Enjoy
Studying
Present Simple Tense
Present Simple Tense
โครงสร้ าง ประธาน + always + กริยาช่อง 1 + กรรม + everyday
Usually every week
Often every month
Sometimes every year
Never everynight
Seldom
-ประธานคนเดียวกริยา เตมิ s หรือ es
- ประธานหลายคนกริยาคงเดมิ
- I , You กริยาคงเดมิ
ลักษณะประโยค ประธานทากริยานนั้ เป็ นประจา เป็ นจริง เป็ นกิจวตั ร เป็ นนสิ ยั สม่าเสมอ เป็ น
ธรรมชาติ
กฎ การเตมิ s , es ท่กี ริยา
1. กริยาท่ลี งท้ายด้วย S , ss, sh , ch , x ,z , o ให้เติม es
2. กริยาลงท้าย y หน้า y เป็ นสระ ให้เตมิ s ได้เลย
3. กริยาลงท้าย y หน้า y เป็ นพยญั ชนะ ให้ตดั y ทงิ ้ แล้วเติม ies
4. นอกเหนือจากนเี ้ตมิ s ได้เลย
Present Tense อันนีค้ ่อนข้างจะย่งุ ยากนิดหน่อยตรงท่ี
ประธานเอกพจน์กริยาต้องเตมิ s
ส่ วนประธานพหูพจน์ ไม่ ต้ องเตมิ
ส่งิ ท่ีจะสร้างความย่งุ ยากนิดหน่ึงคือการเตมิ s เพราะกริยาบางตัวต้องเตมิ es ไม่ใช่แค่ s เฉยๆ
แต่ไม่ใช่เร่ืองยากถ้าได้ศกึ ษาการเตมิ s ท่ที้ ้ายคานามเพ่ือให้นามนัน้ เป็ นพหูพจน์
อยา่ ลืม ศกึ ษาหลักการเตมิ s หรือ es ท่ที ้ายคากริยา ⇒ การเตมิ s ,es ให้เข้าใจนะคะ
หลกั การใช้ Present Simple Tense
1. ใช้พดู ถงึ ข้อเท็จจริงทวั่ ไป ซง่ึ เป็นการบอกกลา่ ว เลา่ ถามเรื่องราว เหตกุ ารณ์ท่ีเป็นข้อเทจ็ ริงทวั่ ๆไป (facts) และข้อมลู
และความจริงตามธรรมชาติ ขา่ วสาร (information)
ถ้าเป็นเร่ืองราวเก่ียวกับคนจะเป็นข้อมลู บอกให้รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน มีอาชีพอะไร ชอบอะไร เป็นต้น
His name is Somchai. ชื่อ ของเขา คือ สมชาย
He comes from Thailand. เขา มา จาก ประเทศไทย
He can play football. เขา สามารถ เลน่ ฟุตบอล
2.ถ้าเป็นเรื่องราวเก่ียวกบั สตั ว์ก็จะเป็นการบอกให้รู้วา่ มนั คอื อะไร รูปร่างหน้าตาเป็นอยา่ งไร ลกั ษณะนสิ ยั ใจคอ แหลง่ ท่ีอยู่
เป็ นต้น
Elephants are the largest land animals. ช้าง เป็น สตั ว์ บก ที่ใหญ่ท่ีสดุ
They have 28 teeth. พวกมนั มี ฟัน 28 ซ่ี
They can swim. พวกมนั สามารถ ว่ายนา้
3.ถ้าเป็นสง่ิ ของกจ็ ะบอกให้รู้วา่ มนั คืออะไร ทามาจากอะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
It is very expensive. มนั มีราคาแพง มาก
The company is in Japan. บริษทั อยู่ ใน ญี่ป่ นุ
4.ถ้าเป็นสถานที่กจ็ ะเป็นข้อมลู ขา่ วสารของสถานที่นนั้ เช่น ถ้าเป็นกรุงเทพ กจ็ ะเป็นข้อมลู ของประชากร พนื ้ ท่ี สถานท่ี
สาคญั ๆตา่ งๆเป็นต้น
Bangkok is the capital city of Thailand. กรุงเทพ เป็น เมอื งหลวง ของ ประเทศไทย
It has 50 districts. มนั มี 50 อาเภอ (เขต)
5. กจิ วตั ร เป็นสง่ิ ที่ทาบอ่ ยๆ อาจทกุ วนั ทกุ สปั ดาห์ ทกุ เดือน ทุกปี กไ็ ด้ ซงึ่ จะมคี าเหลา่ นีก้ ากบั อย่ดู ้วย
always อ๊อลเวส เสมอ
usually ย๊ชู วลลิ โดยปกติ
generally เจ๊น็ นะเริลลิ โดยปกติ
often อ๊อฟฟึน บอ่ ยๆ
frequently ฟรี๊เควน็ ลิ บอ่ ยๆ
sometimes ซม๊ั ไทมส บางครัง้
occasionally อะเค๊เชนิ นลั ลิ บางครัง้
seldom เซล๊็ ดมั ไมค่ อ่ ยจะ
rarely แร๊ลิ ไมค่ อ่ ยจะ
hardly (ever) ฮ๊าดลิ แทบจะไม่ (เคย)
never เน็ฝ๊ เฝอะ ไมเ่ คย
every day เอฝ็ ริเด ทกุ วนั
every+ Sunday/ Monday….. เอฝ็ ริ ซนั เด / มนั เด… ทกุ วนั อาทิตย์/ จนั ทร์….
every + / week/ month/ year…. เอฝ็ ริ วคี / มนั ธ/ เยีย … ทกุ สปั ดาห์ / เดอื น/ ปี
I always get up at 6 o’clock. ผม ตน่ื นอน เวลา 6 โมง เสมอ
You usually buy fruit at 7-11. โดยปกติ คณุ ซือ้ ผลไม้ ที่ 7-11
He often comes to my house. เขา มา บ้าน ของฉัน บอ่ ยๆ
She sometimes does homework at school. บ้างครัง้ หลอ่ น ทา การบ้าน ที่ โรงเรียน
6. ใช้พดู ถึงความชอบหรือไมช่ อบ ความคดิ เห้น
I like playing badminton. ฉนั ชอบเลน่ แบตมนิ ตนั
She doesn’t like Mathemetics เธอไมช่ อบวชิ าคณิตศาสตร์
7.ใช้พดู ถึงตารางเวลา
The bus arrives at the bus stop every 30 minutes.
รถเมล์จะมาถึงป้ ายรถเมล์ ทกุ ๆ 30 นาที
The coffee opens at 9 a.m. and closes at 5 p.m.
ร้านกาแฟเปิดตอน 9โมงเช้าและปิดตอน 5โมงเยน็
♦ สรุปประเดน็ ที่ต้องจดจาให้ได้
1. Present Simple Tense ใช้เพือ่ กลา่ วถงึ ข้อเทจ็ จริงทว่ั ไป และการกระทาท่ีเป็นกิจวตั ร
2. โครงสร้าง คอื S+V1 (s,es)
– ประธาน + กริยาช่องที่ 1 ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเตมิ s (เรียนรู้การเตมิ s ได้จากหวั ข้อ “การเติม s ท่ีท้าย
กริยา present simple tense”)
– ประธาน + กริยาชว่ ย + กริยาช่องท่ี 1 (กริยาไมเ่ ติม s ทกุ กรณี)
โครงสร้ างประโยคปฏิเสธ
ประธาน + do/ does + not + กริยาช่องท่ี 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี) + กรรม
ตวั ยอ่
do not = don’t (โด้นท) / does not = doesn’t (ดสั เซินท)
ตวั อย่าง
I don’t eat a banana. ฉนั ไม่ กิน กล้วย
She doesn’t eat a banana. หลอ่ น ไม่ กนิ กล้วย
ประธาน + กริยาช่วย + not + กริยาช่องท่ี 1 (กริยาไม่เตมิ s ทุกกรณี)
กริยาช่วยส่วนหน่ึงใน 24 ตวั คือ
cannot
should not
must not
ตวั ย่อ
cannot = can’t แค้นท /should not = shouldn’t ช๊ดุ ดนึ ท / must not = mustn’t มสั ซนึ ท
ตวั อย่าง
I can’t eat a banana. ผมไมส่ ามารถกนิ กล้วย (กนิ กล้วยไมเ่ ป็น)
She shouldn’t eat a banana. หลอ่ นไมค่ วรกินกล้วย
You must not eat bananas. คณุ ต้องไมก่ นิ กล้วย
โครงสร้ างประโยคคาถาม
การทาประโยคคาถามจากประโยคบอกเล่า ให้ดวู า่ มี กริยาชว่ ย อยดู่ ้วยหรือเปลา่ ถ้ามีให้เอากริยาชว่ ยนาหน้าได้เลย ถ้า
ไมม่ ีกริยาช่วยให้เอา Verb to do (Do, Does) มาใช้แทน
แบบท่ี 1
Do/Does + ประธาน + กริยาช่องท่ี 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี) + กรรม ?
Do ใช้กบั นามพหพู จน์ เชน่ I, you, we, they, cats
Does ใช้กบั นามเอกพจน์ เช่น he, she, it, a cat
ตวั อย่าง
Do you eat a banana? คณุ กนิ กล้วย ใช่ไหม
Yes, I do. /No, I don’t. ใช่ / ไม่
Does she eat a banana? หลอ่ น กนิ กล้วย ใช่ไหม
Yes, she does. /No, she doesn’t. ใช่ / ไม่
แบบท่2ี
กริยาช่วย + ประธาน + กริยาช่องท่ี 1 (กริยาไม่เตมิ s ทกุ กรณี) + กรรม ?
Can you swim? คณุ สามารถ วา่ ยนา้ ใชไ่ หม (คณุ วา่ ยนา้ เป็นไหม)
Yes, I can. ใช่ (วา่ ยนา้ เป็น) No, I can’t. ไม่ (วา่ ยไมเ่ ป็น)
Can’t you swim? คณุ ไมส่ ามารถ วา่ ยนา้ ใชไ่ หม (คณุ วา่ ยนา้ ไมเ่ ป็นใช่ไหม)
Yes, I can. ใช่ (วา่ ยนา้ เป็น) No, I can’t. ไม่ (วา่ ยไมเ่ ป็น)
Should I go now? ผม ควรจะ ไป เด๋ียวนี ้ใชไ่ หม
Yes, you should. ใช่ (ควรไป) No, you shouldn’t. ไม่ (ไมค่ วรไป)
Must she go now? หลอ่ น ต้องไป เดี๋ยวนี ้ใชไ่ หม
Yes, she must. ใช่ (ต้องไป) No, she mustn’t. ไม่ (ไมต่ ้องไป)
แบบท่ี 3
Verb to be + Subject + Object/สว่ นขยาย + (คาบอกเวลา) ?
ใช้เมื่อในประโยคนนั ้ มี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น
Is she a good doctor ? หลอ่ นเป็นหมอที่ดีใชม่ ยั ้
Yes, she does. ใชห่ ลอ่ นเป็นหมอที่ดี
Are they good friendly ? พวกเขาเป็นมติ รท่ีดีใช่มยั ้
No, they are not. ไมใ่ ช่ พวกเขาไมไ่ ด้เป็รมติ รท่ีดี
แบบที่ 4
Wh-Questions:
QW + do , does + subject + กริยาช่องท่ี 1 + กรรม ?
ให้เอาคาเหล่านี ้(Who, What, Where, When, Why, How) นาหน้าประโยค ตามด้วย do ,does
** คาวา่ Who กบั What ให้ตามด้วย กริยาช่อง 2 ในกรณีท่ีใช้ Who กบั What เป็นประธานของประโยค
– ใช้ เป็นประธาน (สงั เกตวา่ ใคร กบั อะไร จะอยหู่ น้าประโยคเม่ือแปลเป็นภาษาไทย)
When do you want to meet me?
คณุ ต้องการพบฉนั เมื่อไหร่?
Why does he always complain so much?
ทาไมเขามกั จะบน่ มากมายอย่รู ่าไป?
How much does the ticket cost?
ตวั๋ ราคาเท่าไหร่?
Why don’t you ever go on vacation?
ทาไมเธอไม่ไปเท่ียวพกั ผอ่ นวนั หยดุ บ้างเลย?
ประเดน็ ท่ีต้องจดจา
1. ประโยคบอกเลา่ ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาให้เติม s แตถ่ ้าประโยคนนั้ มีกริยาช่วยแทรกอยู่ ก็ไมต่ ้องเตมิ s เชน่
She swims everyday. หลอ่ นวา่ ยนา้ ทกุ วนั (เติม)
She can swim. หลอ่ นสามารถวา่ ยนา้ ได้ (ไมเ่ ตมิ )
She must swim. หลอ่ นต้องวา่ ยนา้ (ไมเ่ ตมิ )
She should swim. หลอ่ นควรจะวา่ ยนา้ (ไมเ่ ตมิ )
2. ประโยคปฏเิ สธ และคาถาม แม้จะเป็นประธานเอกพจน์ กริยาแท้ไมเ่ ตมิ s ทกุ กรณี เช่น
Does she swim everyday?
She does not swim.
Can she swim?
She can’t swim.
3. Present Simple Tense ใช้เพ่อื กลา่ วถงึ ข้อเท็จจริงทวั่ ไป และการกระทาท่ีเป็นกิจวตั ร เป็นประจา เป็นนิสยั เป็น
ธรรมชาติ
My teacher always drinks coffee in the morning.
(ครูของฉนั ดื่มกาแฟในตอนเช้าเป็นประจา)
Nadech usually gets up at 7 o'clock.
(โดยปกตณิ เดชต่นื นอนตอนเจ็ดโมง)
It seldom rains in this part of the country.
(ฝนตกนาน ๆ ครัง้ ในพนื ้ ที่นีข้ องประเทศ)
เป็นอยา่ งไรบ้างคะสาหรับสรุปหลกั การใช้ Present Simple Tense แบบง่าย ๆ ที่นามาฝากกนั อย่าลืมลองนาหลกั การ
และทริคตา่ ง ๆ ท่ีนามาฝากไปใช้กนั ดนู ะคะ ซึ่งจะชว่ ยให้เราสามารถส่อื สารได้ถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์ และสามารถ
นาไปใช้เป็นจดุ สงั เกตเม่อื ต้องเจอข้อสอบหรือแบบฝึ กหดั ได้อีกด้วย Please often review this lesson everyday กนั
นะคะ ^^
PLEASE ASK ME IF YOU DON’ T UNDERSTAND