ต้ น คู น คู น า ง ส า ว น ริ ศ ริ ร า ห อ ม ห ว ล ท ล.บ.ก า ร บั ญบั ชี ก ลุ่ ม ลุ่ 2เล ข ที่ 3 6 6 4 0 2 0 1 2 0 2 8
ประวัติ วั ต้ ติ น ต้ คูน คู ต้นคูน หรือรืต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้พื้นเมืองของ เอเชียใต้ ตั้งตั้แต่ปากีสถาน อินเดีย พม่า และศรีลัรี ลังกา โดยนิยมปลูกกันมากในเขตร้อ ร้ น สามารถเจริญริเติบโต ได้ดีในที่โล่งแจ้ง และเป็นที่รู้จั รู้ จักในประเทศไทยมาหลาย สิบปี โดยมีการเสนอให้ด ห้ อกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ ประจำ ชาติไทยตั้งตั้แต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ก็ยังไม่ได้ข้อ สรุปแน่ชัด จนกระทั่งทั่มีการลงนามให้เ ห้ป็นดอกไม้ประจำ ชาติไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2544
ประโยชน์ ของต้น ต้ คูน คู 1.นิยมปลูกไว้เป็นต้นไม้ประดับตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานที่ ราชการ บริเริวณริมริถนนข้างทาง และสถานที่อื่น ๆ 2.เนื้อไม้ใช้ทำ เป็นเครื่อรื่งมือเครื่อรื่งใช้ ด้ามเครื่อรื่งมือต่าง ๆ หรือรื ทำ เป็นไม้ไว้ใช้สอยอื่น ๆ เช่น ใช้ทำ เสา เสาสะพาน ทำ สากตำ ข้าว ล้อ เกวียน คันไถ เป็นต้น 3.เนื้อของฝักแก่สามารถนำ มาใช้แทนกากน้ำ ตาลในการทำ เป็นหัวหั เชื้อจุลินทรีย์รี ย์และจุลินทรีย์รี ย์ขยายได้ 4.ฝักแก่สามารถนำ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุง หุ ต้มด้วยเตา เศรษฐกิจที่มีขนาดพอเหมาะ โดยไม่ต้องผ่า ตัด หรือรืเลื่อย 5.ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลและศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำ เป็นน้ำ พุทธมนต์ ในพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา เช่น พิธีวางศิลาฤกษ์ ใช้ทำ เสา หลักเมือง เสาเอกในการก่อสร้า ร้ งพระตำ หนัก ยอดธงชัยเฉลิมพล ของกองทหาร คทาจอมพล ส่วนใบของต้นราชพฤกษ์จะใช้ทำ เป็น น้ำ พุทธมนต์ไว้สะเดาะเคราะห์ไห์ด้ผลดีนัก เป็นต้น
11.ต้นคูณมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิไส้เดือนในท้อง (แก่น) 12.เปลือกฝักมีรสเฝื่อนเมา ช่วยขับรกที่ค้าง ทำ ให้แ ห้ ท้งลูก (เปลือกฝัก) 13.สารสกัดจากใบคูนมีฤทธิ์ช่วยต้านการเกิดพิษที่ตับ (ใบ) 14.สรรพคุณของคูน รากใช้แก้โรคคุดทะราด (ราก) 15.ฝักคูณมีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดข้อ (เนื้อในฝัก) 16.ช่วยทำ ให้เ ห้ กิดลมเบ่ง ด้วยการใช้เมล็ดฝนกับหญ้าฝรั่นรั่น้ำ ดอกไม้เทศ และน้ำ ตาล แล้วนำ มากิน (เมล็ด) 17.ฝักและใบมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้ฝักแห้ง ห้ ประมาณ 30 กรัมรันำ มาต้ม กับน้ำ ดื่ม (ใบ, ฝัก, เนื้อในฝัก) 18.รากนำ มาฝนใช้ทารักรัษากลากเกลื้อน และใบอ่อนก็ใช้แก้กลากได้เช่นกัน (ราก, ใบ) 19.เปลือกคูน สรรพคุณช่วยสมานบาดแผล (เปลือก) 20.ชาวอินเดียใช้ใบนำ มาโขลก นำ มาพอกแล้วนวด ช่วยแก้โรคปวดข้อและอัมพาต (ใบ) สรรพคุณ คุ ของต้น ต้ คูน คู 1.ช่วยบำ รุงโลหิตหิ ในร่า ร่ งกาย (เปลือก) 2.สารสกัดจากลำ ต้นและใบของคูนมีฤทธิ์ช่วย ต่อต้านอนุมูลอิสระ (ลำ ต้น, ใบ) 3.สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ช่วยลดระดับ คอเลสเตอรอล (เมล็ด) 4.ช่วยรักรัษาโรคเกี่ยวกับหัวหัใจหรือรืถุงน้ำ ดี (ราก) 5.ฝักราชพฤกษ์มีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ไข้ มาลาเรียรี (ฝัก) 6.ช่วยแก้ไข้รูมาติกด้วยการใช้ใบอ่อนนำ มาต้ม กับน้ำ ดื่ม (ใบ) 7.เมล็ดมีรสฝาดเมา สรรพคุณช่วยแก้ท้องร่ว ร่ ง (เมล็ด) 8.ช่วยหล่อลื่นลำ ไส้ รักรัษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะ อาหารและแผลเรื้อรื้รังรั (ดอก) 9.ช่วยรักรัษาโรคบิด (เมล็ด) 10.สรรพคุณของราชพฤกษ์ ฝักช่วยแก้อาการ จุกเสียด (ฝัก)
ลักษณะ ของต้น ต้ คูน คู ต้นคูน เป็นพืชพื้นเมืองในแถบเอเชียใต้ ไล่ตั้งตั้แต่ทางตอนใต้ ของปากีสถานไปจนถึงอินเดีย พม่า และประเทศศรีลัรี ลังกา โดยจัด เป็นพรรณไม้ขนาดกลาง มีลำ ต้นสีน้ำ ตาลแกมเทาเกลี้ยง มักขึ้น ทั่วทั่ ไปตามป่าผลัดใบหรือรื ในดินที่มีการถ่ายเทน้ำ ดี ขยายพันธุ์ด้วย วิธีการเพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้ามาปลูกในถุงเพาะชำ เมื่อโต พอแล้วก็ย้ายมาปลูกในพื้นที่ แต่ในปัจจุบันอาจจะใช้วิธีการทาบ กิ่งและเสียบยอดก็ได้ แต่โอกาสสำ เร็จ ร็ จะน้อยกว่าวิธีการเพาะ เมล็ด
ใบคูนลักษณะของใบออกเป็นช่อ ใบสีเขียวเป็นมัน ช่อหนึ่งยาว ประมาณ 2.5 เซนติเมตร และมีใบย่อยเป็นไข่หรือรืรูปป้อม ๆ ประมาณ 3-6 คู่ ใบย่อยมีความกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 9-15 เซนติเมตร โคนใบมนและสอบไปทาง ปลายใบ เนื้อใบบางเกลี้ยง มีเส้นแขนงใบถี่และโค้งไปตามรูปใบ ลักษณะ ของใบคูน คู
ลักษณะ ของดอกคูน คู ดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) ออกดอกเป็นช่อ ยาวประมาณ 20-45 เซนติเมตร มีกลีบรองดอกรูปขอบขนาน มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร กลีบมี 5 กลีบ หลุดร่ว ร่ งได้ง่าย และกลีบดอกยาวกว่ากลีบรอง ดอกประมาณ 2-3 เท่า และมีกลีบรูปไข่จำ นวน 5 กลีบ บริเริวณพื้นกลีบจะ เห็น ห็ เส้นกลีบชัดเจน ที่ดอกมีเกสรตัวผู้ขนาดแตกต่างกันจำ นวน 10 ก้าน มี ก้านอับเรณูโค้งงอขึ้น ดอกมักจะบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือน พฤษภาคม แต่ก็มีบางกรณีที่ออกดอกนอกฤดูเหมือนกัน เช่น ในช่วงเดือน ธันวาคมถึงเดือนมกราคม
ลักษณะ ของผลหรือ รื ฝัก ฝั คูน คู ผลราชพฤกษ์ หรือรื ฝักราชพฤกษ์ (ฝักคูณ) ผลมีลักษณะเป็น ฝักรูปทรงกระบอกเกลี้ยง ๆ ฝักยาวประมาณ 20-60 เซนติเมตร และวัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ราว 2-2.5 เซนติเมตร ฝักอ่อนจะมีสีเขียว ส่วนฝักแก่จัดจะมีสีดำ ในฝัก จะมีผนังเยื่อบาง ๆ ติดกันอยู่เป็นช่อง ๆ ตามขวางของฝัก และในช่องจะมีเมล็ดสีน้ำ ตาลแบน ๆ อยู่ มีขนาดประมาณ 0.8-0.9 เซนติเมตร
อ้า อ้ งอิง อิ https://docs.google.com https://medthai.com
Thank you!