The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nopparat Pradermchai, 2023-02-28 20:59:11

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

เเคครื่รื่รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่งงมืมืมือ มื อ มื อ มืททาางง ภูภูภูมิ ภู มิ ภู มิ ภู ศ มิ ศ มิ ศ มิาาสสตตร์ร์ร์ ร์ร์ร์


1. แผนที่แบบแบนราบ (Planimetric Map) แผนที่ถึงแสดงรายละเอียดทั่วไปของพื้ยผิวพิภพในทางราบแต่ไม่ แสดงความสูง ต่ำ ของภูมิประเทศ ให้ประโยขน์ในทางด้านการแสดง ตำ แหน่งและการหาระยะทางใน ทางราบ 2. แผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) แผนที่ชึ่งแสดงรายละเอียดทั่วทั่ไปรวมทั้งทั้ลักษณะสูงต่ำ ของภูมิประเทศ ชึ่งอาจ เป็นป็แผนที่ที่มีมาตราส่วนใหญ่และปานกลางแต่เสียเวลาและแรงงานในการจัด ทำ มาก แผนที่ ที่ที่ที่ 1.ชนิดของแผนที่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่คือ 3. แผนที่ภาพถ่าย (Photo Map) เป็นป็แผนที่ ที่ทำ จากภาพถ่ายทางอากาศ ชึ่งอาจได้เป็นป็ สีหรือรื ภาพขาวดำ ก็ได้ แล้วนำ มา จัดในลักษณะของโมเซค (Mosaic)ชึ่ งมีโครงสร้างพิกัดศัพท์ทางภูมิศาสตร์ และราย ละเอียดประจำ ของระวาง แผนที่มีประโยขน์มาก สามารถจัดทำ ได้อย่ารวดเร็วแต่ มีความ ยากในการอ่าน แผนที่คือแปลนของแผ่นดินรอบตัวเรา แผนที่ให้ข้อมูลแก่เราหลายอย่าง แผนที่ขนาด ใหญ่อาจแสดงถนนในเมืองหรือหมู่บ้านและชนบท แผนที่ขนาดเล็กมักแสดงประเทศ ทวีป หรือโลกในภาพรวมลองวัดระยะใดๆก็ได้บนแผนที่และเปรียบเทียบกับมาตราส่วน


วิธีวิธีใช้แผนที่ แอตลาส (Atlas) คือหนังสือแผนที่ แผนที่ให้ข้อมูลแก่เราหลายอย่างโดยใช้สี สัญลักษณ์ และเส้นซึ่งจะบอกความหมายต่างๆไว้ มาตราส่วนที่กำ กับจะช่วยให้หาระยะทางที่ปรากฏบนแผนที่ที่สัมพันธ์กับระยะทางจริงริ แผนที่อาจแสดงให้เราทราบลักษณะของแผ่นดินรวมทั้งทั้ภูเขาและหุบเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ และชายฝั่งทะเล ทะเลที่อยู่ใกล้เคียงและ มหาสมุทร แผนที่ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ โดยแสดงพื้นที่ที่เป็นป็ทะเลทรายแห้งแล้ง และเป็นป็ ป่าป่เขตร้อน เราจะหาชื่อของทวีปวี ประเทศ ภูมิภาค และเขตบริหริารได้ เช่น รัฐ จังวัด มณฑล นอกจากนี้ยังบอกชื่อนครและเมืองสำ คัญๆรวมถึงเมืองหลวงด้วย ชนิดของแผนที่ 1. แบ่งตามรายละเอียดที่ปรากฏให้เห็นบนแผนที่ เช่น 1.1. แผนที่ลายเส้น (Line Map) รายละเอียดที่ปรากฏเป็นป็ลายเส้นตรงหรือรืเส้นโค้ง อื่นๆ 1.2. แผนที่แบบผสม (Annotated Maps) ผสมระหว่าว่งภาพถ่ายกับลายเส้นเน้นถนน ตัวอย่าง แผนที่ลายเส้น ตัวอย่าง แผนที่แบบผสม


องค์ประกอบแผนที่ 1. ชื่อประเภทของแผนที่ 2. ทิศทาง 3. ขอบระวาง 4. สัญลักษณ์ 5. มาตราส่วน 6. เส้นโครงบนแผนที่ 7. พิกัดภูมิศาสตร์ ชนิดของแผนที่ 1. แผนที่ทั่วทั่ไป 2. แผนที่อ้างอิง 3. แผนที่เฉพาะเรื่อรื่ง 3.1 แผนที่รัฐกิจ (political map) 3.2 แผนที่ภูมิอากาศ (climatic map) 3.3 แผนที่ธรณีวิทวิยา (geologic map) 3.4 แผนที่การถือครองที่ดิน (cadastral map) 3.5 แผนที่พืชพรรณธรรมชาติ (natural vegetation map) 3.6 แผนที่ท่องเที่ยว (tourist map) ชื่อของแผนที่ มาตราส่วน ขอบระวาง สัญลักษณ์กำ หนดทิศ ทิศทาง เส้นโครงแผนที่ พิกัดทางภูมิศาสตร์


เครื่อรื่งมือทางภูมิศาสตร์ประเภทใช้หาข้อมูลได้แก่ เข็มทิศ เครื่อรื่งมือวัดพื้นที่ เทปวัดระยะทาง เครื่อรื่ง ย่อขยายแผนที่ กล้องวัดระดับ กล้องสามมิติ กล้องสามมิติแบบพกพา และเครื่อรื่งมือวัดลักษณะ อากาศแบบต่างๆ เช่น เทอร์โมมิเตอร์ บาโรมิเตอร์ และเครื่อรื่งวัดน้ำ ฝน เป็นป็ต้น 1.1 เข็มทิศ คือเครื่อรื่งมือที่แสดง จุดทิศหลัก ที่ใช้สำ หรับ การเดินเรือรืและการกำ หนดทิศทางด้าน ภูมิศาสตร์ โดยทั่วทั่ไปประกอบด้วยเข็มแม่เหล็กหรือรืส่วนประกอบอื่น ๆ อย่างหน้าปัดปั เข็มทิศหรือรืวงกลมแสดงทิศ ที่ใช้หมุนเพื่อจัดตำ แหน่งตัวเองไปที่ ทิศเหนือแม่เหล็ก ส่วนวิธีวิธีอื่น ๆ ได้แก่ ไจโรสโคป, แมกนีโตมิเตอร์ และตัวรับ จีพีเอส 1.2 เครื่อรื่งมือวัดระยะทางในแผนที่ เครื่อรื่งมือวัดวัระยะทางในแผนที่ (map measurer) เป็นเครื่อรื่งมือที่เหมาะสำ หรับวัดวัระยะ ทางคดเคี้ยวไปมา และทำ ให้ค่าความคาดเคลื่อนน้อย ลักษณะของเครื่อรื่งมือประกอบด้วย ลูกกลิ้งที่ปลายติดกับล้อที่เป็นหน้าปัดแสดงระยะทาง บนหน้าปัดมีเข็มเล็กๆคล้ายเข็ม นาฬิกา เข็มจัวิ่งวิ่ไปตามระยะที่ลูกกลิ้งหมุนไปมีด้ามสำ หรับจับ มีลักษณะคล้ายไม้บรรทัดทำ ด้วยโลหะยาวประมาณ 1 ฟุตฟุใช้สำ หรับวัดวัพื้นที่ใน แผนที่ โดยเครื่อรื่งจะคำ นวณให้ทราบค่าของพื้นที่และแสดงค่าบนหน้าปัด เเคครื่รื่รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่งงมืมืมือ มื อ มื อ มืที่ที่ที่ ที่ใที่ที่ใช้ช้ช้ห ช้ ห ช้ ห ช้ าาข้ข้ข้อ ข้ อ ข้ อ ข้ มูมูมูมู ล มู ล มู ลททาางงภูภูภูมิ ภู มิ ภู มิ ภู ศ มิ ศ มิ ศ มิาาสสตตร์ร์ร์ ร์ร์ร์ 1.3 เครื่อรื่งมือวัดพื้นที่ (Planimeter)


2.1 บารอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ คือ เครื่อรื่งมือที่ใช้วัดวัความดันของอากาศ บารอมิเตอร์มีหลายชนิด เช่น บารอมิเตอร์ปรอท แอนิรอยด์บารอมิเตอร์ อัลติมิเตอร์ บารอกราฟ เป็นต้น โดยแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ บารอเมิเตอร์แบบแอนิรอยด์ บารอมิเตอร์ เป็นเครื่อรื่งมือตรวจวัดวัความดันบรรยากาศ สำ หรับวัดวัค่าความกดดันที่เกิดจากแรงดันของอากาศ โดยใช้ของเหลวหรือรืวัสวัดุแข็ง ที่สัมผัสโดยตรงกับอากาศ การเปลี่ยนแปลงความกดดัน สามารถนำ ไปพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในช่วงเวลาสั้น ๆ การวัดวั ความกดดันอากาศหลายจุดนำ มาประมวลผลภายในการวิเวิคราะห์อากาศพื้นผิว ประโยชน์ เเคครื่รื่รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่ รื่ อ รื่งงมืมืมือ มื อ มื อ มืททาางงภูภูภูมิ ภู มิ ภู มิ ภู อ มิ อ มิ อ มิาากกาาศศ


เทอร์มอมิเตอร์ คือเครื่อรื่งมือสำ หรับวัดวัระดับความร้อน เมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว และหดตัวเมื่อคายความร้อน ของเหลวที่ใช้บรรจุใน กระเปาะแก้วของเทอร์มอมิเตอร์ คือปรอทหรือรืแอลกอฮอล์ 2.2 เทอร์มอมิเตอร์ เทอร์โมมิเตอร์สำ หรับวัดวัอุณหภูมิระดับมืออาชีพ เทอร์มอมิเตอร์ถูกใช้งานในด้านต่างๆ ได้แก่ งานด้านโยธา เครื่อรื่งกล การ แพทย์ การผลิต การควบคุมคุณภาพและการบำ รุงรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับการวัดวัอุณหภูมิที่แม่นยำ ข้อมูลอุณหภูมินี้ให้ข้อมูลที่สำ คัญ เช่นสภาพของเครื่อรื่งจักร ประสิทธิภาพของตู้เย็นหรือรืเครื่อรื่งปรับอากาศ ประโยชน์


เทอร์มอมิเตอร์ มี7ประเภท ดังนี้ เทอร์มอมิเตอร์แบบโพรบ (Probe type thermometer) แบบโพรบเป็นหนึ่งในชนิดที่พบได้ง่ายที่สุด ให้ความแม่นยำ สำ หรับการวัดวัอุณหภูมิสำ หรับอาหาร ของเหลวและตัวอย่างกึ่งของแข็ง โพรบ มักถูกติดตั้งด้วยปลายแหลมมักจะใช้เซ็นเซอร์แบบเทอร์โมคัปเปิ้ลหรือรืเทอร์มิสเตอร์ทำ ให้เหมาะสำ หรับการเจาะและการจุ่ม เหมาะอย่างยิ่ง สำ หรับใช้ในร้านอาหาร อาหารแช่แข็งเพื่อการทดสอบด้านสุขอนามัยร้านค้าปลีกและห้องปฏิบัติการ


เทอร์มอมิเตอร์วัดวัอุณหภูมิอินฟราเรด (Infrared Thermometer) เทอโมมิเตอร์อินฟราเรดเป็นหนึ่งในประเภทเครื่อรื่งวัดวัสำ หรับการวัดวัแบบไม่สัมผัส คุณสมบัติแบบไม่สัมผัสทำ ให้เป็นเครื่อรื่งมือที่ดีที่สุดสำ หรับการวัดวัอุณหภูมิ พื้นผิวที่สูงมากหรือรืต่ำ มาก โดยทั้วไปมีการกำ หนดเป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อแสดงศูนย์กลางของพื้นที่การวัดวัเป็นเครื่อรื่งวัดวัที่ซับซ้อนผู้ใช้ งานต้องศึกษาในเรื่อรื่ง D:S และเรื่อรื่งการแผ่รังสี เหมาะสำ หรับการใช้งานในสถานที่เช่นวัดวัความร้อนรถยนต์ หม้อน้ำ ระบบปรับอากาศ กระบวนการผลิต การสอบเทียบที่สอบกลับได้ในอุปกรณ์นี้รวมถึงความเข้าใจที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำ เป็น


เทอร์มอมิเตอร์แบบเทอร์โมคับเปิล แบบเทอร์โมคับเปิล K-Type เป็นชนิดพิเศษและเฉพาะอีกหนึ่งประเภท สามารถวัดวักับอุณหภูมิที่สูงมากๆ ในหลัก 1000 ℃ ได้ และพบมากที่สุดในห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม อุปกรณ์ประเภทนี้เหมาะสำ หรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำ สูง คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือมีหัววัดวัหลายรูปแบบที่รองรับการใช้งานไม่ว่าว่จะเป็นการวัดวัอุณหภูมิของแข็ง ของเหล็ว หรือรืก๊าซ


เครื่อรื่งบันทึกข้อมูลอุณหภูมิ (Data Logger) ช่วยให้สามารถบันทึกการวัดวัอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปิดใช้งานแล้วเครื่อรื่งจะบันทึก อุณหภูมิตามช่วงเวลาที่กำ หนดไว้แว้ละบันทึกลงในหน่วยความจำ และคุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลและดูข้อมูลบนกราฟ ในขณะที่บางรุ่น แสดงข้อมูลแบบเรียรีลไทม์ อุปกรณ์นี้เข้ากันได้กับพีซีแล็ปท็อปหรือรืแท็บเล็ต การออกแบบช่วยให้สามารถติดตามระดับความร้อนในพื้นที่ สำ คัญที่ต้องมีอุณหภูมิคงที่ สถานที่ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ห้องเก็บของ ระบบห้องเย็น การขนส่งและห้องปฏิบัติการ เครื่อรื่งบันทึกข้อมูลอุณหภูมิ Data Logger


ชนิดวัดวัอุณหภูมิ-ความชื้นอากาศอุปกรณ์ชนิดนี้ใช้ในการวัดวัอุณหภูมิและความชื้นของอากาศแวดล้อม ถูกใช้ในการวัดวัอุณหภูมิห้องโดยใช้ หลักการเซ็นเซอร์เทอร์มิสเตอร์ เหมาะสำ หรับพื้นที่ซึ่งจำ เป็นต้องมีการตรวจสอบ ควบคุมอุณหภูมิเช่นในสถานที่ทำ งาน โรงเรียรีน โรง พยาบาลและสถานที่ทั่วไป เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิ-ความชื้นอากาศ


ฉลากบ่งชี้อุณหภูมิเป็นป็อุปกรณ์วัดอุณหภูมิชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ ฉลากเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำ หรับใช้ในกระบวนการที่ต้องการค่า อุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจงเช่นการฆ่าเชื้อ สำ หรับการบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าว่เมื่อใดที่มีค่าอุณหภูมิเกิน เหมาะสำ หรับโรงเบียร์เพื่อตรวจสอบ ถังระหว่าว่งการต้ม เป็นป็ต้น ฉลากบ่งชี้อุณหภูมิ เทอร์โมสแกนหรือรืกล้องถ่ายภาพความร้อน เทอร์โมสแกนอุปกรณ์ชนิดนี้ใช้ในการวัดอุณหภูมิโดยใช้หลักการของอินฟราเรดและแปลข้อมูลเป็นป็ภาพความร้อน กล้องถ่ายภาพความร้อน ช่วยให้สามารถระบุพื้นที่ร้อนและเย็นได้ทันทีผ่านภาพถ่ายความร้อน เหมาะสำ หรับการตรวจจับปัญปัหาที่ซ่อนอยู่เช่นการสำ รวจอาคารเพื่อ ค้นหาความชื้นและการรั่วไหล ระบุการสูญเสียพลังงานและฉนวนที่ไม่ดีและข้อบกพร่องทางไฟฟ้าฟ้เป็นป็ต้น


2.3 ไซโครมิเตอร์ ประโยชน์ ไซโครมิเตอร์ (Psychrometer) คือ เครื่อรื่งวัดวัอุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์แบบกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง อุณหภูมิกระเปาะ เปียก (Wet Bulb) คือ อุณหภูมิที่อ่านจากเทอร์โมมิเตอร์ที่ตัวกระเปาะหุ้มด้วยผ้าที่ชื้น อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (Dry Bulb) คือ อุณหภูมิที่อ่านจากเทอร์โมมิเตอร์ที่ตัวกระเปาะอยู่ในอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ส่วนไซโครมิเตอร์ เป็นไฮโกรมิเตอร์ชนิดหนึ่ง ใช้สำ หรับวัดวัค่าความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเช่นกัน โดยมีเทอร์มอมิเตอร์สองอัน อันหนึ่งเป็นกระเปาะเปียก ซึ่งจะมีผ้าเปียกหุ้มอยู่ที่ปลายกระเปาะใช้วัดวัความชื้น ส่วนอีกอันเป็นกระเปาะแห้งใช้วัดวัอุณหภูมิ


ไฮโกรมิเตอร์ เป็นเครื่อรื่งมือที่ใช้ในการวัดวั ปริมริาณของไอน้ำ ที่อยู่ในอากาศ สามารถวัดวัความชื้นสัมพัทธ์ในช่วง 0 ถึง 100% RH แต่เครื่อรื่งมือ วัดวัส่วนใหญ่ช่วงการวัดวัจะขึ้นกับชนิดของเซ็นเซอร์ ความชื้นสัมพันธ์จะแสดงเป็นอัตราส่วนของปริมริาณของไอน้ำ ที่มีอยู่ในอากาศหรือรืก๊าซ ปริมริาณที่ถึงจุดอิ่มตัว 100% 2.4ไฮโกรมิเตอร์


2.5 มาตรวัดลม Anemometerถูกออกแบบมาสำ หรับการตรวจวัดวัความเร็วลม ความดันลม ทิศทางลมและการไหลของลม Anemometerเป็นเครื่อรื่งมือวัดวัสำ หรับสถานีภูมิอากาศทั่วไป การประมาณความเร็วลมเป็นสิ่งจำ เป็นที่สุดในการพิจารณา สภาพอากาศ และยังสำ คัญสำ หรับงานวิศวิวกรรมเครื่อรื่งกลเพื่อวัดวัการไหลของอากาศในระบบปรับอากาศ เครื่อรื่งวัดวัความเร็วลมแบบใบพัด (Windmill Anemometer) การใช้งานจะต้องวางในที่ทิศทางลมจะพัดผ่านใบพัด เมื่อลมหมุนใบพัด รอบการหมุนของใบพัดจะถูกคำ นวณเป็นค่าความเร็วลมออกมา ประโยชน์


มาตรวัดวัลม มี4ประเภท ดังนี้ เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบใบพัด (Windmill Anemometer) การใช้งานจะต้องวางในที่ทิศทางลมจะพัดผ่านใบพัด เมื่อลมหมุนใบพัด รอบการหมุนของใบพัดจะถูกคำ นวณเป็นป็ค่าความเร็วลมออกมา เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบเทอร์โมอิเล็กทริคริ (Hot Wire Anemometer) ใช้เส้นลวดเล็กๆ ซึ่งถูกทำ ให้อุณหภูมิสูงกว่าว่อากาศโดย รอบ เมื่อลมพัดทำ ให้เส้นลวดเย็นลง ความเร็วลมนั้นนั้มีผลกระทบต่ออัตราที่ลวดสูญเสียความร้อน โดยความเร็วลมจะถูกคำ นวณจาก กระแสไฟฟ้าฟ้ที่จำ เป็นป็ ในการรักษาอุณหูมิลวดให้คงที่ เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบใบพัด เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบเทอร์โมอิเล็กทริคริ


เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบถ้วย (Cup Anemometer) เป็นป็เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบแรกที่ถูกนำ มาใช้งาน ประกอบด้วยเสาและแขน 3-4 แขนติดอยู่กับปลายเสา เมื่อลมพัดผ่านจะทำ ให้แขนทั้งทั้หมดหมุนรอบเสา เสาหรือรืเพลาจะเชื่อมต่อกับเครื่อรื่งกำ เนิดไฟฟ้าฟ้ ปริมริาณของกระแส ไฟฟ้าฟ้ที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วลม ซึ่งสามารถคำ นวณกลับมาเป็นป็ค่าความเร็วลมได้ เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic Anemometer) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการวัดความเร็วลม เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบถ้วย เครื่อรื่งวัดความเร็วลมแบบอัลตร้าโซนิค


2.6 เครื่อรื่งวัดฝน เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝน (Rain gauge) คือเครื่อรื่งมือวัดวัที่ถูกใช้โดยนักอุตุนิยมวิทวิยาและอุทกวิทวิยาเพื่อวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝน มักจะมี หน่วยเป็นมิลลิเมตรหรือรืนิ้ว เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนเป็นเครื่อรื่งมืออุตุนิยมวิทวิยสำ หรับวัดวัความลึก ของน้ำ ฝนในพื้นที่หนึ่งตารางเมตร การวัดวัน้ำ ฝน1 มิลลิเมตร จะเทียบเท่าปริมริาณน้ำ ฝน 1 ลิตรต่อตารางเมตร ประโยชน์ ความเข้มของน้ำ ฝน เวลามันตกหนัก มันจะเกิดการสะสมของปริมริาณน้ำ ฝน ซึ่งถ้าเราไม่มีการวัดวัเราจะไม่รู้เลยว่าว่ที่ผ่านมาวันวัๆ หนึ่งฝนมันได้ตกไปเท่าไหร่แล้ว ประโยชน์คือ อย่างเช่น พท ตามที่ลาดชันบนเขา ปริมริาณน้ำ ฝนสามารถคาดคะเนได้ว่าว่ความ เข้มน้ำ ฝนเท่านี้เท่านั้น( หน่วย mm) เป็นระดับวิกวิฤตที่ต้องเตือนภัย ชาวบ้านให้เตรียรีมเฝ้าระวังวัภัยพิบัติ


เครื่อรื่งวัดน้ำ ฝน มี 2 ประเภท ดังนี้ เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนแบบดิจิตอล มีเซ็นเซอร์วัดวัน้ำ ฝนที่เก็บและวิเวิคราะห์ข้อมูลปริมริาณน้ำ ฝน สามารถเทน้ำ ทิ้งได้อัตโนมัติ และส่งข้อมูลแบบไร้สาย ได้ไกลมากกว่าว่ 100 เมตรจากหน้าจอแสดงผล ซึ่งท่านสามารถอ่านข้อมูลได้จากภายในบ้าน กระบอกเก็บปริมริาณควรติดตั้งอยู่บนแท่นวาง เหนือระดับพื้นผิว และห่างจากสิ่งกีดขวางหรือรืรบกาวนอื่นๆ เช่นต้นไม้, หลังคาที่ ยื่นออกมา เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนแบบดิจิตอลได้รวมเอาคุณสมบัติการเก็บข้อมูล และแจ้งเตือนเกี่ยวกับสภาวะน้ำ ท่วม เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนแบบอนาล็อก หรือรืแบบแมนนวล (Manual) โดยทั่วไปจะประกอบด้วยกระบอกเก็บน้ำ ฝนซึ่งทำ ด้วยอะคริลิริลิก หรือรืแก้ว และมีหน่วยเป็นนิ้ว และ เซนติเมตร หรือรืมิลลิเมตร แสดงชัดเจน อุปกรณ์ควรจะถูกวางเหนือพื้นดิน สามารถเข้าถึงได้ง่าย และไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ วางอยู่บนเครื่อรื่ง วัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนแบบอนาล็อก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความแม่นยำ ในการวัดวัค่าปริมริาณน้ำ ฝน เครื่อรื่งวัดวั ปริมริาณน้ำ ฝนแบบอนาล็อกจะมีขนาดและความจุแตกต่างกัน เช่นบางรุ่นถูกผลิตเพื่อการตกแต่งพื้นที่ภายนอกอาคาร และบางรุ่น อาจจะมีสเกลบอกปริมริาณน้ำ ขนาดใหญ่เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านจากระยะไกล


เเททคคโโนนโโลลยียียีแ ยี แ ยี แ ยี ลละะสสาารรสสนนเเททศศใในนกกาารรศึศึศึ ศึ ก ศึ ก ศึ กษษาาภูภูภูมิ ภู มิ ภู มิ ภู ศ มิ ศ มิ ศ มิ าาสสตตร์ร์ร์ ร์ร์ร์ คือ ศาสตร์สารสนเทศที่เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีทางด้านการสารวจ การทาแผนที่ และการวิเวิคราะห์ข้อมูลเชิง พื้นที่เข้าด้วยกัน เพื่อศึกษา เกี่ยวกับพื้นที่บนโลก การรับรู้จากระยะไกลเป็นป็เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกคุณลักษณะของวัตถุต่างๆ จากการสะท้อนหรือรืการแผ่รังสีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าฟ้ โดยไม่ต้องสัมผัสวัตถุนั้นนั้โดยตรงองค์ประกอบสำ คัญในการเก็บข้อมูลโดยการรับรู้จากระยะไกล ได้แก่ เครื่อรื่งมือที่ใช้วัดค่าพลังงานแม่ เหล็กไฟฟ้าฟ้ที่สะท้อนจากวัตถุต่างๆ เรียรีกว่าว่เครื่อรื่งวัดจากระยะไกล การรับรู้จากระยะไกล 1.รูปถ่ายทางอากาศ รูปภาพของลักษณะภูมิประเทศที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลก ที่ได้มาจากการถ่ายภาพทางอากาศด้วยวิธีวิธีการนำ กล้องถ่ายรูป มาติดกับอากาศยานที่บินไปเหนือภูมิประเทศบริเริวณที่ต้องการถ่ายภาพ 2.ภาพจากดาวเทียม เกิดจากการบันทึกข้อมูลเชิงเลขจากดาวเทียมที่ติดตั้งอุปกรณ์ อาศัยกระบวนการบันทึกพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ สะท้อนหรือรืส่งผ่านจากวัตวัถุแล้วส่งข้อมูลเหล่านั้นมายังสถานีภาคพื้นดิน ชนิดของข้อมูลการรับรู้จากระยะไกล รูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม


เป็นกระบวนการนำ ระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยการจัดเก็บ ปรับปรุง วิเวิคราะห์และแสดงผล การวิเวิคราะห์ข้อมูลออกมาในรูปเเบบต่างๆ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบกำ หนดตำ เเหน่งบนพื้นโลก คือการนำ คลื่นสัณญาณวิทวิยุและรหัสจากดาวเทียมบอกตำ เเหน่งมาบอกพิกัดของสิ่งต่างๆ บนพื้นโลก ระบบดังกล่าวเกิดจาก ดาวเทียมจำ นวน 24 ดวง ขึ้นสู่ห้วงอาวกาศที่ระดับความสูงประมาณ 20,200 กิโลเมตร


อินเทอร์เน็ต เรียรีกอีกอย่างหนึ่งว่าว่ ไซเบอร์สเปซ์ หมายถึง ระบบเครือรืข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นป็จำ นวนมาก ครอบคลุมไปทั่วทั่โลกโดย อาศัยโครงสร้างระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นป็ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเครื่อรื่นย้ายข้อมูลข่าวสารทั้งทั้ตัวหนังสือ ภาพและเสียงได้อย่างไม่มีกำ หนดระยะทางและเวลา โดยใช้ ระบบโทรคมนาคมเป็นป็ตัวเชื่อมเครือรืข่าย ทำ ให้คนทั่วทั่โลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องเดินทางไปหากัน


Click to View FlipBook Version