The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ผักสลัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somjuk.juk, 2022-06-21 06:16:29

งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ผักสลัด 5 บท

งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ผักสลัด

รายงานผลการปลูกแตงโมโดยวิธเี กษตรธรรมชาติ

เพ่อื ศกึ ษาการปลูกแตงโมแบบไวเ้ ถาท่แี ตกต่างกนั

โดย

1. นายวรี ะชัย แก้วมณชี ยั ตำแหน่ง ครู

อาสาสมัครฯ

2. นายวิจยั คำมกุ ตำแหน่ง ครู

อาสาสมคั รฯ

3. นางกนิษฐา ปทั ทมุ ตำแหน่ง ครู

อาสาสมัครฯ

4. นางสาวอมรรัตน์ คำมุงคณุ ตำแหน่ง ครู

อาสาสมคั รฯ

5. นางสาวผกาพนั ธ์ แสงศิรพิ งษ์ ตำแหน่ง ครู

อาสาสมคั รฯ

การศึกษาการผลิตเมล็ดพนั ธ์ุผักกาดหอมสายพันธมุ์ ินิคอสโดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ

นางสาวสภุ าพร สาครเยน็
ครูอาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน

ศนู ย์ฝึกและพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบรเิ วณชายแดนสระแก้ว
สำนกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สำนกั งานปลัดกระทรวง

ศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ



บทคดั ย่อ

ผู้ทดลอง : สุภาพร สาครเย็น :การศึกษาการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสโดยการปลูก
แบบเกษตรธรรมชาติ
ที่ปรึกษา : นายพิสิทธิ์ คุ้มสุวรรณ นางอาทิตยา ปานทอง นายกรินทร์ เฉลิมวิสุตม์กุล

และนางสาวอัญชลี มียิ่ง
ผักกาดหอม (Lacatuca sativa L.) เป็นพืชที่ได้รับความนิยมและมีการเพาะปลูกกันหลาย
ประเทศรวมทั้งประเทศไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ที่ผู้ปลูก
ผกั กาดหอมทพี่ บคือ ตน้ ทนุ การผลิตเมล็ดพันธุ์มีราคาสูงและเมล็ดพนั ธทุ์ ี่ใชใ้ นการปลูกบางครั้งมีคุณภาพ
ต่ำเมล็ดพันธุ์ไม่สมบูรณ์ทำให้ต้นกล้าที่ไม่แข็งแรงส่งผลการเจริญเตบิ โตไม่ดี ผลผลติ ลดลง อย่างไรก็ตาม
การปลกู ผักกาดหอมให้ได้ผลผลติ ที่ดี มีความแข็งแรง ปรับตวั เขา้ กับสภาพแวดล้อม ตอ้ งเร่ิมจากการเก็บ
เมลด็ พันธุ์ผักกาดหอมไว้ปลกู เองทำใหล้ ดต้นทนุ การผลิต การเก็บเมล็ดพันธผุ์ ักกาดหอมจึงมีความสำคัญ
อย่างยิ่ง การเก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เองจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแกปัญหานี้ได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์
เพื่อศกึ ษาคณุ ภาพของเมลด็ พนั ธ์ุผกั กาดหอมสายพันธ์มินิคอสท่ีปลูกโดยวิธีการเกษตรธรรมชาติ โดยแบ่ง
ออกเป็น 2 การทดลอง ได้แก่ การทดลองที่ 1 การศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธ์ุ
ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวระหว่าง การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1
และการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 วางแผนการทดลองแบบ Completely randomized design (CRD)
จำนวน 4 ซ้ำ ผลของอายุเริ่มติดดอกบันทึกวันแรกที่ออกดอกเริ่มติดดอกที่อายุ 92 วัน บานดอกแรกท่ี
อายุ 112 วัน และอายุการเก็บเมล็ดที่อายุ 145 วัน เท่ากัน การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 การวัดปริมาณ
ผลผลิตและด้านคณุ ภาพเมล็ดพันธไุ์ ด้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ทีด่ ีกว่าการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 การทดลองที่ 2
การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมี
ดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซน็ ต์ของช่อดอก ระหว่างการเก็บเมลด็ พันธุ์ก่อนฝนตก วางแผนการทดลอง
แบบ Completely randomized design (CRD) จำนวน 4 ซ้ำ ผลของอายุเริ่มติดดอกบันทึกวันแรกที่
ออกดอกเริ่มติดดอกที่อายุ 92 วัน บานดอกแรกที่อายุ 112 วัน และอายุการเก็บเมล็ดที่อายุ 145 วัน
ก่อนฝนตกและ 149 วัน การเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ุก่อนฝนตกการวัดปริมาณผลผลติ และด้านคณุ ภาพเมล็ดพันธุ์
ไดผ้ ลผลติ เมลด็ พันธ์ทุ ี่ดีกวา่ การเกบ็ เมลด็ พันธห์ุ ลังฝนตก
ผลจากการศึกษาการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอส การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 ให้
คุณภาพเมล็ดพันธุ์ในด้านปริมาณผลผลิตและด้านคุณภาพเมล็ดพันธ์ุดีที่สุด ดีกว่าการการการเคาะช่อ
ดอกครง้ั ท่ี 2 และการเก็บเมล็ดหลังฝนตก



คำนำ

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานผลการศึกษาการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสาย
พันธุ์มินิคอสโดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพของเมล็ดพันธุ์
ผักกาดหอมสายพันธ์มินิคอสที่ปลูกโดยวิธีการเกษตรธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลอง ได้แก่
การทดลองท่ี 1 การศึกษาและเปรียบเทยี บการเกบ็ เก่ียวเมลด็ พนั ธ์ุผักกาดหอมสายพนั ธ์ุมินิคอสท่ีได้จาก
การเก็บเกี่ยวแบบตัดคร้ังเดียวระหว่าง การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 และการ
ทดลองที่ 2 การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัด
ครงั้ เดียวมดี อกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นตข์ องช่อดอก ระหวา่ งการเกบ็ เมล็ดพนั ธกุ์ ่อนฝนตก และการ
เก็บเมล็ดพันธุ์หลงั ฝนตก เก็บขอ้ มลู ดา้ นปรมิ าณ และคุณภาพเมล็ดพันธุ์

ผู้ศึกษา ทดลอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานผลการทดลอง ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์
สำหรับครูบุคลากร กศน. ผู้ปฏิบัติงานด้านเกษตรธรรมชาติและประชาชนทั่วไป ขอขอบคุณนายพิสิทธิ์
คุ้มสุวรรณ รองผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้วรักษาการใน
ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้วที่ให้คำปรึกษา และ
ขอขอบคุณบุคลากรศูนย์ฝกึ และพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแกว้ ทุกท่านท่ีมสี ว่ นร่วมใน
การดำเนนิ งานในครั้งนี้

นางสาวสุภาพร สาครเย็น
ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน

สารบัญ ค

เรอ่ื ง หน้า
บทคดั ยอ่ ก
คำนำ ข
สารบัญ ค
บทท่ี 1 บทนำ 1
1
1.ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา 2
2. วตั ถุประสงค์ของการทดลอง 2
3. ขอบเขตของการทดลอง 2
4. คำนิยามศพั ท์เฉพาะ 2
5. ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการทดลอง 3
บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ที่เก่ียวของ 3
2.1 ความสำคญั ของผักกาดหอม 3
2.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 4
2.3 การปลูกผักกาดหอม 5
2.4 การผลิตเมล็ดพันธุ์ 6
2.5 ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการผลิตเมลด็ พนั ธ์ุ 6
2.6 การเกบ็ เกีย่ วเมลด็ พนั ธ์ุผกั กาดหอม 6
2.7 เมลด็ พันธุ์และคุณภาพของเมลด็ พนั ธ์ุ 7
2.8 เกษตรธรรมชาติ 8
2.9 งานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง 9
บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ การวจิ ยั 9
3.1 วางแผนการทดลอง 11
3.2 การดำเนนิ งาน 12
3.3 การบนั ทกึ ผลการทดลอง 13
3.4 การวเิ คราะห์ผล 13
3.4 สถานทีท่ ำการทดลอง 14
บทที่ 4ผลการวจิ ัย 14
4.1 การศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์
ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดคร้ัง

เดียวระหว่าง การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเคาะช่อดอก ง
ครัง้ ที่ 2
4.2 การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิ 18
คอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวระหว่างการเก็บ
เมลด็ พนั ธ์กุ อ่ นฝนตก และการเกบ็ เมลด็ พันธห์ุ ลังฝนตก 22
บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 22
5.1 การศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์
ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดคร้ัง 22
เดียวระหว่าง การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเคาะช่อดอก
ครง้ั ที่ 2 23
5.2 การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิ 24
คอสที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวระหว่างการเก็บ 25
เมลด็ พนั ธกุ์ ่อนฝนตก และการเก็บเมล็ดพนั ธุ์หลังฝนตก 26
5.3 ข้อเสนอแนะ 27
บรรณานุกรม 29
ภาคผนวก 30
ตารางการเกบ็ ข้อมูล
วิธกี ารปลกู ผักกาดหอม
ผลความเสียหายจากการโดนฝนตก
คณะผ้จู ัดทำ

1

บทที่ 1
บทนำ

1. ความเปน็ มาและความสำคัญของปญั หา
ผักกาดหอม (Lacatuca sativa L.) มีถิ่นกำเนิดจากหลายสถานที่ทั้งอยู่ในทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป

สว่ นใหญ่ชอบอากาศหนาวเย็น เปน็ พชื ลม้ ลกุ ขนาดเล็กมอี ายสุ ั้นเปน็ พืชฤดูเดยี ว (รัชนวี รรณ,2563) ผกั กาดหอม
มีหลากหลายสายพันธเ์ุ หมาะสมกับดนิ หลายประเภท โรคและแมลงรบกวนน้อย ผลผลิตมีราคาดี ปลูกได้ตลอด
ปแี ละเปน็ ท่ีต้องการของผู้บริโภค สายพันธขุ์ องผักกาดหอมแบ่งได้ 3 ชนดิ ใหญ่ๆ คือ ชนิดทหี่ ่อหัว เช่น ผักกาด
แก้ว ชนิดที่ไม่ห่อหัวอย่าง เช่น เรดโอ๊ค และชนิดที่มีลำต้นอย่าง เช่น มินิคอส ผักกาดหอมมีลักษณะรสชาติ
และสีของใบแตกต่างกัน เหมาะสำหรับการรับประทานสดเช่น สลัด สลัดโรล แหนมเนือง ผักเคียงเมนูต่างๆ
หรือใช้ในการจัดจานให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
อดุ มไปดว้ ยวติ ามนิ และเกลือแร่ที่จำเป็นตอ่ ร่างกาย มีไขมันและแคลอร่ีต่ำ แตเ่ สน้ ใยอาหารสูง (กมั ปนาท,2561)
และจากข้อมูลของสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยที่ระบุว่า ผักกาดหอมเป็นพืชที่ได้รับความนิยมและมีการ
เพาะปลูกกนั หลายประเทศรวมทงั้ ประเทศไทยท่ีมีความสำคญั ทางเศรษฐกจิ โดยในปี 2564 ประเทศไทยนำเข้า
เมล็ดผักกาดหอมปริมาณ 56,679.54 ตันคิดเป็นมูลค่า 27.46 ล้านบาทแต่การส่งออกเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมมี
ปริมาณเพียง 22,035.85 ตัน คิดเป็นมูลค่า 12.78 ล้านบาท (สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย,2564) ผักกาดหอม
สำหรับการเก็บเมล็ดพันธ์ภายในประเทศเพื่อการค้ายังมีปริมาณต่ำ ซึ่งจากข้อมูลกล่าวว่าการปลูกผักกาดหอม
ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ที่ผู้ปลูกผักกาดหอมพบ คือ ต้นทุนการผลิตผักกาดหอมสูงซึ่งมีสาเหตุหลักมา
จากค่าใช้จ่ายเมล็ดพันธ์ุที่มีราคาสูงและเมล็ดพันธุ์ท่ีใช้ในการปลูกบางครั้งมีคุณภาพต่ำ ทำให้ได้ต้นกล้า
ผักกาดหอมที่ไม่แข็งแรงส่งผลการเจริญเติบโตไม่ดี ผลผลิตลดลง อย่างไรก็ตามการปลูกผักกาดหอมให้ได้ผล
ผลิตที่ดี มีความแข็งแรง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ต้องเริ่มจากเก็บเมล็ดพันธุ์ การเก็บเมล็ดพันธุ์
ผักกาดหอมไว้ปลูกเองทำให้ลดต้นทุนการผลิต และเมล็ดพันธุ์จะสามารถปรับตัวเขา้ กับสภาพแวดล้อมในพ้นื ท่ี
ปลกู การเปลี่ยนแปลงของภมู ิอากาศไดด้ ี การเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ผุ ักกาดหอมจงึ มีความสำคัญอยา่ งย่ิง

ปัจจุบัน การทำเกษตรโดยวิธีเกษตรธรรมชาติได้ขยายไปยังทัว่ ทุกภูมิภาค ผ่านการส่งเสริมการเรยี นรู้
โดยการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี นำสู่การปฏิบัติ การฝึกอบรมและขยายผลสู่ชุมชน จากการที่สำนักงาน กศน.
โดย ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว ได้ทำงานร่วมมือกับ MOA International
Association และมูลนิธิเอ็มโอเอไทย ได้ขยายผลเกษตรธรรมชาติ ลงสู่พื้นที่ ระดับจังหวัด ไปสู่ระดับอำเภอ
และตำบล เพื่อให้ประชาชนได้รับองค์ความรู้อย่างทั่วถึง ซึ่งการทำการเกษตรธรรมชาติตามแนวทางหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัจจัยการผลิตความปลอดภัยใน
สิ่งแวดล้อม ตนเอง และสังคม เกษตรธรรมชาติสามารถนำสู่ความยั่งยืนได้ ดังนั้นศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ
ราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว จงึ ได้ดำเนนิ การศึกษาการผลติ เมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธ์ุมินิคอสโดย
การปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ เพื่อศึกษาปริมาณ และคุณภาพของเมล็ดพันธุ์โดยจะใช้กระบวนการปลูกแบบ
เกษตรธรรมชาติ เป็นองค์ความรู้ในการทดลองและนำมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตรสู่การพัฒนาอย่าง
ยั่งยนื

2

2. วตั ถุประสงค์ของการทดลอง
เพื่อศึกษาคุณภาพของเมลด็ พันธผุ์ กั กาดหอมสายพันธม์ ินคิ อสทปี่ ลกู โดยวิธีการเกษตรธรรมชาติ

3. ขอบเขตของการทดลอง
ฐานเรียนรู้เกษตรธรรมชาติแปลงทดลองของ นางสาวสภุ าพร สาครเย็น การปลกู ผักกาดหอมเก็บเมล็ด

พันธโ์ุ ดยวธิ กี ารเกษตรธรรมชาติ ศูนยฝ์ ึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว พ้ืนท่ี 50 ตาราง
เมตร
4. คำนยิ ามศพั ท์เฉพาะ

ผักกาดหอมสายพนั ธมุ์ นิ ิคอส หมายถึง (Green mini cos lettuce) ท่สี ามารถปลกู ได้ตลอดปี รสชาติ
ดีรสชาตหิ วานกรอบเปน็ ที่นิยมของผูบ้ รโิ ภค มลี ักษณะเปน็ ใบเดยี่ ว มกี ้านใบหนา อวบ ฉ่ำน้ำ มสี เี ขียวเรียงสลับ
รอบลำต้น

การเกบ็ เมล็ดพนั ธผ์ุ ักกาดหอม หมายถึง การเก็บเมล็ดพนั ธ์ผุ ักกาหอมท่ีมีช่อดอกรวมแบบสมบูรณ์เพศ
ผสมเกสรภายในดอกเดียวกัน โดยช่อดอกแรกจะเกิดบริเวณยอดช่อดอกที่เกิดบริเวณยอดจะมีอายุมากที่สุด
การบานของดอกในต้นเดยี วกนั จะบานไม่พร้อมกัน รวมถึงการพฒั นาของดอกและการแก่ของเมล็ดไม่พร้อมกัน
ช่วงท่มี ีการออกดอกตมู สเี ขยี วดอกบานสเี หลือง ผสมเกสรติดเมลด็ มีปุยสขี าวบานออกมาทั่วช่อดอก

เกษตรธรรมชาติ หมายถึง การผลิตผลผลิตเกษตรที่มีความปลอดภัยเปี่ยมด้วยพลังชีวิตโดยอาศัย
ศักยภาพของดนิ เพ่ือสขุ ภาวะของมนุษยแ์ ละมคี วามย่ังยนื ทีเ่ หมาะสมกับทุกท้องถ่ิน
5. ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการทดลอง

1. ทราบผลการศึกษาคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ปลูกโดยวิธีการเกษตร
ธรรมชาติ

2. เพอ่ื นำความรูจ้ ากการทดลอง ไปถา่ ยทอด เผยแพร่ใหก้ บั ประชาชน และผสู้ นใจทีม่ าศึกษาดเู รียนรู้

3

บทท่ี 2
แนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ท่เี ก่ียวของ

การศึกษาการผลิตเมลด็ พนั ธผ์ุ ักกาดหอมสายพันธุ์มนิ ิคอสโดยการปลกู แบบเกษตรธรรมชาติ ได้
ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวของดงั น้ี
2.1 ความสำคัญของผกั กาดหอม

ผักกาดหอม (ชื่อวิทยาศาสตร์ Lacatuca sativa L.) เป็นพืชในวงศ์ Asteraceae มีถิ่นกำเนิดจาก
หลายสถานทีท่ ั้งอยใู่ นทวปี เอเชยี และทวีปยุโรป (รัชนวี รรณ,2563) ส่วนใหญช่ อบอากาศหนาวเยน็ เจริญเติบโต
ได้ดีเมื่ออุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15 - 20 องศาเซลเซียส แต่ไม่ถูกกับช่วงที่มีน้ำค้างแข็งลง หากอุณหภูมิต่ำกว่า
5 องศาเซลเซียส การเจริญเติบโตจะหยดุ ชะงัก แต่ถ้าปลูกผักกาดหอมในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมสิ งู ผลผลิต
ที่ได้จะมีคุณภาพต่ำใบมีรสขม และเกิดการแทงช่อดอกเร็ว (จิตลดา,2562) ผักกาดหอมเป็นพืชที่สามารถ
เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่สามารถปลูกได้ผลดีที่สุดในดินร่วน ซึ่งมีการระบายน้ำ และระบาย
อากาศดีมี ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ที่ 5.0 - 7.0 มีความชื้นในดินพอสมควร พื้นที่ปลูกผักกาดหอมควรให้
ได้รับแสงเต็มที่ตลอดวัน (อังคณา,2555) และผักกาดหอมเป็นพืชที่มีน้ำยางคือแลคทูค่าเรียม (Lactucarium)
ซึ่งมีรสขมและมีสารชื่อว่า ซิคอรีน (Cichorine) ที่ป้องกันสามารถป้องกันแมลงและหนอนผีเสื้อได้
(นพิ ดา,2562)

ผักสลัดสายพันธุ์มินิคอส (Green mini cos lettuce) สามารถปลูกได้ตลอดปี รสชาติดี หวานกรอบ
อร่อยเปน็ ท่ีนยิ มของผู้บริโภค มลี ักษณะเป็นใบเลี้ยงเดยี่ วมีกา้ นใบหนา อวบ ฉ่ำน้ำ มีสีเขยี วเรียงสลับรอบลำต้น
กาบใบห่อซ้อนกันแน่นขา้ งในมีสีเขียวอ่อนเกือบขาว กาบใบด้านนอกมีขนาดใหญ่สีเขียวเข้มกว่ากาบใบดา้ นใน
ไม่ห่อหัว ใบทรงกลมเรียวรี โคนใบกว้างกว่าปลายใบ ใบหนา เห็นเส้นใบชัดเจน มีสรรพคุณเป็นยาระบาย
แก้ท้องผูก ช่วยระบาย ช่วยระบบขับถ่ายขับเหงื่อ ป้องกันโรคโลหิตจาง และลดความดันโลหิตสูง (รัชนีวรรณ
,2563)
2.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ผักกาดหอมเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กมีอายุสั้นเป็นพืชฤดูเดียว มีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลงไปใน
ดินไดอ้ ย่างรวดเรว็ รากแขนงและรากฝอยหนาแน่นในระดบั ความลึก 30 เซนตเิ มตร ลำตน้ เดี่ยวมีลักษณะกลม
อวบอ้วน มีข้อสั้นๆ ช่วงข้อถี่ ส่วนที่เห็นได้ชัดและเจริญเติบโตมากมากที่สุดคือใบ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไป
ตามขนาดทรงพุ่มการห่อหัวหรือไม่ห่อหัว และสีสันของใบหลายหลายเช่น สีเขียว สีแดง สีม่วงและสีน้ำตาล
รวมถึงฤดูกาลที่เหมาะสมในแต่ละสายพันธุ์ โดยผักกาดหอมมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมคือ 40 - 60 วันนับ
จากเมล็ดงอก (กัมปนาท,2561) หลังจากนั้นต้นผักสลัดจะตั้งฉัตรแท่งช่อดอกขึ้นมา ช่อดอกอยู่รวมหนาแน่น
เป็นชอ่ แยกแขนง ท่ีมชี อ่ แขนงแบบช่อเชิงหลั่นโดยมชี ่อดอกแบบชอ่ กระจุกแน่นอยู่บนชอ่ แขนงอีกชั้นหน่ึงในช่อ
กระจุกแน่นประกอบด้วยดอกย่อย 7 - 15 ดอกย่อยอาจมีได้มากถึง 35 ดอกย่อย ดอกย่อยมีสีเหลืองเรียงซอ้ น
กันทางด้านบนของวงใบประดับเกสรเพศผู้มี 5 อันเชื่อมติดกนั เปน็ วงเกสรเพศเมียมีปลายแยกเป็นสองแฉก ผล
แห้งเมล็ดล่อนผอมเรียวรูปไข่กลับยาว 3 - 8 มิลลิเมตร ผิวเมล็ดมีรอย 5 - 7 ริ้วใน แต่ละด้าน เปลือกเมล็ด
สีขาวเหลืองซดี เทา หรือน้ำตาล ส่วนปลายผลเป็นจะงอยผอมเรียวติดกับขนแพปพัส (pappus) สีขาวอ่อนนุ่ม

4

2 แถว สำหรับใช้ในการปลิวตามลมเพื่อแพร่กระจายพันธุ์ (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2556) เมล็ดผักกาดหอม
เป็นชนิดเมลด็ เดียวที่เจริญมาจากรังไข่อันเดียวเมล็ดมีลักษณะแบนยาว หัวท้ายแหลมคล้ายรูปหอก และมีเส้น
เล็ก ๆ ลาดยาวไปตามด้านยาวของเมล็ดบนเปลือกหุ้มเมล็ด เมล็ดมีเปลือกหุ้มเมล็ดบาง เปลือกจะไม่แตกเม่ือ
เมล็ดแห้ง เมล็ดมีสีเทาปนสีครีม มีความยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร และกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร
(กรมส่งเสริมการเกษตร, 2556)
2.3 การปลกู ผกั กาดหอม

การปลูกผักกาดหอมโดยเกษตรธรรมชาตติ ้องมีการเตรียมการในเรือ่ ง การวางผังแปลงและการเตรียม
ดิน การเพาะเมล็ด การเตรียมแปลง การย้ายกล้า การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต และการเก็บเมล็ดพันธ์ุ
ผกั กาดหอมเพ่ือการค้า

2.3.1 การวางผงั แปลงและการเตรยี มดิน
การวางฝังแปลงแนวเหนือ-ใต้ เพื่อให้ได้รับแสงแดดตลอดวัน และมีการวางผังแปลงทำร่องระบายน้ำ
การเตรยี มดินมีการตรวจสอบคุณภาพของดินโดยการวดั ค่า ความเป็นกรด เปน็ ดา่ งของดนิ ก่อนการปรับปรุงดิน
เพื่อใหเ้ หมาะสมต่อการปลูกผกั กาดหอมอยใู่ นระดบั ที่ 5.0 - 7.0 เหมาะสมต่อการปลกู ผกั กาดหอม
2.3.2 เมลด็ พันธุ์ผักกาดหอม
การคัดเลือกเมล็ดพันธผ์ุ ักกาดหอมจากแหล่งปลูกจากเกษตรธรรมชาติหรือเกษตรอินทรีย์ เพ่ือหาพันธ์ุ
ท่เี หมาะสมกับทอ้ งถ่นิ จนถึงเมลด็ พันธท์ุ ก่ี ับสภาพแวดลอ้ มหรอื ทอ้ งถน่ิ นนั้ ๆ
2.3.3 การเพาะเมล็ดผกั กาดหอม
การกำหนดปริมาณเมล็ดที่จะใช้ปลูกและการเพาะเมล็ดตามจำนวนที่กำหนด ขนาดของถาดหลุมที่ใช้
ในการเพาะเมล็ดมีขนาด 200 หลุม 105 หลุม และ 72 หลุม ให้เหมาะสมกับระยะเวลาในการย้ายกล้าปลูก
การเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ จากวัสดุในการเพาะเมล็ด ไดแ้ ก่ ปยุ๋ หมักใบไม้ แกลบเผา ดิน ขยุ มะพรา้ ว
2.3.4 การเตรยี มแปลงปลกู ผกั กาดหอม
ปรบั ปรงุ ดนิ โดยใชพ้ ชื ตะกลู ถัว่ ปลูกบนแปลง ตัดพืชตระกลู ถัว่ ออกจากแปลง วดั ขนาดแปลงปลูกขนาด
กว้าง 1 เมตร ยาว แล้วแต่ขนาดของพื้นที่ ทางเดินระหว่างแปลงปลูก 80 เซนติเมตร ให้ได้ใกล้เคียงกับขนาด
แปลงเดิมที่สุด พรวนหน้าดินโดยใช้จอบขุดลงไปประมาณ 5 เซนติเมตร ขึ้นรูปแปลงตามขนาดที่กำหนด และ
ให้มคี วามสูงของแปลงข้ึนมา 15 เซนตเิ มตร คลุมแปลงดว้ ยเศษวัสดุทม่ี ี เช่น ฟาง ใบไผ่ เศษหญา้ ต่างๆ รดน้ำให้
ชมุ่ เตรยี มปลูก คลุมทางเดนิ แปลงด้วยพลาสติกคลุมหญา้
2.3.5 การยา้ ยกล้าผกั กาดหอม
การย้ายกล้าผักกาดหอม การกำหนดระยะปลูกให้เหมาะสมกับแต่ละสายพันธุ์ พื้นฐานการปลูกใช้
ระยะห่าง 20 x 20 เซนติเมตร เมื่อมีใบจริง 2 - 4 ใบ การย้ายกล้าผักกาดหอมออกจากถาดหลุมโดยใช้ปลาย
ช้อนจิ้มต้นกล้าออกจากหลุม และนำไปปลูกใช้ดินกลบต้นกล้าเสมอดินเดิม การจับต้นกล้าควรระมัดระวังเพ่ือ
ไม่ให้ต้นกล้าและรากขาดออกจากกัน เวลาที่เหมาะสมต่อย้ายปลูกลงแปลงคือช่วงเย็นเวลา 15.00-17.00
นาฬกิ า

5

2.3.6 การดูแลผกั กาดหอม
การดูแลการรดน้ำช่วงเช้าก่อน 10.00 นาฬิกา ตามสภาพความต้องการของพืช การควบคุมวัชพืชให้
อยู่ในระยะเหมาะสมโดยการถอนหรือตัดเพื่อให้พืชผักและวัชพืชอยู่ร่วมกันได้ การควบคุมโรคและแมลงใน
แนวทางเกษตรธรรมชาติ เนื่องจากผักสลัดเป็นพืชปลูกและดูแลง่าย มีโรคและแมลงน้อยจึงใช้วิธีการจัดการ
ระยะปลกู ให้เหมาะสมในแตล่ ะฤดกู าล และมีการปลูกพืชรว่ ม เชน่ การปลกู ปอเทืองร่วมในฤดูรอ้ น
2.3.7 การเกบ็ เก่ยี วผลผลิตผกั กาดหอม
การเก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุที่กำหนด โดยจะเก็บตอนเช้าก่อน 09.30 นาฬิกา หากเลยระยะเวลาไป
ผักกาดหอมจะผลิตยางออกมาเยอะและมีรสชาติขม ซึ่งถ้าอากาศร้อนมากก็จะผลิตยางมากขึ้น ยางของ
ผักกาดหอมที่มีสีคล้ายน้ำนมจะมีรสขม และจะต้องไม่ปล่อยให้ผักกาดหอมมีอายุเกินกำหนดเพราะก็จะทำให้
ผักกาดหอมมีรสชาติขมเช่นกนั
2.3.8 การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ุผกั กาดหอม
คัดเลือกเมล็ดพันธ์ุที่จะเก็บพันธุ์จากแหล่งผลติ ที่เป็นเกษตรอินทรยี ์ซึง่ ไดจ้ ากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่เคย
ทดลองปลูกมาก่อน วางแผนการปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูกาลท่ี
เหมาะสมกับการเกบ็ เมล็ดพันธุ์
2.3.9 โรคและแมลงผักกาดหอม
โดยเกษตรธรรมชาติ เน้นการป้องกันโรคและแมลงก่อนการเกิดปัญหา โดยการเน้นการเตรียมการ
ปอ้ งกันกอ่ นการเกิดโรคแมลง เชน่ การใส่ป๋ยุ หมักใบไม้ หรือการใสป่ ุ๋ยหมักท่ีย่อยสลายได้ดีแล้วเทา่ น้ัน การปลูก
พืชให้เหมาะสมกับฤดูกาล การเตรียมแปลงให้เหมาะสมกับชนิดดินและพืชที่ปลูก และการตรวจแปลงอย่าง
สม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถควบคุมและลดความเสยี หายของผลผลิตได้
2.4 การผลิตเมล็ดพนั ธุ์
เนอ่ื งจากการผลติ เมลด็ พันธผุ์ ักกาดหอมต้องการสภาพอากาศที่แตกตา่ งไปจากผลผลิตสด ในเรื่องของ
การออกดอกและติดเมล็ดในประเทศไทยการปลูกผักกาดหอมประมาณเดือนตุลาคมในช่วงที่ช่วงวันยาวหาก
ปลกู เรว็ กว่านี้จะทำให้ผักกาดหอมออกดอกในขณะท่ียังมฝี นอยู่และผักกาดหอม สามารถถกู ผสมข้ามผ่านแมลง
ได้ 1-5 เปอร์เซ็นต์ แม้จะเป็นพืชผสมตัวเอง (สุเทวี ศุขปราการ, 2530) และพื้นท่ีที่สามารถผลิตเมล็ดพันธ์ุ
ผักกาดหอมได้อาจจะต้องมีปจั จยั สำคัญ คือ อุณหภมู ิ ช่วงแสง ความชืน้ และลกั ษณะประจำพันธุ์ จากรายงาน
การผลิตเมลด็ พนั ธ์ุผกั กาดหอมในภาพแวดล้อมแบบเปดิ เพอื่ จำหน่ายเมล็ดพันธุใ์ นประเทศไทย มกี ารผลติ เช่น
จังหวดั เชียงใหม่ (นงนชุ กุศล, 2551)
2.5 ช่วงเวลาท่ีเหมาะสมตอ่ การผลิตเมลด็ พันธ์ุ
เกษตรกรผู้ปลกู ผักกาดหอมและผลิตเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ในพน้ื ทีน่ ิคมเศรษฐกจิ พอเพยี งอำเภอวงั น้ำเขียว
กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักเพื่อใช้เองและจำหน่ายแก่สมาชิก เกษตรกรกลุ่มนี้มีประสบการณ์การผลิต
เมล็ดพันธุ์อินทรีย์ทั้งจากการตั้งใจทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์และจากการปล่อยแปลงผักในช่วงฤดูหนาวให้ติด
เมลด็ ดว้ ยเหตทุ ี่จำหนา่ ย ผลผลติ ไม่ทันและหรอื ไม่คุ้มราคา เมอื่ ทดลองเก็บเมล็ดพันธ์มุ าใชป้ ระโยชน์พบว่าเมล็ด
พันธุ์งอกได้จึงลดค่าใช้จ่ายในการผลิตผักสดอินทรีย์ด้วยการใช้เมล็ดพันธุ์ของตนเองรวมทั้งแบ่งจำหน่ายตาม

6

ความต้องการแก่สมาชิก และผู้สนใจทั่วไป หากปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ในช่วงเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายนจะ
ทำให้ผักกาดหอมผ่านช่วงฤดูหนาวพอดีและจะสุกแก่ในช่วงที่อากาศกำลังใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนของต้นเดือน
กุมภาพันธ์ทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ปริมาณมากแต่หากปลูกช้ากว่าช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน จะทำให้เมล็ด
พันธุ์สุกแก่ในช่วงปลายเดอื นกุมภาพันธ์ - มีนาคม เป็นช่วงที่มีมรสุม ฝนและลมจะทำให้เมล็ดพันธ์ุที่กำลังเร่ิม
สุกแก่เสียหายหลดุ รว่ งและเส่ือมคณุ ภาพ (วิริยา,2562)
2.6 การเกบ็ เก่ียวเมล็ดพันธผุ์ กั กาดหอม

ผกั กาดหอมเปน็ พืชท่ีออกดอกเป็นช่อรวมดอกแบบสมบรู ณ์เพศ ผสมเกสรภายในดอกเดียวกัน โดยช่อ
ดอกอันแรกจะเกิดบริเวณยอดหลงั ช่อดอกที่เกิดบริเวณยอดจะมีอายุมากที่สุด การบานของดอกในต้นเดียวกนั
จะบานไม่พร้อมกัน รวมถึงการพัฒนาของดอกและการแก่ของเมล็ดไม่พร้อมกัน หากเก็บเมล็ดเร็วเกินไปจะได้
เมลด็ ไมส่ มบูรณ์ หากเก็บช้าไปเมลด็ จะแก่และรว่ งทำใหเ้ กิดการสูญเสียมาก ช่วงทีม่ กี ารออกดอกตูมสีเขียวดอก
บานสีเหลือง ผสมเกสรติดเมล็ดมีปุยสีขาวบานออกมาทั่วช่อดอกประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถเก็บเกี่ยว
เมล็ดผักกาดหอม หรือมีอายุประมาณ 120 วัน (รัชนีวรรณ,2563) วิธีการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอม
สามารถทำได้ 2 วิธีคือการเขย่าต้นจะทำการเกบ็ เกี่ยวเมื่อเมล็ดสุกแก่โดยใช้วิธีครอบตน้ และเขย่าซึ่งวธิ ีนี้มขี ้อดี
คือ สามารถแยกเมล็ดตามอายุการสุกแก่ได้ทำให้เมล็ดที่ได้มีคุณภาพสูง และลดการสูญเสียเมล็ดพันธุ์จากการ
หลดุ ร่วง วธิ ีที่ 2 คอื การตดั ตน้ ซึง่ เมลด็ ที่ได้ไม่สามารถแยกได้ตามอายุการสุกแกแ่ ละได้ปริมาณเมล็ดน้อย ดังน้ัน
การตัดสินใจเก็บเก่ียวควรเลอื กเก็บในชว่ งท่ีเมล็ดมีปรมิ าณสงู ท่สี ดุ (วิริยา,2562)
2.7 เมลด็ พนั ธแุ์ ละคณุ ภาพของเมลด็ พันธ์ุ

2.7.1 ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเมลด็ พันธุ์
เมลด็ พันธเ์ุ ปน็ ปจั จัยท่สี ำคัญอยา่ งหนึ่งในการผลิตพชื ผกั นอกเหนือจากสภาพแวดล้อม และวิธีการปลูก
ทที่ ันสมัยต่างๆ มากกวา่ 90 เปอรเ์ ซ็นต์ การเลือกใช้เมล็ดพันธ์ุท่ีมคี ุณภาพดีมีความต้านทานต่อสภาพแวดล้อม
โรคและแมลงเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่ความสำเร็จในการผลิต การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแหล่ง
ปลูกจะช่วยลดต้นทุนในด้านการจัดการเป็นอย่างมาก ถ้าหากใช้เมล็ดพันธุท์ ี่มีคุณภาพตำ่ จะทำให้เสียเวลาและ
เสียค่าใช้จ่ายในการผลิตสูง ส่วนประกอบเมล็ดแยกเป็นส่วนต่างๆ ได้ดังนี้ เปลือก (seed coat) เป็นส่วนท่ี
ห่อหุม้ เมล็ดอยู่ภายนอกทำหน้าที่ป้องกันอนั ตรายให้กับสว่ นประกอบของเมล็ดท่ีอยู่ภายในควบคุมการดูดซับน้ำ
ป้องกันโรคและแมลงเข้าทำลาย สารพันธุกรรม (gene) จะได้รับการถ่ายทอดจากต้นแม่ ต้นอ่อน (embryo)
เป็นส่วนประกอบของเมล็ดที่จะเจริญไปเป็นส่วนของลำต้นและรากต้นอ่อนเกิดจากการปฏิสนธิของเพศผู้ และ
เพศเมยี (วิรยิ า,2562)
2.7.2 คุณภาพของเมล็ดพันธุ์
คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ หมายถึง เมล็ดพันธุ์ทีส่ ะอาดปราศจากสิ่งเจือปน มีความบริสุทธิ์ และตรงตาม
สายพนั ธุ์โดยไม่มเี มล็ดของพืชอ่นื และพนั ธุอ์ ่นื ปะปน ซึ่งเมล็ดทีม่ คี ุณภาพดตี ้องมีความชน้ื อยใู่ นระดบั ทเ่ี หมาะสม
มีอตั ราการงอกสูง งอกได้เรว็ ให้ตน้ กล้าที่แขง็ แรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมท่ีไม่เหมะสม เป็นเมล็ดที่สุกแก่
เต็มที่และสมบูรณ์ดี มีน้ำหนักและสีสม่ำเสมอ ไม่มีเมล็ดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูพืชปะปน คุณภาพทาง

7

สรรี วทิ ยาของเมล็ดพันธุจ์ ำแนกได้ 2 ลกั ษณะคอื ความมีชวี ิต (viability) และความแขง็ แรง (vigor) ความมชี วี ิต
เปน็ คณุ ภาพท่ีแสดงออกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการงอก (วิรยิ า,2562)

2.7.3 วธิ กี ารทดสอบคณุ ภาพเมล็ดพันธุ์
การปลูกพืชจะประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสภาพของ
เมล็ดพันธุเ์ พื่อตรวจสอบวา่ เมล็ดพันธุ์มีคุณภาพหรอื เสือ่ มคุณภาพ เช่น การตรวจสอบความสามารถในการงอก
หรอื ความมีชีวติ ซึง่ เป็นการตรวจสอบใหท้ ราบถึงการเจรญิ เตบิ โตของสว่ นต่างๆ ท่ีสำคัญจากตน้ ออ่ นในเมล็ดว่า
สามารถจะเจรญิ เปน็ ต้นที่สมบูรณ์ได้มากน้อยเพยี งใด เมือ่ นำไปปลูกในสภาพไร้การตรวจสอบความแข็งแรงของ
เมล็ดพันธุ์หมายถึงลักษณะรวมๆ หลายประการของเมล็ดอันเป็นลักษณะเด่นที่เมล็ดสามารถแสดงออกมาเมื่อ
นำเมล็ดไปเพาะในสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนและไม่เหมาะสม เมล็ดที่มีความแข็งแรงสูงจะสามารถงอกได้ดี
ส่วนเมลด็ ท่ีมีความแข็งแรงต่ำไม่สามารถงอกได้หรืองอกไดน้ ้อย (วริ ยิ า,2562)
2.8 เกษตรธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาติ หมายถึง การผลิตผลผลิตเกษตรที่มีความปลอดภัยเปี่ยมด้วยพลังชีวิตโดยอาศัย
ศกั ยภาพของดิน เพ่ือสุขภาวะของมนุษย์และมคี วามย่ังยนื ทเี่ หมาะสมกบั ทกุ ท้องถ่นิ
เกษตรธรรมชาติเคารพดิน ให้ความสำคัญกับดินเป็นหลัก เรียนรู้โครงสร้างของธรรมชาติเข้าใจ
ธรรมชาตอิ ย่างที่เปน็ พยายามทำให้เกดิ กลไกตามธรรมชาตไิ ดจ้ ริง วธิ กี ารเกษตรที่ยัง่ ยนื นำวิธีการเกษตรที่ยัง่ ยืน
เป็นระบบและเรียนรู้การเกษตรด้ังเดิมในท้องถิ่นมาปรับใช้ เกษตรธรรมชาติเป็นการทำเกษตรทีง่ ่าย ใช้ปัจจยั
การผลติ ในท้องถ่ิน ไมต่ อ้ งพง่ึ ปัจจัยภายนอกมากนัก และปรับใช้ได้กับทกุ พ้นื ท่ี
ดิน คือ สงิ่ ทส่ี ร้างขนึ้ โดยธรรมชาติ เกษตรธรรมชาตใิ ห้ความสำคัญกับดินเป็นหลัก การใช้ศักยภาพของ
ดินอย่างเต็มที่ การรักษาดินให้สะอาดมากที่สุด โดยไม่ใส่สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น ปุ๋ยที่มนุษย์สร้างขึ้น เมื่อไม่มีสิ่ง
แปลกปลอม ดินจงึ แสดงศกั ยภาพออกมาได้อยา่ งแทจ้ ริง
การเริ่มต้นทำเกษตรธรรมชาติต้องเริ่มจากวิถีเกษตรธรรมชาติ ดังนี้ ดินที่มีชีวิต คือการรักษาดินให้
อ่อนนุ่มชุ่มช้ืน ร่วนซุย เลือกพันธ์ุพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล การบริหารจัดการแปลง ออกแบบ
แปลงและสร้างระบบนิเวศภายในแปลง การจัดการวัชพืช สังเกตการอยู่ร่วมกันปรับการเตบิ โตให้เหมาะสมให้
ธรรมชาติ ดูแล ไม่ต้องใช้สารเคมี การบริหารจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช เลือกพันธุ์พืช รู้ความต้านทานโรค
สภาพแวดลอ้ มของดนิ และวธิ กี ารเพาะปลกู ท่ีเหมาะสมกับสภาพพน้ื ท่ี (ณชั และคณะ,2564)
2.9 งานวิจยั ทเ่ี กีย่ วข้อง
(จิตตินัฏฐ์ นงนุช และคณะ, 2559) งานวิจัยเรื่อง ประชากรต้นที่เหมาะสมในการผลิตเมล็ดพันธุ์
ผักกาดหอมกรีนโอ๊คลีฟในโรงเรือนระบบเกษตรอินทรีย์ มีลักษณะทางสัณฐานของพืช อาทิทรงพุ่มและระบบ
ราก ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์โดยมีรายงานว่าจำนวนต้นที่เพิ่มขึ้นมีผลโดยตรงต่อการเพ่ิม
ผลผลิตตอ่ จำนวนพ้ืนที่ โดยระยะปลูกที่แคบให้ผลผลิตเมล็ดสูงสุด แตก่ ลับพบวา่ เมล็ดจะมขี นาดเล็กลงเมื่อเพิ่ม
อัตราตน้ ตอ่ พื้นท่ี ท้ังนเ้ี นอื่ งจากเมล็ดขนาดใหญม่ ีแนวโนม้ ว่าจะมีคุณภาพดีกว่าเมลด็ ขนาดเล็ก และเมล็ดขนาด
ใหญม่ กั เปน็ เมลด็ ทเี่ จริญเต็มทจ่ี งึ มีอาหารสะสมภายในเมลด็ มากและมีคุณภาพดีกว่าเมล็ดท่ีมขี นาดเล็ก แต่ท้ังน้ี
ก็ข้ึนอยู่กบั ชนดิ และสายพนั ธดุ์ ้วยเช่นกัน

8

บทท่ี 3
วธิ ดี ำเนินการวิจัย

การวิจัยในครั้งน้ีได้ดำเนินการศึกษาการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสโดยการปลูกแบบ
เกษตรธรรมชาติ เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมในพื้นที่ศูนย์ฝึกและพัฒนา
อาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว โดยการศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอม
สายพันธ์มุ นิ คิ อสทีไ่ ด้จากการเก็บเกย่ี วแบบตัดครั้งเดียวโดยการเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเคาะชอ่ ดอกครั้งท่ี
2 และการศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธ์ุผักกาดหอมพนั ธุม์ ินิคอสท่ีไดจ้ ากการเก็บเกีย่ วแบบตัดครัง้ เดียวโดย
การเคาะช่อดอกคร้งั เดยี วเมล็ดพันธุผ์ กั กาดหอมพันธุ์มินิคอสเกบ็ ก่อนฝนตก และเมล็ดพนั ธผุ์ ักกาดหอมพันธุ์มินิ
คอสเกบ็ หลงั ฝนตก โดยเปรียบเทยี บปริมาณและคุณภาพเมลด็ พนั ธ์ุ
3.1 วางแผนการทดลอง

3.1.1 การทดลองที่ 1 การศกึ ษาและเปรยี บเทยี บการเกบ็ เกีย่ วเมล็ดพนั ธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอส
ที่ได้จากการเก็บเกย่ี วแบบตัดคร้ังเดยี วมีดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นตข์ องช่อดอก ระหวา่ งการเคาะช่อดอก
ครั้งที่ 1 และการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 วางแผนการทดลองแบบ Completely randomized design (CRD)
จำนวน 4 ซำ้

3.1.2 การทดลองที่ 2 การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการเก็บ
เกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของช่อดอก ระหว่างการเก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตก
และการเก็บเมลด็ พนั ธห์ุ ลงั ฝนตก วางแผนการทดลองแบบ Completely randomized design (CRD) จำนวน
4 ซำ้

รูปภาพท่ี 1 ดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซน็ ตข์ องชอ่ ดอก

9

รูปภาพที่ 2 ดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของช่อดอก การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 ตัดสด ฟาดเก็บ
เมล็ด ทำความสะอาด ชังนำ้ หนกั

รูปภาพที่ 3 ดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นตข์ องช่อดอก การเคาะช่อดอกครัง้ ที่ 2 พึ่งให้แห้ง 3 วัน
ฟาดเก็บเมลด็ ทำความสะอาด ชงั น้ำหนกั
3.2 การดำเนินงาน

10

3.2.1 เตรียมแปลงปลูกโดยไมไ่ ถพรวนแปลง ทำการตัดถัว่ พล้า วัชพชื ในแปลงออก ในวันที่ 20 ตลุ าคม
2564

3.2.2 วดั ขนาดแปลง ความกวา้ ง 1 เมตร ความยาว 7 เมตร ทางเดนิ 0.80 เมตร วดั ระยะแปลงให้เท่า
ขนาดแปลงเดิมทีส่ ุด ในวันท่ี 2 พฤศจิกายน 2564

3.2.3 การเตรียมต้นกล้า นำเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสเก็บเมล็ดรุ่นที่ในเดือนกุมภาพันธ์
2564 โดยเก็บรักษาเมล็ดในตู้เย็นตลอด และนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสเพาะกล้า ในวันที่ 23
ตลุ าคม 2564 การเตรยี มต้นกล้าโดยวธิ ีการดงั น้ี

3.2.3.1 ดินสำหรับเพาะกล้า ประกอบด้วย ปุ๋ยหมักใบไม้ ดิน และขุยมะพร้าว อัตราส่วน
1:1:1 ผสมใหเ้ ขา้ กนั รดน้ำให้มีความชน้ื 60 เปอรเ์ ซ็นต์ (กำดนิ แลว้ ดินเปน็ ก้อน ไม่แตก)

3.2.3.2 นำใยขุยมะพร้าวมารองบนกระบะเพาะและใส่ดินในกระบะเพาะกล้า (ขนาด 35.7 x
50.6 เซนตเิ มตร)

3.2.3.3 หลังจากใส่ดินในกระบะเพาะแล้ว ให้ปาดดินให้เรียบ และกดเบาๆ ด้วยแผ่นไม้ กด
ดินให้เปน็ ลอ่ งลกึ 0.5 เซนตเิ มตร ห่างกนั 5 เซนตเิ มตร 1 กระบะ จะขีดไดป้ ระมาณ เสน้ 10

3.2.3.4 การโรยเมลด็ ใหโ้ รยเมล็ดในลอ่ งทข่ี ีดเส้นไว้ใชเ้ มลด็ ประมาณ 1 กรมั
3.2.3.5 หลังจากโรยเมล็ดแล้ว ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้เกลี่อดินมากลบร่อง หรือโรยขุยมะพร้าว
ด้านบนบางๆ
3.2.3.6 รดน้ำโดยใช้บัวรดน้ำแบบฝอย โดยรดให้ดินชุ่มสังเกตจากน้ำที่ไหลออกจากกระบะ
ด้านลา่ ง
3.2.3.7 วนั ที่ 6 หลังจากทีใ่ บงอกแล้ว (ใบเล้ยี ง 2 ใบ) ให้ยา้ ยปลกู ไปยงั ถาดหลุม และหลงั จาก
น้ันอกี 10 - 14 วนั ยา้ ยปลกู ลงดนิ
3.2.4 การเตรียมแปลงปลูก ใช้จอบพรวนหน้าดิน และขอบแปลงลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้าแปลง
ตำ่ กวา่ 20 เซนตเิ มตร ใหน้ ำดนิ ร่องทางเดนิ มาเติมให้แปลงสูงข้นึ ใช้จอบ และคลาด พรวนดินให้เปน็ ก้อนเลก็ ๆ
และแต่งแปลงให้เรียบเสมอกัน ทำขอบสูง 3 เซนติเมตร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ปรับดินทางเดินให้เรียบ
เสมอกัน คลมุ ฟางหรอื เศษพืชบนแปลง รดนำ้ เตรียมปลกู
3.2.5 การย้ายกล้าปลูก วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 อายุกล้า 16 - 20 วัน หรือเมื่อมีใบจริง 2 - 3 ใบ
ระยะปลูก 25 X 25 เซนติเมตร ปลูกจำนวน 4 แถวต่อแปลง ทั้งหมด จำนวน 8 แปลง ปลูกในช่วงเย็นเวลา
ประมาณ 15.00 – 17.00 นาฬีกา ใช้ปลายช้อนแคะต้นกล้าออกจากถาดหลุม ใช้เชือกวัดระยะปลูก 25
เซนตเิ มตร กำหนดระยะปลกู ปลกู ตามระยะทกี่ ำหนดโดยการขุดหลมุ และนำต้นกลา้ ท่ีเตรยี มไวล้ งปลกู กลบดิน
ใหเ้ ท่ากับดินเดิมหรือเสมอกบั ใบเล้ียงคูแรก
3.2.6 การดูรักษา รดน้ำในช่วงเช้าด้วยวิธีการปล่อยน้ำเข้าล่องทางเดินหรือการรด้วยสายยางต่อหัว
ฝักบัวโดยดูความต้องการของพืช ถ้าดินแห้งพืชไม่สดชื่นก็รดน้ำ ถ้าผักกาดหอมคายน้ำออกมาปลายใบก็รดน้ำ
ใหน้ อ้ ยลงหรือไม่ต้องรดเลยปกติการใหน้ ้ำผักกาดหอม 2 – 3 วันคร้งั การพรวนดินและควบคุมวัชพืชถอนหญ้า

11

แห้วหมูและวัชพืชอื่นๆ ออกจากแปลงจำนวน 2 ครั้ง โรคและแมลงมีบ้างเล็กน้อยไม่มีผลกระทบต่อการ
เจริญเติบโต

3.2.7 คัดเลือกต้นพันธุ์ เลือกต้นผักกาดหอมต้นขนาดเล็กไม่ตรงตามสายพันธุ์ออกให้เหลือไว้แต่ต้นท่ี
ตรงตามสายพันธุ์ ทรงสวย ต้นอวบ นา่ รับประทาน ในวันที่ 20 ธนั วาคม 2564

3.2.8 พยุงลำต้นผักกาดหอม เมื่อมีช่อดอกจะเปราะหักง่ายจึงต้องช่วยพยุงลำต้นด้วย ตาข่ายหรือ
ปกั หลักเพอ่ื คำ้ ลำตน้ ไม่ให้เกดิ ความเสียหายระหวา่ งการเกบ็ เมล็ดพนั ธุ์

3.2.9 ระยะเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวให้ประเมินวันเก็บเกี่ยวจากการบันทึกผลลักษณะ
การบานของดอก ถ้าสงั เกตพบว่ามดี อกบานประมาณ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ของชอ่ ให้ทำการตดั ทัง้ ชอ่ ดอก

3.2.10 ทำความสะอาดเมล็ด คัดแยกทำความสะอาด และลดความชื้นเมล็ดด้วยวิธีการตากและเก็บ
รักษาในถงุ พลาสติกและแช่ตเู้ ย็นเพ่ือเกบ็ รักษาเมล็ดพันธ์ุได้นานข้ึน
3.3 การบนั ทกึ ผลการทดลอง

3.3.1 บันทกึ รปู แบบการออกดอก
3.3.1.1 อายุเริ่มติดดอก (วัน) บันทึกวันแรกที่ออกดอกโดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด

จนถงึ วันแรกที่มองเห็นดอกแรก
3.3.1.2 อายุดอกแรกบาน (วัน) โดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ดจนถึงวันแรกที่มองเห็น

ดอกแรก
3.3.1.3 อายุเก็บผลผลิต (วัน) โดยนบั จากอายพุ ืชต้งั แต่เพาะเมล็ดจนถึงวันเก็บเกย่ี วผลผลติ

3.3.2 วัดปริมาณผลผลิต
3.3.2.1 นำ้ หนักแหง้ (กรมั ต่อตน้ )
3.3.2.2 น้ำหนกั 1,000 เมลด็ (กรมั ) นำเมลด็ มาชั่ง

3.3.3 ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์
3.3.3.1 ความงอกของเมลด็ พันธุส์ ุ่มตัวอยา่ งเมล็ดจากแตล่ ะตวั อย่างมาตวั อย่างละ 100 เมล็ด

จำนวน 4 ซ้ำๆ ละ 100 เมล็ด ทดสอบด้วยวิธี Top of Paper (TP) นำไปไว้ที่อุณหภูมิห้องแล้วตรวจนับความ
งอกท่ี 4-7 วนั หลงั การเพาะโดยนำมาประเมินผลการตรวจสอบความงอกตามวิธขี อง ISTA (2013)

ความงอกของเมลด็ พันธุ์ (%) = จำนวนเมลด็ ทีง่ อกเปน็ ต้นกลา้ ปกติ X100
จำนวนเมลด็ ทีเ่ พาะ

3.3.3.2 ความเร็วในการงอกโดยทดสอบตามกฎ ISTA (2013) แล้วตรวจนับจำนวนเมล็ดที่
งอกเปน็ ต้นกลา้ ปกติและจำนวนวนั ท่ีงอกตง้ั แตเ่ ริ่ม จนถึงวันสดุ ทา้ ยแล้วนำ ผลการนบั มาคำนวณหาความเร็วใน

การงอกตามหลักสากล ISTA (2013)
ความเร็วในการงอก Σ = (จำจนำนวนววนนัตท้นี่ตกรลว้าจปนกบั ตคิ 4รัง้ แวรันกหล(งั4เพวาันะ) +จำนจวำนนววันนทต่ีต้นรกวลจา้นปับกคตริ ั้ง7สดุ วทนั ้าหยล(งั เ7พาวะนั ) )

12

3.4 การวิเคราะห์ผล
วิเคราะหค์ า่ เปรียบเทยี บค่าเฉลีย่ และรอ้ ยละ ของแต่ละกรรมวธิ โี ดยวิธี Mirosoft office excel

3.5 สถานทีท่ ำการทดลอง
ฐานเรยี นรู้เกษตรธรรมชาตแิ ปลงทดลองของ นางสาวสภุ าพร สาครเยน็ การปลูกผกั กาดหอมเก็บเมล็ด

พันธุ์โดยวิธีการเกษตรธรรมชาติ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว สภาพดินปลูก
เป็นดินลูกรังมีก้อนกรวดขนาดเล็ก 0.5 – 2 เซนติเมตร ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม มีค่า pH อยู่ใน
ระดับที่ 6.5 มีความอุดมสมบูรณ์พอควร พื้นที่ทดลอง 50 ตารางเมตร แปลงปลูกทดลองจำนวน 8 แปลง ทำ
การทดลองในเดือนตุลาคม 2564 ถึงเดอื นกุมภาพันธ์ 2565

13

บทท่ี 4
ผลการวจิ ัย

ผลการวิจัยเรื่องการศึกษาการผลิตเมล็ดผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสโดยการปลูกแบบเกษตร
ธรรมชาติ ของการศึกษาการผลิตเมล็ดผักกาดหอมสายพันธ์ุมินิคอสโดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ เพื่อหา
วิธีการที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสในพื้นที่ศูนย์ฝึกและ พัฒนาอาชีพ
ราษฎรไทยบรเิ วณชายแดนสระแก้ว การศกึ ษาและเปรียบเทียบการเก็บเกีย่ วเมล็ดพันธุผ์ ักกาดหอมสายพันธ์ุมินิ
คอสทีไ่ ดจ้ ากการเก็บเกย่ี วแบบตัดคร้ังเดยี วมีดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเคาะช่อดอก
ครั้งที่ 1 และการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 และการศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสที่ได้
จากการเก็บเกีย่ วแบบตดั คร้งั เดยี วมีดอกบานประมาณ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ของชอ่ ดอกโดยการเคาะช่อดอกคร้ังเดียว
เมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสเก็บก่อนฝนตก และเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสเก็บหลังฝนตก โดย
เปรียบเทยี บปรมิ าณและคุณภาพเมล็ดพนั ธุ์ ได้ผลการทดลองดงั นี้

4.1 การศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการ
เก็บเกย่ี วแบบตัดคร้ังเดยี วระหว่าง การเคาะช่อดอกคร้งั ที่ 1 และการเคาะช่อดอกครั้งที่ 2

4.1.1 อายผุ กั กาดหอมสายพันธุม์ ินคิ อสการออกดอก ดอกบานและอายเุ ก็บผลผลติ
4.1.1.1 อายุเริม่ ตดิ ดอกบนั ทกึ วนั แรกที่ออกดอกโดยนับจากอายุพชื ตง้ั แต่เพาะเมล็ด ย้ายปลูก

บนแปลง จนถงึ วันแรกท่มี องเห็นดอกแรก โดยผกั กาดหอมสายพนั ธ์มุ ินคิ อสเร่ิมติดดอกท่ีอายุ 92 วัน
4.1.1.2 อายุดอกแรกบาน โดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ย้ายปลูกบนแปลง จนถึงวัน

แรกที่มองเห็นดอกแรก โดยผักกาดหอมสายพนั ธุ์มินิคอสบานดอกแรกที่อายุ 112 วัน
4.1.1.3 อายุเก็บผลผลิต โดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ย้ายปลูกบนแปลงจนถึงวันเก็บ

เก่ยี วเมล็ดพนั ธุ์ โดยผักกาดหอมสายพันธ์มุ นิ คิ อสอายุการเกบ็ เมล็ดท่ีอายุ 145 วัน

14
รูปภาพท่ี 4 ผักกาดหอมสายพนั ธม์ุ ินิคอสตง้ั ฉัตรการออกดอกอายุ 92 วนั ดอกบานดอกแรกทอ่ี ายุ 112 วนั

รูปภาพท่ี 5 ผักกาดหอมสายพนั ธ์ุมินิคอสการเก็บเมลด็ พันธ์ทุ ่ีอายุ 145 วัน

ตารางท่ี 1 ผลการเก็บข้อมลู การออกดอก ดอกบานและการสุกแกข่ องผักกาดหอมสายพนั ธม์ุ ินิคอส

การปลกู ผกั กาดหอมสาย อายวุ ันทีเ่ ริ่มตดิ ดอก อายวุ ันท่ีดอกแรกบาน อายวุ นั ที่เร่ิมเกบ็ เกีย่ ว

พนั ธุ์มนิ ิคอส (วัน) (วัน) ผลผลติ (วัน)

การเคาะชอ่ ดอกครง้ั ท่ี 1 92 112 145

การเคาะชอ่ ดอกครั้งท่ี 2 92 112 145

4.1.2 ผลการวดั ปรมิ าณผลผลิต
4.1.2.1 น้ำหนักแห้ง
จากการศึกษาโดยการชั่งน้ำหนักเมล็ดต่อต้นที่เก็บเกี่ยวได้ของผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอส

โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติปลกู กลางแจ้ง และการเก็บเก่ียวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้ง
เดยี วมีดอกบานประมาณ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ของชอ่ ดอกโดยการเคาะชอ่ ดอกครั้งท่ี 1 พบว่า ให้น้ำหนกั คา่ เฉลีย่ อยู่ที
2.45 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนักเมล็ดมากที่สุด 3.20 กรัมต่อต้นมากที่สุด และให้น้ำหนักเมล็ดน้อยที่สุด 1.30
กรัมต่อต้น การเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 พบว่า ให้น้ำหนักค่าเฉลี่ยอยู่ที 0.53 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนักเมล็ดมาก
ทีส่ ดุ 0.70 กรัมตอ่ ตน้ มากทีส่ ดุ และใหน้ ำ้ หนกั เมลด็ น้อยทีส่ ดุ 0.40 กรัมตอ่ ต้น

4.1.2.2 นำ้ หนกั 1,000 เมลด็ (กรัม)
จากการศึกษาโดยการชั่งน้ำหนักเมล็ด 1,000 เมล็ด ที่เก็บเกี่ยวได้ของผักกาดหอมสายพันธ์ุ
มินิคอส โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยว
แบบตดั คร้ังเดียวมีดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเคาะช่อดอกคร้ังท่ี 1 พบวา่ ให้น้ำหนัก
ค่าเฉลี่ยอยู่ที 1.10 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนักเมล็ดมากที่สุด 1.20 กรัมต่อต้นมากที่สุด และให้น้ำหนักเมล็ด
น้อยที่สุด 1.00 กรัมต่อต้น การเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 พบว่า ให้น้ำหนักค่าเฉลี่ยอยู่ที 0.68 กรัมต่อต้น และให้
นำ้ หนกั เมล็ดมากท่สี ดุ 0.80 กรัมต่อตน้ มากท่สี ุด และใหน้ ้ำหนกั เมลด็ น้อยท่สี ุด 0.60 กรัมต่อตน้

15

รปู ภาพท่ี 6 การวดั ปริมาณผลผลติ ผักกาดหอมสายพันธมุ์ ินคิ อสหลักจากเมลด็ พันธุ์การคัดแยก ทำความสะอาด

ตารางที่ 2 ผลการเก็บขอ้ มลู ปริมาณเมล็ดของผักกาดหอมสายพันธม์ุ ินิคอส

การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 การเคาะชอ่ ดอกครัง้ ที่ 2

ซำ้ ที่ น้ำหนักแห้ง น้ำหนัก 1,000 เมลด็ นำ้ หนักแหง้ นำ้ หนกั 1,000 เมล็ด

(กรัม/ตน้ ) (กรัม) (กรัม/ตน้ ) (กรัม)

1 1.30 1.00 0.40 0.80

2 2.50 1.10 0.50 0.70

3 2.80 1.20 0.70 0.60

4 3.20 1.10 0.50 0.60

ค่าเฉลย่ี 2.45 1.10 0.53 0.68

4.1.3 ตรวจสอบคณุ ภาพเมลด็ พนั ธุ์
4.1.3.1 จากการศึกษาความงอกของเมล็ดพันธุ์ โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติปลูก

กลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80
เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 พบว่าความงอกของเมล็ดพันธุ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 89.25
เปอรเ์ ซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์ความงอกเมลด็ มากที่สุด 93.00 เปอรเ์ ซ็นต์ และเปอร์เซน็ ต์ความงอกเมล็ดน้อยที่สุด
85.00 เปอร์เซ็นต์ การเคาะช่อดอกครั้งที่ 2 พบว่าความงอกของเมล็ดพันธุ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 52.00 เปอร์เซ็นต์
และเปอร์เซ็นต์ความงอกเมล็ดมากที่สุด 63.00 เปอร์เซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์ความงอกเมล็ดน้อยที่สุด 37.00
เปอรเ์ ซน็ ต์

4.1.3.2 จากการศึกษาความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ
ปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80

16

เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 พบว่ามีความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์ค่าเฉลีย่ อยู่ที่ 35.06
ต้นต่อวัน และมีความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์มากที่สุด 36.54 ต้นต่อวัน และความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์
นอ้ ยที่สุด 33.39 ตน้ ตอ่ วัน การเคาะช่อดอกคร้ังที่ 2 พบวา่ มคี วามเรว็ ในการงอกเมล็ดพนั ธ์ุค่าเฉล่ียอยู่ที่ 20.43
ต้นต่อวัน และมีความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์มากที่สุด 24.75 ต้นต่อวัน และความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์
นอ้ ยทสี่ ุด 14.54 ตน้ ต่อวนั

รูปภาพท่ี 6 การตรวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพนั ธผ์ุ ักกาดหอมสายพนั ธ์ุมินิคอส รูปซ้ายการเคาะช่อดอกครั้งท่ี 1 รูป
ขวาการเคาะช่อดอกครง้ั ท่ี 2

ตารางที่ 3 ผลการเก็บข้อมลู การตรวจสอบคณุ ภาพเมลด็ พนั ธขุ์ องผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอส

การเคาะชอ่ ดอกครงั้ ท่ี 1 การเคาะชอ่ ดอกครงั้ ท่ี 2

ซำ้ ท่ี ความงอกของเมล็ดพนั ธุ์ ความเรว็ ในการงอก ความงอกของเมล็ดพนั ธ์ุ ความเรว็ ในการงอก

(เปอร์เซ็นต์) (เปอรเ์ ซ็นต์) (เปอร์เซน็ ต์) (เปอรเ์ ซน็ ต์)

1 85 33.39 60 23.57

2 88 34.57 37 14.54

3 91 35.75 48 18.86

4 93 36.54 63 24.75

คา่ เฉลีย่ 89.25 35.06 52 20.43

4.2 การศึกษาอิทธิพลของเก็บเมล็ดพันธ์ุผกั กาดหอมพันธุม์ นิ คิ อสที่ได้จากการเก็บเก่ียวแบบตัดคร้ัง

เดียวระหวา่ งการเกบ็ เมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตก และการเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ุหลงั ฝนตก

4.2.1 อายผุ ักกาดหอมสายพันธม์ุ ินิคอสการออกดอก ดอกบานและอายุเก็บผลิต

4.2.1.1 อายุเริ่มติดดอกบนั ทกึ วันแรกท่ีออกดอกโดยนับจากอายุพืชตง้ั แต่เพาะเมลด็ ยา้ ยปลูก

บนแปลง จนถงึ วนั แรกท่ีตดิ ดอกแรก โดยผักกาดหอมสายพนั ธ์ุมนิ คิ อสเริม่ ตดิ ดอกท่ีอายุ 92 วนั

17

4.2.1.2 อายุดอกแรกบาน โดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ย้ายปลูกบนแปลง จนถึงวัน
แรกท่ีติดดอกแรก โดยผกั กาดหอมสายพันธมุ์ ินิคอสบานดอกแรกที่อายุ 112 วัน

4.2.1.3 อายุเก็บผลผลิต โดยนับจากอายุพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ย้ายปลูกบนแปลงจนถึงวันเก็บ
เก่ยี วเมล็ดพันธุ์ โดยผักกาดหอมสายพันธ์มุ ินิคอสอายุการเก็บเมล็ดพนั ธ์ุก่อนฝนตกท่ีอายุ 145 วัน และการเก็บ
เมลด็ พนั ธ์หุ ลังฝนตกท่ีอายุ 149 วัน

รูปภาพที่ 7 ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสการเก็บเมล็ดพันธุ์การเก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตกที่อายุ

145 วัน และการเกบ็ เมลด็ พนั ธห์ุ ลังฝนตก 149 วนั

ตารางท่ี 4 ผลการเก็บข้อมลู การออกดอก ดอกบานและการสุกแกข่ องผักกาดหอมสายพนั ธมุ์ นิ ิคอส

การปลูกผักกาดหอมสาย อายวุ ันท่ีเร่ิมติดดอก อายุวันทดี่ อกแรกบาน อายุวันทเ่ี ร่ิมเกบ็ เกีย่ ว

พนั ธมุ์ ินิคอส (วนั ) (วัน) ผลผลติ (วนั )

การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์กุ ่อนฝนตก 92 112 145

การเก็บเมลด็ พันธ์ุหลังฝนตก 92 112 149

4.2.2 ผลการวดั ปริมาณผลผลติ

4.2.2.1 น้ำหนกั แหง้

จากการศึกษาโดยการชั่งน้ำหนักเมล็ดต่อต้นที่เก็บเกี่ยวได้ของผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอส

โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาตปิ ลูกกลางแจ้ง และการเก็บเก่ียวเมล็ดพันธ์ุท่ีได้จากการเก็บเก่ียวแบบตัดคร้ัง

เดยี วมดี อกบานประมาณ 80 เปอร์เซน็ ต์ของช่อดอกโดยการเกบ็ เมลด็ พนั ธุ์ก่อนฝนตก พบวา่ ใหน้ ำ้ หนักคา่ เฉลี่ย

อยู่ที 2.45 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนักเมล็ดมากที่สุด 3.20 กรัมต่อต้นมากที่สุด และให้น้ำหนักเมล็ดน้อยที่สุด

1.30 กรัมต่อต้น การเก็บเมล็ดพันธุ์หลงั ฝนตก พบว่า ให้น้ำหนักค่าเฉล่ียอยู่ที 0.38 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนัก

เมล็ดมากท่สี ดุ 0.50 กรมั ตอ่ ตน้ มากทส่ี ุด และใหน้ ำ้ หนักเมลด็ น้อยท่สี ดุ 0.30 กรัมตอ่ ต้น

4.2.2.2 น้ำหนัก 1,000 เมลด็ (กรัม)

จากการศึกษาโดยการชั่งน้ำหนักเมล็ด 1,000 เมล็ด ที่เก็บเกี่ยวได้ของผักกาดหอมสายพันธ์ุ

มินิคอส โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยว

แบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตกพบว่า ให้

น้ำหนักค่าเฉลี่ยอยู่ที 1.10 กรัมต่อต้น และให้น้ำหนักเมล็ดมากที่สุด 1.20 กรัมต่อต้นมากที่สุด และให้น้ำหนกั

18

เมล็ดน้อยที่สุด 1.00 กรัมต่อต้น การเก็บเมล็ดพันธุ์หลังฝนตกพบว่า ให้น้ำหนักค่าเฉลี่ยอยู่ที 0.50 กรัมต่อต้น
และให้นำ้ หนกั เมล็ดมากทส่ี ุด 0.60 กรัมต่อตน้ มากทสี่ ดุ และใหน้ ำ้ หนักเมล็ดนอ้ ยท่สี ดุ 0.40 กรมั ต่อต้น

รูปภาพที่ 7 การวัดปริมาณผลผลิตผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสหลักจากเมล็ดพันธุ์การคัดแยก ทำ

ความสะอาด การทำความสะอาดเมล็ดพันธุห์ ลงั ฝนตกทำไดอ้ ยากกวา่ ก่อนฝนตกและเมลด็ มีสขี าวขนุ่

ตารางท่ี 5 ผลการเก็บขอ้ มลู ปริมาณเมลด็ ของผักกาดหอมสายพนั ธุ์มินคิ อส

การเกบ็ เมลด็ พันธก์ุ อ่ นฝนตก การเก็บเมล็ดพนั ธุห์ ลงั ฝนตก

ซ้ำที่ นำ้ หนกั แหง้ นำ้ หนัก 1,000 เมลด็ น้ำหนกั แห้ง น้ำหนกั 1,000 เมล็ด

(กรัม/ตน้ ) (กรัม) (กรัม/ตน้ ) (กรัม)

1 1.30 1.00 0.50 0.60

2 2.50 1.10 0.30 0.50

3 2.80 1.20 0.40 0.50

4 3.20 1.10 0.30 0.40

ค่าเฉล่ยี 2.45 1.10 0.38 0.50

4.2.3 ตรวจสอบคุณภาพเมลด็ พันธุ์

4.2.3.1 จากการศึกษาความงอกของเมล็ดพันธุ์ โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติปลูก

กลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80

เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตก พบว่าความงอกของเมล็ดพันธุ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 89.50

เปอร์เซน็ ต์ และเปอรเ์ ซน็ ต์ความงอกเมลด็ มากที่สุด 90.00 เปอรเ์ ซน็ ต์ และเปอร์เซน็ ต์ความงอกเมล็ดน้อยท่ีสุด

87.00 เปอร์เซ็นต์ การเก็บเมล็ดพันธุ์หลังฝนตก พบว่าพบว่าความงอกของเมล็ดพันธุ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 49.00

เปอรเ์ ซน็ ต์ และเปอร์เซ็นต์ความงอกเมลด็ มากทส่ี ุด 56.00 เปอร์เซน็ ต์ และเปอร์เซ็นต์ความงอกเมล็ดน้อยที่สุด

41.00 เปอร์เซน็ ต์

4.2.3.2 จากการศึกษาความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้โดยการปลูกแบบเกษตรธรรมชาติ

ปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบานประมาณ 80

เปอร์เซ็นต์ของช่อดอกโดยการเก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตก พบว่ามีความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์ค่าเฉลี่ยอยู่ท่ี

35.10 ต้นต่อวัน และมีความเร็วในการงอกเมลด็ พันธุ์มากที่สุด 35.75 ต้นต่อวัน และความเร็วในการงอกเมลด็

19

พันธ์ุนอ้ ยที่สุด 34.18 ตน้ ต่อวัน การเกบ็ เมล็ดพันธหุ์ ลังฝนตก พบว่ามคี วามเร็วในการงอกเมล็ดพันธ์ุค่าเฉล่ียอยู่
ที่ 19.06 ต้นต่อวัน และมีความเร็วในการงอกเมล็ดพันธุ์มากที่สุด 22.00 ต้นต่อวัน และความเร็วในการงอก
เมลด็ พนั ธุน์ ้อยท่สี ุด 15.61 ต้นตอ่ วนั

รูปภาพที่ 7 การตรวจสอบคณุ ภาพผลผลติ ผักกาดหอมสายพนั ธุ์มนิ ิคอสหลกั จากเมล็ดพันธ์ุการคัดแยก

ทำความสะอาด การทำความสะอาดเมลด็ พันธุ์หลังฝนตกทำไดย้ ากกว่าก่อนฝนตกและเมลด็ มีสขี าวขุน่

ตารางท่ี 6 ผลการเก็บข้อมลู การตรวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพันธ์ขุ องผักกาดหอมสายพันธุ์มนิ ิคอส

การเก็บเมล็ดพนั ธุก์ ่อนฝนตก การเก็บเมลด็ พันธ์ุหลังฝนตก

ซ้ำท่ี ความงอกของเมล็ดพนั ธุ์ ความเรว็ ในการงอก ความงอกของเมล็ดพนั ธ์ุ ความเรว็ ในการงอก

(เปอรเ์ ซน็ ต์) (เปอรเ์ ซ็นต์) (เปอร์เซน็ ต์) (เปอรเ์ ซ็นต์)

1 90 35.36 41 15.61

2 90 35.11 49 19.00

3 91 35.75 56 22.00

4 87 34.18 50 19.64

คา่ เฉลยี่ 89.50 35.10 49.00 19.06

20

บทที่ 5
สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

5.1 การศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสที่ได้จากการ
เกบ็ เกี่ยวแบบตดั คร้ังเดยี วระหว่าง การเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเคาะชอ่ ดอกครั้งท่ี 2

จากการศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมลด็ พันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสโดยการปลูกแบบ
เกษตรธรรมชาติปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบาน
ประมาณ 80 เปอรเ์ ซ็นต์ของช่อดอก โดยการเคาะชอ่ ดอกครั้งท่ี 1 จากการศกึ ษาและเปรียบเทียบการเก็บเก่ียว
เมล็ดพันธุ์ด้านปริมาณผลผลิต เช่น น้ำหนักแห้ง น้ำหนัก 1,000 เมล็ด และด้านคุณภาพเมล็ดพันธ์ุ เช่น ความ
งอกของเมล็ดพันธุ์ ความเร็วในการงอกเมลด็ พันธุ์ ให้ปริมาณผลผลิต พบว่ามีคุณภาพเมล็ดพันธุ์ดีกว่าการเคาะ
ช่อดอกครั้งที่ 2 ในทุกด้านสอดคล้องกับงานวิจัยของ (จานุลักษณ์ ขนบดี และคณะ, 2558) เก็บเกี่ยว
ผักกาดหอมแบบรอตัดคร้ังเดียวจะเริม่ เก็บเกีย่ วไดช้ ้าเนือ่ งจากต้องรอให้การสุกแก่ของชอ่ อยูท่ ี่ 90% เพื่อให้ได้
ผลผลติ สูงและมีคุณภาพดี

5.2 การศกึ ษาอิทธพิ ลของเก็บเมลด็ พนั ธผุ์ ักกาดหอมพันธมุ์ ินิคอสทไ่ี ด้จากการเก็บเก่ียวแบบตัดครั้ง
เดยี วระหวา่ งการเกบ็ เมลด็ พันธุก์ ่อนฝนตก และการเก็บเมลด็ พันธุ์หลังฝนตก

จากการศึกษาและเปรียบเทียบการเก็บเกี่ยวเมลด็ พันธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มินิคอสโดยการปลูกแบบ
เกษตรธรรมชาติปลูกกลางแจ้ง และการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวมีดอกบาน
ประมาณ 80 เปอร์เซน็ ต์ของช่อดอก โดยการเกบ็ เมล็ดพันธุ์ก่อนฝนตก จากการศึกษาและเปรยี บเทียบการเก็บ
เก่ียวเมล็ดพันธดุ์ ้านปรมิ าณผลผลติ ไดแ้ ก่ น้ำหนกั แห้ง นำ้ หนกั 1,000 เมล็ด และด้านคณุ ภาพเมล็ดพันธุ์ ได้แก่
ความงอกของเมลด็ พนั ธุ์ ความเรว็ ในการงอกเมล็ดพันธ์ุ ให้ปรมิ าณผลผลติ พบวา่ มีคณุ ภาพเมล็ดพันธ์ุดีกว่าการ
เก็บเมล็ดพนั ธุห์ ลังฝนตกในทุกด้านดังน้ี (วริ ยิ า,2562) กล่าวว่าเมลด็ ทีแ่ ก่แลว้ หากปล่อยทิ้งไว้ในแปลงจะทำให้มี
การเสื่อมสภาพ โดยที่ความแข็งแรงและความงอกจะลดลงด้วยต่อเมื่อมีอิทธิพลของปัจจัยการผลิตอื่นๆร่วม
ด้วยเท่านนั้

อภปิ รายผลจากการศึกษาการเก็บเมล็ดพนั ธ์ุผักกาดหอมพันธุม์ นิ คิ อส การการเคาะช่อดอกคร้งั ที่ 1 ให้
คุณภาพเมล็ดพันธ์ุดีที่สุด การเก็บเมล็ด การทำความสะอาด การคัดแยกสิ่งเจือปน ทำได้ง่ายกว่า การการ
เคาะช่อดอกครั้งที่ 2 ใบและก้านดอกส่วนต่างๆ ของผักกาดหอมเริ่มแห้งจะหลุดติดมากับเมล็ดทำให้การทำ
ความสะอาด การคัดแยกสิ่งเจือปน ใช้เวลาการจัดการนานกว่าการการเคาะช่อดอกครั้งที่ 1 และการเก็บ
เมล็ดหลังฝนตกการทำความสะอาด การคัดแยกส่ิงเจือปนทำได้ยากมากท่ีสุด เพาะต้นผักกาดหอมแห้งเกินไป
ทำให้กลีบดอกหุ้มเมล็ดแน่น เวลาเก็บก็หลุดล่วงปนมากับเมล็ดพันธุ์ทำให้การคัดแยกด้วยลมทำได้ยาก ส่วน
เมล็ดทส่ี มบรู ณก์ ็ร่วงลงพื้นดินจากการโดนฝนตกใส่

21

5.3 ขอ้ เสนอแนะ
5.3.1 ควรปลูกผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสเมล็ดเมล็ดพันธุ์ภายใต้หลังคาโรงเรือนเพื่อป้องกันความ
เสยี หายและเสอื่ มคุณภาพของเมล็ดพันธุ์
5.3.2 ควรปลูกผักกาดหอมพันธุ์มินิคอสเมล็ดเมล็ดพันธุ์ให้เร็วขึ้นเพื่อป้องกันฝน ในช่วงปลายเดือน
กนั ยายน หรือตน้ เดือนตุลาคม และเกบ็ เมลด็ พนั ธุใ์ หเ้ รยี บร้อยในช่วงปลายเดือนมกราคม

22

บรรณานุกรม

กรมส่งเสริมการเกษตร. 2556. การปลูกผักกาดหอม. [ออนไลน]์ . ไดจ้ าก: www.doae.go.th.
กัมปนาท เนตรภกั ดี.2561.ผักกาดหอมปลกู ง่าย.สำนักพมิ พบ์ า้ นและสวน
จิตตินัฏฐ์ นงนุช, ฉันทนา วิชรัตน์ และ นงลักษณ์ ปูระณะพงษ์. (2559). ประชากรต้นที่เหมาะสมในการผลิต

เมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมกรีนโอ๊คลีฟในโรงเรือนระบบเกษตรอินทรีย์. การประชุมทางวิชาการเมลด็
พนั ธพุ์ ชื แห่งชาติครั้งท่ี 13.
จิตลดา มีเสมา.2562.ปลูกผกั งา่ ยๆสไตล์คนขเี้ กยี จ.สำนกั พมิ พ์อนิ สปาย
ณชั มชั มศั โอดี,สุพัตรา ต้ังวฒั นางกรู .2564.เกษตรธรรมชาติ MOA เพ่ือสุขภาวะ บริษัทภาพพิมพ์จำจัด
นงนุช กุศล. (2551).ศึกษาพัฒนาการของเมล็ดและการถ่ายทอดลักษณะองค์ประกอบของผลผลิตใน
ผกั กาดหอม. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท. มหาวิทยาลัยแม่โจ้. เชียงใหม่
นพิ ดา เขียวอุไร.2562.ปลูกพชื ตามนิสัย.สำนักพมิ พอ์ นิ สปาย
รัชนีวรรณ จิระพงศพ์ ัฒนา.2563.การเพาะปลกู ผกั กาดหอมอนิ ทรยี ์.สำนักพิมพบ์ างกอกอนิ เฮ้าส์
วิริยา จ๋าพิมาย.2562.การพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่เขาค้อ
จงั หวดั เพชรบูรณ์
สมาคมการค้าเมลด็ พันธ์.ุ (2564). ปริมาณและมลู ค่าการส่งออกเมล็ดพนั ธุ์ควบคุม ประจำปี2564. [ออนไลน์].
ไดจ้ าก: https://thasta.com/statistics/statistics/
สุเทวี ศขุ ปราการ. (2530). การผลิตเมลด็ พันธผุ์ กั กาดหอม. พชื สวน. ปี ท่ี 21. ฉบับท่ี 4. คณะเกษตร
ภาควิชาพืชสวน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ กรงุ เทพฯ.
อังคณา รตั นจันทร์.2555.ปลูกผกั กนิ เอง แบง่ ได้ ขายได้.อกั ษรสมั พันธ์
อารักษ์ ธีรอาพน, ณัฐชา จันทร์ตะคุ,ธาดา แก้วโสภา, ภัสรา ศิริสวัสด์ิ, นัฏฐา ดานา และอายูมิ นาคใหม่.
(2559). ขนาดและรูปร่างภาชนะปลูกที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพของแตงเทศที่ปลูกด้วยระบบ
ปลกู แบบวสั ดุปลูกและแบบดนิ ปลูก. วารสารพืชศาสตรส์ งขลานครนิ ทร์ ปี ที่ 3 ฉบบั พเิ ศษ (III): M08.

23

ภาคผนวก

24

ตารางการเกบ็ ขอ้ มูล

แบบฟอร์มบนั ทกึ ข้อมูลดา้ นคุณภาพเมลด็ พนั ธ์ุ

วนั ทบ่ี นั ทกึ ขอ้ มูล........................................................ชอ่ื ............................................... .........................

ช่อื ......................... วนั ทเี่ พาะ………………………………………………………………….

การ วันที่ 1 วนั ท่ี 2 วนั ที่ 3 วันที่ 4 วนั ที่ 5 วนั ท่ี 6 วันที่ 7 หมาย

ทดลอง Fist count สุดท้าย เหตุ

ที่ Final count

1

2

3

4

AVG

แบบฟอร์มบันทกึ ข้อมลู ด้านปริมาณเมล็ดพนั ธุ์

วันที่บนั ทกึ ขอ้ มลู ........................................................ชอ่ื ............................................... .........................

ชอ่ื .........................

การทดลองท่ี นำ้ หนักเมล็ด/ตน้ น้ำหนักเมลด็ 1000
1

2

3

4

AVG

25

วิธกี ารปลกู ผกั กาดหอม
1 เตรยี มแปลงปลูกโดยไมไ่ ถพรวนแปลง ทำการการตดั ถวั่ พล้า วัชพชื ในแปลงออก ในวันท่ี 20 ตุลาคม
2564

2 วัดขนาดแปลง ความกว้าง 1 เมตร ความยาว 7 เมตร ทางเดิน 0.80 เมตร วัดระยะแปลงให้เท่า
ขนาดแปลงเดมิ ทส่ี ดุ ในวันท่ี 2 พฤศจิกายน 2564

3 การเตรยี มต้นกลา้ นำเมลด็ พนั ธ์ุผักกาดหอมสายพนั ธุ์มนิ คิ อสเก็บเมลด็ รุน่ ท่ีในเดอื นกุมภาพันธ์ 2564
โดยเก็บรกั ษาเมล็ดในตูเ้ ยน็ ตลอด และนำเมล็ดพนั ธุ์ผักกาดหอมสายพันธุ์มนิ คิ อสเพาะกล้า ในวันที่ 23 ตุลาคม
2564

4 การเตรียมแปลงปลูก ใช้จอบพรวนหน้าดิน และขอบแปลงลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้าแปลงต่ำ
กว่า 20 เซนติเมตร ให้นำดินร่องทางเดินมาเติมให้แปลงสูงขึ้น ใช้จอบ และคลาด พรวนดินให้เป็นก้อนเล็ก ๆ
และแต่งแปลงให้เรียบเสมอกัน ทำขอบสูง 3 เซนติเมตร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ปรับดินทางเดินให้เรียบ
เสมอกัน คลมุ ฟางหรือเศษพชื บนแปลง รดน้ำเตรยี มปลูก

5 การย้ายกลา้ ปลกู วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 อายกุ ลา้ 16 - 20 วัน หรอื เมื่อมีใบจรงิ 2 - 3 ใบ ระยะ
ปลูก 25 X 25 เซนตเิ มตร ปลูกจำนวน 4 แถวต่อแปลง ทงั้ หมด จำนวน 8 แปลง ปลูกในช่วงเย็นเวลาประมาณ
15.00 – 17.00 นาฬีกา ใช้ปลายช้อนแคะต้นกล้าออกจากถาดหลุม ใช้เชือกวัดระยะปลูก 25 เซนติเมตร
กำหนดระยะปลูก ปลูกตามระยะที่กำหนดโดยการขุดหลุมและนำต้นกล้าที่เตรียมไวล้ งปลูก กลบดินให้เท่ากับ
ดนิ เดิมหรอื เสมอกับใบเลีย้ งคูแรก

26

6 การดูรักษา รดน้ำในช่วงเช้าด้วยวิธกี ารปล่อยน้ำเข้าล่องทางเดินหรือการรด้วยสายยางต่อหัวฝักบัว
โดยดูความต้องการของพืช ถ้าดินแห้งพืชไม่สดชื่นก็รดน้ำ ถ้าผักกาดหอมคายน้ำออกมาปลายใบก็รดน้ำให้
น้อยลงหรือไม่ต้องรดเลยปกติการให้น้ำผักกาดหอม 2 – 3 วันครั้ง การพรวนดินและควบคุมวัชพืชถอนหญ้า
แห้วหมูและวัชพืชอื่นๆ ออกจากแปลงจำนวน 2 ครั้ง โรคและแมลงมีบ้างเล็กน้อยไม่มีผลกระทบต่อการ
เจริญเติบโต

7 คัดเลือกต้นพันธุ์ เลือกต้นผักกาดหอมต้นขนาดเล็กไม่ตรงตามสายพันธุ์ออกให้เหลือไว้แต่ต้นที่ตรง
ตามสายพันธ์ุ ทรงสวย ต้นอวบ นา่ รบั ประทาน ในวนั ที่ 20 ธันวาคม 2564

8 พยุงลำต้นต้นผักกาดหอม ต้นผักกาดหอมเมื่อมีช่อดอกจะเปราะหักง่ายจึงต้องช่วยพยุงลำต้นด้วย
ตาข่ายหรือปักหลักเพอื่ ค้ำลำต้น ไมใ่ ห้เกดิ ความเสยี หายระหว่างการเกบ็ เมล็ดพันธุ์

9 ระยะเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยวแบบตัดครั้งเดียวให้ประเมนิ วันเกบ็ เก่ียวจากการบันทึกผลลักษณะการ
บานของดอก ถ้าสงั เกตพบวา่ มดี อกบานประมาณ 80 เปอร์เซน็ ต์ของช่อให้ทำการตัดทงั้ ชอ่ ดอก

27

10 ทำความสะอาดเมล็ด คัดแยกทำความสะอาด และลดความชื้นเมล็ดด้วยวิธีการตากและเก็บรกั ษา
ในถุงพลาสตกิ และแชต่ เู้ ยน็ เพื่อเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไดน้ านข้นึ
ผลความเสียหายจากการโดนฝนตก

เมล็ดพันธุถ์ กู ฝนตกทำให้การคัดแยกดว้ ยลมทำได้ยาก

ส่วนเมล็ดที่สมบูรณ์ก็ร่วงลงพ้ืนดินจากการโดนฝนตกใส่ลว่ งสพู่ ้นื

28

คณะผู้จัดทำ

ทีป่ รกึ ษา

1. นายพสิ ิทธิ์ คุ้มสุวรรณ รองผู้อำนวยการ
2. นางอาทิตยา ปานทอง ครูชำนาญการพเิ ศษ
3. นายกรินทร์ เฉลมิ วสิ ุตมก์ ุล ครูชำนาญการพเิ ศษ
4. นางสาวอญั ชลี มีย่ิง ครูชำนาญการ

คณะผู้รว่ มทำงาน

1. นางสาวจฑุ าพร บาดาล ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
2. นายชัยวุฒิ สาอุบล ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
3. นางสาวนิชาภา แจ่มจำรญู ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
4. นายประสทิ ธิ์ ฝาคำ ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
5. นายพรศกั ด์ิ สำราญดี ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
6. นางเพญ็ ศรี ศรวี ไิ ลเลศิ ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
7. นางสาวสกุ ัญญา ประสงคใ์ จ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
8. นางสาวอรอนงค์ ปอ้ มกลาง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
9. วา่ ที่เรอื ตรีอทิ ธา พรเฉลมิ พงศ์ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน

พิมพ/์ รปู เล่ม สาครเย็น ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
นางสาวสุภาพร


Click to View FlipBook Version