นา่ รู้รอบบ้านเรา 1
ฝายทดนา้ บา้ นกรือซอ
จากหนังสือชื่อ “วิถีชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานราก : จัดการน้า” ซึ่งจัดท้าโดย เครือข่ายร่วมสร้าง
ชุมชนท้องถ่ินน่าอยู่ ของ สสส. “ยามาลูดิง สารียอ” รองนายกองค์การบริหารส่วนต้าบลแว้ง อ.แว้ง จ.
นราธิวาส ได้เล่าไว้ว่า เม่ือ 30 ปีก่อนชาวบ้านที่แว้งมีน้าไม่เพียงพอต่อการท้าการเกษตร ทางผู้ใหญ่บ้านใน
เวลานันจึงติดต่อไปท่ีเกษตรจังหวัดเพ่ือขอประปาภูเขา ซึ่งก็พอใช้ส้าหรับบ้านกรือซอ หมู่ 4 ทังหมู่บ้าน และ
บ้านเจ๊ะเหม หมู่ที่ 3 อีกคร่ีงหมู่บ้าน แต่ต่อมาภายหลังกลับพบว่า จ้านวนประชากรเยอะขึน น้าท่ีเคยพอใช้ก็
เริ่มไม่พอ จุดเร่มิ ตน้ ของปญั หาจึงเร่ิมขึน
ยามาลูดิง เล่าต่ออีกว่า จนกระท่ังตัดสินใจเร่ิมติดต่อกับชลประทานจังหวัดว่าพอมีทางช่วยเหลือ
หรือไม่ พอดีในช่วงนันสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับยังต้าหนัก
ทักษิณราชนิเวศน์ ยามกูดิงเลยลองหาหนทางเพ่ือย่ืนหนังสือถวายฎีกาแด่พระราชินี เพ่ือให้รับทราบถึงความ
เดือดรอ้ นของพี่นอ้ งประชาชน
“ผมขึนไปรอรบั เสดจ็ พร้อมผ้ใู หญ่บ้านจะ๊ เหม เดนิ ไปเดนิ มาอยู่ครึ่งวัน ทางเจา้ หน้าท่เี ขาถามว่ามา
ท้าอะไรผมบอกว่าจะถวายฎีกาสมเด็จพระราชินี เขาก็เอาหนังสือไปมอบให้คุณสหัส บุญญาภิวัฒน์ ซ่ึง
ปัจจุบนั เสยี ชีวิตแล้ว บอกว่าผมจะขอทา้ ฝายตรงนี คณุ สหสั ดแู ลว้ บอกวา่ ไมไ่ ดเ้ พราะติดเขตปา่ สงวน ผมก็
ยนื ยนั กลับว่าไม่ติดเพราะผมขึนไปดูแลว้ ปรากฎว่าไม่ติดจรงิ ๆ หลังจากนนั ผมตดิ ตามเรอื่ งตลอด กใ็ ชเ้ วลา
ประมาณปีหนึ่งจงึ กอ่ สร้างเสรจ็ ” ยามกูดิง เล่าอย่างน้อมสา้ นึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเดจ็ พระนางเจ้า
ฯพระบรมราชินนี าถ
ด้วยน้าพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาว
ไทย ถึงวนั นีเกิดความเปลย่ี นแปลงอย่างมากในเรอื่ งแหล่งนา้ อยา่ งแรกคอื ชาวบา้ นทงั หมู่ 3 และ 4 ไม่มีปญั หา
เร่ืองน้าขาดแคลน ส่วนท่ีสอง คือพืนท่ีตรงส่วนที่เคยแห้งแล้งขาดแหล่งน้าเร่ิมอุดมสมบูรณ์มากขึน จากแต่
ก่อนท่ีปลกู อะไรไม่ขนึ แตท่ ุกวนั นกี ลบั เขียวขจี สว่ นท่ีสามคอื เกิดพืนที่ทอ่ งเที่ยวแห่งใหม่ ซ่งึ คนไมเ่ คยนิยมเข้า
ไป อาทิ น้าตกกรือซอ น้าตกบีแด ฝายโต๊ะบีแด ดูชงบาลา (ดูซง แปลว่า สวน แต่ดูซงบาลาน้ีเป็นพ้ืนท่ี
สาธารณะเหตุเพราะฤดูน้าหลาก พืชพันธุ์ท่ีเพาะปลูกไวจ้ ะสูญส้ินไปกับน้า แล้วปลูกได้เฉพาะช่วงฤดูที่ไม่มีน้า
หลาก)
ถึงวันนี หากพดู ถึงการบริหารจดั การแหล่งน้าอีกหนึ่ง คือ พรุแมต่ ะแคง ซึง่ เป็นแหลง่ นา้ ขนาดใหญ่ ท่ี
อยู่ในอบต.แวง้ เชน่ กนั ทน่ี ่ีมบี รรยากาศร่มรนื่ กวา่ 50 ไร่ โดยกรมชลประทานเขา้ ขดุ พืนทเี่ พ่อื ใช้เป็นบ่อกักเก็บ
นา้ ประมาณ 30 ไร่ ท้าใหป้ ระชาชนมนี า้ ใช้เต็มท่ี โดยเฉพาะในยามหนา้ แลง้ ที่น้าพรุแม่ตะแคงไมเ่ คยเหอื ดแห้ง
เพราะน้าคอื ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สา้ คญั ตอ่ ทกุ ชวี ิตและชุมชน นา้ เปน็ ธรรมชาติท่มี นุษยไ์ ม่สามารถควบคุมได้
บางปีฝนแล้ง จนไม่สามารถแบ่งปันกันได้อยา่ งท่ัวถึง ส่วนบางปีฝนตกชุก และดินโคลนถล่มจนไม่อาจไม่อาจ
ควบคุมได้ ความรับผิดชอบของชุมชนท่ีจะตระหนักปัญหาเรื่องน้าร่วมกัน และน้ามาซึ่งแนวทางการบริหาร
จัดการน้าและอนุรักษ์ต้นน้าอย่างเป็นระบบเท่านันจึงจะเป็นหนทางที่ท้าให้ชุมชนมีแหล่งน้าเพ่ือการบริโภค
อปุ โภคไดอ้ ย่างปกติสุขสบื ไป
นายยามาลูดงิ สารียอ รองนายก อบต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธวิ าส
ใหข้ ้อมูลเพิ่มเติมทบ่ี ้านพกั 4 มิถนุ ายน 2563
ตน้ มะเด่อื อายุ 100 ปีเศษ หา่ งจากฝายน้าบ้านกรอื ซอ ตา้ บลแว้ง อ้าเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
ทางเดนิ ประมาณ 1 กิโลเมตร จากทางเดินรมิ ฝายนา้ บา้ นกรอื ซอ ถึงจดุ ตน้ มะเด่ือ อายุ 100 ปเี ศษ
ตน้ มะเดอ่ื อายุ 100 ปเี ศษริมล้าธารสวน “ดซู ง” ครอบครวั มะยโู ซะ
ม.4 บ้านกรอื ซอ ตา้ บลแวง้ อา้ เภอแวง้ จังหวดั นราธวิ าส
ลา้ ธารใกล้ต้นมะเดอ่ื 100 ปเี ศษ
ภูมิปัญญาการปลูกตน้ มะเด่อื
ตน้ ไม้ยนื ต้นเพ่ือปลกู รกั ษาปา่ ต้นนา้ บนเขา เวลามีฝนตกหนักน้าปา่ จากเขาสูงและดินจะไหลทะลักและ
สไลด์เข้าทา้ ลายชุมชน สาเหตุมาจากการตัดไมท้ ้าลายป่าต้นนา้ มากเกนิ ไปจนไม่มีอะไรยดึ หน้าดนิ และอมุ้ นา้
เอาไว้ ชว่ ยรักษาระบบนเิ วศของผนื ป่าโดยรวมที่ดีท่สี ดุ คือ ตน้ “มะเดอื่ ” เพราะเปน็ ต้นไมท้ มี่ ีรากหย่ังลึก ราก
ใหญแ่ ละรากกระจายตามหน้าดินได้กว้างไกลมาก เปน็ ไม้ชอบนา้ ตามธรรมชาติอย่แู ลว้ พบขึนตามริมลา้ ธารบน
เขาสูงทัว่ ไป รากของตน้ “มะเดอื่ ” จะยดึ หน้าดินและอุ้มนา้ ไว้ไมใ่ ห้ไหลทะลกั ลงสู่พืนราบได้ ในตา่ งประเทศ
รณรงค์ใหป้ ลกู ตน้ “มะเดื่อ” ตามริมลา้ ธารในป่าและบนเขาอย่างกวา้ งขวาง
มะเดือ่ หรือ Ficus Raceosa Linn. อยใู่ นวงศ์ Moraceae เปน็ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงไดถ้ ึง 30
เมตร ทังตน้ มยี างขาว ใบเดยี่ วออกเรยี งสลบั รปู รีแกมรูปใบหอก ใบดก และใหร้ ม่ เงาดมี าก “ดอก” ออกเป็น
ชอ่ เกดิ ภายในฐานรองดอกท่มี รี ปู ร่างคล้ายผล ออกตามล้าตน้ และก่งิ กา้ นแยกเพศในชอ่ เดียวกัน “ผล” เป็น
ผลสด รปู กลม แป้นเล็กน้อย ผลกสุกเปน็ สแี ดงอมชมพูรบั ประทานไดร้ สชาติฝาดปนมัน หรอื หวานปนมนั
การขยายพนั ธ์ดุ ้วยเมลด็ และตอนกิง่ ซึง่ ท่ีพบขนึ ตามธรรมชาติในป่า “มะเดอื่ ” จะมีหลากหลายสาย
พนั ธ์ุ ปัจจบุ ันมผี ูน้ า้ มะเดื่อหวาน สายพนั ธจ์ุ ากตา่ งประเทศมาปลูกในประเทศไทยอย่างแพรห่ ลาย มรี สชาต
หอมอรอ่ ย และสามารถปลกู รักษาป่าต้นน้าได้เหมือนกนั
ประโยชนท์ างสมุนไพร ราก แกไ้ ขพษิ ไข้กาฬ (ไข้ท่ีมีตุม่ ท่ีอวยั วะภายในหรอื ผวิ หนงั ซึ่งตุม่ อาจมีสีด้า)
แก้ร้อนใน โดยกา้ จ้านวนพอประมาณตม้ นา้ จนเดือดดมื่ ครังละ 1 แก้ว เช้าเยน็ เปลอื กตน้ รสฝาด แกอ้ าการ
ท้องเสีย ท่ไี มใ่ ชบ่ ิดหรือหิวาตกโรค แกอ้ าเจียน หา้ มเลือด ล้างแผล ต้นหรือเนือไม้ ผสมกบั ตน้ เล็บแมว ตับเต่า
โคก ตน้ มะดกู เปล้าให้หรือเปลา้ นอ้ ย ตน้ ก้าจาย ตน้ ก้าแพงเจ็ดชัน รากส้มลม และต้นกะเจยี น ต้มน้าด่มื แก้
ปวดเม่อื ยได้ดีมาก(ไทยรฐั ออนไลน์ thairat.co.th 22 สค.2554)
ปราชญท์ ้องถน่ิ ให้ข้อมลู เพิม่ เติมว่า นา้ ไปประกอบอาหารในแกงเนอื (กูลาดากิง) ลดความดนั และ
โรคลมต่าง ๆ
medthai.com ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั มะเดอื่ เปน็ ผลไม้ทีเ่ หมาะส้าหรบั
ผปู้ ่วยเบาหวานเพราะช่วยควบคุมระดบั น้าตาลในเลือดและช่วยลดปรมิ าณการใชอ้ ินซูลนิ ใน
ผู้ปว่ ยเบาหวาน
ผู้ตอ้ งการลดน้าหนกั หรือควบคมุ น้าหนกั เพราะมีเส้นใยสูง
ผู้ต้องการพลังงานสงู เพราะมะเดอ่ื มคี อเลสเตอรอลและไขมนั นอ้ ยมาก ผู้ปว่ ยที่เปน็ โรคความ
ดนั โลหิตสูง ไขมนั ในเลือดสูง โรคตบั
ผู้ตอ้ งการคงความออ่ นเยาว์และชะลอการเกิดริวรอยแห่งวัย มีแคลเซย๊ ม เหล็ก และ
ฟอสฟอรัสสงู ชว่ ยสร้าง ซอ่ มแซม และเพมิ่ ความแข็งแกรง่ ของกล้ามเนือ
ต้นทุเรียนอายุร้อยปี บริเวณ หมู่ 4 บ้านกรือซอ ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส
ทเุ รียนพันธ์ุพนื เมือง อีซีกยู ิก อายมุ ากกวา่ 100 ปี
พนั ธพุ์ ืนเมืองเก่าแก่ นาซกิ งู ิก โต๊ะแบงู ในสวนครซู ลี ะ ยะโก๊ะ (ดุซง ของภรรยา ซารีปะห์ ดือรอแม)
เพิงพักเผ้าผลไม้ สะท้อนการพ่ึงพาอาศัยกันระหว่างชาวสาวในระแวกเดียวกัน