The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมบทคัดย่อ สัมมนารักษ์ป่าน่าน: ละอ่อนน่าน เรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dpongchai, 2022-07-11 12:40:18

รวมบทคัดย่อ สัมมนาละอ่อนน่าน ปีที่ 1

รวมบทคัดย่อ สัมมนารักษ์ป่าน่าน: ละอ่อนน่าน เรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

Keywords: รักษ์ป่าน่าน,ป่าชุมชน

คำนำ

จากพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงห่วงใยและทรงเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน จึงมี
พระราชดำริให้หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันจัดทำ “โครงการรักษ์ป่าน่าน” โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและความ
รับผิดชอบให้แก่เด็กและเยาวชน และบูรณาการความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและชุมชนท้องถ่ิน
ทั้งนี้ทรงเห็นว่าเด็กและเยาวชนเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยในการฟื้นฟูและรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้ กอปรกับแผนยุทธศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564-2567 ได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้นำการสร้างสรรค์องค์ความรู้และ
นวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธการสร้างผู้นำแห่งอนาคต (Future Leaders) โดยให้
นิสติ และบุคลากรร่วมลงมือทำกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนสังคมอุดมปัญญาแหง่ อนาคต และกลยุทธการพฒั นาสังคมอย่าง
ยัง่ ยนื (Sustainability) โดยใหม้ โี ครงการท่ีมุ่งเป้าและสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาสังคมอยา่ งย่ังยืน โดยกำหนดรูปแบบ
การขับเคล่ือนยทุ ธศาสตร์ด้านผนู้ ำการพัฒนา จากการสรา้ งบัณฑติ ในศตวรรษท่ี 21 และสง่ เสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุก
ระดับของนสิ ติ บุคลากร และชมุ ชน

ด้วยยุทธศาสตร์ดังกล่าว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง
ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินโครงการ “ละอ่อนน่านเรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ร่วมกับโรงเรียน
ในเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดน่านจำนวน 4 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ใน 3 อำเภอ ได้แก่ โรงเรียนสา
อบต. ไหล่น่าน และเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา, โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม เทศบาลตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา,
โรงเรียนเชียงกลาง “ประชาพัฒนา” โรงเรียนพระธาตุพิทยาคม อบต.เปือ และอบต.พระธาตุ ในโครงการละอ่อนน่านฯ
มีการใช้รายวิชา “การค้นคว้าอิสระ” หรือการทำโครงงานของนักเรียนเป็นแนวทางการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นท่ี
และมีการดำเนินการร่วมกับตัวแทนชุมชนเพื่อใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้และรวบรวมข้อมูลทรัพยากรในชุมชน อันจะ
นำไปสู่การอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งเหมาะสม

จากการดำเนินการเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ทำให้มีผลงานต่าง ๆ เกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการคืนความรู้สู่
ชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างคณะทำงาน ฝึกประสบการณ์ของนักเรียนในการเขียนและทำ
โปสเตอร์นำเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ และฝึกประสบการณ์ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดกิจ กรรม
ประชุมวิชาการและถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชน ทางศูนย์เครือข่ายฯ จึงได้จัดกิจกรรม สัมมนาวิชาการ “รักษ์ป่าน่าน:
ละอ่อนน่านเรยี น-รู้-รักษป์ ่า สู่การพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื ครั้งท่ี 1” ขึ้น การสัมมนาวชิ าการนี้ ประกอบด้วยการบรรยายที่มา
ของโครงการละอ่อนน่านฯ การนำเสนอของนักเรียนจาก 4 โรงเรียน ประกอบด้วยผลงานภาคบรรยาย จำนวน 8 เรื่อง
และภาคโปสเตอร์ จำนวน 10 เรอ่ื ง ตลอดจนมกี จิ กรรมการใชเ้ กมและสถานการณ์จำลองเพื่อการเรยี นรู้ จำนวน 2 เกม มี
ผู้ร่วมงานสัมมนาจากทางโรงเรียน ตัวแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนชุมชน ประมาณ 240 คน ซึ่งทาง
คณะผ้จู ดั งานหวงั เปน็ อย่างยง่ิ ว่า การสมั มนาวิชาการในคร้งั นี้จะนำไปสูก่ ารบรรลุเป้าหมายการพฒั นาย่ังยืนตอ่ ไป

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กติ นะ
ผ้อู ำนวยการศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยการเรยี นรู้เพื่อภมู ภิ าค จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย

1

กำหนดการ

08:00 – 08:30 น. ลงทะเบยี น

08:30 – 08:45 น. การประชุมภาคบรรยาย (Plenary session): I ณ ห้องประชุมใหญ่ (ชน้ั 4 อาคารวชิ ชาคาม 1)
08:45 – 09:15 น. พิธีเปดิ งานสมั มนาวชิ าการ “รกั ษป์ า่ น่าน: ละออ่ นน่านเรียนรรู้ กั ษป์ า่ ส่กู ารพัฒนาอย่างยัง่ ยนื ครงั้ ท่ี 1”

09:15 – 10:15 น. โดย ผศ.ดร.นพดล กติ นะ ผูอ้ ำนวยการศนู ย์เครอื ขา่ ยการเรยี นรู้เพอ่ื ภูมิภาค จุฬาฯ
10:15 – 11:15 น. การบรรยายเรื่อง จาก “เรียน-รู้-รกั ษ์นก” สู่ “ละอ่อนนา่ นเรียน-รู้-รกั ษป์ ่า สูก่ ารพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน”
และทศิ ทางในอนาคต
11:15 – 12:15 น.
12:15 – 13:00 น. โดย ผศ.ดร.พงษช์ ัย ดำรงโรจนว์ ัฒนา และคณะ
การนำเสนอผลงานภาคบรรยาย (I) : 4 เร่ือง (2 โรงเรยี น โรงเรียนละ 2 เรอื่ ง)
13:00 – 14:00 น. การนำเสนอผลงานภาคบรรยาย (II) : 4 เร่ือง (2 โรงเรยี น โรงเรยี นละ 2 เร่อื ง)
14:00 – 15:00 น.
(ประชุมพร้อมรบั ประทานอาหารวา่ ง)
13:00 – 14:00 น.
14:00 – 15:00 น. การนำเสนอผลงานภาคโปสเตอร์ (Poster session) ณ ลานกิจกรรมโปสเตอร์
13:00 – 15:00 น. การนำเสนอผลงานภาคโปสเตอร์
15:00 – 15:15 น. ถ่ายภาพหมู่ และพักรับประทานอาหารกลางวัน

15:15 – 16:00 น. กิจกรรมถอดบทเรียนและการประชมุ เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร (Parallel session: Workshop)
16:00 – 16:30 น.
ห้อง 1 (103 วิชชาคาม 1) หอ้ ง 2 (102 วิชชาคาม 1)

(เกมโดมิโนความหลากหลายทางชีวภาพ) (Urban Green มหานครสเี ขียว)

ผูเ้ ขา้ ร่วม: นกั เรยี น รร.สา ผูเ้ ข้าร่วม: นกั เรียน รร.ทา่ วงั ผาพทิ ยาคม

ผู้เขา้ ร่วม: นักเรียน รร.ท่าวังผาพทิ ยาคม ผูเ้ ข้ารว่ ม: นกั เรยี น รร.สา

ห้อง 3 (103 วิชชาคาม 2) หอ้ ง 4 (102 วิชชาคาม 2)

(เกมโดมิโนความหลากหลายทางชีวภาพ) (Urban Green มหานครสีเขยี ว)

ผเู้ ข้าร่วม: นักเรยี น รร.พระธาตพุ ทิ ยาคม ผเู้ ข้ารว่ ม: นกั เรยี น รร.เชียงกลาง“ประชาพฒั นา”

ผูเ้ ข้าร่วม: นักเรียน รร.เชยี งกลาง“ประชาพฒั นา” ผูเ้ ขา้ ร่วม: นกั เรยี น รร.พระธาตุพทิ ยาคม

หอ้ ง 5 (ววิ จามจรุ ี ช้นั 2 วิชชาคาม 1) : ประชมุ ถอดบทเรียนระหวา่ งคณะทำงาน

ผ้เู ขา้ ร่วม: ตัวแทนครู องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ชาวบา้ น และคณาจารยภ์ าควิชาชีววิทยา

พักรบั ประทานอาหารว่าง

การประชุมภาคบรรยาย (Plenary session): II ณ ห้องประชุมใหญ่ (ช้นั 4 อาคารวิชชาคาม 1)
เสวนา “พี่จุฬาฯ - ละออ่ นน่าน”

โดยคณะนสิ ติ ปจั จุบนั นสิ ติ เก่า
พิธปี ดิ

โดย ผศ.ดร.นพดล กติ นะ ผู้อำนวยการศูนย์เครอื ขา่ ยการเรยี นรเู้ พือ่ ภมู ภิ าค จฬุ าฯ

2

สารบญั

หน้า
คำนำ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1
กำหนดการ ................................................................................................................................................................... 2
บทความ: ละออ่ นน่านเรียน-รู้-รักษป์ ่า สูก่ ารพฒั นาอยา่ งยั่งยืน ปีท่ี 1 ……………………………………………...................... 4
บทคดั ย่อภาคบรรยาย ..................................................................................................................................................10
เกมรักษป์ ่าน่าน ..........................................................................................................................................................11
คำเมืองในสิ่งแวดลอ้ ม ................................................................................................................................................12
การศกึ ษาความหลากหลายของพนั ธุ์ไมใ้ นบรเิ วณเขตป่าไม้ ในชมุ ชนบ้านอาฮาม อำเภอท่าวงั ผา จังหวัดน่าน ……….13
การกกั เกบ็ คารบ์ อนในมวลชีวภาพของตน้ ไม้ ในปา่ ชุมชนบา้ นอาฮาม ตำบลทา่ วงั ผา อำเภอท่าวงั ผา จงั หวดั น่าน … 14
การสำรวจการกกั เก็บคาร์บอนในปา่ ห้วยส้อ อำเภอเชียงกลาง จังหวดั นา่ น ..............................................................15
การสำรวจนกในโรงเรียนเชยี งกลาง “ประชาพฒั นา” และป่าชมุ ชนหว้ ยสอ้ อำเภอเชยี งกลาง จงั หวัดนา่ น .............16
การศึกษาข้อมูลพิกดั พรรณไมป้ ่าชุมชนบ้านเดน่ ธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชยี งกลาง จงั หวดั น่าน …………………… 17
การศึกษาปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนในพรรณไมป้ า่ ชุมชนบ้านเด่นธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชยี งกลาง

จังหวัดนา่ น …………………………………………………………………………………………………………………………………..18
บทคดั ย่อภาคโปสเตอร์ ................................................................................................................................................19
การปกั หมุดและวัดการเจริญเติบโตของตน้ ไม้ ในแปลงปลูกปา่ ถาวรตำบลขงึ่ ...........................................................20
การอนรุ ักษก์ บทีห่ ายไปในแปลงปลูกป่าถาวร ............................................................................................................21
โดมิโน่รักษ์ป่านา่ น ......................................................................................................................................................22
แมลงหน้าดินในพ้นื ทตี่ ่าง ๆ ของอำเภอเวียงสา .........................................................................................................23
การศึกษาความหลากชนดิ ของนกในช่วงฤดูทำนาบรเิ วณนารอบโรงเรียนท่าวงั ผาพิทยาคม ตำบลทา่ วงั ผา

อำเภอท่าวงั ผา จังหวดั นา่ น...........................................................................................................................24
การศึกษาความหลากชนิดของนกบริเวณป่าชมุ ชนบา้ นอาฮาม ตำบลทา่ วังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ..............25
การสำรวจสมุนไพรพ้ืนบา้ นทมี่ ีอยใู่ นปา่ ชมุ ชนหว้ ยส้อ อำเภอเชยี งกลาง จังหวดั นา่ น ................................................26
พิกัดพรรณไม้ในป่าชมุ ชนบ้านส้อ อำเภอเชยี งกลาง จังหวดั น่าน ...............................................................................27
เรยี น-รู้-รกั ษน์ ก ในโรงเรียนพระธาตพุ ิทยาคม และบริเวณป่าชุมชนบา้ นเด่นธารา อำเภอเชยี งกลาง จงั หวัดนา่ น ….28
สมนุ ไพรในปา่ ชุมชนบา้ นเดน่ ธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชยี งกลาง จังหวัดน่าน ………………………………………………29
เกมและสถานการณ์จำลอง .........................................................................................................................................31
โดมโิ นร่ กั ษ์ปา่ นา่ น ......................................................................................................................................................32
แบบจำลองเชงิ บูรณาการเพือ่ การเรียนรู้บรกิ ารของระบบนิเวศของพนื้ ท่สี เี ขียวภายในเมอื ง......................................34
คณะทีป่ รกึ ษาและคณะดำเนินการจดั งาน ..................................................................................................................36

3

บทความ

4

ละอ่อนนา่ นเรยี น-ร-ู้ รักษป์ า่ สู่การพัฒนาอย่างย่งั ยนื ปีท่ี 1

พงษช์ ัย ดำรงโรจน์วฒั นา1, ชชั วาล ใจซอ่ื กุล1 และนพดล กิตนะ1, 2

1 ภาควิชาชีววทิ ยา คณะวิทยาศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ถ.พญาไท กรุงเทพฯ 10330
2 ศูนยเ์ ครอื ข่ายการเรียนรู้เพ่ือภูมภิ าค จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ถ.พญาไท กรุงเทพฯ 10330

1. ความเป็นมาของโครงการ
นา่ นเปน็ จังหวดั หนึ่งที่มีทรัพยากรป่าไม้สมบรู ณ์มากกว่าจังหวดั อื่น ๆ ในทางภาคเหนือ แต่ในช่วงประมาณสอง

ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ป่าจังหวัดน่านลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการพัฒนาด้านการเกษตร การท่องเที่ยวและ
โครงสรา้ งพ้ืนฐานทีเ่ กี่ยวข้อง เชน่ ถนน ไฟฟา้ แหล่งท่องเท่ียว และสถานที่พักต่าง ๆ เปน็ ตน้ ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ลดลง
อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อระบบนิเวศ และสุขภาพ เศรษฐกิจ-สังคม ของประชาคมในจังหวัดน่านตามมา
อย่างไรก็ตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ได้ร่วมมือกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะการฟื้นฟู
ระบบนเิ วศป่าไม้ การใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน และการสร้างอาชพี เสริมทดแทนการเกษตรเชงิ เดีย่ ว

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในหน่วยวิชาการท่ีมีบทบาทในการแก้ไขดังกล่าวข้างต้นและได้ร่วมดำเนิน
กิจกรรมต่อเนื่องในจังหวัดน่าน โดยมีการจัดตั้งสถานีวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีผาสิงห์ (ศูนย์การเรียนรู้และบริการ
วิชาการ เครือขา่ ยแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั จังหวดั นา่ น) และสถานวี ิจยั และถ่ายทอดเทคโนโลยีไหลน่ ่าน (สถานีวิจัย
บริการคัดเลือกและบำรุงพันธุ์สัตว์) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ จาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปสู่ท้องถิ่นจังหวัดน่านผ่านกิจกรรมการวิจัยและการบริการวิชาการเป็นสำคัญ โดยมี
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค ร่วมดำเนินการโครงการทาง
วชิ าการตา่ ง ๆ เช่น โครงการวทิ ยาเพ่ือพน้ื ถิ่นซงึ่ เป็นโครงการตามแผนพัฒนาวชิ าการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั (พ.ศ. 2551-
2555) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยได้ดำเนินงานวิจยั ดา้ นความหลากหลายทางชวี ภาพและธรรมชาตวิ ิทยาพื้นฐานในพืน้ ที่
จังหวัดนา่ นมาอย่างต่อเนอ่ื ง กอ่ นจะนำความรู้ดงั กล่าวมาใช้ประโยชนร์ ่วมกบั ชมุ ชนและเยาวชนในจังหวัดนา่ น

ระหว่างปี พ.ศ. 2556-2562 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย จงึ ไดจ้ ัดทำโครงการ “เรยี น-รู้-รกั ษน์ ก” เพอ่ื อบรมเยาวชนในจงั หวัดน่านใหม้ ีความรู้เก่ียวกับนก
เพื่อปลูกฝังแนวความคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่เยาวชน โครงการเรียน-รู้-รักษ์นก เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้เรียนรธู้ รรมชาติโดยใช้ “นก” เปน็ สงิ่ มีชีวติ นำในการศึกษา โดยดำเนินการในพ้ืนท่ี 4 อำเภอ
ของจังหวัดน่าน รวม 7 โรงเรยี น ได้แก่ อำเภอเวียงสา (โรงเรียนสา และ โรงเรยี นพระปริยัติศาสนาพิพัฒน์วัดเมืองราม),
อำเภอท่าวังผา (โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม และ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม), อำเภอภูเพียง (โรงเรียน
พระปริยัติธรรมวัดพระธาตุแช่แห้ง) และอำเภอเชียงกลาง (โรงเรียนเชียงกลาง “ประชาพัฒนา” และ โรงเรียนพระธาตุ
พทิ ยาคม) การดำเนินโครงการในปีแรก (พ.ศ. 2556-2557) ได้เน้นให้ “นก” เปน็ ศนู ยก์ ลางการศึกษา ทั้งด้านการศึกษา
ชีววิทยาของนกจนถึงการศึกษาความหลากหลายของนก เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสนใจนกในธรรมชาติ
จากนั้นการดำเนนิ โครงการในปีที่สอง (พ.ศ. 2557-2558) ได้เพิ่มน้ำหนักให้เนื้อหาด้านความสัมพันธ์ระหวา่ งนกกับป่าไม้
เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์และการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างนกกับป่าไม้ การดำเนินโครงการในปีที่ 3-4
(พ.ศ. 2558-2560) ได้เพิ่มเติมกิจกรรมการติดตามตรวจสอบพลวัตของชนิดและประชากรนกในพื้นที่ศึกษา และการ
ดำเนินโครงการในปีที่ 5-6 (พ.ศ. 2560-2562) ได้เปิดโอกาสให้โรงเรียนร่วมเสนอแนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการ
ประเมินผลจากพลวัตของชนิดและประชากรนกในพื้นที่ศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ “ป่าไม้”

5

ผ่านมุมมองของการอนุรักษ์ “นก” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่จังหวัดน่านและมีผลผลติ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์
และหนงั สือนกทไี่ ด้จากการศึกษาของนักเรียน (ภาควิชาชีววิทยา, 2560)

นอกจากนี้ ทางภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ได้มีการดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้บริเวณสถานีวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีไหล่น่าน ร่วมกับ
ชมุ ชนในพืน้ ทีต่ ำบลไหลน่ ่าน อบต.ไหลน่ า่ น คณะครแู ละนักเรยี นโรงเรียนสา โดยไดม้ ีการดำเนินกิจกรรมปลูกป่าเพ่ือเสริม
ความหลากหลาย กิจกรรมบวชป่า และกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการต่าง ๆ เช่น
“การจัดการความรู้ป่าชุมชนโดยใช้แบบจำลองเพื่อนคู่คิด” และ “ละอ่อนสารักษ์ป่าน่าน: การสร้างเส้นทางศึกษา
ธรรมชาติในป่าชุมชนตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา” ระหว่าง ปี พ.ศ. 2561-2563 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
จาก โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (ปีงบประมาณ 2561) และ
โครงการ CU Community Engagement (ปีงบประมาณ 2562) ตามลำดับ (พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา, 2561; พงษ์ชัย
ดำรงโรจน์วัฒนา และคณะ. 2562) ซึ่งผลการดำเนินงานทำให้มีแปลงถาวรสำหรับเป็นพื้นที่ศึกษาธรรมชาติและเส้นทาง
ศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านบุญเรือง (หมู่ 2) ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา และมีการจัดพิมพ์หนังสือเรื่อง
“ปา่ ชุมชนไหลน่ า่ นและเกมเพื่อการเรียนร้ปู ่าชุมชน” ซ่ึงรวบรวมองคค์ วามรู้และทรัพยากรธรรมชาติในป่าชมุ ชน กิจกรรม
และโครงงานการคน้ ควา้ อิสระของนักเรียน รวมถงึ เกมท่ีใชเ้ รียนรู้เก่ียวกับการอนุรักษ์ป่าชุมชนซ่ึงใช้ประกอบการเรียนการ
สอนในโรงเรยี นและมหาวิทยาลยั ได้

จากความสำเร็จของโครงการเรียน-รู้-รักษน์ ก และกิจกรรมการจดั การความรู้ป่าชมุ ชนตำบลไหลน่ ่าน นำมาสู่การ
ต่อยอดโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดน่าน จึงเป็นที่มาของโครงการเรียนรู้เพื่อพัฒนานี้ภายใต้ชื่อโครงการ
“ละอ่อนน่านเรียน-รู้-รักษ์ป่า สู่การพัฒนาอย่างยัง่ ยนื ” ซ่ึงเป็นการนำบทเรยี นจากกิจกรรมต่าง ๆ มาพัฒนาต่อยอด โดย
ผนวกเข้ากับแนวคิด “การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development)” ของ
องค์การสหประชาชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการศึกษา อันจะนำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนในมิติอื่น ๆ ต่อไป สำหรับ
โครงการละอ่อนนา่ นฯ มวี ตั ถุประสงค์ ดังนี้

- เพอ่ื ถ่ายทอดความรเู้ ก่ยี วกบั การพฒั นาอยา่ งยืน และการศึกษาระบบนเิ วศป่าไม้ ให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษา
ในจงั หวัดน่าน

- เพ่ือสรา้ งแปลงถาวรในพน้ื ท่ปี ่าใกล้โรงเรียน สำหรับเปน็ พนื้ ทีเ่ รียนรู้ รว่ มกบั ชมุ ชน
- เพื่อฝึกเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดน่านให้สามารถทำโครงงานการค้นคว้าอิสระและนำเสนอผลงาน

เก่ียวกบั การอนุรกั ษห์ รอื ใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรปา่ ไมภ้ ายใตแ้ นวคิดพฒั นาอย่างยัง่ ยนื
- เพ่อื สร้างเครอื ขา่ ยการเรยี นรู้เพือ่ การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื ในจังหวดั นา่ น

2. กระบวนการและกิจกรรมในโครงการ
สำหรับโครงการละอ่อนน่านฯ นี้มีกระบวนการดำเนนิ การ คือ การสอนเยาวชนให้มีความรู้เก่ียวกับประเด็นการ

พัฒนาอย่างยั่งยืน ความสำคัญของระบบนิเวศป่าไม้กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิธีการศึกษาระบบนิเวศป่าไม้โดยการใช้
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการเก็บข้อมูลพันธุ์ไม้ และการวางแปลงถาวร จากนั้นจะเป็นการนำความรู้ไปใช้จริงผ่าน
การสร้างพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่อนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ร่วมกับชุมชน โดยการสร้างแปลงถาวรในพื้นที่ป่าชุมชนใกล้ ๆ
โรงเรียน หรือพื้นทีส่ เี ขยี วอื่น ๆ และบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับรายวิชาการคน้ คว้าอิสระ (Independent Study: IS)
ของทางโรงเรียน ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Problem-based learning ที่สามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเยาวชนใน
ศตวรรษที่ 21 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งกระบวนการดำเนินการนี้ จะเป็นการสนับสนุนการดำเนินการของจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัยในดา้ นการส่งเสริมการพัฒนาอยา่ งยัง่ ยนื ในจงั หวัดน่าน ผ่านทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือขององค์กร
ในชุมชน (ครู นักเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ชุมชน และจุฬาฯ) การสร้างกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

6

และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในการพัฒนาเยาวชนของจงั หวดั น่าน

สำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนนิ การในโครงการละอ่อนน่านฯ ประกอบด้วยกจิ กรรมตา่ ง ๆ ดงั นี้

1) กิจกรรมอบรมใหค้ วามร้แู กน่ ักเรยี นและครผู ูร้ ับผิดชอบ
ดำเนนิ การโดยคณาจารย์และนสิ ิตจากจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย ดังนี้

ครั้งท่ี 1: จัดอบรมเก่ียวกบั การพัฒนาอยา่ งยั่งยืน ความสำคญั ของระบบนเิ วศป่าไม้ การใชง้ านโปรแกรม GPS
Essentials และ Google Earth Pro ในการทำฐานข้อมูลทรัพยากรพันธุ์ไม้ โดยจัดอบรมตามโรงเรียนแต่ละโรงเรียน
(ภาพท่ี 1)

ครั้งที่ 2: จัดอบรมเกี่ยวกับการติดตามศึกษาระบบนิเวศป่าไม้และการสร้างแปลงถาวร จากนั้นลงมือสร้าง
แปลงถาวรในพื้นที่ป่าร่วมกับตัวแทน อปท. และตัวแทนชุมชน (ภาพที่ 2) โดยจัดอบรมตามโรงเรียนแต่ละโรงเรียน
สำหรับพ้นื ท่ีดำเนินการวางแปลงถาวรในชมุ ชนประกอบด้วย

- โรงเรียนสา : พ้ืนทป่ี า่ บา้ นขงึ่ เทศบาลตำบลขงึ่
- โรงเรยี นท่าวงั พทิ ยาคม : พ้นื ทป่ี ่าบ้านอาฮาม เทศบาลตำบลเชียงกลาง
- โรงเรยี นเชยี งกลาง “ประชาพฒั นา” : พ้ืนท่ีปา่ บ้านหว้ ยสอ้ องค์การบริหารส่วนตำบลเปอื
- โรงเรียนพระธาตุพิทยาคม : พน้ื ที่ปา่ บา้ นเดน่ ธารา องค์การบรหิ ารส่วนตำบลพระธาตุ
ครั้งท่ี 3: จัดอบรมการวางแปลงถาวรเพิ่มเติมและเก็บข้อมูลในพื้นที่แปลงถาวร โดยจัดอบรมตามโรงเรียน
และร่วมวางแปลงถาวรในพืน้ ท่ีทีไ่ ดเ้ ลือกไว้
ครง้ั ที่ 4: จัดอบรมการวิเคราะห์ขอ้ มูลการค้นคว้าอิสระของนกั เรยี น โดยจดั อบรมผา่ นโปรแกรม Zoom

2) การทำโครงงานการคน้ ควา้ อิสระของนักเรยี นท่เี ข้าร่วมโครงการ
เมื่อนักเรียนได้ผ่านการอบรมต่าง ๆ แล้ว ได้มีการเลือกหัวข้อในการศึกษา และทำการเก็บข้อมูลตาม

วธิ ีการทีก่ ำหนด จากน้ันทำการวิเคราะหข์ ้อมลู และนำเสนอผลการศึกษาในโรงเรียน

3) กจิ กรรมนำเสนอโครงงาน
เมื่อนักเรียนดำเนินการเสร็จสิ้น ทางโครงการละอ่อนน่านฯ ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนนำเสนอผลงาน

ผ่านการประชุมวิชาการ เพื่อเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและคืนความรู้สู่ชุมชน โดยการประชุมได้มีการเชิญตัวแทน
อปท. และชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งก็คือกิจกรรมสัมมนาวชิ าการในครั้งนี้ สำหรับผลการศึกษาของนักเรียนได้มีการ
นำเสนอในรูปแบบบทคดั ยอ่ ในเอกสารนี้

3. ทิศทางในอนาคต
จากการดำเนนิ การในปีที่ 1 ทำให้ได้ขอ้ มูลพนื้ ฐานเกย่ี วกับทรัพยากรต่าง ๆ ในชุมชน ซง่ึ สามารถนำไปประยุกต์ใช้
ได้ ตัวอย่างเชน่ ข้อมูลสมุนไพรในป่าชุมชน ข้อมูลชนิดพันธุไ์ ม้ และปริมาณมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดนิ และปริมาณคาร์บอน
สะสมในมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ซึ่งข้อมูลในส่วนหลังนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหากทางชุมชนจะพัฒนาโครงการลดการ
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction
Program: T-VER) ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้ได้ในอนาคต สำหรับบทเรียน
ที่ได้รับจากการดำเนินการในปีแรกจะนำไปพัฒนาการดำเนินการในปีต่อไป โดยคาดว่าจะมีการสร้างแปลงถาวรในพื้นที่
ใหม่ ๆ ทตี่ ดั สินใจรว่ มกับชุมชน และพฒั นาทักษะต่าง ๆ ของนักเรียนซงึ่ จะเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
ของประเทศตอ่ ไป

7

ภาพที่ 1 บรรยากาศการอบรมการใชโ้ ปรแกรม GPS Essentials และ Google Earth Pro
8

ภาพที่ 2 บรรยากาศการวางแปลงถาวรในพื้นท่ตี ่าง ๆ

เอกสารอา้ งอิง
ภาควชิ าชวี วทิ ยา. 2560. นกน่านท่ฉี ันรกั ษ์. โครงการเรียน-รู้-รักษน์ ก ภาควชิ าชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วฒั นา. 2561. การจัดการองค์ความรูป้ า่ ชมุ ชนโดยใชแ้ นวคดิ แบบจำลองเพื่อนคู่คิด: กรณีศกึ ษาตำบล

ไหล่น่าน จงั หวดั นา่ น. รายงานกจิ กรรมสง่ เสรมิ และสนับสนุนการวจิ ยั โครงการจัดการความร้กู ารวิจัยเพื่อใช้
ประโยชน์ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ 2561.
พงษ์ชยั ดำรงโรจน์วฒั นา และคณะ. 2562 ป่าชมุ ชนไหลน่ า่ น และเกมเพ่ือการเรียนรปู้ า่ ชุมชน. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี
พรน้ิ ท์ จำกดั . 166 หน้า.

9

บทคดั ย่อภาคบรรยาย

10

เกมรักษ์ป่าน่าน

หาญชยั พรมรกั ษา
กนกอร คงทน

กมลวรรณ บุญสง่
ชิราภรณ์ ดวงทพิ ย์

สรารัตน์ พรศิริ
คุณครทู ่ีปรกึ ษา: ธญั วฒั น์ กาบคำ

มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/3 โรงเรยี นสา

บทคัดยอ่

การศึกษาครั้งนี้เป็นการสร้าง “เกมรักษ์ป่าน่าน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองเพื่อการ
เรียนรู้ที่สามารถช่วยให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดน่านสามารถเรียนรู้และรู้จักทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของ
จังหวัดน่าน โดยนำเอาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่จังหวัดน่านมาเป็นหัวข้อในการสร้างเกม ได้แก่
(1) ปา่ อทุ ยานแหง่ ชาตใิ นจังหวัดน่าน (2) ปา่ ต้นนำ้ พ้ืนทีจ่ งั หวัดน่าน และ (3) แมน่ ้ำสายสำคญั ในจงั หวัดน่าน
มาออกแบบเป็นเกมในลกั ษณะของเกมเศรษฐี และได้ประยกุ ต์ใชต้ ้นไม้และปลาในเขตพน้ื ทจี่ ังเหวัดน่านเป็น
หนึ่งในองค์ประกอบของเกมในรปู แบบของเงินทุนแทนเงินในเกม เพื่อต้องการให้ผู้เลน่ ได้รู้จักต้นไม้และปลา
ท้องถิ่น จากนั้นนำเกมที่สร้างไปทดสอบประสิทธิภาพกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3 ด้วย
แบบทดสอบก่อนและหลังเล่นเกม พบว่า หลังเล่นเกมผู้เล่นมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของทรัพยากร ป่าไม้
อุทยานแห่งชาติและแม่น้ำในเขตพื้นที่จังหวัดน่านเพิ่มขึ้น และผู้เล่นชอบที่จะเรียนรู้ผ่านเกมนี้มากกว่าการ
ท่องจำในรูปแบบเดิม ได้รู้จักทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดน่านมากขึ้น และมีความตระหนักในความรัก
และการหวงแหนธรรมชาตขิ องจังหวัดนา่ นเพมิ่ มากขึ้น

คำสำคัญ: เกมเศรษฐ,ี แบบจำลองเพ่อื การเรียนรู้, ปา่ ไม้, ป่าต้นน้ำ, แมน่ ำ้ ในจังหวัดน่าน

11

คำเมอื งในส่ิงแวดล้อม

อตนิ ัน กุตตสี
ชลธดิ า ถาพรม
นครยี า ทาเเกง
กชพรรณ ลกั ษณะ
กชมน ลักษณะ
กลั ยรตั น์ ขนั คำ
สร้อยสน เเสงคำ
อารสิ า วงค์กองแกว้
คณุ ครทู ่ีปรกึ ษา: ธญั วัฒน์ กาบคำ
สมโภชน์ จันดว้ ง
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/3 โรงเรยี นสา

บทคดั ยอ่

ปัจจุบันภาษาล้านนาได้ค่อย ๆ หายไปจากกลุ่มเยาวชนในจังหวัดน่าน และสืบเนื่องมาจากคณะผู้
ศึกษาได้ศึกษาเกี่ยวกับป่าไม้ในชุมชน จึงมีความต้องการจะอนุรักษ์ป่าไม้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ภาษา
ล้านนา ดังนั้นการศึกษาฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำหนังสือ “คำเมืองในสิ่งแวดล้อม” ข้ึน ซึ่งได้
คัดเลือกเอาคำศัพท์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ต้นไม้ สัตว์บก สัตว์น้ำ นก แมลง และดอกไม้ ที่สืบ
เนื่องมาจากการสำรวจแปลงถาวรในตำบลขึ่งและตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน นำคำศัพท์มา
จัดเรียงตามเสียงพูด และอธิบายถึงลักษณะของคำศัพท์นั้น ๆ อีกทั้งยังมีชื่อภาษาอังกฤษและชื่อทาง
วิทยาศาสตร์กำกับไว้อีกด้วย ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภาษาศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้
สอดแทรก "คำมะเก่า" นั่นคือ คำเมืองแห่งเมืองล้านนาซึ่งเป็นภาษาของชาวเหนือ เพื่อเป็นการอนุรักษ์การ
พูดภาษาเมืองและสร้างความเข้าใจคำเมืองล้านนา จึงหวังว่าหนังสือคำเมืองในสิ่งแวดล้อมจะใช้เป็น
ประโยชน์ได้ดีและเป็นประโยชนต์ อ่ ผทู้ ีส่ นใจโดยทั่วไป

คำสำคัญ: คำเมือง, ปา่ ชมุ ชน, แปลงถาวร, ภาษาลา้ นนา, ภาษาศาสตร์

12

การศกึ ษาความหลากหลายของพนั ธไ์ุ ม้ในบริเวณเขตป่าไม้ในชุมชนบา้ นอาฮาม
อำเภอท่าวังผา จังหวดั น่าน

บญุ ญสิ า อนิ ตะ๊ นยั
มนภรณ์ ถิ่นดง

กมทุ พร เชียงหนนุ้
คุณครูที่ปรึกษา: กาญจนา ธนะขวา้ ง

ณีรวัลย์ ไชยวงค์
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/1 โรงเรียนท่าวงั ผาพิทยาคม

บทคดั ย่อ

การศึกษาความหลากหลายของพันธุ์ไม้ในบริเวณพื้นที่ป่าชุมชนบ้านอาฮาม อำเภอท่าวังผา จังหวัด
น่าน ทำการสำรวจพื้นที่โดยใช้แปลงตวั อย่างชั่วคราว ขนาด 1 ไร่ (40x40 เมตร) จำนวน 3 แปลง กระจาย
ในพื้นที่ป่า ซึ่งในแปลงใหญ่ขนาด 1 ไร่ นั้น วางแปลงย่อย ขนาด 10x10 เมตร ซ้อนทับลงไป รวมเป็นเก็บ
ข้อมูลทั้งสิ้น 3 แปลงใหญ่ 48 แปลงย่อย จากนั้นทำการสำรวจไม้ต้นขนาดใหญ่ (Tree) ที่มีขนาดความโต
ที่เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก (Diameter at breast height) มากกว่า 4.5 เซนติเมตร และมีความสูง
มากกว่า 1.30 เมตร โดยทำการเก็บข้อมลู ชนิดของไม้ต้น วัดขนาดความโตของเส้นผ่านศนู ยก์ ลางและความ
สูงของไม้ใหญ่ในแปลงย่อย ขนาด 10x10 เมตร ทุกต้น แล้วนำมาจัดทำบัญชีรายชื่อตามหลักอนุกรมวิธาน
(ราชันย์ และสมราน, 2557) และสรุปความหลากชนิดของพชื พรรณที่พบ ผลการศึกษาพบความหลากชนิด
ของไม้ต้นขนาดใหญ่ในป่าชุมชนบ้านอาฮาม 21 วงศ์ 38 ชนิด วงศ์ที่พบมากที่สุด คือ วงศ์
Dipterocarpaceae พบจำนวน 4 ชนิด 67 ต้น ได้แก่ เหียง พะยอม ตึง และรัง ซึ่งเหียงเป็นพืชเด่นในวงศ์
น้ี วงศท์ ่ีพบมากอันดบั 2 คอื วงศ์ Fabaceae พบจำนวน 4 ชนิด 24 ตน้ ได้แก่ ประดู่ กระพจ้ี ่ัน ชุมเห็ดเทศ
และก่อ พืชเด่นในวงศ์นี้คือ ประดู่ วงศ์ที่พบมากอันดับที่ 3 ได้แก่ วงศ์ Euphorbiaceae ได้แก่
ปอแตบ็ ซึง่ พบจำนวน 20 ต้น

คำสำคัญ: ความหลากหลายของพันธไุ์ ม้, บ้านอาฮาม, ปา่ ชมุ ชน, แปลงตวั อยา่ ง, ไม้ตน้

13

การกักเก็บคารบ์ อนในมวลชวี ภาพของต้นไม้ ในป่าชุมชนบ้านอาฮาม ตำบลท่าวังผา
อำเภอท่าวังผา จังหวดั น่าน

วศิ รตุ สมยศ
ธนโชติ กันทะ
รตั ตพงศ์ อนันต์
ปิยวัฒน์ สทุ ธิแสน
รชตะ พันลำ
คุณครทู ี่ปรกึ ษา: กาญจนา ธนะขว้าง
ณรี วัลย์ ไชยวงค์
มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1 โรงเรียนท่าวงั ผาพิทยาคม

บทคัดยอ่

ป่าชุมชนบ้านอาฮามตั้งอยู่ ณ ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้นที่ส่วนที่เป็นป่าเบญจพรรณ
ประมาณ 600 ไร่ โดยชาวบ้านได้ช่วยกันพื้นฟู ป้องกัน และอนุรักษ์จนมีสภาพสมบูรณ์ ทำให้พรรณไม้ในป่าช่วยลด
ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมของมนุษย์ได้ เพื่อนำไปสู่การเป็นฐานข้อมูลด้านทรัพยากรชีวภาพของป่าชุมชน
ในทอ้ งถ่ิน รวมถึงสง่ เสริมใหเ้ กดิ ความเข้าใจเก่ียวกับความสำคัญของตันไมใ้ นการลดภาวะโลกร้อนและส่งเสรมิ การอนุรักษ์
ทรัพยากรป่าไม้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิดและการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพของไม้ต้น
ในป่าชุมชนบ้านอาฮาม อำเภอท่าวงั ผา จังหวัดน่าน ซึ่งมีลักษณะเปน็ ป่าเตง็ รัง โดยวางแปลงตัวอย่างขนาด 40x40 เมตร
จำนวน 3 แปลง กระจายในพื้นที่ป่า ซึ่งในแปลงใหญ่ขนาด 1 ไร่ นั้น วางแปลงย่อย ขนาด 10x10 เมตร ซ้อนทับลงไป
รวมเป็นเก็บข้อมูลทั้งสิ้น 3 แปลงใหญ่ 48 แปลงย่อย จากนั้นทำการสำรวจไม้ต้นขนาดใหญ่ ที่มีขนาดความโตที่เส้นผ่าน
มากกว่า 4.5 เซนติเมตร และมีความสูงมากกว่า 1.30 เมตร วัดขนาดความโตที่เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก และความสูง
ของไม้ต้น แล้วนำมาคำนวณหาปริมาณมวลชีวภาพด้วยสมการแอลโลเมตริก จากนั้นหาค่าคาร์บอนที่กักเก็บอยู่ในมวล
ชีวภาพ ผลการศึกษา พบว่า ป่าชุมชนบ้านอาฮาม มีปริมาณมวลชีวภาพของไม้ต้นทั้งหมดของพื้นที่ป่าเท่ากับ
4,817,958.00 กโิ ลกรมั เฉลี่ย 58,029.93 กิโลกรมั ต่อไร่ และมปี รมิ าณการกักเกบ็ คาร์บอนของไมต้ ้นท้งั หมดของพื้นท่ีป่า
เท่ากับ 17,408,712 กิโลกรัม เฉลี่ย 29,014.96 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนผลการศึกษามวลชีวภาพและปริมาณการกักเก็บ
คาร์บอนของไม้ต้นรายชนิดในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านอาฮาม พบว่า พรรณไม้ที่มีมวลชีวภาพเฉลี่ยต่อพื้นที่มากที่สุด 5 ชนิด
แรก ได้แก่ ต้นตึง ตน้ เน่าใน ต้นตมู กาขาว ต้นปอแตบ็ และต้นเหียง ตามลำดบั

คำสำคญั : ไม้ต้น, การกกั เก็บคาร์บอน, ความหลากชนิดของพืช, ปา่ ชุมชน, มวลชวี ภาพ

14

การสำรวจการกักเกบ็ คาร์บอนในป่าห้วยส้อ
อำเภอเชยี งกลาง จงั หวัดนา่ น

สุวจิ ักขณ์ ยะปัญญา
วชิรวิทย์ เทพอินทร์

ทอฝัน วิทา
พรรณวรินทร์ หมวดหงษ์

นนั นภา มาตยเ์ ถ่ือน
อารยา ขอดเตชะ

คุณครทู ่ีปรึกษา: มลฤดี เตชะตา
มะลิวลั ย์ ไชยโย

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/1 โรงเรียนเชยี งกลาง “ประชาพฒั นา”

บทคดั ย่อ

นอกจากต้นไม้จะมีความสามารถในการผลิตก๊าซออกซิเจนได้แล้ว ยังสามารถดูดซับก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์และกักเก็บไวใ้ นรูปของคารบ์ อนภายในลำตน้ ไดอ้ กี ดว้ ย ในปัจจุบนั การเกดิ ไฟป่าและการ
ตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าชุมชน ทำให้ต้นไม้ลดลงเป็นจำนวนมากอันนำมาสู่ปริมาณก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ในบรรยากาศท่ีเพิ่มมากข้นึ ซึ่งสง่ ผลให้เกิดภาวะโลกร้อน โครงงานการสำรวจการกักเก็บ
คาร์บอนในป่าห้วยส้อฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถของต้นไม้ในการกักเก็บคาร์บอน ใน
พื้นท่ีป่าชุมชนห้วยส้อ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน คณะผู้ศึกษาได้ทำการสำรวจพื้นที่ป่าชุมชนในแปลง
ตัวอย่างขนาด 40x40 เมตร (1,600 ตารางเมตร) ด้วยการวัดความสูงของต้นไม้และการวัดเส้นรอบวงท่ี
ระดับความสูงจากพื้นดิน 130 เซนติเมตร เพื่อคำนวณหาค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดินรวม (above ground
biomass) และหาค่าปริมาณคารบ์ อนสะสมในมวลชีวภาพเหนอื พ้ืนดิน (carbon stock) ผลการศึกษาพบว่า
มีจำนวนต้นไม้ที่พบทั้งหมด 138 ต้น โดยชนิดที่พบเป็นจำนวนมากที่สุด คือ ต้นประดู่ จำนวน 61 ต้น
(44.20%) ตน้ เต็ง จำนวน 15 ตน้ (10.87%) และต้นตอกนก จำนวน 12 ต้น (8.69%) ตามลำดบั โดยมีมวล
ชีวภาพเหนือพื้นดินรวมประมาณ 9,168.81 กิโลกรัม และมีปริมาณคาร์บอนสะสมในมวลชีวภาพเหนือ
พ้ืนดนิ ประมาณ 4.58 ตันคาร์บอน

คำสำคัญ: การกักเกบ็ คารบ์ อน, ปรมิ าณคารบ์ อนสะสม, ป่าชุมชน, มวลชวี ภาพเหนอื พืน้ ดนิ , ภาวะโลกร้อน

15

การสำรวจนกในโรงเรยี นเชยี งกลาง “ประชาพฒั นา” และป่าชุมชนห้วยสอ้
อำเภอเชยี งกลาง จังหวดั นา่ น

สุวจิ ักขณ์ ยะปัญญา
วชริ วิทย์ เทพอินทร์

ทอฝนั วิทา
พรรณวรินทร์ หมวดหงส์

นันนภา มาตย์เถ่อื น
อารยา ขอดเตชะ
นนธวชั ย่านกลาง
พสกร สงิ หธ์ นะ
กฤตยิ า พรมรังกา
ชุดาภา วรรณราชู
อภชิ ญา ยะแสง
เจนจริ า น้อย

ชวพร ฝีปากเพราะ
นวรัตน์ ขันทะสีมา
คณุ ครทู ่ีปรึกษา: มลฤดี เตชะตา

โพธิบูรพ์ แก้วทอง
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6/1 โรงเรียนเชียงกลาง “ประชาพฒั นา”

บทคัดย่อ

โครงงานการสำรวจฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดพันธุ์ของนกในโรงเรียนเชียงกลาง “ประชา
พัฒนา” และป่าชุมชนห้วยส้อ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยกำหนดเส้นทางสำรวจในโรงเรียนทั้งหมด
5 เส้นทาง ช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการสำรวจอยู่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จนถึงปลายเดือนตุลาคม
พ.ศ. 2564 ผลการสำรวจพบว่า นกในเส้นทางสำรวจของโรงเรียนเชียงกลาง “ประชาพัฒนา” มีจำนวน
ทั้งหมด 29 ชนิด และจากการสำรวจจำนวนและประเภทของนกในเขตป่าชุมชนห้วยส้อ อำเภอเชียงกลาง
ซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ในจุดสำรวจ 5 จุด ผลการสำรวจพบว่า มีนกจำนวนทั้งหมด 26 ชนิด
เปน็ นกประจำถ่ิน 22 ชนดิ และนกอพยพ 4 ชนิด

คำสำคัญ: การสำรวจ, ป่าชมุ ชน, นกประจำถิน่ , นกอพยพ, นา่ น

16

การศกึ ษาข้อมูลพกิ ดั พรรณไม้ปา่ ชุมชนบ้านเด่นธารา
ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

เบญจวรรณ อุทุมพร
ปิยดา แปงอดุ

วิรัญพตั ร์ ยะปวง
กันต์หทยั กอกัน
ชยณัฐ กำเนดิ มงคล
ดำรงศกั ดิ์ ทา้ วบุญญาภินิกุล
พัชรพล เพตะกร
อรรถพล ผิวนวล
คณุ ครทู ี่ปรึกษา: สรุ ยี ์พร อินไชย
มธั ยมศึกษาปี่ที่ 5/1-5/4 โรงเรียนพระธาตุพทิ ยาคม

บทคดั ยอ่

การศึกษาฉบับน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดและจัดทำแผนที่ข้อมูลพิกัดของพรรณไม้ในพื้นที่ป่า
ชุมชนบ้านเด่นธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน และเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลทรัพยากร
ท้องถิ่นของตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยวิธีการวางแปลงตัวอย่างชั่วคราว ขนาด
40x40 เมตร จำนวน 3 แปลง โดยการอ่านพิกัดแกน X และแกน Y ของต้นไม้ที่พบในแปลงชั่วคราวทั้ง 3
แปลง จดบันทึกข้อมูลชื่อพรรณไม้ ใส่แท็กหมายเลขต้นไม้ วัดเส้นรอบวงของต้นไม้และความสูงของต้นไม้
โดยใช้สายวัดในการวัดเส้นรอบวงและการประมาณความสูง นำมาคำนวณในโปรแกรม Microsoft Excel
โดยใชค้ า่ ของพกิ ดั X และ Y มาคำนวณในสูตรการคำนวณ ผลการศึกษาพบว่า พบพรรณไมจ้ ากท้งั 3 แปลง
264 ต้น แปลงที่ 1 จำนวน 67 ต้น แปลงที่ 2 จำนวน 71 ตน้ และแปลงที่ 3 จำนวน 124 ตน้

คำสำคัญ: ชนดิ พรรณไม,้ ทรัพยากรท้องถน่ิ , ป่าชุมชน, แปลงตัวอยา่ งชว่ั คราว, พิกัดพรรณไม้

17

การศกึ ษาปรมิ าณการกักเก็บคารบ์ อนในพรรณไม้ป่าชุมชนบ้านเด่นธารา
ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดนา่ น

จินดา รภสั สรณ์
กรรณธดิ า สุต๋า
นงนภัส วรรณสวัสดิช์ ัย
เสาวลกั ษณ์ กติ ติบำรุง

สดุ าพร สตุ า๋
ภูรรี ัตน์ พมิ เสน
ณฐั พันธ์ อาชาบุญญาวิศษิ ฏ์
คณุ ครูที่ปรกึ ษา: สรุ ีย์พร อนิ ไชย
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนพระธาตุพิทยาคม

บทคดั ย่อ

การศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจเกี่ยวกับปริมาณคาร์บอนสะสมภายในมวลชีวภาพเหนือ
พื้นดินของต้นไม้ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเด่นธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยวิธีการ
วางแปลงตัวอยา่ งชั่วคราว ขนาด 40x40 เมตร จำนวน 3 แปลง ทำการวดั เส้นรอบวงของต้นไม้และความสูง
ของต้นไม้ โดยใช้สายวัดในการวัดเส้นรอบวงและการประมาณความสูงและนำมาคำนวณในโปรแกรม
Microsoft Excel โดยใช้ค่าของความสูงและเส้นรอบวงมาคำนวณในสูตรการคำนวณ ผลการศึกษาพบว่า
พบพรรณไม้จากทั้ง 3 แปลง 264 ต้น แปลงที่ 1 จำนวน 67 ต้น แปลงที่ 2 จำนวน 71 ต้น และแปลงที่ 3
จำนวน 124 ตน้ มีคา่ ปรมิ าณการกกั เกบ็ คารบ์ อนท่แี ตกตา่ งกันออกไปตามขนาดของต้นไม้

คำสำคัญ: นา่ น, ปรมิ าณคารบ์ อนสะสม, ป่าชมุ ชน, แปลงตัวอยา่ งชัว่ คราว, มวลชีวภาพเหนือพื้นดิน

18

บทคดั ยอ่ ภาคโปสเตอร์

19

การปักหมดุ และวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ในแปลงปลูกป่าถาวรตำบลข่ึง

ชินวตั ร รตั นะ
กฤตภาส เทพทวี
จริ ชั ยา ศรีกันไชย

ธนั ยพร จกั สี
สุพชิ ชํา วนั โน
ปณิฑา ก้อนใหม่
วราพร วชิ าเหลก็
คุณครูที่ปรึกษา: ธญั วฒั น์ กาบคำ
ศภุ ณฐั ไชยศิลป์
ภาสกร กตยิ า
ภาสกร กติยา
ทพิ ย์ เทพประสิทธ์ิ
มัธยมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนสา

บทคัดยอ่

การศกึ ษาครัง้ นมี้ วี ัตถปุ ระสงค์เพื่อหาปรมิ าณคาร์บอนสะสมและพิกัดของตน้ ไม้ในแปลงถาวร คณะผู้
ศึกษาทำการสำรวจหาพื้นที่และสร้างแปลงป่าถาวรร่วมกับประชาชนในเทศบาลตำบลขึ่ง จำนวน 3 แปลง
ขนาด 40 x 40 เมตร ในพื้นที่ป่าชุมชนตำบลขึ่ง จากนั้นเก็บข้อมูลพิกัดตำแหน่งต้นไม้และข้อมูลพรรณไม้
เช่น ชื่อพันธุ์ไม้ ขนาดลำต้น เป็นต้น ทั้งสามแปลง เพื่อที่จะได้นำข้อมลู ดังกล่าวมาเป็นฐานข้อมูลของแปลง
ป่าถาวร และนำมาคำนวณปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินและปริมาณคาร์บอนสะสมในมวลชีวภาพเหนือ
พื้นดินที่ต้นไม้ในแปลงป่าถาวรกักเก็บไว้ได้ (นำมาคำนวณหาค่าทั้งสองค่าเพียง 1 แปลงเท่านั้น) ผลปรากฏ
ว่า จากต้นไม้จำนวน 130 ต้นในแปลงหนึ่งมีปริมาณคาร์บอนเหนือพ้ืนดินในแปลงป่าถาวรประมาณ
13,404.70 กิโลกรมั และปรมิ าณคารบ์ อนสะสมในตน้ ไม้แปลงปา่ ถาวรประมาณ 6,702.35 กิโลกรมั สำหรับ
การศึกษาในอนาคตควรมีการบันทึกพิกัดด้วยแอพพลิเคชัน GPS essential และนำข้อมูลมาสร้างแผนผัง
พิกัดด้วยโปรแกรม Google Earth Pro จะช่วยให้มีการดูแลป่าในแปลงป่าถาวรและวัดความเจริญเติบโตได้
อย่างย่งั ยืนไดต้ อ่ ไป

คำสำคญั : ปรมิ าณคารบ์ อนสะสม, ป่าชมุ ชน, แปลงถาวร, พกิ ดั ต้นไม้, มวลชวี ภาพเหนือพ้ืนดิน

20

การอนุรักษ์กบท่ีหายไปในแปลงปลูกป่าถาวร

อภสิ ทิ ธิ์ นันทะปนิ
นา่ นนที หอ้ ยมาลา

สธุ ธี ดิ า ธนะวงค์
เกศกนก รัศมีจันทร์
วรางรัตน์ ตาคำสา
กนกนิภา ปนั ทะนะ

พันธว์ ริ า อดุ ร
คณุ ครูที่ปรึกษา: ธญั วฒั น์ กาบคำ

พงษ์พชิ ญ์ หมนื่ พรมแสน
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/3 โรงเรียนสา

บทคดั ยอ่

จาการศึกษาบริเวณแปลงป่าถาวร ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้พบกบนาในพื้นที่และได้
สอบถามคนในชุมชน มีการบอกเล่าว่าในอดีตมีกบอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ต่อมากบเริ่มหายไปจากป่า
ถาวร การศกึ ษาฉบับน้ีจงึ มีวัตถุประสงค์เพอ่ื ศกึ ษากบในธรรมชาติและศึกษาการเล้ียงกบในเชงิ เศรษฐกิจเพ่ือ
ลดการบริโภคกบตามธรรมชาติ โดยศึกษากบที่เล้ียงด้วยอาหารที่แตกต่างกันและบ่อเลี้ยงที่แตกตา่ งกันเพ่ือ
หารูปแบบการเลี้ยงที่ดีที่สุด เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกบนานำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ผลการ
ทดลองพบว่า อาหารท่ใี ชเ้ ลย้ี งกบทด่ี ที ี่สดุ คือ อาหารผสม ทำให้กบเลยี้ งมีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่าการใช้
อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว เพราะอาหารผสมมีปริมาณโปรตีนและสารอาหารอื่น ๆ ที่เพียงพอจึงส่งผลให้มี
อัตราการเจริญเติบโตได้ดี และในส่วนบ่อเลี้ยงนั้น บ่อเลี้ยงที่เป็นบ่อดิน กบมีการเจริญเติบโต มากที่สุด
เนื่องจากมีสภาพคลา้ ยคลึงธรรมชาตหิ รือในท้องนา นอกจากน้ียงั พบว่าการเล้ยี งกบในฤดหู นาว (ในช่วงเดือน
ธนั วาคมถึงมกราคม) ทำใหก้ บไดต้ ายไปจำนวนมาก จากผลการคน้ คว้าดว้ ยตนเอง พบวา่ การนำฟางมาใส่ไว้
ในบ่อเพอ่ื เป็นการใหค้ วามอบอุ่นแกก่ บท่อี ยู่ในบอ่ เปน็ อีกวิธที ่ที ำใหก้ บรอดได้ และอีกหน่งึ สาเหตุท่ีให้กบตาย
คือ กบกดั กินกันเอง

คำสำคญั : กบนา, การอนุรักษ์กบ, การเลี้ยงกบ, บ่อเลย้ี งกบ, อาหารเลย้ี งกบ

21

โดมิโน่รักษ์ปา่ นา่ น

ระตพิ นั ธ์ ปิจดี
อธชิ านนท์ เสยมาตร
พันธกานต์ มะโนชยั

จีรวฒั น์ มหาวัน
หริภมู ิ วงค์กองแก้ว
จริ ภัทร เชยี งรนิ ทร์

ณัฐวรา ขันทะยศ
คุณครทู ี่ปรกึ ษา: ธัญวัฒน์ กาบคำ

จนิ ต์ชัญญา อทิ ธปิ ระเวศน์
มัธยมศึกษาปที ่ี 5/3 โรงเรยี นสา

บทคดั ย่อ

การศึกษาคร้ังนี้เปน็ การสร้างเกม “โดมโิ น่รักษป์ า่ น่าน” โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพือ่ สร้างแบบจำลองเพื่อ
การเรียนรู้ที่สามารถช่วยให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดน่านสามารถเรียนรู้และรู้จัก นก เห็ด และปลา ในพื้นท่ี
ของจังหวัดน่าน โดยใช้เกมที่สร้างขึน้ เป็นเครื่องมือในการช่วยส่งเสริมการเรียนรูท้ ี่สนุก ง่าย และสอดแทรก
ความรู้ให้กับผู้เล่นไปในเวลาเดียวกัน โดยหัวข้อที่นำมาสร้างเกม ได้แก่ (1) นกในพื้นที่ จังหวัดน่าน
(2) เห็ดในพน้ื ทแ่ี ปลงปา่ ถาวรในจังหวัดน่าน และ (3) ปลาในพืน้ ที่จงั หวัดน่าน โดยใช้เกมโดมิโน่เป็นต้นแบบ
ในการพัฒนาแบบจำลองในครั้งนี้ และทดสอบประสิทธิภาพของเกมด้วยนักเรียนกลุ่มทดลอง (นักเรียนใน
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5/3) ก่อนเล่นและหลงั เล่นว่าผู้เล่นมีความรู้เกี่ยวกับเร่ืองนกในพื้นที่ จังหวัดน่าน เห็ดใน
พืน้ ท่ีแปลงป่าถาวรในจังหวัดน่าน และปลาในพืน้ ทจ่ี งั หวดั น่านเขตพน้ื ที่จงั หวัดน่าน เพม่ิ ขึ้นหรือไม่ จากการ
ทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า หลังการทดลองเล่นเกมโดมิโน่แล้วผู้เล่นมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้น มี
ความรู้และรู้จักชนิดชื่อของ นก เห็ด และปลา ในพื้นที่จังหวัดน่านมากขึ้น ผู้เล่นชอบที่จะเรียนรู้ผ่านเกมน้ี
มากกว่าการทอ่ งจำแบบเดมิ และมีความรูเ้ ร่อื งเคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ัยครั้งนี้ซ่งึ ประกอบด้วย (1) เกมโดมิโน่
รักษป์ ่าน่าน และ (2) แบบสอบถามก่อนและหลังการเล่นเกม

คำสำคัญ: เกมโดมิโน่, นก, แบบจำลองเพ่อื การเรยี นรู้, ปลา, เห็ด

22

แมลงหน้าดนิ ในพ้ืนท่ีตา่ ง ๆ ของอำเภอเวียงสา

สิทธพิ ล ยอดเกตุ
อรยา คำศิลา

ณฐั ณิชา ปะนาประโคน
ณฐั นิชา อิ่นทา

ณชิ าภัทร เกีย๋ งคำ
ธันยชนก สทุ ธหลวง
คณุ ครูที่ปรกึ ษา: ธัญวัฒน์ กาบคำ

ศภุ ณัฐ ไชยศิลป์
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/3 โรงเรียนสา

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิดของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหน้าดินในพื้นที่
แปลงป่าถาวร ตำบลขง่ึ และพ้นื ทีแ่ ปลงเกษตรในอำเภอเวียงสา โดยใชเ้ คร่อื งมอื ชดุ อปุ กรณห์ าแมลงหน้าดิน
อย่างง่ายที่สร้างขึ้นมาซึ่งดำเนินการระหวา่ งชว่ งปี พ.ศ. 2564 และทำการปกั หมุดพ้ืนที่ที่ทำการลดลองดว้ ย
แอพพลิเคชัน GPS Essentials เพื่อที่จะบันทึกตำแหน่งในการสำรวจแต่ละครั้งไว้เป็นฐานข้อมูลต่อไปใน
อนาคต ผลการศึกษาพบว่า มีสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหน้าดินจำนวน 7 ชนิด โดยที่พบมากที่สุด คือ ปลวก
18 ตัว แมลงสามง่าม 7 ตัว หนอนไม่ทราบชนิด 6 ตัว มด 6 ตัว หนอนกระทู้ 5 ตัว จิ้งหรีด 4 ตัว และ
แมลงสาบ 2 ตัว ตามลำดับ จากการสำรวจแมลงหน้าดิน แปลงที่พบแมลงมากที่สุดคือแปลงในบ้านที่อยู่
อาศัย อันดับที่ 2 คือ ดินในพื้นที่แปลงป่าถาวรดำบลขึ่ง และอันดับสุดท้าย คือ ดินสวน ซึ่งไม่พบแมลงหนา้
ดินเลย

คำสำคญั : ความหลากชนิดของสัตว์, แปลงถาวร, แมลงหนา้ ดนิ , สัตว์ไมม่ กี ระดกู สนั หลัง, GPS Essentials

23

การศกึ ษาความหลากชนดิ ของนกในช่วงฤดทู ำนา บรเิ วณนารอบโรงเรียนทา่ วงั ผา
พทิ ยาคม ตำบลท่าวังผาอำเภอท่าวังผา จงั หวดั น่าน

คณิศร ธรรมศิริ
พรรณพิรีย์ มหาวงศ์

พัทธธ์ รี า คำหวา่ ง
ชนาพร กณุ ะ

ณฐั นันท์ ดวงแก้ว
คุณครทู ่ีปรึกษา: กาญจนา ธนะขวา้ ง

ณีรวัลย์ ไชยวงค์
มัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรยี นทา่ วังผาพิทยาคม

บทคดั ย่อ

การศึกษาความหลากชนิดของนกในช่วงฤดูทำนา บริเวณนารอบโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม อำเภอท่าวังผา
จังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิดและความชุกชุมของนกแต่ละชนิดในช่วงฤดูทำนา บริเวณนารอบ
โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยกำหนดเส้นทางสำรวจรวมระยะทางประมาณ
2 กิโลเมตร โดยทำการสำรวจความหลากชนิดของนกตั้งแต่เดือนสิงหาคม ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งทำการสำรวจในช่วง
บ่าย (เวลา 15.20–17.20 น.) ในวันอังคารของแต่ละช่วงการทำนา รวม 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงการปลูก ช่วงการเก็บเกี่ยว
และช่วงหลังเก็บเก่ียว ช่วงละ 4 ครั้ง รวมจำนวน 12 ครั้ง และในแต่ละครั้งที่ทำการสำรวจได้บันทึกลักษณะของนกทีพ่ บ
เห็นพร้อมทั้งบันทึกชื่อของนกที่พบในบริเวณป่าชุมชนที่พบในบริเวณป่าชุมชน จากการศึกษาพบนกจำนวน 12 วงศ์ 15
ชนิด จำนวนทั้งสิ้น 85 ตัว โดยส่วนใหญ่นกที่พบเป็นนกประจำถิ่น (R) 86.67% , นกประจำถิ่น/อพยพ (R/W) 13.33%
และ นกอพยพ (W) 0 % โดยการทำนาในชว่ งการปลูกนกที่มีความชุกชุมปานกลาง มีความชกุ ชุมร้อยละ 31–64% ได้แก่
นกกางเขนบ้าน นกพิราบป่า และนกกระติ๊ดขี้หมู ส่วน นกที่มีความชุกชุมค่อนข้างน้อย มีความชุกชุมร้อยละ 10–30%
ได้แก่ นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกกระปูดใหญ่ นกยอดหญ้าสีดำ นกคุ่มอกลาย นกปรอดหัวโขน นกเขาใหญ่ นกเอี้ยงสารกิ า
และนกแอน่ บา้ น ในช่วงการเกบ็ เก่ยี วนกท่มี คี วามชุกชมุ มาก ได้แก่ นกกิ้งโครงคอดำ และนกแซงแซวหางปลา สว่ น นกที่มี
ความชุกชุมค่อนข้างน้อย ได้แก่ นกกระติ๊ดขี้หมู และนกยางควาย ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวนกที่มีความชุกชุมสูงมาก ได้แก่
นกยางควาย นกที่มีความชุกชุมปานกลาง ได้แก่ นกพิราบป่า และนกกระติ๊ดขี้หมู ส่วนนกที่มีความชุกชุมค่อนข้างน้อย
ได้แก่ นกยอดหญ้าสีดำ นกเอี้ยงสาลิกา นกกิ้งโครงคอดำ นกแซงแซวหางปลา และนกปรอดหัวสีเขม่า ตามลำดับ
นอกจากน้ี พบวา่ นกยางควายและนกกระตด๊ิ ขีห้ มู เปน็ นกทมี่ คี วามชุกชุมมากท่สี ดุ ตลอดช่วงทท่ี ำการศึกษา

คำสำคัญ: ความหลากชนิดของนก, ความชุกชุมของนก, นารอบโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม, ช่วงการทำนา,
ระดบั ความชุกชมุ ของนก

24

การศกึ ษาความหลากชนิดของนกบริเวณปา่ ชุมชนบ้านอาฮาม
ตำบลท่าวงั ผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

กมลลกั ษณ์ ยะแสง
จิรนุช คำมงุ

ชนาพร กำลงั เก่ง
ธัญจริ า สุเดช

พิชชาพร พุ่มนลิ
คุณครูที่ปรึกษา: กาญจนา ธนะขวา้ ง

ณรี วัลย์ ไชยวงค์
มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1 โรงเรยี นท่าวงั ผาพิทยาคม

บทคดั ย่อ

การศึกษาความหลากชนิดของนกในบริเวณป่าชุมชน บ้านอาฮาม ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา
จังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความหลากชนิดของนก และความชุกชุมของนกแต่ละชนิด
บริเวณ ป่าชุมชน บ้านอาฮาม ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยในการศึกษากำหนดเส้นทาง
สำรวจ (line transect) รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยทำการสำรวจความหลากชนิดของนกตั้งแต่
เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2564 - เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ซึ่งทำการสำรวจความหลากชนิดของนกในช่วง
เย็นของวันเสาร์ในทกุ ๆ เดือน เดอื นละ 2 คร้ัง (เวลา (15.30–17.30 น.) รวมจำนวน 14 ครง้ั และในแต่ละ
ครงั้ ท่ีทำการสำรวจไดบ้ นั ทึกลักษณะของนกทีพ่ บเหน็ พร้อมทัง้ บันทึกชอ่ื ของนกท่ีพบในบริเวณป่าชมุ ชนที่พบ
ในบริเวณป่าชุมชน จากการศึกษาพบนกจำนวน 17 วงศ์ 20 ชนิด จำนวนทั้งสิ้น 63 ตัว โดยส่วนใหญ่นกที่
พบเป็นนกประจำถิ่น (R) 90.00%, นกประจำถิ่น/อพยพ (R/W) 10.00 % และ นกอพยพ (W) 0 %
นอกจากนี้ พบวา่ นกปรอดหัวโขน นกตที อง นกแซงแซวหางปลา และนกแวน่ ตาขาวสีทอง เปน็ นกทมี่ ีความ
ชุกชุมมากที่สุดตลอดช่วงท่ที ำการศึกษา

คำสำคญั : ความหลากชนดิ ของนก, ความชุกชุมของนก, ป่าชุมชน, ความหลากชนดิ , สถานภาพของนก

25

การสำรวจสมุนไพรพ้นื บ้านที่มีอยู่ในป่าชมุ ชนห้วยสอ้
อำเภอเชียงกลาง จงั หวดั น่าน

กรณ์ดนัย วงศ์จนั ทร์
จีรพัฒน์ ท้าวธนกุล
นนั ทฉตั ร สุธรรมมา

จิรวัฒน์ สมฤทธ์ิ
ชญานิศ ฝปี ากเพราะ

อรนลนิ นิลคง
นนั ทภัค อทุ มุ พร
พรลภัส ศรีเรือน
คุณครูท่ีปรึกษา: มลฤดี เตชะตา
โพธิบูรพ์ แก้วทอง
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเชยี งกลาง “ประชาพัฒนา”

บทคัดยอ่

โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสำรวจฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิดของสมุนไพร
ในป่าชุมชนห้วยส้อ ให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้และเห็นคุณค่าของพืชสมุนไพร และเพื่อให้ประชาชน
ในชุมชนสามารถนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ในการสำรวจครั้งนี้ได้มีการวางแปลงถาวร
เป็นการกำหนดบริเวณที่ต้องการทำการสำรวจ และทำการบันทึกชนิดของสมุนไพรทั้งหมดที่พบในแปลง
พบว่า ในบริเวณแปลงถาวรดังกล่าวประกอบไปด้วยสมุนไพรทั้งหมด 13 ชนิด ได้แก่ บะตันขอ แหนเครือ
ใบตองขิง เลือดควาย แหย่ง โสมไทย ใบจริว ซะค่าน หน้าวัว เดื่อดิน รางจืด ว่านค้างคาวดำ และหญ้านาง
หมาย แสดงให้เห็นว่าบริเวณชมุ ชนปา่ ห้วยส้อนั้นมคี วามอุดมสมบูรณ์ โดยโครงงานวทิ ยาศาสตร์ฉบับนี้ได้ทำ
ให้ชาวบ้านได้รู้จักและมีความรู้เก่ียวกับสมุนไพรในปา่ ชุมชนมากขึ้น ซึ่งส่งผลไปถึงวัตถุประสงค์ที่ไดใ้ ห้ไวใ้ น
ข้างต้น

คำสำคญั : การสำรวจ, ความหลากชนิด, ป่าชุมชน, แปลงถาวร, สมุนไพรป่า

26

พกิ ดั พรรณไม้ในปา่ ชุมชนบา้ นส้อ
อำเภอเชียงกลาง จงั หวดั นา่ น

วภิ าดา พรมมา
วรญั ญา ธญั ญะ
นภาพร บญุ ตนั

ปราณี กอกนั
ปริญญา งิ้วผา
คุณครทู ี่ปรึกษา: มลฤดี เตชะตา
มะลวิ ลั ย์ ไชยโย
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6/1 โรงเรยี นเชยี งกลาง“ประชาพัฒนา”

บทคดั ยอ่

การนำ Google Earth Pro มาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการ
จดั การเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ท่ที ำใหผ้ เู้ รียนเข้าใจเนื้อหาวิชาในศาสตรท์ เี่ รยี นไดด้ ยี ิง่ ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกับทางสังคมที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ
โครงงานวิทยาศาสตร์ฉบับนี้ต้องการนำเสนอผลการสำรวจพรรณไม้ในป่าชุมชนบ้านส้อ อำเภอเชียงกลาง
จังหวัดน่าน ผ่านโปรแกรม Google Earth Pro โดยได้ทำการบันทึกพิกัดพรรณไม้ด้วยโปรแกรม Google
Earth Pro ซึ่งผลของรูปแบบแผนผังพิกัดพรรณไม้ดังกล่าวสามารถทำให้ทราบถึงความหนาแน่นของต้นไม้
ในป่า และความหลากหลายของพรรณไม้ภายในป่า ซึ่งมีความสำคัญต่อการบันทึกข้อมูลของต้นไม้ในป่า
ชมุ ชนเพ่ือเปน็ การร่วมอนุรักษ์ป่าและเผยแพร่ให้คนร่นุ ใหมไ่ ดร้ ่วมกนั หวงแหนป่าไมม้ ากยงิ่ ขึน้

คำสำคัญ: การอนรุ กั ษ์ป่าไม้, ความหลากหลายของพรรณไม้, ป่าชุมชน, พิกัดพรรณไม้, Google Earth Pro

27

เรยี น-รู้-รกั ษ์นก ในโรงเรียนพระธาตุพิทยาคมและบริเวณป่าชุมชนบา้ นเด่นธารา
อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

อภิสิทธ์ิ ขนั หลวง
วิโรจน์ ดนยั ดุริยะ
ดำรงสิทธิ์ ทา้ วบูญญาภนิ กิ ุล
จรี วัฒน์ ไตรยราช
ปกรณ์ ทองประเสริฐ
สทิ ธชิ ยั กิตตินันทวัฒน์
สมพงษ์ บุญเทพ

ลทั ธพล แซ่ม้า
คุณครูที่ปรกึ ษา: สุรียพ์ ร อินไชย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม

บทคัดย่อ

โครงงานฉบับน้ีมวี ัตถุประสงค์เพือ่ เปรยี บเทียบนกในบริเวณโรงเรียนพระธาตุพิทยาและนกบริเวณ
ป่าชมุ ชนบ้านเด่นธารา ตำบลพระธาตุอำเภอเชียงกลาง จงั หวดั นา่ น แผนงานของโครงงานนี้แบ่งออกเป็น 2
ส่วน ได้แก่ การสำรวจนกที่พบบริเวณโรงเรียนพระธาตุพิทยาคมและป่าชุมชนบ้านเด่นธารา เพื่อศึกษาสาย
พันธุ์ของนกและเปรียบเทียบนกในบริเวณโรงเรียนพระธาตุพิทยาคมและนกในป่าชุมชนบ้านเด่นธารา โดย
ใช้วิธีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า โรงเรียนพระธาตุพิทยาคมพบนกมากกว่าป่า
ชุมชนบ้านเด่นธารา โดยโรงเรียนพระธาตุพิทยาคมพบนกจำนวน 80 ตัว เช่น นกยางควาย นกตีทอง นก
แซงแซวหางปลา เป็นตน้ ป่าชมุ ชนบา้ นเด่นธาราได้พบนก 67 ตวั เชน่ นกแวน่ ตาขาวหลงั เขียว นกพิราบป่า
นกปรอทหวั โขน เปน็ ตน้

คำสำคัญ: การสำรวจ, นก, ป่าชมุ ชน, โรงเรยี นพระธาตพุ ทิ ยาคม, สายพันธขุ์ องนก

28

สมุนไพรในป่าชุมชนบา้ นเด่นธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชยี งกลาง จังหวัดน่าน

กนั ยส์ นิ ี วงษา
จิดาภา ตันกาบ
ณฐั ณชิ า ยาวุธ
ธัญณดา รวดเร็ว
เนตรภา บญุ เกดิ
บุษบา ยะปวง
มารษิ า อ่นุ ถ่ิน
คุณครูที่ปรึกษา: สรุ ีย์พร อินไชย
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/4 โรงเรยี นพระธาตุพทิ ยาคม

บทคัดย่อ

โครงงานฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจและศึกษาสรรพคุณการรักษาโรคของพืชสมุนไพร ณ ป่า
ชุมชนบ้านเด่นธารา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยรวบรวมพืชสมุนไพรจากสถานที่
ดังกล่าวที่ชาวบ้านใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ อยู่เป็นประจำมาศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะ พืช
สมุนไพร การนำมาใช้ประโยชน์ และสรรพคุณทางยา ซึ่งสมุนไพรแตล่ ะชนิดมีความแตกต่างกันไป จากการ
สำรวจพืชสมุนไพรที่พบในป่าชุมชนบ้านเด่นธารา พบพืชสมุนไพรทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ ต้นตะคร้อ ต้น
ตดหมูตดหมา ต้นรัง ต้นเปล้าใหญ่ ต้นทองกวาว และต้นสาบเสือ

คำสำคญั : การรกั ษาโรค, ปา่ ชุมชนบา้ นเดน่ ธารา, พชื สมุนไพร, ลักษณะพืชสมนุ ไพร, สรรพคุณของสมุนไพร

29

30

เกมและสถานการณจ์ ำลอง

31

โดมิโน่รกั ษ์ป่าน่าน

ระติพันธ์ ปิจดี
อธิชานนท์ เสยมาตร
พันธกานต์ มะโนชยั

จรี วัฒน์ มหาวัน
หริภมู ิ วงคก์ องแก้ว
จิรภทั ร เชียงรินทร์

ณฐั วรา ขันทะยศ
คุณครทู ี่ปรึกษา: ธญั วัฒน์ กาบคำ

จินตช์ ัญญา อิทธิประเวศน์
มัธยมศึกษาปที ่ี 5/3 โรงเรียนสา

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เปน็ การสร้างเกม “โดมิโน่รกั ษป์ า่ น่าน” โดยมวี ัตถุประสงค์เพอ่ื สร้างแบบจำลองเพ่ือ
การเรียนรู้ที่สามารถช่วยให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดน่านสามารถเรียนรู้และรู้จัก นก เห็ด และปลา ในพื้นท่ี
ของจังหวัดน่าน โดยใช้เกมที่สรา้ งขึ้นเป็นเครื่องมือในการช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่สนกุ ง่าย และสอดแทรก
ความรู้ให้กับผู้เล่นไปในเวลาเดียวกัน โดยหัวข้อที่นำมาสร้างเกม ได้แก่ (1) นกในพื้นที่ จังหวัดน่าน
(2) เหด็ ในพ้ืนทแี่ ปลงป่าถาวรในจังหวัดน่าน และ (3) ปลาในพื้นท่ีจังหวัดน่าน โดยใช้เกมโดมิโน่เป็นต้นแบบ
ในการพัฒนาแบบจำลองในครั้งนี้ และทดสอบประสิทธิภาพของเกมด้วยนักเรียนกลุ่มทดลอง (นักเรียนใน
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5/3) ก่อนเล่นและหลงั เล่นว่าผู้เล่นมีความรู้เกี่ยวกับเร่ืองนกในพื้นที่ จังหวัดน่าน เห็ดใน
พื้นทีแ่ ปลงป่าถาวรในจงั หวัดน่าน และปลาในพื้นทจ่ี งั หวดั น่านเขตพื้นท่ีจังหวดั นา่ น เพมิ่ ขึ้นหรือไม่ จากการ
ทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า หลังการทดลองเล่นเกมโดมิโน่แล้วผู้เล่นมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวเพิ่มข้ึน
มีความรแู้ ละรู้จกั ชนดิ ช่ือของ นก เห็ด และปลา ในพื้นทีจ่ งั หวัดน่านมากขึ้น ผูเ้ ลน่ ชอบท่ีจะเรียนรู้ผ่านเกมนี้
มากกว่าการทอ่ งจำแบบเดมิ และมคี วามรเู้ รือ่ งเครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ัยคร้ังน้ซี ง่ึ ประกอบดว้ ย (1) เกมโดมิโน่
รกั ษป์ า่ น่าน และ (2) แบบสอบถามก่อนและหลังการเลน่ เกม

คำสำคญั : เกมโดมโิ น่, นก, แบบจำลองเพือ่ การเรยี นรู้, ปลา, เห็ด

32

33

แบบจำลองเชิงบรู ณาการเพื่อการเรียนรบู้ รกิ ารของระบบนเิ วศของพนื้ ทส่ี เี ขยี วภายในเมอื ง
Integrative model for learning on urban green space ecosystem services

อนั ดามนั เขาสูง
ศตายุ ปานจนิ ดา

สุธนิ ี ออ่ นอ่วม
คุณภทั ร พง่ึ พระจิตร์
นัทธมน สขุ พานิชย์
อาจารยท์ ปี่ รึกษา: ผชู้ ว่ ยศาสตรจารย์ ดร.พงษช์ ัย ดำรงโรจนว์ ัฒนา
ภาควิชาชีววทิ ยา คณะวทิ ยาศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

บทคดั ยอ่

ปัจจุบันพื้นที่สีเขียวล้วนเข้ามามีบทบาท ต่อชีวิตของผู้คนในสังคมองเป็นอย่างมาก ในการให้บริการทางระบบ
นิเวศแกช่ มุ ชน ทง้ั ในแงข่ องการเปน็ แหล่งเรยี นรู้ การเป็นพืน้ ที่พักผ่อนหย่อนใจ และอ่ืน ๆ แต่ทั้งนี้ท้ังนั้นบุคคลในสังคมท่ี
มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนมากยังคงขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการบริการของระบบนิเวศ (ecosystem services) จึง
นำไปสู่การบกพร่องในการดูแลรักษาหรอื การดูแลทีผ่ ิดพลาดได้ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่สีเขียวภายในเมืองหรอื ระบบนิเวศเมือง
เกิดความเสือ่ มโทรมและสูญเสียความสามารถในการใหบ้ ริการ ดังนั้น งานวิจัยนี้จงึ มวี ตั ถุประสงค์ เพื่อให้ผูใ้ ช้แบบจำลอง
เข้าใจความหมายของบรกิ ารของระบบนิเวศท้ัง 4 ด้าน ได้แก่ บริการด้านการเป็นแหลง่ ผลติ บริการดา้ นการควบคุมสมดุล
ของระบบ บรกิ ารด้านวฒั นธรรม และบรกิ ารด้านการสนบั สนุนด้านอ่ืน ๆ และ สง่ เสริมให้ผ้ใู ชแ้ บบจำลองมีความตระหนัก
ถึงความสำคัญของระบบนิเวศเมือง และส่วนร่วมในการดูแลและรักษา โดยการเลือกบริเวณเขตพื้นที่ของจุฬาลงกร ณ์
มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ศึกษา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางในการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยทำการศึกโดยใช้
ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรต้นไม้ ทรัพยากรนก สิ่งอำนวยความสะดวกที่พบในบริเวณที่ทำการศึกษา เพื่อนำประกอบการ
วิเคราะห์บริการทางระบบนิเวศในด้านต่าง ๆ และนำมาสร้างสถานการณ์จำลองในรูปแบบของเกม ซึ่งองค์ประกอบของ
แบบจำลองประกอบด้วย ผู้เล่น, การ์ดตัวละคร (แทนผู้ที่เกี่ยวข้องภายในพืน้ ที่), การ์ดทรัพยากร (แทนทรัพยากรทีพ่ บใน
พื้นที่ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นบรกิ ารทางระบบนิเวศทัง้ 4 ด้าน), การ์ดสถานการณ์ (แทนสถานการณ์ที่ส่งผลต่อพื้นทีห่ รือผู้ที่
เกี่ยวข้องภายในพื้นที่) และ เหรียญ (แทนตัวกลางในการซื้อทรัพยากร) ซึ่งผู้วิจัยนำแบบจำลองที่ได้มาทดสอบโดยการ
ทดลองเล่น 2 ครั้ง เพื่อปรับปรุงวิธีการเล่นและสมดุลของจำนวนทรัพยากรที่ปรากฏในแบบจำลอง จากนั้นจึงนำมา
ทดสอบกับนิสิตในรายวิชาแบบจำลองเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จำนวน 5 คน จำนวน 1 ครั้ง พบว่าผู้ร่วมเล่น
เกมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการบริการของระบบนเิ วศมากขึ้นผ่านการทำแบบทดสอบ จึงสรุปได้ว่าแบบจำลองนี้
สามารถใช้เปน็ เครือ่ งมือในการเผยแพร่ความร้เู กีย่ วการบริการของระบบนิเวศ (ecosystem services) ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

คำสำคัญ: เกม, บริการของระบบนิเวศ, แบบจำลองเชงิ บรู ณาการ, พ้ืนที่สเี ขยี วภายในเมือง, ระบบนเิ วศเมอื ง

34

35

คณะทป่ี รึกษา

ศูนยเ์ ครือขา่ ยการเรียนรูเ้ พ่อื ภมู ิภาค จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กติ นะ ผู้อำนวยการศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยฯ

ภาควชิ าชวี วิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา
รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาล ใจซอ่ื กุล อาจารย์ประจำภาควิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จริ ารชั กติ นะ อาจารย์ประจำภาควิชา
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นนทิวชิ ญ ตันฑวนชิ อาจารยป์ ระจำภาควิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงชัย หาญยทุ ธนากร อาจารยป์ ระจำภาควชิ า
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ชยั ดำรงโรจน์วัฒนา อาจารยป์ ระจำภาควชิ า
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วิเชฏฐ์ คนซอื่ อาจารย์ประจำภาควิชา
อาจารย์ ดร.ภาณุพงศ์ ธรรมโชติ

คณะดำเนินการจดั งาน

นายณัฐนนั ท์ ขนั ธศุภ นสิ ิตปรญิ ญาเอก

นางสาวนดา ยมี สั ซา นสิ ติ ปรญิ ญาโท

นายแรกขวัญ ผลธญั ญา นิสิตปรญิ ญาโท

นายอนั ดามนั เขาสูง นสิ ิตปรญิ ญาตรี

นายนกร นสิ ยันต์ นิสติ ปรญิ ญาตรี

นางสาวพทั ธมน ยนตร์ศักดส์ิ กลุ นิสติ ปรญิ ญาตรี

นายวิศรจุ น์ โรจน์ฤทธิไกร นิสิตปรญิ ญาตรี

นายศตายุ ปานจนิ ดา นสิ ิตปรญิ ญาตรี

นางสาวสุธนิ ี อ่อนอ่วม นสิ ติ ปรญิ ญาตรี

นางสาวกฤตยภรณ์ ปญั ญา นิสิตปรญิ ญาตรี

นางสาวกัลยานันท์ สลี ับขวา นิสิตปรญิ ญาตรี

นายคณดถิ พริ ิยะไพโรจน์ นิสิตปรญิ ญาตรี

นายคุณภัทร พ่งึ พระจิตร์ นสิ ิตปรญิ ญาตรี

นางสาวนัทธมน สขุ พานชิ ย์ นสิ ิตปรญิ ญาตรี

นางสาวนยั น์ปพร จ๋คี รี ี นิสติ ปรญิ ญาตรี

นายปนวิ ัฒน์ บัวถนอม นิสิตปรญิ ญาตรี

นางสาวพมิ พ์ลภสั ธานีวรรณ นิสติ ปรญิ ญาตรี

นางสาวสิรกิ าญจน์ ภาผล นิสิตปรญิ ญาตรี

นางสาวกลุ ธิดา ป้องมาลี ศษิ ยเ์ ก่า

นางสร้อยลดา ดำรงโรจนว์ ฒั นา ผู้ชว่ ยวิจยั

เจา้ หน้าท่ศี นู ยเ์ ครือข่ายการเรยี นรเู้ พื่อภมู ิภาค จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย

36

บนั ทกึ

37


Click to View FlipBook Version