ความคาดหวัง
กับอาชีพในฝัน
ที่เปลี่ยนไป
แนะนำตัว
ชื่อ : นางสาว พิชญาภา ตั้งธนะพงศ์
ชื่อเล่น : ใบเตย
วันเกิด : 25 ตุลาคม พ.ศ.2548
อายุ : 16 ปี
กำลังศึกษาอยู่โรงเรียน : สาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร
แผนการเรียน : วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
งานอดิเรก : ดูหนัง ทำขนม
: 094 553 5175
: [email protected]
บทนำ
ทุกๆคนเคยมีคนรอบข้างมาคาดหวังกับสิ่งๆหนึ่งที่เรากำลังทำอยู่
หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับเราไหมคะ
ครอบครัวไม่ค่อยได้คาดหวังว่าต้องเรียนหรือต้องเป็นอะไร
ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ได้พูดความคาดหวังมา แต่เขาก็จะคอยเล่าเรื่องของคนอื่นๆ
ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานให้เราฟังอยู่เสมอ
เราจึงเริ่มที่จะรู้สึกกดดันตัวเองมาโดยตลอด
ความฝันในอาชีพที่เราอยากเป็นในวัยเด็กจนเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆจึงเปลี่ยนไป
ตามการคาดหวังของครอบครัวแต่เราก็เลือกที่จะลงมือทำในสิ่งที่เราอยากทำ
ความคาดหวัง
(Expectation Theory)
คือ เป็นความเชื่อหรือความคิดอย่างมีเหตุผล ในแนวทางที่เป็นไปได้
หรือเป็นความหวังที่คาดการณ์ว่าต้องการจะได้ในอนาคตของบุคคล
ความคาดหวังจึงเป็นสภาวะทางจิตที่บุคคลคาดคะเนล่วงหน้า
บางสิ่งบางอย่างว่าควรจะมี ควรจะเป็นหรือควรจะเกิดขึ้นตามความเหมาะสม
อาชีพในฝัน
(Dream Career)
อาชีพในฝัน คือ อีกหนึงของแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
เนื่องจากคนเราควรจะมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
ค้นหาเป้าหมายที่ตนเองชอบและมันใช่สำหรับตัวเราอยู่เสมอ
การที่เราเปลี่ยนความฝันไปเรื่อยๆไม่ได้แย่อย่างที่ใครๆคิดไว้เลย
เพราะการที่เราไปพบเจอสิ่งใหม่ๆก็ทำให้เราอยากทำ
อยากลองสิ่งนั้นมากขึ้น เป็นการค้นหาตัวเองอีกด้วย
ความคาดหวังกับอาชีพในฝัน
อนุบาล
เราตอนเรียนอนุบาลครอบครัวก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นอะไรบ้าง
เพราะยังเด็กอยู่ก็จะปล่อยให้เล่นนู่นนี่นั่นไปเรื่อยเหมือนกับเป็นการค้นหาตัวเองไปด้วย
ความทรงจำตอนช่วงนั้นก็ลางๆแต่เป็นความทรงจำที่มีแต่เรื่องดีๆ
มีโอกาสได้ทำอะไรต่างๆเยอะแยะมาก ทั้งได้เต้นและรำในงานต่างๆได้รู้ว่าตัวเองชอบทำ
อะไรไม่ชอบทำอะไร ด้วยความที่ตอนนั้นครอบครัวไม่ได้คาดหวังเพราะยังเป็นเด็กอยู่
อาชีพที่ใฝ่ฝันในวัยเด็กก็จะเป็นอาชีพที่คนไม่คิดว่าจะอยากทำ
แล้วก็อยากเป็นหลายอาชีพมากๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามโอกาสที่ได้รู้จักอาชีพใหม่ๆ
เราในวัยเด็กอาชีพในฝันที่อยากทำก็เป็นอาชีพ
ที่เกี่ยวกับสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำหรือสัตว์บกเพราะ
เห็นพี่ๆที่ทำงานในสวนสัตว์ได้ฝึกหรือดูแลสัตว์แล้วคิด
ว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งอาชีพที่เรานึกถึงก็
คงจะไม่พ้นเจ้าหน้าที่ในสวนสัตว์
ความคาดหวังกับอาชีพในฝัน
ประถมศึกษา
ตอนเรียนประถมความคาดหวังก็เริ่มมีแต่ก็ไม่ได้มากเกินจนทำให้รู้สึกเครียด
ด้วยความที่เริ่มมีการคาดหวังจากคนในครอบครัวบ้าง
เพราะต้องไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยม ทางครอบครัวก็อยากให้เข้าโรงเรียนดีๆ
จึงคาดหวังในตัวเราเอาไว้มาก
อาชีพที่เราอยากทำก็จะเริ่มเปลี่ยนไปจากตอนเด็กๆ
อยากจะทำอาชีพที่ทำให้ที่บ้านภูมิใจในตัวเรา
เป็นอาชีพที่ได้ยินจากคนรอบตัวบ่อยๆ เป็นอาชีพที่ได้เงินเยอะๆ
บวกกับได้ยินเพื่อนพูดอาชีพที่อยากทำหลายๆอาชีพก็อยากจะเป็นตามเพื่อนบ้าง
อาชีพในฝันตอนเด็กๆก็เริ่มจางลงกลายเป็นอาชีพที่คิดว่าถ้าเราได้ทำก็คงจะมีคนชม
ที่บ้านพอใจ ซึ่งอาชีพตอนนั้นก็จะเป็นแพทย์บ้าง ทันตแพทย์บ้าง พยาบาลบ้าง
ด้วยความที่ได้ยินที่บ้านพูดถึงคนที่สอบติดคณะเหล่านี้บ่อยๆก็เลยอยากจะเป็น
อยากจะทำอาชีพเหล่านี้
ความคาดหวังกับอาชีพในฝัน
มัธยมศึกษา
ตอนต้น
ตอนเรียนม.ต้น เราก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับอาชีพที่อยากจะทำ
และเป็นช่วงที่พึ่งย้ายโรงเรียนได้มาเป็นน้องเล็กของโรงเรียนอีกครั้งนึง
ก็มีอะไรมากมายหลายอย่างที่ต้องปรับตัว ทั้งเพื่อนใหม่ โรงเรียนใหม่
รูปแบบการเรียนใหม่ๆ ทางครอบครัวจึงคาดหวังแค่ว่าตั้งใจเรียน
ตั้งใจอ่านหนังสือ เพื่อที่เกรดจะได้ดีแล้วเป็นเหมือนสิ่งนำทางในการ
เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมปลาย เราจึงได้ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก อาจ
จะมีติดเล่นไปบ้างแต่ก็มีเพื่อน มีอาจารย์ที่คอยสนับสนุนอยู่เสมอ
ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้คาดหวังมาก
ความฝันในอาชีพที่เราอยากเป็น
ณ ตอนนั้นจึงเป็นอาชีพที่อยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก
และเราคิดว่าเป็นอาชีพที่ขาดแคลนบุคลากรดีๆเป็นอย่างมาก
นั่นคืออาชีพครู เพราะ เราได้เห็นพี่ๆนักศึกษาที่ได้เข้ามาฝึกสอนใน
โรงเรียนที่เราเรียนอยู่ พี่ๆทุกคนที่เราได้เรียนด้วยมีสิ่งเดียวที่ทุกคนหวัง
กับเด็กๆคือเข้าใจบทเรียนที่เค้าสอน และเราก็รู้สึกชอบใจเวลาที่ได้
อธิบายสิ่งต่างๆให้คนอื่นฟังแล้วเค้าเข้าใจมากขึ้น
อาชีพนี้จึงเป็นอาชีพที่เราอยากจะทำ
ความคาดหวังกับอาชีพในฝัน
มัธยมศึกษา
ตอนปลาย
เราคิดว่าช่วงม.ปลายเป็นช่วงที่อะไรหลายๆอย่างกำลังถาโถมเข้ามา
ความคาดหวังจากคนรอบๆตัวเกี่ยวกับคณะที่เราอยากจะเข้าก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยความที่เค้าอยากจะให้เราได้เข้าคณะที่ดีๆ จบออกมาจะได้มีงานดีๆทำ
ก็มีการพูดถึงคนรู้จักบ้าง พูดถึงอาชีพต่างๆให้ฟังมากขึ้น ถึงแม้ว่าทางครอบครัวจะพูด
ถึงอาชีพแพทย์ไม่ว่าจะด้านไหนๆก็ตาม แต่ก็จะคอยบอกเราเสมอว่าจะเข้าคณะอะไรก็ได้
ที่ตัวเองอยากเข้า เหมือนความคาดหวังที่เราได้รับมันจะเบาลง แต่ก็ยังรู้สึกอยู่เสมอว่า
จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เบาลงมากขนาดนั้น และเราก็เริ่มคาดหวังในตัวเองมากขึ้นด้วย
คาดหวังว่าตัวเองจะรู้ตัวว่าอยากจะเป็นอะไรอยากทำอาชีพอะไร แล้วเราจะสอบเข้า
คณะที่หวังได้ไหม เราจะทำอาชีพที่เราคิดไว้ได้สำเร็จหรือเปล่า
ตอนนี้เราก็เลยพยายามค้นหาคณะต่างๆที่ตนเองสนใจอยู่เสมอ
เผื่อจะเจอคณะที่ตนเองถนัด และเราต้องตั้งใจเรียนหนังสือควบคู่ไปด้วย
เพื่อรักษาเกรดเอาไว้ ด้วยความที่ความคาดหวังมีมาก
อาชีพที่อยากจะทำก็จะเป็นอาชีพที่เกี่ยวกับสายการเรียนที่เรียนอยู่
คือด้านวิทยาศาสตร์ การทำงานในสถาบันวิจัย
แต่ก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ถนัดมากขนาดนั้น
ก็เลยรู้สึกว่าต้องหาตัวเองว่าชอบอะไรมากขึ้น
และในอนาคตจะได้เลือกเรียนได้ถูก
กับสิ่งที่อยากเรียน
ความคาดหวังกับอาชีพในฝัน
มหาวิทยาลัย
และทำงาน
เราไม่สามารถคาดการณ์อะไรที่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตได้
ยิ่งอนาคตนั้นเกิดจากการกระทำของเราในปัจจุบันแต่เราก็สามารถเดาได้
อย่างเราคิดว่าเมื่อเราโตขึ้นนั้น กำลังจะสอบเข้ามหาลัยหรือว่าเข้ามหาลัยแล้วจบออก
มาทำงาน ความคาดหวังที่เราได้รับก็มากขึ้น อาจจะได้รับคำพูดต่างๆที่ทำให้เราคิด
เกี่ยวกับอาชีพที่เราจะทำมากขึ้นแต่เราก็อยู่ในจุดที่สามารถตัดสินอะไรหลายๆอย่างได้
ด้วยตนเอง ถ้าเราสามารถพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นๆเห็นถึงความมุ่งมั่นของเราก็อาจจะ
ทำให้เค้าเข้าใจเรามากขึ้น เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะทำ ต้องการจะเป็นมากขึ้น
ความฝันในอาชีพที่เราอยากจะเป็นตั้งแต่เด็ก หรือว่าความฝันในช่วงมัธยม มหาลัย เรา
ก็จะได้รู้ว่าอาชีพที่เราใฝ่ฝันนั้นเราจะได้เป็นหรือได้ทำมันจริงๆหรือไม่
เราอาจจะได้ทำงานที่หลากหลายหรือค้นพบตนเองในด้านใหม่ๆว่าเราถนัดทำสิ่งนี้
แต่เราไม่เคยทำมาก่อน สิ่งใหม่ๆที่เราได้ลองนี้ก็อาจจะทำให้เราได้ไปทำอาชีพที่
เราไม่เคยคิดไว้ก็ได้ อาชีพที่เราอาจจะได้ทำก็อาจจะเป็นการทำธุรกิจส่วนตัว
หรือการเป็นนักวิจัย พนักงานในออฟฟิศ อาชีพเหล่านี้เราก็ไม่อาจบอกได้ว่าเราจะได้ทำ
มันจริงไหม แต่เราก็สามารถที่จะเป็นได้ถ้าเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุดและเราก็คงคาดหวังใน
ตนเองด้วยเช่นกันว่าจะประสบความสำเร็จในทางที่ตนเองเลือกหรือไม่
บท
สรุป
เราคิดว่าทุกคนอาจจะได้รับการคาดหวังจากคนอื่นๆเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติ หรือคนอื่นๆรอบๆตัว
แต่เราก็อยากบอกทุกคนนะว่าอย่าเอาความคาดหวังของคนอื่นมาคาดคั้น
ตัวเองว่าต้องทำแบบนู้นนะแบบนี้นะ เพราะถ้าทำแบบนี้ก็จะทำให้ตัวเราเองไม่มี
ความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ เราฟังได้แต่ก็ต้องคิดด้วยว่าเราชอบในสิ่งๆนั้นจริงหรือ
ถ้าเราไม่ชอบเราก็ไม่ควรฝืนทำเพื่อคนอื่น เราควรทำเพื่อตนเองเป็นหลัก
เช่นนั้นเราก็ควรจะลงมือในสิ่งที่ตนเองชอบ เพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นๆเห็นว่าสิ่งที่เราจะทำ
สิ่งที่เราจะเป็น มันก็มีค่าไม่แพ้กับสิ่งที่พวกเค้าคาดหวังกับเรากันไว้เลย
if you dream it
you can do it
WALT DISNEY