นาฏยนิพนธเชงิสรางสรรค
หมอหอม
เมืองแพร
หลกัสูตรครศุาสตรบัณฑติสาขานาฏศลิปคณะครศุาสตรมหาวิทยาลัยราชภฏัเชียงใหม
“คำนยิม”
นาฏยนพินธ์ถือได้ว่าเป็นกระบวนการการเรียนรูใ้นการสร้างสรรค์ผลงานของนกัศกึษาชั้นปีท่ี4
หลกัสูตรครุศาสตรบัณฑิตสาขาวิชานาฏศลิป์นำเสนอในรูปแบบการแสดงทั้งเชิงอนรุักษ์
และสรา้งสรรคก์อ่นทีน่ักศึกษาจะได้ออกฝึกประสบการณ์วิชาชพีครูอย่างเต็มรปูแบบในชนั้ปีที่5
ขอช่นืชมกลุม่“หมอ้ห้อมเมอืงแพร”่ท่มีีเเนวความคดิในการหยบิยกข้ันตอนกรรมวธิีการย้อมผา้
จากต้นหอ้มนำไปสกู่ารนำผลติภณัฑ์สรา้งสรรคเ์ปน็เครอื่งแต่งกายประกอบการแสดงเเนวล้านนา
สร้างสรรค์ซ่งึถอืไดว้า่เปน็การตอ่ยอดงานฝมีอืของชาวเมอืงแพร่เพ่ือให้ทุกคนไดร้บัรู้ถงึความต้งัใจ
และไดช้่นืชมผลงานท่ีสามารถสร้างสรรคอ์อกมาไดอ้ย่างดีเยีย่มขออำนวยพรใหก้ลมุ่“หมอ้หอ้มเมอืงแพร่”
จงประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลงานตลอดจนทัง้เร่อืงการเรียนและชีวิตความเปน็ครใูนอนาคต
จึงขออำนวยพรมาณโอกาสน้ี
อาจารย์ว่าท่ีรอ้ยตรสีรายุทธอ่องแสงคุณ
ประธานหลกัสูตรครศุาสตร์บณัฑติ
“คำนยิม”
นาฏยนพินธ์ชดุหมอ้ห้อมเมืองแพร่เป็นผลงานสรา้งสรรคง์านทางด้านศิลปะการแสดง
ของนักศึกษาหลกัสูตรครุศาสตรบณัฑิตสาขาวิชานาฏศลิป์มหาวิทยาลยัราชภฏัเชยีงใหม่ทไ่ีด้นำ
แรงบันดาลใจจากผา้หม้อห้อมของจังหวดัแพร่ทมี่ชีื่อเสียงของบ้านทงุ่โฮง้อนัไดร้ับการสืบทอด
กระบวนการวิธีการทำผ้าหม้อหอ้มมาอย่างยาวนานและมีความหลากหลายเหมาะต่อการสวมใส่
ในวถิชีวีิตประจำวัน
ซ่งึนักศกึษาไดม้คีวามตง้ัใจทจ่ีะถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณข์องผา้หม้อห้อมจงัหวดัแพร่
ใหเ้ปน็ผลงานการแสดงชุดหม้อหอ้มเมอืงแพร่โดยนักศกึษาไดป้ระมวลองค์ความรทู้ี่ได้รบั
จากการเรยีนในชน้ัเรียนสู่การออกแบบองคป์ระกอบการแสดงรวมถงึการเรยีนรู้หลักการทำงาน
เป็นกลุ่มทน่ีอกเหนอืจากหลกัการทางทฤษฎีแลว้นกัศึกษายงัได้ประสบการณ์จากการปฏบิตงิานจริง
ท่ตี้องควบคไู่ปกบัคุณธรรมจรยิธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพอันเป็นคุณสมบัตขิองนักศึกษาครู
สกู่ารเปน็ครูมอือาชีพในอนาคตตรงตามเปา้ประสงค์ของหลักสูตรสาขาวิชาและมหาวิทยาลยัไปต่อ
ข้าพเจา้อาจารยช์พัวชิญ์ใจหาญอาจารย์ประจำหลักสูตรมีความยินดเีปน็อยา่งยงิ่ทไ่ีดเ้ห็น
นกัศึกษาได้รงัสรรคศ์าสตรแ์ห่งงานศลิปะการแสดงออกส่สูงัคมอยา่งเปน็ประจักษ์ทไี่ดน้ำพาช่อืเสียง
มายังหลกัสูตรและมหาวทิยาลยัสุดท้ายน้ีขออวยพรในนักศึกษาประสบผลสำเรจ็ในหนา้ท่ีการงาน
การประกอบอาชพีขา้ราชการครตูามที่หวงัและสบืสานงานศิลป์ศิลปวัฒนธรรมอนัทรงคณุคา่สืบไป
“คำนยิม”
นาฏยนิพนธ์ชดุหมอ้ห้อมเมอืงแพร่เป็นผลงานสร้างสรรคง์านทางดา้นศิลปะการแสดง
ของนักศึกษาหลกัสตูรครุศาสตรบัณฑิตสาขาวิชานาฏศลิป์มหาวทิยาลยัราชภัฏเชยีงใหม่
ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผา้หมอ้หอ้มของจังหวัดแพร่ท่มีชีือ่เสียงของบ้านทงุ่โฮง้ดว้ยคณุสมบัติของผา้
มีความทนทานสวมใส่ผา้ย้อมครามแล้วไมม่ีกลน่ิอับหมอ้ห้อมแพร่มีคำกลา่ววา่“ใครมาเมอืงแพรต่้อง
ซ้ือผ้าหมอ้หอ้ม”
นกัศกึษามคีวามมุง่มั่นไดน้ำมารงัสรรค์ประยกุต์กระบวนการย้อมผา้ทำผา้หม้อหอ้มสีครามอนัลำ้ค่า
มีการทำสบืทอดความรูจ้ากภูมปิญัญาของบรรพบรุุษได้รบัการถา่ยทอดมาหลายชว่ัอายคุนเส้อืผ้าทีม่ีสขีาว
ทีเ่กดิจากการทอมายอ้มดว้ยสคีรามทไ่ีดจ้ากตน้หอ้มหรอืตน้ครามได้ผ้าทม่ีีสีเดยีวกันตลอดทั้งผืน
ซึ่งเปน็สัญลกัษณข์องชาวเมืองแพร่ใหเ้ปน็ผลงานการแสดงชุดหม้อหอ้มเมืองแพร่จากท่ีนกัศึกษา
ไดร้วบรวมองคค์วามรทู้ีไ่ดร้บัในการลงพืน้ทเ่ีก็บข้อมลูเชิงลึกและฝึกประสบการณ์การทำงานเปน็ทมี
นอกเหนอืจากหลักการเรยีนรทู้างทฤษฎแีลว้นักศึกษายงัไดป้ระสบการณจ์ากการปฏบิัติงานจริงทีต่อ้ง
ควบคไู่ปกบัคณุธรรมศีลธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณในวชิาชพีครูอนัเปน็คณุสมบตัิของนกัศกึษาครู
สู่การเป็นครมูอือาชพีในอนาคตตรงตามเปา้ประสงค์ของหลักสูตรสาขาวิชาและมหาวทิยาลัย
ข้าพเจา้อาจารยอ์าทติยาผวิขำอาจารยป์ระจำหลักสูตรมีความชื่นชมยินดเีปน็อยา่งยิง่ท่ีไดเ้หน็
นักศึกษาจดัผลงานสรา้งสรรค์การแสดงออกสูส่ังคมซ่งึนำพาชื่อเสียงมายังหลักสูตรและมหาวทิยาลยั
และขออวยพรให้นกัศกึษาทกุๆคนประสบแต่ความสำเรจ็ในหนา้ทกี่ารงานและพร้อมมงุ่ส่โูลกกวา้ง
เพอื่ต่อยอดสบืสานอนุรักษ์งานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคณุค่าของนาฏศิลป์ไทยต่อไป
แรงบนัดาลใจ
ผา้หมอ้หอ้มเปน็ผลิตภณัฑ์ทชี่ว่ยสรา้งรายไดใ้ห้กบัชาวบา้นทุง่โฮ่ง
และยงัเปน็ทน่ีิยมของชาวล้านนามาตงั้แต่อดีตปจัจบุันผ้าหมอ้หอ้มถูกพฒันา
ให้น่าสนใจมากข้ึนกวา่เดมิโดยมกีารยอ้มผา้พิมพล์ายมัดยอ้มและตดัเยบ็ใหม่
ลวดลายทแี่ปลกใหม่สวยงามทนัสมยัและดึงดูดสายตาผู้บรโิภคมากข้นึ
ผวู้ิจัยไดเ้กดิแรงบันดาลใจในการสร้างสรรคผ์ลงานนาฏศลิปข์นึ้มาใหม่
เพ่อืนำเสนอถงึประวัตคิวามเปน็มาและกรรมวธิีการย้อมผา้หม้อหอ้มบ้านทงุ่โฮง่
อำเภอเมอืงจังหวดัแพร่และนำผา้หม้อห้อมมาสร้างสรรค์เปน็การแสดง
ชดุหมอ้ห้อมเมอืงแพร่เพอ่ือนุรักษ์เผยแพร่และประชาสมัพันธ์ผา้หม้อหอ้ม
ใหเ้ป็นท่ีรจู้ักกนัอยา่งแพรห่ลาย
“แนวคิด
การแสดง”
คณะผ้วูิจัยสรา้งสรรค์การแสดง
จากผ้าหม้อหอ้มไดน้ำเสนอในรูปแบบ
นาฏศลิปล์้านนาร่วมสมยันำเสนอถึง
ตน้กำเนดิของผา้ยอ้มสคีรามหรือ
ผ้าหม้อหอ้มกรรมวธิกีารย้อมผา้หมอ้ห้อม
และพัฒนาการของผ้าหมอ้ห้อมตงั้แต่อดตี
จนถึงปจัจบุนัจัดใหเ้ห็นถงึกระบวนการ
ยอ้มผ้าหมอ้หอ้มทกุขน้ัตอนอย่างชัดเจน
แสดงใหเ้หน็ถึงคณุคา่ท่ไีด้มาจากภูมิปญัญา
ของชาวบ้านและความสวยงามของ
ผ้าหม้อหอ้มใช้ผแู้สดงท้ังหมดจำนวน13คน
ผูห้ญงิ9คนและผชู้าย4คน
ชวง
การ
แสดง
…
ชวงท1่ี
กำเนดิ
ผาคราม
นำเสนอถงึเรอ่ืงราวในการกำเนดิผ้ายอ้มสคีราม
จากตน้หอ้มหรอืผ้าหมอ้หอ้มและการเก็บตน้หอ้ม
เพ่อืนำมาทำผ้าหมอ้หอ้ม
ชวงท่ี2
ลลีายอมสี
นำเสนอถึงกระบวนการและวิธกีารทำผา้หมอ้หอ้ม
ตัง้แต่ข้ันตอนแรกจนถงึการยอ้มผ้าสคีรามเสรจ็
ชวงที่3
ของดีเมืองแพร
นำเสนอถึงการเกย้ีวพาราสี
ของผูช้าย-ผูห้ญิงโชว์ลวดลาย
และรูปแบบของชดุหม้อห้อม
ท่ีมีความโดดเด่นและทันสมัย
แตกต่างไปจากผา้หม้อห้อม
แบบเดิมในอดีต
ดนตรี
ทำนองเพลง
ทำนองเพลงแต่งขนึ้ใหม่โดยใหม้ที่วงทำนองของลา้นนาเปน็หลัก
มีในความร่วมสมัยจากจงัหวะกลมุ่เสยีงจากเครอ่ืงดนตรีตะวนัตก
เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการแสดงและใช้สำเนียงกลุ่มเสียง
ทีน่ยิมบรรเลงในเพลงพืน้บ้านลา้นนาท่ัวไป
กลองปจูา
(เมืองแพร)่
กลองอืด
(เมืองแพร่)
เชน่เพลงปุ่มเปง้เพลงอ่ือมาดัดแปลงทำนองเพอ่ืให้ได้กลิ่นอาย
ความเป็นพ้นืบา้นจ.แพร่เครือ่งดนตรีทใ่ีช้ดำเนนิทำนองจะเปน็
เครอ่ืงดนตรพีื้นบ้านภาคเหนอืทงั้หมดและมีเคร่ืองประกอบจังหวะ
เชน่กลองอืด(เมอืงแพร่)กลองปูจา(เมืองแพร่)ท่บี่งบอกถึงเอกลกัษณ์
ของดนตรพี้ืนบา้นจ.แพร่อยา่งชัดเจน
เครอื่งแตงกาย
คณะผูวิจยัไดสรางสรรคการแตงกาย
ออกเปน2รูปแบบ
รปูแบบที่1
ผห้ญูงิ:ใชผ้้าสีขาวเป็นเกาะอกห่มสไบและน่งุผา้ซิ่นแบบเชียงแสน
ผ้ชูาย :ใสเ่สือ้สีขาวแขนสัน้กระดมุ5เมด็นุ่งกางเกงสดอใสผ่้าคาดเอว
ชุดในรปูแบบท่ี1นี้จะเปน็การนําชดุพ้ืนเมอืงของชาวบา้นจงัหวัดแพร่มาประยกุต์
และสรา้งสรรคข์ึ้นใหม่โดยชดุในรูปแบบท่ี1มแีนวคดิในการใชส้จีากการย้อมผ้าหม้อหอ้ม
ทต่ี้องใช้ผา้ฝ้ายสขีาวนํามาจุม่ลงในน้ำหอ้มเม่อืจุ่มลงไปแลว้จะเป็นสีเขยีวเม่ือโดนอากาศ
จะกลายเป็นสฟี้าและเมอ่ืยอ้มช้ำๆจะกลายเปน็สีคราม
เคร่อืงแต่งกาย
ชาย-หญงิ
แบบด้งัเดิม
ของชาวจงัหวัดแพร่
ใคณะผวูจิัยไดสรางสรรคการแตงกาย
นรปูแบบที่2โดยไดร้บัแรงบนัดาลใจมาจากการแตง่กายของ
คนในยุคสมัยปัจจบุันท่มีคีวามสวยงามทันสมัยแปลกใหม่และมีการ
ผสมผสานรูปแบบการแตง่กายของชนเผา่ต่างๆทีอ่าศยัในจังหวดัแพร่
คณะผู้วิจัยจึงนาํผา้หม้อห้อมในรูปแบบเดมิมาสร้างสรรคใ์ห้ทันสมัย
และนา่สนใจมากย่ิงขึน้
“
ทรงผม
”
ทรงผมนักแสดงหญิงได้รบัแรงบนัดาลใจมาจากทรงผมของชาวไทพวนเน่ืองจากประชากร
สว่นใหญท่อ่ีาศัยอยใู่นบา้นทงุ่โฮ้งตำบลทุ่งโฮ้งอำเภอเมืองจงัหวดัแพร่เป็นชาวไทพวนหรือ
ลาวพวนซึ่งมีการอพยพมาจากประเทศลาวและเป็นผนู้ำการยอ้มผ้าหมอ้หอ้มเข้ามาในบ้านทงุ่โฮ้ง
ตำบลท่งุโฮง้อำเภอเมืองจงัหวัดแพร่คณะผวู้ิจัยไดป้ระยุกต์ทรงผมใหเ้ขา้กบัการแสดงและ
เคร่อืงแตง่กายโดยเกล้ามวยผมกลางศีรษะและประดบัพวงพ่ผู้าฝา้ย
“
คณะ
ผูวิจยั
”
อาจารยทปี่รึกษา อาจารยทป่ีรกึษา
อาจารยชพัวชิญ ใจหาญ อาจารยอาทติยาผิวขำ
นางสาวงามตา นางสาวปวริศา นางสาวนรศิรา
สุจาดกึ สทิธิ งามหนา้
นางสาวพัทธนิันท์ นางสาวพชิญาภา นางสาวกลุนนัทน์
ต๊ิบโคด เกตหุนองโพธ์ิ ทวิสุวรรณ
นางสาวสุจญิาดา นางสาวสภุาวดี นางสาวองัคณา
คงแกว้ ชา่งคำ อนิตะ๊
นาฏยนิพนธเชงิสรางสรรคชดุ“หมอหอมเมอืงแพร”