The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อมูล ต้นประดู่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ข้อมูล ต้นประดู่

ข้อมูล ต้นประดู่

ต้นประดู่

ชื่อวทิ ยาศาสตร์ - Pterocarpus indicus Willd.
ช่อื อ่นื ๆ - ประดอู่ งั สนา, ประดู่บ้าน, ดู่ป่า (เหนอื ), อะนอง, ดู่
ช่ืออน่ื ๆ (องั กฤษ) - Burma Padauk

ลกั ษณะของตน้ ประดู่
ต้นประดู่ เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกาเนิดในประเทศมาเลเซีย และอยู่ในแถบอันดามัน

มัทราช เบงกอล ส่วนอีกข้อมูลระบุว่า มีถิ่นกาเนิดในประเทศอินเดีย ต้นประดู่จัดเป็น
พรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลาต้นมีความสูงประมาณ 20-25 เมตร หรืออาจ
สูงกว่า จะผลัดใบก่อนการออกดอก แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มกว้าง และปลายกิ่งห้อยลง
เปลือกลาต้นหนาเป็นสีน้าตาลเทา แตกหยาบ ๆ เป็นร่องลึก ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะ
เมลด็ และวธิ ีการปกั ชากิง่ เจรญิ เติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้าปานกลาง เป็นพรรณ
ไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด มักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณทางภาคใต้ สามารถปลูกได้
ท่วั ไป

แหล่งเรยี นรู้วถิ ีชมุ ชนบ้านแหว้

บา้ นแห้ว ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จงั หวัดขอนแก่น

ต้นประดู่

ใบประดู่
ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกรวมกนั เป็นช่อ ๆ ใบออก

เรียงสลับ แต่ละช่อจะมีใบย่อยประมาณ 7-13 ใบ ลักษณะของใบย่อย
เป็นรูปมนรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือ
ค่อนข้างแหลม ส่วนขอบใบเรียบไม่มีหยัก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-6
เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-13 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเป็นสีเขียว
ผวิ ใบมีขนส้นั ๆ ปกคลุมด้านท้องใบมากกวา่ ด้านหลังใบ ก้านใบอ่อนมีขน
ขึน้ ปกคลมุ เลก็ น้อย เส้นแขนงใบถ่โี ค้งไปตามรูปใบ เป็นระเบียบ โคนก้าน
ใบมหี ใู บ 2 อนั ลกั ษณะเปน็ เสน้ ยาว

แหลง่ เรียนรวู้ ถิ ีชมุ ชนบ้านแห้ว

บา้ นแห้ว ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จงั หวดั ขอนแกน่

ตน้ ประดู่

ดอกประดู่
ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ โดยจะออกบริเวณซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง โคน

ก้านมีใบประดับ 1-2 อัน ลักษณะเป็นรูปรี กลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ ติดกันเป็นถ้วยสี
เขียว ปลายแยกเป็นแฉก 2 แฉก แบ่งเป็นอันบน 2 กลีบติดกัน และอันล่าง 3 กลีบ
ติดกัน ส่วนกลบี ดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองแกมแสด ลักษณะของกลีบเป็นรูปผีเสื้อ ดอกมี
เกสรเพศผู้ 10 อัน ก้านชอู บั เรณูตดิ กันเป็น 2-3 กลุ่ม ส่วนเกสรเพศเมียมี 1 อัน ดอกมี
กลิ่นหอมแรง จะบานและร่วงพร้อมกันทั้งต้น โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึง
เดอื นเมษายน

แหลง่ เรยี นรูว้ ถิ ีชุมชนบา้ นแห้ว

บา้ นแหว้ ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสูง จงั หวัดขอนแก่น

ตน้ ประดู่

ผลประดู่
ผลเป็นผลแห้งแบบ samaroid ลักษณะของผลเป็นรูปกลมหรือรีแบน ที่ขอบมี

ปีกบางคล้ายกบั ใบโดยรอบคล้าย ๆ จานบิน แผ่นปีกบิดและเป็นคลื่นเล็กน้อย นูนตรง
กลางลาดไปยงั ปีก ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-7 เซนติเมตร ส่วนบริเวณ
ปีกยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร ที่ผิวมีขนละเอียด ตรงกลางนูนป่องเป็นที่อยู่ของ
เมล็ด โดยภายในจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดมีความนูนประมาณ 5-8 มิลลิเมตร ผล
ออ่ นเปน็ สเี ขยี วแกมเหลอื ง เมอ่ื แก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้าตาลอ่อน ผิวสัมผัสขรุขระเมื่อ
ผลแก่ สว่ นเมล็ดมลี ักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วแดง ผิวเรียบสีน้าตาล ยาวประมาณ 0.5-1
เซนตเิ มตร
หมายเหตุ : ต้นประดู่ชนิดนี้ (ต้นประดู่บ้าน) เป็นต้นประดู่ที่พบเห็นได้ทั่วไป และเป็น
พรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นประดู่ดั้งเดิมของไทยหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ต้นประดู่
ป่า” (Pterocarpus macrocarpus Kurz.)

แหลง่ เรียนรวู้ ิถชี มุ ชนบ้านแห้ว

บา้ นแห้ว ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จงั หวัดขอนแก่น

ต้นประดู่

สรรพคณุ ของประดู่
๑.เปลือกต้นมีรสฝาดจัด มีสรรพคุณเป็นยาบารุงร่างกาย (เปลือก

ตน้ )
๒.แกน่ เน้อื ไมป้ ระดู่ มีรสขมฝาดร้อน มีสรรพคุณเป็นยาบารุงโลหิต

บารุงกาลัง บารงุ ธาตุในรา่ งกาย (แกน่ )
๓.แกน่ เนือ้ ไมใ้ ชต้ ้มกบั น้ากนิ เป็นยาแก้ไข้ แก้พิษไข้ (แก่น) ส่วนราก

ใช้เป็นยาแกไ้ ข้ แกพ้ ษิ ไข้ (ราก)
๔.แก่นเนื้อไม้ใชต้ ้มกับนา้ กนิ เป็นยาแก้เสมหะ (แก่น)
๕.ใบนามาตากแหง้ ใชช้ งกบั นา้ รอ้ นเปน็ ชาใบประดู่ นามาดื่มจะช่วย

บรรเทาอาการระคายคอได้ (ใบ)
๖.ช่วยแกเ้ ลอื ดกาเดาไหล ด้วยการใช้แก่นเนื้อไม้นามาต้มกับน้ากิน

เป็นยา (แก่น)
๗.ผลมีรสฝาดสมาน มีสรรพคณุ เป็นยาแกอ้ าเจยี น (ผล)

๘.เปลอื กตน้ ใชเ้ ปน็ ยาแกป้ ากเป่ือย ปากแตก (เปลือกต้น)ส่วนยางก็
มสี รรพคุณเป็นยาแก้โรคปากเป่ือยไดเ้ ช่นกนั (ยาง)

แหล่งเรียนรู้วถิ ีชุมชนบา้ นแหว้

บ้านแห้ว ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสูง จงั หวดั ขอนแกน่

ต้นประดู่

๙. ผลมีสรรพคุณเปน็ ยาแกท้ อ้ งรว่ ง (ผล)
๑๐. เปลือกต้นและยางมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการท้องเสีย
(เปลือกต้น, ยาง)
๑๑. ใชเ้ ปน็ ยาแกโ้ รคบดิ (เปลือกต้น)
๑๒. แก่นมสี รรพคณุ เปน็ ยาขบั ยาเสมหะ (แก่น)
๑๓. ใบออ่ นนามาตาให้ละเอียด ใช้เป็นยาพอกแผล พอกฝี จะช่วย
ทาใหฝ้ ีสกุ หรือแหง้ เร็ว (ใบอ่อน)
๑๔. ใบอ่อนใชต้ าพอกแก้ผดผื่นคนั (ใบอ่อน) ส่วนแก่นก็มีสรรพคุณ
เป็นยาแก้ผน่ื คันเชน่ กนั (แกน่ )
๑๕. ยางไม้ประดู่มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “Gum Kino” สามารถ
นามาใช้เป็นยาแกโ้ รคทอ้ งเสียได้ (ยางไม้)
๑๖. แก่นเนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้โรคคุดทะราด ด้วยการนาแก่นไม้มา
ต้มกบั น้ากนิ (แกน่ )
๑๗. เปลือกต้นมีรสฝาด มีสรรพคุณเป็นยาสมานบาดแผล (เปลือก
ตน้ )

แหล่งเรยี นรู้วิถีชมุ ชนบา้ นแห้ว

บ้านแหว้ ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จงั หวดั ขอนแก่น

ต้นประดู่

ข้อมูลทางเภสชั วทิ ยาของประดู่
๑.เมื่อนาส่วนของเปลือก ราก และใบมาสกัดด้วยตัวทาละลาย

พบว่าสารที่พบได้ในทุกส่วนของประดู่ คือ Flavonoid Tannin และ
Saponin ส่วนสารสาคัญที่ได้จากการค้นคว้าข้อมูลอื่น พบว่ามีสาร
Angiolensin Homopterocarpin, Formonoetin, Isoliquirtigenin,
Narrin , Pterostilben, Pterocarpin, Pterofuran, Pterocarpon,
Prunetin, Santalin, P-hydroxyhydratropic acid, β-eudesmol
ส่วนใบพบว่ามีคลอโรฟิลล์ 3 ชนิด คือ Chlorophyll a Chlorophyll b
และ Xanthophyll

๒.ประดู่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย แก้อาการปวด ทาให้
กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ยับยั้งการแบ่งเซลล์ ยับยั้งเอนไซม์ Ornithine
decarboxylase และยับยั้ง Plasmin ฤทธิ์คล้ายเลคติน ทาให้เม็ดเลือด
แดงเกาะกลุ่มกัน

๓.จากการทดสอบความเป็นพิษ โดยใช้สารสกัดด้วยเอทานอลจาก
ส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นประดู่ 50% เมื่อนามาฉีดเข้าท้องของหนูถีบ
จกั รทดลอง พบวา่ ขนาดท่ที าให้หนูตายคอื ขนาดมากกว่า 1 กรมั

แหล่งเรียนรวู้ ิถีชมุ ชนบ้านแห้ว

บา้ นแหว้ ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสูง จังหวดั ขอนแก่น

ต้นประดู่

ประโยชนข์ องตน้ ประดู่

๑.ใบอ่อนและดอกประดู่สามารถนามาลวกรับประทานเป็นอาหารได้ และยัง
สามารถนามาชบุ แป้งทอดรับประทานกบั นา้ จิม้ เป็นอาหารวา่ งได้อีกด้วย

๒. ไม้ประดู่ เป็นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ มีคุณภาพดี เพราะเป็นไม้เนื้อแข็ง
เนื้อละเอียดปานกลาง ปลวกไม่ทาลาย สีสวย มีลวดลายสวยงาม ตกแต่งขัดเงาได้ดี
นิยมนามาใช้สร้างบ้านเรือน ทาฝาบ้าน พื้นบ้าน ทาเสา ทาคาน ใช้ทาเฟอร์นิเจอร์
เครื่องเรือนต่าง ๆ หรือนามาใช้ทาเกวียน ทาเรือคานและเรือทั่ว ๆ ไป รวมทั้ง
ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือด้วย เพราะไม้ประดู่มีคุณสมบัติทนน้าเค็ม ทาเครื่องมือ
เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ด้ามมีด จานรองแก้ว ทพั พี ฯลฯ เครื่องดนตรี เช่น ซอด้วง ระนาด
เป็นตน้ นอกจากน้ปี ระดบู่ างต้นยงั เกิดปุ่มตามลาต้น หรือที่เรียกว่า “ปุ่มประดู่” จึงทา
ใหไ้ ดเ้ นอ้ื ไม้ทม่ี คี ณุ ภาพสูงและงดงาม แตจ่ ะมรี าคาแพงมากและหาได้ยาก นิยมนามาใช้
ทาเครอื่ งเรอื นและเครื่องมอื เครอื่ งใช้ได้อย่างดเี ยี่ยม

๓. เปลอื กให้น้าฝาดสาหรับฟอกหนัง เปลือกและแก่นประดู่ยังสามารถนามาใช้
ยอ้ มสผี ้าไดด้ ี โดยเปลือกจะให้สีน้าตาล สว่ นแกน่ จะให้สแี ดงคลา้

๔. ใบมีรสฝาด สามารถนามาชงกับนา้ ใชส้ ระผมได้
๕. คนไทยนิยมนาต้นประดู่มาปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารหรือสถานท่ี
สาธารณะ เช่น ตามสวนหรอื ทางเดนิ เทา้ ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาและให้ความสวยงาม อีก
ทั้งยังช่วยกาจัดอากาศเสีย ช่วยกรองฝุ่นละออง และกันลมกันเสียงได้ดีอีกด้วย ดังจะ
เห็นไดใ้ นเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ ที่จะใชป้ ระโยชน์จากต้นประด่มู ากเป็นพิเศษ

แหล่งเรยี นรวู้ ิถีชมุ ชนบ้านแหว้

บา้ นแห้ว ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสงู จังหวดั ขอนแก่น

ตน้ ประดู่

๖. ในด้านเชิงอนรุ กั ษ์ ตน้ ประด่เู ปน็ ไม้เรือนยอดกลมโต มีความแข็งแรง สามารถ
ชว่ ยป้องกันลมและคลุมดนิ ใหร้ ม่ เยน็ ชมุ่ ชน้ื ได้ และยงั ชว่ ยรองรับนา้ ฝนช่วยลดแรงปะทะ
หน้าดนิ ประกอบกบั มีระบบรากหย่ังลกึ และแผก่ ว้างทีช่ ว่ ยยึดหน้าดินไว้ไม่ใหพ้ งั ทลายได้
ง่าย และรากที่มีปมขนาดใหญ่ยังช่วยตรึงไนโตรเจนในอากาศมาเก็บไว้ในรูปของ
ไนโตรเจนที่เป็นประโยชน์อีกด้วย ส่วนใบที่หนาแน่น เมื่อร่วงหล่นก็จะเกิดการผุพัง
กลายเป็นธาตอุ าหารอินทรียวตั ถุใหแ้ กด่ ินได้เปน็ อยา่ งดี

๗. ในด้านข้อความเชอ่ื หากบา้ นใดปลูกตน้ ประดู่ไว้เป็นไม้ประจาบ้าน เชื่อว่าจะ
ชว่ ยทาให้เกิดพลังแหง่ ความย่ิงใหญ่ เพราะประดู่หมายถงึ ความพร้อม ความร่วมมือร่วม
ใจสามัคคี มพี ลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย
ให้ปลกู ต้นประดู่ไว้ทางทิศตะวันตกและให้ปลูกในวันเสาร์ เพราะคนโบราณเชื่อว่าการ
ปลูกไมเ้ พอื่ เอาคุณให้ปลูกกันในวันเสาร์ และถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นไปอีก ผู้ปลูกควร
จะเป็นผู้ใหญท่ ่นี า่ เคารพนบั ถือและเปน็ ผูท้ ป่ี ระกอบคุณงามความดีกจ็ ะเป็นสิริมงคลมาก
ยง่ิ ข้ึน
๘. ในด้านของการเป็นสัญลักษณ์ ดอกประดู่เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทย เป็น
ดอกไม้ประจาจังหวัดชลบรุ ี จงั หวดั ระยอง จงั หวัดอุตรดิตถ์ และเป็นดอกไม้ประจาชาติ
ของประเทศพม่า ส่วนตน้ ประดเู่ ป็นต้นไม้ประจาจงั หวดั ภูเกต็ และโรงเรยี นอีกหลายแห่ง
ในประเทศไทย (ขอ้ มลู จากวกิ ิพเี ดยี )

แหลง่ เรียนร้วู ถิ ชี มุ ชนบา้ นแห้ว

บ้านแห้ว ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสูง จงั หวัดขอนแกน่

ต้นประดู่

เอกสารอา้ งอิง

๑. หนงั สอื พจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยง
บูรณธรรม). “ประดู่”. หน้า 446.

๒. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 291 คอลัมน์ :
ต้นไม้ใบหญ้า. (เดชา ศิริภัทร). “ประดู่ : ตานานความหอมและบิดาแห่งราช
นาวี”. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : www.doctor.or.th. [04 ก.ย. 2014].

๓. ไขปริศนา พฤกษาพรรณ, ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล. “ประดู่”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
www.il.mahidol.ac.th/e-media/plants/. [04 ก.ย. 2014].

๔. โรงเรียนอุดมศึกษา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
www.udomsuksa.ac.th/Latphrao/Knowledge/vijai/thai_Abstrait.htm.
[04 ก.ย. 2014].
ภาพประกอบ : www.flickr.com (by cmtungol, CANTIQ UNIQUE, 阿
橋, Forest and Kim Starr, Shubhada Nikharge, SierraSunrise, Yeoh
Yi Shuen, Hardwoods Incorporated, Russell Cumming)
เรียบเรียงขอ้ มูลโดยเว็บไซตเ์ มดไทย (Medthai)

แหลง่ เรยี นรูว้ ิถชี ุมชนบา้ นแห้ว

บา้ นแห้ว ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสูง จังหวัดขอนแก่น


Click to View FlipBook Version