สรุปรายงานผล โครงการอบรมสัมมนาผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ฝึกอบรมในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน และศึกษาดูงานนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม 256๕ ณ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี กองการประปา เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน
สารบัญ เรื่อง หน้า วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ วัตถุประสงค์โครงการ 1 กลยุทธ์การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 มาใช้ในการพัฒนาการทำงานในองค์กร วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ บ้านฉาง 5G Smart City ต้นแบบชุมชนแห่งอนาคต 8 ระบบเทคโนโลยีและระบบสื่อสาร ศูนย์บัญชาการตอบโต้ 11 สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว Emergency Incident Command Center : EIC วันพฤหัสบดีที่ ๒5 สิงหาคม ๒๕๖๕ แนวทางการจัดระบบงาน และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีภายในองค์กร 15 การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic 18 Corridor : EEC) ในเขตพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง ความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 19
สรุปรายงานผล โครงการอบรมสัมมนาผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ฝึกอบรมในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน และศึกษาดูงานนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม 256๕ ณ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี กองการประปา เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน วัตถุประสงค์โครงการ ๑. เพื่อให้ผู้เข้ารับการ อบรมมีความรู้และทักษะในการพัฒนาการ บริการจัดการและการให้บริการประชาชน ตามหลักธรรมาภิบาล 2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการ อบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เป็น ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3. เพ ื ่ อเป ็ นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนให้ ได้รับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ๔. เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และ พนักงาน ๕. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมและศึกษาดูงานได้มีมุมมองและทัศนคติที่ก้าวทันต่อสถานการณ์ โลกในปัจจุบันที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ ๖. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมและศึกษาดูงานได้เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการที่มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของโลกอยู่ตลอดเวลา สามารถนำความรู้ที่ได้อบรมด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูล ระบบการทำงานที่เป็น ดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างคุ้มค่า
2 วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ อบรมโดยการรับฟังการบรรยาย ณ สำนักงานเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน “กลยุทธ์การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาการทำงานในองค์กร” วิทยากรกลุ่ม โดย ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ เกตุฉาย และคณะ ปัจจุบันพัฒนาการและการนำ เทคโนโลยีมาประยุกต์ในองค์กร ส่งผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งโดยทางตรงและ ทางอ้อม ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายแก่ ผู้บริหารในอนาคตให้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร โดยผู้บริหาร ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และวิสัยทัศน์ต่อ แนวโน้มของเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถ ตัดสินใจนำเทคโนโลยีมาใช้งานอย่างมี ประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าและพัฒนาการของ เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติงานแต่ละหน่วยงานมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ในฐานะที่เป็น ระบบย่อยภายในระบบสังคมมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัว เพื่อความอยู่รอดและการเจริญเติบโตใน อนาคต ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างหลายหน่วยงานได้ปรับโครงสร้างขององค์กรจากโครงสร้างแบบลำดับขั้นเข้า สู่โครงสร้างระบบเครือข่าย พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยให้การ ตัดสินใจ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพ จึงไม่ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมเป็น ลำดับขั้น นอกจากบุคลากรรุ่นใหม่ยังมีความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสูงกว่าในอดีต จึงพร้อมที่ จะรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของตนและกลุ่มมากขึ้น มีการสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยที่ ผู้จัดการหรือหัวหน้างานจะเปลี่ยนหน้าที่จากผู้สั่งการมาเป็นผู้ฝึกสอน ผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวก ในการทำงาน โดยการก้าวสู่ยุคสังคมสารสนเทศ ดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลต่อแค่วิถีการดำเนิน ชีวิตของคนทั่วไปเท่านั้นแต่ยังส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาและ การบริหารงานภาครัฐ ที่รัฐจำเป็นต้อง ปรับกระบวนทัศน์ทางความคิดในทุกภาค ส่วนเพื่อการพัฒนา และนำเทคโนโลยี ดิจิทัลและระบบบริหารสารสนเทศและการ สื่อสารมาประยุกต์ใช้อย่างเต็มที่ เพื่อ ขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ โดย จำเป็นต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการและ ระบบการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐให้มี ประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านการ ให้บริการแก่ประชาชนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวและสามารถ ใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อกาวสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
3 ในการอบรมวิทยากรได้ยกตัวอย่างการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรคือ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 1. ระบบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล 2. ระบบคำร้องออนไลน์
4 3. ระบบวันลาออนไลน์ 4. ระบบบริหารจัดการพัสดุ และบริหารงานงบประมาณ 5. ระบบประเมินผลการปฏิบัติราชการออนไลน์
5 และมหาวิทยาลัยสวนสุนันทา ได้นำเทคโนโลยีมาใช้โดยจัดทำแอปพลิเคชันใช้ในองค์กร 1. ข้อมูลด้านบุคลากร 2. ข้อมูลนักศึกษา 3. ข้อมูลรายได้/ค่าใช้จ่าย 4. ข้อมูลครุภัณฑ์ 5. ข้อมูลการประกันคุณภาพ 6. ข้อมูลหลักสูตร 7. ข้อมูลงานวิจัย 8. ข้อมูลความเชี่ยวชาญ 9. ข้อมูลการรับทุน/รับรางวัล มีการประยุกต์ใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในการปฏิบัติงานในองค์กรยุคดิจิทัล
6 แอปพลิเคชันสนับสนุนการทำงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร การประยุกต์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการปฏิบัติงาน จากความรู้ที่ได้รับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงาน ให้เกิดประโยชน์ได้ดังนี้ 1. เกิดการบูรณาการร่วมกัน และลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน 2. ลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือ 3. มีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเป็นกรอบในการบริหารจัดการข้อมูล มีการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ 4. ภาครัฐโปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วม 5. ลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ 6. เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับการพัฒนาหรือยกระดับทักษะด้านดิจิทัล 7. สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนผู้รับบริการจากภาครัฐ
7 แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรม มาปรับใช้กับงานในหน้าที่ กองการประปา ได้สร้างกลุ่มไลน์ในการรับชำระค่าน้ำประปา เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลา ในการชำระค่าน้ำประปา และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำ ทั้งนี้ จากความรู้ที่ได้รับ จากการฝึกอบรม กองการประปาสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับเพิ่มเติมเพื่อให้มีความสะดวกในการทำงาน มากยิ่งขึ้น
8 วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย ณ เทศบาลตำบลบ้านฉาง จ.ระยอง “บ้านฉาง 5G Smart City ต้นแบบชุมชนแห่งอนาคต” เทศบาลตำบลบ้านฉาง ได้นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัย สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคม สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเริ่มนำ “เสาอัจฉริยะ 5G” (5G Smart Pole) จำนวน 5 ต้น มาทดลองติดตั้งที่ ตำบลบ้านฉาง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อสัญญาณและรับส่งข้อมูลบริการต่างๆ ระหว่างชุมชน กับหน่วยงานของรัฐ เช่น เทศบาลตำบลบ้านฉาง สถานีตำรวจภูธรบ้านฉาง และโรงพยาบาลบ้านฉาง บ ้ า น ฉ า ง เ ม ื อ ง ต้นแบบ 5G แห่งแรกของประเทศ ไทย ” ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นโครงการ ที่ความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อทำให้เกิดต้นแบบ การใช้เทคโนโลยี 5G ในการบริหารจัด ก า ร เ ม ื อ ง สู่ Smart City ภ า ย ใ ต้ โครงการเขตพัฒนาพิเศษ ภ า ค ตะวันออก (EEC) การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC ได้ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อทดสอบระบบ เสาอัจฉริยะ 5G ( 5G Smart pole ) โดยสามารถใช้งานได้มากกว่า 10 ฟังก์ชั่น เช่น ระบบการตรวจจับระดับ สารพิษในอากาศและค่าฝุ่น PM 2.5 ระบบความปลอดภัยขอความช่วยเหลือ (SOS) จากเสาสมาร์ทโพล 5G นอกจากนี้เชื่อมต่อกับระบบโดรน 5G ไร้คนขับทำหน้าที่บินสำรวจบริเวณหาดและท่าเรือ หาเรือจอดซ้อน เพื่อ ตรวจสอบคนลอบเข้าเมือง และการเดินเรือที่ผิดกฎหมาย หรือแม้แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในทะเล สำหรับเสาอัจฉริยะที่ นำมาติดตั้งในอำเภอบ้านฉาง ในเบื้องต้น นำมาทดลองใช้งานก่อน 5 ต้น และจะทำ เพิ่มเติมอีก 20 ต้น โดยเสาอัจฉริยะแต่ละ ต้นสามารถใช้งานได้มากกว่า 10 ฟังก์ชัน เริ่มจาก ด้านบนสุดของหัวเสาอัจฉริยะ จะติดตั้งระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยใช้ พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และ พลังงานลม ผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่บนเสา
9 ถัดมาจะเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณจากโครงข่าย 5G และอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง ฟรีไวไฟ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น ๆ มาติดตั้งอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ บนเสาอัจฉริยะร่วมกันได้โดยการเช่า เพื่อใช้ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดการลงทุนซ้ำซ้อน เสาอัจฉริยะแต่ละต้นจะ ติดตั้งกล้องวรจรปิด 3-4 ตัว ออนไลน์ ข้อมูลภาพ 4 ทิศทาง ผ่านระบบ 5G เข้า ม า ท ี ่ ศ ู น ย ์ ข ้ อ ม ู ล Intelligence Operation Center ตั้งอยู่ที่เทศบาล ตำบลบ้านฉาง และสถานีตำรวจภูธรบ้าน ฉาง โดยเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ศูนย์ข้อมูล หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถซูมหรือดู ภาพขยายได้อย่างชัดเจนแบบเรียลไทม์ รวดเร็วกว่าระบบ 4G ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลภาพทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถิติปริมาณรถยนต์เข้า-ออกในอำเภอบ้านฉาง จะถูกออนไลน์ไปที่ศูนย์ข้อมูล และนำขึ้นไปเก็บบนคลาวด์เพื่อต่อยอดทำเป็น common data lake เพื่อใช้ในการบริหารจัดการปัญหาจราจร ป้องกันปัญหาอาชญากรรม วิเคราะห์ตรวจจับใบหน้าอาชญากรหรือคนหาย อุบัติเหตุ และอุบัติภัยต่าง ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ชั้นถัดมาจะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ตรวจวัดระดับสารพิษใน อากาศ และค่าฝุ่น PM2.5 ออนไลน์ข้อมูลไปที่ศูนย์ข้อมูลเทศบาลตำบลบ้านฉางตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล เครื่องขยายเสียง แจ้งประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับ ทราบ และชั้นสุดท้ายติดตั้งกล้องวงจรปิดมุมต่ำในรูปแบบของวิดีโอคอล S.O.S รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อจัดส่ง เจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา รวมทั้งเตรียมติดตั้งเครื่อง EV charger เพื่อรองรับรถไฟฟ้าใน อนาคตเป็นโครงการถัดไป
10 นอกจากนี้ยังมีการประสานงานไปยังโรงพยาบาลบ้านฉางและร้านขายยา เพื่อจัดทำ ระบบ “สาธารณสุขอัจฉริยะ” เปิดให้บริการผู้ป่วยนอก กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยไม่ต้องเดินทางมาพบแพทย์ที่ โรงพยาบาล โดยการจัดทีมแพทย์คอยให้คำปรึกษาและวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอล เพื่อลดความ แออัดในโรงพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยไปรับยาได้ที่ร้ายขายยาใกล้บ้าน รวมไปทั้งถึงกรณีผู้ป่วยในที่เข้ารับการผ่าตัด ในโรงพยาบาลบ้านฉาง ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาอาจใช้วิดีโอคอลไปสอบถามหรือขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลศิริราชผ่านระบบ 5G ได้ ซึ่งในขณะนี้ทางโรงพยาบาลศิริราชอยู่ระหว่างการพัฒนา และยกระดับขึ้นเป็น “โรงพยาบาลอัจฉริยะ 5G” แห่งแรกของประเทศไทย แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน มาปรับใช้กับงานในหน้าที่ ในอนาคตทางกองการประปา เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน จะนำเทคโนโลยี5G มาปรับใช้ให้ เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เช่น ติดตั้งสถานีจ่ายเพิ่มแรงดันน้ำประปาในเส้นท่อส่งน้ำประปา ทั้งนี้ จะให้มี การติดตั้งชุดปั๊มเทอร์ไบน์ หรืออุปกรณ์บุ๊ชเตอร์ปั้ม (Booster Pump) โดยมีตัว Pressure Gauge เป็นตัววัด แรงดันในแต่ละจุด ทำงานร่วมกับวาล์วลดแรงดัน (Pressure Reducing Valves, PRV) ซึ่งมีทั้งชนิดแบบจ่าย แรงดันคงที่ แบบลดแรงดัน และแบบเพิ่มแรงดัน โดยออกแบบให้สร้างแรงดันตามช่วงการใช้น้ำของประชาชน ระบบ (Inverter) แปรผันตามการใช้น้ำ ซึ่ง Sensor จะส่งสัญญาณจากเสา 5G ไปยังเครือข่ายแม่ เพื่อตรวจสอบแรงดันในเส้นท่อ ซึ่งสามารถทราบค่าแรงดันที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละจุด สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ หรือปรับเพิ่มแรงดัน ตามใบประมวลผลรายงานที่แจ้งมาทางระบบคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุมการปฏิบัติงาน (Operation Room) ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นโครงการวางท่อเมนส่งน้ำประปาของกรมโยธาธิการและผังเมือง ทางกองการ ประปาจะเร่งสำรวจออกแบบระบบการควบคุมแรงดัน และการสร้างแรงดันเพิ่มเติมในแต่ละจุด เพื่อให้ ประชาชนผู้ใช้น้ำประปาได้ใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่องและมีแรงดันที่เหมาะสมในพื้นที่ต่อไป ดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “ให้ปริมาณ...ที่พอใช้ ให้พอใจ...ที่ราคา ให้บริการ...ที่ดีกว่า ให้น้ำประปา...ที่ปลอดภัย”
11 วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย ณ เทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง “ระบบเทคโนโลยีและระบบสื่อสาร ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว Emergency Incident Command Center : EIC) ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว Emergency Incident Command Center (EIC) เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีการจัดระบบสื่อสารและเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยแก่ประชาชน พร้อมให้บริการรับแจ้งเหตุ 24 ชม. ก า รจ ั ด ต ั ้ ง ศ ู น ย์ บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน แ ล ะ ก ร ะ จ า ย ข ่ า ว Emergency Incident Command Center (EIC) เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัด ระยอง ณ บริเวณชั้น 1 สำนักงาน เทศบาลเมืองมาบตาพุด โดยภายใน ศูนย์ฯ ประกอบด้วยระบบเทคโนโลยี ที่ทันสมัย ระบบการสื่อสาร ระบบ การแจ้งเตือนเหตุ ระบบตรวจสอบ คุณภาพสิ่งแวดล้อมและคว าม ปลอดภัย และได้จัดทำแอพพลิเคชั่น ในชื่อ EIC App สำหรับให้ประชาชน ดาวน์โหลดเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของศูนย์ฯ ทั้งนี้ศูนย์บัญชาการตอบโต้ฯพร้อมให้บริการรับแจ้งเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นจุดให้บริการดูภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 78 จุด 114 กล้อง ภายในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดด้วย โดยประชาชนสามารถติดต่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ที่ งานรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักปลัดเทศบาล ศูนย์บัญชาการฯ EIC มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 165.575 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 38 ชุมชน มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมมากกว่า 300 แห่ง ที่ผ่านมาในพื้นที่มี เหตุการณ์สารเคมีรั่วไหล เพลิงไหม้ ใน โรงงานอุตสาหกรรม และนอกพื้นที่ อุตสาหกรรม การเกิดเหตุในแต่ละครั้ง ประสบปัญหาในด้านการบริหารจัดการ การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการฯ ก่อตั้งอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อบริหารจัดการ สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่มาบตาพุด ใช้งบประมาณ 42,000,000 บาท บทบาทและ หน้าที่ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว บุคลากรศูนย์บัญชาการฯ มีทั้งหมด 12 คน คุณสมบัติและการปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ EIC
12 1. วุฒิการศึกษา ไม่น้อยกว่า ป.ตรี สาขาสิ่งแวดล้อม / อาชีวอนามัย ความปลอดภัย / วิทยาการสารสนเทศ 2. มีประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ด้านความปลอดภัย 3. มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ EIC ตลอด 24 ชม. กะเช้า 6 คน กะดึก 2 คน การดำเนินงานของศูนย์ EIC จะประกอบด้วย 5 ด้าน 16 ระบบ ด้านอากาศ ประกอบด้วย ระบบการเชื่อมโยง ข้อมูลสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศในพื้นที่ ระบบตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยา (Metrological) ระบบ ตรวจวัดก๊าซที่ทาให้เกิดกลิ่นตามแนวทิศทางของพื้นที่จาก เหตุการณ์ผิดปกติ (Gas Detection and Scanning) ระบบ ตรวจวัดข้อมูลกลิ่นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน (Odour canning) และการเชื่อมโยงข้อมูลรถตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ แบบเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ด้านน้ำ มีสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำจาก ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนเขตเทศบาล เมืองมาบตาพุดจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำ 4 สถานี มีการ เชื่อมโยงข้อมูลตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งจากหน่วยงานที่ เปิดเผยข้อมูลเป็นสาธารณะ มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำใน คลองสาธารณะ ด้านฐานข้อมูล ใช้ฐานข้อมูล ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ : GIS มีข้อมูล ผู้นำชุมชน กลุ่มติดบ้านติดเตียง กลุ่มผู้ป่วยติด เชื้อ ข้อมูลโรงพยาบาล ข้อมูลสถานศึกษา ข้อมูลสถานีดับเพลิง ข้อมูลหัวประปาในพื้นที่ ข้อมูลสารเคมี
13 ด้านการประชาสัมพันธ์ มีระบบวิทยุสื่อสาร แบบดิจิตอล มีระบบกระจายเสียงไร้สาย ระบบประชาสัมพันธ์ เหตุการณ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Application) ด้านความปลอดภัย มีระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้การ สนับสนุนการตอบโต้สถานการณ์ ฉุกเฉิน การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน/ข้อ ร้องเรียน Call Center มีรถยนต์ ติดตามสถานการณ์ฉุกเฉิน แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน มาปรับใช้กับงานในหน้าที่ กองการประปา มีการนำ โปรแกรม QGIS มาประยุกต์ใช้เป็นฐานข้อมูล เกี่ยวกับระบบประปา เช่น ขนาดบ่อสูบน้ำ บาดาล ความลึก ชนิดท่อ แรงม้า อัตราการสูบ วันที่ขุดเจาะ ข้อมูลรายชื่อผู้ใช้น้ำ บ้านเลขที่ เขตผู้ใช้น้ำ เลขที่ผู้ใช้น้ำ
14 แนวท่อเมนประปา ชนิดท่อ ขนาดท่อ ความยาว วันที่ติดตั้ง งบประมาณ ผู้รับจ้าง สัญญาจ้าง/ใบเบิกวัสดุ จุดติดตั้งหัวแกละดับเพลิง ประตูน้ำ และจากการได้ศึกษาดูงานแล้ว สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับประยุกต์ใช้เพิ่มเติมข้อมูลเพื่อให้ งานมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
15 วันพฤหัสบดีที่ ๒5 สิงหาคม ๒๕๖๕ ศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย ณ เทศบาลเมืองหนองปรือ จ.ชลบุรี “แนวทางการจัดระบบงาน และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีภายในองค์กร” เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ 28,462.50 ไร่ หรือ 45.54 ตร.กม. จำนวนหลังคาเรือนทั้งหมดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 51,625 หลัง มีประชากรทั้งหมด 87,985 คน วิสัยทัศน์ "หนองปรือก้าวหน้า พัฒนาคู่ EEC" เทศบาลมีการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจและการลงทุนของประชาชนใน พื้นที่เคียงคู่กับการ พัฒนาพื้นที่ EEC โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการค้า การจัดซื้อจัด จ้างของประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ และดำเนินชีวิตตามหลัก เศรษฐกิจแบบพอเพียงอย่างยั่งยืน เทศบาลมีความภาคภูมิใจกับรางวัลแห่งความสำเร็จ - รางวัลศูนย์พัฒนาครอบครัวที่มีผลงานโดดเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2550 (ศพด.ดีเด่น ระดับจังหวัด อันดับ 3) - รางวัลองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่มีความสามารถในการจัดเก็บภาษี ประจำปี 2550 - รางวัลองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีผลงานดีด้านสตรีและครอบครัว ประจำปี 2551 - รางวัลองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก ประจำปี 2551 - รางวัลองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีผลงานดีเด่น ด้านการจัดสวัสดิการสำหรับคนพิการ ประจำปี 2551 - รางวัลองค์กรปกครองท้องถิ่นส่งเสริม กีฬาดีเด่น ประจำปี 2551 - รางวัลชมเชยภาคกลาง จากการ ประกวดผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ให้การ สนับสนุนการดำเนินงานคาราวาน เสริมสร้างเด็กดีเด่น โครงการประกวดตำบลดีเด่นด้านการเสริมสร้างศักยภาพเด็ก ประจำปี 2551 - รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริมกีฬาดีเด่น ประจำปี 2552 - รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี รางวัลที่ ๓ ประเภททั่วไป (อปท.ขนาดใหญ่) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐
16 เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ มีการบริหารจัดการที่โดดเด่นในทุก ๆ ด้าน ไม่ ว่าจะเป็นด้านสังคม ด้านการศึกษา ด้านการ สาธารณสุข ด้านความมั่นคง และด้านการ บริหารจัดการองค์การ ซึ่งครอบคลุมเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดย ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นต้องเผชิญกับปัญหา เรื่องนโยบายของ รัฐบาลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีการ กระจายอำนาจด้านภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นอย่างเพียงพอ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องตกอยู่ในวังวนของปัญหาเดิม ๆ คือ ปัญหาด้านการ บริหารจัดการ ด้านระเบียบและกฎหมาย ด้านงบประมาณ และด้านบุคลากร ส่งผลให้การบริหารจัดการไม่ ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของการปกครองท้องถิ่น ประกอบกับที่ผ่านมาภาคประชาสังคมก็มีความ เปราะบาง มีความอ่อนไหวทางการเมืองค่อนข้างมาก รวมไปถึงการที่พื้นที่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมือง หนองปรือมีประชากรแฝงที่เป็นกลุ่มประชาชนหลากหลายเชื้อชาติ มีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ การบริหารจัดการองค์กรของเทศบาลเมืองหนองปรือ ต้องเผชิญกับปัญหาจากข้อจำกัดต่าง ๆ ผู้บริหารจึงได้ นำหลักพุทธธรรมมาปรับใช้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับองค์กรและสังคมพุทธ เนื่องจากหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา มีกล่าวถึงระบบการบริหารคน บริหารงาน สภาพการบริหารจัดการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเทศบาล เมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรีพบว่า เทศบาลเมืองหนองปรือได้มีการบริหาร จัดการองค์การโดยการกำหนดโครงการและ กิจกรรมต่าง ๆ สำหรับการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรของเทศบาลเมืองหนองปรือให้ ยึดมั่น และประพฤติปฏิบัติดำรงตนอยู่ใน หลักพุทธธรรม คุณธรรม และจริยธรรม อย่างต่อเนื่องและเป็นประจำทุกปี จน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการ ฝ่ายการเมือง และข้าราชการประจำใน ระดับที่รองลงมาได้ซึ่งตรงกับคำกล่าวที่ว่า “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน”
17 การพัฒนาให้เขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของ เทศบาลเมืองหนองปรือเป็นเมืองคุณธรรม นำสู่คุณภาพ ชีวิตที่ยั่งยืน นอกจากนั้น เทศบาลเมืองหนองปรือยัง ได้นำการบริหารแบบมีส่วนร่วมมาปรับใช้ในการ บริหารจัดการองค์การ โดยมุ่งเน้นให้การบริหาร ราชการ ซึ่งรวมไปถึงการดำเนินนโยบาย สาธารณะและการจัดบริการสาธารณะต่าง ๆ เป็นไปอย่างสุจริตโปร่งใส เพื่อประโยชน์สุขของ ประชาชนเป็นสำคัญ ด้วยการให้ความสำคัญกับ การสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน ท่ามกลางการตัดสินใจที่รอบคอบ เป็นธรรม และ คำนึงถึงผลประโยชน์และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองหนองปรือโดยรวม โดยเทศบาลเมือง หนองปรือได้พัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสให้กลุ่มหรือองค์กรภาค ประชาชนได้เข้า มามีส่วนร่วมในการบริหารราชการด้วยการกำหนดให้มีการประชุม พบปะ และปรึกษาหารือกันในกิจการงาน ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ การบริหารจัดการองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นของเทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรีมีการ บริหารจัดการให้สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุสู่วิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองหนอง ปรือที่ว่า“เมืองคุณธรรม นำสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” บนฐานคติที่ว่า “ประโยชน์สุขของประชาชนสำคัญ ที่สุด” แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน มาปรับใช้กับงานในหน้าที่ เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน สามารถบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งเป็นวิถีทางของการใช้ อํานาจในการใช้ทรัพยากรเพื่อการบริหารองค์กร โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การปกครองหรือ บริหารงานที่เป็นธรรม มีวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันในองค์กรอย่างมีความสงบสุข สามารถสานประโยชน์ และคลี่คลายข้อขัดแย้งได้อย่างสันติวิธี พัฒนาองค์กรให้เติบโตมีคุณภาพอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลสําเร็จใน การพัฒนาองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสําคัญ คือ ผู้นําและ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเข้าใจมีจิตสํานึกเห็นความจําเป็นและความสําคัญของการดําเนินการ เมื่อองค์กรมีการ ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีต่อพนักงาน พนักงานก็มีความสุข มีขวัญและกําลังใจในการทํางาน ส่งผลให้ พนักงานทุกคนรักและทุ่มเทในการทํางาน และพร้อมมีส่วนร่วมในความก้าวหน้าขององค์กรต่อไป ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน ได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหาร จัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าเทศบาลเมืองกระทุ่มแบนสามารถ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีได้เป็นอย่างดี
18 วันพฤหัสบดีที่ ๒5 สิงหาคม ๒๕๖๕ ศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย ณ เทศบาลนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ในเขตพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง” พื้นที่ของเทศบาลนครแหลมฉบัง พื้นที่โดยทั่วไปเป็นชายฝั่งทะเล อยู่ในเขตการพัฒนาตาม โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Sea Board) ประกอบด้วย ท่าเรือ พาณิชย์ นิคมอุตสาหกรรม เคหะชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ชุมชนผู้มีรายได้น้อย โรงเรียน ศูนย์บริการ สาธารณสุข สนามเด็กเล่น สนามกีฬา ฯลฯ วิสัยทัศน การพัฒนาเทศบาลนคร แหลมฉบัง “อุตสาหกรรมไรมลพิษ เศรษฐกิจรุงเรือง เมืองน่าอยู คูคุณธรรม” สภาพเศรษฐกิจในเขตเทศบาลนคร แหลมฉบังสวนใหญขึ้นอยูกับอุตสาหกรรมเปนหลัก กลุ่ม อุตสาหกรรมภายในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง เปนกลุมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญตอจังหวัด ชลบุรี และ ภาคตะวันออกเปนอยางยิ่ง เนื่องจากมี มูลคาการลงทุนสูงสุดของจังหวัดชลบุรี มีการจางแรงงานเปนจำนวน มากที่สุดของจังหวัดชลบุรี และมีมูลคา ผลิตภัณฑมวลรวมสูงที่สุดในสาขาการผลิตของจังหวัด 1. กลุมโรงงานอุตสาหกรรม ที่มาประกอบกิจการในเขตเทศบาลกวา 200 บริษัท 2. ทาเรือแหลมฉบัง ตั้งอยูในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง บริเวณชายฝงทะเลตะวันออก สำหรับ รองรับเรือบรรทุกสินคา เรือสินคาประเภทสินคาเกษตรกรรมขนาดใหญ ที่ไมสามารถเขาเทียบทาเรือ กรุงเทพฯ ได และเปนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานรองรับโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝงทะเลตะวันออก และการ สงเสริมการสงออกที่สำคัญของประเทศไทย 3. กลุมอุตสาหกรรมปโตรเลียม ประกอบดวย โรงกลั่นน้ำมัน และคลังเก็บน้ำมันปโตรเลียม คลังเก็บกาซ LPG การบริหารจัดการและการบริการสาธารณะของเทศบาลนครแหลมฉบัง ดานการศึกษา ปจจุบันเทศบาลนครแหลมฉบัง มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 3 แหง ดานงานทะเบียนราษฎรและบัตร สำนัก ทะเบียนทองถิ่นเทศบาลนครแหลมฉบัง ไดรับรางวัล ชนะเลิศ จากการประกวดสำนักทะเบียนดีเด นของกรมการปกครอง ประเภทสำนักทะเบียนทองถิ่นเทศบาลและ เมืองพัทยา ดานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพยสิน เทศบาลนครแหลมฉบังไดนำเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางภูมิศาสตร (GIS : Geographic Information System) มาใชกับระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพยสิน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และถูกตองในการจัดเก็บภาษี
19 ดานชุมชน เทศบาลนครแหลมฉบังไดจัดตั้งชุมชนยอยขึ้น 23 ชุมชน เพื่อเปนการสงเสริมให ประชาชนไดเขามาสวนรวมในการปกครอง ปองกัน แกไขปญหา และพัฒนาชุมชนของตนตามระบอบ ประชาธิปไตย ดานสาธารณสุข เพื่อใหประชาชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังไดรับบริการทางดาน สาธารณสุขที่ไดมาตรฐานและเทาเทียมกันอยางทั่วถึง เทศบาลนครแหลมฉบังจึงไดจัดตั้งศูนยบริการ สาธารณสุข ขึ้นมา 3 แหง ดานการจัดการสิ่งแวดลอม เทศบาล นครแหลมฉบังไดรับการรับรองจากสถาบันสิ่งแวดลอม ไทย ให เป น ต้นแบบในการจัดทำโครงการ ISO 14001 ดานสังคมสงเคราะห เพื่อเปนชวย เหลือผูที่มีปญหาทางสายตา เทศบาลจึงไดมีโครงการ ตัด แวนสายตาใหกับนักเรียน ผูสูงอายุและผูที่ บำเพ็ญประโยชนที่มีปญหาทางสายตาฟรี ดานการจัดการน้ำเสียและขยะมูลฝอย เทศบาลนครแหลมฉบังมีโรงบำบัดน้ำเสีย (มีพื้นที่ 37 ไร เปนระบบบำบัดน้ำเสียแบบคลองวนเวียน สามารถบำบัดน้ำเสียไดประมาณ 25,000 ลบ.ม./วัน) และ ศูนยกำจัดขยะมูลฝอยแบบฝงกลบ ด้านการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเปนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่อาจ เกิดขึ้น เทศบาลนครแหลมฉบังไดจัดเตรียมและฝกอบรมเจาหนาที่ใหความพรอมอยูเสมอ ตลอดจนได จัดเตรียมวัสดุอุปกรณตาง ๆ ดานกีฬาและนันทนาการ เพื่อใหประชาชนไดมีสถานที่ออกกำลังกายและสถานที่พักผอน หย่อนใจ เทศบาลนครแหลมฉบังไดมีการกอสรางสนามกีฬาและสวนสาธารณะไวรองรับ ดานการเผยแพรขอมูลขาวสาร เพื่อใหประชาชนไดรับทราบขอมูลขาวสารอยางแพรหลาย และ ทั่วถึง เทศบาลนครแหลมฉบังจึงไดมีเผยแพรประชาสัมพันธขาวสารของเทศบาลผานทางสื่อรูปแบบตาง ๆ เชน สื่อสิ่งพิมพ (วารสาร, แผนพับ, ใบปลิวตาง ๆ) หนังสือพิมพ (สวนกลางและทองถิ่น) โทรทัศน (สวนกลาง และทองถิ่น) วิทยุทองถิ่น และวิทยุชุมชน ดานการรับเรื่องราวรองทุกข (บอกสักครั้ง ดีกวาบนรอยครั้ง) หากประชาชนใน เขตเทศบาลฯ ไดรับความเดือดรอนหรือไมไดรับ ความเปนธรรมในการติดตอราชการสามารถรอง เรียนมาได ด า น กา รใ ห บริการ นโยบายในการบริการประชาชนที่เจาหน้าที่ ของเทศบาลทุกคนยึดถือ เป็นแนวปฏิบัติ คือ “ยิ้มไว สบายใจผูมา” ภายใตหลักการที่วา “พนักงาน คือ ดวงตา ประชาชน คือ ดวงใจ”
20 โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับการพัฒนา ประเทศไปสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ได้มีการกำหนด พื้นที่เป้าหมายนำร่อง 3 จังหวัดในพื้นที่ภาค ตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อีก ทั้งยังได้กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการ ส่งเสริมเพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดย ม ี ก า ร ลง ทุน โครง สร้า งพ ื้ นฐา นแ ละระบบ สาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุน และการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอำนวยความ สะดวกต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการจัดระบบการสะสมเทคโนโลยี เพื่ออนาคตที่ ยั่งยืนของประเทศไทย EEC ประกาศเขตส่งเสริมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยนักลงทุนจะได้รับสิทธิ ประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจอีกด้วย โดยได้มีการประกาศรายชื่อ เขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษที่ประกาศแล้ว ได้แก่ เขตส่งเสริมรูปแบบนิคม อุตสาหกรรม จำนวน 21 แห่ง เขตส่งเสริม รูปแบบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษเฉพาะด้าน (Cluster) จำนวน 2 แห่ง โครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียง เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เตรียมความพร้อมดึงดูด การลงทุนฐานนวัตกรรมขั้นสูง และจูงใจนักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่ พื้นที่ ปัจจุบันโครงสร้างภายนอกแล้วเสร็จ 100% มีเพียงการ ปรับภูมิทัศน์ และติดตั้งครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พร้อมเปิดอย่าง เป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2565 โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่คณะกรรมการกำกับดูแลสัญญาฯ ได้ร่วมกับ รฟท. และเอกชนคู่สัญญากำลังดำเนินการอยู่ กระทรวง คมนาคมให้เอกชนสร้างส่วนทับซ้อนงานโยธาของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และโครงการ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงบางซื่อถึงดอนเมือง แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน มาปรับใช้กับงานในหน้าที่ เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน มีตลาดกระทุ่มแบนเป็นแหล่งเศรษฐกิจหลัก ซึ่งเป็นตลาด ศูนย์กลางของอำเภอกระทุ่มแบน ในอนาคตเทศบาลอาจจะมีการสนับสนุนผู้ประกอบการ และผู้ซื้อ โดยการ สร้างตลาดกระทุ่มแบนอิเล็คทรอนิกส์ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดต่อสื่อสารการซื้อขาย เพื่อเพิ่มความ สะดวกรวดเร็ว เป็นการสนับสนุนธุรกิจออนไลน์เป็นกิจกรรมทางการตลาดแบบผสม มีการซื้อขาย การ ชำระเงิน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดซื้อขายสินค้าอยู่รวมกันบนตลาดกระทุ่มแบนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็น การเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในอนาคตต่อไป
21 ความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน นางสาวบุญตา พันธุ์ภู่หมื่นชิต พนักงานจ้างทั่วไป ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ 1. ได้รับความรู้ด้าน Smart city เพื่อนำมาพัฒนาในท้องถิ่นของ องค์กร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2. ได้รับความรู้เรื่อง 5G Smart city เป็นชุมชนที่ใช้เทคโนโลยี 5G นำมาพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างพื้นฐานในชุมชนให้เกิดประโยชน์ 3. ได้รับความรู้ด้านแนวทางการบริหาร จัดการด้านระบบการ ทำงานภายในองค์กร เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ 4. ได้รับความรู้ด้าน EEC เพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ในเขตพื้นที่ตะวันออกของ องค์กร และนำมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพกับประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น เป็นพื้นที่การส่งออกสินค้า ระหว่างประเทศ นางสาวเบญจวรรณ ธีระพันธ์พงศ์ พนักงานจ้างทั่วไป จากการที่ได้ไปอบรมสัมมนาดูงานที่ จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี เกิดความประทับใจของ การจัดสถานที่ทำงานเพื่อให้บริการกับประชาชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย สถานที่ดูสะอาด เป็น ระเบียบ และกว้างขวาง ทั้งยังมีการจัดขายของของกลุ่ม แม่บ้านเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย นางสาวจิดาภา มารุ่งเรือง พนักงานจ้างทั่วไป สิ่งที่ได้รับจาก การศึกษาดูงานดังนี้ เทศบาลตำบลบ้านฉาง คือ พิธีกรพูดเก่ง ทำให้การฟัง บรรยายไม่น่าเบื่อ และสนใจเสาอัจฉริยะที่มีปุ่มกดฉุกเฉิน (SOS) ทำให้ ประชาชนเข้าถึงหน่วยงานได้ง่ายขึ้น เทศบาลเมืองมาบตาพุด บริเวณสำนักงานโล่ง สะอาด ให้ความรู้สึกเหมือนไปติดต่อกับภาคเอกชน เทศบาลมีการส่งเสริมและให้ ความสำคัญเกี่ยวกับการดำรงชีพของคนในท้องถิ่น เทศบาลเมืองหนองปรือ มีเวลาน้อย ทำให้ไม่ได้รับฟังการ บรรยาย ได้แต่ดูวิดีทัศน์ของหน่วยงาน เทศบาลเมืองแหลมฉบัง สำนักงานใหญ่โต เหมือนศาลากลางทำ ให้อยากเข้าไปทำงานและติดต่องาน มีอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สำคัญของประเทศ ทำให้เก็บภาษีได้เยอะ เพื่อพัฒนาองค์กรต่อไปในอนาคต
22 นายอนิรุตติ์ ขันทอง พนักงานจ้างทั่วไป จากการที่ได้ไปศึกษา ดูงานพบว่า สภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ที่ไปดูงานจะเป็น เมืองอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ทำให้การพัฒนาไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถนำ จุดเด่นของแต่ละที่มาปรับใช้กับเทศบาลเมืองกระทุ่มแบนได้ นางอรุณ เพชรศรีทอง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป จากการเข้าร่วมอบรมและศึกษาดูงานช่วยให้เกิด ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำมาริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ก่อให้เกิดความคิดใน การต่อยอดจากงานเดิม ได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้รับ ความประทับใจจากสถานที่ดูงาน ซึ่งสถานที่ที่ได้ไปศึกษาดูงานจะเน้นการ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นการเปิดโลกทัศน์ที่เป็นประสบการณ์ตรงจาก หน่วยงานท้องถิ่นเหมือนกัน ได้รับความประทับใจจากการต้อนรับอย่าง อบอุ่น และเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของหน่วยงาน อีกทั้งเป็นการ สร้างแรงจูงใจและได้แนวปฏิบัติที่ดี เป็นแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนา ศักยภาพตนเอง ได้รับความรู้ เทคนิคการทำงาน การบริหารงาน หลากหลายวิธี จากผู้บริหารองค์กรที่ประสบ ความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาเทศบาลเมืองกระทุ่มแบนต่อไป นายสุธี ดีทองอ่อน ผู้อำนวยการกองการประปา จากการเดินทางออกไปยังโลกกว้าง ไปสัมผัสซึมซับกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมายนอกพื้นที่ เรียนรู้ รับรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ เห็นในบางสิ่งที่ไม่เคย เห็น บ่มเพาะเพื่อนำมาต่อยอดปรับใช้ในการทำงานในบริบทพื้นที่เล็ก ๆ แต่แสนจะอบอุ่นของเทศบาลเมืองกระทุ่มแบนแห่งนี้ พบว่าโลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ทุก ๆ อย่าง รวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน แต่โลกแห่งการทำงานก็ต้องปรับตัวโดย เฉพาะงานราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใกล้ชิดกับ ประชาชนมากที่สุด ประทับใจในความตั้งใจของหน่วยงานทุก ๆ หน่วยงานที่ตั้งใจทำงานเต็มที่ในความรับผิดชอบ ของพื้นที่อันกว้างใหญ่สุดสายตา วาดหวังและตั้งใจไว้ ความรู้ที่ได้ มุมมองใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ มิติการทำงาน จะนำไปสู่การต่อยอดการทำงานในพื้นที่เล็ก ๆ หากแต่ยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์และพัฒนาเพื่อประโยชน์สุข ของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ปล. ความทุกข์ของประชาชน คือ ความทุกข์ของข้าราชการ คือความทุกข์ของแผ่นดิน จงก้าวไปเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนกันเถิดผองเรา “ไม่มีป่า...ไม่มีน้ำ...ไม่มีคน”