The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง กาสรทำแซวิช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lipxsaewang, 2022-08-20 04:52:34

เรื่อง การทำแซวิช

เรื่อง กาสรทำแซวิช

การศกึ ษาค้นคว้าอิสระ
เร่ือง การทาแซนวิช

จดั ทาโดย
นายลีป๋ อ แซว่ า่ ง ชนั้ ม.5/2

เสนอ
ครูภาสนิ ี ใจมาลยั

โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 24จงั หวดั พะเยา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

สารบญั

บทที่ หน้า

บทที่1 บทนา 1
-ความเป็นมา
-จดุ ประสงค์ 11
-สมมตุ ฐิ าน
- วิธีการดาเนินงาน
-ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ

บทท่ี2 เอกสารทเ่ี ก่ียวข้อง
-ทมี่ าของแซนวิช
-คณุ ค่าของแซนวิช
-สมรรถนในการทางาน
-การทาโตรงงาน

บทท่ี3 การดาเนินโครงงาน
-วธิ ีการดาเนินงาน
-วสั ดอุ ปุ กรณ์ในการจดั ทา
-วทิ ีการทา

ท่มี า

1

บทที่ 1

บทนา

1.1 ความเป็นมาของโครงงาน

ประเทศไทยพง่ึ พาความรู้ด้านงานอาชพี และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือพฒั นาประเทศเชน่ กนั จงึ มี
ความต้องการประชาชนที่มคี วามรู้ มีสมรรถภาพพนื ้ ฐานเก่ียวกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยเี พียงพอทจี่ ะ
เป็นฐานกาลงั ในการพฒั นาประเทศ รวมทงั้ สามารถนาความรู้งานอาชีพและเทคโนโลยีที่มีเป็นอยา่ งดีนนั้
ใช้ดารงชีวิตได้อยา่ งมีความสขุ ตลอดจนสามารถปรับตวั ชว่ ยให้เกิดการเปล่ยี นแปลงทางสงั คมเป็นไปอยา่ ง
ราบร่ืนและเหมาะสม กลมุ่ สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี มีบทบาทสาคญั ยง่ิ ในสงั คมโลกปัจจบุ นั และ
อนาคต เพราะเป็นส่งิ ทเ่ี ก่ียวข้องกบั ชีวิตของทกุ คนทงั้ การดารงชีวติ ประจาวนั และงานอาชีพตา่ งๆ เครื่องมอื
เครื่องใช้ตลอดจนผลผลิตต่างๆ ทใ่ี ช้เพอ่ื อานวยความสะดวกในชวี ติ และการทางาน ล้วนเป็นผลของความรู้
ด้านนีท้ งั้ สนิ ้ ดงั นนั้ กลมุ่ สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีจงึ เป็นวฒั นธรรมของโลกสมยั ใหม่ เป็นสงั คม
แห่งการเรียนรู้ (Knowledge Based Society) ทกุ คนจาเป็นต้องได้รับการพฒั นา เพอ่ื นาความรู้ ความ
เข้าใจ ทกั ษะการทางานและสามารถนาความรู้ไปใช้อย่างมีเหตผุ ล สร้างสรรค์ และมีคณุ ธรรม

สาหรับการพฒั นาผ้เู รียนให้มีศกั ยภาพในการทางาน การประกอบอาชีพและดารงชีวติ อย่ใู น
สงั คมในสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ นนั้ เพอ่ื เสริมศกั ยภาพดงั กลา่ ว โดยให้ความรู้ความเข้าใจ และมี
ความสามารถเกี่ยวกบั งานอาชพี และเทคโนโลยี มที กั ษะการทางาน ทกั ษะการจดั การ สามารถนา
เทคโนโลยีและสารสนเทศ เทคโนโลยีจากภมู ปิ ัญญาพืน้ บ้าน ภมู ปิ ัญญาไทยและเทคโนโลยสี ากลมาใช้ใน
การทางานอยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม ค้มุ คา่ และมีศีลธรรม คณุ ธรรม สร้างและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์หรือวิธีการ
ใหม่ สามารถทางานเป็นหมคู่ ณะ มีนสิ ยั รักการทางาน เห็นคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ งาน ตลอดจนมี
ศลี ธรรม คณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นิยมที่เป็นพนื ้ ฐาน ได้แก่ ความขยนั ซ่ือสตั ย์ ประหยดั และอดทน อนั จะ
นาไปสกู่ ารเป็นผ้เู รียนท่ีสามารถชว่ ยเหลอื ตนเองและพงึ่ ตนเองได้ สามารถดารงชีวติ อย่ใู นสงั คมได้อยา่ งมี
ความสขุ ร่วมมือและแขง่ ขนั ในระดบั สากลภายใต้บริบทของสงั คมไทย

1.2 จดุ ประสงค์

1. เพ่ือศกึ ษาการทาอาหารวา่ ง แซนด์วิช

2. เพอ่ื ศกึ ษาคณุ ค่าทางอาหารของแซนด์วชิ

2

1.3 สมมตุ ฐิ านแซนด์วิช

1.รู้จกั วธิ ีการทาแซนวิช
2.มีอาชีพท่ีมน่ั คง
1.4 ข้อตกลงเบอื ้ งต้น (ขอบเขตการศกึ ษา)

ในการศกึ ษาครัง้ นีจ้ ะศกึ ษาเกี่ยวกบั การทาแซนด์วชิ และคณุ คา่ ของแซนด์วชิ
1.5 วธิ ีดาเนนิ งาน
1. การเลือกประเด็นท่จี ะศกึ ษา
2. วางแผนการทางาน
3. การดาเนินงานทา
โครงงาน
4. ศกึ ษาข้อมลู ทาง
อินเทอร์เน็ต
5. การปฏิบตั จิ ริง (ขนั้ ตอนการทา
แซนด์วิช)
6. การเขียนรายงาน

7. การนาเสนอผลงาน
1.6 ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รับ

1. ได้ความรู้เกี่ยวกบั การทาแซนด์วิช 2. ได้ทราบถงึ คณุ ค่าทางอาหารของ
แซนด์วชิ

3.นาความรู้ทีไ่ ด้ไปประกอบอาชพี ในอนาค

3

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
การศกึ ษาโครงงานเร่ือง แซนด์วิช จะทาการศกึ ษารายละเอียดเก่ียวกบั การทาแซนด์วิช คณุ คา่
ของแซนด์วชิ โดยวางกรอบเพอ่ื เป็นแนวทางในการศกึ ษาไว้ ดงั ตอ่ ไปนี ้
2.1 ทีม่ าของแซนด์วชิ

อาหารเช้างา่ ย ๆ อยา่ งแซนด์วิช (Sandwich) เป็นท่ีนยิ มแพร่หลายไปทวั่ โลกทีถ่ กู สร้างขนึ ้ มา
เพ่ือตอบสนองความสะดวกสบาย และสร้างความสขุ ให้กบั การรับประทานอาหารของมนษุ ย์ ในการ
รับประทานขนมปังแผน่ สอดไส้เนือ้ สตั ว์ หรือตามชอบใจ ประกบด้วยขนมปังอีกแผน่ หน่ั เป็นชนิ ้ พอดีคา
รับประทานได้ง่าย ๆ เพียงปลายนวิ ้ สมั ผสั แถมยงั อร่อยอกี ด้วย แตใ่ ครจะคิดวา่ จดุ กาเนิดของแซนด์วิชนนั้
เกดิ ขนึ ้ มาง่ายยง่ิ กวา่ วิธีการทาเสยี อกี

กาลครัง้ หนง่ึ นานมากแล้วย้อนกลบั ไปในชว่ งกอ่ นคริสต์ศกั ราช มีชายสงู อายผุ ้หู นงึ่ ชือ่ วา่ ฮิล
เลล (Hillel) เป็นชาวยิว ได้นาขนมปังแผน่ ใหญ่มาประกบกนั แล้วสอดไส้ด้วยถวั่ สบั แอปเปิล้ หนั่ และ
เครื่องเทศหลายชนิด เพอื่ ใช้เป็นเครื่องเตอื นใจถึงความทกุ ข์ทรมานทถี่ กู ชาวอียิปต์บงั คบั ใช้แรงงานเพ่อื
ก่อสร้างสิ่งสถาปัตยกรรมของอียิปต์ และแซนด์วชิ ชนิดนนั้ กเ็ ป็นท่ีรู้จกั ในชอื่ วา่ แซนด์วชิ ฮิลเลล แตด่ เู หมอื น
เร่ืองจดุ กาเนิดของแซนด์วชิ ฮลิ เลล จะไมโ่ ดง่ ดงั เท่ากบั จดุ กาเนิดที่มาจากเอริ ์ลแห่งแซนด์วิช…

ในชว่ งศตวรรษท่ี 18 ณ วงไพใ่ นประเทศองั กฤษ เหลา่ ขนุ นางชนั้ สงู กาลงั จวั่ ไพก่ นั อยา่ งสนกุ สนาน
เลน่ กนั จนลมื วนั ลมื คนื ตลอด 24 ชว่ั โมง มีขนุ นางนายหนง่ึ ชื่อวา่ จอห์น มอนทากู (John Montagu) หรือ
เอริ ์ลแหง่ แซนด์วชิ ท่ี 4 (4th Earl of Sandwich) ดนั เกิดหวิ ขนึ ้ มาในขณะทเ่ี ลน่ ไพ่ แต่ครัน้ จะให้ลกุ ไปนง่ั
รับประทานอาหารกก็ ลวั วา่ จะเสียรูปเกม จงึ สงั่ ให้พอ่ ครัวทาอาหารทสี่ ามารถรับประทานได้สะดวก ไม่
เสียเวลาในการเลน่ ไพ่ และต้องไมท่ าให้ไพข่ องเขาต้องเปรอะเปือ้ นจากการรับประทานอาหารด้วยมือเปลา่
พอ่ ครัวจงึ นาขนมปังแผน่ สอดไส้ด้วยเนือ้ และชีส ประกบด้วยขนมปังอกี แผ่นมาเสริ ์ฟ เหลา่ บรรดาขาไพก่ ็
สามารถหยบิ ขนึ ้ มารับประทานได้ด้วยมือข้างเดียว และมือไม่เปือ้ นอกี ด้วย เพราะนา้ จากเนือ้ สตั ว์ได้ถูกขนม

4

ปังดดู ซมึ เข้าไปหมดแล้ว จนกลายเป็นที่ถกู อกถกู ใจกนั เป็นอยา่ งมาก อาหารท่ีชื่อวา่ แซนด์วชิ ก็เลยเป็นท่ี
รู้จกั มาตงั ้ แต่วนั นนั้ เอง

แตใ่ นความเป็นจริงแล้วทา่ นเอิร์ลคนนีไ้ ม่ได้เป็นคนคิดค้นแซนด์วชิ ขนึ ้ มาเป็นคนแรก เพียงแต่
เขาได้นาแนวคิดมาจากการท่ไี ด้เห็นขนมปังยา่ งขนาดเลก็ และคานาเป้ (Canap) ของชาวกรีกโบราณ และ
ชาวเมดเิ ตอร์เรเนยี นท่ีนามาเสริ ์ฟระหวา่ งทีก่ าลงั ทางาน จงึ รู้สกึ วา่ การรับประทานอาหารเชน่ นนี ้ นั้
สะดวกสบายใช้เพียงแค่ 2 นิว้ จบั เข้าปาก เลยนามาปรับเปล่ยี นนิดหน่อยโดยการใช้ขนมปังสองแผน่ แล้ว
สอดไส้ด้วยเนอื ้ หยบิ ใสป่ ากได้งา่ ย และมอื ก็ไมเ่ ปือ้ น จนกลายเป็นท่ีนิยมในหม่คู นชนั้ สงู ขององั กฤษ

หลงั จากทีแ่ ซนด์วิชเร่ิมเป็นที่รู้จกั มากขนึ ้ ความนิยมในการรับประทานก็ออกนอกวงไพ่ นิยม
นามารับประทานเป็นมือ้ เท่ยี ง มือ้ เยน็ รับประทานกบั นา้ ชา เวลาไปปิกนกิ และเป็นท่ีนิยมมากในร้านเหล้า
และโรงแรมขนาดเลก็

จากนนั้ ไมน่ านมีคนอ้างอิงไว้วา่ สาวชาวองั กฤษนามวา่ ลซิ าเบธ เลสล่ี กไ็ ด้นาแซนด์วิชเข้าไปยงั
ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้แฮมเป็นสว่ นผสมสาหรับสอดไส้ และเธอยงั ได้เขียนสตู รสาหรับทาแซนด์วชิ
แฮมไว้อีกด้วย จากนนั้ แซนด์วชิ ก็กลายเป็นท่ีนิยมอยา่ งมากในอเมริกา ร้านเบเกอรี่ตา่ ง ๆ ก็หนั มาทา
แซนด์วิชขาย เพราะงา่ ยตอ่ การทา และเป็นท่ีช่นื ชอบของเดก็ ๆ และคนงานทวั่ ไปอกี ด้วย

จากเรื่องเลา่ ได้กลา่ วไว้วา่ ในสมยั พระนารายณ์มหาราช ความสมั พนั ธ์ด้านการทตู ของไทยกบั
ต่างชาติกาลงั เจริญรุ่งเรือง มีพอ่ ค้าชาวองั กฤษนามวา่ แซม เมเจอร์ (Sam Major) ได้ออกเดนิ ทางค้าขาย
สนิ ค้าไปทวั่ โลกจนมีฐานะร่ารวย และได้เดินทางค้าขายเข้ามายงั นา่ นนา้ ของเมืองไทย และค้าขายอยทู่ ี่
เมืองไทยจนมลี กู เรือเป็นชาวไทย ช่ือวา่ สน

เม่ือค้าขายจนมีเงนิ ทองมากมายแล้ว แซมต้องการจะกลบั บ้านทปี่ ระเทศองั กฤษ ซงึ่ ในระหวา่ ง
การเดนิ ทางกย็ งั มีการค้าขายสินค้าอยเู่ ร่ือย ๆ จนมาถงึ เมืองระยอง และกาลงั ม่งุ หน้าไปยงั แหลมมลายู โจร
สลดั ที่อยบู่ ริเวณนนั้ รู้ข่าวจงึ ดกั ปล้นในขณะทเ่ี รือกาลงั ลอยคว้างอย่กู ลางทะเลจงึ เกดิ การปะทะกนั ฝ่ายของ
แซมก็พยายามตอ่ ส้เู พ่อื รักษาเรือ และทรัพย์สนิ ของตวั เองเอาไว้ แตไ่ ม่สามารถเอาชนะได้ และโจรสลดั ได้
เจาะเรือจนรั่ว แตโ่ ชคดีท่ีนายสนเป็นช่างเรือที่ชานาญงานจงึ ได้พยายามซอ่ มแซมรอยร่ัวแต่นา้ ก็ยงั ไหล
ทะลกั เข้ามาไมย่ อมหยดุ แซมจึงต้องนาเรือไปซอ่ มท่นี ครศรีธรรมราช

5

ระหวา่ งทางนายแซมต้องเกณฑ์ลกู เรือช่วยกนั วดิ นา้ เพื่อไม่ให้เรือจม ในระหวา่ งท่วี ิดนา้ ออกจาก
เรืออยา่ งขมกั เขม่นนนั้ แซมเห็นวา่ ลกู เรือออ่ นระโหยโรยแรง จงึ นาขนมปัง วางทบั ด้วยปีกไก่ และประกบ
ขนมปังอีกแผน่ แล้วแจกให้ลกู เรือได้รับประทาน และให้ลกู เรือได้มีมืออีกข้างหนง่ึ ไว้คอยวิดนา้ ไม่ให้เข้าเรือ
ด้วย สดุ ท้ายเรือมาถงึ นครศรีธรรมราชด้วยความปลอดภยั

ระหวา่ งทีร่ อเรือซอ่ ม นายสนได้ลองนาขนมปังมาประกบกบั ปีกไก่แบบท่ีนายแซมทาให้
รับประทานในเรือมาขายเป็นท่ีถกู อกถกู ใจชาวนครศรีธรรมราช หลายคนจึงอยากรู้วา่ ขนมชนิดนีค้ อื อะไร ก็
ได้คาตอบจากนายสนวา่ เป็นอาหารทีน่ ายแซมทาให้รับประทานตอนวิดนา้ ออกจากเรือ และเรียกอาหาร
ชนิดนวี ้ า่ ขนมแซมวดิ นา้ และเม่ือนายแซมกลบั ไปถึงประเทศองั กฤษกไ็ ด้ทาขนมแซมวิดนา้ ขายบ้าง ชาว
องั กฤษจงึ เรียกอาหารชนดิ นีแ้ บบสนั้ ๆ วา่ ขนมแซมวิด จนเพยี ้ นมาเป็นคาวา่ แซนด์วชิ นนั่ เอง

ในปัจจบุ นั แซนด์วิชกถ็ กู ปรับเปลยี่ นไปในรูปแบบตา่ งๆ มากมาย จนเลอื กรับประทานกนั ไม่
หวาดไมไ่ หว แต่อยา่ งไรก็เป็นอาหารยอดนยิ มของคนทงั้ โลกจริง ๆ เพราะแซนด์วิชถกู คิดค้นขนึ ้ มาเพอ่ื ตอบ
โจทย์ความสะดวกสบาย หยิบจบั รับประทานง่าย หลกี เลี่ยงการปรุงอาหารที่ยงุ่ ยากเสยี เวลา ชว่ ยเพ่ิมระ
เวลาการเดินทางไปทางานของหลาย ๆ คนได้มากขนึ ้ และยงั สามารถรับประทานในระหวา่ งเดนิ ทางได้อกี
ด้วย

2.2 คณุ ค่าของแซนด์วชิ

1. ผดั สลดั หรือผกั กาดหอม

มีคณุ คา่ ทางโภชนาการ คือ ประกอบด้วยวติ ามนิ บี วติ ามนิ ซี เบต้าแคโรทีน และลเู ทยี น (lutein) มียาง
(latex) ชื่อ แลคทคู าเรียม (lactucarium) ซง่ึ มีระดบั สงู มากขณะออกดอก นอกจากนนั ้ ยงั มีวิตามินบสี งู
ด้วยสรรพคณุ ของผกั กาดหอมและวิธีใช้ผกั กาดหอม นนั้ มกั ใช้เป็นผกั สลดั มีสารต้านมะเร็งและสารต้าน
อนมุ ลู อสิ ระ เชน่ เดยี วกบั ผกั สลดั ที่มีสีเขียวอ่ืน ๆ สว่ นทีใ่ ช้ประโยชน์ของผกั กาดหอมคอื ใบ เมลด็ และต้น
ซงึ่ แตล่ ะสว่ นจะให้สรรพคณุ แตกตา่ งกนั ดงั ตอ่ ไปนี ้

- ต้นผกั กาดหอมทงั้ ต้นคนั ้ เอาแตน่ า้ นานา้ ที่ได้มาทาฝีมะม่วง (รีดเอาหนองออกก่อน) ใช้ขบั พยาธิ
แก้ พษิ ขบั ลม เป็นยาระบาย

- ใบผกั กาดหอม นา้ คนั ้ จากใบ ใช้แก้ไอ ทาให้หลบั ง่าย แก้ไข้ ขบั ปัสสาวะ ขบั
เหงื่อ

6

- เมลด็ ผกั กาดหอม ใช้รักษาโรคตบั ขบั ปัสสาวะ ขบั นา้ นม ระงบั ปวด แก้ปวดเอว และรักษา
โรค ริดสีดวงทวาร

2. แอปเปิล

คณุ คา่ ทางโภชนาของแอปเปิล้ ตอ่ นา้ หนกั 100 กรัม จะให้พลงั งาน 52 kcal และ 220 kJ และยงั ประกอบไป
ด้วยวิตามิน และแร่ธาตทุ ่มี ีความสาคญั อย่างมากตอ่ ร่างกาย เชน่ วิตามินเอ วติ ามนิ บี1 วิตามนิ บ2ี วิตามิน
บี3 วติ ามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก วติ ามินซี ธาตแุ คลเซียม ธาตแุ มกนีเซียม ธาตโุ พแทสเซยี ม ธาตุ
ฟอสฟอรัส ธาตสุ งั กะสี ธาตเุ หลก็ และยงั ประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมนั และ โปรตีน อีกด้วย

3.แฮม

เนือ้ หมเู ป็นเนอื ้ สตั ว์ที่อดุ มด้วยโปรตีนและสารอาหารตา่ งๆ รวมทงั้ กรดไขมนั และโคเลสเตอรอลโปรตีน
ไขมนั เถ้า วิตามนิ เอ วติ ามินซี วติ ามนิ บหี นงึ่ วิตามนิ บสี อง ไนอาซิน โซเดยี ว โปแตสเซียม แคลเซยี ม
ฟอสฟอรัส แมกนเี ซียม เหลก็ สงั กะสี ทองแดง กรดไขมนั และโคเลสเตอรอล เนือ้ หมพู บวา่ มีปริมาณ
ฟอสฟอรัสปานกลาง สว่ นปริมาณแร่ธาตอุ ืน่ ๆ ในเนือ้ หมมู ีปริมาณอยนู่ ้อย

4.ขนมปัง

ขนมปังเป็นแหลง่ สารต้านอนมุ ลู อิสระอนั อดุ มสมบรู ณ์มากกวา่ สว่ นอื่นๆ ของขนมปัง งานวจิ ยั ของเขามา
จากการตรวจสอบขอบขนมปัง เนือ้ ขนมปัง และแปง้ ธรรมดา พบวา่ ขอบขนมปังมีสารต้านอนมุ ลู อสิ ระท่ี
เรียกวา่ โพรนลี ไลซนี (pronyl-lysine) มากกวา่ ในสว่ นทเ่ี ป็นขนมปังขาว 8 เท่า ขณะทีแ่ ปง้ ธรรมดาไม่มีเลย
หมายความวา่ สารต้านอนมุ ลู อสิ ระทว่ี า่ จะเกิดขนึ ้ ตอ่ เมอื่ ขนมปังผา่ นกระบวนการอบมาแล้วเท่านนั้

สารโพรนลิ ไลซีน เกิดขนึ ้ จากปฏิกิริยาของกรดอะมโิ นแอล-ไลซนี แปง้ และนา้ ตาล ในขนั้ ตอนการอบ
เรียกวา่ ปฏิกิริยาเมลาร์ด (Maliiard reaction) ซงึ่ เป็นตวั การทท่ี าให้เกดิ สนี า้ ตาลบนผวิ หน้าของขนมปังท่ี
ผ่านการอบแล้ว และกระ บวนการนยี ้ งั เป็นตวั สร้างสารให้กลิ่น รสชาติให้ขนมปัง รวมทงั้ สารต้านอนมุ ลู
อิสระตวั อืน่ ๆ

7

5. ข้าวโพด

ในข้าวโพดจะมีสาร เบต้าแคโรทีน (β-carotene) หรือที่เรารู้กนั วา่ เป็น โปรวติ ามนิ เอ ร่างกายเราจะนาไป
ใช้สร้างสาร โรดอปซินนะครับชว่ ยให้ลดอตั ราเสอ่ื มของลกู ตาและปอ้ งกนั การเป็นโรคต้อกระจกตาด้วย อีก
ทงั้ ยงั มี โฟเลตซงึ่ จะช่วย สร้างสารต้านอนมุ ลู อิสระ ชะลอในการเส่อื มสภาพของร่างกาย

ปอ้ งกนั โรคหวั ใจ ข้าวโพดจะมเี ส้นใยอาหารที่ละลายนา้ และไม่ละลายนา้ ผกู กบั ใยทล่ี ะลายกบั นา้ ดจี าก
คอเลสเตอรอลในตบั ของเรา ซงึ่ จะช่วยให้คอเลสเตอรอลในร่างกาย สลายไปได้ดอี ีกด้วย แถมยงั อดุ มไป
ด้วยโฟเลต, วติ ามนิ บที ีช่ ่วยในการลดระดบั ของ homocysteine, กรดอะมโิ นท่ตี ามผลิตภณั ฑ์ใน
กระบวนการเมตาบอลิสาคญั (เรียกวา่ รอบการเตมิ หมเู่ มธิ) ระดบั สงู ของ homocysteine สามารถทา
ลายเส้นเลอื ดที่นาไปสหู่ วั ใจวายโรคหลอดเลอื ดสมองหรือโรคหลอดเลอื ด ชว่ ยให้เลือดไหลเวียนดี ลดความ
ดนั ในร่างกาย

ต้านมะเร็ง นอกจากข้าวโพดจะมสี ารทีช่ ว่ ยในการสร้าง โรดอปซิน ท่ีจะชว่ ยตอ่ ต้านอนมุ ลู อิสระแล้ว
ข้าวโพดยงั ชว่ ยลดความเสย่ี งของโรค มะเร็งปอด และเส้นใยในข้าวโพดยงั ชว่ ยให้ระบบย่อยอาหารเพื่อ
สขุ ภาพจงึ ลดความเส่ยี งของโรค มะเร็งลาไส้ใหญ่

ช่วยในเรื่องของระบบยอ่ ยอาหาร เส้นใยอาหารแบบไม่ละลายนา้ ในข้าวโพดจะช่วยให้ดี สาหรับริดสีดวง
ทวาร จากโรคทางเดินอาหาร หรืออาหารท้องผกู ทเุ ลาลง เน่อื งจาก เส้นใยจะช่วยดดู ซบั นา้ และชว่ ยระบบ
ขบั ถา่ ยให้ดยี ่ิงขนึ ้

ช่วยบารุงผิวพรรณ อย่างที่เราทราบกนั ดีเรื่อง สารต่อต้านอนมุ ลู อิสระ ในข้าวโพด ทาให้ผิวพรรณของเราไม่
เหย่ี วย่น เปลง่ ปลงั่ ดสู ดช่ืนมชี ีวิตชีวา

2.3 สมรรถนะในการทางาน

ระบบสมรรถนะในการทางาน (Competency Model) เป็นเคร่ืองมือบริหารจดั การ ทรัพยากรมนษุ ย์ที่
สาคญั อยา่ งหนงึ่ ท่ีผ้บู ริหารทกุ ระดบั สามารถนามาใช้ในการ สรรหา รักษา และพฒั นาบคุ ลากรให้มีความรู้
ทกั ษะ และความสามารถและบคุ ลิกลกั ษณะเฉพาะตรงตามที่ ตาแหนง่ กาหนด เพื่อให้ปฏบิ ตั ิหน้าที่ได้ตาม
ผลตามทีค่ าดหวงั ไว้

8

สมรรถนะในการทางาน (Competency) หมายถงึ ความรู้ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะ (Knowledge, Skills,
Personal Attribute) ของบคุ คลท่ีจาเป็นต้องมี เพ่อื ใช้ในการปฏบิ ตั หิ น้าที่ ให้ประสบผลสาเร็จตามท่ี
กาหนดไว้

ความรู้ (Knowledge) หมายถงึ ความรู้ทจ่ี าเป็นในการปฏิบตั ิหน้าที่ ถ้าไมม่ ีความรู้ พนกั งานกไ็ ม่สามารถ
ปฏบิ ตั หิ น้าที่ทีร่ ับผดิ ชอบได้อย่างถกู ต้อง ความรู้นมี ้ กั จะได้จากการศกึ ษา อบรม สมั มนา รวมไปถึงการ
แลกเปลยี่ นความรู้กบั ผ้มู ีความรู้ในด้านนนั้ ๆ

ทกั ษะ (Skills) หมายถึงทกั ษะ ความสามารถเฉพาะท่ีจาเป็นในการปฏิบตั หิ น้าที่ ถ้า ไมม่ ีทกั ษะแล้ว กย็ าก
ที่ทาให้พนกั งานทางานให้มผี ลงานออกมาดแี ละตามเปา้ หมายท่ีกาหนด ไว้ได้ ทกั ษะนีม้ กั จะได้มาจากการ
ฝึกฝน หรือกระทาซา้ ๆอยา่ งต่อเนื่อง จนทาให้เกิดความ ชานาญในสง่ิ นนั้

คณุ ลกั ษณะสว่ นบคุ คล (Personal Attribute) หมายถึง คณุ ลกั ษณะ ความคดิ ทศั นคติ คา่ นิยม แรงจงู ใจ
และความต้องการสว่ นตวั ของบคุ คล คณุ ลกั ษณะเป็นส่ิงทีต่ ิดตวั และ เปลยี่ นแปลงได้ไม่ง่ายนกั คณุ ลกั ษณะ
ทไ่ี ม่เหมาะสมกบั หน้าที่มกั จะก่อให้เกดิ ปัญหาในการ ทางาน และทาให้งานไม่ประสบผลสาเร็จตาม
เปา้ หมาย

2.4 การทาโครงงานอาชีพ

โครงงานอาชีพเป็นการจดั การเรียนรู้งานอาชพี ที่ให้ผ้เู รียนได้ลงมือปฏบิ ตั จิ ริงอย่างครบ
วงจร ตงั ้ แต่ การวิเคราะห์ การวางแผน การปฏิบตั งิ าน การจดั การกบั ผลผลิต การจาหน่าย การบริการ
รวมทงั้ รายได้จากการจาหนา่ ยผลผลิตหรือบริการ โดยเน้นการผลิต การบริการ การบริหารจดั การ
การตลาด และการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบตั งิ าน ลกั ษณะของงานอาชีพตามโครงงานที่ปฏิบตั ิต้องเป็น
งานอาชพี สจุ ริตท่ีมีอย่ใู นท้องถิน่ หรืองานอาชีพท่ีเป็นความต้องการของผ้เู รียน เป็นงานอาชีพท่ีมีลกั ษณะ
เป็นงานผลติ และหรืองานบริการ การปฏิบตั ิงานอาชพี ผ้เู รียน ต้องเป็นผ้ปู ฏิบตั เิ องทงั้ หมด ตงั้ เริ่มต้นจน
สนิ ้ สดุ การปฏบิ ตั งิ าน โดยมีครูอาจารย์ทาหน้าทเี่ ป็นท่ีปรึกษาและการปฏิบตั ิโครงงานอาชพี ให้ปฏบิ ตั ิ
รวมกนั เป็นกลมุ่ โดยใช้ โรงเรียน สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพ รวมทงั้ สถานศกึ ษา เป็นสถานท่ี
ปฏบิ ตั ิงานและในการจดั ทาโครงงานอาชพี ของผ้เู รียน ควรมีผ้ทู รงคณุ วฒุ ิหรือผ้ปู ระสบความสาเร็จในสาขา
อาชีพที่มีอยใู่ นท้องถ่นิ ร่วมวางแผนและให้คาปรึกษาในการปฏิบตั ิงานอาชีพของผ้เู รียนด้วย

9

ประโยชน์ของโครงงาน
1. สามารถทาให้ผ้อู า่ นสามารถทราบรายละเอยี ดในการทางานอยา่ งเป็นระบบ และเข้าใจได้ง่าย
2. ทาให้เหน็ ความพร้อมต่าง ๆ ในการปฏบิ ตั งิ าน
3. ทาให้เกดิ ข้อผดิ พลาดในการทางานให้น้อยลงและสามารถตรวจสอบข้อผดิ พลาดได้ง่าย
4. ชว่ ยให้การนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลของครูและผ้ทู เ่ี กี่ยวข้องทาได้ง่าย

บทท่ี 3
การดาเนินการโครงงาน

3.1 วธิ ีการดาเนนิ งาน
3.1.1 ปรึกษาหารือในกลมุ่ ในการทาโครงงานอาชพี
3.1.2 ปรึกษากบั ครูทปี่ รึกษา เพอื่ หาแนวทางการทาโครงงาน ปรึกษาทา่ นผ้อู านวยการโรงเรียน

เชงิ ขอคาแนะนา ข้อคิดเห็น และได้รับการสนบั สนนุ
3.1.3 ปรึกษาครูทป่ี รึกษาโครงงานเพื่อหาข้อสรุปร่วมในการเลอื กเรื่องในการทาโครงงาน
3.1.4 วเิ คราะห์การทาโครงงานให้เกดิ ความหลากหลาย โดยยดึ วา่ นกั เรียนแตล่ ะคนมีความ

แตกตา่ งกนั และโครงงานต้องพฒั นาได้และเกดิ คณุ คา่ ทางโภชนาการ
3.1.5 ค้นหาข้อมลู การทาโครงงานอาชีพ
3.1.6 ดาเนินการทาโครงงานอาชพี

10

3.1.7 ตดิ ตามประเมินผล
3.1.7 รายงานผล
3.1.8 นาเสนอผลงาน
3.2 วสั ดอุ ปุ กรณ์ในการจดั ทา

1. ขนมปัง
2. แอปเปิล
3. ผกั สลดั
4. ลกู เดือย
5. ข้าวโพด
6. มายองเนส
7. ซอสมะเขือเทศ/ซอสพริก
8. แฮม
9. ถาด
10. กรรไกร

วธิ ีทา
ขนั้ ตอนการเตรียมอปุ กรณ์
1. นาผกั สลดั มาล้างนา้ ให้สะอาด

2. นาข้าวโพดมาฝานเอาเมลด็ พร้อมทงั้ ผ่าแอปเปิลให้ขนาดพอดคี า
3. ตดั แฮมท่ีเตรียมไว้อย่างละคร่ึงซีก

11

ที่มา
http://gubgib555.blogspot.com/2015/12/blog-post_96.html


Click to View FlipBook Version