หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 พัฒนาการของ อาณาจักรอยุธยา
1. ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาคือใคร A C D B
2. ข้อใดไม่ใช่ราชวงศ์ในกรุงศรีอยุธยา ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์อยุธยา A C D B
3. จังกอบ หมายถึงสิ่งใดในอยุธยา ค่าผ่านทางบกและทางน ้า ภาษีการประกอบอาชีพ รัฐบาลเรียกเก็บจากราษฎร ค่าธรรมเนียม A C D B
4. บุพเพสันนิวาส สะท้อนให้เห็นความ เจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในสมัยใด สมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระนเรศวร สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ A C D B
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
วัดไชยวัฒนาราม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยพระ เจ้าปราสาททอง เมื่อปี พ.ศ.2173
การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ชุมชนไทยในลุ่มแม่น ้าเจ้าพระยาตอนล่างก่อนการสถาปนาอาณาจักรอยุธยา แคว้นสุพรรณภูมิ แคว้นละโว้ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของลุ่มแม่น ้าเจ้าพระยา โดยมีลุ่มแม่น ้าท่าจีนไหลลงสู่อ่าวไทย พัฒนาการสืบเนื่องมา เป็นเวลาหลายร้อยปี และเคยเป็นที่ตั้งชุมชนโบราณ หลายแห่ง เช่น เมืองอู่ทอง หลักฐาน เช่น พระปรางค์ที่วัดมหาธาตุ มีการรับวัฒนธรรมขอม การยอมรับนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน เมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมลง ตั้งตัวเป็นอิสระ หลังจากขอมเสื่อมอิทธิพลลง ท าให้อโยธยามีอ านาจแทน ได้รับอิทธิพลของทวารวดี พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด
การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา แคว้นสุพรรณภูมิ แคว้นละโว้ เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของแคว้นสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) และแคว้นละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งทั้งสองแคว้นเป็นศูนย์รวมอ านาจทางการเมือง ในบริเวณภาคกลางของไทย การสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีใน พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) หลักฐานว่ากรุงศรีอยุธยาตั้งขึ้นในเมืองเก่าเดิมที่มีชื่อว่า อโยธยา เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองสุพรรณบุรีกับเมืองลพบุรี อาณาจักรอยุธยา
ประวัติความเป็นมาของพระเจ้าอู่ทอง สมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ ข้อสันนิษฐานจากการบอกที่มาของพระเจ้าอู่ทอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าชัยศิริที่เคยครองเมืองฝาง (จ.เชียงใหม่) มีการเชื้อสายสืบราชสมบัติต่อมาหลายรุ่น จึงได้เกิดพระเจ้าอู่ทอง พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินจีน แล้วถูกเนรเทศมาอยู่ที่ปัตตานี และเดินทางผ่านมาทางเมืองละคร(นครศรีธรรมราช) กุยบุรี (ใน จ.ประจวบฯ) และมาสร้างเมืองพริบพรี (เพชรบุรี)ภายหลังจึงได้มาสร้างเมืองอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) เป็นราชบุตรเขย ของพระเจ้าศิริชัยเชียงแสน ครองราชย์อยู่ 6 ปี ได้เกิดโรคห่า จึงทรงย้ายราชธานีมาตั้งที่เมืองศรีอยุธยา
ปัจจัยส าคัญในการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ความสัมพันธ์ฉันเครือญาติ ระหว่างแคว้นสุพรรณภูมิกับแคว้นละโว้ กรุงศรีอยุธยาอยู่ใกล้ปากแม่น ้า ติดทะเล มีความสะดวกในการค้าขายกับชาวต่างชาติ ท าเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยาเป็นที่ที่เหมาะสม การเสื่อมอ านาจลงของอาณาจักรเขมร จึงได้สถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลาง อาณาจักรใหม่ 1 2 3 4
ปัจจัยที่มีผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา แหล่งอารยธรรมดั้งเดิม สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ ทรัพยากรธรรมชาติ 1 การตั้งอยู่กึ่งกลางเส้นทางเดินเรือระหว่างอินเดียกับจีน 2 3 4 5 6 ได้รับอารยธรรมเดิมก่อนมีการตั้งอาณาจักร มาปรับใช้เข้ากับอารยธรรมใหม่ที่อยุธยาสร้างขึ้นมา ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม มีแม่น ้าไหลผ่าน จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกและการค้าขาย ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีลมมรสุมพัดผ่าน ท าให้มีฝนตกชุก ส่งผลให้มีแหล่งน ้าอุดมสมบูรณ์ อาณาจักรอยุธยาได้ประโยชน์ จากการค้าขายและรับอารยธรรมจากจีนและอินเดีย เช่น ผักผลไม้ ปลาน ้าจืดและปลาทะเล แร่ธาตุ ไม้หายาก ซึ่งเป็นที่ต้องการของพ่อค้าต่างชาติ เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ ที่ท าให้อยุธยารอดพ้นจาก ภัยคุกคามจากภายนอกได้
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอยุธยา พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง พระมหากษัตริย์มีทั้งหมด 33 พระองค์ มีราชวงศ์ทั้งหมด 5 ราชวงศ์ ราชวงศ์อู่ทอง 3 พระองค์ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ13 พระองค์ ราชวงศ์สุโขทัย 7 พระองค์ ราชวงศ์ปราสาททอง 4 พระองค์ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง 6 พระองค์
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอยุธยา ลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอ านาจสูงสุด ในการปกครอง ทรงเป็นพระประมุขของอาณาจักร ทรงเป็นสมมติเทพตามความเชื่อ ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นธรรมราชาตามคติ ความเชื่อในพระพุทธศาสนา
รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น การบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลาง อยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และเป็นศูนย์กลางของการการปกครอง มีเมืองหน้าด่าน 4 ทิศ เพื่อป้องกันภัยยามข้าศึกรุกราน พระประแดง
รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น การบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลาง ในเขตราชธานีที่กรุงศรีอยุธยา มีเสนาบดี 4 ต าแหน่ง เรียกว่า จตุสดมภ์ จตุสดมภ์รับผิดชอบดูแลการบริหารราชการแผ่นดินตามพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ จตุสดมภ์ แบ่งออกเป็น 4 หน่วยงาน ดังนี้ จตุสดมภ์ กรมเวียง (เมือง) กรมวัง กรมคลัง กรมนา รักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลกิจการในราชส านัก ดูแลการคลัง เก็บภาษี ตรวจการท าไร่นา
รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น การบริหารราชการแผ่นดินส่วนหัวเมือง หัวเมืองชั้นใน ราชธานี หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองประเทศราช อยู่ไม่ไกลจากราชธานี ทางราชธานีจะแต่งตั้ง “ผู้รั้ง” ไปปกครอง เช่น เมืองราชบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อยู่ห่างไกลจากราชธานี มีเจ้าเมืองที่สืบทอดทางสายเลือด เป็นผู้ปกครอง มีการปกครองเป็นอิสระแก่ตนเอง ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการไป ถวายพระมหากษัตริย์อยุธยา เช่น นครศรีธรรมราช สุโขทัย
รูปแบบการปกครอง สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ การบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลาง พระมหากษัตริย์ สมุหพระกลาโหม สมุหนายก ดูแลกิจการฝ่ายทหารทั่วราชอาณาจักร ดูแลฝ่ายพลเรือนทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งดูแลจตุสดมภ์
รูปแบบการปกครอง สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ การบริหารราชการแผ่นดินส่วนหัวเมือง หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองประเทศราช ยกเลิกเมืองลูกหลวง ทั้ง 4 ทิศ ขยายขอบเขต โดยให้เมืองลูกหลวงเข้ากับ เมืองในวงราชธานี เป็นเมืองชั้นจัตวา มีผู้รั้งกับกรมการเมืองปกครอง มีการจัดเมืองเป็น ชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี มีขุนนางชั้นสูงเป็นผู้ส าเร็จราชการเมือง ลักษณะการปกครองเป็นแบบเดียว กับสมัยอยุธยาตอนต้น เช่น เมืองทวาย ตะนาวศรี เชียงกราน เขมร ราชธานี
รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย สมุหนายก สมุหพระกลาโหม หัวเมืองฝ่ายเหนือ(ทหาร,พลเรือน) กรมนครบาล กรมวัง กรมคลัง กรมนา การคลัง หัวเมืองฝ่ายใต้ (ทหาร,พลเรือน) กรมสังกัดฝ่ายทหาร พระมหากษัตริย์ หัวเมืองชายทะเลตะวันออก (ทหาร,พลเรือน)
พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ ท าเลและที่ตั้ง พระบรมราโชบาย ของพระมหากษัตริย์ การอยู่ใกล้อ่าวไทย กรุงศรีอยุธยาและหัวเมืองต่าง ๆ ใกล้เคียงเหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะ การปลูกข้าว ท าให้พ่อค้าต่างชาติ ติดต่อค้าขายกับอยุธยาได้สะดวก ที่ช่วยดึงดูดให้พ่อค้า ชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายกับอยุธยา 1 3 2
พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ ลักษณะทางเศรษฐกิจในสมัยอยุธยา ผลิตผลทางการเกษตรที่ส าคัญ คือ ข้าว นอกจากนี้ยังมีผลิตผลจากป่า เช่น ไม้ฝาง นอแรด งาช้าง ครั่ง หนัง สัตว์ ยางสน ไม้กฤษณา เป็นต้น เกษตรกรรม เป็นการค้าขายโดยการใช้เรือส าเภา ซึ่งด าเนินการโดยพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ ขุนนาง และพ่อค้าจีน การติดต่อค้าขายกับชาวตะวันตกอีกด้วย ได้แก่ โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และฝรั่งเศส การค้าขายกับต่างประเทศ
พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ รายได้จากการเก็บภาษีอากร จังกอบ อากร ส่วย ฤชา เก็บตามด่านขนอนทั้งทาง บกและทางน ้า โดยเก็บชัก ส่วนสินค้า เก็บส่วนผลประโยชน์ ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น การท านา ท าไร่ ท าสวน รายได้จากสิ่งของ ที่ราษฎรน ามาให้กับทางราชการ แทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ค่าธรรมเนียมที่ทาง ราชการเก็บจากราษฎร
พัฒนาการด้านสังคม ความเป็นมาของสังคมศักดินาสมัยอยุธยา เป็นเครื่องก าหนดสิทธิและหน้าที่ของบุคคลในสังคม เพื่อจ าแนกให้เห็นถึงความแตกต่างในเรื่องสิทธิและหน้าที่ ของบุคคลตามศักดินา เช่น ผู้มีศักดินา 400 ขึ้นไปมีสิทธิเข้าเฝ้าได้ แต่ต ่ากว่า 400 ไม่มีสิทธิเข้าเฝ้า ความหมายศักดินา ประโยชน์ของศักดินา ก าหนดให้บุคคลสังคมไทย มีศักดินาที่แตกต่างกันไปตาม ฐานะอ านาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ยกเว้นพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นเจ้าของศักดินาทั้งปวง การควบคุมบังคับบัญชาผู้คนตามล าดับชั้น และมอบหมายให้คนมีหน้าที่รับผิดชอบตามที่ก าหนดเอาไว้ และ เมื่อบุคคลท าผิดต่อกันก็สามารถใช้เป็นหลักในการปรับไหมได้ 1 2
พัฒนาการด้านสังคม ลักษณะโครงสร้างสังคมไทยสมัยอยุธยา ทาส ไพร่ ขุนนาง พระบรมวงศานุวงศ์ พระมหากษัตริย์ พระประมุขของราชอาณาจักร ให้เป็นสมมติเทพ และทรงเป็นธรรมราชา เครือญาติของกษัตริย์ มีศักดินาแตกต่างกันไปตามฐานะ บุคคลที่รับราชการแผ่นดินมีทั้งศักดินา ยศ ราชทินนาม และต าแหน่ง ราษฎรที่ถูกเกณฑ์แรงงานให้กับทางราชการ ต้องสังกัดมูลนาย บุคคลที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในแรงงานและชีวิตของตนเอง ต้องตกเป็นของนายจนกว่าจะได้ไถ่ตัว พระภิกษุสงฆ์ ท าหน้าที่ในการสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้รับการยกย่องและศรัทธาจากบุคคลทุกชนชั้น
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับสุโขทัย การใช้นโยบายการสร้างไมตรี การเผชิญหน้าทางทหาร และนโยบาย การสร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติ อยุธยาใช้การเผชิญหน้าทางทหารกับสุโขทัย มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) และสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพงั่ว) สมัยสมเด็จพระอินทราชา (เจ้านครอินทร์) ทรงแก้ไขปัญหาจลาจลที่สุโขทัย ท าให้สุโขทัยกลับมาอยู่ใต้อ านาจของอยุธยา สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงผนวกรวมสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยา
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับล้านนา การเผชิญหน้าทางทหาร ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ เป็นต้นมา อยุธยาได้รบกับล้านนา แต่ไม่ประสบความส าเร็จ หลังจากสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ล้านนาก็เริ่มแยกตัวเป็นอิสระบ้าง เป็นประเทศราชของพม่าบ้าง ของอยุธยาบ้าง สมัยสมเด็จพระชัยราชาธิราช อยุธยาได้ยึดล้านนาเป็นเมืองประเทศราช แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นเมืองประเทศราชของพม่า สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยุธยาได้ล้านนากลับมาเป็นเมืองประเทศราช
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับพม่า ส่วนใหญ่เป็นการเผชิญหน้าทางทหาร โดยเริ่มต้นในสมัยสมเด็จพระชัยราชาธิราช อยุธยาได้ช่วยเมืองเชียงกรานของมอญที่ขึ้น กับอยุธยารบกับพม่า สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท าสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า หลังสมัยนี้ไปอยุธยาว่างเว้นสงครามกับพม่า จนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมอญ เมื่ออยุธยามีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า ผู้น าอยุธยาได้ขยายอ านาจเข้าครอบครอง เมืองท่าของมอญแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า การค้า การผูกสัมพันธไมตรี และการเมือง อยุธยายังให้ที่พึ่งพิงแก่ชาวมอญ อพยพหนีภัยสงครามจากพม่าด้วย เพื่ออาศัยมอญเป็นด่านหน้าปะทะกับพม่า ก่อนจะยกทัพมาถึงอยุธยา
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมลายู ลักษณะความสัมพันธ์ การค้า การเผชิญหน้าทางทหาร และการผูกสัมพันธไมตรี สมัยอยุธยาตอนต้น ส่งกองทัพไปรบกับมะละกา เป็นศูนย์กลางการค้าบริเวณคาบสมุทรมลายู นอกจากเป็นเมืองขึ้นแล้ว ยังได้หัวเมืองรายทาง เช่น ปัตตานี ไทรบุรี ความสัมพันธ์กับญวน อยุธยาตอนปลาย มีความสัมพันธ์จะเป็นการเผชิญหน้าทางทหาร เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือเขมร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เกิดเหตุการณ์แตกแยกภายในราชวงศ์เขมรระหว่างพระ ธรรมราชากับนักแก้วฟ้าจอกท าสงครามกัน อยุธยาและ ญวนต่างสนับสนุนแต่ละฝ่าย ความขัดแย้งภายใน ท าให้ ไทยกับญวนต้องท าสงครามกัน อยุธยาชนะและได้เขมรมา อยู่ใต้อ านาจ ไม่นานญวนก็เข้าไปมีอิทธิพลเหนือเขมรอีก อยุธยาจึงต้องยกทัพไปตีเขมรกลับมา
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับล้านช้าง สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) ไทยมีความสัมพันธ์อันดี กับพระเจ้าฟ้างุ้มแห่งล้านช้าง ส่วนใหญ่เป็นการผูกสัมพันธไมตรี สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ไทยกับล้านช้างมีความสนิทแนบแน่นมากขึ้น เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้างแต่งตั้งทูตมา กราบทูลขอพระเทพกษัตรีไปเป็นพระอัครมเหสี แต่ถูกพระเจ้าบุเรงนองส่งทหารมาชิงตัวไป จนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ท าให้ความสัมพันธ์ลดน้อยลงไป
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับเขมร สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) โปรดให้พระราเมศวรและขุนหลวงพงั่วยกทัพไปตีเขมร ท าให้อยุธยาได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมเขมรด้วย มีทั้งการเผชิญหน้าทางทหาร การเมือง และวัฒนธรรม สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ยึดราชธานีเขมรที่นครธมและแต่งตั้งพระนครอินทร์ พระราชโอรสไปปกครองเขมร ต่อมาถูกลอบปลงพระชนม์ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ยกทัพไปตีเขมร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เขมรได้ถือโอกาสที่ไทยติดพันสงครามกับพม่า ยกทัพมาตีไทย สมเด็จพระนเรศมหาราช ยกทัพไปตีเมืองละแวก ราชธานีเขมรขณะนั้นได้ และหลังจากสมัยนี้ เขมรเริ่มตั้งตัวเป็นอิสระและใน ตอนปลายสมัยอยุธยา เขมรได้อ่อนน้อมต่ออยุธยาบ้าง ญวนบ้าง จนกระทั่งเสียกรุงเขมรจึงเป็นอิสระ
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย ความสัมพันธ์กับจีน กษัตริย์สมัยอยุธยาที่ทรงขึ้นครองราชย์ จะแต่งตั้งคณะทูตน าเครื่องราชบรรณาการไปยังจีน เพื่อให้จีนรับรองเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า และเพื่อความชอบธรรมในการเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นแบบรัฐบรรณาการ มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองและการค้า ช่วงอยุธยามีปัญหาการเมืองภายใน หรือท าสงครามกับภายนอก ความสัมพันธ์จะหยุดชะงักชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์สงบ การติดต่อก็เริ่มต้นขึ้นอีก
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย ความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ อยุธยามีการติดต่อกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่เป็นการค้าและการเมือง แม้ว่าต่อมาอยุธยาจะส่งทูตไปเจรจา สัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นไม่ยอมรับ อาจเป็นเพราะเหตุการณ์ ที่ทรงปราบปรามญี่ปุ่น และญี่ปุ่นด าเนินนโยบายปิดประเทศ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้มีการปราบปรามชาวญี่ปุ่นบางคนที่คิด ก่อการร้าย ท าให้ชาวญี่ปุ่นจ านวนมาก พากันอพยพออกจากอยุธยา
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย ความสัมพันธ์กับเปอร์เซีย ความสัมพันธ์จะเป็นด้านการค้า โดยสันนิษฐานว่าอยุธยาเริ่ม มีความสัมพันธ์กับเปอร์เซีย (อิหร่าน) ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เปอร์เซียส่งทูตมาเข้าเฝ้า หลังจากนั้นไม่ปรากฏหลักฐานถึงการเดินทาง เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างอยุธยาและเปอร์เซียอีก สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พ่อค้าเปอร์เซียชื่อ เฉกอะหมัด ได้รับราชการจนมีความดีความชอบ ได้เป็นเจ้ากรมท่าขวา
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก ความสัมพันธ์กับโปรตุเกส ทั้งการค้า การเมือง และวัฒนธรรม ซื้อปืนและจ้างทหาร มาเป็นทหารอาสา รวมถึงรับวัฒนธรรม การท าขนมหวานจากโปรตุเกส ที่มาของขนมหวานไทยในปัจจุบัน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เป็นต้น สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 โปรตุเกสยึดมะละกา แต่มะละกาเป็นประเทศ ราชของอยุธยา โปรตุเกสจึงส่งทูตมาเจรจา และท าสนธิสัญญาระหว่างกัน
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก ความสัมพันธ์กับฮอลันดา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฮอลันดาส่งคณะทูตมาเจรจา และขอตั้งสถานีการค้าที่ปัตตานี สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ฮอลันดาส่งเรือรบปิดท่าเรือตะนาวศรี อยุธยาจึงตัดสิทธิพิเศษทางการค้า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม อยุธยากับฮอลันดา ได้ท าสนธิสัญญา การค้าระหว่างกัน สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เกิดความขัดแย้งกับฮอลันดา จนต้อง ดึงฝรั่งเศสเข้ามาถ่วงดุลอ านาจ ท าให้ฮอลันดาลดปริมาณการค้าและถอนตัว ออกจากอยุธยาในที่สุด
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก ความสัมพันธ์กับอังกฤษ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม อนุญาตให้อังกฤษเข้ามาตั้งสถานีการค้า ที่กรุงศรีอยุธยาได้ แต่ถูกฮอลันดาขัดขวาง จนต้องปิดกิจการ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อดึงอังกฤษมาถ่วงดุลอ านาจกับฮอลันดา แต่อังกฤษไม่ประสบความส าเร็จในการแข่งขันกับฮอลันดา จนเมื่อเรือค้าขายของอังกฤษถูกปล้นสะดมในน่านน ้าเมืองมะริด จนต้อง สู้รบกับอยุธยา ท าให้ความสัมพันธ์ห่างเหินกันไป
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต้องการให้ฝรั่งเศสมาถ่วงดุลอ านาจกับฮอลันดา จนกระทั่งฝรั่งเศส เข้ามาตั้งสถานีการค้า และภายหลังส่งคณะทูตเดินทางมาอยุธยา เป็นครั้งแรกเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี และอยุธยาก็ส่งคณะทูตไป ฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดี ภายหลังฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพล ด้านการเมืองและการทหาร จนต้องมีการขับไล่ฝรั่งเศสออกไป
พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก ความสัมพันธ์กับสเปน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ข้าหลวงใหญ่ของสเปนที่เมืองมะนิลา ได้ส่งทูตมาเชื่อมสัมพันธไมตรีและเจรจาทาง การค้ากับอยุธยา สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ผู้ส าเร็จราชการสเปนที่เมืองมะนิลา ส่งทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีและขออนุญาต ตั้งสถานีการค้าขึ้นใหม่ แม้การเจรจาจะประสบ ความส าเร็จ แต่ปริมาณการค้าก็ไม่ได้ขยายตัว สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือสินค้าสเปนเดินทางจากเมืองมะนิลา เข้ามาค้าขายที่กรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มาก
การเสื่อมอ านาจของอาณาจักรอยุธยา การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 และการกู้เอกราช การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 เกิดขึ้นเพราะความแตกสามัคคีภายในกรุงศรีอยุธยา พระยาจักรีเป็นไส้ศึก การกู้เอกราช พ.ศ. 2127 เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เมื่อสมเด็จพระนเรศวร เป็นพระราชโอรสทรงประกาศอิสรภาพ จากพม่าที่เมืองแครง สมเด็จพระนเรศวร ประกาศอิสรภาพจากพม่า โดยหลั่งทักษิโณทกให้ตกเหนือแผ่นดิน
การเสื่อมอ านาจของอาณาจักรอยุธยา การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และการกู้เอกราช การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 พระยาตาก (สิน) ได้น าไพร่พลฝ่าวงล้อมพม่า ไปตั้งมั่นที่เมืองจันทบุรี ได้น าไพร่พลตีหัวเมืองรายทาง ไล่มาจนถึงเมืองธนบุรีที่พม่าคุมอยู่ และตามตีไปถึงค่ายโพธิ์สามต้น ซึ่งเป็นทัพพม่าที่รักษาอยุธยาอยู่จนแตก การกู้เอกราช พ.ศ. 2310 การขาดประสบการณ์ ในการท าสงครามขนาดใหญ่ของฝ่ายอยุธยา การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การรบของพม่า ด้วยการยกมาตีอยุธยาทั้งทางเหนือและทางใต้ โดยกวาดต้อนผู้คน เสบียงอาหาร เข้าล้อมเมืองทั้งฤดูแล้งและฤดูน ้าหลาก
ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา ความหมาย ความรู้ ความสามารถที่ได้จากประสบการณ์ ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัวและการด ารงชีวิตใน สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทางสังคมและวัฒนธรรมที่ได้มีการพัฒนา สืบสานกันมา ภูมิปัญญา ระบบความเชื่อ ระบบคุณค่า และวิถีชีวิตทั้งหมด ดังนั้น ภูมิปัญญาทั้งหลายจึงได้รับการสั่งสม อยู่ในวัฒนธรรม วัฒนธรรม
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา มีสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะต่อการเพาะปลูก และค้าขายจึงส่งเสริมให้มีการคิดค้นภูมิปัญญา ส าหรับการประกอบอาชีพ ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เป็นสังคมศักดินามีการนับถือพระพุทธศาสนา และใช้กุศโลบายทางศาสนาเป็นเครื่องมือ ในการอบรมสั่งสอนผู้คน ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม การติดต่อค้าขายกับต่างชาติ ท าให้เกิดการเรียนรู้จากชาติต่าง ๆ แล้วน ามาปรับใช้ให้เข้ากับคนไทย การรับอิทธิพลจากภายนอก
ตัวอย่างการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา มีความเชื่อว่าการปกครองบ้านเมืองต้องมีพระมหากษัตริย์เป็น ผู้มีอ านาจสูงสุดในการปกครองบ้านเมืองนับตั้งแต่การสถาปนากรุงศรี อยุธยาเป็นราชธานีเป็นต้นมา อันเป็นผลมาจากการรับเอาคติความเชื่อ ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ การสร้างรูปแบบการปกครอง ให้เหมาะสมกับคนไทย 1 ระบบการควบคุมก าลังคนในสมัยอยุธยาท าให้กลุ่มคนไทย สามารถอยู่รวมกันได้เป็นกลุ่มก้อน ไม่กระจัดกระจายกันออกไป และสะดวกต่อการเกณฑ์ไพร่พลไปท าสงคราม การวางระบบการควบคุมก าลังคน 2
ตัวอย่างการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา เรือนขุนนาง (เรือนเครื่องสับ) เป็นเรือนชั้นเดียว ใต้ถุนสูง สร้างด้วยวัสดุ ที่แข็งแรงทนทาน เรือนไพร่ (เรือนเครื่องผูก) เป็นเรือนชั้นเดียว ใต้ถุนเตี้ย สร้างด้วยวัสดุไม่คงทนถาวร การสร้างที่อยู่อาศัย มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบเป็นสัดส่วน มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการบ าบัด รักษาคนไข้แตกต่างกัน เช่น โรงพระโอสถ เป็นหน่วยงานดูแลยาสมุนไพร จ าแนกหมวดหมู่ยา ควบคุมมาตรฐานและผลิตยา ต าราแพทย์หลวง การบ าบัดรักษาคนไข้ 3 4
ตัวอย่างการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา มีการใช้วรรณกรรมของพระพุทธศาสนามาสอนคน ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ เช่น หนังสือพระมาลัยค าหลวง ซึ่งนิพนธ์โดยเจ้าฟ้าธรรมธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) การปลูกฝังศีลธรรมให้กับสังคม ด้านศิลปกรรม 6 ด้านศิลปกรรม ด้านประติมากรรม ด้านจิตรกรรม ด้านประณีตศิลป์ 5
ตัวอย่างการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยา 6 การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางสังคม ชุมชนชาวจีน ชุมชนชาวญี่ปุ่น ชุมชนชาวโปรตุเกส ชุมชนชาวฝรั่งเศส ชุมชนชาวชาวแขก