อัจฉริยไพบูลย์ (๒๕๕๔) ศึกษาเรื่อง การวิเคราะห์ศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง “ช่างสําราญ”
พบว่าจะวิเคราะห์ศิลปะการใช้ภาษา ๔ ด้าน ได้แก่ การใช้คำ การใช้ประโยค การใช้สำนวนโวหาร
และการใช้ภาพพจน์ ผู้เขียนเลือกใช้ลักษณะเด่นของศิลปะการใชภ้ าษาเข้ามานําเสนอเร่อื งราว เมื่อจะส่ือ
ถึงความทุกข์ยากลําบากของตัวละคร เดือนวาด พิมวนามักจะเลือกใช้ภาษาที่สื่อความโดยการเสนอแนะ
ผา่ นการใช้สํานวนโวหาร และการใช้ภาพพจน์ส่วนเรอื่ งราวเก่ียวกบั ความสุขสาํ ราญของตวั ละคร เดือนวาด
อย่างไรก็ตามผลการศึกษาครั้งนี้ยังมีความแตกต่างจากงานวิจัยของ วราพรรณ ทิ้งโคตร
และนนทชา คัยนันทน์ (๒๕๖๒) ศึกษาเรื่อง “การใช้ภาษาสร้างจินตภาพในนวนิยายสยองขวัญชุด ๔ ทิศ
ตายของภาคินัย”มีการศึกษาการใช้คำสร้างจินตภาพพบว่า มี ๖ ลักษณะ ได้แก่ ๑) การใช้คำสร้าง
จินตภาพการมองเห็น ๒) การใช้คำสร้างจินตภาพที่แสดงอาการและความเคลื่อนไหว ๓) การใช้คำสร้าง
จินตภาพ ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึก ๔) การใช้คำสร้างจินตภาพการได้ยิน ๕) การใช้คำสร้างจินตภาพการ
สัมผัส และ ๖) การใช้คำสร้างจินตภาพการได้กลิ่น ส่วนในด้านการใช้ภาพพจน์สร้างจินตภาพพบว่ามี
๖ ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ ๑) อุปมา ๒) อปุ ลกั ษณ์ ๓) บุคลาธษิ ฐาน ๔) อตพิ จน์ ๕) ปฏิภาคพจน์ และ ๖) ปฏิปุจฉา
ในการศึกษางานวิจัยนี้มีทั้งส่วนที่สอดคล้อง และแตกต่างกันกับการศึกษาศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยาย
เรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” กล่าวคือส่วนที่สอดคล้องกัน ด้านการศึกษาอุปมา เป็นภาพพจน์
ที่ผู้เขียนนิยมนำมาใช้ให้ผู้อ่านเกิดภาพขึ้นในใจโดยใช้เหตุการณ์ในปัจจุบันเรื่องราว สิ่งของ ที่ผู้อ่าน
สามารถสัมผัสอารมณ์นั้นไดเ้ ปรียบเทียบกับเหตกุ ารณ์ สิง่ ของ ในนวนยิ ายทีไ่ ด้ศึกษามาในขา้ งต้นดังกล่าว
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะสำหรบั การนำผลการวิจยั ไปใช้ประโยชน์
๑. ผลการศึกษาศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ของนาวา
ร้อยกวี แสดงให้เห็นคุณค่าทางด้านการใช้ศิลปะการใช้ภาษาในด้านต่าง ๆ ในนวนิยายของ นาวาร้อยกวี
ผู้อา่ นสามารถนำ ความรู้ดังกลา่ วไปใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นการสรา้ งสรรค์ผลงานของตนต่อไป
๒. ผู้อา่ นสามารถนำผลการศกึ ษาไปปรับประยุกต์ใชใ้ นการวิเคราะห์ การสงั เคราะห์รวมถงึ
การประเมนิ ค่า งานเขยี นประเภทต่าง ๆ ทั้งวรรณคดี และวรรณกรรมในปัจจบุ ัน
ขอ้ เสนอแนะสำหรับการวจิ ยั ครัง้ ตอ่ ไป
๑. ควรศึกษาศิลปะการใช้ภาษาในงานวรรณกรรมอื่น ๆ ของนาวาร้อยกวี เพื่อแสดงให้เห็น
เอกลกั ษณ์เฉพาะตัวของนาวารอ้ ยกวี และพัฒนาการของการใชภ้ าษา
๒. ควรศึกษาศิลปะการใช้ภาษาของนาวาร้อยกวี กับนักเขียนคนอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เห็น
ลกั ษณะรว่ ม และลักษณะต่างของการใชภ้ าษาในงานวรรณกรรม
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหม่นวกาล หนา้ ๔๖
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
เอกสารอ้างองิ
เนตรทราย คงอนวุ ฒั น.์ (๒๕๕๐). ศกึ ษาศิลปะการใชภ้ าษาในนวนิยายของวัฒน์ วรรลยางกรู .
ปริญญาการศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ.
ปรีดา สวุ รรณจันทร.์ (๒๕๖๐). วรรณกรรมศกึ ษา. ภาควชิ าภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์
และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู ก็ต
มนชิดา หนแู ก้ว (๒๕๖๒). กลวิธีในการนำเสนอเนือ้ หาและการใช้ภาษาในนวนิยาย
ของ รอมแพง. ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑติ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษณิ .
รงุ่ รัตน์ ทองสกุล. (๒๕๕๙). ศิลปะการประพันธค์ ำร้องในวรรณกรรมเพลงที่ขับร้องโดย
ไมเ้ มอื ง. ภาคนิพนธม์ หาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ .
วราพรรณ ทิ้งโคตร นนทชา คยั นนั ทน์. (๒๕๖๒). การใชภ้ าษาสรา้ งจนิ ตภาพในนวนยิ ายสยอง
ขวัญ ชุดที่ ๔ ทศิ ตายของภาคินยั . วิวิธวรรณสาร.
สิทธา พินจิ ภวู ดล. (๒๕๒๐). ความรู้ทว่ั ไปทางวรรณกรรมไทย. พิมพ์ครัง้ ที่ ๒.
กรงุ เพท : ดวงกมล
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหมน่ วกาล หน้า ๔๗
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
ภาพสะท้อนทป่ี รากฏในวรรณกรรมเรอื่ งสนั้ บันทึกจากขยะสงั คม ของทนุธรรม
มณนี ุช นชุ นอ้ ย
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพสะท้อนด้านสังคมที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องส้ัน
ของทนุธรรม การวิจัยครั้งน้ีผู้วิจัยศึกษาเกี่ยวกับศึกษาภาพสะท้อนด้านสังคม ด้านครอบครัว
ด้านการศึกษา และด้านพฤติกรรม จำนวน ๒๓๑ หน้า และโดยนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ตามประเด็น
ที่กำหนดไว้
ผลการศึกษาพบภาพสะท้อนในนวนิยายเร่อื ง “ภาพสะท้อนท่ีปรากฏในวรรณกรรมเร่ืองส้ันบันทึก
จากขยะสังคม” ของทนุธรรม เป็นการศึกษาวรรณกรรมเรื่องสัน้ ท่ีสะท้อนให้เห็นถึงสภาพทางสังคม ไม่ว่า
จะเป็นด้านการศึกษา ด้านครอบครัว ด้านพฤติกรรม ด้านการใช้ชีวิต บันทึกจากขยะสังคมมีเนื้อเรื่องท่ี
เก่ยี วกับพฤติกรรมเปน็ หลัก ดำเนนิ เรอื่ งราวอย่างน่าติดตามเข้มข้นทง้ั เร่ือง ซึง่ แบ่งเน้อื หาออกเป็น ๓ ส่วน
ในแต่ละตอนจะแสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อน ๓ ด้าน คือ สะท้อนด้านการศึกษา สะท้อนด้านครอบครัว
สะท้อนด้านพฤติกรรม โดยการศึกษาวิจัยจากเอกสาร และนําเสนอผลงานการวิจัย แบบพรรณนา
วิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่าภาพสะท้อนที่ปรากฏในนวนิยาย เรื่อง““ภาพสะท้อนที่ปรากฏในวรรณกรรม
เรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม” ของทนุธรรม” ทำให้มองเห็นถึงลักษณะเฉพาะในด้านภาพสะท้อนสังคม
ทนุธรรมเป็นนักเขียนที่สามารถใช้ภาษาที่แสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึกได้ชัดเจนที่ให้ตระหนัก
และเห็นความสำคัญของของครอบครัว ความสำคัญของการศึกษา ความสำคัญของด้านพฤติกรรม
ตลอดจนความสำคัญของการใช้ชีวิตเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นวนิยาย เรื่อง บันทึกจากขยะสังคม
เปน็ นวนยิ ายที่ช่วยให้ผอู้ า่ นเข้าใจงา่ ย สามารถเขา้ ถงึ ผูอ้ า่ นไดท้ ุกเพศทุกวยั สร้างการยอมรับ และประทับใจ
ในผลงานวรรณกรรมไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
คำสำคญั : วรรณกรรม, นวนยิ าย, ภาพสะท้อน
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๔๘
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
บทนำ
ประทีป เหมือนนิล (๒๕๒๓, หน้า ๖) ได้กล่าวถึงวรรณกรรมไว้ว่า งานเขียนทั้งร้อยแก้วร้อย
กรองทุกชนิด ซึ่งนับว่ามีความหมายกว้างมาก ส่วนจะมีคุณค่ามากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับวรรณศิลป์
คือศิลปะการแต่งหนังสือนั้นเป็นสำคัญ ถ้าวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกัน
ทว่ั ไปว่าเปน็ หนงั สอื ดี วรรณกรรมกอ็ าจไดร้ ับยกยอ่ งว่าเป็นวรรณคดี
พลศักดิ์ จิรไกรศิริ (๒๕๒๑, หน้า ๑๑) อ้างถึงใน บุญยงค์ เกศเทศ (๒๕๓๖, หน้า ๑) เนื่องจาก
วรรณกรรม เป็นผลผลิตของมนุษย์ เป็นงานสร้างสรรค์ศิลปะที่ใช้ภาษาเป็นสื่อกลางไม่ว่าจะมีเนื้อหาแบบ
ใดก็ตาม มีขอบเขตถึงงานเขียนทุกชนิด เช่น วรรณคดี นวนิยาย เรื่องสั้น บทความ รวมทั้งวรรณกรรม
ทเ่ี ลา่ สบื ตอ่ กนั ด้วยปาก เชน่ นิทานพ้นื บ้าน และบทเพลงตา่ ง ๆ
สุพิศ เอื้องแซะ (๒๕๖๐, หน้า ๑) ได้กล่าวถึงในส่วนของเรื่องสั้นว่าว่า วรรณกรรมสมัยใหม่
ท่ีสะทอ้ นสภาวะแห่งยุคสมยั สามารถเสนอปญั หาที่เห็นอยรู่ อบด้านได้อย่างรวดเร็ว ทง้ั นเี้ น่ืองจากลักษณะ
พิเศษของเรื่องสั้นที่แตกต่างไปจากวรรณกรรมประเภทอื่น ๆ คือเนื้อหาจะสั้น กระชับ เข้มข้น
และสามารถส่ือแนวคดิ ได้ตรงประเดน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพดังที่ (ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ๒๕๓๐, หน้า ๗๗)
กล่าวไว้ว่า พลังของเรื่องสั้นสามารถสื่อเนื้อหาทางสังคม ทั้งที่เป็นตัวสะท้อนถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก
ของผู้คนในยุคสมัยหนึ่งและเสนอให้เห็นถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง
ของสังคมในยุคสมัยนั้นดังนั้นผลงานที่ถ่ายทอดชีวิตและสังคมดังกล่าวย่อมขึ้นอยู่กับแนวคิด
ของนักประพันธ์แต่ละคนที่มีต่อชีวิตและสังคมในแต่ละยุคสมัย ซึ่งผลงานการประพันธ์ของนักประพันธ์
แตล่ ะคนย่อมแตกต่างกนั ไปตามความรู้สึกนึกคดิ และการเขา้ ใจความเปน็ จรงิ ของสังคม
จากความหมายข้างต้น สรุปได้ว่า วรรณกรรมเรื่องสั้น หมายถึง การพัฒนาการด้านความคิด
โครงเรื่องและกลวิธีการแต่งมากขึ้น โดยนักเขียนมุ่งที่จะเขียนเรื่องที่สะท้อนสภาพสังคมและวิถีชีวิต
ของมนุษย์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้อย่างสมจริงตามที่ (ถวัลย์ มาศจรัส ๒๕๔๐, หน้า ๑๕) ได้กล่าวถึงเรื่องส้นั ไว้
ว่า“เรื่องสั้นเป็นงานเขียนที่มีเสน่ห์ อีกรูปแบบหนึ่งที่ผิดไปจากนิทาน เรื่องสั้นที่มีคุณค่าจะให้ทั้งแง่คิด
ความรู้และปรัชญาของมนุษย์ จัดเป็นงานเขียนที่จะช่วยกระตุ้นผู้คนให้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในการเตือนสติ
ผู้คนในสังคมให้รู้จักยั้งคิดและพรอ้ มจะก้าวไปข้างหน้าหรือหาทางช่วยเหลือสงั คมได้ด้วยสำนกึ ของตนเอง
สอดคล้องกับทัศนะของ (สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร ๒๕๔๑, หน้า ๑๔๖) ที่เห็นว่า “เรื่องสั้นนั้นมิได้เป็น
เพียงวรรณกรรมท่ีให้ความบันเทิงอารมณ์เท่านั้น แต่ยังอาจให้คุณค่าสาระแก่ชีวิตและสังคมได้ไม่น้อยไป
กว่างานวิชาการและขอ้ มูลในรูปแบบอ่ืนใดเลย (สุพิศ เอืองแซะ ๒๕๖๐, หน้า ๑) เช่น หนังสือวรรณกรรม
เรอ่ื งส้นั บนั ทกึ จากขยะสงั คมโดยสอดแทรกเร่ืองราวที่มภี าพสะท้อนต่าง ๆ แฝงอยู่
บันทึกจากขยะสังคม เป็นวรรณกรรมเรื่องสั้นที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพทางสังคม ไม่ว่าจะเป็น
ด้านการศึกษา ด้านครอบครัว ด้านพฤติกรรม ด้านการใช้ชีวิต บันทึกจากขยะสังคมมีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับ
พฤตกิ รรมเปน็ หลกั ดำเนินเรอ่ื งราวอย่างนา่ ติดตามเข้มขน้ ท้ังเรื่อง ซงึ่ แบ่งเนือ้ หาออกเป็น ๓ สว่ น ในแต่ละ
ตอนจะแสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อน ๓ ด้าน คือ สะท้อนด้านการศึกษา สะท้อนด้านครอบครัว สะท้อน
ด้านพฤติกรรม
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบับเบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๔๙
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ยั
เพื่อศึกษาภาพสะท้อนดา้ นสังคมทป่ี รากฏในวรรณกรรมเร่อื งส้ันของทนุธรรม
แนวคิด ทฤษฎี กรอบแนวคิด
สุพิศ เอื้องแซะ (๒๕๖๐) ศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนสังคมและกลวิธีการนําเสนอเรื่องสั้นใน
นิตยสาร คู่สร้างคู่สม” โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ เพื่อศึกษาภาพสะท้อนสังคมและกลวิธีการ
นำเสนอเรื่อง สั้นในนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” ผู้วิจัยเลือกศึกษาเฉพาะเรื่องสั้นในคอลัมน์ถวิลหาอดีต และ
เรื่องจริงจากผู้ เล่า ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ จำนวน ๑๓๙ เรื่อง
โดยนำเสนอ ผลการวิจัยแบบพรรณวิเคราะห์ ปรากฏผลการวิจัยดังนี้ ภาพสะท้อนสังคมที่นักเขียนได้
สะท้อนออกมาใน วรรณกรรมเรื่องสั้นจากนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” ผลการศึกษาพบว่า ภาพสะท้อนสังคม
ด้านเศรษฐกิจ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ตัว
ละครได้รับความ ลำบากทสี่ นิ ค้ามรี าคาแพงผลผลิตไม่ดถี ูกเอารัดเอาเปรยี บส่งผลให้เกิดปัญหาหน้สี ิน ส่วน
ด้านการศกึ ษาพอ่ แม่เหน็ ความสำคัญของการศึกษาสง่ เสริมให้ลกู หลานได้เรยี นหนงั สือ รวมทั้งมีค่านิยมส่ง
ลูกเรียนใน โรงเรียนที่มีชือ่ เสียง แต่เด็กชนบทบางคนมีฐานะยากจนทำให้ขาดโอกาสทางการศึกษาเพราะ
ครอบครัว ต้องการใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครัวในการทำงานในด้านวัฒนธรรมประเพณีและความ
เชื่อ ชาวไทย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและยังมีความเชื่อเรื่องไสย
ศาสตร์อำนาจ เหนือธรรมชาติด้านค่านิยมสังคมที่มีการพัฒนาทางด้านวัตถุส่งผลให้เกิดการยกย่องผู้ที่มี
ทรัพย์สิน เงินทอง และหน้าที่การงานโดยไม่คำนึงถึงความดดี ้านจิตใจคน นอกจากนี้ยังสะท้อนภาพสังคม
ด้านอื่น ๆ เช่น ปัญหาครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมเมืองและสังคมชนบทที่มีความแตกต่างกัน
ด้านกลวิธีการ นำเสนอเรื่องสั้นในนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” พบว่า นักเขียนนิยมเปิดเรื่องโดยการบรรยาย
เหตุการณ์ ฉาก ตัวละคร การใช้บทสนทนา และมุ่งเน้นนำเสนอกลวิธีการดำเนินเรื่องตามแบบปฏิทิน
เรียงลำดับเวลา ซึ่ง ง่ายต่อความเข้าใจ รวมถึงผู้เขียนเป็นผู้รู้แจ้งเหน็ จริงทุกอย่างเป็นผูเ้ ล่าเรื่องราวต่าง ๆ
ส่วนด้านทัศนะของ ผู้เขียนพบว่าผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านรับรู้ความรู้สึกแห่งความสุขความเศร้าเสียใจ
สลดหดหู่ว้าเหว่ รวมถึงการประชดประชัน สงสัยเตือนสติให้แง่คิดในด้านต่าง ๆ ทำให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมใน
เร่อื งราวทีน่ ำเสนอ
ขวัญจิรา โพธิ์ทอง (๒๕๖๑) ศึกษาเรื่อง “ในความมืดยังมีดวงดาว: ภาพสะท้อนด้านมืดของสงั คม
ในนวนิยายเรื่อง ฟ้ากระจ่างดาว”มีวัตถุประสงค์ คือ วิเคราะห์ภาพสะท้อนด้านมืดของสังคมในนวนิยาย
เรื่อง “ฟ้ากระจ่างดาว”ผลการศึกษาพบว่า นวนิยายเร่ืองนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของการค้าประเวณีเด็ก
และหมู่บ้านตกเขียว ผ่านความคิดและการนำเสนอข่าวของมีคณา การนำเสนอภาพเหล่านี้เชื่อมโยงไปสู่
ปัญหา ของสังคม นวนิยายของกิ่งฉัตรไม่เพียงสะท้อนสังคม แต่ยังสะกิดผู้อ่านให้เกิดความสนใจ
และตระหนักถึง ปัญหาของสังคมในประเด็นนี้อีกท้ังชี้ให้เหน็ ถึงความไมเ่ สมอภาคทางเพศทีเ่ กิดขึ้นในอดตี
เพื่อขจัดความเชื่อ ความคิดเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป โดยมองเพศชาย เพศหญิงด้วยความเสมอภาคเท่าเทียม
กันนอกจากนน้ี ว นิยายเรื่องนย้ี งั ให้ความบนั เทิงแกผ่ ู้อา่ นในรปู แบบนวนยิ ายรักได้อย่างลงตวั เหมาะสมกับ
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบกิ ศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๕๐
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
รูปแบบของงาน บันเทิงคดีที่มุ่งความสนุกสนานและเสริมสร้างปัญญาไปในคราวเดียวกัน ฟ้ากระจ่างดาว
ไม่เพียงเห็นคุณค่า ของสตรีเพศเท่านั้น แต่ยังให้ความ สำคัญกับสถาบันครอบครัว ในการเลี้ยงดูให้ความ
อบอุ่น ตลอดจนเน้น ย้ำให้การอบรมสั่งสอนสิ่งที่ดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดีให้เห็น แม้ว่ากาลเวลาจะ
ล่วงเลยมามากกวา่ ๑๐ ปี แตน่ วนิยายเรอ่ื งนี้ยงั คงให้แง่คิดและสะท้อนสังคมได้อย่างเป็นปัจจบุ นั แม้ว่าจะ
มมี าตรการจากรฐั บาลหรอื องคก์ รเอกชนเขา้ มาดแู ลปัญหาเหลา่ นี้ แต่ไม่สามารถกำจดั ได้หมดไป ทุกคนใน
สังคมต้องเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลและยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ด้วยการไม่เพิกเฉยหรือคิดว่า
“ธุระไม่ใช่” อีกต่อไป จน เกิดคำถามขึ้นในใจอย่างที่คิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดปัญหาเหล่านี้จึงไม่หมดไป
หรอื เบาบางลงในสังคมไทย กลบั เพม่ิ พูนข้ึนเรื่อย ๆ ประหน่งึ ดินพอกหางหมู ช่างเป็นคำถามท่ีชวนคิดและ
กระตนุ้ ใจมิใช่นอ้ ย
วรางคณา สุขม่วง (๒๕๖๑) ศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนคนรักเพศเดียวกันในสังคมผ่านภาพยนตร์
ไทย” มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องเพื่อสื่อความหมายคนรักเพศเดียวกันในภาพยนตร์
ไทย รวมถึงเพื่อศึกษาภาพสะท้อนคนรักเพศเดียวกันในสังคมที่ปรากฏในภาพยนตร์ไทย โดยคัดเลือก
ตัวแทนภาพยนตร์ที่มีตัวละครหลักสื่อถึงชายรักชาย และภาพยนตร์ที่มีตัวละครหลักสื่อถึงหญิงรักหญิง
ประเภทละ ๓ เรื่อง ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๖๐ การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ
โดย วิเคราะห์เนื้อหาด้วยตัวบท อาศัยแนวคิดต่าง ๆ เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ซึ่งได้แก่ แนวคิดภาพ
สะท้อน แนวคิดเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน แนวคิดโครงสร้างการเล่าเรื่องในภาพยนตร์ ทฤษฏีสัญญัติ
วิทยา และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องผลการศึกษาพบว่า กลวิธีการเล่าเรื่องเพื่อสื่อความหมาย
ในภาพยนตร์ที่สื่อถึง คนรักเพศเดียวกัน เป็นไปตามตามแนวคิดโครงสร้างการเล่าเรื่องในภาพยนตร์ไม่ว่า
จะเป็นภาพยนตร์ที่มี ตัวละครหลักที่สื่อถึงชายรักชาย หรือตัวละครหลักสื่อถึงหญิงรักหญิงก็ยังคงมี
โครงสร้างการเล่าเรื่องท่ี เหมือนกัน คือมีตัวโครงเรื่อง จุดขัดแย้ง แก่นเรื่อง ตัวละคร ฉากสถานที่และ
มุมมองการเลา่ เร่ืองในการ ถ่ายทอดเร่ืองราวในภาพยนตร์ไทยเม่ือศึกษาถึงในเรื่องของภาพสะท้อนของคน
รักเพศเดียวกันผ่านสื่อ ภาพยนตร์จะเห็นได้จากมุมมองของตัวละคร วิถีชีวิตและทัศนคติจะกล่าวได้ว่า
สอดคลอ้ งกับแนวคดิ คนรกั เพศเดยี วกันทม่ี รี ูปแบบท่ีแตกต่าง ส่งิ ทสี่ ะทอ้ นออกมาจากตัวละครชายรักชาย
จะแบ่งออกเป็น ยอมรับ ตัวเอง ไม่แน่ใจตัวเอง และไม่ยอมรับตัวเอง ภาพที่ถูกสะท้อนออกมาถึงแม้ว่า
สงั คมจะยอมรับเป็นวงกวา้ ง แตข่ ณะทีค่ รอบครวั ยังขาดรับการยอมรับ สว่ นภาพยนตร์ทีม่ ีตัวละครหลักส่ือ
ถึงหญิงรัก สิ่งที่สะท้อน ออกมาจากตัวละครหญิงรักหญิงจะแบ่งออกเป็น ยอมรับตัวเอง จะเป็น ทอม ดี้
เลสเบี้ยนและกลุ่มที่ไม่ แน่ใจตัวเอง ภาพที่ถูกสะท้อนออกมาว่าสังคมหญิงรักหญิงอาจจะไม่ได้เปิดกว้าง
แต่ต้องการได้รบั ความ ม่ันคงและการยอมรบั จากครอบครัว
ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง (ม.ป.ป) ศึกษาเร่ือง “ภาพสะท้อนของคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง
ใน วรรณกรรม” มีวัตถุประสงค์ คือ วิเคราะห์ภาพสะท้อนของคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้งในวรรณกรรม
ของ ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรืองผลการศึกษาพบว่า คนจีนกวางตุ้งอพยพได้นำวัฒนธรรมของตนเองเข้ามาใน
ประเทศ ไทยเป็นอย่างมากเกือบครอบคลุมทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัวและเครือญาติภาพ
สะท้อนด้าน วัฒนธรรมคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้งหรือภาพสะท้อนด้านสังคมคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๕๑
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
วัฒนธรรม เหล่านี้ดำเนินไปคู่กับวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี และมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
แต่คนไทยเชื้อ สายจีนกวางตุ้งได้รักษาวฒั นธรรมของบรรพบุรุษได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็ไม่ลืมความนับถือ
ของตัวเอง ใน เทศกาลตรุษจีนที่ถือว่าเป็นสิ่งศกัดสิทธิ์มงคลของคนจีน พวกเขายังคงใช้ตะเกียบ
ใน การศลิ ปศาสตร์ ปริทัศน์ ปที ี่ ๖ ฉบบั ที่ ๑๒ กนิ อาหาร ใสเ่ สือ้ แบบจนี เป็นตน้ ในวรรณกรรมท่ีเกี่ยวกับ
คนไทยเชื้อสายจีน กวางต้งุ ของ ยวุ ดตี น้ สกลุ ร่งุ เรือง ได้สะท้อนสง่ิ เหล่านี้ใหเ้ ราได้เห็นอย่างชัดเจนกลุ่มคน
ไทยเชื้อสายจีน กวางตุ้ง เป็นกลุ่มคนที่ต่างจากกลุ่มคนจีนกลุ่มอื่น ด้วยอาหารกวางตุ้งที่มีชื่อเสียงทั่วโลก
วัฒนธรรมด้าน อาหารการกินจึงเป็นส่วนที่เด่นที่สุดของกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง ความอร่อยของ
อาหารกวางตุ้ง นอกจากพึ่งพาฝีมือของคนที่ทำที่ต้องเลือกวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ และมีอิทธิผลต่อ
ร่างกาย พิถพี ถิ นั เร่ืองการเลอื กเคร่ืองปรงุ รสทดี่ ีต่อสุขภาพ และรจู้ กั กนิ อาหารตามฤดูกาล อาหารกวางตุ้ง
ไม่ใช่แค่อาหาร ชนิดหนึ่ง แต่ยังเป็นการกินอาการเพื่อปอ้ งกันและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย
เหตุผลดังที่ กลา่ วข้างต้นจงึ ทำให้อาหารกวางตุ้งเป็นที่นยิ มท่งั โลก และยังกลายเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมท่ี
โดดเดน่ ที่สดุ ของคนไทยเชื้อสายจีนกวางตงุ้
อุไรวรรณ สิงห์ทอง (๒๕๕๗) ศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์ภาพสะท้อนสังคมในวรรณกรรมเสี่ยง
ทาย: กรณศี ึกษาวัดและสถานที่ศักด์ิสิทธิใ์ นจังหวัดตาก” โดยมีวตั ถุประสงค์ของการวิจัยคือ เพ่ือวิเคราะห์
ภาพ สะท้อนสังคมที่ปรากฏในวรรณกรรมเสี่ยงทาย:กรณีศึกษาวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดตาก
จำนวน ๔ ด้านคือด้านครอบครัวด้านความเป็นอยู่ด้านบุญกรรมและด้านคำสอนผลการศึกษาพบว่าภาพ
สะท้อน สังคมด้านความเป็นอยู่ปรากฏมากที่สุดเพราะมนุษย์ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีปัจจัย ๔
ที่เหมาะสมภาพ สะท้อนสังคมด้านครอบครัวพบมากเป็นอันดับที่สอง เนื่องจากครอบครัวเป็นสถาบัน
พื้นฐานของสังคม เพราะเป็นสถาบันท่ีเป็นจดุ เร่ิมต้นของการให้การศึกษาและเรยี นร้สู ิ่งต่าง ๆ มีการอบรม
สั่งสอนบุตรให้รู้จัก ผิดชอบชั่วดี และการเลือกคู่ครองที่ดีภาพสะท้อนสังคมด้านบุญกรรมพบมาก
เป็นอันดับที่สาม สะท้อนให้ เห็นว่ามนุษย์มีความเชื่อเรื่องบุญและกรรมอยู่ถึงแม้สภาพสังคมจะเปลีย่ นไป
มาก การทำบุญอาจจะได้รบั ความนิยมน้อยลง แต่ก็ยังคงทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์เมื่อมเี วลาและโอกาส
ทีเ่ หมาะสมภาพสะท้อนสังคม ด้านคำสอนพบเปน็ อนั ดับสุดท้าย เพราะสงั คมไทยในปัจจบุ ันให้ความสำคัญ
กับการอบรมสั่งสอนคุณธรรม จริยธรรมน้อยลงดังนั้นโอกาสที่จะได้ศึกษาพระธรรมหรือการเข้าวัดปฏิบัติ
ธรรมจึงมีน้อยและไม่ให้ความ สนใจในคำสอนเพราะเห็นเป็นสิ่งไกลตัว จากการศึกษาวิจัยจึงสรุปได้ว่า
สังคมต้องการให้ทุกคนรักและ ปรองดองกันจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขการเสีย่ งทายจึงมีจุดมุ่งหมาย
เพื่อให้ผู้เสี่ยงทายสามารถคาด เดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการให้กำลังใจในการ
ดำเนินชีวิต เพราะการเสี่ยงทายยัง บอกถึงความต้องการอยากรู้ขั้นพื้นฐานของมนุษย์การเสี่ยงทายจึง
เหมอื นการขอพรจากสิง่ ศกั ดิ์สทิ ธเิ พื่อดล บนั ดาลใหต้ นเองและครอบครัวมคี วามสขุ
จากการศึกษากรอบวิจัยทั้ง ๕ เล่ม สรุปได้ว่า การศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนที่ปรากฏ
ในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม” ของทนุธรรม ผู้แต่งใช้ภาษาที่สละสลวยเขียนเรื่องขึ้นมา
เพื่อให้เนื้อเรื่องในวรรณกรรมดำเนินไปตามที่วางไว้ โดยอาศัยการสร้างโครงเรื่อง การสร้างตัวละคร
การตั้งชื่อเรื่อง การดำเนินเรื่อง วิธีการเล่าเรื่อง การสร้างฉาก สร้างเหตุการณ์ต่าง ๆ และการสร้างบท
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหม่นวกาล หน้า ๕๒
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
สนทนา ผู้แต่งมีวิธีการแตกต่างกันตามความถนัด ความสามารถ ประสบการณ์ เพื่อให้งานเขียนมีความ
น่าสนใจ น่าติดตาม และทำให้งานเขียนมีลักษณะเฉพาะทำให้ผู้ศึกษามีความรู้เรื่องวรรณกรรม
และภาพสะท้อนทางสังคมด้านต่าง ๆ ได้ ทำให้สามารถวิเคราะห์ภาพสะท้อนด้านต่าง ๆ ทางสังคมได้
ถูกต้องและมปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ และสามารถนำมาใช้ในการศึกษาครั้งน้ไี ดด้ ว้ ย
วธิ ดี ำเนนิ การวจิ ยั
การศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม ”
ของทนุธรรม จำนวน ๒๓๑ หน้า จัดพิมพ์สำนักพิมพ์ปลาคาร์ป เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและนําเสนอ
ผลงานการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ งานวิจัยนี้จะวิเคราะห์ภาพสะท้อน ๓ ด้าน ได้แก่ สะท้อนด้าน
การศึกษา สะท้อนด้านครอบครัว สะท้อนด้านพฤติกรรม โดยผู้วิจัยนำบทบรรยายและบทสนทนาจากนว
นิยายเร่อื ง “ภาพสะท้อนทปี่ รากฏในวรรณกรรมเร่ืองสั้นบันทึกจากขยะสังคม” เขา้ สขู่ นั้ ตอนการวิเคราะห์
ตามกรอบที่ผู้ศึกษากำหนดหนดไว้ สรุปผลการวิเคราะห์ อภิปายผล และข้อเสนอแนะ ผู้ศึกษาปรับกรอบ
การศึกษาจากงานวิจัยของ พัทธนันท์ พาป้อ (๒๕๖๒) เรื่อง “การศึกษาภาพสะท้อนและแนวคิดใน
วรรณกรรมรวมเรื่องสั้น สิงโตนอกคอก” โดยปรับขอบด้านภาพสะท้อนด้านสังคม ด้านภาพสะท้อนด้าน
พฤติกรรม โดยการศึกษาวจิ ัยจากเอกสาร และนำเสนอผลงานการวิจยั แบบพรรณนาวิเคราะห์
สรปุ ผลการวจิ ัย
ผลของการวิจัย “ภาพสะท้อนที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม ”
ของทนุธรรม แบ่งออกได้เป็น ๓ ด้าน ได้แก่ สะท้อนด้านการศึกษา สะท้อนด้านครอบครัว สะท้อน
ด้านพฤติกรรม ตามลําดับ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. ภาพสะทอ้ นด้านพฤติกรรม
การกระทำอนั เกิดจากการกระตุ้นหรือถูกจูงใจจากสิ่งเร้าตา่ ง ๆ การกระทำหรือพฤตกิ รรมเหลา
นี้เกิดเกิดขึ้นหลังจากที่บุคคลได้ใช้กระบวนการกล่ันกรอง ตกแต่งและตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้นเพื่ออให้ผู้อื่น
ได้สัมผัสและรับรู้ทั้งนี้เราจะเห็นได้รู้ว่ามีพฤติกรรมจำนวนมาก แม้จะกระทำด้วยสาเหตุหรือจุดมุ่งหมาย
เดียวกันแต่ลักษณะทั้งทางอาการอาจแตกต่างกัน เมื่อบุคคล เวลา สถานที่หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป
ความแตกต่างท่เี กิดขึ้นเป็นเพราะการกระทำในแต่ละคร้งั ของบุคคลที่มีสภาพร่างกายปกติล้วนแล้วแต่ต้อง
ผ่านระบวนการคิดและการตัดสินใจอัน ประกอบด้วยอารมณ์และความรู้สึกของผู้กระทำพฤติกรรมนั้นจึง
ทำให้พฤติกรรมของแต่ละคน และพฤติกรรมแต่ละคราวเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนไปตามเรื่อง
ที่เกี่ยวขอ้ งเสมอ
ภาพสะท้อนด้านการพฤติกรรมในวรรณกรรมเรื่องสั้นเรื่องบันทึกจากขยะสังคม หมายถึง
การกระทำ หรือกิริยาอาการที่แสดงออกทางร่างกาย ความคิด หรือความรู้สึกเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า
การศึกษาภาพสะทอ้ นดา้ นการพฤติกรรม ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หนา้ ๕๓
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
“คุณวัตต์ยังกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายอยู่ ดูเหมือนไอ้เวรนี่จะลอยเหนือพื้น แต่ก็ยังพยายามขัดขนื
อย่างเปล่าประโยชน์ คุณวัตต์ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือ เขาเพิ่งมีเรื่องจนเข้าห้องปกครองไปเมือ่ สัปดาห์ก่อน จึง
ไม่อยากให้เกิดปญั หาอีก แต่อีกฝา่ ยดันพดู เรือ่ งทีไ่ ม่ควรพดู ข้นึ มาซะก่อน”
(หน้า ๔๒)
จากตัวอย่างเน้ือหาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อนด้านพฤติกรรม กล่าวคือ คุณวัตต์มปี ัญหา
ด้านพฤติกรรม เนื่องจากพฤติกรรมที่คุณวัตต์กระทำส่งผลที่ไม่ดีต่อเพื่อน ๆ เพราะคุณวัตต์เป็นคน
ท่อี ารมณร์ ้อน คุณวัตตก์ ระชากคอเส้ืออีกฝ่าย แต่ในใจคุณวตั ต์ไม่อยากทำ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอีก
เนื่องจากเขาเพิ่งมีปัญหา มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น จนเขาต้องเข้าห้องปกครองไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่อีกฝ่าย
ดันพูดเร่อื งทไี่ มค่ วรพูดขนึ้ มาซะกอ่ น ทำให้คณุ วตั ต์เกิดอารมณ์รอ้ น อดทนไม่ไหว ทำให้คุณวัตต์มปี ญั หาอีก
๒. ภาพสะท้อนดา้ นการศึกษา
การศึกษาถือเป็นส่ิงที่สำคัญอย่างหนึ่งของสังคม หากสังคมใดขาดการอบรมการศึกษาให้แก่คนใน
สังคม สังคมนั้นก็จะไม่มีทรัพยากรคนที่มีประสิทธิภาพในการช่วยพัฒนาประเทศ เพราะการที่สังคมใด
สังคมหนึ่งสามารถพัฒนาได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาของคนเป็นสำคัญ จึงอาจกล่าว
ได้วา่ การศึกษาเป็นสิ่งท่ีบ่งชไี้ ด้ถงึ ความเจริญร่งุ เรอื งของสังคม
ภาพสะท้อนด้านการศึกษาในวรรณกรรมเรื่องสั้นเรื่องบันทึกจากขยะสังคม หมายถึงระบบ
การศึกษาการเรยี น การสอน รวมถึงการสอบ การศึกษาภาพสะท้อนดา้ นการศึกษา ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้
“แม้ยงั ไม่รู้คะแนน คณุ วัตต์กพ็ อเดาได้ว่าเทอมนีอ้ าจคะแนนเกือบน้อยทส่ี ุดเปน็ ประวัติกาลอย่าง
แนน่ อน เว้นไว้แคม่ ัธยมเทอมหน่ึงเทอมหนึง่ ท่ีคุณวตั ต์โดดเรยี นบ่อยและไมอ่ ่านหนังสือ คงแกต้ ัวอะไรไม่ได้
นอกจากบอกวา่ เขาเริ่มอา่ นทบทวนหนังสือช้าไป ช่วงเวลาก่อนสอบวันแรกนัน้ หมดไปกบั การนั่ง ๆ นอน ๆ
กว่าจะขยบั เขย้ือนตัวไปหยบิ หนงั สือแตล่ ะเล่มบนชั้นได้มนั ก็กินพลังงานชีวติ ไปมหาศาล ทำให้เวลาหนังสือ
อีกเพียงคืนเดียวเท่านั้น และถึงแม้จะมีเวลาหนึ่งคืนเต็ม ก็ทำได้แค่เปิดหนังสือพลิกไปพลิกมา พยายาม
อ่านก็ไม่เข้าหัวกลับมาล้มตัวนอนลงบนเตียง แล้วลุกขึ้นมาอ่านใหม่ วนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งตีสาม
สุดท้ายเขาก็พ่ายแพใ้ หก้ ับความขี้เกียจ”
(หนา้ ๖๔)
จากตัวอยา่ งเนื้อหาขา้ งต้น แสดงใหเ้ ห็นถงึ ภาพสะทอ้ นดา้ นการศกึ ษา กลา่ วคอื คณุ วัตต์มปี ญั หา
ด้านการศึกษาโดยการไม่ตั้งใจในการทำข้อสอบครั้งนี้ คุณวัตต์โดดเรียนบ่อยและไม่อ่านหนังสือ ช่วงเวลา
ก่อนสอบวันแรกนั้นหมดไปกับการนั่ง ๆ นอน ๆ กว่าจะขยับเขยื้อนตัวไปหยิบหนังสือแต่ละเล่มบนชั้นได้
มันก็กินพลังงานชีวิตไปมหาศาล ทำให้เวลาหนังสืออีกเพียงคืนเดียวเท่านั้น คุณวัตต์ก็พอเดาได้ว่าเทอมน้ี
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๕๔
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
อาจคะแนนเกือบน้อยท่ีสุด สดุ ทา้ ยเขากพ็ า่ ยแพ้ให้กับความข้เี กยี จ คุณวัตต์กไ็ ดค้ ะแนนเกือบน้อยท่ีสุดเป็น
ประวตั ิกาล
๓. ภาพสะท้อนด้านครอบครัว
ครอบครัวถือเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดและเป็นสถาบันที่เป็นสถาบันอันดับแรกที่สำคัญที่สุดของ
มนุษย์ มนุษย์ทุกคนเกิดมาอยู่ในครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่มนุษย์คนหนึง่ สามารถเติบโต
ขึ้นมาในสังคมได้นั้นจะเป็นคนดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดู ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อม
ในครอบครัว
ภาพสะท้อนด้านครอบครัวในวรรณกรรมเรื่องสั้นเรื่องบันทึกจากขยะสังคม หมายถึงสมาชิก
จำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัยผู้ใหญ่ วัยเด็ก เพศชายและเพศหญิง ซึ่งคนเหล่านั้นต้องมีความสัมพันธ์โดย
สืบสายโลหิตพบว่ามีภาพสะทอ้ นดา้ นครอบครวั ดงั ตอ่ ไปน้ี
“สมยั เด็กเขาสนิทกับพ่อมาก แต่หลงั จากข้นึ มธั ยมตน้ พ่อของเขาก็ไดท้ ำงานในตำแหน่งระดับสูง
จึงมีเวลาให้ที่บ้านน้อยลง เมื่อคืนพ่อกลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนเพราะต้องคุยงานกับลูกค้า ปกติพ่อไม่
กลับดึกอย่างนี้ ส่วนใหญ่ประมาณสองทุม่ ถึงสามทุ่ม บ้านนี้มีลูกทั้งหมดสามคนและเป็นลกู ชายทั้งสามคน
พี่ชายกับน้องชายนั้นสนิทกับแม่มาก ผิดกับคุณวัตต์ที่แม่ไม่ค่อยชอบและมักบ่นว่าเสมอ เขาจึงไม่สนิทกับ
แม่ คณุ วตั ต์อายหุ า่ งจากพ่ชี ายห้าปี อายมุ ากกว่านอ้ งชายสามปี คณุ วตั ตส์ นทิ กบั พีช่ ายประมาณหน่งึ แต่ไม่
คอ่ ยสนิทกบั น้องชาย หรือจะเรียกวา่ พดู คยุ ได้เฉพาะตอนมเี ร่อื งให้คุยนา่ จะถูกท่สี ุด”
(หนา้ ๑๙)
จากตัวอย่างเนือ้ หาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงภาพสะท้อนด้านครอบครัว กล่าวคือ คุณวัตต์มีปัญหา
ด้านครัวเนอื่ งจาก พอ่ กม็ ัวแต่ทำงานจนไมม่ เี วลาที่จะอยู่กบั ลูก ไม่มเี วลาแม้กระทัง้ พูดคุยพ่อกลับมาถึงบ้าน
เกอื บเท่ยี งคืนเพราะต้องคุยงานกับลกู คา้ ส่วนแมก่ ็ไมค่ อ่ ยสนใจคุณวัตต์ ตอ่ ว่าคุณวตั ตต์ ลอด ทำให้คุณวัตต์
ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งพี่ชายกับน้องชายนั้นสนิทกับแม่มาก ผิดกับคุณวัตต์ที่แม่ไม่ค่อยชอบและมัก
บ่นวา่ เสมอ
อภปิ รายผลการวจิ ัย
การศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม”อภิปราย
ผลได้ดงั ตอ่ ไปน้ี
การศึกษาครง้ั น้ีผศู้ กึ ษาพบว่า ภาพสะท้อนทางสงั คมท่ีปรากฏในวรรณกรรมเรื่องส้นั เรื่องบันทึก
จากขยะสังคมนี้ มกี ารจำแนกด้านออกเปน็ ลกั ษณะย่อย ดงั นี้
๑. ภาพสะท้อนด้านพฤติกรรม แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ พฤติกรรมภายในจิตใจของตัวละคร
และพฤตกิ รรมที่ตวั ละครแสดงออก เป็นภาพสะท้อนทพ่ี บมากทีส่ ุดในวรรณกรรมเรื่องนี้ พฤติกรรมภายใน
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๕๕
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
จิตใจของตัวละคร เกิดขึ้นจากสิ่งเร้าที่เกิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหิว ความกระหาย
สิง่ เรา้ ภายในนี้จะมีอทิ ธพิ ลสงู สุดในการกระตนุ้ เด็กให้แสดงพฤติกรรม และเมอ่ื เดก็ เหล่านโ้ี ตข้ึนในสงั คม สง่ิ
เร้าใจภายในจะลดความสำคัญลง สิ่งเร้าภายนอกทางสังคมที่เด็กได้รับรู้ในสังคมจะมีอิทธิพลมากกว่าใน
การกำหนดว่าบุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอย่างใดต่อผู้อื่น พฤติกรรมที่แสดงออก คือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ
สง่ิ แวดล้อมทางสงั คมที่สามารถสัมผสั ได้ด้วยประสาทท้ัง ๕ คือ หู ตา คอ จมูก การสัมผสั สง่ิ เร้าทีม่ อี ทิ ธิพล
ที่จะจูงใจให้บุคคลแสดงพฤติกรรม ได้แก่ สิ่งเร้าที่ทำให้บุคคล เกิดความพึงพอใจที่เรียกว่า การเสริมแรง
ซ่งึ แบ่งออกได้เป็น ๒ ชนดิ คอื การเสรมิ แรงทางบวก คอื ส่งิ เรา้ ทีพ่ อใจทำให้บุคคลมีการแสดงพฤติกรรม
เพิ่มขึ้น เช่น คำชมเชย การยอมรับของเพื่อน ส่วนการเสริมแรงทางลบ คือสิ่งเร้าที่ไม่พอใจหรือไม่พึง
ปรารถนานำมาใชเ้ พือ่ ลดพฤติกรรมทีไ่ ม่พงึ ปรารถนาให้น้อยลง เช่นงานวิจัยของ สุพิศ เอืองแซะ (๒๕๖๐)
ศึกษาเรื่อง “ภาพ สะท้อนสังคมและกลวิธีการนําเสนอเรื่องสั้นในนิตยสารคู่สร้างคู่สม” ปารค์ เกียง อึน
ศึกษาเรอ่ื ง “วเิ คราะห์ภาพสะท้อนดา้ นสังคมที่ปรากฎในนทิ านพนื้ บ้านเกาหลี
๒. ภาพสะท้อนด้านการศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะด้วยกันคือคนที่ตั้งใจเรียน และคนที่ไม่
ตั้งใจเรียน ถือเป็นภาพสะท้อนที่พบมากใน วรรณกรรมเรื่องสั้น เรื่องบันทึกจากขยะสังคม โดยด้าน
การศึกษาในเรือ่ ง พบว่าการเรียนการศกึ ษา วรรณกรรมเร่ืองสัน้ เรือ่ ง บันทึกจากขยะสังคม เป็นเรื่องสั้นท่ี
แต่งขึ้นเพื่อสะท้อนสังคมทางด้านของการศึกษาเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นใน ด้านการเรียน พฤติกรรมท่ี
เกิดขึ้นในช่วงการเรียนเป็นต้น นอกจากนี้ระบบการศึกษาของไทยยังไม่เปิดกว้างในการสอนในเรื่องของ
การศึกษาบางเรื่อง เช่น เรอ่ื งเพศ เรือ่ งของปญั หาวยั รุ่นต่าง ๆ ทำให้เห็นว่า ระบบการศึกษาไทยยงั ไม่ได้ให้
ความสำคัญมากพอกับ การศึกษาในหลาย ๆ เรื่องที่ถือเป็นเรื่องใกล้ตวั และเป็นเรื่องท่ีสำคัญสำหรับเด็กท่ี
ยังอยูใ่ นวยั เรยี น
เมื่อนำผลการศึกษาภาพสะท้อนสังคม ไปเปรียบเทียบกับผลการศึกษาเรื่องที่มีลักษณะทำนอง
เดียวกัน ผู้วิจัยพบว่ามีความสอดคล้องกัน เช่นงานวิจัยของ สุพิศ เอื้องแซะ (๒๕๖๐ ) ศึกษาเรื่อง
“ภาพ สะท้อนสงั คมและกลวธิ ีการนําเสนอเรื่องสั้นในนิตยสารคู่สร้างคสู่ ม” ในประเดน็ ของการศึกษาและ
คา่ นยิ ม ดา้ นการศกึ ษาว่า พ่อแมเ่ หน็ ความสำคัญของการศึกษาส่งเสริมให้ลูกหลานไดเ้ รยี นหนังสือ รวมท้ัง
มีค่านิยม ส่งลูกเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่เด็กชนบทบางคนมีฐานะยากจนทำให้ขาดโอกาสทาง
การศึกษาเพราะ ครอบครัวต้องการใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครัว และสอดคล้องกับงานวิจัยของ
วิรยา ตาสว่าง และ ทิพภรณ์ รักษา (๒๕๖๐) ศึกษาเรื่อง “ภาพสะท้อนสังคมไทยจากภาพนิทรรศการ
พรรฦก โดย ชฤต ภู่ศิริ” ในประเด็นของการศึกษาว่า มีการสื่อสารภาพสะท้อนที่เสียดสีกับระบอบ
การศึกษาของเมืองไทย ที่มองว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย สังคมไทยเป็นสังคมปิดในเรื่องเพศ และถูก
ปลูกฝังผา่ นวฒั นธรรมที่ส่งต่อกนั มา รุน่ ต่อร่นุ
๓. ภาพสะท้อนด้านครอบครัว แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ครอบครัวที่สมบูรณ์ และครอบครวั
ท่ี ไมส่ มบูรณ์ ครอบครวั ท่ีสมบรู ณ์ คือครอบครัวท่มี ีองค์ประกอบของครอบครัวครบ คือ มี พ่อ แม่ และลูก
ดังครอบครัวของคุณวัตต์ และครอบครัวท่ีไม่สมบูรณค์ ือ มีองค์ประกอบของครอบครัวไม่ครบ คือ ขาดคน
ใดคนหนง่ึ ไป ครอบครัวจึงตอ้ งช่วยกนั ดูแลคนใน ครอบครัวอย่างอบอุ่นท่ีสดุ เพ่ือให้เขารู้สึกว่ายังมีคนที่ยัง
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๕๖
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
เป็นห่วงตัวเขาอยู่ เมื่อนำผลการศึกษาภาพสะท้อนสังคมด้านครอบครัว ไปเปรียบเทียบกับผลการศึกษา
เรื่องที่มี ลักษณะทำนองเดียวกัน ผู้วิจัยพบว่ามีความสอดคล้องกัน เช่น งานวิจัยของ ขวัญจิรา โพธิ์ทอง
(๒๕๖๐) ศึกษาเร่อื ง “ในความมืดยังมีดวงดาว : ภาพสะท้อนด้านมืดของสงั คมในนวนิยายเร่ืองฟ้ากระจ่าง
ดาว พบว่าควรให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวในการเลี้ยงดูให้ความอบอุ่น ตลอดจนเน้นย้ำให้การ
อบรมส่งั สอนสง่ิ ทีด่ ีงามและเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีใหเ้ ห็น และสอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ มาลวี ัล เลิศสาครศิริ
(๒๕๕๗) ศึกษาเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และครอบครัวเข้มแข็ง กับต้นทุนชีวิตของ
สตรี ตั้งครรภ์วัยรุ่น” พบว่าลักษณะครอบครัวเข้มแข็งมีความสัมพันธ์ทางบวกกับต้นทุนชีวิตวัยรุ่น
อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ และต้นทุนชีวิตที่มีระดับ ต่ำสุด คือ ด้านพลังชุมชน ดังนั้นควรตระหนักถึง
ความสำคัญ ของต้นทุนชีวิต ให้ มีการสนับสนุนและ ส่งเสริมให้มีต้นทุนชีวิตที่ดี เพื่อช่วยให้สตรีตั้งครรภ์
วยั รุน่ มี พฤติกรรมในการดูแลสขุ ภาพขณะต้ังครรภ์ทดี่ ี ลดพฤตกิ รรมเสย่ี ง รู้จักคิด สามารถตดั สนิ ใจ
ขอ้ เสนอแนะนำและการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
การศกึ ษา เร่ือง “ภาพสะทอ้ นทป่ี รากฏในวรรณกรรมเร่ืองสน้ั บันทกึ จากขยะสงั คม”
มขี อ้ เสนอแนะดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการศกึ ษาไปใช้
๑. ผลจากการศึกษาเรื่อง“ ภาพสะท้อนที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสั้นบันทึกจากขยะสังคม”
ในครั้งนี้ ทำให้ผู้สนใจที่จะศึกษาภาพสะท้อนด้านสังคม สามารถนำไปศึกษาเพื่อให้สามารถเข้าใจสภาพ
ของสงั คมในแตล่ ะดา้ นไดอ้ ย่างละเอียด และชดั เจนย่ิงขึน้
๒. สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับสังคม หรือรายวิชาที่เกี่ยวกับ
วรรณกรรม
ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การศกึ ษาคร้ังตอ่ ไป
๑. ควรศกึ ษาวรรณกรรมเร่อื งอน่ื ทเ่ี ดด่ ชดั เกยี่ วกับภาพสะท้อนดา้ นสังคม
๒. ควรศึกษาวรรณกรรมเรื่องบันทึกจากขยะสังคม ของทนุธรรม ในประเด็นอื่น ๆ เช่น บุคลิก
ของตัวละคร และลักษณะนิสยั ของตัวละคร เป็นตน้
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๕๗
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
อา้ งองิ
ขวญั จริ า โพธิ์ทอง. (๒๕๖๑). ในความมืดยังมดี วงดาว : ภาพสะท้อนด้านมืดของสังคมใน
นวนิยายเรื่อง ฟา้ กระจา่ งดาว. วารสารวชิ าการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเทพ สตรี
ยวุ ดี ต้นสกลุ รงุ่ เรือง. (ม.ป.ป). ภาพสะท้อนของคนไทยเชื้อสายจนี กวางตุ้งในวรรณกรรม.
ปริญญานพิ นธศ์ ลิ ปศาสตรม์ หาบัณฑติ มหาวิทยาลัยหวั เฉยี วเฉลมิ พระเกียรติ
มาลีวัล เลิศสาครศิร. (๒๕๕๗). ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และครอบครวั
เข้มแขง็ กับตน้ ทุนชวี ติ ของสตรตี งั้ ครรภ์วยั รุน่ . วารสารมหาวิทยาลยั นเรศวร.
วิรยา ตาสว่าง และทพิ ภรณ์ รักษา. (๒๕๖๐). ภาพสะทอ้ นสงั คมไทยจากภาพนทิ รรศการ
พรรฦก โดย ชฤต ภ่ศู ริ ิ. วารสารบณั ฑติ ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สพุ ศิ เอื้องแซะ. (๒๕๖๐). ภาพสะท้อนสงั คมและกลวิธกี ารนาํ เสนอเรือ่ งส้นั ในนิตย
สารคสู่ ร้างคสู่ ม. วารสาร บณั ฑิตวจิ ัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม.่
อุไรวรรณ สิงห์ทอง. (๒๕๕๖). การวิเคราะหภ์ าพสะทอ้ นสังคมในวรรณกรรมเส่ียงทาย :
กรณีศกึ ษาวัด และสถานท่ีศักด์สิ ทิ ธใิ์ นจงั หวดั ตาก. วทิ ยานพิ นธ์
ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิตมหาวทิ ยาลยั นเรศวร.
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๕๘
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
มีดประจำตวั / สญู เสีย
กด like วรรณกรรม
ศรณั ย์ นะนวน
มดี ประจำตัว
มีดประจำตัว" ของ ชาติ กอบจิตติ บุคคลผู้เป็นที่รู้จักในแวดวงวรรณกรรมงานเขียน ศิลปิน
แห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
(ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๒๔ จากนวนิยาย เรื่อง “คำพิพากษา” และนวนิยาย เรื่อง “เวลา”
ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ รวมทั้งได้รับรางวัลช่อการะเกด ด้วยได้มีการรังสรรค์ผลงานวรรณกรรม
สำคัญเอาไว้อยู่หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งเรื่อง “มีดประจำตัว” ก็ถือเป็นหนึ่งในผลงานวรรณกรรมบันเทิงคดี
ประเภท เรอื่ งส้นั ท่ีมคี วามน่าสนใจและควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยง่ิ และแมเ้ รอื่ งสั้นเรื่อง มีดประจำตัว
จะไม่ได้รับรางวัลซีไรต์ เฉกเช่นเดียวกับนวนิยาย ทั้ง ๒ เรื่องดังกล่าวมาข้างต้น แต่ชาติ กอบจิตติ ก็ได้มี
การหยิบยกประเด็นอันเกี่ยวเนื่องกับสัจธรรมที่แท้จริงแห่งชีวิตอันโหดร้าย ในการดำรงชีวิตความเป็นอยู่
ของมนุษย์และสัตว์โลก มากล่าวถึงไว้อยู่ด้วย โดยนำมาตีแผ่และสอดแทรกให้เห็นเป็นมุมมองแง่คิดผ่าน
แก่นความคิดสำคัญของเรื่อง ทั้งยังสะท้อนสัจธรรมดังกล่าวผ่านการดำเนินเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี ซึ่งใน
ส่วนของการวเิ คราะหบ์ นั เทิงคดี ประเภทเรอ่ื งสน้ั เร่อื ง "มดี ประจำตวั " ในครั้งน้ี ผูศ้ ึกษาไดท้ ำการวิเคราะห์
ถึง โครงเรื่อง ตัวละคร แก่นของเรื่องหรือแนวความคิด บทสนทนา ฉากและบรรยากาศ กลวิธีในการเล่า
หรอื มุมมอง และลลี าการใช้ภาษาของผู้แต่ง ซ่ึงสามารถวิเคราะหไ์ ด้ ดังต่อไปน้ี
๑. โครงเรือ่ ง
โครงเรื่อง คือ เค้าโครงของเหตุการณ์ที่ประมวลสถานการณแ์ ละตัวละครในลักษณะท่ีทำใหเ้ กดิ
ความประทับใจ กระหายใคร่รู้ และเกิดการตั้งคำถามในใจว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
เหตุการณท์ ด่ี ำเนนิ อยู่เกดิ ข้ึนไดอ้ ยา่ งไร และจะเกิดเหตุการณ์ใดข้นึ ตอ่ ไป แล้วทำไมจึงเป็นแบบนน้ั
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๕๙
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
ซึ่งโครงเรื่อง ประกอบไปด้วย การเปิดเรื่อง การผูกปม การหน่วงเรื่อง การดำเนินเรื่อง จุดสุยอด
การคลายปมและการปดิ เรอื่ ง โดยผู้ศึกษาสามารถวิเคราะห์ได้ ดังน้ี
๑.๑. การเปิดเรื่อง คือ การเริ่มต้นเรื่อง เป็นตอนที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้
และสนใจตดิ ตามเร่อื งในตอนต่อไป
ซึ่งจากเร่อื งสั้น “มีดประจำตัว” ผูศ้ กึ ษาสามารถวเิ คราะหใ์ นส่วนดงั กลา่ ว ไดด้ งั นี้
ผู้แต่งวางโครงเรื่อง ในการเปิดเรื่องโดยการพรรณนาบรรยายฉาก และพฤติกรรมของตัวละคร
โดยให้ตัวละคร “ผม” (ตัวละครพ่อ) ได้พดู บรรยายถงึ ลักษณะพฤติกรรมของลกู ชายและภรรยาในขณะนั้น
ว่ามคี วามรสู้ กึ นกึ คิดอย่างไร หรือ มอี ากัปกริ ิยาเปน็ เชน่ ไร ดงั ข้อความวา่
“เรามาถึงมาเลี้ยงเวลาหนง่ึ ทุ่มตรงพอดี ลกู ชายของผมมีอาการต่นื กลวั อย่างเห็นได้ชดั
ส่วนภรรยาผมจะดเู รง่ รอ้ นผิดปกติสกั หนอ่ ย ผมเข้าใจว่าเธอคง “หวิ ” มากกว่าอยา่ งอื่น
เพราะงานเลย้ี งเชน่ นีเ้ ธอเคยผ่านมากับผมนบั ครั้งไมถ่ ้วนซ่ึงไม่จำเป็นจะต้องตืน่ เตน้ อีกเลย”
รวมไปถึงไดพ้ รรณนาถึงบรรยากาศภายในห้องจัดงานเลีย้ ง ท่กี ำลงั เปน็ ไปในขณะน้ัน ดงั ขอ้ ความวา่
“ภายในห้องโถงใหญ่สว่างไสวด้วยไฟโคมระย้าย้อยห้อยอยู่กลางห้อง
เสียงเปียนโนคลออยู่เบา ๆ ผู้คนค่อนข้างหนาตา เสียงพูดคุย เสียงน้ำแข็งกระทบแก้ว
เสียงเครื่องดื่มรินไหล คละเคล้าเข้าหูอย่างไม่เป็นระเบียบพรมหนานุ่มสีแดงเลือดคน
รองรับรองเท้าทีเ่ คลอ่ื นไหวไป-มา”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๖๓)
๑.๒ การผูกปม (Complication) คือ การสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับตัวละคร หรือเหตุการณ์ใน
เรื่อง เพื่อทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป ถือเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางของเรื่องทั้งหมด
ว่าเรื่องนั้น ๆ จะมีจุดหมายไปยังที่ใด หรือเพื่อเสนอแนวคิดใด ซึ่งจากเรื่องสั้น “มีดประจำตัว” ผู้ศึกษา
สามารถวิเคราะหใ์ นส่วนดังกลา่ ว ได้ดังนี้
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๖๐
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
๑.๒.๑ ความขัดแย้งระหวา่ ง ตวั ละคร กับ ตัวละคร
จากเนื้อเรื่อง สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ เป็นความขดั แย้งระหวา่ งตัวละครพอ่ กบั ตวั ละครลูก โดยผูเ้ ป็นพอ่
ไดม้ กี ารใชอ้ ำนาจทั้ง อำนาจของคนเปน็ พ่อ และอำนาจของความเปน็ ชนช้ันสงู มยี ศถาบรรดาศกั ดิ์ ในการ
บงั คบั ขู่เข็นผเู้ ปน็ ลูกให้เดินรอยตาม หรือทำในส่งิ ท่ีคนเป็นพ่อต้องการ ทัง้ ทเ่ี ดมิ ทีตัวละครลูกมีความเห็นท่ี
ต่าง ไม่ได้อยากจะเอารัดเอาเปรียบใคร แต่ท้ายที่สุดก็กลับจำต้องทำตามในสิ่งที่คนเป็นพ่อต้องการจนได้
ดังข้อความว่า
“ผมทำไม่ได้หรอกแม่ มันน่าขยะแขยง น่ารังเกยี จ”
“ถ้าแกจะผา่ เหล่าผ่ากอกต็ ามใจแก คดิ ให้ดีกแ็ ลว้ กัน เพราะนั่นหมายถึงวิถีชวี ติ แก
ต้องเปลีย่ นไป เปน็ พวกมนษุ ย์ช้ันต่ำ อีกหนอ่ ยถา้ แกมีเมียมีลูก อดอยากเขา้ ก็ต้องเอา
ลกู มาขายเปน็ ลูกค้าขา้ งถนน ให้คนมมี ีดประจำตัวเขาซ้ือไปแล่เนอื้ เถือหนัง ดดู เลือดดูด
สมองมากิน รึตวั แกเองก็เถอะ ถงึ เวลานนั้ อยา่ มาร้องโอดโอยกบั ฉนั ก็แลว้ กนั ฉันชว่ ย
อะไรแกไม่ได…้ ”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๖๘)
๑.๒.๒ ความขดั แยง้ ระหวา่ ง ตัวละคร กบั สังคม
จากเนื้อเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้แต่งได้มีการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างตัวละครกับ
สงั คม นั่นก็คอื ตวั ละครลูกชาย ท่ีเกิดมาในครอบครวั ที่มหี น้ามีตา มีฐานะทางสังคม มพี อ่ แม่ทม่ี ักใหญ่ใฝ่สูง
ต้องการที่จะมีอำนาจบารมีโดยไม่สนว่าสิ่งที่ตนกระทำลงไปทั้งหลายเหล่านั้น จะสร้างความเดือดร้อน
ให้กับใครในสังคมบ้างหรือไม่อย่างไร ดังจะเห็นได้ว่า ตัวละครลูกชาย เดิมทีมิได้มีนิสัย หรือความคิดที่
เปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกับพ่อแม่ของเขาเลย หากแต่เมอื่ ได้รับการอบรมสั่งสอนมาแบบผดิ ๆ ถูกบังคบั ขู่เข็น
จากคนเป็นพ่อให้เขาต้องทำตามในสิ่งที่พ่อและแม่ได้ปูทางไว้ให้ การขึ้นไปเป็นใหญ่โดยไม่สนใจว่าตนเอง
นัน้ จะต้องทำร้ายคนรอบขา้ งไปอกี สกั กี่สบิ ร้อยพนั คนก็ตาม
๑.๒.๓ ความขดั แย้งภายในจิตใจของตัวละคร
จากเรื่องจะเห็นได้ว่า ตัวละครเอก (ลูกชาย) เกิดความขัดแย้งกับจิตใจของตัวเอง ซึ่งในตอนแรก
นัน้ ไม่มคี วามคดิ ท่ีจะทำร้าย เอารดั เอาเปรยี บ หรือกดขข่ี ม่ เหงผู้อ่ืน อีกทงั้ ยงั มีความหวาดกลัวท่ีจะกระทำ
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๖๑
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
ผิด แตเ่ มื่อได้ยนิ คำพดู ด่าทอและเสียดสีของผู้เป็นพ่อ การส่งั สอน การเกล่ยี กลอ่ มของพ่อและแม่ก็ทำให้ลูก
ชายยอมทำตามที่พอ่ แม่ตอ้ งการ และกลายเปน็ มนุษย์ที่มคี วามชวั่ รา้ ยภายในจิตใจไปในที่สดุ
๑.๓ การหน่วงเรื่อง คือ สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากผู้แต่งได้สร้างปมปัญหาไว้แล้ว ต่อไปผู้แต่งก็จะ
กำหนดให้เรื่องดำเนินไปอย่างค่อยค่อยทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้อ่านสนใจ อยากรู้
เรื่องราวไปจนตลอดเรื่อง ซึ่งจากเรื่องสั้น “มีดประจำตัว” ผู้ศึกษาสามารถวิเคราะห์ในส่วน
ดงั กลา่ ว ไดด้ งั นี้
จากเรื่องจะเห็นไดว้ ่า การทผ่ี ู้แต่งได้ผกู ปมดังกล่าวไว้แลว้ นั้น ส่งผลทำให้ตัวละครลูกชาย ต้องเจอ
กับสถานการณ์ที่สร้างความกดดัน ต้องอาศัยการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจของตัวเองอย่างมาก ในการที่
จะกล้าทำตามความปารถนาของผู้เป็นพ่อ โดยการถือมีดประจำตัวออกไปเพื่อเฉือนเนื้อมนุษย์
ดงั ขอ้ ความว่า
ส้ินเสียงประกาศผู้คนเริ่มเคล่อื นไหวคึกคกั
"ไปกนั เถอะเรา เดี๋ยวจะไม่ทัน" ภรรยาผมเตือนพลางหยิบมีดของเธอ แล้วลกุ ขึ้นยืน
"ผม...ผมไม่กล้าครับ" ลกู ชายเสยี งส่นั
"เอ๊...อะไรกนั อกี เล่า" ผมชกั อารมณเ์ สยี
"ไปเถอะลกู ไมล่ องไม่รู้หรอก ดูคนอน่ื เขาสิออกไปกนั หมดแลว้ " ภรรยาผมฉดุ มอื ลกู ให้ลุก
ขนึ้ "อย่าลมื มีด" ผมเตือนลกู ด้วยเสยี งดุ ๆ
"ดซู ิ ถา้ ไม่อร่อยจริง คนเขาไม่มารมุ กินกนั ขนาดนหี้ รอก" ได้ยินเสยี งภรรยาผมบอกลกู
เบา ๆ ขณะเดิน
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๗๒)
๑.๔ การดำเนนิ เครอ่ื ง
ผู้แต่งได้พรรณณา เล่าเรื่องแบบเป็นไปตามลำดับเวลา ผ่านบทสนทนาของตัวละคร รวมถึงผ่าน
การพรรณนาบรรยายเหตุการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ อย่างเป็นลำดับ โดยเน้นไปที่การใช้บทบาทของความ
เป็นพ่อที่สอนลูกให้เป็นดังเช่นที่ตนเป็นอยู่ เป็นการเล่าโดยสื่อให้เห็นถึงความคาดหวังจากผู้เป็นพ่อ
ที่พยายามเลือกในสิง่ ทีค่ ิดว่าดีที่สดุ ให้กับลูกชาย เหมือนดั่งเช่นครอบครัวชนชั้นสูงทัว่ ๆ ไป ที่หวังจะเห็น
บุตรของตนอยู่ในสังคมได้ ซึ่งภายในเรื่องก็ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความขัดแย้งท่ี
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๖๒
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
เกดิ ขึ้นภายในจติ ใจของตวั ละครเอกของเร่ือง ก็คือ “ลูกชาย” เป็นตัวละครทมี่ ีบทบาทสำคัญขณะดำเนิน
เรื่อง และเป็นตัวละครทม่ี ีความขดั แย้งเกิดข้นึ โดยท่ีส่ือออกมาใหเ้ หน็ ไดอ้ ย่างชัดเจนผ่านอากัปกิริยาต่าง ๆ
โดยในเรื่องจะเล่าพฤติกรรมการกระทำบางอย่างทีค่ ่อย ๆ ส่งผลให้เขาเปลี่ยนแปลงไปตามกรอบความคดิ
แนวทางที่คนเปน็ พอ่ และแม่ได้ปูทางไว้ใหซ้ ่ึงพฤติกรรมดงั กลา่ วนน้ั กลบั ยิ่งทวคี วามรนุ แรงขนึ้ เรือ่ ย ๆ
๑.๕ จุดวิกฤต หรือ จดุ สุดยอดของเร่ือง คือ ความขดั แย้ง หรือ ปญั หาทดี่ ำเนนิ มาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
น้ัน ได้ทวีความรุนแรงเขม้ ขน้ ข้ึนจนถึงขดี สดุ ซ่ึงจากเรื่องส้ัน “มดี ประจำตวั ” ผศู้ ึกษาสามารถวิเคราะห์
ในสว่ นดงั กล่าว ไดด้ ังน้ี
ผู้แต่งได้วางให้ตัวละครเอก (ลูก) ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิดมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้า
นน้ั ผูแ้ ตง่ ไดป้ ูเรอ่ื งโดยเล่าให้เห็นถงึ ความคิดและพฤติกรรมของตัวละครเอก (ลกู ) วา่ แรกเริ่มเดมิ ที เขาไม่
ปรารถนาที่จะทำร้ายผู้อื่น แต่ท้ายที่สุดก็ต้องทำ เพื่อการเอาตัวรอดและหลีกเลี่ยงคำพูดที่ด่าทอประชด
ประชันเสียดสี จากผู้เป็นพ่อ ลูกจำเป็นต้องซึมซับความโหดร้ายของคนรอบข้าง และเมื่อเด็ก (ลูก) ตกอยู่
ในสังคมนั้นและได้ลิ้มลองเนื้อมนุษย์ (กิเลส อำนาจนั้น ๆ ) แล้ว ตัวละครลูกก็เกิดพฤติกรรมที่เปลี่ยน
จากคนท่มจี ติ ใจอารี มีเมตตามคี วามสงสาร กก็ ลายมาเปน็ เหมอื นพ่อและแมข่ องเขาทห่ี วิ กระหายเลือดเน้ือ
มนุษย์ (อำนาจ) เหมือนกัน เช่นเดียวกับคนท่ีไดเ้ ขา้ สู่สังคมแบบน้ัน ๆ แล้วได้รบั รู้รสชาติของผลประโยชน์
ต่าง ๆ ที่ได้มาแล้วเกิดกิเลสความโลภเข้าครอบงำจิตใจ ก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะสลัดมันออกไปจาก
ความรู้สกึ นึกคดิ ได้
๑.๖ การคลายปม / การปิดเรื่อง เป็นการคลี่คลายเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาทั้งหมด รวมถึงตอน
จบของเรื่อง ที่มีวิธีจบได้หลายรูปแบบ เช่น จบแบบหักมุมพลิกความคาดหมาย หรือจบแบบทิ้งท้าย
ให้ผู้อ่านขบคิด ตลอดจนสุขกันนาฏกรรมและจบแบบโศกนาฎกรรม ซึ่งจากเรื่องสั้น “มีดประจำตัว”
ผศู้ ึกษาสามารถวิเคราะหใ์ นสว่ นดังกล่าว ได้ดังนี้
การปิดเร่ืองและจดุ คลคี่ ลายของเรอ่ื งนี้ คือ การทผ่ี ้แู ต่งสะท้อนใหเ้ ห็นว่า ลูกชาย ซงึ่ เปรียบเสมอื น
ตัวแทนของ “เด็ก” ที่แม้ว่าในจิตใจของเขา เรมิ่ ต้นนนั้ จะใสสะอาดและบริสุทธ์ิ เกรงกลัวต่อการกระทำ
บาป แต่เมือ่ ถูกเสยี ดสี ปลูกฝัง สั่งสอนเร่อื งต่าง ๆ ก็ทำให้เขาตอ้ งรับอิทธิพลจากสังคมหรอื คำสอนเหลา่ นัน้
จนซมึ ซบั เขา้ ไปในจติ ใจ และเมื่อจิตใจของเขาไดส้ มั ผสั กบั ส่ิงช่ัวร้ายแลว้ ไซร้ ก็ยากทีจ่ ะกลับมาใสสะอาด
บริสุทธไิ์ ด้ดงั เดิม ดังข้อความว่า
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๖๓
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
“...ทนั ทีที่ลนิ้ เขาสัมผัสรส ผมเหน็ ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไป
ราวกบั วา่ เขาได้พบส่ิงมหัศจรรยท์ ีเ่ ขาคิดไม่ถงึ วา่ จะได้เจอะเจอ
ดวงตาของเขาวาววามฉายแววแหง่ ความดุร้ายออกมา…”
(ชาติ กอบจติ ติ , ๒๕๒๖ :๑๗๕)
“...เขาคงรู้สึกถงึ รสชาตเิ นื้อคนแล้ว สหี นา้ ของเขาไมเ่ หลอื วี่แววความเป็นคนขี้
สงสารมนุษยช์ น้ั ต่ำอยู่เลย...”
(ชาติ กอบจติ ติ , ๒๕๒๖ :๑๗๖)
๒. ตวั ละคร เปน็ บุคคลทผ่ี ้แู ตง่ สมมตขิ ึ้นเพ่ือใหก้ ระทำพฤตกิ รรมในเร่ืองอย่างมีบทบาท
แสดงการเคล่ือนไหว ดำเนินไปสู่จดุ มุ่งหมายปลายทางของเรื่อง
จากเร่ือง จะเหน็ ได้ว่ามตี วั ละครทง้ั หมด ๓ ตัวละคร คือ ตวั ละครพ่อ ตวั ละครแม่ และตัวละครลกู
โดยผ้ศู ึกษาสามารถวเิ คราะห์ได้ ดงั น้ี
๒.๑ การนำเสนอ
ตัวละครพ่อ และตัวละครแม่ : เปน็ การนำเสนอโดยอ้อม
จะเห็นได้ว่าจากเรื่องผู้แต่งได้สร้างสถานการณ์มาอธิบายเพือ่ บ่งบอกถึงลักษณะนิสยั ของตัวละคร
พ่อแบบอ้อม ๆ โดยสังเกตไดว้ ่าทั้ง ๒ ตัวละครนี้ ต่างก็เป็นตัวละครที่มีด้านมืด กิเลสบางอย่างในจิตใจ ท่ี
ถูกครอบงำเอาไว้ให้ดำเนินชีวิตไปตามความคิดที่แฝงไว้ซึ่งความโหดร้าย ทารุณ และไม่สนใจชีวิตความ
เป็นอย่ขู องผ้อู ่นื ไมส่ นวา่ การกระทำของตนจะสง่ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ ใครอีกหลายร้อยพนั คนหรอื ไม่ อยา่ งไร
ตัวละครลูก (เป็นตวั ละครเอก) : เปน็ การนำเสนอโดยตรง
จะเห็นได้ว่าจากเร่ืองผู้แต่งได้สร้างสถานการณ์มาอธิบายเพื่อบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของตัวละคร
ลูกแบบตรง ๆ โดยสังเกตได้จากพฤติกรรมและการแสดงออกของเขา ทั้งความอ่อนโยนและสงสารที่มีต่อ
เพื่อนมนุษย์ ความกลัวที่มีต่อสิ่งที่รู้สึกผิดบาป อาการประหม่าต่าง ๆ ที่แสดงออกมาเมื่อรู้ว่าตนกำลัง
กระทำในสง่ิ ทผี่ ิด
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๖๔
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
๒.๒ ประเภทของตัวละคร
ตวั ละครพ่อ และตวั ละครแม่ : เป็นตัวละครมติ ิเดียว (Flat character)
จะเห็นได้ว่าจากเรื่อง ตัวละครทั้ง ๒ ตัวนี้ มีลักษณะนิสัยที่สื่อออกมาอย่างคงที่ตั้งแต่เริ่มเรื่อง
จนจบเรื่อง โดยผแู้ ต่งได้มีการกลา่ วยำ้ เพ่อื แสดงลักษณะนสิ ัยตัวละครทง้ั ๒ นี้ ว่าท้ังค่ตู า่ งใหค้ วามสำคัญกับ
การมีมีดประจำตวั ของตนเองไวใ้ นครอบครอง และตอ้ งการทจ่ี ะส่งต่อสิง่ เหล่านใี้ ห้กับลูกของตนให้เดินรอย
ตามพวกเขาให้ได้ อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่ายิ่งร่ำรวยมีอำนาจมาก มีไหวพริบมาก มีการศึกษามาก
มีดประจำตัวของคนคนน้ัน กย็ ิง่ มีความแหลมคมมากขึน้ เช่นกนั ซึ่งจากเนอื้ หาโดยรวมไดส้ ะท้อนภาพการ
กระทำและความคิดของบุคคลระดับสูง ที่คอยแต่จะสูบเลือดเฉือนเนื้อเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ที่พวกเขา
เรียกว่า คนชนั้ ตำ่ อยา่ งไร้ความปราณี
ตวั ละครลกู (เปน็ ตัวละครเอก) : เปน็ ตัวละครหลายมติ ิ (Round character)
จะเห็นไดว้ า่ จากเร่อื ง ในตอนเรมิ่ เร่ือง จนถึงกลางเร่ือง ตัวละครลูก มีความรสู้ กึ สงสารและเห็นใจ
เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และละอายใจต่อการกระทำที่ผิดบาป แต่เมื่อเขาถูกพ่อแม่ ถูกสังคมคาดหวัง
ว่าจะต้องใช้ชีวิตเดนิ ตามรอยพ่อและแม่ให้ได้ จะต้องใช้มีดประจำตัวที่มีอยู่ให้จงได้ ท้ายที่สุด เมื่อถูกหล่อ
หลอมมาเป็นเช่นนั้นมาก ๆ เขาจึงมีลักษณะนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยม
และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจบารมี ความสะดวกสบายในชีวิต เฉกเช่นเดียวกันกับพ่อ
แม่ของเขาในทสี่ ดุ
๒.๓ การวเิ คราะหต์ ัวละคร
๒.๓.๑ พิจารณาวธิ ีการสรา้ งตัวละคร
การนำเสนอตวั ละคร
ตัวละครพ่อและตวั ละครแม่ เป็นการนำเสนอโดยออ้ ม
สว่ นตัวละครลูก เปน็ การนำเสนอโดยตรง
แรงจงู ใจของตัวละคร กลา่ วไดว้ ่า มคี วามสมจรงิ
ดังจะเห็นได้ว่า เหตุผลที่มนุษย์ทุกคนต้องพยายามดิ้นรนขวนขวาย หาทาง ถีบตัวเองให้ข้ึน
สู่สังคมชั้นสูง เพื่อเป็นผู้มีอำนาจ และมีบารมีเหนือใคร ๆ ก็เป็นผลเนื่องมาจากความรู้สึกแปลกแยกท่ี
เกิดขน้ึ ในจติ ใจ ซ่ึงอาจเกิดจากความรสู้ ึกถูกกดข่ีขม่ เหง เอารดั เอาเปรียบสารพัด หรือแม้แต่การถูกอบรม
บ่มสอน กระทั่งการถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ ดังเช่น “ตัวละครลูก” ที่แม้ว่าแรกเริ่มเดิมที จะเห็นได้ว่า
เขามีจิตใจที่ใสสะอาดและบริสุทธิ์ มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และเกรงกลัวต่อการกระทำบาป
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๖๕
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
แต่เม่อื ถูกเสียดสี ถกู ปลูกฝัง ส่ังสอนเรอื่ งต่าง ๆ ในทางทไี่ มถ่ ูกไม่ควรเป็นเวลานาน ๆ เขา้ ทา้ ยท่ีสุดก็ทำให้
เขาได้รับอิทธิพลเหลา่ น้ันมาแบบเต็ม ๆ เกิดเป็นความซึมซับเขา้ ไปในจิตใจ และเมื่อจิตใจของเขาไดส้ ัมผสั
กับสง่ิ ชวั่ รา้ ย แลว้ ไซร้ กย็ ากที่จะกลับมาใสสะอาดบรสิ ทุ ธ์ิได้ดงั เดมิ
นำ้ เสยี งของผูแ้ ต่ง
จากเรื่อง ผูแ้ ต่งมกี ารใช้นำ้ เสียงสอื่ ถงึ ตัวละครในเชงิ ลบเป็นสว่ นใหญ่ เช่น ตอนที่ตวั ละครพ่อและ
แมก่ ลา่ วถึงคนชนั้ ล่างวา่
“ถ้าแกจะผ่าเหล่าผ่ากอก็ตามใจแก คิดให้ดีก็แล้วกัน เพราะนั่นหมายถึงวิถี
ชีวิตแกต้องเปลี่ยนไปเป็นพวกมนุษย์ชั้นต่ำ อีกหน่อยถ้าแกมีเมียมีลูก อดอยากเข้าก็
ต้องเอาลูกมาขายเป็นลูกค้าข้างถนน ให้คนมีมีดประจำตัวเขาซื้อไปแล่เนื้อเถือหนัง
ดูดเลือดดูดสมองมากิน รึตัวแกเองก็เถอะ ถึงเวลานั้นอย่ามาร้องโอดโอยกับฉันก็แล้ว
กัน ฉันชว่ ยอะไรแกไม่ได…้ ”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๖๘)
หรอื ตอนท่ีตัวละครแมก่ ล่าวถึงคนช้นั ล่าง ดงั ความที่วา่
“สงสารมนั ไม่ไดห้ รอก พวกมนษุ ยช์ ้นั ต่ำพวกนี้มนั เกดิ มาเพอื่ ให้คนอย่างพวก
เรากิน ถา้ เราสงสารมนั เรากไ็ มม่ ีความสขุ …..”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๗๑)
ซงึ่ จะทำใหเ้ ราสมั ผัสถงึ น้ำเสียงทีด่ ูถูก เหยยี ดหยาม และรังเกยี จคนชน้ั ต่ำอย่างไรซ้ ึง่ ความปราณี
ใด ๆ
๒.๓.๒ พิจารณาลักษณะและบทบาทของตัวละคร
ตวั ละครพูดอะไรกับตวั เองบา้ ง
เนอ่ื งจากการทตี่ ัวละครพูดกบั ตัวเองคนเดยี ว เปน็ สง่ิ ท่สี ำคัญมากในการทจ่ี ะช่วยให้สามารถ
วิเคราะห์ ตัวละครได้ เพราะในขณะทีต่ วั ละครพดู กับตัวละครอ่ืน ๆ อาจจะใช้คำพูดโกหกหรือปิดบังบางสิ่ง
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหม่นวกาล หน้า ๖๖
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
บางอย่างเอาไวไ้ ด้ แต่เม่ือขณะทต่ี วั ละครพูดคนเดียว รำพึงรำพันในใจตนเองคนเดียว จะสามารถสะท้อน
ตัวตนทแี่ ท้จรงิ ของตวั ละครได้ดีที่สดุ
ดงั จะเหน็ ได้ว่า ในตอนที่ลกู ชายไดล้ องหยบิ มีดประจำตวั ขึ้นมา และใชม้ ันไปเฉือนเนื้อมนุษย์แล้ว
เดนิ กลับมาท่ีโต๊ะรบั ประทานอาหาร ตัวละครพ่อได้ใชถ้ ้อยคำทีต่ ดั พ้อถึงการกระทำท่ีลูกชายเฉอื นเน้ือ
มนษุ ยม์ าไดเ้ พียงน้อยนิด แต่ในช่ัวขณะหน่ึง ตวั ละครพ่อกเ็ กิดความคดิ และได้พูดรำพงึ รำพันกบั ตวั เอง ดัง
ขอ้ ความทีว่ า่
“ผมหวนนึกถงึ ตัวเองเมื่อครงั้ แรกท่ีพ่อพาไปกินคน ตวั เองก็ไมต่ า่ งกับลูกชายตอนน้ีมาก
นัก นึกเชน่ น้จี งึ ค่อยสงบลง รสู้ ึกสงสารลูกชายขึน้ มา”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๗๔)
จากข้อความดังกลา่ ว สะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมเหล่านี้ ถือวา่ มใิ ชเ่ รือ่ งผดิ แปลกสำหรบั ตวั ละคร
พอ่ เพราะตวั เขาเองก็ถูกสังคมและครอบครวั อบอรมสั่งสอนหลอ่ หลอมและเตบิ โตมา กลายเปน็ คนท่ีมี
พฤติกรรม มนี สิ ัยใจคอท่เี หยี้ มโหดอย่างทุกวันนี้ และเม่ือมองว่าสง่ิ นี้มิใช่เร่ืองแปลกแล้ว ก็ซำ้ กลายเป็น
เร่อื งปกติในสายตาสำหรบั กาท่จี ะส่งต่อพฤติกรรมดังกลา่ วเหล่านใ้ี ห้กบั ลกู ชายของตวั เองให้สบื ต่อไป
๒.๔ ประเมินคา่ ตัวละคร
มีความสมจริง
เพราะ ตวั ละครเอก (ลูกชาย) เติบโตมาในสภาพสังคมและครอบครัว พอ่ แมท่ ีค่ อยแต่จะอบรมบ่ม
สอนให้เขาเลือกใช้ชีวิตอย่างกล้าที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและบารมี โดยปราศจาก
ซึ่งความเมตตา ไร้ซึ่งความสงสารปรานีใครใด ๆ สั่งสอนให้เขารู้จักทีจ่ ะใช้อำนาจและบารมีทีม่ ีไปในทางท่ี
ผิด แม้ว่าแรกเริ่มเดิมทจี ะเหน็ ได้อยา่ งชัดเจนวา่ ตวั ละครลกู มีจิตใจทเ่ี มตตา โอบออ้ มอารี และสงสารเพื่อน
มนุษย์ด้วยกันอยู่มาก แต่ท้ายที่สุดเมื่อเขาถูกพ่อแม่ ถูกสังคมคาดหวังว่าจะต้องใช้ชีวิตเดินตามรอยพ่อ
และแมใ่ ห้ได้ จะตอ้ งใชม้ ดี ประจำตวั ทมี่ ีอยู่ใหไ้ ด้ และแน่นอนวา่ เมอ่ื ถกู หล่อหลอมมาเป็นเช่นน้ันมาก ๆ เข้า
เขาจึงมีลักษณะนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยม และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้
ได้มาซง่ึ อำนาจบารมี ความสะดวกสบายในชวี ิต เฉกเชน่ เดียวกนั กับพ่อแม่ของเขาในที่สดุ
ตวั ละครช่วยใหผ้ ูอ้ า่ น เขา้ ใจโลกและมนุษยไ์ ด้
จากเรอ่ื งจะเห็นไดว้ า่ การกระทำของตัวละครเอก ช่วยสะท้อนให้ผอู้ า่ นสำนึกและตระหนักคดิ ว่า
“เด็ก” แม้วา่ ในจติ ใจของเขา เรม่ิ ต้นนนั้ จะใสสะอาดและบริสทุ ธ์ิ จะเกรงกลัวต่อการกระทำบาปมากมาย
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๖๗
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
เทา่ ใด อย่างไร แต่เมอ่ื ถูกเสยี ดสี ปลกู ฝัง สัง่ สอนดว้ ยการกระทำตา่ ง ๆ ทีไ่ ม่ถกู ไม่ควร สงิ่ เหลา่ นี้ก็ล้วน
แลว้ แตท่ ำใหเ้ ขาตอ้ งรบั อทิ ธิพลจากสงั คมหรือคำสอนเหล่าน้ัน จนกลายเป็นความซึมซับเขา้ ไปถงึ ในจติ ใจ
และเมื่อจติ ใจของเขาไดส้ ัมผัสกบั สิ่งชัว่ รา้ ยแลว้ ไซร้ ก็ยากที่จะกลบั มาใสสะอาดบริสุทธไ์ิ ด้ดังเดิม
๔. บทสนทนา คอื ถอ้ ยคำทตี่ ัวละครใชพ้ ูดตอบโต้กันช่วยดำเนินเรือ่ งไปไดโ้ ดยผูแ้ ต่ง
ไม่ต้องอธิบายมากอีกท้งั ยังชว่ ยสะท้อนบุคลกิ เฉพาะของตวั ละครหรอื ช่วยสร้างบรรยากาศในเรือ่ งให้เปน็ ไป
ตามธรรมชาติและหลกี เล่ียงความซำ้ ซากของบรรยากาศ
ซึ่งบทสนทนาในเรื่อง ผู้แต่งได้มีการแย้มพรายให้เห็นถึง แก่นของเรื่องและแนวความคิดเป็น
นัย ๆ โดยสื่อผ่านระหว่างตัวละครกับตัวละคร ซึ่งบทสนทนานี้มีส่วนช่วยในการดำเนินเรื่องเปน็ อย่างมาก
และช่วยให้ได้เห็นถึงลกั ษณะนสิ ยั ทัศคติ อารมณ์ น้ำเสียง ความรู้สกึ ของตวั ละครที่มีในเรือ่ ง เช่น ตอนท่ี
ตวั ละครพอ่ กล่าวถึงชนชั้นล่าง ดังความท่วี ่า
“ถ้าแกจะผ่าเหล่าผ่ากอก็ตามใจแก คิดให้ดีก็แล้วกัน เพราะนั่นหมายถึงวิถี
ชีวิตแกต้องเปลี่ยนไป เป็นพวกมนุษย์ชั้นต่ำ อีกหน่อยถ้าแกมีเมียมีลูก อดอยากเข้าก็
ต้องเอาลูกมาขาย เป็นลูกค้าข้างถนน ให้คนมีมีดประจำตัวเขาซื้อไปแล่เนื้อเถือหนัง
ดูดเลอื ดดูดสมองมากิน รตึ ัวแกเองก็เถอะ ถงึ เวลานน้ั อย่ามาร้องโอดโอยกับฉันก็แล้วกัน
ฉันชว่ ยอะไรแกไมไ่ ด้…”
(ชาติ กอบจติ ติ , ๒๕๒๖ :๑๖๘)
หรือ ตอนทีต่ ัวละครแม่กลา่ วถงึ คนชั้นล่าง ดังความท่ีว่า
“สงสารมันไม่ได้หรอก พวกมนุษย์ชัน้ ต่ำพวกน้ีมันเกดิ มาเพอ่ื ให้คนอย่างพวก
เรากนิ ถา้ เราสงสารมนั เราก็ไม่มีความสขุ …..”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๗๑)
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หน้า ๖๘
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
ซึ่งสะท้อนให้ผ้อู ่านสัมผัสถึงนำ้ เสียงท่ีแฝงไปดว้ ยการดูถูก เหยียดหยาม และรังเกยี จคนช้ันตำ่
กวา่ ตนเองอย่างไร้ซง่ึ ความปราณีใด ๆ
และนอกจากน้ี ส่งิ ทีส่ ำคัญอกี ประการหนึ่งในบทสนทาของเร่อื งน้ี คอื จะเห็นได้ว่าในเรื่องแม้จะ
มีตัวละครที่เป็นตัวแทนของคนชั้นล่าง (คนที่ถูกแล่ เฉือนเนื้อ ที่นอนรอความตาย) ปรากฏอยู่ด้วย แต่บท
สนทนา หรือ ถ้อยคำที่สื่อออกจากปากของคน ที่ถูกตีกรอบจำกัดความว่าเป็นคนชั้นล่างเหล่านั้น ไม่มี
ปรากฏอยู่เลยแม้แต่นอ้ ย ซึ่งจากเร่ืองจะมีเพียงบทสนทนาท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มคนชั้นกลาง จนถึงชนชน้ั
สูงขึ้นไป และหากพิจารณาดี ๆ ก็อาจตีความได้อีกนัยหนึ่งว่า คนชั้นล่างเหล่านั้น จะต้องเป็นผู้ถูกกระทำ
อย่างไม่มสี ทิ ธม์ิ ีเสยี งในการจะสอ่ื สาร ขอความชว่ ยเหลือ หรอื แสดงทศั นะใด ๆ ออกมาไดเ้ ลย
๕. แก่นเรื่อง หรือ แนวคิด คือ ความคิดหรือสาระสำคัญในเรื่องที่ผู้แต่งต้องการจะสื่อสารมายังผูอ้ ่าน
ซึ่งสันสำคัญนั้นมักจะเกี่ยวกับความเป็นจริงของชีวิตเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความอย่างรู้เข้าใจ และได้ข้อคิด
เตือนใจ
ซึ่งจากเรื่อง "มีดประจำตัว" ผู้แต่งต้องการนำเสนอให้เห็นถึงสัจธรรม ความจริงบางอย่าง ของ
มนุษย์ โดยสะท้อนให้เห็นถงึ ความไม่เท่าเทียมกัน การแบ่งชนชั้นทางสังคม ต้องการสื่อให้เห็นถึงภาพของ
คนชั้นกลางที่มีอาวุธ ก็คือ อำนาจ อิทธิพล ฐานะทางสังคมที่เหนือกว่า เป็นภาพสะท้อนของการกดขี่ข่ม
เหงคนชั้นล่างไม่ให้มีสิทธิ์ มีเสียงใด ๆ ซึ่งหากใครที่มีมีดประจำตัว หรืออาวุธ ที่เรียกว่าอำนาจมากที่สุด
ก็ถือว่าเป็นผู้ย่งิ ใหญ่ในวงการสังคมชนั้ สงู โดยคนชนชน้ั กลางเหล่านั้น ต่างก็มเี กราะปอ้ งกันในยามท่ีกระทำ
สิ่งตา่ ง ๆ โดยไม่สนซงึ่ ความผดิ บาป หวงั เพียงแคไ่ ขวค่ ว้าเพอ่ื ให้ไดม้ าซึง่ ส่ิง ๆ น้ัน
ซึ่งนอกจากเรื่อง ยศถาบรรดาศักดิ์ และการแบ่งชนชั้นกันทางสังคมแล้ว จากเรื่องจะเห็นได้ว่าผู้
แต่งได้มีการสะท้อนให้เห็นถึง การปลูกฝัง ส่งต่อค่านิยมอันโหดเหี้ยม เลวร้าย ไร้ซึ่งศีลธรมมเหล่าน้ัน
ให้กบั คนอ่ืน ๆ ซง่ึ จากเรอื่ ง ผแู้ ตง่ ไดส้ ่ืออกมาโดยใชภ้ าพแทนของพ่อแม่ ดว้ ยกล่าวถงึ การทพี่ อ่ แมพ่ ยายาม
สอนลูกให้รู้จัก มีความสุขในการ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น สอนให้ลูกเห็นคุณค่าของวัตถุที่เกิดขึ้นตามความ
เจริญของยุคสมัยมากกว่าจิตใจมนุษย์ด้วยกัน ที่ตอนท้ายตัวละครลูก กลับต้องพ่ายให้กับกิเลสความโลภ
ดงั กลา่ วในทสี่ ดุ
ในส่วนนี้ ผู้วิเคราะห์สามารถอธบิ ายขยายความได้วา่ ก่อนหน้าน้ัน ผู้แต่งได้ปูเร่ืองโดยเล่าใหเ้ หน็
ถึงความคิด และพฤติกรรมของตัวละครเอก (ลูก) ว่าแรกเริ่มเดิมที เขาไม่ปรารถนาที่จะทำร้ายผู้อ่ืน
แต่ท้ายที่สุดก็ต้องทำ เพื่อการเอาตัวรอดและหลีกเลี่ยงคำพูดที่ด่าทอประชดประชันเสียดสีจากผู้เป็นพ่อ
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๖๙
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
ลูกจำเป็นต้องซึมซับความโหดร้ายของคนรอบข้าง และเมื่อเด็ก (ลูก) ตกอยู่ในสังคมนั้นและไดล้ ิ้มลองเนื้อ
มนุษย์ (กิเลส อำนาจนั้น ๆ ) แล้ว ตัวละครลูก ก็เกิดพฤติกรรมที่เปลี่ยน จากคนที่มีจิตใจอารี มีเมตตา
มีความสงสาร ก็กลายมาเป็นเหมือนพ่อและแม่ของเขาที่หิวกระหายเลือดเนื้อมนุษย์ (อำนาจ) เหมือนกัน
เช่นเดียวกับคนที่ได้เขา้ สู่สังคมแบบนั้น ๆ แล้วได้รับรู้รสชาติของผลประโยชน์ตา่ ง ๆ ที่ได้มาแล้วเกิดกิเลส
ความโลภเข้าครอบงำจิตใจ กก็ ลายเป็นเรื่องยากท่ีจะสลัดมันออกไปจากความรสู้ ึกนึกคิดได้ ราวกับผ้าขาว
ท่เี ปื้อนหมึกดำ แลว้ ไมม่ ีทางที่จะซักใหข้ าวสะอาดดังเดิมได้
ซึ่งสิ่งที่ผู้แต่งนำเสนอ ถ่ายทอดผ่านเรื่องนี้ ไม่ใช่คำสอนเชิงศีลธรรม แต่เป็นการตีแผ่ เปิดเผยให้
เห็น ธรรมชาติของมนุษย์ และสัจจะธรรมในการดำเนินชีวิต ตามความจริงที่ว่า แม้ว่าคนเราจะตระหนกั รู้
ในความจริงข้อนี้ดี แต่เราก็ยังคงละเลย ปฏิเสธ และกระทำตรงกันข้ามอยู่ ดังเช่นตอนช่วงท้ายของเรื่อง
มีดประจำตัว แม้ตัวละครเอกจะรู้ และไม่เห็นด้วยกับการเอารัดเอาเปรียบกัน แต่สุดท้ายเขาก็กลับเลือก
กระทำส่ิงเหล่าน้ันเสียเอง
๖. ฉาก และบรรยากาศ คือ สถานที่ที่เกดิ เหตุการณใ์ นเรื่องซ่งึ หมายรวมถึงเวลาและสภาพแวดล้อม
ของเหตุการณ์น้นั
บรรยากาศ หมายถึง ท่าทีหรอื ทศั นคตขิ องผู้อ่านทจี่ ะมตี ่อส่งิ ใดสง่ิ หน่งึ ตามแตท่ ี่ผแู้ ตง่ จะพาไป
จากเรอ่ื งส้ัน “มดี ประจำตัว” ผู้ศกึ ษาสามารถวเิ คราะหใ์ นส่วนดังกลา่ ว ได้ดงั น้ี
๖.๑ ประเภทของฉาก
ลักษณะทางกายภาพ : คือ หอ้ งโถง เพื่อรองรับจำนวนผู้คนทม่ี ารว่ มสังสรรค์งานเล้ียง
เวลา : ชว่ งเวลากลางคนื เวลา ๑ ทุ่ม
สภาพแวดล้อมทางสังคม : เปน็ วัฒนธรรมงานเลยี้ งสังสรรค์ของชนชั้นกลาง ไปจนถึงระดับชน
ชนั้ สูง
วเิ คราะหฉ์ าก : ผ้แู ต่งได้มกี ารกล่าวพรรณนาถงึ ฉากและบรรยากาศภายในงานเปน็ การเริ่มตน้
ในการเปิดเรื่อง โดยกล่าวพรรณนาถึงสถานที่ที่ใช้รองรับในการจัดงานเลี้ยงยามค่ำคืนนี้ ซึ่งใช้ฉากก็คือ
ห้องโถงขนาดใหญ่ ดังขอ้ ความที่ว่า “ภายในหอ้ งโถงใหญ่ สว่างไสวด้วยไฟโคมระยา้ ยอ้ ยหอ้ ยอยู่กลางห้อง”
เพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพมองเห็นถึง ความหรูหราโอ่อ่าความอลังการใหญ่โต และความสวยงามของ
สถานทีอ่ ีกท้ังมีการบรรยายถึงบรรยากาศภายในงานเคล้าคลออยูเ่ นือง ๆ ดงั ความท่ีว่า
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หน้า ๗๐
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
“เสียงเปียโนคลออยูเ่ บา ๆ ผคู้ นคอ่ นขา้ งหนาตา เสยี งพดู คุย เสยี งน้ำแข็ง
กระทบแก้ว
เสยี งเครือ่ งดื่มรินไหล คละเคลา้ หอู ย่างไม่เป็นระเบียบ
พรมหนานมุ่ สีแดงเลือดคนรองรับเท้าทีเ่ คลือ่ นไหวไป-มา”
(ชาติ กอบจติ ติ , ๒๕๒๖ :๑๗๑)
๖.๒ การวเิ คราะห์ฉาก
มคี วามสมจรงิ
หากพิจารณาถึงความเหมาะสมของฉาก จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ผู้แต่งได้มีการสร้างฉากอัน
เป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง ให้ดูมีความสอดคล้อง ใกล้เคียงและสมจริงกับการดำเนินเรื่อง
มากทส่ี ดุ
เห็นได้ว่า จากเรื่องเป็นงานเลี้ยงของชนชั้นสูง หรือ ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ มีหน้ามีตาในสังคม
มีอำนาจบารมีในสังคม ดังนั้น ฉากและบรรยากาศดังที่ปรากฏในเรื่องกล่าว ถือได้ว่ามีความเหมาะสมกับ
การดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก ด้วยมีความสอดคล้องกับตัวละครภายในเรื่อง ช่วยส่งเสริมและทำให้ฉาก
ดมู คี วามสมจรงิ มากยิ่งขึน้
ฉากกบั การสรา้ งบรรยากาศ
จากเรื่องจะเห็นได้ว่า ผู้แต่งได้มีการกล่าวพรรณนาถึงฉากและบรรยากาศภายในงานเป็นการ
เริ่มต้นในการเปิดเรื่อง โดยกล่าวพรรณนาถึงสถานที่ที่ใช้รองรับในการจัดงานเลี้ยงยามค่ำคืนนี้ ซึ่งใช้ฉาก
ก็คือ ห้องโถงขนาดใหญ่ ดังข้อความทีว่ ่า
“ภายในหอ้ งโถงใหญ่ สว่างไสวด้วยไฟโคมระยา้ ย้อยห้อยอย่กู ลางห้อง”
เพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพมองเห็นถึง ความหรูหราโอ่อ่าความอลังการใหญ่โต และความสวยงามของ
สถานที่ อกี ทงั้ มีการบรรยายถึงบรรยากาศภายในงานเคล้าคลออยู่เนือง ๆ ดงั ความทวี่ า่
“เสียงเปียโนคลออยู่เบา ๆ ผู้คนค่อนข้างหนาตา เสียงพูดคุย เสียงน้ำแข็ง
กระทบแก้ว เสยี งเครื่องดม่ื รนิ ไหล คละเคล้าหอู ย่างไมเ่ ปน็ ระเบยี บ พรมหนานุ่ม
สีแดงเลอื ดคนรองรับเท้าทเ่ี คลือ่ นไหวไป-มา”
(ชาติ กอบจิตติ , ๒๕๒๖ :๑๗๑)
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หนา้ ๗๑
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
ซงึ่ ทง้ั ฉากและบรรยากาศดังกล่าวมาน้ี กเ็ กิดขนึ้ จากการท่ผี แู้ ตง่ ต้องการสรา้ งภาพแทนในใจใหก้ บั
ผู้อา่ นอ่าน หรอื ทเ่ี รียกวา่ “จนิ ตภาพ” เพือ่ ให้ผูอ้ า่ นเกดิ ความรู้สกึ ร่วม และเห็นภาพตามเป็นฉาก ๆ เสมือน
ตนเองได้ร่วมอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ อีกทั้งสามารถทำให้ผู้อ่านรับรู้และเข้าใจถึงความรู้สึกของตัว
ละครผ่านการสรา้ งบรรยากาศในฉากดงั กล่าวมาขา้ งต้นไดอ้ ย่างดยี ่ิง
ความกลมกลนื องค์ประกอบอื่น ๆ ในเรอ่ื ง
จากเร่อื งจะเห็นได้ว่า ฉากตา่ ง ๆ ทีป่ รากฏในเร่ือง มคี วามสัมพันธก์ ลมกลืนกับองคป์ ระกอบอ่ืน ๆ
ภายในเร่อื งด้วย มคี วามสอดคลอ้ ง และเป็นฉากท่ีลืน่ ไหล ให้ความร้สู ึกเดยี วกันไปตลอดท้ังเรื่อง
๗. กลวิธใี นการเล่า หรอื มุมมอง (Point of View)
๗.๑ การวิเคราะหม์ ุมมอง
พิจารณาว่าผู้แตง่ ใชม้ ุมมองแบบใด
จากเร่อื ง " มีดประจำตัว " มกี ารใช้มุมมอง ของผเู้ ล่าเรื่องที่ ปรากฏตวั ในฐานะตัวละครใน
เรอื่ ง (Narrator a Participant)
กล่าวคือ ผเู้ ล่าเร่อื ง ใชส้ รรพนามบรุ ษุ ที่ ๑ คือ คำว่า “ผม” ก็คอื ตวั ละครพอ่ ในการเล่าเรื่องผ่าน
ตัวละคร “ผม” ซึ่งเป็นตัวแทนของคนชั้นกลางนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ ของพวกเขาที่มีต่อ
คนชั้นล่างที่ว่าถึงแม้คนชั้นล่างจะเจ็บปวดทรมานเพียงใด พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกสงสาร มีแต่จะสนุกสนาน
พอใจกับส่งิ ที่เหน็ ดังขอ้ ความที่วา่
“ ใครคนหนึง่ สบั ฉบั ลงบนขอ้ มอื เลอื ดกระเซ็นมาถูกใบหนา้ ผม ผมหันไปมอง
เขาเอ่ยขอโทษแล้วชี้ ให้ผมดูข้อมือที่ขาดออกจากแขนมันยังเต้นกระตุกอยู่ได้
เราหัวเราะให้กันอย่างรื่นเริง เขาหยิบข้อมือที่ยังกระตุกเต้นนั้นขึ้นใส่จาน
“ผมชอบกินนิ้วมือ มันมีเอ็นกรุบกรับดีเวลาเคี้ยว เขาบอกผมพร้อม
รอยยมิ้ สมใจ”
(ชาติ กอบจิตต.ิ ๒๕๒๖ :๑๗๒-๑๗๓ )
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหม่นวกาล หน้า ๗๒
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
พิจารณาเหตผุ ลในการเลอื กใช้มุมมองนนั้ ๆ
จากเรื่อง ที่ใช้มุมมองแบบ ผู้เล่าเรื่องที่ ปรากฏตัว ในฐานะตัวละครในเรื่อง ( Narrator a
Participant) หากพิจารณาถึงเหตุผลในการเลือกใช้มุมมองดังกล่าว ก็อาจกล่าวได้ว่าที่ผู้แต่ง เลือกใช้
มุมมองนี้ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะ ต้องการทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ ของตัวละครที่ทำหน้าที่
ในการดำเนินเร่ือง เป็นตัวสำคัญ ๆ ต้องการทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพความคิด อารมณ์ ความรู้สึกที่ตัวละคร
มีต่อคนชั้นล่าง โดยเลือกใช้คำว่า “ผม”เพื่อสื่อให้เห็นชัดว่าเรื่องดังกล่าวที่เล่ามานั้น เป็นเรื่องราวที่เกิด
ขน้ึ กับตนจรงิ ๆ และเพื่อใหเ้ กดิ จินตภาพแจ่มแจ้งในใจผ้อู า่ น ชดั เจนมากยิ่งขึ้น
๘. ลลี าการใช้ภาษาของผแู้ ตง่
การใช้ภาษา
จากเรื่องดังกล่าว สามารถอธิบายถึงการใช้ภาษาของผู้แต่งได้ว่า ผู้แต่งได้บรรจงร้อยเรียงถ้อยคำ
ถ้อยความขนึ้ อยา่ งมีศิลปะ มชี น้ั เชงิ ทุกตัวอกั ษรเตม็ ไปด้วยพลงั ที่สามารถสะกดคนอา่ นให้ตกอยู่ในอารมณ์
หวาดเสียว ขยะแขยง และการจินตนาการถึงสีหนา้ ท่าทางของตัวละคร และบรรยากาศในงานเลี้ยงทีค่ ล้งุ
ไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพเสมือนตนได้สัมผัสอยู่ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงนัน้
ดว้ ยจรงิ ๆ
การใชค้ วามเปรียบ (เชิงสญั ลกั ษณ์)
หากพิจารณาถึงเรื่องของการใช้ความเปรียบ ก็อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่งมีการใช้ความเปรียบ
ในเชิงสัญลักษณ์ สังเกตได้จากชื่อ เรื่องสั้น “มีดประจำตัว” และจากเนื้อหาภายในเรื่องเมื่ออ่านจบ
จะเห็นได้ว่า ผู้แต่งเลือกใช้คำว่า “มีดประจำตัว” เป็นการกล่าวเปรียบเทียบในเชิงสัญลักษณ์
ซึ่ง “มีดประจำตัว” ณ ที่นี้ อาจหมายถึง ความโหดร้ายใจดำของคน หรือ “ความไร้มนุษยธรรม”
เนื่องจากสังเกตได้ว่าหากเราจะกล่าวว่า “มีดประจำตัว” นั้น หมายถึง ความมีอำนาจ มีชื่อเสียงเงินทอง
มฐี านะยศถาบรรดาศักดิ์ทสี่ ูงส่ง นั่นก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะถ้ามีดประจำตัวเป็นแค่ส่ิงที่กล่าวมานั้น
จะเห็นได้ว่าตัวเอกของเรื่อง (ลูกชาย) ก็ดูว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะตนได้เกิดมาในครอบครัวที่มี
ฐานะ มีอำนาจ มีหน้ามีตาทางสงั คมเปน็ ทนุ เดมิ อยูแ่ ล้ว รวมท้ังทางพ่อเองก็เพิ่งโอนหุ้นในบริษัทให้ถือครอง
เป็นผ้บู รหิ าร นนั่ ก็กล่าวได้ว่าเขามีอำนาจอยู่แล้ว ดังนั้น “อำนาจ” กค็ งไม่ใชส่ ัญลักษณ์หรือความหมายที่
แทจ้ รงิ ของมดี ประจำตวั
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศักราชใหมน่ วกาล หนา้ ๗๓
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
แต่หากเราสงั เกตว่าส่งิ ทล่ี กู ชายตอ้ งถกู ทดสอบคณุ สมบัติ ซึง่ ถือเปน็ สงิ่ สำคญั คือ การทดสอบว่า
เขาสามารถใช้มีดประจำตัว โดยที่ปราศจากการคำนึงถึงความรู้สึกผิดบาป หรือไม่ตกอยู่ภายใต้ความ
สงสาร ความเมตตาปรานีใด ๆ ที่ควรมีให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน พิสูจน์ว่าตัวละครลูกชายนั้นสามารถ
“เอาเปรียบ” ผู้ดอ้ ยกวา่ ในสังคมโดยปราศจากความสงสารไดห้ รือไม่ หากทำไดก้ ถ็ อื ว่า เป็นสอบผ่าน
ดังน้นั ทา้ ยทีส่ ดุ แล้ว คำว่า “มดี ประจำตัว” จงึ หมายถงึ ความโหดร้ายใจดำของคน
หรือ “ความไร้มนษุ ยธรรม” น่ันเอง
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๗๔
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
สูญเสีย
ปภาวรินท์ จนั ทร์ประสิทธ์ิ
คู่กรรม เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย “ทมยันตี” นามปากกาของ
คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักประพันธ์นวนิยายชาวไทย มีผลงานเด่น อาทิ คู่กรรม ทวิภพ ล่า พิษสวาท
ดั่งดวงหฤทัย เลือดขัตติยา ใบไม้ที่ปลิดปลิว เป็นต้น ความสามารถในการประพันธ์วรรณกรรมที่โดดเด่น
ของทมยันตีได้รับการแต่งตั้งเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ “คู่กรรม” ได้รับ
ความนยิ มอย่างสูงและถูกนำมาดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ เขียนขน้ึ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ตพี ิมพเ์ ป็นตอนใน
นติ ยสารศรีสยาม (ในเครอื นติ ยสารขวัญเรอื น) และรวมเลม่ เปน็ ครง้ั แรกในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ กวา่ ๕๐ ปีที่ถูก
ถ่ายทอดเป็นละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และละครเวที โดยเวอรช์ ันท่ีได้รับความนยิ มสูงสุด คือ เวอร์ชันใน
ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ออกอากาศทางช่องเจ็ดสี แสดงนำโดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ และ กวาง กมลชนก
เขมะโยธิน ได้รับความนิยมสูงถึง ๔๐ ซึ่งเป็นเรตติ้งที่สูงสุดตลอดกาลของละครไทย อีกทั้งยังกวาดรางวัล
จากงานประกาศรางวัลต่าง ๆ ในเมืองไทยนับสิบรางวัล ทำให้นวนิยายคู่กรรมขึ้นแท่นเป็น “นวนิยายรัก
อมตะของเมืองไทย” รวมถึงเพลงประกอบละครที่แต่งคำร้องและทำนองโดย สุทธิพงษ์ วัฒนจัง
(ชมพู ฟรตุ ตี)้ ทฮี่ ติ ดังทัว่ บา้ นทั่วเมือง ทว่ งทำนองของเพลงนี้ก็ยังเปน็ ท่จี ดจำมาถงึ ปัจจุบันกับเน้ือเพลงทว่ี า่
“วญิ ญาณฉนั รอท่ีทางช้างเผือก เลือกเธอรกั เธอ ไมร่ า้ งลาไกล
ด่งั ห่ิงหอ้ ย เฝ้าคอยจนชพี วาย ใต้ลำพู รอคู่กรรม”
(เพลงคู่กรรม : ประพันธ์โดย สุทธิพงษ์ วัฒนจงั )
มนต์เสน่ห์ความรักของโกโบริและอังศุมาลินยังคงประทับใจผู้ชมทุกครั้ง คู่กรรมจึงประสบ
ความสำเร็จและครองใจผู้คนเสมอมา ถือว่าเปน็ บทประพันธ์ทม่ี ชี ื่อเสยี งมากที่สุดเรื่องหน่ึงของทมยันตีเลย
ทเี ดยี ว
นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนสภาพสังคมและบทบาทอันข่มขื่นของสงคราม ทั้งความเจ็บปวด
ความทรมาน ความห่วงหาอาลัย การล้มตายและการจากลาของผู้คน ขณะที่อีกมุมหนึ่งสะท้อนถึง
วัฒนธรรมไทย วิถีชีวติ ความเป็นอยูข่ องผู้คนในสมัยสงครามโลกครัง้ ที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็น สภาวะเศรษฐกิจใน
สมัยนั้น เชน่ เกิดภาวะเงนิ เฟ้อ ราคาสนิ คา้ สงู ขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว ทำให้ประชาชนไมส่ ามารถซื้อสินค้า
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หนา้ ๗๕
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
ที่ต้องการได้ และเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อทหารญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้น
รวมถงึ การรบั วฒั นธรรมต่าง ๆ จากประเทศญ่ปี นุ่ มาอกี ด้วย
นอกจากนี้ คู่กรรม ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งผ่านตัวละครเอกอย่าง
"โกโบริ" เรือทหารหนุ่มแห่งแดนอาทิตย์อุทัย และ "อังศุมาลิน" สาวไทยผู้รักชาติ ความรักที่เกิดข้ึน
ท่ามกลางความเจ็บปวดภายในจิตใจ มาพร้อมกับการจากลาและสูญเสียไปตลอดกาล ในช่วงสงครามโลก
ครั้งที่ ๒ จนเกดิ เป็นโศกนาฏกรรมขน้ึ ในทสี่ ุด โดยนวนยิ ายเรอื่ งนมี้ ีการประพันธด์ ้านองค์ประกอบที่ครบรส
ครบความ ท้ังความหมาย ความสวยงาน
ด้านภาษาที่ใช้ การใช้จินตนาการอย่างกว้างไกล คือ การแสดงความคิดเห็น ทัศนะ หรือปรัชญา
ของผู้เขียนเข้าไปมีส่วนร่วมในบทบาทของตัวละครนั้น ๆ ซึ่งสอดแทรกอยู่ในพฤติกรรมหรือคำพูดของตัว
ละครในการเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ผู้แต่งไม่สามารถเสนอแนวคิดออกมาโดยตรงได้ มักจะสอดแทรก
ซอ่ นเรน้ อยู่ในโครงเรื่อง ดังตอ่ ไปนี้
๑. โครงเรือ่ ง
อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ นิสิตสาวคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดและเติบโต มา
ท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยายศรี ที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย พ่อของ
อังศุมาลินเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมา
ตั้งแต่เด็กชื่อ วนัส นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในใจลึก ๆ เขาแอบรัก
อังศุมาลินมากกว่าความเป็นน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อ
ท่ีประเทศอังกฤษ เธอกับเขาจึงให้คำมั่นสัญญาวา่ จะกลบั มารักกนั อังศุมาลินกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จัก
สนิทสนมกับหมอโยชิ หมอทหารชาวญ่ีปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินจนเสนอตัว
สอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ ต่อมาอังศุมาลินได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำไปแอบดูอู่เรือ
ของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ บ้านของเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทาย
อังศุมาลินอย่างเป็นมิตร แต่อังศุมาลินไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหาร โกโบริก็เริ่ม
แสดงไมตรีกับครอบครัวอังศุมาลิน โดยใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับคนป่วยมาให้ยายของ
อังศุมาลิน พาหมอมาดูอาการของยายที่กำลังป่วย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจ
ไมตรีของโกโบรแิ ละเรียกโกโบริวา่ “พ่อดอกมะลิ” ขณะทีอ่ ังศมุ าลิน ก็ยงั อคตกิ บั เขาอยา่ งเดมิ
๑.๑ การเปิดเร่อื ง
นวนิยายเร่ืองคู่กรรม ผู้เขียนมกี ารเปิดเรื่องโดยการสื่อให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวหนึ่งที่
อาศัยอยู่ริมคลองบางกอกน้อย โดยมุ่งประเด็นไปยังการใช้ชีวิตของครอบครัว อังศุมาลิน ชลาสินธ์ุ
ตวั ละครเอกของเรือ่ ง ทกี่ ำลังห่อปากพ่นลมเหนือผิวน้ำในเช้าวนั หนึ่งท่ีแสนธรรมดาในลำคลอง ดังข้อความ
ต่อไปนี้
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หน้า ๗๖
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
"ยายอัง...ขึ้นมานะ หนาวจะตายลงไปอาบน้ำได้ ตะคริวมันจะกิน...ขึ้นมาเร็ว ๆ เข้า..." ใบหน้า
ขาวซีดคอ่ ย ๆ โผลพ่ ้นขอบสะพานขน้ึ มา ครนั้ เหน็ ผู้ทีย่ นื อยู่มัวหนั ไปทางอน่ื จึงค่อย ๆ เออื้ มมือไปเกาะข้อ
เทา้ เบา ๆ
"ต๊าย…" เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมทั้งเจ้าตัวสะดุ้งโหยง สะบัดข้อเท้าอย่างตกใจ ทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง
หวั เราะคกิ
"ดซู ิลูกคนน้ี หนา้ เขยี วแล้ว...ข้นึ มา...หนาวจะตายอยู่ลงมาอาบน้ำทำไม ?"
"โธ.่ ..พอลงมาอยใู่ นน้ำแลว้ อนุ่ ออก ไม่เช่ือแม่ลองเอาน้วิ มาจุ่มดสู คิ ะ"
"อนุ่ แล้วทำไมปากเขียวอยา่ งงน้ั ละ่ ?"
"กป็ ากมันพ้นน้ำน่แี ม่"
ข้อความข้างต้น ผู้เขียนกล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ของ อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ สาวชาวบ้านธรรมดา
ที่ใช้ชีวิตร่มรื่นอยู่กับธรรมชาติยามเช้ากับครอบครัวของเธออย่างมีความสุข ทำให้รู้ว่าอังศุมาลินเป็นเด็ก
สาวที่ขี้เล่น อ่อนหวาน แต่มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวอยู่ในตัวเหมือนผู้เป็นพ่อ (หลวงชลาสินธุราช)
อดีตทหารเรอื จงึ ทำให้เปน็ เอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ของเธอ
๑.๒ การดำเนนิ เรอ่ื ง
ดำเนินเรื่องโดยมีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยผู้ประพันธ์ได้รับแรง
บันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าเยือนสุสานทหาร
สัมพันธมิตรดอนรักที่ทอดร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพ
ทหารสญั ชาตเิ นเธอรแ์ ลนด์คนหน่ึง เมอ่ื สอบถามดู ไดค้ วามวา่ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวท่ีมา
เสียชีวิตลงท่ีประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้ ซึ่งสงครามได้เริ่มขึ้นในทวปี
ยุโรป โดยกองทัพนาซเี ยอรมันเปิดศึกกับฝรั่งเศสและอังกฤษ ขณะที่ทางภาคพื้นเอเชียกองทัพญ่ีปุ่นไดเ้ ขา้
รุกรานจีนอยา่ งเต็มรูปแบบ ส่วนทางรัฐบาลไทยในยุคนั้นได้ประกาศตัวเป็นกลางไมเ่ ข้ากับฝ่ายใด โดยหวงั
ว่าจะช่วยปอ้ งกนั ไมใ่ หก้ ระแสของสงครามลุกลามเขา้ มาได้ แต่ทว่าเรื่องราวกไ็ ม่ได้เป็นเชน่ นน้ั ทำให้อังศุมา
ลินกับโกโบริต้องแต่งงานกัน เพราะเหตุผลทางการเมือง เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศชาติ
และมเี รือ่ งราวเกิดข้ึนมากมายระหว่างคนไทยและชาวญี่ปุน่
๑.๓ การปิดเร่อื ง
นวนิยายเรื่องคู่กรรม มีการปิดเรื่องแบบโศกนาฏกรรมของการจากลา ทำให้เกิดความหดหู่
ทำร้ายจิตใจ โศกเศร้าในเวลาเดียวกัน กว่าสงครามจะสงบลง ก็ต้องสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักไปตลอดกาล
เช่นเดียวกับอังศุมาลิน ต้องสูญเสียคนรักอย่างโกโบริ เพราะพิษของสงครามที่ก่อเกิดขึ้น ทหารญี่ปุ่น
และคนไทยต่างล้มตายกันเป็นจำนวนมาก สงครามโลกครั้งที่ ๒ นี้ จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมของการ
สูญเสยี ครั้งย่งิ ใหญ่ ดังข้อความตอ่ ไปนี้
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หนา้ ๗๗
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
“ธารโลหิตไหลแล้ว เพราะหลั่งรินจนถึงหยดสุดท้ายแต่ริมฝีปากที่แย้มอยู่นิด ๆ บอกถึงความ
ผาสุกในใจจนถึงยามที่สุด...ดาวเอ๋ยอย่าเพิ่งเคลื่อน เดือนเอ๋ยอย่าเพิ่งตก...หัวใจผมมันบอกว่า ผมรักคุณ
ฮิเดโกะ...รักเสมอ แสงไฟจับทอดดวงหน้านั้นกลายเป็นสีกุหลาบ สุดฟากฟ้าดาวดวงหนึ่งกระพริบแสง
วาววับ เรากลับจากจอ้ งมองผู้ที่อยู่เบื้องล่างอยา่ งปลอบประโลม...”
(หน้า ๘๒๐)
ข้อความข้างต้น ผู้เขียนบรรยายการจากไปของโกโบริ ที่มิอาจทนพิษบาดแผลในครั้งนี้ได้ ถึงแม้
เขาจะตายจากอังศุมาลินไป แต่ภายในใจของเขาก็ผาสุก คอยจ้องมองหญิงสาวอันเป็นที่รักอยู่บนท้องฟ้า
คอยปลอบประโลม
พร้อมกับดวงดาวแห่งความรักของคนทั้งสองตลอดไป บ่งบอกถึงความรักที่ผนึกแน่นเป็นดวง
เดยี วกนั ท้งั โกโบริและองั ศุมาลินจะรกั กันชว่ั นริ นั ดร์
๒. ตัวละคร
ตัวละครในนวนิยายเรื่อง คู่กรรม ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมา อีกทั้งยัง
ถ่ายทอดความเป็นตัวละครผ่านตัวหนังสือได้อย่างดีเยี่ยม โดยสื่อให้ตัวเห็นถึงบุคลิกภาพ นิสัยใจคอ
ที่แตกต่างกันของตัวละครนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยทางสังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตความ
เป็นอยู่ของตัวละคร ที่มีอิทธิพลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งทำให้ตัวละครมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
น่าคน้ หา นา่ สนใจ ทำใหผ้ อู้ า่ นเกิดอารมณ์คล้อยตามผา่ นตวั หนังสืออย่างไม่มีเบ่ือ โดยนวนิยายเร่ืองนี้มีตัว
ละครท่ีนา่ สนใจ ดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ โกโบริ
เรือเอกหนุ่มแห่งกองทัพเรือญี่ปุ่น เข้มแข็ง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ต้องจากบ้านเกิดมาปฏิบัติหน้าท่ี
ชายชาติทหารที่บางกอก เมื่อกองทัพญี่ปุ่นตัดสินใจยกพลขึ้นบกที่ประเทศไทย ในเหตุการณ์มหาสงคราม
แห่งเอเชยี บรูพา หลงรักสาวไทยอยา่ งอังศุมาลินตั้งแต่แรกเห็น พยายามสานสัมพนั ธ์กับครอบครัวของเธอ
ทุกครั้ง และเรียกอังศุมาลินว่า “ฮิเดโกะ” ซึ่งแปลว่า พระอาทิตย์ขึ้น จนทำให้แม่และยายของ
อังศมุ าลนิ นกึ เอน็ ดูเขา ในขณะท่ีอังศุมาลินยงั คงมที ฐิ กิ ับเขาเช่นเดิม
๒.๒ องั ศุมาลิน
หญิงสาวผู้งดงาม จิตใจดี อาศัยอยู่กับแม่และยายในสวนละแวกคลองบางกอกน้อย แต่เพราะถูก
พ่อทิ้งไปตั้งแต่เล็กเลยทำให้เธอกลายเป็นคนหัวแข็ง ใจแข็ง มีทิฐิเป็นที่ตั้ง มีนิสัยแข็งนอกอ่อนใน เกลียด
ทหารญ่ปี ่นุ เขา้ ไส้ โดยเฉพาะโกโบริ จงึ พาลเกลยี ดทกุ อย่างทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับญี่ปนุ่ เคยให้คำม่ันสัญญากับ วนสั
เพอื่ นสมัยเด็กวา่ จะรอกันและกันเม่ือเขาเรียนจบ แตเ่ ธอมอิ าจต่อต้านหวั ใจของตวั เองได้ว่าเธอก็มีใจให้กับ
ทหารหน่มุ อย่างโกโบริเชน่ กัน
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบับเบกิ ศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๗๘
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
๒.๓ วนสั
ลูกชายคนเดียวของกำนันนุ่ม เป็นเพื่อนสนิทของอังศุมาลิน มีความอดทนสูง จิตใจมั่นคง ขยัน
เรยี นเกง่ และเปน็ นกั กจิ กรรมตัวยง มคี วามเป็นผู้นำ หลงรักอังศมุ าลนิ ตัง้ แต่เด็กจนโต เมอื่ เขาสอบชิงทุนไป
เรียนที่องั กฤษได้ก็ขอคาํ มนั่ สญั ญาจากอังศุมาลินให้คอยและให้คาํ ตอบความรักท่เี ขามใี ห้เธอ แต่อังศุมาลิน
ให้มาฟังคําตอบ ณ สถานที่ที่นัดพบกันในคืนร่ำลาอีก ๕ ปีที่วนัสจะกลับมา แม้ในใจลึก ๆ เขากลัวการ
เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน อังศุมาลินอาจเปลี่ยนใจไปพบรักกับบุคคลอื่นก็เป็นได้
และเมื่อรู้ว่าอังศุมาลินมีใจให้กับโกโบริ เขาจึงยอมถอยออกมาเพื่อให้เธออยู่เคียงข้างโกโบริจนถึงวินาที
สดุ ทา้ ย
๒.๔ แม่อร
แม่ของอังศุมาลนิ เป็นคนอ่อนหวาน ขยันทำมาหากนิ มองโลกในแง่ดี มเี มตตากับผ้ตู กทกุ ข์ได้ยาก
เชื่อในบาปบุญคุณโทษ เคยคบหากับหลวงชลาสินธุราช นายทหารระดับสูงแห่งกองราชนาวีไทย พ่อของ
อังศุมาลิน เอ็นดูและชื่นชมทหารหนุ่มญี่ปุ่นอย่างโกโบริ ที่มีน้ำใจไมตรีต่อครอบครัวของตน และเรียก
โกโบริวา่ “พ่อดอกมะลิ”
๒.๕ ตาผล
ชายวัยกลางคน ไร้อาชีพ มีนิสัยขี้คุย ชอบพูดเกินความจริง มักคิดแผนเจ้าเล่ห์แกมโกงอยู่เสมอ
มีคู่หูชื่อ ตาบัว ซึ่งมีนิสัยโอ้อวด ชอบโวยวาย และเห็นแก่ตัวเหมือนกัน เคยลักลอบขโมยถังน้ำมัน
ของกองทัพญ่ปี นุ่ จนทำให้กองทพั ญป่ี ุน่ สงั่ ลงโทษด้วยการกรอกนำ้ มนั เขา้ ปากจนเกอื บเอาชวี ติ ไม่รอด
๒.๖ ตาบวั
เพ่อื นคู่คิดของ ตาผล มนี สิ ยั ขเี้ กยี จ เปน็ คนโง่ หวาดระแวง มักถูกตาผลชักนำใหท้ ำเร่อื งทผี่ ิดเสมอ
เปน็ ยาจก สกปรก เคยวางแผนลักลอบขโมยถังนำ้ มนั ของกองทัพญ่ปี ่นุ กับตาผล เมือ่ ถูกทหารญี่ปนุ่ จับได้จึง
ถกู ทำโทษด้วยการเอาน้ำมนั ทข่ี โมยไปมากรอกปาก จนเกอื บเอาชวี ติ ไมร่ อดเหมือนกัน
๒.๗ หมอโยชิ
หมอฟันชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดร้านอยู่ที่ตลาดปากคลองบางกอกน้อยนับสิบปี จึงเป็นที่รูจ้ ักมักคุ้น
ของชาวบ้าน เป็นหมอทหารชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินและครอบครัวจึง
เสนอตวั สอนภาษาญี่ปนุ่ ให้เธอดว้ ยความเต็มใจ วันหนึ่งองั ศุมาลินเห็นหมอโยชิแต่งตัวเหมือนทหารญี่ปุ่นท่ี
เขา้ มาตง้ั ฐานทพั ในประเทศไทยและประกาศตวั เองเป็นพวกเดียวกบั ญป่ี ุ่น ทำให้อังศุมาลินโกรธมาก
๓. แก่นเรือ่ ง
ผู้เขียนต้องการบ่งบอกให้เห็นถึงความเจ็บปวดรวดร้าว ความทรมาน การจากลาของบุคคลที่รัก
ความโหดร้ายของสังคมมนุษย์ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากภัยสงคราม ซึ่งทำให้ทุกอย่างในบ้านเมืองเกิด
ความว่นุ วาย ไม่มีความสงบสุขเช่นเดิม กลบั มแี ต่ความสูญเสียเกิดข้ึนแทบทุกวนิ าที ดำเนินเรื่องผ่านความ
รักของตัวละครเอกอย่าง อังศุมาลิน และ โกโบริ ความรักที่มาพร้อมกับการสูญเสีย จนเกิดเป็น
โศกนาฏกรรมขน้ึ แต่หวั ใจและความรกั ของคนท้ังสองยงั คงผนึกแน่นรวมกันเปน็ หน่ึงเดียวตลอดกาล
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๗๙
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
๔. บทสนทนา
บทสนทนาของนวนิยายเรื่องคู่กรรม ผู้เขียนตอ้ งการสื่อให้เห็นถึงบทบาท บุคลิกภาพ การพูดการ
จาที่มีความแตกต่างกันของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี และสามารถเข้าถงึ
ความรู้สกึ ของตวั ละครนัน้ ๆ ได้จรงิ ๆ รวมถงึ สะทอ้ นการใชช้ ีวิตของตัวละรได้ดีอกี ด้วย ตัวอยา่ งเชน่
“เชลยสองคนน่ัน…เป็นคนไทย แผน่ ดินนเ้ี ป็นของไทย ถึงสองคนนั้นจะรับราชการสังกัดของญี่ปุ่น
แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาต้องตกอยู่ในบังคับญี่ปุ่นไปด้วย ถึงหากเขาทำผิดก็ต้องให้คนไทยลงโทษกัน
กองทพญีป่ ุ่นจะทำตามใจชอบไม่ได้ !”
ดวงตาดำคมยาวรี จ้องมองหญิงสาวอย่างแน่นิ่ง ทุกคนในที่นั้นเงียบกริบชั่วครู่ฝ่ายที่ยืนจังก้าอยู่
ขยบั ตัวพูดเปน็ ภาษาองั กฤษส้ัน ๆ
“กรุณาพดู ชา้ ๆ หน่อย แต.่ ..ทางที่ดี...อย่าพูดอะไรดีกว่า”
ประโยคสุดท้ายมีแววร้อนรน แตด่ ูเหมอื นวา่ หญิงสาวจะไมส่ นใจ
“กองทัพญป่ี ุ่น ไม่มีสิทธ์ิทจี่ ะทำอะไรคนของเรา !”
(หน้า ๑๐๗-๑๐๘)
บทสนทนาข้างต้นจะเห็นว่า อังศุมาลิน แสดงความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อโกโบริสั่ง
ลงโทษตาผลกับตาบัวด้วยวิธีการที่ป่าเถื่อน โดยการกรอกน้ำมันเข้าปากเพื่อให้ ตาผล ตาบัว สำนึกผิดที่
ลักลอบขโมยน้ำมันในการเดนิ ทัพของญ่ีปนุ่ แตโ่ กโบริก็ตอบกลับองั ศุมาลินอยา่ งร้อนรนเช่นกัน แต่ยังไงมัน
ก็เปน็ กฎในการลงโทษ ยงั เหน็ ว่าองั ศุมาลนิ ไมย่ อมให้คนญ่ีปุน่ มาบงั คบั บญั ชาคนไทยเด็ดขาด เพราะคนไทย
จะต้องลงโทษคนไทยด้วยกันถึงจะถูก ไม่จำเป็นที่ญี่ปุ่นจะมาลงโทษคนไทยเสียเอง อังศุมาลินยังแสดงถึง
ความรักชาติและยังคงมีทิฐิกับทหารญี่ปุ่นเช่นเดิม จึงไม่สนใจในคำพูดของญี่ปุ่นที่เข้ามามี อำนาจ
และระรานคนไทย
๕. นำ้ เสียงในการแต่ง
น้ำเสียงในการแต่งนวนิยายเรื่องคู่กรรม ผู้เขียนใช้น้ำเสียงท่ีนุ่มนวล ถ้อยคำหอมหวานทีอ่ มความ
เศร้าไว้อย่างลุ่มลึกในความรู้สึกของตัวละคร ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งในเรื่องที่ไม่ดีมันอาจแฝง
อะไรดี ๆ ไว้บ้างก็ได้ เช่น สงครามเป็นสิ่งโหดร้าย รุนแรง เป็นอุปสรรคและสร้างความพลัดพรากโกโบริ
กับอังศุมาลินออกจากกัน แต่สงครามก็เป็นสิ่งที่ชักนำทั้งคู่ให้ได้มาเจอกัน เพราะฉะนั้นเวลาเราเจอเรื่อง
อะไรแย่ ๆ ในชีวิต อย่าท้อแท้และขอให้มองให้เห็นโอกาสที่แฝงอยู่ในวิกฤตนั้น เวลารักใครหรือรู้สึก
อย่างไรกบั คนทเ่ี รารักก็ให้รีบบอก รบี ปรับความเข้าใจกนั อยา่ ปลอ่ ยเวลาให้ผ่านไปจนกลายเป็นเร่ืองเข้าใจ
ผิด การได้พูดหรือปรับความเข้าใจกันทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง ความมีทิฐิกับทุกอย่างมันไม่ได้ทำให้คนเรา
มีความสขุ เสมอไป
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศักราชใหม่นวกาล หน้า ๘๐
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
จากการวิจารณ์วรรณกรรมเรื่องคู่กรรม จะเห็นได้ว่า องค์ประกอบในการดำเนินเรื่อง ผู้เขียน
สามารถทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์คล้อยตามได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว ทั้งการถ่ายทอดความรู้สึกของ
การมีชีวติ ทโ่ี หดร้ายในสมยั สงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ ความรักทตี่ ้องฝ่าฟันความอัปยศของสงครามท่ีพรากผู้คน
ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่อง แก่นเรื่อง ตัวละคร บทสนทนา น้ำเสียงในการแต่ง
วรรณกรรมเรื่องคู่กรรมนี้ ยังสะท้อนเรื่องราวได้หลายแง่มุมความคิด เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด
สำหรับคนทีช่ ื่นชอบวรรณกรรมแนวนี้ ทั้งครบรส สนุก ให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่านและผูร้ บั ชมได้เป็นอย่างดี
หากพูดถึง “ทางช้างเผือก”และ “สงครามโลกครั้งที่ ๒” คงหนีไม่พ้นนวนิยายเรื่อง “คู่กรรม”
อย่างแน่นอน
อ้างองิ
คุณหญงิ วมิ ล ศริ ไิ พบูลย์. (๒๕๓๖) คูก่ รรม. กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ์ ณ บา้ นวรรณกรรม
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหมน่ วกาล หน้า ๘๑
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
วนั ใหม่ / แรงใจสู้ภัยโควิด / คนละไมค้ นละมือ
มมุ คำรอ้ งมองอย่างนกั วิจารณ์
ณัฐพร เพชรชัย
วันใหม่
ศิลปิน : พงษ์สทิ ธ์ิ คัมภรี ์
บทเพลง เป็นสื่อกลางที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ทั้งอารมณ์
รกั เศร้า ร่ืนเรงิ ฮึกเหิม สง่ิ สำคัญในการเป็นแรงบนั ดาลใจใหเ้ กดิ บทเพลงข้นึ ย่อมมาจากการประสบพบเจอ
จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งบางเพลงยังทำให้เกิดความรู้สึกคิดถึง การให้กำลังใจ
จากสถานการณ์ที่เลวร้าย เป็นต้น ถือได้ว่าบทเพลงมีบทบาทต่อความรู้สึกของคนฟังดังบทเพลงที่จะ
นำเสนอดงั ต่อไปน้ี
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๘๒
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
วนั นี้สายลมยังโบยพดั มา วนั นน้ี ำ้ ตาอาจจะยังไหล
ปลอ่ ยใหไ้ หลหลั่งจนเหือดแห้งไป รอใหห้ วั ใจกลบั แกรง่ เชน่ เดมิ
วนั นฟ้ี ้าหม่นรออาทิตย์มา วันน้ีทอ้ งฟ้าอาจไมส่ ดใส
รอแสงสวา่ งเบกิ ทางนำชัย เพ่อื เร่ิมวนั ใหมส่ ดใสเชน่ เดิม
แค่เพียงเธอไมท่ ้อรอคอย กลำ้ กลนื นำ้ ตาไว้บา้ ง
รอเพื่อรักษาใจนิง่ เพอ่ื สร้างพลงั แล้ววนั หนง่ึ จะเป็นของเธอ
วนั นีด้ วงดาวยังโปรยยมิ้ มา วันน้ีทอ้ งฟ้ากลับคืนสดใส
ใหห้ วงั วันหนึ่งฝนั เปน็ ดงั่ ใจ ก้าวเดนิ ครง้ั ใหมด่ ้วยใจดวงเดิม
บทเพลงวันใหม่ เป็นบทเพลงของศิลปิน พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ผู้แต่งได้เขียนบทเพลงนี้ขึน้ มา
เพื่อส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ฟังในช่วงเวลาที่สถานการณ์โควิดยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก เขาจึงอยากใช้
เพลงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกเพื่อส่งมอบกำลังใจให้กันและกัน เมื่อพิจารณาความหมายและคำร้องของ
บทเพลง สามารถวเิ คราะห์ให้เห็นถงึ รปู แบบการประพนั ธแ์ ละภาพสะท้อนต่าง ๆ ดังรายละเอยี ดต่อไปน้ี
๑. ความหมายของเพลง
บทเพลงน้ีกลา่ วถงึ การใหก้ ำลงั ใจผคู้ นที่กำลังอ่อนล้าหรอื หมดความหวงั ว่าอยา่ พึง่ ท้อมองไปให้
ถึงวันขา้ งหน้า เพราะเราจะต้องกา้ วข้ามผ่านวันท่ีเลวร้ายไปให้ได้ พร้อมกบั ยำ้ เตือนวา่ ชีวิตยงั มวี นั ใหม่ยงั มี
ความหวงั ขอแคใ่ ห้เราลุกข้นึ สู้ตอ่ ไปเพื่อวันทจี่ ะกลบั มาสดใสเหมอื นเดมิ
๒. คำรอ้ ง
๒.๑ รปู แบบคำประพนั ธ์คำรอ้ ง
๒.๑.๑ สัมผสั นอก เชน่
วนั น้สี ายลมยงั โบยพัดมา วันน้ีนำ้ ตาอาจจะยงั ไหล
ปลอ่ ยให้ไหลหลั่งจนเหือดแห้งไป รอใหห้ ัวใจกลบั แกรง่ เช่นเดมิ
วนั นี้ฟ้าหม่นรออาทติ ย์มา วันนี้ท้องฟ้าอาจไม่สดใส
รอแสงสวา่ งเบิกทางนำชัย เพื่อเริ่มวันใหม่สดใสเช่นเดมิ
๒.๑.๒ สมั ผสั ใน เชน่ เพือ่ เริ่มวนั ใหม่สดใสเช่นเดิม
รอแสงสวา่ งเบิกทางนำชัย กลำ้ กลืนนำ้ ตาไวบ้ ้าง
แคเ่ พียงเธอไม่ท้อรอคอย
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หนา้ ๘๓
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
๒.๒ การใชภ้ าษา
บทเพลงนี้ผู้แต่งมีการใช้ภาษาที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมาทำให้ผู้ฟังเข้าใจในเนื้อหา
ได้ง่ายขนึ้ และสามารถเขา้ ถึงอารมณ์ความรู้สึกท่ีผู้แต่งส่ือออกมาผ่านบทเพลงได้ง่าย อกี ทั้งเนื้อหาในเพลง
ยังมกี ารเล่นเสียงพยญั ชนะอกี ดว้ ย ทำใหบ้ ทเพลงมีความไพเราะมากยิ่งข้นึ เช่น ปลอ่ ยให้ไหลหล่ังจนเหือด
แหง้ ไป
๒.๓ ภาพสะท้อน
บทเพลงน้ีสะท้อนให้เหน็ ถึงความร้สู ึกฮึกเหิมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ฟัง ถึงแม้ว่า
วันนี้จะอ่อนล้าหรือหมดหวังแต่ก็ต้องสู้ เพราะชีวิตยังมีความหวังขอแค่ให้สู้ต่อไปและจะก้าวผ่านอุปสรรค
ผา่ นเรื่องร้าย ๆ ทเี่ กิดข้นึ ในช่วงสถานการณ์วกิ ฤตโิ ควดิ -๑๙ ไปให้ได้ เช่น
วนั น้ีฟ้าหม่นรออาทิตย์มา วันน้ีทอ้ งฟ้าอาจไมส่ ดใส
รอแสงสวา่ งเบิกทางนำชัย เพื่อเร่ิมวันใหม่สดใสเชน่ เดิม
แค่เพียงเธอไม่ท้อรอคอย กล้ำกลืนน้ำตาไวบ้ า้ ง
รอเพื่อรกั ษาใจนงิ่ เพ่ือสร้างพลัง แลว้ วันหน่ึงจะเป็นของเธอ
จากตัวอย่างการวิเคราะห์เพลงข้างต้น จะเห็นได้ถึงความงามของภาษา ความหมายของบทเพลง
ที่ลึกซึ้งกินใจ ทำให้ผู้ฟังคล้อยตามอารมณ์เพลง เกิดจินตนาการและเข้าถึงเนื้อหาของบทเพลงมากข้ึน
อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้แต่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่บทเพลงนี้เป็นบทเพลงที่ได้รับความ
นยิ มสำหรบั การสร้างแรงบนั ดาลใจให้แก่ผู้ฟงั ตลอดมา
อ้างอิง
พงษส์ ิทธิ์ คัมภรี ์ วนั ใหม่. (๒๕๖๓). วันใหม่. [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก
https://www.youtube.com/watch?v=aWKO_IUdn๖M. เขา้ ถงึ เม่ือวันที่
๑๑ กันยายน ๒๕๖๔.
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๘๔
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
แรงใจสูภ้ ยั โควดิ
อาทติ ย์ นวลสมศรี
ศิลปนิ : นำ้ ฟ้า อรญั ญา
บ้านเมอื งวิกฤต เจอพิษโควิด
เข้ามาบน่ั ทอน หลายครอบครัวต้องมาเดอื ดร้อน
บา้ นเกดิ เมืองนอนจำต้องหา่ งไกลชวี ิตเคยสุข ตอ้ งกลายเปน็ ทกุ ข์
หว่นั กลวั โรคภัยหลายหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องร่วมใจ อยากให้คนไทยสูไ้ ปดว้ ยกัน
หลายคนฟนั ฝา่ คอยอยเู่ บือ้ งหน้า
ตอ่ สู้โรคร้าย บคุ ลากรการแพทย์มากมาย
เร่งมอื ขนขวาย ต่างทำหนา้ ท่ี
ดแู ลพวกเรา หลายคนตอ้ งเศร้า
ตดิ เชื้อเองกม็ ี หว่ งใยทกุ ท่านเหลือที่
ตอ้ งคลุกคลี หลีกหนีไม่ได้
ขอส่งแรงใจ มอบไปใหท้ า่ น
อย่าท้อทัง้ พยาบาล คุณหมอ อสม. แนวหลงั ยังรอด้วยความหว่ งใย
เหน่อื ยทา่ นกส็ ู้ อยากใหร้ ับรู้
วา่ มีกำลงั ใจ ทีพ่ วกเราได้ทยอยส่งไป
หวังอีกไมไ่ กล โรคภัยหายดี
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหมน่ วกาล หน้า ๘๕
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
ถึงมีระลอกสามสี่ ถ้าหากวันนี้
พวกเราร่วมใจ หยดุ เช้ือเพ่ือชาติ
อยูบ่ า้ นปลอดภยั ไปไหนมาไหนต้องป้องกัน
สวมใส่หน้ากาก ลา้ งมอื สะอาด
งดพบปะสงั สรรค์ วอนให้ทกุ คนช่วยกนั
เพ่อื นเสรมิ พลัง ผลดั ดนั โควิด
บทเพลงแรงใจสู้ภัยโควิด เป็นบทเพลงของศิลปิน น้ำฟ้า อรัญญา ผู้แต่งได้เขียนบทเพลงนี้ขึ้นมา
เพื่อส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ฟังในช่วงเวลาที่สถานการณ์โควิดยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก เขาจึงอยากใช้
เพลงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกเพื่อส่งมอบกำลังใจให้กันและกัน เมื่อพิจารณาความหมายและคำร้องของ
บทเพลง สามารถวิเคราะหใ์ หเ้ หน็ ถึงรูปแบบการประพนั ธแ์ ละภาพสะทอ้ นต่าง ๆ ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
๑. ความหมายของเพลง
บทเพลงนี้กล่าวถึงสถานการณ์โควิด ที่เข้ามาทำให้ประชาชนเกิดความห่างไกลจากบ้าน
และคนใกล้ชิดรอบตัว ส่งผลให้สังคม เศรษฐกิจ และอีกหลาย ๆ อย่างเกิดวิกฤตขึ้น ซึ่งเนื้อเพลงน้ี
สื่อความหมายให้กำลังใจกับคนที่กำลังเกิดวิกฤตในช่วงนั้น และทำให้เกิดกำลังใจกับหมอ แพทย์
และหน่วยงานทช่ี ่วยเหลอื
๒. คำร้อง หลีกหนีไม่ได้
๒.๑ รปู แบบคำประพนั ธ์คำร้อง มอบไปให้ท่าน
๒.๑.๑ สัมผสั นอก เชน่ ทีพ่ วกเราได้ทยอยสง่ ไป
ต้องคลุกคลี โรคภัยหายดี
ขอสง่ แรงใจ วอนให้ทกุ คนชว่ ยกัน
วา่ มกี ำลังใจ ผลัดดันโควิด
หวังอกี ไม่ไกล
งดพบปะสังสรรค์
เพื่อนเสริมพลัง
๒.๑.๒ สัมผัสใน เช่น
หวน่ั กลัวโรคภัยหลายหนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้องร่วมใจ อยากให้คนไทยสู้ไปดว้ ยกนั
อยู่บ้านปลอดภัย ไปไหนมาไหนต้องป้องกัน
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศักราชใหม่นวกาล หน้า ๘๖
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
๒.๒ การใช้ภาษา
บทเพลงนี้ผู้แต่งมีการใช้ภาษาที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมาทำให้ผู้ฟังเข้าใจในเนื้อหาได้
ง่ายขึ้น และสามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้แต่งสื่อออกมาผ่านบทเพลงได้ง่าย อีกทั้งเนื้อหาในเพลง
ยังมีการเล่นเสียงพยัญชนะอีกด้วย ทำให้บทเพลงมีความไพเราะมากยิ่งขึ้น เช่น หวั่นกลัวโรคภัยหลาย
หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งร่วมใจ
๒.๓ ภาพสะท้อน
บทเพลงนี้สะท้อนให้เหน็ ถึงความรู้สึกฮึกเหิมและสรา้ งแรงบันดาลใจให้แกผ่ ู้ฟัง ถงึ แมว้ ่า
วนั นจี้ ะออ่ นลา้ หรือหมดหวงั แตก่ ็ตอ้ งสู้ เพราะชีวติ ยงั มคี วามหวังขอแค่ใหส้ ู้ต่อไปและจะก้าวผ่านอุปสรรค
ผ่านเร่อื งร้าย ๆ ที่เกิดขน้ึ ในช่วงสถานการณว์ กิ ฤติโควิด-๑๙ ไปใหไ้ ด้ เช่น
บ้านเมืองวิกฤต เจอพิษโควดิ
เขา้ มาบ่ันทอน หลายครอบครวั ต้องมาเดอื ดร้อน
บ้านเกิดเมืองนอนจำต้องห่างไกลชวี ิตเคยสุข ต้องกลายเป็นทกุ ข์
หวั่นกลวั โรคภยั หลายหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้องร่วมใจ อยากให้คนไทยสไู้ ปด้วยกนั
จากตวั อยา่ งการวเิ คราะหเ์ พลงขา้ งต้น จะเห็นได้ถงึ ความงามของภาษา ความหมายของบทเพลง
ท่ีลกึ ซึง้ กินใจ ทำใหผ้ ู้ฟงั คล้อยตามอารมณเ์ พลง เกดิ จินตนาการและเขา้ ถึงเนื้อหาของบทเพลงมากขน้ึ
อีกท้ังยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผ้แู ตง่ ที่สามารถเขยี นเน้ือหาเพลงให้มีความหมายที่ลึกซงึ่
และยังกินใจผู้ฟงั อีกทั้งยงั สร้างกำลังใจให้กับผู้ฟังเปน็ อย่างดีในช่วงสถานการณโ์ ควิด-๑๙
อ้างอิง
น้ำฟ้า อรญั ญา แรงใจสู้ภัยโควิด. (๒๕๖๔). แรงใจสู้ภัยโควิด. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=CW๘LsuKBu๒I. เข้าถึงเม่ือวนั ที่
๑๑พฤษภาคม ๒๕๖๕.
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบิกศักราชใหม่นวกาล หน้า ๘๗
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
คนละไม้คนละมือ
ศรณั ย์ นะนวน
ศิลปนิ : นนท์ ธนนท์ จำเรญิ
ยามฟ้ามัวหม่น มืดและมวั หมองทุกแห่ง แตล่ ะคนใช้ชวี ิต ดว้ ยจิตใจท่ีหมดหวังโรยรา
และส้นิ แรงไม่ใชเ่ ธอคนเดยี วลำพังท่ีนา่ เหน็ ใจ แตม่ ันยงั มีคนมากมายในทุกหนแห่ง
ทเ่ี ป็นเพ่ือนทุกข์ และสูว้ ันนีด้ ้วยกนั แตม่ เี ธอและฉนั เราจะประคองรว่ มกันไป ไม่หมดแรง
คนละไม้คนละมอื มาช่วยกัน คนละครง้ั คนละอันก็แบ่งไป
คนละใจคนละรกั คนละแรง ด้วยใจทพ่ี รอ้ มจะมีแต่ให้ และแบง่ ปัน
คนเป็นคนมีน้ำใจคือใหเ้ ปน็ มกี ำลังให้เท่าไรก็ให้เท่านั้น
จะผ่านพ้นไปด้วยกนั ฟ้าตอ้ งกลับมาใส เหมือนเดมิ
มนี ้อยมีมาก ไม่ไดม้ คี วามหมายเท่าไร อยทู่ ่ใี จเราเอง ที่อยากทำให้โลกสวยเพียงใด ไมใ่ ชใ่ คร
ไมใ่ ช่เธอคนเดยี วลำพงั ทน่ี ่าเห็นใจ แต่มันยังมีคนมากมายในทกุ หนแห่ง
ทเี่ ปน็ เพื่อนทุกข์ และสวู้ ันนีด้ ้วยกนั แตม่ เี ธอและฉนั เราจะประคองรว่ มกนั ไป ไม่หมดแรง
คนละไมค้ นละมือมาช่วยกัน คนละคร้ังคนละอนั ก็แบ่งไป
คนละใจคนละรักคนละแรง ด้วยใจที่พร้อมจะมแี ตใ่ ห้ และแบง่ ปนั
คนเปน็ คนมนี ้ำใจคือให้เปน็ มกี ำลงั ใหเ้ ท่าไรกใ็ ห้เท่านน้ั
จะผ่านพน้ ไปดว้ ยกัน ฟ้าต้องกลบั มาใส เหมือนเดิม
(คนละไม้ คนละมือ) (คนละรัก คนละแรง)
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๘๘
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
บทเพลงคนละไม้คนละมือ เป็นบทเพลงของศิลปิน นนท์ ธนนท์ จำเริญ โดยบทเพลงนี้แต่งข้ึน
เพื่อให้กำลังใจและสร้างความสามัคคีให้แก่ผู้ที่รับฟัง ในช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙ ที่ยังคงแพร่ระบาด
อยู่อย่างหนัก จึงได้ใช้บทเพลงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกในการส่งมอบกำลังใจและสร้าง ความสามัคคี
ให้แก่กัน เมื่อพิจารณาความหมายและคำร้องของบทเพลง สามารถวิเคราะห์ให้เห็นถึงรูปแบบการ
ประพนั ธ์ และภาพสะทอ้ นได้ ดงั รายละเอยี ดต่อไปน้ี
๑. ความหมายของเพลง
บทเพลงนก้ี ล่าวถึงการให้กำลงั ใจ การแบ่งปนั สงิ่ ต่าง ๆ กนั และกัน ใหแ้ ก่คนรอบข้าง เพอ่ื ที่
จะไดต้ ่อสแู้ ละก้าวผา่ นไปด้วยกนั อย่าคิดวา่ มีแค่ตวั เองเท่าน้ันทท่ี ุกข์ เพราะมผี คู้ นอกี มากมายที่ต้องเจอ
กับเร่ืองแบบน้ี ดังนนั้ ร่วมใจกัน สามคั คี ประคับประคองรว่ มกนั เพ่ือให้วนั พร่งุ น้กี ลับมาสดใสเหมอื นเดิม
๒. คำร้อง อย่ทู ใี่ จเราเอง ท่ีอยากทำให้โลกสวยเพียงใดไมใ่ ช่ใคร
๒.๑ รปู แบบคำประพนั ธค์ ำรอ้ ง แต่มันยงั มีคนมากมายในทุกหนแห่ง
๒.๑.๑ สมั ผัสนอก เช่น
มนี อ้ ยมมี าก ไม่ได้มีความหมายเทา่ ไร แต่มนั ยังมคี นมากมายในทุกหนแห่ง
ไมใ่ ชเ่ ธอคนเดียวลำพังท่ีน่าเห็นใจ แต่มีเธอและฉนั เราจะประคองรว่ มกนั ไป ไม่หมดแรง
๒.๑.๒ สมั ผัสใน เชน่
ไมใ่ ช่เธอคนเดยี วลำพังท่ีนา่ เหน็ ใจ
ทเ่ี ปน็ เพื่อนทุกข์ และสู้วนั นี้ดว้ ยกนั
๒.๒ การใชภ้ าษา
บทเพลงนี้ผู้แต่งมีการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมาทำให้ผู้ที่รับฟังนั้นเข้าใจในเนื้อหาของเพลง
ที่ต้องการสื่อและถ่ายทอด ทำให้ผู้ที่รับฟังเข้าถึงอารมณ์ของตัวบทเพลงที่สื่อให้เกิดความรักสามัคคี
ให้กำลังใจกัน เพอื่ ก้าวผ่านไปด้วยกัน ดังเนื้อเพลงทีว่ ่า
คนละไม้คนละมือมาช่วยกัน คนละครัง้ คนละอนั ก็แบ่งไป
คนละใจคนละรักคนละแรง ด้วยใจที่พร้อมจะมีแตใ่ ห้ และแบ่งปัน
คนเป็นคนมนี ำ้ ใจคือให้เป็น มีกำลงั ให้เทา่ ไรก็ใหเ้ ท่านน้ั
จะผ่านพ้นไปด้วยกัน ฟ้าต้องกลับมาใส เหมอื นเดิม
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๘๙
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
จากตัวอย่างการวิเคราะห์เพลงข้างต้น จะเห็นได้ว่าตัวบทเพลงนั้นมีความหมายที่สื่อออกมาให้
ผู้ที่รับฟังนั้นเข้าใจง่าย เกิดการคล้อยตามอารมณ์เพลง ทำให้เข้าถึงสิ่งที่เพลงต้องการสื่อว่า การท้อ
หรือการที่เราอ่อนแอและล้มลงก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขั้นกับเราแค่เพียงคนเดียว แต่มันยังเกิดขึ้นกับอีกหลายคน
บนโลกนี้ ทำให้ร้วู ่าไมใ่ ชม่ ีแค่เราคนเดยี ว แต่เรายงั มีคนขา้ ง ๆ ทค่ี อยเปน็ เพอื่ น ใหก้ ำลังใจ และสูไ้ ปด้วยกัน
เพ่ือใหก้ า้ วผ่านไปสู่วันท่ีสดใสอีกครั้ง
อา้ งอิง
สยามโซน.คอม. (๒๕๖๔). เพลงคนละไม้คนละมือ - นนท์ ธนนท์ จำเริญ. [ออนไลน]์ , เข้าถงึ ไดจ้ าก
https://www.siamzone.com/music/ เข้าถงึ เมื่อวนั ท่ี ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบับเบกิ ศักราชใหม่นวกาล หนา้ ๙๐
ใหมน่ วกาลใหมน่ วกาล
ศิษย์เก่าเล่าเร่อื ง แฟนหนุ่มจัดเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานในกจิ กรรมซ้อมใหญ่
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร/จากสาวไฮโซ สู่ครูบ้านนอก /
วยั เรียน วัยงาน ต่างกนั อย่างไร
วศิ รุตา ปกติง
แฟนหนุ่มจัดเซอรไ์ พรส์ขอแต่งงานในกจิ กรรมซ้อมใหญ่
พิธพี ระราชทานปรญิ ญาบัตร
เมอื่ วนั ที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มกี ารเซอรไ์ พรส์เกดิ ขึน้ ณ ขุมเหมือง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ
ภูเกต็ โดยมผี ู้ชายคนหน่งึ ได้คุกเข่าขอแต่งงานพรอ้ มกับเคร่อื งประดบั ทองใหก้ ับหญงิ สาวคนหนงึ่ ซึ่งสวมชุด
ครุยในงานวนั ซ้อมใหญพ่ ิธพี ระราชทานปริญญาบตั ร พร้อมกับพูดว่า “แต่งงานกับผมนะครับ” ทำให้ผู้คน
ทอี่ ยตู่ รงน้ันตา่ งปรบมือแสดงความยนิ ดี
นางสาวกนกภรณ์ พูลเกื้อ (นก) ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร บัณฑิตปีการศึกษา
๒๕๖๐ หญงิ สาวผูถ้ กู ขอแต่งงานในวนั นน้ั กล่าวถึงความรูส้ กึ วา่
“ตื่นเต้นมากตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกค่ะ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้ด้วย เพราะปกติแล้ว
เขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกต่อหน้าผู้คน แต่เมื่อเห็นโมเมนต์ที่เขาทำแบบนี้ให้เราก็รู้สึก
ประทับใจมากเลยคะ่ ”
วรรณสารฉบบั ที่ ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หนา้ ๙๑
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
ดา้ นการวางแผนชีวิตเธอบอกว่า
“ก็ตอนนี้ช่วยกันทำงานเก็บเงิน โดยกำลังทำธุรกิจร่วมกัน ส่วนจะแต่งเมื่อไรนั้นยังไม่มีกำหนด
ที่แน่นอน ซึ่งเธอบอกว่าไม่อยากคาดหวังอะไรให้มากกับการแต่งงานใช้ชีวิตแบบครอบครัว เพราะสิ่งท่ี
สำคญั กว่าการแต่งงานคือการที่ทงั้ คสู่ ามารถเรยี นรู้ เขา้ ใจ และเคารพซึ่งกันและกนั มากกว่า”
หลายคนชอบมองว่า การ “ขอแต่งงาน” เป็นการสร้างภาพ เป็นการแสดงความรักที่เวอร์เกินไป
ทั้งที่จริง ๆ แล้วการขอแต่งงานเป็นการแสดงความจริงใจให้ฝ่ายหญิงรับรู้ เป็นการให้เกียรติคนที่เรารัก
และยังเป็นการจับจองให้ฝ่ายหญิงมั่นใจว่าจะมีงานแต่งงานในเร็ววันนี้แน่ ๆ ซึ่งก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า
ผู้หญิงทุกคนอยากถูกขอแฟนแต่งงาน แต่สำหรับผู้ชายแล้ว การ “ขอแต่งงาน” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ยิ่งผู้ชายที่ไม่มีประสบการณ์และกำลังคิดจะขอแฟนแต่งงาน หากอยากได้ยินคำว่า “แต่ง” ก็ดูโรแมนติก
อยา่ งที่เคยเหน็ และดใี จไปตามกนั
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๕ ฉบับเบกิ ศกั ราชใหมน่ วกาล หนา้ ๙๒
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล
จากสาวไฮโซ สคู่ รูบ้านนอก มณีนุช นชุ นอ้ ย
คอลัมน์ศิษย์เก่าเล่าเรื่องฉบับนี้ เราจะมาทำความรู้จักศิษย์เก่าสาขาวิชา
ภาษาไทย ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นครูแม้ว่าจะเข้าเรียนในคณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ก็ตาม ซึ่งวันนี้เค้าก็ได้ทำความฝันของเค้าให้เป็นจริงแล้ว จนได้รับ
ฉายาวา่ จากสาวไฮโซ สู่ครบู ้านนอก...
สวัสดีครับน้อง ๆ ภาษาไทยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็ ทุกคนครบั พป่ี าล์มนะครับ นายธนาวฒุ ิ ตรีศลิ า ปัจจุบนั
รับราชการครูตำแหน่งครูผู้ช่วยโรงเรียนบ้านในไร่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาพังงา ความรู้สึกกับคำพูดที่ว่าสาวไฮโซสู่ครูบ้านนอก
ความจริงพี่ไม่ได้เป็นคนไฮโซเลย แต่ถ้าว่าพอพูดแล้วชีวิตการเป็นครูของพี่มัน
เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านนอกหรือโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งแต่เริ่มจากการที่พี่เป็นครู
อัตราจ้าง มันก็เลยถูกซึมซับปลูกฝังและเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน
ในชนบทมากกวา่ นกั เรียนในเมือง
ความรสู้ กึ กับการเป็นครูบ้านนอกพ่รี ูส้ กึ ดใี จแลว้ ก็ภูมใิ จนะ เพราะมนั รู้สกึ ว่าวถิ ีชีวิตหรือวัฒนธรรม
ความเป็นอยู่มันใกล้เคียงกับบ้านพี่ เพราะบ้านพี่ก็ไม่ได้อยู่ในเมือง พี่รับบทครูที่อยู่ในชนบท เราสามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับชุมชนเหล่านั้นได้ดี ซึ่งบทบาทและความเป็นครูของเราไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกที่มันดูดี
หรือสง่างามเหมือนกับครูในเมืองในทุก ๆ อิริยาบถ การเป็นครูชนบทเราต้องเป็นทุกหน้าท่ี เป็นพนักงาน
กวาดขยะของโรงเรียน เป็นนักการภารโรง เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในโรงเรียนเพราะมันเป็นโรงเรียนชนบท
หรือโรงเรยี นบ้านนอก ซง่ึ มนั กเ็ ปน็ ความท้าทายอีกอยา่ งหนงึ่ เพราะเราไม่ไดท้ ำหนา้ ที่ครเู พยี งอย่างเดียวเรา
ทำหนา้ ทเี่ ปน็ ทุก ๆ ส่ิงทุกอย่างใหน้ ักเรยี น
พี่มองว่าการที่เรามาเป็นครูในชนบทมันไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่มันกลับเป็นบทเรียนชีวิตที่ดีให้เรา
ไดเ้ รยี นรใู้ นหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อยา่ งนอกเหนือจากการสอนนักเรียน และมนั เป็นส่ิงที่พี่ภาคภูมิใจถ้าพ่ีได้
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบับเบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๙๓
ใหม่นวกาลใหมน่ วกาล
สร้างเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เข้าไปตกในถิ่นที่ไม่มีใครมองเห็น หรือเข้าตกในที่ที่เขาไม่ได้รับปัจจัย
ในการเจริญเติบโตที่เพียงพอแล้ว เราเป็นคนทำให้เขาเจริญเติบโตและงอกงามพร้อมที่จะเป็นต้นไม้ที่
สมบูรณแ์ บบ อันนีแ้ หละคอื ความภูมิใจของคนเปน็ ครูทีส่ ุด ไม่ว่าเราจะเปน็ ครูอยูท่ ่ีโรงเรยี นเล็ก โรงเรียนใน
ชนบทหรอื โรงเรยี นในเมือง สงิ่ ท่ีสำคัญท่ีสุดในการเป็นครูคือ การสอนนกั เรียนของเรา ไม่จำเป็นว่าจะต้อง
สอนให้เขาเก่งที่สุด แต่สอนให้เขาเอาตัวรอดให้ได้ พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหา และไปถึงฝั่งฝันในอนาคต
แคน่ ี้ถือว่าเป็นความภูมใิ จสูงสดุ ของพ่ีในการประกอบอาชีพครู สดุ ทา้ ยน้ีพ่อี ยากฝากถึงน้อง ๆ ที่อยากเป็น
ครูทุกคนว่า ความสำเร็จจะว่าใกล้ก็ใช่ จะว่าไกลก็มีอยู่ให้เห็น ถ้าจริงจังตั้งใจไม่ยากเย็น ก็จะเป็นผู้ชนะ
ตลอดกาล ขอให้มุ่งมั่นตั้งใจและเพื่อพัฒนานักเรียนของเราทุกคน ไม่ว่าเราจะเป็นครูในเมืองหรือครูใน
ชนบทเรากเ็ ปน็ ครเู หมือนกันทกุ คนขอบคุณครับ...
เป็นยังไงบ้างคะ อ่านเพลินกันเลยใช่ไหม น่าภูมิใจแทนสาขาวิชานะคะ ที่มีศิษย์เก่าเก่งและดี
แบบนี้ พี่ปาล์มกระซิบบอกมาว่า น้อง ๆ ในสาขาคนไหน ถ้าใครอยากจะดำเนินรอยตาม สาวไฮโซ สู่ครู
บา้ นนอก พีป่ าลม์ ก็ยินดนี ะคะ
วรรณสารฉบับที่ ๖๕ ฉบับเบิกศกั ราชใหมน่ วกาล หน้า ๙๔
ใหม่นวกาลใหม่นวกาล
วัยเรยี น วัยงาน ตา่ งกนั อย่างไร
อาทิตยา กาหรีมการ
นางสาวธัญรดา พเิ คราะห์
ศษิ ย์เก่า สาขาวิชาภาษาไทย ทศศ.๖๐
๑. ชีวิตในวยั เรียนเปน็ อยา่ งไร
พีเ่ ป็นคนคนนงึ ที่เรยี นไม่ค่อยเก่ง และไมค่ ่อยมีความม่นั ใจในตวั เอง เร่ืองผลการเรียนไม่ต้องพูด
ถึงเลยค่ะ สวยเกินจะบรรยาย แต่มันเกิดจากความตั้งใจแรกเริ่มว่าเรยี นสาขานี้ฉันจะต้องเป็นครู ทั้ง ๆ ที่
ตลอด ๔ ปีที่เรียนอยู่พยายามต้ังคำถาม คิดทบทวนว่าเป็นครูจะรอดหรอ และยังคิดอีกวา่ ถ้าไม่เป็นครูเรา
จะทำงานอะไรได้ สุดท้ายก็คือเมื่อเรียนจบไม่รู้จะทำอะไร เลยลองสมัครงานครูเอกชนแห่งหนึ่งแถวบ้าน
สมคั รงานคร้ังแรกก็ปงั เลยค่ะ ปัจจบุ ันก็ไดท้ ำอาชพี ครู
๒. สถานการณ์ COVID-๑๙ ในปจั จุบนั มผี ลกับการทำงานอยา่ งไร และมีการปรับตวั ในการ
ทำงานอย่างไร
งานท่ีพ่ีทำอยตู่ อนนี้ คือครูโรงเรยี นเอกชน ซ่งึ ยังไมไ่ ด้สมั ผสั รสชาตกิ ารสอนในห้องเรียนเลยค่ะ
ทำงานปุ๊บก็มีการสอนออนไลน์เลยค่ะ การสอนออนไลน์ก็เป็นอะไรที่กดดันระดับหนึ่งเพราะเราไม่เคย
สัมผัสเด็กนักเรียนมาก่อน จึงไม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน เนื่องด้วยสถานการณ์
COVID-๑๙ จึงทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีการสอนในห้องเขียนบนกระดาน
วรรณสารฉบับท่ี ๖๕ ฉบบั เบิกศกั ราชใหม่นวกาล หน้า ๙๕
ใหมน่ วกาลใหม่นวกาล