ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
นยิ มสรา้ งบ้านท่ีมีหลงั คาไมส่ งู มาก นยิ มแต่งกายด้วยผ้าไหมที่ทอเองใน
หลังคาลาดเอียง ตวั เรือยกใต้ถุงสูง ครวั เรอื น เชน่ ผา้ มดั หม่ี ผ้าไหมแพรวา
พ้นื ที่เปน็ ท่ีราบสูง ดินเปน็ ดนิ ทราย ไมอ่ มุ้ นา้ มกั เกิดปญั หาการขาดแคลนนา้ เพ่ือทาการ
เพาะปลกู จึงเกดิ ประเพณีเกย่ี วกบั การขอฝน เพอื่ ให้มีน้าเพียงพอกับการเพาะปลกู เช่น
ประเพณีบุญบงั้ ไฟ ประเพณีแห่นางแมว
ภาคกลาง
นยิ มสรา้ งบ้านยกใตถ้ นุ สูงเพือ่ ปอ้ งกันนา้ นยิ มสวมเส้ือแขนส้นั และกางเกงยางครง่ึ นอ่ ง
ทว่ ม หน้าตา่ งกวา้ งเพ่อื ระบายความร้อน คาดเอวดว้ ยผา้ ขาวม้า ผหู้ ญิงนยิ มนุ่งผ้าซิ่น
ประเพณสี ่วนใหญ่จะเก่ยี วกับการเกษตรและแหล่งนา้ เชน่ ประเพณลี งแขกเกย่ี วข้าว
ประเพณีบายศรีสขู่ วญั ข้าว พธิ ีกรรมทาขวญั ขา้ วหรือบชู าแม่โพสพ ประเพณแี ข่งเรอื ยาว
ภาคใต้
ในอดีตนยิ มสร้างบ้านบนตอม่อเพอ่ื นิยมแต่งกายตามหลกั ศาสนา หากเปน็ ชาว
ยกเรอื นหรือเคลอ่ื นย้ายได้ มกี นั สาด พุทธจะแตง่ กายคลา้ ยกบั ภาคกลาง มสุ ลมิ
ผู้หญงิ จะแต่งกายด้วยผา้ ปาเต๊ะ ผูช้ ายนุ่งโสรง่
ยาวเพ่ือปอ้ งกนั ฝนสาด
ภาคใต้มสี ภาพแวดลอ้ มแบบชายฝง่ั ทะเล วิถชี วี ิตสมั พันธก์ บั การทาประมง ชาวบ้านจงึ
นยิ มใชเ้ รอื ประมงเพ่ือหาปลา มีประเพณีที่เกี่ยวกบั อาชีพประมง เชน่ การนับถือแม่
ยา่ นางเรอื ประเพณีลอยเรือ ประเพณแี ขง่ เรอื กอและ
วัฒนธรรมอาหาร 4 ภาค
คนไทยแต่ละภาครบั ประทานอาหารแตกตา่ งกนั ตามลกั ษณะพื้นท่ี ภมู ิอากาศ
และความอดุ มสมบูรณ์
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ลักษณะทางกายภาพในแต่ละพ้ืนท่ีมีการเปล่ียนแปลงไปตามธรรมชาติ แต่เมื่อมี
ประชากรเพ่ิมมากขึ้นจึงเกิดการสร้างท่ีอยู่อาศัย หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นพ้ืนที่
เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทาให้ลักษณะทางกายภาพเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ลกั ษณะทางกายภาพท่เี ปล่ียนแปลงมี 3 ดา้ น ดงั น้ี
1. ด้ า น ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ คื อ ก า ร
เปล่ียนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน เช่น
การปรับสภาพพ้ืนท่ีเกษตรกรรมบนที่
ราบลุ่มมาเป็นการก่อสร้างท่ีอยู่อาศัย
หรือการตัดไม้ทาลายป่าบนภูเขาสูง
เพ่ือขยายพื้นท่ีเพาะปลูกและเลี้ยง
สัตว์ ซึ่งการปรับสภาพพ้นื ทีด่ ังกล่าวก็
เพื่อตอบสนองความต้องการของ
มนุษย์จนทาให้สภาพพื้นที่เกิดการ
เปล่ยี นแปลง
2. ด้านภูมิอากาศ มีสาเหตุจากการตัด
ไม้ทาลายป่าและการขยายตัวของเมือง
ทาให้มีการบุกเบิกพ้ืนที่ป่าเพ่ือสร้างท่ี
อยูอ่ าศัย เมอ่ื พนื้ ทป่ี ่าลดลงทาใหอ้ ากาศ
แห้งและร้อน สิ่งท่ีเห็นได้ชัด คือ ฤดู
หนาวมีระยะเวลาส้ันลง และไม่หนาว
เหมอื นในอดีต สว่ นฤดรู อ้ นยาวนานและ
มีอณุ หภมู ิสงู ข้นึ ทกุ ปี
3. ด้านทรัพยากร พ้ืนท่ีป่าไม้ในประเทศไทยมีจานวนลดลงอย่างต่อเน่ือง มี
สาเหตุมาจากการสัมปทานป่าไม้และการบุกเบิกพ้ืนที่ป่าเพื่อการเพาะปลูก นอกจากน้ี
การทาการเกษตรในปัจจุบนั นิยมใช้สารเคมมี ากขึน้ เปน็ สาเหตทุ าให้ดินเส่อื มสภาพ ขาด
ความสมบรู ณ์ และเกิดสารพษิ ตกคา้ งในดิน
ผลทเี่ กิดจากการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ
1. การเปลี่ยนแปลงดา้ นประชากร
แต่เดิมประชากรส่วนใหญ่มักต้ังถิ่นฐานใน
เขตชนบท ประกอบอาชพี เกษตรกรรม เม่อื
ประชากรมีจานวนเพิ่มข้ึน เทคโนโลยีมี
ความเจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจมีการ
ขยายตัว การต้ังถ่ินฐานจึงกระจายจาก
ชนบทเข้าสู่เมืองส่งผลให้ท่ีอยู่อาศัยและ
อาชีพเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม
โดยประชากรที่อาศัยอยู่ตามเองใหญ่มักอาศัยอยู่ตามตึกสูง คอนโดมีเนียม และบ้านจัดสรร
เน่ืองจากมพี น้ื ที่จากัด
2. การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ในอดีต
ผู้คนทาเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบัน
รูปแบบการใช้ที่ดินเปล่ียนแปลงไปจากเดิม
พื้นท่ีเกษตรกรรมลดลง ดินขาดความอุดม
สมบรู ณ์จากการใช้สารเคมี นอกจากนี้ ราคา
ผลผลิตตกต่าเน่ืองจากภาวะเศรษฐกิจและ
การขยายตัวของอุตสาหกรรม ทาให้
ประชากรบางส่วนเลกิ ทาเกษตรกรรมและหันมาประกอบอาชีพอุตสาหกรรม การคา้ การทอ่ งเที่ยว
และบรกิ ารมากข้ึน
3.การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและ
วัฒนธรรม วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของ
ป ร ะ ช า ก ร ไ ท ย มี ค ว า ม เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ
การเกษตรมาอย่างยาวนาน ต่อมาเมื่อ
อุตสาหกรรมมีการขยายตัว การคมนาคมท่ี
สะดวกสบายทาให้เศรษฐกิจและสังคมใน
แต่ละภูมิภาคเปลี่ยนแปลง จากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประเพณีและ
วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรในบางพื้นท่ีลดบทบาทและความสาคัญลง นอกจากนี้ การ
พัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรและระบบชลประทานที่ครอบคลุมพื้นท่ี ทาให้เพาะปลูกได้ตลอด
ทง้ั ปี สง่ ผลตอ่ ความเชือ่ และนาไปสูก่ ารเปลีย่ นแปลงทางวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค
ภยั พบิ ัตใิ นประเทศไทย
ภัยพิบัติ คือ เหตุการณ์ธรรมชาติที่ทาให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สิน และ
สิ่งแวดล้อม ซ่งึ มีสาเหตุทง้ั จากธรรมชาติและมนุษย์
แผนที่แสดงการเกิดภยั พิบัติในแต่
ละภมู ภิ าคในประเทศไทย
การเกิดภัยพบิ ัติในชว่ งฤดกู าลต่าง ๆ
วาตภัย
ภัยท่ีเกิดจากพายุลมแรง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งอาจ
เกิดอุทกภัยและโคลนถล่มตามมาด้วย ในประเทศไทยประสบวาตภัยแทบทุกปีในหลาย
พ้ืนท่ี โดยเฉพาะชว่ งฤดูฝนและชว่ งเปล่ยี นฤดู
สาเหตุการเกิดวาตภัย
ส่วนใหญ่เกดิ จากพายุหมนุ เขตรอ้ น และพายุฟา้ คะนอง
สัญญานเตอื นภยั
อากาศร้อนอบอ้าวตดิ ตอ่ กนั หลายวนั ทอ้ งฟา้ มดื ครม้ื มีเมฆมาก ลมกรรโชกแรง
มฝี นตกหนกั
การเตรยี มรับมือ
ติดตามข่าวพยากรณอ์ ากาศจาก ดูแลโครงสร้างบา้ นเรือนและสิ่งกอ่ สร้าง
กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา ตา่ ง ๆ ใหแ้ ขง็ แรง
อทุ กภัย
ภัยท่ีเกิดจากน้าท่วม เน่ืองจากฝนตกหนัก น้าเอ่อล้นฝั่งแม่น้า หรือไหลบ่าลงมาจากท่ีสูง
รวมถึงน้าที่สะสมรอการระบายในบริเวณชุมชนเมือง เป็นภัยท่ีเกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเขตพ้ืนท่ี
ภาคกลาง ซง่ึ เป็นทรี่ าบลุ่ม
สาเหตุการเกดิ
สญั ญาณเตือนภัย
มพี ายุฤดรู ้อนหรอื พายหุ มุนเขตรอ้ นและ ระดบั น้าในแมน่ า้ ลาธาร หรือทางน้าเพม่ิ
ฝนตกตดิ ต่อกนั หลายวนั สูงขน้ึ รวดเร็วผิดปกติ
การเตรยี มรบั มอื
ติดตามรายงานข่าวพยากรณอ์ ากาศ เคลื่อนย้ายสิง่ ของข้นึ ทส่ี งู และเตรียม
อปุ กรณ์ยังชพี ไวใ้ นยามฉกุ เฉนิ
ภยั แลง้
สาเหตุเกิดจากฝนตกน้อยกว่าปกติหรือไม่
ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ขาดแคลนนา้ เกดิ
ความเสียหายต่อพ้ืนที่เกษตรครอบคลุมพ้ืนที่
เ ป็น บริ เ ว ณกว้ าง ตอ นกล า งของภาค
ตะวันออกเฉียง เป็นพ้ืนที่ท่ีประสบภัยแล้ง
เป็นประจาทุกปี เน่ืองจากสภาพภูมิประเทศ
และทาเลที่ต้ังของภาค ไม่ค่อยได้รับอิทธิพล
จากลมมรสมุ
สาเหตกุ ารเกดิ
การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรหิ ารจดั การน้าขาด การทาลายป่าตน้ นา้
เช่น เอลนโี ญ ภาวะโลกร้อน ประสิทธภิ าพ
สัญญาณเตือนภยั
แหลง่ กกั เก็บนา้ ธรรมชาติมนี ้อย ความต้องการใชน้ ้าเพ่มิ ข้ึน
ฝนไมต่ กต้องตามฤดกู าล นา้ ในแหลง่ นา้ สาคัญลดลงผิดปกติ
การเตรยี มรบั มอื
กกั เก็บน้าไวใ้ ชย้ ามขาดแคลน สรา้ งแหล่งกกั เก็บน้าและอนรุ กั ษ์
ป่าต้นน้า
ดินโคลนถล่ม
ภัยท่ีเกิดจากการเคล่ือนที่ของมวลดินท่ีอยู่ใกล้พ้ืนผิวตามลาดเขา เป็นผลมาจากมีฝนตก
เป็นเวลานาน ทาให้โครงสร้างช้ันดินเต็มไปด้วยน้า จึงเคลื่อนท่ีไหลลงตามความลาดชันถล่มทับ
พ้ืนท่ีด้านล่าง มักเกิดในพ้ืนที่เชิงเขาทางภาคเหนือและภาคใต้ในช่วงท่ีมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลาย
วัน
สาเหตุการเกดิ การตดั ไมห้ รอื การถางที่ให้ราบเตียนเปน็
การทาให้หน้าดนิ เสีย เมอ่ื ไมม่ พี ืชคลมุ ดิน
ปริมาณของน้าฝนมี ปริมาณน้าฝนทมี่ ากจะส่งผลใหด้ นิ ไม่
สว่ นทาให้ดนิ ถลม่ ได้ สามารถเกาะตัวกนั ไดแ้ ละถล่มลงมาใน
มากข้นึ ที่สดุ
ในประเทศไทยดินถลม่ เกดิ จากลักษณะ การกระทาของมนษุ ย์เองกม็ สี ่วนทาใหเ้ กดิ ดนิ
ทางธรณวี ทิ ยา สภาพของภูมิประเทศ ถล่มได้ เชน่ การทาการเกษตรบรเิ วณเชิงเขา
ประเภทของหนิ ในแถบน้ัน โดยชนิดของ การสรา้ งหมบู่ ้านหรือทาถนนขวางทางนา้
หินทผี่ กุ ร่อนสูง เชน่ หนิ แกรนติ
หนิ ดนิ ดาน มคี วามเสย่ี งสูง
สัญญาณเตือนภัย
สขี องน้าเปลี่ยนเป็นสดี นิ ของภูเขา มเี สยี งดงั ออ้ื อึงผิดปกตบิ นภูเขาและลาหว้ ย
การเตรยี มรับมอื
สารวจพ้นื ทีเ่ สี่ยงภัยและหมนั่ เขา้ รว่ มฝึกซ้อมการอพยพหนภี ยั
สังเกตความผดิ ปกตทิ างธรรมชาติ
แผน่ ดนิ ไหว
เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดจากการเคล่ือนท่ี
ของแผ่นเปลือกโลก ท่ีลอยตัวอยู่บนช้ันหินหนืดที่ได้รับ
พลังงานความร้อนจากแกนโลก รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ท่ี
ก่อให้เกิดแรงส่ันสะเทือน ประเทศไทยพบรอยเล่ือนมีพลัง
เพียง 14 รอยส่วนมากเป็นรอยเลื่อนขนาดเล็ก จึงค่อนข้าง
ปลอดภัยจากการเกดิ แผน่ ดนิ ไหวรนุ แรง
สาเหตุการเกิด
การเคล่ือนทข่ี องแผน่ เปลือกโลก อุกกาบาตตก การสะสมพลงั งาน
ตามแนวรอยเลอ่ื น
การทดลองระเบดิ นิวเคลยี ร์ ภเู ขาไฟระเบิด การระเบิดเหมอื งแร่
สญั ญาณเตอื นภยั
การเกดิ เมฆรปู รา่ งแปลกตา การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์
เขา้ รว่ มฝกึ ซอ้ มอพยพหนีภัย ตรวจสอบบา้ นและอปุ กรณ์
ต่าง ๆ ใหพ้ รอ้ มรับแผน่ ดินไหว
สึนามิ
คลื่นทะเลขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวอย่าง
รวดเร็วและมพี ลงั มาก เกิดจากมวลนา้ ในทะเล
และมหาสมุทรได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง สึนามิท่ีมีขนาดใหญ่เมื่อเคล่ือนตัวถึง
ชายฝั่งอาจมีความสูงถึง 30 เมตร ซ่ึงมีพลัง
ทาลายตลอดชายฝ่ัง จากข้อมูลที่ผ่านมา
ประเทศไทยเคยประสบภัยสึนามิเพียงคร้ัง
เดยี วใน พ.ศ. 2547
สาเหตกุ ารเกิด
แผ่นดินไหวรนุ แรงใตท้ ะเล อุกกาบาตตกลงในมหาสมุทร ภูเขาไฟระเบดิ ใต้ทะเล
แผน่ ดินถลม่ ใต้ทะเล การทดลองระเบิดนวิ เคลยี รใ์ ต้ทะเล
สัญญาณเตอื นภัย
เกิดแผน่ ดนิ ไหวทีร่ นุ แรงมาก น้าทะเลลดลงผิดปกติภายในเวลา
ไม่กน่ี าที
การเตรียมรบั มือ
สงั เกตสัญญาณเตือนภัยและ ศึกษาเส้นทางอพยพหากอยู่
ป้ายบอกทาง ในพ้ืนท่ีเส่ียง
การเปลีย่ นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มสี าเหตุ
ดังน้ี
1. การเปล่ียนแปลงที่เกิดจากธรรมชาติ เป็นส่ิงที่
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และก่อให้เกิดความเสียกายต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เช่น อุทกภัย แผ่นดิน
ถล่ม ฝนแลง้ ไฟปา่
2. การเปล่ยี นแปลงท่ีเกิดจากการกระทา้ ของ
มนษุ ย์ ได้แก่
2.1 การเพ่มิ ของประชากร
2.2 การขยายตัวของ
เศรษฐกิจ
2.3 การสร้างส่ิงกอ่ สรา้ ง
2.4 ความก้าวหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี
ปญั หาของการเปลี่ยนแปลงส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
จากสาเหตุทีก่ ลา่ วมาแลว้ ทาใหเ้ กดิ
ปัญหาตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ
ดงั นี้
1. น้าเสีย เป็นภาวะท่ีน้าสกปรกมาก
จนไม่สามารถนามาใช้ได้ ซึ่งเกิดจากการถ่ายเท
น้า เสียจากบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรมสู่
แม่นา้ ลาคลอง
2. ปา่ ไม้ถกู ทา้ ลาย สาเหตสุ าคัญเกิดจากการบุกรกุ ผนื ปา่ เพ่ือ
ครอบครองทด่ี นิ เมอ่ื ประชากรเพ่ิมสูงขนึ้ ความตอ้ งการในการใช้
ท่ดี ินเพอื่ ท่อี ย่อู าศยั กม็ มี ากขึน้ และเมอื่ ป่าไม้ถูกทาลายจะส่งผล
กระทบต่อสงิ่ แวดล้อมอื่น ๆ เชน่ สตั ว์ป่า พรรณไม้ รวมทงั้ ปัญหาน้า
ทว่ มตามมา
3. อากาศ
เ ป็ น พิ ษ
เป็นภาวะของอากาศที่ก่อให้เกิดอันตราย
ต่อชีวิต เช่น หายใจไม่สะดวก ไอ จาม
เวยี นศีรษะ มลพษิ ทางอากาศ ได้แก่ กลิ่น
เหม็นของขยะ หรือสิ่งปฏิกูล ควัน เขม่า
ฝุ่ น ล ะ อ อ ง ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร เ ผ า ไ ห ม้ ข อ ง
เคร่ืองยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม เป็น
ต้น
4. ดินเส่ือมคุณภาพ เป็นภาวะที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์
หรอื ไม่สามารถเพาะปลูกได้ สาเหตุเกิดจากการปลูกพืชชนดิ เดียว
เป็นเวลานาน ขาดการดูแล ทาให้ดินสูญเสียธาตุอาหาร
นอกจากนั้นการใช้สารเคมีต่าง ๆ ก็เป็นสาเหตุสาคัญท่ีทาให้ดิน
เสือ่ มคุณภาพเรว็ ข้นึ
5. การสูญพันธ์ุของสัตว์และส่ิงมีชีวิต เป็นภาวะ
ของการสูญเสียสิ่งมีชีวิตบางชนิดท้ังพชื และสัตว์ ทา
ให้ห่วงโซ่อาหารถูกทาลาย เกิดจากความต้องการ
บริโภคที่สูงข้ึน ในขณะที่ทรัพยากรเหล่านั้นมีจากัด
และเกิดจากความไม่เข้าใจในการแสวงหาทรัพยากร
เชน่ การทาประมงไมถ่ กู วธิ ี เปน็ ต้น
ผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
1. เกดิ โรคภยั ไข้เจ็บ
2. เกดิ การอพยพยา้ ยถิน่
3. เกิดการขาดแคลนอาหาร
4. เกดิ ความสญู เสียทางด้านเศรษฐกิจ