รายงาน
เร่ือง จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ ุสภาสำหรับผู้บริหาร
จดั ทำโดย
พระมหายทุ ธพงศ์ กติ ฺตวิ ฑฒฺ โก เลขที่ ๑
พระปลดั สรุ ชยั จตตฺ มโล เลขท่ี ๒
พระปลดั พนิ โย ภูรปิ ญฺโ เลขท่ี ๓
เสนอ
พระปลัดโฆษติ โฆสิโต, ดร.
รายงานน้เี ปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษาในรายวิชาคุณธรรม จรยิ ธรรม
และจรรยาบรรณวิชาชพี
หลกั สตู รครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าพทุ ธบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช
จรรยาบรรณวิชาชีพครุ ุสภาสำหรับผู้บริหาร ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
วิชาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงจรรยาบรรณวิชาชีพคุรุสภาสำหรับผู้บริหาร โดยมีเนื้อหา
ดังน้ี ๑) ความหมายของจรรยาบรรณ ๒) ความหมายของจรรยาบรรณวิชาชีพครู ๓) ความสำคัญของ
จรรยาบรรณแห่งวิชาชพี ครู ๔) ความเป็นมาของจรรยาบรรณครูไทย และ ๕) จรรยาบรรณวิชาชพี คุรุ
สภาสำหรบั ผ้บู ริหาร
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่นิสิต คณาจารย์
และบุคคลผู้สนใจทั่วไป หากมีสิ่งหนึ่งประการใดที่ผิดพลาดในรายงานฉบับนี้ คณะผู้จัดทำขออภัยมา
ณ ท่นี ี้ดว้ ย
คณะผจู้ ัดทำ
จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ สุ ภาสำหรบั ผู้บรหิ าร ข
สารบัญ หน้า
เรอื่ ง ก
ข
คำนำ ๑
สารบญั ๒
ความหมายของจรรยาบรรณ ๓
ความหมายของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู ๔
ความสำคัญของจรรยาบรรณแหง่ วิชาชพี ครู ๑๔
ความเป็นมาของจรรยาบรรณครไู ทย ๑๖
จรรยาบรรณวชิ าชีพคุรุสภาสำหรับผบู้ รหิ าร
อา้ งอิง
จรรยาบรรณวชิ าชีพคุรุสภาสำหรบั ผู้บรหิ าร ๑
ความหมายของจรรยาบรรณ
จรรยาบรรณ เป็นคำสมาสระหว่าง “จรรยา” มีความหมายเช่นเดียวกับ “จริยา” หมายถึง
ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรปฏิบัติ สิ่งที่พึงปฏิบัติหรือสิ่งที่ต้องปฏิบัติในวงการวิชาชีพข้ันต่าง ๆ
นิยมใช้คำว่า “จรรยา”แปลว่า จริยาที่ควรปฏิบัติในหมู่คณะ ส่วนคำว่า “บรรณ” แปลว่า “เอกสาร
หรือหนังสือ” เมื่อรวมคำ ๒ คำนี้เข้าด้วยกัน เป็นคำใหม่ว่า “จรรยาบรรณ” จึงมีความหมายว่า ความ
ประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ กำหนดข้ึนเพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของวิชาชีพน้ัน ๆ โดย
บญั ญัตไิ วเ้ ปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ (๒๕๕๔ : ๑) ได้นิยามความหมาย
ของ “จรรยา” ไว้ว่าเป็นคำนาม คือความประพฤติกิริยาที่ควรประพฤติในหมู่คณะ เป็นคำที่นิยมใช้
ในทางที่ดี เช่น จรรยาบรรณแพทย์ ส่วนคำว่า “จรรยาบรรณ” หมายถึง ประมวลความประพฤติท่ี
ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอยา่ งกำหนดขึ้น เพือ่ รักษาและสง่ เสรมิ เกียรตคิ ุณช่ือเสียงและฐานะของ
สมาชิก อาจเขยี นเปน็ ลายลกั ษณ์อักษรหรอื ไม่ก็ได้
กลั ยาณี สูงสมบัติ (๒๕๕๐ : ๑) กลา่ วว่า จรรยาบรรณ คอื กรอบหรือแนวทางในการประพฤติ
ปฏิบัติที่ดีงามของการประกอบอาชีพในสาขาต่าง ๆ หรือรูปแบบในการดำรงตนของคนในกลุ่ม สังคม
หมู่คณะ หรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากการแสดงออกในแนวทางที่ถูกต้องที่สังคมยอมรับแล้ว
การมีจิตสำนึกที่ดี มีจิตใจงาม มีความเมตตา โอบอ้อมอารี ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของ
ผปู้ ระกอบสัมมาอาชีพ หรอื การดำรงตนท่ีจะส่งผลต่อชื่อเสียง เกียรตยิ ศและความมคี ุณธรรมของแต่ละ
บุคคล หรือผู้ประกอบการหรือกลุ่มสังคมน้ัน ๆ ที่สามารถจะมองเห็นเปน็ รูปธรรมได้
ศนู ย์การศึกษานอกระบบโรงเรียนจงั หวัดลำพนู (๒๕๕๔ : ๑) กลา่ วว่า จรรยาบรรณ หมายถึง
มาตรฐานในการตัดสนิ ใจท่ีจะประพฤติปฏบิ ตั ิอย่างมีคุณธรรมในการปฏิบตั ิหน้าที่ต่าง ๆ ที่แต่ละคนใน
สังคมต้องรับผิดชอบ ซึ่งมาตรฐานน้ันอาจจะได้มาจากระเบียบ ข้อบังคับ ค่านิยมของสังคม จารีต
ประเพณขี นบธรรมเนยี ม รวมท้ังจากการศึกษาและประสบการณ์การเรยี นรู้
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (๒๕๕๑ : ๑) ให้
ความหมายของจรรยาบรรณ คือ หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและ
จริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลข้ึนเป็นหลัก เพื่อให้
สมาชิกในสาขาวิชาชีพน้ัน ๆ ยึดถือปฏิบัติโดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝังและเสริมสร้างให้สมาชิกมี
จิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควรและมุ่งหวังให้สมาชิกได้
ยดึ ถอื เพ่ือรกั ษาช่อื เสยี งและสง่ เสริมเกยี รตคิ ุณของสมาชกิ และสาขาวชิ าชีพของตน
จรรยาบรรณวชิ าชีพคุรุสภาสำหรบั ผูบ้ รหิ าร ๒
ดงั นัน้ จากการศกึ ษาความหมายของจรรยาบรรณ จากนานาทศั นะได้ข้อสรปุ ว่า จรรยาบรรณ
หมายถึง ข้อกำหนดแห่งความประพฤติสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นศาสตร์ช้ันสูงอันมีองค์กรหรือ
สมาคมรองรับ และผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องประพฤติปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่วิชาชีพนั้น ๆ ได้
กำหนดไวเ้ พอ่ื รกั ษาและส่งเสรมิ เกยี รติคณุ ชอื่ เสยี งและฐานะของสมาชกิ ในองค์กรน้นั
ความหมายของจรรยาบรรณวิชาชีพครู
ยนต์ ชุ่มจิต (๒๕๔๑ : ๑๙๗) กล่าวว่า จรรยาบรรณของครู หมายถึง ประมวลความประพฤติ
หรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรปฏิบัติ เพื่อรักษาส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะ
ของความเป็นครู
อดิศร ก้อนคำ (๒๕๕๑ : ๑) จรรยาบรรณวิชาชีพครู หมายถึง ประมวลพฤติกรรมที่กำหนด
ลักษณะมาตรฐานการกระทาของครู อันจะทำให้วิชาชีพครูก้าวหน้าอย่างถาวร โดยที่ครูจะต้อง
ดำเนินการเรียนการสอนโดยการยึดจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ต่อผู้เรียน และต่อตนเอง ในการทำหน้าท่ี
ของครูใหส้ มบูรณ์
สุเทพ ธรรมะตระกูล (๒๕๕๕ : ๙) สรุปความหมาย จรรยาบรรณวชิ าชพี ครู เปน็ แนวทางหรือ
ข้อกำหนดที่ครูพึงปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยจรรยาบรรณต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้รับบริการ ต่อผู้ร่วม
ประกอบวชิ าชพี และต่อสังคม
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ (๒๕๕๗ : ๑) ให้ความหมายของ จรรยาบรรณวิชาชีพครู คือ กฎแห่ง
ความประพฤตสิ ำหรบั สมาชิกวชิ าชีพครู ซ่ึงองคก์ รวิชาชพี ครูเปน็ ผกู้ ำหนด และสมาชิกในวิชาชีพทุกคน
ตอ้ งถือปฏิบัติโดยเครง่ ครัด หากมีการละเมดิ จะมกี ารลงโทษ
ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ (ราชกิจจานุเบกษา, ๒๕๕๖)
กำหนดความหมายของจรรยาบรรณของวิชาชีพ หมายความว่า มาตรฐานการปฏิบัติตนที่กำหนดข้ึน
เป็นแบบแผนในการประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและ
ส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง และฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่
ผู้รบั บรกิ ารและสงั คม อนั จะนำมาซง่ึ เกียรติและศกั ดศ์ิ รีแห่งวิชาชพี
สรุป จรรยาบรรณวิชาชีพครู หมายถึง กฎแห่งความประพฤติที่องค์กรวิชาชีพครูกำหนดขึ้น
ใหค้ รปู ระพฤติปฏิบัตติ ามในแนวทางที่ถูกต้อง เพอื่ รกั ษาและส่งเสรมิ เกยี รติคุณ ช่ือเสียง และฐานะของ
สมาชิกครู
จรรยาบรรณวชิ าชพี ครุ สุ ภาสำหรบั ผู้บรหิ าร ๓
ความสำคัญของจรรยาบรรณแห่งวชิ าชีพครู
รัตนวดี โชตกิ พนชิ (๒๕๕๐ : ๑) จรรยาบรรณมคี วามสำคญั ดังน้ี
๑) ช่วยควบคุมมาตรฐาน รับประกันคุณภาพที่ถูกต้องในการประกอบอาชีพ ในการผลิตและ
การคา้
๒) ช่วยควบคุมจริยธรรมของผูป้ ระกอบอาชีพ
๓) ช่วยส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพและปริมาณที่ดี มีคุณค่าและเผยแพร่ให้รู้จักเป็นที่นิยม
เชือ่ ถือ
๔) ช่วยสง่ เสรมิ จริยธรรมของผปู้ ระกอบอาชพี
๕) ชว่ ยลดปญั หาอาชญากรรม ลดปญั หาการคดโกง เอารดั เอาเปรียบ เหน็ แก่ตัวและแก่ได้
๖) ช่วยเนน้ ให้เหน็ ชดั เจนยงิ่ ขึ้นในภาพพจนท์ ีด่ ขี องผมู้ ีจริยธรรม
๗) ช่วยทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิตามกฎหมายสำหรับผู้ประกอบอาชีพให้เป็นไปถูกต้อง ตาม
ทำนองคลองธรรม
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ (๒๕๕๗ : ๑) จรรยาบรรณวิชาชีพครู มีความสำคัญต่อวิชาชีพครู
เช่นเดียวกับท่ีจรรยาบรรณวชิ าชีพ มคี วามสำคัญต่อวิชาชีพอื่น ๆ ซ่ึงสรปุ ได้ ๓ ประการ คอื
๑) ปกป้องการปฏิบัตงิ านของสมาชิกในวิชาชพี
๒) รกั ษามาตรฐานวชิ าชพี
๓) พัฒนาวชิ าชีพ
จากการศึกษาความสำคัญของจรรยาบรรณครูที่กล่าวมาข้างต้น สามารถได้ข้อสรุปว่า
จรรยาบรรณครมู ีความสำคัญต่อผูป้ ระกอบวิชาชีพครู ดงั นี้
๑) ช่วยควบคุมมาตรฐานคณุ ภาพของครูใหค้ รมู คี ณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งด้านการประพฤติ
ปฏบิ ตั ิตนและจริยธรรมของครู
๒) ช่วยส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพและปริมาณที่ดีมีคุณค่าสู่สังคม ทำให้ครูได้รับความเชื่อถือ
ศรทั ธาจากผู้พบเหน็
๓) ช่วยพทิ ักษส์ ทิ ธใิ นการประกอบวิชาชพี ครูและควบคมุ มาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
๔) ช่วยลดปัญหาความประพฤติปฏิบัติของครูที่ไม่เหมาะสมไม่สมควร ผิดหลักศีลธรรม
คุณธรรม เช่น ความประพฤติผิดทางเพศ การทำรา้ ยร่างกายเด็ก การเอารัดเอาเปรยี บเดก็
จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ สุ ภาสำหรับผ้บู รหิ าร ๔
๕) ช่วยเนน้ ภาพลักษณ์ของครูทีม่ ีคุณธรรมจริยธรรมให้เห็นเดน่ ชัดยิ่งขึ้น เช่น ความรัก ความ
เมตตา ความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานและอาชีพ
ความโอบอ้อมอารี
๖) ช่วยรกั ษาชือ่ เสยี ง เกยี รติยศ และศกั ดิ์ศรีของผู้อยใู่ นวงการวชิ าชีพ
๗) ช่วยให้ครูไดต้ ระหนักรู้ในความสำคญั ของบทบาทหนา้ ท่ี และภาระงานของตนต่อสงั คม
๘) ช่วยปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์และการประพฤติปฏิบัติตนของครูให้ถูกต้องตาม
ครรลองครองธรรม
ความเปน็ มาของจรรยาบรรณครูไทย
อาชีพทุกสาขาต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของตนกำหนดไว้ เช่นเดียวกับอาชีพครู แต่ใน
สมัยโบราณอาชีพครไู ทยยังไมม่ ีจรรยาบรรณเป็นลายลกั ษณอ์ ักษร ครไู ทยจะยดึ ถอื เอาแนวคำสอนตาม
พระพุทธศาสนาเป็นหลักปฏิบัติต่อ ๆ มา จนกระทั่งใน พ.ศ. ๒๕๐๖ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ซึ่งเป็น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภาในสมัยนั้น ได้ออก
ระเบียบจรรยาบรรณสำหรับครไู ทยขึ้นมา ๒ ฉบับพร้อมกันเปน็ ครงั้ แรกและยกเลิกไป
๑. จรรยาบรรณครู พ.ศ. ๒๕๐๖ (ฉบบั ที่ ๑)
ระเบยี บคุรสุ ภาว่าดว้ ยวินยั ตามระเบยี บประเพณีของครู มีสาระสำคญั ดังนี้
๑.๑ ครูตอ้ งสนับสนุนและปฏบิ ัตติ ามนโยบายของรัฐบาลด้วยความบริสุทธ์ใิ จ
๑.๒ ครตู ้องตั้งใจปฏิบตั หิ น้าที่ของครูให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ ระมัดระวงั รักษา
ประโยชนข์ องสถานศึกษา
๑.๓ ครูต้องสุภาพเรียบร้อย เชื่อฟัง และไม่แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อ
ผู้บังคับบัญชา ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามคำสั่งผูบ้ ังคบั บัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบ
ด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษาในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ห้ามมิให้กระทำข้าม
ผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาต เป็น
พเิ ศษชวั่ คร้ังช่วั คราว
๑.๔ ครูต้องอทุ ศิ เวลาของตนให้สถานศกึ ษา จะละทิ้งหรือทอดทง้ิ หนา้ ท่กี ารงานมไิ ด้
๑.๕ ครูต้องประพฤตติ นอยู่ในความสจุ รติ และปฏิบตั ิหน้าท่ีของตนด้วยความซื่อสัตย์
เท่ยี งธรรม
จรรยาบรรณวชิ าชพี ครุ ุสภาสำหรับผูบ้ ริหาร ๕
๑.๖ ครูต้องรักษาชื่อเสียงของครูมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามมิให้ประพฤติ
การใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์และชื่อเสียงของครู เช่น ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพ
เครื่องดองของเมาจนไม่อาจครองสติได้ มีหนี้สินรุงรัง หมกมุ่นในการพนัน กระทำผิดอาญา ประพฤติ
ผิดในทางประเวณีต่อบุคคลหรือคู่สมรสของผู้อื่น กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำอื่นใด อันอาจทำให้
เสอ่ื มเสยี เกยี รติศกั ด์ขิ องตำแหนง่ หน้าทข่ี องตน
๑.๗ ครตู อ้ งประพฤติตนเปน็ แบบอย่างท่ีดแี กศ่ ิษย์ และไมด่ ูหมิน่ เหยียดหยาม
๑.๘ ครูตอ้ งถอื และปฏิบตั ิตามแบบธรรมเนียมของสถานศึกษา
๑.๙ ครูต้องรักษาความสามัคคีระหว่างครูและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่
การงาน
๑.๑๐ ครตู ้องรักษาความลับของศิษย์ ผู้ร่วมงาน และสถานศึกษา
๒. จรรยาบรรณครู พ.ศ. ๒๕๐๖ (ฉบับท่ี ๒)
ระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรรยามารยาทตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ. ๒๕๐๖ (ฉบับที่ ๒)
มสี าระสาคัญ ดังนี้
๒.๑ ครคู วรมศี รัทธาในอาชพี ครูและใหเ้ กียรตแิ ก่ครูดว้ ยกนั
๒.๒ ครคู วรบำเพญ็ ตนให้สมกับทีไ่ ดช้ ่ือวา่ เป็นครู
๒.๓ ครใู ฝ่ใจศกึ ษาหาความร้คู วามชำนาญอยเู่ สมอ
๒.๔ ครตู ้ังใจฝกึ สอนศิษยใ์ ห้เป็นพลเมอื งดขี องชาติ
๒.๕ ครคู วรรว่ มมือกบั ผู้ปกครองในการอบรมสงั่ สอนเดก็ อย่างใกล้ชดิ
๒.๖ ครคู วรรจู้ กั เสยี สละและรับผิดชอบในหนา้ ทีก่ ารงานทั้งปวง
๒.๗ ครูควรรักษาชอื่ เสียงของคณะครู
๒.๘ ครูควรรู้จักมธั ยสั ถแ์ ละพยายามสร้างฐานะของตนเอง
๒.๙ ครคู วรยึดมน่ั ในศาสนาทตี่ นนบั ถอื และไมล่ บหลู่ศาสนาอ่ืน
๒.๑๐ ครูควรบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์แก่สังคม
ต่อมาจรรยาบรรณทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากจรรยาบรรณ พ.ศ. ๒๕๐๖ นี้มิได้
ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ คุรสุ ภาเกรงวา่ ครูอาจารย์จะเกิดความสบั สนในทางปฏบิ ัติ ดงั นน้ั คุรุสภา
จึงได้ปรับปรุงจรรยาบรรณครูขึ้นใหม่และประกาศใช้ใน พ.ศ. ๒๕๒๖ จรรยาบรรณฉบับนี้ได้ใช้
จรรยาบรรณวชิ าชีพครุ ุสภาสำหรับผูบ้ ริหาร ๖
ติดต่อกันมาถึง ๑๒ ปี ประกอบกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าทาง
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีได้เปล่ียนแปลงไปมาก จึงมีมติให้แกไ้ ขปรับปรุงจรรยาบรรณครเู พ่ือกำหนด
ระเบยี บว่าดว้ ยจรรยามารยาทและวินัย เพอื่ ให้ครูยึดถอื เปน็ แนวปฏบิ ตั แิ ละประพฤตติ นสืบไป
๓. จรรยาบรรณครู พ.ศ. ๒๕๒๖
จรรยามารยาทและวนิ ัยตามระเบียบประเพณีของครู ของคุรุสภา พ.ศ. ๒๕๒๖ มีสาระสำคัญ
ดังนี้ (คุรสุ ภา, ๒๕๒๖)
๓.๑ เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริยเ์ ป็นประมุขดว้ ย
ความบรสิ ทุ ธิ์ใจ
๓.๒ ยดึ มั่นในศาสนาท่ตี นนับถอื ไมล่ บหลดู่ หู มิ่นศาสนาอืน่
๓.๓ ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ อุทิศ
เวลาของตนใหแ้ ก่ศษิ ย์ จะละทง้ิ ทอดทงิ้ หนา้ ที่การงานมิได้
๓.๔ รักษาชื่อเสียงของตนมิให้ข้ึนชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อัน
อาจทำใหเ้ ส่ือมเสยี เกียรติและช่ือเสียงของครู
๓.๕ ถือปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศกึ ษา และปฏิบัติ
ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของ
สถานศึกษา
๓.๖ ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำ
ผลงานทางวชิ าการของตนไปใช้ในทางทจุ ริตหรือเปน็ ภยั ต่อมนษุ ยชาติ
๓.๗ ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการโดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงาน
ของตน และไมเ่ บียดบังใชแ้ รงงานหรอื นำผลงานของผู้อ่ืนไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน
๓.๘ ประพฤตอิ ยใู่ นความซื่อสัตย์สุจริต และปฏบิ ตั ิหน้าทข่ี องตนดว้ ยความเที่ยงธรรม
ไม่แสวงหาประโยชนส์ ำหรับตนเอง หรอื ผอู้ ่ืนโดยมชิ อบ
๓.๙ สุภาพเรียบร้อย ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์
ของผรู้ ่วมงาน และของสถานศึกษา
๓.๑๐ รกั ษาความสามคั คีระหวา่ งครู และช่วยเหลอื กนั ในหน้าทกี่ ารงาน
จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ สุ ภาสำหรับผ้บู รหิ าร ๗
ดังนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นครูจึงควรศกึ ษาจรรยาบรรณของครูใหเ้ ข้าใจอย่างถ่องแท้ ในแต่
ละข้อ เพอ่ื จะไดป้ ฏิบัติตาม นำมาซ่งึ ความเจริญกา้ วหน้าในอาชีพ เป็นบคุ คลท่คี วรแกก่ ารเคารพยกย่อง
ตามท่ีสังคมคาดหวงั ไว้
จากการศึกษาความเป็นมาของจรรยาบรรณครูไทย ได้ข้อสรุปว่า จรรยาบรรณครูมาจาก ๔
องค์ประกอบหลัก ดังนี้
๑) อุดมการณ์ครูซึ่งจัดได้ว่าเป็นหัวใจของความเป็นครู ได้แก่ ความรักความศรัทธาในวิชาชีพ
อุทิศตน เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ สว่ นตน
๒) เอกลกั ษณข์ องครู หมายถึง ลักษณะเฉพาะของครูหรือคุณสมบตั ิของครู ไดแ้ ก่ อดทน รู้จัก
ผ่อนปรนตอ่ ปัญหา สามารถควบคุมอารมณไ์ ดต้ ลอดเวลา รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทีแ่ ละตอ่ ตนเอง
๓) การปฏิบัติตนของครู คือ สิ่งที่ครูต้องถือปฏิบัติ ได้แก่ การรักษาความสามัคคี รักษา
ชือ่ เสียงของหมคู่ ณะ และสถานศึกษาทส่ี งั กัดอยู่
๔) จรรยามารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู ได้แก่ การเลื่อมใสการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยใจบริสทุ ธ์ิ ยึดมั่นในศาสนาทีต่ นนับถือ ไม่
ลบหลูด่ ูหม่นิ ศาสนาอ่ืน ต้งั ใจส่ังสอน อทุ ศิ เวลาให้แก่ศิษย์ ไม่ละทิ้งหนา้ ท่กี ารงาน รักษาชอื่ เสยี งของตน
มิให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติ และปฏิบัติตาม
ระเบยี บและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา
๔. จรรยาบรรณสำหรับครู ฉบับ พ.ศ. ๒๕๓๙
คุรุสภา (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, ๒๕๕๔ :๑) ได้ประกาศใช้ระเบียบคุรุสภาว่าด้วย
จรรยาบรรณครู พ.ศ. ๒๕๓๙ แทนระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรรยามารยาทและวินัยตามระเบียบ
ประเพณีครู พ.ศ. ๒๕๒๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ (๒๐) และมาตรา ๒๘ แห่ง
พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา จึงได้วางระเบียบไว้เป็น
จรรยาบรรณครู เพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพครู จรรยาบรรณที่กำหนดให้ครูปฏิบัติมา
จนถึงปัจจุบันนีม้ ีทั้งหมด ๙ ขอ้ ดังตอ่ ไปน้ี
๔.๑ ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจใน
การศกึ ษาเล่าเรยี นแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
หมายถึง การตอบสนองต่อความต้องการ ความถนัด ความสนใจของศิษย์ อย่างจริงใจ
สอดคล้องกับการเคารพ การยอมรับ การเห็นอกเห็นใจ ต่อสิทธิพื้นฐานของศิษย์เป็นที่ไว้วางใจเชื่อถอื
และชืน่ ชมได้ เปน็ ผลไปสกู่ ารพฒั นารอบด้านอย่างเทา่ เทยี มกัน พฤติกรรมทคี่ รแู สดงออก ได้แก่
จรรยาบรรณวิชาชีพคุรุสภาสำหรับผู้บรหิ าร ๘
๔.๑.๑ สร้างความรูส้ กึ เป็นมิตร เป็นที่พึ่งพาและไว้วางใจได้ของศษิ ยแ์ ต่ละคนและทุกคน เชน่
ให้ความเปน็ กนั เองกบั ศิษย์ รบั ฟงั ปัญหาของศิษย์ และใหค้ วามช่วยเหลือศิษย์ รว่ มทำกิจกรรมกับศิษย์
เป็นคร้งั คราวตามความเหมาะสม สนทนาไตถ่ ามทกุ ข์สุขของศษิ ย์
๔.๑.๒ ตอบสนองข้อเสนอและการกระทำของศิษย์ ในทางสร้างสรรค์ และตามสภาพปัญหา
ความตอ้ งการและศักยภาพของศษิ ยแ์ ตล่ ะคนและทุกคน เช่น สนใจคำถามและคำตอบของศิษย์ทุกคน
ให้โอกาสศิษย์แต่ละคนได้แสดงออกตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ช่วยแก้ไข
ข้อบกพร่องของศษิ ย์ รับการนัดหมายของศษิ ย์เกย่ี วกับการเรยี นรกู้ อ่ นงานอ่นื
๔.๑.๓ เสนอและแนะแนวทางการพัฒนาของศิษย์แต่ละคนและทุกคนตามความถนัด ความ
สนใจ และศักยภาพของศิษย์ เช่น มอบหมายงานตามความถนัด จัดกิจกรรมหลากหลายตามสภาพ
ความแตกต่างของศิษย์เพื่อให้แต่ละคนประสบความสำเร็จเป็นอยู่เสมอ แนะแนวทางที่ถูกให้แก่ศิษย์
ปรึกษาหารือกับครู ผู้ปกครอง เพือ่ นนกั เรยี น เพ่ือหาสาเหตุและวิธีแกป้ ัญหาของศิษย์
๔.๑.๔ แสดงผลงานที่ภูมิใจของศิษย์แต่ละคน และทุกคนทั้งในและนอกสถานศึกษา เช่น
ตรวจผลงานของศิษย์อย่างสม่ำเสมอ แสดงผลงานของศิษย์ในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ ประกาศ
หรอื เผยแพรผ่ ลงานของศิษยท์ ่ปี ระสบความสำเรจ็
๔.๒ ครูตอ้ งอบรมสง่ั สอนฝึกฝนสรา้ งเสริมความรู้ ทกั ษะ และนิสยั ทถี่ กู ต้องดีงามให้เกิดแก่
ศษิ ย์อยา่ งเต็มความสามารถด้วยความบรสิ ุทธิ์ใจ
หมายถึง การดำเนินงานตั้งแต่การเลือกกำหนดกิจกรรมการเรียนที่มุ่งผลต่อการพัฒนาในตัว
ศิษย์อย่างแท้จริง การจัดให้ศิษย์มีความรับผิดชอบ และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ตลอดจนการประเมิน
รว่ มกับศิษยใ์ นผลการเรยี นและการเพ่ิมพูนการเรยี นร้ภู ายหลังบทเรียนต่าง ๆ ด้วยความปรารถนาท่ีจะ
ใหศ้ ษิ ยแ์ ต่ละคนและทกุ คนพัฒนาได้อย่างเตม็ ศักยภาพและตลอดไป พฤติกรรมท่ีครูแสดงออกได้แก่
๔.๒.๑ อบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศิษย์อย่างมุ่งม่ัน
และตั้งใจ ตัวอย่างเช่น สอนเต็มเวลา ไม่เบียดบังเวลาของศิษย์ ไม่ไปหาผลประโยชน์ส่วนตนเอาใจใส่
อบรม สั่งสอนศิษย์จนเกิดทักษะในการปฏิบัติงาน อุทิศเวลาเพื่อพัฒนาศิษย์ตามความจำเป็นและ
เหมาะสม ไมล่ ะท้ิงชนั้ เรียนหรือขาดการสอน
๔.๒.๒ อบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศิษย์อย่างเต็ม
ศักยภาพ เช่น เลอื กใช้วธิ กี ารทีห่ ลากหลายในการสอนให้เหมาะสมกบั สภาพของศิษย์ ให้ความรู้โดยไม่
ปิดบัง สอนเต็มความสามารถ เปิดโอกาสให้ศิษย์ได้ฝึกปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ สอนเต็ม
ความสามารถและด้วยความเต็มใจ กำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย พัฒนาขึ้น ลงมือจัด เลือกกิจกรรมท่ี
นำสูผ่ ลจริง ประเมิน ปรบั ปรุง ใหไ้ ด้ผลจรงิ และภมู ใิ จเมือ่ ศิษย์มกี ารพฒั นา
จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ สุ ภาสำหรับผู้บรหิ าร ๙
๔.๒.๓ อบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศิษย์ด้วยความ
บริสุทธใิ์ จ เชน่ ส่งั สอนศษิ ย์โดยไม่บดิ เบือนหรือปดิ บัง อำพราง อบรมสั่งสอนศิษย์โดยไม่เลอื กที่รักมักท่ี
ชัง และมอบหมายงานและตรวจผลงานด้วยความยตุ ิธรรม
๔.๓ ครตู ้องประพฤติปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ดี แี ก่ศษิ ยท์ ั้งทางกาย วาจา และจติ ใจ
หมายถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างทด่ี ี การแสดงออกอย่างสมา่ เสมอของครูท่ีศิษย์
สามารถสงั เกตรับรู้ไดเ้ อง และเป็นการแสดงทีเ่ ป็นไปตามมาตรฐานแห่งพฤติกรรมระดบั สูงตามค่านิยม
คุณธรรม และวฒั นธรรมอันดงี าม พฤติกรรมท่คี รแู สดงออก ได้แก่
๔.๓.๑ ตระหนักว่าพฤติกรรมการแสดงออกของครูมีผลต่อการพัฒนาพฤติกรรมของศิษย์อยู่
เสมอ เช่น ระมัดระวังในการกระทำและการพูดของตนเองอยู่เสมอ ไม่โกรธง่ายหรือแสดงอารมณ์
ฉนุ เฉยี วตอ่ หนา้ ศิษย์ มองโลกในแง่ดี
๔.๓.๒ พูดจาสุภาพและสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับศิษย์และสังคม เช่น ไม่พูด
คำหยาบหรือกา้ วร้าว ไมน่ นิ ทาหรือพูดจาส่อเสยี ด พูดชมเชยให้กำลงั ใจศิษย์
๔.๓.๓ กระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี สอดคล้องกับคำสอนของตน และวัฒนธรรมประเพณีอนั
ดีงาม ตัวอย่างเช่น ปฏิบัติตนให้มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดีอยู่เสมอ แต่งกายสะอาดสุภาพเรียบร้อย
เหมาะสมกับกาลเทศะ แสดงกริ ยิ ามารยาทสุภาพเรียบร้อยอยูเ่ สมอ ตรงตอ่ เวลา แสดงออกซึ่งนิสัยท่ีดี
ในการประหยัด ซอ่ื สตั ย์ อดทน สามัคคี มวี นิ ัย รกั ษาสาธารณสมบัติและส่งิ แวดล้อม
๔.๔ ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ และสังคม
ของศิษย์
หมายถึง การไม่กระทำตนเป็นปฏิปกั ษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และ
สังคมของศิษย์ หมายถึง การตอบสนองต่อศิษย์ ในการลงโทษหรือให้รางวัลหรือการกระทำอื่นใดที่
นำไปสู่การลดพฤติกรรมที่พึงปรารถนา และการเพิ่มพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา พฤติกรรมที่ครู
แสดงออก ไดแ้ ก่
๔.๔.๑ ละเว้นการกระทำที่ทาให้ศิษย์เกิดความกระทบกระเทือนต่อจิตใจ สติปัญญา อารมณ์
และสังคมของศษิ ย์ เช่น ไม่นำปมดอ้ ยของศิษยม์ าล้อเลียน ไมป่ ระจานศิษย์ ไม่พูดจาหรอื กระทำการใด
ที่เป็นการซ้ำเติมปัญหาหรือข้อบกพร่องของศิษย์ ไม่นำความเครียดมาระบายต่อศิษย์ ไม่ว่าจะด้วย
คำพดู หรือสหี นา้ ท่าทาง ไมเ่ ปรยี บเทียบฐานะความเปน็ อยขู่ องศิษย์ ไมล่ งโทษศษิ ยเ์ กินกว่าเหตุ
๔.๔.๒ ละเว้นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของศิษย์ เช่น ละเว้นการ
กระทำที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของศิษย์ ไม่ทำร้ายร่างกายศิษย์ ไม่ลงโทษศิษย์เกินกว่า
ระเบยี บกำหนด ไม่จัดหรอื ปลอ่ ยปละละเลยให้สภาพแวดลอ้ มเป็นอันตรายต่อศษิ ย์
จรรยาบรรณวชิ าชพี คุรุสภาสำหรบั ผบู้ รหิ าร ๑๐
๔.๔.๓ ละเว้นการกระทำที่สกัดกั้นพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของ
ศิษย์ เช่น ไม่ตัดสินคำตอบถูกผิดโดยยึดคำตอบของครู ไม่ดุด่าซ้ำเติมศษิ ยท์ ีเ่ รยี นช้า ไม่ขัดขวางโอกาส
ให้ศิษยไ์ ดแ้ สดงออกทางสรา้ งสรรค์ และไม่ตงั้ ฉายาในทางลบให้แกศ่ ษิ ย์
๔.๕ ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าท่ี
ตามปกติ และไมใ่ ช้ศิษย์กระทำการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชนใ์ ห้แก่ตนโดยมชิ อบ
หมายถึง การไม่กระทำการใดที่จะได้มาซึ่งผลตอบแทนเกินสิทธิที่พึงได้จากการปฏิบัติหน้าท่ี
ในความรับผดิ ชอบตามปกติ พฤตกิ รรมท่คี รูแสดงออก ได้แก่
๔.๕.๑ ไม่รับหรือแสวงหาอามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์อันมิควรจากศิษย์ เช่น ไม่หารายได้
จากการนำสินค้ามาขายให้ศิษย์ ไม่ตัดสินผลงานหรือผลการเรียนโดยมีสิ่งแลกเปลี่ยน ไม่บังคับหรือ
สร้างเงื่อนไขให้ศษิ ย์ มาเรียนพิเศษเพือ่ หารายได้
๔.๕.๒ ไม่ใช้ศิษย์เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ให้กบั ตนโดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณหี รือความรูส้ ึกของสงั คม เช่น ไม่นำผลงานของศษิ ย์ไปแสวงหากำไรส่วนตน ไม่ใช้แรงงานศิษย์
เพอ่ื ประโยชนส์ ่วนตน ไม่ใช้หรือจ้างวานศษิ ย์ไปทำสิง่ ผิดกฎหมาย
๔.๖ ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการ
พฒั นาทางวชิ าการ เศรษฐกจิ สงั คม และการเมืองอยูเ่ สมอ
หมายถึง การพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการ
พัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ หมายถึง การใฝ่รู้ศึกษาค้นคว้า ริเร่ิม
สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม
การเมอื ง และเทคโนโลยี สามารถพฒั นาบุคลิกภาพและวสิ ยั ทศั น์ พฤติกรรมทค่ี รูแสดงออก ได้แก่
๔.๖.๑ ใส่ใจศึกษาค้นคว้า ริเริ่มสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับวิชาชีพอยู่เสมอ เช่น หา
ความรู้จากเอกสาร ตำรา และสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ จัดทำและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ตามโอกาส
เขา้ ร่วมประชมุ อบรม สัมมนา หรอื ฟังการบรรยาย หรอื อภปิ รายทางวชิ าการ
๔.๖.๒ มีความรอบรู้ ทันสมัย ทันเหตุการณ์ สามารถนำมาวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมาย
แนวทางพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การ
อาชีพ และเทคโนโลยี เช่น นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ประกอบการเรียนการสอน ติดตามข่าวสาร
เหตุการณ์บ้านการเมอื ง เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ วางแผนพฒั นาตนเองและพฒั นางาน
๔.๖.๓ แสดงออกทางร่างกาย กิริยา วาจาอย่างสง่างาม เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น รักษา
สุขภาพและปรับปรุงบุคลิกภาพอยู่เสมอ มีความเชื่อมั่นในตนเอง แต่งกายสะอาดเหมาะสมกับ
กาลเทศะและทันสมัย และมคี วามกระตอื รือร้น
จรรยาบรรณวชิ าชพี คุรสุ ภาสำหรบั ผบู้ รหิ าร ๑๑
๔.๗ ครยู ่อมรักและศรัทธาในวชิ าชีพครู และเปน็ สมาชิกท่ดี ขี ององค์กรวชิ าชพี ครู
หมายถึง การแสดงออกด้วยความชื่นชมและเชื่อมั่นในอาชีพครูด้วยตระหนักว่าอาชีพนี้เป็น
อาชีพที่มีเกียรติ มีความสำคัญและจำเปน็ ต่อสังคม ครพู งึ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความเต็มใจและภูมิใจ รวมท้ัง
ปกป้องเกียรติภูมิของอาชีพครู เข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนองค์กรวิชาชีพครู พฤติกรรมที่ครู
แสดงออก ไดแ้ ก่
๔.๗.๑ ครูเชื่อมั่น ชื่นชม ภูมิใจในความเป็นครูและองค์กรวิชาชีพครู ว่ามีความสำคัญและ
จำเป็นต่อสังคม เช่น ชื่นชมในเกียรติและรางวัลที่ได้รับและรักษาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ยกย่อง
ชมเชยเพอ่ื นครูทป่ี ระสบผลสำเรจ็ เกย่ี วกับการสอน เผยแพร่ผลสำเร็จของตนเองและเพื่อนครู แสดงตน
ว่าเปน็ ครูอยา่ งภาคภมู ิ
๔.๗.๒ เปน็ สมาชิกองค์กรวิชาชีพครูและสนับสนุนหรือเข้ารว่ มหรือเป็นผู้นำในกิจกรรมพัฒนา
วชิ าชีพครู เชน่ ปฏบิ ตั ติ ามเงื่อนไขขอ้ กำหนดขององค์กร รว่ มกจิ กรรมท่อี งคก์ รจดั ขน้ึ เปน็ กรรมการหรือ
คณะทำงานขององค์กร
๔.๗.๓ ปกปอ้ งเกยี รตภิ ูมิของครูและองค์กรวชิ าชีพ เชน่ เผยแพร่ประชาสมั พันธ์ผลงานของครู
และองค์กรวชิ าชีพครู เม่อื มีผ้เู ข้าใจผดิ เกยี่ วกับวงการวิชาชพี ครูก็ชแ้ี จงทำความเข้าใจให้ถูกตอ้ ง
๔.๘ ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ การช่วยเหลือเกื้อกูลครูและ
ชมุ ชนในทางสร้างสรรค์
หมายถึง การให้ความร่วมมือ แนะนำปรึกษาช่วยเหลือแก่เพื่อนครูทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว
และการงานตามโอกาสอยา่ งเหมาะสม รวมท้ังเขา้ ร่วมกิจกรรมของชุมชน โดยการใหค้ ำปรึกษาแนะนำ
แนวทางวิธีการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน พฤติกรรมที่ครู
แสดงออก ได้แก่
๔.๘.๑ ให้ความร่วมมือ แนะนำ ปรึกษาแก่เพื่อนครูตามโอกาสและความเหมาะสม เช่น ให้
คำปรกึ ษาการจดั ทำผลงานทางวิชาการใหค้ ำแนะนำการผลติ สื่อการเรียนการสอน
๔.๘.๒ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นทนุ ทรพั ยส์ ่งิ ของแด่เพื่อนครูตามโอกาสและความเหมาะสม เช่น
ร่วมงานกศุ ล ช่วยทรพั ย์เม่ือเพ่ือนครเู ดอื นร้อน จดั ตั้งกองทุนเพอ่ื ชว่ ยเหลือซึ่งกันและกัน
๔.๘.๓ เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางวิธีการปฏิบัติตน
ปฏิบัตงิ านเพอื่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น แนะแนวทางการปอ้ งกัน และกำจัดมลพิษร่วม
กจิ กรรมตามประเพณีของชมุ ชน
จรรยาบรรณวชิ าชพี คุรสุ ภาสำหรบั ผ้บู ริหาร ๑๒
๔.๙ ครพู ึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผ้นู ำในการอนรุ ักษ์และพัฒนาภูมปิ ัญญา และวัฒนธรรม
ไทย การเปน็ ผ้นู ำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทย
หมายถึง การริเริ่มดำเนินกิจกรรม สนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย โดย
รวบรวมข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์เลือกสรร ปฏิบัติตนและเผยแพร่ศิลปะ ประเพณี ดนตรี กีฬา
การละเล่น อาหาร เครื่องแต่งกาย เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การดำรงชีวิตตนและสังคม พฤติกรรม
ทีค่ รูแสดงออก ได้แก่
๔.๙.๑ รวบรวมข้อมูลและเลือกสรรภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่เหมาะสมมาใช้จัด
กิจกรรมการเรียนการสอน เช่น เชิญบุคคลในท้องถิน่ มาเปน็ วิทยากรนำภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่นมาใช้จัดการ
เรยี นการสอน นำศิษย์ไปศึกษาในแหล่งวทิ ยาการชุมชน
๔.๙.๒ เป็นผู้นำในการวางแผน และดำเนินการเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและ
วัฒนธรรม เช่น ฝึกการละเล่นท้องถิ่นให้แก่ศิษย์ จัดตั้งชมรม สนใจศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จัดทำ
พพิ ธิ ภัณฑใ์ นสถานศกึ ษา
๔.๙.๓ สนับสนุนส่งเสริมเผยแพร่และร่วมกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนอย่าง
สม่ำเสมอ เช่น รณรงค์การใช้สินค้าพื้นเมือง เผยแพร่การแสดงศิลปะพื้นบ้าน และร่วมงานประเพณี
ของท้องถน่ิ
๔.๙.๔ ศกึ ษาวิเคราะห์ วิจัยภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นเพือ่ นำผลมาใชใ้ นการจดั กิจกรรม
การเรียนการสอน เช่น ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก
ตำนานและความเชอ่ื ถอื นำผลการศึกษาวิเคราะห์มาใช้ในการเรียนการสอน
จรรยาบรรณครู ฉบับ พ.ศ. ๒๕๓๙ นี้ คณะกรรมการอำนวยการครุ ุสภาได้วางระเบยี บปฏิบตั ิ
โดยมีลักษณะมุ่งเน้นความเปน็ ครูในด้านบทบาท หน้าที่ และความรับผดิ ชอบที่พึงมีตอ่ ศิษย์เป็นสำคญั
ข้อสังเกตของจรรยาบรรณครูฉบับนี้มี ๒ ประการ คือ ประการที่หนึ่ง จรรยาบรรณครูไม่ใช่กฎหมาย
และไม่ได้เป็นกฎกระทรวงศึกษาธิการ แต่เป็นระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภากำหนดไว้
เพ่ือใชเ้ ปน็ หลักปฏิบัติของสมาชิกครุ ุสภาทเ่ี ป็นครูอาจารย์เทา่ น้นั กรณคี รอู าจารย์ที่เป็นสมาชิกของคุรุ
สภาละเมิดจรรยาบรรณครูข้างต้น ไม่มีบทลงโทษแต่อย่างใด แม้คณะกรรมการ คุรุสภาไม่มีอำนาจ
ลงโทษครูอาจารย์โดยตรง ประการที่สอง จรรยาบรรณครูฉบับนี้เป็นฉบับที่ถูกน ำไปใช้ในทุก
สถานศึกษา ทั้งน้ี อาจเป็นเพราะคุรุสภาในฐานะเป็นองค์กรวิชาชีพครูเป็นผู้ออกจรรยาบรรณครู ซึ่งมี
กฎหมายรองรบั อยา่ งเปน็ ทางการ คือ พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ ความแตกตา่ งของจรรยาบรรณ
ครูฉบับนี้กับจรรยาบรรณของครูในอดีต คือ บ่งบอกถึงจรรยาบรรณของครูโดยตรงและโดยรวม มิได้
จำแนกเปน็ จรรยามารยาท จารีตประเพณี หรือวินัยของครู
จรรยาบรรณวิชาชพี คุรุสภาสำหรบั ผูบ้ ริหาร ๑๓
จรรยาบรรณวิชาชีพครู พ.ศ. ๒๕๕๖
คุรุสภาได้ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ อาศัยอำนาจตาม
มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๑๑) (จ) และมาตรา ๕๐ แห่ง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมติคณะกรรมการคุรุสภา โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการขณะนั้น โดยมีสาระสำคัญ คือการกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบ
วิชาชีพทางการศึกษา ทั้งต่อตนเอง ผู้รับบริการ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และสังคม ซึ่งมีผลบังคับใช้
ภายหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยข้อบังคับดังกล่าวได้ให้นิยาม “ผู้ประกอบวิชาชีพ
ทางการศึกษา” วา่ หมายถงึ ครู ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ผูบ้ รหิ ารการศึกษา และบคุ ลาการทางการศึกษา
อื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ มีสาระสำคัญ ๕ หมวด
ดงั น้ี
๑) หมวด ๑ จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ
และวสิ ัยทัศน์ ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
๒) หมวด ๒ จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สจุ ริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพและเป็น
สมาชิกทด่ี ขี ององค์กรวชิ าชพี
๓) หมวด ๓ จรรยาบรรณต่อผ้รู ับบริการ
๓.๑) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจ
แก่ศษิ ย์และผูร้ บั บริการ ตามบทบาทหน้าท่ีโดยเสมอหนา้
๓.๒) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัย ท่ี
ถูกตอ้ งดงี ามแก่ศษิ ย์และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ทอี่ ยา่ งเตม็ ความสามารถ ด้วยความบริสุทธใิ์ จ
๓.๓) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย
วาจา และจติ ใจ
๓.๔) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย
สตปิ ญั ญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษยแ์ ละผู้รบั บรกิ าร
๓.๕) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่
เรียกรบั หรือยอมรับผลประโยชนจ์ ากการใชต้ ำแหนง่ หน้าท่โี ดยมิชอบ
จรรยาบรรณวิชาชพี ครุ ุสภาสำหรบั ผู้บรหิ าร ๑๔
๔) หมวด ๔ จรรยาบรรณต่อผูร้ ว่ มประกอบวิชาชีพ
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสรา้ งสรรค์โดยยดึ มน่ั
ในระบบคณุ ธรรม สร้างความสามคั คใี นหมคู่ ณะ
๕) หมวด ๕ จรรยาบรรณต่อสงั คม
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และ
ยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ
จากข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพครู พ.ศ. ๒๕๕๖ ผู้ประกอบวิชาชีพ
ทางการศึกษาใดท่ีไม่ปฏิบัตติ ามข้อบังคับ หรือมผี ู้ได้รบั ความเสียหายจากการประพฤติผดิ จรรยาบรรณ
ของวิชาชีพสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภา เพื่อตรวจสอบ โดยผลการ
ตรวจสอบสามารถออกได้ ๕ กรณี ยกข้อกล่าวหา ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลา
ตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน ๕ ปี และเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๑ ถึงมาตรา ๕๗ แห่ง
พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
จรรยาบรรณวชิ าชีพครุ สุ ภาสำหรบั ผู้บรหิ าร
ผู้บริหารในวงการศึกษา แบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะของงานและหน่วยงานที่จะต้อง
ประพฤติปฏิบัตติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชีพครู หรือจรรยาบรรณวิชาชีพอน่ื อาจแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่และ
กลุ่มย่อย ได้ดังนี้
๑. ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา หมายถึง ผู้บรหิ ารหนว่ ยงานทางการศกึ ษา ท่เี ป็นสถานศึกษา
๒. ผบู้ รหิ ารการศกึ ษา หมายถึง ผ้บู ริหารหน่วยงานทางการศึกษา ทีไ่ ม่ใช่สถานศึกษา
นอกจากทกี่ ลา่ วมาแล้วข้างตน้ หากผบู้ ริหารในวงการศึกษาผใู้ ด เป็นข้าราชการ หรอื พนักงาน
หรือลูกจ้างอื่นของรัฐ จะต้องปฏิบัติตนตาม “จรรยาบรรณกลาง ของ ข้าราชการ และพนักงานหรือ
ลกู จ้างอ่นื ของรัฐ” อกี ดว้ ย
จรรยาบรรณในวิชาชีพของผู้บริหาร เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรี
ของผูบ้ รหิ าร ให้ได้รับการยกย่อง เชอ่ื ถือ ศรัทธา จากสงั คม จรรยาบรรณของผู้บรหิ าร มดี ังนี้
จรรยาบรรณต่อตนเอง
๑. พึงประพฤติปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างท่ีดี และพัฒนาตน ให้มีคุณธรรม มี สุขภาพดี ทั้งกาย
และจติ รวมท้งั เพมิ่ พนู ความร้คู วามสามารถในการบริหารงาน
จรรยาบรรณวชิ าชพี คุรุสภาสำหรับผบู้ รหิ าร ๑๕
๒. พงึ อุทศิ ตนเพ่ือหน้าที่ มคี วามเสยี สละ และมคี วามกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม
๓. พึงมคี วามซื่อสตั ย์ตอ่ ตนเอง
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
๑. พงึ ซอ่ื สัตยต์ อ่ วิชาชีพ
๒. พงึ ใชว้ ิชาชีพในการบริหารจัดการดว้ ยความซื่อสตั ยส์ จุ รติ
๓. พงึ ละเวน้ การทำธรุ กิจทีอ่ าศยั อำนาจหน้าท่ีของตนเพื่อประโยชน์ในกจิ การนั้น
จรรยาบรรณต่อผรู้ บั บริการ
๑. พึงซ่ือสตั ยต์ อ่ ผูร้ บั บรกิ ารรกั ษาความลบั และผลประโยชน์ในทางทถ่ี กู ของผรู้ ับบริการ
๒. พึงละเว้นการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ และให้บริการด้วยความเสมอภาค ไม่ใช้
อภสิ ิทธิ
๓. พึงให้ความสำคัญแก่ผู้รับบริการ บริหารงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้รับบริการ มิใช่เพื่อ
ผลประโยชนข์ องตนเอง
จรรยาบรรณต่อบคุ ลากรในองคก์ าร
๑. พงึ มีความยตุ ิธรรม มีใจเป็นกลาง ไมเ่ ลอื กปฏิบตั ิด้วยอคติ
๒. พงึ บรหิ ารคนดว้ ยระบบคณุ ธรรม ไม่เล่นพรรคเลน่ พวก
๓. พึงรักษาความสามัคคี ปฏบิ ตั ิตอ่ บุคลากรดว้ ยหลกั การและเหตุผล
จรรยาบรรณตอ่ องคก์ าร ชุมชน และสังคม
๑. พงึ ให้ความสำคญั และมคี วามจงรกั ภกั ดตี อ่ องค์การ
๒. พึงดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรส่วนรวมขององค์การอย่างประหยัด คุ้มค่า และมี
ประสทิ ธิภาพ
๓. พงึ สร้างความเข้มแขง็ แก่ชมุ ชน และสรา้ งสันติภาพ สนั ติสขุ ใหเ้ กิดขน้ึ ในสงั คม
จรรยาบรรณวิชาชพี คุรุสภาสำหรับผูบ้ รหิ าร ๑๖
อ้างองิ
ไกรนชุ ศิริพลู . ๒๕๓๑. ความเป็นครู. กรงุ เทพฯ : นยิ มวิทยา.น.ส.กมลชนก สุรยิ ะวงศ์. ม.ป.ป.
กรมสามัญศึกษา. (๒๕๔๒). การบริหารโรงเรียนตามแนวปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ : หน่วยศึกษา
นิเทศก์ กรมสามญั ศกึ ษา.
คุรุสภา. (๒๕๐๖). ระเบียบว่าด้วยจรรยามารยาทอันดีงามตามประเพณีของครู พ.ศ. ๒๕๐๖ ตาม
อำนาจทีพ่ ระราชบญั ญัตคิ รมู าตรา ๒๘. กระทรวงศกึ ษาธิการ.
คุรุสภา. (๒๕๒๖). ระเบียบว่าด้วยจรรยามารยาทอันดีงามตามประเพณีของครู.
กระทรวงศกึ ษาธิการ.
ราชกิจจานุเบกษา. (๒๕๕๖). ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖. เลม่
๑๓๐ ตอนพเิ ศษ ๑๓๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖, หนา้ ๗๓.
จรรยาบรรณผู้บริหาร. (Online). https://www.gotoknow.org/posts/210449. ๒๙ ธันวาคม
๒๕๖๕.