เร่อี ง มารยาทในการใหส้ ลาม
จรรยามารยาท หมายถึง การนาส่ิงทนี่ ่ายกย่องสรรเสริญมาปฏบิ ตั ิ ท้งั ในด้านวาจา การกระทา และมารยาททด่ี ีงาม
อสิ ลามเป็ นศาสนาทสี่ มบูรณ์ จดั ระบอบการดาเนินชีวติ ของมนุษย์ในทุกสภาวการณ์ กาชับให้ปฏบิ ัติในสิ่งทเี่ ป็ น
ประโยชน์ และห้ามปรามจากส่ิงทเ่ี กดิ โทษ และได้กาหนดมารยาทต่างๆ ต่อตนเองและต่อผู้อนื่ มารยาทยาม
รับประทานอาหารและดื่ม มารยาทยามนอนและตื่น มารยาทยามอยู่ในพนื้ ทแี่ ละเดินทาง และมารยาทในทุก
อริ ิยาบทของชีวติ ประจาวนั
อัลลอฮไฺ ด้ตรัสว่า :
ความประเสริฐของการให้สลาม
• 1. จากอบั ดลุ ลอฮฺ บนิ อมั ร์ เราะฎยิ ลั ลอฮฺ อนั ฮุ กล่าวว่า :
• » َو َت ْق َرأُ ال َّسلاَ َم َع َلى َم ْن َع َر ْف َت َو َم ْن لَ ْم َت ْع ِر ْف، « ُت ْط ِع ُم ال َّط َعا َم: َقا َل، أَ ُّى الإِ ْسلاَ ِم َخ ْي ٌر؟: أَ َّن َر ُجلاً َسأَ َل ال َّن ِب َّى صلى الله عليه وسلم
• ความว่า มีชายผ้หู นง่ึ ได้ถามทา่ นนบี ศ็อลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ว่า (บทบญั ญตั ขิ อง)อสิ ลามข้อไหนดีที่สดุ ? ท่านรอซลู ศ็อลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ตอบ
วา่ ค“ือการท่ีท่านให้อาหารแก่ผ้อู ่ืน และการท่ีทา่ นให้สลามแก่ผ้ทู ่ีท่านรู้จกั และผ้ทู ี่ท่านไมร่ ู้จกั ”(บนั ทกึ โดย อลั -บคุ อรีย์ : 12 สานวนรายงานเป็นของทา่ น, มสุ ลมิ :
39
วธิ ีการให้สลาม
• 1. อลั ลอฮฺได้ตรัสวา่ :
• ความว่า แ“ละเม่ือพวกเจ้าได้รับการอวยพรด้วยคาอวยพรหน่ึง พวกเจ้ากจ็ งกล่าวตอบ (แก่ผู้ท่ี
อวยพร)ด้วยคาอวยพรท่ดี ีกว่านัน้ หรือด้วยคาเช่นเดยี วกัน แท้จริง อัลลอฮนฺ ัน้ เป็ นผู้ทรง
คานวณนับในทุกส่งิ ”(อัน-นิสาอ์ : 86)
ความประเสริฐของผู้ทเ่ี ร่ิมให้สลามก่อน
• 1. มรี ายงานจากอบู อัยยูบ อัล-อันศอรีย์ ศอ็ ลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ว่าท่านรอซลู ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ
วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
• « ُ َو َخ ْي ُر ُه َما ا ذل ِذ َي ْْ ََأ،لاَ َي ِحلُّ لِ ُم ْسلِ ٍم أَ ْن َي ْه ُج َر أَ َخاهُ َف ْو َق َثلاَ ِث َل َيا ٍل َي ْل َتقِ َيا ِن َف ُي ْع ِر ُض َه َذا َو ُي ْع ِر ُض َه َذا
.»ِْال ذسلاَ ِم
• ความว่า “ไม่อนุมตั ใิ ห้มุสลิมตดั สัมพนั ธ์กบั พ่นี ้องของเขาเกนิ กว่าสามคนื ซ่งึ สองคนนัน้ เจอกันแล้วต่างคนต่าง
หนีหน้า และผู้ท่ปี ระเสริฐกว่าในสองคนนัน้ คอื ผู้ท่เี ร่ิมให้สลามก่อน”(บนั ทกึ โดย อัล-บคุ อรีย์ : 6077, มุสลิม :
2560 สานวนนีเ้ ป็ นของท่าน)
ผู้ทส่ี มควรเริ่มให้สลามก่อน
• 1. มีรายงานจากอบู ฮรุ ็อยเราะฮฺ เราะฎิยลั ลอฮฺ อนั ฮุ ว่าท่านนบี ศ็อลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ได้กล่าวว่า :
• «.» َوا ْل َقلِي ُل َعلَى ا ْل َك ِثي ِر، َوا ْل َما ُّر َعلَى ا ْل َقا ِع ِد،ُي َسلِّ ُم ال َّص ِغي ُر َعلَى ا ْل َك ِبي ِر
• ความว่า เ“ดก็ ควรให้สลามแก่ผ้ใู หญ่ คนเดินผา่ น(ควรให้สลาม)แก่คนท่ีนงั่ อยู่ และกลมุ่ คนท่ีน้อยกวา่ (ควรให้สลาม)แก่กล่มุ คนท่ีมากกวา่ ”(บนั ทกึ โดย อลั -บคุ อ
รีย์ : 6231, มสุ ลิม : 2160)
การให้สลามแก่สตรีและเดก็
• 1. จากอัสมาอ์ บนิ ตุ ยะซีด เราะฎยิ ลั ลอฮฺ อันฮา กล่าวว่า :
• .َم ذر َعلَ ْي َنا ال ذنِْ ُّى صلى الله عليه وسلم فِى نِ ْس َو ٍة َف َسلذ َم َع َل ْي َنا
• ความว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ผ่านหน้าพวกเราในหมู่สตรีกลุ่มหน่ึง แล้ว
ท่านกใ็ ห้สลามแก่พวกเรา (เป็ นหะดีษ เศาะฮีหฺ บนั ทกึ โดย อบู ดาวูด : 5204 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน
อบี ดาวูด : 4336, อบิ นุ มาญะฮฺ : 3701 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบิ นิ มาญะฮฺ : 2986)
การให้สลามของสตรีแก่บุรุษเมอ่ื ปลอดจากฟิ ตนะฮฺ
• จากอมุ มฮุ านิ บินตุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยลั ลอฮฺ อนั ฮา กลา่ ววา่ :
• :ل. ِن اَفْبٍئَقَنا ُت» َُه. ًبىاَو َِبف َأطاُاِّملِِط ََمهٍباُة، أَُف ُّمَو ََهجاْدِن ُت ُهٍئ َيِب ْْنغ«َت َُمتِس ْرأَ ُلِبَح، ْتأَ َِنحا: َفَعقُاْل َم ُتا ْل َف.صَفلَقاى َلالله« َم ْعنلي َهه ِذ ِهو»سل؟م،ى َف ََسرلَّ ُْمسو ُت ِل اَعللََّلْيِه ِه،ََذ ََته ْب ْس ُتُت ُرإِهُل
• ความวา่ ฉนั ได้ไปหาทา่ นรอซลู ศอ็ ลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ในปี อลั -ฟัตหฺ(ปี แหง่ การเปิ ดเมืองมกั
กะฮฺ) ซงึ่ ฉนั พบวา่ ทา่ นกาลงั อาบนา้ อยู่ โดยมีฟาฏิมะฮฺ บตุ รสาวของทา่ นกาลงั กนั้ ฉากให้ทา่ น ฉนั เลยให้
สลามแกท่ า่ น และทา่ นถามวา่ “ใครกนั น่ี ?”ฉนั ตอบวา่ “ฉนั คืออมุ มุ ฮานิอ์ บนิ ตุ อบีฏอลิบ”ทา่ นจงึ กลา่ ว
วา่ “ยนิ ดีต้อนรับ อมุ มุ ฮานิอ์”(บนั ทกึ โดย อลั -บคุ อรีย์ : 6158 สานวนเป็นของทา่ น, มสุ ลมิ : 336)
การให้สลามขณะเข้าบ้าน
• อลั ลอฮฺได้ตรัสวา่ :
• ความวา่ “ดงั นนั้ เม่ือพวกเจ้าจะเข้าในบ้านหลงั ใดกต็ าม พวกเจ้าก็จงให้สลามแกพ่ วกท่านเอง(หมายถงึ
ให้สลามแก่ผ้อู ยใู่ นบ้านท่ีเป็นมสุ ลมิ ซงึ่ เปรียบเสมือนเรือนร่างเดียวกนั กบั ทา่ น) เพื่อเป็นการอวยพรอนั
จาเริญพนู สขุ จากอลั ลอฮฺ”(อนั -นรู : 61)
ไม่ให้สลามแก่ชาวซิมมีย์(ผไู้ ม่ใช่มุสลิมที่อยใู่ นชุมชนมุสลิม)
• 1. มีรายงานจากอบู ฮรุ ็อยเราะฮฺ เราะฎยิ ลั ลอฮฺ อนั ฮุ วา่ ทา่ นรอซลู ศอ็ ลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ได้
กลา่ ววา่ :
• «»...لاَ َت ْب َد ُءوا ا ْل َي ُهو َد َولاَ ال َّن َصا َرى ِبال َّسلاَ ِم
• ความวา่ “พวกทา่ นจงอยา่ เริ่มให้สลามแกช่ าวยะฮดู และนศั รอนีย์ก่อน ...”(มสุ ลมิ : 2167)
ผู้ใดผ่านกลุ่มคนทม่ี ีท้งั มุสลมิ และกาเฟรกจ็ งให้สลามโดยมุ่งเจตนาต่อคนมุสลมิ
• มีรายงานจากอสุ ามะฮฺ บนิ ซยั ด์ เราะฎิยลั ลอฮฺ อนั ฮมุ า วา่ :
• ى.َمعلَّريهِب َمو ْجلِسلمٍس ُث ِفَّميالَِهَّلو ِهَقأَ َْوخَفَقلاَََفر َأَن ٌط َز َعِمََلل ْيَنَفِه َداُم ْل َعاُم ْال ْقُ ُسهلِْْرم ِآميإَِ َلن َن َح َّتى: وفيه... ُع َبا َد َة َس ْع َد ْب َن أََو َّان ْل اُمل َّنْش ِب ِرَّى ِكي َنصل َعىَب َدالِةلهالأَعْلويَثاه ِنو َوسال ْلمَي ُهعوا ِدَد
ال َّن ِب ُّى صلى الله َعلَ ْي ِه ُم َف َسلَّ َم...
• ความวา่ ท่านนบี ศอ็ ลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ได้ไปเยี่ยมสะอดั บิน อบุ าดะฮฺ (ในระหวา่ งทาง) ท่านได้ผ่านกลมุ่ คนที่
ปะปนกนั ซง่ึ มีทงั้ คนมสุ ลมิ คนมชุ ริกผ้กู ราบไหว้รูบปัน้ และคนยะฮดู ... ท่านจงึ ให้สลามแก่พวกเขา แล้วทา่ นก็หยดุ ลงพกั
ซงึ่ ท่านได้เรียกร้องพวกเขาส่อู ลั ลอฮฺ และอา่ นอลั กรุ อานให้พวกเขาฟัง (บนั ทกึ โดย อลั -บคุ อรีย์ : 5663, มสุ ลิม : 1798
สานวนเป็นของทา่ น)
การให้สลามในตอนเข้า-ออก
• 1. จากอบู ฮรุ ็อยเราะฮฺ เราะฎยิ ลั ลอฮฺ อนั ฮุ กลา่ วว่า :
• َف َل ْي َس ِت الأُولَى ِبأَ َح َّق، َفإِ َذا أَ َرا َد أَ ْن َيقُو َم َف ْل ُي َسلِّ ْم، «إِ َذا ا ْن َت َهى أَ َح ُد ُك ْم إِلَى ا ْل َم ْجلِ ِس َف ْل ُي َسلِّ ْم: َقا َل َر ُسو ُل ال َّل ِه صلى الله عليه وسلم
.»ِم َن الآ ِخ َر ِة
• ความวา่ ทา่ นรอซูล ศ็อลลลั ลอฮฺ อะลยั ฮิ วะสลั ลมั ได้กลา่ วว่า “เมอ่ื ผ้ใู ดไปถึงยงั ที่ชมุ นมุ ก็จงให้สลาม และเมอื่ ต้องการจะปลีกตวั ออกมาก็จงให้
สลามเชน่ กนั เพราะไมใ่ ช่ว่าการให้สลามครัง้ แรกนนั ้ จะมีความพิเศษ(ควรกระทา)มากกว่าการให้สลามครัง้ หลงั ”(หะดีษมีสายรายงานท่ีดี บนั ทกึ
โดย อบู ดาวดู : 5208 ดู เศาะฮีหฺ สนุ นั อบี ดาวดู : 4340, อตั -ติรมซิ ีย์ : 2706 ดู เศาะฮีหฺ สนุ นั อตั -ตริ มซิ ีย์ : 2177, อสั -สลิ สลิ ะฮฺ อศั -เศาะฮีหะฮฺ :
183)
ไม่ต้องโค้งตวั เมื่อพบกนั
• จากอะนสั บนิ มาลกิ เราะฎยิ ลั ลอฮฺ อนั ฮุ กลา่ วว่า :
• : َقا َل.»َ «لا: َقا َل،َو ُي َق ِّبلُ ُه؟ َيأْأَ َفَُخي ْلُذ َت ِِبزَي ُِمد ِهُه:َقا َأَل َف .»َ«لا :َقا َل ،لَ ُه؟ أَ َي ْن َح ِنى َص ِدي َق ُه أَ ْو ُأَ َخاه َي ْل َقى ِم َّنا ال َّر ُج ُل ،ال َّل ِه َر ُسو َل َيا :َر ُج ٌل َقا َل
.» « َن َع ْم: َقا َل،َو ُي َصا ِف ُح ُه؟
• ความวา่ ชายคนหนึ่งได้กลา่ วว่า โ“อ้ ท่านเราะสลู ลุ ลอฮฺ ! คนหนึง่ ในหมพู่ วกเราท่ีเจอกบั พ่ีน้องเขา หรือเพ่ือนของเขา เขาต้องโค้งตวั ให้เขาด้วย
หรือไม่ ?”ทา่ นตอบว่า ”ไมต่ ้อง”เขาถามตอ่ วา่ “แล้วเขาต้องโอบกอดและจมุ พิตด้วยหรือไม่ ?”ท่านตอบว่า ไ“มต่ ้อง”เขาถามตอ่ ว่า “แล้วเขาต้องจบั มอื
เขาหรือ ?”ท่านจงึ ตอบวา่ “ใช่แล้ว”(เป็นหะดีษ หะสนั บนั ทกึ โดย อตั -ติรมซิ ีย์ : 2728 สานวนนีเ้ป็ฯของท่าน ดู เศาะฮีหฺ สนุ นั อตั -ติรมซิ ีย์ : 2195,
อบิ นุ มาญะฮฺ : 3702 ดู เศาะฮีหฺ สนุ นั อิบนิ มาญะฮฺ : 2987)
กล่มุ ท่ี 7
• 1.นายอารีย์ ลาแล๊ะ
• 2.นายมะดารี มะแซ
• 3.นายฮามือเซาะ ยาบา
• 4.นายเกษม เจะแต
• 5.นายมหู ฮมั รอซดี สะอะเซ๊ง