The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้เรื่องเสียงในภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kkaijong796, 2021-06-19 14:12:01

ใบความรู้เรื่องเสียงในภาษาไทย

ใบความรู้เรื่องเสียงในภาษาไทย

Keywords: ใบความรู้เรื่องเสียงในภาษาไทย

ใบความรู้
เรื่องเสียงในภาษาไทย

จัดทำโดย
นำงสำวธันยช์ นก โนรำช

เรอ่ื ง เสยี งพยญั ชนะ

เสียงพยัญชนะ หรือเสียงแปร เป็นเสียงท่ีเกิดขึ้นได้ เพรำะเรำทำให้ลมออกจำกปอดผ่ำนเส้นเสียง
ซึ่งอำจส่ันสะเทือน หรือไม่ส่ันสะเทือนก็ได้ ออกมำตำมช่องทำงเดินของลม ลมจะถูกสกัดก้ัน ณ ที่ใดท่ีหนึ่ง
ต้ังแต่ในลำคอ ในช่องปำก หรือในช่องจมูก และลมอำจถูกสกัดกั้นไว้ท้ังหมด หรือถูกสกัดกั้นเป็นบำงส่วน
แล้วจึงผ่ำนออกมำภำยนอกเกิดเป็นเสียงพยัญชนะ มีทั้งเสียงก้องและเสียงไม่ก้อง เสียงพยัญชนะในภำษำไทย
มี ๒๑ เสียง มีอักษรที่ใช้แทนเสียง เรียกว่ำ รูปพยัญชนะ ๔๔ รูป เรำเรียกเสียงพยัญชนะว่ำ เสียงแปร
ด้วยเหตุว่ำเสียงพยัญชนะเกิดจำกลมที่ออกจำกปอดเม่ือผ่ำนหลอดลม ลมจะถูกสกัดก้ันที่อวัยวะต่ำง ๆ
ทำให้เกดิ เป็นเสยี งพยัญชนะทีแ่ ตกตำ่ งกันไป

ลักษณะและหน้าทข่ี องเสยี งพยญั ชนะ

๑. เปน็ เสียงทเ่ี กดิ จำกลมบรเิ วณเสน้ เสยี งผ่ำนออกมำทำงช่องวำ่ งระหว่ำงเส้นเสียง แลว้ กระทบกบั อวยั วะตำ่ งๆ
ในชอ่ งปำกทเ่ี รยี กว่ำ “ฐำนกรณ”์ เช่น รมิ ฝีปำกกบั ฟัน ฟันกบั ปมุ่ เหงือก เป็นต้น
๒. มีทง้ั เสยี งก้องและเสยี งไม่ก้อง
๓. พยัญชนะไม่สำมำรถออกเสียงตำมลำพงั ได้ต้องอำศัยเสียงสระช่วยจงึ จะสำมำรถออกเสยี งได้ เช่น ใช้สระออ
ชว่ ยออกเสียง ได้แก่ กอ ขอ คอ งอ เปน็ ตน้
๔. เสียงพยัญชนะสำมำรถปรำกฎทตี่ น้ คำ โดยนำหนำ้ เสียงสระเรยี กว่ำ “พยัญชนะต้น” และ ปรำกฏหลงั คำ
โดยอย่หู ลังเสียงสระเรียกวำ่ “พยัญชนะสะกด” หรือ “พยัญชนะท้ำย”

เสียงพยญั ชนะในภาษาไทยมี ๒๑ เสยี ง รปู พยญั ชนะ
ประกอบดว้ ยรูปพยัญชนะ ๔๔ รปู

เสียงพยัญชนะ ขฃคฅฆ

/ก/ ง
/ค/ จ
/ง/ ชฌฉ
/จ/ ซสศษ
/ช/ ดฎ
/ซ/ ตฏ
/ด/ ทธฑฒถฐ
/ต/ นณ
/ท/ บ
/น/ ป
/บ/ พภผ
/ป/ ฟฝ
/พ/ ม
/ฟ/ ยญ
/ม/ ร
/ย/ ลฬ
/ร/ ว
/ล/ อ
/ว/ ฮห
/อ/
/ฮ/

๑. พยัญชนะเดี่ยว มี ๔๔ รูป แบง่ ตามฐานกาเนดิ เสียง ดังนี้

เกิดฐานคอ ก ขฃ คฅฆ ง หอฮ
เกิดฐานเพดาน จ ฉ ชซฌ ญ ย

เกดิ ฐานป่มุ เหงือก ดต ถ ทธ น ลส
เกิดฐานรมิ ฝีปาก บป ผฝ พฟภ ม ว

๒. พยญั ชนะประสม คอื พยัญชนะ ๒ ตัวทีป่ ระสมกบั สระตวั เดียวกันแบง่ ออกเปน็ ๒ พวก คือ

๒.๑ อกั ษรควบ คือพยญั ชนะซึ่งควบกับ ร ล ว และประสมสระเดียวกันแบง่ เป็น ๒ ชนิด คือ
๒.๑.๑ อักษรควบแท้ คอื อกั ษรควบซึ่งออกเสียงพยญั ชนะตวั หน้ำกับพยัญชนะตวั หลงั ควบกล้ำ
พร้อมกนั สนทิ จนเกอื บเป็นสียงเดยี วกัน มีทง้ั สิ้น ๑๑ เสียง ๑๕ รูป ไดแ้ ก่
๑. กร เชน่ กรำบกรำน. เกรยี งไกร
๒. กล เชน่ กลับกลำย, กลมเกลียว
๓. กว เช่น แกวง่ ไกว, กวดั แกวง่
๔. คร เชน่ ครอบครอบ, ครนื้ เครง
๕. ขร เช่น ขรขุ ระ, ขรมึ
๖. คล เชน่ ไคลคลำ, คลอง
๗. ขล เชน่ โขลก, ขลกุ ขลิก
๘. คว เช่น ควำม, เควง้ ควำ้ ง
๙. ขว เชน่ ขวนขวำย, ขวกั ไขว่
๑๐. ตร เชน่ ตริตรอง, เตรด็ เตร่
๑๑. ปร เชน่ โปรยปรำย, ปรบั ปรงุ
๑๒. ปล เช่น เปลีย่ นแปลง, ปลอด
๑๓. พร เชน่ พร่ังพรู, พรำวพรำย
๑๔. พล เช่น พลบั พลึง, พลู
๑๕. ผล เช่น แผล, แผลง

2.1.2 อกั ษรควบไมแ่ ท้ คือ อักษร 2 ตวั ทค่ี วบกล้ำกบั พยญั ชนะ ร แต่ออกเสียงเหมอื นพยญั ชนะ
เดย่ี ว เช่น เศรำ้ ทรำย จริง ไซร้ ปรำศรัย สร้อย เสร็จ เสรมิ ทรง สร้ำง สระ เปน็ ต้น
2.2 อักษรน้ำ คอื พยัญชนะ 2 ตัวประสมสระเดียวกันเช่นเดยี วกับอักษรควบกล้ำ แตต่ ำ่ งกันตรง
ท่ีวิธีกำรออกเสียง อกั ษรนำ้ มีวธิ ีกำรออกเสยี ง ดังนี
2.2.1 ไม่ออกเสยี งตัวน้ำ ออกเสยี งกลืนกับเสยี งตัวนำ้ ได้แก่

อ น้ำ ย มีอยู่ 4 ค้ำ คือ อย่ำ อยู่ อยำ่ ง อยำก
ห นำ้ อกั ษรต้่ำเด่ียว ได้แก่ ง ญ น ม ย ร ล ว จะออกเสยี งเพยี งพยำงค์เดียวสงู
ตำมเสียง ห เชน่ หงำย หงอน หญำ้ ใหญ่ หนำ้ หนู หมำ
2.2.2 ออกเสียงตวั น้ำ ไดแ้ ก่
ก. อกั ษรสงู น้ำอักษรต่้ำเด่ยี ว จะออกเสียงพยำงคต์ น้ เปน็ สระอะ ครึ่งเสียง ออกเสียง
พยำงคห์ ลังตำมท่ีประสมอยู่ ออกเสยี งวรรณยุกตผ์ นั ตำมตวั หน้ำ เชน่ ขนม ขนง เขนย
ขนำ้ สมอง สมำน สนอง สยำย ขยับ ขยนั ฝร่ัง ถลอก เถลงิ ผยอง ถนน สนทิ
* ยกเวน้ ขมำ ขโมย ขมำ้ สมำ สมำคม สมทิ ธิ สโมสร สลมั ไมอ่ อกเสยี งตำมตวั นำ้
ข. อักษรกลำงน้ำอักษรต่้ำเด่ยี ว ออกเสยี งเชน่ เดยี วกบั ขอ้ ก เช่น ตนุ โตนด จมกู
ตลำด ตลก ตลอด จรวด ปรอท
ข. อกั ษรสงู น้ำอักษรต่้ำคู่ หรืออักษรกลำง ออกเสยี งตำมขอ้ ก แต่ไมต่ ้องผนั
วรรณยกุ ตต์ ำมอักษรนำ้ เช่น ไผท ผดงุ เผดจ็ ผกำ เถกงิ ผกำ เผอิญ เผชิญ

หนา้ ที่ของเสียงพยัญชนะ

๑. เป็นเสยี งต้นพยำงค์ หรอื พยัญชนะตน้ ใช้ไดท้ ังพยัญชนะเด่ียว 21 เสียง และพยญั ชนะควบกลำ้
๒. เปน็ ตวั สะกด คอื พยัญชนะที่อยูท่ ำ้ ยพยำงค์ มี 8 แม่เสียง

พยญั ชนะท่อี ยู่ทา้ ยพยางค์ มี 8 แมเ่ สยี ง

เสยี ง ก สะกด เรยี กวำ่ แมก่ ก ใช้ ก ข ค ฆ เป็นตัวสะกด เช่น มัก มรรค สกุ สดุ เมฆ
เสยี ง ด สะกด เรียกว่ำแมก่ ด ใช้ ด ต ถ ท ธ ฎ ฏ ฑ ฐ ฒ จ ช ซ ศ ษ ส เปน็ ตวั สะกด เช่น
บำท ชำติ คำด กฎหมำย ปรำกฏ
เสียง บ สะกด เรียกวำ่ แม่กบ ใช้ บ ป พ ภ ฟ เป็นตัวสะกด เช่น บำป พบ ภำพ ลำภ กรำฟ
เสียง ง สะกด เรยี กว่ำแม่กง ใช้ ง เปน็ ตัวสะกด เชน่ ทำง องค์
เสียง น สะกด เรยี กวำ่ แม่กน ใช้ น ณ ญ ร ล ฬ เป็นตัวสะกด เชน่ กำน บริเวณ เรียน กำล กำฬ
เสยี ง ม สะกด เรยี กวำ่ แม่กม ใช้ ม เปน็ ตวั สะกด เช่น ธรรม กรรม
เสยี ง ย สะกด เรยี กว่ำแม่เกย ใช้ ย เป็นตัวสะกด เชน่ ชัย อำย เอย เคย
เสยี ง ว สะกด เรยี กว่ำแมเ่ กอว ใช้ ว เปน็ ตวั สะกด เชน่ ดำว สำว เปร้ียว

เสียงสระ หรือแท้ คือ เสียงที่เปล่งออกมำจำกลำคอโดยตรง ไม่ถูกสกัดกั้น ณ ท่ีใดท่ีหน่ึงในช่องทำง
เดินของลมเลย แล้วกระทบเส้นเสียงท้ังสองข้ำง เกิดเป็นเสียงส่ันสะเทือน มีเสียงก้องกังวำน และออกเสียงได้
ยำวนำนกว่ำเสียงพยัญชนะซ่ึงเสียงสระในภำษำไทยแบ่งออกเปน็

๑. สระเดยี่ ว มจี ำนวน ๑๘ เสยี ง โดยสระเด่ียว แบง่ ออกเปน็

สระเสียงสั้น (รสั สระ) ไดแ้ ก่ อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ โอะ เอำะ เออะ

สระเสยี งยำว (ทฆี สระ) ไดแ้ ก่ อำ อี อื อู เอ แอ โอ ออ เออ

เสยี งสระเด่ียว ๑๘ เสียง สระเสยี งสนั้ สระเสยี งยาว

อะ อำ
อิ อี
อุ อู
เอะ เอ
แอะ แอ
โอะ โอ
เอำะ ออ
เออะ เออ

๒. สระประสม มจี ำนวน ๖ เสียง โดยสระประสม แบ่งออกเป็น
สระเสียงสั้น (รัสสระ) ได้แก่

เอียะ เกดิ จำกกำรประสมของ สระอิ + สระอะ
เออื ะ เกิดจำกกำรประสมของ สระอึ + สระอะ
อวั ะ เกิดจำกกำรประสมของ สระอุ + สระอะ
สระเสียงยำว (ทีฆสระ) ได้แก่
เอยี เกดิ จำกกำรประสมของ สระอี + สระอำ
เอือ เกิดจำกกำรประสมของ สระอื + สระอำ
อวั เกิดจำกกำรประสมของ สระอู + สระอำ

เสียงสระเดยี่ ว ๖ เสียง สระเสียงสัน้ สระเสยี งยาว

เอยี ะ (อิ+อะ) เอยี (อี+อำ)
เอือะ (อ+ึ อะ) เอือ (อื+อำ)
อวั ะ (อ+ุ อะ) อวั (อ+ู อำ)

๓. สระเกิน (ปัจจบุ ันไมน่ บั เป็นสระเนื่องจำกมีเสยี งพยัญชนะต้น (ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ)
และมเี สียงตัวสะกด (อำ ไอ ใอ เอำ)

วธิ กี ำรใช้สระ แบง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท
๑. สระคงรูป คือคำที่ออกเสีงสระใดก็ใช้รปู สระนัน้ เช่น ปรำม (ปร+อำ+ม) กนิ (ก+อิ+น)
๒. สระลดรูป คอื คำท่ีไมป่ รำกฏรปู สระ

๒.๑ สระอะ ลดรปู คอื ไม่ประวสิ รรชนยี ์ (อะ) ในพยำงค์ที่ออกเสยี ง อะ เชน่ ธ ณ ฉลำด
๒.๒ สระโอะ ลดรปู คอื กำรตัดรูปสระโอะออก แต่คงไว้ตวั พยญั ชนะและตัวสะกด เชน่ พบ (พ+โอะ+
บ) สน(ส+โอะ+น) กบ (ก+โอะ+บ) กด (ก+โอะ+ด)
๒.๓ สระเอำะ ลดรูป คอื ตดั รูปเดมิ ออก ใช้ตวั อ กบั ไม้ไต่คู้ เช่น ล็อก (ล+เอำะ+ก)
๒.๔ สระออ ลดรปู คอื ตัดตวั อ ออกแตย่ ังอำ่ นออกเสยี งเหมือนมี อ อยดู่ ้วย เชน่ บ กร
๒.๕ สระเออ ลดรปู คอื ตัดตัว อ ออกในพยำงค์ทม่ี ตี วั สะกดในแม่เกย เช่น เขย (ข+เออ+ย)
๒.๖ สระอวั ลดรปู คอื ตดั ไม้หนั อำกำศใช้ ว ตวั เดยี วในพยำงคท์ มี่ ีตวั สะกด เช่น กวด
๓. สระเปลยี่ นรปู คือเปลีย่ นรูปไปเปน็ อย่ำงอนื่
๓.๑ สระ อะ เช่น กัน วยั จัด รัก วรรณ อรรถ กรรม ธรรม
๓.๒ สระ เอะ แอะ เช่น เชน่ เห็น(ห+เอะ+น) เก็บ(ก+เอะ+บ)
๓.๓ สระ เออ เชน่ เดิน (ด+เออ+น) เพลนิ (พล+เออ+น) เติบ(ต+เออ+บ)

เร่อื ง เสียงวรรณยกุ ต์

เสียงวรรณยกุ ต์ หรือเสียงดนตรี หมำยถึง เสียงที่มรี ะดับสูงต่ำและเรำจะไดย้ ินพร้อมกันไปกับ
เสียงสระ บำงทีก็เป็นเสียงสูง บำงทีก็เสียงต่ำ บำงทีก็เป็นเสียงท่ีอยู่ระหว่ำงเสียงสูงกับเสียงต่ำ
บำงทีก็เป็นเสียงต่ำแล้วค่อย ๆ เลื่อนข้ึนไปสู่เสียงสูง เรำเรียกเสียงวรรณยุกต์ว่ำ เสียงดนตรี ด้วยเหตุว่ำ
เปน็ เสยี งทม่ี รี ะดบั สูงตำ่ ซึ่งจะออกมำพรอ้ มกบั เสียงพยัญชนะและสระ

เสียงวรรณยุกต์ในภำษำไทยนับว่ำมีควำมสำคัญ เพรำะทำให้ควำมหมำยของคำ
เปล่ียนแปลงไปได้ เช่น เสือ มีควำมหมำยอย่ำงหน่ึง เส้ือ มีควำมหมำยอีกอย่ำงหน่ึงแต่เสียงท่ีมีระดับสูง
ต่ำในบำงภำษำไม่ได้ทำใหค้ วำมหมำยของคำเปลยี่ นแปลงไป

เสียงวรรณยุกต์ในภำษำไทยมี ๕ เสียง ได้แก่ เสียงสำมัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี
และเสียงจัตวำ มีอกั ษรท่ีใชแ้ ทนเสียง เรียกว่ำ รปู วรรณยุกต์ ๔ รปู ได้แก่

เสียงวรรณยกุ ตจ์ ะปรำกฏทุกครังเม่ือมีกำรออกเสยี ง คำ้ ไทยทกุ ค้ำจะปรำกฎเสยี งวรรณยุกตก์ ้ำกบั อย่ดู ้วย
เสมอ คำ้ บำงคำ้ มีรูปวรรณยุกตก์ ้ำกับหรืออำจจะไมม่ ีรปู วรรณยกุ ต์ก้ำกับอยู่ก็ได้ วรรณยกุ ต์มี 4 รปู 5 เสียง
ดังนี

เสยี งวรรณยกุ ต์ รปู วรรณยุกต์ ระดับเสียง ตวั อย่าง หมายเหตุ

ปำนกลำง มี ไมม่ รี ปู วรรณยุกต์

สามัญ - ระดับเสยี งคงที่ กนิ ทอง ลมื ยำ แทนเสยี ง

ต่ำสุด มีเสยี ง เก่ง ผ่ำ หนกั บำงคำไมม่ ีรูป

เอก ่ คงทีส่ มำ่ เสมอ สุข วรรณยุกต์

ตอนต้นเป็นเสียง บำงคำมรี ูป

สงู ปลำยเสียง ใกล้ ข้ำ ค่ำ วรรณยุกต์ ่ กำกับ
โท เปลยี่ นระดับเปน็ ช่ำง มำก นำบ แต่มเี สียง
้ เสยี งต่ำ วรรณยกุ ตโ์ ท บำง

คำไม่มีรปู

วรรณยกุ ต์กำกบั

สงู บำงคำมรี ูป
โตะ จะ กัก๊ รัก วรรณยุกตก์ ำกับ

ตรี คดิ น้อง ไว้ ใช้ และบำงคำใช้รปู
วรรณยกุ ต์ ้ แต่มี
เสียงวรรณยกุ ตต์ รี

ตอนตน้ เสียงตำ่ แจว กวยเตีย๋ ว บำงคำไมม่ ีรปู
จัตวา ตอนปลำย เหลือง เขียว วรรณยกุ ตก์ ำกับ

เสียงเนระดบั
เสียงท่สี งู ขนึ้

จำกตัวอย่ำงขำ้ งตน้ จะเห็นคำวำ่ คำไทยทกุ คำต้องมีเสยี งวรรณยกุ ต์กำกับเสมอ เสยี งบำงเสยี งอำจมรี ปู
หรือไม่มีรปู ก็ได้

หลักการผันเสยี งวรรณยกุ ต์

เนื่องจำกเสียงวรรณยุกต์กับรูปพยัญชนะเสมอ ดงั น้นั ในกำรผันเสยี งวรรณยกุ ต์เพ่ือแยกควำมหมำยคำ
ผเู้ รยี นจำเปน็ ตอ้ งมีควำมร้เู ร่ืองไตรยำงศอ์ ักษรสำมหมู่ และเรอื่ งคำเป็น คำตำย พอสงั เขป ดงั น้ี

1.ไตรยางศ์ คือ กำรจัดพยัญชนะไทยทัง 44 รูป แบ่งเป็นสำมหมเู่ พื่อให้กำรสะดวกในกำร
ผนั อกั ษร ดงั นี

อกั ษรสูง ไตรยางศ์ อกั ษรต่า
ขฃฉฐถผฝศษสห อักษรกลาง
กจฎฏดตบปอ คฅฆงชซฌญฑฒณทธ
นพฟภมยรลวฬฮ

2.คา่ เปน็ คือ ค้ำท่ีประสมกบั สระเสียงยำวในแม่ ก กำ เช่น พี่ ปำ้ ไป เรือ และ ค้ำทีส่ ะกดใน
แมก่ ง กน กม เกย เกอว เชน่ ลงุ กนิ นม เลย หิวรวมทงั ค้ำที่ประสมด้วยเสยี งอำ้ ไอ ใอ เอำ เชน่ น้ำ ใจ ไม่ เมำ

3.ค่าตาย คอื คำ้ ที่ประสมดว้ ยสระเสยี งสนั ในแม่ ก กำ เช่น มะระ เกะกะ เอะอะ เลอะเทอะ
และค้ำทส่ี ะกดในแม่กก กด กบ เช่น นก มด จับ

กำรผันวรรณยกุ ต์ของอักษรตำ่ คำตำยมขี ้อทนี่ ำ่ สงั เกตว่ำ อกั ษรตำ่ คำตำย สระเสยี งสนั้ และอักษรต่ำคำ
ตำยสระเสียงยำวจะมีพื้นเสยี งตำ่ งกนั ดังจะได้แสดงในวิธผี นั เสยี งวรรณยกุ ต์ตอ่ ไปน้ี

ลักษณะพยางค์ สามญั เอก โท ตรี จตั วา
คาเป็น
ข่ำ ขำ้ ขำ
อกั ษรสูง ฝ่ำย ฝำ้ ย ฝำย
เสื่อ เส้อื เสือ
คาตาย ขะ ขะ้
ขดั ข้ดั
อักษรกลาง คาเป็น กำ ขำด ขำด
คาตาย กัน กำ่ ก้ำ กำ กำ
กำง ก่ัน กนั้ กน๊ั กัน๋
ก่ำง ก้ำง กำง กำง
จะ จ้ะ จะ จะ
จับ จบ้ั จั๊บ จ๋บั
จำบ จำ้ บ จำบ จำบ
ค่ำ ค้ำ
คาเป็น คำ คน่ั คนั้
คนั วำ่ ว วำ้ ว
อกั ษรต่า คาตาย วำว ค่ะ คะ
สระเสียงส้ัน ค่ึก คึก

คาตาย วำก วำ้ ก
สระเสียงยาว เชดิ เชิ้ด

อักษรกลำงผนั ได้ครบทัง 5 เสยี ง ขณะทอี่ ักษรสงู และอักษรต้่ำไมส่ ำมำรถผนั ครบ 5 เสียงได้
ทังยงั มีรปู และเสียงไมต่ รงกัน แตม่ วี ธิ ีผันอกั ษรสงู อกั ษรตำ้่ ใหค้ รบ 5 เสยี ง ได้ดังนี

1.อกั ษรต้่ำท่ีมีเสยี งคู่กับอักษรสูง สำมำรถผันคกู่ ันได้ ดงั นี

เสียงวรรณยกุ ต์

อกั ษร สามญั เอก โท ตรี จัตวา
สงู - ขำ
ต่า คำ ข่ำ ขำ้ - -

- ค้ำ คำ้

2.อกั ษรต่้ำท่ีไม่มเี สยี งคู่กบั อักษรสงู สำมำรถผนั ใหค้ รบ 5 เสียงได้โดยใช้ ห นำ้ หรอื อ น้ำ ดงั นี

อกั ษร สำมญั เสยี งวรรณยกุ ต์ จัตวำ
เอก โท ตรี หงำ
หยำ
ห นา งำ หงำ่ งำ่ ง้ำ

อ นา ยำ อยำ่ ย่ำ ยำ้

การใชร้ ูปวรรณยกุ ต์ มีหลกั การใชด้ ังนี้

1.วำงเหนอื พยัญชนะตน้ ทเ่ี ป็นพยัญชนะเด่ียว เช่น พ่อ แม่ นอ้ ง เป็นต้น
2.พยญั ชนะต้นท่เี ปน็ พยัญชนะเดยี่ วท่มี รี ปู สระเหนือพยญั ชนะนนั ให้วำงรูปวรรณยุกต์เหนือสระ
เชน่ พ่ี เสอื มอื เปน็ ต้น
3.ถ้ำพยัญชนะต้นเปน็ พยัญชนะควบกลำ้ ให้วำงรูปวรรณยุกต์เหนือพยญั ชนะต้นตวั ทส่ี อง เชน่
กว้ำง กลำ้ หน้ำ เป็นตน้
4.ถ้ำพยญั ชนะตน้ เป็นอักษรควบกล้ำ อักษรน้ำ มีสระเหนอื พยัญชนะตน้ ใหว้ ำงรปู วรรณยกุ ต์
เหนอื สระท่ีพยัญชนะต้นตัวที่สอง เชน่ หนี หนงึ่ ปล้ำ เป็นตน้


Click to View FlipBook Version