The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือประกอบการอบรมครั้งที่ 2
เรื่องแปลงถาวร

โครงการละอ่อนน่าน-เรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
สนับสนุนโดย ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dpongchai, 2022-09-19 04:02:59

คู่มือประกอบการอบรมเรื่องแปลงถาวร

คู่มือประกอบการอบรมครั้งที่ 2
เรื่องแปลงถาวร

โครงการละอ่อนน่าน-เรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
สนับสนุนโดย ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ

Keywords: ละอ่อนน่าน,ป่า

“โครงการละออ่ นนา่ นเรียน-ร-ู้ รกั ษ์ป่า สกู่ ารพัฒนาอย่างยั่งยนื ”

เอกสารประกอบการอบรม ครั้งที่ 2

จดั ทำโดย
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พงษช์ ยั ดำรงโรจน์วฒั นา และคณะ
ภาควิชาชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

สนับสนนุ โดย
ศนู ย์เครือขา่ ยการเรยี นรู้เพอื่ ภมู ิภาค จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

2 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

สารบญั

หนา้

1 แปลงถาวร.......................................................................................................................7

1.1 .......................................................................................................................... 7
............................................. 9
................................. 16

2 การวางแปลงถาวร.........................................................................................................21

2.1 ..........................................................................................................................................21
2.2 40 ..............................................................................................................23
2.3 tag)............................................................................................25
2.4 .....................................................................................................................26

3 การเก็บขอ้ มูลต้นไม้........................................................................................................30

3.1 ........................................................................................30
3.2 ............................................................................................................................31
3.3 .................................................................................................32
3.4 ..............................................................................................33
3.5 ........................................................................................................................34
3.6 ....................................................................................................................35
3.7 .......................................................................................................36
3.8 ............................................................................................................................36

4 เอกสารอา้ งองิ ................................................................................................................37
5 ภาคผนวก ......................................................................................................................39

......................................................................................................................... 39
.............................................................................................. 52

...................................................................................................................................... 54

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สูก่ ารพฒั นาอย่างย่ังยืน 3

สารบญั ภาพ

หนา้

ภาพที่ 1 แปลงถาวรขนาด 100 ม. x 100 ม. ในเขตอทุ ยานแห่งชาตติ ่าง ๆ จำแนกตามประเภทปา่
(ที่มา: ทรงธรรม สขุ สว่าง และธรรมนญู เต็มไชย, 2556) ................................................................................8

ภาพที่ 2 แปลงถาวรในพืน้ ท่ีป่าเขาถ้ำเสือ-เขาจำปา อำเภอแก่งคอย จงั หวัดสระบรุ ี
ภายใตก้ ารดแู ลโดยจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ..................................................................................................9

ภาพท่ี 3 ลกั ษณะสงั คมพชื ในแปลงถาวร สงั คมย่อยปา่ เบญจพรรณ (บน) และสังคมยอ่ ยป่าเต็งรงั (ลา่ ง)..... 10

ภาพที่ 4 การฝึกภาคสนาม รายวิชาปฏิบตั ิการนิเวศวิทยา........................................................................... 12

ภาพท่ี 5 การศึกษาขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ในภาคสนาม รายวชิ าปฏบิ ตั ิการนเิ วศวทิ ยา.............................................. 13

ภาพที่ 6 การทำวิจยั ตดิ ตามการเปล่ียนแปลงแทนท่ีของสงั คมพชื และลักษณะตน้ ไม้ทีล่ ้มตาย
ทำให้เกิดช่องว่างไม้ลม้ ในพืน้ ท่ี..................................................................................................................... 14

ภาพที่ 7 การเปล่ียนแปลงโครงสร้างป่า พจิ ารณาจากขนาดเส้นผา่ นศูนย์กลาง ระดับอก
(1.3 เมตร เหนือพืน้ ดนิ ) ของตน้ ไมใ้ นแปลงถาวร สังคมย่อยปา่ เบญจพรรณ (A)
และสงั คมย่อยป่าเต็งรัง (B).......................................................................................................................... 15

ภาพที่ 8 แปลงถาวร (กรอบสีเขียว) ในพื้นท่ีปา่ ชุมชนบา้ นบุญเรือง (หมู่ 2) ตำบลไหลน่ า่ น อำเภอเวียงสา
และแนวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ (เส้นสเี หลอื งและสีฟา้ ) ซึ่งเปน็ ผลงานของนักเรียน
และนิสิตทเ่ี ข้ารว่ มกิจกรรม .......................................................................................................................... 17

ภาพที่ 9 ข้อมูลตน้ ไม้ในแปลงถาวรและเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติในระบบ Google Earth Pro..................... 17

ภาพท่ี 10 ตวั อยา่ งกจิ กรรมท่ีเกดิ ขึ้นจากแปลงถาวร.................................................................................... 18

ภาพที่ 11 การนำผลงานการค้นคว้าอิสระต่อชมุ ชน และสง่ มอบผลงานให้ทาง อบต. ไดใ้ ชป้ ระโยชน์.......... 19

ภาพที่ 12 การตดิ ปา้ ยชื่อต้นไม้ในแปลงถาวร และขึ้นปา้ ยเสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติ
รว่ มกับผูม้ สี ว่ นเกี่ยวข้อง............................................................................................................................... 19

ภาพท่ี 13 โบรชัวร์เส้นทางศึกษาธรรมชาติท่ีมอบให้ทาง อบต.ไหลน่ า่ นและชมุ ชนได้ใช้ประโยชน์ ............... 20

ภาพที่ 14 อุปกรณท์ ่ีแจกในกล่อง (อุปกรณบ์ างสว่ น)................................................................................... 22

ภาพท่ี 15 ลักษณะการเตรียมเชือกฟาง โดยสามารถเตรยี มพรอ้ ม ๆ กันไดห้ ลายเส้น แตต่ อ้ งมีพืน้ ท่ีมากพอ 23

4 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ า่ สู่การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื

หนา้

ภาพท่ี 16 การใชเ้ ชอื กทเี่ ตรียมไว้จำนวน 10 เส้นสำหรับวางแปลงถาวร......................................................24

ภาพท่ี 17 ตวั เลขบนเหล็กตอกเบอร์ ขนาดอักษร 5 มม. ซึ่งจะกลบั ซา้ ยไปขวา
และหมายเลข 6 และ 9 ต้องใชง้ านร่วมกัน...................................................................................................25

ภาพที่ 18 การเรยี งกิ๊บรดั สายไฟสำหรบั การตอกหมายเลข และการเรียง tag ท่ีเสร็จแล้วเป็นชุด ๆ.............25

ภาพที่ 19 การวางแปลงถาวรโดยนักเรียนโรงเรียนสา รว่ มกับนสิ ติ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.............................................................................................................................. 27

ภาพท่ี 20 การเรยี กชื่อแปลงย่อยดว้ ยระบบตัวเลข โดยมมุ ลา่ งซ้ายจะเปน็ ตำแหนง่ 0,0 ของแปลงถาวร:
(A) เรยี กลำดบั แปลงย่อยจากจดุ เรม่ิ ต้นข้นึ ไปทางทิศเหนือ และวนลงมาทางทิศใต้ ตามแนวการเดิน
เกบ็ ข้อมลู ; (B) เรียกลำดับแปลงย่อยจากจดุ เริ่มต้นขน้ึ ไปทางทิศตะวันออก และวนไปทางทิศตะวนั ตก ........28

ภาพท่ี 21 การเรียกช่ือแปลงยอ่ ยด้วยระบบคอลมั (Column: C) และแถว (Row: R) โดยจุดเริ่มต้น
(มุมล่างซ้าย: x0, y0) คอื แปลง C1R1 ซึ่งหากขยายแปลงถาวรใหใ้ หญข่ น้ึ จะทำใหก้ ำหนดช่อื ได้งา่ ยขนึ้ ........29

ภาพที่ 22 ตวั อย่างกระดาษบันทกึ ข้อมูลต้นไม้.............................................................................................31

ภาพท่ี 23 ตัวอย่างกระดาษบันทกึ ข้อมูลการใชป้ ระโยชน์ตน้ ไม้ ...................................................................31

ภาพที่ 24 ตำแหนง่ การวดั ขนาดเส้นรอบวงระดบั อก (CBH) หรือขนาดเส้นผา่ นศนู ย์กลางระดบั อก (DBH)
ของต้นไมร้ ปู แบบตา่ ง ๆ (ที่มา: ชิงชัย วริ ยิ ะบัญชา, 2546) ...........................................................................32

ภาพท่ี 25 การจดบนั ทึกข้อมูล การวัดขนาดเส้นรอบวงของตน้ ไม้ และการผูกป้ายหมายเลขตน้ ไม้ (tag).....33

ภาพท่ี 26 การระบุตำแหนง่ พิกดั X, Y ของต้นไม้ 2 แบบ............................................................................34

ภาพที่ 27 การบอกตำแหน่งตน้ ไม้จากแปลงย่อยหนงึ่ ไปยังแปลงย่อยถัดไป โดยเดินศึกษาตามแนว
ทิศตะวนั ออก-ตะวนั ตก ซึง่ ผู้บอกพิกดั ต้องขยบั ตำแหนง่ ตามไปดว้ ย และรักษาจุดต้ังฉาก
ระหว่างตนเองกบั ต้นไม้................................................................................................................................34

ภาพที่ 28 ตวั อย่างการถ่ายภาพสว่ นตา่ ง ๆ ของตน้ ไม้ .................................................................................35

ภาพท่ี 29 การสอบถามการใช้ประโยชน์จากตน้ ไม้กบั ตวั แทนชุมชนในพื้นทป่ี า่ ชุมชนบ้านนาสา
ตำบลไหล่นา่ น อำเภอเวียงสา จงั หวัดนา่ น ...................................................................................................36

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพัฒนาอยา่ งย่งั ยนื 5

สารบัญตาราง

หนา้

ตารางท่ี 1 รายการอปุ กรณใ์ นกล่องเครือ่ งมือ.............................................................................................. 21
ตารางที่ 2 การแบ่งหน้าท่ีทำงานของนักเรียนและอุปกรณ์ทใี่ ช้.................................................................... 30

6 ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ สกู่ ารพฒั นาอย่างยง่ั ยืน

1 แปลงถาวร

1.1

นิเวศวิทยา (Ecology) เป็นศาสตร์ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชวี ิตกับสิ่งแวดล้อม (ทั้งที่มีชีวิต
และไม่มีชีวิต) ตลอดจนศึกษาการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศ คำถามบางคำถามด้าน
นิเวศวิทยาเป็นคำถามที่ต้องใช้การสังเกตและการทดลองระยะยาวในพื้นที่ข นาดใหญ่กว่าห้องทดลองหรือ
ระบบนิเวศจำลอง (microcosm) ตัวอย่างเช่น การศึกษาศักยภาพในการสะสมธาตุคาร์บอนในมวลชีวภาพ
เหนือพื้นดินของระบบนิเวศป่าไม้ การศึกษาการเปลี่ยนแปลงประชากรสิ่งมีชีวิต การศึกษาการเปลี่ยนแปลง
แทนที่ (succession) ที่เปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นป่าสมบูรณ์ที่อาจใช้เวลากว่า 100 ปี การศึกษา
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ของมนุษย์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ
ระบบนเิ วศธรรมชาตทิ ุกระดบั ต้ังแต่การตอบสนองของจลุ ินทรยี ใ์ นดิน จนถึงการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
เป็นต้น การศึกษาโดยใช้แปลงถาวร (permanent study plot) จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการศึกษาทาง
นิเวศวิทยาท่พี ยายามตอบคำถามเกีย่ วกับการเปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขึ้นในระยะเวลายาวนานเหล่าน้ี

แปลงถาวรเป็นแปลงศึกษาที่นิยมใช้ทางวนศาสตร์เพื่อติดตามการเจริญของไม้ยื นต้นที่มีมูลค่าทาง
เศรษฐกิจ โดยมกี ารวัดข้อมลู ต่าง ๆ ของตน้ ไมเ้ ป็นระยะแลว้ นำข้อมลู ท่ีได้มาประกอบการวางแผนจดั การ เพ่ือ
หาวิธีการปลูกท่ีเหมาะสม รวมถึงการตัดสางระยะหรอื ตัดไม้ออกจากแปลงเพื่อเพ่ิมปริมาตรของเนือ้ ไม้ ดังน้ัน
การศกึ ษาแปลงถาวรจึงเป็นการศกึ ษาที่มีตน้ ทุนสูงเนื่องจากต้องลงทนุ ด้านทรัพยากร เวลาและแรงงานมากใน
การวางแปลงเพื่อเก็บข้อมูลเริ่มต้นและเก็บข้อมูลต่อเนื่องโดยการทำเครื่องหมายและวัดซ้ำ ซึ่งผู้ศึกษาและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการศึกษาและดูแลแปลงถาวรเหล่านี้ เพื่อให้ได้
ประโยชน์สูงสุดของการศึกษาแปลงถาวรนั่นคือข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่ไม่สามารถ
ได้มาดว้ ยวธิ กี ารศกึ ษาอื่น ๆ (Curtis and Marshall, 2005)

เนื่องจากแนวทางการศึกษาแปลงถาวรมักเน้นการศึกษาสังคมพืช การศึกษาส่วนใหญ่จึงเน้นการวัด
ซ้ำที่ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสังคมพืชซึ่งอาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงแทนที่
หรือการตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงของปจั จัยต่าง ๆ ดังนัน้ ตวั แปรทีท่ ำการศึกษามักประกอบไปด้วยชนิด
พรรณพืช การเปล่ียนแปลงของชนิดพืชในสังคมพืช อัตราการเจริญเติบโตของพรรณไม้ต่าง ๆ การแก่งแย่ง
ระหว่างพืชชนิดต่าง ๆ เป็นต้น การศึกษาระยะยาวในแปลงถาวรยังสามารถช่วยในการศึกษาวิจัยด้านอื่น ๆ
เช่น การเปลี่ยนแปลงของสังคมสัตว์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงแทนที่ ปัจจัยทางสภาพอาก าศที่
เปลี่ยนแปลง รวมทั้งปฏสิ มั พันธ์ระหว่างสตั ว์และพืช หรือแม้กระทั่งความสำคัญของจุลินทรีย์ต่อกระบวนการ
ย่อยสลายในระบบนิเวศป่า ทั้งนี้ การศึกษาแปลงถาวรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสังเกตติดตามระบบนิเวศ
ธรรมชาติ การทดลองท่ีปรับเปลย่ี นปัจจัยระดับระบบนเิ วศ กส็ ามารถทำได้ในแปลงถาวรเชน่ โครงการ Free-
Air CO2 Enrichment (FACE) ซึ่งศึกษาการเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ตั้งแต่ปี
ค.ศ. 1996-ปจั จุบนั (Norby, 2017)

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สกู่ ารพฒั นาอย่างยั่งยนื 7

สำหรับประเทศไทย ได้มีโครงการวางแปลงตัวอยา่ งถาวรในอุทยานแห่งชาติ (ภาพที่ 1) ภายใต้ความ
รับผิดชอบของส่วนศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและ
พันธุ์พืช โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ทรงธรรม สุขสว่าง
และธรรมนญู เตม็ ไชย (2556)

ภาพท่ี 1 แปลงถาวรขนาด 100 ม. x 100 ม. ในเขตอุทยานแห่งชาตติ า่ ง ๆ จำแนกตามประเภทป่า
(ทม่ี า: ทรงธรรม สุขสว่าง และธรรมนูญ เตม็ ไชย, 2556)

8 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษป์ ่า สู่การพฒั นาอย่างยง่ั ยืน

1.2

ภาควิชาชวี วิทยา คณะวทิ ยาศาสตร์ จฬุ าฯ ไดท้ ำการวางแปลงถาวร บริเวณพืน้ ท่ีโครงการพัฒนาที่ดิน
จุฬาฯ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบรุ ี โดยเริม่ จากพื้นที่สังคมปา่ เบญจพรรณ จำนวน 3 แปลง ในปี พ.ศ. 2555
ประกอบด้วยแปลงขนาด 40 ม. x 40 ม. จำนวน 1 แปลง และ 30 ม. x 50 ม. จำนวน 1 แปลง (ภาพที่ 2)
เพื่อศึกษาความหลากชนิดของพรรณพืช และศึกษางานด้านนเิ วศวิทยา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก
ศูนย์ความเปน็ เลิศดา้ นความหลากหลายทางชีวภาพ จุฬาฯ (ปีงบประมาณ 2555) และใช้เป็นพื้นที่สำหรับฝกึ
ปฏิบัติการภาคสนามรายวิชาปฏบิ ัติการนเิ วศวิทยา

ภาพที่ 2 แปลงถาวรในพนื้ ที่ปา่ เขาถำ้ เสือ-เขาจำปา อำเภอแก่งคอย จังหวดั สระบุรี 9
ภายใต้การดแู ลโดยจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สกู่ ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 ทางภาควิชาฯ ได้ทำการวางแปลงถาวรเพิ่มในพื้นที่สังคมปา่ เต็งรัง (ภาพที่ 2)
จำนวน 3 แปลง ประกอบด้วยแปลงขนาด 40 ม. x 40 ม. จำนวน 2 แปลง และขนาด 15 ม. x 15 ม. อีก 1
แปลง นอกจากนั้น ได้วางแปลงถาวรขนาด 40 ม. x 40 ม. จำนวน 1 แปลง ในพื้นที่ทุ่งหญ้าที่มีไฟป่าเกิดขึ้น
และมีการแทนทด่ี ว้ ยไม้เบกิ นำตระกลู ถ่ัว เพ่อื ประโยชนด์ า้ นการทำวิจยั สำหรบั แปลงถาวรทงั้ 4 แปลงน้ี ต้งั อยู่
ทางทศิ เหนือของอา่ งเก็บน้ำ อยใู่ นช่วงระดับความสูง 90-150 เมตร จากระดบั น้ำทะเลปานกลาง เชน่ เดียวกัน
กับแปลงถาวรในสังคมย่อยป่าเบญจพรรณ แปลงถาวรเหล่าน้ีอยู่ห่างจากกลุ่มอาคารที่พักประมาณ 1.5 กม.
ทำให้สะดวกในการทำวิจัย ซึ่งจากการดำเนินการข้างต้นทำให้มีแปลงถาวรขนาดกลาง (40 ม. x 40 ม. และ
30 ม. x 50 ม.) จำนวน 6 แปลง และขนาดเลก็ (15 ม. x 15 ม.) จำนวน 1 แปลง มสี ภาพป่าแสดงดังภาพที่ 3

ภาพท่ี 3 ลกั ษณะสังคมพชื ในแปลงถาวร สังคมย่อยป่าเบญจพรรณ (บน) และสังคมยอ่ ยป่าเต็งรงั (ล่าง)

10 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สู่การพัฒนาอย่างยง่ั ยืน

สำหรับการศึกษาเบื้องตน้ ในแปลงถาวร ได้แก่ การจำแนกไม้ยืนตน้ โดยได้ติดตามถ่ายภาพลำต้น ใบ
และดอกของต้นไม้ในแปลงเพื่อระบุชนิด เนื่องจากพบว่าในการศึกษาภาคสนามของนิสิต มักพบปัญหาการ
จำแนกชนิดต้นไม้ โดยต้นไม้มกั ไม่ออกดอกในช่วงเวลาศกึ ษาภาคสนาม ทำให้เป็นอุปสรรคในการจำแนกชนดิ
ซึ่งส่งผลต่อการคิดคำนวณค่าดัชนีทางนิเวศต่าง ๆ ทั้งนี้จากการติดตามศึกษา พบต้นไม้อย่างน้อย 39 ชนิด
และไดม้ ีการถ่ายภาพลักษณะลำตน้ เปลอื ก ใบ และดอก ของต้นไมไ้ ว้ เพือ่ ช่วยประกอบการจำแนกชนิดต้นไม้
ของนิสิตในภาคสนาม การจำแนกชนดิ และตดิ ตามการเจรญิ เตบิ โตยังคงดำเนินการต่อเน่ืองจนถึงปัจจบุ ัน และ
ได้มีการทำวิจัยเปลี่ยนแปลงแทนที่และศักยภาพการสะสมธาตุคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินในแปลง
ถาวรอกี ดว้ ย

การใช้ประโยชน์แปลงถาวรดา้ นการเรียนการสอน

ตัง้ แต่ พ.ศ. 2555 เปน็ ต้นมา ได้มกี ารใชพ้ ื้นทีแ่ ปลงถาวรในสังคมย่อยปา่ เบญจพรรณเป็นพ้ืนท่ีสำหรับ
ฝึกปฏิบัติการภาคสนามรายวิชาปฏิบัติการนิเวศวิทยาเรื่อยมาจนถึงปัจุบัน โดยมีนิสิตชั้นที่ 2 คณะ
วทิ ยาศาสตรแ์ ละครุศาสตร์ มาใชป้ ระโยชน์ เพอื่ ให้นิสิตไดน้ ำความรู้จากทฤษฎมี าใชจ้ รงิ และเสริมสร้างทักษะ
ต่าง ๆ ทั้งการวางแผน การบริหารจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนปลูกฝัง
การมีคณุ ธรรมจริยธรรมในการศึกษาวิจยั

กิจกรรมในแปลงถาวรมีหลากหลายให้นิสิตได้ศึกษาเรียนรู้ (ภาพที่ 4 และ 5) ผ่านการใช้เครื่องมือ
และฝึกทักษะการเก็บข้อมูลทางด้านปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพในระบบนิเวศ เช่น คุณสมบัติดิน สภาพ
อากาศ การศกึ ษาสงั คมพชื ซึง่ เป็นผ้ผู ลิต ท้งั ในด้าน ชนดิ จำนวน การกระจายตัว มวลชีวภาพเหนือพื้นดินและ
ศักยภาพการสะสมธาตคุ าร์บอน เป็นตน้ ตลอดจน การศึกษาสงั คมสิง่ มชี ีวิตในดิน (macro- และ meso- soil
fauna) ซึ่งเป็นผู้บริโภค เพื่อให้นิสิตได้เข้าใจถึงปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ และตระหนักถึง
ความสำคญั ของระบบนิเวศ ท่ีทำหนา้ ทแี่ ละใหบ้ รกิ ารต่าง ๆ โดยเฉพาะแก่สงั คมมนุษย์

นอกจากน้ี ยงั มีการเปิดโอกาสให้นสิ ติ ดาวน์โหลดแอพพลเิ คชนั สำหรับมอื ถือที่เกยี่ วข้องกบั การศึกษา
ด้านนิเวศ และนำมาใช้งานในภาคสนาม เช่น แอพพลิเคชันการหาพื้นที่ปกคลุมเรือนยอด การหาความสูง
ต้นไม้ การทำแผนที่ เป็นต้น ทำให้นิสิตเรียนรู้ในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ และสามารถ
เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองต่อไปในอนาคต

การใชป้ ระโยชนด์ ้านการวิจัย

เน่ืองจากพ้ืนที่ปา่ ผลดั ใบแห่งน้ี ไดถ้ ูกรบกวนโดยกิจกรรมการเกษตรของมนุษย์ ประกอบกับมีการสร้าง
อ่างเก็บน้ำทำให้ระบบนิเวศมีการเปลีย่ นแปลง ทางภาควิชาชวี วิทยาจึงได้ทำการศึกษาการเปล่ียนแปลงแทนที่
ของสังคมพืชในแปลงถาวร และศึกษาการเพิ่มพูนมวลชีวภาพเหนือพื้นดินซึ่งประเทศไทยยังมีการศึกษาน้อย
เนื่องจากต้องทำการติดตามศึกษาเป็นระยะเวลานาน

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงสังคมพืช พบว่าในสังคมย่อยป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้หลายชนิดที่ตายไป
(ภาพที่ 6) เชน่ เพกา Oraxylum indicum ทองกวาว Butea monosperma และงิ้ว Bombax spp. ขณะที่
สังคมย่อยป่าเต็งรัง พบว่ายอป่า Morinda coreia และปอ Grewia sp. มีการตายมากที่สุด การตายของ
ต้นไม้ในแปลงเป็นการเปิดโอกาสให้ต้นไม้ที่เหลือได้เจริญเติบโตต่อไป และยังทำให้เกิดช่องว่างไม้ล้ม ( tree
fall gap) ซง่ึ สง่ ผลใหก้ ลา้ ไม้เจริญเติบโตต่อไปได้

ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รักษป์ า่ สกู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื 11

ภาพท่ี 4 การฝึกภาคสนาม รายวชิ าปฏิบัตกิ ารนิเวศวทิ ยา

12 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ สู่การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน

ภาพท่ี 5 การศึกษาข้อมูลตา่ ง ๆ ในภาคสนาม รายวชิ าปฏบิ ัติการนเิ วศวทิ ยา 13

ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยัง่ ยนื

จากการติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงสังคมพืชพบว่ามีแนวโน้มที่สังคมป่าเต็งรังจะถูกแทนที่ด้วย
สงั คมปา่ เบญจพรรณ เนือ่ งจากความชื้นท่ีเพ่ิมข้ึน นอกจากนย้ี ังพบว่าต้นไม้ขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางน้อย
กว่า 4.5 เซนติเมตร) มีจำนวนลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างอายุของป่ามีการเปลี่ยนแปลง (ภาพที่ 7)
สำหรับการศึกษาด้านการเพิ่มพูนมวลชีวภาพ พบว่าแม้จะมีการตายของต้นไม้ตามกระบวนการเปลี่ยนแปลง
แทนที่ แต่โดยรวมยังคงมีการเพิ่มพูนของมวลชีวภาพ โดยสังคมย่อยป่าเบญจพรรณมีอัตราการเพิ่มพูนเฉลี่ย
1.1 ตัน/เฮกแตร/์ ปี ในขณะที่สังคมย่อยป่าเตง็ รังมอี ัตราการเพิ่มพูนเฉลีย่ 4.5 ตัน/เฮกแตร์/ปี แสดงให้เห็นถึง
ศักยภาพของพ้นื ที่ปา่ แหง่ นี้ในการตรึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซดจ์ ากช้นั บรรยากาศ อย่างไรก็ตาม การวิจัยยังคง
ดำเนินต่อไปในแปลงถาวรเพื่อเพิ่มความเข้าใจด้านนิเวศและนำไปประยุกต์ใช้ในการ วางแผนการอนุรักษ์และ
จดั การพน้ื ที่ในอนาคต

ภาพที่ 6 การทำวิจัยติดตามการเปลี่ยนแปลงแทนที่
ของสังคมพืช และลักษณะต้นไม้ที่ล้มตาย ทำให้เกิด
ช่องวา่ งไมล้ ้มในพื้นท่ี

14 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างย่ังยนื

้รอยละของจานวน ้ตนแ ่ตละ ีป 80 A

60 30

40

20

0

10 10 15 15 20 20 25 25 30
ขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลางระดบั อก ม.

้รอยละของจานวน ้ตนแ ่ตละ ีป 80 B
60
40 25 30 30
20

0

10 10 15 15 20 20 25
ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางระดบั อก ม.

ภาพท่ี 7 การเปลีย่ นแปลงโครงสรา้ งปา่ พิจารณาจากขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง
ระดับอก (1.3 เมตร เหนือพื้นดิน) ของตน้ ไม้ในแปลงถาวร
สงั คมย่อยป่าเบญจพรรณ (A) และสงั คมย่อยปา่ เตง็ รัง (B)
ทมี่ า: พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา และ นพิ าดา เรือนแก้ว ดิษยทตั (2560)

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษป์ ่า สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื 15

1.3

นอกเหนือจากแปลงถาวรในจังหวัดสระบุรีแล้ว ทางภาควิชาชีววิทยา และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้
เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยและมีการดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
บรเิ วณสถานีวจิ ยั และถ่ายทอดเทคโนโลยีไหล่น่าน ร่วมกบั ชมุ ชนในพ้ืนทตี่ ำบลไหล่น่านมาอยา่ งต่อเนื่อง ตั้งแต่
เริ่มโครงการจัดตั้งสถานีวิจัยฯ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 ทางภาควิชาฯ ได้ ดำเนินโครงการด้านการมีส่วน
รว่ มกับภาคส่วนตา่ ง ๆ มากข้ึน ภายการดำเนินโครงการตา่ ง ๆ เชน่ “โครงการการจัดการความรู้ป่าชุมชนโดย
ใช้แบบจำลองเพ่อื นคู่คดิ ” และ “โครงการละอ่อนสา รกั ษป์ ่าไหล่นา่ น: การสร้างเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติในป่า
ชุมชนตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา” ระหว่าง ปี พ.ศ. 2561-2563 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก
โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพือ่ ใช้ประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ (ปีงบประมาณ 2561)
และโครงการ CU Community Engagement (ปีงบประมาณ 2562) ตามลำดับ ภายใต้โครงการเหล่าน้ี
มีการจัดกิจกรรมการแลกเปล่ียนเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การจัดกิจกรรมปลกู ป่าเพือ่ เสริมความหลากหลาย
ของชนิดพันธุ์พืช กิจกรรมบวชป่า และกิจกรรมการอบรมการใชโ้ ปรแกรมสารสนเทศภูมศิ าสตร์ กิจกรรมการ
อบรมการดูนกเบื้องต้น กิจกรรมการสำรวจป่า และกิจกรรมอบรมการสร้างแปลงถาวรเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้
เป็นต้น โครงการต่าง ๆ นี้ ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไหล่น่าน คณะครูและ
นกั เรยี นโรงเรียนสา ซ่ึงอยูใ่ นพื้นทใ่ี กลเ้ คยี ง ในการรว่ มดำเนินการจดั กิจกรรม

กิจกรรมการมีส่วนร่วมที่สำคัญโครงการหนึ่ง คือ การวางแปลงถาวรในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านบุญเรือง
หมู่ 2 ต.ไหล่น่าน โดยมีการวางแปลงถาวรขนาด 40 ม. x 40 ม. รวมทั้งสิ้น 4 แปลง (ภาพที่ 8 และ 9) โดย
แปลงที่ 1 ตั้งอยู่ใกล้ ๆ อบต.ไหล่น่าน ลักษณะป่าเป็นสังคมป่าเบญจพรรณ และอีก 3 แปลง มีลักษณะเป็น
สังคมป่าเต็งรัง ทั้งนี้แปลงที่ 3 และ 4 จะเป็น 2 แปลงที่ติดกัน ซึ่งพื้นที่แปลงถาวรนี้ ได้มีการใช้ประโยชน์ใน
ด้านการเรียนการสอนและการทำวิจัยร่วมกับนักเรียนโรงเรียนสา ผ่านรายวิชาการค้นคว้าอิสระ
(Independent Study) ซึ่งมีทั้งนักเรียนระดับ ม.2 และ ม.5 (ภาพที่ 10 - 13) และได้บูรณาการเข้ากับการ
เรียนการสอน รายวิชา Senior Project หรือโครงการส่งเสริมการเรียนการสอนเพื่อเสริมประสบการณ์ ของ
นิสิตชั้นปที ี่ 4 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ โดยตัวอย่างการศึกษาในแปลงถาวร เช่น ความหลากชนิด
ของพรรณไม้ ศักยภาพการสะสมธาตุคารบ์ อนในมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน การเจรญิ เตบิ โตของไม้ยนื ต้น ความ
หลากชนดิ ของนกในปา่ ชุมชนและบรเิ วณโดยรอบ ความหลากชนดิ ของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ ความ
หลากชนิดของเห็ด เมนูอาหารจากปา่ ชมุ ชน การสรา้ งเสน้ ทางถาวรในพืน้ ท่ปี ่าชมุ ชน (ภาพที่ 13 - 14) เปน็ ต้น
ซึ่งเมื่อทำการศึกษาเสร็จแล้ว ได้มีการนำเสนอผลการศึกษาให้แก่ชุมชน เพื่อให้ทางชุมชนได้นำความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นการพัฒนาท้องถิ่น

กิจกรรมการสร้างแปลงถาวรนี้ได้รับการตอบรับจากทางชุมชนเป็นอย่างดี เนื่องจากทางชุมชนได้มี
โอกาสถ่ายทอดความรู้ให้แก่เยาวชน และนักเรียนเองก็ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ (learning by doing)
ซึ่งนำมาสู่การพัฒนาต่อยอดโครงการเรียน-รู้-รักษ์นก มาเป็นโครงการ “ละอ่อนน่าน เรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การ
พฒั นาอย่างยงั่ ยืน” ในคร้งั น้ี

16 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ปา่ สู่การพฒั นาอย่างย่งั ยืน

ภาพที่ 8 แปลงถาวร (กรอบสีเขียว) ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านบุญเรือง (หมู่ 2) ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา
และแนวเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติ (เสน้ สีเหลืองและสีฟ้า) ซ่ึงเปน็ ผลงานของนักเรยี นและนสิ ิตที่เขา้ ร่วมกจิ กรรม

ภาพท่ี 9 ข้อมูลตน้ ไมใ้ นแปลงถาวรและเสน้ ทางศึกษาธรรมชาติในระบบ Google Earth Pro

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ า่ ส่กู ารพฒั นาอย่างย่ังยนื 17

ภาพท่ี 10 ตัวอย่างกิจกรรมท่ีเกดิ ขึน้ จากแปลงถาวร

18 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ป่า ส่กู ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน

ภาพท่ี 11 การนำผลงานการค้นคว้าอิสระตอ่ ชุมชน และสง่ มอบผลงานให้ทาง อบต. ไดใ้ ช้ประโยชน์

ภาพท่ี 12 การติดป้ายชื่อตน้ ไมใ้ นแปลงถาวร และข้ึนป้ายเสน้ ทางศึกษาธรรมชาติ รว่ มกับผู้มสี ่วนเกีย่ วข้อง

ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ า่ สกู่ ารพัฒนาอย่างยัง่ ยนื 19

ภาพที่ 13 โบรชัวร์เสน้ ทางศึกษาธรรมชาติท่มี อบให้ทาง อบต.ไหล่นา่ นและชมุ ชนได้ใชป้ ระโยชน์

20 ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยืน

2 การวางแปลงถาวร

2.1

สำหรับกจิ กรรมการวางแปลงถาวรในครง้ั นี้ ทางคณะวิทยากร ได้จดั เตรยี มอปุ กรณ์ที่จำเป็นบางส่วนที่
ใช้ประกอบการวางแปลงถาวร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค
จุฬาฯ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จัดเตรียมไว้ในกล่อง (ภาพที่ 14) ซึ่งได้มอบไว้ให้ทางโรงเรียนได้นำไปประโยชน์และ
ใชส้ ำหรบั จัดทำอุปกรณ์ประกอบการวางแปลงต่าง ๆ เพิ่มเตมิ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ มีดังนี้ (ตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 รายการอุปกรณ์ในกลอ่ งเคร่อื งมือ

รายการ จำนวน การใช้งาน
1 ตลับ 50 เมตร 1 อัน ลากแนวเสน้ หลัก

2 เชอื กฟาง พร้อม label 1m 1 อัน สร้างแนวเขตแปลง

3 เขม็ ทิศ 1 อนั ตรวจสอบแนวทศิ เหนือ-ใต้

4 เหล็กกล่อง 75 ทอ่ น ใชป้ ักเปน็ หมุดแนวเขต (25 ท่อนตอ่ แปลง)

5 ป้ายตำแหน่ง x, y เคลือบพลาสติก 1 ชดุ ผกู กบั หมดุ แนวเขตเพื่อระบุพิกัดของแปลง (25 ช้ินต่อ
แปลง เตรียมให้สำหรบั 3 แปลง)

6 คอ้ น 1 อัน ตอกหมุดแนวเขต และตอกกิ๊บรัดสายไฟสำหรบั ทำเป็น
ปา้ ยหมายเลขต้นไม้ (tag)

7 ลวด 1 ขด ผกู ปา้ ยตำแหนง่ , ผูก tag เขา้ กบั ตน้ ไม้

8 คีมตดั ลวด 1 อนั ตัดลวด

9 tag ตอกหมายเลข 1-500 แลว้ 500 ชน้ิ ผกู กบั ตน้ ไม้ เพื่อระบลุ ำดบั ต้นไมท้ บี่ ันทกึ ข้อมูล

10 สายวัด 2 อัน วัดขนาดเส้นรอบวงต้นไม้

11 ใบบนั ทึกขอ้ มลู ตน้ ไม้ (เลข 1-500) 1 ชดุ บนั ทึกข้อมลู ตน้ ไมร้ ายตน้ ก่อนลงในคอมพิวเตอร์

12 ใบบันทกึ การใชป้ ระโยชน์ 1 แผน่ บนั ทกึ ข้อมูลต้นไม้รายต้น จากการสมั ภาษณ์

13 กระดานรองเขยี น 3 อัน รองใบบันทึกข้อมูล

14 ก๊ิบสายไฟ เบอร์ 4 1 ถุง ทำ tag ด้วยตวั นักเรียนเอง

15 เหล็กตอกหมายเลข 1 กลอ่ ง ตอกหมายเลข tag เพิ่มเติม หากทีเ่ ตรยี มให้ไม่พอ

16 ถุงมือ 2 คู่ ใส่ปอ้ งกนั กรณีทำงานกับของมีคม

17 กรรไกร 2 อัน ตดั กระดาษกาวย่น เพือ่ ให้ขอบเสมอ กระดาษไมต่ ิดกัน

18 กระดาษกาวยน่ 1 มว้ น ติดเชอื กฟางบอกระยะ 1 เมตร เมอ่ื ทำเชือก 40 เมตร

19 ปากกาเมจิก สีดำ 1 แทง่ เขยี นเลขบนกาวย่น บอกระยะ

20 คู่มือประกอบการอบรมคร้งั ที่ 1 45 เลม่ ทบทวนการใชง้ านแอปพลเิ คชนั GPS Essentials

และเอกสารสรุป (พรอ้ มเอกสารสรุป 1 หนา้ ) และ Google Earth Pro

ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รักษป์ า่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยืน 21

ภาพท่ี 14 อุปกรณ์ทีแ่ จกในกล่อง (อปุ กรณบ์ างส่วน)

22 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สกู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยืน

2.2 40

ก่อนการวางแปลง ต้องมกี ารเตรยี มเชือกฟาง สำหรับบอกระยะและบอกตำแหนง่ ตน้ ไม้ในแปลงถาวร
โดยทำการตดิ หมายเลขบอกระยะบนเชือกทุก ๆ 1 เมตร

- แนะนำใหใ้ ช้กระดาษกาวย่นสีต่างกนั (เช่น สชี มพู และสเี หลอื ง) ในทุก ๆ ระยะ 5 เมตร
และ 10 เมตร (ภาพท่ี 15) เพ่ือให้สังเกตได้งา่ ยขณะปฏบิ ตั ิงานในป่า

- ใชก้ ระดาษกาวยน่ สีครีม หนาประมาณ 1 นวิ้ ในการทำหมายเลข ทกุ ๆ ระยะ 1 เมตร
- ใช้ปากกาเมจกิ (กันน้ำ) ในการเขียนระยะ
- เตรยี มเชือกฟางจำนวน 10 เส้นตอ่ แปลง เพื่อสรา้ งแปลงย่อยที่เหมาะกับการทำงาน (ภาพท่ี

16) ท้ังนสี้ ามารถเตรียมเชอื กพรอ้ มกันไดห้ ลาย ๆ เส้น (ภาพที่ 15)
- ขณะม้วนเชอื กฟางเกบ็ สามารถใชย้ างวางมัดไว้บริเวณระยะ 0 เมตร และ 40 เมตร เพ่ือผูก

กบั หลกั หมดุ และม้วนเชือกให้แน่น มฉิ ะนนั้ เชอื กอาจหลดุ ออกจากม้วนได้
- เมือ่ ใชง้ านเสร็จ ทำการเก็บเชอื กให้แน่นเช่นเดยี วกนั และหากเชือกเปียก (เชน่ ฝนตกขณะ

ทำงาน) ต้องผึง่ เชือกให้แหง้ สนิทก่อนเก็บ
- หากตอ้ งการผกู เชือกท้ิงไวใ้ นแปลงเปน็ การชวั่ คราว (เพื่อความสะดวกในการทำงาน)

แต่จำเปน็ ต้องไปวางแปลงอน่ื เพม่ิ เติมก่อน ต้องทำเชือกเพ่ิมตามความจำเป็น

ภาพท่ี 15 ลักษณะการเตรยี มเชอื กฟาง โดยสามารถเตรียมพร้อม ๆ กนั ไดห้ ลายเส้น แต่ต้องมีพน้ื ที่มากพอ

ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ป่า สูก่ ารพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื 23

ภาพที่ 16 การใชเ้ ชอื กท่ีเตรียมไวจ้ ำนวน 10 เสน้ สำหรับวางแปลงถาวร
(หากแปลงมีลักษณะโปรง่ ต้นไมไ้ ม่หนาแน่น อาจใชเ้ ชอื ก 6 เส้น ตามแนวขอบและแนวกึ่งกลาง

(เลขสดี ำ) เนอ่ื งจากการระบุพิกัดทำไดไ้ มย่ ากเกนิ ไป)

24 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สกู่ ารพฒั นาอย่างยั่งยืน

2.3 tag)

การทำป้ายหมายเลขต้นไม้ สามารถใช้กิ๊บรัดสายไฟอลูมิเนียม แล้วใช้เหล็กตอกตัวเลข ขนาด 5 มม.
(ภาพท่ี 17) หรือ 6 มม. ตอกหมายเลขตามทีต่ อ้ งการ

- กบ๊ิ เบอร์ 4 จะมีความยาวพอเหมาะกบั เลข 3 หลกั แต่ผใู้ ชส้ ามารถเลอื กขนาดอ่ืน ๆ ได้
- เหล็กตอกตัวเลขหมายเลข 6 และ 9 ต้องใชง้ านร่วมกัน ดงั นัน้ จงึ ควรวางแผนในการตอกเลขดว้ ย
- เมื่อตอกเลขไปทุก ๆ 50 หรือ 100 หมายเลข ควรเรียงเลขและร้อยรวมกันด้วยเอ็นหรือลวด

เพ่อื ใหห้ ยบิ ใชง้ านในภาคสนามได้สะดวก (ภาพที่ 18)
- ควรตอกเลขบนวัสดุแข็ง/เรียบ และควรทดลองตอกเหล็กตัวเลขก่อนทำ tag จริง เพื่อให้ทราบ

น้ำหนักที่จะใช้ตอก หากตอกเบาไปจะทำให้ตวั เลขไม่ชัดหรือไม่เห็นตัวเลข แต่ถ้าตอกแรงเกินไป
อาจทำให้กบ๊ิ รัดสายไฟยุบเปน็ แอ่ง ไมส่ ามารถตอกเลขอน่ื ได้

ภาพท่ี 17 ตวั เลขบนเหล็กตอกเบอร์ ขนาดอักษร 5 มม. ซึ่งจะกลับซ้ายไปขวา
และหมายเลข 6 และ 9 ต้องใชง้ านรว่ มกัน

ภาพที่ 18 การเรียงกิ๊บรดั สายไฟสำหรบั
การตอกหมายเลข และการเรยี ง tag ที่
เสร็จแล้วเป็นชดุ ๆ

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยืน 25

2.4

การวางแปลงถาวรในโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ให้แก่นักเรียนร่วมกับชุมชน
เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาธรรมชาติในพื้นที่จริง ได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม และข้อมูลที่ได้สามารถสง่ คืนให้ชุมชน
ได้ใช้ประโยชน์ ดังนั้น การเลือกพื้นที่วางแปลงถาวร จึงเน้นการเขา้ ถึงและทำงานได้ง่าย นักเรียนระดับ ม.ต้น
หรือ ม.ปลาย สามารถเข้าพื้นที่เพื่อทำงานหรือเก็บข้อมูลได้ไม่ยากเกินไป แต่ทั้งนี้ การเลือกตำแหน่งแปลง
เป็นไปโดยการพจิ ารณารว่ มกันระหวา่ งทางโรงเรยี นและตวั แทนชมุ ชน เพ่ือให้เกดิ ประโยชน์สงู สุด

การวางแปลงถาวร สามารถวางในแนวใดก็ได้ แต่หากสามารถวางในแนวทิศเหนือ-ใต้ ได้ด้วย ก็จะ
สามารถนำขอ้ มลู ไปซ้อนทบั กับภายถา่ ยดาวเทยี มหรือภาพถ่ายทางอากาศไดง้ า่ ยขน้ึ ทำให้ข้อมูลที่รวบรวมจาก
แปลงถาวรมปี ระโยชน์มากข้นึ

ขนาดแปลงถาวรท่ีจะทำการวางในโครงการน้ี จะเปน็ ขนาด 40 ม. x 40 ม. หรือ 1 ไร่ ซง่ึ เป็นขนาดท่ี
ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปในการศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งหลักการโดยทั่วไป ของขนาดแปลงถาวร คือ ไม่ควร
เล็กกว่าต้นไม้ที่สูงที่สุดในแปลงนั้น ๆ สำหรับรายละเอียดการวางแปลงถาวรสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก
คมู่ ือการวางแปลงตวั อย่างถาวรและการเกบ็ ข้อมูลภาคสนาม โดยชิงชยั วิริยะบญั ชา (2563)

การวางแปลงถาวรในคร้งั นี้ สามารถแบง่ ข้นั ตอน ได้ดงั น้ี

1. เลือกพ้ืนทีว่ างแปลงร่วมกับทางตัวแทนชมุ ชน โดยตำแหน่งไมค่ วรอยู่ตดิ แนวถนนเกินไป
2. หาจุดเริ่มต้นแปลง จากนั้นหาแนวทิศเหนือ-ใต้ หรือทิศตะวันออก-ตะวันตก โดยใช้เข็มทิศ

(ตัวแทนนกั เรยี นทำงานรว่ มกบั พ่ี ๆ จากทางจุฬาฯ) (ภาพท่ี 19)
3. ดึงสายวัดจากตลับเมตร 50 เมตร ไปในทิศที่ต้องการเป็นแนวตรง จนได้ระยะ 40 เมตร หากมี

ต้นไม้ขนาดเล็กกีดขวางให้เบี่ยงหลบเลก็ น้อย หรืออาจตัดต้นไมอ้ อก โดยพยายามให้สายตึงท่สี ดุ
หากมีต้นไมใ้ หญ่กดี ขวาง ควรปรับเล่ือนจุดเรม่ิ ต้น
4. หากปลายทางที่ระยะ 40 เมตร ไม่สามารถเดินไปถึงได้ สามารถพิจารณาเลื่อนจุดเริ่มต้นได้ตาม
ความเหมาะสม
5. เม่ือได้แนวหลักทเี่ ปน็ เส้นตรงแล้ว ใหท้ ำการปักหมดุ ที่จุดเริ่มต้นและทกุ ๆ 10 เมตร
6. ทำการหาแนวต้งั ฉากจากเส้นแนวหลกั เรยี กข้ันตอนนวี้ ่าออกฉากหรือหาฉาก (ภาพที่ 20, 21)

a. เร่มิ จากแนวเชอื กที่ระยะ 20 เมตร เพื่อหาระยะตง้ั ฉากไดง้ ่ายข้นึ
ค่อย ๆ สร้างแนวจนครบทกุ ด้านดังภาพที่ 20

b. ใช้หลกั การตรโี กณมิติมาประกอบ โดยวัดแนวระยะ 3, 4 และ 5 เมตร →
7. พจิ ารณาตำแหนง่ เริ่มต้นแปลง (ตำแหนง่ x0, y0) จากนน้ั นำปา้ ยพิกัด

ไปผูกไว้กับหลักหมดุ เพ่อื ให้ทราบตำแหน่ง เมื่อตอ้ งเขา้ มาทำงานในอนาคต
8. เม่ือดำเนินการแล้วเสร็จจะไดแ้ ปลงถาวรขนาด 1 ไร่ มีแปลงยอ่ ย 16 แปลง โดยสามารถเรียกช่ือ

ตามคอลัมน์ (Column: C, จากซ้ายไปขวา) และตามแถว (Row: R, จากล่างขึ้นบน (เนื่องจาก
หากมีการขยายพน้ื ท่ีแปลงถาวรจะเรียกชอ่ื แปลงย่อยไดง้ ่ายและเป็นระบบกวา่ ) (ภาพที่ 21)
9. ทำการเกบ็ ขอ้ มูลต่าง ๆ ในแปลงถาวรตามท่ีวางแผนไว้

26 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สูก่ ารพัฒนาอย่างย่ังยืน

ภาพท่ี 19 การวางแปลงถาวรโดยนักเรยี นโรงเรยี นสา รว่ มกบั นสิ ติ จากภาควชิ าชวี วทิ ยา
คณะวทิ ยาศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื 27

(A)

(B)
ภาพที่ 20 การเรียกชื่อแปลงยอ่ ยดว้ ยระบบตวั เลข โดยมมุ ลา่ งซา้ ยจะเปน็ ตำแหน่ง 0,0 ของแปลงถาวร:
(A) เรยี กลำดับแปลงย่อยจากจุดเริ่มต้นขึ้นไปทางทศิ เหนือ และวนลงมาทางทิศใต้ ตามแนวการเดินเกบ็ ข้อมลู ;

(B) เรียกลำดับแปลงยอ่ ยจากจดุ เริม่ ต้นข้นึ ไปทางทิศตะวนั ออก และวนไปทางทิศตะวันตก

28 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สู่การพฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื

ภาพท่ี 21 การเรยี กช่ือแปลงยอ่ ยดว้ ยระบบคอลมั (Column: C) และแถว (Row: R)
โดยจดุ เรม่ิ ตน้ (มุมล่างซ้าย: x0, y0) คอื แปลง C1R1

ซึ่งหากขยายแปลงถาวรใหใ้ หญ่ข้นึ จะทำให้กำหนดชอื่ ได้ง่ายข้ึน

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รักษป์ า่ สกู่ ารพัฒนาอย่างยง่ั ยืน 29

3 การเก็บขอ้ มลู ต้นไม้

3.1

หลังจากวางแปลงแล้วเสร็จ นักเรียนสามารถเริ่มเก็บข้อมูลเพื่อประกอบการทำ IS โดยข้อมูล
ท่ีสามารถเริ่มทำได้ คือ การเก็บขอ้ มูลตน้ ไม้และพิกัด โดยนกั เรยี นสามารถแบง่ งานและชว่ ยกันทำงาน ซ่ึงงาน
ตา่ ง ๆ แสดงดังตารางท่ี 2 และมรี ายละเอียดในหวั ข้อถดั ๆ ไป

ตารางที่ 2 การแบง่ หน้าที่ทำงานของนักเรียนและอุปกรณ์ท่ใี ช้

หนา้ ทีข่ องนักเรยี น ความรับผดิ ชอบ อปุ กรณท์ ใี่ ช้

1 บันทึกข้อมลู ตน้ ไม้ จดข้อมูลช่ือต้นไม้ ขนาดเส้นรอบวง และพิกดั กระดาษบันทึกข้อมลู และ

(1 คน) เก็บรวบรวมข้อมูลและสำรองข้อมูล (เช่น ถ่ายภาพ กระดานรองเขยี น (ภาพท่ี 22)

กระดาษข้อมูลเกบ็ ไว้ หรือสง่ ไปเก็บใน Gmail

ของโครงการ เพ่ือป้องกนั ข้อมูลสญู หาย)

2 วดั เสน้ รอบวง วัดเสน้ รอบวงตน้ ไม้ ท่รี ะดบั 1.3 ม. เหนือพืน้ ดนิ สายวดั
(1 คน) (ขนาดเสน้ รอบวงทร่ี ะดับอก)

3 ตัดลวด (1 คน) ตดั ขวด ความยาวมากกว่าเส้นรอบวงตน้ ไม้ ลวด และคีมตดั ลวด
ประมาณ 15-20 ซม. ส่งใหค้ นผูก tag

4 หยิบและผกู tag หยิบ tag และรบั ลวดมาผูกกับตน้ ไม้ โดยการผูกลวด tag หมายเลข
(1 คน) รอบตน้ ตอ้ งทำให้มคี วามโป่ง เพื่อให้ต้นไม้โตได้และ
ลวดไม่รัดต้นไม้ เมอื่ เวลาผ่านไป

5 บอกพกิ ดั X, Y บอกตำแหนง่ ตน้ ไม้ท่ีทำการวัดในขณะน้นั เชอื กฟางทที่ ำป้ายระยะแลว้

(2 คน) ตามแนวแกน X และ Y (ยืนบรเิ วณนอกแนวเชอื ก)

6 ถา่ ยภาพต้นไม้ ถ่ายภาพ tag ให้เห็นเลขที่ชดั เจน กลอ้ งถ่ายภาพ หรอื
(1 คน) โทรศพั ท์มือถอื ที่ถา่ ยภาพได้
ถา่ ยภาพตน้ ไม้โดยรวมท้ังต้น ลำตน้ (เปลือก) ใบ ชดั เจน และแบตเตอรส่ี ำรอง
ดอก ผล (ถ้าม)ี และลักษณะเด่นต่าง ๆ เพื่อนำไป
ประกอบการจำแนกชนดิ

7 สัมภาษณ์การใช้ สมั ภาษณ์ผู้นำทางหรือปราชญช์ มุ ชน เพ่อื ทราบถึง กระดาษบนั ทึกข้อมูล และ
ประโยชน์ (1 คน) ลักษณะการใชป้ ระโยชนแ์ ละมลู ค่าของตน้ ไม้นนั้ ๆ กระดานรองเขยี น (ภาพที่ 23)

8 รวบรวม/ รวบรวมขอ้ มูลหลังเสรจ็ งาน และสำรองข้อมูล กลอ้ งถ่ายภาพ คอมพวิ เตอร์

ตรวจสอบข้อมลู ใน google drive 1 ชดุ โดยสรา้ งเปน็ folders อินเตอรเ์ น็ต

หมายเหตุ: หากต้องการเพม่ิ จำนวนกลุ่มในการทำงาน สามารถแบง่ นักเรียนไปทำงานคู่ขนานกันได้
โดยแบง่ tag และเครื่องมือตามความเหมาะสม และจดบนั ทึกข้อมลู ตน้ ไมใ้ หต้ รงกับ tag
สำหรับ tag ทเ่ี หลอื สามารถเก็บไวใ้ ชง้ านในแปลงอื่น ๆ ได้

30 ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สกู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยืน

3.2

ผู้ที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีลายมือที่อ่านง่าย มีความรอบคอบ เนื่องจาก
ต้องตรวจสอบข้อมูลที่จดบันทึกและสังเกตสิ่งรอบตัวไปพร้อม ๆ กัน บางครั้งอาจฟังเสียงท่ีเพื่อนขานบอกค่า
ต่าง ๆ ไม่ชัด จึงต้องคอยสอบถามใหม่เพื่อความถูกต้อง และอาจต้องช่วยแจ้งลำดับต้นไม้เพื่อการถ่ายภาพ
ประกอบ เนือ่ งจากการถา่ ยภาพอาจเสร็จช้ากวา่ งานอื่น คนถ่ายภาพอาจจะหาต้นไม้ต้นต่อไปไม่เจอ เป็นต้น

ภาพที่ 22 ตวั อยา่ งกระดาษบันทึกข้อมลู ตน้ ไม้

ภาพท่ี 23 ตัวอย่างกระดาษบันทึกข้อมูลการใชป้ ระโยชน์ต้นไม้ 31

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รักษ์ปา่ สกู่ ารพฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื

3.3

การศึกษาต้นไม้โดยเฉพาะการสะสมธาตุคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินนั้น สามารถจำแนก
ตน้ ไม้ออกเป็นกล่มุ ตามขนาดและความสงู (ธติ ิ วสิ ารัตน์ และคณะ, 2542) ไดแ้ ก่

- ไม้ยืนต้น คือ ตน้ ไม้ทมี่ ีเส้นรอบวงระดับอก (Circumference/Girth at Breast Height:
CBH/ GBH) ตง้ั แต่ 14.1 ซม. หรือมีเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางระดับอก (Diameter at Breast Height:
DBH) ต้ังแต่ 4.5 ซม. และมีความสงู ตั้งแต่ 1.3 ม. ขึ้นไป

- ไมห้ น่มุ คือ ต้นไม้ทมี่ ี CBH นอ้ ยกว่า 14.1 ซม. (DBH น้อยกว่า 4.5 ซม.)
และมีความสงู ตั้งแต่ 1.3 ม. ขึ้นไป

- กลา้ ไม้/ลูกไม้ คอื ต้นไมท้ ี่มี CBH น้อยกว่า 14.1 ซม. และมีความสูงนอ้ ยกวา่ 1.3 ม.
ในการทำ IS ของนกั เรยี นในโครงการละอ่อนนา่ น เรยี น-รู้-รกั ษป์ า่ นี้ จะเนน้ ศกึ ษาในไม้ยนื ต้น โดยทำ
การวัดค่า CBH ของต้นไม้รายต้น อย่างไรก็ตาม ต้นไม้บางต้นอาจไม่ได้มีลำต้นตรง และอาจมีหลายลำต้น
(หรือเรียกว่า “นาง”) เนื่องจากเป็นลักษณะตามธรรมชาติ (ลักษณะวิสัย) หรืออาจเป็นการแตกนางใหม่จาก
การถูกตัดฟันในอดีต ดังนั้น จึงต้องทำการสังเกตลักษณะของต้นไม้ที่จะทำการวัดด้วย ตัวอย่างเช่น ต้นไม้ที่มี
ตุ่มตาบริเวณ 1.3 ม. พอดี ควรวัดขนาด CBH บริเวณที่ไม่มีตุ่มตาในระดับที่สูงขึ้นไปเล็กน้อย หรือต้นไม้ที่มี
ลักษณะเอียงและเจริญบนพื้นที่ลาดเอียง จะวัด CBH บริเวณด้านบนของที่ลาดเอียงน้ัน หรือต้นไม้ที่มีพูพอน
หรือรากค้ำยนั สงู จากพนื้ ควรวดั คา่ CBH ทีเ่ หนือพูพอน หรือรากคำ้ ยันขึ้นไป เป็นตน้ และถา้ เปน็ ไปได้ควรทำ
เครอื่ งหมายบริเวณที่ได้วัดไว้ เพ่ือประโยชน์ในการวดั ซ้ำ
สำหรับตำแหนง่ การวัด CBH ของต้นไมล้ ักษณะต่าง ๆ แสดงดงั ภาพท่ี 24

ภาพที่ 24 ตำแหน่งการวดั ขนาดเสน้ รอบวงระดับอก (CBH) หรอื ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางระดับอก (DBH)
ของตน้ ไม้รูปแบบต่าง ๆ (ทม่ี า: ชงิ ชยั วิรยิ ะบญั ชา, 2546)

32 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ปา่ สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยนื

การวัดขนาดเส้นรอบวงของต้นไมใ้ นภาคสนามสามารถดำเนินการได้ ดังน้ี

- ศึกษาแนวทางการวดั CBH ตามภาพที่ 24 ให้เข้าใจ หรอื อาจพิมพ์/save ภาพนตี้ ิดตวั ไปดว้ ย
- ควรเตรียมไม้หรือท่อที่มีความสูง 1.3 ม. ไปด้วย หรืออาจตัดไม้ไผ่ลำเล็ก ๆ ในพื้นที่ใกล้แปลง

ถาวรมาใช้ เพ่อื ใหต้ ำแหน่งการวัดมคี วามแมน่ ยำ
- ผู้ทำการวดั ตน้ ไม้ ควรทดลองฝึกใชส้ ายวดั ใหค้ ลอ่ ง เนื่องจากตัวเลขบนสายวดั อาจทำใหส้ บั สน
- ระหว่างการวัดต้นไม้ต้องจัดสายวัดให้ได้ระดับ ไม่ห้อยหรือโค้ง โดยเฉพาะต้นไม้ขนาดใหญ่

เพ่ือป้องกันความคลาดเคลื่อนของข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการวัด
- การขานบอกข้อมูล ควรใช้เสียงดัง ฟังชัด และระวังความสับสนระหว่างเลขที่ออกเสียง “เอ็ด”

กับเลขอื่น ๆ ที่ลงท้ายด้วย “เจ็ด” เนื่องจากเสียงคล้ายกัน ดังนั้น อาจพูดว่า “สิบหนึ่ง” แทน
“สบิ เอด็ ” หรือ “ยี่สิบหน่งึ ” แทน “ยี่สบิ เอด็ ” เพอื่ ลดความผิดพลาดในการบนั ทึกข้อมลู
- ทำประมาณความสูงของต้นไม้ (หน่วยเป็นเมตร) อาจแอปพลิเคชัน “measure height”
(สำหรับระบบ android) ช่วยในการวัด โดยทำการป้อนค่าความสูงของระดับสายตา และ
ระยะห่างจากผ้วู ัดไปถงึ ต้นไม้ (นักเรียนสามารถหาแอปพลิเคชันอนื่ ๆ มาทดลองไดด้ ว้ ยตวั เอง)

3.4

หลงั จากวัดขนาดเส้นรอบวงแลว้ (อาจผูก tag กอ่ นวดั ขนาดกไ็ ด้) ใหท้ ำการตดิ หมายเลขตน้ ไม้ ดังนี้

- นกั เรียนคนหน่ึงหยิบปา้ ยหมายเลขตน้ ไม้ (tag) ตามลำดับต้นทศ่ี กึ ษา (ระวงั tag หลน่ จากมัด จะ
ทำใหเ้ สียเวลาเก็บและเรียงตัวเลข จึงไม่ควรหยอกล้อกันกันระหวา่ งทำการหยบิ tag)

- นักเรยี นอีกคนหนึ่งตัดลวดใหย้ าวกว่าเส้นรอบวงตน้ ไม้ ประมาณ 15-20 ซม. ส่งให้ผ้ทู ถ่ี ือ tag
- นกั เรยี นทีถ่ ือ tag ทำการรอ้ ยลวดเขา้ กับ tag แล้วผกู รอบต้น โดยตอ้ งจดั ลวดใหม้ คี วามโปง่

(ภาพที่ 25) เพื่อใหต้ ้นไม้โตได้และลวดไม่รดั ตน้ ไม้ เม่ือเวลาผ่านไป

ภาพที่ 25 การจดบันทึกข้อมูล การวัดขนาดเสน้ รอบวงของตน้ ไม้ และการผูกป้ายหมายเลขต้นไม้ (tag)

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สู่การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื 33

3.5

การบอกพกิ ดั X, Y ของตน้ ไม้ สามารถทำไปพร้อม ๆ กับงานอน่ื ได้ แตต่ ้องพูดใหเ้ สียงดงั ฟงั ชัดเช่นกัน
เพราะผู้บอกตำแหน่งอาจอยู่ห่างผบู้ ันทึกขอ้ มลู มาก เสียงทพ่ี ูดออกไปอาจจะเบา

- ผบู้ อกตำแหนง่ ยนื ตามแนวเชอื ก และสังเกตกึ่งกลางของต้นไม้ที่บนั ทึกข้อมูลให้อยูใ่ นแนวตั้งฉาก
กับแนวแปลง แล้วอ่านค่าตำแหน่งที่ได้ของตัวเอง (ภาพที่ 26A) หรืออาจใช้ตลับเมตรลากจาก
เสน้ แนวเชอื กแลว้ วัด (ภาพที่ 26B)

- เมื่อดำเนินการข้อ 3.2-3.5 แล้วเสร็จ ให้ขยับไปต้นถัดไปในแปลง ผู้บอกพิกัดต้องขยับตำแหน่ง
ตวั เองไปด้วยเช่นกัน เพอ่ื ให้ไดข้ อ้ มูลที่ถกู ตอ้ ง (ภาพที่ 27)

- จากนั้น แจ้งให้ผู้ถ่ายภาพประกอบมาทำการถ่ายภาพ รวมถึงให้ผู้ที่สัมภาษณ์การใช้ประโยชน์
ตน้ ไมม้ าเกบ็ ข้อมูลเพมิ่ เตมิ จากผนู้ ำทางหรือปราชญช์ มุ ชน

ภาพท่ี 26 การระบุตำแหน่งพกิ ดั X, Y ของต้นไม้ 2 แบบ

(A) (B)
ภาพที่ 27 การบอกตำแหน่งต้นไมจ้ ากแปลงย่อยหน่ึงไปยังแปลงยอ่ ยถดั ไป โดยเดนิ ศึกษาตามแนวทศิ
ตะวันออก-ตะวันตก ซงึ่ ผ้บู อกพกิ ดั ต้องขยบั ตำแหน่งตามไปดว้ ย และรกั ษาจดุ ตั้งฉากระหวา่ งตนเองกับตน้ ไม้

34 ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า สู่การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื

3.6

การถ่ายภาพประกอบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการทำฐานข้อมูลพรรณไม้ หรือจำแนก
ชนิดในอนาคต เนื่องจากบ่อยครั้งที่ไม่สามารถระบุชนิดพืชในภาคสนามได้ ภาพถ่ายจึงต้องมีความคมชัด ไม่
เบลอหรอื ส่ัน ครอบคลมุ ลักษณะสำคัญหรือลักษณะเด่นของต้นไมช้ นิดนน้ั ๆ และท่สี ำคัญ ตอ้ งมีการถ่ายป้าย
tag กำกับด้วยเสมอเพื่อป้องกันการสับสนเมื่อนำรูปมาดูภายหลัง (ภาพท่ี 28) นอกจากนี้ หากมีเลนส์ซูมจะ
ช่วยใหก้ ารถา่ ยรูปใบไม้ท่ีอยู่สงู ทำไดง้ า่ ยขน้ึ สำหรับข้นั ตอนและขอ้ ควรระวังในการถ่ายรูป มดี งั นี้

- ตรวจสอบการตั้งค่าความละเอียดของกล้องถ่ายรูป ปัจจุบันกล้องถ่ายรูปมีความละเอียดมากขน้ึ
แต่การถ่ายภาพประกอบน้ี ไม่จำเป็นต้องมีความละเอียดสูงมาก เนื่องจากจะทำให้เปลือง
หน่วยความจำโดยไมจ่ ำเป็น (แนะนำใหต้ ง้ั ค่าความละเอยี ดประมาณ 8-12 ลา้ นพิกเซล)

- ตรวจสอบหน่วยความจำที่ใช้ ว่า format เรียบร้อย หรือเหลือพื้นที่จัดเก็บมากพอ ควรเตรียม
หนว่ ยความจำสำรองกรณีฉุกเฉนิ ด้วย

- ตรวจสอบแบตเตอรข่ี องกล้องวา่ มเี พียงพอใช้งาน และควรเตรียมแบตเตอรี่สำรองไวด้ ว้ ย
- ถา่ ยภาพ tag ของตน้ ไมเ้ ปน็ ภาพแรก เพอื่ ให้ทราบว่าเปน็ ต้นทีเ่ ท่าไร
- ถา่ ยภาพน่งิ ส่วนตา่ ง ๆ ของพืช เช่น ตน้ ไม้โดยรวม ลำตน้ เปลือก ใบ ดอก ผล พูพอน ฯลฯ

โดยถือกล้องให้นิง่ หากจำเป็นสามารถใช้ flash เสริม และใช้ระบบซูม แบบ optical zoom
เพ่อื ป้องกนั ภาพแตก ไมค่ มชัด (การใช้ digital zoom ภาพจะแตก)
- อาจพิจารณาถา่ ยภาพวิดีโอประกอบตามความเหมาะสม เพื่อใชป้ ระกอบการนำเสนอในอนาคต
- ควรถา่ ยภาพนิง่ หรอื วดิ โี อของสมาชกิ กล่มุ ขณะทำงานไว้ด้วย เพ่ือประกอบการทำรายงาน IS
- เมื่อเสร็จงาน ควรโหลดภาพออกจากหน่วยความจำของกล้อง และสำรองข้อมูลไว้ 1 ชุด เสมอ
(สามารถใช้ Gmail โครงการละอ่อนน่านฯ ของแตล่ ะโรงเรียนได้)

ภาพที่ 28 ตัวอยา่ งการถ่ายภาพส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ 35

ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ สู่การพฒั นาอย่างยั่งยืน

3.7

ขอ้ มูลการใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ ท้งั ประเภทเนื้อไมแ้ ละไม่ใช่เน้อื ไม้ (เหด็ ไขม่ ดแดง หนอ่ ไม้
ผักวานปา่ สมนุ ไพร ฯลฯ) สามารถนำมาประเมินมลู ค่าของระบบนิเวศปา่ ไม้ได้ ซ่งึ แต่ละพน้ื ทอี่ าจใช้ประโยชน์
ทรัพยากรแตกต่างกัน และมูลค่าทรัพยากรแต่ละประเภทก็อาจมีความแตกต่างกันด้วย ดังจึงควรรวบรวม
ข้อมูลส่วนนี้เพ่อื นำไปคำนวณมลู คา่ ของระบบนิเวศปา่ ชมุ ชน ซง่ึ ทำได้ดงั นี้

- ใช้แบบบันทึกข้อมูลการใช้ประโยชน์ทรัพยากร สอบถามปราชญ์ชาวบ้านหรอื ผูน้ ำทางถึงลักษณะ
การใช้ประโยชน์ เช่น ใช้ลำต้น ใบ ดอก หรือผล (ภาพท่ี 29)

- ประเมนิ มลู ค่าของต้นไมต้ น้ น้นั ๆ ซง่ึ มขี นาดแตกตา่ งกนั กับต้นอน่ื ๆ ว่าถ้าสมมตุ ิว่ามีการนำไปใช้
ประโยชน์จรงิ ๆ เช่น ตัดไปขาย ทำบา้ น จะคดิ เป็นมลู คา่ กี่บาท (ในทางปฏิบตั ิ ตน้ ไม้ในป่าชุมชน
มักหา้ มตัดฟนั และมกี ฎระเบบี ของชุมชนในการควบคมุ ดูแล)

- สอบถามอัตราการเก็บเกี่ยวทรัพยากร เช่น กี่กิโลกรัมต่อเดือน ราคาขาย วัตถุประสงค์การใช้
ประโยชน์ เชน่ เพื่อบริโภคในครวั เรือน หรอื ขายสร้างรายได้ เป็นต้น

- ทงั้ นี้ กลุ่ม IS ทท่ี ำเร่อื งสมุนไพรและการใชป้ ระโยชน์ กส็ ามารถสอบถามได้เช่นกนั

ภาพที่ 29 การสอบถามการใช้ประโยชนจ์ ากต้นไม้กบั ตัวแทนชมุ ชนในพนื้ ท่ปี า่ ชมุ ชนบา้ นนาสา
ตำบลไหลน่ ่าน อำเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน

3.8

เมื่อเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ควรมีหัวหน้ากลุ่มหรือผู้รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้
ด้วยกัน ควรสร้างโฟลเดอร์ในการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ/ระเบียบ เช่น โฟลเดอร์รูปทำงาน โฟลเดอร์รูป
ต้นไม้ (อาจสร้างโฟลเดอร์ย่อย เป็นต้นไม้ตามหมายเลข tag หรือต้นไม้รายชนิด) โฟลเดอร์รูปกระดาษบันทึก
ข้อมูล เป็นต้น หรือใช้ Gmail/google photos โครงการละอ่อนนา่ นฯ ของแต่ละโรงเรยี นสำหรับการจัดเกบ็
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ (Gmail ให้พน้ื ทเ่ี ก็บข้อมลู 15 GB) ซ่ึงทางโครงการจะแจง้ รหัสผา่ นให้ทราบตอ่ ไป

36 ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สู่การพฒั นาอย่างย่ังยืน

4 เอกสารอา้ งองิ

ชิงชัย วริ ิยะบัญชา. 2546. คู่มือการประมาณมวลชวี ภาพของหมู่ไม.้ ฝา่ ยวนวัฒนวจิ ยั และพฤกษศาสตร,์
กรงุ เทพฯ: กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ า่ และพนั ธ์พุ ชื .
www.dnp.go.th/development/Biomass.pdf

ชงิ ชยั วริ ิยะบญั ชา. 2563. คู่มือการวางแปลงตวั อยา่ งถาวรและการเก็บข้อมูลภาคสนาม. กลุ่มงานวจิ ัยระบบ
นเิ วศปา่ ไม้และสงิ่ แวดลอ้ ม, สำนักวจิ ัยการอนุรักษป์ า่ ไม้และพันธพ์ุ ชื . กรงุ เทพฯ: กรมอุทยานแหง่ ชาติ
สัตวป์ ่า และพันธพ์ุ ืช

ทรงธรรม สุขสวา่ ง และ ธรรมนญู เต็มไชย. 2556. การศกึ ษานเิ วศวทิ ยาระยะยาวโดยใชแ้ ปลงตวั อย่างถาวร
ในอทุ ยานแหง่ ชาติ. ศนู ย์นวัตกรรมอุทยานแหง่ ชาตแิ ละพ้ืนที่คมุ้ ครอง. กรงุ เทพฯ: กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธพุ์ ชื

ธติ ิ วสิ ารัตน์, ศริ ิภา โพธพิ์ นิ จิ และ บญุ ชุบ บญุ ทว.ี 2542. แนวทางการบรรยายและวเิ คราะหส์ งั คมพืช.
สำนกั วิชาการป่าไม้. กรุงเทพฯ: กรมปา่ ไม้

พงษช์ ัย ดำรงโรจนว์ ฒั นา และ นิพาดา เรือนแกว้ ดิษยทัต. 2560 นานาพรรณไม้ บรเิ วณป่าเขาถ้ำเสือ-เขา
จำปา. โรงพมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . กรุงเทพฯ. 96 หนา้ .

Curtis, R. O. and Marshall, D. D. 2005. Permanent-Plot Procedures for Silvicultural and Yield
Research. General Technical Report PNW-GTR-634. United States Department of
Agriculture. 86 pp.

Norby, R. J. 2017. Free-Air CO2 Enrichment (FACE). Climate Change Science Institute. Oak
Ridge National Laboratory.

ละออ่ นน่านเรยี น-รู้-รักษ์ป่า สกู่ ารพฒั นาอยา่ งยั่งยืน 37

38 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

5 ภาคผนวก

ดาวน์โหลดไดท้ ี่ https://tinyurl.com/kkmncft5

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รักษ์ปา่ สู่การพัฒนาอยา่ งยัง่ ยนื 39

40 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 41

42 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 43

44 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 45

46 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 47

48 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื

ละออ่ นนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษป์ ่า ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 49

50 ละอ่อนนา่ นเรยี น-รู้-รกั ษ์ปา่ ส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยนื


Click to View FlipBook Version