The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เเผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru.Jirayu.2541, 2022-03-03 08:48:24

เเผนการจัดการเรียนรู้

เเผนการจัดการเรียนรู้

47

สือ่ การจดั การเรียนรู้

เพาเวอร์พอ้ ยนำเสนอ

48

49

50

51

52

53

54

55

ใบกิจกรรมท่ี 2.2
เร่อื ง สารละลายอ่มิ ตวั คอื อะไร

สมาชิก 1. ชอื่ เลขที่ 2. ชอ่ื เลขที่
3. ช่อื เลขที่ 4. ช่ือ เลขท่ี
5. ชอื่ เลขที่ 6. ช่อื เลขท่ี
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
กลมุ่ ท่ี

จุดประสงค์ สงั เกตลักษณะและบรรยายการละลายของสาร

วสั ดุและอุปกรณ์ 1. เกลอื แกง 2. น้ำกลน่ั

3. บีกเกอร์ขนาด 50 cm3 4. ช้อนตกั สาร

5. แทง่ แกว้ คนสาร

วิธกี ารดำเนินกจิ กรรม

1. สงั เกตลกั ษณะของเกลือแกง

2. ใส่น้ำ 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร จากนั้นเติมเกลือแกง

จำนวน 1 ช้อน ใช้แทง่ แก้วคนจนเกลือแกงละลายหมด

3. เติมเกลือแกงเพิ่มลงไปทีละ 1 ช้อน คนสารทุกครั้งที่เติม หยุดเติมเมื่อสังเกตเห็นว่าเกลือแกง

เหลอื อยู่ นบั จำนวนช้อนของเกลอื แกงที่ใช้ ตัง้ แต่เร่มิ ต้นจนละลายไมห่ มด บนั ทึกผล

แผนผงั การทดลอง

56

บันทกึ ผลการทดลอง ผลการสังเกต
ลกั ษณะของเกลือแกง
แนวคำตอบ

ตารางบนั ทกึ ผลการสังเกตการละลายของเกลือแกงในนำ้

จำนวนชอ้ นของเกลือแกง

คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมอื่ เตมิ เกลอื แกงลงในนำ้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร
แนวคำตอบ

2. ใช้เกลือแกงทัง้ หมดกชี่ อ้ น ตง้ั แตเ่ รม่ิ ตน้ จนเริม่ เหน็ เกลือแกงเหลอื อยู่
แนวคำตอบ

3. สารละลายเกลือแกงเร่ิมอิ่มตวั เม่อื ใช้เกลือแกงกชี่ อ้ น ทราบได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ

4. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร
แนวคำตอบ

ตรวจสอบความเข้าใจ
1. สารละลายอม่ิ ตัว คือ
แนวคำตอบ

2. สภาพละลายได้ของสาร คอื
แนวคำตอบ

57

ใบกิจกรรมที่ 2.2 (แนวคำตอบ)
เร่อื ง สารละลายอม่ิ ตวั คอื อะไร

สมาชิก 1. ชือ่ เลขท่ี 2. ช่อื เลขท่ี
3. ชือ่ เลขที่ 4. ช่ือ เลขที่
5. ชื่อ เลขท่ี 6. ชื่อ เลขที่
ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
กลุ่มที่

จดุ ประสงค์ สงั เกตลักษณะและบรรยายการละลายของสาร

วัสดแุ ละอุปกรณ์ 1. เกลอื แกง 2. นำ้ กล่ัน

3. บีกเกอร์ขนาด 50 cm3 4. ชอ้ นตักสาร

5. แทง่ แก้วคนสาร

วธิ กี ารดำเนนิ กิจกรรม

1. สังเกตลกั ษณะของเกลือแกง

2. ใส่น้ำ 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร จากนั้นเติมเกลือแกง

จำนวน 1 ช้อน ใช้แทง่ แก้วคนจนเกลือแกงละลายหมด

3. เติมเกลือแกงเพิ่มลงไปทีละ 1 ช้อน คนสารทุกครั้งที่เติม หยุดเติมเมื่อสังเกตเห็นว่าเกลือแกง

เหลอื อยู่ นบั จำนวนชอ้ นของเกลือแกงทใ่ี ช้ ต้ังแต่เริ่มตน้ จนละลายไม่หมด บันทึกผล

แผนผังการทดลอง

58

บนั ทกึ ผลการทดลอง

ลกั ษณะของเกลอื แกง
แนวคำตอบ เปน็ ของแข็งสขี าว

ตารางบันทึกผลการสังเกตการละลายของเกลอื แกงในน้ำ ผลการสงั เกต
จำนวนช้อนของเกลอื แกง

1 ของแขง็ สีขาวหายไปหมดอยา่ งรวดเร็ว ได้ของเหลวใส ไม่มสี ี

2 ของแข็งสขี าวหายไปหมดอย่างชา้ ๆ ได้ของเหลวใส ไมม่ สี ี

3 ของแขง็ สขี าวหายไปบางส่วน มีบางสว่ นเหลืออย่ใู นของเหลวใส ไมม่ ีสี

คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมื่อเติมเกลือแกงลงในนำ้ เกดิ การเปล่ียนแปลงอย่างไร
แนวคำตอบ เม่ือเตมิ เกลือแกงลงในน้ำ เกิดการเปลี่ยนแปลงคือเกลือแกงจะละลายหายไปในนำ้ และเม่อื เติมต่อไป
เรื่อย ๆ เกลือแกงจะค่อย ๆ ละลายหายไปอย่างช้า ๆ และเมื่อถึงปริมาณหนึ่งเกลือแกงบางส่วนไม่ละลาย ยังคง
ปรากฏเปน็ ของแข็งอยูท่ ่กี ้นบกี เกอร์
2. ใช้เกลอื แกงทง้ั หมดกี่ช้อน ตงั้ แตเ่ รมิ่ ต้นจนเรม่ิ เห็นเกลอื แกงเหลอื อยู่
แนวคำตอบ เมอื่ เตมิ เกลือแกงลงในน้ำประมาณ 3 ชอ้ น จะเรม่ิ เห็นเกลือแกงเหลอื อยู่ทก่ี ้นบกี เกอร์

3. สารละลายเกลือแกงเร่ิมอม่ิ ตัวเมื่อใช้เกลอื แกงกชี่ อ้ น ทราบไดอ้ ยา่ งไร
แนวคำตอบ สารละลายเกลือแกงเริ่มอิ่มตัวเมื่อเติมเกลือแกงจำนวน 3 ช้อน เห็นได้จากมีเกลือแกงบางส่วน
เหลืออยู่ทก่ี น้ บีกเกอร์เม่อื เติมลงไป 3 ชอ้ น
4. จากกจิ กรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ า่ เม่ือเตมิ เกลือแกงลงในสารละลายไปเรื่อย ๆ ในทส่ี ุดเกลือแกง จะไม่สามารถ
ละลายไดอ้ กี สารละลายที่ไมส่ ามารถละลาย ตัวละลายไดห้ มดเรียกวา่ สารละลายอมิ่ ตวั

ตรวจสอบความเขา้ ใจ
1. สารละลายอ่ิมตัว คอื
แนวคำตอบ คือ สารละลายที่มีปริมาณตัวถูกละลายอยู่เต็มที่ จนไม่สามารถละลายต่อไปได้อีกแล้ว ณ
อณุ หภูมขิ ณะนั้น
2. สภาพละลายได้ของสาร คือ
แนวคำตอบ คือ ปริมาณของตัวละลายทล่ี ะลายได้มากท่สี ุดในตวั ทำละลายจำนวนหนง่ึ ซ่ึงทำให้สารละลายอ่ิมตัว
ถา้ ตวั ทำละลายเปน็ น้ำสภาพละลายได้จะมหี นว่ ยเปน็ กรัมของสารต่อน้ำ 100 กรัม

59

ส่วนที่ 3 การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว22101
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

60

การวดั และการประเมนิ ผล

รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว22101 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 จำนวน 1.5 หน่วยกติ 3 ช่วั โมง/สัปดาห์

ในการวัดและประเมินผลรายวิชา เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน / ภาระงาน
แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองและเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมินในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม ซึ่งเป็น
การตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเ รียน
การสอนโดยสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีรายละเอยี ด ดังนี้

1. เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน
1.1 การตัดสินผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนรายวิชาได้ตัดสินตามตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้าน
อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแตล่ ะภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผเู้ รียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ โดย
ในการตดั สนิ เพ่อื ให้ระดับผลการเรียนรายวชิ า ได้ใช้ตัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนเปน็ 8 ระดับ ดงั นี้

คะแนนรอ้ ยละ ระดับผลการเรียน ความหมายของผลการประเมิน

80 – 100 4 ดีเย่ยี ม

75 - 79 3.5 ดีมาก
70 - 74 3.0 ดี
65 – 69 2.5
60 – 64 2.0 คอ่ นข้างดี
55 – 59 1.5 ปานกลาง
50 - 54 1.0
0 - 49 0 พอใช้
ผา่ นเกณฑ์ขนั้ ต่ำ
ต่ำกวา่ เกณฑ์

1.2 การประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ผ้เู รยี นมผี ลการประเมิน การอา่ น คิดวิเคราะห์และ
เขยี น ในระดบั “ผ่าน”

1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคน์ ั้น ให้ระดับผลการประเมนิ เปน็ ดเี ย่ียม ดี และผ่านการกำหนด
ความหมายของผลการประเมินโดยผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดบั “ผา่ น”

2. อตั ราสว่ นคะแนนวัดผล
ระหวา่ งภาคเรียน : ปลายภาคเรียน เทา่ กบั 70 : 30
คะแนนเก็บระหวา่ งภาคเรียน : คะแนนสอบกลางภาคเรยี น เท่ากบั 50 : 20

3. การประเมินตามแผนการจัดการเรียนรู้
ประเมินความรู้ ทักษะ และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ผา่ นการทำกิจกรรม ดว้ ยกระบวนการ

สงั เกต การตรวจใบกจิ กรรม การตอบคำถาม เพื่อประเมนิ พฒั นาการรายแผน

61

ชอ่ื รายวิชา วิทยาศาสตร์ แบบประเมินดา้ นความรู้ ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

รหัสวชิ า ว22101

คำช้ีแจง ประเมินการทำกิจกรรมของผูเ้ รยี นตามจรงิ โดยใส่เครื่องหมาย  ตามระดบั คุณภาพของผเู้ รยี น

เลขท่ี ช่อื - นามสกุล ระดับคะแนน รวม ระดับ เกณฑ์
321 คะแนน คณุ ภาพ การประเมิน

ผา่ น ไม่ผ่าน

ลงชอ่ื ผู้ประเมนิ

(นายจริ ายุ เลา้ โสภณเจริญกุล)

วนั ที่ เดือน พ.ศ

62

เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน / ลักษณะของงาน
รายการประเมนิ
321
1. สารละลายอิ่มตวั
บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ
2. สภาพละลายได้ของ
สาร สารละลายอ่ิมตัวได้ สารละลายอม่ิ ตวั ได้ สารละลายอ่มิ ตัวได้ไม่

ครบถ้วนสมบรู ณ์ ครบถ้วนไมส่ มบรู ณ์ ครบถว้ น

บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ

สภาพละลายได้ของสาร สภาพละลายได้ของสาร สภาพละลายได้ของสาร

ไดค้ รบถว้ นสมบูรณ์ ได้ครบถ้วนไมส่ มบูรณ์ ไดไ้ มค่ รบถ้วน

ระดบั คณุ ภาพในการประเมนิ ดา้ นความรู้

คะแนน 6 หมายถึง ดมี าก

คะแนน 4 – 5 หมายถงึ ดี

คะแนน 2 – 3 หมายถึง พอใช้

คะแนน 0 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

* เกณฑ์การประเมนิ แบบใบกิจกรรม ตอ้ งผา่ นเกณฑ์ระดบั ดีขน้ึ ไป

63

แบบประเมนิ ดา้ นทักษะ / กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

การทำกจิ กรรมแบบกลุ่ม เรื่อง สารละลายอ่ิมตัวคอื อะไร

สมาชิก 1. ช่อื เลขท่ี 2. ชอ่ื เลขที่
3. ช่อื เลขท่ี 4. ชื่อ เลขที่
5. ชอ่ื เลขที่ 6. ชือ่ เลขท่ี
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
กลุ่มท่ี

คำช้ีแจง ทำเครื่องหมาย  ลงในช่องคะแนนที่ควรได้รับหลังจากทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมหากคะแนนอยู่
ในระดบั ต้องปรับปรุง ใหน้ กั เรียนกลับไปศึกษาใหม่ หากคะแนนอยู่ในระดับพอใชห้ รือดี ถือว่าผ่าน
เกณฑ์

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1 หมายถงึ ต้องปรบั ปรุง 2 หมายถึง ปานกลาง 3 หมายถึง ดี 4 หมายถึง ดมี าก
เกณฑก์ ารประเมนิ ได้คะแนนรวม 31 – 36 คะแนน ถือว่าผ่านการประเมนิ อยูใ่ นระดบั ดีมาก

ได้คะแนนรวม 25 – 30 คะแนน ถือว่าผ่านการประเมนิ อยู่ในระดับดี
ไดค้ ะแนนรวม 16 – 24 คะแนน ถอื วา่ ผา่ นการประเมนิ อย่ใู นระดับพอใช้
ไดค้ ะแนนรวม 1 – 15 คะแนน ถือวา่ ผา่ นการประเมินอย่ใู นระดับตอ้ งปรับปรุง

รายการ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. การวเิ คราะห์ข้อมลู
2. การอภปิ รายและสรุปผล
3. การตอบคำถามหลงั การทำกจิ กรรม
4. การจัดกระทำขอ้ มูลและนำเสนอผลการทำกจิ กรรม
5. การอภิปรายและสรุปผล
6. การให้ความรว่ มมือในการทำงานกล่มุ
7. ความสามารถในการส่ือสาร
8. ความสามารถในการคดิ
9. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คะแนนท่ีได้
ผลการประเมนิ อยใู่ นระดับ

ลงชอ่ื ผ้ปู ระเมิน

(นายจิรายุ เล้าโสภณเจริญกลุ )

วันท่ี เดอื น พ.ศ

64

เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมนิ 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 2 1
3

วิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยผลที่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศยั ผลทไ่ี ด้ วิเคราะหข์ ้อมลู โดยอาศัย วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยไม่

1. การวิเคราะห์ ไดจ้ ากการทำกจิ กรรมหรือ จากการทำกิจกรรมหรือความรู้ ผลเพยี งบางสว่ นทไ่ี ด้จาก อาศัยผลทไ่ี ด้จากการ

ขอ้ มูล ความรทู้ ีเ่ กย่ี วขอ้ งทง้ั หมดและ ท่เี ก่ยี วข้องเปน็ สว่ นใหญ่และ การทำกิจกรรมและ ทำกจิ กรรมและ

สอดคล้องกับผลสรุป สอดคล้องกบั ผลสรปุ สอดคล้องกบั ผลสรุป ไมส่ อดคลอ้ งกับผลสรปุ

บันทึกผลจากกจิ กรรมได้อยา่ ง บนั ทกึ ผลจากกจิ กรรมได้อย่าง บนั ทึกผลจากกจิ กรรมได้ บนั ทกึ ผลจากกจิ กรรม

2. การอภิปราย ถูกตอ้ งและออกแบบตาราง ถูกต้องและออกแบบตาราง อยา่ งถูกต้องและออกแบบ ไมถ่ ูกต้องและออกแบบ
และสรุปผล บนั ทึกผลทีเ่ หมาะสมกบั ขอ้ มูล บันทกึ ผลท่เี หมาะสมกบั ข้อมูล ตารางบันทึกผลท่ี ตารางบนั ทึกผลไม่
เหมาะสมกับขอ้ มูล เหมาะสมกบั ขอ้ มูล
เป็นอยา่ งมาก ค่อนขา้ งมาก

คอ่ นขา้ งน้อย คอ่ นข้างมาก

ตอบคำถามโดยอา้ งถงึ ความรู้ ตอบคำถามโดยอา้ งถงึ ความรู้ท่ี ตอบคำถามโดยอา้ งถงึ ตอบคำถามโดยไม่อ้างถึง

3. การตอบ ทไ่ี ดจ้ ากการทำกจิ กรรมมาใช้ ไดจ้ ากการทำกจิ กรรมมาใชเ้ ป็น ความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการทำ ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการทำ

คำถามหลงั การ เป็นเหตุผลประกอบได้อย่าง เหตผุ ลประกอบได้อยา่ ง กิจกรรมมาใช้เปน็ เหตผุ ล กิจกรรม

ทำกจิ กรรม เหมาะสม และครบถว้ น เหมาะสม แตไ่ ม่ครบถ้วน ประกอบอย่างไม่

เหมาะสม

4. การจัดกระทำ จดั กระทำข้อมลู โดยใชว้ ิธีการ จดั กระทำขอ้ มูลโดยใชว้ ธิ กี ารท่ี จัดกระทำข้อมูลโดยใช้ จดั กระทำขอ้ มลู โดยใช้
ขอ้ มูลและ ท่เี หมาะสมและ เหมาะสมและมีข้นั ตอนการ
นำเสนอผลการ นำเสนอข้อมลู ท่ีเขา้ ใจงา่ ย วิธกี ารท่เี หมาะสมแต่ วิธีการทีไ่ มเ่ หมาะสมและ
ทำกิจกรรม มขี น้ั ตอนการนำเสนอข้อมลู ที่
เขา้ ใจง่ายครบถ้วน ชัดเจน ครบถ้วน ชัดเจน มีขั้นตอนการนำเสนอ มขี น้ั ตอนการนำเสนอ
แตไ่ ม่ดึงดูดความสนใจ
และนา่ สนใจ ข้อมลู ท่ไี มค่ อ่ ยชดั เจนและ ข้อมูลทเ่ี ขา้ ใจยาก

ไมค่ รบถว้ น ไม่ชดั เจน และไมค่ รบถว้ น

สรปุ ผลจากกิจกรรมได้ สรปุ ผลจากกจิ กรรมได้ สรุปผลจากกจิ กรรมได้ สรปุ ผลจากกจิ กรรมไม่

5. การอภปิ ราย สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ สอดคล้องกับจุดประสงค์ สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์ สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์

และสรปุ ผล ครบถ้วน แปลความหมาย ครบถ้วน แปลความหมาย แปลความหมายผดิ บา้ ง แปลความหมายผดิ และ

ถูกต้องและอภิปรายผลได้ ผิดบ้าง แต่อภิปรายผลได้อยา่ ง และอภิปรายผลได้ อภปิ รายผลไมค่ รบถ้วน

อยา่ งชดั เจน ครบถ้วน ชัดเจน ครบถ้วน ไมค่ รบถว้ น

สมาชกิ ทุกคนทำงานตาม สมาชิกสว่ นใหญท่ ำงานตาม สมาชิกสว่ นนอ้ ยทำงาน สมาชิกสว่ นใหญ่ไม่ทำงาน

6. การให้ความ หนา้ ทีท่ ไี่ ด้รับมอบหมาย ไม่ หนา้ ทที่ ไี่ ด้รบั มอบหมาย ตามหน้าทท่ี ี่ได้รบั ตามหน้าทท่ี ่ไี ดร้ บั

ร่วมมอื ในการ หลีกเลย่ี งงาน งานเสร็จทนั ไมห่ ลีกเลี่ยงงาน งานเสรจ็ ทนั มอบหมาย หลีกเล่ยี งงาน มอบหมาย หลกี เลยี่ งงาน

ทำงานกล่มุ ตามเวลาท่ีกำหนด ตามเวลาท่กี ำหนด เป็นบางคน งานเสร็จช้า เปน็ บางคน งานเสร็จชา้

กว่ากำหนดเลก็ นอ้ ย กวา่ กำหนด

พดู และเขียนอธิบาถา่ ยทอด พดู หรือเขียนอธบิ ายถา่ ยทอด พูดหรือเขยี นอธิบาย ไมส่ ามารถพูดหรอื เขียน

7. ความสามารถ ความรูค้ วามเขา้ ใจจากเนื้อหา ความรคู้ วามเข้าใจจากเนือ้ หา ถ่ายทอดความร้คู วาม อธิบายถา่ ยทอดความรู้
ในการสือ่ สาร ความรู้ ท่ีอ่าน ฟัง หรือดูตาม ความรทู้ อี่ า่ น ฟัง หรือดูตาม เข้าใจจากเน้ือหาความรทู้ ี่ ความเขา้ ใจจากเนื้อหา
ท่ีกำหนดไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ความรทู้ ี่อา่ น ฟงั หรือดู
ทก่ี ำหนดได้อยา่ งถูกต้อง อ่าน ฟังหรอื ดูตามท่ี

ครบถว้ นชดั เจน และม่นั ใจ ครบถ้วน แตไ่ มม่ ีความมน่ั ใจ กำหนดไม่ชดั เจน ตามทีก่ ำหนดไว้

65

รายการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

8. ความสามารถ 4 32 1
ในการคดิ ไมส่ ามารถคิดวิเคราะห์
มกี ารคิดวเิ คราะห์ โดยใช้ มีการคดิ วเิ คราะห์ โดยใชเ้ หตุผล มีการคดิ วเิ คราะห์ โดยใช้ โดยใชเ้ หตผุ ลหลกั ฐานเชงิ
9. ความสามารถ เหตุผลหลกั ฐานเชงิ ตรรกะ
ในการแก้ปญั หา หลกั ฐานเชิงตรรกะ เหตผุ ลหลกั ฐานเชงิ ตรรกะ ตรรกะมาวิเคราะห์
มาวิเคราะหส์ ง่ิ ตา่ ง ๆ สง่ิ ต่าง ๆ ได้
ให้ชัดเจน สมเหตสุ มผล และ มาวเิ คราะหส์ ง่ิ ตา่ ง ๆ มาวิเคราะห์ ส่ิงตา่ ง ๆ
สรปุ ตัดสนิ ใจเลือกทางเลอื กที่ ไม่มกี ารวางแผนในการ
ใหช้ ัดเจน สมเหตสุ มผล แต่ไม่สมเหตุสมผล แก้ปญั หาหรือไมม่ กี าร
เหมาะสม ปฏบิ ตั ติ ามแผนการ
แตไ่ มค่ รอบคลมุ ทกุ ด้าน
มีการวางแผนในการแก้ปญั หา แก้ปัญหาที่วางไว้
โดยใช้ข้อมลู ประกอบการ มีการวางแผนในการแก้ปญั หา มกี ารวางแผนในการแกไ้ ข
วางแผน มขี ั้นตอนของ โดยใชข้ อ้ มลู ประกอบการ ปญั หาโดยใช้ขอ้ มูล

แผนงานและปฏบิ ตั ิตามแผนที่ วางแผน มีข้นั ตอนของแผนงาน ประกอบการวางแผนและ
กำหนดไวท้ กุ ขัน้ ตอน
และปฏิบตั ติ ามแผนการ ปฏิบตั ิตามแผนการ
แก้ปญั หาทีก่ ำหนดไว้ 2 ใน 3 แก้ปัญหาทกี่ ำหนดไว้ 1

ของขั้นตอน ใน 3 ของข้ันตอน

66

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

ช่อื รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2

คำชี้แจง ประเมินการทำกจิ กรรมของผูเ้ รียนตามจริงโดยใส่เครื่องหมาย  ตามระดับคุณภาพของผู้เรียน

ประเดน็ การประเมิน สรุปผล

เลขท่ี ชอ่ื - นามสกลุ ซอ่ื มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ัน รวม ระดบั
สัตย์ ในการ 16 คุณภาพ ผา่ น ไม่ผา่ น
ทำงาน

(4) (4) (4) (4)

ลงชื่อ ผู้ประเมิน

(นายจิรายุ เลา้ โสภณเจริญกุล)

วันที่ เดอื น พ.ศ

67

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการประเมนิ
ซ่ือสตั ย์ 4 32 1
ไมต่ ั้งใจปฏิบัติ
มีวินัย ตงั้ ใจปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ต้ังใจปฏิบตั ิ ตั้งใจปฏบิ ตั ิ
กิจกรรม
ใฝ่เรียนรู้ และบันทึกผลของ กิจกรรม กิจกรรม และไมบ่ ันทึกผล
ของกจิ กรรม
ความม่งุ ม่ัน กจิ กรรมครบถว้ น และบนั ทึกผลของ บนั ทึกผลของ
ในการทำงาน ส่งงานทมี่ อบหมาย
ตามความเป็นจรงิ กิจกรรมค่อนข้าง กจิ กรรมไมต่ รงตาม ไมต่ รงตามเวลา
ทกี่ ำหนดโดย
ครบถว้ น ความเป็นจรงิ ตกั เตือนหลายครง้ั

ส่งงานทมี่ อบหมาย ส่งงานที่ สง่ งานท่มี อบหมาย ไมใ่ ห้ร่วมมือในดา้ น
ตรงตามเวลา มอบหมายตรง ตรงตามเวลา การเรียน ไม่ตอบ
ท่ีกำหนดโดย คำถาม ไม่แสดง
ทกี่ ำหนดดว้ ยตนเอง ตามเวลา ความคดิ เห็น และ
ท่ีกำหนดโดย ตักเตอื นหลายครั้ง ไม่ยอมรบั ความ
ตักเตอื นบางครง้ั
คดิ เห็น
ให้ร่วมมือดา้ นการ ใหร้ ่วมมือในด้าน ให้รว่ มมือในด้าน
ไมต่ ้งั ใจทำงานที่
เรียน ตอบคำถาม การเรียน ตอบ การเรยี น ได้รับมอบหมาย

แสดงความคิดเห็น คำถามบางสว่ น ไมต่ อบคำถาม

และยอมรบั ความ แสดงความคิดเห็น ไม่แสดงความ

คดิ เหน็ ของผอู้ ่นื และยอมรับความ คิดเห็น

อยา่ งมีเหตผุ ล คดิ เหน็ ของผอู้ ืน่ ยอมรบั ความ

คดิ เห็นของผู้อนื่

มคี วามต้งั ใจทำงาน มคี วามตัง้ ใจ มีความต้ังใจทำงาน

ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ทำงานท่ีไดร้ ับ ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

เป็นอย่างดี ครบถ้วน มอบหมายเปน็ แต่ไม่ครบถว้ น

และถูกต้อง อยา่ งดี ครบถ้วน

ระดับคณุ ภาพในการประเมนิ ดา้ นความรู้
คะแนน 14 – 16 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 10 – 13 หมายถงึ ดี
คะแนน 6 – 9 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 1 – 5 หมายถงึ ปรับปรุง

* เกณฑ์การประเมนิ แบบใบกิจกรรม ตอ้ งผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีขึ้นไป

68

ภาคผนวก

69

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้

ของสาร ผลของความดันที่มีต่อสภาพละลายได้ของสารโดยใช้สารสนเทศ ปริมาณตัวละลายในสารละลาย

ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร ความสำคัญของ

การนำความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารไปใช้ การใชส้ ารละลายในชวี ติ ประจำวันอยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด การทำงานของระบบ

หมุนเวียนเลือด การเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจขณะปกติและหลังทำกิจกรรม ความสำคัญของระบบ

หมนุ เวียนเลอื ด การดูแลรักษาอวยั วะในระบบหมุนเวยี นเลือดให้ทำงานเป็นปกติ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะ

ที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ กลไกการหายใจเข้าและออก กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ความสำคัญของระบบ

หายใจ การดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่าย

ในการกำจัดของเสียทางไต ความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต การปฏิบัติตนที่ช่วยให้

ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุม

การทำงานตา่ ง ๆ ของร่างกาย ความสำคญั ของระบบประสาท การดแู ลรกั ษา การปอ้ งกันการกระทบกระเทือน

และอันตรายต่อสมองและไขสันหลัง อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิง

ผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่ วัยหนุ่มสาว

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การดูแลรักษาร่างกายและจิตใจของตนเองในช่วงที่มีการ

เปลี่ยนแปลง การตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต จนคลอดเป็นทารก วิธีการ

คุมกำเนิดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนด ผลกระทบของการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การประพฤติตนให้

เหมาะสม

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายการเขียนแผนภาพแสดงการกระจัดและความเร็ว อัตราเร็ว ความเร็วของการ

เคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใช้สมการ V = s และ ⃑v = S⃑ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ การเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นผล
t t
ของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ การเขียน

แผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงท่ีกระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน แรงเสียดทานสถิตและแรง

เสียดทานจลน์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ปจั จัยทมี่ ผี ลต่อขนาดของแรงเสยี ดทาน การเขยี นแผนภาพแสดงแรง

เสียดทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำต่อวตั ถุ ประโยชนข์ องความรู้เรื่องแรงเสียดทานจากสถานการณ์ปัญหา และ

วิธีการลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ปัจจัยที่มีผลต่อความดัน

ของของเหลว แรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ การเขียนแผนภาพ

แสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุในของเหลว โมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุนและการใช้

สมการ M = Fl แหล่งของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถว่ ง และทศิ ทางของแรงที่กระทำต่อวัตถุที่

อยู่ใน แต่ละสนาม การเขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุ

ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนามนั้น ๆ กับ

ระยะห่างจากแหล่งของสนามถึงวัตถุ

70

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ ออกแบบการทดลอง ทดลอง เขียนแผนภาพ
คำนวณ พยากรณ์ การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภิปราย เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารส่ิง
ที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นำเสนอแนวทางการใชป้ ระโยชนจ์ ากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคญั ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และเห็นคุณค่าของวิชา
วทิ ยาศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยี โดยอยูบ่ นหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10,
ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17
ว 2.1 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ว 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10,
ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15

รวม 35 ตัวชี้วัด

71

กำหนดการจดั การเรยี นรู้รายภาค

รายวชิ า ว22101 วิทยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ลำดบั กำหนดการเรยี นรู้ เวลา
การเรียนรู้ (ชม.)
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ธรรมชาติของวทิ ยาศาสตร์
เรือ่ งที่ ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์ 2
1 จิตวิทยาศาสตร์ 1
2 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 สารละลาย 10
เรื่องที่ บทท่ี 1 องค์ประกอบของสารละลายและปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ สภาพละลายได้
องค์ประกอบของสารละลาย 2
3 สารละลายอิ่มตัว 1
4 ชนิดของตัวละลายและตวั ทำละลายตอ่ สภาพละลายได้ 1
5 อณุ หภูมิตอ่ สภาพการละลายได้ 1
6 บทที่ 2 ความเขม้ ข้นของสารละลาย
ความเขม้ ข้น 1
7 รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล ร้อยละโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร 4
และรอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร
8 21
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 รา่ งกายมนุษย์
เรือ่ งท่ี บทที่ 1 ระบบอวยั วะในรา่ งกายของเรา 6
ระบบหมุนเวยี นเลอื ด 3
9 ระบบหายใจ 3
10 ระบบขบั ถา่ ย 3
11 ระบบประสาท 6
12 ระบบสบื พนั ธ์ุ 21
13
เรื่องท่ี หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การเคลอ่ื นท่แี ละแรง 3
บทที่ 1 การเคล่อื นที่ 2
14 ตำแหน่งของวตั ถุ ระยะทาง และการกระจัด
15 อัตราเร็วและความเรว็ 3
บทท่ี 2 แรงในชีวิตประจำวนั 2
16 แรงลพั ธ์ 2
17 แรงเสยี ดทาน 3
18 แรงและความดนั ของของเหลว 3
19 แรงพยุงของของเหลว 3
20 โมเมนต์ของแรง 3
21 แรงและสนามของแรง 3
สอบกลางภาค
สอบปลายภาค

72


Click to View FlipBook Version