The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือชุด 6 เล่ม (พรรณไม้ ผีเสื้อ แตน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินก นก ค้างคาว)
โครงการ อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dpongchai, 2020-08-12 11:27:20

แตน

หนังสือชุด 6 เล่ม (พรรณไม้ ผีเสื้อ แตน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินก นก ค้างคาว)
โครงการ อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Keywords: อพ.สธ.

ภาพท่ี 28 แตนเบยี นในวงศย์ ่อย Rogadinae ทพ่ี บในพนื้ ท่ศี ึกษา

43

ภาพที่ 29 แตนเบียนในวงศ์ยอ่ ย Rogadinae ที่พบในพื้นท่ศี กึ ษา (ตอ่ )

44

ภาพท่ี 30 แตนเบยี นในสกุล Yelicones (บน) และ Colastomion (ล่าง)

45

วงศย์ ่อย Blacinae

เป็นวงศ์ย่อยขนาดเล็ก ปัจจุบันมีรายงานทั่วโลกประมาณ 207 ชนิด ล�ำตัว
มกั มสี ดี ำ� หรอื นำ้� ตาลเขม้ และมเี สน้ ปกี แตกตา่ งจากแตนเบยี นวงศย์ อ่ ยอน่ื เปน็ แตนเบยี น
ภายในของตัวอ่อนด้วง พบแตนเบียนชนิดน้ี 2 ชนิดในพ้ืนท่ีเขาถ้�ำเสือ เขาจ�ำปา
(ภาพที่ 31)

ภาพที่ 31 แตนเบยี นในวงศ์ย่อย Blacinae ทีพ่ บในพ้นื ที่ศกึ ษา

46

วงศ์ย่อย Cheloninae

มรี ายงานแตนเบยี นชนิดนที้ ่วั โลกถึง 1,300 ชนดิ แต่ในประเทศไทยมรี ายงาน
แตนเบียนวงศ์ย่อยนี้อย่างเป็นทางการเพียง 4 ชนิดเท่านั้น อย่างไรก็ดีจากการส�ำรวจ
เก็บตัวอย่าง พบว่าในประเทศไทยมีความหลากชนิดของแตนเบียนวงศ์ย่อยสูง มักพบ
เปน็ จำ� นวนมาก และหลายชนดิ จากกบั ดกั แสง เปน็ แตนเบยี นภายในของไขห่ รอื ตวั ออ่ น
แมลงในอันดับ Lepidoptera ลักษณะส�ำคัญทางสัณฐานภายนอกคือ ส่วนท้องปล้อง
ท่ี 1-3 มีลักษณะคล้ายกระดอง เพราะแต่ละปล้องจะเชื่อมติดกัน จากการส�ำรวจพบ
แตนเบยี นวงศย์ อ่ ยน้ีถงึ 12 ชนดิ (ภาพที่ 32, 33)

ภาพท่ี 32 แตนเบียนในวงศ์ย่อย Cheloninae ทพ่ี บในพ้นื ทศี่ ึกษา

47

ภาพที่ 32 แตนเบียนในวงศ์ยอ่ ย Cheloninae ที่พบในพื้นท่ศี กึ ษา (ตอ่ )

48

ภาพที่ 33 แตนเบยี นในวงศ์ย่อย Cheloninae ทพี่ บในพนื้ ทศ่ี กึ ษา (ตอ่ )

49

วงศ์ยอ่ ย Euphorinae

ประเทศไทยมีรายงานแตนเบียนวงศ์ย่อยน้ีอย่างเป็นทางการเพียง 4 ชนิด
ทวั่ โลกพบประมาณ 380 ชนิด มกั เบียนตวั ออ่ นของดว้ ง แมลงช้าง และมรี ายงานเบยี น
ตัวเต็มวัยของด้วงด้วย ลักษณะส�ำคัญทางสัณฐานภายนอกคือ บริเวณหนวดปล้อง
scape มีความยาวประมาณ 7 เท่าของความกว้าง (ภาพที่ 34 ลูกศรช้ี) ซึ่งมีหน้าที่
ในการชว่ ยจบั ยดึ ด้วงตวั เต็มวัยระหวา่ งท่ีแตนเบียนตัวเมยี ก�ำลงั วางไข่
ในพื้นท่ีเขาถ�้ำเสือ เขาจ�ำปาพบ 2 สกุล คือ Streblocera และ Meteorus
(ภาพท่ี 34)

ภาพท่ี 34 แตนเบยี นในสกุล Streblocera สงั เกตหนวดมปี ลอ้ ง scape ยาวมาก (บน ลกู ศรชี้)
และสกุล Meteorus (ล่าง) ที่พบในพื้นที่ศกึ ษา

50

วงศ์ยอ่ ย Homolobinae

เป็นแตนเบียนขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ออกหากินเวลากลางคืน เป็นแตนเบียน
ภายในของหนอนผเี สอื้ ตวั เบยี นจะวางไข่ 1 ฟองตอ่ แมลงใหอ้ าศยั 1 ตวั ลกั ษณะสำ� คญั
ทางสัณฐานภายนอกคือ ที่ขาคู่หลังปล้อง tibia จะมีหนามขนาดยาวและใหญ่
(ภาพที่ 35 ลกู ศรช)ี้ สามารถสงั เกตเหน็ ไดช้ ดั เจน จากการสำ� รวจพบเพยี ง 1 ชนดิ เทา่ นนั้

ภาพที่ 35 แตนเบียนในวงศ์ยอ่ ย Homolobinae ท่ีพบในพ้ืนทีศ่ ึกษา สงั เกตหนามขนาดยาว
และใหญ่ทขี่ าคหู่ ลังปลอ้ ง tibia (ลูกศรช้)ี

51

วงศย์ ่อย Macrocentrinae

เป็นแตนเบียนท่ีมีขนาดใหญ่ เป็นแตนเบียนภายในของหนอนผีเสื้อ ลักษณะ
ทางสณั ฐานภายนอกท่สี งั เกตไดช้ ดั เจนคอื หนวดและอวยั วะวางไขม่ คี วามยาวมากกว่า
ความยาวของล�ำตัว จากการส�ำรวจพบตัวอย่างแตนเบียนวงศ์ย่อยนี้ 2 สกุลคือ
Macrocentrus และ Austrozele โดยสกุล Macrocentrus เป็นสกุลที่มคี วามหลาก
ชนิดสูงท่ีสุดในวงศ์ย่อยนี้ ล�ำตัวมีสีเหลืองนวล และหากินเวลาพลบค�่ำหรือกลางคืน
ลักษณะส�ำคัญทางสัณฐานภายนอกท่ีเด่น คือ อวัยวะวางไข่มีความยาวมากกว่า
ความยาวของปลอ้ งทอ้ ง ในขณะทแ่ี ตนเบยี นในสกลุ Austrozele มคี วามยาวของอวยั วะ
วางไข่ทีส่ น้ั และจำ� นวนชนดิ มนี ้อยกวา่ แตนเบียนในสกลุ Macrocentus (ภาพท่ี 36)

ภาพท่ี 36 แตนเบียนในสกลุ Macrocentrus (ซา้ ย) และ Austrozele (ขวา) สังเกตความแตกตา่ ง
ของความยาวอวัยวะวางไขข่ องแตนเบยี นทั้ง 2 สกลุ นี้

52

วงศย์ ่อย Meteorideinae

เปน็ แตนเบยี นวงศย์ อ่ ยเลก็ มรี ายงานจำ� นวนชนดิ ทวั่ โลก 175 ชนดิ และมกี าร
ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยบริเวณหมู่เกาะแสมสาร อ�ำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
จากกบั ดกั แสง และมพี บวา่ แตนเบยี นวงศย์ อ่ ยนี้ เบยี นหนอนหวั ดำ� มะพรา้ ว ซงึ่ เปน็ แมลง
ศัตรูพืชท่ีส�ำคัญของมะพร้าวและพืชตระกูลปาล์ม ส่วนท้องของ Meteorideinae
มลี กั ษณะเรยี วยาว หากมองจากดา้ นบนสว่ นทอ้ งจะแคบกวา่ บรเิ วณอน่ื ลำ� ตวั มสี เี หลอื ง
น้�ำตาล และมักเป็นสเี ดียว ไม่มรี ปู แบบลวดลายของสี (ภาพที่ 37)

จากการส�ำรวจเก็บตัวอย่างพบแตนเบียนวงศ์ยอ่ ยน้ี 1 ชนิด

ภาพที่ 37 แตนเบยี นในวงศ์ย่อย Meteorideinae ที่พบในพนื้ ท่ีศกึ ษา

53

วงศ์ย่อย Microgastrinae

สามารถพบแตนเบยี นวงศย์ อ่ ยนไี้ ดท้ ว่ั โลก ปจั จบุ นั มรี ายงานมากกวา่ 2,000 ชนดิ
จดั เปน็ แตนเบยี นอกี วงศย์ อ่ ยหนงึ่ ทม่ี คี วามหลากชนดิ สงู ในประเทศไทยมรี ายงานอยา่ ง
เปน็ ทางการของแตนเบยี นวงศย์ อ่ ยน้ี 16 ชนดิ เปน็ แตนเบยี นภายในของแมลงในอนั ดบั
Lepidoptera และ Trichoptera มกั มลี ำ� ตวั สดี ำ� มปี ลอ้ งหนวด 18 ปลอ้ ง เสน้ ปกี บรเิ วณ
ปลายปกี ลดรปู ไป มที ง้ั ชนดิ ทเ่ี ปน็ แตนเบยี นเดย่ี วและแตนเบยี นกลมุ่ มากกวา่ 100 ชนดิ
ถูกน�ำมาใช้เป็นแมลงศัตรูธรรมชาติเพ่ือควบคุมประชากรของแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะ
หนอนผเี ส้อื ที่กอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายในพืชตระกูลกะหล่ำ�

จากการสำ� รวจพบแตนเบียน Microgastrinae 7 ชนิด (ภาพท่ี 38)

ภาพที่ 38 แตนเบยี นในวงศย์ อ่ ย Microgastrinae ที่พบในพืน้ ที่ศึกษา

54

ภาพที่ 38 แตนเบยี นในวงศ์ย่อย Microgastrinae ท่ีพบในพนื้ ทศี่ กึ ษา (ตอ่ )

55

จากการส�ำรวจเก็บตัวอย่างแมลงเพียงไม่ถึง 1 ปี พบแตนเบียนถึง 90 ชนิด
แสดงใหเ้ หน็ วา่ พ้ืนท่ีบรเิ วณเขาถ�ำ้ เสอื เขาจำ� ปามีความอดุ มสมบูรณข์ องปา่ แตนเบียน
มีความสัมพันธ์เก่ียวข้องกับแมลงให้อาศัย และพืชอาหารของแมลงให้อาศัย หาก
แตนเบียนมีความหลากชนิดสูง น่ันหมายความว่าแมลงให้อาศัยและพืช มีความ
หลากชนดิ สงู เชน่ กนั จากตวั อยา่ งแตนเบยี น 90 ชนดิ ทแี่ สดงในหนงั สอื น้ี ผเู้ ขยี นใชเ้ วลา
เก็บตวั อย่างน้อยกว่า 1 ปี จากกบั ดกั แสงไฟ มีการคน้ พบแตนเบยี นชนดิ ใหมถ่ ึง 3 ชนดิ
และมีการรายงานคร้ังแรกของการพบแตนเบียนบางชนิดในพื้นท่ีนี้ โดยส่วนหน่ึง
เป็นงานปริญญานิพนธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั ได้มกี ารตงั้ กับดัก Malaise ไวใ้ นพ้นื ที่ศึกษาด้วย แต่ยังไมไ่ ด้
น�ำตัวอย่างมาคัดแยก ปักเข็ม และวินิจฉัยชื่อวิทยาศาสตร์ หากน�ำตัวอย่างทั้งหมดนี้
มาศึกษา และท�ำการส�ำรวจเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม ผู้เขียนคาดว่า จะต้องพบตัวอย่าง
แตนเบียนชนดิ ใหม่ในพ้นื ท่ีอีกจ�ำนวนมาก
การส�ำรวจคร้ังนี้ แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติท่ีอยู่ในพ้ืนที่บริเวณ
เขาถำ้� เสอื เขาจำ� ปา ยงั มอี กี มากมายใหส้ ำ� รวจ ศกึ ษาและวจิ ยั สามารถใชเ้ ปน็ หอ้ งเรยี น
ธรรมชาติให้กับนิสิต นักศึกษา นักเรียน ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อตระหนักถึงความ
ส�ำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และได้เรียนรู้ สัมผัสส่ิงมีชีวิตจากของจริง
ตัวอย่างแตนเบียนที่ได้จากการส�ำรวจจะเก็บที่พิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑสถาน
ธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในพื้นท่ีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ�ำเภอแก่งคอย จังหวดั สระบรุ ี เพือ่ ประโยชนใ์ นการศกึ ษาและวจิ ยั ต่อไป
นอกจากงานส�ำรวจชนิดของแตนเบียนแล้ว ผู้เขียนยังศึกษาความสัมพันธ์
ระหว่างชนิดของแตนเบียนกับหนอนผีเสื้อให้อาศัยท่ีพบในบริเวณเขาถ้�ำเสือ เขาจ�ำปา
โดยทั่วไปข้อมูลเก่ียวกับชีววิทยาของแตนเบียนมีอยู่น้อย เน่ืองจากส่วนใหญ่เวลาจับ
แตนเบียน มกั จะจับตอนที่เป็นตัวเตม็ วยั ทำ� ให้ไมท่ ราบวา่ แมลงใหอ้ าศัยของแตนเบยี น
ชนิดนั้น คือแมลงอะไร หากมีการศกึ ษาขอ้ มูลความสมั พนั ธ์ระหว่างแตนเบียนกบั แมลง
ใหอ้ าศยั จะเปน็ พนื้ ฐานนำ� ไปสกู่ ารตอ่ ยอดวจิ ยั ไดห้ ลายเรอ่ื ง เชน่ การควบคมุ ประชากร
แมลงศัตรูพืชโดยชีววิธี ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการระหว่างสิ่งมีชีวิตสองชนิด และ
สายใยอาหารในระบบนิเวศบก เปน็ ตน้

56

กติ ติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณทุนวิจัย อพ.สธ. โครงการความหลากหลายของแตนเบียน
Superfamily Ichneumonoidea ในพื้นที่โครงการ อพ.สธ. อพ.สธ.-จฬ. พื้นที่
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั อ�ำเภอแกง่ คอย จังหวัดสระบุรี ทอ่ี ำ� นวยความสะดวกในการ
เก็บตัวอย่าง และอ่ืนๆ ขอขอบคุณภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั และ Animal Systematics Research Unit เอ้ือเฟอ้ื อุปกรณ์ถ่ายภาพ
ด้วยโปรแกรม cell^D ขอบคุณ Professor Dr. Donald L.J. Quicke ส�ำหรับการ
ใหค้ ำ� ปรกึ ษาดา้ นวชิ าการ ขอบคณุ นสิ ติ ทกุ คนในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารนเิ วศวทิ ยาเชงิ ผสมผสาน
โดยเฉพาะ นายพรเทพ เก้ือกจิ และนางสาวมารสิ า รวีอรา่ มวงศ์
ทา้ ยสดุ นผ้ี เู้ ขยี นขอกราบขอบพระคณุ รองศาสตราจารย์ ผสุ ตี ปรยิ านนท์ และ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิเชฏฐ์ คนซื่อ ที่สนับสนุนและชวนให้ผู้เขียนเขียนหนังสือ
แตนเบียน

บรรณานกุ รม

Butcher, B.A. and Quicke, D.L.J. 2010. Revision of the Indo-Australian
braconine wasp genus Ischnobracon Baltazar (Hymenoptera:
Braconidae) with description of six new species from Thailand, Laos
and Sri Lanka. Journal of Natural History 44: 2187-2212.

Butcher, B.A., Smith, M.A., Sharkey, M.J. and Quicke, D.L.J. 2012. A
turbo-taxonomic study of Thai Aleiodes (Aleiodes) and Aleiodes
(Arcaleiodes) (Hymenoptera: Braconidae: Rogadinae) based largely
on COI bar-coded specimens, with rapid descriptions of 179 new
species. Zootaxa 3457: 1-232.

Butcher, B.A. 2014. A new species of Yelicones Cameron (Hymenoptera:
Braconidae: Rogadinae) from Thailand. Zootaxa 3764(2): 192-196.

Quicke, D.L.J. 1997. Parasitoid wasps. Chapman and Hall, London.
Quicke, D.L.J., and Butcher, B.A. 2011. Two new genera of Rogadinae

(Insecta:
Hymenoptera: Braconidae) from Thailand. Journal of Hymenoptera

Research. 23: 23-34.
Quicke, D.L.J. 2015. Biology, Systematics, Evolution and Ecology of

Braconid and Ichneumonid Parasitoid Wasps. Wiley Blackwell,
Chichester, UK. 688pp.
Sharkey, M.J. & Stoelb, S.A.C. 2012. Revision of Therophilus s.s. (Hymenoptera,
Braconidae, Agathidinae) from Thailand. Journal of Hymenoptera
Research 27: 1-36.
Yu, D.S., 2012. World Ichneumonoidea 2011. Taxonomy, biology, morphology
and distribution. CD/DVD. Taxapad, Vancouver, Canada. www.taxapad.com.


Click to View FlipBook Version