การใชภ้ าษาท่ีสมั พนั ธก์ บั ศลิ ปะต่างๆ
แขนงต่างๆ
ขุนชา้ งขุนแผน
ตอน นางวนั ทองสองใจ
เสนอ
คุณครู พิสมยั สืบเลย
โรงเรียนสีชมพูศึกษา
ภาคเรียนที่ 2 ปี การศกึ ษาท่ี 2565
คณะผู้จัดทำ
นำย ธวชั ชัย บดุ ดำซุย เลขที่ 3
นำงสำว พิริยำดำ เบ้ำจนั ทร์ เลขที่ 17
นำงสำว วรสิ รำ สุวรรณ เลขที่ 19
นำย วทัญญู แสงพำรำ เลขท่ี 26
นำงสำว สุนสิ ำ คงสวสั ด์ิ เลขท่ี 28
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ืองการใชภ้ าษาที่สัมพนั ธ์ กบั ศิลปะ
แขนงตา่ งๆ เป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าวรรณกรรม ท้องถน่ิ
โรงเรียนสีชมพูศกึ ษา จงั หวดั ขอนแกน่ มีเนืัอหาเกยี่ วกบั
ความหมาย เอกลกั ษณ์ และความสมั พนั ธ์ ของศิลปะแขนง
ต่างๆกบั การใชภ้ าษา หากหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ เหล่าน้ี มี
ขอ้ ผดิ พลาดประการใด คณะผจู้ ดั ทาตอ้ งขออภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย
คณะผจู้ ดั ทา
สำรบญั หนา้
เรื่อง
ศิลปะกรรมไทยแขนงต่ำงๆ
สถำปตั ยกรรม
จิตกรรม
ประตมิ ำกรรม
นำฏศลิ ป์
ดนตรี และ บทเพลงจสกดนตรี
ศิลปะกรรมไทยแขนงต่ำงๆ
ศลิ ปะไทยซึ่งมหี ลกั วจิ ติ รศลิ ป์ อนั เป็ นศิลปะท่ีเกยี่ วกบั ควำม
ปรำณตี งดงำำม แบ่งออกได้ 6 แขนงคือ
1. สถำปตั ยกรรม
2. จิตกรรม
3. ปตมิ ำกรรม
4. นำฏศลิ ป์
5. ดนตรี และ บทเพลงจสกดนตรี
สถาปัตยกรรม
สถำปัตยกรรม(Architecture) คือ การออกแบบ
กอ่ สร้างส่ิงตา่ งๆ ไมว่ า่ จะเป็ นส่ิงกอ่ สร้างสาหรับการอยู่
อาศยั ของคนท่ัวไป เชน่ บ้าน อาคาร และคอนโด เป็ น
ตน้ และส่ิงกอ่ สร้างท่ีคนไมส่ ามารถเขา้ อยูอ่ าศัยได้เชน่
เจดยี ์ สถปู และอนุสาวรีย์เป็ นตน้ นอกจากน้ ี ยงั รวมไป
ถึงการกาหนดผงั ของบริเวณตา่ งๆเพ่ือกอ่ ให้เกดิ ความ
สวยงาม และเพือ่ เป็ นประโยชน์ตอ่ การใชส้ อยไดต้ าม
ตอ้ งการ งานสถาปัตยกรรมน้ันนบั เป็นแหลง่ รวมของ
งานศิลปะทางการภายแทบทุกชนิด โดยมกั จะมีรูปแบบ
ที่แสดงถงึ เอกลกั ษณ์ของสังคมและชว่ งเวลาน้ันๆ
วดั ป่ าเลไลยกว์ รวิหารี เป็ น
สถาปัตยกรรมระหวา่ งไทย
กบั มอญ มีการออกแบบ
อยา่ งสวยงามเป็ นลวดลาย
ทาออกมาอยา่ งบรรจง
จิตกรรม
จติ รกรรม (Painting) หมายถงึ ผลงานศิลปะที่แสดงออกดว้ ยการขดี เขยี น การวาด
และระบายสี เพ่ือให้เกดิ ภาพ เป็ นงานศิลปะทมี่ ี 2มิติ เป็ นรูปแบบไม่มีความลึกหรือนนู
หนา แตส่ ามารถเขยี นลวงตาใหเ้ ห็นวา่ มีความลึกหรือนูนได้ ความงามของจติ รกรรมเกดิ
จากการใชส้ ีในลกั ษณะตา่ ง ๆ กนั
“แตง่ งานขุนชา้ งกบั นางวนั ทอง” จติ รกรรมฝาผนัง
เล่าเรื่องขนุ ช้างขุนแผนท่ีระเบียงคดรอบวิหารหลวง
พอ่ โต วดั ป่ าเลไลยก์ จงั หวดั สุพรรณบุรี จิตรกรผู้
วาดภาพ เมอื งสิงห์ จนั ทร์ฉาย เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๗
ประตมิ ำกรรม
ประตมิ ากรรม (Sculpture) เป็ นผลงานศลิ ปะท่ีแสดงออก
ดว้ ยการสรา้ งรูปทรง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้าหนักและกนิ เน้ือที่
ในอากาศ โดยการใช้วสั ดุชนิดต่าง ๆ วสั ดุที่ใชส้ ร้างสรรคง์ าน
ประติมากรรม จะเป็ นตวั กาหนด วิธีการสร้างผลงาน ความงาม
ของงานประตมิ ากรรม เกดิ จากการแสงและเงา ท่ี เกดิ ข้นึ ใน
ผลงานการสรา้ งงาน
รูู ปป้ันขุนแผน ท่ีวดั แค ผแู้ ต่ง คอื
รชั กาลท่ี ๒:: แต่งตอนพลายแกว้ เป็ นชู้
กบั นางเนิสทอง ขนุ แผนข้ึนเรือนขนุ
ชา้ ง ขุนแผนเขา้ หอ้ งนางแกว้ กริ ิยา
ขุนแผนพานางวนั ทองหนี รชั กาลท่ี
๓:: แต่งตอนขนุ ช้างขอนางพิมและขุน
ช้างตามนางวนั ทอง สุนทรภู่ :: แต่ง
ตอนกาเนิดพลายงาม ครูแจง้ :: แต่ง
ตอนกาเนิดกมุ ารทอง ขุนแผนพลาย
งามแกพ้ ระทา้ ยน้า สะกดพระเจา้
เชียงใหมแ่ ละยกทพั กลบั จระเขเ้ ถร
ขวาด
นำฏศิลป์
นำฏศลิ ป์ หมายถงึ ศลิ ปะกำรฟ้อนรำ หรือความรู้แบบแผนของ
การฟ้อนรา เป็ นสิ่งท่ีมนุษยป์ ระดิษฐข์ ้นึ ดว้ ยความประณีตงดงาม
ให้ความบันเทิง อนั โนม้ น้าวอารมณ์และความรูส้ ึกของผชู้ มให้
คลอ้ ยตาม ศิลปะประเภทน้ีตอ้ งอาศยั การบรรเลงดนตรี และการ
ขบั ร้องเขา้ ร่วมด้วย เพ่อื ส่งเสริมให้เกดิ คุณค่ายง่ิ ข้ึน หรือเรียกว่า
ศลิ ปะของการรอ้ งราทาเพลง
"ขุนชา้ ง ขุนแผน (ฉบบั ชาระใหม่) (ปกแขง็ )" ถอื เป็นหน่ึงในวรรณคดีเอก
ท่ีคนไทยทุกเพศวยั ตา่ งรู้จกั ดี มีอายุมากวา่ 400 ปี นอกจากจะเป็น
วรรณคดีท่ีมีคนนิยมอา่ นมาทกุ ยคุ สมัยแลว้ ยงั ถือเป็นเอกสารช้นั ตน้ ของ
นักวิชาการแทบจะทุกสาขาวิชา อาทิ ดา้ นวรรณคดี...ศึกษาในสุนทรียรส
ท้งั ห้าแหง่ วรรณศิลป์ ยงั มีการวเิ คราะห์โครงเร่ือง บุคลกิ ของตวั ละคร
ดา้ นประวตั ิศาสตร์...ศึกษาในเร่ืองขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรม
ความเป็นอยู่อีกท้งั ยงั เครื่องแตง่ กาย โดยเฉพาะผา้ โบราณตา่ ง ๆ ท่ใี ชน้ ุ่ง
หุม่ ท้งั ของขา้ ราชสานักและชาวบา้ นเป็นเชน่ ไร ดา้ นนิติศาสตร์...กศ็ ึกษา
เรื่องกฎหมายหรือกฎขอ้ หา้ ม ดา้ นสถาปตั ยกรรม...ศึกษาเรื่องโครงสรา้ ง
ของบา้ นเรือนหรือสิ่งกอ่ สร้างตา่ ง ๆ เชน่ พระราชวงั ประตคู ูเมือง ตลาด
ซ่ึงสิ่งตา่ ง ๆ เหลา่ น้ีนบั เป็นประโยชนต์ อ่ นกั วชิ าการรุ่นปัจจุบนั ท่ีได้"ตอ่
ยอด" ในการศึกษาตอ่ ไป
มีการอธิบายคาศพั ทท์ ีจ่ ะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ า่ นไดท้ ราบความหมาย
ประวตั ิและทม่ี าเป็นลกั ษณะเชงิ อรรถ รวมท้งั ไดท้ าบรรณานุกรมอา้ งอิง
ไวท้ า้ ยเลม่ เพื่อทจ่ี ะศึกษาคน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ ตอ่ ไป ทา้ ยสุดยงั มีความสัมพนั ธ์
ของตวั ละครหลกั (สาแหรก) ทาใหผ้ ูอ้ า่ นไดเ้ หน็ ภาพชดั มากข้นึ วา่ ตวั
ละครเหลา่ น้ีมีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไรจนเกิดเรื่องราวตา่ ง ๆ ในวิถชี ีวติ
ดงั เสมือนเรื่องจริง ๆ ของคนในสมยั อยธุ ยา
ดนตรีและบทบำทเพลงจำกดนตรี
พลำยแก้วออกศกึ
เมืองเชียงทอง
เพลงเขมรโพธิสตั ว์ เถา-เพลงนาคเกย่ี ว เถา
ขนุ แผนบุกเรือนขุนช้ำง
เพลงพมา่ ห้าท่อน
นำงวนั ทองเล่ำ
ควำมฝัน
เพลงแขกมอญ เถา
-- อิเหนา
วรรณคดี
วรรณคดี หมายถงึ วรรณกรรมหรืองานเขียนที่ยกยอ่ ง
กนั วา่ ดี มสี าระ และมคี ุณค่าทางวรรณศลิ ป์ การใช้คา
ว่าวรรณคดีเพ่อื ประเมินค่าของวรรณกรรมเกดิ ข้นึ ใน
พระราชกฤษฎกี าต้งั วรรณคดีสโมสรในสมยั รชั กาลท่ี
6 (พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั )
วรรณคดีเป็ นวรรณกรรมที่ถูกยกยอ่ งว่าเขยี นดี มคี ุณคา่
สามารถทาใหผ้ อู้ า่ นเกดิ อารมณ์สะเทือนใจ มีความคดิ
เป็ นแบบแผน ใชภ้ าษาท่ีไพเราะ เหมาะแกก่ ารให้
ประชาชนได้รับรู้ เพราะสามารถยกระดบั จติ ใจให้
สูงข้นึ รู้ว่าสิ่งใดควรหรือไมค่ วร และทรงคุณค่า
เรื่องขุนช้ำงขุนแผน เป็ นนิทานมหากาพยพ์ ้นื บ้านของไทย เคา้
เร่ืองขุนชา้ งขุนแผนน้ีสันนิษฐานว่าเคยเกดิ ข้นึ จริงในสมยั กรุงศรี
อยธุ ยา แลว้ มีผจู้ ดจาเลา่ สืบตอ่ กนั มา เน่ืองจากเร่ืองราวของขนุ
ชา้ งขุนแผนมปี รากฏในหนังสือคาใหก้ ารชาวกรุงเกา่ แต่มกี าร
ดัดแปลงเพ่ิมเติมจนมีลกั ษณะคลา้ ยนิทานเพอื่ ให้เน้ือเร่ือง
สนุกสนานชวนตดิ ตามยง่ิ ข้นึ รายละเอยี ดในการดาเนินเรื่องยงั
สะท้อนภาพการดาเนินชีวติ ขนบธรรมเนียมประเพณีและ
วฒั นธรรมของชาวสยามในคร้งั อดีตได้อยา่ งชัดเจนยงิ่ จน
นกั ภาษาศาสตร์ นามวิลเล่ียม เกด็ น่ีย์ กลา่ วว่า "ขา้ พเจา้ มกั คิด
บ่อย ๆ ว่า หากความรู้เกยี่ วกบั วฒั นธรรมไทยเกดิ สูญหายไป
หมด ทุกอยา่ งอาจจะถกู สร้างข้ึนมาได้ใหม่ จากขอ้ เขยี นที่
อศั จรรยน์ ้ี"
เร่ืองขนุ ชา้ งขนุ แผนน้ี สนั นิษฐานวา่ เป็ นการแตง่ ข้ึนรอ้ งแบบมขุ
ปาฐะ (ปากต่อปาก) เพื่อความบันเทิง ในลกั ษณะเดียวกบั มหา
กาพยข์ องยโุ รป อยา่ งเช่นของโฮเมอร์ โดยคงจะเร่ิมแตง่ ต้งั แต่
ราวอยธุ ยาตอนกลาง (ราว พ.ศ. 2143) และมกี ารเพมิ่ เติม หรือตดั
ทอนเรื่อยมา จนมีรายละเอยี ดและความยาวอยา่ งที่สืบทอดกนั อยู่
ในสมยั อยธุ ยาตอนปลาย แต่ไม่ไดถ้ กู บันทึกลงไวเ้ ป็ นกจิ ลกั ษณะ
เนื่องจากบุคคลช้ันสูงสมยั น้ันเห็นว่าเป็ นกลอนชาวบ้าน ที่มี
เน้ือหาบางตอนหยาบโลน และไมม่ ีการใช้ฉนั ทลกั ษณ์อยา่ ง
วจิ ิตร ดงั น้นั เม่อื กรุงศรีอยธุ ยาถูกทาลายในปี พ.ศ. 2310 จึงไมม่ ี
ตน้ ฉบบั เร่ืองขนุ ช้างขุนแผนเหลืออยู่ แตเ่ นื่องจากเป็ นเร่ืองท่ีมี
ความนิยมสูงในหมู่ชาวไทย จึงมีผทู้ ่ีจาเน้ือหาได้อยมู่ าก และทา
ใหถ้ ูกฟ้ื นฟูกลบั มาไดไ้ ม่ยาก
จอ้ งคอมแลว้ ตาเบลอ จอ้ งเธอแลว้ ตาบอด
By.ด๋ึงเด๋าเดอ้ ะเบ๋าเหย่