The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงานวิทยาศาตร์ ป.5เทอม2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru.Jirayu.2541, 2023-05-30 12:43:42

ใบงานวิทยาศาสตร์ ป.5 เทอม 2

ใบงานวิทยาศาตร์ ป.5เทอม2

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ใบงานวิทยาศาสตร์ เทอม2 และเทคโนโลยี ชื่อ – สกุล .................................................................. ชั้น.................... เลขที่............. ป.5


วัฏจักรน ้ำ


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (แหล่งน ้ำบนบก) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/1 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1.1 บริเวณที่น้ ำฝนตกลงมำยังพื้นดิน ไหลตำมควำมลำดชันของสภำพภูมิประเทศ ก่อนมำขังอยู่รวมกันจนก่อให้เกิดมหำสมุทร ทะเลสำบ แม่น้ ำ ล ำคลอง หนอง และบึง เรียกแหล่งน้ ำประเภทนี้ว่ำ แหล่งน้ ำผิวดิน 1.2 บริเวณที่เกิดจำกกำรไหลซึมของน้ ำบนผิวดิน ไปสะสมอยู่ในชั้นดินและชั้นหินต่ำง ๆ หรือลึกลงไปกักเก็บอยู่ใต้พื้นดินใน “ชั้นหินอุ้มน้ ำ” (Aquifer) เรียกแหล่งน้ ำประเภทนี้ว่ำ แหล่งน้ ำใต้ดิน 1.3 น้ ำใต้ดินที่ซึมผ่ำนชั้นหินที่มีรูพรุนลงไปขังอยู่ในช่องว่ำงของชั้นหิน อยู่ลึกกว่ำน้ ำในดิน มีควำมใสมำกกว่ำน้ ำในดินไม่มี อินทรีย์สำรเจือปน แต่มีแร่ธำตุต่ำง ๆ ละลำยปนอยู่มำก เรียกน้ ำที่ถูกกักเก็บนี้ว่ำ น้ ำบำดำล 1.4 น้ ำบนโลกมีทั้งน้ ำจืดและน้ ำเค็ม โดยร้อยละ 97.5 เป็น น้ ำเค็ม ซึ่งอยู่ใน ทะเลและมหำสมุทรเป็นส่วนใหญ่ และร้อยละ 2.5 เป็น น้ ำจืด 1.5 น้ ำแข็งที่ปกคลุมพื้นดินเป็นบริเวณกว้ำงใหญ่แถบขั้วโลก โดยเฉพำะเกำะกรีนแลนด์และทวีปแอนตำร์กติกำคือ พืดน้ ำแข็ง . 1.6 ชั้นดินที่มีอุณหภูมิอยู่ใต้จุดเยือกแข็งต่อเนื่องกันเป็นเวลำนำนหลำยร้อยปีพบในบริเวณที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของอำกำศประจ ำปี ประมำณ -5 องศำเซลเซียส เช่นบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ คือ ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว 2. จงเรียงล ำดับปริมำณน้ ำจืดจำกมำกไปหำน้อย 1.ธำรน้ ำแข็งและพืดน้ ำแข็ง 2.น้ ำใต้ดิน 3.ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและน้ ำแข็งใต้ดิน 4.ทะเลสำบ 5.ควำมชื้นในดิน 6.ควำมชื้นในบรรยำกำศ 7.บึง 8.แม่น้ ำ 9.น้ ำในสิ่งมีชีวิต ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว น้ ำจืด น้ ำเค็ม แหล่งน้ ำผิวดิน แหล่งน้ ำใต้ดิน พืดน้ ำแข็งน้ ำบำดำล บึง น้ ำใต้ดิน ควำมชื้นในดิน แม่น้ ำ ธำรน้ ำแข็งและพืดน้ ำแข็ง น้ ำในสิ่งมีชีวิต ควำมชื้นในบรรยำกำศ ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและน้ ำแข็งใต้ดิน ทะเลสำบ


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (ปริมำณน ้ำบนโลก) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/1 พิจำรณำตำรำงต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. น้ ำเค็มบนโลกมีปริมำณร้อยละ 97.5 2. น้ ำจืดบนโลกมีปริมำณร้อยละ 2.5 โดยน้ ำจืดที่สำมำรถน ำมำใช้ได้มีปริมำณร้อยละ 0.75 และน้ ำจืด ที่ไม่สำมำรถน ำน้ ำมำใช้ได้มีปริมำณ 1.75 3. จงน ำข้อมูลปริมำณน้ ำจืดและน้ ำเค็มจำกตำรำงสร้ำงเป็นแผนภูมิวงกลม ประเภทของน ้ำ ปริมำณน ้ำ (ร้อยละ) น ้ำเค็ม เช่นมหำสมุทร 97.5 น ้ำจืด -น ้ำจืดที่ไม่สำมำรถน้ำน ้ำมำใช้ได้ เช่น ธำรน้ ำแข็งและพืดน้ ำแข็ง ควำมชื้นในดิน ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและน้ ำแข็งใต้ดิน ควำมชื้นในบรรยำกำศ น้ ำในสิ่งมีชีวิต -น ้ำจืดที่สำมำรถน้ำน ้ำมำใช้ได้ -น้ ำจืดที่ไม่สำมำรถน้ ำมำใช้ได้ทันที เช่นน้ ำในดิน -น้ ำจืดที่สำมำรถน ำน้ ำมำใช้ได้ทันที เช่น ทะเลสำบ บึง แม่น้ ำ 1.75 0.74 0.01 ปริมำณน ้ำทั งหมดบนโลก 100 97.5 2.5 ปริมำณน ้ำบนโลก(ร้อยละ) น้ ำเค็ม น้ ำจืด 1.75 0.74 0.01 ปริมำณน ้ำจืด(ร้อยละ) น้ ำจืดที่ไม่สำมำรถน ำน้ ำมำใช้ได้ น้ ำจืดที่ไม่สำมำรถน ำน้ ำมำใช้ได้ทันที น้ ำจืดที่สำมำรถน ำน้ ำมำใช้ได้ทันที


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (กำรใช้น ้ำอย่ำงประหยัด) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำกำรใช้น้ ำต่อไปนี้ว่ำเป็นกำรใช้น้ ำอย่ำงประหยัดหรือไม่ ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/2 กำรใช้น ้ำ ประหยัด ไม่ประหยัด 1. อำบน้ ำด้วยฝักบัวแทนกำรอำบน้ ำในอ่ำงอำบน้ ำ และปิดน้ ำขณะถูสบู่หรือสระผม 2. ใช้สำยยำงน้ ำซึมหรือระบบน้ ำแบบหยดส ำหรับต้นไม้หรือไม้พุ่ม 3. ล้ำงรถด้วยน้ ำจำกสำยยำงแทนกำรใช้ถังน้ ำ 4. กำรล้ำงผักผลไม้ ใช้ภำชนะรองน้ ำเท่ำที่จ ำเป็น ล้ำงผัก ผลไม้ 5. กำรล้ำงถ้วยชำมภำชนะ ใช้กระดำษเช็ดครำบสกปรก ออกก่อน แล้วล้ำงพร้อม กันในอ่ำงน้ ำ 6. ควรใช้สำยยำงที่ต่อจำกก๊อกโดยตรงในกำรรดน้ ำต้นไม้แทนกำรใช้ฝักบัว 7. ค้นหำและซ่อมรูรั่วทั้งหมดในระบบน้ ำ 8. ใช้แก้วน้ ำในกำรบ้วนปำกแปรงฟัน 9. โกนหนวดแล้วใช้กระดำษเช็ดก่อน จึงใช้น้ ำ จำกแก้วมำล้ำงอีกครั้ง ล้ำงมีดโกน หนวดโดยกำร จุ่มล้ำงในแก้ว 10. รดน้ ำสนำมหญ้ำหรือพืชในสวนในช่วงที่อำกำศร้อนที่สุดของวัน แลควรรดน้ ำใน วันที่มีลมแรง เพื่อให้น้ ำกระจำยไปได้ทั่วถึง 11. ใช้วิธีกวำดถนน ทำงเดินและบันไดแทนกำรฉีดน้ ำล้ำง 12. ใช้น้ ำในกำรละลำยน้ ำแข็งจำกอำหำร ไม่ควรแช่อำหำรไว้ในช่องแช่อำหำรธรรมดำ ของตู้เย็นจนข้ำมคืนเพื่อให้น้ ำแข็งละลำยเอง 13. ถ้ำใช้เครื่องซักผ้ำ ต้องซักผ้ำครั้งละมำก ๆ ในครำวเดียวกัน 14. ในกำรล้ำงจำนควรใช้น้ ำยำล้ำงจำนในปริมำณมำก 15. ไม่ควรใช้วัสดุคลุมดินรอบ ๆ ไม้พุ่มและพืชสวนเพรำะจะท ำให้น้ ำระเหยเร็วกว่ำ ปกติและยังท ำให้วัชพืชเจริญเติบโตได้ดี


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (กำรอนุรักษ์แหล่งน ้ำในท้องถิ่น) ค้ำชี แจง : พิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง พร้อมทั้งระบำยสีภำพให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/2 ปัญหำขยะพลำสติกบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ปัญหำแหล่งน ้ำตื นเขิน สำเหตุ -นักท่องเที่ยวทิ้งขยะไม่ถูกที่ . -ไม่ช่วยกันดูแลรักษำพื้นที่บริเวณชำยฝั่ง . -ไม่มีคนคอยสอดส่องดูแลรักษำควำมสะอำด .. -อำจไม่มีที่ส ำหรับทิ้งขยะที่เหมำะสมตำมจุดต่ำง ๆ .. วิธีแก้ปัญหำ -สร้ำงจิตส ำนึกในกำรทิ้งขยะให้ถูกที่ . -รณรงค์ให้ลดใช้พลำสติกต่ำง ๆ . -จัดให้มีที่ทิ้งขยะตำมจุดต่ำง ๆ .. -คอยช่วยกันสอดส่องดูแลรักษำควำมสะอำดพื้นที. ่ บริเวณชำยฝั่ง .. สำเหตุ -มีกำรพังทลำยของดินบริเวณริมฝั่งน้ ำ . -ปัญหำภัยแล้ง -กำรทับถมของตะกอนต่ำง ๆ ที่มำพร้อมกับน้ ำ . -ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ ำ .. .. วิธีแก้ปัญหำ -ขุดลอกคลองตำมระยะเวลำที่เหมำะสม . -ช่วยกันสอดส่องดูแลแหล่งน้ ำ .. -ไม่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลต่ำง ๆ ลงในแหล่งน้ ำ .. -ใช้น้ ำจำกแหล่งน้ ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด .. ..


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (เมฆ หมอก น ้ำค้ำง และน ้ำค้ำงแข็ง) ค้ำชี แจง : น ำค ำที่ก ำหนดให้ เติมลงในช่องว่ำง พร้อมทั้งระบำยสีตกแต่งให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/4 ไอน้ ำควบแน่นเป็นละอองน้ ำโดยมีฝุ่นเป็นแกนกลำง รวมตัวกันลอยอยู่ในท้องฟ้ำ เกำะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นโลก อุณหภูมิเหนือพื้นดินต่ ำกว่ำ 0 องศำเซลเซียส น้ ำค้ำง น้ ำค้ำงแข็ง หมอก เมฆ รวมตัวกันลอยอยู่ใกล้พื้นโลก


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (เมฆ) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/4 เมฆ หมำยถึง กลุ่มละอองน้ ำขนำดเล็ก ที่เกิดจำก กำรควบแน่น ของกลุ่มอำกำศที่ถูกยกตัวขึ้นผ่ำนควำมสูง เหนือระดับควบแน่นและมี อุณหภูมิลดต่ ำกว่ำ จุดน้ ำค้ำง โดยปกติน้ ำบริสุทธิ์และไอน้ ำจะ โปร่งแสง จนไม่ สำมำรถมองเห็นได้แต่หยดน้ ำและผลึกน้ ำแข็งมีพื้นผิวซึ่ง สะท้อนแสง ท ำให้สำมำรถมองเห็นเป็นก้อนสีขำว และใน บำงครั้งมุมตกกระทบของแสงและเงำจำกเมฆชั้นบนหรือเมฆที่อยู่ข้ำงเคียงรวมถึง ควำมหนำแน่นของหยดน้ ำ ในก้อนเมฆก็อำจ ท ำให้มองเห็นเมฆเป็นสีเทำเพรำะมี ควำมหนำแน่นมำก จึงท ำให้แสง ผ่ำนไม่ได้ ควำมหนำแน่นมำก // ควำมหนำแน่นของหยดน้ ำ // โปร่งแสง // กำรควบแน่น ผ่ำนไม่ได้ //อุณภูมิลดต่ ำกว่ำ // สะท้อนแสง // กลุ่มละอองน้ ำขนำดเล็ก 2. เติมเครื่องหมำย ✓ หน้ำข้อควำมที่ถูกต้อง และเติมเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ไม่ถูกต้อง 2.1 เมฆเกิดจำกไอน้ ำในอำกำศที่ลอยตัวขึ้นและเย็นลง จำกนั้นควบแน่นเป็นละอองน้ ำเล็ก ๆ และ รวมตัวกันลอยอยู่ในท้องฟ้ำ 2.2 หมอกเกิดจำกไอน้ ำในอำกำศที่มำสัมผัสกับอำกำศเย็นบริเวณใกล้พื้นโลก จึงควบแน่นเป็นละอองน้ ำ เล็ก ๆ ลอยอยู่ใกล้พื้นโลก 2.3 น้ ำค้ำงคือหยดน้ ำเล็ก ๆ ที่เกำะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นโลก เกิดจำกน้ ำฝนที่ตกลงมำ 2.4 เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ ำกว่ำ 25 องศำเซลเซียสน้ ำค้ำงจะเปลี่ยนเป็นน้ ำค้ำงแข็ง 2.5 เมฆ หมอก น้ ำค้ำง และน้ ำค้ำงแข็ง ล้วนเกิดจำกกำรควบแน่นของไอน้ ำในอำกำศ 3. พิจำรณำข้อควำมต่อไปนี้ว่ำถูกต้องหรือไม่ ข้อควำม ใช่ ไม่ใช่ 1. หมอกมีสถำนะเป็นของเหลว เนื่องจำกหมอกเกิดจำกกำรควบแน่นของไอน้ ำใน อำกำศแล้วกลำยเป็นละอองน้ ำเล็ก ๆ 2. ละอองน้ ำที่รวมตัวกันเป็นเมฆในบริเวณที่มีอำกำศเย็นจัด จะเปลี่ยนเป็นผลึก น้ ำแข็งซึ่งมีสถำนะเป็นของแข็ง 3. หมอกและเมฆเป็นไอน้ ำ มีสถำนะเป็นแก๊ส 4. เมฆ หมอก น้ ำค้ำง และน้ ำค้ำงแข็ง จัดเป็นหยำดน้ ำฟ้ำ 5. น้ ำค้ำงแข็ง หรือ “แม่คะนิ้ง”ในภำษำอีสำน และ“เหมยขำบ” ในภำษำพื้นเมือง เหนือนั้น เป็นปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีอำกำศหนำวจัด


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (หยำดน ้ำฟ้ำ) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/5 แรงต้ำนอำกำศ // หยดน้ ำและน้ ำแข็ง // ฝน (Rain) ลูกเห็บ (Hail) // ไอน้ ำ // หิมะ (Snow) หยำดน้ ำฟ้ำ (Precipitation) เป็นชื่อเรียกรวมของ หยดน้ ำและน้ ำแข็ง ที่เกิดจำกำรควบแน่นของ ไอน้ ำ . แล้วตกลงมำสู่พื้น เช่น ฝน ลูกเห็บ หิมะ เป็นต้น หยำดน้ ำฟ้ำแตกต่ำงจำกจำกหยดน้ ำหรือละอองน้ ำในก้อนเมฆ ตรงที่ หยำดน้ ำต้องมีขนำดใหญ่และมีน้ ำหนักมำกพอที่จะชนะ แรงต้ำนอำกำศ และตกสู่พื้นโลกได้โดยไม่ระเหยเป็นไอน้ ำเสียก่อน ดังนั้นกระบวนกำรเกิดหยำดน้ ำฟ้ำจึงมีควำมสลับซับซ้อนมำกกว่ำกระบวนกำรควบแน่นที่ท ำให้เกิดเมฆ หยำดน้ ำฟ้ำที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย ได้แก่ ละอองหมอก (Mist) เป็นหยดน้ ำขนำด 0.005 – 0.05 มิลลิเมตร เกิดจำกเมฆสตรำตัส ท ำให้เรำรู้สึกชื้นเมื่อเดินผ่ำน มักพบบนยอดเขำสูง ฝนละออง (Drizzle) เป็นหยดน้ ำขนำดเล็กกว่ำ 0.5 มิลลิเมตร เกิดจำกเมฆสตรำตัส พบเห็นบ่อยบนยอดเขำสูง ตก ต่อเนื่องเป็นเวลำนำนหลำยชั่วโมง ฝน (Rain) เป็นหยดน ้ำมีขนำดประมำณ 0.5 – 5 มิลลิเมตร ฝนส่วนใหญ่ตกลงมำจำกเมฆนิมโบสตรำตัส และเมฆ คิวมูโลนิมบัส หิมะ (Snow) เป็นผลึกน ้ำแข็งขนำดประมำณ 1 – 20 มิลลิเมตร ซึ่งเกิดจำกไอน้ ำจำกน้ ำเย็นยิ่งยวด ระเหิดกลับเป็น ผลึกน้ ำแข็งแล้วตกลงมำ (เคยมีหิมะตกที่จังหวัดเชียงรำย ในปีที่อำกำศหนำวเย็นมำก) ลูกเห็บ (Hail) เป็นก้อนน ้ำแข็งขนำดใหญ่กว่ำ 5 เซนติเมตรเกิดขึ้นจำกกระแสในอำกำศแนวดิ่งภำยในเมฆคิวมูโลนิมบัส พัดให้ผลึกน้ ำแข็งสะสมตัวจนมีขนำดใหญ่และตกลงมำ 2. ให้นักเรียนระบำยสีภำพต่อไปนี้ให้สวยงำม


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (ฝน) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. ให้นักเรียนน ำอักษรหน้ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/5 1.1 หยำดน้ ำฟ้ำที่มีขนำดใหญ่ และมีน้ ำหนักมำกพอที่จะชนะแรงต้ำน อำกำศ และตกสู่พื้นโลกได้ โดยไม่ระเหยเป็นไอน้ ำเสียก่อน 1.2 เครื่องมือที่ใช้วัดปริมำณน้ ำฝน มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ฐำนกว้ำง ที่ปำกกระบอกมีกรวยรับน้ ำฝน 1.3 ปรำกฎกำรณ์ทำงธรรมชำติที่มีสภำวะอำกำศร้ำยเป็นอันตรำย อย่ำงยิ่งต่อกำรบิน 1.4 สภำวะของน้ ำที่ตกลงมำจำกท้องฟ้ำ อำจเป็นลักษณะของฝน ฝนละออง หิมะหรือลูกเห็บ 1.5 ฝนที่มีค่ำ pH ต่ ำกว่ำ 5.6 ก หยำดน้ ำฟ้ำ ข ฝนกรด ค พำยุฟ้ำคะนอง ง ฝน จ Rain Gauge 2. พิจำรณำข้อควำมต่อไปนี้ว่ำถูกต้องหรือไม่ ข้อควำม ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง 1. เมื่อเกิดพำยุฝนฟ้ำคะนองอย่ำใช้ต้นไม้เป็นที่ก ำบัง ที่โล่งแจ้งเป็นสถำนที่ที่ไม่ ปลอดภัยอย่ำงยิ่งเมื่อเกิดฟ้ำร้องฟ้ำผ่ำ 2. งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ำและอุปกรณ์ที่ท ำมำจำกโลหะในระหว่ำงที่มีพำยุฝน เพรำะ กระแสไฟฟ้ำอำจวิ่งเข้ำสู่ร่ำงกำย 3. วำงแผนล่วงหน้ำให้รอบคอบ โดยติดตำมฟังพยำกรณ์อำกำศเป็นประจ ำ หำกวัน ไหนที่คำดว่ำจะมีพำยุฝนควรหลีกเลี่ยงสถำนที่ที่เสี่ยงอันตรำย 4. ขณะขับรถยนต์หำกเกิดพำยุฝนฟ้ำคะนองควรจอดรถหลบฝนบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ 5. เมื่อเกิดฝนฟ้ำคะนองควรเปิดประตูหน้ำต่ำงทุกบำน และอยู่ใกล้ๆกับประตูและ หน้ำต่ำงและผนังอำคำร เพื่อป้องกันอันตรำยจำกฟ้ำผ่ำ


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (หิมะ) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1. เติมเครื่องหมำย ✓หน้ำข้อควำมที่ถูกต้อง และเติมเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ไม่ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/5 1.1 หิมะ จะเกิดในเขตหนำวที่มีอุณหภูมิต่ ำกว่ำ 25 องศำเซลเซียส 1.2 หิมะก็คือ หยดน้ ำที่ตกลงมำจำกฟ้ำในรูปของผลึกน้ ำแข็ง หรือน้ ำที่แข็งตัว 1.3 หิมะเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่ออุณหภูมิในบรรยำกำศลดลงต่ ำกว่ำจุดเยือกแข็งหรือต่ ำกว่ำ 0 องศำเซลเซียส ควำมชื้นในอำกำศต่ ำ ท ำให้ละอองน้ ำในเมฆรวมตัวกันและเกิดกำรควบแน่นกลำยเป็นผลึกน้ ำแข็งตกลงมำ 1.4 หิมะมีเนื้อที่หยำบเป็นเกล็ด และมีโครงสร้ำงที่กลวงจึงมีควำมนุ่มเมื่อสัมผัส 1.5 ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น สภำพอำกำศร้อนสลับกับฝนตกชุกตลอดปี มีโอกำสเกิดหิมะตกได้ บริเวณที่หิมะตกจะต้องอยู่ในภูมิประเทศที่อยู่เหนือเส้นละติจูด 23.5 องศำเหนือ หรือ 23.5 องศำใต้ลงไป โดยส่วนใหญ่อยู่ใน ทวีปยุโรป อเมริกำเหนือ ซึ่งอยู่ในเขตหนำวและเขตอบอุ่น ทั้งนี้ บริเวณดังกล่ำวจะมีหิมะตกในฤดูหนำว ขณะที่รูปร่ำงของเกล็ดหิมะ จะแตกต่ำงกันไป เป็นผลมำจำกอุณหภูมิในขณะก่อตัวของเกล็ดหิมะ ที่แตกต่ำงกันและองค์ประกอบภำยในหยดน้ ำ ซึ่งมีผลต่อรูปร่ำงของ ผลึกหิมะ 2.1 รูปร่ำงของผลึกหิมะมีผลมำจำก อุณหภูมิในขณะก่อตัวของเกล็ด หิมะที่แตกต่ำงกันและองค์ประกอบภำยในหยดน้ ำ .. 2.2 หิมะที่พบส่วนมีรูปร่ำง 6 แฉก 2.3 อุณหภูมิ 0 ถึง -5 องศำเซลเซียสจะพบหิมะมีรูปร่ำง แบบ กิ่งก้ำน และแผ่น .. 2.4 อุณหภูมิ -5 ถึง -10 องศำเซลเซียสจะพบหิมะมีรูปร่ำง แบบ เข็ม แบบแท่งมีฝำปิด และแบบแท่งกลวง .. 2.5 อุณหภูมิ -10 ถึง -20 องศำเซลเซียสจะพบหิมะมีรูปร่ำง แบบ กิ่งก้ำน แบบแผ่น และแบบแผ่นแยกส่วน .. 2. พิจำรณำภำพและข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง กิ่งก้ำน แผ่น เข็ม แท่งมีฝำปิด แท่งกลวง กิ่งก้ำน แผ่น แผ่นแยกส่วน -20o C -10o C -5 o C 0 o Cกิ่งก้ำนและแผ่นเข็มและแท่งกิ่งก้ำนและแผ่น


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ (ลูกเห็บ) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วน ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/5 ลูกเห็บเกิดบริเวณที่ สูงมำก จำกพื้นโลก กระแสลมแรงพัดพำ เม็ดฝน ขึ้นไปในกลุ่มเมฆที่ฟ้ำคะนอง ในที่สูง อำกำศ เย็นมำก ท ำให้เม็ดฝน แข็งตัว ยิ่งขึ้นไปสูงยังมี เกร็ดหิมะ เข้ำมำเกำะเม็ดน้ ำแข็ง ครั้นตกลงมำอีก ส่วนล่ำงของกลุ่มเมฆซึ่งเย็นน้อยกว่ำด้ำนบน ควำมชื้น เข้ำไปห่อหุ้มเม็ดน้ ำแข็ง แล้ว กระแสลม ก็พัดเอำเม็ดน้ ำแข็ง กลับขึ้นไปด้ำนบนของกลุ่มเมฆอีก ที่อุณหภูมิควำมชื้นรอบ ๆ เม็ดน้ ำแข็งพอกเพิ่มเข้ำไปอีกชั้นหนึ่ง เม็ดน้ ำแข็งก็โตขึ้นอีกนิด เม็ดน้ ำแข็ง ลอยสูงแล้วตกลงมำ วนซ้ ำไปมำหลำยครั้งในกลุ่มเมฆ ในขณะเดียวกัน เม็ดน้ ำแข็ง สะสมควำมชื้นที่ ด้ำนล่ำง ซึ่งต่อไปจะแข็งตัวในที่สูงเย็น ด้วยกระบวนกำรเช่นนี้ เม็ดน้ ำแข็งก็ใหญ่ขึ้นทุกที เมื่อมีขนำดใหญ่เกินกว่ำกระแสลม พำยุจะพยุงไว้ได้ ก็จะตกจำกอำกำศลงยังพื้นดิน เรียกว่ำ ลูกเห็บ ถ้ำเรำทุบก้อนลูกเห็บโต ๆ ที่เพิ่งตกถึงพื้นให้ แตกครึ่ง เรำจะเห็นภำยในลักษณะเป็น วงชั้นน้ ำแข็ง ซึ่งแสดงถึงกำรก่อเกิดลูกเห็บ ควำมชื้น // วงชั้นน้ ำแข็ง // เกล็ดหิมะ ลูกเห็บ กระแสลม // แข็งตัว // เม็ดฝน เม็ดน้ ำแข็ง ลอยสูงแล้วตกลงมำ //เย็นมำก // สูงมำก


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : วัฏจักรน ้ำ ค้ำชี แจง : พิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง พร้อมทั้งระบำยสีภำพให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.2 ป.5/3 วัฏจักรของน ้ำ 1 2 3 4 5 1. กระบวนกำรที่น้ ำเปลี่ยนสถำนะจำกของเหลวกลำยเป็นแก๊ส ได้แก่หมำยเลข 2 และ 5 เรียกกระบวนกำร เปลี่ยนแปลงนี้ว่ำ กำรระเหย 2. กระบวนกำรที่ไอน้ ำกลำยเป็นหยดน้ ำ คือหมำยเลข 3 เรียกกระบวนกำรนี้ว่ำ กำรควบแน่น 3. เมื่อไอน้ ำกลำยเป็นหยดน้ ำเล็ก ๆ ในเมฆ รวมตัวกันจนมีขนำดใหญ่ก็จะตกลงมำกลำยเป็น ฝน ดังหมำยเลข 4 และไหลลงสู่แม่น้ ำ ทะเล ดังหมำยเลข 1 4. นอกจำกน้ ำในทะเล แม่น้ ำ และน้ ำในพืช ดังภำพแล้ว ยังมีน้ ำที่ใดอีกบ้ำงที่มีกำรหมุนเวียนของอนุภำคน้ ำ ตำมวัฏจักรของน้ ำ น้ ำในสัตว์ ธำรน้ ำแข็ง น้ ำใต้ดิน 5. เมื่อวำงแก้วที่ใส่น้ ำแข็งไว้สักครู่จะสังเกตว่ำมีหยดน้ ำมำเกำะรอบ ๆ แก้วน้ ำ เหตุกำรณ์นี้เหมือนกับกำร เกิดวัฏจักรน้ ำในหมำยเลข 3 6. สิ่งที่ท ำให้น้ ำเกิดกำรเปลี่ยนแปลงดังหมำยเลข 2 คือ กำรแผ่รังสีควำมร้อนจำกดวงอำทิตย์ 7. กำรหมุนเวียนของอนุภำคน้ ำไปตำมแหล่งต่ำง ๆ ดังภำพ เกิดขึ้นพร้อมกัน (ใช่/ไม่ใช่) ไม่ใช่


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (ดำวฤกษ์) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง พร้อมทั้งระบำยสีภำพให้สวยงำม 1. น ำอักษรหน้ำประโยคหรือข้อควำมต่อไปนี้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 2. พิจำรณำแบบจ ำลองต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/1 1.1 ดำวที่มีแสงสว่ำงในตัวเอง และถือเป็นดำวประจ ำที่ 1.2 ดำวฤกษ์ดวงเดียวในระบบสุริยะ และเป็นศูนย์กลำงของระบบสุริยะ 1.3 ลักษณะที่คล้ำยกันทั้งดำวเครำะห์และดำวฤกษ์ 1.4 ดำวที่ไม่มีแสงสว่ำงในตัวเอง เป็นดำวพเนจร 1.5 ปรำกฏกำรณ์ที่เกิดจำกลมสุริยะ ก แสงเหนือแสงใต้ ข ทรงกลม ค ดำวเครำะห์ ง ดำวฤกษ์ จ ดวงอำทิตย์ ดวงอำทิตย์ ซีรีอุส พอลลักซ์ อำร์คตุรุส 2.1 จงเรียงล ำดับดำวฤกษ์ที่มีขนำดใหญ่สุดไปหำเล็กสุด อำร์คตุรุส พอลลักซ์ ซีรีอุส ดวงอำทิตย์ 2.2 จับคู่ดำวฤกษ์และกลุ่มดำวให้ถูกต้อง กลุ่มดำวสุนัขใหญ่ ดวงอำทิตย์ กลุ่มดำวคนคู่ ซีรีอุส กลุ่มดำวคนเลี้ยงสัตว์ พอลลักซ์ ระบบสุริยะ อำร์คตุรุส


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (ดำวเครำะห์) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง พร้อมทั้งระบำยสีภำพให้สวยงำม 1. ให้นักเรียนน ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/1 ดำวเครำะห์// ดวงอำทิตย์// ดำวพุธ// ดำวศุกร์// ดำวพฤหัสบดี// ดำวเสำร์// แถบดำวเครำะห์น้อย 1.1 ดำวฤกษ์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะคือ ดวงอำทิตย์ 1.2 ดำวที่ไม่มีแสงสว่ำงในตัวเองเรียกว่ำ ดำวเครำะห์ 1.3 ดำวเครำะห์ที่มีขนำดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะคือ ดำวพฤหัสบดี 1.4 ดำวเครำะห์ที่มีวงแหวนชัดเจนคือ ดำวเสำร์ 1.5 ดำวที่ได้ชื่อว่ำฝำแฝดของโลกคือ ดำวศุกร์ 1.6 แถบดำวเครำะห์น้อย อยู่ระหว่ำงดำวอังคำรและดำวพฤหัสบดี 1.7 ดำวพุธ ได้รับฉำยำเตำไฟแช่แข็ง เนื่องจำกด้ำนที่หันเข้ำหำดวงอำทิตย์พื้นผิวดำวจะร้อนมำก ส่วนด้ำนที่หันทิศตรงข้ำมดวงอำทิตย์พื้นผิวดำวจะเย็นมำก 2. ให้นักเรียนหำค ำศัพท์เกี่ยวกับดำวเครำะห์ต่อไปนี้ จำกนั้นวงกลมล้อมรอบค ำศัพท์ แล้วน ำค ำศัพท์ที่ได้เติมลงในช่องว่ำง ให้ถูกต้อง S A T U R N H K X A S T U O O F M O O N P Q Q S U N T B B N C V B B H E T Y V P M S W J U P I T E R E A T P P T N K N P C U R A N U S C U A V F T S E N W S T B E Y U N E A R T H R W M E R C U R Y W Moon = ดวงจันทร์ Sun = ดวงอำทิตย์ Mercury = ดำวพุธ Venus = ดำวศุกร์ Earth = ดำวโลก Mars = ดำวอังคำร Jupiter = ดำวพฤหัสบดี Saturn = ดำวเสำร์ Uranus = ดำวยูเรนัส Neptune = ดำวเนปจูน


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (ดำวเครำะห์) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำตำรำงต่อไปนี้แล้วเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/1 ดำวเครำะห์ ขนำดเส้นผ่ำน ศูนย์กลำง (Km) ระยะเวลำโคจรรอบ ดวงอำทิตย์ (เวลำโลก) ระยะเวลำหมุนรอบ ตัวเอง (เวลำโลก) จ้ำนวนดวงจันทร์ บริวำรที่พบ (ดวง) พุธ 4,880 88 วัน 59 วัน - ศุกร์ 12,100 225 วัน 243 วัน - โลก 12,756 365.3 วัน 23 ชั่วโมง 56 นำที 1 อังคำร 6,786 687 วัน 24 ชั่วโมง 37 นำที 2 พฤหัสบดี 142,984 11.9 ปี 9 ชั่วโมง 50 นำที 63 เสำร์ 120,536 29.5 ปี 10 ชั่วโมง 14 นำที 35 ยูเรนัส 51,118 84 ปี 17 ชั่วโมง 54 นำที 27 เนปจูน 49,528 165 ปี 19 ชั่วโมง 12 นำที 11 ตำรำงแสดงข้อมูลต่ำง ๆ ของดำวเครำะห์ในระบบสุริยะ 1. ดำวเครำะห์ที่มีขนำดใหญ่ที่สุดคือ ดำวพฤหัสบดี มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 142,984 กิโลเมตร 2. ดำวเครำะห์ที่มีขนำดเล็กที่สุดคือ ดำวพุธ โดยมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 4,880 กิโลเมตร 3. เมื่อเรียงล ำดับขนำดดำวเครำะห์จำกดำวเครำะห์ที่มีขนำดใหญ่ที่สุดไปหำดำวเครำะห์ที่มีขนำดเล็กที่สุดสำมำรถเรียงล ำดับได้ ดังนี้ พฤหัสบดี เสำร์ ยูเรนัส เนปจูน โลก ศุกร์ อังคำร พุธ 4. ดำวเครำะห์ที่มีดวงจันทร์เป็นบริวำรมำกที่สุดคือ ดำวพฤหัสบดี โดยจ ำนวนดวงจันทร์บริวำรที่พบทั้งหมด 63. ดวง 5. เมื่อเรียงล ำดับดำวเครำะห์ที่ใช้ระยะเวลำโคจรรอบ ดวงอำทิตย์ (เวลำโลก) จำกดำวเครำะห์ที่ใช้ระยะเวลำมำกที่สุดไปหำ น้อยที่สุดสำมำรถเรียงได้ดังนี้ เนปจูน ยูเรนัส เสำร์ พฤหัสบดี อังคำร โลก ศุกร์ และพุธ 6. ระยะเวลำในกำรโคจรรอบดวงอำทิตย์มีควำมสัมพันธ์กับระยะห่ำงจำกดวงอำทิตย์อย่ำงไร ดำวเครำะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอำทิตย์.. จะใช้เวลำในกำรโคจรรอบดวงอำทิตย์น้อย ดำวเครำะห์ที่อยู่ไกลดวงอำทิตย์ออกไปจะใช้เวลำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 7. ดำวเครำะห์ที่ใช้ระยะเวลำในกำรหมุนรอบตัวเองนำนที่สุดคือ ดำวศุกร์ 8. ดำวเครำะห์ที่ใช้ระยะเวลำในกำรหมุนรอบตัวเองน้อยที่สุดคือ ดำวพฤหัสบดี 9. ดำวเครำะห์ที่มีขนำดใกล้เคียงกับโลกและได้รับฉำยำ “ฝำแฝดของโลก” คือ ดำวศุกร์ 10. สำเหตุที่เรำไม่สำมำรถมองเห็นดำวต่ำง ๆ ได้ในเวลำกลำงวันเนื่องจำก ในเวลำกลำงวันจะมีแสงอำทิตย์ที่มีควำมสว่ำง มำกกว่ำดวงดำว จึงท ำให้ไม่สำมำรถมองเห็นแสงจำกดวงดำวได้


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (กลุ่มดำวบนท้องฟ้ำ) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. พิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/2 1 2 เมื่อเรำมองไปบนท้องฟ้ำจะมีลักษณะคล้ำย ครึ่งทรงกลม ครอบตัวผู้สังเกต ขณะยื่นแขนออกไปข้ำงหน้ำตำมแนวรำบแล้วมองไป ตำมปลำยแขนให้ไกลสุดสำยตำจะตรงกับขอบฟ้ำ ถ้ำหมุนตัวและมองตำม แนวปลำยแขนไปยังขอบฟ้ำอย่ำงต่อเนื่อง จะเห็น แนวเส้นขอบฟ้ำ ซึ่งเป็นแนวเส้นที่บรรจบกันระหว่ำงท้องฟ้ำและพื้นน้ ำหรือพื้นดิน แนวเส้นขอบฟ้ำในภำพคือหมำยเลข 2 ส่วนบริเวณที่สูงขึ้น ไปตรงกับศีรษะของผู้สังเกต ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของท้องฟ้ำเรียกว่ำ จุดเหนือศีรษะหรือจุดจอมฟ้ำ ซึ่งในภำพคือหมำยเลข 1 2. เติมเครื่องหมำย ✓หน้ำข้อควำมที่ถูกต้อง และเติมเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ไม่ถูกต้อง 2.1 ทั้งเส้นขอบฟ้ำและจุดเหนือศีรษะล้วนเป็นต ำแหน่งที่สมมติขึ้นจำกกำรมองเห็น ไม่ได้มีอยู่จริง 2.2 กลุ่มดำวประกอบไปด้วยดำเครำะห์ 8 ดวงเรียงตัวอยู่ใกล้ ๆ กัน 2.3 กลุ่มดำวต่ำง ๆ ที่ปรำกฏบนท้องฟ้ำ จะมีรูปร่ำงเหมือนเดิมตลอดในช่วงชีวิตมนุษย์ 2.4 กำรเรียกชื่อของกลุ่มดำวอำจแตกต่ำงกันตำมจินตนำกำรและวัฒนะธรรมในแต่ละพื้นที่ เช่น กลุ่มดำวหมีใหญ่ คนไทยเรียกว่ำ กลุ่มดำวจระเข้ 2.5 กลุ่มดำวแต่ละกลุ่มมีเส้นทำงกำรขึ้นและตกตำมเส้นทำงเดิมทุกคืน โดยจะมีกำรเปลี่ยนแปลงต ำแหน่งไป ทุกเวลำและทุกวันตำมเส้นทำง เมื่อครบรอบ 1 ปี เรำจะเห็นกลุ่มดำวนั้นปรำกฏอยู่ที่ต ำแหน่งเดิม 3.น ำชื่อกลุ่มดำวที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงใต้ภำพกลุ่มดำวให้ถูกต้อง กลุ่มดำวหมีใหญ่หรือกลุ่มดำวจระเข้ //กลุ่มดำวนำยพรำน //กลุ่มดำวแมงป่อง //กลุ่มดำวสุนัขใหญ่


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (กำรระบุต้ำแหน่งของกลุ่มดำว) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. ให้นักเรียนพิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วเติมค ำที่ก ำหนดให้ลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/2 - ทิศตะวันตก - ทิศตะวันออก - ทิศใต้ - ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ - ทิศตะวันออกเฉียงใต้ - ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ - ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 2. พิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 2.1 มุมที่วัดจำกจุดทิศเหนือไปตำมเส้นขอบฟ้ำในทิศตำมเข็มนำฬิกำ (ไปทำงทิศตะวันออก) เรียกว่ำ มุมทิศ 2.2 มุมทิศ ณ ต ำแหน่งทิศตะวันออกมีค่ำ 90 องศำ 2.3 มุมทิศ ณ ต ำแหน่งทิศใต้มีค่ำ 180 องศำ 2.4 มุมทิศ ณ ต ำแหน่งทิศตะวันตกมีค่ำ 270 องศำ 2.5 มุมทิศที่น้อยที่สุดมีค่ำ 0 องศำ 2.6 มุมทิศที่มำกที่สุดมีค่ำ 360 องศำ 2.7 มุมทิศของดำว A มีค่ำ 260 องศำ 2.8 มุมจำกเส้นขอบฟ้ำจนถึงจุดเหนือศีรษะมีขนำด 90 องศำ ดาว A ทิศเหนือ


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (กำรประมำณค่ำมุมเงย) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. พิจำรณำภำพต่อไปนี้แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/2 ข ค ง 1.1 ใบเฟิร์นพบดำวดวงหนึ่งบนท้องฟ้ำทำงทิศใต้ อยู่ที่มุมเงย 10 องศำ ใบเฟิร์นต้องใช้มือประมำณค่ำดังรูป ค 1.2 ตะวันพบดำวดวงหนึ่งบนท้องฟ้ำทำงทิศตะวันตก อยู่ที่มุมเงย 1 องศำ ตะวันต้องใช้มือประมำณค่ำดังรูป ก 1.3 ภูผำพบดำวดวงหนึ่งบนท้องฟ้ำทำงทิศเหนือ อยู่ที่มุมเงย 15 องศำ ภูผำต้องใช้มือประมำณค่ำดังรูป ง 1.4 ส้มส้มพบดำวดวงหนึ่งบนท้องฟ้ำทำงทิศตะวันออก อยู่ที่มุมเงย 5 องศำ ส้มส้มใช้มือประมำณค่ำดังรูป ข 1.6 มุมที่วัดจำกเส้นขอบฟ้ำตั้งฉำกขึ้นไปหำดำวที่สังเกต เรียกว่ำ มุมเงย 1.7 มุมเงยที่น้อยที่สุดมีค่ำ 0 องศำ และมุมเงยมีค่ำมำกที่สุด 90 องศำ 2. โยงเส้นเพื่อจับคู่ภำพกำรใช้มือในกำรประมำณค่ำมุมเงยกับค่ำมุมเงยที่ก ำหนดให้ถูกต้อง 2 องศำ 20 องศำ 16 องศำ 30 องศำ 26 องศำ 25 องศำ 45 องศำ 15 องศำ ก


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : วัฏจักรกำรปรำกฏของกลุ่มดำว (กำรใช้แผนที่ดำวส้ำหรับประเทศไทย) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร สำระ วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ มำตรฐำน ว 3.1 ป.5/2 กลุ่มดำว // วิธีใช้แผนที่ดำว // ตัวเลขบอกเวลำ // วันที่และเดือนที่จะสังเกตดำว // สัญลักษณ์อื่น ๆ // เส้นแสดงค่ำมุมทิศ // เส้นแสดงค่ำมุมเงย // สัญลักษณ์บอกอันดับควำมสว่ำง ซองดำวด้ำนทิศเหนือ ซองดำวด้ำนทิศใต้ ด้ำนซีกฟ้ำใต้ ด้ำนซีกฟ้ำเหนือ 2. เติมหมำยเลข 1-4 หน้ำประโยคหรือข้อควำมต่อไปนี้เพื่อเรียงล ำดับวิธีใช้แผนที่ดำวให้ถูกต้อง เมื่อต้องกำรสังเกตดำวทำง ซีกฟ้ำเหนือ ต้องน ำแผ่น ดำวด้ำนซีกฟ้ำเหนือใส่ลง ในซองส ำหรับใส่แผ่นดำว ด้ำนทิศเหนือ หมุนแผ่นดำวให้วันที่ และเดือนบนแผ่นดำว ตรงกับเวลำที่สังเกต ดำวบนซองดำว เมื่อต้องกำรดูดำวทำงทิศ เหนือ หันไปทำงทิศเหนือ ถือแผนที่ดำวไว้ตรงหน้ำ โดยทิศเหนือในแผนที่จะอยู่ ตรงกับทิศเหนือของโลกและ ดำวเหนือ ดำวบนฟ้ำที่อยู่บนครึ่ง โดมด้ำนเหนือคือ ดำวที่ ล้อมรอบด้วยเส้นโค้ง2 เส้น เป็นดำวที่อยู่ ทำง ทิศเหนือ


ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 4 วัฏจักร ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด แบบฝึกหัดท้ำยหน่วยที่ 4 เรื่อง วัฏจักร 1. แหล่งน้ ำจืดในข้อใดพบมำกที่สุดบนโลก ก. น้ ำในบรรยำกำศ ข. น้ ำใต้ดิน ค. ธำรน้ ำแข็ง ง. น้ ำในทะเลสำบและแม่น้ ำ 2. เพรำะเหตุใดกำรปลูกป่ำจึงเป็นกำรอนุรักษ์น้ ำ ก. ป่ำไม้ท ำให้ฝนตก ข. ใบไม้คำยน้ ำให้บรรยำกำศ ค. ต้นไม้เก็บสะสมน้ ำไว้ในล ำต้น ง. ต้นไม้ช่วยชะลอกำรระเหยและกำรไหลซึมของน้ ำ 3. ข้อใดเป็นน้ ำที่ตกลงมำจำกฟ้ำในรูปแบบของผลึก ก. หมอก ข. หิมะ ค. ฝน ง. น้ ำค้ำง 4. ข้อใดกล่ำวถูกต้องเกี่ยวกับกำรสร้ำงอ่ำงเก็บน้ ำ ก. มีกำรเพิ่มประตูระบำยน้ ำ ข. ท ำนำในที่ลุ่มเพื่อขังน้ ำที่มีในฤดูฝน ค. ขุดดินให้เป็นแอ่งเพื่อกักเก็บน้ ำ ง. สูบน้ ำเข้ำมำเก็บไว้ในแอ่งน้ ำธรรมชำติ 5. วัฏจักรของน้ ำหมำยถึงอะไร ก. กำรระเหย กำรควบแน่น กำรกลำยเป็นไอของน้ ำ ข. กำรถ่ำยเทควำมร้อนจำกน้ ำในแหล่งน้ ำให้กลำยเป็นไอ แล้วควบแน่นเป็นหยดน้ ำ ค. กำรเปลี่ยนแปลง กำรเคลื่อนที่ และกำรหมุนเวียน ของน้ ำที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชำติ ง. กำรไหลเวียนของน้ ำบนดิน น้ ำใต้ดิน น้ ำบำดำล ตลอดจนน้ ำทะเล และมหำสมุทร 6. ข้อใดเรียงล ำดับขนำดของดำวเครำะห์จำกขนำดใหญ่ไป หำขนำดเล็กได้ถูกต้อง ก. โลก > ดำวยูเรนัส > ดำวพฤหัสบดี ข. ดำวศุกร์ > ดำวอังคำร > ดำวพุธ ค. ดำวพฤหัสบดี > ดำวอังคำร > ดำวศุกร์ ง. ดำวเนปจูน > ดำวยูเรนัส > ดำวเสำร์ 7. ข้อใดกล่ำวผิด ก. ระบบสุริยะเป็นส่วนหนึ่งของกำแล็กซี่ทำงช้ำงเผือก ข. ดวงจันทร์สะท้อนแสงอำทิตย์มำที่โลก ท ำให้เรำ สำมำรถมองเห็นดวงจันทร์ได้ ค. ดำวเครำะห์วงนอกคือดำวเครำะห์ที่อยู่ถัดจำกโลกเข้ำ มำยังดวงอำทิตย์ ง. ดวงอำทิตย์เป็นดำวฤกษ์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะ 8. กลุ่มดำวจระเข้มีชื่อเรียกอีกอย่ำงหนึ่งว่ำอะไร ก. กลุ่มดำวสิงห์ ข. กลุ่มดำวอังคำร ค. กลุ่มดำวหมีเล็ก ง. กลุ่มดำวหมีใหญ่ 9. เพรำะเหตุใดเรำจึงสังเกตเห็นดำวขึ้นทำงทิศตะวันออก และตกทำงทิศตะวันตก ก. ดำวเคลื่อนที่จำกทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ข. โลกหมุนรอบตัวเองจำกทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ค. โลกหมุนรอบตัวเองจำกทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ง. ดำวเคลื่อนที่จำกทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก 10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จำกกำรสังเกตกลุ่มดำวบน ท้องฟ้ำ ก. ใช้บอกทิศและฤดูกำล ข. ใช้บอกทิศและท ำนำยโชคชะตำ ค. ใช้บอกฤดูกำลและโชคชะตำ ง. ใช้บอกทิศ ฤดูกำล และโชคชะตำ


สิ่งมีชีวิต


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : ลักษณะทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต (กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.3 ป.5/1 เกรกอร์ เมนเดล // ลักษณะทำงพันธุกรรม (genetic character) // ถั่วลันเตำรุ่นลูก // กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม (heredity) // ผสมพันธุ์ // พันธุศำสตร์ (genetics) // ถั่วลันเตำ // ต้นพ่อและต้นแม่ กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม (heredity) เป็นกำรถ่ำยทอดลักษณะต่ำง ๆ จำกพ่อแม่ไปยังลูกหลำนหรือรุ่นต่อ ๆ ไปทำงกำรสืบพันธุ์ โดยลักษณะต่ำง ๆ ที่ถ่ำยทอดได้ นี้เรียกว่ำ ลักษณะทำงพันธุกรรม (genetic character) และ เรียกกำรศึกษำกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตว่ำ พันธุศำสตร์ (genetics) โดยตัวอย่ำงลักษณะทำง พันธุกรรมบำงอย่ำงที่แตกต่ำงกัน เช่น ผมตรง ผมหยิก ตำสองชั้น ตำชั้นเดียว เป็นต้น ในปีพ.ศ. 2408 มีบำทหลวงคนหนึ่งชื่อ เกรกอร์ เมนเดล ได้ทดลองผสมพันธุ์ ถั่วลันเตำ ที่มีลักษณะ แตกต่ำงกันทั้งรูปร่ำง สีของล ำต้น ดอก ฝัก และเมล็ด จำกนั้นน ำเมล็ดที่ได้จำกกำร ผสมพันธุ์ แต่ละครั้ง ไปปลูกเพื่อสังเกตลักษณะของต้นถั่วรุ่นลูกจำกนั้นทดลองผสมพันธุ์และปลูกถั่วลันเตำอย่ำงต่อเนื่องเป็นเวลำ 8 ปีในที่สุด ค้นพบว่ำลักษณะต่ำง ๆ ที่ปรำกฏใน ถั่วลันเตำรุ่นลูก ได้รับกำรถ่ำยทอดมำจำก ต้นพ่อและต้นแม่ . สิ่งมีชีวิตที่มีกำรถ่ำยทอดจำกรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกเรียกว่ำลักษณะทำงพันธุกรรม 2. ให้นักเรียนเติมเครื่องหมำย ✓หน้ำข้อควำมเห็นด้วยและเติมเครื่องหมำยหน้ำ หน้ำข้อควำมที่ไม่เห็นด้วย 2.1 นักเรียนจะมีลักษณะทำงพันธุกรรมบำงอย่ำงคล้ำยพ่อแม่ เนื่องจำกได้รับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรมต่ำง ๆ มำจำกพ่อและแม่ 2.2 พ่อจะได้รับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมมำจำกตำและยำย 2.3 ต้นและก้อยเป็นเพื่อนกัน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ดังนั้นต้นและก้อยจึงมีลักษณะทำงพันธุกรรมที่ เหมือนกัน 2.4 เอ๋และโอ๋เป็นพี่น้องกันจึงมีลักษณะทำงพันธุกรรมบำงอย่ำงที่คล้ำยกันเนื่องจำกทั้งเอ๋และโอ๋ได้รับกำร ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมมำจำกพ่อและแม่ 2.5 ลักษณะทำงพันธุกรรมบำงอย่ำงหำกไม่ปรำกฏในรุ่นลูก อำจปรำกฏในรุ่นหลำน เช่นปู่มีลักยิ้ม พ่อไม่มีลักยิ้มแต่ลูกมีลักยิ้ม 2.6 ลักษณะทำงพันธุกรรมสำมำรถถ่ำยทอดจำกรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก และรุ่นหลำนต่อ ๆ ไป 2.7 ครูประจ ำชั้นสำมำรถถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมให้กับนักเรียนได้


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : ลักษณะทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต (ลักษณะทำงพันธุกรรมของพืช) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. ลำกเส้นเพื่อจับคู่พืชรุ่นพ่อแม่กับรุ่นลูกที่เป็นพืชชนิดเดียวกัน ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.3 ป.5/1 รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก 2. ให้นักเรียนเติมเครื่องหมำย✓ลงในหน้ำข้อควำมที่เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมของพืชที่มีกำรถ่ำยทอดจำกรุ่นพ่อแม่ ไปสู่รุ่นลูก ลักษณะล ำต้น กระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง ชนิดของแมลงที่มำอำศัย รูปร่ำงใบ ชนิดของปุ๋ยที่ได้รับ เส้นใบและลำยบนใบ สีของดอก สถำนที่ในกำรเจริญเติบโต รูปร่ำงดอก ลักษณะกลีบดอก ปริมำณน้ ำและแร่ธำตุที่ได้รับ จ ำนวนกลีบดอก


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : ลักษณะทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต (ลักษณะทำงพันธุกรรมของสัตว์) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.3 ป.5/1 1. ให้นักเรียนเติมเครื่องหมำย✓ลงในหน้ำข้อควำมที่เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมของสัตว์ที่มีกำรถ่ำยทอดจำกรุ่นพ่อแม่ ไปสู่รุ่นลูก สีตำ ปริมำณอำหำรที่กิน ปำก ลักษณะที่อยู่อำศัย หำง บำดแผล ตีน ใบหน้ำ ควำมทรงจ ำ ลักษณะของขน แหล่งอำหำร เกล็ด รอยแผลเป็น ควำมยำวของขน รูปร่ำงลักษณะของร่ำยกำย สีขน ใบหู ลักษณะลักษณะผิวหนัง 2. ลำกเส้นเพื่อจับคู่สัตว์รุ่นพ่อแม่กับรุ่นลูกที่เป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก


ใบงำนบทที่ 1 เรื่อง : ลักษณะทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต (ลักษณะทำงพันธุกรรมของคนในครอบครัว) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำลักษณะทำงพันธูกรรมของตนเอง พ่อ แม่ และคนอื่น ๆ ในครอบครัว แล้วเติมเครื่องหมำย✓ในให้ตรงกับลักษณะที่ปรำกฏของแต่ละบุคคลตังต่อไปนี้ แล้วตอบค ำถำมให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.3 ป.5/2 ลักษณะ ลักษณะที่ปรำกฏของบุคคล ตัวเอง พ่อ แม่ คนอื่นในครอบครัว ระบุ (ปู่) . ติ่งหู มีติ่งหู ไม่มีติ่งหู มีติ่งหู ไม่มีติ่งหู มีติ่งหู ไม่มีติ่งหู มีติ่งหู ไม่มีติ่งหู หนังตำ หนังตำชั้นเดียว หนังตำสองชั้น หนังตำชั้นเดียว หนังตำสองชั้น หนังตำชั้นเดียว หนังตำสองชั้น หนังตำชั้นเดียว หนังตำสองชั้น ลักยิ ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม กำรห่อลิ น ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้ ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้ ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้ ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้ เชิงผมที่หน้ำผำก เชิงผมที่หน้ำผำก แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก ไม่แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก ไม่แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก ไม่แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก ไม่แหลม หนังตำชั้นเดียว หนังตำสองชั้น มีติ่งหู ไม่มีติ่งหู มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้ เชิงผมที่หน้ำผำก แหลม เชิงผมที่หน้ำผำก ไม่แหลม 1. ลักษณะที่ตนเองเหมือนพ่อ แม่ หรือเหมือนทั้งพ่อและแม่ ได้แก่ มีติ่งหู หนังตำชั้นเดียว ไม่มีลักยิ้ม ห่อลิ้นไม่ได้ 2. ลักษณะที่ตนเองแตกต่ำงจำกพ่อแม่ แต่เหมือนกับคนอื่นๆ ในครอบครัว ได้แก่ เชิงผมที่หน้ำผำกแหลมเหมือนปู่


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (โครงสร้ำงและลักษณะของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่) ค้ำชี แจง : น ำอักษรหน้ำข้อควำมทำงด้ำนซ้ำยมือ เติมลงหน้ำประโยคหรือข้อควำมทำงด้ำนขวำมือที่มีควำมสัมพันธ์กัน แล้วระบำยสีภำพและตกแต่งให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.1 ป.5/1 A ไก่ B นก C เป็ด D กระบองเพชร E สุนัขจิ้งจอกทะเลทรำย F อูฐ G ปลำ H กบ I ผักตบชวำ J หมีขั้วโลก K นกฮูกขั้วโลก L หมำป่ำขั้วโลก 1. ลดรูปใบให้มีขนำดเล็ก แหลม แข็ง คล้ำยหนำมเพื่อลดกำรสูญเสียน้ ำ 2. ส่วนใหญ่จะมีนิ้วตีนข้ำงหน้ำ 3 นิ้ว ข้ำงหลัง 1 นิ้ว ท ำให้กระโดดได้ คล่องแคล่ว เกำะกิ่งไม้ได้แน่น 3. มีโหนกส ำหรับเก็บไขมันไว้ใช้เมื่อไม่มีอำหำร มีขนตำยำวเพื่อป้องกันฝุ่น ทรำยเข้ำตำ มีขำยำวเพื่อให้ล ำตัวอยู่ห่ำงจำกพื้นทรำยที่ร้อน มีเท้ำที่กว้ำงเพื่อ ไม่ให้จมลงไปในทรำย 4. มีนิ้วตีน 4 นิ้ว โดยนิ้วตีนด้ำนหลังยกสูง นิ้วตีนมักใหญ่หนำแข็งแรง ท ำให้คุ้ยเขี่ยหำอำหำรได้สะดวก 5. มีตีนที่มีพังผืดระหว่ำงนิ้วซึ่งช่วยในกำรว่ำยน้ ำ 6. มีครีบช่วยในกำรว่ำยน้ ำ หำยใจด้วยเหงือก มีถุงลมอยู่ในตัวช่วยลด และเพิ่มปริมำณอำกำศ และยังช่วยในกำรลอยตัว 7. มีใบหูใหญ่ มีขนที่ใบหูเพื่อป้องกันไม่ให้ทรำยเข้ำหู และมีจมูกยำวเพื่อช่วย ระบำยควำมร้อนในร่ำงกำย 8. มีขนหนำปกคลุมร่ำงกำยและมีไขมันใต้ผิวหนังหนำ เพื่อช่วยให้ร่ำงกำย อบอุ่น มีขนสีขำวเพื่อให้กลมกลืนกับแห่งที่อยู่ 9. มีพังผืดเชื่อมระหว่ำงนิ้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ำยใบพำย มีผิวหนังขรุขระไม่มีขน และเกล็ด ที่บริเวณผิวหนังจะมีต่อมเมือกและน้ ำใสๆ เพื่อช่วยให้ผิวหนัง มีควำมชุ่มชื่นอยู่เสมอ 10. มีใบหูและจมูกสั้น เพื่อลดกำรระบำยควำมร้อน 11. ภำยในก้ำนใบและล ำต้นมีช่องอำกำศจ ำนวนมำก ช่วยให้ล ำต้นลอยน้ ำได้ดี 12. มีขนดกแน่นที่อุ้งเท้ำ เพื่อให้ยืนบนกิ่งไม้ที่มีหิมะปกคลุมได้


ผีเสื้อกับดอกไม้ เห็บกับสุนัข เสือกับม้ำลำย จระเข้แย่งอำหำรกัน นกกับกระต่ำยในทุ่งหญ้ำ รำกับสำหร่ำย (ไลเคน) กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่ ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.1 ป.5/2 1. ผู้ผลิต(producer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้ำงอำหำรได้เองตำมธรรมชำติ 2. ผู้บริโภค (consumer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้ำงอำหำรเองไม่ได้ ต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เป็นอำหำรได้แก่ สัตว์ ต่ำง ๆ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 2.1 ผู้บริโภคพืช (herbivore) เช่น ช้ำง ม้ำ วัว ควำย 2.2 ผู้บริโภคสัตว์ (carnivore) เช่น เสือ สิงโต งู เหยี่ยว 2.3 ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์(Omnivore) เช่น คน สุนัข ไก่ 2.4 ผู้บริโภคซำกพืชซำกสัตว์ (scavenger) เช่น ใส้เดือนดิน กิ้งกือ ปลวก นกแร้ง 3. ผู้สลำยสำรอินทรีย์ (decomposer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ท ำหน้ำที่ย่อยสลำยซำกพืชซำกสัตว์ให้เป็นสำรอนินทรีย์ ได้แก่ เห็ด รำ และ แบคทีเรียชนิดต่ำง ๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วไปทั้งในน้ ำ อำกำศและ ดิน ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์(Omnivore) // ผู้สลำยสำรอินทรีย์ (decomposer) // ผู้ผลิต(producer) // ผู้บริโภคสัตว์ (carnivore) // ผู้บริโภค (consumer) // ผู้บริโภคพืช (herbivore) //ผู้บริโภคซำกพืชซำกสัตว์ (scavenger) 4.ลำกเส้นเพื่อจับคู่สิ่งมีชีวิตกับประเภทควำมสัมพันธ์ให้ถูกต้อง ภำวะกำรล่ำเหยื่อ (predation) (+,-) ภำวะปรสิต (parasitism) (+,-) ภำวะพึ่งพำกัน (mutualism) (+,+) ภำวะอิงอำศัย (commenselism) (+,0) ภำวะได้ประโยชน์ร่วมกัน (protocooperation) (+,+) ภำวะแข่งขัน(competition) (-,-) ภำวะเป็นกลำง(neutralism) (0,0)


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำควำมภำพต่อไปนี้แล้วเติมค ำหรือข้อควำมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.1 ป.5/2 สิ่งมีชีวิต ควำมสัมพันธ์ ฝ่ำยได้ ประโยชน์(+) ฝ่ำยเสีย ประโยชน์(-) ฝ่ำยไม่ได้และไม่เสีย ประโยชน์ (0) แมวกับหนู แมว หนู - ผึ งกับดอกไม้ - - ชำยผ้ำสีดำกับต้นไม้ใหญ่ รำกับสำหร่ำย(ไลเคน) เห็บกับสุนัข นกกับกระต่ำยในทุ่งหญ้ำ


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (โซ่อำหำร) ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนตอบค ำถำมให้ถูกต้อง 1. น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.1 ป.5/3 กำรถ่ำยทอดพลังงำนจำกสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปสู่สิ่งมีชีวิตหนึ่งโดยกำรกินกันเป็นทอด ๆ เรียกว่ำ ห่วงโซ่อำหำร . กำรกินกันเป็นทอด ๆ ของสิ่งมีชีวิตโดยมี พืช เป็นผู้ผลิตและมี สัตว์ เป็นผู้บริโภค ผู้บริโภคล ำดับที่ 1 หมำยถึง สัตว์ที่กินผู้ผลิต ผู้บริโภคล ำดับที่ 2 หมำยถึง สัตว์ที่กินผู้บริโภคล ำดับที่ 1 ผู้บริโภคล ำดับสูงสุด หมำยถึงสัตว์ที่อยู่ปลำยสุดของห่วงโซ่อำหำรซึ่งไม่มีสิ่งมีชีวิตใดมำกินต่อเรียกว่ำ ผู้บริโภคล ำดับ . สุดท้ำย .. ผู้บริโภคล ำดับสุดท้ำย // ผู้บริโภคล ำดับที่ 2 // ผู้บริโภคล ำดับที่ 1 ผู้บริโภคล ำดับสูงสุด // พืช // ห่วงโซ่อำหำร // สัตว์ 2. จงเรียงล ำดับสิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อำหำรให้ถูกต้อง 2.1 ตั๊กแตน งู กบ ข้ำว 2.2 หนอน เหยี่ยว ไก่ หญ้ำ 2.3 นกอินทรี สุนัขจิ้งจอก ผักบุ้ง กระต่ำย 2.4 หนู ข้ำวโพด นกฮูก 2.5 ผีเสื้อ นกขุนทอง เหยี่ยว ดอกไม้ ข้ำว ตั๊กแตน กบ งู หญ้ำ หนอน ไก่ เหยี่ยว ผักบุ้ง กระต่ำย สุนัขจิ้งจอก นกอินทรี ข้ำวโพด หนู นกฮูก ดอกไม้ ผีเสื้อ นกขุนทอง เหยี่ยว


ใบงำนบทที่ 2 เรื่อง : สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต) ค้ำชี แจง : น ำค ำที่ก ำหนดให้เติมลงในตำรำงให้ถูกต้อง แล้วระบำยสีภำพให้สวยงำม ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต สำระ วิทยำศำสตร์ชีวภำพ มำตรฐำน ว 1.1 ป.5/4 - สัตว์ใช้แก๊สออกซิเจนในกระบวนกำรหำยใจ - พืชใช้แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ในอำกำศในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง - พืชใช้แสงในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง - เป็นแหล่งที่อยู่อำศัยของสัตว์น้ ำ เช่น ปลำ กุ้ง หอย - เป็นแหล่งที่อยู่อำศัยของพืชน้ ำชนิดต่ำง ๆ เช่น ผักตบชวำ บัว สำหร่ำย - เป็นแหล่งธำตุอำหำรและน้ ำส ำหรับสัตว์ - เป็นแหล่งธำตุอำหำรและน้ ำส ำหรับพืช - เป็นที่อยู่อำศัยของสัตว์ - พืชใช้เป็นที่ยึดเกำะของรำก - มนุษย์และสัตว์ใช้แสงในกำรมองเห็น สิ่งไม่มีชีวิต ควำมส้ำคัญต่อสิ่งมีชีวิต สัตว์ พืช ดิน กกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก. กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.. น ้ำ กกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก. กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.. อำกำศ กกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก. กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.. แสง กกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกก. กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก..


ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.......................... เลขที่...................... คะแนน หน่วยที่ 5 สิ่งมีชีวิต ค้ำชี แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด แบบฝึกหัดท้ำยหน่วยที่ 5 เรื่อง สิ่งมีชีวิต 1. กำรถ่ำยทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจำกรุ่นหนึ่งไปยังอีก รุ่นหนึ่งเรียกว่ำอะไร ก. ลักษณะทำงพันธุกรรม ข. พันธุกรรม ค. กรรมพันธุ์ ง. ควำมแปรผันทำงพันธุกรรม 2. ข้อใดกล่ำวผิดเกี่ยวกับลักษณะทำงพันธุกรรม ก. สำมำรถถ่ำยทอดลักษณะที่เกิดขึ้นจำกอุบัติเหตุ ข. อำจไม่ปรำกฏในรุ่นลูกแต่อำจปรำกฏในรุ่นหลำนได้ ค. จะต้องพิจำรณำหลำยๆรุ่นหรือหลำยชั่วอำยุ ง. ถ่ำยทอดไปสู่รุ่นต่อไปได้โดยผ่ำนทำงเซลล์สืบพันธุ์ 3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะทำงพันธุกรรม ก. ลักษณะเส้นผม ข. ควำมสูง ค. ควำมรู้ ง. สติปัญญำ 4. บิดำแห่งพันธุศำสตร์ คือใคร ก. เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล ข. โยฮันต์ ฟรีดริช มีเชอร์ ค. ชำลส์ คำร์วิน ง. ทอมัส มัลทัส 5. ข้อใดเป็นลักษณะทำงพันธุกรรม ก. เต้ยผมตรงเนื่องจำกไปยืดผมมำ ข. เชฟผิวคล้ ำเพรำะเป็นนักกีฬำฟุตบอล ค. ออยมีตำชั้นเดียวเหมือนแม่ ง. ขวัญมีตำสองชั้นเพรำะท ำศัลยกรรม 6. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับกำรถ่ำยทอดพลังงำนในระบบนิเวศ ก. ผู้ผลิต ข. ผู้บริโภค ค. ผู้ย่อยสบำย ง. ผู้ล ำเลียงสำร 7. กำรถ่ำยทอดพลังงำนโดยกำรกินต่อกันเป็นทอด ๆ เรียกว่ำอย่ำงไร ก. ห่วงโซ่อำหำร ข. วัฏจักรสิ่งมีชีวิต ค. วงจรชีวิตของสัตว์ ง. ควำมสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 8. ควำมสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในข้อใดต่ำงจำกพวก ก. นกเอี้ยงกับควำย ข. มดด ำกับเพลี้ย ค. รำกับสำหร่ำย ง. แมลงกับดอกไม้ 9. โซ่อำหำรในข้อใดถูกต้อง ก. ดอกไม้ ➔ ผึ้ง ➔ ผีเสื้อ ข. หญ้ำ ➔ หนอน ➔ นกเอี้ยง ➔ งู ค. ไก่ ➔เป็ด ➔ แหน ➔ ไรน้ ำ ง. จระเข้ ➔ไก่ ➔หนอน ➔ หญ้ำ 10. ระบบนิเวศ หมำยถึงอะไร ก. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในทวีปเดียวกัน โดยมีสภำพพื้นที่เหมือนกัน ข. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงธรรมชำติกับสิ่งมีชีวิตในต่ำงแหล่งที่ อยู่ที่หลำกหลำย ค. ควำมสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่อำศัย ณ ที่ใดที่ หนึ่ง ง. ควำมสัมพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในป่ำไม้


สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.1 ป.5/1 บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการด ารงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ ว 1.1 ป.5/2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการด ารงชีวิต ว 1.1 ป.5/3 เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ว 1.1 ป.5/4 ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งน าความรู้ ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.3 ป.5/1 อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ว 1.3 ป.5/2 แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามค าถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ เกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.5/1 อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อท าให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.5/2 อธิบายการละลายของสารในน้ า โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.5/3 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.5/4 วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5


มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจ าวัน ผลของแรงที่กระท าต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระท าต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระท าต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระท าต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระท าต่อวัตถุ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและ พลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.5/1 อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ า ว 2.3 ป.5/3 ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย ว 2.3 ป.5/4 วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง ว 2.3 ป.5/5 ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษ ทางเสียง สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจ าลอง ว 3.2 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุต าแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูป เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี


มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน้ าในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ าที่มนุษย์สามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ป.5/2 ตระหนักถึงคุณค่าของน้ าโดยน้ าเสนอแนวทางการใช้น้ าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ า ว 3.2 ป.5/3 สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ าในวัฏจักรน้ า ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ าค้าง และน้ าค้างแข็ง จากแบบจ าลอง ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้


Click to View FlipBook Version