๕หน่วยการเรียนรทู้ ่ี
หน้าทช่ี าวพทุ ธ
และมารยาทชาวพุทธ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. บำเพ็ญประโยชน์ต่อศำสนสถำนของศำสนำท่ตี นนบั ถือได้
๒. อธบิ ำยจรยิ ำวตั รของสำวกเพื่อเปน็ แบบอย่ำงในกำรประพฤติปฏิบตั ิ และปฏิบตั ติ นอยำ่ งเหมำะสมตอ่ สำวกของศำสนำที่ตนนับถือได้
๓. ปฏบิ ตั ิตนอย่ำงเหมำะสมตอ่ บุคคลต่ำงๆ ตำมท่ีกำหนดได้
การบาเพญ็ ประโยชนแ์ ละการบารงุ รกั ษาวดั
• ส่งเสริมใหช้ ุมชนในทอ้ งถิ่นมีควำมร้สู ึกวำ่ วดั เป็นของตน เพื่อใหม้ ีควำมรสู้ กึ
รกั และหวงแหน จะไดช้ ่วยกนั ดูแลรกั ษำ
• ส่งเสรมิ ให้ชุมชนในทอ้ งถน่ิ รสู้ กึ วำ่ วดั เปน็ ทีพ่ ึ่งทำงจิตใจ ให้ชำวบำ้ นเข้ำมำ
แสวงหำควำมสงบ รับฟังคำสอน คำปรกึ ษำเพอ่ื แก้ปัญหำชวี ติ เพ่อื ให้
ชำวบ้ำนเห็นคณุ ค่ำของวัดและเขำ้ วดั มำกขน้ึ
• ส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลำงในกำรจัดกิจกรรมเก่ียวกับสำธำรณูปโภค
ส่งเสริมอำชีพ ช่วยเหลือเกื้อกูลซ่ึงกันและกัน ชำวพุทธท้ังหลำยต้องช่วย
ทำนบุ ำรุงและดแู ลรกั ษำวดั เพ่ือใหค้ งอยู่คู่กับชุมชนสืบไป
การบาเพญ็ ประโยชน์
• พุทธศำสนิกชนที่ดีมีหน้ำท่ีบำเพ็ญประโยชน์แก่วัด พระภิกษุสำมเณร
เกือ้ กูลให้พระพุทธศำสนำดำรงอยตู่ อ่ ไป
• ทอดผ้ำป่ำ ทอดกฐิน หำทุนทรัพย์ไปช่วยสร้ำงอุโบสถ
วิหำร หรอื ศำสนสถำนอ่นื ๆ
• ให้ทุนกำรศึกษำแกพ่ ระภกิ ษสุ ำมเณร
• จัดหำผู้เชี่ยวชำญอบรมวิธีกำรใช้สื่อและอุปกรณ์ท่ี
ทนั สมัย
• ดูแลมิใหผ้ ู้ใดใชว้ ดั เป็นสถำนที่ประพฤตมิ ชิ อบ
• ชักชวนกันไปทำบุญ รกั ษำศีล และเจริญภำวนำ
การบารงุ รกั ษาวดั
• ชำวบ้ำนในชุมชนมีหน้ำที่ช่วยแบ่งเบำภำระสมภำรเจ้ำอำวำสด้วยกำร
บำรุงรกั ษำวดั เพรำะวัดเป็นสถำนทท่ี ี่เปน็ ศูนย์รวมใจของพทุ ธศำสนกิ ชน
• ก่อสร้ำง ซ่อมแซม ปรับปรุง ตกแต่ง วำงแบบ
แปลนศำสนสถำนและศำสนวตั ถุ
• สนับสนุนค่ำใช้จ่ำย จัดหำทุนสำหรับบำรุงรักษำศำสน
สถำนและศำสนวตั ถุ
• จดั ให้มกี ำรเรยี นกำรสอนพระปรยิ ัติธรรม
• ส่งเสริม สนับสนุนวัดทง้ั กำลงั เงนิ และกำลงั กำย
• ชว่ ยทำควำมสะอำดวดั และบริเวณภำยในวัด
การเรยี นร้วู ถิ ีชวี ติ ของพระภกิ ษสุ งฆ์
• กำรศึกษำ หมำยถึง กำรเรียนพุทธวจนะหรือ • เรียกตำมศัพท์ศำสนำว่ำ วิปัสสนาธุระ หมำยถึง
พระไตรปิฎก ในสมัยก่อนใช้วิธีท่องจำ เรียกว่ำ มุข กำรฝึกฝนอบรมจิตใจให้เป็นสมำธิ เพื่อนำไปขจัด
ปาฐะ ถ่ำยทอดต่อกันมำ เม่ือเวลำล่วงเลยไปทำให้ กเิ ลส คือ ควำมเศร้ำหมองแห่งจติ และใหเ้ กิดควำมรู้
พระธรรมวินัยคลำดเคลื่อน พระสงฆ์จึงประชุม แจ้งเหน็ จริง
สังคำยนำ ภำยหลังจงึ มกี ำรบันทึกไว้ กำรศึกษำเล่ำ
เรียนน้ตี อ่ มำภำยหลงั เรยี กว่ำ คนั ถธรุ ะ การปฏิบัติ
การศึกษา
การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
การแสดงธรรม ปาฐกถาธรรม การประพฤตติ นใหเ้ ป็นแบบอยา่ ง
• การแสดงธรรมหรือกำรแสดงพระธรรมเทศนำ
• พระภิกษุมีหน้ำที่ทำให้ชำวบ้ำนเห็นว่ำ กำรมีชีวิต
หรือกำรเทศน์ เป็นรูปแบบท่ีทำกันมำแต่โบรำณ ตำมท่ีพระพุทธองค์ทรงสอนนั้นเป็นไปได้ จะต้อง
มรี ะเบียบและวิธีปฏบิ ตั เิ ปน็ แบบอยำ่ งเฉพำะ มีชีวิตเรียบง่ำย ไม่ยึดติดในลำภสักกำระ มีเมตตำ
• การแสดงปาฐกถาธรรม เป็นกำรแสดงธรรม โดย และไมพ่ ยำบำท ไมค่ ดิ ร้ำยต่อผอู้ ื่น
ใช้ภำษำธรรมดำท่ีส่ือควำมได้ง่ำย ไม่มีรูปแบบและ
พธิ ีกรรมทีใ่ ชใ้ นกำรเทศน์
การเขา้ พบพระภกิ ษุและ มารยาทชาวพทุ ธ
การปฏิบัติตนในเขตวัด
การฟงั พระธรรมเทศนา
การแสดงความเคารพ การฟงั เจรญิ พระพุทธมนต์
พระรตั นตรัย
การฟงั สวดพระอภธิ รรม
การเขา้ พบพระภกิ ษุและ
การปฏิบัตติ นในเขตวดั
• ควรแต่งกำยให้สุภำพเรียบร้อย ไม่ตกแต่ง • ถ้ำไปร่วมพิธีในช่วงเช้ำ ควรมีภัตตำหำรไปถวำย
เครื่องประดับมำกเกนิ ไป พระภิกษุด้วย แต่ถ้ำศำสนพิธีมีขึ้นตอนบ่ำยหรือเย็น
ควรมนี ำ้ ผลไมไ้ ปถวำยพระสงฆ์ดว้ ยจะเปน็ กำรดี
• ควรไปถงึ วดั กอ่ นกำรประกอบศำสนพิธี
• ขณะพระสงฆ์แสดงพระธรรมหรือให้ศีล
ควรตง้ั ใจฟงั อย่ำงสำรวมและมีสมำธิ
• ควรสนทนำกับพระสงฆอ์ ย่ำงสำรวม • พึงรักษำเวลำในกำรสนทนำกับพระ
• ไม่ควรนำเรื่องทำงโลกบำงเรื่องไป • ไม่กระทำกำรใดๆ ท่ีเป็นกำรรบกวน
สนทนำกับพระ กำรประกอบศำสนพธิ ี
การแสดงความเคารพ
พระรตั นตรยั
การประนมมือ (อัญชลี)
• กำรยกมือท้ังสองตั้งประนมขึ้นเป็นพุ่ม โดยให้ฝ่ำมือทั้งสองชิดกันต้ังไว้
ระหว่ำงอก นิ้วมือท้ังสิบชิดกัน แขนทั้งสองถอยห่ำงจำกลำตัวพอสมควร
เงยหน้ำมองตรงตอ่ สงิ่ ท่เี คำรพ ลำตวั ต้งั ตรง
การไหว้ (นมัสการ)
• กำรยกมือที่ประนมขึ้นจรดหน้ำผำกพร้อมกับน้อมศีรษะลงเล็กน้อย ให้ปลำยนิ้วจรด
ตีนผม ปลำยนิ้วหัวแม่มือจรดกลำงหน้ำผำกหรือหว่ำงค้ิว ไหว้คร้ังเดียวแล้วลดมือลง
กำรไหว้ขณะยืน ผู้ชำยยืนส้นเท้ำชิด ปลำยเท้ำแยกเล็กน้อย ผู้หญิงก้ำวขำขวำออกมำ
ขำ้ งหน้ำ แลว้ ยอ่ ตัวหรือค้อมตัวต่ำลงเล็กน้อย
การกราบ (อภิวาท)
• กำรกรำบพระรัตนตรัยใช้วิธีกรำบแบบเบญจำงคประดิษฐ์ หมำยถึง
กำรกรำบที่ให้อวัยวะท้ัง ๕ ส่วนของร่ำงกำย ได้แก่ มือทั้งสอง เข่ำท้ังสอง
และหน้ำผำกจรดกบั พืน้ กำรกรำบมี ๓ ขั้นตอน คือ อัญชลี วนั ทา อภิวาท
การฟังสวดพระอภิธรรม
๑ • ตัง้ ใจฟังพระสวดโดยเคำรพ
๒ • ถำ้ ไมเ่ ข้ำใจกส็ ่งกระแสจติ ไปตำม
เสียงสวด เพือ่ สร้ำงสมำธิในกำรฟัง
๓ • ถ้ำเข้ำใจควำมหมำยของบทสวด
ก็ให้น้อมใจไปตำมคำสวดนนั้
๔ • ควรนำเอำธรรมะในบทสวดไป
เป็นแนวทำงในกำรดำเนนิ ชวี ิต
การฟังพระธรรมเทศนา
๑ ๒
• ฝ่ำยผู้ฟัง ให้รับศีลก่อน แล้วกล่ำวคำ • พระภิกษุสงฆ์ผู้เทศน์น่ังบนธรรมำสน์
อำรำธนำธรรม เพื่อนิมนต์ให้พระ จบั ใบลำนประคองระหวำ่ งอก ประนม
แสดงพระธรรมเทศนำ มือแคอ่ กแลว้ ตงั้ นะโม ๓ จบ
๓
• พระภิกษุสงฆ์ยกพระบำลีมำเป็น
หัวข้อแสดงธรรม แล้วอ่ำนคำ
เทศน์ในใบลำน
๔ ๕
• ฝ่ำยผู้ฟังให้นั่งประนมมือ ตั้งใจฟัง • เมือ่ เทศน์จบ เจ้ำภำพถวำยไทยธรรมแก่
ไม่หยอกลอ้ พดู คุยกนั พระภกิ ษุ
การฟงั เจรญิ พระพทุ ธมนต์
๑ • ตง้ั ใจฟงั ด้วยควำมเคำรพ
• แม้ไม่เข้ำใจควำมหมำย ก็ให้ส่งใจไปตำมเสียง
๒ สวดน้ัน น้อมรำลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม
และพระสงฆ์
๓ • ถ้ำเขำ้ ใจควำมหมำย ก็จะยิง่ ช่วยใหม้ ีจติ ศรัทธำ
เลือ่ มใสในพระรตั นตรัยยงิ่ ขึ้น
๔ • เม่อื จิตเลอื่ มใสศรทั ธำ จิตใจกจ็ ะสะอำดบริสทุ ธ์ิ
มำกข้ึน เท่ำกับเป็นกำรชำระล้ำงขัดเกลำกิเลส
ออกจำกจิตใจ
การปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสม
ต่อเพ่อื นตามหลักพระพทุ ธศาสนา
หลักธรรม ทิศ ๖
มติ รแท้ มิตรเทยี ม
หลกั ธรรม ทศิ ๖
ทิศ ทิศเบอื้ งบน ทิศเบอ้ื ง
เบ้ืองหลงั พระสงฆ์ หนา้
สำมี ภรรยำ บิดำ มำรดำ
ทิศ ๖
ทิศเบอ้ื งซ้าย ทศิ เบื้องขวา
มติ รสหำย ทศิ เบอื้ งล่าง ครูกบั ศิษย์
คนงำน
มติ รทดี่ ีพงึ ปฏบิ ตั ิต่อเรา ดงั น้ี ลูกจ้ำง
• ปอ้ งกนั เรำเมอ่ื เรำอยูใ่ นควำมประมำท
• รกั ษำทรพั ย์สินของเรำเมอ่ื เรำอยใู่ นควำมประมำท
• เมื่อมีภยั เอำเป็นทพ่ี ่ึงได้
• ไม่ละทิง้ เรำในยำมทกุ ขย์ ำก
• ใหค้ วำมนบั ถอื ตลอดถึงวงศต์ ระกูลของเรำ
มติ รแท้ มิตรแท้ มติ รเทยี ม
• มติ รอุปกำระ มติ รเทยี ม
• มติ รรว่ มทกุ ขร์ ว่ มสุข
• มติ รแนะนำประโยชน์ • มติ รปอกลอก
• มติ รมีนำ้ ใจ • มิตรดีแตพ่ ูด
• มิตรหวั ประจบ
• มิตรชวนไปในทำงเสือ่ ม