1รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
2รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์รายงานผลด าเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงศึกษาธิการ
กรายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ค าน า การจัดทำเอกสารประกอบรายงานผลการขับเคลื่อนการติดตามและประเมินผลระบบการบริหารและการจัดการศึกษาตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (รอบที่ 1) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งนี้ เป็นการรายงานผลการขับเคลื่อนการบริหารจัดการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จากหน่วยงานทางการศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ทุกระดับและทุกประเภท จากผลการกำกับติดตามและการประเมินผลหน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัด เพื่อรายงานผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้วิเคราะห์ข้อมูลผลตามแบบรายงานการตรวจราชการจากหน่วยรับตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดที่จัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผลการติดตามและประเมินผลระบบการบริหารและการจัดการศึกษาจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขอบคุณ ท่านหัวหน้าหน่วงยงานทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบหน่วยรับตรวจราชการ ที่เอื้ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลตามแบบรายงานการตรวจราชการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการรายงานฉบับนี้ จะเป็นข้อมูลสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์โดยภาพรวม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ มีนาคม 2569
ขรายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์สารบัญเรื่อง หน้าค าน า กสารบัญ ขแบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ด้านที่ 1 ด้านความปลอดภัยและคุ้มครองผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา 1 จุดเน้น ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา และการป้องกันภัยจากสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)1-18ด้านที่ 2 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จุดเน้นที่ 1ผลักดันการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ โดยเน้นสมรรถนะที่จำเป็นให้กับผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ19-40 จุดเน้นที่ 2 พัฒนาการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศผ่านพหุปัญญาและทักษะอาชีพ 41-48 จุดเน้นที่ 3 กำกับ ติดตามการเสริมสร้างการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และการปลูกฝังหน้าที่พลเมืองและคุณธรรมให้กับผู้เรียน49-53ด้านที่ 3 ด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษา จุดเน้นที่ 1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้เป็นศูนย์ (Zero Dropout) 54-57 จุดเน้นที่ 2สร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษา (Anywhere Anytime) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 58-61ด้านที่ 4 ด้านการส่งเสริมวิชาชีพและสวัสดิการครู และบุคลากรทางการศึกษา จุดเน้นที่ 1ส่งเสริมการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 62-64 จุดเน้นที่ 2 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม65-67 จุดเน้นที่ 3ส่งเสริมสวัสดิการที่พักอาศัยของครู 68-71 จุดเน้นที่ 4ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนของครูผู้สอน 72-75 จุดเน้นที่ 5 พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา 76-83
1รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์คำชี้แจง แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีการศึกษา พ.ศ. 2569 สำหรับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานตามนโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569เพื่อรายงานผลภาพรวมระดับจังหวัดด้านที่ 1 ด้านความปลอดภัยและคุ้มครองผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษาจุดเน้น ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา และการป้องกันภัยจากสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)ตัวชี้วัด : ร้อยละของสถานศึกษาที่มีแผนเผชิญเหตุสถานศึกษาที่เหมาะสมหน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สพฐ., สอศ., สช., สกร.1. ผลการด าเนินงานการจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัย รวมทั้งแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)1.1 ภาพรวมผลการดำเนินงานหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจุดเน้นร่วมกันดังนี้1) การจัดทำแผนและมาตรการความปลอดภัย ทุกหน่วยงานมีการจัดทำแผนความปลอดภัยสถานศึกษาและแผนเผชิญเหตุที่ครอบคลุมภัย 4 กลุ่ม (ภัยจากความรุนแรง, อุบัติเหตุ, การละเมิดสิทธิ์, และภัยทางสุขภาวะ) 2) การตั้งศูนย์ความปลอดภัย มีการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย (MOE Safety Center) เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งเหตุและบริหารจัดการความเสี่ยง 3) การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ มีการซักซ้อมแผนอพยพและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัคคีภัย และการเผชิญเหตุจากบุคคลภายนอก 1.2 การดำเนินงานจำแนกตามหน่วยงาน1) สพป.กาฬสินธุ์เขต 1 โรงเรียนในสังกัดทั้ง 161 แห่ง มีมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุที่ปฏิบัติได้จริงครบทุกแห่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ได้ดำเนินงานด้านความปลอดภัย ในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษา โดยได้กำหนดแผนปฏิบัติการ แผนเผชิญเหตุตามบริบทความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาและกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ เช่น มาตรการ
2รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์เปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 กำชับมาตรการกำกับติดตามและรายงานเหตุความไม่ปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาเน้นย้ำมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และการใช้ความรุนแรงภายในโรงเรียนโดยใช้มาตรการ 3 ป (ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม) กำชับมาตรการป้องกันความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับการนำนักเรียนมาทำคอนเทนต์ทางออนไลน์ เน้นย้ำมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การพานักนักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
3รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ดำเนินการ ดังนี้ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ประกาศจัดตั้งศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานด้านความปลอดภัยระดับเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 แจ้งไทม์ไลน์การดำเนินงานเพื่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับสถานศึกษาเพื่อให้ผู้บริหารสถานสึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้เรียนมีทักษะในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบและทุกประเภท โดยส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษามี
4รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์การดำเนินงานตามขอบข่ายความปลอดภัย4 กลุ่มภัย (25 ประเภทภัย) และแจ้งแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้สถานศึกษาดำเนินการด้านการป้องกัน1) สถานศึกษามีการประเมินปัจจัยเสี่ยง สถานศึกษาต้องประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างครอบคลุม 2) สถานศึกษามีการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา3) สถานศึกษากำหนดพื้นที่ที่ต้องมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น บริเวณทางเข้า-ออก ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น เป็นต้น
5รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์4) สถานศึกษามีการติดตั้งป้าย สัญลักษณ์ และอุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย เช่น ป้ายห้ามสูบบุหรี่ ป้ายเตือนอันตราย กล้องวงจรปิด ประตูรั้วที่แข็งแรง เป็นต้น5) สถานศึกษาต้องประเมินนักเรียนรายบุคคลเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะนักเรียนที่อาจมีปัญหาทางด้านจิตใจหรือพฤติกรรม เช่น นักเรียนที่มีประวัติการก้าวร้าว นักเรียนที่มีประวัติการถูกทารุณกรรม เป็นต้น6) สถานศึกษาจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักเรียน เป็นต้น 7) สถานศึกษามีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ ความปลอดภัย และมีการซักซ้อมแผน8) จัดสภาพสิ่งแวดล้อม สถานศึกษาควรจัดสภาพสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษาที่มีความปลอดภัยต่อนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เช่น การจัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ การจัดให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย การจัดให้มีที่จอดรถที่ปลอดภัย เป็นต้นด้านการปลูกฝัง1) ปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติที่ดี สถานศึกษาต้องปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับความปลอดภัยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เช่น การเคารพผู้อื่น การมีน้ำใจ การไม่ใช้ความรุนแรง การไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น เป็นต้น2) สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เช่น การจัดการอบรม การจัดการประกวด การจัดการแข่งขัน การจัดการทำโครงงาน เป็นต้น3) สถานศึกษาต้องบูรณาการความปลอดภัยในหลักสูตรทุกระดับชั้น เช่น การสอนให้นักเรียนรู้จักอันตรายต่างๆ การสอนให้นักเรียนรู้จักป้องกันตัวเอง การสอนให้นักเรียนรู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น4) สถานศึกษาจัดทำสื่อส่งเสริมความปลอดภัย เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ วิดีโอคลิป การ์ตูน เป็นต้น5) สถานศึกษามีการกำหนดการจัดกิจกรรมวันสำคัญด้านความปลอดภัย เช่น วันเด็กปลอดภัย วันจราจรปลอดภัย วันต่อต้านยาเสพติด เป็นต้นด้านการปราบปราม1) จัดระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การติดตั้งกล้องวงจรปิด การติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัย เป็นต้น2) สถานศึกษาจัดระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจตราพื้นที่ต่างๆ การตรวจสอบกล้องวงจรปิด เป็นต้น3) จัดระบบการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ4) มีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจ จราจร นักดับเพลิง เพื่อให้สามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
6รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์5) สถานศึกษาต้องจัดระบบการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เช่น การฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุความรุนแรง การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เป็นต้น 4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 แจ้งสถานศึกษาจัดทำแผนเผชิญเหตุ และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เช่น การฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุความรุนแรง การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เป็นต้น 5. แจ้งมาตรการการรายงานข้อมูลและแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษา ให้สถานศึกษาทราบและดำเนินการ
7รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 แจ้งสถานศึกษาดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา โดยจัดทำคู่มือและแนวทางเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ
8รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์7. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 แจ้งสถานศึกษาดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมปิดภาคเรียน
9รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
10รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์3) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ได้มอบนโยบายสำคัญให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งให้มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ พิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครอง อย่างรอบด้านด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง เหมาะสม และทันเหตุการณ์ และได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความสุข และปลอดภัยในสภาพสังคมปัจจุบันแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566 - 2570)รูปแบบของแผนรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาในสังกัดสพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 สถานศึกษาได้ดำเนินการตามขั้นตอนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีวิธีการรู้จักนักเรียน และวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อนักเรียน มีการเตรียมความพร้อมในการเสริมสร้างความปลอดภัย ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยจัดทำแผนเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษาตามบริบทของโรงเรียนที่ได้จากการประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์ และจัดลำดับความเสี่ยงของสถานศึกษา ควบคุมตามมาตรการ 3 ป (1.ป้องกัน 2.ปลูกฝัง 3.ปราบปราม) และขอบข่ายความปลอดภัย 4 กลุ่มภัย 1) ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ 2) ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ 3) ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ 4) ภัยที่เกิดจาผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ มีแผนและแนวทางในการเผชิญเหตุ ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมและทันเวลาสถานศึกษาในสังกัด สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 สามารถนำแนวทางและมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปปฏิบัติและกำหนดเป็นแผนรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสมกับสถานศึกษา ด้านสภาพแวดล้อมสภาพภูมิศาสตร์และความต้องการของท้องถิ่นโดยอาจกำหนดรูปแบบของแผนดังนี้ 1. แผนพัฒนาระบบความปลอดภัยของสถานศึกษาเป็นแผนที่มุ่งสร้างเสริมความเข้มแข็งของระบบรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา2. มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 3. โครงสร้างการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาที่ชัดเจน 4. มีระบบเครือข่ายเพื่อการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา 5. การมีระบบควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา 6. มีระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมีแผนการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัย ด้านสภาพแวดล้อมของสังคมด้านสุขภาพภาพอนามัยของนักเรียนความปลอดภัยจากสัตว์และแมลงมีพิษและผลกระทบจากการสู้รบและเหตุการณ์ความไม่สงบโดยกำหนดให้ควบคุมโรคภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนอาทิเช่น ความบกพร่องของอาคารเรียนบริเวณสถานศึกษาสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อความปลอดภัยเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ในสถานศึกษาที่อาจเป็นอันตรายต่อนักเรียนการเดินทางไปกลับของนักเรียนการพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานศึกษาและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นต้นส่งผลให้นักเรียนในสังกัด สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ทุกคนได้รับความคุ้มครองและมีความปลอดภัยในชีวิตสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างมีความสุขและเต็มศักยภาพ ด้านวิชาการ การวิเคราะห์ มีจิตสำนึกที่ดีมีคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ทั้ง 8 ประการ รู้จัก เข้าใจตนเองและผู้อื่น ตระหนักถึง ภาระหน้าที่ของตนเอง สามารถ
11รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นได้ปฏิบัติตามตลอดจนสามารถวางแผนในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับช่วงวัยโดยตัดสินใจศึกษาต่อได้เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเอง รวมทั้งสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขเอกสาร/หลักฐานอ้างอิง4) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการตามแผนการดูแลความสงบและความปลอดภัยในการรับมือด้านความปลอดภัย 4 กลุ่มภัย ทำให้มาตรการความปลอดภัยครอบคลุมทุกมิติ ส่งผลให้สถานศึกษามีแผนเผชิญเหตุ (Emergency Plan) ที่ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของพื้นที่ มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ โรงพยาบาล และหน่วยกู้ภัย ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัย เกิดเครือข่าย “สถานศึกษาปลอดภัย” ทั้งนี้ ครูและบุคลากรได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยและการจัดการภาวะฉุกเฉิน และนักเรียนมีความรู้ มีทักษะในการเอาตัวรอดเพิ่มขึ้น ดังนั้น สถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ จึงมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้น ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุและเหตุไม่ปลอดภัยลดลงนักเรียน ครู และผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของสถานศึกษาเพิ่มขึ้น เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) ภายในโรงเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการตามแผนการดูแลความสงบและความปลอดภัยในการรับมือด้านความปลอดภัย 4 กลุ่มภัย 1) ภัยจากความรุนแรงของมนุษย์ (Violence) เช่น ทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธ 2) ภัยจากอุบัติเหตุและภัยพิบัติ (Accident) เช่น ไฟไหม้ ลื่นล้ม น้ำท่วม 3) ภัยจากการถูกละเมิดสิทธิ์ (Right) เช่น การกลั่นแกล้ง ล่วงละเมิดทางเพศ และ 4) ภัยต่อสุขภาวะกายจิต (Unhealthiness) เช่น โรคระบาด ซึมเศร้า สารเสพติด ทำให้สถานศึกษามีมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยง วิธีการรับมือเมื่อเกิดเหตุ รวมทั้ง มีการแต่งตั้งคณะทำงานหรือครูผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อม การป้องกัน และการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความปลอดภัยในทุกมิติให้แก่นักเรียน ครูและบุคลากรทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ได้จัดตั้งศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ (ศป.สพม.กส.) มีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการ เพื่อ
12รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์เสริมสร้างความสุขและความปลอดภัยให้แก่นักเรียนครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในการเสริมสร้างความสุขและความปลอดภัยแก่นักเรียนครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ให้รายงานมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ทราบโดยทันที โดยมีช่องทางสื่อสารฉุกเฉินร่วมกัน เช่น Line กลุ่มแจ้งเคสนักเรียน สพม.กาฬสินธุ์ รวมทั้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีวิธีการ ช่องทางการเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ด้านระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและความปลอดภัยที่หลากหลาย ดังนี้ 1) เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน www.obec.go.th2) เว็บไซต์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ https://www.sesaoksn.go.th/ 3) เพจเฟสบุ๊ค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ https://www.facebook.com/prsesaokalasin/5) สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการด้านความปลอดภัย ในระดับสถานศึกษาโดยกำหนดแผนและมาตรการ ดำเนินงานจัดหานักการภารโรงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลอาคาร สถานที่ และทรัพย์สิน พร้อมทั้งมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV), การติดตั้งถังดับเพลิง และการจัดทำแผนเผชิญเหตุและมาตรการป้องกันอุบัติภัย รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง สถานีตำรวจภูธร องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นชุมชน เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำหนด แผนเผชิญเหตุ (Incident Response Plan) เพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงครอบคลุม 3 ช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้:โครงสร้างแผนเผชิญเหตุ 3 ระยะ1.ก่อนเกิดเหตุ (Before the incident): ประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่- แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยและกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน- จัดทำระบบสารสนเทศ ช่องทางการสื่อสาร และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น CCTV- ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำ เช่น การซ้อมหนีไฟหรืออพยพภัยธรรมชาติ2.ระหว่างเกิดเหตุ (During the incident):- ระงับเหตุการณ์ทันทีตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทภัย เพื่อลดความสูญเสีย- ประสานงานเครือข่ายภายนอก เช่น ตำรวจ โรงพยาบาล หรือชุมชน เพื่อขอความช่วยเหลือ- รายงานเหตุการณ์ต่อต้นสังกัดหรือ ศูนย์ความปลอดภัย สอศ. (OVEC Safety Center) ทันที3.หลังเกิดเหตุ (After the incident):- ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย- ดำเนินการทางกฎหมายหรือวินัย (กรณีมีการกระทำผิด)
13รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์- สรุปบทเรียนและทบทวนแผนเพื่อปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประเภทภัยที่เน้นย้ำภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ (Violence): เช่น การทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกาย- ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Accident): เช่น อุบัติเหตุจากการเดินทาง ทัศนศึกษา หรือในห้องปฏิบัติการ- ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ (Right): การคุกคามทางเพศ หรือการกลั่นแกล้ง
14รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
15รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์6) สกร.จังหวัดกาฬสินธุ์ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการและประชุมจัดทำมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุตามนโยบาย Safe Zone สถานศึกษาในสังกัด ได้ด าเนินการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมีการจัดท าแผนเผชิญเหตุของสถานศึกษา มีการก าหนดพื้นที่ปลอดภัย การปรับปรุงสภาพแวดล้อม การติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ถังดับเพลิง จุดรวมพล มีการติดป้าย หรือแสดงสัญลักษณ์ชัดเจนในพื้นที่มีความเสี่ยง มีการจัดอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการด าเนินการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาแก่บุคลากร มีการซักซ้อมสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุ อาทิเช่น สถานการณ์เมื่อเกิดไฟไหม้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามแนวทาง ตามแผนเมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น รวมทั้งการจัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น ในด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง ได้มีการควบคุมการเข้า–ออกของบุคคลภายนอก การส่งเสริมสุขอนามัยของผู้เรียน การเฝ้าระวังโรคติดต่อ และการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างใกล้ชิด รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงและการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา มีการจัดส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต คุณธรรม จริยธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติให้กับผู้เรียนอย่างต่อเนื่องทุกภาคเรียน เช่น โครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรม โครงการเยาวชนคนรุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด โครงการเพศวิถีศึกษา โครงการพัฒนาผู้เรียนด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้นสถานศึกษาในสังกัดมีการด าเนินงานด้านสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข อย่างต่อเนื่อง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอ าเภอค าม่วงได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระดับเพชร ปีการศึกษา 2567โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อพัฒนาทักษะความรู้เพศวิถีศึกษา สกร.ระดับอ าเภอค าม่วงโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ณ ห้องสมุดประชาชนอ าเภอค าม่วง
16รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์โครงการอบรมคนรุ่นใหม่ ห่างไกลยาเสพติด ภายใต้โครงการสถานศึกษาสีขาว ของ สกร.ระดับอ าเภอค าม่วงโครงการส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของ สกร.ระดับอ าเภอห้วยผึ้ง7) โรงเรียนเอกชน โดยคณะกรรมการประสานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดกาฬสินธุ์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) 24 ชั่วโมง และระบบประตูรีโมทเพื่อควบคุมความปลอดภัยตารางที่ 1 แสดงจ านวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีแผนเผชิญเหตุสถานศึกษาที่เหมาะสมสังกัดจ านวนสถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) จ านวนสถานศึกษาที่มีแผนเผชิญเหตุสถานศึกษาที่เหมาะสม (แห่ง)ร้อยละสพป.กส.1 161 161 100สพป.กส.2 164 164 100สพป.กส.3 198 198 100สพม. 55 55 100ศกศ. 1 1 100สอจ. 18 18 100สกร. 18 18 100สช. 50 50 100รวม 665 665 100
17รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์2. ปัญหาอุปสรรค 2.1 ด้านงบประมาณและอุปกรณ์ การขาดแคลนงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และการจัดซื้ออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย 2.2 ความเชี่ยวชาญ บุคลากรบางส่วนยังขาดทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการเผชิญเหตุการณ์วิกฤตที่ซับซ้อน 2.3 สภาพกายภาพ สถานศึกษาบางแห่งมีพื้นที่กว้างขวางหรืออยู่ในจุดเสี่ยง ทำให้การเฝ้าระวังทำได้ไม่ทั่วถึง3. ข้อเสนอแนะ 1) ระดับนโยบาย1.1 การสนับสนุนงบประมาณเฉพาะกิจ ควรจัดสรรงบประมาณงบลงทุน (หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด AI ที่เชื่อมโยงกับสถานีตำรวจ, การปรับปรุงรั้วรอบขอบชิด และระบบเตือนภัยอัจฉริยะ ในสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง1.2 การจัดทำมาตรฐานกลางความปลอดภัยดิจิทัล กำหนดมาตรฐานกลางของ \"ระบบรายงานเหตุออนไลน์\" ให้เป็นระบบเดียวกันทั้งกระทรวง เพื่อให้สามารถบิ๊กดาต้า (Big Data) มาวิเคราะห์จุดเสี่ยงเชิงพื้นที่ในระดับประเทศได้ทันที1.3 กฎหมายและระเบียบ พัฒนาระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองและเยียวยาครูและบุคลากรที่ประสบเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมถึงผลกระทบทางจิตใจ2) ระดับส่วนราชการ2.1 การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะเฉพาะด้าน ควรจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน “การจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management)” โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเสริมสร้างทักษะการตัดสินใจและการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา2.2 การพัฒนาระบบนิเทศและติดตามผลแบบเสริมพลัง ควรพัฒนาเครื่องมือและกระบวนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย (Safe Zone) โดยมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) มากกว่าการตรวจสอบเอกสาร เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน2.3 การจัดการฐานข้อมูลด้านความปลอดภัย ควรรวบรวม วิเคราะห์ และจัดเก็บข้อมูลสถิติเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจากทุกสังกัดในระดับจังหวัด เพื่อจัดทำ “แผนที่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับจังหวัด” (Safety Mapping) สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนป้องกัน แจ้งเตือน และบริหารจัดการความเสี่ยงในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
18รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์3) ระดับพื้นที่3.1 การสร้างภาคีเครือข่ายความปลอดภัยชุมชน ควรส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และฝ่ายปกครอง เพื่อขยายขอบเขตพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ออกสู่ชุมชนโดยรอบ รวมถึงพัฒนาระบบดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของผู้เรียนในจุดเสี่ยง3.2 การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุแบบบูรณาการ ควรดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยเน้นสถานการณ์ที่สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของพื้นที่ เช่น ปัญหายาเสพติด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับ มือกับสถานการณ์จริง3.3 การส่งเสริมวินัยและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ควรสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดตั้ง \"อาสาสมัครความปลอดภัยในสถานศึกษา\" โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลและแจ้งเหตุผ่านระบบ MOE Safety Center เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยจากภายในสู่ภายนอก4. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(ถ้ามี)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
19รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ด้านที่ 2 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจุดเน้นที่ 1 ผลักดันการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ โดยเน้นสมรรถนะที่จ าเป็นให้กับผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพตัวชี้วัด : ร้อยละสถานศึกษาที่มีกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน และบริบทพื้นที่หน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สพฐ., สอศ., สช., สกร.1. ผลการด าเนินงาน1) การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียนหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียน สามารถจำแนกผลการดำเนินงานตามประเภทการจัดการศึกษาได้ดังนี้1. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.1 หน่วยงานในสังกัด สพป. และ สพม. กาฬสินธุ์รวมถึงสถานศึกษาเอกชน มีการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะอย่างเป็นระบบ ดังนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ได้ดำเนินโครงการจัดทำและพัฒนาหลักสูตร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีกิจกรรมสำคัญได้แก่ 1.1 การประเมินผลการใช้หลักสูตร 1.2 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 1.3 พัฒนานวัตกรรมด้านการพัฒนาหลักสูตร โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ โรงเรียนทั้ง 161 โรงเรียนในสังกัด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดทำและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง และตอบสนองต่อบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถนำกรอบหลักสูตรท้องถิ่นไปใช้บูรณาการกับข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จัดทำและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา 2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งเป็นจุดเน้นสำคัญของสำนักงานเขตพื้นที่ ได้แก่2.1 กิจกรรมกิจกรรมนิเทศออนไลน์ พัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ได้ดำเนินการนิเทศออนไลน์ Model Teacher จำนวน 12 ราย (ทุกกลุ่มเครือข่ายฯ จะมีการคัดเลือกครู Model Teacher เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ รับการนิเทศโดยคณะกรรมการ ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูวิชาการ ครู Buddy teacher ครูผู้ควบคุมระบบ ICT เครือข่ายทางวิชาการจากต่าง
20รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์สังกัด) ร่วมสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ ปรับปรุงพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ขยายผลให้ครูภายในกลุ่มเครือข่าย ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ และ Facebook ของสำนักงานเขตพื้นที่ 2.2 กิจกรรมตักบาตรเช้า เข้าโรงเรียน ย้ำเตือนนโยบาย ติดตามโรงเรียนคุณสุข” (ครั้งที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2568 -เดือนมกราคม 2569 ครอบคลุมทั้ง 11 กลุ่มเครือข่าย จำนวน 11 โรงเรียน) เพื่อสื่อสารความเข้าใจ สร้างความตระหนักของบุคลากรในสถานศึกษา สื่อสารการปฏิบัติตามนโยบายแก่ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำทางศาสนา โดยมี กิจกรรมตักบาตรเช้า ถวายภัตตาหารแด่พระ ภิกษุสงฆ์ พบปะพูดคุยสื่อสารนโยบาย จุดเน้น แนวปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กิจกรรมเข้าโรงเรียน ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง พบปะนักเรียน ตรวจสุขภาพ สังเกตชั้นเรียน สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูผู้สอนทุกคนในโรงเรียนต้นแบบ โดยผู้นิเทศ ได้แก่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูวิชาการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570ความเชื่อมโยงเชิงนโยบาย (Policy Alignment)การดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ในการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ มีความสอดคล้องกับกรอบนโยบายระดับประเทศและระดับสากล ดังนี้1) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก2) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 1 : การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยโดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและคุณลักษณะของพลเมืองไทยและพลโลก3) แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 1 : การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพผู้เรียนยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร4) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สอดคล้องกับSDG 4 : Quality Education
21รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์โดยเฉพาะเป้าหมาย- SDG 4.1 การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม- SDG 4.7 การพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มี สมรรถนะหลักตามเป้าหมายหลักสูตรฐานสมรรถนะ พ.ศ. 2568) มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการใช้ชีวิตจริง (Functional Literacy) ผ่าน Active Learning โดยลดการท่องจำ เน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ผ่านสมรรถนะหลักตามเป้าหมายหลักสูตรฐานสมรรถนะ พ.ศ. 2568 ที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตในยุคใหม่ ดังนี้ ๑) สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self Management: SM) : มีความสามารถในการบริหารจัดการตนเอง พัฒนาตนเอง วางแผนชีวิต และจัดการอารมณ์ได้๒) สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) : สามารถรับและส่งสาร ใช้ภาษาวัฒนธรรมถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความรู้สึก และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ๓) สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) : สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี มีทักษะการเป็นผู้นำและผู้ตาม สื่อสารและแก้ปัญหาความขัดแย้งได้๔) สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) : มีทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและข้อมูลที่ถูกต้อง๕ )สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC) : มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีจิตสาธารณะ และมีความเป็นไทย๕) สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainability) : มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการผ่าน โครงการพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย1.การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ2.การพัฒนาและออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Unit Design)3.การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)4.การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for Learning)5.การนิเทศ ติดตาม และให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่สถานศึกษาอย่างต่อเนื่องตัวชี้วัดเชิงนโยบาย (Policy KPI)1.ร้อยละของสถานศึกษาที่พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ2.ร้อยละของครูที่สามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะได้3.ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)4.ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามช่วงวัย
22รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัด• สถานศึกษาในสังกัด ร้อยละ 100 ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับแนวทางหลักสูตรฐานสมรรถนะ• ครูผู้สอน ร้อยละ ๙๐ สามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้• สถานศึกษา ร้อยละ 100 จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Active Learning• ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องEvidence / หลักฐานเชิงประจักษ์1. แผนพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียนในสังกัด2. หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning Units)3. รายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา4. รายงานผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา5. ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนและผลการประเมินสมรรถนะตามสภาพจริงผลลัพธ์เชิงคุณภาพ1. ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรฐานสมรรถนะและสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ2. สถานศึกษาสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบสนองต่อศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน3. ผู้เรียนมีทักษะการคิด วิเคราะห์ การสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่สูงขึ้น4. เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ภายในสถานศึกษา Policy Mapping ตารางเชื่อมโยงตัวชี้วัดเชิงนโยบายนโยบายกระทรวง ตัวชี้วัด ผลการด าเนินงานการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ร้อยละของสถานศึกษาที่พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 100%การจัดการเรียนรู้ Active Learning ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้เชิงรุก 100%การพัฒนาศักยภาพครูร้อยละของครูที่สามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ90%การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามช่วงวัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
23รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ผลลัพธ์และผลกระทบต่อคุณภาพผู้เรียน (Impact)การดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในระดับสถานศึกษา ครู และผู้เรียน ดังนี้1) ระดับสถานศึกษาสถานศึกษาสามารถพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น2) ระดับครูครูมีความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก และใช้การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ3) ระดับผู้เรียนผู้เรียนมีพัฒนาการด้านสมรรถนะตามเป้าหมายหลักสูตรการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๘ ได้แก่➢ สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self Management: SM) ➢ สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) ➢ สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) ➢ สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) ➢ สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC)➢ สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainability)Policy Alignment Matrixตารางเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ – นโยบาย – ผลลัพธ์ระดับนโยบาย ประเด็นนโยบาย แนวทางการด าเนินงานของเขตพื้นที่ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะผู้เรียนมีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21แผนการศึกษาแห่งชาติ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ผู้เรียนมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การจัดการเรียนรู้ Active Learningผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์
24รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ระดับนโยบาย ประเด็นนโยบาย แนวทางการด าเนินงานของเขตพื้นที่ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนโยบายกระทรวงศึกษาธิการการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะการอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาครูสามารถออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะSDGsSDG 4 Quality Educationการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพผู้เรียนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และสามารถตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 4 : Quality Education ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนในพื้นที่ โดยบูรณาการองค์ความรู้จากชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรในพื้นที่เข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะชีวิต และสามารถประกอบอาชีพในอนาคตได้ ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 มีสถานศึกษาในสังกัด จ านวน 164 แห่ ง และมีผู้เรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานจ านวน 17,051 คน โดยผลการดำเนินงาน พบว่า• สถานศึกษาร้อยละ 100 (164 โรงเรียน) ได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่• สถานศึกษาร้อยละ 100 มีการพัฒนาหลักสูตรหรือหน่วยการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น• สถานศึกษาร้อยละ 100 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพและทักษะแห่งอนาคต• ผู้เรียนร้อยละ 100 ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่และการเรียนรู้เพื่อการมีงานทำ
25รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์การด าเนินงานส าคัญสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาดำเนินกิจกรรมสำคัญ ดังนี้1. การพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของผู้เรียน2. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจัดการเรียนรู้สนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะด้านความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี3. การพัฒนาหลักสูตรทักษะอาชีพและทักษะแห่งอนาคต (Future Skills)ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะอาชีพและทักษะแห่งอนาคต เช่น➢ สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self Management: SM) ➢ สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) ➢ สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) ➢ สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) ➢ สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC)สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainability)4. การส่งเสริมกิจกรรม “เรียนรู้เพื่อการมีงานท า” และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn)สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการประกอบอาชีพ และการสร้างรายได้ระหว่างเรียน เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน5. การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามแนวทางพหุปัญญา (Multiple Intelligences)ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล6. การพัฒนาระบบแนะแนว การชี้แนะ (Coaching) และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาระบบการแนะแนวและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพPolicy KPI ที่เกี่ยวข้อง1. ร้อยละของสถานศึกษาที่พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่2. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพและทักษะแห่งอนาคต3. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ4. ร้อยละของสถานศึกษาที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้
26รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์Evidence / หลักฐานเชิงประจักษ์การดำเนินงานดังกล่าวมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ได้แก่1. หลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนในสังกัด2. แผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการบริบทพื้นที่3. รายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 214. รายงานผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้5. ผลงานหรือโครงงานของผู้เรียนที่สะท้อนการเรียนรู้จากบริบทพื้นที่ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (Impact)จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้สถานศึกษาในสังกัดสามารถจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่ และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง อันนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ได้แก่➢ สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self Management: SM) ➢ สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) ➢ สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) ➢ สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) ➢ สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC)➢ สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 นโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และเป้าหมายของหลักสูตรฐานสมรรถนะส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพสถานศึกษาให้สามารถจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคลตามศักยภาพ (Individual Potential) และสมรรถนะสำคัญ (Competency-Based Learning) ผ่านกระบวนการดังนี้1.ส่งเสริมให้สถานศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา และปรับปรุงหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ชุมชน และความต้องการของผู้เรียน2.สนับสนุนการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง3.พัฒนาครูผู้สอนให้สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (Differentiated Instruction) ทั้งด้านความสามารถ ความสนใจ และรูปแบบการเรียนรู้4.ส่งเสริมการใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ และตอบสนองผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
27รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์5.สนับสนุนการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ที่สะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์6.นิเทศ ติดตาม และให้คำปรึกษาเชิงชี้แนะ (Coaching) แก่ครูและสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้สถานศึกษามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปสู่การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากขึ้น ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาสมรรถนะตามศักยภาพของตนเองอย่างเหมาะสม และเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ดำเนินการดังต่อไปนี้(1) จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น และการใช้กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น โดยมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน(2) แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ และเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์(3) จัดการประชุม PLC ร่วมกับสถานศึกษาทุกสถานศึกษาในสังกัด เพื่อถอดบทเรียนการใช้หลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น และเตรียมความพร้อมในการประเมิน และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น(4) นิเทศบูรณาการ ตามนโยบายเรียนดี มีคุณธรรม เพื่อนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนตามหลักพหุปัญญา ตามความสนใจ และตามความถนัดของผู้เรียน(5) สร้างเครือข่ายทางการศึกษากับวิทยาลัยการอาชีพหนองกรุงศรี เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรที่หลากหลาย สำหรับผู้เรียนในโรงเรียนมัธยมในสหวิทยาเขตห้วยเม็กหนองกรุงศรี จำนวน 7 โรงเรียน โดยร่วมส่งเสริมให้มีการพัฒนาหลักสูตรทวิศึกษา ธนาคารหน่วยกิต และหลักสูตรระยะสั้น2. การอาชีวศึกษา 1) การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียน- สนับสนุนให้ครูออกแบบกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำ- ส่งเสริมให้ครูใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายในห้องเรียนเดียว เช่น การให้โจทย์ที่ความยากต่างกัน หรือการให้เลือกวิธีส่งงาน (ทำคลิป, เขียนรายงาน, หรือวาดรูป)-สถานศึกษามีการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ที่มุ้งเน้นในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโดยมีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อใช้เชื่อมโยงกับสถานประกอบการ - ปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับตลาดแรงงาน - ส่งเสริม Active Learning
28รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ - ใช้การเรียนรู้แบบ Project-based / Work-based ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะอาชีพและสมรรถนะที่จำเป็น 2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่- นำปัญหาจริงในชุมชนมาเป็นโจทย์ตั้งต้น เช่น \"ทำอย่างไรให้อาหารพื้นเมืองของเราขายออนไลน์ได้” -สถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสมรรถนะที่ตรงตามอาชีพในท้องถิ่น3. การเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการศึกษาพิเศษ 1) การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียนสถานศึกษาในสังกัด ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และการบูรณาการทักษะชีวิตและทักษะอาชีพเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอน ในการดำเนินงาน ได้สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง เช่น การจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และการบูรณาการทักษะชีวิตและทักษะอาชีพเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนนอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การให้คำปรึกษา และการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาสมรรถนะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เห็นคุณค่าในตนเอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ได้สนับสนุนการบูรณาการเนื้อหาการเรียนรู้กับอาชีพในชุมชน แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และของดีประจำอำเภอคำม่วง เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าไหมแพรวา การแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชน มีการบูรณาการใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น เช่น ศูนย์เกษตรอินทรีย์เพชรจินดา แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ภูน้อย ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนมีความหมายต่อผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้กับบริบทพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันสอดคล้องกับบทบาทและภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืนศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมุ่งเน้นการ
29รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์พัฒนาศักยภาพและสมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเป็นสำคัญทั้งด้านการดำรงชีวิต การสื่อสาร และทักษะอาชีพ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนแต่ละประเภทความพิการ ทั้งนี้ได้มีการจัดทำและพัฒนาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับศักยภาพ ความสามารถ และความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนแต่ละราย รวมทั้งมีการติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ความสำคัญกับการบูรณาการอัตลักษณ์ของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักในคุณค่าและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้2.1 การบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นสพป.กาฬสินธุ์เขต 1 และสพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 มีการนำบริบทของชุมชน ทรัพยากรท้องถิ่น และภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้เชิงบูรณาการ โดยเน้นการจัดการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-based Learning) และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การดำรงชีวิต และมองเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต2.2 ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในระดับจังหวัด เพื่อพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องและเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ รวมถึงความต้องการของภาคอาชีพและตลาดแรงงาน2.3 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนเฉพาะกลุ่มศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ได้พัฒนานวัตกรรม “Arts Fun” โดยบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายด้านศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ อันนำไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการสร้างรายได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน
30รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ตารางที่ 2 แสดงจ านวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียนและบริบทพื้นที่สังกัดจ านวนสถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) จ านวนสถานศึกษาที่มีกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียนและบริบทพื้นที่ (แห่ง)ร้อยละสพป.กส.1 161 161 100สพป.กส.2 164 164 100สพป.กส.3 198 198 100สพม. 55 55 100ศกศ. 1 1 100สอจ. 18 18 100สช. 50 50 100สกร. 18 18 100รวม 665 665 1002. ปัญหาอุปสรรค1. สมรรถนะของครู ครูบางส่วนยังขาดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)2. ภาระงาน ภาระงานด้านธุรการและเอกสารส่งผลต่อเวลาที่ครูจะใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้และเตรียมแผนการสอนเชิงสมรรถนะ3. ทรัพยากร โรงเรียนขนาดเล็กยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ นวัตกรรม และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียรสำหรับการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล4. ความชัดเจนของแนวปฏิบัติ: ในการนำหลักสูตรนำร่องไปปฏิบัติ บางแห่งยังขาดความชัดเจนในวิธีการวัดและประเมินผลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน3. ข้อเสนอแนะ 1) ระดับนโยบายควรปรับลดโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียนเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน และกำหนดมาตรฐานการประเมินฐานสมรรถนะ (Rubric กลาง) ให้เป็นระบบเดียวกัน2) ระดับส่วนราชการควรพัฒนาคลังสื่อและตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะที่ครูสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที รวมถึงสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย
31รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์3) ระดับพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการและชุมชนให้ต่อเนื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์จริงและเรียนรู้จากสถานการณ์จริง4. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(ถ้ามี)รูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา KSN–2H Model ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ที่บูรณาการแนวคิดจากการบริหารจัดการเชิงระบบ วงจรคุณภาพ และการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพภายใต้แนวคิด “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน (Together)” ดังนี้แนวคิดหลัก: “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน (Together)”การพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องอาศัยการบูรณาการองค์ประกอบต่างๆ อย่างไม่แยกขาดจากกันโดยเน้นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ( Collaborative Network) ทั้งบ้าน โรงเรียน และชุมชนเพื่อสร้าง \"วิถีชีวิต\" แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีผู้บริหารและครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากตนเองก่อนจะนำไปสู่ตัวผู้เรียนโครงสร้างโมเดล KSN–2H1. K : Knowledge Development (การพัฒนาความรู้)เน้นการยกระดับสมรรถนะของครูและบุคลากร เพื่อให้สามารถเป็น \"ผู้อำนวยความสะดวก\" (Facilitator) ในการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง- การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ: ปรับเปลี่ยนจากการเน้นเนื้อหา (Content-Based) เป็นการเน้นสมรรถนะ (Competency-Based) ที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะไปใช้ได้จริงในชีวิต- การพัฒนาครูผ่าน PLC: สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง- การพัฒนาทักษะ Active Learning: ส่งเสริมให้ครูออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ (Hand) เพื่อน ำ ไ ป ส ู ่ ก า ร ค ิ ด ( Head) แ ล ะ ก า ร เ ห ็ น ค ุ ณ ค ่ า ( Heart) ผ ่ า น ส ถ า น ก า ร ณ ์ จ ร ิ ง ห ร ื อ ป ั ญ ห าเป็นฐาน2. S : System Management (การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ)นำการบริหารจัดการเชิงระบบ (System Management) มาใช้เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการทำงานให้เป็นเอกภาพ- ระบบนิเทศติดตาม: ใช้กระบวนการชี้แนะ (Coaching) และนิเทศภายในอย่างเป็นระบบในยุคดิจิทัล โดยอาจนำวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) มาใช้ควบคุมคุณภาพ
32รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์- การบริหารจัดการหลักสูตร: จัดระบบข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็น และสนับสนุนทรัพยากร/แหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอต่อการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา- ร ะบบสนับสนุน ก า รเ รียน รู้ : สร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วม3. N : Network Collaboration (การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ)สร้างพลังจากการมีส่วนร่วม (Participation) ตามแนวคิด \"Together\"- โรงเรียน: สร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)- ชุมชน: ให้ชุมชนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานการเรียนรู้- ภาคีเครือข่าย: ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน (ศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้ (Thai PBS) เพื่อระดมทรัพยากรและองค์ความรู้4. 2H (Head & Heart : เป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน)เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามแนวคิดการศึกษาแบบองค์รวม- Head (ปัญญา) : พัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking) การประมวลผลข้อมูล และการคิดอย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) เพื่อให้เกิด \"อิสรภาพทางปัญญา\"- Heart (ใจ) : พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และ \"สติ\" ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้บ่มเพาะคุณลักษณะที่พึงประสงค์และการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งกระบวนการขับเคลื่อนโมเดล (Action Process)เพื่อให้โมเดลเกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ควรดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA:1. Plan: วางแผนร่วมกับภาคีเครือข่าย กำหนดเป้าหมายสมรรถนะผู้เรียนที่ชัดเจน2. Do: ดำเนินการพัฒนาครูและจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการกับวิถีชีวิต3. Check: นิเทศ ติดตาม และประเมินผลตามสภาพจริง เพื่อดูความก้าวหน้าของสมรรถนะผู้เรียน4. Act: สรุปผล บทเรียน และขยายผลความสำเร็จ (Accountability) สู่สาธารณชนเพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่องผลลัพธ์ที่คาดหวัง- ผู้เรียน: มีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่- สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self Management: SM) - สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) - สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) - สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) - สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC)- สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainability)
33รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 นโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และเป้าหมายของหลักสูตรฐานสมรรถนะ- ครู: สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง- สถานศึกษา: มีระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และได้รับความร่วมมือที่เข้มแข็งจากชุมชน โมเดล KSN–2H คือกรอบแนวคิดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ที่เน้นความร่วมมือภายใต้หลักการ “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วยการ พัฒนาองค์ความรู้ (K) เพื่อเปลี่ยนครูให้เป็นผู้อำนวยความสะดวก การสร้าง ระบบบริหารจัดการ (S) ที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ (N) ระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชน เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านทั้งทาง สติปัญญา (Head) และ จิตใจ (Heart) ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ทันสมัย การขับเคลื่อนจะใช้วงจรคุณภาพ PDCA เพื่อติดตามผลและสร้างความต่อเนื่องในการทำงานอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการสร้างเยาวชนที่มีทักษะส าคัญในศตวรรษที่ 21 พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองที่มีศักยภาพและมีคุณธรรมในสังคมยุคใหม่
34รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
35รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
36รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
37รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
38รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
39รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
40รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ โดยเน้นสมรรถนะที่จ าเป็นให้กับผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ
41รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ด้านที่ 2 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจุดเน้นที่ 2 พัฒนาการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศผ่านพหุปัญญาและทักษะอาชีพตัวชี้วัด (1) ร้อยละสถานศึกษาที่มีการคัดกรองและประเมินความรู้ ทักษะของผู้เรียน เพื่อการพัฒนา พหุปัญญารายบุคคล(2) ร้อยละสถานศึกษาที่มีจัดการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ในรูปแบบที่หลากหลาย ตามศักยภาพ และความถนัดของผู้เรียน(3) ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนหน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สพฐ., สอศ., สช., สกร.1. ผลการด าเนินงาน1) การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาและทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ หรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายสถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจที่หลากหลาย ตามแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ สามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้2) การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ที่หลากหลายและสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนครูผู้สอนได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เช่น การประเมินจากการปฏิบัติจริง (Performance Assessment) การประเมินจากผลงานหรือแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) การประเมินจากโครงงาน การสังเกตพฤติกรรม การประเมินตนเองและการประเมินเพื่อน รวมทั้งการใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและสมรรถนะของผู้เรียน3) การส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายรูปแบบ โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ชุมชน และความต้องการของผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้สถานศึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการดำเนินการดังนี้1) การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาและทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ หรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย(1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการจัดทำโครงการเพื่อส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนตามหลักพหุปัญญา, การจัดการประชุม PLC เพื่อให้สถานศึกษาได้ถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่าง ๆ ที่หลากหลาย ที่ส่งเสริมผู้เรียนตามหลักพหุปัญญา โดยจัดให้เกิด
42รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบ และศึกษานิเทศก์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน(2) สถานศึกษาทุกสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยจัดทำเป็นแผนการเรียนที่หลากหลาย ออกแบบการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง และกิจกรรมส่งเสริมอื่น ๆ ตามความถนัด และความสนใจของผู้เรียน2) การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ที่หลากหลายและสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน(1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการพัฒนาครูผู้สอนในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงในรูปแบบที่หลากหลาย(2) สถานศึกษาทุกสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งในรูปแบบการจัดสอบด้วยเอกสาร, การจัดสอบ
43รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยรูปแบบออนไลน์, การประเมินผลด้วยผลงาน, การจัดทำโครงงาน, การจัดทำ Port Folio, การนำเสนอ, การประเมินด้วยรูปแบบการทำกิจกรรมบทบาทสมมติ (Role play) ฯลฯ3) การส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายรูปแบบ โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีการส่งเสริม และร่วมกับสถานศึกษาในการสร้างเครือข่ายทางการศึกษา ในการจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยการจัดทำแผนการการเรียนทวิศึกษา เพื่อให้เกิดทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียน และส่งเสริมผู้เรียนในด้านทักษะอาชีพโดยการจัดหลักสูตรระยะสั้น ร่วมกับวิทยาลัยการอาชีพหนองกุงศรี ซึ่งพัฒนาเป็นนวัตกรรมในรูปแบบของสหวิทยาเขต “สหวิทยาเขตห้วยเม็กหนองกุงศรีร่วมสร้างอนาคตที่หลากหลายสู่ผู้เรียน”สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการ ดังนี้ 1) การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียน- สนับสนุนให้ครูออกแบบกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำ- ส่งเสริมให้ครูใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายในห้องเรียนเดียว เช่น การให้โจทย์ที่ความยากต่างกัน หรือการให้เลือกวิธีส่งงาน (ทำคลิป, เขียนรายงาน, หรือวาดรูป) - สถานศึกษามีการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ที่มุ้งเน้นในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโดยมีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อใช้เชื่อมโยงกับสถานประกอบการ - ปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับตลาดแรงงาน - ส่งเสริม Active Learning - ใช้การเรียนรู้แบบ Project-based / Work-based ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะอาชีพและสมรรถนะที่จ าเป็น 2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่- นำปัญหาจริงในชุมชนมาเป็นโจทย์ตั้งต้น เช่น \"ทำอย่างไรให้อาหารพื้นเมืองของเราขายออนไลน์ได้” - สถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสมรรถนะที่ตรงตามอาชีพในท้องถิ่นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการดังนี้1) การส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยเน้นศักยภาพ สมรรถนะและความแตกต่างระหว่างผู้เรียนสถานศึกษาในสังกัด ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และการบูรณาการทักษะชีวิตและทักษะอาชีพเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในการดำเนินงาน ได้สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง เช่น การจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียน
44รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และการบูรณาการทักษะชีวิตและทักษะอาชีพเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนนอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การให้คำปรึกษา และการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาสมรรถนะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เห็นคุณค่าในตนเอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ได้สนับสนุนการบูรณาการเนื้อหาการเรียนรู้กับอาชีพในชุมชน แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และของดีประจำอำเภอคำม่วง เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าไหมแพรวา การแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชน มีการบูรณาการใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น เช่น ศูนย์เกษตรอินทรีย์เพชรจินดา แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ภูน้อย ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนมีความหมายต่อผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้กับบริบทพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันสอดคล้องกับบทบาทและภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืนการพัฒนาการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศผ่านพหุปัญญาและทักษะอาชีพ1. ผลการดำเนินงาน1) การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาและทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ หรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้ในชีวิตจริง โดยการจัดการเรียนรู้ได้มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ในรูปแบบโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน และการบูรณาการทักษะอาชีพเข้ากับรายวิชาต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง สามารถเชื่อมโยงความรู้กับการนำไปใช้ในชีวิตจริงและการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสมโดยมีหลักสูตรที่ได้ดำเนินการ ดังนี้1. การสร้างผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมแพรวา2. การสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนเครื่องจักสานจากไม้ไผ่3. การทำสลัดโรล4. การทำโดนัทจิ๋ว5. การทำเครื่องดื่มชงชากาแฟ6. การทำไส้กรอกวุ้นเส้น7. การทำพรมเช็ดเท้า
45รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์2) การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ที่หลากหลายและสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอคำม่วง ได้พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ควบคู่กับการวัดผลและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงและการประเมินฐานสมรรถนะ เพื่อสะท้อนศักยภาพและความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างรอบด้านมีการนำเครื่องมือการประเมินที่หลากหลายมาใช้ เช่น การประเมินจากชิ้นงาน การประเมินจากการปฏิบัติจริง การสังเกตพฤติกรรม การสะท้อนผลการเรียนรู้ และการประเมินตนเองของผู้เรียน ซึ่งช่วยให้การประเมินผลมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล และสามารถนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง3) การส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายรูปแบบ โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆสถานศึกษาในสังกัด ได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับบริบทและความต้องการของผู้เรียน โดยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านตามแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะอาชีพ โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) และการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Learning) ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง เช่น หลักสูตรอาชีพ การทำพรมเช็ดเท้า ของ สกร.ระดับอำเภอห้วยผึ้ง
46รายงานผลดำเนินงานตามนโยบายตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ตารางที่ 3 แสดงจ านวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีการคัดกรองและประเมินความรู้ ทักษะของผู้เรียน เพื่อการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคลสังกัดจ านวนสถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) จ านวนสถานศึกษาที่มีการคัดกรองและประเมินความรู้ ทักษะของผู้เรียนเพื่อการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (แห่ง)ร้อยละสพป.กส.1 161 161 100สพป.กส2 164 164 100สพป.กส.3 198 198 100สพม.กส. 55 55 100ศกศ. 1 1 100สอจ. 18 18 100สช. 50 50 100สกร. 18 10 55.56รวม 665 665 100ตารางที่ 4 แสดงจ านวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีจัดการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ในรูปแบบที่หลากหลายตามศักยภาพ และความถนัดของผู้เรียนสังกัดจ านวนสถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) จ านวนสถานศึกษาที่มีจัดการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ในรูปแบบที่หลากหลายตามศักยภาพ และความถนัดของผู้เรียน (แห่ง)ร้อยละสพป.กส.1 161 161 100สพป.กส.2 164 164 100สพป.กส.3 198 198 100สพม.กส. 55 55 100ศกศ. 1 1 100สอจ. 18 18 100สช. 50 50 100สกร. 18 18 100รวม 665 665 100