ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ใบงานวิทยาศาสตร์ เทอม2 และเทคโนโลยี ชื่อ – สกุล .................................................................. ชั้น.................... เลขที่............. ป.6
ลมบก ลมทะเล และมรสุม
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : ลมบก ลมทะเล และมรสุม (การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดจำก ควำมแตกต่ำงระหว่ำงอุณหภูมิของอำกำศเหนือพื้นดินและเหนือพื้นน้ ำ จึงเกิดกำร เคลื่อนที่ของอำกำสจำกบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ ำ ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง 2. ลมบก ลมทะเล และมรสุม มีหลักกำรเกิดเช่นเดียวกัน 3. ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดบริเวณชำยฝั่ง 4. มรสุม เกิดในบริเวณเขตร้อนของโลก 5. ลมบก เกิดจำก ช่วงเวลำกลำงคืนอำกำศเหนือพื้นทะเลมีอุณหภูมิสูงกว่ำอำกำศเหนือพื้นดินบริเวณชำยฝั่ง อำกำศเหนือพื้น ทะเลจึงเคลื่อนที่สูงขึ้น แล้วอำกำศเหนือพื้นดินที่มีอุณหภูมิต่ ำกว่ำจะเคลื่อนเข้ำมำแทนที่ เกิดเป็นลมบก 6. ลมทะเล เกิดจำก ช่วงเวลำกลำงวันอำกำศเหนือพื้นดินบริเวณชำยฝั่งจะมีอุณหภูมิสูงกว่ำอำกำศเหนือพื้นทะเล อำกำศ เหนือพื้นดินจึงเคลื่อนที่สูงขึ้นอำกำศเหนือพื้นทะเลซึ่งมีอุณหภูมิต่ ำกว่ำจึงเคลื่อนที่เข้ำมำแทนที่ เกิดเป็นลมทะเล 7. ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำม และววำดลูกศรทิศทำงกำรเคลื่อนที่ของลมลงในแผนภำพให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/4 ลม บก . อำกำศบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ ำกว่ำ . อำกำศบริเวณที่มี อุณหภูมิสูงกว่ำ . ลม ทะเล . อำกำศบริเวณที่มี อุณหภูมิสูงกว่ำ . อำกำศบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ ำกว่ำ .
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : ลมบก ลมทะเล และมรสุม (การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในตำรำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/4-5 หัวข้อ ลมบก ลมทะเล มรสุม สำเหตุกำรเกิด ควำมแตกต่ำงระหว่ำงอุณหภูมิของ อำกำศเหนือพื้นดินและอุณหภูมิของ อำกำศเหนือพื้นทะเล ... ควำมแตกต่ำงระหว่ำงอุณหภูมิของ อำกำศเหนือพื้นทวีปและอุณหภูมิของ อำกำศเหนือพื้นมหำสมุทร ... บริเวณที่เกิด ชำยฝั่ง บริเวณเขตร้อนของโลก ช่วงเวลำที่เกิดและ ทิศทำงของลม - ช่วงเวลำกลำงคืนเกิดลมบก ลม จำกชำยฝั่งพัดลงสู่ทะเล - ช่วงเวลำกลำงวันเกิดลมทะเล ลม จำกทะเลพัดเข้ำชำยฝั่ง กลำงเดือนพฤษภำคมจนถึงกลำงเดือน ตุลำคมจะเกิด มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ... กลำงเดือนตุลำคมจนถึงเดือน กุมภำพันธ์จะเกิด มรสุม ... ตะวันออกเฉียงเหนือ ... ผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 1. ลมบกลมทะเลมีผลท ำให้บริเวณ ชำยฝั่งมีลมพัดเกือบตลอดเวลำ ... 2. มีผลต่อกำรประกอบอำชีพของ ชำวประมง ... 3. ปริมำณควำมชื้นในอำกำศ .... 4. อุณหภูมิอำกำศตรงบริเวณชำยฝั่งแล 5. กำรกัดเซำะชำยฝั่ง ... 6. กำรน ำลมบกลมทะเล มำใช้ผลิต ไฟฟ้ำโดยใช้กังหันลม ตั้งบริเวณชำย.... ... 1. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้ ประเทศไทยเป็นฤดูฝน ... 2. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลให้ ประเทศไทยเป็นฤดูหนำว ... 3. ช่วงเปลี่ยนมรสุม ส่งผลให้ประเทศ ไทยเป็นฤดูร้อน ... 4. ม รสุ ม มีผลต่ อป ริ มำณ ฝน และ อุณหภูมิของอำกำศของประเทศไทยซึ่ง ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและกำรด ำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต ...
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : ลมบก ลมทะเล และมรสุม (ผลของการเกิดมรสุม) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. มรสุม คือ ลมประจ ำฤดูที่เกิดขึ้นบริเวณเขตร้อนของโลก เนื่องจำกควำมแตกต่ำงระหว่ำงอุณหภูมิของอำกำศเหนือพื้นทวีป กับเหนือพื้นมหำสมุทร 2. ประเทศไทยได้รับผลจำกมรสุม 2 ชนิด ได้แก่ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ 3. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คือ มรสุมที่ท ำให้เกิดฤดูฝน 4. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คือ มรสุมที่ท ำให้เกิดฤดูหนำว 5. ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลจำกมรสุมน้อยมำก เรียกว่ำ ช่วงเปลี่ยนมรสุม 6. จำกรูปภำพด้ำนล่ำงให้นักเรียนบอกว่ำเป็นมรสุมประเภทใด ภำพที่ 1 คือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ . ภำพที่ 2 คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ . 7. ให้นักเรียนบอกผลของกำรเกิดมรสุมต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยมีอะไรบ้ำง 1) มีผลต่อสภำพอำกำศของประเทศไทย ท ำให้เกิด ฤดูฝน ฤดูหนำว และฤดูร้อน 2) มีผลต่อกำรด ำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น กำรท ำกำรเกษตร กำรอยู่อำศัยของสัตว์ 3) สภำพแวดล้อมแปรผัน เช่น แห้งแล้ง น้ ำท่วม น้ ำป่ำไหลหลำก กำรกัดเซำะชำยฝั่ง 4) กำรออกดอกและติดผลของพืชบำงชนิด ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/5
ปรากฏการณ์เรือนกระจก
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : ปรากฏการณ์เรือนกระจก (ปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อน) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. ปรำกฏกำรณืเรือนกระจก คือ ปรำกฏกำรณ์ที่เป็นผลมำกจำกแก๊สเรือนกระจกในบรรยำกำศกักเก็บควำม ร้อนแล้วคำยควำมร้อนบำงส่วนกลับสู่ผิวโลกท ำให้อำกำศบนโลกมีอุณหภูมิเหมำะสมต่อกำรด ำรงชีวิต 2. ถ้ำเกิดกำรปล่อยแก๊สเรือนกระจกสู่บรรยำกำศเพิ่มขึ้น อำจท ำให้เกิด ภำวะโลกร้อน 3. แก๊สเรือนกระจก คือ ก๊ำซที่เป็นองค์ประกอบของบรรยำกำศโลกห่อหุ้มโลกไว้เสมือนเรือนกระจก มีควำม จ ำเป็นต่อกำรรักษำอุณหภูมิของโลกให้คงที่ 4. แก๊สเรือนกระจกมีอะไรบ้ำง ตอบ ไอน้ ำ คำร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และ คลอโรฟลูโอโรคำร์บอน 5. ให้นักเรียนบอกกิจกรรมที่เป็นกำรลดแก๊สเรือนกระจกและกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก มำอย่ำงละ 5 ข้อ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/8-9 กิจกรรมที่เป็นการลดแก๊สเรือนกระจก กิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก 1. กำรปลูกต้นไม้ 1. กำรเผำขยะ เผำป่ำ เผำไร่นำ 2. กำรคัดแยกขยะก่อนทิ้ง 2. กำรเผำไหม้เชื้อเพลิงของรถยนต์ 3. กำรใช้จักรยำนแทนกำรใช้รถยนต์ 3. กำรตัดไม้ท ำลำยป่ำ 4. ลดกำรใช้ถุงพลำสติก 4. กำรใช้พลังงำนไฟฟ้ำ 5. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้ำเมื่อเลิกใช้งำน 5. กำรใช้ปุ๋ยเคมีบำงชนิด
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : ปรากฏการณ์เรือนกระจก (ปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อน) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมจำกแผนภำพ “กำรเกิดปรำกฏกำรณืเรือนกระจกของโลก” ให้ถูกต้อง พร้อมระบำยสีให้สวยงำม หมำยเลข 1 : รังสีจำกดวงอำทิตย์แผ่มำยังโลก . หมำยเลข 2 : เมฆฝุ่นละอองในบรรยำกำศจะดูดกลืนรังสีจำกดวงอำทิตย์ไว้บำงส่วนและสะท้อนรังสีกลับไปบำงส่วน .และส่วนที่เหลือจะผ่ำนมำยังโลก หมำยเลข 3 : พื้นทวีปและมหำสมุทรจะสะท้อนรังสีจำกดวงอำทิตย์กลับออกไปบำงส่วนและดูดกลืนรังสีจำกดวงอำทิตย์ .บำงส่วนไว้ หมำยเลข 4 : แก๊สเรือนกระจกในบรรยำกำศจะดูดกลืนรังสีอินฟรำเรดไว้ส่วนหนึ่งและจะปล่อยรังสีอินฟรำเรดที่ .ดูดกลืนไว้กลับสู่โลกอีกครั้ง หมำยเลข 5 : พื้นทวีปและมหำสมุทรจะปล่อยรังสีที่ดูดกลืนไว้บำงส่วนกลับออกสู่บรรยำกำศอีกครั้งเป็นรังสีอินฟรำเรด . ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/8 2 1 3 4 5 โลก
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : ปรากฏการณ์เรือนกระจก (ปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อน) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ผลกระทบของปรำกฏกำรณ์เรือนกระจกที่รุนแรงจะส่งผลอย่ำงไรบ้ำง (ยกตัวอย่ำงมำ 5 ข้อ) 1) ท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงภูมิอำกำศโลก ท ำให้เกิดสภำวะโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ 2) เกิดไฟป่ำมำกขึ้น 3) เกิดระดับน้ ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น 4) เกิดน้ ำแข็งขั้วโลกหลอมเหลว 5) เกิดควำมแห้งแล้งเป็นเวลำนำน 2. ให้นักเรียนท ำเครื่องหมำย✓หน้ำข้อควำมที่เป็นผลกระทบจำกปรำกฏกำรณ์เรือนกระจกที่รุนแรง ............. เกิดไฟป่ำมำกขึ้น ............. เกิดระดับน้ ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ............. เกิดกำรเผำขยะ ............. เกิดน้ ำแข็งขั้วโลกหลอมเหลว ............. เกิดควำมแห้งแล้งเป็นเวลำนำน ............. อุณหภุมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ............. เกิดน้ ำท่วม ............. เกิดกำรตัดไม้ท ำลำยป่ำ 3. จำกภำพที่ก ำหนดให้กิจกรรมใดบ้ำงส่งผลให้ปริมำณแก๊สเรือนกระจกในบรรยำกำศสูงขึ้น (ให้วงกลมตัวเลข) ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/9 1. กำรปั่นจักรยำน 2. กำรแยกขยะ 3. กำรตัดต้นไม้ 4. กำรปล่อยของเสีย 5. กำรใช้เชื้อเพลิงของยำนพำหนะ 6. กำรปลูกต้นไม้
ภัยธรรมชาติ
ใบงานบทที่ 3 เรื่อง : ภัยธรรมชาติ (รู้จักภัยธรรมชาติ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ภัยธรรมชำติ คือ เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นตำมธรรมชำติ ซึ่งท ำให้เกิดควำมเสียหำยต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2. ภัยธรรมชำติ ได้แก่ น้ ำท่วม กำรกัดเซำะชำยฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนำมิ 3. น้ ำท่วม เป็นเหตุกำรณ์ที่น้ ำพื้นที่หนึ่งๆ มีระดับน้ ำสูงกว่ำระดับปกติจนท่วมพื้นที่นั้น 4. ดินถล่ม เป็นกำรเคลื่อนที่ของมวลดิน หรือหินลงมำตำมแนวลำดชันของพื้นที่ 5. แผ่นดินไหว เป็นกำรสั่นสะเทือนของแผ่นดินที่เกิดจำกกกำรเคลื่อนที่ของแผ่นดินบำงส่วนที่อยู่ใต้ผิวโลก 6. กำรกัดเซำะชำยฝั่ง เป็นกำรกร่อนของตะกอนบริเวณชำยฝั่งเนื่องจำกคลื่นทะเล และลม 7. สึนำมิ เป็นคลื่นทะเลที่เกิดจำกแผ่นดินไหวใต้มหำสมุทร 8. ให้นักเรียนท ำเครื่องหมำย✓ลงในช่องว่ำงตำรำงลักษณะของภัยธรรมชำติให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/6 ลักษณะ ภัยธรรมชำติ น้ ำท่วม กัดเซำะชำยฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนำมิ เป็นคลื่นในทะเลที่เคลื่อนที่ด้วยควำมเร็วสูง เป็นกำรสั่นสะเทือนของแผ่นดิน เป็นคลื่นขนำดใหญ่ที่เกิดจำกพำยุกลำงทะเล ระดับน้ ำสูงเกินกว่ำแหล่งกักเก็บน้ ำจะกักเก็บได้ กำรเคลื่อนที่ของดินลงมำตำมแนวลำดชัน แผ่นดินบริเวณบำงส่วนค่อยๆ หำยไป พบบริเวณที่รำบต่ ำของพื้นที่ เกิดจำกกำรเคลื่อนของแผ่นดินที่อยู่ใต้ผิวโลก ถูกคลื่นทะเลและลมท ำให้แนวชำยฝั่งเปลี่ยนแปลง ท ำลำยชีวิตและทรัพย์สินเป็นวงกว้ำงอย่ำงรวดเร็ว เกิดบริเวณพื้นที่ลำดเชิงเขำ เกิดจำกฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลำนำน
ใบงานบทที่ 3 เรื่อง : ภัยธรรมชาติ (รู้จักภัยธรรมชาติ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. จงเติมค ำหรือข้อควำมลงในตำรำงให้ถูกต้องสมบูรณ์ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/6-7 ลักษณะและการเกิด บริเวณที่เกิด ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นเหตุกำรณ์ที่น้ ำในพื้นที่หนึ่งมีปริมำณ น้ ำมำกเกินกว่ำที่แหล่งกักเก็บน้ ำนั้นจะกัด เก็บไว้ได้ส่วนใหญ่มีสำเหตุมำจำก ฝนตก หนักอย่ำงต่อเนื่องส่งผลให้น้ ำไหลเข้ำท่วม พื้นที่อย่ำง.รวดเร็ว ... - บริเวณที่รำบริม แม่น้ ำหรือบริเวณที่รำบ น้ ำท่วมถึง - เกิดบริเวณพื้นที่รำบ ลุ่ม ท ำให้บ้ำนเรือนเสียหำย ประชำชนไม่มีที่อยู่ อำศัย ขำดสิ่งอุปโภคบริโภคและยำรักษำ โรค เส้นทำงคมนำคมถูกตัดขำด เกิด โรคภัยที่มีน้ ำเป็นพำหะเช่นโรคระบบทำงเดิน อำหำร ทรัพย์สินถูกน้ ำท่วมขัง .. ลักษณะและการเกิด บริเวณที่เกิด ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกำรกร่อนของตะกอนบริเวณชำยฝั่ง เนื่องจำกคลื่นทะเลและลมท ำให้พื้นที่ บริเวณชำยฝั่งถูกกัดเซำะจนพื้นแผ่นดิน บำงส่วนค่อยๆหำยไป ชำยฝั่ง . ชำยฝั่ง . ชำยฝั่ง . ชำยฝั่ง . ท ำให้ประชำชนไม่มีที่อยู่อำศัยทรัพยำกรป่ำ ชำยเลนและแนวปะกำรังเกิดควำมเสียหำยท ำ ให้สิ่งแวดล้อมบริเวณชำยฝั่งมีควำมอุดม สมบูรณ์ลดลง .. น้ ำท่วม กำรกัดเซำะชำยฝั่ง ลักษณะและการเกิด บริเวณที่เกิด ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกำรเคลื่อนที่ของมวลดินหรือหินลงมำ ตำมแนวลำดชันของพื้นที่ . เนื่องจำกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดหรือ กระท ำต่อมวลดินหรือหินนั้น พื้นที่ลำดชัน ชำยฝั่ง ที่ลำดเชิงเขำ . ชำยฝั่ง . ชำยฝั่ง . ท ำให้หน้ำดินถูกชะล้ำงพังทลำยป่ำไม้ถูก ท ำลำยรวมถึงเกิดควำมเสียหำยต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน ท ำให้เส้นทำงคมนำคมถูกตัดขำด .. ดินถล่ม ลักษณะและการเกิด บริเวณที่เกิด ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นคลื่นขนำดยักษ์ที่เกิดจำกแผ่นดินไหว ใต้พื้นมหำสมุทร ทะเลหรือมหำสมุทร . . ชำยฝั่ง . ท ำลำยสิ่งต่ำงๆ ที่อยู่บริเวณชำยฝั่งให้ พังทลำยลงและท ำให้ประชำชนเสียชีวิต . .. สึนำมิ
ใบงานบทที่ 3 เรื่อง : ภัยธรรมชาติ (รู้จักภัยธรรมชาติ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จำกภำพที่ก ำหนด ให้นักเรียนบอกว่ำเป็นภัยธรรมชำติประเภทใด ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/6-7 ภำพที่ 1 คือ ภัยน้ ำท่วม ภำพที่ 2 คือ สึนำมิ ภำพที่ 3 คือ ดินถล่ม ภำพที่ 4 คือ แผ่นดินไหว ภำพที่ 5 คือ กำรกัดเซำะชำยฝั่ง ภำพที่ 6 คือ สึนำมิ ภำพที่ 7 คือ แผ่นดินไหว ภำพที่ 8 คือ ดินถล่ม ภำพที่ 9 คือ น้ ำท่วม 2. แนวทำงกำรเฝ้ำระวังภัยธรรมชำติ ได้แก่ 1) ติดตำมสถำนกำรณ์ข่ำวสำร และประกำศเตือนภัยต่ำงๆ 2) ฝึกซ้อมวิธีกำรปฏิบัติตนให้ปลอดภัย 3) เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมตลอดเวลำ 1 4 5 2 3 6 7 8 9
ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน ปรากฏการณ์ของโลก และภัยธรรมชาติ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด แบบฝึกหัดท้ายหน่วย เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติ หน่วยที่ 4 1. ข้อใดกล่ำวผิด ก. อำกำศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะเคลื่อนเข้ำไปแทนที่ อำกำศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ ำ ข. อำกำศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ ำจะเคลื่อนเข้ำไปแทนที่ อำกำศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ค. อำกำศเหนือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะเคลื่อนที่สูงขึ้น ง. กำรเคลื่อนที่ของอำกำศที่มีควำมแตกต่ำงกันของบริเวณ สองบริเวณท ำให้เกิดลม 2. ข้อใดกล่ำวถูกต้องเกี่ยวกับลมบก ลมทะเล ก. ลมบกพัดจำกชำยฝั่งออกสู่ทะเล เกิดขึ้นเวลำกลำงวัน ข. ลมบกพัดจำกทะเลเข้ำสู่ชำยฝั่ง เกิดขึ้นเวลำกลำงคืน ค. ลมทะเลพัดจำกทะเลเข้ำสู่ชำยฝั่ง เกิดขึ้นเวลำกลำงวัน ง. ลมทะเลพัดจำกชำยฝั่งออกสู่ทะเล เกิดขึ้นเวลำกลำงคืน 3. ข้อใดเป็นประโยชน์ทำงเศรษฐกิจของลมบก ลมทะเล ก. ท ำให้อำกำศบริสุทธิ์ ข. ท ำให้ชำวประมงออกหำปลำได้ ค. ท ำให้เกิดกระแสไฟฟ้ำ ง. ท ำให้ทะเลสวยงำม 4. ข้อใดกล่ำวถูกต้องเกี่ยวกับมรสุม ก. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือท ำให้ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ข. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฤดูหนำว ค. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือท ำให้ช่วงนี้เป็นฤดูร้อน ง. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฤดูฝน 5. เพรำะเหตุใตกำรตัดไม้ท ำลำยป่ำจึงท ำให้เกิดภำวะโลกร้อน ก. ต้นไม้ช่วยดูดซับควำมร้อนของโลก ข. ต้นไม้ท ำให้เกิดควำมชุ่มชื้นและฝนตก ค. กำรคำยน้ ำของต้นไม้ช่วยลดอุณหภูมิของโลก ง. ต้นไม้ช่วยดูดแก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นแก๊ส เรือนกระจก 6. ข้อใดเป็นผลที่เกิดจำกปรำกฏกำรณ์เรือนกระจก ก. โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ข. โอโซนในชั้นบรรยำกำศลดลงเพรำะรังสีอัลตรำไวโอเลต ค. บรรยำกำศเกิดช่องโหว่เพรำะแก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ ง. โอโซนในชั้นบรรยำกำศลดลงเพรำะแก๊ส คำร์บอนไดออกไซด์ 7. กำรเกิดปรำกฏกำรณ์เรือนกระจกเกี่ยวข้องกับเหตุกำรณ์ ใดน้อยที่สุด ก. ภำวะแห้งแล้ง ข. กำรกลำยพันธุ์ของพืชและสัตว์ ค. กำรลดลงของผลผลิตทำงกำรเกษตร ง. กำรเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภำยในโลก 8. ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติในข้อใดส่งผลกระทบต่อ มนุษย์และสัตว์มำกที่สุด ก. น้ ำท่วม ข. ดินถล่ม ค. แผ่นดินไหว ง. กำรกัดซำะชำยฝั่ง 9. ข้อใดกล่ำวถูกต้อง ในกำรเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชำติ ก. ฝึกเป็นผู้ช่ำงสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว ข. เตรียมวิทยุแบบใช้ถ่ำนไฟฉำย ค. เตรียมตัว เตรียมใจ ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดเป็นกำรปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องในสถำนกำรณ์ แผ่นดินไหว ก. ตั้งสติและหลบอยู่ใต้โต๊ะจนกว่ำกำรสั่นสะเทือนหยุดลง ข. ใช้ลิฟต์และออกมำจำกตัวอำคำรอย่ำงรวดเร็ว ค. ถ้ำอยู่ภำยนอกให้รีบออกห่ำงจำกอำคำรสูง ง. ถ้ำขับรถอยู่ ให้พยำยำมจอดในที่รำบและรอจนกว่ำกำร สั่นสะเทือนจะหยุด
เงาและอุปราคา
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : เงาและอุปราคา (การเกิดเงา) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. เงำเกิดจำก กำรมีวัตถุไปกั้นแนวกำรเคลื่อนที่ของแสง ท ำให้เกิดเงำบนฉำก 2. เงำมี 2 ประเภท คือ เงำมืดและเงำมัว 3. เงำมืด คือ เงำที่มืดสนิท เป็นบริเวณที่ไม่มีแสงตกลงบนฉำกเลย 4. เงำมัว คือ เงำที่ไม่มืดสนิท เป็นบริเวณที่มีแสงบำงส่วนตกถึงฉำก 5. ให้นักเรียนวำดทิศทำงกำรเกิดแสงจำกจุดบนแหล่งก ำแหนิดแสงที่ก ำหนดให้ 6. ให้นักเรียนพิจำรณำภำพรังสีของแสงจำกจุด A และ B ที่เคลื่อนที่ไปยังฉำกเมื่อมีวัตถุทึบแสงทรงกลม มำกั้นกำร เคลื่อนที่ของแสงระหว่ำงหลอดไฟกับฉำก และบอกลักษณะของกำรเกิดเงำของหมำยเลข 1-5 ให้ถูกต้อง หมำยเลข 1 มีแสงทั้งจำกจุด A และ B ไม่เกิดเงำ หมำยเลข 2 มีแสงจำกจุด A เท่ำนั้น เป็นบริเวณเงำมัว หมำยเลข 3 ไม่มีแสงจำกจุด A และ B เป็นบริเวณเงำมืด หมำยเลข 4 มีแสงจำกจุด B เท่ำนั้น เป็นบริเวณเงำมัว หมำยเลข 5 มีแสงทั้งจำกจุด A และ B ไม่เกิดเงำ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/7-8 ฉำก แหล่งก ำเนิดแสง A B วัตถุ 1 2 3 4 5
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : เงาและอุปราคา (การเกิดเงา) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนแนวรังสีของแสงที่ตกกระทบผนัง และ กำรเกิดเงำที่ผนัง จำกแผนภำพที่ ก ำหนดให้ ภำพที่ 1 1. จำกภำพที่ 1 จะเกิดเงำที่ ผนัง B เกิดเงำมืดบริเวณ 2 เกิดเงำมัวบริเวณ 1 และ 3 ภำพที่ 2 2. จำกภำพที่ 2 1) วัตถุ A จะเกิดเงำที่ ผนัง A เกิดเงำมืดบริเวณ 2 เกิดเงำมัวบริเวณ 1 และ 3 2) วัตถุ B จะเกิดเงำที่ ผนัง B เกิดเงำมืดบริเวณ 5 เกิดเงำมัวบริเวณ 4 และ 6 ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/8 แหล่งก ำเนิดแสง วัตถุ ผนัง A ผนัง B แหล่งก ำเนิดแสง ผนัง A ผนัง B วัตถุ A วัตถุ B
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : เงาและอุปราคา (การเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. สุริยุปรำคำ คือ ปรำกฏกำรณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอำทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกโคจรมำอยู่ในแนวเดียวกัน เงำ ของดวงจันทร์จึงทอดมำบนโลก เป็นเหตุให้คนบนโลกที่อยู่ในบริเวณเงำของดวงจันทร์มองเห็นดวงอำทิตย์มืด เป็นบำงส่วน หรือทั้งหมด 2. สุริยุปรำคำมี 3 ประเภท ได้แก่ สุริยุปรำคำเต็มดวง สุริยุปรำคำบำงส่วน สุริยุปรำคำแบบวงแหวน 3. สุริยุปรำคำบำงส่วน คือ คนบนโลกที่อยู่บริเวณเงำมัวจะมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอำทิตย์บำงส่วน 4. สุริยุปรำคำแบบวงแหวน คือ เมื่อดวงจันทร์อยู่ในต ำแหน่งที่ห่ำงไกลจำกโลก ดวงจันทร์จึงปรำกฏเล็กกว่ำ ดวงอำทิตย์ 5. จันทรุปรำคำ คือ ปรำกฏกำรณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงอำทิตย์ และดวงจันทร์ โคจรมำอยู่ในแนวเดียวกัน โดยที่โลกอยู่ระหว่ำงดวงอำทิตย์และดวงจันทร์ท ำให้เงำของโลกบดบังดวงจันทร์ไปบำงส่วน หรือทั้งหมด 6. สุริยุปรำคำเกิดในตอน กลำงวัน ส่วนจันทรุปรำคำเกิดในตอน กลำงคืน 7. ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมกำรเกิดสุริยุปรำคำและจันทรุปรำคำลงในช่องว่ำงใต้ภำพต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ภำพที่ 1 คือ สุริยุปรำคำเต็มดวง ภำพที่ 2 คือ สุริยุปรำคำแบบวงแหวน ภำพที่ 3 คือ สุริยุปรำคำบำงส่วน ภำพที่ 4 คือ จันทรุปรำคำเต็มดวง ภำพที่ 5 คือ จันทรุปรำคำบำงส่วน ภำพที่ 6 คือ จันทรุปรำคำในเงำมัว ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 1 2 3 4 5 6
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : เงาและอุปราคา (การเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนวำดทิดทำงกำรเคลื่อนที่ของแสงที่ท ำให้เกิดสุริยุปรำคำและจันทรุปรำคำดังภำพที่ ก ำหนดให้ และเติมค ำลงในช่องว่ำให้สมบูรณ์พร้อมทั้งระบำยสีให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 เงำมืด เงำมัว เงำมืด เงำมัว กำรเกิด กำรเกิด
เทคโนโลยีอวกาศ
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : เทคโนโลยีอวกาศ (รู้จักเทคโนโลยีอวกาศ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมที่ก ำหนดให้ลงในตำรำงให้ถูกต้อง เทคโนโลยีอวกำศมีประโยชน์อย่ำงไรบ้ำง 1) ใช้ในเรื่องของกำรสื่อสำร โดยดำวเทียมเพื่อกำรสื่อสำรมีหน้ำที่ส ำคัญในเรื่องกำรรับส่งคลื่นวิทยุแล้วน ำไปใช้ ต่อในด้ำนกำรสื่อสำรกับกำรคมนำคม เช่น สัญญำณวิทยุ โทรทัศน์ สัญญำณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น 2) ใช้ในเรื่องกำรพยำกรณ์อำกำศ โดยดำวเทียมอุตุนิยมวิทยำท ำหน้ำที่ส่งสัญญำณภำพถ่ำยทำงอำกำศที่ ประกอบด้วยข้อมูลทำงอุตุนิยมวิทยำ เช่น จ ำนวนและชนิดของเมฆ ควำมแปรปรวนของอำกำศ ควำมเร็วลม ควำมชื้น อุณหภูมิ ท ำให้สำมำรถเตือนภัยที่เกิดจำกธรรมชำติต่ำงๆ ได้ 3) ใช้ในเรื่องของกำรส ำรวจเกี่ยวกับทรัพยำกร ท ำให้ทรำบข้อมูลทั้งทำงด้ำนธรณีวิทยำ นิเวศวิทยำ เป็นประโยชน์ด้ำนกำรเกษตรและกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/2 กล้องถ่ำยรูป กล้องส่องทำงไกล ดำวเทียม กล้องโทรทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์ ยำนอวกำศ โดรน เครื่องบน โทรศัพท์มือถือ จรวด คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ ไม่ใช่เทคโนโลยีอวกาศ ใช้ในเรื่องของกำรสื่อสำร ใช้ในเรื่องกำรพยำกรณ์อำกำศ ใช้ในเรื่องของกำรส ำรวจเกี่ยวกับทรัพยำกร สัญญำณวิทยุ โทรทัศน์ สัญญำณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต จ ำนวนและชนิดของเมฆ ควำมแปรปรวนของอำกำศ ควำมเร็วลม ควำมชื้น อุณหภูมิ
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : เทคโนโลยีอวกาศ (ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนบอกประโยชน์ของดำวเทียมแต่ละชนิดให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/2 ดำวเทียมสื่อสำร ใช้รับสัญญำณข้อมูลภำพและเสียงจำก สถำนีโทรทัศน์เพื่อให้สำมำรถถ่ำยทอดสดสัญญำณโทรทัศน์ไป ทั่วโลกและใช้รับสัญญำณโทรศัพท์ ดำวเทียมสื่อสำรดวงแรกของ ประเทศไทยมีชื่อว่ำดำวเทียมไทยคม ดำวเทียมคมนำคม ใช้เป็นระบบน ำทำงเพื่อบอกต ำแหน่งและน ำ ทำงไปสู่จุดหมำยที่ต้องกำรโดยอำศัยข้อมูลจำกดำวเทียมก ำหนด ต ำแหน่งหรือทิศทำงร่วมกันมำกกว่ำ 3 ดวงขึ้นไปท ำให้ได้ข้อมูล ต ำแหน่งบนโลกที่แม่นย ำ ดำวเทียมส ำรวจทรัพยำกร ใช้ส ำหรับส ำรวจพื้นที่ในภำรกิจ ต่ำงๆ และส ำรวจทรัพยำกรเพื่อวำงแผนกำรพัฒนำและอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ดำวเทียมดำรำศำสตร์ ใช้ศึกษำลักษณะทำงกำยภำพ ของวัตถุในอวกำศเพื่อน ำข้อมูลมำวิเครำะห์กำรเคลื่อนที่ของวัตถุ ต่ำงๆ ดำวเทียมอุตุนิยมวิทยำ ใช้ส่งข้อมูลภำพถ่ำยและสัญญำณสู่พื้นดิน เพื่อติดตำมดูลักษณะของเมฆที่ปกคลุมโลก กำรก่อตัวและกำร เคลื่อนที่ของพำยุกำรวัดอุณหภูมิบนโลกหรือชั้นบรรยำกำศ ซึ่ง ข้อมูลเหล่ำนี้นักพยำกรณ์อำกำศจะน ำมำวิเครำะห์เพื่อรำยงำน สภำพอำกำศและพยำกรณ์อำกำศให้ประชำชนได้รับทรำบต่อไป
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : เทคโนโลยีอวกาศ (นักบินอวกาศ) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. นักบินอวกำศมีหน้ำที่อะไรบ้ำง ตอบ นักบินอวกำศที่เดินทำงไปกับยำนอวกำศ จะประกอบไปด้วยบุคคลที่ท ำหน้ำที่แตกต่ำงกัน ได้แก่ นักบิน ผู้ควบคุมยำนอวกำศ ผู้เชียวชำญที่ออกไปท ำงำนด้ำนต่ำงๆ และผู้ควบคุมเกี่ยวกับอุปกรณ์ส ำคัญที่จะน ำไปใช้ใน อวกำศ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/2 2. นักบินอวกำศต้องฝึกในเรื่องอะไรบ้ำงเพื่อ กำรด ำรงชีวิตในอวกำศ 1) ฝึกให้ร่ำงกำยคุ้นเคยกับสภำพไร้น้ ำหนัก นอกโลก โดยฝึกปฏิบัติงำนใต้น้ ำเพื่อจ ำลอง สภำพไร้น้ ำหนัก . 2) ฝึกกกำรใช้ชีวิตอยู่กลำงทะเลทรำยเพื่อ ทดสอบสภำพร่ำงกำยเมื่อขำดน้ ำ . . 3) ฝึกตีลังกำด้วยเครื่องปั่นหมุน 30 รอบต่อ วินำที เพื่อวัดระยะเวลำที่นักบินจะฟื้นคืนสติ และบังคับตัวเองได้ตำมปกติ ..
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : เทคโนโลยีอวกาศ (เทคโนโลยีอวกาศสู่เทคโนโลยีบนโลก) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. เทคโนโลยีอวกำศที่น ำไปสู่กำรพัฒนำเทคโนโลยีที่น ำมำใช้บนโลกได้แก่อะไรบ้ำง 1) อำหำรแบบผงหรือแบบแห้งแบบแช่เยือกแข็ง อำหำรแบบแห้งแช่เยือกแข็งส ำหรับคนบนโลก 2) ล้อที่แข็งแรงส ำหรับหุ่นยนต์ส ำรวจดำว ล้อรถยนต์ส ำหรับทำงวิบำก 2. ให้นักเรียนโยงเส้นควำมสอดคล้องในกำรน ำเทคโนโลยีอวกำศสู่กำรพัฒนำเป็นเทคโนโลยีบนโลก ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ สาระ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/2 เทคโนโลยีอวกาศ ตำข่ำยนิรภัย ระบบตัดส่วนเชื่อมต่อกระสวยอวกำศ ระบบจ่ำยเชื้อเพลิงในยำนอวกำศ อุปกรณ์ติดตำมสุขภำพนักบินอวกำศ เครื่องกรองน้ ำในอวกำศ ล้อรถของยำนส ำรวจอวกำศ ฉนวนกันควำมร้อนของยำนอวกำศ อำหำรส ำหรับนักบินอวกำศ ชุดหูฟังนักบินอวกำศ กล้องถ่ำยรูปในอวกำศ เทคโนโลยีบนโลก ล้อรถยนต์วิบำก อุปกรณ์ตัดโลหะ หูฟังไร้สำยเชื่อต่อกับมือถือ เครื่องกรองน้ ำของสระว่ำยน้ ำ เครื่องปั๊มหัวใจเทียม สูตรนมผงส ำหรับเด็ก กล้องถ่ำยรูปในโทรศัพท์มือถือ เครื่องวัดอัตรำกำรเต้นของหัวใจ ตำข่ำยจับปลำในทะเล ผ้ำห่มอวกำศ
ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด แบบฝึกหัดท้ายหน่วย เรื่อง เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ หน่วยที่ 5 1. ข้อใดแสดงต ำแหน่งดวงดำวได้ถูกต้องในกำรเกิด สุริยุปรำคำ ก. ดวงอำทิตย์ โลก ดวงจันทร์ ข. ดวงอำทิตย์ ดวงจันทร์ โลก ค. ดวงจันทร์ โลก ดวงอำทิตย์ ง. ดวงจันทร์ ดวงอำทิตย์ โลก 2. ข้อใดแสดงต ำแหน่งดวงดำวได้ถูกต้องในกำรเกิด จันทรุปรำคำ ก. ดวงอำทิตย์ โลก ดวงจันทร์ ข. ดวงอำทิตย์ ดวงจันทร์ โลก ค. ดวงจันทร์ โลก ดวงอำทิตย์ ง. ดวงจันทร์ ดวงอำทิตย์ โลก 3. จันทรุปรำคำเต็มดวงมักเกิดขึ้นในวันใด ก. แรม 8 ค่ ำ ข. แรม 15 ค่ ำ ค. ขึ้น 8 ค่ ำ ง. ขึ้น 15 ค่ ำ 4. ใครปฏิบัติตนได้ถูกต้องที่สุดในกำรดูสุริยุปรำคำ ก. พลอยใช้แว่นกันแดดในกำรดูสุริยุปรำคำ ข. เพชรใช้กระจกรมควันในกำรดูสุริยุปรำคำ ค. ไข่มุกใช้แว่นตำสุริยะในกำรดูสุริยุปรำคำ ง. แก้วใช้แว่นขยำยในกำรดูสุริยุปรำคำ 5. ขณะเกิดสุริยุปรำคำ ถ้ำคนบนโลกอยู่ในต ำแหน่งของ เงำมืดจะมองเห็นสุริยุปรำคำแบบใด ก. สุริยุปรำคำวงแหวน ข. สริยุปรำคำเต็มดวง ค. สุริยุปรำคำบำงส่วน ง. สำมำรถมองเห็นได้ทุกแบบ 6. คนไทยสมัยก่อนเรียกปรำกฏกำรณ์จันทรุปรำคำว่ำ อย่ำงไร ก. ข้ำงขึ้นข้ำงแรม ข. กบกินเดือน ค. รำหูอมจันทร์ ง. ถูกทั้ง ข และ ค 7. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกำศ ก. ใช้ดำวเทียมในกำรส ำรวจทรัพยำกรธรรมชำติ ข. สำมำรถพยำกรณ์อำกำศได้ ค. ท ำให้มนุษย์รู้จักพอเพียง ง. ช่วยให้กำรใช้ชีวิตประจ ำวันสะดวกสบำยขึ้น 8. เพรำะเหตุใดมนุษย์จึงพยำยำมสร้ำงและพัฒนำเครื่องมือ ใหม่ ๆ ในกำรส ำรวจอวกำศ ก. เพรำะจะได้รู้เท่ำทันประเทศอื่น ๆ ข. เพรำะเป็นกำรอ ำนวยควำมสะดวกในกำรเดินทำงสู่อวกำศ ค. เพรำะมนุษย์มีควำมอยำกรู้อยำกเห็นไม่มีที่สิ้นสุด ง. เพรำะต้องกำรน ำทรัพยำกรนอกโลกมำใช้ 9. ข้อใดเป็นผลจำกกำรน ำเทคโนโลยีอวกำศมำใช้ประโยชน์ ก. กำรพยำกรณ์อำกำศ ข. กำรถ่ำยทอดสดฟุตบอล ค. กล้องถ่ำยรูปในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ง. ถูกทุกข้อ 10. ดำวเทียมไทยคมจัดเป็นดำวเทียมประเภทใด ก. ดำวเทียมส ำรวจทรัพยำกร ข. ดำวเทียมสื่อสำร ค. ดำวเทียมก ำหนดต ำแหน่ง ง. ดำวเทียมดำรำศำสตร์
แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : แรงไฟฟ้า (การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. แรงไฟฟ้ำ คือ แรงระหว่ำงประจุไฟฟ้ำ เกิดขึ้นจำกกำรถูวัตถุบำงชนิด โดยแรงไฟฟ้ำเป็นแรงไม่สัมผัสชึ่งมีทั้ง แรงดึงดูดและแรงผลัก เกิดขึ้นระหว่ำงวัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำ 2. ประจุไฟฟ้ำมี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้ำบวก และประจุไฟฟ้ำลบ 3. วัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำชนิดเดียวกัน จะผลักกัน วัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำตรงข้ำมกัน จะดึงดูดกัน 4. วัตถุมีประจุไฟฟ้ำบวก คือ วัตถุที่สูญเสียประจุไฟฟ้ำลบ จะมีจ ำนวนประจุไฟฟ้ำลบน้อยกว่ำจ ำนวนประจุ ไฟฟ้ำบวก ท ำให้วัตถุนั้นมีประจุไฟฟ้ำรวมเป็นบวก 5. วัตถุมีประจุไฟฟ้ำลบ คือ วัตถุที่รับประจุไฟฟ้ำลบเพิ่มเข้ำมำ จะมีจ ำนวนประจุไฟฟ้ำลบมำกกว่ำจ ำนวนประจุ ไฟฟ้ำบวก ท ำให้วัตถุนั้นมีประจุไฟฟ้ำรวมเป็นลบ 6. พิจำรณำภำพที่ก ำหนดให้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1) รูปจ ำนวนประจุไฟฟ้ำบวกและลบ ของวัตถุ A และ B หลังจำกน ำวัตถุมำถูกันเป็นอย่ำงไร 2) หลังจำกถ่ำยโอนประจุไฟฟ้ำแล้ววัตถุ A และ B จะมีลักษณะประจุเป็นอย่ำงไร ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1 ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± วัตถุ A วัตถุ B ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± วัตถุ A วัตถุ B ถูกัน ± ± ± ± ± ± ± ± ± ± ถ่ายประจุลบ 3 ประจุ วัตถุ A วัตถุ B วัตถุ A ประจุไฟฟ้ำบวกมี 10 ประจุ ประจุไฟฟ้ำลบมี 13 ประจุ วัตถุ B ประจุไฟฟ้ำบวกมี 10 ประจุ ประจุไฟฟ้ำลบมี 7 ประจุ วัตถุ A วัตถุ B
ใบงานบทที่ 1 เรื่อง : แรงไฟฟ้า (การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. แรงกระท ำระหว่ำงประจุไฟฟ้ำ เรียกว่ำ แรงไฟฟ้ำ 2. วัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำชนิดเดียวกัน จะผลักกัน วัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำตรงข้ำมกัน จะดึงดูดกัน 3. สภำพเป็นกลำงทำงไฟฟ้ำคืออะไร ตอบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำดึงดูดประจุไฟฟ้ำชนิดตรงกันข้ำมของวัตถุที่มีสภำพเป็นกลำงทำงไฟฟ้ำให้มำอยู่ใกล้ และ ผลักประจุไฟฟ้ำชนิดเดียวกันของวัตถุที่มีสภำพเป็นกลำงทำงไฟฟ้ำให้อยู่ไกล จึงเกิดทั้งแรงดึงดูดและแรงผลัก แต่แรงดึงดูดจะมีค่ำมำกกว่ำแรงผลัก ท ำให้วัตถุที่มีสภำพเป็นกลำงทำงไฟฟ้ำเคลื่อนที่เข้ำหำวัตถุที่มีประจุไฟฟ้ำ 4. เติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1) 2) 3) 4) 5) ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1 + + _ _ + + _ _ + + + + _ _ _ _ + + + + + + + + _ _ _ _ _ _ _ _ - - - + + + ภำพที่ 1 จะเกิด แรงดึงดูดซึ่งกันและกัน . ภำพที่ 2 จะเกิด แรงผลักซึ่งกันและกัน . ภำพที่ 3 วัตถุที่มีประจุบวก และวัตถุที่มีประจุลบ เกิดแรง ดึงดูด วัตถุที่เป็นกลำง ภำพที่ 4 จะเกิด แรงดึงดูดซึ่งกันและกัน . ภำพที่ 5 จะเกิด แรงผลักซึ่งกันและกัน ..
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (วงจรไฟฟ้าใกล้ตัว) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. วงจรไฟฟ้ำ คือ เส้นทำงที่ท ำให้กระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำนไปตำมตัวน ำไฟฟ้ำได้ครบรอบ 2. วงจรไฟฟ้ำมี 2 ประเภท ได้แก่ วงจรปิด วงจรเปิด 3. จงจรปิด หมำยถึง วงจรที่มีกำรไหลของกระแสไฟฟ้ำได้ครบวงจรจำกแหล่งจ่ำยไฟฟ้ำผ่ำนลวดตัวน ำ และ เครื่องใช้ไฟฟ้ำจนไหลกลับเข้ำสู่อีกขั้วของแหล่งจ่ำยไฟฟ้ำ ซึ่งเป็นวงจรที่เครื่องใช้ไฟฟ้ำท ำงำนได้ตำมปกติ 4. จงจรเปิด หมำยถึง วงจรไฟฟ้ำที่ขำดจำกกันด้วยวิธีต่ำงๆ ท ำให้กระแสไฟฟ้ำไม่สำมำรถไหลผ่ำนไปได้ อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้ำจะไม่ท ำงำน เช่น กำรปิดสวิตช์ไฟท ำให้ไฟดับ 5. ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำยประกอบไปด้วยอุปกรณ์อะไรบ้ำง แต่ละอย่ำงมีหน้ำที่อย่ำงไร ตอบ ประกอบไปด้วย แหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำ สำยไฟฟ้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้ำ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/1 สำยไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ เป็นตัวน ำไฟฟ้ำ เชื่อมให้กระแสไฟฟ้ำผ่ำนจำกแหล่งก ำเหนิด ไฟฟ้ำไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้ำ . .. .. . เครื่องใช้ไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ เปลี่ยนพลังงำน ไฟฟ้ำเป็นพลังงำนอื่น เช่น พลังงำนแสง พลังงำนเสียง พลังงำนควำมร้อน .. .. . แหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ . ให้กระแสไฟฟ้ำ และพลังงำนไฟฟ้ำ . . . .
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. อุปกรณ์กำรต่อวงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำยประกอบไปด้วย แหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำ สำยไฟฟ้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้ำ 2. จำกแผนภำพกำรต่อวงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำย ให้นักเรียนบอกว่ำเป็นกำรต่อวงจรแบบเปิดหรือปิด พร้อมอธิบำย ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/2 สำยไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ เป็นตัวน ำไฟฟ้ำเชื่อมให้กระแสไฟฟ้ำผ่ำน . จำกแหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้ำ .. เครื่องใช้ไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ เปลี่ยน . พลังงำนไฟฟ้ำเป็นพลังงำนอื่น เช่น... พลังงำนแสง พลังงำนเสียง ... พลังงำนควำมร้อน . แหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำ ท ำหน้ำที่ ให้กระแสไฟฟ้ำ และ . พลังงำนไฟฟ้ำ . . ภำพที่ 1 คือ กำรต่อวงจรไฟฟ้ำแบบปิด เมื่อต่อวงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำยโดยอุปกรณ์ไฟฟ้ำเชื่อม เชื่อมต่อกันครบวงจรจะมีกระแสไฟฟ้ำผ่ำนไปใน วงจรไฟฟ้ำท ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้ำท ำงำนได้ .. ภำพที่ 1 ภำพที่ 2 ภำพที่ 2 คือ กำรต่อวงจรไฟฟ้ำแบบเปิด เมื่อมีส่วนใดส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้ำไม่เชื่อมต่อกัน ท ำให้ไม่ครบวงจรวงจรไฟฟ้ำจะไม่มีกระแสไฟฟ้ำ ในวงจรไฟฟ้ำจึงท ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้ำไม่ท ำงำน ..
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (การต่อเซลล์ไฟฟ้า) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. เซลล์ไฟฟ้ำ คือ แหล่งก ำเนิดไฟฟ้ำที่ให้พลังงำนแก่เครื่องใช้ไฟฟ้ำ เช่น ถ่ำนไฟฉำย ถ่ำนนำฬิกำ 2. เซลล์ไฟฟ้ำทุกแบบจะมีขั้ว 2 ขั้ว คือ ขั้วบวกและขั้วลบ แสดง ด้วยเครื่องหมำย + และ - 3. เมื่อน ำเซลล์ไฟฟ้ำมำต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้ำอื่นๆ จะเป็นอย่ำงไร ตอบ จะมีกระแสไฟฟ้ำเคลื่อนที่จำกขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้ำผ่ำนอุปกรณ์ไฟฟ้ำไปทำงขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้ำในทิศทำง เดียวกัน 4. ให้นักเรียนวำดแผนภำพทิดทำงกำรเคลื่อนที่ของกระแสไฟให้ถูกต้อง 5. ให้นักเรียนบอกประโยชน์และกำรน ำเซลล์ไฟฟ้ำมำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ ำวันมำ 3 ข้อ 1) กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำในไฟฉำย 2) กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบกระดุมกับนำฬิกำข้อมือ เครื่องคิดเลข 3) กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำกับเครื่องใช้ไฟฟ้ำขนำดเล็ก ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/3-4 เครื่องใช้ไฟฟ้ำ - +
อุปกรณ์ไฟฟ้ำ สัญลักษณ์ แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ ควำมต้ำนทำนไฟฟ้ำ ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (การต่อเซลล์ไฟฟ้า) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ไฟฟ้ำลงในตำรำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/2-4 เซลล์ไฟฟ้ำ หลอดไฟฟ้ำ สำยไฟฟ้ำ มอเตอร์ไฟฟ้ำ ออดไฟฟ้ำ กดสวิตช์ลง ยกสวิตช์ขึ้น
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (การต่อเซลล์ไฟฟ้า) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม คือ กำรน ำเซลล์ไฟฟ้ำมำต่อในวงจรไฟฟ้ำโดยให้ขั้วบวกของก้อนแรกต่อเข้ำ กับขั้วลบของก้อนที่ 2 เรียงกันไปเรื่อยๆ กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรมท ำให้กระแสไฟฟ้ำเดินทำงทิศเดียว 2. กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบขนำน คือ กำรน ำเซลล์ไฟฟ้ำมำวำงขนำนกัน โดยขั้วบวกแต่ละก้อนต่อเข้ำด้วยกัน และขั้วลบแต่ละก้อนต่อเข้ำด้วยกันแล้วจึงต่อเข้ำกับวงจรไฟฟ้ำ 3. ให้นักเรียนเขียนสัญลักษณ์กำรต่อวงจรไฟฟ้ำจำกภำพที่ก ำหนดให้ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/2-4
ใบงานบทที่ 2 เรื่อง : วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน) ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. กำรต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ำ สำมำรถท ำได้ 2 แบบ คือ กำรต่อแบบอนุกรมและกำรต่อแบบขนำน 2. ให้นักเรียนเขียนข้อควำมเกี่ยวกับกำรต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม และกำรต่อแบบขนำน ลงในตำรำงให้ ถูกต้องสมบูรณ์ 3. ให้นักเรียนวำดกำรต่อวงจรไฟฟ้ำแบบผสม คือ กำรต่อแบบอนุกรมและแบบขนำนร่วมกัน ด้วยสัญลักษณ์ พร้อมระบุทิศทำงกำรเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้ำ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า สาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/5-6 รำยกำร กำรต่อแบบอนุกรม กำรต่อแบบขนำน ลักษณะกำรต่อ เป็นกำรต่อหลอดไฟฟ้ำเรียงต่อกันไป เมื่อถอดหลอดไฟฟ้ำดวงใจดวงหนึ่ง ออก หลอดไฟฟ้ำที่เหลือจะดับด้วย เพรำะท ำให้วงจรไฟฟ้ำไม่ครบวงจร ห รื อ เ ป็นว ง จ ร เ ปิ ด ท ำใ ห้ไ ม่ มี กระแสไฟฟ้ำในวงจร .. เป็นกำรต่อหลอดไฟฟ้ำ แต่ละดวงให้ คร่อมกัน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้ำดวงใด ดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้ำที่เหลือ ยังคงสว่ำงอยู่ เพรำะมีเส้นทำงอื่นที่ ให้กระแสไฟฟ้ำสำมำรถผ่ำนครบวงจร ได้ . กำรน ำไปใช้งำน 1. กำรต่อไฟประดับตำมสถำนที่ ต่ำงๆ .. 2. กำรต่อสวิตช์กับเครื่องใช้ไฟฟ้ำ.... 1. กำรต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้ำภำยใน อำคำรบ้ำนเรือน . .
ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน แรงไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด แบบฝึกหัดท้ายหน่วย เรื่อง แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า หน่วยที่ 6 1. ข้อใดคืออุปกรณ์ในกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำอย่ำงง่ำย ก. หลอดไฟ สำยไฟ สวิตซ์ ข. หลอดไฟ มอเตอร์ ออดไฟฟ้ำ ค. เซลล์ไฟฟ้ำ แบตเตอรี่ ง. สำยไฟ เซลล์ไฟฟ้ำ หลอดไฟ 2. วงจรไฟฟ้ำมีลักษณะอย่ำงไร จึงท ำให้อุปกรณ์ไฟฟ้ำ ท ำงำนได้ปกติ ก. วงจรปิด ข. วงจรเปิด ค. วงจรขยำย ง. วงจรสั้น 3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้ำ ก. หุ่นยนต์เดินได้ ข. ตุ๊กตำล้มลุก ค. รถบังคับวิทยุ ง. ปืนยิงที่มีแสงเสียงขณะเล่น 4. วัตถุในข้อใดที่มีส่วนประกอบที่เป็นตัวน ำไฟฟ้ำและ ฉนวนไฟฟ้ำ ก. ตะเกียบ ข. ไขควง ค. ส้อม ง. ช้อน 5. เพรำะเหตุใดเรำจึงไม่ควรพำดสำยไฟบนรั้วสังกะสี ก. อำจท ำให้รั้วเป็นสนิม ข. สำยไฟอำจท ำให้รั้วช ำรุด ค. กระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำนสังกะสีจนเกิดอันตรำย ง. สังกะสีอำจท ำให้ฉนวนฉีกขำด 6. กำรต่อวงจรไฟฟ้ำในบ้ำนควรต่อแบบใด ก. แบบอนุกรม ข. แบบขนำน ค. แบบผสม ง. แบบใดก็ได้ 7. หำกเกิดเหตุกำรณ์ไฟฟ้ำรั่ว เครื่องใช้ไฟฟ้ำชนิดใดที่เกิด อันตรำยมำกที่สุด ก. ตู้เย็น ข. พัดลม ค. เตำรีด ง. เครื่องบดอำหำร 8. ข้อใดกล่ำวผิดเกี่ยวกับสัญลักษณ์ทำงไฟฟ้ำ ก. หมำยถึง แบตเตอรี่ ข. หมำยถึง ฟิวส์ ค. หมำยถึง มิเตอร์ ง. หมำยถึง หลอดไฟ 9. ข้อใดกล่ำวถูกต้องเกี่ยวกับสำยดิน ก. สำยดินมีประโยชน์เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ำรั่ว ข. สำยดินมีประโยชน์เพื่อป้องกันกำรใช้ไฟฟ้ำมำกเกินไป ค. สำยดินมีประโยชน์เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟดับ ง. ถูกทุกข้อ 10. ถ่ำนไฟฉำยที่เสื่อมสภำพแล้วควรทิ้งลงในถังขยะในข้อใด ก. ข. ค. ง. M
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึงความส าคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหาร ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจ าลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึงความส าคัญของระบบย่อยอาหารโดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบย่อยอาหารให้ท างานเป็นปกติ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ เกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวัน เกี่ยวกับการแยกสาร มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจ าวัน ผลของแรงที่กระท าต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและ พลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ป.6/2 เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ว 2.3 ป.6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์และ การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ แบบขนาน ว 2.3 ป.6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจ ากัด และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ป.6/8 เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา ว 3.2 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการน าเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจากแบบจ าลอง ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจ าวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิดซากดึกด าบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซาก ดึกด าบรรพ์ ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมรวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากแบบจ าลอง
ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ป.6/6 บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ าท่วมการกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ ว 3.2 ป.6/7 ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยน าเสนอแนวทางในการ เฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดในท้องถิ่น ว 3.2 ป.6/8 สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก ต่อสิ่งมีชีวิต ว 3.2 ป.6/9 ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยน าเสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรม ที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก