี่ ด้รับผลกระทบจากการตกงาน และเนอื้ หาข้อความว่า “ถ้าทา่ นมีก็ใส่ตู้แบ่งปันกันปรากฏว่า
มีคนมาเติมอยู่ตลอดเวลา...” เป็นการเสนอข้อเท็จจริงท่ีหลาย ๆ จังหวัดมีตู้แบ่งปัน และยังแสดงความ
คดิ เหน็ ว่าเปน็ ปรากฏการณ์ทน่ี ่าต้นื ตนั ใจและเป็นภาพที่น่ารักมาก
๘.๒ ปฏบิ ตั ปิ ริจเฉท
“ท่านไม่รู้หรอกครบั ท่านเดินทางออกไปนอกบา้ นแล้ว ท่านจะต้องนำเชื้ออะไรหลายคน
ในนี้เราเห็นภาพนะครับ กลับเข้าบา้ นปุบ๊ อาบนำ้ สระผมนะครบั แลว้ ก็ใส่หน้ากากอนามัยถ้าอยูก่ ับผู้สูงอายุ
ทำอย่างนั้นเลยดีครับ แม้จะเปลืองแชมพูสระผมสักหนอ่ ยนึงนะครับกไ็ ม่เป็นไรครับ ก็เราไม่รู้เราไปสัมผัส
อะไรต่าง ๆ มาการดูแลตรงนี้ก็เป็นสุขอนามัยซึ่งเราเป็นเมืองร้อนด้วยนะครับตอนนี้อากาศก็ร้อนข้ึน
การดแู ลตรงนไี้ ดด้ ีกจ็ ะทำให้เชื้อลดลงด้วย”
(๕ เมษายน ๒๕๖๓)
จากข้อความข้างต้น “ท่านไม่รู้หรอกครับท่านเดินทางออกไปนอกบ้านแล้วท่านจะต้องนำเชื้อ
อะไร…” จะเห็นได้ว่าจัดอยู่ในองค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร
ในประเภทปฏิบัติปริจเฉท จากเหตุการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID–๑๙ โฆษกศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.) ชี้แนะแนวทางในการปฏิบัติตนให้ห่างไกล
จากการติดเชือ้ ว่าถ้าในบ้านมีผู้สงู อายอุ ยูด่ ้วย ตอนที่ไปไหนมาไหนให้ใสห่ น้ากากอนามัยและตอนเขา้ บา้ น
ปุ๊บอาบน้ำสระผมก่อนเป็นอันดับแรก อีกทั้งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนทำให้การแพร่เชื้อกระจายได้จากการ
สัมผัส การเรยี งลำดบั ก่อนหลังเป็นเรื่องสำคญั มากสำหรบั การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำของ
โฆษกศนู ย์บรหิ ารสถานการณ์แพรร่ ะบาดโรคตดิ เชอื้ COVID–๑๙ (ศบค.)
สรุปผล
องค์ประกอบการสื่อสารตามทฤษฎชี าติพนั ธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร คอื แนวทางในการวเิ คราะห์
พฤติกรรมการพูด และการสื่อสาร หรือ SPEAKING ที่ปรากฏในการแถลงข่าวของโฆษกศูนย์บริหาร
สถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID–๑๙ ได้แก่ เหตุการณ์การสื่อสาร (S = Situation) ผู้ร่วม
เหตุการณ์การสื่อสาร (P = Participants) จุดมุ่งหมายในการสื่อสาร (E = Ends) การลำดับวัจนกรรม
(A = Act sequence) น้ำเสียง (K = Key) เครื่องมือในการสื่อสาร (I = Instrumentalites) บรรทัดฐาน
ในการตีความและปฏิสัมพันธ์ (N = Norms of Interpretati On and Interaction) และประเภท
การสื่อสาร (G = Genre) สรปุ ไดด้ งั ตารางต่อไปนี้
อกั ษรย่อ องคป์ ระกอบ ผลการศกึ ษา
S เหตกุ ารณ์การสอื่ สาร ๑. เหตกุ ารณ์การสือ่ สารดา้ นพน้ื ที่
๑.๑ การถา่ ยทอดสดจากศูนย์บรหิ าร
สถานการณ์แพรร่ ะบาดโรคติดเช้อื COVID–๑๙
๑.๒ การฉายซ้ำผ่านช่องทางยทู ูบ
๒. เหตุการณก์ ารส่อื สารดา้ นเวลา
๒.๑ ชว่ งแรกเริม่ ทเ่ี กดิ สถานการณ์
การแพร่ระบาดโรคติดเช้อื COVID–๑๙
อกั ษรย่อ องค์ประกอบ ผลการศึกษา
๒.๒ ชว่ งวิกฤตทีม่ ีผู้ติดเช้ือสงู
P ผรู้ ว่ มเหตกุ ารณ์ ๒.๓ ชว่ งผ่อนคลายทส่ี ถานการณ์ดีขนึ้
การส่ือสาร ๑. ผสู้ ง่ สาร
๑.๑ รฐั บาล
E จุดมุ่งหมาย ๑.๒ ผูเ้ ชยี่ วชาญ
ในการส่อื สาร ๑.๓ โฆษกศูนยบ์ รหิ ารสถานการณแ์ พรร่ ะบาด
โรคตดิ เชื้อ COVID–๑๙ (ศบค.) (นายแพทย์
A ลำดับวจั นกรรม ทวีศลิ ป์ วิษณุโยธนิ )
๑.๔ สอ่ื มวลชน
๒. ผู้รับสาร ไดแ้ กป่ ระชาชน
๑. การชแ้ี จง
๒. การรายงานสถานการณ์
๑. ส่วนเปดิ
๑.๑ การทกั ทาย
๑.๒ การแนะนำตวั
๑.๓ การเกรนิ่ นำ
๒. ส่วนเน้อื เรื่อง
๒.๑ การชแี้ จงและรายงานสถานการณ์
๒.๒ การแสดงความรูส้ ึกต่อสถานการณ์
๓. ส่วนปิด
อักษรย่อ องคป์ ระกอบ ผลการศกึ ษา
๓.๑ การฝากขอ้ ความทิ้งท้าย
๓.๒ การกลา่ วย้ำ
๓.๓ การขอบคุณ
K นำ้ เสยี ง ๑. น้ำเสียงจริงจัง
๒. นำ้ เสียงวิตกกังวล
๓. น้ำเสยี งโศกเศร้า
๔. น้ำเสยี งขุน่ เคือง
๕. นำ้ เสยี งผอ่ นคลาย
I เครอื่ งมือในการ ๑. ขอ้ มลู ท่เี ปน็ สถิติ
สอ่ื สาร ๒. ข้อมลู ท่เี ปน็ กราฟ
๓. ข้อมูลท่เี ป็นแผนภูมิ
๔. ขอ้ มูลทเ่ี ป็นตาราง
N บรรทดั ฐานของ การตคี วาม
ปฏสิ ัมพันธ์ และ
การตีความ
G ประเภทการส่ือสาร ๑. ทศั นปรจิ เฉท
๒. ปฏิบัตปิ ริจเฉท
เอกสารอา้ งอิง
ประไพพรรณ พงึ่ ฉิม. (๒๕๖๐) ปรจิ เฉทการแถลงข่าวอื้อฉาวของบุคคลในวงการบนั เทงิ ไทย :
การศกึ ษาเชิง ปรจิ เฉทวิเคราะห์และวจั นปฏบิ ัตศิ าสตร์. ปริญญาอักษรศาสตรดุษฎบี ัณฑติ
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
วรพงศ์ ไชยฤกษ์. (๒๕๕๘). ภาษาและอดุ มการณค์ วามเป็นชายที่ปรากฏในนิตยสาร
จี เอม็ : การศึกษาวาทกรรมวเิ คราะห์เชิงวิพากษ์.
ปริญญาศลิ ปศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ มหาวิทยาลยั นเรศวร.
วทนั ยา มากราช
ศิลปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเร่ือง อกเกอื บหักแอบรกั คุณสามี
บทคดั ย่อ
การวจิ ัยน้ีมวี ัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลกั ษณะเด่นของศิลปะการใช้ภาษาในนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหัก
แอบรักคุณสามี” ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตในศึกษาศิลปะการใช้ภาษา ด้านการใช้คำ การใช้สำนวนโวหาร
และการใชภ้ าพพจน์ จำนวน ๕๑๘ หนา้ โดยนำขอ้ มลู ทัง้ หมดมาวเิ คราะหต์ ามประเด็นทีก่ ำหนดไว้
ผลการศึกษาพบศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง อกเกือบหักแอบรักคุณสามี มีจากการศึกษา
ศลิ ปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสามี” จำนวน ๓ ดา้ น ได้แก่ การใช้คํา การใช้
สํานวนโวหาร และการใช้ภาพพจน์ โดยการศึกษาวิจัยจากเอกสาร และนําเสนอผลงานการวิจัย
แบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ๑) ด้านการใช้คํา พบดังนี้ การใช้คำแสดงอารมณ์ความรู้สึก
การใช้คำแสดงอาการเคลื่อนไหว การใช้คำบอกแสง สี เสียง รส การใช้คำบอกสี การซ้ำคำ การใช้คํา
ภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาพูด และการใช้คําไม่สุภาพ ๒) ด้านการใช้สํานวนโวหาร พบดังนี้ บรรยาย
โวหาร และพรรณนาโวหาร และ ๓) ด้านการใช้ภาพพจน์ พบดังนี้ อุปมา อุปลักษณ์ และสัทพจน์
จากผลการศึกษาสะท้อนใหเ้ ห็นวา่ ศิลปะการใชภ้ าษานับเปน็ ส่วนสำคญั ย่ิงทีท่ ำใหน้ วนิยาย เรื่อง อกเกือบ
หักแอบรักคุณสามี เป็นนวนิยายที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้ทุกเพศทุกวัย
สรา้ งการยอมรบั และประทับใจในผลงานวรรณกรรมได้เป็นอย่างดี
คำสำคญั : วรรณกรรม, นวนิยาย, ศลิ ปะการใช้ภาษา
บทนำ
วรรณกรรม หมายถึง งานเขียนที่ผู้เขียนนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดจากความคิด ความรู้
และจินตนาการ ซึ่งนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่เปน็ ร้อยแก้วและร้อยกรอง เนื้อหาอาจจะเปน็ ข้อมูลที่มี
ลักษณะเป็นข้อเท็จจริงที่เรียกว่า สารคดี และงานเขียนที่นำเสนอผ่านมุมมองความ คิด ความรู้สึก
และจินตนาการของผู้เขียนที่เรียกว่า บันเทิงคดี เช่น เรื่องสั้น นิทาน นวนิยาย เป็นต้น (ปรีดา สุวรรณ
จันทร์ ๒๕๖๐ หนา้ ๑)
ในส่วนของ นวนิยาย หมายถึง วรรณกรรมที่ใช้ภาษาร้อยแก้ว ในการเขียนเพื่อบรรยายถึงความ
เป็นอยู่ของมนุษย์ ผลของความคิด การกระทำ และการกระทำที่มีต่อความเป็นไปของชีวิต นวนิยายไทย
เพ่ิงเกดิ ข้ึนในต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ โดยไดร้ บั ความคิดและบอ่ เกิดมาจากยุโรป เม่ือมีการติดต่อกับยุโรป
ทางด้านการศึกษาเล่าเรียน นักศึกษาไทยในยุโรปได้นำวิธีเขียนวรรณกรรมชนิดนี้มาเผยแพร่และขยายวง
ออกไปจนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่การเขียน
นวนิยายอย่างจริงจังเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทั้งการแปลถ่ ายทอด
โดยตรง การอาศัยเค้าโครงเรื่องแล้วนำมาดัดแปลงแต่งใหม่และการถ่ายโอนความคิดเป็นตอน ๆ แล้ว
นำมาประกอบเปน็ เรื่องใหม่ตามแนวชีวติ และสงั คมของคนไทย (สิทธา พินจิ ภวู ดล ๒๕๒๐ หน้า ๒๑-๒๒)
จากบทความข้างต้น สรุปได้ว่า วรรณกรรมนวนิยาย หมายถึง งานเขียนที่เขียนจากจิตนาการ
จากผู้เขียน โดยเสนอผ่านตัวละครในเรื่อง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ และสังคมที่สมมุติขึ้นตามความคิด
ความรู้สึกของผ้เู ขียนท่ีประพนั ธ์ข้ึนมา และยงั มกี ารใช้ศิลปะทางด้านภาษาในเรื่องท่ีผู้เขียนแต่ละคนก็จะมี
จดุ เด่นในการใชภ้ าษาทแ่ี ตกต่างกนั ไป
ศิลปะการใช้ภาษา หมายถึง ความงาม หรือความไพเราะของการใช้ภาษา ในการเขียนงาน
ประพันธ์ทุกชนิด โดยจะมีการเลือกใช้ถ้อยคำ วลี ประโยต สำนวนโวหารภาพพจน์ การพรรณนา
และกลวิธีในการดำเนินเรื่องที่ทำให้งานประพันธ์นั้น ๆ มีความงดงาม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้เขียน
แต่ละคนซึ่งมลี ักษณะทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป (รงุ่ รตั น์ ทองสกุล ๒๕๕๙ หนา้ ๑๖)
จากการศึกษา ศิลปะการใช้ภาษา สรุปได้ว่า ศิลปะการใช้ภาษา การใช้ภาษาให้มีความหมายที่ดี
และไพเราะ แม้จะใชค้ ำท่ีไมห่ วอื หวาเรียบง่าย แตก่ ส็ ามารถส่ือความหมายไดด้ ี ทง้ั นกี้ ข็ ้ึนอยู่กบั วิธกี ารเขียน
ของผูเ้ ขยี น ซึ่งผู้เขยี นแต่ละคนนัน้ ก็จะมีการใช้ภาษาทโ่ี ดดเด่นตา่ งกันไป หนง่ึ ในน้นั คือ นาวารอ้ ยกวี
นาวาร้อยกวี หรือลักขณา ธานีกุล อายุ ๒๙ ปี หลังจากเรียนจบได้ทำงานเบื้องหลังอยู่หนึ่งปี
จากนั้นจึงผันตัวเองมาทำงานด้านสายการบินจนถึงปัจจุบัน ชอบการอ่านมาตั้งแต่เด็กและชอบเขียน
เรียงความ เริ่มเขยี นแนวนยิ ายคร้ังแรกปี ๒๕๔๘ เปน็ เรือ่ งสั้น ๒๐ หนา้ จบ คือเรื่อง “อกเกือบหัก แอบรัก
คุณสามี” เพื่อใช้ในการประกวดเรื่องสั้นของเว็บสิรินดา with love ( www.sirinda-stories.net)
และเป็นหนึ่งในห้าของผู้ที่ได้รับรางวัลจากทั้งหมด ๖๙ เรื่อง และได้รับทาบทามจากบรรณาธิการที่เป็น
คณะกรรมการในคราวนั้นให้ลองเขียนเป็นเรื่องยาว แต่ก็ได้ล้มเลิกและปฏิเสธโอกาสนั้นไป เนื่องจากรู้ตัว
วา่ วุฒิภาวะในการเขยี นยงั มีน้อย จึงเลอื กท่ีจะเป็นผ้อู ่านเพยี งอยา่ งเดยี ว จากนน้ั เดือนพฤศจิกายนปีท่ีแล้ว
จึงได้เริ่มลงมือเขียนอีกครั้งเป็นเรื่องยาว ชื่อเรื่อง “จนกว่ารักบันดาใจ” (Nearly Lost Love)
โดยใช้นามปากกาว่า นางงามร้อยเวที และลงอย่างต่อเนื่องในเว็บสิรินดาจนจบลงในเดือนมิถุนายนปีนี้
ได้รับการตอบรับค่อนข้างน่าพอใจ ในตอนแรกมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นประปราย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จนมีผู้เขา้ มาแสดงความคิดเห็นประมาณ ๗๐-๘๐ ความคิดเห็นในตอนท้าย ๆ และเริ่มลงในเว็บเด็กดีก่อน
เขียนจบหน่งึ เดอื นโดยใชน้ ามปากกาวา่ นาวาร้อยกวี และได้รับการตอบรับค่อนข้างดเี ชน่ เดยี วกัน
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย
เพ่อื ศกึ ษาลกั ษณะเด่นของศิลปะการใช้ภาษาในนิยายเรื่อง “อกเกือบหกั แอบรักคุณสามี”
วธิ ีการศึกษา
การศึกษาเรื่อง ศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ของนาวา
ร้อยกวี จำนวน ๕๑๘ หน้า จัดพิมพ์โดย บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
เป็นงานวจิ ัย เชิงคุณภาพ และนาํ เสนอผลงานการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ งานวิจยั นี้จะวิเคราะห์ศลิ ปะ
การใช้ภาษา ๓ ด้าน ได้แก่ การใช้คํา การใช้สํานวนโวหาร และการใช้ภาพพจน์ โดยผู้วิจัยนำบทบรรยาย
และบทสนทนาจากนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” เข้าสู่ขั้นตอนการวิเคราะห์ตามกรอบ
ที่ผู้ศกึ ษากำหนดหนดไว้ ซึง่ แบง่ เป็น ๑๕ ประเภทย่อย สรปุ ผลการวเิ คราะห์ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การใช้คำบอกแสง การใช้คำบอกสี การซ้ำคำ การใช้คําภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาพูด การใช้คํา
ไม่สุภาพ บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร อุปมา อุปลักษณ์ และสัทพจน์ โดยผู่วิจัยปรับแนวคิดจาก
งานวิจัยของ อรจิรา อัจฉริยไพบูลย์ (๒๕๕๔) เรื่อง การวิเคราะห์ศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง
“ช่างสำราญ” ศึกษาลักษณะเด่นด้านศิลปะการใช้ภาษาที่ปรากฏใน ๔ ด้าน ได้แก่ การใช้คำ การใช้
ประโยค การใช้สำนวนโวหาร และการใชภ้ าพพจน์ โดยการศึกษาวจิ ยั จากเอกสาร และนำเสนอผลงานการ
วิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ ทำให้นวนิยายเรื่องช่างสำราญ มีความโดดเด่น แสดงถึงคุณภาพของผลงาน
จนทำให้นวนิยายเร่ืองนีไ้ ดร้ ับรางวลั ซีไรต์
ผลการศึกษา
๑. การใชค้ ำ
ศลิ ปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสามี” ใช้คำทีเ่ หมาะสมกับเน้ือหา
และบรบิ ทของตัวละคร เพอ่ื สรา้ งความสมจรงิ ให้แก่เนื้อเร่ือง และสะดดุ ตาผู้อ่าน ในการศึกษาการใช้ภาษา
ในประเดน็ การใชค้ ำทป่ี รากฏในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคณุ สามี” ผวู้ จิ ยั เลอื กศกึ ษาในประเดน็ ๑๐ ประเด็น
ได้แก่ การใช้คำแสดงอารมณ์ความรู้สึก แสดงอาการเคลื่อนไหว บอกแสง สี เสียง รส การซ้ำคำ
การหลากคำ การใชค้ ำ การใชค้ ำภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาพดู การใชค้ ำไมส่ ภุ าพ ดงั น้ี
๑.๑ การใชค้ ำแสดงอารมณ์ความรูส้ ึก
ในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” เลือกคำเพื่อเน้นย้ำอารมณ์ความรู้สึก
ของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้งและมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครด้วย
คำบอกอารมณ์ ความรู้สึกที่ในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” นำมาใช้ คือ การใช้คำบอก
อารมณ์ความรู้สึกเศร้า เหงา วา้ เหว่ ท้อแท้ สิน้ หวัง น้อยใจและเบอ่ื หน่าย การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรู้สึก
เจ็บปวด ทกุ ข์ ทรมาน การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรสู้ กึ ตกใจ หว่ันไหว หวาดกลัวและระแวง การใช้คำบอก
อารมณ์ความรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิด เกลียดชัง โกรธแค้น หมั่นไส้ อิจฉา การใช้คำบอกอารมณ์ความรู้สึก
อึดอดั กดดัน กังวลและเคร่งเครียด การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรู้สึกอาย เขนิ การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรู้สึก
งง ไม่เข้าใจ ประหลาดใจ การใช้คำบอกอารมณ์ความรู้สึกเหนื่อย การใช้คำบอกอารมณ์ความรู้สึกสงสาร
เวทนา เมตตา และการใช้คำบอกอารมณ์ความรู้สึกดีใจ พอใจ ตื่นเต้นสนุกสนาน สบายใจและมีความสุข
ซึง่ คำดงั กลา่ วล้วนแต่สรา้ งพลงั กระเทอื นใจแกผ่ อู้ ่านให้เกดิ อารมณร์ ่วมด้วย ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี
“แม้จะงว่ งแคไ่ หน แต่คนท่ยี ังไม่นอนกเ็ ดินดมุ่ ๆ ไปคดข้าวใสจ่ าน แลว้ ไปนง่ั รอท่โี ตะ๊ หน้าทีวี
พร้อมช้อนซ้อม ความหิวชนะทุกอย่างจริง ๆ น้ำเสียงใส ๆ ล้อเลียนหมีแพนด้าตัวเขื่องที่นัง่ ง่วงรอกับข้าว
แม้คุณชายประจำบ้าน…แต่แม่ครัวก็ยังคงยิ้มร่าเริงได้อยู่เหมือนเคย พร้อมนำทุกอย่างมาเสิร์ฟให้”
(หนา้ ๓)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำแสดงอารมณ์ความรู้สึก จะเห็น
ได้ว่าจะมีการใช้คำแสดงอารมณ์ความรู้สึก ดังเช่น คำว่า ง่วง ที่บอกถึงอาการของการง่วงนอน คำว่า
หิว ที่บอกถึงความรู้สึกหิว และคำว่า ยิ้มร่าเริง ที่บอกถึงว่าตัวละครนั้นกำลังมีความสุขอยู่ ซึ่งเป็น
การใชส้ อ่ื ความรู้สึกของเธียรวฒั น์ทกี่ ำลังงว่ งแต่ก็ยงั จะเดินไปหาไรกินเพราะความหิว ทำใหเ้ มยทกี่ ำลังดูอยู่
นั้นย้มิ ออกมา
๑.๒ การใชค้ ำแสดงอาการเคลอื่ นไหว
ในนวนิยายในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่า เป็นการเลือกคำ
เพื่อแสดงให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ความรูส้ ึกของตวั ละครอย่างลกึ ซ้ึงอารมณร์ ่วมไปกับตัวละครดว้ ย ไม่ว่า
จะเป็นความสุขหรือความทุกข์ก็ตาม คำบอกอาการเคลื่อนไหวในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณ
สาม”ี นำมาใช้ คอื การเคลอ่ื นไหวของสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีทำใหเ้ ราเหน็ และจนิ ตนาการตามได้ ดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี
“แม้จะง่วงแค่ไหน แต่คนที่ยังไม่นอนก็เดินดุ่ม ๆ ไปคดข้าวใส่จาน แล้วไปนั่งรอที่โต๊ะ
หน้าทีวพี รอ้ มชอ้ นซอ้ ม” (หน้า ๓)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำแสดงอาการเคลื่อนไหวของเธียร
วัฒน์ที่กำลังเดินไปเพื่อจะคดข้าวกิน จะเห็นได้ว่าในข้อความข้างต้นจะมีการใช้คำแสดงอาการเคลื่อนไหว
ได้แก่ คำว่า เดนิ ด่มุ ๆ ท่บี ง่ บอกถึงการเคล่ือนไหวโดยการเดนิ ของตวั ละคร
๑.๓ การใชค้ ำบอกแสง
คำบอกแสงเปน็ การใหแ้ สงเงา ความสวา่ งของสิ่งทต่ี อ้ งการนำเสนอ ซ่ึงชว่ ยผู้อ่านเกิด
จินตภาพที่งดงามเก่ียวกับบรรยากาศและสถานทท่ี ีน่ ำเสนอเกี่ยวกับฉาก คำบอกแสงในนวนิยายเร่อื ง
“อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” นำมาใช้ คือ การใช้คำบอกแสงที่กระพริบ ส่องประกาย การใช้คำบอก
แสงที่เป็นแสงอ่อน ๆ ที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น การใช้คำบอกแสงที่ส่องสว่าง เจิดจ้า การใช้คำบอกแสงที่อ่อน
แสงการใช้คำบอกแสงทห่ี มน่ มวั และมืด ซึ่งล้วนทำให้เหน็ ภาพของฉากตามเน้ือเรื่อง เพ่ิมความงดงามให้แก่
เน้อื เรื่อง ทำใหผ้ อู้ า่ นเกดิ การสัมผัสถงึ ความร้สู กึ น้ัน ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้
“ภายในห้องนอนบนคอนโดหรกู ลางเมือง มา่ นหนาถูกปิดสนิทไมใ่ ห้แสงรำไรจากโลก
ภายนอกเลด็ ลอดเข้ามา” (หนา้ ๑)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำบอกแสงของม่านภายในห้อง
ของเธียรวัฒน์ที่ปิดสนิทไม่ให้แสงนั้นเข้ามาได้ จะเห็นได้ว่าในข้อความข้าวต้นนี้จะมีการใช้คำบอกแสง
ได้แก่ คำว่า แสงรำไร ที่บ่งบอกถึงความสว่างของแสงที่ผ่านเข้ามา แต่ในตัวอย่างข้างต้น คำว่า แสงรำไร
เปน็ การใชบ้ อกถงึ การที่ไมต่ อ้ งการใหม้ ีแสงรำไร หรอื แสงอะไรเลด็ ลอดเขา้ มาในหอ้ งได้
๑.๔ การใช้คำบอกสี
ในนวนิยายในนวนิยายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่า คำบอกสีที่นำมาใช้
มีความหลากหลายและพิถีพิถันในการใช้คำบอกสี เลือกใช้คำในการขยายเพื่อให้รายละเอียด อธิบาย
สิ่งที่ต้องการกล่าวถึงเพราะคำบอกสีบางคำจะต้องเลือกใช้คำให้เข้ากัน หรือลักษณะของสีที่มีการผสมกัน
อยู่หรือภาพตัดกันของสี หรือการแสดงอารมณ์ความรู้สึกควบคู่ไปกับการใช้คำบอกสี ซึ่งทำให้ผู้อ่าน
เกดิ ความร้สู ึกรว่ มและเขา้ ถึงบรรยากาศได้เปน็ อย่างดี ดังตวั อย่างต่อไปนี้
“คำพูดเหลา่ น้ี สำหรับเขาคงเปน็ เพยี งนิทานท่ีเอาไวเ้ ลา่ ใหเ้ ดก็ ฟัง เพราะบนโลกสเี ทา ๆ
ของเขา”
(หน้า ๑)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำบอกสีของโลกของเรา ซึ่งเป็น
การเปรียบเทียบที่ว่าโลกของเรานั้นเป็นเหมือนสีเทา เพราะมีแต่ความมืดมน ไม่สดใส จะเห็นได้ว่า
ในตัวอย่างจะมีการใช้คำบอกสี ได้แก่ คำว่า บนโลกสีเทา ๆ ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบคำว่าโลกที่มนหมอง
โดยการใส่สเี ขา้ ไป ซง่ึ คำว่าสเี ทานน้ั เปรียบได้กับสหี มอกทีด่ มู ดื มน
๑.๕ การใช้คำบอกสยี ง
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่า คำบอกเสียง
ที่นำมาใช้นั้นมีความหลากหลาย ทำให้เข้าถึงตัวละครได้จริง ๆ เป็นคำที่ทำให้ผู้อ่านรับรสจินตภาพ
ของเสียงโดยสัมผัสกับเสียงของคำที่ปรากฏออกมาโดยได้ยินเสียงของคำในการเลียนเสียงแบบต่าง ๆ
และยงั หมายถงึ
คำบอกเสียงและน้ำเสียงของตัวละครที่เปล่งออกมาโดยมีโทนเสียงสามารถบอกระดับความเข้มและอ่อน
ของอารมณ์ตัวละครในขณะนัน้ ได้ซ่ึงจะทำให้ผู้อ่านไดร้ ับสารทีช่ ัดเพ่ิมขึ้น ซง่ึ ในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหัก
แอบรักคุณสามี” จะมีการใช้เสียงบอกอารมณ์ หรือจะเป็นการใช้เสียงบอกสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เราได้
คดิ ภาพตามกันไปได้ ดังตวั อย่างต่อไปน้ี
“เสยี งแจว้ ๆ ของยายเมยเรียกให้พ่ชี ายคนรองดูด้วยความตนื่ เตน้ ดวงตากลมโตจดจ้องอยู่แต่
กบั พ่สี ะใภ้ในชดุ ไทยจักรพรรดยิ กด้นิ ทองทบั สไบสีกลบี บวั โรย” (หนา้ ๑๑)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำบอกเสียงของเมยที่กำลังเรียกพี่
เธียรให้ดูพี่ม่นที่วันนี้แต่งตัวสวยมาก จะเห็นได้ว่าในตัวอย่างจะมีการใช้คำบอกเสียง ดังตัวอย่างคำว่า
เสยี งแจ้ว ๆ เปน็ การบอกถงึ การส่งเสียงของตวั ละครท่เี ปล่งออกมา
๑.๖ การใชค้ ำบอกรส
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ได้นำคำบอกรสมากล่าวถึง
รสชาตขิ องอาหารทำให้ผูอ้ า่ นเกิดความรสู้ ึกและสมั ผัสรสด้วยจนิ ตนาการเสมือนผอู้ ่านได้ลิ้มรสด้วยตนเอง
ซึ่งในนวนิยายในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” นั้นได้เน้นการบอกรสในทางด้านอาหาร
ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้
“หลังจากเรียงทอดมันกุ้งใส่จานอยา่ งสวยงาม นทีรินเลยหันไปชิมแกงเลียงในหม้อที่กำลัง
ไดท้ ี่ นำ้ ซุปจากผกั ริมรั้วรสชาตกิ ลมกลอ่ ม”
(หนา้ ๑๔๒)
จากตวั อยา่ งข้างตน้ มกี ารใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นการใช้คำบอกรสชาตขิ องแกงเลยี งที่เมยไดท้ ำ
ตั้งเอาไวใ้ ห้พเ่ี ธียร จะเห็นได้ว่าในในตัวอย่างแรกจะมีการใช้คำบอกรส คำวา่ รสชาติกลมกลอ่ ม ทบี่ ง่ บอก
ถึงรสชาตอาหารท่ีกลมกล่อม ทำให้ผู้อ่านรสู้ ึกเหมือนไดล้ ม้ิ ลองรสชาตินั้นจริง ๆ
๑.๗ การซ้ำคำ
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่ามีการกล่าวคํา
เดียวกันซํ้าเป็นจำนวน ๒ ครั้งขึ้นไป อาจจะกล่าวซํ้าโดยต่อเนื่องกัน ในภาษาเขียนจะปรากฏการ
ใส่เครื่องหมายไม้ยมก ( ๆ ) หรือมีคําหรือวลีมาคัน่ ซึ่งจะพบได้มากในหนงั สือนวนิยายในเล่มนี้ ดงั ตวั อยา่ ง
ตอ่ ไปน้ี
“เออ่ ...พ่เี ธียรคะ” สาวน้อยเอย่ ทกั ก่อนอย่างกล้า ๆ กลวั ๆ โดยมีกลมุ่ เพื่อนสาวคอยลุ้น
กันอยู่ตรงประตูทางเขา้ แผนก เพราะเธอมายืนอยู่ตรงน้ีก็นานแล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีว่าคนทีก่ ำลงั ยุ่งจะเงย
หนา้ มาดเู ธอเลย” (หนา้ ๔)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการซ้ำคำ ดังเช่น คำว่า กล้า ๆ กลัว ๆ
ที่บ่งบอกถึงอาการลังเล จะกล้าก็ไม่กล้า จะกลัวก็ไม่กลัว เหมือนอย่างที่เมยกำลังรวบรวมความกล้าที่จะเรียก
พเี่ ธยี รใหห้ ันมา
๑.๘ การใชค้ าํ ภาษาต่างประเทศ
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่าคำที่ปรากฏ
จะพบคําทม่ี าจากภาษาอังกฤษ เปน็ การใชใ้ นลักษณะทบั ศพั ท์ภาษาโดยใช้ตัวอกั ษรภาษาไทยแทนการออก
เสียงของคํา ซึ่งทำให้เห็นถึงความทันสมัยในการเลือกใช้ภาษาในต่างประเทศมาทับศัพท์ ทำให้รู้ว่าคน
ในชีวติ ประจำวันของเราน้ันกม็ ักจะชอบพูดทบั ศัพท์ออกมาเลย ดงั ตัวอย่างต่อไปนี้
“พวกมนั เหน็ โรงพยาบาลเป็นงานปารต์ ี้รยี งั ไง” เธยี รวัฒนม์ องดว้ ยความอิจฉา ที่ทุกคน
เดินเหนิ กนั อยา่ งสบาย ยิ่งเห็นก็ยงิ่ รำคาญตัวเองที่ตอ้ งนอนอยู่แต่บนเตียง
(หนา้ ๒๗)
จากตวั อย่างข้างตน้ มีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้ภาษาต่างประเทศของเธียรวัฒน์ท่ีกำลัง
บ่นเพื่อน ๆ ที่มาเยี่ยมเขาที่โรงยาบาลแต่กลับเอาซีดีหนังมาเปิดดูกันอย่างเพลิดเพลิน จะเห็นได้ว่าใน
ตัวอย่างจะมีการใช้คำภาษาต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ปาร์ตี้ เป็นการทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งจริง ๆ
สามารถใชค้ ำว่างานเล้ียงแทนก็ได้ แต่ผู้แต่งใช้คำที่ทันสมยั เพ่อื ให้นวนยิ ายมีความนา่ อ่ืนยงิ่ ข้นึ
๑.๙ การใช้ภาษาพูด
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผู้ศึกษาพบว่าภาษาพูด
บางทีเรียกว่า ภาษาปาก หรือ ภาษาเฉพาะกลุ่ม เช่น ภาษากลุ่มวัยรุ่น ภาษากลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ภาษาพูดไมเ่ คร่งครัดในหลักภาษาบางครัง้ ฟังแลว้ ไม่สภุ าพมักใช้พดู ระหว่างผู้สนิทสนม ผูแ้ ต่งนำภาษาปาก
ไปใช้เป็นภาษาพูดของตัวละครเพื่อความเหมาะสมกับฐานะตัวละคร ซึ่งในนวนิยายเล่มนี้ก็จะมีการใช้
ภาษาพูดของตัวละครเพื่อให้ดูธรรมชาติ ผู้เขียนเลยใช้ภาษาพูดในการเขียนลงไป ทำให้เข้าถึงตัวละคน
แตล่ ะตัวได้งา่ ยดาย ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี
“อะไรวะ อุตส่าหเ์ ชยี ร์” คนแพห้ ันไปค้อนสาวนอ้ ยท่ีนึกวา่ จะเปน็ ตวั เต็งของวันี้
(หน้า ๖)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้ภาษาพูดในฉากเป็นเหตุการณ์ที่มี
หญิงสาวคนหนึ่งไปชวนเธียรวัฒน์เพื่อไปกินข้าว แต่ก็โดนเธียรวัฒน์ปฏิเสธอย่างหน้าตาเฉย จะเห็นได้ว่า
ในในตัวอย่างจะมีการใชภ้ าษาพูด คำว่า อะไรวะ ทำให้เห็นถึงภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มักใช้กับคน
ที่มคี วามสนทิ สนมคุ้นเคยกนั เป็นพิเศษ หรอื ใชก้ ับกล่มุ เพอื่ น
๑.๑๐ การใช้คําไม่สภุ าพ
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” คือคําที่อยู่ในระดับ
ภาษาปาก อาจใช้กับผู้ที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันหรือใช้ตําหนิติเตียนฝ่ายตรงกันข้ามด้วยความไม่ให้
เกียรติ ซึ่งในเรื่องก็จะไม่ค่อยปรากฏเยอะ ทำให้ไม่ค่อยจะเจอคำที่ไม่สุภาพในหนังสือนวนิยายน้ี
ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
“บรพิ งศ์ไดแ้ ต่สา่ ยหนา้ ระอาเธยี รวฒั น์ ถา้ เกดิ เขาเปน็ น้องคนน้ัน คงได้ของวันน้ี
เอารองเทา้ ยดั ปากมนั ก่อนกลับแน่!”
(หน้า ๔)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำไม่สุภาพ จะเห็นได้ว่าใน
ตัวอย่างจะมีการใช้คำไม่สภุ าพ ดังตวั อย่าง คำว่า เอารองเทา้ ยดั ปากมันก่อนกลับแน่! ซึ่งในฉากริพงศ์เกิด
ความไม่พอใจเธียรวัฒนเ์ ลยพูดคำไมส่ ภุ าพออกมา
๒. การใช้สำนวนโวหาร
๒.๑ บรรยายโวหาร
ผลการวิเคราะห์ผูศ้ ึกษาพบว่าในนวนิยายเรือ่ ง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ใช้ศิลปะการใช้
ภาษาเปน็ การใชภ้ าษาในการเล่าเรื่อง บรรยายเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดข้นึ ในนวนยิ ายอย่างละเอียด เพ่ือให้
ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวความเป็นมาของตัวละคร ภูมิหลัง และเหตุผลที่ ตัวละครได้กระทำสิ่งใดสิ่งหน่ึง
รอมแพงมกั ใชว้ ิธีการบรรยายโวหารเม่ือตอ้ งการให้เร่ืองราวดำเนินต่อไปโดยไม่ได้ลงรายละเอยี ดท่ีตัวละคร
มากนกั ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
“มือของแม่สั่นไปหมด เมื่อพยายามกุมมือของเขาที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางอย่าง
ระมัดระวัง เพราะกลัวจะทำเขาเจ็บมากไปกว่านี้ ปริวัตถ์ที่ควรจะอยู่เชียงของก็มาด้วย และเอื้อมมือ
มาแตะตัวเขาไว้เชน่ เดียวกัน โดยมีภรรยาคือมนต์วธูยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเป็นหว่ ง ทุกคนหน้าตาเหมือน
อดนอนกันมาหลายคืน เขาแอบสงั เกตเห็นดว้ ยว่าพชี่ ายตาแดงจนชำ้ ”
(หนา้ ๒๔)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านบรรยายโวหาร ซึ่งในฉากนั้นป้าจีได้มี
ความเป็นห่วงเธียรวัฒน์อยู่ตลอดเวลา คอยเฝ้าไม่ห่าง จะเห็นได้ว่าในตัวอย่างเปน็ การบรรยายถึงความรัก
ของแม่ที่มีต่อลูก แสดงอาการเป็นห่วงต่าง ๆ นานา ผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นความรักที่บริสุทธิ์ของแม่
ที่หวังดตี ่อลกู เสมอมา
๒.๒ พรรณนาโวหาร
ผลการวิเคราะห์ผู้ศึกษาพบว่าในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ใช้ศิลปะการใช้
ภาษาการใช้การพรรณนาโวหาร เป็นการใช้ภาษาที่มีชั้นเชิงรำพึงรำพัน ทั้งนี้อาจจะเป็นการรำพึงรำพัน
กิริยาท่าทางของตัวละคร หรือเป็นการใส่บทสนทนาการรำพึงรำพันผ่านตัวละคร เป็นการสอดแทรก
อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน เพื่อโน้มน้าวให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกสะเทือนใจและคล้อยตาม ทำให้ผู้อ่าน
เขา้ ใจความรู้สึกของตวั ละครหรอื เหน็ ภาพเหตกุ ารณ์อย่างละเอยี ด ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
“เจา้ ของเสยี งหวานหวั เราะในลำคออย่างพึงพอใจ เลบ็ สีแดงสดจับปลายคางขาวจัดน้ันให้หัน
กลับมา แล้วกดริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีเลือดนกลงบนปากสีแดงเรื่อโดยธรรมชาติอย่างอดใจไม่ไหว
มอื หนาทก่ี ำลังติด กระดมุ เส้ืออยจู่ ึงต้องหยดุ ลง เพราะถูกคั่นจังหวะด้วยรสจบู อันดูดดื่มสุดท้ายคนที่คิดจะ
กลบั บ้านจงึ ต้องล้มตัวลงบนเตยี งอกี คร้งั ”
(หนา้ ๒)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านพรรณนาโวหาร ถึงฉากที่ญาดากำลังอยู่กับ
เธยี รวัฒน์ ญาดาพยายามยัว่ ยุเธยี รวฒั น์จนสำเรจ็ จะเห็นไดว้ ่าในตวั อย่างเปน็ การพรรณนาถึงยง่ิ ยั่วยุต่าง ๆ
ทำใหเ้ ราเกดิ ภาพจนิ ตนาการ และคลอ้ ยไปตามกับอารมณข์ องผู้เขยี น
๓. การใชภ้ าพพจน์
๓.๑ อปุ มา
ผลการวิเคราะห์ผู้ศึกษาพบว่าในนวนิยายในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี”
ใช้ศิลปะการใช้ภาษาด้านอุปมาที่หลากหลาย สิ่งที่นำมาเปรียบนั้นทำให้ผู้อ่านเกิดภาพที่ชัดเจน สามารถ
สัมผัสถึงสิ่งที่กล่าวถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของตัวละคร ลักษณะฉาก รวมทั้งอารมณ์ความรู้สึก
ของตัวละคร อุปมา ที่ใช้นั้นคือ การใช้สิ่งเปรียบเทียบหนึ่งอย่าง การใช้สิ่งเปรียบเทียบสองอย่างการใชส้ ิ่ง
เปรียบเทียบมากกว่าสองอย่าง และสิ่งที่นำมาเปรียบก็เช่น ความรู้สึกของตัวละครในเรื่อง และสามารถ
เลือกสื่อสารสิ่งเปรียบได้เข้ากัน อีกทั้งเข้ากับฉาก อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร แสดงให้เห็นถึง
ความสามารถและต้องการกลา่ วถงึ ใหส้ ่อื สารกับผอู้ ่านใหเ้ ขา้ ใจมากที่สดุ ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้
“เธียรวฒั น์นั่งนง่ิ ทำตวั กลมกลืนไปกับเสาท่ีพิงอยู่ราวไม่มีสว่ นเกยี่ วขอ้ งจนประภาแม่ตัวจรงิ
ของเมยเดินเข้ามารว่ มวง”
(หนา้ ๑๓)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใชศ้ ิลปะทางภาษาด้านอุปมา ซึ่งในฉากเธยี รวัฒน์นั้นทำเปน็ ไม่ได้ยิน
สิ่งที่ป้า ๆ พูดกัน เลยทำตัวกลืนไปกับเสาที่พิงอยู่ จะเห็นได้ว่าในตัวอย่างนั้นจะมีการใช้คำเปรียบเทียบ
อปุ มา ตวั อย่าง คำวา่ ราวกบั ท่ีใช้เปรียบเทยี บส่ิงหน่ึงกับส่ิงหนึง่ เพอ่ื ให้เหน็ เหน็ ภาพทีช่ ดั เจนยง่ิ ขน้ึ
๓.๒ อปุ ลกั ษณ์
ผลการวิเคราะห์ผู้ศึกษาพบวา่ ในนวนิยายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ใช้ศิลปะการใช้
ภาษาดา้ นอปุ ลักษณท์ ี่คลา้ ยคลึงกนั กับอุปมา คือ การใช้ส่งิ เปรียบเทยี บหนง่ึ อยา่ ง การใชส้ ง่ิ เปรยี บเทยี บ
สองอย่าง การใช้สิ่งเปรียบเทียบมากกว่าสองอย่าง และใช้สิ่งเปรียบไม่ต่างกันคือ คน สัตว์ พืช สิ่งของ
และอ่นื ๆ ซ่งึ ทำให้เกิดภาพของฉาก พฤตกิ รรมของตัวละคร รวมท้ังอารมณค์ วามรสู้ ึกดว้ ย ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
“คำพดู เหลา่ นี้ สำหรับเขาคงเป็นเพยี งนิทานท่ีเอาไวเ้ ลา่ ใหเ้ ดก็ ฟัง เพราะบนโลกสีเทา ๆ
ของเขา”
(หนา้ ๑)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านอุปลักษณ์ จะเห็นได้ว่าในตัวอย่างแรกนั้น
จะมีการใช้คำเปรียบเทียบอุปลักษณเ์ ช่น คำว่า เป็น ที่บ่งบอกถึงการเปรียบเทียบส่ิงหน่ึงเป็นอีกสิ่งหนึง่ ใช้
วิธีกลา่ วเปน็ นัยให้เข้าใจเอาเอง
๓.๓ สัทพจน์
ผลการวิเคราะห์ผู้ศึกษาพบว่าในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ใช้ศิลปะการใช้
ภาษา เป็นการใช้เครื่องมือทางภาษาเลียนเสียงที่เกิดขึ้นจริงในธรรมชาติ หรือในชีวิตประจำวัน เป็นการ
สร้างจินตนาการให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามเรื่องราวที่ผู้เขียนเล่า เมื่อผู้อ่านอ่านมาถึงตอนนี้การใช้
ภาพพจน์สัทพจน์ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการในเรื่องราวที่ผู้เขียนต้องการสื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดังตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
“นทรี นิ ย้ิมออกมาอย่างเคลบิ เคลิม้ กอ่ นจะตบหน้าตวั เองดงั ฉาด เพียะ!”
(หน้า ๑๐๔)
จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านสัทพจน์ ซึ่งในฉากเมยนั้นกำลังยิ้มดีใจ
จนต้องตบหน้าตัวเองดูว่าฝันไปหรือเปล่า จะเห็นได้ว่าในตัวอย่างนั้นจะมีการใช้คำเปรียบเทียบสัทพจน์
เช่น คำว่าเพียะ! ท่ีบง่ บอกถงึ เสยี งตบหน้าของเมย เพอื่ ให้ตัวเองได้สติ
อภิปรายผล
จากการศึกษา“การวิเคราะห์วรรณกรรมเชิงนิเวศในนวนิยาย เรื่อง ใบไม้ร่วงในป่าใหญ่”
พมิ พ์ครั้งท่ี ๑๑ สำนักพิมพ์บ้านหนังสอื จำนวน ๒๒๓ หนา้ จำนวน ๑๐๙ ขอ้ ความมาวิเคราะห์ตามแนวคิด
วรรณกรรมเชิงนิเวศของ อาร์เน แนสส์ ผลการวิเคราะห์พบว่า แนวคิดวรรณกรรมเชิงนิเวศของ อาร์เน
แนสส์ ปรากฏตามลำดับ ได้แก่ การประจักษ์แจ้งในตัวตนที่แท้จริง พบจำนวน ๔๖ ข้อความ คิดเป็นร้อยละ
๔๒.๒๐ การมองเห็นคุณค่าของชีวิต ละสรรพสิ่งทัง้ หลาย พบจำนวน ๓๔ ข้อความ คิดเป็นรอ้ ยละ ๓๑.๑๙
มนุษย์เป็นนายเหนือธรรมชาติ พบจำนวน ๒๕ ข้อความ คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๙๔ ความเจริญก้าวหน้า
ทางด้านเทคโนโลยีพบจำนวน ๔ ข้อความ คิดเป็นร้อยละ ๓.๖๗ ข้อมูลดังกล่าวสามารถอภิปรายผลได้
ดงั นี้
การศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาของ ศุภิสรา เทียนสว่างชัย (๒๕๖๐) เรื่อง แนวคิดนิเวศ
สำนึกในวรรณกรรมของนิรันศักดิ์ บุญจันทร์ เป็นการศึกษาบทบาทของธรรมชาติและมนุษย์ที่ผู้เขียน
ใช้นำเสนอเพื่อแสดงความสัมพันธ์ท่ีดำเนินไปภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในดา้ นต่าง ๆ ซึ่งพบว่า
วรรณกรรมของ นริ ันศกั ด์ิ บุญจันทรน์ ำเสนอแนวคิดนิเวศสำนึกที่แสดงใหเ้ ห็นถึงปัญหาทางธรรมชาติ และ
สิ่งแวดล้อมโดยมีการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ที่ตั้งอยู่ในความเหลื่อมล้ำที่ยึด
มนุษย์เป็นศูนยก์ ลางจนนำไปสูก่ ารเปลี่ยนแปลงทางวิกฤตทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และงานวิจยั ของ
ธัญญา สงั ขพนั ธานนท์ (๒๕๕๙) เรือ่ ง วรรณกรรมวจิ ารณ์เชงิ นเิ วศ: วาทกรรมธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมใน
วรรณกรรมไทยเป็นการศึกษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในวรรณคดีไทย ตามแนวการศึกษาแนวคิด
วรรณกรรมเชิงนิเวศ ศึกษากระบวนทัศน์เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏในวรรณกรรม
วรรณคดีไทยว่ากระบวนทัศน์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความสำคัญเป็นการตระหนักรู้ในความยิ่งใหญ่
และความสำคัญของธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
เพราะกระบวนทัศน์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอยหรือเป็นอิสระจากปัจจัยทาง
เศรษฐกิจทางสงั คม ซ่ึงข้อความดังกลา่ วมีเนื้อหาทใ่ี กล้เคียงกนั
แนวคิดวรรณกรรมเชิงนิเวศที่ผู้วิจัยรวบรวมจากนวนิยาย เรื่อง ใบไม้ร่วงในป่าใหญ่ ในส่วนที่เป็น
แนวคดิ สำนกึ นเิ วศท่เี ป็นมติ รต่อธรรมชาติเหมือนกบั แนวคดิ ท่ีปรากฏในงานวิจยั ของ ศุภิสรา เทียนสว่างชัย
(๒๕๖๐) เรื่อง สวนหลังบ้าน: การเยียวยาของธรรมชาติและเทคโนโลยีในฐานะตัวร้าย ท่ีศึกษานวนิยาย
สวนหลังบ้านภายใต้กรอบแนวคิดเชิงนิเวศสำนึก พบว่า นวนิยาย สวนหลังบ้าน มีการแสดงให้เห็นถึง
กระบวนทัศน์ทางธรรมชาติที่สอดคล้องกับแนวคิดสำนึกนิเวศที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และแนวคิดที่เป็น