The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming of Thailand

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by telecom.cct, 2023-03-21 23:58:06

รายงานการศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming of Thailand

รายงานการศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming of Thailand

บทที่ ๔ ผลการศึกษา จากการศึกษาปัญหาทางด้านการเกษตรของประเทศไทย พบว่ายังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเน้นแก้ปัญหาในการเพาะปลูกและผลักดันให้มีส่วนร่วมเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการผลิต ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังคงด ารงไว้ซึ่งความเหมาะสม ประหยัด และรวดเร็วในการบริหารจัดการให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงท าการเกษตรแบบดั้งเดิมและมี ขนาดเล็ก โดยเน้นการใช้แรงงานเป็นหลัก มีต้นทุนแรงงานสูง และขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นน้ า ปุ๋ย สารก าจัดศัตรูพืช จึงส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมการลดต้นทุนเพาะปลูกได้ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่าเดิม เช่น ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change) และจ านวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การท าเกษตรกรรมในปัจจุบันและอนาคต จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและแก้ไขให้ทันต่อความต้องการอย่างเหมาะสม รวมทั้ง มีการน าเทคโนโลยีมาใช้งานเพื่อน าไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งระบบ การท าเกษตรอัจฉริยะเป็นแนวคิดในการปรับปรุงการเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Optimization) ซึ่งมุ่งหวังในการเพิ่มผลผลิต (Maximize Productivity) และลดต้นทุน (Minimize Cost) โดยการน าเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และระบบเซ็นเซอร์มาใช้ในการเก็บรวมรวบข้อ มูล วิเคราะห์และบริหารจัดการ ทั้งด้านเกษตรกร/แรงงาน การใช้พื้นที่เพาะปลูก การใช้น้ าอย่างเหมาะสม และการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก (การใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และสารก าจัดวัชพืช) อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการก าหนดนโยบายไว้ ๑๕ แนวทางส าคัญที่เกี่ยวข้อง กับการ “ขับเคลื่อนงานนโยบายส าคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรตามบทบาท” ซึ่งทางคณะผู้จัดท า ได้ท าการรวบรวมสรุปให้เหมาะสมเพื่อผลักดันการท าการเกษตรอัจฉริยะ ในช่วง ๕ ปี ซึ่งจะสามารถท าให้ เกิดเป็นรูปธรรมน ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อยเป็นหลัก ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้เกษตรกรท าการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้การด าเนินงานโดยวางแนวทางนโยบาย ออกเป็น ๓ นโยบายหลักในการน าเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อก่อให้เกิดศักยภาพในการยกระดับ คุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น ดังนี้ แนวทางนโยบาย (Policy) - นโยบายการพัฒนาฐานข้อมูลทางการเกษตร (Agriculture Big Data) - นโยบายการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Agricultural) - นโยบายการตลาดทางการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Marketing) ๑. นโยบายการพัฒนาฐานข้อมูลทางการเกษตร (Agriculture Big Data) ความร่วมมือในการพัฒนาผลักดันของภาครัฐในการรวบรวมข้อมูลและการบูรณาการข้อมูล ให้เป็นแหล่งฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งหมดให้มีความชัดเจนถูกต้อง รวมถึงการพัฒนาออกแบบ สถาปัตยกรรมระบบ Big Data เพื่อสนับสนุน “เกษตร ๔.๐” พร้อมน าเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย


๓๐ เพื่อให้เกษตรกรสามารถน าไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถใช้เป็นแหล่งมาตรฐานข้อมูล ในการน าไปประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจในการวางแผนแก้ไขปัญหาซึ่งฐานข้อมูลการเกษตรที่ส าคัญ ได้แก่ ข้อมูลพืช ภูมิประเทศ ข้อมูลดิน คุณภาพพืช ข้อมูลน้ า การพยากรณ์อากาศ นโยบายภาครัฐ และความต้องการทางการตลาด การพัฒนาระบบข้อมูลภาคเกษตรสามารถแบ่งได้เป็น ๔ ขั้นตอน โดยแต่ละส่วนจะใช้เทคโนโลยีหลักและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ๑.๑ การพัฒนาเชื่อมโยงการท างานและการติดตามสถานการณ์ทั้งด้านความต้องการตลาด และการผลิต เพื่อให้การตัดสินใจด้านการผลิตมีความถูกต้องและเหมาะสม ๑.๒ การวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอุปกรณ์ตรวจวัด (Sensor) หรือการส ารวจ ข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) ประมวลผลเป็นสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการเลือกกิจกรรม ที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ๑.๓ การพัฒนาการใช้ Crowdsourcing System เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างโปร่งใส แบบ Real Time ๑.๔ การพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนเกษตรทั้งด้านการผลิตและการเงิน เพื่อออกแบบ ชุดนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของครัวเรือนเกษตรจากรุ่นปัจจุบันสู่รุ่นต่อไป ๒. นโยบายการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Agricultural) มุ่งเน้นไปที่ ๓ ส่วน ได้แก่ ๒.๑ การพัฒนาบุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เกิดศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรให้เหมาะกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านการเกษตร ทั้งนี้ ด้านการเตรียม บุคลากรจะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรการเกษตรอัจฉริยะที่เหมาะสมกับระบบการเกษตรในประเทศไทย มีการอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในอนาคตมาแทนที่เกษตรกรรุ่นเก่าที่ก าลัง จะขาดหายไป ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่แล้วน าไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ภาคปฏิบัติจากแปลง Smart Farming และการรวมกลุ่มรวมแปลงของเกษตรกรรายย่อยหรือวิสาหกิจ ชุมชน (Community Enterprise) ให้มีความรู้ในด้านเทคโนโลยี ซึ่งได้รับประสบการณ์จริงจาก การฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยตรง ๒.๒ การส่งเสริมการใช้และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเกษตร (Farming Platform)โดย เชื่อมโยงและพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ บริการเทคโนโลยีทางการเกษตรได้ซึ่งจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการ ตรวจสอบ และติดตามผลการ เพาะปลูกได้ตั้งแต่เริ่มต้นวางแผน การเพาะปลูก ซึ่งช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวจะมีการตรวจสอบติดตามเป็น ระยะเวลาที่ชัดเจน และสามารถรับรองคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรตลอดจนเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น ๒.๓ การมีนโยบายและกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมให้การท าการเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) เพื่อการเกษตร นโยบายการควบคุมดูแลการเพาะปลูกตามพื้นที่เหมาะสมรวมถึงนโยบายข้อมูล ส่วนบุคคลของเกษตรกร


๓๑ ๓. นโยบายการตลาดทางการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Marketing) การตลาดเป็นปัจจัยที่ส าคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการผลิตสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีความซับซ้อน และจ าเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การน าเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะท าให้เกิดศักยภาพ ในการบริหารจัดการสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น การน าหลักการตลาดมาเป็นแนวทางในการก าหนดการผลิต โดยการใช้ระบบที่สามารถเก็บข้อมูลความต้องการมาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการช่วยการวางแผน ก าหนดการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยมีการบริหารจัดการตลาดที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้โดยตรง นอกจากนี้การจัดการด้านการควบคุมดูแล การตลาดแบบครบวงจรมีการตรวจสอบได้ และมีการรับรองมาตรฐานคุณภาพและผลผลิตเพื่อเป็น การป้องกันสินค้าล้นตลาดจนท าให้ราคาตกต่ า ดังนั้น แผนงานและโครงการที่ส าคัญเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาการเกษตร อัจฉริยะ (Smart Farming) ในประเทศไทย จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการน าเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรใน ๓ ด้านหลัก ดังกล่าว


บทที่ ๕ ข้อสังเกตหรือเสนอแนะที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย จากกรอบการด าเนินงานในระยะเวลา ๕ ปี สามารถสรุปเป็นข้อสังเกตหรือเสนอแนะ ที่เป็นแนวปฏิบัติในการด าเนินงานที่ส าคัญที่ประเทศไทยสามารถท าได้ ในช่วง ๓ ปีแรก ดังนี้ แผนการด าเนินงานตามกรอบระยะเวลา ๓ ปี จากผลการศึกษาปัญหาและแนวทางในการด าเนินการใช้เทคโนโลยีมาช่วยกันพัฒนาการเกษตร ไทยนั้น จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง ตลอดจนการด าเนินการแก้ไข ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรท าการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในช่วงระยะเวลา ๓ ปี ให้เกิดเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอเสนอข้อสังเกตซึ่งเป็นการผลักดันนโยบายการพัฒนา ๓ ด้านที่สอดคล้องกับแผนการด าเนินการใน ระยะ ๓ ปี ดังนี้ ๑ นโยบายการพัฒนาฐานข้อมูลทางการเกษตร (Agriculture Big Data) การพัฒนาฐานข้อมูลการเกษตร (Agriculture Big Data) คือการร่วมมือกันของภาครัฐ ในการรวบรวมข้อมูลและการบูรณาการข้อมูลให้เป็นแหล่งฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งหมด ให้มีความชัดเจนถูกต้อง รวมถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมการจัดการระบบ Big Data เพื่อสนับสนุน “เกษตร ๔.๐” พร้อมน าเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เกษตรกรสามารถน าไปปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลมาตรฐานในการน าไปประกอบการวิเคราะห์ และตัดสินใจในการวางแผนแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ การเริ่มต้นแนวคิดของส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในการจัดตั้ง National Agriculture Big Data Center: NABDC เนื่องมาจากได้เล็งเห็นถึงความจ าเป็นของ ฐานข้อมูลทางการเกษตรอย่างแท้จริง ในการจัดท าบัญชีข้อมูล (Data Catalog) การจัดท ามาตรฐานข้อมูล (Data Platform) ซึ่งควรมีการรวบรวมข้อมูลการเกษตรที่ส าคัญ ได้แก่ ข้อมูลพืช ภูมิประเทศ ข้อมูลดิน คุณภาพพืช ข้อมูลน้ า การพยากรณ์อากาศ นโยบายภาครัฐ และความต้องการทางการตลาด รูปที่ ๑๔ ฐานข้อมูลการเกษตร (Agriculture Big Data) [ที่มา: ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร]


๓๓ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ควรด าเนินการเพื่อให้ข้อมูลมีความเป็น ปัจจุบันอย่างสม่ าเสมอ โดยการพัฒนาระบบข้อมูลภาคเกษตรสามารถแบ่งได้เป็น ๔ ขั้นตอน ดังนี้ ๑.๑ การพัฒนาการเชื่อมโยงการท างานและการติดตามสถานการณ์ทั้งด้านความต้องการตลาด และด้านการผลิต รัฐบาลได้เริ่มโครงการ Big Data ผ่านโครงการ Farmerone.org เพื่อเป็นการเผยแพร่ สถานการณ์ การเพาะปลูกของเกษตรกร อย่างไรก็ตามต้องท าการเพิ่มแนวโน้มความต้องการทางการตลาด และการผลิตที่ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นย า และเข้าใจง่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่เกษตรกรก าลังตัดสินใจ เพาะปลูก ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือต่อเกษตรกรและสาธารณชน และน าไปสู่การใช้ข้อมูลดังกล่าว ประกอบการตัดสินใจในการผลิต โดยมีส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการด าเนินการ ๑.๒ การวิจัยและพัฒนาการเชื่อมโยงการท างานและระบบงานสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System; GIS) ในปัจจุบัน ระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) เป็น Platform กลางที่รวบรวมสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทั้งนี้ หากภาครัฐสามารถเชื่อมโยงระบบงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ากับ Agri-Map เช่น Agriculture Info Portal (โรงงานแปรรูปที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์) ก็จะช่วยให้การเลือกเพาะปลูกสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ รวมทั้งการวางแผนบริหารจัดการการผลิต และการทราบความเสี่ยงในระดับพื้นที่ก็จะสามารถท าได้จริง โดยด าเนินการร่วมกับระบบงานที่ต้อง เชื่อมโยง ทั้งนี้ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นผู้ร่วมกันเชื่อมโยงการท างาน ๑.๓ การพัฒนาการใช้ Crowdsourcing System การพัฒนาระบบ Crowdsourcing System เพื่อการวิเคราะห์ราคาและสถานการณ์ ต่าง ๆ ให้ทันกาล โดยอาศัยการส่งผ่านข้อมูลโดยผู้เล่นระบบที่อยู่ในตลาดแบบ Real Time ผ่าน Mobile Application เพื่อติดตามผลวัดเปรียบเทียบความผิดปกติของราคา ความต้องการของตลาด ภาวะการผลิต และสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด เพื่อให้พื้นที่ข้างเคียงสามารถเตรียมตัวรับสถานการณ์ หรือการตรวจสอบความเสียหายของผลผลิต โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส านักงานเศรษฐกิจ การเกษตร ส านักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ส านักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ๑.๔ การพัฒนาการเชื่อมโยงการท างานและระบบงานด้านการผลิตเข้ากับการเงินของครัวเรือน เกษตร เพื่อทราบความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตและการเงินภายในครัวเรือน ตลอดจน การออกแบบนโยบายที่บูรณาการทั้งด้านการผลิตและการเงินเพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างการผลิตข องครัวเรือนเกษตรในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรุ่นปัจจุบันสู่รุ่นต่อไป โดยมีส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ ธ.ก.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ


๓๔ ๒. นโยบายการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Agricultural) จากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วท าให้การน าเทคโนโลยี มาใช้การเกษตรจึงมีความส าคัญอย่างยิ่ง การท าเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ให้เหมาะสม กับความต้องการและบริบทของประเทศไทย ในขณะนี้ยังมีอุปสรรค และมีข้อจ ากัดอยู่มากจึงเป็นโอกาส ที่จะต้องประยุกต์และเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อม ดังนี้ ๒.๑ การพัฒนาบุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่รัฐ การพัฒนาบุคลากรทางด้านการเกษตรอัจฉริยะคือการท าให้เกษตรกรทั่วประเทศ เป็น Smart Farmer โดยมี Smart Officer เป็นเพื่อนคู่คิด มุ่งยกระดับมาตรฐาน ให้เป็นเกษตรกรคุณภาพ ที่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองในการ เปิดรับข้อมูลข่าวสาร และการเรียนรู้ โดยใช้ความรู้และเทคโนโลยี ใหม่มาใช้ในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารและการจัดการ ด้านการตลาดแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรมืออาชีพ (Smart Entrepreneur) ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาเกษตรกร เป็น Smart Farmers จ านวน ๗๕,๓๐๐ ราย (ปีละประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน) ภายในปีพ.ศ. ๒๕๖๔ และร้อยละของเกษตรกรที่เป็น Smart Farmer ต่อเกษตรกรในวัยแรงงาน (อายุ ๑๘ - ๖๔ ปี) ทั้งหมด (ที่มา : แผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเกษตร ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) กรมส่งเสริมการเกษตร) โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ๒.๑.๑ ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ครบวงจร หรือการจัดตั้งศูนย์ เกษตรอัจฉริยะเพื่อติดตามการจัดท าศูนย์เกษตรกรอัจฉริยะที่มีความพร้อม เป็นแหล่งองค์ความรู้ในพื้นที่ (แปลงทดลอง Smart Farming) ในพืชอายุสั้น เช่น การใช้ IoT Sensors Drone ภาพถ่ายดาวเทียม สภาพภูมิอากาศ ดิน และเครื่องจักรกล การน าข้อมูลมาช่วยด าเนินการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลและปรับปรุงเกษตรกรแบบเดิม ซึ่งใช้เป็นโมเดลในการขยายไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไปทั้งนี้ พื้นที่โครงการแปลงน าร่อง ๒ พื้นที่ ได้แก่ ๑) ข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี ขนาดพื้นที่ ๑,๘๐๐ ไร่ ๒) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แปลงข้าวโพด จังหวัดนครสวรรค์ ขนาดพื้นที่ ๓๐ - ๖๐ ไร่ จะด าเนินการแล้วเสร็จ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และเริ่มขยายไปยังแปลงเกษตรอื่น ๆ ในปีพ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป ภายใต้ การด าเนินการของส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ๒.๑.๒ การรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย (วิสาหกิจชุมชน) การที่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรรายย่อยท าให้ไม่มีศักยภาพในการลงทุน จึงจ าเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการรวมตัวเป็นกลุ่มที่มีความร่วมมือกันในการท าเกษตร อัจฉริยะ (Smart Farming) อย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการส่งเสริมเงินทุนอย่างเหมาะสม โดยมีกระทรวง เกษตรและสหกรณ์และ ธ.ก.ส เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ๒.๑.๓ พัฒนาหลักสูตรการเกษตรอัจฉริยะ สนับสนุนทุนการฝึกอบรมและทุนการศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรด้านเกษตรอัจฉริยะ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายด้านเกษตรอัจฉริยะ เป็นกลไกส าคัญในการพัฒนาคนเพื่อ


๓๕ ให้เกิดความพร้อมส าหรับการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ที่เหมาะสมกับระบบการเกษตร ในประเทศไทย และมีหน่วยงานกลางของประเทศเพื่อก าหนดหลักสูตรที่ชัดเจน ลดความซ้ าซ้อน ของหลักสูตรและงบประมาณของประเทศโดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรและกระทรวงศึกษาธิการเป็น ผู้รับผิดชอบ ๒.๒ การส่งเสริมการใช้และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเกษตร (Farming Platform) ๒.๒.๑ ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มการเกษตร (Farming Platform) เพื่อเชื่อมโยงระบบ และแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ บน Platform เดียวกันซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแอพพลิเคชั่น มากกว่า ๔๐ แอพพลิเคชั่น (ที่มา : https://www2.moac.go.th/) จึงควรมีการจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวก และง่ายต่อ การใช้งานของเกษตรกร และ มีความจ าเป็นอย่างยิ่งในการจัดท า ให้อยู่บน Platform เดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ด าเนินการ รูปที่ ๑๕ ตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แอพพลิเคชั่น รูปที่ ๑๖ ตัวอย่างรูปแบบแพลตฟอร์มเกษตร


๓๖ ๒.๒.๒ พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม ได้แก่ ๑) ระบบตรวจจับโรคและแมลงศัตรูพืช (Pest Recognitions) เพื่อติดตามการจัดท าระบบแจ้งเตือนโดยการพยากรณ์ระยะเวลาที่มีความเสี่ยง จะติดโรค และสามารถควบคุม/ป้องกันระยะโรคติดต่อหรือโรคระบาดทางพืชได้ทันเวลา รวมถึงการแนะน า การใช้สารเคมี เสร็จภายในปีพ.ศ. ๒๕๖๕ ตามภารกิจของส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ๒) การพัฒนา ระบบการช่วยตัดสินใจ IoT Platform แสดงผลบนจอภาพ (Dashboard) เพื่อแสดงผลแปลงปลูก โดยมีรายละเอียดของพืช ที่ตั้งแปลง พันธุ์พืช ระยะการเติบโตของพืช คาดการณ์การเก็บเกี่ยว คาดการณ์ ผลผลิต รวมถึงแนวทางในการจัดการน้ า เพื่อให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจด าเนินการในการเพาะปลูก ได้อย่างแม่นย าให้ครอบคลุมพืช ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันส าปะหลัง และสับปะรด เสร็จภายในปีพ.ศ. ๒๕๖๖ ตามภารกิจของส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร รูปที่ ๑๗ ตัวอย่างรูปแบบระบบตรวจจับโรคและแมลงศัตรูพืช ๒.๓ การมีนโยบายและกฎระเบียบ ๒.๓.๑ กฎหมายด้านการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุม การบินจากภายนอก (Drone) กฎหมายข้อบังคับการบินโดรนรวมถึงโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งต้องมีการติดตาม การจัดท ากฎหมายข้อบังคับการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบิน จากภายนอก (Drone) เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถควบคุมการใช้งาน อย่างมีประสิทธิภาพ เสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยมีส านักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบ


๓๗ ๒.๓.๒ นโยบายการควบคุมดูแลการเพาะปลูก (Zoning) ตามพื้นที่เหมาะสม กฎระเบียบข้อบังคับในการเพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยไม่มุ่งเน้น หรือสนับสนุนการปลูกพืชตามแนวโน้มของราคาตลาด โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ด าเนินการ ๒.๓.๓ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลในการลงทะเบียนเกษตรกร พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้ ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนั้นการให้ความส าคัญในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกร ในการลงทะเบียนเกษตรกร จึงมีความส าคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ของเกษตรกร และการแสวงหาประโยชน์หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบโดยมีกรมส่งเสริมการเกษตร และส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบ ๓. นโยบายการตลาดทางการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Marketing) เป็นที่ยอมรับว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทยไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั่วถึง การร้อยเรียงข้อมูลความต้องการทางการตลาดสู่การผลิตยังไม่สามารถท าได้ดีแบบครบวงจร ปัจจัยหลาย ด้านที่ท าให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีก าไรที่เหมาะสมหรือขาดทุน คือ การที่เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึง ข้อมูลและทิศทางความต้องการทางการตลาดว่ามีการแปรผันอย่างไร ท าให้เกษตรกรไม่สามารถรู้ทิศทาง และความต้องการทางการตลาดรวมทั้งราคาซื้อขาย โดยในประเทศไทยส่วนใหญ่พ่อค้าคนกลางจะเป็น ผู้ก าหนดราคา และการแก้ไขกลไกการตลาดที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขระยะสั้นซึ่งไม่มีความต่อเนื่องจากภาครัฐ ที่ไม่ครบวงจร ๓.๑ การสร้างแพลตฟอร์มการตลาดอัจฉริยะ (Smart Marketing Platform) เพื่อติดตาม การจัดท าการเกษตรแบบครบวงจร ที่สอดคล้องกับนโยบายการตลาดน าการผลิตของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งจะต้องมีศักยภาพให้สอดคล้องรองรับความต้องการของตลาด ผ่านระบบ e-Commerce โดยมีการบริหารจัดการทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการและผู้ต้องการ โดยตรง ทั้งนี้ การควบคุมคุณภาพของผลผลิตและการตลาดแบบครบวงจร จะต้องมีการกระบวนการ ทดสอบคุณภาพและให้การรับรองมาตรฐาน และคุณภาพของผลผลิตครบวงจร ๓.๒ การรับรองผลผลิตที่ได้ตามมาตรฐานซึ่งจะน าไปสู่สินค้าที่ได้มาตรฐาน คือ การผลิตจะต้อง มีศักยภาพให้สอดคล้องกับการตลาดที่จะสามารถรับรองผลผลิตที่ได้มาตรฐานซึ่งจะน าไปสู่สินค้า ที่ได้มาตรฐาน การควบคุมปริมาณการผลิตและคุณภาพจะสามารถก าหนดปริมาณการผลิตที่มีมาตรฐานได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด อย่างไรก็ตามการก าหนดช่วงการผลิตที่เหมาะสม จะสามารถก าหนดต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้และมีโอกาสที่จะประสบความส าเร็จทางการตลาดสูงขึ้น ตลอดจนการมีลักษณะเฉพาะและจุดเด่นที่เป็นที่พอใจของผู้บริโภคจะท าให้ราคาผลตอบแทนทาง การเกษตรมีความคุ้มค่ามากขึ้นด้วย การท าเกษตรกรรมในปัจจุบันและอนาคตจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ทัน ต่อความต้องการ และน าเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งระบบ การก าหนดนโยบาย ๓ นโยบายดังกล่าว จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบและด าเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอันจะส่งผล


๓๘ ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยมีรัฐบาลเป็นกลไกที่จ าเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการด าเนินงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม แผนด าเนินงานติดตาม/ประเมินผลของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เรื่องที่ต้องพิจารณา/ติดตาม ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๑. นโยบายการพัฒนาฐานข้อมูลทาง การเกษตร (Agriculture Big Data) Q ๑ Q ๒ Q ๓ Q ๔ Q ๑ Q ๒ Q ๓ Q ๔ Q ๑ Q ๒ Q ๓ Q ๔ ๑.๑ พัฒนาการเชื่อมโยงการท างานและการ ติดตามสถานการณ์ทั้งด้านความต้องการตลาด และการผลิต ๑.๒ วิจัยและพัฒนาการเชื่อมโยงการท างาน และระบบงานสารสนเทศภูมิศาสตร์ ๑.๓ พัฒนาการใช้Crowdsourcing System ๑.๔ พัฒนาการเชื่อมโยงการท างานและ ระบบงานด้านการผลิตเข้ากับการเงินของ ครัวเรือนเกษตร ๒. นโยบายการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Agriculture) ๒.๑ พัฒนาบุคลากร ทั้งเกษตรกรและ เจ้าหน้าที่ ๒.๑.๑ จัดตั้งศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ เพิ่ม ประสิทธิภาพการเกษตร ๒.๑.๒ จัดตั้งการรวมกลุ่มของเกษตรกร รายย่อย (วิสาหกิจชุมชน) ๒.๑.๓ พัฒนาหลักสูตรการเกษตร อัจฉริยะ ๒.๒ ส่งเสริมการใช้และการพัฒนา แพลตฟอร์มการเกษตร (Farming Platform) ๒.๒.๑ ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์ม การเกษตร (Farming Platform) เพื่อเชื่อมโยง ระบบและแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ บน Platform เดียวกัน


๓๙ เรื่องที่ต้องพิจารณา/ติดตาม ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๒.๒.๒ พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม ๒.๓ นโยบายและกฎระเบียบ ๒.๓.๑ กฎหมายด้านการใช้อากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการ บินจากภายนอก (Drone) ๒.๓.๒ นโยบายการควบคุมดูแลการ เพาะปลูก (Zoning) ๒.๓.๓ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลในการ ลงทะเบียนเกษตรกร ๓. นโยบายการตลาดทางการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Marketing) ๓.๑ สร้างแพลตฟอร์มการตลาดอัจฉริยะ (Smart Marketing Platform) ๓.๒ รับรองผลผลิตที่ได้ตามมาตรฐานซึ่งจะ น าไปสู่สินค้าที่ได้มาตรฐาน ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ๑. การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเป็นเรื่องส าคัญที่จะสามารถช่วยให้เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ด าเนินการไปอย่างรวดเร็วและมีทิศทางที่ชัดเจน ดังนั้น การบูรณาการการท างานของกระทรวง ที่เกี่ยวข้องและมีการแบ่งหน้าที่ ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนรวมทั้งการก าหนดเวลาแล้วเสร็จจะต้องสอดคล้องกัน ๒. อุปกรณ์ตรวจวัด (Sensor) เป็นหัวใจส าคัญของเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ปัจจุบัน ยังมีราคาสูง แต่แนวโน้มความต้องการใช้งานจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ประเทศไทยมีความพร้อม และศักยภาพในการคิด ประดิษฐ์ ประยุกต์ และผลิตใช้เองให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกรไทย รวมทั้งสามารถที่จะยกระดับประสิทธิภาพเครื่องจักรกลการเกษตรให้เข้ากับ Smart Farming ได้ดี จะท าให้ราคาอุปกรณ์มีราคาถูกลงอย่างมาก และเหมาะสมกับความต้องการในตลาดประเทศไทย ดังนั้น ภาครัฐควรให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นสถาบันหรือผู้ประกอบการที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ในการช่วยปรับปรุงและพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดรวมทั้งการยกระดับความสามารถเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคตของไทย ๓. จัดตั้งหน่วยงานหรือศูนย์กลางการรับรองผลผลิตที่ได้ตามมาตรฐานซึ่งจะน าไปสู่สินค้า ที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถก าหนดบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ ๓.๑ ความสามารถในการติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ มีการควบคุมดูแลความต้องการของตลาด ทั้งภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ซึ่งอาจรวมถึงต่างประเทศ


๔๐ ๓.๒ ความสามารถในการทราบจ านวนความต้องการของตลาดที่ชัดเจน โดยสามารถบอกได้ ถึงวัน เวลา และสถานที่ส่งสินค้า (Pre-ordering Demanding Control System) สามารถน ามาก าหนด แผนการเพาะปลูกได้ ๓.๓ ความสามารถในการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพสินค้าเกษตร ให้ได้รับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค (Quality and Food Safety Control System) ๓.๔ ความสามารถในการคัดกรอง จ าแนกแยกบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และความต้องการ ของลูกค้า (Packaging and Digital Distributor) ๓.๕ ความสามารถในการจัดส่งผลผลิตจากศูนย์การตลาดอัจฉริยะ สู่มือลูกค้าโดยตรง ซึ่งเป็นศูนย์ที่รู้วิธีการดูแลรักษาผลผลิตให้เหมาะสมและยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ (Logistic Distributor) ๓.๖ ความสามารถในการคุมตารางเวลาในการการผลิต การจัดเก็บ และเป็นแหล่งข่าวสาร ให้กับเกษตรกรทราบถึงความต้องการและสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว (Scheduling Control System) ๓.๗ ความสามารถในการควบคุมราคากลางให้กับเกษตรกรซึ่งจะท าให้เกษตรกรสามารถ มองเห็นก าไร จากผลผลิตได้อย่างชัดเจน (Pricing Center) ๔. ภาครัฐควรมีการสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรรายย่อยในการใช้ แพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูล ภาครัฐอาจมีการใช้การให้สิทธิประโยชน์ ด้านการลดหย่อนภาษี หรือด้าน อื่น ๆ เป็นตัวชี้น าเพื่อเอื้อประโยชน์และสนับสนุนให้ได้จริง คณะกรรมาธิการขอเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming of Thailand พร้อมทั้งข้อสังเกตหรือเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ มาเพื่อโปรดพิจารณาและน าเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป (นายเสมอกัน เที่ยงธรรม) เลขานุการคณะกรรมาธิการ


บรรณานุกรม บทความทางวิชาการ “สมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) การท าเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” สิตาวีร์ ธีรวิรุฬห์, บทความ วิชาการ Hot Issue (ธันวาคม ๒๕๕๙) ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. บันทึกข้อความ, ส่วนราชการ ส านักกรรมาธิการ ๑ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม, เรื่องบันทึกการเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการ, กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐. ยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๕๙) และ แผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔), ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เมษายน ๒๕๖๐. สรุปสาระส าคัญ แผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเกษตร ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) และ แนวทางการขับเคลื่อนแผนฯ, กองแผนงาน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรงเกษตรและ สหกรณ์, ๒๖ มกราคม ๒๕๖๐. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สยามรัฐ, บทบรรณาธิการ, ภาพรวมสถานการณ์แรงงาน ๒๕๖๑, สืบค้นเมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ https://siamrath.co.th/n/29311. พิมพ์ไทย, “รมช.มนัญญา” ดัน “อุทัยธานีโมเดล” แก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เดินหน้าส่งเสริม เกษตรกรปลูกพืชผักปลอดภัย ไร้สารเคมี สู่มาตรฐาน GAP, สืบค้นเมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๒, https://www.pimthai.co.th/6073. คณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ,การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของ รัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ พ.ศ. ๒๕๕๙, http://www.pacc.go.th/pacc_2015/onemap/assets//เอกสารการปรับปรุงแนวเขต ที่ดินของรัฐ.pdf. ส านักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, กลุ่มงานบริการวิชาการ ๒ ส านักวิชาการ,ราคาสินค้าเกษตรตกต่ า, https://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2557/hi2557-004.pdf. ส านักข่าวซินหัวไทย, (๒๐๑๙), จีนเตรียมปั้น “เขตสาธิตการเกษตรล้ าสมัย” ทั่วประเทศมุ่งเป็น “ซิลิคอน แวลลีย์” ด้านการเกษตร, https://www.xinhuathai.com/silkroad/จีนเตรียม ปั้น - เขตสาธิต_20191207.Fao.org, (2019), สืบค้นเมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒.http:// www.fao.org/3/ca4887en/ca4887en.pdf.


๔๒ TechTalkThai.com, (๒๐๑๘), Alibaba เปิดบริการ AI เพื่อการเกษตรบน Cloud ช่วยเพิ่มผลผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น, ค้นเมื่อ ๑๑ ธันว าคม ๒๕๖๒.https://www.techtalkthai.com/alibaba-cloud-etagriculture-brain-is-announced/. News.walmart.com, (2019), Walmart and Sam’s Club to Require Real-Time, End-toEnd Food Traceability with Blockchain, สืบค้นเมื่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๒. https://corporate.walmart.com/media-library/document/leafy-greens-onblockchain-press-release/_proxyDocument?id=00000166-0c4c-d96e-a3ff8f7c09b50001. https://mitti.se/nyheter/skrapan-kungsholmen-butik/?omrade=kungsholmen, สืบค้นเมื่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๒. Plantagon.com, (2019), สืบค้นเมื่อ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒, http://www.plantagon.com. Greenspace.market, (2019), สืบค้นเมื่อ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒, https://greenspace.market. Researchgate.net, (2562), Internet of Things Platform for Smart Farming : Experiences and Lessons Learnt. สืบค้นเมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๒, https://www.researchgate.net/publication/309894257_Internet of Things Platform for Smart Farming: Experiences and Lessons Learnt. https://www.moac.go.th/dwl-files-401291791023 สืบค้นเมื่อ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๒. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๕ ตอนที่ ๘๒ ก, ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑. ประกาศส านักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๑ ก, ๑๘ เมษายน ๒๕๖๒.


ภาคผนวก


๔๔ ภาคผนวก ก ค าสั่งแต่งตั้ง


๔๕


๔๖


๔๗ ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรม


๔๘ ภาพการด าเนินงานของคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะอนุกรรมาธิการการติดตามและตรวจสอบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ภาพการประชุม ภาพการเดินทางไปศึกษาดูงานและจัดสัมมนา


๔๙ ภาคผนวก ค รายนามเจ้าหน้าที่ประจ าคณะกรรมาธิการผู้จัดท า


๕๐ รายนามผู้จัดท า ๑. นายแสงเทียน เชิดชิด ที่ปรึกษาประจ าคณะอนุกรรมาธิการ ๒. นายชติพจน์ ศรีเมือง ที่ปรึกษาประจ าคณะอนุกรรมาธิการ ๓. ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ ที่ปรึกษาประจ าคณะอนุกรรมาธิการ ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประจ าคณะอนุกรรมาธิการ ๕. นายพิศณุ พลพืชน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานฯ ๖. นายกฤช ฤทธา นิติกรช านาญการ ๗. ว่าที่ร้อยตรี เอกศักดิ์ โชติมัย วิทยากรช านาญการ ๘. นางสาวนัยนา แสนวิชา เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน ๙. นางสาวทิพย์วิมล แก่นจันทร์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน


ส านักการพิมพ์ ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร


Click to View FlipBook Version