แบบขอ้ ตกลงในการพฒั นางาน (PA)
สาหรบั ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ตาแหนง่ ครู
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565
ระหวา่ งวนั ที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถงึ วนั ที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ.2565
นางสาวนิปทั มา นเิ ฮง
ตาแหน่งครู
โรงเรยี นเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปตั ตานี
สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำมัธยมศกึ ษำ ปัตตำนี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน
กระทรวงศึกษำธกิ ำร
คำนำ
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อตกลงในการพัฒนางานสำหรับ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ประจำปีงบประมาณ
พ.ศ.๒๕๖๕ ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๕ ทไี่ ดเ้ สนอต่อผู้อำนวยการ
สถานศึกษา เพื่อแสดงเจตจำนงว่าภายในรอบการประเมินจะพัฒนาผลลพั ธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน เพือ่ ใหผ้ เู้ รียน
มีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตรให้
สูงขน้ึ โดยสะท้อนให้เห็นถงึ ระดับการปฏิบตั ิที่คาดหวงั ของตำแหน่งและวทิ ยฐานะที่ดำรงอยู่ และสอดคล้องกับ
เป้าหมายและบริบทสถานศึกษา นโยบายของส่วนราชการและกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้อำนวยการ
สถานศกึ ษาไดเ้ ห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ประกอบดว้ ย ๒ ส่วน ไดแ้ ก่
สว่ นท่ี ๑ ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
สว่ นที่ ๒ ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานที่เสนอเป็นประเดน็ ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
ของผเู้ รยี น
ซง่ึ ข้อมูลทไ่ี ด้นำเสนอน้ี ข้าพเจา้ จะนำไปพัฒนาผลลพั ธก์ ารเรยี นรขู้ องผู้เรยี นโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
จังหวัดปตั ตานี สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศึกษาปตั ตานี ใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพต่อไป
......................................... (ผจู้ ดั ทำ)
ตำแหนง่ ครู (ยังไมม่ ีวิทยฐานะ)
โรงเรียนเบญจมราชทู ิศ จังหวัดปัตตานี
สารบัญ หน้า
๑
ผู้จดั ทำขอ้ ตกลง ๑
ข้อมลู ทว่ั ไป ๑
ประเภทหอ้ งเรยี นที่จัดการเรียนรู้ ๑
สว่ นที่ ๑ ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหนง่ ๑๑
๑. ภาระงาน
๒. งานทจี่ ะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู ๑๔
ดา้ นการจัดการเรยี นรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนนุ การจดั การเรียนรู้
ดา้ นการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
สว่ นที่ ๒ ข้อตกลงในการพัฒนางานทเ่ี ป็นประเด็นทา้ ทาย
ประเดน็ ท้าทาย
สภาพปัญหาของผเู้ รียนและการจดั การเรียนรู้
วิธีการดำเนนิ การใหบ้ รรลผุ ล
ผลลพั ธก์ ารพัฒนาที่คาดหวัง
ความเหน็ ของผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
PA ๑/ส
แบบข้อตกลงในการพฒั นางาน (PA)
สำหรับข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ)
(ทกุ สังกัด)
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕
ระหวา่ งวันที่ ๑ เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ถงึ วันท่ี ๓๐ เดือน กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๕
ผ้จู ดั ทำขอ้ ตกลง
ชอื่ นางสาวนิปทั มา นามสกุล นิเฮง ตำแหน่ง ครู
สถานศกึ ษา โรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี สงั กัด สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา ปัตตานี
รับเงนิ เดือนในอนั ดับ คศ. ๑ อัตราเงินเดือน ๒๐,๗๔๐ บาท
ประเภทห้องเรยี นท่ีจัดการเรียนรู้ (สามารถระบุได้มากกว่า 1 ประเภทห้องเรยี น ตามสภาพการจดั
การเรียนรู้จริง)
✓ ห้องเรยี นวชิ าสามญั หรือวชิ าพื้นฐาน
หอ้ งเรียนปฐมวยั
หอ้ งเรยี นการศึกษาพิเศษ
ห้องเรยี นสายวิชาชีพ
หอ้ งเรียนการศึกษานอกระบบ / ตามอัธยาศัย
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจดั ทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหนง่ ครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ซง่ึ
เป็นตำแหนง่ ทด่ี ำรงอย่ใู นปจั จบุ นั กับผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ไวด้ งั ต่อไปน้ี
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหนง่
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
1. ภาระงาน จะมภี าระงานเปน็ ไปตามท่ี ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ช่วั โมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน ๑๘.๒๐ ชว่ั โมง/สัปดาห์ดงั น้ี
กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ รายวิชา ฟิสกิ ส์ ๒ จำนวน ๑๐ ชั่วโมง/สปั ดาห์
กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ รายวชิ า วิทยาศาสตรก์ ายภาพ จำนวน ๓.๒๐ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู รายวิชา โครงงานวทิ ยาศาสตร์ จำนวน ๑.๔๐ ชั่วโมง/สปั ดาห์
กล่มุ สาระการเรยี นรู้/รายวชิ า เตรยี มทหาร จำนวน ๑.๔๐ ชั่วโมง/สัปดาห์
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
กจิ กรรม ลกู เสือ-เนตรนารี จำนวน ๐.๘๓ ชวั่ โมง/สัปดาห์
กจิ กรรม ชมุ นุมธนาคารโรงเรียน จำนวน ๐.๘๓ ช่ัวโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนนุ การจัดการเรยี นรู้ จำนวน ๑๒.๓๐ ชวั่ โมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจดั การเรยี นรู้ จำนวน 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
การสร้างและพัฒนาสอ่ื การเรียนการสอน จำนวน ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห์
การมสี ่วนรว่ มในชมุ ชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ จำนวน ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์
งานตรวจการบา้ นนักเรียน จำนวน ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
งานครูทป่ี รกึ ษาประจำช้ันเรยี น/งานดแู ลนักเรียน จำนวน ๕ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
งานครูเวรประจำวัน จำนวน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
งานเยยี่ มบา้ น จำนวน ๐.๕ ชัว่ โมง/สัปดาห์
1.3 งานพฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษาของสถานศึกษา จำนวน ๖ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
2 ช่วั โมง/สปั ดาห์
ปฏบิ ัติหน้าที่เจา้ หนา้ ทท่ี ะเบียนและวดั ผล จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏบิ ตั ิหน้าทเี่ จา้ หนา้ ทธ่ี นาคารโรงเรียน จำนวน
ปฏบิ ัติหน้าทเี่ จา้ หน้าท่ีฝ่ายยานพาหนะ จำนวน
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น จำนวน ๑ ช่วั โมง/สัปดาห์
กิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ จำนวน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ (คาดการณ์)
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเปน็ ไปตามท่ี ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน ๑๘.๒๐ ช่วั โมง/สัปดาหด์ ังนี้
กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ รายวิชา ฟสิ ิกส์ ๑ จำนวน ๑๐ ชั่วโมง/สปั ดาห์
กลมุ่ สาระการเรียนร้/ู รายวชิ า วิทยาศาสตร์กายภาพ จำนวน ๕ ชัว่ โมง/สัปดาห์
กลุม่ สาระการเรยี นรู้/รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน ๑.๔๐ ชั่วโมง/สปั ดาห์
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
กจิ กรรม ลกู เสอื -เนตรนารี จำนวน ๐.๘๓ ชัว่ โมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม ชุมนุมธนาคารโรงเรียน จำนวน ๐.๘๓ ชัว่ โมง/สปั ดาห์
1.2 งานสง่ เสรมิ และสนับสนุนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน ๑๒.๓๐ ชัว่ โมง/สปั ดาห์
การจดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์
การสรา้ งและพัฒนาสือ่ การเรียนการสอน จำนวน ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห์
การมีสว่ นรว่ มในชมุ ชนการเรียนรู้ทางวิชาชพี จำนวน ๑ ช่วั โมง/สปั ดาห์
งานตรวจการบ้านนกั เรียน จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
งานครูทปี่ รึกษาประจำชั้นเรยี น/งานดแู ลนักเรยี น จำนวน ๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์
งานครเู วรประจำวนั จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
งานเยยี่ มบา้ น จำนวน ๐.๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์
1.3 งานพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน ๖ ชว่ั โมง/สัปดาห์
2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏบิ ัติหนา้ ท่เี จา้ หนา้ ที่ทะเบยี นและวัดผล จำนวน ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์
๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหนา้ ทีเ่ จา้ หน้าที่ธนาคารโรงเรียน จำนวน
ปฏิบัติหน้าทเี่ จา้ หนา้ ท่ีฝา่ ยยานพาหนะ จำนวน
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเนน้ จำนวน ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จำนวน ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์
2. งานทจ่ี ะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหนง่ ครู (ใหร้ ะบรุ ายละเอียดของงานที่จะปฏบิ ตั ิในแต่ละ
ดา้ นวา่ จะดำเนนิ การอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลาท่ใี ช้ในการดำเนนิ การด้วยกไ็ ด้)
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ช้วี ัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหน่ง ท่ีจะดำเนินการพัฒนา ตาม ของงานตามข้อตกลง ที่ ท่จี ะเกิดขนึ้ กับผูเ้ รยี น
ข้อตกลง ใน ๑ รอบ การประเมนิ ที่แสดงให้เห็นถึงการ
คาดหวังให้เกิดข้ึน เปล่ียนแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) กับผู้เรียน ที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา
(โปรดระบ)ุ มากข้นึ หรือผลสมั ฤทธ์ิ
สงู ขน้ึ (โปรดระบ)ุ
๑. ด้านการจัดการเรียนรู้ ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๔ และ ๑/๒๕๖๕
ลกั ษณะงานท่เี สนอให้ มกี ารจดั ทำรายวชิ าและหน่วยการ
ครอบคลมุ ถงึ การสรา้ งและ เรียนรูใ้ หส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการ
หรือพัฒนาหลักสูตรการ เรยี นรู้ และตวั ช้ีวดั หรือผลการเรยี นรู้
ออกแบบการจดั การเรียนรู้การ ตามหลักสูตร เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นได้พัฒนา
จดั กิจกรรมการเรียนรกู้ าร สมรรถนะและการเรยี นรู้ เตม็ ตาม
สรา้ งและหรือพัฒนาส่อื ศกั ยภาพโดยมีกระบวนการในการ
นวตั กรรมเทคโนโลยี และ ดำเนินการดังนี้
แหล่งเรยี นรกู้ ารวดั ๑.๑-๑.๒ การสรา้ งและพฒั นา - ผู้เรียนไดเ้ รยี นตามหลักสตู รท่ี - ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ไดเ้ รียนรู้
เก่ียวกบั เนอื้ หาตรงตาม
และประเมินผลการจดั การ หลกั สตู ร และการออกแบบการจดั การ กำหนดได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ หลักสตู รที่กำหนดอยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ โดยพจิ ารณา
เรยี นรู้ การศึกษา วเิ คราะห์ เรียนรู้ และนำความรไู้ ปประยุกต์ใช้ใน จากผลการเรียนรผู้ ่านเกณฑ์
ร้อยละ ๗๐
สังเคราะห์ เพอื่ แก้ปัญหาหรอื - จัดการวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร มาตรฐาน ชวี ติ ประจำวันได้
- ผเู้ รยี นร้อยละ ๘๐ มีทกั ษะ
พฒั นาการเรียนรู้ การจดั การเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั นำไปจดั ทำ และกระบวนการคดิ การแก้
โจทยป์ ัญหา โดยพิจารณา
บรรยากาศท่ีสง่ เสรมิ และ รายวชิ า ฟิสกิ ส์ ๑ - ๒ และจดั ทำหนว่ ย จากการตอบคำถามของ
แบบฝึกหดั ในเอกสารประกอบ
พัฒนาผู้เรยี นและการอบรม การเรยี นร้ใู หส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร
และพัฒนาคณุ ลักษณะทดี่ ีของ สถานศึกษาและหลกั สูตรแกนกลาง
ผเู้ รยี น การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๑) โดยมี
การปรับประยุกต์ใหส้ อดคล้องกบั
บริบทของสถานศึกษา ผูเ้ รียน และ
ทอ้ งถิน่ และสามารถนำไปปฏิบัตไิ ด้จริง
๑.๓ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี - ผู้เรียนไดฝ้ ึกทกั ษะและ
เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญในรูปแบบการ กระบวนการคดิ การแกโ้ จทย์
จดั การเรียนรแู้ บบ active learning ปัญหา
รว่ มกับเทคนิคการแกป้ ัญหาของโพลยา
โดยสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นรจู้ กั คิด
ลักษณะงานท่ีปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชว้ี ดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ทีจ่ ะดำเนินการพัฒนา ตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ที่ ทีจ่ ะเกิดขึน้ กบั ผู้เรยี น
ขอ้ ตกลง ใน ๑ รอบ การประเมิน ทแ่ี สดงให้เห็นถึงการ
คาดหวังใหเ้ กิดขึน้ เปล่ยี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) กบั ผู้เรียน ท่ีดขี ้ึนหรอื มกี ารพัฒนา
(โปรดระบุ) มากข้ึนหรือผลสัมฤทธิ์
สงู ขึ้น (โปรดระบุ)
วเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หาและการวาง - ผู้เรียนมที กั ษะในการใชส้ ื่อ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๗๐
แผนการแกโ้ จทย์ปญั หาอย่างเปน็ ระบบ นวตั กรรม และการปรบั
การตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยี ใหเ้ ข้ามา - ผ้เู รยี นรอ้ ยละ ๘๐ มที กั ษะ
และตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของ มบี ทบาทสำคญั ในกระบวนการ ในการใช้สือ่ นวตั กรรม และ
คำตอบ นอกจากนีย้ งั ไดล้ งมือปฏบิ ัติ จัดการเรยี นรู้ การปรบั ประยกุ ต์ใช้
เรยี นรดู้ ้วยตนเองจนสามารถเขา้ ใจใน เทคโนโลยีให้เข้ามามีบทบาท
เน้อื หา กระบวนการคดิ การแก้ปญั หา - นกั เรียนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการ สำคัญในกระบวนการจดั การ
ไดม้ ากย่ิงข้ึน และ จัดกิจกรรมการเรียน เรยี นสูงกวา่ คา่ เปา้ หมายของ เรยี นรู้
ตามแนวทาง active learning อยา่ ง สถานศึกษา
หลากหลาย โดยเนน้ การมีสว่ นร่วมของ - นกั เรียนรอ้ ยละ ๘๐ มี
ผเู้ รยี น ตามแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ตงั้ แต่
สร้างขึ้น ระดบั ผลการเรียน ๒.๐ ข้นึ ไป
๑.๔ การสรา้ งและหรือพฒั นาสือ่
นวตั กรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรยี นรู้
- พัฒนาส่ือ นวตั กรรม เทคโนโลยี เพ่อื
การเรยี นรู้ในรูปแบบท่ีหลากหลาย เช่น
สรา้ งเอกสารประกอบการเรยี นรู้
รายวชิ าฟสิ กิ ส์ ๑-๒ เกมสง่ เสรมิ การ
เรียนรู้ PowerPoint เพอื่ การเรยี นรู้
เปน็ ตน้ โดยนำเทคโนโลยเี พ่ือการ
เรียนรมู้ าใช้กบั ผเู้ รยี นให้เหมาะสมกบั
รปู แบบการสอนท้งั On site และ
Online สรา้ งแหล่งเรยี นรูใ้ หแ้ กผ่ ู้เรยี น
ในรปู แบบ Padlet และ google
classroom จัดทำเป็นแบบอยา่ งใหค้ รู
ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
๑.๕ มกี ารวัดและประเมินผลตาม
สภาพจรงิ ด้วยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย
เหมาะสม และสอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน
ลักษณะงานท่ีปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตัวชว้ี ัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ทจี่ ะดำเนินการพฒั นา ตาม ของงานตามข้อตกลง ท่ี ทจี่ ะเกิดขึน้ กบั ผู้เรียน
ข้อตกลง ใน ๑ รอบ การประเมิน ทีแ่ สดงให้เหน็ ถึงการ
คาดหวงั ใหเ้ กดิ ขนึ้ เปล่ยี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) กับผู้เรยี น ท่ดี ีข้ึนหรือมีการพฒั นา
(โปรดระบ)ุ มากขึ้นหรือผลสมั ฤทธ์ิ
สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
การเรยี นรู้ ให้ผเู้ รยี นพฒั นาการเรยี นรู้ - นกั เรียนร้อยละ ๙๐ มี
อยา่ งต่อเน่ือง คะแนนคุณลักษณะอนั พงึ
- ออกแบบและสร้างเครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ น ประสงค์ ต้งั แต่ระดับดีขน้ึ ไป
การวัดประเมินผลการจดั การเรียนรู้ - นกั เรยี นรอ้ ยละ ๙๐ มี
อยา่ งหลากหลาย ประกอบดว้ ย คะแนนอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละ
แบบทดสอบ แบบประเมนิ แบบสงั เกต เขียน ต้ังแต่ระดับดีขึน้ ไป
พฤติกรรม เป็นตน้
๑.๖ ศึกษาคน้ คว้าวเิ คราะห์ - นกั เรยี นทม่ี ผี ลการเรียนรู้ไม่ - นกั เรยี นร้อยละ ๑๐๐ ใน
สังเคราะห์งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วกบั การจดั การ ผ่านเกณฑ์ ไดร้ ับการซ่อมเสรมิ กลมุ่ ที่มผี ลการเรยี นรไู้ ม่ผา่ น
เรยี นการสอน และนำความรูท้ ่ีไดม้ า แกไ้ ข ปรบั ปรงุ และพัฒนาจนมี เกณฑไ์ ด้รบั การซ่อมเสริมแกไ้ ข
วางแผนในการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน ผลการเรยี นรผู้ ่านเกณฑ์ท่ี ปรับปรงุ และพฒั นาจนมผี ล
เพื่อแกป้ ัญหานกั เรียนทมี่ ีผลการเรยี น กำหนด การเรยี นรูผ้ า่ นเกณฑ์
ไม่ผา่ นเกณฑท์ ก่ี ำหนด โดยมีการบนั ทึก
รายละเอียดไวใ้ นหลงั แผนการจดั การ
เรยี นรู้
๑.๗ การจดั บรรยากาศทสี่ ่งเสรมิ - นกั เรียนมีความสุขในการเรียน - นักเรียนรอ้ ยละ ๙๐ มีความ
และพัฒนาผเู้ รียน ฟสิ ิกส์ และมคี วามคดิ เห็นใน คดิ เห็นเกย่ี วกบั การจดั การ
- มกี ารพัฒนาการจดั บรรยายกาศในชั้น ทางบวกกับการจัดบรรยายกาศ เรียนการสอนของครอู ยูใ่ น
เรียนให้เหมาะสมกับวัยของผเู้ รียน โดย ในชั้นเรียนทง้ั On site และ ระดับมาก (๓.๕๐) ขนึ้ ไป
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใหเ้ กดิ Online
กระบวนการคดิ ทกั ษะการทำงาน
รว่ มกนั กระตนุ้ ให้นกั เรยี นตอ้ งการมี
สว่ นร่วมกับกิจกรรม สง่ เสรมิ ผู้เรยี นทุก
คนให้มโี อกาสนำเสนอความคดิ เหน็
และออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น สรา้ ง
แรงบนั ดาลใจในการเรียนและเช่ือมโยง
ฟสิ ิกส์กบั ชีวิตประจำวนั เพื่อให้ผเู้ รียน
เห็นคุณคา่ ในการเรยี น และประโยชนท์ ี่
เกดิ ขึน้ จากการเรยี นรู้ รวมท้งั ใชส้ อื่
ลกั ษณะงานที่ปฏบิ ัติ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตวั ชี้วดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ทจ่ี ะดำเนนิ การพัฒนา ตาม ของงานตามข้อตกลง ท่ี ทีจ่ ะเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น
ขอ้ ตกลง ใน ๑ รอบ การประเมิน ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
คาดหวังให้เกิดขึน้ เปล่ยี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ กบั ผู้เรยี น ท่ีดขี ึน้ หรอื มีการพัฒนา
(โปรดระบุ) มากข้ึนหรือผลสัมฤทธิ์
สงู ขึ้น (โปรดระบุ)
เทคโนโลยีเขา้ มาช่วยลดระยะเวลาใน - ผ้เู รียนเป็นผู้มคี ณุ ลักษณะอนั - ผูเ้ รยี นร้อยละ ๘๐ เป็นผมู้ ี
การเรยี นร้ขู องผู้เรยี น สามารถทำความ พงึ ประสงค์ และสมรรถนะที่ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เขา้ ใจได้งา่ ยข้นึ และส่งเสรมิ สำคญั รวมถึงมคี ่านยิ มความ และสมรรถนะทส่ี ำคญั รวมถึง
คณุ ลักษณะที่ดีของผเู้ รียน คอื ความ เป็นไทยท่ดี ีงาม มีคา่ นิยมความเป็นไทยที่ดีงาม
รบั ผดิ ชอบในการส่งภาระงาน และมี
ความซื่อสัตย์ตอ่ ตนเอง - นกั เรยี นร้อยละ ๙๐ ได้รบั
การปรับปรงุ แก้ไข และพัฒนา
๑.๘ อบรมและพัฒนาคณุ ลกั ษณะท่ี ผลการเรยี นรู้ใหผ้ ่านเกณฑ์ที่
ดีของผู้เรียน กำหนด
- มีการอบรมบม่ นสิ ยั ใหผ้ เู้ รียนมี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์ และคา่ นิยมความเปน็ ไทยทด่ี ี
งาม โดยจัดกจิ กรรมแนะแนว และ
กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้ เพื่อ
พฒั นาคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ อง
ผู้เรยี น และบรู ณาการสมรรถนะท่ี
สำคัญให้แกผ่ เู้ รยี นผา่ นกระบวนการ
จดั การเรยี นรู้ท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั
๒. ด้านการส่งเสริมและ ๒.๑ จดั ทำขอ้ มลู สารสนเทศรายวชิ า - นกั เรียนไดร้ ับการปรบั ปรงุ
สนบั สนุน การจัดการเรยี นรู้ ฟสิ กิ ส์ ๑-๒ และ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ แก้ไขและพัฒนาเปน็ รายบคุ คล
ลกั ษณะงานท่เี สนอให้ โดยใช้ Google form และโปรแกรม ตามข้อมลู สารสนเทศประจำ
ครอบคลมุ ถงึ การจัดทำขอ้ มลู Microsoft Excel ในการจดั เก็บขอ้ มูล วชิ า
สารสนเทศของผเู้ รยี นและ และสรปุ สารสนเทศในรูปแบบกราฟ
รายวชิ า การดำเนินการตาม แท่ง และรายงานผลสะทอ้ นกลบั ให้
ระบบดูแลช่วยเหลือผเู้ รียน นกั เรียนทุกสัปดาห์ท่มี ีการบันทึกผล
การปฏิบตั งิ านวชิ าการ และ การเรยี นรู้ เพือ่ ให้ผเู้ รยี นทราบว่า ตอ้ ง
งานอ่ืน ๆ ของสถานศกึ ษา ปรบั ปรุงแก้ไขผลการเรียนในหัวขอ้
และการประสานความร่วมมอื ใดบา้ ง หรอื นักเรียนคนใดยังไมไ่ ด้
กบั ผปู้ กครอง ภาคี ทดสอบ หรือสง่ ภาระ/ชน้ิ ทก่ี ำหนด
ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตัวช้วี ัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหน่ง ท่ีจะดำเนินการพัฒนา ตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ที่ ที่จะเกิดข้ึนกับผูเ้ รยี น
ข้อตกลง ใน ๑ รอบ การประเมนิ ทีแ่ สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
คาดหวังใหเ้ กิดขึน้ เปลย่ี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ กบั ผู้เรยี น ที่ดขี น้ึ หรือมกี ารพฒั นา
(โปรดระบุ) มากข้ึนหรือผลสมั ฤทธิ์
สูงขึ้น (โปรดระบุ)
เครือขา่ ยและหรอื สถาน ๒.๒, ๒.๔ มกี ารดำเนนิ การตาม - นกั เรียนไดร้ ับการดูแล ผ่าน - นักเรยี นร้อยละ ๑๐๐ ได้
ประกอบการ ระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผู้เรยี น โดยบนั ทกึ ระบบดแู ลชว่ ยเหลือผู้เรียน เพือ่ ผา่ นการประเมนิ SDQ , การ
ขอ้ มูลส่วนตัวของผเู้ รียนแตล่ ะคนผา่ น แกไ้ ข ปรับปรุง พฒั นาในเรอ่ื ง เยย่ี มบ้าน กิจกรรมโฮมรมู
ระบบออนไลน์ ด้วย Google form ของการปรับ ตวั ในการเรียน และกิจกรรมการประชมุ
และสรปุ เป็นสารสนเทศในรปู แบบของ (online) การใช้ชวี ติ ในโรงเรยี น ผู้ปกครอง
แผนภูมวิ งกลม ดำเนินกิจกรรมกรรม และปรับพฤติกรรมใหเ้ หมาะสม
เย่ยี มบ้านออนไลน์ การประเมนิ SDQ เป็นไปตามระเบียบ ขอ้ บงั คับ - นักเรยี นร้อยละ ๙๐ มีทักษะ
นักเรยี นผา่ นระบบ Student Care ของโรงเรียน และประสาน ทีเ่ กิดจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
และจัดกจิ กรรมโฮมรมู นักเรียนทกุ เชา้ ความร่วมมือกบั ผู้ปกครองใน ทกี่ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เพอื่ เปน็ การเตรียมความพร้อมให้ การกำกับตดิ ตามนกั เรยี นใน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยจี ัด
นักเรยี น และแจ้งข้อมลู ข่าวสารทสี่ ำคัญ การเรยี นการสอน และ ขึน้
ใหก้ บั นกั เรยี นทราบ มกี ารจัดกจิ กรรม พฤตกิ รรมใหเ้ หมาะสม
การประชุมผูป้ กครองในรปู แบบ
ออนไลน์ และมีกลมุ่ ไลนส์ ำหรับแจง้ - นกั เรียนไดร้ ับการพฒั นา
ข้อมูลขา่ วสารของทางโรงเรียนใหก้ ับ ความรคู้ วามสามารถทางฟิสกิ ส์
ผปู้ กครอง ผ่านสอื่ นวตั กรรมทค่ี รสู รา้ ง
และพฒั นาขนึ้ ในรูปแบบตา่ งๆ
๒.๓ ปฏิบตั งิ านเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพ และไดร้ ว่ มกิจกรรมของกล่มุ
การศกึ ษาของโรงเรยี น ดงั นี้ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
- ปฏบิ ัตงิ านวชิ าการ โดยปฏิบัตหิ น้าท่ี และเทคโนโลยี
ธุรการของกลุม่ สาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยรว่ มกับ
คณุ ครใู นการกำหนดวสิ ยั ทัศน์ พนั ธกจิ
และเป้าหมาย และกำหนดตวั ช้ีวัด
ความสำเร็จของกลมุ่ สาระฯ มี
โครงสรา้ งการบรหิ าร และพรรณนางาน
ที่ชัดเจน ในการดำเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ
และรว่ มกับคณุ ครจู ดั การเรยี นรใู้ หก้ บั
ผเู้ รยี น
ลักษณะงานท่ีปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชวี้ ัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ทจี่ ะดำเนินการพฒั นา ตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ท่ี ที่จะเกิดข้นึ กับผเู้ รยี น
ข้อตกลง ใน ๑ รอบ การประเมนิ ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
คาดหวังใหเ้ กิดขึ้น เปล่ยี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ กบั ผู้เรียน ที่ดขี น้ึ หรือมีการพัฒนา
(โปรดระบ)ุ มากข้นึ หรือผลสัมฤทธ์ิ
สงู ขึน้ (โปรดระบุ)
โดยใชส้ ื่อทคี่ รสู ร้างขน้ึ ร่วมกับ
เทคโนโลยที างการศึกษา ให้เหมาะสม
กับการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น
- ปฏิบตั ิงานวิชาการ โดยปฏบิ ัติหนา้ ที่
เจ้าหนา้ ท่ที ะเบยี นและวดั ผล โดย
รว่ มกบั คณุ ครใู นการกำหนดขอบขา่ ย
และวางแผนงานเพ่ือส่งเสรมิ งานดา้ น
วิชาการและจดั ทำให้เป็นระบบ
สามารถดำเนนิ การลลุ ว่ งไปไดด้ ว้ ยดใี ห้
งานท่ชี ัดเจน ในการดำเนนิ กิจกรรมต่าง
ๆ เชน่ งานรบั นักเรียนใหม่ การมอบ
ตวั /การตรวจสอบ และจดั เก็บเอกสาร
มอบตัวงานลงทะเบียนเรียนรายวชิ า
ของนักเรียน
บันทกึ คะแนนสอบและออก ปพ.๕
ใหก้ ับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖
และจัดทำใบคำรอ้ งขอแกต้ ัวสำหรบั
นักเรยี นท่ีมผี ลการเรยี น ๐ , ร และ มส
เพ่ือให้นกั เรียนย่ืนแก้
- จดั ทำขอ้ มูลในระบบสารสนเทศของ
นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๒ และ
งานประจำช้นั
- เย่ยี มบา้ นนกั เรยี น ช้ันมัธยมศึกษาปีที่
๑/๒ อยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครงั้ ท้ัง
แบบเย่ียมตามสภาพจรงิ และ Online
- รว่ มประชุมผ้ปู กครองผ่าน google
meet (Online) ตดิ ตามการเรียนรู้
หลายชอ่ งทาง
ลักษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตัวชวี้ ัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหน่ง ท่ีจะดำเนนิ การพฒั นา ตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ที่ ท่จี ะเกิดขนึ้ กับผูเ้ รยี น
ขอ้ ตกลง ใน ๑ รอบ การประเมนิ ที่แสดงใหเ้ หน็ ถึงการ
คาดหวังให้เกดิ ข้ึน เปลย่ี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) กับผเู้ รยี น ท่ีดขี ้ึนหรือมีการพฒั นา
(โปรดระบ)ุ มากขน้ึ หรือผลสัมฤทธ์ิ
สูงขึ้น (โปรดระบุ)
๓. ด้านการพัฒนาตนเองและ ๓.๑ พฒั นาตนเองอย่างเปน็ ระบบ - ผเู้ รยี นได้รบั การจดั กจิ กรรม - นกั เรยี นร้อยละ ๑๐๐ ได้
วิชาชพี และตอ่ เนอ่ื ง โดยการอบรมกับ การเรยี นรทู้ ่ีเน้นผู้เรยี นเป็น พฒั นาตนเองดา้ นกระบวนการ
หน่วยงานทีจ่ ดั การอบรมเก่ียวกบั การ สำคญั ด้วยวิธกี ารและกิจกรรมท่ี คิด การแกโ้ จทยป์ ัญหาผา่ น
ลักษณะงานที่เสนอให้ พฒั นาทกั ษะการจัดการเรยี นรู้รปู แบบ หลากหลาย ตามความ ส่อื นวตั กรรมทีค่ รสู รา้ งขึ้นจาก
ครอบคลมุ ถงึ การพัฒนาตนเอง ออนไลน์ สำหรบั ครสู งั กดั สำนักงาน เหมาะสม โดยการเรียนรผู้ า่ น เว็บไซต์ Google site และ
อยา่ งเปน็ ระบบ และตอ่ เน่ือง คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน สอื่ นวัตกรรมที่ครสู รา้ งขน้ึ จาก Canva
การมีส่วนร่วมในการ เข้าร่วมในการประชมุ การวจิ ัยทาง เวบ็ ไซต์ Padlet Google site
แลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ การศึกษาระดบั ชาติ ครัง้ ท่ี ๑๖ และ Canva เปน็ ต้น ทำให้ - นกั เรียนรอ้ ยละ ๑๐๐ ของ
เพอ่ื พัฒนาการจัดการเรยี นรู้ "นวัตกรรมการศึกษา" กล้าเปลย่ี น ผเู้ รยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทส่ี ูงขึ้น กล่มุ นักเรียนที่มปี ัญหาในการ
และการนำความรู้ สรา้ งสรรค์ ยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษา เรยี นรู้ มีผลการเรียนรผู้ ่าน
ความสามารถ ทกั ษะทไ่ี ดจ้ าก ไทย อบรมพัฒนาเองเกย่ี วกบั การใช้ - ผู้เรียนได้รบั การแกไ้ ขปัญหา เกณฑท์ ก่ี ำหนด
การพัฒนาตนเอง และวิชาชีพ เทคโนโลยีดิจิทลั เพอ่ื การศกึ ษา เช่น ในการเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม
มาใช้ในการพัฒนาการจดั การ การใชเ้ วบ็ ไซต์ Canva google sites และตามความแตกตา่ งระหว่าง
เรยี นรู้ การพัฒนาคณุ ภาพ และ Liveworksheets เพ่ือสรา้ งส่ือ บคุ คล สง่ ผลใหผ้ ู้เรยี นมผี ลการ
ผ้เู รยี น และการพัฒนา การเรยี นการสอน ใบกิจกรรม ใบ
นวัตกรรม การจดั การเรียนรู้ ความรู้ โปสเตอร์ สไลด์ในการนำเสนอ
การสรา้ งเวป็ ไซต์ เป็นต้น และศกึ ษา
ค้นคว้าหาความร้เู กี่ยวกับการพฒั นา
สมรรถนะวิชาชพี ครู จากเว็บไซตค์ ุรุ
สภา หรือหนว่ ยงานทางการศึกษา เชน่
อบรมการฝกึ เขยี นข้อตกลงในการ
พัฒนางาน
(PerformanceAgreement:PA)
ประเดน็ ท้าทายในการพัฒนาผลลพั ธ์
การเรยี นรู้ของผ้เู รียน เป็นตน้
๓.๒-๓.๓ มีสว่ นในการเปน็ เขา้ รว่ ม
ชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ในการแลกเปลยี่ นเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ
ลกั ษณะงานท่ีปฏิบตั ิ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชี้วัด (Indicators)
ตามมาตรฐานตำแหนง่ ท่ีจะดำเนนิ การพัฒนา ตาม ของงานตามขอ้ ตกลง ท่ี ท่ีจะเกิดข้นึ กับผู้เรยี น
ข้อตกลง ใน ๑ รอบ การประเมิน ทแี่ สดงให้เหน็ ถึงการ
คาดหวงั ให้เกดิ ข้ึน เปลยี่ นแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ กบั ผ้เู รยี น ท่ดี ีขนึ้ หรอื มกี ารพัฒนา
(โปรดระบุ) มากขน้ึ หรือผลสมั ฤทธิ์
สูงขึน้ (โปรดระบ)ุ
ผา่ นกจิ กรรมนเิ ทศการจัดการเรียนรู้ เรยี นทด่ี ีข้ึนรวมถึงไดร้ บั การ
และนำผลจากการประชุม PLC ไปสร้าง พฒั นาจากสอื่ นวตั กรรมการ
เป็นสื่อ นวัตกรรม เพอ่ื นำมาใช้ในการ เรียนการสอนทีค่ รไู ด้พัฒนาข้นึ
พัฒนาคุณภาพผ้เู รยี น หรอื แกไ้ ข จากการเข้าร่วมชมุ ชนการ
นกั เรียนท่มี ผี ลการเรยี นรไู้ มผ่ า่ นเกณฑ์ เรยี นรู้ทางวชิ าชพี หรอื PLC
ท่ีกำหนด และนำมาใช้จดั กิจกรรมการ
เรยี นรู้
หมายเหตุ
1. รูปแบบการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนา ตามแบบ PA 1 ให้เป็นไปตามบริบท และสภาพการ
จัดการเรียนรขู้ องแต่ละสถานศกึ ษา โดยความเห็นชอบรว่ มกันระหว่างผอู้ ำนวยการสถานศึกษา และขา้ ราชการ
ครผู ูจ้ ดั ทำข้อตกลง
2. งาน (Tasks) ที่เสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางานต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ที่
ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผูเ้ รียน และให้นำเสนอรายวิชาหลกั ท่ีทำการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวิชาหลักที่ทำการสอนทุกระดับชั้น ในกรณีที่สอนหลายรายวิชา สามารถเลือกรายวิชาใดวิชาหน่ึ งได้
โดยจะตอ้ งแสดงให้เหน็ ถงึ การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และคณะกรรมการประเมนิ ผลการพัฒนางาน
ตามขอ้ ตกลงสามารถประเมินไดต้ ามแบบการประเมิน PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ ของผู้เรียน
(Outcomes) และตัวชี้วัด (Indicators) ที่เป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมินผลการ
พัฒนางานตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดำเนินการประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริง สภาพ
การจัดการเรียนรู้ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจากการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงเป็นสำคญั โดยไม่เนน้ การประเมินจากเอกสาร
สว่ นท่ี ๒ ข้อตกลงในการพฒั นางานที่เป็นประเด็นทา้ ทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรยี นร้ขู องผู้เรยี น
ประเด็นทท่ี า้ ทายในการพฒั นาผลลพั ธ์การเรยี นรูข้ องผู้เรียนของผูจ้ ดั ทำขอ้ ตกลง ซง่ึ ปัจจบุ นั
ดำรงตำแหน่งครู (ยงั ไม่มวี ิทยฐานะ) ต้องแสดงใหเ้ ห็นถึงระดับการปฏิบตั ทิ ่ีสงู กวา่ คาดหวงั ของวทิ ยฐานะครู (ยงั
ไม่มีวิทยาฐานะ) คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับ
การปฏบิ ัตทิ ่ีคาดหวังในวทิ ยฐานะทส่ี งู กว่าได)้
ประเด็นทา้ ทาย เรอื่ ง การพัฒนาความสามารถในการแกโ้ จทยป์ ญั หาฟสิ ิกส์ โดยใชเ้ ทคนคิ การ
แกป้ ญั หาของโพลยารว่ มกับการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning เพอ่ื สง่ เสริมผลสัมฤทธิท์ างการเรียนวชิ า
ฟสิ ิกส์ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ โรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดปตั ตานี
๑. สภาพปญั หาของผู้เรียนและการจดั การเรยี นรู้
ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ที่ผ่านมานักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พบว่า
ประสบปัญหาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับเกณฑ์ไมค่ ่อยดี เนือ่ งจากนกั เรยี นขาดทักษะการ
แกโ้ จทยป์ ญั หาและนักเรียนยงั มีพืน้ ฐานการแกส้ มการทางคณิตศาสตร์อย่ใู นระดับที่อ่อน ซงึ่ การแก้โจทย์ปญั หา
ถือว่าได้ว่า เป็นปัจจยั ทีส่ ำคญั มากในการเรียนการสอนวชิ าฟิสกิ ส์ หากขาดทักษะน้ีส่งผลให้การเรียนรู้ไดอ้ ย่าง
ไร้ประสิทธภิ าพ การเรียนวิชาฟิสกิ ส์นน้ั นกั เรยี นต้องทราบส่งิ ทโ่ี จทย์กำหนดมาและทราบวา่ โจทย์ต้องการหาสิ่ง
ใดกอ่ นที่จะใช้สูตรหรือสมการทางฟสิ ิกส์ในการคำนวณค่าท่ตี ้องการ ซ่ึงนกั เรียนบางคนยังไม่สามารถวิเคราะห์
โจทย์แก้ปัญหาได้ ไม่รู้ว่าจะต้องเร่ิมหาคำตอบจากสมการอะไร และนักเรียนบางคนสามารถวเิ คราะห์โจทย์ได้
แต่เมื่อแทนค่าลงในสมการแล้วนักเรียนไม่สามารถแก้สมการได้หรือแก้สมการได้ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องผลลัพธ์ท่ี
ออกมาจึงเกิดความผิดพลาดไปด้วย ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าทายการ
พัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยาร่วมกับการจัดการ
เรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
๔ ในภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
๒. วธิ กี ารดำเนนิ การให้บรรลผุ ล
๒.๑ วเิ คราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช
๒๕๖๑) และหลักสูตรสถานศึกษา วิเคราะห์หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ คู่มอื การจัดการเรียนการสอนกล่มุ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คู่มือครู แบบเรียน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวิชาฟิสิกส์ เรื่อง มวล แรงและกฎ
การเคลื่อนที่ของนิวตัน เพื่อกำหนดเนื้อหาสาระของเรื่องทั้งหมด กำหนดโครงสร้างการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ผลการเรียนรู้ใหค้ รอบคลมุ เนอื้ หา และพฤตกิ รรมที่ต้องการ
๒.๒ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active
Learning ทีส่ ่งเสรมิ การคดิ วเิ คราะห์ตามขัน้ ตอนกระบวนการแกโ้ จทยป์ ญั หาของโพลยา ดงั น้ี
ขั้นท่ี ๑ เตรยี มความพรอ้ ม : เป็นข้นั ท่ีผสู้ อนนำผเู้ รยี นเขา้ สู่เนือ้ หาโดยการสรา้ งแรงจงู ใจให้ผ้เู รียน
เกิดความกระตอื รือรน้ และอยากทีจ่ ะเรยี นรู้ต่อไป
ขั้นท่ี ๒ ปฏิบตั งิ านกลุ่ม : เป็นขัน้ ท่ีผสู้ อนให้ผเู้ รียนเขา้ กลมุ่ ยอ่ ย เพอ่ื ทำงานร่วมกันและสรุปความ
คิดเห็นของกลุ่ม ทั้งนี้จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มอื่นๆโดยที่ผู้สอนต้องคอย
เสรมิ ขอ้ มลู หรือความรู้ทีส่ ำคญั ใหส้ มบรู ณย์ งิ่ ข้นึ
ขน้ั ที่ ๓ ประยุกต์ใช้ : เป็นขน้ั ทีใ่ หผ้ ู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดหรอื ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ขั้นที่ ๔ ประเมินผล : ขั้นตอนนี้ผู้เรียนจะได้รับข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการอธิบายความรู้
ความเข้าใจของตนเอง ระหวา่ งการเรียนการสอนในข้นั นี้ของรูปแบบการสอน ครูต้องกระตุ้น
หรือส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินความรู้ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง และยังเปิด
โอกาสให้ครูได้ประเมินความรคู้ วามเข้าใจและพฒั นาทักษะของผเู้ รียนดว้ ย
โดยขั้นที่ ๒ จนถึงขั้นที่ ๓ นักเรียนจะใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ในห้องเรยี นตาม
ข้นั ตอนกระบวนการแก้โจทยป์ ัญหาของโพลยาแทรกเขา้ ไป ดงั น้ี
ขั้นท่ี ๑ ทำความเข้าใจปัญหา สรา้ งแผนภาพ : แปลข้อความจากโจทยใ์ หเ้ ปน็ แผนภาพพรอ้ มท้ังระบุ
โจทย์ปญั หา สัญลักษณ์ ตัวแปรทัง้ ตัวทไี่ มท่ ราบคา่ และทราบค่า
ค้นหาคำสำคัญ : ขดี เส้นใตค้ ำสำคญั ทางฟิสิกส์ สว่ นทีโ่ จทย์ต้องการ
ทราบ สว่ นทโี่ จทยก์ ำหนดมาให้ พร้อมแทนคำสำคัญนน้ั ดว้ ยสญั ลักษณ์
ขน้ั ท่ี ๒ วิเคราะห์ วางแผน หลกั การทางฟิสกิ ส์ : รวบรวมสูตร กฎ สมการ ทฤษฎี หลักการทาง
ข้ันท่ี ๓ ดำเนนิ การตามแผน ฟิสิกสท์ เี่ ปน็ ประโยชนใ์ นการแกป้ ญั หาแลว้ อธบิ ายหลักการทางฟิสิกสท์ ่ี
เลือกไวว้ า่ สอดคล้องเหมาะสมกบั โจทย์ปัญหา
การแกส้ มการ : ดำเนินการแกส้ มการจากสมการท่ีเกยี่ วขอ้ งกับโจทย์
ปัญหา
ขัน้ ที่ ๔ พสิ จู น์ ตรวจสอบ ตรวจสอบหนว่ ย : ทำการแกส้ มการและตรวจสอบหน่วยก่อนทจ่ี ะแทนคา่
คำตอบและขยายผล ตัวเลขในสมการ
พจิ ารณาความสมเหตุสมผล : ตรวจสอบคำตอบทไ่ี ด้วา่ มคี วาม
สมเหตสุ มผล ไม่สมเหตสุ มผล
คำตอบถูกตอ้ ง
ทบทวน : กลับไปทบทวนการแกโ้ จทย์ปญั หาในข้นั
กอ่ นหนา้ นพี้ ร้อมแก้ไขใหถ้ ูกต้อง
๒.๓ เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรม
แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง
แก้ไขให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ ในการแก้โจทย์ปัญหา ให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ผู้เรียน
และโรงเรียน
๒.๔ ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนเบญจมราชทู ศิ จังหวดั ปัตตานี
๒.๕ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน รายวิชาฟิสิกส์ ๑ กับ นักเรียน
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔/๒ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ โดยครูผู้สอนจะดำเนนิ การสาธิตกระบวนการ
แก้โจทย์ปัญหาตามกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง จากนั้นจึงให้นักเรียนได้ดำเนินการ
สาธิตกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาตามกระบวนการของโพลยาด้วยตนเอง โดยมีครูคอยให้คำแนะนำและให้
ความชว่ ยเหลอื นักเรียนอยา่ งใกลช้ ดิ
๒.๖ บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ในโปรแกรม Microsoft
Excel และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในเรื่อง
ใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพือ่ น และการสอนซ่อมเสรมิ สำหรับใช้แก้ไขปญั หาการเรียนรูใ้ หน้ ักเรยี นได้ศึกษา
และทำการทดสอบใหม่ จนนกั เรยี นมีผลการเรยี นรู้ผา่ นเกณฑ์ทก่ี ำหนด
๒.๗ สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้ึน
กวา่ เดิม
๓. ผลลพั ธ์การพัฒนาทีค่ าดหวงั
การจดั การเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคดิ วเิ คราะห์ ถอื ว่าเปน็ ทักษะพ้ืนฐานสำคัญทจี่ ะสง่ ผลให้ผ้เู รียน
พัฒนาทักษะการคิดด้านอื่นๆ ที่สูงขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง แนวทางการจัดการ
เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ตามขั้นตอนกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา ๔
ขั้นตอน ได้แก่ ๑) ทำความเข้าใจปัญหา ๒) วิเคราะห์ วางแผน ๓) ดำเนินการตามแผน ๔) พิสูจน์ ตรวจสอบ
คำตอบและขยายผล ซึง่ กระบวนการเรียนรูผ้ า่ นการคดิ วเิ คราะห์ทัง้ ๔ ขนั้ ตอนน้ี ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยง
ความรู้สู่การปฏิบัติ ก่อเกิดผลงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ
จากผลงานของตนเอง สามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากผลงานนั้นๆ และทักษะที่เกิดขึ้นกับการ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีทั้งข้อมูลเนื้อหาวิชาซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะ
ชวี ติ อันจะกอ่ ให้เกิดความรู้และทกั ษะที่นำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันได้ตามความมงุ่ หมายทางการศึกษา
อย่างแทจ้ ริง
๓.๑ เชงิ ปริมาณ
นักเรียนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ จำนวน ๑ ห้อง รวมจำนวนนักเรียนท้งั หมด ๓๑ คน
ได้รับการพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยาร่วมกับการ
จดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning เพือ่ สง่ เสรมิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวิชาฟิสิกส์ ๑ ดงั นี้
๑. แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐
ไม่ตำ่ กวา่ รอ้ ยละ ๗๐ ของผู้เรยี นทงั้ หมด
๒. แบบฝึกหัด เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ไม่ต่ำกว่า
รอ้ ยละ ๗๐ ของผเู้ รียนท้ังหมด
๓. ผู้เรียนท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ไดร้ ับการซ่อมเสริม และปรับปรงุ ผลการเรียนใหด้ ีข้ึนไมต่ ่ำกว่า
ร้อยละ ๙๐ ของผู้เรียนที่ไมผ่ ่านเกณฑ์
๓.๒ เชงิ คุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๑ ห้อง รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด ๓๑ คน มีความรู้
ความเข้าใจในการแกโ้ จทย์ปัญหา เรือ่ ง แรงและกฎการเคล่ือนที่ของนวิ ตนั และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการ
เรยี นรไู้ ปเชอ่ื มโยงกับชวี ติ ประจำวัน เพอ่ื ใช้ในการตัดสินใจในสถานการณต์ า่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
ลงชื่อ.................................................................
(นางสาวนิปทั มา นิเฮง)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ -
ผ้จู ดั ทำข้อตกลงในการพฒั นางาน
๑/ตลุ าคม/๒๕๖๔
ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา
(✓) เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน
( ) ไม่เหน็ ชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนำไปแก้ไข และ
เสนอเพ่ือพิจารณาอกี คร้ัง ดังน้ี
.................................................................................. ..................................................... ...........
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
ลงชอื่ ........................................................................
(ดร.ประสพ ชนามยุ า)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนเบญจมราชทู ศิ จังหวัดปัตตานี
................/.............../...................
โรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จงั หวัดปัตตานี
สำนักงำนเขตพ้นื ทก่ี ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำ ปัตตำนี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้ พื้นฐำน
กระทรวงศกึ ษำธิกำร