Europe : Cruise destination
ทา่ เรอื ในทวีปยโุ รป
1.ท่าเรือ HAMBURG เป็นเมืองท่าในแม่น้ำเอลล่ีในฮัมบูร์ก , เยอรมนี , 110 กิโลเมตร
(68 ไมล์) จากปากของมันในทะเลเหนือ เป็นที่รู้จักในนาม "ประตูสู่โลก" ( Tor zur Welt ) ของ
เยอรมนี[4]เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตามปริมาณ [5]ในแง่ของปริมาณงาน TEUฮัมบูร์กเป็น
ท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดอันดับสามในยุโรป (รองจากร็อตเทอร์ดามและแอนต์เวิร์ป ) และใหญ่เป็น
อันดับที่ 15 ของโลก ในปี 2014 มีการจัดการ 9.73 ล้าน TEU ( เทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน
20 ฟุต) ในฮัมบูร์ก ท่าเรือครอบคลุมพื้นที่ 73.99 ตารางกิโลเมตร (28.57 ตารางไมล์) (ใช้งานได้
64.80 กิโลเมตร²) ซึ่ง 43.31 กม. ² (34.12 กม. ²) เป็นพื้นที่บก Elbe ที่แตกแขนงสร้างสถานที่ที่
เหมาะสำหรับท่าเรือที่ซับซ้อนซึ่งมีคลังสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนถ่าย กว้างขวางฟรี
พอร์ตก่อตั้งขึ้นเมื่อฮัมบูร์กเข้าร่วมสหภาพศุลกากรเยอรมัน เปิดใช้งานการจัดเก็บสินค้านำเข้าแบบ
ปลอดภาษีและการนำเข้าวัสดุที่ผ่านกระบวนการบรรจุใหม่ใช้ในการผลิตแล้วส่งออกใหม่โดยไม่ต้อง
เสียภาษีศุลกากร ทา่ เรือเสรีถูกท้ิงในปี 2013
2.ทา่ เรือ HELSINK เป็นผโู้ ดยสารท่คี กึ คกั ท่สี ดุ พอรต์ ในโลกและพอรต์ หลกั สาหรบั การค้า
ต่างประเทศในฟินแลนด์ สาหรบั การจราจรผโู้ ดยสารพอรต์ ดาเนนิ การเช่ือมตอ่ สายการบนิ ปกติไปยงั จดุ หมาย
ปลายทางเช่นทาลลนิ น์ , สตอกโฮล์ม , เซนตป์ ีเตอรส์ เบริ ์กและTravemündeใหบ้ รกิ ารปรมิ าณรวม 11.6
ลา้ นคนในปี 2018 นอกจากนีย้ งั เป็นสถานท่ียอดนยิ มสาหรบั นานาชาติเรือลอ่ งเรือกบั 520,000 ผโู้ ดยสารขา
เขา้ ใน 2018 ในแง่ของการรวมสายการบินและผโู้ ดยสารลอ่ งเรอื ก็แซงทา่ เรือโดเวอร์ในปี 2017 จะกลายเป็น
พอรต์ ผโู้ ดยสารคกึ คกั ท่ีสดุ ในโลก ในฐานะทา่ เรือขนสง่ สินคา้ ชนั้ นาของฟินแลนดม์ ีการขนสง่ สนิ คา้ ทงั้ หมด 14.7
ลา้ นตนั ในปี 2018 สนิ คา้ ส่งออกหลกั ไดแ้ ก่ ผลิตภณั ฑส์ าหรบั อตุ สาหกรรมป่าไมเ้ คร่อื งจกั รและอปุ กรณใ์ น
ขณะท่ีการนาเขา้ กลมุ่ ผลติ ภณั ฑท์ ่ี โดดเดน่ ท่ีสดุ คอื สนิ คา้ อปุ โภคบรโิ ภคประจาวนั
3.ท่าเรอื รอตเตอร์ดมั (Port of Rotterdam)
ทา่ เรือแหง่ น้ีตงั้ อย่บู นแม่นำ้ ไรน์และแม่น้ำเมซิ หรือมาส (Meuse/Maas) ซง่ึ เปน็ แมน่ ำ้ ที่เกดิ ในฝรั่งเศส
ไหลผ่านเบลเยี่ยมและออกสู่ทะเลที่เมืองรอตเตอร์ดัม ท่าเรือรอตเตอร์ดัมเป็นท่าเรือที่มีปริมาณสินค้า
ผ่านท่าเรือสูงเป็นอันดับ 1 ของยุโรป ใน ปี 2013 มีปริมาณสินค้าผ่านท่า 440.6 ล้านตัน และมี
ปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า 11.6 ล้านทีอียู ท่าเรือมีความยาวหน้ารวม 42 กิโลเมตร สามารถรับเรือที่กิน
น้ำลึกได้สูงสุดถงึ 25 เมตร1 นอกจากนี้ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งอยู่สองฝั่งท่าเรือ ในปีที่ผ่าน
มามีเรือที่ขนส่งทางลำน้ำเข้าเทียบท่า 99,000 ลำ โดยท่าเรือมีท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าตามลำน้ำ 53
ท่า ท่าเรือรอตเตอร์ดัมเป็นท่าเรือสำคัญในการเชื่อมต่อการขนส่งทางทะเลกับการขนส่งทางแม่น้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำไรน์ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดในการขนส่งสินค้าทางลำน้ำของยุโรป จึงทำ
ให้สินค้าที่ที่ขนส่งมายังท่าเรือโดยทางลำน้ำมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 48 หรือประมาณ 150 ล้านตัน ใน
จำนวนนี้เป็นสินค้าเทกองประมาณ 60 ล้านตัน และสินค้าเหลวประมาณ 60 ล้านตัน และสินค้าตู้
ประมาณ 25 ล้านตนั ในขณะท่กี ารขนสง่ โดยรถบรรทุกมสี ัดส่วนเพียงรอ้ ยละ 25 รถไฟร้อยละ 7 และ
ทางท่อร้อยละ 17 ท่าเรือมีนโยบายในการเพ่มิ สดั สว่ นการขนส่งสนิ คา้ ทางลำน้ำ โดยลดค่าภาระการใช้
ท่าเรือให้แก่เรือสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะร้อยละ 15 และเรือที่ใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิงร้อยละ 30
ซึ่งมาตรการนี้ได้รับเงินอุดหนุนบางส่วนจากเทศบาลเมืองรอตเตอร์ดัม สำหรับท่าเทียบเรือ
Maasvlakte 2 ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าที่ก่อสร้างใหม่และเปิดดำเนินการในปี 2015 ได้กำหนดให้
พาหนะท่ีขนสง่ ตู้สินค้าไปยังทา่ เทียบเรือตอ้ งเป็นพาหนะใหมท่ ่รี กั ษาส่งิ แวดลอ้ มเท่านน้ั
นอกจากน้ที ่าเรอื ยังมกี ลยุทธ์เชงิ รุกในการสนับสนนุ ใหเ้ จ้าของสินค้าขนสง่ โดยทางลำนำ้ โดยการลงทุน
ก่อสร้างท่าเรือในลำน้ำในแหล่งอุตสาหกรรมในประเทศที่สำคัญ โดยในช่วงแรกให้ผู้ประกอบการ
ท่าเรือเช่า 10 ปี หากธุรกิจไปได้ดีจึงจะขายท่าเรือให้แก่ผูป้ ระกอบการ ในการนี้ท่าเรือรอตเตอร์ดัมได้
ร่วมกับผู้ประกอบการท่าเรือลำน้ำในการจัดทำแผนการตลาดเพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเปลี่ยน
รูปแบบการขนส่งจากทางถนนมาเป็นทางลำน้ำ วัตถุประสงค์เพื่อลดมลภาวะ (ก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์) ที่เกิดจาการขนส่งทางถนน และยังได้จัดทำระบบ Inland Link ซึ่งเป็นระบบ
ออน์ไลน์บนเว็บไซด์ เพื่อให้เจ้าของสินค้าสามารถค้นหาข้อมูลท่าเรือลำน้ำในประเทศ เส้นทางขนส่ง
ทางลำน้ำมายังท่าเรือรอตเตอร์ดัม และข้อมูลตู้สินค้าเปล่าของสายเดินเรือต่าง ๆ ที่ให้บริการขนส่ง
ทางลำนำ้ ปัจจุบนั เว็บไซดน์ ้ีมที ่าเรือลำนำ้ เป็นสมาชกิ 70 ท่า และสายเดินเรือทางลำนำ้ 12 สาย
แผนผังทตี่ ้งั ทา่ เรือรอตเตอรด์ ัม
4.ท่าเรือแอนท์เวิร์ป (Port of Antwerp) ท่าเรือแอนท์เวิร์ปตั้งอยู่บนสองฝั่งของ
แม่น้ำสเกล์ท (Scheldt) ซึ่งมีต้นกำเนิดในภาคเหนือของยุโรปไหลผ่านเมืองเกนต์ (Ghent) และเมือง
แอนท์เวริปกอ่ นไหลลงสู่ทะเลเหนือ ท่าเรือแอนท์เวริปเป็นทา่ เรือท่ีใหญ่สดุ ของประเทศเบลเยียม และ
ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปรองจากท่าเรือรอตเตอร์ดัม ในช่วงแรกท่าเรือตั้งอยู่บนฝั่งขวาของ
แม่น้ำสเกลท์ ต่อมาไดข้ ยายมายงั ฝ่ังซ้ายของแม่น้ำ ปจั จุบนั ทา่ เทียบเรอื มคี วามยาวรวม 157 กโิ ลเมตร
ในปี 2013 ท่าเรือมีสินค้าผ่านท่า 190.8 ล้านตัน และตู้สินค้าผ่านที่ 8.6 ล้านทีอียู3 ร้อยละ 37 ของ
ปริมาณสินค้าท้ังหมด4 และร้อยละ 35 ของปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าขนส่งโดยทางลำน้ำ5 มีเรือลำเลียง
ผ่านแวะจอดสินค้ามากกว่า 48,000 ลำต่อปี6 ทั้งนี้เป็นผลมาจากท่าเรือตั้งอยู่กึ่งกลางของสามเหลี่ยม
ปากแม่น้ำสเกล์ท–มาส–ไรน์ นอกจากแม่น้ำสเกล์ทแล้วท่าเรือยังเชื่อมต่อด้วยคลองต่าง ๆ ได้แก่
Scheldt–Rhine Canal, Albert Canal, Brussels–Sea Canal และ Canal Ghent Terreuzen ใน
ปี 2030 ท่าเรือมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ขนส่งทางลำน้ำมายังท่าเรือเป็นร้อยละ 40 และ
สินค้าตู้เป็นร้อยละ 42 ประเทศเบลเยียมเองก็มีเป้าหมายที่จะพัฒนาโครงข่ายเส้นทางน้ำในประเทศ
ให้สามารถรับเรือได้ ตั้งแต่ 250–18,000 ตัน ทั้งนี้เพื่อลดความแออัดของการจราจรบนถนน ปัญหา
หนึ่งที่สำคัญในการขนส่งทางลำน้ำ คือ ความสูงของสะพาน ดังนั้น ท่าเรือจึงได้ร่วมกับรัฐบาลในการ
วางแผนปรับปรุงสะพานใน Albert Canal ซึ่งเชื่อมเมืองแอนท์เวิร์ปและเมืองลีแยฌ (Liège) ซึ่งเป็น
เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศเบลเยียม สะพานมีทั้งหมด 23 แห่ง ในปี 2020 มีเป้าหมายท่ี
จะปรับปรุงสะพาน 15 แห่ง ให้มีความสูง 9–10 เมตร กว้าง 86 เมตร เพื่อให้เรือลำเลียงขนาด
10,000 ตัน สามารถลอดผา่ นได้ โครงการน้ไี ดร้ บั งบประมาณสนบั สนุนจากรฐั บาลเบลเยยี มภาคเหนือ
(Femish Government) และสหภาพยโุ รปภายใต้โครงการ TEN–T
นอกจากนี้ท่าเรือแอนวิร์ปได้จัดทำระบบออน์ไลน์เพื่อใช้ในการวางแผนในการขนส่งทางลำน้ำ โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อลดเวลาที่ใช้ในการขนส่งตู้สินค้าได้แก่ Automatic Identification System (AIS)
เป็นระบบเพื่อใช้ในการติดต่อระหว่างเรือและผู้ดูแลประตู้น้ำ ระบบนี้ใช้โปรแกรม GPS ที่ติดตั้งในเรือ
ลำเลียงเพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อเรือ ความเร็วเรือ และเส้นทางเดินเรือ เพื่อกำหนดเวลาที่มาถึง
ประตูน้ำ ระบบนี้ช่วยลดเวลาในการรอคอยเพื่อผ่านประตูให้เหลือไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อลำ อีกระบบ
ได้แก่ Barge Traffic System (BTS) เป็นระบบช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งตู้สินค้าด้วยเรือลำเลียง
และผู้ประกอบการท่าเทียบเรือลำเลียงในท่าเรือแอนท์เวิร์ปสามารถวางแผนการขนส่งตู้สินค้าร่วมกัน
โดยมวี ัตถุประสงคเ์ พ่อื ลดเวลาของเรอื และตู้สินคา้ ทอ่ี ยู่ในทา่ เรอื ลดลง
แผนผงั ทา่ เรือแอนท์เวรปิ
5.ท่าเรือLE HAVRE ท่าเรือเลออาฟร์เป็นพอร์ตและพอร์ตอำนาจของฝรั่งเศสที่เมือง
เลออาฟร์ เป็นทา่ เรือพาณิชย์ทีใ่ หญเ่ ปน็ อันดบั สองในฝร่ังเศสในแง่ของน้ำหนกั โดยรวม และเปน็ ท่าเรือ
คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีอาคารผู้โดยสารสามชุด สามารถรองรับเรือสำราญระดับโลกทุกขนาด
และกำลังวางแผนท่าจอดเรือแห่งใหม่ที่สำคัญ Le Havre เชื่อมโยงกับPortsmouthประเทศอังกฤษ
โดย Brittany Ferries
FRANCE เป็นประเทศที่มีท่าเรือมากที่สุดในยุโรป มีท่าเรือLE HAVRE เป็นท่าเรือขนาดใหญ่
เพียงแห่งเดียวของประเทศที่มีปริมาณสินค้ามากที่สุดและเป็น ท่าเรือถ่ายสำหรับกระจายสินคาไป
ยังท่าเรือขนาดเล็กต่อไปดังนั้นหากมีสินค้าส่งออกไปในท่าเรือเหล่าน้ีก็ต้องตรวจสอบระยะเวลาท่ี
สินค้าไปถึงก่อนทุกกครั้ง ท่าเรือต่างๆของฝร่ังเศษ PORT BREST,PORT CLERMONT-FERRAND
PORT DIJON,PORT FOS-SUR-MER ,PORT LYON ,PORT MARSEILLE ,PORT NANTES ,PORT
ORLEANS,PORT PARIS ,PORT STRASBOURG ,POTR TOULOUSE
6.ท่าเรือโคเปอร์ (Port of Koper หรือ Luka Koper) เป็นท่าเรือหลักที่ใหญ่และสำคัญ
แห่งหนึ่งของทวีปยุโรปตั้งอยู่ที่เมืองโคเปอร์ ทางตอนใต้ของประเทศสโลวีเนีย และอยู่ทางตอนเหนือ
ของทะเลอะเดรยี ติก (Adriatic Sea)โดยสโลวเี นยี มีพื้นท่ีตดิ ชายฝ่ังทะเลอะเดรียตกิ เป็นระยะทางรวม
46.6 กิโลเมตร ทำเลที่ตั้งอันเหมาะสมทำให้ท่าเรือโคเปอร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้า
ต่อไปยงั ประเทศต่าง ๆ ทางตอนในของทวีปยุโรปท่ีไมต่ ดิ ทะเล อาทิ ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี
และสโลวาเกียซึ่งจะสะดวกและรวดเร็วกว่าการขนส่งผ่านท่าเรืออื่น ๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
อาทิ ทา่ เรอื ในฝรั่งเศสและอติ าลี ฯลฯ โดยจะชว่ ยลดระยะเวลาในการขนส่งไดร้ าว 5-10 วัน
7.ท่าเรือโคนัค (Konak Pier) เป็นท่าเรือที่มีสถาปนิกผู้ออกแบบคนเดียวกันกับหอไอไฟ
ลในกรุงปารสี ทา่ เรอื ท่ีมที ศั นียภาพสวยงามริมทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนียนในเมืองอิซเมยี รแ์ หง่ นี้ ไม่เพียงแต่
เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดย่อม โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ แต่ยังเป็นสถานที่เหมาะ
สำหรบั การเดนิ เลน่ และชมพระอาทิตยต์ กในยามเยน็ อกี แหง่ หนงึ่
ท่าเรือโคนัคสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1875 - 1890 ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดยกุสตาฟ
ไอเฟล (Gustave Eiffel) วิศวกรและสถาปนิกชาวฝรัง่ เศสคนเดียวกันกับที่ออกแบบหอไอเฟลในเมือง
ปารีส แตเ่ ดมิ ทา่ เรือโคนคั ถูกสร้างขึ้นเพือ่ ทำหนา้ ท่เี ป็นคลังสนิ ค้าร่วมกบั ดา่ นศุลกากรฝรั่งเศส
ภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานของท่าเรือแห่งนี้อยู่หลายต่อหลายครั้งด้วยกัน
ตอ่ มาในปี ค.ศ. 1960 ทา่ เรือโคนัคไดท้ ำหน้าท่เี ป็นตลาดปลา (Fish Market) ของอซิ เมยี ร์ ซึ่งตอ่ มาใน
ปี ค.ศ. 2004 ก็ได้มีการปรับปรุงอีกครั้งและเปิดเป็นห้างสรรพสินค้าหรู นับตั้งแต่นั้นท่าเรือแห่งนี้จึง
กลายมาเปน็ หนึง่ ในสถานท่ที อ่ งเที่ยวท่สี ำคญั ของเมืองอิซเมยี ร์
ท่าเรือโคนัคตั้งอยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกาอิซเมียร์ (Izmir Clock Tower) และตลาดเคเม
อราลติ (Kemeralti Market) บรเิ วณทา่ เรือมีทศั นียภาพท่สี วยงามของทั้งสว่ นทเ่ี ปน็ เมืองริมทะเลและ
วิวอันกว้างไกลของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันบริเวณท่าเรือโคนัคมีช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ย่อมๆ อาร์ต
แกลเลอรีเล็กๆ คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านหนังสอื และโรงภาพยนตร์ เปน็ สถานทอ่ี ีกแหง่ หนงึ่ ในอิซเมียร์ท่ี
นักทอ่ งเท่ียวสามารถมาเดินเลน่ ผอ่ นคลาย และชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นไดเ้ ป็นอย่างดี