The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2566
โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sarawutboonsook, 2023-03-30 23:06:02

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2566

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2566
โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์

Keywords: คู่มือนักเรียน

. . . การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล สังคมและ บ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วน ล้วนพอเหมาะกันทุก ๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมี พลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคง ของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด . . . พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔


คำนำ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ จัดทำคู่มือนักเรียน ผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2566 เพื่อมุ่งเน้น ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อันเป็นผลผลิตออกสู่สังคม กระบวนการจัดการเรียนการสอน จึงมุ่งอบรม สั่งสอนให้ นักเรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะทางวิชาการ เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคลรวมทั้ง มีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม เป็นคนดีและเก่ง ตามจุดหมายของหลักสูตรตามนโยบายในการ จัดการศึกษาของรัฐบาล เอกสารคู่มือนักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ประจำปีการศึกษา 2566 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเป็นแนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองในการ ติดต่อประสานงานกับโรงเรียน โรงเรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยในการติดตามดูแลด้านการศึกษาของนักเรียนต่อไป สายัณห์ หอกุล ( นายสายัณห์ หอกุล ) ผู้อำนวยการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์


สารบัญ หน้า - วิสัยทัศน์ 1 - พันธกิจ 1 - เป้าประสงค์ 1 - อัตลักษณ์ 1 - เอกลักษณ์ 1 - กลยุทธ์ 2 - ข้อมูลทั่วไป 2 - ประวัติโรงเรียน 3 - ข้อมูลครูและบุคลกรทางการศึกษา 4 - ก ฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 6 - ระเบียบโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ว่าด้วยการควบคุมความ ประพฤติและการลงโทษนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ 1 8 - ระเบียบการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ 30 - ระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ 36 - การวัดผลและประเมินผล 42 - การได้รับทุนการศึกษา 48 - ประกันอุบัติเหตนักเรียน 50


โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ วิสัยทัศน์ “มุ่งมั่นบริหารจัดการให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา พัฒนาสู่สากล บนหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ 1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา เพื่อพัฒนา สู่สากล 2. ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เทียบเคียงมาตรฐานสากล บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. พัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้วยคุณภาพ และยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ แก้ปัญหา 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 4. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 6. ผู้เรียนมีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่มีต่องานอาชีพ 7. ผู้เรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่มีตามสถานศึกษากำหนด 8. ผู้เรียนมีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 9. ผู้เรียนยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 10. ผู้เรียนมีสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม 11. ครูจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ 12. ครูใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 13. ครูมีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 14. ครูมีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน 15. ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 16. โรงเรียนมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่ชัดเจน 17. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ อัตลักษณ์ เรียนรู้ด้วยโครงงาน เอกลักษณ์ ยิ้มไหว้ทักทาย


~ 2 ~ กลยุทธ์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ และยึดหลักธรรมาภิบาล ข้อมูลทั่วไป ชื่อโรงเรียน โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สถานที่ตั้งของโรงเรียน เลขที่ 218 หมู่ที่ 10 ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร 66140 โทรศัพท์ 056691244 มือถือ 0882861929 การคมนาคม ติดต่อโดยทางรถยนต์ ประเภทโรงเรียน สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาพิจิตร อักษรย่อ ส.ช. สีประจำโรงเรียน ชมพู – เขียว ชมพู หมายถึง สีแห่งความรัก ความสามัคคี เขียว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ สดชื่นแจ่มใส ชมพู – เขียว หมายถึง ดินแดนแห่งความสมบูรณ์ด้วยความรักและความสามัคคี คำขวัญ ศึกษาดี มีจริยธรรม กิจกรรมเด่น ปรัชญา ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก คติพจน์ ปัญญาโลกสมิ ปัชโชโต สัญลักษณ์ของโรงเรียน ดอกบัวหลวงและสามง่าม


~ 3 ~ ประวัติโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยมีนายนพ สุขกมล ซึ่งดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ในขณะนั้น โดยเปิดเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพียงชั้นเดียวเท่านั้นทำการเปิดเรียน วันที่ 17 พฤษภาคม 2502 อาศัยอาคารเรียนโรงเรียนบ้านสามง่ามเพราะยังไม่มีอาคารเรียนในขณะนั้น แต่เนื่องจากโรงเรียนบ้านสามง่าม ยังอยู่คนละฝั่งกับตลาด ซึ่งมีแม่น้ำยมขวางกั้น นักเรียนจาก ตลาดจะต้องข้ามฟากโดยเรือจ้างเพื่อไปเรียน ไม่สะดวก และไม่ปลอดภัย อีกประมาณครึ่งเดือน จึงมีคำสั่งจากอำเภอ ให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนสามง่าม (โรงเรียนประชาบาล) ในระยะนี้ทางอำเภอและโรงเรียนพร้อมคณะกรรมการได้ดำเนินการ ก่อสร้างอาคารเรียน โดยใช้เงินที่ราษฎร ชาวอำเภอสามง่ามร่วมบริจาค เป็นเงินจำนวน 70,000 บาท สร้างได้เพียง 3 ห้องเรียน เพราะงบประมาณ ไม่เพียงพอ ซึ่งสถานที่ก่อสร้างติดกับโรงเรียนวัดสามง่าม (วันครู) ในปัจจุบัน เมื่อเดือนมกราคม 2503 ได้ย้ายมาเรียนที่อาคารเรียนหลังที่สร้างนี้ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งชื่อ โรงเรียนแห่งนี้ว่า “โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์” ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมแห่งแรกของอำเภอสามง่าม ภูมิประเทศที่ตั้ง ของโรงเรียนมีสภาพเป็นทุ่งนาและ คับแคบมากในฤดูฝนน้ำจะท่วมบริเวณโรงเรียนนานหลายเดือน เป็นที่เดือดร้อน แก่ครู-นักเรียนและผู้ที่มาติดต่อกับทางโรงเรียนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ในปี พ.ศ. 2514 จึงได้ย้ายโรงเรียนไปตั้ง ที่แห่งใหม่ คือ ที่ตั้งในปัจจุบัน หมู่ที่ 10 บ้านไร่ ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรในเนื้อที่ 153 ไร่เศษ ซึ่ง อยู่ห่างจากถนนพิจิตร-กำแพงเพชร ประมาณ 2 กิโลเมตร ทางเข้าเป็นคอนกรีต เพลงมาร์ชโรงเรียน นามสามง่ามงามเด่นเป็นสง่า มีฉายาชนูปถัมภ์ตามต่อท้าย ตราสามง่ามงามล้ำประทับใจ เป็นแหล่งรวมร่วมใจสายศรัทธา เรารักเกียรติรักศักดิ์สมัครมั่น ต่อสถาบันด้วยมุ่งมาตปราถนา เชิดชูให้ดำรงอยู่คู่โลกา เป็นสถาบันเด่นเช่นดวงเดือน การเรียนดี กีฬาเด่นเน้นเป็นหลัก เกียรติศักดิ์เกริกไกรใครจะเหมือน จริยธรรมน้อมนำ คอยย้ำเตือน ไม่แชเชือนยึดมั่นกตัญญู พวกเราชมพู เขียวรักเหนียวแน่น เป็นปึกแผ่นรวมใจให้ต่อสู้ ชนูปถัมภ์ล้ำเลิศควรเชิดชู ให้คงอยู่คงมั่นนิรันดร์กาล


~ 4 ~ ข้อมูลครูและบุคลกรทางการศึกษา ฝ่ายบริหาร 1. นายสายัณห์ หอกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ โทร. 0862167112 2. นางสาวปุริมปรัชญ์ นุ้ยพิน รองผู้อำนวยการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ โทร. 0896416566 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1. นางสาวณัฏฐณิชา ปฐมพุทธิธรรม โทร. 0966629444 2. นางสาวศิรประภา ง่วนทอง โทร. 0881491839 3. นายปฐมพร ดำงาม โทร. 0805069565 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 1. นางส้มลิ้ม ศรีทิม โทร. 0869340220 2. นางราตรี บุญมี โทร. 0852165302 3. นางสาวณิศราภรณ์ ภูมิ โทร. 0835645394 4. นายศราวุธ บุญสุข โทร. 0869259860 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. นางสาวจุฑารัตน์ อ้นชนะ โทร. 0817409205 2. นางสาวกฤตยา บริบูรณ์ โทร. 0836317331 3. นางสาวจตุพร เที่ยงอยู่ โทร. 0844948526 4. นายพชร หวานแช่ม โทร. 0862062504 5. นางสาวนัฐวรรณ ธรรมโชติ โทร. 0635329055 6. นายณัฐกิตติ์ เที่ยงอยู่ โทร. 0906909037 7. นางสาวพิชามญช์ จันธุ โทร. 0966639749 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1. นางธีรารัตน์ จุลพันธ์ โทร. 0930396759 2. นางสาวผกาภรณ์ ถิ่นวงษ์แพง โทร. 0862066802 3. นางสาวสมปอง จันทขัน โทร. 0860091821 4. นายณัฐพล หอกุล โทร. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 1. นายวัชรพงษ์ ม่วงไหมทอง โทร. 0806546373 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1. นางทัศนีย์ ทัดเที่ยง โทร. 0850641679 2. นายเด่น ฆ้องชัย โทร. 0876286787 3. นายพลากร ทารักษ์ โทร. 0869359057 4. นายธีระชิต บุริวัฒน์ โทร. 0941081787


~ 5 ~ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1. นายอรุณวัฒน์ อินทร์แนม โทร. 0873197938 2. นายนิมน สร้อยเปี้ย โทร. 0895667751 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 1. นายวิจิตร ไทยลา โทร. 0857344912 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. นางสาวสุวิชา เนตยานันท์ โทร. 0631985461 ลูกจ้างประจำ 1. นายหิรัญ อ่อนใจ นักการภารโรง 2. นายนภดล ภุมรินทร์ นักการภารโรง 3. นายสงกรานต์ ปรีเปรม นักการภารโรง ลูกจ้างชั่วคราว 1. นางสาวศิริวิมล พรมมี ธุรการโรงเรียน 2. นางสาวณัฐพร ประเสริฐ แม่บ้าน


~ 6 ~ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวขอ ้ ง


~ 7 ~


~ 8 ~


~ 9 ~


~ 10 ~


~ 11 ~ พระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๒๖ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนันสถานค้าประเวณี หรือ สถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า (๑๐) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์ ถ้าการกระทำ ความผิดตามวรรคหนึ่งมีโทษตามกฎหมายอื่นที่หนักกว่าก็ให้ลงโทษตาม กฎหมายนั้น หมวด ๗ การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา มาตรา ๖๔ นักเรียนและนักศึกษาต้องแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียนหรือ สถานศึกษา และต้องประพฤติ ตนตามกฎระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาและตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้มีอำนาจดำเนินการเพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียน และ นักศึกษา ดังนี้ (๔) เรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทัณฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืน มาตรา ๖๔ อีก หมวด ๙ บทกำหนดโทษ มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๘๕ ผู้ใดกระทำการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือ นักศึกษาฝ่าฝืน บทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ (ฉบับเต็ม)


~ 12 ~


~ 13 ~


~ 14 ~ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเคารพของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2530 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงธรรมการว่าด้วยการเคารพของนักเรียน พุทธศักราช 2482 เสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 23 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน 2516 กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า " ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเคารพรพของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2530 " ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงธรรมการเรื่องการเคารพของนักเรียนพุทธศักราช 2482 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดในส่วนในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่ง ขัดหรือแย้งกัน กับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 4 ในระเบียบนี้ " นักเรียนและนักศึกษา " หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถานศึกษา " สถานศึกษา " หมายความว่า โรงเรียน วิทยาลัย หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่อยู่ในความควบคุมดู และของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 5 การทำความเคารพในห้องเรียน 5.1 เมื่อผู้ควรเคารพเข้ามาในห้องเรียนให้หัวหน้าห้องเรียนเป็นผู้บอกทำความเคารพโดยให้ใช้คำ บอกว่า "นักเรียน" หรือ "นักศึกษา" ให้ทุกคนหยุดทำงานที่กำลังทำอยู่นั้นทันที นั่งตัวตรงแล้วบอกว่า "เคารพ" ให้ นักเรียนหรือนักศึกษายืนตรงแล้วไหว้ เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้รับความเคารพให้นั่งจึงนั่งลง 5.2 เมื่อนักเรียนและนักศึกษาพูดกับครูให้ยืนตรง เมื่อไปพบครูหรือเมื่อจะกลับมาที่โต๊ะเรียน ให้ใช้ วิธีไหว้ 5.3 การเคารพผู้ควรเคารพในทางศาสนาให้กระทำความเคารพตาม ประเพณีนิยม ข้อ 6 การทำความเคารพของนักเรียนและนักศึกษานอกห้องเรียน 6.1 นักเรียนและนักศึกษาทั้งชายและหญิงเมื่ออยู่ในแถวให้ใช้คำบอกว่า "แถวตรง" 6.2 การเคารพผู้ควรเคารพในทางศาสนา ให้กระทำความเคารพตามประเพณีนิยม ข้อ 7 การทำความเคารพของนักเรียนและนักศึกษาในโอกาสอื่น 7.1 เมื่ออยู่กับที่ มีผู้ควรเคารพผ่านมาให้ยืนตรงแล้วไหว้ 7.2 เมื่อเดินสวนกับผู้ควรเคารพ นักเรียนและนักศึกษาต้องหยุดหันหน้าไปทางผู้ควรเคารพ ยืนตรง แล้วไหว้ เมื่อผู้ควรเคารพผ่านไปแล้วจึงเดินต่อไป 7.3 เมื่อผู้ควรเคารพอยู่กับที่นักเรียนและนักศึกษาจะเดินผ่านไปให้หยุดยืนตรงแล้วไหว้แล้วจึงเดิน ผ่านไปโดยก้มตัวเล็กน้อย 7.4 หากนักเรียนและนักศึกษาพบผู้ควรเคารพคนเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้งในวันนั้น


~ 15 ~ 7.4.1 เมื่ออยู่กับที่ มีผู้ควรเคารพผ่านมาหรือเมื่อเดินสวนกับผู้ควรเคารพนักเรียนและ นักศึกษาต้องหยุด หันหน้าไปทางผู้ควรเคารพ แล้วยืนตรงเป็นการแสดงความเคารพ 7.4.2 เมื่อผู้ควรเคารพอยู่กับที่ นักเรียนและนักศึกษาจะเดินผ่านไปให้เดินโดยก้มตัว เล็กน้อย ข้อ 8 การทำความเคารพของนักเรียนและนักศึกษาขณะอยู่ในยานพาหนะเมื่อสวนกับพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชวงศ์ ธงมหาราช ธงราชินีธงบรมราชวงศ์ ธงเยาวชน ธงประจำกองทหาร ธงประจำกองลูกเสือ 8.1 ถ้าอยู่ในยานพาหนะสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทางหรือยานพาหนะที่ไม่สะดวกแก่การ ออกมาทำความเคารพ เช่น รถยนต์ รถรับจ้าง รถบรรทุก ให้อยู่ในยานพาหนะนั้นด้วยอาการสำรวม 8.2 ถ้าอยู่ในยานพาหนะส่วนตัวที่สามารถออกมาทำความเคารพได้สะดวก เช่น รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ให้หยุดและออกมาจากยานพาหนะนั้น แล้วแสดงความเคารพ ข้อ 9 นักเรียนและนักศึกษาไม่ต้องทำความเคารพในโอกาสต่อไปนี้ 9.1 เมื่อได้รับอนุญาต 9.2 เมื่อขับขี่ยานพาหนะหรืออยู่ในที่คับขัน ข้อ 10 นักเรียนและนักศึกษาที่เป็นลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์หรือนักศึกษา วิชาทหาร การแสดงความเคารพให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น ข้อ 11 การแสดงความเคารพต้องให้เหมาะสมแก่เวลา สถานที่ และบุคคล ข้อ 12 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน 2530 มารุต บุนนาค (นายมารุต บุนนาค) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


~ 16 ~


~ 17 ~


~ 18 ~ ระเบียบโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติและการลงโทษนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน พ.ศ.2546 กฎกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา 2529 เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัยในตนเอง มีความ รับผิดชอบ มีคุณธรรมพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่ดีงาม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน จึงกำหนด ระเบียบว่าด้วยการควบคุมความประพฤติและการลงโทษนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติดังนี้ บททั่วไป ข้อที่ 1 ระเบียบนี้ใช้ชื่อว่า “ระเบียบการปกครองนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์” ข้อที่ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดไปจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อที่ 3 บทลงโทษ นักเรียน มีบทลงโทษ ๔ สถานดังนี้ 3.1 ว่ากล่าวตักเตือน 3.2 ทำทัณฑ์บน 3.3 ตัดคะแนนความประพฤติ 3.4 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การควบคุมความประพฤตินักเรียน ข้อที่ 4 แนวทางปฏิบัติว่าด้วยการลงโทษ ความประพฤติที่ถือว่าผิดระเบียบของโรงเรียน 1. การแต่งกายผิดระเบียบ ทรงผม, เสื้อ, เข็มขัด, กางเกง, กระโปรง, ถุงเท้า, รองเท้า และเครื่องประดับ 2. การเสพสิ่งเสพติด 2.1 เข้าไปในแหล่งอบายมุข 2.2 การสูบบุหรี่, กัญชา ฯลฯ 2.3 การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือมีไว้ในครองครอง หรือมีอาการมึนเมา 2.4 การเสพยาเสพติด หรือมีอุปกรณ์ที่ใช้เสพในครอบครอง 2.5 จำหน่ายยาเสพติด หรือมียาเสพติดไว้ในครอบครอง 3. การก่อการทะเลาะวิวาท 3.1 ผู้ก่อการ, ยุยง, ส่งเสริม 3.2 ผู้ร่วมก่อการ 3.3 นำบุคคลภายนอกมาก่อการ


~ 19 ~ 3.4 ภายในโรงเรียนหรือต่างสถาบัน 3.5 ใช้อาวุธต่าง ๆ 4. เกี่ยวกับความประพฤติ และพฤติกรรมทั่วไป 4.1 แสดงวาจาล้อเลียน ส่อเสียด ด่าทอ ใช้คำหยาบคาย 4.2 ใช้วาจาก้าวร้าวต่อบุคคลอื่น 4.3 แสดงท่าล้อเลียน ส่อเสียด ข่มขู่ อาฆาต เพื่อให้เกิดความกลัว หรือประสงค์ร้าย 4.4 ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวเตร่ หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ตนเองและผู้อื่น 5. เกี่ยวกับทรัพย์สิน และการลักทรัพย์ 5.1 การลักขโมยเงิน 5.2 การลักขโมยสิ่งของ 5.3 การกรรโชกทรัพย์ 5.4 ขีดเขียนทรัพย์สินส่วนรวม 5.5 ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่น หรือของสาธารณะชำรุดเสียหาย 5.6 นำทรัพย์สินของผู้อื่นไปใช้โดยพลการ 6. การพกอาวุธ 6.1 อาวุธไม่มีคม ได้แก่ ไม้คมแฝก ท่อนเหล็ก สนับมือ ฯลฯ 6.2 อาวุธมีคม ได้แก่ มีด ขวาน ฯลฯ 6.3 อาวุธสงคราม ได้แก่ ปืน ระเบิด ฯลฯ 7. การมาสาย และการขาดเรียน 7.1 นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนไม่ทันเคารพธงชาติ (07.50 น.) ถือว่ามาสาย 7.2 นักเรียนที่มาไม่ทันเข้าแถวและไม่ได้มาเช็คชื่อมาสาย จะถือว่านักเรียนขาดเรียน 7.3 นักเรียนที่ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ไม่มีใบลา) 8. การหนีเรียน 8.1 หนีเรียนภายในบริเวณโรงเรียน 8.2 หนีเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน 8.3 หนีออกจากบ้านโดยไม่เข้าโรงเรียน 9. การเล่นการพนัน 9.1 เจ้ามือ 9.2 ผู้ร่วมเล่น (กรณีการพนันประเภทไม่มีเจ้ามือ ให้ถือว่าทุกคนที่ร่วมเล่นเป็นเจ้ามือ) 10. ชู้สาว 10.1 ประเภทที่ส่อเจตนาไปในทางชู้สาว 10.2 ประเภทมีเพศสัมพันธ์


~ 20 ~ 11. เกี่ยวกับเอกสาร 11.1 ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้อื่น 11.2 แก้ไขเอกสารของโรงเรียน ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น หรือทำเอกสารปลอม 11.3 นำเอกสารที่โรงเรียนออกให้ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามที่โรงเรียนมอบหมาย 11.4 ปกปิดการติดต่อระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนด้วยประการใด ๆ หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ 12. การออกนอกโรงเรียน 12.1 ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต 13. เกี่ยวกับยานพาหนะ 13.1 ไม่จอดเก็บรถจักรยานยนต์ในสถานที่ที่โรงเรียนกำหนดให้ 13.2 ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เกิน 2 คน 13.3 ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปรับแต่งให้เสียงดังกว่าปกติ รบกวนในโรงเรียน 13.4 เข้าไปในโรงจอดรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากปิดประตูแล้ว 14. เกี่ยวกับความผิดที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมความประพฤติระดับชั้นเรียน ระดับโรงเรียน และคณะกรรมการกิจการนักเรียน 14.1 ความผิดอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้โดยชัดแจ้ง ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการควบคุมความประพฤติ ระดับชั้นเรียน ระดับโรงเรียน และคณะกรรมการกิจการนักเรียน เพื่อให้สอดคล้องและสะดวกกับการปฏิบัติของครูในการพิจารณาลงโทษนักเรียนโรงเรียนสามง่าม ชนูปถัมภ์ ได้กำหนดลักษณะของความผิดไว้ดังนี้ 1) ความผิดสถานเบา ได้แก่ ความผิดที่แสดงถึงอุปนิสัยความประพฤติที่ไม่สมควรกับสถานภาพของนักเรียน ตัดคะแนนความประพฤติ ตัดคะแนนไม่เกิน ๑๐ คะแนนต่อครั้ง 2) ความผิดสถานหนัก ได้แก่ ความผิดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น แก่ส่วนรวม หรือชื่อเสียงของ โรงเรียนและหมู่คณะอย่างมาก ตัดคะแนน ๑๑ - ๓๐ คะแนนต่อครั้ง 3) ความผิดชั้นร้ายแรง ได้แก่ ความผิดที่ทำให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นแก่ส่วนรวม หรือชื่อเสียงของ โรงเรียนอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจมีความผิดทางกฎหมายบ้านเมืองด้วย ตัดคะแนนมากกว่า 30 คะแนนต่อครั้ง 4) ระดับความผิดอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบให้คณะกรรมการควบคุมความประพฤติพิจารณาระดับโทษตาม แนวบรรทัดฐานเปรียบเทียบความผิดแล้วนำเสนอผู้อำนวยการสั่งต่อไป


~ 21 ~ ตารางแสดงรายละเอียดตามระเบียบโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติและการลงโทษนักเรียน ประเภท และลักษณะของการกระทำผิด ตัดคะแนน หมายเหตุ 1. การแต่งกายผิดระเบียบ 1.1 ใช้เครื่องประดับมีค่า หรือไม่เหมาะสมต่อการเป็น นักเรียน 5 คะแนน ยึดและเชิญผู้ปกครองมารับคืนภายใน 7 วัน ถ้าเลยกำหนดนี้ โรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ 1.2 ผิดระเบียบเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายทุกประเภท 5 คะแนน ให้โอกาสแก้ไข 1 วัน 1.3 ไม่ปักเครื่องหมาย เลขประจำตัว ชื่อ – สกุล 5 คะแนน ให้โอกาสแก้ไข 7 วัน 1.4 ทรงผมผิดระเบียบ 10 คะแนน ให้โอกาสแก้ไข 7 วัน 1.5 ไว้เล็บยาว ทาเล็บ แต่งหน้า ทาปาก 10 คะแนน ให้โอกาสแก้ไข 1 วัน 2. การเสพสิ่งเสพติด 2.1 เข้าไปในแหล่งอบายมุข 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 2.2 การสูบบุหรี่, กัญชา ฯลฯ 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 2.3 การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือมีไว้ใน ครอบครอง หรือมีอาการมึนเมา 30 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 2.4 การเสพยาเสพติด หรือมีอุปกรณ์ที่ใช้เสพใน ครอบครอง 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 2.5 จำหน่ายยาเสพติด หรือมียาเสพติดไว้ใน ครอบครอง 80 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และย้ายสถานศึกษา 3. การก่อการทะเลาะวิวาท 3.1 ผู้ร่วมก่อการการทะเลาะวิวาท, ยุยง, ส่งเสริม 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 3.2 ผู้ก่อการทะเลาะวิวาท 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 3.3 นำบุคคลภายนอกมาก่อการการทะเลาะวิวาท 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 3.4 ทำร้ายร่างกาย 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข


~ 22 ~ ประเภท และลักษณะของการกระทำผิด ตัดคะแนน หมายเหตุ 4. เกี่ยวกับความประพฤติ และพฤติกรรมทั่วไป 4.1 แสดงวาจาล้อเลียน ส่อเสียด ด่าทอ ใช้คำหยาบคาย 5 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 4.2 ใช้วาจาก้าวร้าวต่อบุคคลอื่น 10 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 4.3 แสดงท่าล้อเลียน ส่อเสียด ข่มขู่ อาฆาต เพื่อให้เกิดความกลัว หรือประสงค์ร้าย 15 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 4.4 ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวเตร่ หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ตนเองและผู้อื่น 15 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 4.5 แสดงกิริยาตามข้อ 4.1 , 4.2 และ 4.3 ต่อครู 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 5. เกี่ยวกับทรัพย์สิน และการลักทรัพย์ 5.1 นำทรัพย์สินของผู้อื่นไปใช้โดยพลการ 5 คะแนน แจ้งผู้ปกครองรับทราบ หากเสื่อมสภาพต้องชดใช้ค่าเสียหายตาม ราคาทรัพย์สิน 5.2 ขีดเขียนทรัพย์สินส่วนรวม 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ ร่วมหาทางแก้ไขหรือชดใช้ค่าเสียหายตาม ราคาทรัพย์สิน 5.3 ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่น หรือของสาธารณะชำรุด เสียหาย 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และชดใช้ค่าเสียหายตามราคาทรัพย์สิน 5.4 การลักขโมยสิ่งของ 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และชดใช้ค่าเสียหายตามราคาทรัพย์สิน 5.5 การลักขโมยเงิน 30 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนเงิน 5.6 การกรรโชกทรัพย์ 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนเงิน


~ 23 ~ ประเภท และลักษณะของการกระทำผิด ตัดคะแนน หมายเหตุ 6. การพกอาวุธ 6.1 อาวุธไม่มีคม ได้แก่ ไม้คมแฝก ท่อนเหล็ก สนับมือ ฯลฯ 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 6.2 อาวุธมีคม ได้แก่ มีด ขวาน ฯลฯ 30 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 6.3 อาวุธสงคราม ได้แก่ ปืน ระเบิด ฯลฯ 80 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และย้ายสถานศึกษา 7. การมาสาย และการขาดเรียน 7.1 นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนไม่ทันเคารพธงชาติ (07.50 น.) ถือว่ามาสาย 5 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 7.2 นักเรียนที่มาไม่ทันเข้าแถวและไม่ได้มาเช็คชื่อมา สาย จะถือว่านักเรียนขาดเรียน 10 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 7.3 นักเรียนที่ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ไม่มีใบลา) 10 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 8. การหนีเรียน 8.1 หนีเรียนภายในบริเวณโรงเรียน 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 8.2 หนีเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 8.3 ออกจากบ้านแต่ไม่เข้าโรงเรียน 30 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 9. การเล่นการพนัน 9.1 ผู้ร่วมมือ (ดู , ดูต้นทาง) 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 9.2 ผู้ร่วมเล่น (กรณีการพนันประเภทไม่มีเจ้ามือ ให้ ถือว่าทุกคนที่ร่วมเล่นเป็นเจ้ามือ) 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 9.3 เจ้ามือ 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 10. ชู้สาว 10.1 ส่อเจตนาไปในทางชู้สาว 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข


~ 24 ~ ประเภท และลักษณะของการกระทำผิด ตัดคะแนน หมายเหตุ 10.2 มีเพศสัมพันธ์ในโรงเรียน 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 11. เกี่ยวกับเอกสาร 11.1 ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้อื่น 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 11.2 แก้ไขเอกสารของโรงเรียน ผู้ปกครอง หรือบุคคล อื่น หรือทำเอกสารปลอม 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 11.3 นำเอกสารที่โรงเรียนออกให้ไปใช้ในทางที่ไม่ ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามที่โรงเรียนมอบหมาย 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 11.4 ปกปิดการติดต่อระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน ด้วยประการใด ๆ หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ 20 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 12. การออกนอกโรงเรียน 12.1 ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อร่วมหาทางแก้ไข 13. เกี่ยวกับยานพาหนะ 13.1 ไม่จอดเก็บรถจักรยานยนต์ในสถานที่ที่โรงเรียน กำหนดให้ 5 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 13.2 ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เกิน 2 คน 5 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 13.3 ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปรับแต่งให้เสียงดัง กว่าปกติ รบกวนในโรงเรียน 10 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 13.4 เข้าไปในโรงจอดรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับ อนุญาต หลังจากปิดประตูแล้ว 10 คะแนน แจ้งครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรม 14. เกี่ยวกับความผิดที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมความประพฤติระดับชั้นเรียน ระดับ โรงเรียน และคณะกรรมการกิจการนักเรียน 14.1 ความผิดอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้โดยชัดแจ้ง ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการควบคุม ความประพฤติระดับชั้นเรียน ระดับโรงเรียน และคณะกรรมการกิจการนักเรียน หมายเหตุ ความผิดอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้เกี่ยวข้อง เสนอผู้บริหารและลงโทษตัดคะแนนตามความเหมาะสม


~ 25 ~ วิธีการแก้ไขคะแนนความประพฤติ คะแนน วิธีปฏิบัติ หมายเหตุ คะแนนพฤติกรรมติดลบ 20 คะแนน ตักเตือนครั้งที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา คะแนนพฤติกรรมติดลบ 30 คะแนน ตักเตือนครั้งที่ 2 ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา คะแนนพฤติกรรมติดลบ 40 คะแนน แก้ไขพฤติกรรมในโรงเรียน ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา คะแนนพฤติกรรมติดลบ 50 คะแนน แจ้งผู้ปกครองรับทราบ และร่วมแก้ไขพฤติกรรม ทำทัณฑ์บน คะแนนพฤติกรรมติดลบ 80 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบ ย้ายสถานศึกษา หมายเหตุ 1. กิจกรรมจิตอาสา คือ การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมที่ต้องมีผู้รับรองการพิจารณาหักลบคะแนนให้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาความประพฤติให้เห็นชอบตามกิจกรรมอาสา 2. นักเรียน ม.3 ม.6 ที่มีคะแนนติดลบตั้งแต่ 50 คะแนนขึ้นไปให้ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาหรือเข้าค่ายพัฒนา ทักษะชีวิต 3. การพิจารณาคะแนนติดลบจะพิจารณาจนกระทั่งนักเรียนจบช่วงชั้นที่กำลังศึกษาอยู่ 4. การเพิ่มคะแนนความประพฤติ คือ ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาภายในโรงเรียน ปฏิบัติ 1 ชั้วโมง ได้ 5 คะแนน โดยให้นักเรียนนักเรียนที่มีความประสงค์จะเพิ่มคะแนนความประพฤติติดต่อที่ฝ่ายกิจการนักเรียน


~ 26 ~ หน้าที่อื่นๆ ประกันอุบัติเหตุนักเรียน - นักเรียนทุกคนต้องทำประกันอุบัติเหตุทุกปี ตามที่โรงเรียนกำหนด - นักเรียนสามารถใช้สิทธิการเกิดอุบัติเหตุได้ตามที่กำหนด - เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้นักเรียนหรือผู้ปกครองติดต่องานประกันอุบัติเหตุของโรงเรียน ยาเสพติด - นักเรียนต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด - นักเรียนต้องยอมรับความผิดที่กระทำขึ้นและพร้อมที่จะแก้ไข (บำบัด) พฤติกรรมตามที่ฝ่ายกิจการ นักเรียนกับผู้ปกครองนักเรียนตกลงกัน - นักเรียนต้องยอมให้ครูฝ่ายกิจการนักเรียนตรวจค้นยาเสพติด ในกรณีที่ครูฝ่ายกิจการนักเรียนพิจารณา และลงความเห็นว่านักเรียนเป็นผู้ต้องสงสัย - นักเรียนต้องยอมให้ครูฝ่ายกิจการนักเรียนพิจารณาและลงความเห็นว่านักเรียนเป็นผู้ต้องสงสัย คณะกรรมการสภานักเรียน - มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติและการลงโทษ นักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ - นักเรียนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแสดงออกทางประชาธิปไตยที่เน้นการสร้างสรรค์ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อเพื่อนๆนักเรียนต่อโรงเรียนและต่อชุมชน ระเบียบวินัย - นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์โดยเคร่งครัด - นักเรียนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัย ถือว่ามีความผิดและถูกลงโทษตามระเบียบที่กำหนดไว้ - หากพบว่ามีนักเรียนถูกตัดคะแนน ๕๐ คะแนนขึ้นไป จนถึง ๘๐ คะแนนให้คณะกรรมการควบคุมความ ประพฤติพิจารณาดำเนินการต่อไปทันที การมาเรียนและเวลาเรียน - นักเรียนจะต้องมาถึงโรงเรียนให้ทันเข้าแถว เวลา 07.50 น. - นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนไม่ทันเคารพธงชาติ (07.50 น.) ให้มาเช็คชื่อมาสาย แต่ถ้านักเรียนไม่ มาเช็คชื่อ จะถือว่านักเรียนขาดเรียน - การขาดเรียน ถ้านักเรียนคนใดขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ 3 วัน ให้ครูที่ปรึกษาแจ้ง ผู้ปกครองรับทราบ


~ 27 ~ - ถ้านักเรียนขาดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ให้ครูฝ่ายกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองรับทราบและ แก้ไขร่วมกัน ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าทางโรงเรียนยังไม่ได้รับการติดต่ออีกโรงเรียนจะให้นักเรียน ย้ายสถานศึกษา - นักเรียนทุกคนต้องมีเวลาเรียนแต่ละวิชา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในแต่ละ ภาคเรียน - เมื่อนักเรียนได้ยินเพลง เปิดขึ้นในเวลา 07.40 น. ให้นักเรียนหยุดกิจกรรมทุกอย่างและรีบเข้า แถวให้ทันก่อนเพลง จบและเคารพธงชาติเวลา 07.50 น. การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน เข้าห้องเรียนและหยุดเรียน การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ให้นักเรียนมาขอรับแบบฟอร์มการขออนุญาตออกนอกบริเวณ โรงเรียนนำไปกรอกข้อมูลเหตุผลความจำเป็นให้ครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา ครูเวรประจำวัน ลงชื่อรับทราบ และนำมาให้ ฝ่ายกิจการนักเรียนเป็นผู้พิจารณาอนุญาตพร้อมลงชื่อในสมุดออกนอกบริเวณโรงเรียน เมื่อกลับมาให้รายงานตัวที่ห้อง กิจการนักเรียน การลากลับบ้าน (นักเรียนจะไม่กลับมาเรียนอีกในวันลา) - ให้ผู้ปกครองมารับที่ห้องงานกิจการนักเรียน (ไม่มีผู้ปกครองมารับไม่ให้กลับ) - ผู้ปกครองและนักเรียนทำบัตรขออนุญาตลากลับบ้านและลงชื่อในสมุดออกนอกบริเวณโรงเรียนพร้อม แสดงบัตรประจำตัวผู้ปกครอง การลาป่วย (นักเรียนจะไม่กลับมาเรียนอีกในวันที่ลา) - ให้ผู้ปกครองมารับที่ห้องกิจการนักเรียนเท่านั้น - นักเรียนและผู้ปกครองทำบัตรขออนุญาตที่ห้องกิจการนักเรียน - นักเรียนและผู้ปกครองลงชื่อในสมุดออกนอกบริเวณโรงเรียน - ให้นักเรียนเขียนใบลาพร้อมผู้ปกครองเซ็นชื่อรับรองตามแบบฟอร์มนำมาส่งโรงเรียน โดยฝากเพื่อนมาส่ง ให้ครูที่ปรึกษาหรือหัวหน้าห้องถ้าฝากไม่ได้ให้นำมาส่งในวันที่นักเรียนมาเรียนในวันแรก หน้าที่ของนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ 1. เคารพเชื่อฟังครูทุกท่าน และทำความเคารพให้ถูกกาลเทศะ 2. ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่หนีเรียน 3. ประพฤติปฏิบัติตนตามกฎระเบียบวินัยของโรงเรียนโดยเคร่งครัดเสมอ 4. ช่วยกันถนอมรักษาทรัพย์สินของโรงเรียน เช่น - ปิดก๊อกน้ำเมื่อเลิกใช้แล้วปิดให้สนิท - ปิดไฟฟ้า พัดลม ในห้องเรียน เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ หรือเลิกใช้แล้ว


~ 28 ~ - ไม่ทำให้สนามหญ้า และพันธุ์ไม้ประดับต่างๆ เสียหาย - ไม่เล่นปากกาไวท์บอร์ด กระดาน ให้เสียหายสิ้นเปลือง 5. มีมารยาทอันดีงาม เช่น - ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อยต่อเพื่อนนักเรียนด้วยกัน - ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อยอ่อนน้อมต่อครู-อาจารย์ ทุกท่าน - รู้จักพูด รู้จักฟัง รู้จักปฏิบัติ ในสิ่งที่ดีงามเสมอ 6. ช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหารตลอดจน บริเวณ โรงเรียนทุกแห่ง 7. รักใคร่สามัคคีกลมเกลียว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน นักเรียนรุ่นน้องต้องเคารพและเชื่อฟังนักเรียนรุ่นพี่ นักเรียนรุ่นพี่ต้องให้ความเมตตาต่อนักเรียนรุ่นน้องและต้องประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดี 8. มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ 9. ร่วมกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนรู้จักเสียสละต่อส่วนรวมไม่เห็นแก่ตัว 10. มีความซื่อสัตย์ไม่อยากได้หรือหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ 11. ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ของมึนเมา หรือสิ่งเสพติดใดๆและไม่เล่นการพนันทุกประเภท 12. ไม่เข้าไปในสถานที่อันไม่สมควร เช่น บ่อนการพนัน แหล่งโสเภณี แหล่งอบายมุข ไม่เที่ยวกลางคืน 13. ทำบัตรประจำตัวนักเรียนและพกติดตัวไว้ เพื่อแสดงได้เสมอการติดต่อราชการกับครูที่โรงเรียน นักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนทุกครั้ง 14. โต๊ะเก้าอี้และครุภัณฑ์ที่ประจำอยู่ที่ต่างๆห้ามเคลื่อนย้ายโดยพลการ ถ้ามีความจำเป็นต้องนำไปใช้ที่อื่น ต้องแจ้งให้หัวหน้างานอาคารสถานที่ทราบและนำไปคืน เมื่อเลิกใช้แล้ว 15. เมื่อมีคำสั่งให้ไปพบครูฝ่ายกิจการนักเรียนทุกท่าน ที่ห้องงานกิจการนักเรียนให้รีบไปพบโดยทันที ถ้าไม่ไปพบตามกำหนดถือว่ามีความผิดและต้องถูกลงโทษตามระเบียบการตัดคะแนนความประพฤติ หน้าที่หัวหน้าห้อง 1. เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆ ในชั้นนั้น และชั้นอื่นๆด้วย 2. เป็นผู้เสียสละต่อส่วนรวมโดยสม่ำเสมอ 3. ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากครูประจำชั้นและครูฝ่ายต่างๆ 4. ดูแลนักเรียนในชั้นให้อยู่ในสภาพสงบเรียบร้อยไม่ให้เพื่อนคุยส่งเสียงดังหรือเล่นกัน อันเป็นเหตุก่อ ความรำคาญให้ห้องข้างเคียงสั่งให้นักเรียนทุกคนเข้าไปนั่งเรียนอยู่ในห้องให้เรียบร้อย 5. ถ้าครูประจำวิชาใดเข้าห้องช้ากว่าปกติเกิน ๑๐ นาที ให้หัวหน้ามอบมายให้นักเรียนในชั้นไปแจ้งที่หัวหน้า กลุ่มสาระ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ฝ่ายกิจการนักเรียน 6. ดูแลความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยตลอดเวลา 7. ดูแลพัสดุทุกอย่างของห้องเรียนให้คงอยู่ในสภาพปกติเสมอ ถ้ามีอะไรเสียหาย เช่น กระจก เก้าอี้หัก ต้องรีบแจ้งครูประจำชั้น หรือครูประจำวิชา และแจ้งหัวหน้ากลุ่มงาน ฝ่ายกิจการนักเรียน ต่อไป 8. ดูแลเพื่อนนักเรียนที่ไม่สบาย แจ้งครูประจำวิชา แล้วจัดส่งห้องพยาบาล


~ 29 ~ 9. ให้ไปรับสมุดบันทึกการเรียนห้องวิชาการ เวลา 07.50 น. และนำกลับไปส่งที่ห้องกลุ่มบริหารงานวิชาการ หลังเลิกเรียนในคาบสุดท้าย ทุกวัน หน้าที่รองหัวหน้าห้อง ให้ปฏิบัติหน้าที่เหมือนหัวหน้าชั้นทุกอย่างหรือตามที่หัวหน้าชั้นแบ่งให้ช่วยและทำการแทนทุกอย่างในกรณี ที่หัวหน้าชั้นไม่อยู่หรือไม่มาโรงเรียน การแต่งกายของนักเรียน 1. การแต่งเครื่องแบบนักเรียนจะต้องไม่ประดับของมีค่าหรือเครื่องประดับใดๆ ที่มิได้อนุญาตไว้ถ้านักเรียน คนใดประดับของมีค่าและได้ทำหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ และจะถือว่านักเรียนคนนั้นฝ่าฝืนระเบียบการแต่ง กายของโรงเรียนจะถูกลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน 2. การแต่งกายชุดพลศึกษาจะต้องใช้ชุดพลศึกษาของโรงเรียนเท่านั้น 3. กระเป๋า นักเรียนต้องมีกระเป๋าใส่หนังสือมาโรงเรียนโดยให้ใช้กระเป๋าตามแบบที่ร้านค้าของโรงเรียน จัดทำขึ้นเท่านั้น ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2565 ลงชื่อ สายัณห์ หอกุล (นายสายัณห์ หอกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์


~ 30 ~ ระเบียบการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 1. นักเรียนชาย 1.1 เสื้อ 1.1.1 สีขาว เนื้อผ้าหนาเรียบไม่บางเกินสมควร ไม่มีลาย ใช้เนื้อผ้าโทเร 1.1.2 แบบเสื้อ แบบปกเชิ้ตคอตั้ง ผ่าอกตลอด สาบหน้าตลอดออก ด้านนอก กว้าง 3 ซ.ม. ใช้กระดุมสีขาว แบนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซ.ม. แขนสั้นเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติดแนวราวนม เบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกลาง ตั้งแต่ 8 ซ.ม. ถึง 15 ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ ไม่มีสาบหลัง 1.1.3 อกเสื้อด้านขวา ปัก ส.ช. และเลขประจำตัวด้วยเลขไทย ตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด อกเสื้อด้านซ้าย ปัก ชื่อ – สกุล แบบพิมพ์ตัวธรรมดา หรือแบบราชการ ขนาดตัวอักษรสูงระหว่าง 1 ซ.ม. ถึง 1.5 ซ.ม. ปักแบบทึบด้วยด้ายสีน้ำเงินหรือสีกรมท่า ปักรูปดาวห้าแฉก (ตามตัวอย่าง) ที่อกด้านซ้าย ข้างบน ชื่อ-สกุล โดยปักตามเส้นและใช้ด้ายสีน้ำเงินหรือกรมท่า 1.2 กางเกง 1.2.1 ผ้าสีสากี เนื้อผ้าให้ใช้ผ้าโทเร เนื้อหนาเรียบ ไม่ใช้ผ้ามันหรือผ้าเวสปอยด์หรือผ้าคล้ายคลึง กับเวสปอยด์ 1.2.2 แบบกางเกง แบบกางเกงไทย ผ่าด้านหน้าติดซิปยาว 5 ถึง 7 นิ้ว พับจีบด้านหน้าซ้าย และขวา ด้านละ 2 จีบ ขาสั้นเหนือเข่า พับกลางลูกสะบ้าประมาณ 5 ซ.ม. เมื่อยืนตรงปลายขากว้างห่างจากขา ประมาณ 8 ถึง 12 ซ.ม. ตามขนาดของขาเมื่อยืนตรง มีกระเป๋าด้านข้าง ข้างละ 1 ใบ ปากกระเป๋าตรงแนว ตะเข็บข้างไม่มีฝากระเป๋า หรือตกแต่งอย่างอื่น ไม่มีกระเป๋าหลัง 1.3 เข็มขัด 1.3.1 ลายหนังสีน้ำตาล หัวเข็มขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นโลหะสีเงินหรือสีทองแบบชนิดหัวกลัด มีปอกหนังสีเดียวกับหัวเข็มขัด 1 ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ปลายเข็มขัดยาว (โดยวัดจากหัวเข็มขัด) ไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว ตัดปลายส่วนแหลม เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ไม่มีลวดลายบนสายเข็มขัด 1.3.2 ขณะแต่งกายชุดนักเรียนต้องให้เห็นเข็มขัดตลอดทั้งเส้น 1.3.3 เข็มขัดลูกเสือใช้ได้ 1.4 ถุงเท้า 1.4.1 สีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย ไม่พับชาย ถุงเท้าจะต้องสูงจากตาตุ่มระหว่าง 2 นิ้ว ถึง 8 นิ้ว 1.5 รองเท้า 1.5.1 ผ้าใบสีน้ำตาลไม่หุ้มข้อ เป็นหุ้มส้นชนิดผูก ไม่มีลวดลาย ขอบพ้นรองเท้า สีเดียวกับรองเท้า มีเชือกสีเดียวกับรองเท้า 1.6 กระเป๋า 1.6.1 ให้ใช้กระเป๋าตามที่โรงเรียนกำหนด โดยซื้อจากร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียน 2. นักเรียนหญิง


~ 31 ~ 2.1 เสื้อ 2.1.1 แบบเสื้อ แบบคอพับปกกะลาสี ปกในตัวคอลึกพอให้สวมศีรษะได้สะดวกสบายตลบเข้าข้างใน ส่วนบนของสาบให้ใหญ่พอแบะคอแล้วไม่เห็นตะเข็บข้างใน มีปกขนาด 10 ซ.ม. ใช้ผ้าสองชั้นเย็บตะเข็บ เข้าถ้ำแขนยาวเพียงเหนือสองจีบปลายแขนมีขอบที่ปลายแขน กว้างประมาณ 1 นิ้ว ชายเสื้อด้านล่างพับ เย็บเข้าด้านใน กว้างไม่เกิน 3 ซ.ม. ขนาดตัวเสื้อหลวมสบายพองาม ตัวปล่อยไม่รัดรูปหรือรัดเอวมีกระเป๋า แบบปะด้านขวา ช่วงล่างลายเสื้อ กระเป๋ากว้างประมาณ 5-6 นิ้ว ปากกระเป๋าพับเข้าข้างในกว้างไม่เกิน 2 ซ.ม. 2.1.2 ต้องสวมเสื้อซับใน ห้ามใช้เสื้อแบบอื่นแทนซับใน 2.2 กระโปรง 2.2.1 สีกรมท่า ห้ามใช้ผ้าฝ้าย ให้ใช้ผ้าโทเร ไม่มีลาย เนื้อเรียบหนา 2.2.2 แบบกระโปรง แบบธรรมดา แบบเหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยจีบทบออกกลางตัว จีบกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว จับจีบด้านข้างออกซ้ายและขวา ข้างละ 3 จีบ จีบกว้าง 1.5 นิ้ว จีบลึกประมาณ 1-1.5 นิ้ว เย็บกลัดทับจีบจากขอบกระโปรงลงมา ทุกจีบ ยาว 8-12 ซ.ม. โดยใช้ด้ายสีเดียวกับกระโปรง 2.2.3 ความยาวของกระโปรง ลึกคลุมเข่าลงมาพองามและสมส่วน 2.3 ถุงเท้า 2.3.1 สีขาวล้วนหรือพื้นดำ พับขอบยาวให้เหนือตาตุ่ม 2-6 นิ้ว 2.4 รองเท้า 2.4.1 หนังสีดำ หัวมนหุ้มส้น ส้นสูงไม่เกิน 3 ซ.ม. มีสายคาดรองเท้าด้านบนหลังเท้า 2.5 กระเป๋า 2.5.1 ให้ใช้กระเป๋าตามแบบที่โรงเรียนกำหนด โดยซื้อจากร้านค้าสหกรณ์โรงเรียน การปักสัญลักษณ์ของระดับชั้น ม.ต้น ให้ปักรูปดาวห้าแฉก (ตามตัวอย่าง) ที่อกด้านซ้าย ข้างบนชื่อ-สกุล โดยใช้ไหมสีกรมท่า ม.1 ปัก 1 ดาว ม.2 ปัก 2 ดาว ม.3 ปัก 3 ดาว หมายเหตุ 1. เครื่องประดับ 1.1 นักเรียนหญิง อนุโลมให้ใช้กิ๊บสีดำ หรือโบว์สีดำ ขนาดพอเหมาะเท่านั้น 1.2 อนุญาตให้มีหรือสวมนาฬิกาได้ 1.3 กรณีสร้อย อนุญาตให้สวมสร้อยเงิน สร้อยสแตนเลส เพื่อห้อยพระ สายสร้อยต้องยาวขณะสวมใส่ต้องให้ มิดชิด 1.4 กรณีแหวน อนุญาตให้สวมเฉพาะแหวนพระ (ยกเว้นแหวนพระทองคำ)


~ 32 ~ 1.5 เครื่องประดับนอกเหนือจากนี้ ห้ามสวมใส่ 2. การแต่งกายในวันที่มีชั่วโมงรักโรงเรียนวิชาพลศึกษาภาคปฏิบัติ 2.1 เสื้อสีเขียวของโรงเรียนปักชื่อ – นามสกุล เครื่องหมายระดับชั้นเหมือนเสื้อตามแบบที่โรงเรียนกำหนดโดยซื้อ จากร้านค้าสหกรณ์โรงเรียน/นักเรียน 2.2 กางเกงวอร์ม ตามที่โรงเรียนกำหนด โดยซื้อจากร้านค้าสหกรณ์โรงเรียน 2.3 ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าชุดนักเรียนทั้งนักเรียนชายและหญิง 2.4 รองเท้า 2.4.1 นักเรียนชายให้ใช้รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล (รองเท้านักเรียน) 2.4.2 นักเรียนหญิงให้ใช้รองเท้าผ้าใบสีขาวล้วนหรือพื้นดำ 2.5 ให้สวมชุดพลศึกษามาจากบ้านได้วันที่ชั่วโมงเรียนพลศึกษาภาคปฏิบัติ 3. ห้ามสวมรองเท้าฟองน้ำหรือรองเท้าลักษณะคล้ายคลึงกับรองเท้าฟองน้ำมาโรงเรียนโดยเด็ดขาด 4. การแต่งกายไม่เหมาะสมกับสภาพของนักเรียน ถือว่า เป็นการผิดระเบียบว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1. นักเรียนชาย 1.1 เสื้อ 1.1.1 สีขาว เนื้อผ้าหนาเรียบไม่บางเกินสมควร ไม่มีลาย ใช้เนื้อผ้าโทเร 1.1.2 แบบเสื้อ แบบปกเชิ้ตคอตั้ง ผ่าอกตลอด สาบหน้าตลอดออก ด้านนอก กว้าง 3 ซ.ม. ใช้กระดุมสีขาว แบนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซ.ม. แขนสั้นเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติดแนวราวนม เบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกลาง ตั้งแต่ 8 ซ.ม. ถึง 15 ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ ไม่มีสาบหลัง 1.1.3 อกเสื้อด้านขวา ปัก ส.ช. และเลขประจำตัวด้วยเลขไทย ตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด อกเสื้อด้านซ้าย ปัก ชื่อ – สกุล แบบพิมพ์ตัวธรรมดา หรือแบบราชการ ปกคอเสื้อปักดาวขนาดตัวอักษรสูง ระหว่าง 1 ซ.ม. ถึง 1.5 ซ.ม. ปักแบบทึบด้วยด้ายสีน้ำเงินหรือสีกรมท่าปักรูปดาวห้าแฉก (ตามตัวอย่าง) บน คอเสื้อด้านซ้าย โดยปักตามเส้นและใช้ด้ายสีน้ำเงินหรือกรมท่า 1.2 กางเกง 1.2.1 ผ้าสีดำ เนื้อผ้าให้ใช้ผ้าโทเร เนื้อหนาเรียบไม่ใช้ผ้ามันหรือผ้าเวสปอยด์หรือผ้าคล้ายคลึงกับ เวสปอยด์ 1.2.2 แบบกางเกง แบบกางเกงไทย ผ่าด้านหน้าติดซิปยาว 5 ถึง 7 นิ้ว พับจีบด้านหน้าซ้าย และขวา ด้านละ 2 จีบ ขาสั้นเหนือเข่า พ้นกลางลูกสะบ้าประมาณ 5 ซ.ม. เมื่อยืนปลายขากว้างห่าง จากขาประมาณ 8 ถึง 12 ซ.ม. ตามขนาดของขาเมื่อยืนตรง มีกระเป๋าอยู่ด้านข้าง ข้างละ 1 ใบ ปากกระเป๋า ตรงแนวตะเข็บข้างไม่มีฝากระเป๋า หรือตกแต่งอย่างอื่น ไม่มีกระเป๋าหลัง


~ 33 ~ 1.3 เข็มขัด 1.3.1 สายหนังสีดำ หัวเข็มขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นสีเงิน แบบชนิดหัวหลัดมีปลอกหนังสีเดียวกับ เข็มขัด 1 ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ปลายเข็มขัดยาว (โดยวัดจากหัวเข็มขัด) ไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว ปลายส่วนแหลม เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ไม่มีลวดลายบนสายเข็ม 1.3.2 ขณะแต่งกายชุดนักเรียนต้องให้เห็นหัวเข็มขัดตลอดทั้งเส้น 1.4 ถุงเท้า 1.4.1 สีขาวล้วนหรือพื้นดำ ไม่พับชาย ถุงเท้าต้องสูงจากตาตุ่มระหว่าง 2 นิ้ว ถึง 6 นิ้ว 1.5 รองเท้า 1.5.1 ผ้าใบสีดำ ไม่หุ้มข้อเป็นแบบหุ้มส้นชนิดผูกไม่มีลวดลาย ขอบพื้นรองเท้าสีเดียวกับ รองเท้ามีเชือกสีเดียวกับรองเท้า 1.6 กระเป๋า 1.6.1 ให้ใช้กระเป๋าตามที่โรงเรียนกำหนด โดยซื้อจากร้านค้าสหกรณ์โรงเรียน 2. นักเรียนหญิง 2.1 เสื้อ 2.1.1 สีขาว เนื้อผ้าเรียบ ไม่บางเกินควร ผ้าขาวเกลี้ยงไม่มีลาย ใช้ผ้าโทเร ถ้าใช้ผ้าฝ้ายชนิดบาง 2.1.2 แบบเสื้อคอเชิ้ต ผ่าอกตลอด ที่อกเสื้อทำเป็นสาบตลบเข้าข้างใน กว้าง 3 ซ.ม. ไม่มีสาบหลัง มีกระดุมแบน สีขาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซ.ม. 5 เม็ด แขนยาวเพียงเหนือศอก ปลายแขน จีบเล็กน้อย ประกอบด้วยผ้าสองชั้นกว้าง 3 ซ.ม. สอดชายเสื้อแบบอื่นแทนซับใน 2.1.3 ต้องสวมเสื้อซับใน ห้ามใช้เสื้อแบบอื่นแทนซับใน 2.1.4 อกเสื้อด้านขวา ปัก ส.ช. และเลขประจำตัวด้วยเลขไทย ตามแบบที่ทางโรงเรียน กำหนด อกเสื้อด้านซ้าย ปัก ชื่อ – สกุล แบบพิมพ์ตัวธรรมดา หรือแบบราชการปกคอเสื้อปักดาวขนาด ตัวอักษรสูง ระหว่าง 1 ซ.ม. ถึง 1.5 ซ.ม. ปักแบบทึบด้วยด้ายสีน้ำเงินหรือสีกรมท่าปักรูปดาวห้าแฉก (ตามตัวอย่าง) บนคอเสื้อด้านซ้าย โดยปักตามเส้นและใช้ด้ายสีน้ำเงินหรือกรมท่า 2.2 กระโปรง 2.2.1 สีดำ ห้ามใช้ผ้าฝ้าย ให้ใช้ผ้าโทเร ไม่มีลาย เนื้อเรียบหนา 2.2.2 แบบกระโปรง แบบธรรมดา แบบเหมือนกันทั้งด้านและด้านหลัง โดยจีบทบอกกลางตัว จีบกลางกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว จับจีบด้านข้างออกซ้ายและขวา ข้างละ 3 จีบ จีบกว้าง 1.5 นิ้ว จีบลึก ประมาณ 1–1.5 นิ้ว เย็บกลัดทับจีบจากขอบกระโปรงลงมาทุกจีบ ยาว 8-12 ซ.ม. โดยใช้ด้ายสีเดียวกับ กระโปรง 2.2.3 กระโปรงต่อขอบเอวกว้าง 1-1.5 นิ้ว 2.2.4 ความยาวของกระโปรงยาวคลุมเข่าลงมารพองาม ไม่ควรเกินกึ่งกลางแข้ง


~ 34 ~ 2.3 เข็มขัด 2.3.1หนังสีดำ หัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ แบบชนิดหัวกลัด ใช้หนังสีดำมีปลอกหนังสีเดียวกันกับ เข็มขัด สำหรับสอดปลายเข็มขัดหรือใช้คลิปเก็บปลายสายให้เรียบร้อย 2.4 ถุงเท้า 2.4.1 สีขาวล้วนหรือพื้นดำ พับขอบยาวให้เหนือตาตุ่ม 2-6 นิ้ว 2.5 รองเท้า 2.5.1 หนังสีดำ หัวมนหุ้มส้น ส้นสูงไม่เกิน 3 ซ.ม. มีสายคาดรองเท้าด้านบนหลังเท้า 2.6 กระเป๋า 2.6.1 ให้ใช้กระเป๋าตามแบบที่โรงเรียนกำหนด โดยซื้อจากร้านค้าสหกรณ์โรงเรียน การปักสัญลักษณ์ของระดับชั้น ม. ปลาย ให้ปักรูปดาวห้าแฉก (ตามตัวอย่าง) ที่บนคอเสื้อด้านซ้าย โดยใช้ไหมสีกรมท่า ม. 4 ปัก 1 ดาว ม. 5 ปัก 2 ดาว ม. 6 ปัก 3 ดาว ตัวอักษรย่อของโรงเรียน ส.ช. ตัวเลขไทยสำหรับปักเลขประจำตัวของนักเรียน ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ การแต่งกายเครื่องแบบพละศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนชาย-หญิง ให้แต่งเครื่องแบบดังนี้ 1. เสื้อ ใช้เสื้อแขนสั้นคอโปโล มีกระเป๋าข้างซ้าย 1 ใบ ที่กระเป๋ามีเครื่องหมายโรงเรียน ปักชื่อที่หน้าอก ด้านขวาด้วยไหมสีน้ำเงิน ปักจุดที่คอปกด้านซ้ายตามระดับชั้น 2. กางเกงเป็นกางเกงวอร์มขายาวตามที่โรงเรียนกำหนด ปลายขามีที่รัดข้อเท้า ทั้งสองข้าง (ห้ามตัดที่รัด ข้อเท้าออก) 3. รองเท้านักเรียนชาย ให้ใช้รองเท้านักเรียนผ้าใบสีน้ำตาลไหม้ นักเรียนหญิงใช้รองเท้าผ้าใบสีขาวหุ้มส้น ไม่มีสีอื่นแซม 4. ถุงเท้า นักเรียนชายให้ใช้ถุงเท้านักเรียนสีน้ำตาล นักเรียนหญิงใช้ถุงเท้าสีขาวธรรมดา


~ 35 ~ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนชาย-หญิง ให้แต่งเครื่องแบบดังนี้ 1. เสื้อใช้เสื้อแขนสั้น คอโปโล มีกระเป๋าข้างซ้าย 1 ใบ ที่กระเป๋ามีเครื่องหมายโรงเรียน ปักชื่อที่หน้าอก ด้านขวาด้วยไหมสีน้ำเงิน ปักจุดที่คอปกด้านซ้ายตามระดับชั้น 2. กางเกงเป็นกางเกงวอร์มขายาวตามที่โรงเรียนกำหนด ปลายขามีที่รัดข้อเท้า ทั้งสองข้าง (ห้ามตัดที่รัด ข้อเท้าออก) 3. รองเท้านักเรียนชาย ให้ใช้รองเท้านักเรียนผ้าใบสีดำไม่มีสีอื่นแซม หุ้มส้น นักเรียนหญิงใช้รองเท้าผ้าใบสี ขาวหุ้มส้นไม่มีสีอื่นแซม 4. ถุงเท้านักเรียนชายให้ใช้ถุงเท้านักเรียนสีขาวธรรมดา นักเรียนหญิงใช้ถุงเท้าสีขาวธรรมดา


~ 36 ~ ประกาศโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ เรื่อง ระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ------------------------ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามในระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.๒๕๖๓ และเสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วออกเป็นหนังสือสั่งการหรือ หนังสือเวียน กำหนดแนวบฏิบัติเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนหรือนักศึกษาไว้อย่างกว้าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานใน สังกัดที่ เป็นผู้กำกับดูแลสถานศึกษา กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งนำหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไปกำหนดเป็น ระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษาแต่ละแห่งนั้น ในการนี้ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ได้แก่ นักเรียน คณะกรรมการสภานักเรียน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากรของโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ ร่วมกันออกเป็นระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียน สามง่ามชนูปถัมภ์ ไว้ดังนี้ ข้อ ๑ นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ (๑) นักเรียนชาย ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑) ให้นักเรียนไว้ทรงนักเรียนหรือรองทรงสูง ๒) ผมด้านหลังยาวไม่เกิน ๕ มิลลิเมตร ๓) ผมด้านข้างยาวไม่เกิน ๕ มิลลิเมตร ๔) ผมด้านบนยาวไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ๕) ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน ๔ เซนติเมตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑) ให้นักเรียนไว้ทรงนักเรียนหรือรองทรงสูง ๒) ผมด้านหลังยาวไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๓) ผมด้านข้างยาวไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๔) ผมด้านบนยาวไม่เกิน ๓ เซนติเมตร ๕) ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน ๕ เซนติเมตร


~ 37 ~ (๒) นักเรียนหญิง ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑) นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ๒) กรณีไว้ผมสั้น ผมจะต้องยาวไม่เกิน ๒ นิ้ว เมื่อวัดจากติ่งหูล่าง ๓) กรณีไว้ผมยาว ให้มัดรวบตึง จุดที่มัดจะอยู่เหนือขอบใบหูบน ความยาวจากจุดที่มัดไม่เกิน ๘ นิ้ว ใช้โบว์สี ดำ (อาจจะเป็นโบว์สำเร็จรูปหรือโบว์มัดก็ได้) โดยเก็บรวบผมด้วยการติดกิ๊บสีดำ ๔) นักเรียนสามารถไว้ผมหน้าม้าได้ แต่ห้ามยาวเกินคิ้วของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑) นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ๒) กรณีไว้ผมสั้น ผมจะต้องยาวไม่เกิน ๓ นิ้ว เมื่อวัดจากติ่งหูล่าง ๓) กรณีไว้ผมยาว ให้มัดรวบตึง จุดที่มัดจะอยู่เหนือขอบใบหูบน ความยาวจากจุดที่มัดไม่เกิน ๑๐ นิ้ว ใช้โบว์ สีดำ (อาจจะเป็นโบว์สำเร็จรูปหรือโบว์มัดก็ได้) โดยเก็บรวบผมด้วยการติดกิ๊บสีดำ ๔) นักเรียนสามารถไว้ผมหน้าม้าได้ แต่ห้ามยาวเกินคิ้วของนักเรียน (๓) นักเรียนผู้มีความหลากหลายทางเพศ นักเรียนที่มีเพศสภาพเป็นชาย ๑) นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ๒) กรณีไว้ผมสั้น ให้ไว้เท่ากับนักเรียนชาย ๓) กรณีไว้ผมยาว ๓.๑) ผมด้านข้างยาวไม่เลยตีนผม ๓.๒) ผมด้านหลังยาวไม่เลยตีนผม ๓.๓) ผมด้านหน้ายาวไม่เกินคิ้ว นักเรียนที่มีเพศสภาพเป็นหญิง ๑) นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ๒) กรณีไว้ผมสั้น ให้เป็นไปตามความเหมาะสมและเรียบร้อย ๒) กรณีไว้ผมยาว ให้ไว้เหมือนนักเรียนหญิงตามช่วงชั้นของนักเรียน ข้อ ๒ นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ (๑) ดัดผม (๒) ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม (๓) ไว้หนวดหรือเครา (๔) ถักเปีย (๕) ซอยผม (๖) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมหรือคิ้วเป็นรูปทรงสัญลักษณ์ หรือเป็นลวดลาย


~ 3 8 ~


~ 3 9 ~


~ 40 ~


~ 4 1 ~


~ 42 ~ การวัดผลและประเมินผล สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องดำเนินการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ โดยต้อง มีผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากการวัดและประเมินทั้งในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา และระดับชาติ เพื่อใช้เป็น ข้อมูลสร้างความมั่นใจ เกี่ยวกับคุณภาพของผู้เรียนแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา การวัดผลและประเมินผลระดับชั้นเรียน มีจุดหมายสำคัญของการประเมินระดับชั้นเรียน คือ มุ่งหาคำตอบว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรมและค่านิยม อันพึงประสงค์ อันเป็นผลเนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือไม่เพียงใด ดังนั้นการวัดและการประเมินจึงต้องใช้วิธีการ ที่หลากหลาย เน้นการปฏิบัติให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนและสามารถ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคุมไปในกิจกรรมการเรียนรู้ ของผู้เรียน โดยประเมินความประพฤติ พฤติกรรม การเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและผลงานจากโรงงานหรือแฟ้มสะสมงาน เพื่อใช้ผลการประเมิน ในระดับชั้นเรียน การประเมินผลระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้ เป็นรายปี รายภาค และช่วยชั้นของสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงการ เรียนการสอน และ คุณภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมทั้งนำผลการประเมินรายปี รายภาค ไปพิจารณาตัดสิน การเลื่อนช่วงชั้นกรณีผู้เรียนไม่ผ่านมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่าง ๆ สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเรียนการสอน ซ่อมเสริมและจัดให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ด้วย หมายเหตุ ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1 – ม.3) ประเมินเป็นรายภาค ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 – ม.6) ประเมินเป็นรายภาค รายงานผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1 – ม.3) ประเมินเป็นรายภาค ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 – ม.6) ประเมินเป็นรายภาค เกณฑ์การประเมิน การตัดสินผลการเรียน กำหนดหลักเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนดังนี้ 1. ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลา เรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ 2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 3. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน


~ 43 ~ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ม.1 - ม.6 เป็นการประเมินแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ระดับผลการเรียน เป็น 8 เกรด ดังนี้ 80 – 100 ระดับผลการเรียนเป็น 4.0 75 – 79 ระดับผลการเรียนเป็น 3.5 70 – 74 ระดับผลการเรียนเป็น 3.0 65 – 69 ระดับผลการเรียนเป็น 2.5 60 – 64 ระดับผลการเรียนเป็น 2.0 55 – 59 ระดับผลการเรียนเป็น 1.5 50 – 54 ระดับผลการเรียนเป็น 1.0 0 – 49 ระดับผลการเรียนเป็น 0 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินพัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนด การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะประเมินเป็นราย คุณลักษณะทุกภาคเรียน และตัดสินผลการประเมินเป็น 4 ระดับ ดังต่อไปนี้ “ ดีเยี่ยม ” หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดี เยี่ยม จำนวน 5 - 8 คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ กว่าระดับดี “ ดี ” หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 1 – 4 คุณลักษณะ และไม่มี คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ 2. ได้ผลการประเมินระดับดี ทั้ง 8 คุณลักษณะ หรือ 3. ได้ผลการประเมินระดับดีขึ้นไป จำนวน 5 – 7 คุณลักษณะ และมี บางคุณลักษณะได้ผลการประเมินระดับผ่าน “ ผ่าน ” หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน ทั้ง 8 คุณลักษณะ หรือ 2. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 1 – 4 คุณลักษณะ และ คุณลักษณะที่เหลือได้ผลการประเมินระดับผ่าน


~ 44 ~ “ ไม่ผ่าน ” หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะขึ้นไป การประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ กำหนดเกณฑ์การตัดสินคุณภาพการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ เป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และ ไม่ผ่าน ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หรือ ถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ การกำหนดรหัสวิชา รหัสวิชาที่ใช้ 6 หลัก ประกอบด้วยตัวอักษร ดังนี้ หลักที่ 1 ตัวอักษร (กลุ่มสาระ) ท แทน กลุ่มสาระภาษาไทย ค แทน กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ว แทน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ส แทน กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พ แทน กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ศ แทน กลุ่มสาระศิลปะ ง แทน กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี อ แทน กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ IS แทน วิชาในหลักสูตรมาตรฐานสากล หลักที่ 2 ช่วงชั้น 3 หรือ 4 หลักที่ 3 ปีที่เรียน 1,2,3 หลักที่ 4 ประเภทของรายวิชา 1 หมายถึง วิชาพื้นฐาน 0 หมายถึง วิชาเพิ่มเติม ** หมายเหตุ : รหัสวิชาทั้ง 6 หลัก เขียนติดกันไม่มีเว้นวรรค และไม่ใส่จุด


~ 45 ~ เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ พุทธศักราช 2553 ตาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดเกณฑ์สำหรับการจบการศึกษา เป็น 2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้ 1. เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1.1 ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนด 1.2 ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต 1.3 ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่ สถานศึกษากำหนด 1.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษา กำหนด 1.5 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่ สถานศึกษากำหนด 2. เกณฑ์การจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 2.1 ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนด 2.2 ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต 2.3 ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษา กำหนด 2.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด 2.5 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินระดับผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด เกณฑ์การเลื่อนระดับชั้น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เมื่อสิ้นปีการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 1. รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน


~ 46 ~ 3. ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นควรได้ไม่ต่ำกว่า 1.00 ทั้งนี้รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการแก้ไขในภาคเรียนถัดไป ทั้งนี้ สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ทั้งนี้รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการแก้ไขใน ภาคเรียนถัดไป ทั้งนี้สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น การเปลี่ยนผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้ การเปลี่ยนระดับผลการเรียนจาก “ 0 ” ให้ครูผู้สอนดำเนินการพัฒนาผู้เรียน โดยจัดสอนซ่อมเสริม ปรับปรุง แก้ไขผู้เรียนในผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำแล้วประเมินด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จนผู้เรียนสามารถ ผ่านเกณฑ์การประเมินและให้ระดับผลการเรียนใหม่ ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “1” ตามเงื่อนไขที่สถานศึกษา กำหนด ทั้งนี้ ให้สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีก 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “0” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ เกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการเรียนของผู้เรียน โดยปฏิบัติดังนี้ (1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น (2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ การเปลี่ยนผลการเรียนจาก “ร” ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ 0 - 4) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหว่างเรียนและปลายภาค ให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลา การแก้ “ ร ” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้เรียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น “ 0 ” ให้ดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์ การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี 1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ให้ครูผู้สอนจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับวิชานั้น แล้วจึงให้วัดผลปลายภาค เป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “1” การแก้ “มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้น ภายใน ปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมี เหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่เมื่อ พ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้


Click to View FlipBook Version