The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

65-เอกสารประกอบการเรียน (2) พระธรรม ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Plus Psk Wongtho, 2022-11-12 11:52:00

65-เอกสารประกอบการเรียน (2) พระธรรม ม.1

65-เอกสารประกอบการเรียน (2) พระธรรม ม.1

(ส21103)

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 2

2.1 พระรตั นตรยั และพทุ ธคุณ 9
(1) ความหมายของพระรตั นตรัย
พระรัตนตรัย (พระ-รัด-ตะ-นะ-ไตร) หรือพระไตรรัตน์ (พระ-ไตร-รัด) หมายถึง แก้ว 3 ประการ

อันประเสรฐิ สุดของพทุ ธศาสนกิ ชน ท่ีเรยี กวา่ รตั น (แกว้ ) เพราะเป็นส่ิงทป่ี ระเสริฐ มคี า่ สูง และหาไดย้ าก เทยี บดว้ ยดวงแก้วมณี
(2) องค์ประกอบของพระรตั นตรัย
พระรัตนตรัย มีองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเรียกเต็มว่า

พุทธรตั นะ ธรรมรตั นะ และสงั ฆรตั นะ
(2.1) พระพุทธ/พระพุทธเจ้า: ผู้ค้นพบพระธรรมหรือหลักธรรมแล้วนำมาสั่งสอนชาวโลก

ให้รแู้ ละปฏิบัติตาม ทรงเพยี บพรอ้ มด้วยพระปัญญาคุณ พระวสิ ุทธคิ ุณ และพระกรุณาคณุ
(2.2) พระธรรม: สภาพความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาประกาศ เผยแผ่

และสงั่ สอนชาวโลก ซง่ึ สามารถให้ผลแกผ่ ู้ปฏบิ ตั ติ ามสมควรแก่การปฏบิ ตั ิ
(2.3) พระสงฆ์: เป็นสาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และ

นำมาเผยแผ่แกช่ าวพุทธใหไ้ ด้รบั ประโยชนจ์ ากการปฏิบตั ิ

(3) ความสำคัญของพระรัตนตรยั
พระรัตนตรัย เป็นสิ่งที่ควรเคารพบูชาสูงสุดและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน

ในชีวิตประจำวันของพุทธศาสนิกชนล้วนมคี วามเกี่ยวข้องกับพระรัตนตรัยอยูเ่ สมอ เช่น การทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ ฯลฯ
ดังนัน้ พระรตั นตรยั จงึ มีความสำคญั ตอ่ พุทธศาสนิกชนเปน็ อย่างยง่ิ

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 3

(4) ความหมายของพทุ ธคุณ 9
พุทธคุณ อ่านว่า พุด-ทะ-คุน หมายถึง พระคุณความดีของพระพทุ ธเจ้าท่ีมีต่อชาวโลก ซ่ึงจำแนกตาม

บทสวดสรรเสริญพทุ ธคณุ ว่า

(5) องคป์ ระกอบของพทุ ธคณุ

พทุ ธคณุ มี 9 ประการ ดังนี้

ภาษาบาลี ภาษาไทย คำแปล
เปน็ ผู้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส
(5.1) อรหํ อะระหัง เปน็ ผตู้ รัสรู้เองโดยชอบ
เปน็ ผพู้ ร้อมด้วยความรูแ้ ละความประพฤติ
(5.2) สมมฺ าสมพฺ ุทโฺ ธ สัมมาสมั พุทโธ เปน็ ผเู้ สดจ็ ไปแล้วด้วยดี
เป็นผู้ร้แู จง้
(5.3) วชิ ชฺ าจรณสมฺปนฺโน วชิ ชาจะระณะสมั ปนั โน เปน็ ผู้ฝึกคนทค่ี วรฝึกอยา่ งยอดเยี่ยม
เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ท้งั หลาย
(5.4) สุคโต สคุ ะโต เปน็ ผตู้ ่ืนแล้ว
เปน็ ผู้มโี ชค, ผู้จำแนกธรรม
(5.5) โลกวิทู โลกะวิทู

(5.6) อนุตฺตโร ปรุ สิ ทมมฺ สารถิ อนตุ ตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

(5.7) สตถฺ าเทวมนสุ ฺสานํ สัตถาเทวะมะนุสสานัง

(5.8) พุทฺโธ พทุ โธ

(5.9) ภควาติ ภะคะวาติ

ทั้งนี้ พุทธคุณ 9 สามารถสรุปย่อลงในพุทธคุณ 3 ซึ่งพุทธคุณ 3 ได้แก่ พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ
และพระกรณุ าคณุ ดังนี้

 พระปัญญาคุณ: พระคุณความดีด้านพระปัญญาที่ทำให้พระองค์ตรัสรู้พระธรรมแล้ว
ทรงนำมาสั่งสอนชาวโลกให้รูแ้ ละปฏิบตั ติ าม

 พระวสิ ทุ ธิคุณ: พระคุณความดดี า้ นความบริสุทธิ์ สะอาด และปราศจากกิเลสและความช่ัว
ทง้ั หลาย

 พระกรุณาคณุ : พระคณุ ความดดี า้ นพระเมตตากรณุ าท่มี ีต่อสรรพสตั วใ์ นโลก

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 4

(6) คุณคา่ ของพทุ ธคณุ
พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างท่ีดีใหพ้ ุทธศาสนิกชนไดย้ ดึ ถือปฏิบัติตามในการดำเนินชีวติ ซึ่งส่งผลดี

ตอ่ ผทู้ ่ปี ระพฤติปฏบิ ัตติ ามและสงั คมโดยรวม

2.2 พุทธศาสนสภุ าษิต

(1) ความหมายของพทุ ธศาสนสภุ าษติ

พทุ ธศาสนสุภาษติ อ่านวา่ พุด–ทะ–สาด–สะ–นะ–สุ–พา–สิด หมายถึง หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

กล่าวไวใ้ นรูปแบบของข้อความสนั้ ๆ แต่มเี นอ้ื หาสาระท่เี ป็นขอ้ คดิ สำหรบั การดำเนนิ ชีวิต จะแสดงไว้เป็นภาษาบาลี และมคี ำแปล

เปน็ ภาษาไทย

(2) หลักพืน้ ฐานในการอ่านภาษาบาลี

(2.1) พยญั ชนะตวั ใดเขียนโดด ๆ โดยไม่มีสระ ให้อา่ นออกเสยี ง อะ

เช่น มาฆ อ่านว่า มา-คะ

นส อา่ นว่า นะ-สะ

(2.2) พนิ ทุ (จุดใต้พยญั ชนะ) เป็นตวั สะกด ไมต่ อ้ งอ่านออกเสียง

เช่น อตฺถิ อ่านว่า อดั -ถิ

ปฏจิ ฺจ อ่านวา่ ปะ-ตดิ -จะ

(2.3) พนิ ทุ (จุดใต้พยญั ชนะ) เปน็ ตวั ควบกลำ้ อา่ นออกเสยี งกึง่ มาตรา

เชน่ กตวฺ า อ่านวา่ กดั -ตะ-วา (ต เป็นท้ังตวั สะกดและพยัญชนะ)

(2.4) นคิ หิต (วงกลมเลก็ บนพยญั ชนะ) เปน็ พยัญชนะ อา่ นออกเสียง แม่กง (ง)

เชน่ กตํ อ่านวา่ กะ-ตงั

สํคายนา อา่ นวา่ สัง-คา-ยะ-นา

วิสฺุํ อ่านวา่ ว-ิ สงุ

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 5

(3) พทุ ธศาสนสภุ าษติ ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1

(3.1) ยํ เว เสวติ ตาทิโส อา่ นว่า ยงั -เว-เส-วะ-ต-ิ ตา-ทิ-โส
คบคนเช่นใด เปน็ คนเช่นน้ัน
แปลว่า คบคนดเี ป็นมิตร ก็จะคอยแนะนำให้ทำแต่ส่ิงท่ดี ี
คบคนไม่ดีเป็นมิตร
ข้อคิด กจ็ ะชกั นำให้เราทำไมด่ ีตามไปดว้ ย
อัด-ตะ-นา-โจ-ทะ-ยดั -ตา-นัง
(3.2) อตตฺ นา โจทยตฺตานํ อา่ นวา่ จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง
แปลว่า ควรฝึกเตอื นตนอยูเ่ สมอวา่
ขอ้ คิด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไมค่ วรทำ
หมนั่ พจิ ารณาวา่ ส่งิ ที่ได้กระทำไปในวันนีว้ ่า
(3.3) นสิ ฺมม กรณํ เสยโฺ ย อา่ นวา่ มีความผิดพลาดหรือไม่ อยา่ งไร
แปลว่า เพอ่ื ป้องกนั แก้ไข พฒั นาให้ดีย่งิ ข้ึน
ขอ้ คิด น-ิ สำ-มะ-กะ-ระ-นัง-เสย-โย
ใคร่ครวญก่อนแล้วจงึ ทำดีกว่า
(3.4) ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า อา่ นว่า ก่อนตดั สนิ ใจทำสงิ่ ใด
แปลว่า ควรคดิ พจิ ารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบเสยี ก่อน
ข้อคิด คิดถงึ ผลดี ผลเสยี ทจ่ี ะได้รับ
เพ่ือจะได้ไมต่ ้องเสียใจภายหลัง ไมค่ วรประมาท
ท-ุ รา-วา-สา-คะ-รา-ทุก-ขา
เหย้าเรอื นทปี่ กครองไม่ดี นำทุกข์มาให้
ครอบครวั ท่บี ิดามารดา
ขาดความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ ไม่ดแู ล เอาใจใส่
ทำใหค้ รอบครัวขาดความเปน็ ระเบยี บ
ลูก ๆ ทะเลาะเบาะแวง้ กนั
หรอื ประพฤติตนไมเ่ หมาะสม
ซ่งึ จะนำความทกุ ข์รอ้ นมาให้
ควรนำหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
“ฆราวาสธรรม 4” ไปเปน็ แนวปฏบิ ตั ิ
ในการดำเนินชีวติ ครอบครวั

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 6

2.3 อริยสจั 4 (ทกุ ข์ สมุทัย นโิ รธ มรรค)
(1) ความหมายของอริยสัจ 4
อริยสัจ 4 (อริยะ=ประเสริฐ+สัจ=ความจริง) แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ

ซง่ึ เปน็ หลกั ธรรมทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงตรัสร้ดู ว้ ยพระองคเ์ อง เปน็ หลักแห่งเหตุ–ผล
(2) องค์ประกอบของอริยสัจ 4
อรยิ สจั 4 ประกอบด้วย ทุกข์ (ผล) สมุทยั (เหตุ) นโิ รธ (ผล) มรรค (เหต)ุ

ตัวอย่างการแกป้ ัญหาโดยใช้ อรยิ สจั 4 ในชวี ติ ประจำวนั
ตวั อย่างที่ 1 ทุกข์ (ผล) นำ้ หนักตัวมากจนรสู้ ึกอึดอดั ถูกเพือ่ นล้อ
สมทุ ัย (เหตุ) ทานอาหารมากเกินไป
นิโรธ (ผล) หนุ่ ดี รา่ งกายแข็งแรง
มรรค (เหตุ) พยายามในการควบคุมปริมาณการกิน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ตวั อย่างที่ 2 ทกุ ข์ (ผล) สอบตก ทุกขใ์ จเพราะการสอบตก
สมทุ ยั (เหต)ุ ไมต่ ้ังใจเรียน ไม่อ่านหนังสือ
นโิ รธ (ผล) สอบผา่ น
มรรค (เหตุ) ตั้งใจเรยี น อา่ น ท่องหนังสือ

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 7

[1] ทกุ ข์ หมายถงึ ความไมส่ บาย ไม่สบายใจ สภาพทีท่ นอยูไ่ ดย้ าก หรอื ปัญหาทั้งหมดของชวี ติ
เป็นธรรมท่ีควรรู้ ในระดับชัน้ ม.1 ประกอบด้วย ขันธ์ 5 และธาตุ 4
ขันธ์ 5 (เบญจขนั ธ์) คอื องคป์ ระกอบของชีวิตตามหลักศาสนา 5 ประการ ประกอบด้วย
 รปู หมายถึง สิง่ ทเี่ ป็นรปู รา่ ง ร่างกาย จับตอ้ งได้
 เวทนา หมายถงึ ความรสู้ กึ สุข (สขุ เวทนา) ทกุ ข์ (ทกุ ขเวทนา) หรอื เฉยๆ (อุเบกขาเวทนา)
 สญั ญา หมายถึง ความจำได้ หมายรู้ เช่น จำรูป รส กลน่ิ เสียงได้
 สังขาร หมายถงึ ความคิดท่เี กิดขน้ึ โดยจิตเปน็ เครอ่ื งกำหนดหรอื ปรุงแตง่ ให้ลงมอื กระทำ
 วญิ ญาณ หมายถงึ การรับรู้ผ่านประสาทสมั ผัสท้ัง 5 (ตา หู จมูก ลน้ิ กาย) และทางใจ/ความคดิ

... สมมติว่า เดินเขา้ ไปในห้างแล้ว สายตาหันไปเหน็ รองเท้าทีถ่ ูกใจ
ท่เี คยเล็งเอาไว้ เมื่ออาทติ ย์ท่ีแลว้ มันลดราคา 30% รู้สึกอยากได้ขึ้นมาในทันที
ฝนั หวานมโนไปว่า ใสร่ องเทา้ คูน่ ี้ เขา้ คู่กบั ชุดเกง่ ไปเดินเล่นกับแฟนใหค้ วามรู้สกึ ดสี ดุ ๆ
แต่วนั นนั้ เปน็ ชว่ งกลางเดือน รู้ดวี ่า ถ้าเอาเงนิ มาจ่ายคา่ รองเทา้ เงินก็ไม่พอใช้ถึงสิน้ เดือน
ครั้นจะรูดบตั รเครดิตดอกเบี้ยก็แพง แถมวงเงินก็เหลือไม่มาก อยากไดร้ องเทา้ คนู่ ีม้ าก

แต่ยงั ตัดสนิ ใจไม่ได้ สุดทา้ ยกเ็ ครียด! ...

จากเหตกุ ารณ์ตัวอย่าง
รปู คอื ตอนท่สี ายตามองไปเหน็ รองเท้า รองเท้า คอื รปู
เวทนา คือ เมอื่ ร้วู ่ามนั ลดราคา กเ็ ข้าไปเชค็ มันอกี ครัง้ ยง่ิ ดูย่งิ ชอบ
ความรูส้ ึกชอบนี้ คอื เวทนา
สญั ญา คอื จำรองเท้าคนู่ ้ันไดว้ า่ เป็นค่ทู ชี่ อบ การจำรองเทา้ ได้ คอื สญั ญา
สงั ขาร คอื การทฝี่ ันหวานมโนไปว่า ใส่รองเท้าคนู่ ้ี เขา้ คู่กบั ชดุ เก่ง
ไปเดินเล่นกับแฟนให้ความรสู้ ึกดีสดุ ๆ ความคดิ ปรงุ แตง่ นนั้ คอื สงั ขาร
วิญญาณ คือ เกดิ การรบั รูผ้ า่ นทางตา การรับรู้ คอื วญิ ญาณ

 ธาตุ 4 (แฝงอยใู่ นขันธ์ 5 หวั ข้อ “รปู ”) ส่วนประกอบที่สำคัญ 4 สว่ น ประกอบด้วย
 ธาตุดนิ (ปฐวธี าตุ) หมายถงึ ส่ิงท่ีมีลักษณะแขง็ เช่น เน้อื ผม เล็บ ขน กระดกู
 ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) หมายถึง สิ่งที่มีลักษณะเหลว ของเหลวต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น น้ำเลือด

น้ำหนอง น้ำเหลอื ง น้ำลาย
 ธาตุลม (วาโยธาตุ) หมายถงึ ส่ิงท่ีมีลกั ษณะเคล่อื นไหว เชน่ ลมหายใจ ก๊าซตา่ ง ๆ ในร่างกาย
 ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) หมายถึง สิ่งที่มีลักษณะร้อน ได้แก่ อุณหภูมิในร่างกาย ความอบอุ่น หรือ

ความร้อนท่เี ผาผลาญอาหารในร่างกาย

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 8

[2] สมทุ ยั หมายถงึ ตน้ เหตุหรือสาเหตุทที่ ำให้เกิดความทกุ ขห์ รือปญั หาทั้งหมดของชีวิต
 เป็นธรรมท่ีควรละ ในระดบั ชั้น ม.1 ประกอบดว้ ย ตณั หา 3 หลักกรรม (กรรม 2) และอบายมุข 6
 สาเหตุพื้นฐานของทุกข์ คือ ตัณหา 3 หมายถึง ความอยากและไม่อยากอันเป็นกิเลสของมนุษย์

3 ประการ ประกอบดว้ ย
 กามตณั หา (ความต้องการ ความอยากได้ทกุ สงิ่ ทีป่ รารถนา)
 ภวตัณหา (ความตอ้ งการ ความอยากเปน็ อยา่ งใดอย่างหน่ึง)
 วิภวตณั หา (ความตอ้ งการ ความไม่อยากได้หรือไม่อยากเป็น)

 หลักกรรม (กรรม 2) หมายถึง คือ การกระทำของมนุษย์ที่มีเจตนาหรือความจงใจเป็นสิ่งกำหนด
ก่อนลงมือกระทำทางกายกรรม (การกระทำที่แสดงออกทางกาย) วจีกรรม (การกระทำที่แสดงออกทางวาจา หรือคำพูด) และ
มโนกรรม (การกระทำท่แี สดงออกทางใจ/ความคดิ ) ประกอบดว้ ย

 กุศลกรรม หมายถึง กรรมดีหรือการกระทำที่มีมูลเหตุดี กรรมประเภทนี้กระทำเมื่อใด
ยอ่ มมีความสุขและความเจริญ

 อกุศลกรรม หมายถึง กรรมชั่วหรือการกระทำที่มีมูลเหตุไม่ดี กรรมประเภทนี้กระทำเมื่อใด
ย่อมกอ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นเสียหายแก่ตนเองและส่วนรวมเม่ือนั้น

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 9

 อบายมุข 6 หมายถงึ หนทางแห่งความเส่อื ม พนิ าศ ฉิบหาย 6 ประการ ประกอบดว้ ย
 การเป็นนักเลงสรุ า
 การชอบเทีย่ วกลางคนื
 การชอบเทีย่ วดูการละเล่น
 การเป็นนกั เลงการพนัน
 การคบคนชัว่ เป็นมิตร *
 การเกยี จครา้ นทำการงาน

[3] นโิ รธ หมายถงึ สภาวะที่ปราศจากความทุกข์ หรือสภาวะที่ความทุกข์หมดสน้ิ ไป
เป็นธรรมที่ควรบรรลุ ในระดบั ช้ัน ม.1 ประกอบด้วย สุข 2 และคิหิสขุ 4
สุข 2 หมายถงึ ความสุขอันเปน็ สิ่งท่ที กุ คนปรารถนา 2 ประการ ประกอบดว้ ย กายิกสุข และเจตสกิ สุข
 (ก)ายิกสุข หมายถึง ความสุขทาง(ก)าย เกิดจากการรับรูจ้ ากตา หู จมูก ลิ้น และกาย ได้สัมผัสกับ

สิ่งอันพอใจ

ม้อื กลางวนั ม้อื แรก เม่ือคร้งั ที่ ม.พัสกร
เดินทางไปทศั นศึกษาทีจ่ ังหวัดสุโขทยั ร่วมกับคณะครู

ในกลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษาฯ
ได้ลิ้มรสอาหารพ้ืนบ้านท่ี “ครวั สโุ ข”
โดยเป็นวตั ถุดบิ จากการเกษตรอินทรีย์
รสชาติถูกปากคณะครูหลายทา่ น รวมถึง ม.พัสกรดว้ ย
อาหารม้ือน้ี ขอยกใหเ้ ปน็ “ความสขุ ทางกาย” นะครับ

 เ(จ)ตสิกสุข หมายถึง ความสขุ ทางใ(จ) เกิดจากความรูส้ กึ อันพอใจ ความรัก ชื่นชม ยกย่อง

ทกุ ๆ สนิ้ ปกี ารศกึ ษา
จะมกี ารมอบรางวัลนักเรียนดีเดน่
ด้านวิชาการและความประพฤติ
เม่ือนกั เรยี นไดร้ ับรางวลั ดังกลา่ ว

ตัวนักเรียนเองหรือผปู้ กครอง
ก็จะมีความรูส้ กึ อันพอใจท่ีเรียกวา่

“ความสุขทางใจ”

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 10

 คิหิสุข 4 คือ ความสุขของชาวบา้ น (คฤหสั ถ)์ ที่พึงมี 4 ประการ ประกอบดว้ ย
 อตั ถสิ ุข (อัด-ถิ-สุก) หมายถงึ ความสุขท่ีเกิดจากการมที รัพย์
 โภคสขุ (โภ-คะ-สกุ ) หมายถงึ ความสุขจากการใช้จา่ ยทรัพย์
 อนณสขุ (อะ-นะ-นะ-สกุ ) หมายถงึ ความสุขจากการไม่มหี นสี้ นิ
 อนวัชชสุข (อะ-นะ-วัด-ชะ-สกุ ) หมายถึง ความสุขจากการประพฤติในสง่ิ ที่ไม่มีโทษ

การทำงานทส่ี ุจรติ ไมผ่ ิดกฎหมาย และศลี ธรรม
นำไปสู่การมีทรัพยส์ นิ เงินทอง
ใชจ้ า่ ยไดโ้ ดยไม่เกิดความทุกข์ใจ

ถึงท่ีมาของทรัพย์ และสามารถดำรงชวี ิต
อยใู่ นสังคมได้อยา่ งภาคภูมใิ จ

[4] มรรค หมายถงึ ข้อปฏบิ ัติหรือวธิ กี ารทท่ี ำให้ความทุกข์หมดสน้ิ ไป
 เป็นธรรมที่ควรเจริญ ในระดับชั้น ม.1 ประกอบด้วย ไตรสิกขา 3 กรรมฐาน 2 โกศล 3 ปธาน 4 และ

มงคล 38 (ไมค่ บคนพาล คบบัณฑิต และบูชาคนทีค่ วรบชู า)
 มรรคมอี งค์ 8 หมายถึง ข้อปฏบิ ัติหรอื วิธีการท่ีทำให้ความทุกข์หมดสน้ิ ไป 8 ประการ ประกอบดว้ ย
 สมั มาทฏิ ฐิ (ความเหน็ ทถี่ กู ตอ้ ง)
 สัมมาสงั กัปปะ (ความคิดทถี่ กู ตอ้ ง)
 สมั มาวาจา (วาจาทถี่ ูกตอ้ ง)
 สัมมากัมมันตะ (การปฏบิ ัติทถ่ี กู ตอ้ ง)
 สมั มาอาชวี ะ (การหาเลี้ยงชพี ทีถ่ ูกต้อง)
 สมั มาวายามะ (ความเพยี รท่ีถูกตอ้ ง)
 สัมมาสติ (การมีสติท่ถี กู ต้อง)
 สัมมาสมาธิ (การมีสมาธิที่ถกู ต้อง)
 ไตรสกิ ขา 3 หมายถึง การศึกษาและอบรม 3 ประการ ประกอบดว้ ย
 ศีลสิกขา (ตรงกับมรรคมีองค์ 8 ข้อ 1, 2) หมายถึง ศึกษาศีล 5 และ ศีล 8 (ชาวบ้านทั่วไป)

ศลี 10 (สามเณร) และศลี 227 (พระภกิ ษ)ุ และฝึกอบรมความประพฤตใิ หเ้ รยี บรอ้ ย
 จิตตสิกขา (ตรงกับมรรคมีองค์ 8 ข้อ 3, 4, 5) หมายถึง การศึกษาเพื่อพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น

อบรมจิตใจใหเ้ กดิ สมาธิ ส่วนมากใชก้ ารกำหนดลมหายใจเข้า-ออก (อานาปานสติ)

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 11

 ปัญญาสิกขา (ตรงกับมรรคมีองค์ 8 ข้อ 6, 7, 8) หมายถึง การฝึกอบรมให้เกิดปัญญา
รู้แจ้ง-เหน็ จริง โดยวธิ กี ารทท่ี ำให้เกิดปัญญามี 3 ประการ ประกอบด้วย

 สุตมยปัญญา หมายถึง ปัญญาที่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียน การฟัง การอ่าน เช่น
การพูดหน้าช้ันเรียน การเขยี นเลา่ เรือ่ ง และการอภิปรายกลุ่ม

 จินตามยปัญญา หมายถึง ปัญญาที่เกิดจากการคิดพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ และ
นำมาวเิ คราะห์รวบรวมเปน็ ความรใู้ หม่

 ภาวนามยปญั ญา หมายถึง ปญั ญาทเี่ กิดจากการปฏิบตั ิ ลงมือทำ เป็นประสบการณ์ตรง
อาจจะเป็นการผสมกนั ระหว่างความรูภ้ าคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติ ซ่งึ เป็นปญั ญาข้ันสงู

 กรรมฐาน 2 หมายถงึ วิธกี ารฝกึ อบรมจิต 2 ประการ ประกอบดว้ ย
 สมถกรรมฐาน (ข้นั พ้นื ฐาน) หมายถึง ฝกึ อบรมจติ ให้สงบหรอื การฝึกสมาธิ
 วิปัสสนากรรมฐาน (ข้นั สงู ) หมายถึง ฝกึ อบรมปัญญาหรอื การเจริญปญั ญา

 โกศล 3 หมายถึง ความฉลาด ความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ 3 ประการ ประกอบด้วย

 อายโกศล หมายถงึ รอบรู้หนทางหรอื เหตแุ ห่งความเจริญก้าวหน้า

 รู้ว่า ถา้ ตง้ั ใจเรยี น ตั้งใจฟัง ม.พัสกรสอนและขยันอ่านหนงั สอื จะทำข้อสอบได้
 รวู้ ่า การทีต่ นได้ดี มีงานทำจนเจรญิ กา้ วหน้าในทุกวนั นี้

เพราะมีการศึกษาและมคี วามรูค้ วามสามารถ

 อปายโกศล หมายถึง รอบรหู้ นทางหรอื เหตุแห่งความเสื่อม

 รู้ว่า การดื่มสรุ า ทำใหส้ มรรถภาพในการขบั ขี่ยวดยานพาหนะลดลง
 สามีภรรยาทะเลาะกนั บางค่ถู งึ กบั หยา่ รา้ งกนั ไป

สาเหตปุ ระการหนงึ่ คอื ความเจ้าชู้ของสามี

 อปุ ายโกศล หมายถงึ รอบรู้วธิ ปี ้องกันความเสื่อมและสร้างความเจริญ

 ไมไ่ ปเทีย่ วกลางคนื กบั เพ่ือน ๆ เพราะคิดว่าสกั วันหนงึ่
อาจถกู ตำรวจจบั ตรวจปสั สาวะ

 เกรงว่า ยาเสพติดจะระบาดไปทวั่ โรงเรียน จงึ รวมกลมุ่ กันทำโครงการรณรงค์
หลกี เลยี่ งยาเสพติด

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 12

 ปธาน 4 หมายถงึ ความเพียรพยายาม 4 ประการ ประกอบดว้ ย

 สงั วรปธาน หมายถึง ระวงั ยบั ยัง้ ความช่ัวทีย่ งั ไมเ่ กิดขน้ึ ไม่ใหเ้ กิดขน้ึ

 แม้จะถูกเพ่ือนหลายคนชักชวนหนโี รงเรยี นไปเท่ยี วห้างสรรพสนิ คา้
แต่กไ็ มเ่ คยทำ เพราะไม่อยากถกู ทำโทษและไมอ่ ยากให้พ่อแมเ่ สียใจ
กบั การกระทำของตน

 ปหานปธาน หมายถึง ละความช่ัวทเ่ี กิดขึ้นแลว้ ให้หมดไป

 “คุณครแู ละเพื่อน ๆ ครับ ตอ่ ไปนี้ ผมจะไม่มาโรงเรยี นสาย
ไม่รงั แกเพ่ือน และจะไม่เกเรอีกแลว้ ครบั ”

 ภาวนาปธาน หมายถึง หมนั่ สรา้ งความดที ่ียงั ไม่เกิดข้ึน ให้เกดิ ขนึ้

 ตั้งแต่ยา้ ยมาเรียนทีน่ ่ี ไมเ่ คยช่วยเหลืองานครปู ระจำช้นั และเพื่อนในห้องเลย
จงึ ตงั้ ใจว่า ต่อจากน้ไี ป จะไม่เหน็ แกต่ ัว จะชว่ ยเหลืองานสว่ นรวม
โดยไมต่ อ้ งใหใ้ ครมารอ้ งขอ

 อนุรักขนาปธาน หมายถงึ รักษาความดที ีเ่ กิดขึน้ ไมใ่ หเ้ สื่อมลง และทำเพ่ิมขนึ้

 วนั เกดิ ปีท่ีแล้ว ไดน้ ำอาหารไปเลี้ยงบา้ นเด็กกำพรา้
ปีนนี้ อกจากจะไปทีเ่ ดิมแลว้ ยังนำอาหารไปเลย้ี งบา้ นผู้พิการทางสายตา
เพ่มิ อีก 1 แห่ง

 มงคล 38 หมายถึง สิ่งที่ทำให้ชีวิตโชคดีหรือธรรมที่นำความสุขและความเจริญมาสู่ผู้ปฏิบัติ
38 ประการ ซึ่งในระดบั ช้นั ม.1 จะศึกษาเพยี ง 3 ประการ ดังน้ี

 การไมค่ บคนพาล เพราะคนพาล เปน็ ผ้ทู ี่คิด พูด และทำแต่เรือ่ งชว่ั ซง่ึ คนพาลเป็นมติ รเทียม

ลักษณะของคนพาลตามหลักพระพุทธศาสนา
คดิ แต่เรื่องชวั่ คิดอยากไดข้ องผู้อื่น คดิ เบยี ดเบียนผ้อู น่ื มีความอจิ ฉา รษิ ยา พยาบาทผู้อืน่
พดู แตเ่ รอื่ งชว่ั พูดโกหก พูดคำหยาบ พดู เพอ้ เจอ้ พูดสอ่ เสียด
ทำแตเ่ รื่องชว่ั ทำลายชวี ิต ละเมดิ สทิ ธ์ิ ประพฤตผิ ดิ ในกาม ดืม่ สุรา ยาเสพติด

ปอกลอก พฤตกิ รรมของมิตรเทยี ม
ดีแตพ่ ูด คดิ เอาแต่ได้ เห็นแก่ตวั
หัวประจบ พูดพลอ่ ย เพอ้ เจ้อ หาสารประโยชนไ์ ม่ได้
ชวนฉิบหาย ตามใจเราทุกอย่างไม่ว่าจะดหี รือช่ัว ตอ่ หนา้ สรรเสริญแต่ลบั หลังนินทา
แนะนำ ชักชวนไปในทางท่ีไม่ดี เช่น ด่มื สรุ า เทีย่ วกลางคนื เลน่ การพนนั

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 13

 การคบบัณฑิต เพราะบัณฑิต เป็นผู้ท่ีมีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา รู้จักผิดชอบชั่วดี มีศีลธรรม มีจิตใจ
หา่ งจากกิเลส ซง่ึ บณั ฑติ เปน็ มิตรแท้

ลักษณะของบัณฑิตตามหลักพระพทุ ธศาสนา
คดิ แตเ่ รอื่ งท่ีดี คดิ ให้ทาน คิดใหอ้ ภัย คดิ เห็นถกู ต้องตามความเปน็ จริง
พูดแต่เรื่องทดี่ ี พูดคำจริง คำสุภาพ คำทม่ี ีสารประโยชน์ คำทถี่ ูกตอ้ งตามกาลเทศะ
ทำแต่เรอื่ งท่ีดี มเี มตตากรณุ า มอี าชพี ทสี่ จุ รติ รักษาศีล ทำสมาธิ

พฤตกิ รรมของมิตรแท้

มอี ปุ การะ คอยคุม้ ครอง ป้องกัน และชว่ ยเหลือเราอยา่ งจริงใจ

ร่วมสุขรว่ มทุกข์ สนทิ กนั ทง้ั ยามทีม่ ีความสุขและยามทุกข์ยาก

แนะนำประโยชน์ คอยห้ามเราไมใ่ หท้ ำช่ัว แนะนำใหเ้ ราทำแตค่ วามดี

มนี ำ้ ใจ อย่ใู กลท้ ้งั ยามสขุ และยามทกุ ข์ สรรเสรญิ ทงั้ ต่อหน้าและลบั หลัง

เจบ็ ร้อนแทนเราเม่ือเราถกู ตฉิ ินนนิ ทา

 การบูชาบุคคลท่ีควรบูชา หมายถงึ การแสดงความเคารพต่อบุคคลที่มคี ณุ งามความดี
เช่น  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
(พระธรรมคำสั่งสอน พระพทุ ธรูป พระบรมสารีรกิ ธาต)ุ
 พระสงฆ์
(พระบรมธาตุ พระธาตุ รปู พระสงฆส์ าวก)
 พระมหากษัตรยิ ์และพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ท่ีตง้ั มั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม
(พระบรมฉายาลกั ษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ)์
 บิดามารดาและญาตผิ ใู้ หญท่ ่ีมคี วามประพฤติดี
(คำอบรมสงั่ สอน รปู ภาพ)
 ครอู าจารย์ท่มี ีความรคู้ วามสามารถและประพฤติดี
(คำอบรมสง่ั สอน รูปภาพ)
 ผู้บงั คบั บญั ชาท่ีมีความประพฤตดิ ี ตงั้ อยู่ในธรรม
(คำอบรมสั่งสอน รูปภาพ)
 ผ้ทู ี่มเี พศภาวะสูงเกนิ กวา่ ทจ่ี ะคบในฐานะผ้เู สมอกันได้

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 14

 ประเภทการบูชา มี 2 ประการ ดังนี้
 อามิสบชู า หมายถึง การบูชาด้วยสงิ่ ของหรือเครือ่ งสักการะ

การมอบพวงมาลัยดอกมะลิแดค่ ณุ แม่เน่ืองในวันแมแ่ ห่งชาติ
การมอบกระเชา้ ผลไมแ้ ด่คณุ ครูเนือ่ งในโอกาสวนั ขน้ึ ปใี หม่
และการมอบกรวยดอกไมธ้ ูปเทียนแด่ ม.พสั กร เนือ่ งในพิธีไหวค้ รนู ้ัน

จดั อยูใ่ นการบชู าประเภทอามิสบูชาทง้ั สน้ิ

 ปฏิบัติบูชา หมายถึง การบูชาด้วยการตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอน
ตามแบบอยา่ งทด่ี ี การปฏบิ ัตบิ ูชาน้ี เป็นการบชู าทส่ี ูงสุด เพราะเป็นวธิ ีการทท่ี ำให้กาย วาจา และใจของเราใสสะอาด เป็นบัณฑิต
ตามหลักพระพุทธศาสนาไดโ้ ดยเร็ว

 คุณสมบัติในการบูชา มี 2 ประการ ดังน้ี
 บุคคลทม่ี คี วามดงี ามทง้ั กาย วาจา และใจ
 บุคคลที่ทำคุณประโยชนแ์ ก่ผูอ้ ่นื อย่างบริสทุ ธิ์ใจ โดยไม่หวงั ผลตอบแทน

(3) คณุ คา่ ของอรยิ สจั 4
อริยสัจ 4 เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ค้นพบ สอนให้มนุษย์ทุกคนรู้จักการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

บนปัญญาและหลักเหตผุ ล ไม่ดำเนินชวี ติ บนความประมาท และเห็นสงิ่ ต่าง ๆ ตามความเป็นจรงิ

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ รี ย น ส 2 1 1 0 3 สั ง ค ม ศึ ก ษ า ศ า ส น า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ห น้ า | 15

บรรณานุกรม

จรสั พยคั ฆราชศกั ดิ์ และคณะ. หนังสือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ม.1. กรุงเทพฯ :
สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานชิ , 2553 .

นรสิ รา นอ้ ยแสง. (2560). ตวั อย่างการแก้ปัญหาโดยใช้ อรยิ สัจ ๔ ในชวี ิตประจำวัน.
[ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : https://www.vstarproject.com/vstarproject/
page/news.php?nId_blog=586. (วันท่คี ้นข้อมูล : 19 พฤษภาคม 2563).

พระมหาสมชาย ฐานวฑุ โฺ ฒ. มงคลชีวิต ฉบับ “ทางก้าวหนา้ ”. กรุงเทพฯ :
ชมรมพุทธศาสน์สากล ในอุปถมั ภ์สมเด็จพระมหารชั มังคลาจารย์ , 2547 .

วทิ ย์ วศิ ทเวทย์ และเสฐยี รพงษ์ วรรณปก. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ม.1.
กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพอ์ ักษรเจริญทัศน์ , 2553 .

วทิ ยา ปานะบุตร. คู่มอื เสรมิ ทกั ษะการเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ตามหลกั สตู รแกนกลาง พทุ ธศกั ราช 2551
และมาตรฐานการเรยี นรู้ตัวชว้ี ัด สาระภมู ศิ าสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2560)
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ม.1. กรงุ เทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนา จำกดั ,
2562 .


Click to View FlipBook Version