ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ภาพที่1 วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ย่อมาจากค าว่า Electronic Book หมายถึง หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปร แกรคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่ สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) แนวความคิดเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นภายหลัง ปี ค.ศ. 1940 โดย ปรากฏในนวนิยายวิทยาศาสตร์ ต่อมาได้มีการพัฒนาโดยน าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้า มาช่วยสแกนหนังสือจัดเก็บข้อมูล เป็นแฟ้มภาพตัวหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และน าแฟ้มภาพ ตัวหนังสือมาผ่านกระบวนการแปลงภาพเป็นข้อความด้วยการท า OCR (Optical Character Recognition) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อแปลงภาพตัวหนังสือให้เป็นข้อความที่ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้การถ่ายทอดข้อมูลจะถ่ายทอดผ่านทางแป้นพิมพ์ และประมวลผล ออกมาเป็นตัวหนังสือ และข้อความด้วย คอมพิวเตอร์ ดังนั้น หน้ากระดาษจึงเปลี่ยน รูปแบบไปเป็นแฟ้มข้อมูลแทนทั้งยังมีความสะดวกต่อการเผยแพร่และจัดพิมพ์เป็นเอกสาร (Documents printing) ท าให้รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยุคแรก ๆ มีลักษณะเป็น เอกสารประเภทไฟล์.doc.txt.rtfและ.pdf เมื่อมีการพัฒนาภาษา HTML (Hypertext Markup Language)ข้อมูลต่าง ๆ จึงถูกออกแบบ และตกแต่งในรูปของเว็บไซต์ โดยปรากฏในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ซึ่งเรียกว่า “web
page” ผู้อ่านสามารถเปิดดูเอกสารเหล่านั้นได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ (Web browser)ซึ่งเป็น โปรแกรมประยุกต์ที่สามารถแสดงผลข้อความภาพ และการปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ต่อมาเมื่ออินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมมากขึ้น บริษัท ไมโครซอฟท์ ได้ผลิต เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ค าแนะน าในรูปแบบ HTML Help ขึ้นมา มีรูปแบบของไฟล์เป็น .CHM โดยมีตัวอ่าน คือ Microsoft Reader และหลังจากนั้นมีบริษัทผู้ผลิตโปรแกรม คอมพิวเตอร์ จ านวนมาก ได้พัฒนาโปรแกรมจนกระทั่งสามารถผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาเป็นลักษณะเหมือนกับหนังสือทั่วไป กล่าวคือ สามารถแทรกข้อความ แทรกภาพ จัด หน้าหนังสือได้ตามความต้องการของผู้ผลิต และที่พิเศษกว่านั้น คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เหล่านี้ สามารถสร้างจุดเชื่อมโยงเอกสาร (Hypertext) ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้ง ภายใน และภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถแทรกเสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ลงไปในหนังสือได้ คุณสมบัติเหล่านี้ไม่สามารถท าได้ในหนังสือทั่วไป ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้ คือ 1. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือแบบต ารา(Textbook) มีรูปแบบหนังสือปกติที่พบเห็นทั่วไป เป็นการแปลงหนังสือจากสภาพสิ่งพิมพ์ปกติ เป็น สัญญาณดิจิตอล เพิ่มศักยภาพเดิมการน าเสนอ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่านหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ด้วยศักยภาพของคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การเปิดหน้าหนังสือ การสืบค้น การคัดเลือก เป็นต้น 2. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือเสียงอ่าน เมื่อเปิดหนังสือ จะมีเสียงค าอ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้เหมาะส าหรับหนังสือเด็ก เริ่มเรียน หรือหนังสือฝึกออกเสียง หรือ ฝึกพูด (Talking Book ) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ชนิด นี้เป็นการเน้นคุณลักษณะด้านการน าเสนอเนื้อหาที่เป็นตัวอักษร และเสียงเป็นคุณลักษณะ หลัก นิยมใช้กับกลุ่มผู้อ่านที่มีระดับลักษณะทางภาษาโดยเฉพาะด้านการฟังหรือการอ่าน ค่อนข้างต่ า เหมาะส าหรับการเริ่มต้นเรียนภาษาของเด็กๆ หรือผู้ที่ก าลังฝึกภาษาที่สอง หรือ ฝึกภาษาใหม่ เป็นต้น 3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือภาพนิ่งหรืออัลบั้มภาพ(staticPictureBook) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีคุณลักษณะหลักเน้นจัดเก็บข้อมูล และน าเสนอข้อมูลใน รูปแบบภาพนิ่ง(static picture) หรืออัลบั้มภาพเป็นหลัก เสริมด้วยการน าศักยภาพของ คอมพิวเตอร์มาใช้ในการน าเสนอ เช่น การเลือกภาพที่ต้องการ การขยายหรือย่อขนาดของ ภาพของคอมพิวเตอร์ การขยายหรือย่อขนาดของภาพหรือตัวอักษร การส าเนาหรือการถ่าย โอนภาพ การแต่งเติมภาพ การเลือกเฉพาะส่วนของภาพ (cropping) หรือเพิ่มข้อมูล
เชื่อมโยงภายใน (Linking information) เช่น เชื่อมข้อมูลอธิบายเพิ่มเติม เชื่อมข้อมูลเสียง ประกอบ เป็นต้น 4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือภาพเคลื่อนไหว(MovingPictureBook) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นการน าเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพวีดีทัศน์ (Video Clips) หรือภาพยนตร์สั้น ๆ (Films Clips) ผนวกกับข้อมูลสนเทศที่อยู่ในรูปตัวหนังสือ (Text Information) ผู้อ่านสามารถเลือกชมศึกษาข้อมูลได้ ส่วนใหญ่นิยมน าเสนอข้อมูลเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ หรือเหตุการณ์ส าคัญ เช่น ภาพเหตุการณ์สงครามโลก ภาพการกล่าวสุนทร พจน์ของบุคคลส าคัญๆ ของโลกในโอกาสต่างๆ ภาพเหตุการณ์ความส าเร็จหรือสูญเสียของ โลก เป็นต้น 5. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือสื่อประสม(MultimediaBook) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นเสนอข้อมูลเนื้อหาสาระ ในลักษณะแบบสื่อประสมระหว่าง สื่อภาพ (Visual Media) เป็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวกับสื่อประเภทเสียง (Audio Media)ในลักษณะต่าง ๆ ผนวกกับศักยภาพของคอมพิวเตอร์อื่นเช่นเดียวกับหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว 6. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือสื่อหลากหลาย(Polymediabook) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อประสมแต่มี ความหลากหลายในคุณลักษณะด้านความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลภายในเล่มที่บันทึกใน ลักษณะต่าง ๆ เช่น ตัวหนังสือภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงดนตรี และอื่นๆ เป็นต้น 7. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือเชื่อมโยง(HypermediaBook) เป็นหนังสือที่มีคุณลักษณะสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาสาระภายในเล่ม (Internal Information Linking) ซึ่งผู้อ่านสามารถคลิกเพื่อเชื่อมไปสู่เนื้อหาสาระที่ออกแบบเชื่อมโยงกันภายใน การ เชื่อมโยงเช่นนี้มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับบทเรียนโปรแกรมแบบแตกกิ่ง ( Branching Programmed Instruction) นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งเอกสาร ภายนอก (External or Information Sources) เมื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต 8. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสืออัจฉริยะ(IntelligentElectronicBook) เป็นหนังสือประสมแต่มีการใช้โปรแกรมชั้นสูงที่สามารถมีปฏิกิริยา หรือ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่าน เสมือนหนังสือมีสติปัญญา (อัจฉริยะ) ในการไตร่ตรอง หรือคาดคะเนในการโต้ตอบหรือ ปฏิกิริยากับผู้อ่าน 9. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อหนังสือทางไกล(TelemediaElectronicBook) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีคุณลักษณะหลักต่างๆ คล้ายกับ Hypermedia Electronic Books แต่เน้นการเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลภายนอกผ่านระบบเครือข่าย (Online Information Sourcess) ทั้งที่เป็นเครือข่ายเปิด และเครือข่ายเฉพาะสมาชิกของเครือข่าย
10. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือไซเบอร์สเปซ(Cyberspacebook) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีลักษณะเหมือนกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายๆ แบบที่ กล่าวมาแล้วผสมกัน สามารถเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลทั้งจากแหล่งภายในและภายนอกสามารถ น าเสนอข้อมูลในระบบสื่อที่หลากหลาย สามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านได้หลากหลาย ครงสร้างทั่วไปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะโครงสร้างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีความคล้ายคลึงกับหนังสือทั่วไปที่พิมพ์ด้วยกระดาษ หากจะมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็ คือ กระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอ่านหนังสือลักษณะ โครงสร้างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีความคล้ายคลึงกับหนังสือทั่วไปที่พิมพ์ด้วยกระดาษ หากจะมี ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือกระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอ่านหนังสือ สรุปโครงสร้างทั่วไปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 1. 1.หน้าปก(FrontCover) หมายถึง ปกด้านหน้าของหนังสือซึ่งจะอยู่ส่วนแรก เป็นตัวบ่งบอกว่าหนังสือเล่มนี้ชื่ออะไร ใครเป็นผู้แต่ง 2. 2.ค าน า(Introduction) หมายถึง ค าบอกกล่าวของผู้เขียนเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูล และเรื่องราว ต่างๆ ของหนังสือเล่มนั้น 3. สารบัญ (Contents) หมายถึง ตัวบ่งบอกหัวเรื่องส าคัญที่อยู่ภายในเล่มว่าประกอบด้วย อะไรบ้าง อยู่ที่หน้าใดของหนังสือ สามารถเชื่อมโยงไปสู่หน้าต่างๆ ภายในเล่มได้ 4. สาระของหนังสือแต่ละหน้า (Pages Contents) หมายถึง ส่วนประกอบส าคัญในแต่ละ หน้า ที่ปรากฏภายในเล่ม ประกอบด้วย หน้าหนังสือ (Page Number) ข้อความ (Texts) ภาพประกอบ (Graphics) .jpg,.gif,.bmp,.png,.tiff – เสียง (Sounds) .mp3, .wav, .midi – ภาพเคลื่อนไหว (Video Clips, flash) .mpeg, .wav, .avi – จุดเชื่อมโยง (Links)
อ้างอิง(Reference) หมายถึง แหล่งข้อมูลที่ใช้น ามาอ้างอิง อาจเป็นเอกสาร ต ารา หรือ เว็บไซต์ ดัชนี(Index) หมายถึง การระบุค าส าคัญหรือค าหลักต่างๆ ที่อยู่ภายในเล่ม โดยเรียงล าดับตัวอักษรให้สะดวกต่อการ ค้นหา พร้อมระบุเลขหน้าและจุดเชื่อมโยง ปกหลัง(BackCover) หมายถึง ปกด้านหลังของหนังสือ ซึ่งอยู่ส่วนท้ายเล่ม ประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์e-Book ส าหรับผู้อ่าน 1.ขั้นตอนง่ายในการอ่านและค้นหาหนังสือ 2.ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บหนังสือ 3. อ่านหนังสือได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ส าหรับห้องสมุด 1.สะดวกในการให้บริการหนังสือ 2.ไม่ต้องใช้สถานที่มากในการจัดเก็บหนังสือและไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 3.ลดงานที่เกิดจากการซ่อมจัดเก็บและการจัดเรียงหนังสือ 4.ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาดูแลและซ่อมแซมหนังสือ 5. มีรายงานแสดงการเข้ามาอ่านหนังสือ ส าหรับส านักพิมพ์และผู้เขียน 1.ลดขั้นตอนในการจัดท าหนังสือ 2.ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจัดพิมพ์หนังสือ 3.ลดค่าใช้จ่ายในการจัดจ าหน่ายผ่านช่องทางอื่นๆ 4.เพิ่มช่องทางในการจ าหน่ายหนังสือ 5. เพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์ตรงถึงผู้อ่าน
ข้อดีและข้อเสียของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีดังต่อไปนี้ 1.อ่านที่ไหนเมื่อไหร่ได้ตลอดเวลาเนื่องจากพกไปได้ตลอดและได้จ านวนมาก 2.ประหยัดการตัดไม้ท าลายป่าเพราะไม่ต้องตัดไม้มาท ากระดาษ 3.เก็บรักษาได้ง่ายประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บประหยัดค่าเก็บรักษา 4.ค้นหาข้อความได้ยกเว้นว่าอยู่ในลักษณะของภาพ 5.ใช้พื้นที่น้อยในการจัดเก็บ(cd1แผ่นสามารถเก็บe-Bookได้ประมาณ500เล่ม) 6.อ่านได้ในที่มืดหรือแสงน้อย 7.ท าส าเนาได้ง่าย 8.จ าหน่ายได้ในราคาถูกกว่าในรูปแบบหนังสือ 9.อ่านได้ไม่จ ากัดจ านวนครั้งเพราะไม่ยับหรือเสียหายเหมือนกระดาษ 10.สะดวกสบายไม่ต้องเดินทางแค่คลิกเดียวก็สามารถเลือกอ่านหนังสือที่ต้องการได้ทันที 11. เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติ โดยลดการใช้กระดาษกับ True e-Book ข้อเสียของ e-Book มีดังต่อไปนี้ 1. ต้องอาศัยพลังงานในการอ่านตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ 2.เสียสุขภาพสายตาจากการได้รับแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3.ขาดความรู้สึกหรืออรรถรสหรือความคลาสสิค 4.อาจเกิดปัญหากับการลงhardwareหรือsoftwareใหม่หรือแทนที่อันเก่า 5.ต้องมีการดูแลไฟล์ให้ดีไม่ให้เสียหรือสูญหาย 6.การอ่านอาจเกิดอันตรายต่อสายตา 7.เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย 8. ไม่เหมาะกับบาง format เช่น รูปวาด รูปถ่าย แผนที่ใหญ่ เป็นต้น ความแตกต่างของหนังสือ E-book อีบุ๊คกับหนังสือทั่วไป หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หนังสือทั่วไป ไม่ใช้กระดาษ (อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้) 1. ใช้กระดาษ สามารถสร้างให้มีภาพเคลื่อนไหวได้ 2. มีข้อความและภาพประกอสามารถใส่เสียงประกอบได้ 3. ไม่มีเสียงประกอบ สามารถแก้ไขและปรับปรุงข้อมูล (update) ได้ง่าย 4. สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ยสามารถสร้างจุดเชื่อมโยง (links) ออกไปยังข้อมูลภายนอกได้ 5. มีความสมบูรณ์ในตัวเอง
มีต้นทุนในการผลิตหนังสือต่ า 6. มีต้นทุนการผลิตสูง ไม่มีขีดจ ากัดในการจัดพิมพ์ สามารถท าส าเนาได้ง่ายไม่จ ากัด 7. มีขีดจ ากัดในการจัดพิมพ์ สามารถอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ และสั่งพิมพ์ผลได้ 8. สามารถเปิดอ่านจากเล่ม อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 1 เล่ม สามารถอ่านพร้อมกันได้จ านวนมาก (ออนไลน์ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต) 9. สามารถอ่านได้ 1 คนต่อหนสามารถพกพาสะดวกได้ครั้งละจ านวนมากในรูปแบบของไฟล์คอมพิวเตอร์ และสามารถเข้าถึงโดยไม่ จ ากัดเรื่องสถานที่และเวลา 10. สามารถพกพาล าบาก แลสารนิเทศต่าง ๆ โปรแกรมที่ใช้สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมส าหรับสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีหลายแบบหลายประเภท ความยากง่าย ซับซ้อนในการใช้งานก็ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการสร้างทั้ง โปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบ pdf และโปรแกรมส าหรับสร้าง e-book แบบ ePub หรือ Filp เช่น แนวโปรแกรมที่ใช้สร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word Microsoft Power Point และอื่นๆ ภาพที่2ภาพตัวอย่าง โปรแกรม Microsoft Word ภาพที่3ตัวอย่าง โปรแกรม Microsoft Power Point
ภาพที่4โปรแกรมdesktopauthor เป็นโปรแกรมส าหรับสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมซึ่งสามารถพิมพ์ข้อความใส่รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวไฟล์swf วีดีโอและยังสามารถน าเข้าไฟล์ PDF ได้ ภาพที่5โปรแกรมFlipAlbum เป็นโปรแกรมส าหรับสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถพิมพ์ ข้อความ ใส่รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว
ภาพที่6โปรแกรม Flash Album Deluxe เป็นซอฟต์แวร์ในโปรแกรมส าหรับการสร้างอัลบั้ม ภาพ ดิจิตอลที่มีเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถสร้างได้อย่างรวดเร็ว มีอัลบั้มที่สวยงามโดยไม่ต้องใช้ เวลามาก เกินไป สามารถเลือกรูปแบบไฟล์ที่หลากหลาย เช่น ไฟล์ swf ไฟล์ html และปฏิบัติการอัลบั้มออกมา วางสามารถใช้ร่วมกันในเว็บไซต์ที่บันทึกในคอมพิวเตอร์ของคุณหรือใช้เป็นโปรแกรมรักษาหน้าจอ ภาพที่7โปรแกรม Flip pdf Professional เป็นโปรแกรมส าหรับสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถพิมพ์ข้อความ ใส่รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวไฟล์ swf วีดีโอและยัง สามารถน าเข้าไฟล์ PDF ได้ ทั้งยังสามารถสร้างไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่า จะเป็นรูปแบบเว็บเพจ html การท าแผ่นซีดีที่เปิดอัตโนมัติ (Autorun CD) โปรแกรมส าหรับอ่าน e-Book ที่ต้องติดตั้ง มิฉะนั้นแล้วจะเปิดเอกสารไม่ได้ ประกอบด้วย 1. โปรแกรมชุด FlipAlbum ตัวอ่านคือ FilpViewer 2. โปรแกรมชุด DeskTop Author ตัวอ่านคือ DNL Reader
3. โปรแกรมชุด Flip Flash Album ตัวอ่านคือ Flash Player