The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปนาฏศิลป์ เลขที่ 1,14,17,19,23,34

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Patitta Kiawman, 2023-07-30 10:06:12

สรุปนาฏศิลป์ เลขที่ 1,14,17,19,23,34

สรุปนาฏศิลป์ เลขที่ 1,14,17,19,23,34

สมาชิก 1. นายขัตติย เพทาย เลขที่ 1 2. น.ส.ศรุตยา ปรสันติสุข เลขที่ 14 3. น.ส.ฐิตารีย์ รีย์ บุญคล่อง เลขที่ 17 4. น.ส.พิทยารัต รั น์ ชูยศ เลขที่ 19 5. น.ส.ณัฐณิชา คุ้นมาก เลขที่ 23 6. น.ส.ปทิตตา เกี่ย กี่ วม่าน เลขที่ 34


01 สารบัญ 02 04 05 03 06 เรื่อ รื่ งคุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ไป์ ทย เรื่อ รื่ งการสืบทอดนาฏศิลป์ไป์ ทย เรื่อ รื่ งการแสดงนาฏศิลป์ไป์ ทย เรื่อ รื่ งระบำ รำ ฟ้อ ฟ้ น การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้น พื้ เมือง เรื่อ รื่ งการแสดงนาฏศิลป์ไป์ ทยพื้น พื้ เมือง เพลงรำ กลอง ยาวหรือ รื เถิดเทิง เรื่อ รื่ งบุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไป์ ทย เลขหน้าสไลด์ที่ 4 3 6 5 8 7 07 เอกสารอ้างอิง 9,10 คลิกหน้าที่ต้ ที่ ต้ องการดูได้ที่หั ที่ หั วข้อหรือ รื เลขหน้าสไลด์


คุณค่าและประโยชน์ของ นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทยมีคุณค่ามากในฐานะที่เป็นที่รวมของศิลปะหลายแขนง และได้ปลูกฝังจริย ริ ธรรมและเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สะท้อนให้เห็นสภาพบ้านเมืองที่มีความสวย และประณีต ตลอดจนวัฒ วั นธรรมที่ยึดถือปฎิบัติกันมาแต่ละยุคสมัย ประติมากรรม งานปั้น/งานแกะ/งานหล่อ การ สร้างอุปกรณ์การแสดง ต้องมีความอดทนสูง เช่น หัวโขน/มงกุฎ/ชฎา วรรณกรรม จากภาษาไทยปรากฏในงานนาฏศิลป์ มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง บางทีบางบทไม่มีบทพูด สถาปัตยกรรม การสร้าง/การออกแบบฉาก คนสร้าง ต้องมีความรู้ความเข้าใจการสร้างงาน จิตรกรรม งานวาด/ออกแบบดีไซน์/การลงลายเส้นลาย สี/การแต่งหน้า ดุริย ริ างคศิลป์ หัวใจหลักของการแสดง เพราะการแสดง ลีลาท่ารำ ต้องมีดนตรีปรี ระกอบการแสดง นาฏศิลป์นอกเหนือจากการให้ความบันเทิงนั้นยัง เป็นส่วนสำ คัญในการประกอบพิธีกรรมทั้งพิธีหลวง และพิธีราษฎร 1. สถาบันพระมหากษัตริย์ ริย์ ต้องมีพระราชพิธีต่างๆ ตามพระราชประเพณี 2. มีบทบาทสำ คัญ เพราะเกี่ยวข้องกับวิถี วิถี ชีวิต วิ ของ คนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย บทบาทในงานสำ คัญของ หลวงพิธีกรรมต่างๆของชาวบ้านและสร้างความ บันเทิงให้ผู้คน เช่นการแสดงลิเก ละคร โขน 3. ประโยชน์โดยตรงสำ หรับผู้ศึกษานาฏศิลป์ คือ สอนให้เป็นผู้รู้จักตนเอง เพราะเป็นวิช วิ าที่ต้อง อาศัยความมีมานะ อดทน ฝึกฝนเป็นเวลานาน นางสาวฐิตารีย์ รีย์ บุญคล่อง ม.4/8 เลขที่17 คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


กระบวนการสืบทอด นาฏศิลป์ไทย กระบวนการสืบทอดนาฏศิลป์ในสมัยปัจจุบัน แนวทางการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย การจัดกิจกรรมเพื่อสืบทอดวัฒนธรรม ทางด้านนาฏศิลป์ไทย ในปัจจุบันมีการเรีย รี นการสอนแบบแผน โดยจัดทำ สื่อ สื่ และกิจกรรมเพื่อ พื่ ให้ตัวผู้เรีย รี นได้ฝึก ฝึ การรู้จั รู้ จั ก สังเกต คิดวิเ วิ คราะห์ สร้า ร้ งจินตนาการ และสามารถ นำ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิต วิ ประจำ วัน วั ได้ นาฏศิลป์มีขนบธรรมเนียมที่สื ที่ สื บทอดมาแต่โบราณผู้ ศึกษาจะต้องมีความเคารพในในบูรพาจารย์ดังคำ กล่าวที่ว่ ที่ า ว่ "นาฏศิลป์ไทยเป็นศิษย์มีครู" กิจกรรมที่จ ที่ ะขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ สืบทอดที่ค ที่ วรศึกษา ได้แก่ พิธี ไหว้ค ว้ รู คติความเชื่อ ชื่ เกี่ย กี่ วกับนาฏศิลป์ การสืบทอดนาฏศิลป์สมัยโบราณ เป็นการถ่ายทอดจากครูแบบตัวต่อตัว โดยวิธี วิธี การจำ โดยไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร "นาฏศิลป์ไทยเป็นศิษย์มีครู" 1).การค้นคว้า ว้ วิจั วิจั ย 2).การอนุรัก รั ษ์ 3).การฟื้น ฟื้ ฟู 4).การพัฒนา 5).การถ่ายทอด 6).ส่งเสริม ริ กิจกรรม 7).การเผยแพร่แ ร่ ลกเปลี่ย ลี่ น 8).การเสริม ริ สร้า ร้ งปราชญ์ท้องถิ่น ถิ่ นางสาว พิทยารัต รั น์ ชูยศ ม.4/8 เลขที่1 ที่ 9 คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง เป็นศิลปะที่นำ ที่ นำมาแสดงได้ทุกโอกาส เช่น งานพระราชพิธี งานทั่ว ทั่ ไปของเอกชน หลักการเลือกชุดการแสดง 1.เลือกชุดให้เหมาะสมกับการแสดง 2.เลือกชุดตามที่ผู้ ที่ ผู้จัดต้องการ เพื่อ พื่ ให้เหมาะสมกับงานนั้น นั้ แนวคิดในการจัดชุดการแสดงในวันสำ คัญของโรงเรียน 1.กำ หนดการแสดงให้เหมาะสมกับวัน วั สำ คัญ 2.นำ เสนอรูปแบบการอนุรัก รั ษ์ 3.เวลาในการแสดงแต่ละชุด 4.กำ หนดองค์ประกอบรวมของการแสดงให้ชัดเจน แนวในการจัดชุดการแสดงประจำโรงเรียน 1.แนวคิดเกี่ย กี่ วกับสัญลักษณ์ประจำ โรงเรีย รี น 2.แนวคิดเกี่ย กี่ วกับชุมชนที่โ ที่ รงเรีย รี นตั้ง ตั้ อยู่ 3.แนวคิดเกี่ย กี่ วกับอาชีพ วิถีชีวิตในชุมชนที่โ ที่ รงเรีย รี น ตั้ง ตั้ อยู่ 4.แนวคิดเกี่ย กี่ วกับสิ่ง สิ่ ที่อ ที่ ยู่ในท้องถิ่น ถิ่ ที่โ ที่ รงเรีย รี นตั้ง ตั้ อยู่ 5.แนวคิดเกี่ย กี่ วกับการสร้า ร้ งแรงบันดาลใจ การเลือกรูปแบบการแสดง 1.แต่งบทร้อ ร้ งให้เหมาะสม 2.ตีท่ารำ ให้ตรงตามบทร้อ ร้ ง 3.ใส่ทำ นองเพลงให้ถูกต้องเหมาะสมกับเพลง 4.ปี่พ ปี่ าทย์ทำ เพลงรัว รั ผู้แสดงใช้ลีลาท่ารำ และตีบทได้ถูกต้อง 5.ช่วงจบปี่พ ปี่ าทย์ทำ เพลงรำ 6.คัดเลือกผู้แสดงที่มี ที่ มี ความสามารถ มีฝีมื ฝี มื อในการรำ นางสาวณัฐณิชา คุ้นมาก เลขที่23ม.4/8 คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


ระบำ รำ ฟ้อน และ การแสดงนาฏศิลป์ ความหมายระบำ การแสดงที่ต้ที่ต้ องใช้คนจำ นวนมากกว่าว่ 2 คนขึ้น ขึ้ ไป ซึ่งซึ่ การแสดงนั้น นั้ ๆจะใช้เพลงบรรเลงโดยมีเนื้อ นื้ ร้อ ร้ งหรือรื ไม่มีเนื้อ นื้ ร้อ ร้ งก็ได้ ระบำ นั้น นั้ เป็นศิลปะของการร่าร่ยรำ ที่ เป็นชุด ไม่ดำ เนินเป็นเรื่อรื่งราว ผู้รำ แต่งกายงดงาม จุดมุ่งหมายเพื่อพื่แสดงความงดงามของศิลปะการรำ ไม่มีการดำ เนินเรื่อรื่ง ความหมายรำ แสดงท่าเคลื่อลื่นไหวคนเดียวหรือ รื หลาย คน โดยมีลีลาและแบบท่าของการ เคลื่อลื่นไหวและมีจังหวะลีลาเข้ากับเสียง ที่ทำที่ทำจังหวะเพลงร้อ ร้ งหรือ รื เพลงดนตรี รำ ในความหมายต่อมาคือ "รำ ละคร" ความหมายฟ้อน การแสดงกริยริาเดียวกับระบำ หรือ รื การรำ เพียงแต่เรีย รี ก ให้แตกต่างกันไปตามท้องถิ่นถิ่จัดเป็นการแสดงพื้น พื้ เมือง ของภาคนั้น นั้ ๆ แต่ในรูปของการแสดงแล้วก็คือ ลักษณะ การร่า ร่ ยรำ นั่นนั่เอง ที่ผู้ที่ผู้แสดงต้องแสดงให้ประณีตงดงาม 1ระบำ มาตรฐาน เป็นระบำ แบบดั้ง ดั้ เดิมที่มีที่มีา แต่โบราณกาล 2ระบำ ที่ปที่รับ รั ปรุงขึ้น ขึ้ ใหม่ เป็นลักษณะระบำ ที่ ปรับ รั ปรุงหรือรืประดิษฐ์ขึ้น ขึ้ ใหม่ โดยคำ นึงถึง ความเหมาะสมของผู้แสดง และการนำ ไปใช้ในโอกาสต่างๆกัน ประเภทของระบำ จำ แนกออกเป็น2ประเภท 1. รำ เดี่ยดี่ว คือ การแสดงการรำ ที่ใที่ช้ผู้แสดงเพียงคนเดียว ได้แก่ การรำ ฉุยฉายต่างๆ เช่น ฉุยฉายวันวัทองฉุยฉายเบญ กาย เป็นต้น 2. รำ คู่ คือการแสดงที่นิที่นิยมใช้เบิกโรงอาจจะเกี่ยกี่วข้องกับ การแสดงหรือรืไม่ก็ได้ เช่น รำ ประเลง รำ แม่บท รำ อวยพร หรือรืเป็นการรำ คู่ที่ตัที่ตัดตอนมาจากการแสดงละคร เช่นพระ ลอตามไก่จากเรื่อรื่งพระลอ 3. รำ หมู่ คือ การแสดงที่ใที่ช้ผู้แสดงมากกว่าว่ 2 คนขึ้นขึ้ไป มุ่งความงามของท่ารำ และความพร้อร้มเพรียรีงของผู้แสดง เช่น รำ วงมาตรฐาน รำ พัด รำ โคมรำ สีนวล ประเภทของการรำ จำ แนกออกเป็น3ประเภท 1. ฟ้อนที่สืที่สืบเนื่อนื่งมาจากการนับถือผี เป็นการฟ้อนที่เที่กี่ยกี่วเนื่อนื่งกับความเชื่อชื่ถือ และพิธีกรรม ได้แก่ ฟ้อนผีมดผีเม็ง ฟ้อนผีบ้านผีเมือง เป็นต้น 2. ฟ้อนแบบเมือง หมายถึงศิลปะการฟ้อน ที่มีที่มีลีลาแสดงลักษณะเป็นแบบฉบับของ "คนเมือง" หรือรื "ชาวไทยยวน" ซึ่งซึ่เป็นชนกลุ่มใหญ่ที่ อาศัยอยู่เป็นปึกแผ่นในแว่นแคว้น "ลานนา" นี้ การฟ้อนประเภทนี้ ได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ เป็นต้น 3. ฟ้อนแบบม่าน คำ ว่า "ม่าน" ในภาษาลานนา หมายถึง "พม่า" การฟ้อนประเภทนี้เนี้ป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะการฟ้อนของพม่า กับของไทยลานนา ได้แก่ ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา 4. ฟ้อนแบบเงี้ยงี้วหรือรืไทยใหญ่ หมายถึง การฟ้อนที่ไที่ด้รับรัอิทธิพลมาจากศิลปะการแสดงของชาวไทยใหญ่ (คนไทยลานนามักเรียรีกชาว ไทยใหญ่ว่า "เงี้ยงี้ว" ในขณะที่ชที่าวไทยใหญ่มักเรียรีกตนเองว่า "ไต") ได้แก่ การฟ้อนไต ฟ้อนเงี้ยงี้ว กิ่งกิ่กะหร่าร่ (กินราหรือรืฟ้อนนางนก) เป็นต้น 5. ฟ้อนที่ปที่รากฎในการแสดงละคร การฟ้อนประเภทนี้เนี้ป็นการฟ้อนที่มีที่มีผู้คิดสร้าร้งสรรค์ขึ้นขึ้ในการแสดงละครพันทาง ซึ่งซึ่นิยมกันในราว สมัยรัชรักาลที่ 5 ได้แก่ ฟ้อนน้อยใจยา ฟ้อนลาวแพน ฟ้อนม่านมงคล เป็นต้นการแสดงเบ็ดเตล็ด ประเภทของฟ้อน จำ แนกของเป็น5ประเภท น.ส.ศรุตยา ปรสันติสุข ม.4/8 เลขที่1 ที่ 4 คลิกกลับไป หน้าสารบัญ


ก ล อ ง ย า ว ก ล อ ง ย า ว ห รื อ รื โ อ สิ ใ สิ น รู ป รู มี ลั มี ลั ก ษ ณ ะ ค ล้ า ย ค ลึ ง กั บ ข อ ง ช า ว ไ ท ย อ า ห ม ใ น แ ค ว้ น ว้ อั ส สั ม สั แ ต่ ข อ ง ไ ท ย จ ะ มี ลั มี ลั ก ษ ณ ะ ค ล้ า ย ต ะ โพ น หั วหั ท้ า ย เ ล็ ก ก ล า ง บ้ อ บ้ ง เ ล็ ก ก ว่ าว่ตะโพน ขึ้นขึ้หนังนัทั้งทั้สองข้าข้ง ผูกผูสายสะพายตีได้ และมีวิมีธีวิกธีารเล่นแบบเดียดีวกัน ขั ต ขั ติ ย น า ย เ พ ท า ย เ ล ข ที่ 1 ม.4 / 8 ก า ร เ ล่ น เ ทิ ง บ้ อ ง ย า ว เ พิ่ ง พิ่ มี ใ มี น ไ ท ย ใ น ช่ วช่ง ร.4 ก ล่ า ว คื อ มี พ มี ม่ าม่พ ว ก ห นึ่ ง นึ่ เ ข้ า ข้ ม า ใ น รั ชรั ส มั ย มั ที่ ยั งยั มี บ มี ท ร้ อ ร้ ง ก ร า ว ร า ย ย ก ทั พ พ ม่ าม่ในการแสดงละครพร ะ อ ภั ย มณี ต อ น เ ก้ า ทั พ ซึ่ ง ซึ่ นิ ย นิ ม เ ล่ น กั น ม า แ ต่ ก่ อ น ทุ่ ง ทุ่ เ ล ฯ ที นี้ จ ะ เ ห่ พห่ม่ าม่ ไ ป ต ก ม า เ ป็ น ข อ ง เ มื อ มื ง ไ ท ย ม า เ ป็ น ผู้ ใ ผู้ ห ญ่ ตี ก ล อ ง ย า ว ตี ว่ อว่ง ตี ไ ว ตี ไ ด้ จั งจั ห ว ะ ที นี้ จ ะ ก ะ เ ป็ น เ พ ล ง ก ร า ว เ ลื อ ง ชื่ อ ชื่ ฉื อ ฉ า ว ตี ก ล อ ง ย า ว ส ลั ด ไ ด ๆ ลั ก ษ ณ ะ แ ละวิ ธี วิเธี ล่ น 1.ใ น ง่ น ต รุ ษรุจี น จี ง า น ส ง ก ร า น ต์ ห รื อ รื ง า น แ ห่ แห่ห น 2.เ ดิ น ดิ เ ค ลื่ อ น ข บ ว น เ ช่ นช่ ใ น ง า น แ ห่ นห่า ค แ ห่ พห่ร ะ แ ล ะ แ ห่ กห่ฐิ น ฐิ 3.ค น ดู ค ดู น ใ ด รู้ สึ รู้ ก สึ ส นุ กนุจ ะ เ ข้ า ข้ ไ ป รำ ด้ ว ด้ ย 4.ก า ร เ ล่ น เ ถิ ด เ ทิ ง ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ป รั บรั ป รุ งรุใ ห ม่ กำ ห น ด ใ ห้ มี ห้ แ มี บ บ แ ผ น ลี ล า ท่ า รำ โ ด ย ก า ร กำ ห น ด ใ ห ม่ ก ล อ ง รำ ก ล อ ง ยื น ยื ก า ร รำรำรำรำรำรำ ก ล อง ย า ว ค ว า ม เ ป็ น ป็ ม า ป ร ะ วั ติ ก า ร เ ล่ น เ ถิ ด เ ทิ ง ค า ด ว่ าว่เ ดิ ม ดิ เ ป็ น ป็ ข อ ง พ ม่ าม่เ มื่ อ มื่ ค รั้ งรั้ ที่ พ ม่ าม่ทำ ส ง ค ร า ม กั บ ไ ท ย ใ น เ ว ล า พั ก พั ร บ พ ว ก ท ห า ร พ ม่ าม่ก็ จ ะ เ ล่ น ส นุ กนุส น า น กั น ซึ่ ง ซึ่ บ า ง ค น เ ล่ น " ก ล อ ง ย า ว " พ อ ไ ท ย เ ห็ น ห็ ก็ ห า ม า เ ล่ น บ้ า บ้ ง มี อ มี ยู่ ห นึ่ ง นึ่ บ ท เ พ ล ง ไ ท ย ที่ บ ร ร เ ล ง เ ป็ น ป็ เ พ ล ง พ ม่ าม่เ รี ย รี ก ว่ าว่เ พ ล ง พ ม่ าม่ก ล อ ง ย า ว ต่ อ ม า ก็ ไ ด้ ถู ด้ ก ถู ป รั บรั ใ ห้ เ ห้ ป็ น ป็ เ พ ล ง ร ะ บำ แ ล ะ มี ก มี า ร ถื อ ข ว า น อ อ ก ม า ร่ าร่ย รำ เ ข้ า ข้ กั บ จั งจั ห ว ะ เ พ ล ง จึ ง จึ เ รี ย รี ก เ พ ล ง นี้ อี นี้ อี ก ชื่ อ ชื่ ว่ าว่เ พ ล ง พ ม่ าม่รำ ข ว า น แ ต่ ง ก า ย ก า ร - นุ่ งนุ่ ก า ง เ ก ง ข า ย า ว ค รึ่ งรึ่แ ข้ ง ข้ - ส ว ม เ สื้ อ สื้ ค อ ก ล ม แ ข น สั้ น สั้ เ ห นื อ นื ศ อ ก - มี ผ้ มี า ผ้ โพ ก ศี ร ษ ะ แ ล ะ ผ้ า ผ้ ค า ด เ อ ว - นุ่ งนุ่ ผ้ า ผ้ ซิ่ น ซิ่ มี เ มี ชิ ง ชิ ย า ว ก ร อ ม เ ท้ า - ส ว ม เ สื้ อ สื้ ท ร ง ก ร ะ บ อ ก ค อ ปิ ด ปิ ผ่ าผ่ห น้ า น้ ห่ มห่สไบทับเสื้อสื้คาดเข็มข็ขัดขัทับเสื้อสื้ -ใส่สส่ร้อร้ยคอ และต่างหู ปล่อยผมทัดดอกไม้โอกาส ค ลิ ก ก ลั บไ ป ห น้ า ส า ร บั ญ


บุคคลสำ คัญในนวงการนาฏศิลป์ ผลงาน : คิดประดิษฐ์ท่ารำ สุโขทัย ประดิษฐ์ท่ารำ หอกชัด ประดิษฐ์ท่ารำ และอำ นวยการฝึก ฝึ สอนระบำ กวาง ช่วย ปรับ รั ปรุงฟื้นฟูและวางรากฐานด้านการละคร การรำ ให้กับ กรมศิลปากร ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ได้รับ รั การยกย่อง เชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำ ปี พ.ศ. 2528 2.ครูภักดี (เจียร จารุจรณ) นอกจากท่านจะเป็นตำ รวจหลวงแล้ว ท่านยังมีหน้าที่ เป็นครูสอนนาฏศิลป์โขน ท่านป็นผู้มีความสามารถในการรำ เพลง หน้าพาทย์องค์พระพิราพ ซึ่งซึ่เป็น นาฏศิลป์สูงสุด ด้วยเหตุนี้ห นี้ น้าพาทย์ องค์พระพิราพจึงไม่สูญไปจากนาฏศิลป์ ไทย กรมศิลปากรได้คัดเลือกท่านว่า ว่ เป็น ผู้ที่มีที่มีฝีมื ฝี มื อเยี่ยยี่ม 3.ครูอาคม สายาคม ผลงาน : เขียนคําอธิบายนาฏยศัพท์ บทความเพลงพื้น พื้ เมือง เพลงหน้า พาทย์ ประดิษฐ์ท่ารำ เพลงหน้าพาทย์ตระ นาฏราช เพลงหน้าพาทย์ โปรยข้าวตอก เพลงเชิดจีน ท่านจัดตั้ง ตั้ คณะสายเมธี,คณะสายาคม ด้าน การแสดงท่านมักแสดงเป็นตัวเอกอยู่เสมอ เช่น พระราม อิเหนา พระร่ว ร่ ง พระอภัยมณี เมื่อมื่เกษียณอายุจากโรงเรีย รี นศิลปากร กรม ศิลปากรได้เชิญให้เป็นผู้เชี่ยชี่วชาญนาฏศิลป์ สอนนักศีกษาปริญริญาตรี 5.ครูเฉลย ศุขะวณิช 1.ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี 4.ครูลมุล ยมะคุปต์ ผลงาน : ประดิษฐ์ท่าร่า ร่ ที่ปที่ระดิษฐ์ให้กรม ศิลปากรในฐานะผู้เชี่ยชี่วชาญ เช่น รำ แม่บทใหญ่ รำ ซัดชาตรี รำ วงมาตรฐาน ผลงานด้านการแสดง ท่านแสดงเป็นตัวเอกเกือบทุกเรื่อ รื่ ง เพราะมีฝีมือ เป็นเยี่ยยี่ม บทบาทที่ท่ที่ท่ านเคยแสดง เช่น พระสังข์ เขยเล็ก เจ้าเงาะ ฮเนา ซมพลา ท่านยังเป็นผู้ร่า ร่ ง หลักสูตรให้แก่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งซึ่นับว่าท่าน เป็นครูนาฏศิลป์คนแรกในการวางหลักสูตรการ เรีย รี นการสอนนาฏศิลป์ไทย นับเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมอันล้ำ ค่าที่ท่ที่ท่ านฝากไว้แก่แผ่นดิน ผู้เชี่ยชี่วชาญการสอนและออกแบบนาฏศิลป์ไทย แห่ง วิทยาลัยนาฏศิลป์ ทางราชการได้มอบหมายให้เป็นผู้ วางรากฐานจัดสร้า ร้ งหลักสูตรการเรีย รี นการสอนวิชา นาฏศิลป์ตั้ง ตั้ แต่ระดับต้นจนถึงขั้น ขั้ ปริญริญา สมควรได้ รับ รั การยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ประจำ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๐ ผลงาน เช่น การประดิษฐ์ท่ารำ ระบำ กินนร ระบำ โบราณคดี ๔ ชุด คือระบำ ทวารวดี ระบำ ศรีวิ รีวิชัย ระบำ ลพบุรี และเชียงแสน น.ส.ปทิตตา เกี่ย กี่ วม่าน เลขที่3 ที่ 4 ม.4/8 คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


อ้างอิงมาจาก เช่น https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/ NjE0Mjc1NTA3NDYx/details https://www.facebook.com/lovesiamoldbookFanclub/posts/1 396068257101893/?locale=th_TH https://www.wiki3.thth.nina.az/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8 %A7_%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97 %E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0% B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B5.html คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


อ้างอิงมาจาก เช่น https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/NjEzNT Y1NDc4ODg3/details https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/NTIyNj AzOTIwOTE4/details https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/NTIyNj AzOTk5NjY1/details https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/NjE0Mjc zNTQzNzk4/details https://classroom.google.com/u/1/c/NjEyMDE0NjE3NzU5/a/NjEzNz YxNTEwODQ0/details คลิกกลับไปหน้าสารบัญ


ขอบคุณครับ/ค่ะ


Click to View FlipBook Version