สถานที่เท่ยี วในจงั หวัดนครศรธี รรมราช
จัดทำโดย
นางสาว นาเดีย สันเสน็
6412404001240
กลุ่มเรียน 64070.122 สาขาการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์
เสนอ
อาจารย์ ปลมื้ ใจ ไพจิตร
รายงานเล่มนีเ้ ป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคนิคการฝึกอบรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565
ก
คำนำ
รายงานเลม่ นี้เปน็ ส่วนหนึ่งของวชิ า เทคนคิ ฝึกการอบรม มีเน้ือหาเก่ียวกบั เร่ืองสถานท่ี
ทอ่ งเท่ยี วของจังหวัดนครศรธี รรมราชจัดทำขนึ้ เพือ่ ศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มาของสถานท่ีท่องเท่ียวใน
จงั หวัดเพ่อื เผยแพรใ่ หบ้ ุคคลที่สนใจจะมาท่องเท่ียวทีจ่ งั หวัดนครศรธี รรมราชได้ไปศกึ ษาค้นคว้า
เพิม่ เติมและอนุรักษ์ไว้ในภายภาคหน้า
ทง้ั นท้ี างคณะผู้จดั ทำหวังเป็นอย่างยิง่ วา่ รายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้ท่ีได้ศกึ ษาไม่มาก
ก็น้อยและทางคณะผูจ้ ัดทำขอขอบคุณผทู้ ี่มีสว่ นช่วยรายงานเล่มน้ีสำเรจ็ มา ณ โอกาสนี้
จดั ทำโดย
นางสาว นาเดีย สนั เส็น
ข
สารบญั
เนอื้ หา
คำนำ......................................................................................................................... .......... ก
สารบัญ............................................................................................................................... ข
สารบัญภาพ.................................................................................................................... .... ค
สารบัญตาราง....................................................................................................................... ง
สถานทีเ่ ท่ยี วในจังหวัดนครศรีธรรมราช............................................................................... 1
1
นครศรีธรรมราช.................................................................................................... ........... 1
ประวตั บิ า้ นครี ีวง............................................................................................................ 3
ประวตั ิเกาะนุ้ยนอก.......................................................................................................... 4
ประวัติระบายน้ำอทุ กวภิ าชประสทิ ธิ............................................................................. 6
ประวตั แิ หลมตะลุมพุก.................................................................................................. 7
ประวตั ิกำแพงเมืองเก่า....................................................................................................... 8
ประวตั ิวัดมหาธาตวุ รมหาวิหาร.......................................................................................... 10
ประวตั ิศาลหลักเมืองนคร................................................................................................... 11
ประวตั บิ ้านขุนรฐั วุฒวิ จิ ารณ.์ .............................................................................................. 12
ประวัตบิ า้ นหนังตะลุงสชุ าต.ิ ............................................................................................... 13
ประวัติหอพระอิศวร หอพระนารายณ์........................................................................... 14
ประวตั วิ ัดธาตนุ ้อย......................................................................................................... 16
ประวตั ิกุฏิทรงไทยวัดวังตะวนั ตก................................................................................... 17
ประวัตติ ลาดยอ้ นยุค..................................................................................................... 18
ประวตั ิโรงสเี ก่าปากพนัง................................................................................................ 19
ประวัตอิ ทุ ยานแหง่ ชาติหาดขนอม-หม่เู กาะทะเลใต.้ ....................................................... จ
บรรณานุกรม...................................................................................................................
ค
สารบญั ( ตาราง )
เรือ่ ง หน้า
ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตาม 20
แผนคา่ ใช้จ่ายในการทอ่ งเท่ียวครั้งน้.ี ....................................................................................
ง
สารบัญ (ภาพ )
เร่อื ง หน้า
ภาพท1่ี ประวตั บิ ้านครี ีวง................................................................................................. 2
ภาพท2่ี ประวัติเกาะนยุ้ นอก.............................................................................................. 4
ภาพท3่ี ประวตั ริ ะบายนำ้ อุทกวิภาชประสทิ ธิ.................................................................... 5
ภาพที่4 ประวตั ิแหลมตะลมุ พุก......................................................................................... 6
ภาพท่5ี ประวัติกำแพงเมืองเก่า.......................................................................................... 8
ภาพท่6ี ประวตั วิ ัดมหาธาตุวรมหาวิหาร............................................................................. 10
ภาพท7่ี ประวัติศาลหลักเมืองนคร....................................................................................... 11
ภาพท8่ี ประวัติบ้านขนุ รฐั วุฒิวจิ ารณ.์ .................................................................................. 12
ภาพท9่ี ประวัติบ้านหนังตะลุงสุชาติ.................................................................................. 13
ภาพท1่ี 0 ประวตั หิ อพระอิศวร หอพระนารายณ์............................................................... 14
ภาพที่11 ประวตั ิวัดธาตนุ ้อย............................................................................................. 16
ภาพที่12 ประวัตกิ ฏุ ิทรงไทยวัดวังตะวนั ตก....................................................................... 17
ภาพท1่ี 3 ประวัตติ ลาดย้อนยุค.......................................................................................... 18
ภาพที่14 ประวัตโิ รงสีเกา่ ปากพนัง.................................................................................... 19
ภาพท1่ี 5 ประวตั อิ ทุ ยานแห่งชาติหาดขนอม-หม่เู กาะทะเลใต.้ ......................................... 21
1
สถานทเี่ ท่ยี วในจังหวัดนครศรธี รรมราช
นครศรีธรรมราช
เป็นเมืองโบราณที่มีความสําคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และ
ศาสนามากท่ีสุดเมืองหน่ึง ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ นครศรธี รรมราชมีช่อื เสียงเป็นที่รู้จักกัน
อย่างกว้างขวาง มาไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว หลัก ฐานทางโบราณคดี และหลักฐานทางเอกสารท่ี
ปรากฏในขณะนี้ยืนยันได้ ว่านครศรีธรรมราช มีกําเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เป็นอย่างน้อย
จากประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนครศรีธรรมราช สามารถประมวลได้ว่า "นครศรีธรรมราช"ได้
ปรากฏชือ่ ในท่ีต่าง ๆ หลายช่ือตามความรูค้ วามเขา้ ใจทีส่ ืบทอด กันมา และสําเนียงภาษาของชนชาติ
ต่าง ๆ ที่เคยเดินทางผ่าน ในระยะเวลาที่ต่างกันเช่น ตามพลิงคม ตามพรลิงค์ มัทธาลิงคม ตามพลิง
เกศวร โฮลิง โพลิง เชยี ะโทว้ โลแคก็ (Locae) สิรธิ รรมนคร ศรธี รรมราช ลิกอร์ (Ligor) ละคร คิวตู
ตอน สวุ รรณปรุ ะ ปาฏลบี ตุ ร (Pataliputra) และเมือง นคร เป็นตน้
คำว่า"นครศรีธรรมราช" น่าจะมาจากสร้อยพระนามของปฐมกษัตริย์ ผู้ครอง นครศรีธรรมราช
คือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช คํานี้ แปลความได้ว่า "นครอันงานสง่าแห่ง พระราชาผู้ทรงธรรม" และ
ธรรมของราชา แห่งนครนกี้ ค็ อื ธรรมแหง่ พระพุทธศาสนา
ประวัติหมบู่ ้านครี วี ง
ตั้งอยู่ที่อำเภอกำโลนและลานสกา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวงเป็นหนึ่งใน
สถานท่ีทอ่ งเทีย่ วยอดนิยมของภาคใตป้ ระเทศไทย ไปกับคีรีวงทวั ร์ คน้ พบสวรรคแ์ ห่งทอ้ งถิ่นซึ่งคุณจะ
ไดช้ ื่นชมกบั ความงามของธรรมชาตทิ ่ไี มเ่ คยสัมผัสมาก่อน ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแสนอร่อย และดื่ม
ดำ่ กบั วฒั นธรรมหลาหลาย นอกจากความของธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมา
ยาวนานแลว้ ชาวบ้านครี ีวงยังภาคภูมใิ จกับชีวติ ท่เี งียบง่ายสงบสุขของพวกเขา
วิถีชีวติ ในชมุ ชน
วิถีชีวิตในชุมชน คือความสุขและความสามัคคี สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่ชาวบ้านอยู่ร่วมกันกบั
ธรรมชาติ เริ่มต้นเที่ยวกับคีรีวง ทัวร์ คุณจะสังเกตเห็นภูเขาใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าเขียวชอุ่มที่ส่วน
ใหญ่ไม่มใี ครแตะต้อง ความจริง น่ีเปน็ ทม่ี าของช่ือ “คีรวี ง” ซึ่งหมายความว่า “ลอ้ มรอบไปด้วยภูเขา”
ชาวบ้านมีความเคารพต่อภูเขาที่อยู่ใกล้ ๆ หมู่บ้านอย่างมาก เพื่อเป็นการขอบคุณต่อความอุดม
2
สมบูรณ์ของขวัญจากธรรมชาติ ทุกอย่างในหมู่บ้านมีความสำคัญต่อชาวบ้าน การดำรงชีพหลักใน
หมู่บ้านคีรีวงคือการปลูกผลไม้ในไร่สวนผสม เรียกว่า “สวนสมรม” พวกเขาปลูกผลไม้มากมายเช่น
มงั คุด เงาะ ทุเรยี น และลำไยท่เี อาไว้ใชท้ ำหลาย ๆ อยา่ ง
ผลิตภัณฑท์ ้องถิน่
จากผลติ ภัณฑ์สดใหม่เหล่าน้ี ชาวบา้ นคีรวี งไดน้ ำไปทำอาหารแสนอร่อยและเคร่ืองดื่มสดชื่น
นอกจากนพี้ วกเขายังนำผลไมเ้ หล่านั้นมาทำอาหารและงานฝมี ือ ช่างฝมี อื ของคีรวี งผลิตสบ่แู ละอาหาร
เสรมิ ออร์แกนนกิ จากมงั คดุ พวกเขายงั ใชป้ ระโยชนจ์ ากวสั ดธุ รรมชาติในการนำมาย้อมผ้าดว้ ยให้ได้สีท่ี
สวยงาม เพราะเหตุน้ี ชาวบ้านได้เรยี นรทู้ จี่ ะทำตามรปู แบบชมุ ชนในการจดั การธุรกิจการทอ่ งเที่ยวเชิง
นิเวศ พวกเขาให้การต้อนรับที่อบอุ่นทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งแบ่งปั่น
วัฒนธรรมและวิถีชีวติ ของหมูบ่ า้ นคีรีวงด้วย สูดลมหายใจเอาอากาศที่สะอาดและสดชื่นเข้าปอดของ
ประเทศไทยเมื่อคุณไปท่องเที่ยวกับ คีรีวง ทัวร์ พร้อมทั้งเพื่อนและครอบครัวของคุณ ทักทายกับคน
ในท้องถน่ิ ในขณะทคี่ ุณผจญภยั กับกิจกรรมตา่ ง ๆ เชน่ เดินปา่ ปัน่ จกั รยาน กจิ กรรมทางน้ำ และอนื่
ภาพท่ี 1 หมบู่ ้านครี วี ง
3
ประวัติเกาะนยุ้ นอก
เกาะนุ้ยนอก เกาะเล็กกลางทะเลในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่มีสิ่งท่ี
มหัศจรรย์บนเกาะ ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ Unseen เนื่องจากบนเกาะนี้มีบ่อน้ำจืดที่มี
รูปร่างคล้ายกับรอยเท้าขนาดกว้างประมาณ 30 นิ้ว สามารถมองเห็นได้ในตอนที่น้ำทะเลลดลง ถ้า
เป็นช่วงท่ีน้ำขน้ึ บอ่ นำ้ น้ีก็จะถกู น้ำทะเลทว่ มหมดเชอื่ กนั วา่ พื้นทีแ่ หง่ นีค้ ือบริเวณทเ่ี กิดตำนาน “หลวง
ปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด”ตามความเชื่อหรือเรื่องเล่านั้น เชื่อว่าบ่อน้ำนี้เกิดจากรอยเท้าของหลวงปู่
ทวด ที่เชื่อว่าสามารถเหยียบน้ำทะเลจืดได้โดยหลวงปู่ทวด ได้เดินทางไปกับเรือจากสงขลา ไปยังกรุง
ศรีอยุธยา ระหวา่ งทางเกิดพายุและทำใหเ้ รือขาดแคลนน้ำจืดหลวงพ่อทวดจึงได้เหยยี บน้ำ กลางทะเล
ทำให้น้ำทะเลบรเิ วณน้ีกลายเปน็ แอ่งนำ้ จดื กลางทะเลขึน้ เพื่อใหล้ กู เรือไดด้ ื่ม
ตามหลกั วิทยาศาสตร์
นกั ธรณวี ิทยาอธบิ ายว่า "บอ่ น้ำจดื " แห่งนี้ เป็นช่องเปดิ ท่ีต่อเนื่องกับรอยแตกในช้ันหินใต้ผิว
โลก และรอยแตกนั้นเชื่อมตอ่ กับสายน้ำใต้ดินหรือสายน้ำบาดาล ที่ซึมลงใต้ดิน จากพื้นแผน่ ดินบนฝ่ัง
เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำลง น้ำจืดข้างล่างก็ดันน้ำเค็มออกหมดกลายเป็นบ่อน้ำจืดที่อยู่กลางทะเล
นำ้ เค็ม บนยอดเขาของเกาะนยุ้ จึงมหี ลวงปู่ทวดประดิษฐานอยู่ด้วย เมื่อมาถงึ เกาะนยุ้ นอก มที างบันได
เดินขึ้นไปก็สะดวกเพื่อไปไหว้หลวงปู่ทวด ข้างบนมีจุดชมวิว สามารถมองเห็นเกาะสลับซับซ้อน
บริเวณรอบๆ หากไปช่วงที่น้ำลงสามารถเดินข้ามไปมาระหว่างเกาะได้อย่างสบาย บนเกาะยังมี
ห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย นอกจากจะได้ชมกราบไหว้หลวงปู่ทวดบนเกาะนุ้ยนอกแล้ว
นกั ท่องเทยี่ วยังสามารถลอ่ งเรือชมโลมาสชี มพู และชมเขาหินพบั ผา้ ซึ่ง
ปรากฎการณ์ทางธรณวี ทิ ยา
ท่ีเหน็ ได้บนเขาหนิ และเกาะบางเกาะในทะเลขนอม บรเิ วณเกาะถ้ำหรอื เกาะท่าไร่ ลักษณะที่
เห็นจะเหมือนเป็น แผ่นหินที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้น ๆสูงขึ้นไป ด้านบนมีต้นไม้ขึ้นปกคลุม
หลากหลายชนิด บางชนิดก็ดูแปลกตาออกไป ที่เกาะถ้ำมีเวทีพุ่มพวง เป็นฉายาของแท่นหินที่ซ้อน
เป็นชั้นขนาดใหญ่สลับชั้นหินปูนและหินดาน มีทางขึ้นลงธรรมชาติคล้ายเวทีคอนเสิร์ต เขาหินพับผ้า
เกดิ จาก กระบวนการหินตะกอนท่ีมกี ารตกตะกอนของหินที่มสี ว่ นประกอบและความแขง็ ต่างกัน เป็น
ช้นั ๆ ในทอ้ ง
4
ภาพท่2ี เกาะนยุ้ นอก ขนอม
ประวตั ิระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ
ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ตั้งอยู่ในบ้านบางปี้ อำเภอปากพนัง จังหวัด
นครศรีธรรมราช เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือบรรเทา ความทุกข์ยาก
เดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง
น้ำเค็ม และปัญหา ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการยกระดับและพัฒนา
คุณภาพชวี ติ ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างครบวงจร และดว้ ยทศั นยี ภาพโดยรอบท่ีงดงาม เพราะตั้งอยู่
ท่ามกลางแมน่ ำ้ ปากพนัง มสี ะพานข้ามฝัง่ แมน่ ้ำเพื่อใหค้ นในพ้นื ที่ไดส้ ัญจรข้ามไปมา ยังอกี ฝัง่ และได้
จัดทำเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นเหมาะสำหรับมาพักผ่อนชมวิว หากมองไปยังริมแม่น้ำสามารถ
มองเห็นสัญลักษณ์ ปล่องไฟสูงของโรงสีข้าวเก่าแกjสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ทางอำเภอปากพนังอนุรักษ์ไว้
ประตรู ะบายนำ้ อุทกวภิ าชประสิทธิ จึงกลายเป็น สถานทท่ี ่องเท่ียวไฮไลท์ ที่น่าสนใจอีกแห่ง หน่ึงของ
อำเภอปากพนัง "อทุ กวภิ าชประสทิ ธ"ิ
นามพระราชทานทีเ่ ปน็ มงคลยิง่
มีความหมายถึง ความสามารถ แบ่งแยก น้ำจืด น้ำเค็ม ได้สำเร็จ นั่นคือ มีการบริหาร
จัดการ อย่างสมดุล ปิดกั้นน้ำเค็มไม่ให้รุกเข้าไปในลำน้ำ กักเก็บน้ำจืดไว้ใช้ดำรงชีพซึ่งจะเป็นบท
5
เริ่มต้นในการพัฒนา คณุ ภาพชวี ติ ของผู้คน และเออ้ื อำนวยให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำปาก
พนงั เปน็ ไปอย่างย่ังยืน ซ่ึงประตรู ะบายน้ำอนั เปน็ ปฐมบทของโครงการการพฒั นาลุ่มน้ำปากพนังอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เริ่ม ทำหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 มีความสามารถเก็บกัก
น้ำจดื เหนอื ประตระบายนำ้ ได้ 72 ล้านลกู บาศกเ์ มตร มี 10 ชอ่ งบานระบายและมปี ระสิทธภิ าพ
ภาพที่3 ประตูนำ้ อทุ กวิภาชประสิทธิ
6
ประวตั แิ หลมตะลมุ พกุ
แหลมตะลุมพุกอ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมายาวนาน เนื่องจาก
การถกู พายุพัดสร้างความเสียหาย คร้ังย่ิงใหญท่ ่สี ุดในประวัติศาสตร์ โดยเกดิ จากวาตภัย เกิดจากพายุ
ชื่อ “แฮร์เลียต” มีความเร็วลมที่จดุ ศูนย์กลาง90 กม./ชม คลื่นทะเล สูงกว่าเมตร วาตภัยในครั้งนัน้ มี
ชาวแหลมตะลุมพุกเสียชีวิตและสูญหายไปกว่า 1,300 คน แหลมตะลุมพุกอยู่ที่ชายหาด ปากพนัง
เป็นชายหาดสีขาวยาวโค้งเรียวยาวไปตามชายฝั่งทะเลแนวเหนือ-ใต้ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร
ด้านหนึ่งของแหลมรับลมทะเล จากฝั่งอ่าวไทย อีกด้านรับคลื่นลมในฝั่งอ่าวปากแม่น้ำปากพนัง
นักท่องเทย่ี วสามารถเดนิ ทางดว้ ยรถยนตจ์ นถึงปลายแหลมได้เป็น แหลง่ ท่องเท่ยี วพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ ซงึ่
ในปัจจุบันมกี ารปรับทัศนียภาพให้สวยงามขึน้ เป็นแหลง่ รวมรา้ นอาหาร ที่เสิร์ฟซีฟู้ดเคลา้ วิวทะเลให้
คุณไดอ้ ิ่มเอมอย่างเอร็ดอร่อย
การเดินทาง
ใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงหรือใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช – ปากพนัง (ทางหลวงสาย
4013) ไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันตก ถึงบ้านบางฉลากมีทางแยกเข้าสู่แหลมตะลุมพุก ระยะทาง
จากทางแยกไปยังแหลมประมาณ 16 กิโลเมตร เส้นทางตลอดสายสู่ปลาย แหลมมีการทำนากุ้งสอง
ข้างทางสลับกับแนวป่าชายเลน
ภาพท่ี4 แหลมตะลมุ พุ
7
ประวัติกำแพงเมอื งเกา่
กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช เป็นกำแพงเมืองที่เคยปกป้องเมืองนครศรีธรรมราชจากข้าศึก
เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด เป็นเครื่องแสดงถึงความเก่าแก่ ความแข็งแกร่ง ความ
เจรญิ รุ่งเรือง และประวัตศิ าสตร์อันยาวนาน ปัจจบุ ันไดร้ ับการบรู ณะใหม่ให้ แข็งแรงและสวยงาม เพื่อ
พัฒนาเป็นอีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี
ที่ตั้งอยู่ หลายจุดด้วยกัน แต่ที่เหลือให้ชม คือ กำแพงเมืองด้านทิศเหนือ อยู่ริมคลองหน้าเมือง ถนน
มุมป้อม ความแข็งแกร่งความ เจริญรุ่งเรือง และประวัติศาสตร์อันยาวนาน กำแพงเมือง
นครศรีธรรมราชตั้งอยู่ริมคลอง หน้าเมือง ถนน มุมป้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การ
สร้างปรากฏหลักฐาน จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
เมอื่ ตั้งเมืองขึ้นที่ หาด ทรายแกว้ แลว้ จงึ สรา้ งกำแพง เมอื งเป็นกำแพงดิน มคี ูล้อมรอบสันนษิ ฐานวา่ มี
การบูรณะกำแพง เมอื งสว่ นต่างๆ กนั มาหลายครั้งทุกคร้ัง คงพยายามรักษา แนวกำแพงเดิมไใน พ.ศ.
1950 สมเด็จพระราเมศวรแห่งกรุงศรีอยุธยาตีล้านนาไทยได้ได้กวาดต้อนผู้คนมาไว้ที่เมือง
นครศรีธรรมราช ชาวล้านนาไทย จึงนำเอาแบบอย่างการสร้างกำแพงเมืองมาจากเมืองเชียงใหม่ มา
ซ่อมกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช โดยทำเป็น กำแพงแบบปักเสาพูน ดิน ในราว พ.ศ. 2100 เมื่อชาว
โปรตุเกสนำวิธีการสร้างแบบก่ออิฐ และตั้งฐานปืนใหญ่เข้ามากำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ได้ถูด
ดัดแปลงเปน็ กำแพงกอ่ อฐิ ขึน้ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ป้อมปราการทีแ่ ข็งแรง
สมัยสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช
นายช่างวิศวกรและสถาปนิก ของฝรั่งเศสเข้ามาเมืองไทย จึงมีการสร้างกำแพงเมืองตาม
แบบ ชาโต (Chateau) กำแพงเมืองนครศรีธรรมราชที่ เห็นอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นกำแพงเมืองที่สร้าง
ขึ้นสมัยพระนารายณ์มหาราชในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยซึ่งตรง กับสมัยที่พระ
ยานครศรีธรรมราช(พัฒน)์ ครองเมืองนครศรธี รรมราช ได้มี การซ่อมกำแพงอีกคร้ังเจ้าพระยายมราช
(ปั้น สุขุม) ครั้งเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต ข้าหลวง สมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑล
นครศรีธรรมราช สั่งให้รื้อกำแพง เมืองซึ่งชำรุดแต่ยังคงเห็นรูปทรงและใบ เสมาชัดเจน เอาอิฐ มาทำ
ถนนทเี่ ลียบรมิ กำแพงดา้ นในทกุ ด้าน
8
ภาพท5ี่ กำแพงเมอื งเกา่
ประวัติวดั มหาธาตุวรมหาวิหาร
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า วัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่
ศักดิ์สิทธิ์และเป็น มิ่งขวัญชาวเมือง นครศรีธรรมราชตลอดจน พุทธศานิกชน ทั้งหลาย สัญลักษณ์
ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระ
มหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรม
ศิลปากรได้ประกาศ จดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญที่สุด
แห่งหนึ่งของภาคใต้ พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบทรงระฆังคว่ำ มีจุดเด่นที่ยอด
เจดยี ์ ซึง่ ห้มุ ด้วยทองคำแท้ จากความเชอื่ เล่าสืบตอบกนั มาว่าองค์พระธาตุ ประกอบด้วยทองรูปพรรณ
และของมีค่ามากมายจรดปลายเจดีย์ ซึ่งสิ่งของมีค่า เหล่านี้พุทธศสานิกชนนำมาถวาย แด่องค์พระ
สมั มาสัมพุทธเจา้ เพื่อใหต้ น ได้พบกับนพิ พาน จากคำขวญั ประจำ จังหวัดเมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุ
ทองคำ ชนื่ ฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตอุ ดุ ม เคร่ืองถมสามกษตั ริย์ มากวัดมากศลิ ป์ ครบส้ินกุ้งปข้อความว่า
พระธาตทุ องคำ
พระธาตุทองคำ จงึ หมายถึง ยอดเจดีย์ทองของพระบรมธาตุนนั่ เอง และหากใครต้องการ ชม
ยอดพระธาตุสีทองเหลืองอรา่ ม อย่างใกล้ชิด มีบริการกล้องส่องทางไกลให้ใชบ้ ริการสนนราคาแล้ว แต่
9
ตกลง กนั วา่ จะชนื่ ชมความงดงามน้ันนานเพียงใด ดว้ ยความมีชื่อเสยี งและ ศกั ดิส์ ทิ ธ์ิของพระบรมธาตุ
เจดีย์ ดึงดูดให้ผูค้ น จากทวั่ สารทศิ แวะมาพธิ ปี ฏบิ ตั ิอกี อยา่ งหนึง่ คือ การนำผา้ ข้นึ ธาตุ ตามตำนานเชอ่ื
ว่า หากใครได้นำผา้ ข้ึนธาตุและบนขอพรใน เรื่องใด จะขอให้หายเจ็บหายไข้ ขอให้ได้ลูก ขอเรื่องการ
งานการเรียน สิ่งนั้นก็จะเป็นจริงดังหวัง มีเรื่องเล่าว่า มีชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้ รักษา
เท่าไหร่ก็ไม่หาย สุดท้ายพ่อแม่ไม่รู้จะทำ อย่างไร จึงมาบนและนำผ้าขึ้นธาตุที่พระบรมธาตุ ขอให้ลูก
ชายหายจากอาการป่วยและหากหายจะให้มาบวชที่วัดพระธาตุ ในไม่ช้าชายหนุ่มคนดังกล่าว ก็หาย
วันหายคืน จนกลับมาเดินได้เป็นปกติในทุกปีช่วงวันมาฆและวันวิสาขบูชาจะจัดงานแห่ผ้าขึ้นธาตุซึ่ง
ถือเป็นงาน บญุ ประจำปที ม่ี ีผ้คู นจากทัว่ สารทิศ มารว่ มสรา้ งบญุ กุศลที่ย่งิ ใหญ่นคี้ วามมหศั จรรยอ์ ย่าง
หนึง่ ขององค์พระบรมธาตุ
คือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบ ไปทางใด ซึ่งยังไม่มี
ใครหาคำตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร จากความมหัศจรรย์นี้ ท.ท.ท. จึงให้เจดีย์นี้เป็น 1 ใน unseen
Thailand ของเมืองไทยนอกจากพระบรมธาตุเแลว้ เจดีย์องคเ์ ล็กที่รายล้อมรอบองค์พระธาตุมากมาย
เป็นสิงที่แปลกตาแก่นักท่องเท่ียวที่ได้พบเหน็ เจดีย์นี้เรียกว่า องค์เจดียบ์ ริวาร ซึ่งมีทั้งหมด 149 องค์
เจดีย์บริวาร คือ เจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษ ได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อย ๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติ ผู้
ล่วงลับไปแล้วโดยอธิษฐานว่าขอ ให้ญาติของตนได้มาเกิดในศาสนา ของพระพุทธองค์อีกครั้งในภพ
หน้า นอกจากความมหัศจรรย์ของพระธาตุไร้เงาแล้ว เจดีย์บริวารที่เรียงรายล้อมรอบ องค์พระบรม
ธาตเุ ป็นส่งิ มหัศจรรยซ์ ่งึ เราไม่คอ่ ยไดเ้ ห็นจากที่ใด
ภาพที6่ วดั มหาธาตุวรมหาวหิ าร
10
ประวตั ิศาลหลกั เมอื งนคร
สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานหลักเมือง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสร้างสิ่งสำคัญทาง
ประวัตศิ าสตรใ์ นจังหวัดนครศรธี รรมราช รว่ มกบั ภาคเอกชนก่อสร้างศาลข้นึ บนทด่ี ินราชพัสดุ บริเวณ
ทิศเหนอื ของสนามหน้าเมอื ง เนอ้ื ท่ี 2 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร 5 หลงั หลงั กลางเปน็ ทป่ี ระดิษฐานของ
ศาลหลักเมือง ออกแบบให้มีลักษณะ คล้ายศิลปะศรีวิชัย เรียกว่าทรงเหมราชลีลา วางศิลาฤกษ์เมื่อ
วันที่ 4 สิงหาคม 2532 ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลัง ถือเป็นบริวารสี่ทิศ เรียกว่าศาลจตุโลกเทพ
ประกอบด้วยพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระพรหมเมือง และศาลพรบันดาลเมือง วางศิลา
ฤกษ์เม่ือวันท่ี 7 พฤษภาคม 2535 ก่อสรา้ งเสรจ็ สมบูรณใ์ น พ.ศ. 2542
องคเ์ สาหลักเมือง
องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ตะเคียนทองที่ได้มาจากภูเขายอดเหลือง อันเป็นภูเขาลูกหนึ่งใน
ทิวเขานครศรีธรรมราช ในท้องท่ีตำบลกระหรอ กิ่งอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาด
ความสูง 2.94 เมตร เส้นรอบวง 0.95 เมตร ลวดลายที่แกะสลัก ตั้งแต่ฐานซึ่งเป็นวงรอบเก้าชั้น มี 9
ลาย ส่วนบนของเสาเป็นรปู จตคุ ามรามเทพ (สี่พักตร์) หรือเทวดารักษาเมือง เหนือสุดเป็นเปลวเพลิง
อยู่บนยอดพระเกตุ คือยอดชยั หลักเมือง รูปแบบการแกะสลกั จินตนาการจากความเช่อื ในพทุ ธศาสนา
ฝ่ายมหายาน ซึ่งเคยมีอิทธิพลทางศิลปกรรมในภาคใต้ และนครศรีธรรมราชแต่ครั้งโบราณ ประกอบ
พิธีเบิกเนตรหลักเมือง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมยอดชัยหลัก
เมืองเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2530 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ
ศาลหลกั เมอื ง ในวันรุ่งขึ้น
ภาพที่7 ศาลหลักเมืองนคร
11
ประวัติบา้ นขุนรัฐวฒุ วิ ิจารณ์
บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ใกล้กับวัดพระธาตุ อยู่ในพื้นที่เดียว กับร้านกาแฟไทชิ อาคารเรือนปั้นหยาอายุกว่า
108 ปีหลังนี้ สร้างขึ้นโดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เป็น
"ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์" นายอำเภอเมืองกลาย ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยา
และเปลี่ยน ชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยาในที่สุด เมื่อปีพ.ศ. 2482 ทว่าหลังจากนั้นได้ปิดตัวลงเมื่อปี
พ.ศ. 2529 และต่อมาในภายหลังนายสำราญ ตรสี ตั ยพนั ธ์ุ ทายาทของขนุ รัฐวุฒวิ ิจารณ์ได้ดำเนินการ
บูรณะปรับปรุงบ้านหลังนี้อีกครั้ง ฟื้นฟูสู่สภาพที่สวยงามพร้อมกับเปิดเป็น สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้
คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชมและศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสนใจอย่างแท้จริง โดยบ้านขุนรัฐวุฒิได้รางวัล
อาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ดีเด่น ปี 2556 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระ ในพระบรม
ราชปู ถัมภ์
ภาพที่ 8 บ้านขนุ รัฐวุฒิวจิ ารณ์
12
ประวตั บิ ้านหนังตะลงุ สุชาติ
บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน อยู่ที่บ้านเลขที่ 10/18 ถนนศรีธรรมโศก 3 โดย ลุงสุชาติ
ทรัพย์สิน เป็นศิลปินหนังตะลุงและชา่ งทำ รูปหนังตะลุงฝมี ือดีเยีย่ มของเมอื งนครศรีธรรมราช ที่ริเร่ิม
และสืบทอดวัฒนธรรมการทำตัวหนังตะลุง รวมไปถึงการเชิดหนังตะลุงจน ที่เป็นที่ยอมรับใน
ระดับชาติและนานาชาติ ทั้งยังทำนุบำรุงความเป็น ไทยคงใช้เครื่องดนตรีไทยที่เป็นการอนุรักษ์
วัฒนธรรมของ ชาติไทย โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินท้องถิ่นผู้ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยม
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด) ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภท วัฒนธรรม
และโบราณสถาน บ้านหนังตะลุงสุชาตเิ ป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายตวั หนังตะลุงและ หนังใหญ่ อีกทั้ง
ยัง มีการแสดงในลักษณะสาธิตในบรเิ วณบ้านหนังตะลุง
นอกจากนี้ยังได้แบ่งพื้นที่เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดง เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน และ
พิพิธภัณฑ์หนังบ้านของนายหนังสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินนักแกะหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองนคร
กลิ่นหนังวัว เสียงเครื่องมือแกะหนังจากการทำงาน ของหนังสุชาติ ทุกๆวัน เป็นเสน่ห์ที่ทำให้
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชีวิตแรงบันดาลใจจากพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรง
ขอบใจที่รักษาของอันหมายถึง ศิลปะการแกะหนังตะลุงไว้ให้ในคราวแสดงหนังตะลุงถวายช่วงปี
พทุ ธศักราช 2527
ภาพท่ี9 บ้านหนงั ตะลงุ สชุ าติ
13
ประวตั ิหอพระอศิ วร หอพระนารายณ์
หอพระอิศวรและเสาชิงช้า อยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู เป็นท่ี
ประดษิ ฐานศิวลึงค์ ซึ่งถือเป็นสญั ลักษณ์ของพระอศิ วรและ ฐานโยนิ รวมท้ังเทวรปู สำริดอีกหลายองค์
อาทิ เทวรูปศิวนาฎราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่เก็บรักษาไว้ท่ี
พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาตินครศรีธรรมราช สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา แต่ของเดิมชำรุดไป
หมดแล้วอาคารที่ปรากฏทุกวันนี้เป็นอาคารที่กรมศิลปากรบูรณะขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2509 ทางด้าน
เหนือของหอพระอิศวรเป็นวัดเสมาเมือง ทางดา้ นใต้เป็นเสาชงิ ช้า ซึ่งสร้างข้ึนใหม่แทนของเก่าซ่ึงใช้ใน
พธิ ยี ัมปวาย และตรปี วาย ของพราหมณ์ เมอื งนครศรีธรรมราช
โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าในกรุงเทพฯ แต่มีขนาดเล็กกว่า และ เพิ่งเลิกไปเมื่อ พ.ศ.
2468 เดิมหอพระอิศวรเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป พระอิศวรหลายองค์ เป็นปางหรือภาคต่างๆ กัน ซึ่ง
เป็นเทพสงู สดุ ตามความเชื่อของพราหณ์ลัทธิไศวนิกาย แต่เดมิ ใกล้ๆ กบั เสาชงิ ช้า มีโบสถ์พราหมณ์อยู่
หลังหนึ่ง แต่ปัจจุบันผุพังลงจนไม่เหลือซากแล้ว ภายในบริเวณโบสถ์เป็นแหล่งที่พบชิ้นส่วนเทวรูปท่ี
หล่อด้วยสำริดอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 - 25 หลายองค์ด้วยกัน อาทิ พระพิฆเนศวร พระศิวะ
นาฏราช พระอุมา และรูปหงส์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนักซี่งต่อมาได้ย้ายมาไว้ในหอพระอิศวรชั่วคราว
และจากนั้นทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกรงว่าจะสูญหายไป จึงได้ย้ายมาเก็บรักษาไว้ในห้องจัด
แสดงของทางพิพธิ ภณั ฑ์ โดยหลอ่ รปู จำลองไวแ้ ทนทใ่ี นหอพระอิศวร
ภาพท1่ี 0 หอพระอศิ วร หอพระนารายณ์
14
ประวตั ิวัดธาตุนอ้ ย
วัดธาตุน้อย หรือ วัดพระธาตุน้อย ตั้งอยู่ในเขตตำบลหลักช้าง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ตั้งขึ้นโดยความประสงค์ ของพ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) พระ
เกจิอาจารยท์ ี่ชาวใตเ้ ล่ือมใสศรัทธาอย่างสงู ยิง่ รปู หน่ึง ซ่งึ ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ที่เคารพนับถือ
ศรัทธา พ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น ท่านมักจะให้พร
กับทุกคน ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ได้ชื่อว่าเป็นเทวดาเมอื งคอน เทพเจ้า แห่ง
แดนใต้ ชาวเมืองคอนเสือ่ มใส ศรทั ธาเป็นอย่างยงิ่
การประดิษฐ์พระเจดยี ์
โดยประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและสรีระสังขารพ่อท่านคล้าย ในโลงแก้ว
ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ปัจจุบันสรีระ พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ประดิษฐ์ฐานอยู่ในองค์พระ
เจดีย์ ณ สถานที่นี้ จึงเป็นเจดีย์อนุสรณ์สถานพ่อท่านคล้ายอีกด้วย สังขาร พ่อท่านคล้ายซึ่งว่ากันว่ า
แข็งเป็นหิน ที่ชาวบ้านนับถือและศรัทธาด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ผู้คนหลั่งไหล เข้ามาสักการบูชากันมาก
ยิ่งขึ้น วัดธาตุน้อย หรือ วัดพระธาตุน้อย ตั้งอยู่ในเขตตำบลหลักช้าง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ตั้งขึ้นโดยความประสงค์ ของพ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) พระ
เกจอิ าจารย์ที่ชาวใต้เล่ือมใสศรัทธาอย่างสูงยง่ิ รปู หน่ึง ซ่งึ ศษิ ยย์ านุศิษย์และประชาชน ท่ีเคารพนับถือ
ศรัทธา พ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น ท่านมักจะให้พร
กับทุกคน ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ได้ชื่อว่าเปน็ เทวดาเมืองคอน เทพเจ้า แห่ง
แดนใต้ ชาวเมืองคอนเสื่อมใส ศรัทธาเปน็ อย่างย่ิง
โดยประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและสรีระสังขารพ่อท่านคล้าย ในโลงแก้ว
ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ปัจจุบันสรีระ พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ประดิษฐ์ฐานอยู่ในองค์พระ
เจดีย์ ณ สถานที่นี้ จึงเป็นเจดีย์อนุสรณ์สถานพ่อท่านคล้ายอีกด้วย สังขาร พ่อท่านคล้ายซึ่งว่ากันว่า
แข็งเป็นหิน ที่ชาวบ้านนับถือและศรัทธาด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ผู้คนหลั่งไหล เข้ามาสักการบูชากันมาก
ยิง่ ขึ้น
15
พ่อท่านคล้าย เป็นนักก่อสร้าง นักประพันธ์ นักปฏิบัติทางวิปัสสนาฯลฯพ่อท่านคล้ายเคยแต่งบท
กลอนกำดัดนาคไว้ว่า "ศลี สิบโดยตงั้ รักษาโดยหวัง องคศ์ ลี ทัว่ ผอง สองรอ้ ยยีส่ ิบเจ็ดสน้ิ เสร็จควรตรอง
ศีลสิบหม่นหมองสองร้อยมรณา "พ่อท่านคล้ายมรณภาพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา 23.05 น.
รวมอายุ ได้ 96 ปี วัดธาตุน้อยมีเนื้อที่ 46 ไร่ สร้างขึ้นบนที่ดินซึ่งนายกลับ งามพร้อม ถวายแด่ พ่อ
ท่านคล้าย ท่านจึงได้สร้างพระธาตุน้อยขึ้นใน ปี 2504 ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาคไุ ว้ด้วย และสรีระ
พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธ์ิ ใน วัดพระธาตนุ อ้ ย จึงถือได้ว่าเปน็ เจดียอนุสรณ์สถานของพ่อท่านคล้าย ว่า
กันว่าสงั ขารพอ่ ท่านคล้ายแขง็ เปน็ หนิ ทำให้เป็นท่เี ส่อื มใส ศรัทธาเปน็ อยา่ งมาก
การเดินทางไปยงั วดั ธาตนุ ้อย
จากอำเภอเมือง ให้วิ่งไปมาทาง อ.ลานสกา พอเจอแยกลานสกาเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ
อีกราว 50 กม. จนพบ สะพานพอ่ ทา่ นคลา้ ย ก็ให้เตรียมตัว ได้เลย จากนน้ั ลงสะพานกเ็ ลีย้ วซา้ ยเข้าวัด
โดยรถไฟ ขบวนรถเร็วลงสถานีจันดี กรุงเทพ-นคร-ตรัง -ยะลา ทางรถยนต์ สายเอเซีย จากสุราษฎร์
ประมาณ 70กม แยกซ้ายมือจันดี ประมาณ 10กม.ถึงวัด เครื่องบินจากสนามบินนคร มาในเมืองต่อ
แท็กซ่ี นคร-จันดี
ภาพท่ี11 วดั ธาตุน้อย
16
ประวตั ิกฏุ ิทรงไทยวดั วงั ตะวันตก
กุฏิทรงไทย หรือ กุฎิร้อยปี ตั้งอยู่ในวัดวังตะวันตก ริมถนนราชดำเนินวัดวังตะวันตก ตาม
ประวัติกล่าววา่ เมือ่ ครัง้ เจ้าจอมมารดาปรางประทับอยูท่ ี่วังซ่ึงเป็นป่าข้ีแรด ให้เป็นอุทยานวังตะวนั ตก
ครั้นเต้าจอมมารดาปรางสิ้นชีพตักษัยลง เจ้าพระยานคร (น้อย) ผู้เป็นบุตร ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นท่ี
ปลงพระศพและสรา้ งข้นึ ใหม่ ใหเ้ ป็นวัดวงั ตะวันตก คกู่ บั วงั ตะวันออก
รางวัล
ภายในบริเวณวัดมีกุฏิทรงไทยที่ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและ
วัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2535 ที่ที่คุณจะได้เรียนรู้
ความงามของเรือนไทย มีลักษณะเป็นเรือนเครื่องสับสามหลัง สง่างามด้วยหลังคาจ่ัวที่คลุมเชื่อมต่อ
กัน ตัวเรือนนั้นเป็นฝาปะกัน ประตู หน้าต่าง และช่องลม ประดับด้วยลวดลายเอกลักษณ์เมืองนครฯ
ซ่งึ กุฏริ อ้ ยปหี ลังนี้ใชเ้ วลาในการก่อสร้างนานถงึ 13 ปีเลยทีเดียว อยา่ งไรก็ตาม โดยปรกติกุฏิหลังนี้ให้
ชมได้เพียงภายนอกเท่านั้น หากต้องการชมภายในสามารถแจ้งความจำนงค์ เพื่อให้เจ้าอาวาสวังวัง
ตะวันตกในการเปดิ กุฏหิ ลังนี้
ภาพท่ี12 กฏุ ทิ รงไทยวัดตะวนั ตก
17
ประวตั ติ ลาดย้อนยุค
ตลาดย้อนยุคปากพนัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอปาก
พนงั หรอื ปากนัง คำพดู ท่ตี ิดปากจากคนในท้องท่ี อำเภอปากพนังเป็นเมืองทา่ เป็นศูนย์กลางการค้า
สำคัญของทะเลฝั่งตะวันออก จึงเป็นแหล่งที่คนมาจับจ่ายใช้สอยมาแต่ไหนแต่ไรตลาดย้อนยุคปาก
พนัง ทเ่ี ที่ยวปากพนังทีพ่ ลาดไม่ได้หากแวะมาเทย่ี วจงั หวัดนครศรธี รรมราช
ตลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่สอง ริมฝั่งคลองบางฉลากซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำปากพนัง ขนานไปกับลำ
คลอง อกี ฝงั่ เปน็ ตลาดที่ตดิ เลยี บกำแพงของเรือนจำ สว่ นอกี จะเป็น บา้ นท่อี ยอู่ าศัยท่ีเปิดเป็นร้านขาย
ของตา่ ง ๆ ตลาดย้อนยุคปากพนังถือเป็นสถานที่ท่องเท่ียวทน่ี ่าสนใจเปน็ อยา่ งมาก
ภาพที่13 ตลาดย้อนยุคปากพนงั
18
ประวตั ิโรงสีเก่าปากพนงั
อกี หนงึ่ ท่เี ที่ยวปากพนังที่ห้ามพลาดคือ โรงสีเก่าปากพนัง จะสงั เกตเหน็ ปล่องไฟอิฐสูงต้ังโดด
เด่นริมแม่น้ำปากพนงั อยู่หลายจุด ปลอ่ งไฟดงั กล่าวคือ ปลอ่ งโรงสี ขา้ วเก่าในอดีตปากพนงั เจริญสูงสุด
ยุคทำนาข้าวมีความอุดมสมบูรณ์ในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ มีโรงสีข้าว(โรงสี ไฟ) จำนวนมาก
ถึงแม้วันนี้ภาพความยิ่งใหญ่ของแหล่งผลิตข้าวเพื่อการส่งออกในปากพนังจะได้จาง หายไปตาม
กาลเวลา ท้องทงุ่ นา ไดแ้ ปรเปลี่ยนเป็นสวนและนากุ้ง กจิ การโรงสีไฟทีเ่ คยเจริญรุ่งเรืองเหลือแค่เพียง
ซากปล่องไฟโรงสีทต่ี งั้ ตระหงา่ น เป็นอนสุ รณแ์ หง่ อดตี ท่ีชาวปากพนงั ภาคภูมใิ จ
ปัจจบุ นั ทางอำเภอปากพนงั
ไดท้ ำการอนุรักษโ์ รงสีต่าง ๆ ไว้ และกำลังเร่ิมพฒั นาใหเ้ หน็ แหลง่ ท่องเที่ยวเชิง ประวตั ิศาสตร์
เพ่อื ให้เข้าชมและเรยี นรู้ถงึ กลนิ่ ไปในอดีตทเ่ี คยรงุ่ เรืองของปากพนัง ซ่ึงโรงสีทเี่ ปิดใหเ้ ขา้ ชมในปัจจุบัน
คือ โรงสีแม่ครู ผู้ก่อตั้งยุคแรก คือ จีนโคว้ ฮักหงี เป็นโรงสีแห่งแรกในภาคใต้สมัยรัชกาลที่ 5 ทรง
เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปดิ กจิ การโรงสี เมื่อ พ.ศ. 2447 ปจั จุบัน ไดม้ ีการเปลยี่ นมอื เจา้ ของมาเป็น
ของบคุ คล ซึง่ ทำการซือ้ โรงสีจากเจ้าของเดิมเพ่ืออนรุ ักษ์ไว้ ซึง่ โรงสดี งั กลา่ วมตี ้นไมแ้ ละรากไทร ขนาด
ใหญ่ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณเป็นภาพที่ดูอัศจรรย์และแปลกตา สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชม
ควรติดต่อไปยัง เจ้าของพื้นที่ ก่อนล่วงหน้า เพราะโรงสีดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลและล๊อกกุญแจ
ทางเขา้ ไว้
ภาพท่ี 14 โรงสีเกา่ ปากพนัง
19
ประวตั ิอุทยานแห่งชาตหิ าดขนอม-หมูเ่ กาะทะเลใต้
เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของนครศรีธรรมราช โดดเด่นด้วยหาดทรายที่ยื่นยาวออกไป ใน
ทะเลคกู่ ับทิวสน มหี าดทรายยาวกับทิวมะพร้าว หาดท่มี ชี อ่ื เสยี งของนครศรธี รรมราช โดดเดน่ ด้วย
หาดทรายที่ยื่นยาวออกไป ในทะเลคู่กับทิวสน มีอ่าว ต่าง ๆ เช่น อ่าวท้องหยี อ่าวท้องยาง อ่าวคอ
เขา อา่ วหน้าดา่ น อา่ วแฝงเภา อ่าวทอ้ งชงิ อา่ วในเพลา ซงึ่ มีชายหาดท่มี ีทรายขาว สะอาด น้ำทะเลใส
เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเล นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่โดดเด่นคือ โลมาสีชมพูที่พบได้ง่าย ณ หาดขนอม
นบั เป็นหน่ึงในทะเลนครศรีธรรมราชท่ีต้องไปใหไ้ ด้สักครั้ง อุทยานแหง่ ชาติหาดขนอม-หมูเ่ กาะทะเลใต้
เนอื้ ท่ีงบประมาณ
จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ประมาณ 197,500 ไร่ หรือประมาณ 316
ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพนื้ ที่ทางบกประมาณ 73,000 ไร่ หรือ 37% ของพืน้ ท่ที ัง้ หมด และเป็น
พื้นน้ำประมาณ 124,500 ไร่ หรือ 63 % ของพื้นที่ทั้งหมด ไร่ ครอบคลุมเขต การปกครอง ๕๑
หมู่บ้าน ๗ ตำบล ๔ อำเภอ ๒ จังหวัด ดังนี้ ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล ตำบลขนอม ตำบลควนทอง
ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ตำบลปากแพรก ตำบลดอนสัก อำเภอ
ดอนสัก ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีลักษณะพื้นที่แยกเป็นส่วน ๆ ไม่
ต่อเนื่องกัน เนื่องจากได้กันพื้นที่บางส่วนซึ่งมีราษฎรเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ออกจากเขตอุทยาน
แห่งชาติ เพื่อป้องกันข้อขัดแย้งกับราษฎรในพื้นที่และพื้นที่ซึ่งกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติจะมี
ลกั ษณะป่าทีย่ ังมคี วามสมบรู ณ์และพน้ื นำ้ เกาะ ซึ่งมที รัพยากรทางทะเลท่ีอดุ มสมบูรณส์ ามารถพัฒนา
เปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวได้เปน็ อย่างดี ทศิ เหนือ จรดพืน้ ท่อี ำเภอดอนสัก อำเภอเกาะสมยุ จงั หวัดสุราษฎร์
ธานี ทิศตะวันออก จรดอ่าวไทย ทิศใต้ จรดอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันตก จรด
อำเภอดอนสัก จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
20
ภาพท1่ี 5 อทุ ยานแหช่ าตหิ าดขนอม
ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตาม แผนค่าใชจ้ า่ ยใน
การท่องเท่ียวคร้ังนี้
ข้อมลู พน้ื ฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน ร้อยละ
แผนคา่ ใชจ้ ่ายในการท่องเทีย่ วครง้ั น้ี
น้อยกวา่ 500 บาท 142 35.5
นอ้ ยกว่า 1,000 บาท 125 31.3
1,000 – 2,000 บาท 103 25.8
มากกว่า 2,000 บาท 29 7.2
รวม 400 100.00
ผลการศกึ ษาตามตารางที่ 1 แสดงให้เหน็ วา่ ผู้ตอบแบบสอบส่วนใหญว่ างแผนในการใช้จา่ ย
นอ้ ยกวา่ 500 บาท จำนวน 142 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 35.5 รองลงมาวางแผนในการใชจ้ ่ายนอ้ ยกวา่
1,000 บาท จำนวน 125 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 31.3 และวางแผนในการใช้จา่ ย1,000 - 2,000 บาท
จำนวน 103 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25.8
จ
บรรณานุกรม
(สำนักงานจงั หวัดนครศรีธรรมราช 2009 ) http://www.nakhonsithammarat.go.th/
(2550 ,มกราคม 15,) Retrieved from https://osthailand.nic.go.th/
(ไทยไปด้วยกัน) https://www.paiduaykan.com/