1
2 รายงานโครงงาน เรื่อง ไข่จ๋าอยู่ด้วยกันนานๆนะ ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย รุ่นที่ 9 ปีการศึกษา 2565 ผู้จัดท าโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 และนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ครูที่ปรึกษา นางสาวสุนิสา ม้งชูเรือง โรงเรียนบ้านเกาะเสือ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
3 ค ำน ำ รายงานการจัดท าโครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับปฐมวัยปีที่ 2 และระดับปฐมวัยปีที่ 3 โรงเรียนบ้าน เกาะเสือ ปีการศึกษา 2565 ได้จัดท าโครงงานเรื่อง ไข่จ๋าอยู่ด้วยกันนานๆนะ จัดท าขึ้นเพื่อศึกษาเรื่องราวและ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ที่เด็กสนใจ เด็กๆ ได้ทดลองการปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้ กิจกรรมการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมการพัฒนาการ ให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกตด้วย ประสาทสัมผัสทั้งห้าส่วน เด็ก รู้จักคิดแก้ปัญหาจากสิ่งที่เรียนรู้ได้ตามวัยของเด็กโดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และสามารถน า ประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในเหตุการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตประจ าวัน ได้ การจัดท าโครงงานในครั้งนี้ ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดท าเอกสารฉบับนี้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในการจัดประสบการณ์การ ทดลองวิทยาศาสตร์ในระดับปฐมวัยเป็นอย่างดี นางสาวสุนิสา ม้งชูเรือง โรงเรียนบ้านเกาะเสือ
4 สำรบัญ เรื่อง หน้า ค าน า สารบัญ โครงงานเรื่อง ไข่จ๋าอยู่ด้วยกันนานๆนะ ชื่อโครงงาน 1 ผู้จัดท าโครงงาน 1 ที่ปรึกษาโครงงาน 1 ระยะเวลาในการจัดท า 1 ที่มาและความส าคัญโครงงาน 1 ขั้นตอนและวิธีการด าเนินการจัดท าโครงงานวัฏจักรสืบเสาะ 2 วงรอบ 3 ค าถามที่ 1 วิธีการใดสามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด 3 ขั้นที่ 1 ตั้งค าถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ 3 จุดประสงค์ 4 ตัวแปรที่ศึกษา 4 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 5 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 6 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 9 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 10 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 11 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 12 ภาคผนวก
1 โครงงำน ไข่จ๋ำอยู่ด้วยกันนำนๆ นะ ชื่อโครงงาน ไข่จ๋าอยู่ด้วยกันนานๆนะ ผู้จัดท าโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนบ้านเกาะเสือ 1. ด.ช.ฉันทพัฒน์ จันทวัลย์ 2. ด.ญ.ณัฐมนฑ์ คุ้ยหลู 3. ด.ญ.ฟาเนีย ชูตรี 4. ด.ญ.อัลวารี เพชรสงค์ 5. ด.ช.นาอีม สุระก าแหง 6. ด.ช.สุนทร คุ้ยหลู 7. ด.ช.อัสรี หะแว 8. ด.ญ.ฉันชนก กวมทรัพย์ 9. ด.ญ.ณัฐธิดา เจ้ยชุม 10. ด.ญ.ธนันญา คุ้ยหลู 11. ด.ญ.อัยริน สถิตย์สาคร 12. ด.ญ.อรณิดา ชูช่วย 13. ด.ช.กายสิทธิ์ ยินดีรัมย์ ครูที่ปรึกษา นางสาวสุนิสา ม้งชูเรือง ระยะเวลาในการจัดท า 15 กุมภาพันธ์2565 – 21 มีนาคม 2565 ที่มาของโครงงาน เนื่องจากในวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ขณะรับประทานอาหารเที่ยง คุณครู นักเรียนชั้นอนุบาลปี ที่ 2 และนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนโรงเรียนบ้านเกาะเสือ สนทนากับแม่ครัวเรื่อง เกี่ยวกับ “ไข่ไก่” ที่ซื้อมาประกอบอาหารเที่ยงมีจ านวน 2 ฟองที่ไม่สด นักเรียนสนใจร่วมสนทนาว่า “คุณครู ต้องแช่ตู้เย็นครับ บ้านผมแช่ตู้เย็นครับ” คุณครูตอบว่า “ที่ร้านเขาไม่ได้ใส่ตู้เย็นไว้ค่ะ เขาวางขายเป็นแผงหน้า ร้านเลย” นักเรียน : “แล้วท าไมมันถึงเสียเร็วจังคะครู” จากการสนทนาร่วมกันจากเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กๆ เกิด ค าถามว่า “ท าไมไข่อยู่นอกตู้เย็นถึงเสียเร็ว” คุณครูจึงน านักเรียนไปหาค าตอบโดยการศึกษาเกี่ยวกับไข่ในเล้าไก่ เพื่อสังเกตลักษณะของไข่ สภาพแวดล้อม และหาค าตอบจากการค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต
2 ครูและเด็กๆ ร่วมกันหาค าตอบเพิ่มเติมโดยการค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต โดยได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่ไข่เสีย นั้นหลักๆที่ท าให้ไข่เสียมีดังนี้ 1. ไข่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในไข่หลายประการ เช่น การระเหยของน้ า การสูญเสียก๊าซจากภายในไข่ ไข่ขาวข้นมีการเปลี่ยนเป็นไข่ขาวใส การเสียโดยจุลินทรีย์ และการดูดกลิ่นที่ไม่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี ส่วนของเยื่อเปลือกไข่ท าหน้าที่เคลือบเปลือกไข่และสารต้านจุลินทรีย์ในชั้นของไข่ขาวเริ่มเสื่อม ประสิทธิภาพลง จึงท าให้จุรินทรีย์สามารถเข้าไปสู่ไข่ได้ 2. แบคทีเรียในไข่ท าให้ไข่เสีย แบคทีเรียที่พบในไข่ส่วนใหญ่จะเป็นแกรมบวก แต่ไข่ที่เน่าเสียมักจะพบ แบคทีเรียแกรมลบ เป็นไข่ที่สกปรก ปนเปื้อนอุจจาระและดิน หลังจากได้ข้อสรุปนั้นนักเรียนได้ตั้งค าถามว่า “ท าอย่างไรให้เก็บไข่ได้นาน” เพื่อนสนทนาตอบ ว่า “เราก็ต้องปิดรูเปลือกไข่ไก่ไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไป” คุณครูและนักเรียนร่วมสนทนา ระดมความคิด ค้นคว้าหาค าตอบจากอินเตอร์เน็ต จากการสอบถามประสบการณ์เดิมของนักเรียน
3 จากการน าเสนอผลการค้นคว้าหาข้อมูลจากทั้งหมด มีนักเรียนยกมือขึ้นสอบถามว่า “มีหลายวิธีมาก แล้ว วิธีไหนสามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด” จึงเกิดเป็นค าถามที่ 1 ดังนี้ ค ำถำมที่ 1 วิธีกำรใดสำมำรกเก็บรักษำไข่ไก่ได้นำนที่สุด ขั้นที่ 1 ตั้งค าถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ 1. ครูสนทนาและใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กแสดงความคิดเห็น ดังนี้ จากการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ โดยการค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต การสอบถามผู้ปกครอง การสอบถามประสบการณ์เดิม จากนั้นน าค าตอบที่ได้มาน าเสนอข้อมูลแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น คุณครูจึงตั้งค าถามกระตุ้นความคิดให้เด็กแดงความคิดเห็น คุณครูสุนิสา : “จากที่เด็กๆ ได้น าประสบการณ์เดิม การค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และสอบถามจาก ผู้ปกครอง นักเรียนคิดว่าวิธีการใดสามารถเก็บรักษาไข่ไก่ได้นาน” สรุปได้ดังนี้ 1. น้องฟาเนีย : น้องเคยเห็นในโทรทัศน์เขาทาน้ ามัน 2. น้องอันดา : หวาก๊ะว่าลองทาเนยดูค่ะ 3. น้องไซญ่า : หนูว่าทาน้ ามันเหมือนฟาเนียค่ะ 4. น้องคาโตะ : เอาผ้าห่อไว้ทีละลูกครับ 5. น้องเคิล : ห่อกระดาษครับ 6. น้องนาอีม : พันกับผ้าครับ 7. น้องแก้ม : แม่หนูว่าทาน้ ามันด้วยค่ะ 8. น้องมาร์ติน : เอาผ้าห่อหนาๆ ครับ 9. น้องแอ๋ม : เอากระดาษห่อค่ะ 10. น้องฟาโล : ผมว่าใส่ในถุงดีกว่าครับ 11. น้องข้าวหอม : พี่อันดาบอกว่าทาเนยเหมือนโรตีเลย 12. น้องน้ าเพชร : ใส่กระดาษค่ะ แล้วตั้งไว้เลย 13. น้องน้ าอุ่น : คุณย่าบอกว่าทาน้ ามันด้วยค่ะ
4 หลังจากได้ระดมความคิดเกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษาไข่ ซึ่งนักเรียนแสดงความคิดหลากหลายวิธี คุณครูจึงใช้ วิธีการลงคะแนนเพื่อเลือกวิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ 3 อันดับแรกที่นักเรียนสนใจศึกษา โดยสรุปวิธีได้ดังนี้ 1.วิธีการทาน้ ามัน 2.วิธีการทาเนย 3.วิธีการห่อผ้า ตัวแปลที่ศึกษา จุดประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีการใดสามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด ตัวแปรต้น วิธีการทาด้วยน้ ามัน วิธีการทาด้วยเนย วิธีการห่อผ้า ตัวแปรตาม ระยะเวลาการเก็บรักษา ของไข่ไก่นอกตู้เย็น ตัวแปรควบคุม ชนิดของไข่ อุณหภูมิ สถานที่เก็บรักษา จ านวนไข่
5 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กและครูสนทนาร่วมกัน โดยครูใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวกับวิธีการ เก็บรักษาไข่ไก่ให้อยู่ได้นาน คุณครูและเด็กร่วมกันหาวิธีการเก็บรักษาไข่ให้อยู่ได้นานในอินเตอร์เน็ต จากนั้นบันทึก ผลและน าผลการบันทึกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน ผลการน าเสนอ มีดังนี้ ข้อสันนิษฐาน เด็กและครูร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับวิธีการใดสามารถเก็บรักษาไข่ให้อยู่ได้นานที่สุดระหว่าง การ ทาด้วยน้ ามัน การทาด้วยเนยและการห่อผ้า ผลการตั้งข้อสมมติฐาน นักเรียนจ านวน 5 คนเลือกวิธีการทา น้ ามัน นักเรียนจ านวน 4 คน เลือกวิธีการทาเนย และนักเรียนจ านวน 4 คน วิธีการห่อผ้า จึงสรุปได้ว่า ผลการตั้งสมมติฐานว่าวิธีการเก็บรักษาไข่ให้ได้นานที่สุด คือ วิธีการทาด้วยน้ ามัน
6 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 1. นักเรียนสังเกตลักษณะของไข่ไก่จ านวน 1 แผง ยี่ห้อเบทาโกรฉลากระบุเก็บวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ควรบริโภคก่อนวันที่ 7 มีนาคม 2566 โดยนักเรียนสังเกตลักษณะเปลือกไข่ เขย่าฟังเสียง สังเกตลักษณะของไข่แดงและไข่ขาว ซึ่งจากการสังเกตนักเรียนสรุปได้ว่าลักษณะของไข่ที่สด คือ ไม่ มีกลิ่นเหม็น เขย่าแล้วไม่มีเสียง ไข่แดงไม่แตก ไข่ขาวสีใสไม่ขุ่น
7 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 3 กลุ่ม ลงมือปฏิบัติการทดลอง โดยก่อนเริ่มการทดลองนักเรียนเช็ดท า ความสะอาดไข่ไก่ทุกฟอง และแบ่งแต่ละวิธีจะใช้ไข่ไก่จ านวน 5 ฟอง ทาน้ ามัน น าไข่ใส่ในถุงพลาสติก แล้วใส่น้ ามันพืชจากนั้นคลุกน้ ามันให้ทั่วเปลือกไข่ ทาเนย น าไข่ใส่ในถุงพลาสติก แล้วใส่เนยจากนั้นคลุกเนยให้ทั่วเปลือกไข่ ห่อผ้า น าผ้าขนหนูมาห่อไข่ให้มิด น าไข่ที่ผ่านกระบวนการทดลองทั้ง 3 วิธีวางลงในแผง จากนั้นน าไปวางในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่อง วิธีการทาด้วยน้ ามันพืช
8 วิธีการทาด้วยเนย นักเรียนน าไข่จ านวน 5 ฟอง ใส่ในถุงพลาสติกจากนั้นตักเนยจ านวน 1 ช้อนชาใส่ตามลงไปใน ถุงพลาสติก จากนั้นคลุกเคล้าเนยให้เคลือบกับไข่ไก่ให้ทั่ว เมื่อเสร็จแล้วน ากลับไปวางในแผงไข่ดังเดิม
9 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย เมื่อนักเรียนได้ร่วมกันลงมือทดลองวิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ทั้ง 3 วิธีจากนั้นน าไข่ไก่ทั้ง 3 วิธีไปวางใน บริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่อง แล้วสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง โดยจะมีการตอกไข่ทุก 7 วัน เพื่อสังเกตลักษณะของไข่แดง ไข่ขาวและการมีกลิ่น โดยมีวันที่ตอกไข่ ดังนี้ คือวันที่ 21 ก.พ , 28 ก.พ , 7 มี.ค, 14 มี.ค , 21 มี.ค รวมทั้งหมด 5 ครั้ง โดยแต่ละครั้งนักเรียนจะมีการบันทึกลงในแบบบันทึก จากนั้น ออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน วิธีการห่อด้วยผ้า
10 ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล จากการทดลองวิธีการที่สามารถเก็บรักษาไข่ไก่ให้อยู่ได้นานระหว่างวิธีการทาเปลือกไข่ด้วยน้ ามันพืช ทาเนยและห่อผ้า ผลการทดลองมีดังนี้ การตอกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ไข่ที่เก็บรักษาด้วยการทาน้ ามันพืช ทาเนย และห่อผ้ามีลักษณะ เปลือกเรียบไม่แตก เขย่าไม่มีเสียง ลักษณะของไข่แดงสีสด ไม่แตก ลักษณะของไข่ขาวมีสีใสไม่ขุ่น ไม่มีกลิ่นเหม็น เน่า การตอกครั้งที่ 4 วิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ด้วยการทาน้ ามันพืช การทาเนย มีลักษณะเปลือกเรียบไม่แตก เขย่า ไม่มีเสียง ลักษณะของไข่แดงสีสด ไม่แตก ลักษณะของไข่ขาวมีสีใสไม่ขุ่น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ในส่วนวิธีการห่อผ้า มีลักษณะเปลือกเรียบไม่แตก เขย่าไม่มีเสียง ไข่แดงแตกไม่เป็นทรง ไข่ขาวมีสีขุ่น เริ่มกลิ่นเหม็น การตอกครั้งที่ 5 วิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ด้วยการทาน้ ามันพืช การทาเนย มีลักษณะเปลือกเรียบไม่แตก เขย่า ไม่มีเสียง ลักษณะของไข่แดงไม่แตกแต่เริ่มไม่เป็นทรง ลักษณะของไข่ขาวไม่มีสีขุ่นแต่เหลวไม่จับตัว ไม่มีกลิ่นเหม็น เน่า ในส่วนวิธีการห่อผ้า มีลักษณะเปลือกเรียบไม่แตก เขย่ามีเสียง ไข่แดงแตกไม่เป็นทรง ไข่ขาวเปลี่ยนสีเป็นสีขุ่น ปนสีเขียว มีกลิ่นเหม็นเน่า การตอกไข่ไก่ เพื่อสังเกตลักษณะต่างๆ ของไข่
11 ขั้นที่ 6 สรุปผลและอภิปราย เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงค าถามที่เด็กอยากรู้ “วิธีการใดสามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด” ครูให้ เด็กทบทวนโดยการให้เด็กออกมาเล่าหน้าชั้นเรียนว่า “เด็กได้หาค าตอบโดยวิธีการใด” ได้ผลการศึกษาอย่างไร โดยครูใช้แผ่นชาร์จประกอบการสนทนากับเด็ก ครู : จากการที่เด็กหาค าตอบ ว่า “วิธีการใดสามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด” สรุปว่า “วิธีการเก็บ รักษาไข่ไก่ด้วยการทาเนย และการทาน้ ามันพืช สามารถเก็บรักษาไข่ได้ถึง 35 วัน ส่วนวิธีการห่อผ้าสามารถเก็บ รักษาไข่ไก่ได้เพียง 21 วัน” สรุปได้ว่าวิธีการใดเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด คือ การทาเปลือกไข่ด้วยน้ ามันพืช และการทาด้วยเนย ครูและนักเรียนได้หาข้อมูลเพิ่มเติมว่าเหตุใดเนยถึงมีผลลัพธ์เท่ากับการทาด้วยน้ ามัน ได้ข้อสรุปว่า เพราะเนยและน้ ามันมีคุณสมบัติเป็นไขมันเหมือนกัน ท าหน้าที่เคลือบเปลือกไข่ไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ เข้าไปใน ชั้นไข่ขาวได้ นักเรียนบันทึกลักษณะของไข่ไก่ลงในแบบบันทึก แล้วน าเสนอหน้าชั้นเรียน สรุปผล : วิธีการที่สามารกเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด คือ การทาน้ ามันพืชและการทาเนย และการทาเนย
12 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็กสามารถคิดหาวิธีค้นหาค าตอบสิ่งที่อยากรู้ได้ - เรียนรู้การท างานเป็นขั้นตอน และการวางแผนก่อนการท างาน - เด็กได้เรียนรู้การชั่ง ตวง - เด็กได้เรียนรู้วิธีการท ากระดาษสาจากระดาษชนิดต่างๆ - เด็กได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาว่าวิธีการใดที่สามารถเก็บรักษาไข่ไก่ที่อยู่นอกตู้เย็นได้นานที่สุด - เด็กได้เรียนรู้การคิดวิเคราะห์และการสรุปผล 1.2 ด้านภาษา - เด็กได้พัฒนาทักษะด้านภาษาจากการสนทนา การตั้งค าถาม แสดงความคิดเห็นตลอดจนการเล่า เรื่องราวถ่ายถอดสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง หรือสิ่งที่พบเห็น - เด็กได้พัฒนาทักษะการน าเสนอผลงานของตนเอง - เด็กได้รู้จักค าศัพท์มากขึ้น 1.3 ด้านสังคม - สามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้ - รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น มีน้ าใจ และมีความรับผิดอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - มีมารยาทในการพูด การฟัง การแสดงความคิดเห็น - เคารพกฎกติกาและข้อตกลงร่วมกันได้ 1.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กได้เคลื่อนไหวหยิบจับสิ่งของ และระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ - เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสังเกตด้วยตนเองเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน นักเรียนและครูสรุปและอภิปรายผลร่วมกัน
13 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต - เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ในการสังเกตสิ่งที่อยากรู้เช่น การหยิบจับ การดม กลิ่น และสามารถบอกลักษณะของสิ่งที่สังเกตได้ 2.2 ทักษะการวัด - เด็กสามารถวัดปริมาณของน้ ามันพืช ปริมาณเนยที่ใช้ในการทาเปลือกไข่ 2.3 ทักษะในการจ าแนกประเภท - เด็กสามารเปรียบเทียบลักษณะของไข่ไก่แต่ละวิธีการเก็บรักษา - การเปรียบเทียบผลการคาดคะเนค าตอบกับผลการทดลองที่ค้นพบ 2.4 ทักษะการค านวณ - เด็กสามารถค านวณการใช้ไข่ไก่ น้ ามันพืช จ านวนผ้าที่ใช้ในการทดลอง 2.5 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนค าตอบ - เด็กสามารถคาดคะเนค าตอบที่คิดว่าวิธีการใดสามารถเก็บรักษาไข่ไก่ได้นานที่สุด 2.6 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา - เด็กบอกได้ว่าในการเก็บรักษาไข่ไก่ด้วยมีวิธีแตกต่างกัน จะให้ผลที่แตกต่างกัน 2.7 ทักษะการจัดกระท าและสื่อความหมายข้อมูล -เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการวาดภาพ เล่าให้ครูฟังและน าเสนอผลงานหน้าชั้น เรียนให้เพื่อน ๆ เข้าใจได้ 2.8 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล - เด็กสามารถให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว และประสบการณ์เดิมแสดงความคิดเห็น ต่างๆ ได้
14 ภาคผนวก
15 คณะผู้จัดท าโครงงาน 1. นายถาวร หนูสงวน ผู้อ านวยการโรงเรียนอนุบาบปากพะยูน รักษาการในต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านเกาะเสือ ประธานที่ปรึกษาโครงงาน 2. นางสาวสุนิสา ม้งชูเรือง ครูประจ าชั้นอนุบาลปีที่ 2-3 ครูที่ปรึกษาโครงงาน 3. ด.ช.ฉันทพัฒน์ จันทวัลย์ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผู้จัดท าโครงงาน 4. ด.ญ.ณัฐมนฑ์ คุ้ยหลู นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผู้จัดท าโครงงาน 5. ด.ญ.ฟาเนีย ชูตรี นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผู้จัดท าโครงงาน 6. ด.ญ.อัลวารี เพชรสงค์ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผู้จัดท าโครงงาน 7. ด.ช.นาอีม สุระก าแหง นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 8. ด.ช.สุนทร คุ้ยหลู นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 9. ด.ช.อัสรี หะแว นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 10. ด.ญ.ฉันชนก กวมทรัพย์ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 11. ด.ญ.ณัฐธิดา เจ้ยชุม นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 12. ด.ญ.ธนันญา คุ้ยหลู นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 13. ด.ญ.อัยริน สถิตย์สาคร นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 14. ด.ญ.อรณิดา ชูช่วย นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน 15. ด.ช.กายสิทธิ์ ยินดีรัมย์ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้จัดท าโครงงาน
16