หลกั การทรงงาน 23 ขอ้
ในหลวง ร.๙ แบบอย่างของประชาชน
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังง้ิวใต้ จัดทำขึน้ เพอ่ื การศึกษาเท่าน้นั
หลกั การทรงงาน 23 ประการ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู ิพลอดุลยเดช รชั กาลท่ี 9
ซึง่ เป็นหลกั การท่พี ระองคท์ า่ นทรงใชแ้ ละทรงปฏบิ ตั อิ ยู่เป็นประจำในการทรงงาน โดยเฉพาะในการดำเนนิ การ
โครงการในพระราชดำรติ ่าง ๆ ของพระองค์ ผเู้ ขยี นจะขอน้อมนำมาเขียนเพื่อเปน็ แนวทาง ใหท้ ่านท้ังหลาย
นำวิธีการน้ไี ปประยุกต์ใชก้ ารบรหิ ารงานใหป้ ระสบความสำเรจ็
1. การศกึ ษาขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ
ก่อนที่พระองคท์ ่านจะทรงดำเนนิ การโครงการพระราชดำริโครงการใดกต็ าม พระองค์จะทรงศึกษาหา
ความรู้และทรงค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างละเอียด พร้อมกันนั้นยังเสด็จพระราช
ดำเนินไปยังพื้นที่ทรงงานเพื่อทำการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการจากหน้างาน และทรงพบปะ
ประชาชนในพน้ื ทเ่ี พ่ือหาข้อมูลที่แท้จรงิ อันจะนำมาซึง่ การเข้าใจปญั หาอย่างถ่องแท้ สามารถตัดสินใจและวาง
แผนการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้นจึงพระราชทานหลักการและนโยบายในการปฏิบัติงานนั้นลง
ไปส่ผู ู้ปฏบิ ัตงิ าน
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รชั กาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังง้ิวใต้ จดั ทำขนึ้ เพอ่ื การศึกษาเท่านนั้
2. ระเบดิ จากข้างใน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาคน
ก่อนจะทำอย่างอื่นเพื่อให้ได้ทีมงานที่ดีมีคุณภาพ พร้อมที่จะรับการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ต่อไป
โดยพระองค์ทรงตรัสว่า “ต้องระเบิดจากข้างใน” ซึ่งหมายความว่า หากท่านจะทำงานอะไรก็ตาม ท่านต้อง
พัฒนาบุคลากรของท่านเองก่อน โดยให้บุคลากรของท่านมีความพร้อม เชื่อมั่นและศรัทธา รวมทั้งมีความ
เข้มแข็งเสียก่อน เมื่อ “ข้างใน” ของแต่ละคนในทีมมีความพร้อม จากนั้นจึงมาสร้างทีมให้เป็นทีมที่มีความ
เข้มแข็ง เมอ่ื คนพร้อม ทมี พร้อม ตอ่ มาท่านก็พัฒนาโดยใสเ่ ครอ่ื งมือและวิธีการทที่ ่านมีและต้องการลงไป
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวงั งิ้วใต้ จัดทำขึ้นเพอื่ การศึกษาเท่าน้นั
3. แกป้ ญั หาทจี่ ดุ เลก็
พระองค์ทรงใช้หลักการในการที่พระองค์จะทรงมองปัญหาใหญ่ในภาพรวม (Macro) ให้ชัดเจนก่อน
เสมอ เพราะพระองค์จะต้องมีข้อมูลเพื่อทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมใหญ่ รวมทั้งเห็นถึงผลกระทบต่าง ๆ
ที่จะมีหรือเกิดขึ้นตามมาจากการแก้ปัญหา แต่เมื่อจะลงมือแก้ปัญหา พระองค์จะทรงเริ่มต้นด้วยการแก้ไข
ปัญหาในจุดเล็ก ๆ (Micro) ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่คนอื่นมักมองข้ามก่อน เมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อย ๆ
ขยับขยายแก้ไปเรื่อย ๆ ทีละจุด เพราะคนทั่วไป (ข้าราชการ) มักชอบมองและทำอะไรใหญ่ๆ ก่อนเลยทีเดียว
แต่การทำใหญ่ก่อนมักทำไม่สำเร็จและเสียค่าใช้จ่ายเยอะ อีกทั้งเมื่อทำไม่สำเร็จก็หยุดทำ ความเสียหาย
มากมายก็เกิดตามมา ปัญหาต่าง ๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วทันสถานการณ์ ต่างกับการทรงงาน
ของพระองค์ท่านที่เม่ือพระองค์ทรงเขา้ ไปดำเนินการกแ็ ก้ได้ตรงจุดเสมอ อยา่ งรวดเรว็ และทนั เวลา มคี ่าใช้จ่าย
น้อยกว่าแต่ได้ผลสำเร็จสูง ทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไขให้ผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้
จนกระท่งั เกดิ การแกไ้ ขอยา่ งเป็นระบบและยงั่ ยืน เชน่ ปัญหาภยั แลง้ ปัญหาน้ำทว่ ม เปน็ ต้น
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวงั งวิ้ ใต้ จัดทำขน้ึ เพอื่ การศึกษาเท่าน้นั
4. ทำตามลำดบั ขนั้
พระองค์ท่านทรงใช้หลักการทรงงานในข้อนี้ด้วยการเริม่ ต้นทำในสิ่งท่ีมคี วามจำเป็นสำหรับประชาชน
ก่อน เมื่อสำเร็จแล้วก็เริ่มลงมือสิ่งทีจ่ ำเป็นรองลงมาลำดับต่อไป (โดยพิจารณาความจำเป็นจากการเก็บข้อมลู
มาวิเคราะห์) เช่น การพัฒนาและการดูแลในเรื่องสาธารณสุข เพราะเมื่อประชาชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกาย
แข็งแรง ก็จะสามารถทำการพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ ได้สำเร็จต่อไป ตัวอย่างเช่น การสร้างถนน การสร้างแหล่ง
กักเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ทำการเกษตรและการบริโภคในหน้าแลง้ เมื่อมีถนนที่ดี พอผลผลิตในการเพาะปลูกออกมา
ประชาชนก็สามารถนำผลผลิตใส่รถเพื่อเดินทางไปจำหน่ายได้ ทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ความเป็นอยู่
ของประชาชนก็ดีขึ้นตามรายได้ เมือ่ ความเป็นอยดู่ ี ประชาชนก็ไมเ่ ข้าไปบุกรกุ แผ้วถางปา่ หรือทำลายธรรมชาติ
ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล การเพาะปลูกก็สัมฤทธิ์ผล ต่อมาก็มีการให้ความรู้ประชาชน
เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ทำให้ประชาชนมีการจัดทำการเกษตรแบบผสมผสาน (ทฤษฎีใหม่) ได้ผลสำเร็จ
ความเป็นอยู่ของประชาชนก็เจรญิ และมน่ั คงขนึ้ ตามไป จนทำให้เกษตรกรทุกครอบครวั มีความเปน็ อยทู่ ่ีดี มีสุข
กันตลอดไป
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั ง้วิ ใต้ จดั ทำข้ึนเพอ่ื การศึกษาเท่านน้ั
5. ภมู สิ งั คม
ก่อนจะทำการพัฒนาเรื่องใดในองค์การหรือหน่วยงาน ท่านต้องคำนึงถึงภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์
และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ของพื้นที่ที่ท่านจะทำการพัฒนาก่อน โดยต้องทำการศึกษาลงไป
ในรายละเอียดเพื่อให้เข้าใจถึงหลักการทางสังคมวิทยาที่เกี่ยวข้องกับอุปนิสัยของคนหรือพนักงาน/ลูกค้า
ว่ามีอุปนิสัยเป็นเช่นไร วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีแบบดั้งเดิมที่มีอยู่เดิมของบุคคลในแต่ละกลุ่ม
ในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง และในแต่ละพื้นที่ที่จะทำการพัฒนานั้นมีความเหมือน คล้ายคลึง หรือแตกต่างกัน
อย่างไร หลังจากนั้นจึงนำทั้งข้อดีและข้อเสียของข้อมูลที่ได้มาจากสภาพโดยรอบมาทำการวิเคราะห์/
สังเคราะห์ แยกแยะเอาสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีออกมา เพื่อนำหลักการและวิธีการใหม่ที่ดีเข้าไปพัฒนาและแก้ไข
ปรับปรงุ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังงิว้ ใต้ จดั ทำขนึ้ เพอื่ การศึกษาเท่านน้ั
6. องคร์ วม
ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 9 จะทรงจัดทำโครงการใด ๆ พระองค์จะทรงมองภาพ
โครงการของพระองค์แบบองค์รวมอย่างรอบด้านว่า โครงการของพระองค์มีความเกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงกับ
อะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น การจัดทำโครงการเกษตร “ทฤษฎีใหม่” ที่พระองค์ทรงมองภาพในองค์รวม
ว่าประชาชนของพระองค์ถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15 ไร่ต่อครัวเรือน ซึ่งการบริหารจัดการที่ดิน
เหล่านั้นจะต้องมีแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการทำการเกษตร หากในที่ดินไม่มีแหล่งน้ำก็จะ
ไม่สามารถทำประโยชน์ทางการเกษตรได้เต็มที่ ดังนั้นเมื่อประชาชนของพระองค์มีที่ดินแล้ ว พระองค์
จึงจำเป็นต้องสร้างหรือจัดทำแหล่งน้ำในที่ดินเหล่านั้นขึ้นมาด้วย เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและใชป้ ระโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ จึงเห็นได้ว่าในทุกโครงการของพระองคจ์ ะมีการสำรวจ
และจัดทำแหล่งน้ำควบคู่กันไปด้วยเสมอ ทั้งแหล่งน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติ (ที่ต้องเข้าไปดูเรื่องการบริหาร
จัดการน้ำและกักเก็บน้ำ) และแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นเองในที่ดิน (ไร่นาสวนผสม) เมื่อที่ดินมีแหล่งน้ำ
การทำการเกษตรก็จะไดผ้ ลผลิตที่ดี สรา้ งรายได้ให้กับเกษตรกร หลังจากน้ัน เมื่อเกษตรกรมีรายได้จากผลผลิต
แล้ว เกษตรกรก็จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องการจัดการตลาดและการจัดการการผลิตของตนเองให้ดีข้ึน
เพื่อให้มีความสามารถในการสร้างรายได้และพัฒนารายได้ให้เพิ่มมากขึ้นในแบบยั่งยืน รวมถึงต้องทำความ
เข้าใจในเรื่องอำนาจการต่อรองทางการตลาด เพื่อที่จะทำให้มีอำนาจในการควบคุมและต่อรองตลาดของ
ตนเองได้อีกด้วย จึงเป็นที่มาที่ทำให้เกษตรกรเกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่มต่าง ๆ จนกลายมาเป็น “สหกรณ์
การเกษตร” ซึ่งช่วยสร้างพลังอำนาจให้แก่เกษตรกรในการต่อรองกับพ่อค้าคนกลางและต่อสู้กับกลไกตลาด
ตามหลกั การดำเนนิ ธรุ กิจ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังงวิ้ ใต้ จดั ทำข้นึ เพอื่ การศึกษาเท่านนั้
7. ไมต่ ดิ ตำรา
หลักการทรงงานข้อที่ 7 นี้หมายความว่า ในการดำเนินงานทุกโครงการพระราชดำริของพระองค์
พระองค์จะทรงอนุโลมตามปัจจัยสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติในแต่ละแห่งที่พระองค์ทรงทำโครงการ
ทรงออมชอมกับธรรมชาติตามสภาพที่โครงการสามารถดำเนินงานอยู่ได้ โดยไม่ทรงยึดติดในหลักการหรือ
ทฤษฎีจากตำราทางวิชาการมากจนเกินไป แต่ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่หน้างาน และ
ปรับไปตามปัญหาที่ทรงพบระหว่างดำเนินงาน เพื่อให้โครงการพระราชดำริของพระองค์ประสบความสำเร็จ
เกิดประโยชน์สูงสุด ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสามารถดำเนินการต่อไปได้ด้วยชุมชนเอง ตามความ
เหมาะสมบนพื้นฐานปัจจัยของทรัพยากรต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่ในพื้นที่นั้น และตามวิถีชีวิตของประชาชนที่
จะไดร้ บั ประโยชน์จากโครงการนัน้
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั งว้ิ ใต้ จดั ทำข้ึนเพอ่ื การศึกษาเท่านั้น
8. ประหยดั เรยี บง่าย ไดป้ ระโยชนส์ งู สดุ
หลักการทรงงานข้อนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงทำให้ประชาชนของพระองค์
ดูเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด ตั้งแต่เรื่องยาสีพระทนต์ของพระองค์ที่ทรงใช้อย่างคุ้มค่า ตลอดจนเรื่องฉลอง
พระองค์และของใช้ส่วนพระองค์ต่าง ๆ ที่พระองค์จะทรงใช้งานจนคุ้มค่าที่สุด ด้วยความประหยัด เรียบง่าย
ทั้งนี้ในการทำโครงการพระราชดำริของพระองค์หรือการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของประชาชน
ทรงนำหลกั การ “ประหยดั เรยี บง่าย ไดป้ ระโยชนส์ งู สุด” เข้ามาใช้ ด้วยการจัดหาวสั ดุ ส่ิงของ ท่สี ามารถหาได้
ในทอ้ งถิน่ ของภมู ภิ าคนั้นมาประยกุ ต์ใช้ โดยไมต่ ้องลงทนุ สงู หรือต้องไปซื้อหามาจากต่างประเทศ รวมถึงการใช้
เทคโนโลยีก็จะไม่ทรงเลือกใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่จะทรงเลือกใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย สะดวก
เหมาะสมกับการนำมาใชง้ านในท้องถิน่ นั้น ๆ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังงิ้วใต้ จดั ทำขน้ึ เพอื่ การศึกษาเท่านั้น
9. ทำให้งา่ ย
จากพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ที่พระองค์ทรงทำการประดิษฐ์คิดค้น และพัฒนาประเทศด้วยโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา
ความยากจนและปัญหาปากท้องของประชาชนในถิ่นทุรกันดารนั้น พระองค์จะทรงดำเนินการในรูปแบบที่
เรยี บงา่ ย ไม่ยุ่งยากซับซอ้ น เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพความเป็นอยขู่ องประชาชนและระบบนเิ วศที่มีอยู่
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั งิ้วใต้ จดั ทำข้ึนเพอื่ การศึกษาเท่านั้น
10. การมีสว่ นรว่ ม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเป็นนักประชาธิปไตย โดยพระองค์จะ
ทรงนำหลักการ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารงาน/บริหารโครงการของพระองคเ์ สมอ เพื่อเปิดโอกาส
ให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ และสาธารณชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการขับเคลื่อนแต่ละโครงการ
ซึ่งพระองค์จะทรงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและความต้องการของสาธารณชน ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลให้
โครงการต่าง ๆ ของพระองค์ล้วนสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและตอบโจทย์ของปัญหาท่ีทำให้ประชาชน
ของพระองค์ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างตรงจุดและตรงความต้องการอยเู่ สมอ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั ง้วิ ใต้ จดั ทำขนึ้ เพอ่ื การศึกษาเท่านน้ั
11. ประโยชนส์ ว่ นรวม
การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในแต่ละครั้งและการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
เพื่อให้ความช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความยากลำบากและเดือดร้อนนั้น พระองค์จะทรงคำนึงถึงประโยชน์
ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในการทรงงานแต่ละครั้งพระองค์จะทรงพิจารณาและเลือกการปฏิบัติภารกิจในการแปร
พระราชฐานในแต่ละครั้ง แต่ละปี เพื่อทรงเยี่ยมเยือนราษฎร พร้อมทั้งบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้การช่วยเหลือ
แกไ้ ขปัญหาความยากจน ความยากลำบากในการประกอบอาชีพของประชาชนของพระองค์ให้มีการอย่ดู ี กินดี
โดยการจัดทำโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งล้วนจัดทำเพื่อยังประโยชน์และแก้ไขปัญหาของส่วนรวม
แบบยง่ั ยืนตลอดไป
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังงิว้ ใต้ จัดทำข้ึนเพอ่ื การศึกษาเท่าน้นั
12. การบรกิ ารรวมทจ่ี ดุ เดยี ว
หรือ One Stop Service คอื การรวมบริการมาไว้ท่จี ุดเดียวเป็นรูปแบบเบ็ดเสร็จทเ่ี กิดข้ึนมาเป็นครั้ง
แรกในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย โดยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ทรงมีพระราชดำริให้ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นต้นแบบในการให้บริการแบบ
เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวเพื่อประโยชน์ของราษฎร เมื่อมาขอใช้บริการจากภาครัฐในเรื่องต่าง ๆ ก็สามารถ
ดำเนนิ การเรยี บร้อยได้เสร็จส้ินในทเ่ี ดียว ซึง่ เปน็ การประหยดั เงนิ ประหยดั เวลาและค่าใช้จา่ ยของท้ังประชาชน
และหน่วยงานของรัฐในการทำงาน ทำให้มีการประสานงานกันได้อยา่ งรวดเร็ว ภารกิจและการดูแลช่วยเหลอื
ประชาชนกจ็ ะสำเรจ็ ลุล่วงไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วทันเวลาน่นั เอง
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังงวิ้ ใต้ จัดทำขน้ึ เพอื่ การศึกษาเท่านั้น
13. ทรงใชธ้ รรมชาตชิ ่วยธรรมชาติ
การที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงมีความเข้าใจธรรมชาติ ในส่วนน้ี
พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนของพระองค์มีความเข้าใจและใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยเช่นกัน
เพราะหากประชาชนมีความเข้าใจธรรมชาติและมองธรรมชาติได้อย่างละเอียดแล้ว จะทำให้สามารถนำ
ธรรมชาติมาใช้แก้ไขปัญหาจากธรรมชาติด้วยกันได้ เช่น ในการแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม พระองค์ทรงมี
พระราชดำริในการปลูกป่าโดยไมต่ ้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยฟื้นฟูธรรมชาติกันเอง เช่น โครงการปลกู ป่า
3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง เปน็ ต้น
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังง้วิ ใต้ จัดทำข้ึนเพอ่ื การศึกษาเท่าน้นั
14. ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและ
กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ มาเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาและการปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกตเิ ข้าสู่ระบบสภาวะปกติ เชน่ โครงการการนำนำ้ ดมี าขับไลน่ ำ้ เสียหรอื มาเจอื จางน้ำ
เสยี ให้กลบั มาเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงของนำ้ ตามธรรมชาติ และการบำบัดน้ำเน่าเสยี โดยใชผ้ ักตบชวาซ่ึง
มีอยู่แล้วตามธรรมชาติให้มาดูดซึมซับสิ่งสกปรกและปนเปื้อนในน้ำออกไป ตามพระราชดำรัสที่ว่า ใช้อธรรม
ปราบอธรรม
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวงั งิว้ ใต้ จดั ทำขึน้ เพอื่ การศึกษาเท่านนั้
15. การปลกู ปา่ ในใจคน
เป็นการทำการปลูกป่าลงบนผืนแผ่นดินด้วยความต้องการของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้มนุษย์มีความเข้าใจ
ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณคา่ ไม่สิ้นเปลือง เพราะในอดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์มีความต้องการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองโดยขาดจิตสำนึกเพียงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ทำให้เกิดความเสียหาย
ต่อสิ่งแวดล้อมจนเกิดความไม่สมดุลของธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติขาดความสมดุลจึงทำให้เกิดอุบัติภัยต่าง ๆ
ตามมา เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ดินถล่ม เป็นต้น ในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับคืนมานั้น จะต้องมีการ
ปลูกจิตสำนึกในการรักษ์ผืนป่าในใจคนให้ได้เสียก่อน การปลูกป่าในใจคนจึงจะเกิดขึ้นมา และทำให้มนุษย์มี
ความเข้าใจและความร่วมมือในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบรู้คุณค่า
ใหม้ ากทส่ี ดุ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั ง้วิ ใต้ จัดทำข้ึนเพอ่ื การศึกษาเท่านนั้
16. ขาดทนุ คอื กำไร
หลกั การน้ที รงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ ด้วยการให้และการเสียสละ เป็นการกระทำอันมี
ผลที่เป็น “กำไร” คือการอยู่ดีมีความสุขของราษฎร ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนจาก
การทปี่ ระเทศมคี วามเจรญิ ก้าวหนา้ มเี ศรษฐกจิ ที่ดีขึ้น
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังง้วิ ใต้ จดั ทำขน้ึ เพอ่ื การศึกษาเท่านน้ั
17. การพ่ึงพาตนเอง
เป็นการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริเพื่อการแก้ไขปัญหาโดยตนเองก่อนในเบื้องต้น แบบการ
แก้ไขเฉพาะหน้า เพื่อให้ตนเองมีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นตอนต่อไปก็ทำการพัฒนาให้
ประชาชนมคี วามสามารถทจี่ ะอยใู่ นสังคมไดต้ ามสภาพแวดล้อมจนสามารถพ่ึงพาตนเองได้ในทส่ี ดุ
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังง้วิ ใต้ จดั ทำขึ้นเพอื่ การศึกษาเท่านน้ั
18. พออยพู่ อกิน
หลักการทรงงานในขอ้ น้ีก็เพ่ือพฒั นาให้พสกนิกรทง้ั หลายของพระองค์ประสบความสุขสมบูรณ์ในชีวิต
อันเริ่มจากการเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรของพระองค์ทุกหมู่เหล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ ทรง
ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์เอง จนทรงเข้าพระทัยในสภาพปัญหาต่าง ๆ ของ
ราษฎรอยา่ งลึกซ้ึง ดงั นน้ั ในการพัฒนาของพระองคจ์ ะทรงมองในภาพรวมของประเทศ ซง่ึ พระองค์ทรงทราบดี
ว่าไม่ใช่งานเล็กน้อย แต่เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดและกำลังของคนทั้งชาติเข้ามาดำเนินการร่วมกันเพื่อให้
บรรลุผลสำเร็จในการพฒั นา ด้วยพระปรีชาญาณของพระองคใ์ นการทรงงาน ทำให้คนไทยท้ังหลายได้ประจักษ์
แล้วว่าแนวพระราชดำริและโครงการพระราชดำรินั้น เป็นโครงการที่เรียบง่ายปฏิบัติแล้วได้ผล จนเป็นที่
ยอมรับกนั โดยท่ัวไป เพราะโครงการพระราชดำริจะเป็นโครงการท่ีทำใหร้ าษฎรของพระองค์มรี ายได้พออยู่พอ
กนิ บนพ้นื ฐานของเศรษฐกจิ พอเพยี งสบื ไป
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวงั งวิ้ ใต้ จัดทำขนึ้ เพอื่ การศึกษาเท่านั้น
19. เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป็นปรัชญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงชี้แนะแนวทางการดำเนนิ ชีวติ ให้แก่พสก
นิกรชาวไทยมาโดยตลอดกว่า 30 ปี ตัง้ แตก่ อ่ นเกดิ วกิ ฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลงั วิกฤต พระองค์
ยังได้ทรงย้ำแนวทางการแก้ไขเพ่ือใหร้ าษฎรของพระองค์สามารถรอดพน้ และดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยัง่ ยนื
ภายใต้กระแสโลกาภิวัตนแ์ ละความเปลีย่ นแปลงต่าง ๆ ของโลกที่เขา้ มาสู่ประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์พระราชทานไว้นั้น มีความหมายดังนี้ ความพอเพียง หมายถึง ความ
พอประมาณ ความมเี หตุมีผล รวมถึงความจำเป็นท่ีจะต้องมรี ะบบภูมิคมุ้ กันในตวั ท่ีดีพอสมควรต่อผลกระทบท่ี
จะเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ที่ต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ
ระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอนของแผนที่วางไว้ เช่น
แผนรายรับ-รายจา่ ยของครวั เรือน แผนการทำไรน่ าสวนผสม เป็นตน้
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รัชกาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังงิ้วใต้ จดั ทำข้นึ เพอ่ื การศึกษาเท่านั้น
20. ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ จรงิ ใจตอ่ กนั
หลักการในข้อนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระเมตตาสั่งสอนให้ข้าราชการ
ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในองค์การระดับสูงให้มีความเข้าใจในเรือ่ งความซื่อสัตย์ เพราะพระองค์ทรงเล็งเห็น
ว่าหากคนเราทำงานแล้วไม่มีความซื่อสัตย์จริงใจทั้งต่อตนเอง องค์การ และประเทศชาติแล้ว ความ
เจริญก้าวหน้าและความสำเร็จคงเกิดขึ้นได้ยาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้องค์การและประเทศชาติต้องประสบ
ปัญหาในการพัฒนา ไม่เจริญก้าวหน้า ก็เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้น การทุจริตจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายล้าง
องค์การและประเทศชาติให้เส่ือมสลายไปได้ ดังนัน้ เราทา่ นท้ังหลายจะต้องชว่ ยกันขจัดการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้น
แม้แต่ในตัวเราเองและองค์การ เมื่อไม่เกิดการทุจริตขึ้นในตัวเราเองหรือในองค์การแล้ว ประเทศชาติก็จะ
เจรญิ รุ่งเรอื งสืบไป
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวงั งิว้ ใต้ จดั ทำขนึ้ เพอื่ การศึกษาเท่านั้น
21. การทำงานอยา่ งมคี วามสขุ
พระองค์ทรงมีพระเกษมสำราญและทรงงานอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือประชาชน โดย
พระองค์ทรงเคยรับสั่งครั้งหนึ่งว่า “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันในการทำ
ประโยชนใ์ หก้ ับผอู้ ื่น…”
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รชั กาลที่ 9 | กศน.ตำบลวังงว้ิ ใต้ จดั ทำข้นึ เพอ่ื การศึกษาเท่านั้น
22. ความเพยี ร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงใช้ความเพียรเป็นอย่างมากในการทำงานในโครงการ
พระราชดำริ โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรกของแต่ละโครงการที่มีอุปสรรคและความไม่พร้อมในด้านต่าง ๆ
มากมาย มีโครงการจำนวนมากที่พระองค์ต้องทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดทำ แต่พระองค์ก็มิ
เคยท้อพระทัย และทรงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาเพื่อให้โครงการฯ ประสบความสำเร็จ อันจะช่วยให้ราษฎรของ
พระองค์และบ้านเมอื งบังเกิดความรม่ เย็นเปน็ สุข
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังง้ิวใต้ จัดทำขึน้ เพอื่ การศึกษาเท่านัน้
23. รู้ รัก สามคั คี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รัชกาลท่ี 9 ทรงมีพระราชดำรสั ในเรือ่ งรู้ รกั สามัคคี ต่อข้าราชการและ
ประชาชนของพระองค์มาโดยตลอด ซึ่งคำ 3 คำนี้มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกยุค
ทุกสมัย รู้ – การที่เราท่านจะลงมือทำสิ่งใด จะต้องรู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาน้ัน
รัก – เมื่อเรารู้ ครบด้วยกระบวนการที่เราจะทำแล้ว เราจะต้องใช้ความรักในการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือ
ปฏิบัติและแก้ไขปัญหาน้ันให้ได้ สามัคคี – การที่คนเราจะลงมือปฏบิ ัติงาน เราควรคำนึงเสมอวา่ เราจะทำงาน
คนเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจกับคนอื่น เป็นองค์การหรือเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังในการช่วยกัน
แกไ้ ขปญั หาให้ลลุ ว่ งไปได้ด้วยดี
หลกั การทรงงานทง้ั 23 ประการขององคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 9 นนั้
ถอื ไดว้ ่าเปน็ สงิ่ ทม่ี คี ุณคา่ เป็นแนวทางทท่ี า่ นทงั้ หลายสามารถนำไปปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั งาน
หรอื ธุรกจิ ของทา่ นเองเพอื่ สรา้ งความสำเรจ็ ขององคก์ ร ซง่ึ จะสง่ ผลใหป้ ระเทศ
เจรญิ เตบิ โตมง่ั คง่ั .....สบื ไปดว้ ย
23 หลกั การทรงงาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 | กศน.ตำบลวงั ง้ิวใต้ จัดทำขน้ึ เพอ่ื การศึกษาเท่าน้นั
ขอบคณุ แหลง่ ทม่ี า
https://www.bedo.or.th/bedo/new-content.php?id=1274
https://www.dharmniti.co.th/หลกั การทรงงาน-23-ประการของในหลวงรชั กาลท่ี-9/
https://www.ecshopthai.com/2-long-live-the-king/
23 หลักการทรงงาน ในหลวง รชั กาลท่ี 9 | กศน.ตำบลวังง้ิวใต้ จดั ทำข้นึ เพอ่ื การศึกษาเท่านน้ั