โรงพยาบาลกุสุมาลย์
ปี พ.ศ.2526
พระบรมราโชวาท
งานของแผ่นดินนั้น เป็นงานส่วนรวม มีผลที่กว้างขวาง เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองและบุคคลทุกคนทุกฝ่าย
เมื่อเป็นงานส่วนรวมและมีผลเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ อันเนื่องมาจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน
ก็ย่อมเกิดมีขึ้นบ้างเป็นปรกติธรรมดา ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน ตลอดจนทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
จึงต้องมีใจที่หนักแน่นและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แม้กระทั่งคำาวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีสติ ใช้ปัญญา
และเหตุผลเป็นเครื่องปฏิบัติวินิจฉัย โดยถือว่าความคิดเห็นและคำาวิพากษ์วิจารณ์นั้น คือการระดมสติปัญญาและ
ประสบการณ์อันหลากหลายจากทุกคนทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติบริหารงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ
ให้งานทุกส่วนทุกด้านของแผ่นดินสำาเร็จผล เป็นความเจริญมั่นคงแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช
วันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก
พระบิดาทางการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย และการสาธารณสุข
“ ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์ ”
พระราชดำารัส
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย
“ ทุกคนย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำาสิ่งใดๆ ก็ได้จริง แต่บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะทำาได้
เมื่ออยู่ตามลำาพัง และบางสิ่งบางอย่างก็กระทำาไม่ได้ เพราะจะต้องคำานึงถึง
และเคารพในสิทธิของผู้อื่นเสมอ”
(จากหนังสือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่าของแผ่นดิน หน้า 19)
“...ความเจริญทางจิตใจที่ได้รับการอบรม
การพัฒนาย่อมเป็นผลดีกว่าความเจริญทางด้านวัตถุ
ที่ไม่ได้พัฒนาจิตไปพร้อมกันอยู่มาก
ดังนั้นการพัฒนาจิต เพื่อความรอบคอบในตนและกิจการทั้งหลาย
จึงควรสนใจ อย่างน้อยให้พอๆ กันกับการพัฒนาทางด้านวัตถุ
มากกว่านั้นการพัฒนาจิต ควรถือเป็นกิจจำาเป็นก่อนการพัฒนาสิ่งใดๆ
ผลจะเป็นความสงบเย็นตาเย็นใจและเป็นสุขทั่วหน้ากัน...”
การพัฒนาจิตใจ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com
ธ รรมของหลวงตา
ของดีเกิดขึ้นยาก
หลวงตาคำาดี ปัญโญภาโส วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร
ความรู้สึกของจิตที่อยากจะกระทำาสิ่งนั้น กระทำาสิ่งนี้ สิ่งที่ดีบ้าง เสียบ้าง เราไม่ประคับประคอง
ไม่สร้างความดีที่เป็นปัจจัยก็ไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมาย เพราะฉะนั้นการเกิดของดวงจิตที่อยากไปภพภูมิต่างๆ
นั้นเราจะปรารถนาไม่ได้ ถึงปรารถนาแล้วก็ไม่สำาเร็จ แต่เมื่อปรารถนาแล้วก็ต้องทำา หรือที่เรียกว่า กรรม ที่เรียกว่า
ปรารถนานั้นคือ อุปาทาน หมายถึงยึดสิ่งนั้นแล้วต้องกระทำา เป็นต้นว่า ต้องการจะทำาอะไร ต้องการจะไปอยู่
ที่ไหน ก็ต้องทำา คำาว่า ทำา หมายถึง ต้องแสวงหาปัจจัย นับตั้งแต่ปัจจัยอำานวยความสะดวก หรือ ปัจจัย 4 นั่นเอง
เพราะฉะนั้นการที่เรา ท่านทั้งหลาย อยู่ร่วมกันดังกล่าวนี้สำาเร็จเสร็จนั้น เมื่อเราต้องการความสุข ต้องการ
ความเจริญใน สัมปรายภพ หรือภพเบื้องหน้า ก็ต้องสร้างปัจจุบันนี้ ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องแก้ไข ปรับปรุงจิตใจของตน
ในปัจจุบัน จึงจะเป็นผลสำาเร็จเรียกว่า ต้องทำากรรม เพราะทำากรรมนี้ ทำาให้เป็นผลสำาเร็จเพราะเป็นปัจจัยเกื้อหนุน
ให้ อุปาทาน การนั้นสำาเร็จตรงเป้าหมายได้ แต่ถ้าเราปรารถนาอย่างเดียว ไม่ทำาแล้วก็ไม่มีทางที่จะสำาเร็จได้ เพราะเหตุนี้
การกระทำาของตน จะเป็นการกระทำาด้วยกายก็ดี หรือการกระทำาด้วยวาจาก็ดี กระทำาด้วยใจก็ดี เรียกว่า กายกรรม
วจีกรรม และมโนกรรม ดังนั้น การกระทำาด้วย กาย วาจา จิต 3 ประการนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ อนาคตหรือจะดูว่าอนาคต
ของเราจะได้รับความสุขหรือความทุกข์จะไปอยู่ใน ภพภูมิไหน สถานที่ไหน ก็จงดูที่ต้นเหตุ คือการกระทำาของตน
ที่กาย ที่วาจา ที่จิตของตน ให้เราดูตัวนี้แล้ว เราจะเห็นว่าเราไปสู่สุคติหรือทุคติ ไม่มีใครที่จะช่วยได้ นอกจากการ
ช่วยตัวของเราเอง ภาษาธรรมะท่านเรียกว่า “อัตตาหิ อัตตโน นาโถ” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และคำาว่าตนเป็นที่พึ่ง
แห่งตนนั้น ตนต้องกระทำา พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า “อักขาตาโร ตถาคตา” พระพุทธองค์นั้นเป็นเพียงผู้ที่แนะ
บอกหนทางเท่านั้น ส่วนใครจะได้จะสำาเร็จ บรรลุถึงเป้าหมายหรือไม่นั้น อยู่ที่บุคคลนั้นต้องกระทำาเอง
“อักขาตาโร ตถาคตา” พระพุทธองค์นั้นเป็นเพียงผู้ที่แนะบอกหนทางเท่านั้น
ส่วนใครจะได้จะสำาเร็จ บรรลุถึงเป้าหมายหรือไม่นั้น อยู่ที่บุคคลนั้นต้องกระทำาเอง
ศูนย์เผยแผ่ธรรมะออนไลน์กัณฑกะ
นายสกล - นางวันทอง คำาเมือง นายวัฒนา คำาเมือง
สารจากครอบครัวคำาเมือง
ปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ ทางราชการโดยกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้พิจารณาเห็นสมควรจัดสร้าง
โรงพยาบาลประจำาอำาเภอกุสุมาลย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและกระจายความเจริญด้านการแพทย์ สาธารณสุข
สู่ชุมชน ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดหาพื้นที่เพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลดังกล่าว
ในปีเดียวกันนั้น นายสกล - นางวันทอง คำาเมือง และนายวัฒนา คำาเมือง พร้อมครอบครัว ได้แสดงเจตนารมณ์
บริจาคที่ดิน จำานวน 28 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลกุสุมาลย์ โดยเห็นว่าจะเป็น
ประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก
ในโอกาสที่โรงพยาบาลกุสุมาลย์ เปิดให้บริการรักษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน ครบ ๓๐ ปี
ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความสำาเร็จและตรงตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคที่ดินก่อสร้างโรงพยาบาลอย่างแท้จริง
โอกาสนี้ขอให้โรงพยาบาลกุสุมาลย์ ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกคน มีความเจริญก้าวหน้า
มีความสุขพร้อมให้บริการและรับใช้ประชาชนตลอดไป
ครอบครัวคำาเมือง
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖
10
สารจากผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย
ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
โรงพยาบาลกุสุมาลย์ เริ่มเปิดให้บริการ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ก่อตั้งขึ้น ตามนโยบาย
การขยายสถานบริการสาธารณสุขไปสู่ชนบท มีการเติบโตจากโรงพยาบาล 10 เตียง เป็น 60 เตียง หากเทียบกับ
อายุคน 30 ปี เป็นวัยที่กำาลังเจริญรุ่งเรือง มีความขยันขันแข็ง มีประสบการณ์ชีวิตที่จะพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า
ที่สำาคัญนับว่าโชคดีที่อำาเภอกุสุมาลย์เป็นพื้นที่โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์เสด็จทรงงาน ดำาเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร
เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งเสริมให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการเหมาะสม
ตามวัย ทำาให้บุคลากรของหน่วยงานได้มีโอกาสสนองงาน ตามพระราชดำาริ
เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีโรงพยาบาลกุสุมาลย์ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2556 ผมขอแสดงความยินดี
และชื่นชมมายังผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ร่วมกันพัฒนาโรงพยาบาลให้มีความเจริญก้าวหน้า
ได้มีการพัฒนาคุณภาพด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ผมขอเป็นกำาลังใจ
ให้ทุกท่านร่วมกันปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง เพื่อให้การดำาเนินงานของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตลอดไป
ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพสักการะ ได้โปรดดลบันดาลประทานพร คุ้มครอง
ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกุสุมาลย์ ประสบความสุข ความเจริญ มีกำาลังใจที่เข้มแข็ง มุ่งมั่นพัฒนางานสาธารณสุข
ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป
(นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย)
ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
11
สารจากผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต ๒
นายแพทย์อำานวย กาจีนะ
อดีตผู้อำานวยการโรงพยาบาลกุสุมาลย์
ตั้งแต่นั่งรถโดยสารประจำาทางจากสกลนครไปลงที่หน้าโรงพยาบาล และเดินเข้าไปดูอาคาร
โรงพยาบาลที่ยังไม่ได้เปิดดำาเนินการเมื่อกลางเดือน ก.ค. 2526
ภาพอาคารสร้างใหม่และบริเวณโรงพยาบาลที่เงียบสงบ อยู่กลางทุ่งหญ้าแห้ง และมีเสียงกระดิ่งแขวน
คอวัวที่คนเอามาปล่อยเลี้ยงเล็มหญ้าในละแวกใกล้เคียง แว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
ผ่านมาร่วม 30 ปีแล้ว ภาพที่เห็นคราวนั้นยังอยู่ในความทรงจำามาจนถึงขณะนี้
โรงพยาบาลอยู่ห่างจากชุมชนย่านตลาดของอำาเภอค่อนข้างมาก
รอบๆ รั้วโรงพยาบาลขณะนั้นเป็นทุ่งดินลูกรังโล่ง มีต้นไม้และหญ้ารกขึ้นให้เห็นหย่อมๆ
12
รพ.กุสุมาลย์เป็นผลพวงของโครงการพัฒนาชนบทในเขตพื้นที่ยากจน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 รัฐบาลในขณะนั้นมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมาย
การเร่งรัดพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนด้านสุขภาพอนามัย มุ่งที่จะให้ทุกอำาเภอมีโรงพยาบาลให้ครบ
ทุกแห่ง
รพ.กุสุมาลย์สร้างโดยงบประมาณตามแผนงานและโครงการนี้
และเปิดดำาเนินการพร้อมๆ กันกับ รพ.ชุมชนอีกสี่แห่งในจังหวัดสกลนคร ในปี 2526
คือ รพ. กุดบาก รพ.ส่องดาว รพ.บ้านม่วง และวาริชภูมิ
ก่อนหน้านั้น สกลนครมี รพ.อำาเภออยู่เพียง 3 แห่ง คือ สว่างแดนดิน พังโคน และวานรนิวาส
ปีนั้นสกลนครได้แพทย์ใช้ทุนจบใหม่เดินทางมาเป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาลชุมชน 5 คนด้วยกันรวมทั้งผม
เมื่อตอนผมเดินทางมารายงานตัวครั้งแรก รพ.ยังไม่พร้อมเปิดดำาเนินการ
การก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล บ้านพัก ถนน และรั้วรอบ รพ.เพิ่งเสร็จ แต่ยังไม่ได้เชื่อมไฟฟ้าเข้า
และยังไม่ได้ก่อสร้างระบบประปา รวมทั้งยังไม่ได้รับการจัดสรรงบฯ สำาหรับจัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์
ได้รับงบฯ จัดซื้อครุภัณฑ์สำานักงานพื้นฐานเพียงไม่กี่รายการ เช่น โต๊ะทำางานพร้อมเก้าอี้ ตู้เอกสารและ
พิมพ์ดีด เป็นต้น
ขณะนั้น นพ.มนูญ ฤทธิสิทธิ์ เป็น นพ.สสจ. ท่านให้ผมไปศึกษาเตรียมการเปิด รพ.ด้วยตนเอง
ช่วงเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการ ท่านให้ยืมรถปิ๊คอัพของ สสจ.
พร้อมให้ยืมตัวคนขับรถ ชื่อ ประดิษฐ์ เป็นคนพื้นบ้านท่าแร่ เชื้อสายญวน ผมเรียกเขาว่าพี่ประดิษฐ์
จะว่าไปแล้ว พี่ประดิษฐ์เป็นเหมือนทีมงานคนแรกของผม
ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดช่วงเตรียมงานเปิดให้บริการ
จำาได้ว่าเวลาผมนั่งตรวจคนไข้อยู่ในห้องตรวจโรค พี่ประดิษฐ์เข้าไปพบทีไรจะชิดเท้าระวังตรงและโค้ง
คำานับเหมือนทหารตำารวจเสมอ
ช่วงแรกผมใช้ รพ.สกลนคร และบ้านพักของเภสัชกรอรัญหัวหน้าฝ่ายเภสัชสาธารณสุขของ สสจ.
ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ สสจ. เป็นที่พักและเป็นฐานที่ตั้งเตรียมการให้บริการเดินทางไปเช้าเย็นกลับโดย
รถปิ๊คอัพที่ยืมมาจาก สสจ.มีพี่ประดิษฐ์เป็นคนขับให้
ก่อนหน้านี้ อำาเภอกุสุมาลย์มีสำานักงานสาธารณสุขอำาเภอเป็นศูนย์กลางของการบริหารการดูแล
สุขภาพอนามัยของประชาชน เจ็บป่วยทั่วไปจะได้รับการดูแลจากสถานีอนามัย รวมทั้งสำานักงาน
สาธารณสุขอำาเภอเอง
เจ็บป่วยมากๆ ต้องส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลสกลนคร
สาธารณสุขอำาเภอในขณะนั้นคือ คุณไพจิตร ภูละคร ซึ่งผมเรียกว่าพี่ไพจิตร
มีอยู่วันหนึ่ง นายอำาเภอในขณะนั้นคือ นายอำาเภอโกเมษ แดงทองดี แวะมาเยี่ยมทักทาย
13
และเสนอตัวให้ความช่วยเหลือโดยจะนำาชาวบ้านย่านตลาดมาช่วยเก็บกวาดตัดหญ้าในโรงพยาบาลให้
ำ
ำ
ซึ่งจำาได้ว่า วันนัดพัฒนาโรงพยาบาลครั้งนั้น ชาวบ้านได้ช่วยกันตั้งหอถังน้าโดยใช้แท้งน้าฝนขนาด
ำ
ำ
1 ลบ.เมตร เป็นหอเสาไม้ยกสูงราว 4 เมตร และต่อปั๊มน้าจากท่อบ่อเจาะน้าผิวดินที่เจาะใช้น้าช่วงก่อสร้างอาคาร
ำ
เมื่อผมตัดสินใจย้ายเข้าพักในบ้านพักผู้อำานวยการโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เชื่อมไฟฟ้าเข้าใช้ ช่วงแรก
กลางคืนต้องจุดเทียนไขให้แสงสว่างในบ้าน
ต่อมาพี่ประดิษฐ์เป็นคนเอาแบตเตอรี่รถยนต์มาตั้งเชื่อมหลอดไฟให้ผมใช้ในยามกลางคืนอยู่ระยะหนึ่ง
ข้อจำากัดแทบทุกเรื่อง เป็นความท้าทาย
ที่สร้างความฮึกเหิมให้ผมและทีมงาน และสีสรรแห่งชีวิต
หลายจังหวะงานที่ร่วมกันท้าทายกับปัญหา เป็นหมุดความทรงจำาที่โดดเด่น สะดุดใจ เมื่อยามหวนคิดย้อนกลับไป
หลายทักษะที่ฟูมฟักพัฒนาจากการทำางานในระยะเริ่มแรกได้ก่อกลายเป็นบุคลิกภาพในเวลาต่อมา
หลักคิดและค่านิยมที่ร่วมสร้างกับทีมงานที่นี่ คือ
รวดเร็ว แม่นยำา และมั่นคง
เชื่อว่ายังมีอยู่ในเนื้อในกระดูก ของคนโรงพยาบาลกุสุมาลย์ในยุคแรกและต่อๆ มา
ช่วงเป็นหมอคนเดียวของโรงพยาบาลในระยะสี่ปีแรก
เช้าทำางานดูแลผู้ป่วย ออกตรวจโรค บ่ายออกชุมชน ทำางานในหมู่บ้าน
เป็นประสบการณ์ที่นำาไปสู่การตกผลึกทางความคิดและค่านิยม
ได้พบความรู้ ที่ไม่ต้องพิสูจน์ ว่า
หัวใจของการพัฒนาอยู่ที่ชุมชน
จุดแตกหักของการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหาสาธารณสุขอยู่ที่หมู่บ้าน
14
โรงพยาบาลเปิดให้บริการวันแรกเมื่อ 26 ส.ค.26
วันแรกที่เชื่อมต่อไฟฟ้าเข้าโรงพยาบาลคือ 29 ส.ค. 26 ในอีก 3 วันถัดมา
วันเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการคือ วันที่ 14 ตุลาคม 2526
เป็นช่วงปฐมบทของโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน
ทุกกิจกรรมในช่วงนั้น มีคนในชุมชนมาร่วมจัด ร่วมก่อร่างสร้างตัว
เป็นทั้งศรัทธาและความหวัง
ที่จะให้โรงพยาบาลเป็นที่พึ่งพิงได้ เป็นโรงพยาบาลของชุมชน
15
ช่วงเวลานั้นเวียนมาบรรจบครบสามทศวรรษ
โรงพยาบาลได้เติบใหญ่ โตเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ
ทางวิทยาการสาธารณสุขและการแพทย์ ต่อไปเรื่อยๆ
แต่ที่จะเฝ้าดูด้วยความผูกพัน และใจรัก คือ
ความมุ่งมั่นที่จะดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยจิตบริการของทีมงานโรงพยาบาล ที่จะยังคงส่งต่อกันต่อไปรุ่นต่อรุ่น
ความหวัง และความศรัทธาของชุมชน
ที่มั่นคง งดงาม และยั่งยืน เคียงคู่โรงพยาบาลอยู่ตลอดไป
(นายแพทย์อำานวย กาจีนะ)
ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 2
16
สารจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้
อดีตผู้อำานวยการโรงพยาบาลกุสุมาลย์
ผมขอแสดงความยินดีในโอกาสที่ โรงพยาบาลกุสุมาลย์เปิดดำาเนินการมาครบรอบ 30 ปี โดยได้ดูแลสุขภาพ
ประชาชนชาวอำาเภอกุสุมาลย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทโส้ และให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยในพื้นที่
อำาเภอข้างเคียง
ผมเป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาลกุสุมาลย์ ตั้งแต่ปี 2536 - 2543 เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการ
พัฒนาโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และได้รับหนังสือชมเชยการปฏิบัติงานการช่วยเหลือผู้ป่วยจากท่านพลเรือตรี
นายแพทย์วิฑูร แสงสิงแก้ว ขณะท่านดำารงตำาแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข และในปี 2540 อำาเภอกุสุมาลย์
ร่วมกับสำานักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดตั้งศูนย์ส่งเสริม
และพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะโดยผู้สูงอายุขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศ ในปี 2540 อีกเช่นกันโรงพยาบาลได้รับการ
ยกฐานะเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง นอกจากนี้มีหลายสิ่งที่อำาเภอกุสุมาลย์เป็นจุดเริ่มต้น ปัจจัยแห่งความสำาเร็จ
สำาคัญที่เกิดขึ้นคือความมุ่งมั่นของผู้บริหารและทีมงาน การได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ ผมขออวยพรให้บุคลากรของโรงพยาบาลกุสุมาลย์ประสบความสุขความเจริญ ปลอดจากโรคภัย
ไข้เจ็บ มีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อนำาพาโรงพยาบาลให้เจริญก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งพาของพี่น้องชาวอำาเภอกุสุมาลย์
ตลอดไป
(นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้)
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
17
ปฐมบท “กุสุมาลย์”...ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ศักดิ์สิทธิ์
เรื่อง/ภาพ : ศรัทธา ลาภวัฒนเจริญ
หลังจากได้รับโอกาสการทำาหนังสืออนุสรณ์ 60 ปี โรงพยาบาลสกลนคร แล้ว ผมได้แวะเวียนเข้า-ออก
จังหวัดสกลนครบ่อยครั้งขึ้น หลังจากหนังสือปิดเล่มและตีพิมพ์แล้วก็ตามที มิตรภาพระหว่างผมและทีมหนังสือ
เฉพาะกิจโรงพยาบาลสกลนครยังคงดำาเนินต่อไปเรื่อยๆ ประจวบกับ โรงพยาบาลกุสุมาลย์ได้เข้าสู่วาระ 30 ปี
พี่แต้ม พี่พยาบาลหนึ่งในทีมฯ ได้เชื่อมโยงประสานงานให้ผมได้เข้าไปเสริมทีมหนังสือเฉพาะกิจโรงพยาบาลกุสุมาลย์
ผมยินดีและนึกวาดภาพหนังสือเล่มนี้หลายคืน
แผ่นดินดอกไม้หอมนาม “กุสุมาลย์”
มีฝนตกในรุ่งเช้าและจางหายเมื่อเริ่มบันทึกภาพเจ้าหน้าที่ในแต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ บรรยากาศ
เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ไม่กี่วันการบันทึกภาพก็เสร็จสิ้นลง อีกหนึ่งภารกิจที่ผมรับผิดชอบ คือเนื้อหาในส่วนนี้เอง
ส่วนที่ชี้ชวนให้ทุกคนได้รู้จัก “อำาเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร” ผ่านเนื้อหาพร้อมภาพประกอบ
18
“กุสุมาลย์” ชื่อเดิมเรียกกันว่า
บ้านกุดขมาน ตามชื่อลำาห้วยขมาน ส่วน
คำาว่ากุด หมายถึง วังนา เหมือนเช่นชื่อบ้าน
ำ
้
หลายๆ แห่งที่ใช้ “กุด” นำาหน้า ส่วนคำาว่า
“กุสุมาลย์” เองนั้นผมลองเปิดพจนานุกรม
ค้นหาความหมายพื้นฐาน มีความหมายว่า
ดอกไม้ และภารกิจการเขียนแผ่นดินดอกไม้
นามกุสุมาลย์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ
การลงพื้นที่ภายใต้ไกด์กิตติมศักดิ์อย่าง พี่นิด
พี่ป้อ และน้องแจ้ โดยเฉพาะ น้องแจ้ เป็นชาว
ไทยโส้ ทำาให้ผมมองเห็นภาพของชนชาวไทยโส้
ได้ชัดเจนขึ้น อย่างน้อยที่สุด ชายหนุ่มไทยโส้ก็
ยืนเป็นนายแบบให้ผมหลายภาพ
“ พอที่จะกล่าวอ้างทุกตารางเมตร ของแผ่นดิน
การลงพื้นที่ของผมอาจไม่มากมาย
ำ
และผืนน้าในเขตพื้นที่อำาเภอกุสุมาลย์
จังหวัดสกลนคร ผมเพียงบอกเล่าได้แค่
หนึ่งร่มเงาไม้ใหญ่แห่งกุสุมาลย์เท่านั้นเอง “
19
20
ใต้ต้นไม้ใหญ่ และพิพิธภัณฑ์ที่รวมจิตวิญญาณไทยโส้
เมื่อเราถามหาต้นไม้ใหญ่ เขาจะพาเรามาที่นี่
เมื่อเราถามหาสิ่งพิเศษในพื้นที่ เขาจะพาเรามาที่นี่
ต้นไม้ใหญ่ในกุสุมาลย์ มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่เมื่อเอ่ยเรียกจะไปพบ “ต้นไม้ใหญ่” เขาจะพาเรามาที่นี่
ต้นไม้ใหญ่ที่หมายถึงนั้นล้วนมีต้นเดียว ที่ที่มี “ต้นไม้ใหญ่” ตั้งตระหง่านดังกล่าว มีป่าล้อมรอบ บรรยากาศเหมือน
เดินย้อนเวลาสัก 50-60 ปี มีศาลใหญ่ และมีศาลเพียงตาใกล้ๆ ลูกหลานชาวกุสุมาลย์มีสิ่งใดไม่สบายใจ หรือตั้ง
ความหวังในเรื่องใด มักไม่พลาดการเดินทางมาต้นไม้ใหญ่ ใช้พลังแห่งศรัทธาที่มีต่อต้นไม้ใหญ่ นำาทางสู่ความสำาเร็จ
ที่มุ่งหวัง ต้นไม้ใหญ่ได้ตรึงหมุดแห่งศรัทธาเข้ากลางหัวใจของชาวไทโส้แห่งกุสุมาลย์ ไว้อย่างเข้มแข็ง
ผมยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในระดับสากลจะเรียกขานในนาม “ศาลเจ้าปู่
้
ำ
้
ำ
มเหศักดิ์” มีลุงจา จาไม่ใช่ชื่อของลุงนะ คำาว่า “จา” คือผู้ทำาหน้าที่ดูแลศาล
ำ
้
และสื่อเชื่อมโยงบรรพบุรุษ อดีต – ปัจจุบัน - อนาคต ไว้ ผมมองรอบๆ ก็มีแต่
ต้นไม้ใหญ่โอบล้อมเราทุกด้าน ป่าสีเขียวชื้นเย็น การมีศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์ หรือ
“ต้นไม้ใหญ่” อาจเป็นส่วนสนับสนุนในวิธีคิดการอนุรักษ์ต้นไม้ไปในตัวด้วย
เหมือนกัน
21
ชาวกุสุมาลย์ ส่วนใหญ่ เป็นชาวไทยโส้ มีคำากล่าวที่ว่า “ชาวกุสุมาลย์โดยกำาเนิดล้วนเป็นไทยโส้”
ด้วยความหวงแหนและรักความเป็นชาติกำาเนิดจึงมีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ไทยโส้ขึ้นมา ข้อมูลหนึ่งบอกให้เรารู้ว่า
ชาวโส้ได้อพยพเข้ามาในเขตสกลนครเป็นจำานวนมากในราวปี พ.ศ. 2426 - 2430 เนื่องจากหนีภัยสงครามจีนฮ่อ
ผมชอบเรื่องราวแห่งชาติกำาเนิด เรื่องราวการอพยพและตั้งถิ่นฐาน พิพิธภัณฑ์จึงเป็นสถานที่รวบรวมความรู้และ
ทำาหน้าที่บอกเล่าตราบนานเท่านาน
ผมพยายามเชื่อมโยงพื้นที่ “ต้นไม้ใหญ่” และ นึกย้อนกลับไปยัง
พิพิธภัณฑ์ไทยโส้ที่ไปมาเมื่อเช้า ภายในพื้นที่มีประวัติความเป็นมาของกลุ่ม
ไทยโส้ พิพิธภัณฑ์ หรือศูนย์วัฒนธรรมไทยโส้แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี
พ.ศ. 2524 นายสุวัฒน์ แสงสุทธิเศรษฐ์ นายอำาเภอกุสุมาลย์คนที่ 7 กับ
ชาวอำาเภอกุสุมาลย์ได้ช่วยกันก่อตั้งขึ้น มีการรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้
การดำารงชีพ เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา เปิดให้ชมครั้งแรกก็เมื่อวันที่ 28
มกราคม พ.ศ. 2525 ผ่านมากว่า 30 ปี มีผู้คน มีนักข่าว มีนักสารคดี
มีนักท่องเที่ยว มีนักเรียนนักศึกษาเข้ามาใช้บริการสืบค้นผ่าน สิ่งของ
เครื่องใช้ และเนื้อหาที่มีชีวิตและจิตวิญญาณจึงปรากฏต่อสายตาเราขึ้น
ที่นี่เสมอ
22
ำ
้
เผลอมองควันธูปที่ “จา” จุดขึ้นลอยอ้อยอิ่งผ่าน “ต้นไม้ใหญ่”
และอยู่ๆ ผมก็นึกถึงใบหน้าหุ่นของพระอรัญอาสา (ท่านเจ้าเมือง
กุสุมาลย์ยืนเด่นเป็นสง่าทั้งด้านนอก และองค์ด้านในพิพิธภัณฑ์)
ขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่ทำาให้บ้านเมืองเป็นบ้านเมืองมาแต่ครั้งอดีต
คือ ผู้นำาด้านจิตวิญญาณ และผู้นำาชุมชน สองสิ่งเมื่อคู่ขนาน
ชุมชนจึงเข้มแข็งไม่เสื่อมสลายหายไป
23
24
วัดราษฎร์บำารุง
น้องแจ้พาเราแวะผ่าน วัดราษฎร์บำารุง ไปพบพระครูธีระธรรมโสภิต
รองเจ้าคณะอำาเภอกุสุมาลย์ วัดราษฎร์บำารุง ตั้งอยู่ตำาบลกุสุมาลย์
อำาเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
อาคารเสนาสนะประกอบด้วยหอสวดมนต์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528
กุฏิสงฆ์ 4 หลัง ศาลาอเนกประสงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2524 ปูชนียวัตถุ
มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ปางประทานพร และปางนาคปรก
25
วัดราษฎร์บำารุง ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2389 โดยพระสรญาณมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร ประวัติแจ้งว่า
เนื่องจากตำาบลกุสุมาลย์ ยังมีวัดไม่ครบ 5 วัด ซึ่งไม่ถูกต้องตามระเบียบคณะสงฆ์ จึงจัดหาที่ดินตั้งวัด ในครั้งแรก
ใช้สถานที่วัดเหนือ ต่อมาเห็นว่าไม่เหมาะสมจึงย้ายไปตั้งที่ใหม่บริเวณหลังที่ว่าการอำาเภอ โดยมี นายปุง ไมหาญ
ถวายที่ดินให้ และตั้งชื่อใหม่ว่า วัดราษฎร์บำารุง เราได้สนทนาธรรมกับพระครูฯ พักหนึ่งก่อนออกเดินทางอีกครั้ง
26
ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังสวนกล้วย
27
ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังสวนกล้วยนั้นร่มเย็น
้
ำ
ถนนเชื่อมทางเข้าสู่วังสวนกล้วยมีธารนาไหลผ่าน
ผมหลงรักบรรยากาศร่มรื่นแบบนี้เสมอๆ พี่นิด พี่ป้อบอกผมว่า ที่นี่
ใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรม นักเรียน นักศึกษา หรือระดับองค์กรเอกชน
ก็จะมาเข้าอบรม และปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำา จุดประสงค์ของ
ผู้สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ถ้ามองในส่วนพุทธศาสนานั้นก็เพื่อ
ให้ผู้ปฏิบัติเกิดมรรคผลที่แท้ อีกส่วนก็เพื่อพัฒนาท้องถิ่น และหมู่บ้าน
่
ใกล้้เคียงนี้ให้้เกิดผลมั่งมีศรีสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ในวันที่ผมไปก็มีเยาวชน
มาเข้าอบรม เหมือนจะมีอบรมเรื่องการนั่งสมาธิสักอย่าง แต่ดู
เหมือนเด็กๆ จะเข้าถึงสมาธิชั้นสูงจนเผลอหลับไปก็มี เป็นภาพที่น่ารักและอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีศูนย์ปฏิบัติธรรม
มากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่ผู้คนทั้งหนุ่มสาว เยาวชน และผู้สูงอายุ จะได้พัฒนาจิตใจ และมีภูมิคุ้มกันทางจิตไว้ต่อสู้กับ
ภาวะความเครียด หรือความรุนแรงของสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมเชื่อเรื่องการพัฒนาจิตให้เข้มแข็งในระดับหนึ่ง
กิเลส สิ่งเร้า ความเศร้าหมอง ปัญหาครอบครัว ความไม่สบายใจ ก็ไม่สามารถครอบงำาเราได้ในทุกกรณี
28
์
ข้อมูลของ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ
วังสวนกล้วย (สาขาวัดศิริมงคล) มีเพิ่มเติมดังนี้
วัดศิริมงคล ได้รับคัดเลือกจากมหาเถร
สมาคม กรมการศาสนา โดยสำานักงานพระพุทธ
ำ
ศาสนาแห่งชาติ ให้เป็น สานักปฏิบัติธรรม
ำ
ประจาจังหวัดสกลนคร แห่งที่ 3 และเป็นองค์์กร
ทางพระพุทธศาสนา มีสถานภาพเป็น “สถานที่
ปฏิบัติธรรมวิปัสสนา” ชื่อว่า วัดศิริมงคล (วิปสฺสนา
จิตฺตภาวนา) บ้านโคกม่วง ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์
จ.สกลนคร ได้ขยายสาขาสถานที่ในการปฏิบัติ
ธรรมและอบรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม มีชื่อว่า
“ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติวังสวนกล้วย”
ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๙ บ้านนาล้อม ต. กุสุมาลย์ อ.กุสุมาลย์
่
่
จ.สกลนคร โดยมี พระครูสุวรรณศีลวงศ์์ (หลวงพ่อ
หงษ์์ อริยวโส) เป็นเจ้าอาวาสวัดศิริมงคล
ำ
29
ำ
อ่างเก็บน้าห้วยแดง
้
ำ
น้องแจ้ขับรถพาเรามา อ่างเก็บนา
ห้วยแดง ที่บ้านโนนคำา บ้านโนนคำา ตำาบลโพธิ์
ไพศาล เริ่มต้นนั้นเกี่ยวข้องกับความขาดแคลน
ำ
้
นาไว้สำาหรับทำาการเกษตรของประชาชนชาว
กุสุมาลย์
นายสุวัฒน์ แสงสุทธิเดช อดีตนายอำาเภอกุสุมาลย์ ได้ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เรื่องราษฎรได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้าทำาการเกษตรและน้าไว้ใช้อุปโภค บริโภค เพื่อสนองพระราชโองการ
ำ
ำ
กรมชลประทาน จึงได้มีบัญชาให้สำานักชลประทานที่ 5 ดำาเนินการสำารวจออกแบบและจัดเข้าแผนงานชลประทาน
้
ขนาดเล็กในปี พ.ศ. 2524 จึงได้ดำาเนินการก่อสร้างอ่างเก็บนาแห่งนี้และสร้างเสร็จในปีเดียวกัน อ่างเก็บนาห้วยแดง
ำ
้
ำ
นอกจากบรรเทาเรื่องน้ากับการเกษตรแล้วยังกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวบ้านอีกด้วย ลมเย็นๆ พัดผ่านต้นไม้
ำ
้
ำ
และนา ทำาให้ผมบันทึกภาพด้วยความสดชื่น พี่ป้อ กับพี่นิด วิ่งเล่นตรงขอบอ่างเก็บนา ส่วนน้องแจ้เห็นผมปีนลง
ำ
้
ขอบอ่างก็เป็นห่วงว่าผมจะตกลงไป “ช่วงนี้ฤดูฝนเลยค่อนข้างลื่น พี่ระวังหน่อยครับ” ผมยิ้มรับและรีบปีนกลับขึ้นไป
เพราะชักห่วงกล้องถ่ายภาพแล้วเหมือนกัน
30
บันทึกภาพได้สักพัก พวกเราเดินทางไปโบสถ์ศาสนาคริสต์หรืออีกชื่อหนึ่งว่าวัดพระวิสุทธิวงศ์
้
ำ
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดสะกอย โครงการศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, อ่างเก็บนา
ห้วยหินชะแนน บ้านกุดสะกอย ต.โพธิไพศาล และวัดมัฌชิมาวาส ที่ผมประทับใจจนแทบจะลืมเก็บข้อมูลเลยก็คือ
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขาไก่ ม.6 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ เพราะมัวแต่เลือกซื้อหา กระเป๋าผ้าทอหลายๆ แบบ
พี่นิดซื้อผ้าห่มสนามที่ทำาจากผ้าทอมือให้ผมอีกต่างหาก ขอบคุณมากๆ ครับ
31
32
และการเดินทางเยี่ยมชมแผ่นดินกุสุมาลย์ของผม
ก็มาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่า
ท้ายสุดแล้วการลงพื้นที่ของผมไม่มากมายพอที่จะกล่าวอ้าง
ำ
ทุกตารางเมตร ของแผ่นดิน ผืนน้าในเขตพื้นที่อำาเภอกุสุมาลย์
จังหวัดสกลนคร ผมเพียงบอกเล่าได้แค่หนึ่งร่มเงาไม้ใหญ่
แห่งกุสุมาลย์เท่านั้นเอง...
33
...ขอขอบคุณ ท่านผู้อำานวยการโรงพยาบาลกุสุมาลย์ “คุณหมอโกศล” ที่ให้เกียรติมอบภารกิจ
อันยิ่งใหญ่นี้แด่ผม ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทั้งสองท่าน คุณครูสุจิตรา และคุณครูเอมอร ที่ได้สละเวลานำาพาพวกเราไปพบ
้
ำ
กับ “ลุงจา” ที่ “ต้นไม้ใหญ่” เพื่อให้เราได้รู้จัก “ศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์” ขอบคุณ “พี่แจ๊ค พี่สำาเนา” ที่ได้สนับสนุน
“โฮมสเตย์” ที่แสนอบอุ่น ขอบคุณพี่ๆ พยาบาลหัวหน้างานทั้ง 12 ท่านที่ให้การต้อนรับ ดูแลและมอบความสนุกสนาน
เป็นกันเองให้ และสุดท้ายลืมไม่ได้ที่จะขอบคุณไกด์กิตติมศักดิ์ “พี่นิด พี่ป้อ และน้องแจ้” ซึ่งนอกจากจะนำาทางผม
แล้วยังทำาให้ผมรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการเดินทางและถ่ายภาพ โดยเฉพาะ น้องแจ้ ผมขอมอบตำาแหน่ง “เซเล็บ
ของอำาเภอกุสุมาลย์” ให้เขาได้โดยไม่ลังเลเลย เพราะในแวดวงกุสุมาลย์ใครๆ ก็รู้จัก “แจ้” และ “แจ้” ก็รู้จักทุกที่
ในกุสุมาลย์ ก่อนจากที่นี่ไปผมได้บอกกับพี่ๆ พยาบาลว่า “ผมจะกลับมาที่นี่อีก” เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศอันแสน
อบอุ่นของโรงพยาบาลกุสุมาลย์... อีกครั้ง
34
“ภาษาโส้” วันละคำา
หมวดเครื่องนุ่งห่มและเครื่องใช้
ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้
ผ้าห่ม เยอ รองเท้า เกิบ เบ็ด ระแบะ กระซอน กะตอง
ผ้าขาวม้า เปรปะโต ผ้าซิ่น จิกั๊ด เสื่อ จะปวก ขัน โอ
ำ
กางเกง โส่ง เสื้อ สะหลก แก้วน้า จอก หม้อ อะแตะ
หมวก โมก ถุงเท้า โสมยัง กะทะ เปิด ทัพพี จอง
ผ้าเช็ดหน้า เปรเมน ผ้าเข็ดตัว เปรจัดโต ช้อน บ่วง กระโถน เงี่ยง
ำ
หมอน อะโกลล์ กระเป๋า อะตุง ขันหมาก ขันยะ น้าเต้า อะลวย
จอบ กะดอจิโกะ เสียม อะด๊ออะที แป้ง สะพอง สิ่ว ปะแน๊
แห ปะเนิง ไว อะเรียม
หมวดเครือญาติ หมวดอาหาร
ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้ ภาษาไทย ภาษาโส้
ปู่ เปียะเอาะ ย่า เบะเอาะ ข้าวเหนียวสุก อะวะจีน ข้าวจ้าวสุก อะวะเลียจีน
ตา เบียะนาย ยาย เบอะเอาะ เนื้อปิ้ง แซ็ดอัง เนื้อปลา แซ็ดเซียะ
พี่สาว เอย พี่ชาย อาย เนื้อหมู แซ็ดอะลิ๊ก เนื้อไก่ แซ็ดอะดรวย
น้องสาว แซมกะมูล น้องชาย แซมบาว เนื้อเป็ด แซ็ดเทีย เนื้อวัว แซ็ดอะเตราะ
พ่อ เบียะ แม่ เบะ
น้า-อาหญิง อาเวีย อาชาย อะญี
น้าชาย นัวะ พี่เขย อาออง
พี่สะใภ้ อาโอบ น้อยเขย ปะเทียมกอน
น้องเมีย แซมกะใบ สามี อะยาก
ภรรยา กุไป น้องสามี แซมอะยาก
ลูก กอน เพื่อน กะเนีย
ลูกเขา กอนนา ลูกหลาน กอนเจา
35
เรื่องเล่า 30 ปี
โรงพยาบาลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
จากดินหินแฮ่....สู่เส้นทางคุณภาพย้อนอดีต กว่าจะถึงวันนี้
“ ดินแดนดอกกระเจียว เขียวงามผักหวาน ยอดอาหารไข่มดแดง
แมงแคงจักจั่น ลือลั่นวัฒนธรรมไทโส้ ”
อำาเภอกุสุมาลย์ เป็นอำาเภอหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เส้นการเดินทางไปอำาเภอกุสุมาลย์ โดยมุ่งหน้าไปทาง
จังหวัดนครพนม ระยะทางจากอำาเภอเมืองสกลนคร ไปอำาเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อ 30 ปีที่แล้ว
มีรถโดยสารไป-มาระหว่างจังหวัดสกลนครเพียงไม่กี่เที่ยว การคมนาคมค่อนข้างลำาบากสองข้างทางเป็นดินลูกรัง
ำ
้
เมื่อรถวิ่งผ่าน เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายลอยไปมา ความเจริญด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า นาประปา
ยังไม่ครอบคลุมทุกหลังคาเรือน ถึงคราวเจ็บป่วยชาวบ้านจะไปรับการรักษาที่สถานีอนามัยเล็กๆ หรือรักษากันเอง
ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 - 6 รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการ
กระจายบริการสาธารณสุขชุมชนในส่วนภูมิภาคและชนบทให้ทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการสุขภาพ
มากยิ่งขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลชุมชนขึ้นทุกแห่งในประเทศ
และในปี พ.ศ. 2525 นางวันทอง คำาเมือง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) มารดาของ นายวัฒนา คำาเมือง
(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ซึ่งขณะนั้นได้รับราชการตำาแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร สำานักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
พร้อมครอบครัวได้บริจาคที่ดิน จำานวน 28 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ตำาบลนาโพธิ์ อำาเภอกุสุมาลย์
จังหวัดสกลนคร เพื่อก่อตั้งโรงพยาบาลกุสุมาลย์ ขึ้นเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง โดยอาคารหลังแรก
มีขนาดเล็ก ซึ่งต่อมาได้ถูกดัดแปลงต่อเติมให้เกิดการใช้ประโยชน์ตามภารกิจ พร้อมเปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วย
ในวันที่ 26 สิงหาคม 2526
36
อิฐก้อนแรกของโรงพยาบาล
นายแพทย์อำานวย กาจีนะ ผู้อำานวยการคนแรกของโรงพยาบาลกุสุมาลย์ ถือว่าท่านเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจ
นักพัฒนา โดยได้ริเริ่ม พัฒนางาน บริการสุขภาพ จัดระบบบริการสาธารณสุขทั้งภายในภายนอกโรงพยาบาล ปรับปรุง
โครงสร้างของโรงพยาบาล ตั้งแต่ อาคาร สถานที่ สิ่งแวดล้อม เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบการทำางาน ร่วมกับบุคลากร
ในโรงพยาบาล จำานวน 10 กว่าคน จึงเกิดการสร้างคนและสร้างงาน ภายใต้แนวคิดการดำาเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน
37
การทำางานในระยะแรก
การทำางานด้านการรักษา ส่งเสริมป้องกัน และการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนให้ประชาชนมีสุขภาพดี
ถ้วนหน้า ครอบคลุมพื้นที่นั้นยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถ เนื่องด้วยประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทโส้ มีฐานะ
ยากจน ยังไม่มีบัตรสุขภาพ ซึ่งเดิมเรียกว่า บัตร สปน. ซึ่งเป็นบัตรประกันสุขภาพครอบครัวสำาหรับผู้มีรายได้น้อย
จึงมีการรณรงค์การใช้บัตรสุขภาพในการรักษาพยาบาล ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาทางด้านโภชนาการ
โดยเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กในวัยเรียน
ในช่วงแรกๆ การดำาเนินงานสาธารณสุขค่อนข้างลำาบากมาก เนื่องจากปัญหาการสื่อสารกับผู้ป่วย และ
ผู้รับบริการ ซึ่งประชาชนมีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นภาษาพื้นเมือง ที่เรียกว่า ภาษาโส้ การที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนรู้
ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิต การกินอยู่ ของผู้มารับบริการในพื้นที่ จึงเป็นความยากลำาบากอย่างมาก
ที่เราจะหวังผลการรักษาที่ดี เพราะช่องว่างทั้งทางการสื่อสารและทางวัฒนธรรม การตรวจรักษาและให้คำาแนะนำา
ผู้ป่วย จึงต้องใช้บุคลากรในพื้นที่ช่วยแปลให้ ครั้งหนึ่งจำาได้ว่า นายแพทย์อำานวย กาจีนะ ท่านเคยเอ่ยว่า “นึกว่า
อยู่ในต่างประเทศเลย.”
ปัญหาในด้านความเชื่อ เช่น เมื่อเจ็บป่วยจะต้องทำาพิธีเหยาที่บ้าน ทำาให้ผู้ป่วยบางคนมีอาการทรุดหนัก
ก่อนมาโรงพยาบาล เมื่อมานอนโรงพยาบาล ถ้าอาการหนักจนต้องส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ศักยภาพสูงกว่า
ญาติมักจะปฏิเสธ และขอเอาผู้ป่วยกลับไปทำาพิธีต่อที่บ้าน
38
เวลาได้รับอุบัติเหตุ มีบาดแผล มักจะ
ใช้ใบไม้ชนิดหนึ่งที่มีความเชื่อว่าห้ามเลือด
โดยตำาให้ละเอียดผสมกับสมุนไพร บางครั้ง
ใช้เกลือ ดินขี้ควาย ผสมด้วย ใช้พอกแผล
ก่อนมาโรงพยาบาล ทำาให้ต้องเสียเวลาในการ
ชำาระล้างเอาเศษใบไม้ และสิ่งสกปรกออก
จากบาดแผลก่อนทำาการเย็บแผลได้ ซึ่งอาจ
จะเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อบาดทะยัก หรือแผลติด
เชื้อได้ บางคนปล่อยไว้หลายวันถึงมาพบแพทย์
จนแผลติดเชื้อเป็นหนอง ต้องได้รับการรักษา
เพิ่มขึ้น บางครั้งพบว่าเมื่อมีบุคคลภายในบ้าน
เจ็บป่วย ก่อนนำาผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล มีการป้ายหน้าผากด้วยขี้มิ้นหม้อดำาเต็มหน้าผาก พยาบาลจะเช็ด
ก็ไม่ยอมให้เช็ด บอกว่ามีข้อห้ามไม่ให้เช็ด เพราะมีความเชื่อว่าจะต้องอำาพรางหน้าผู้ป่วยเพื่อไม่ให้มีสิ่งไม่ดีมาทำาร้าย
ผู้ป่วย
ด้านสุขาภิบาล ประชาชนในหมู่บ้านส่วนมากเกือบทั้งหมู่บ้านไม่นิยมใช้ส้วม ถ้ามีภาระกิจอุจจาระหรือ
ปัสสาวะก็จะวิ่งเข้าป่าหรือทุ่งนาท้ายบ้าน แม้แต่มารับบริการที่โรงพยาบาลซึ่งมีส้วมให้ผู้ป่วยใช้ ผู้ป่วยก็ยังไปอุจจาระ
หรือปัสสาวะบริเวณข้างๆ โรงพยาบาล หรือตามพุ่มไม้ จึงได้มีการรณรงค์ให้ชาวบ้านสร้างส้วม โดยการจัดทำาส้วม
นั่งราดแจกชาวบ้าน ซึ่งการรณรงค์แจกส้วม สร้างส้วมจะทำาต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุดราชการ ท่านนายแพทย์อำานวย
กาจีนะ จะควบคุมและลงมือทำางานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง คนงานทุกคน เป็นอะไรที่เหน็ดเหนื่อยมาก แต่ทุกคน
ก็ทำาด้วยความเต็มใจ โดยไม่มีค่าตอบแทน
ด้านการวางแผนครอบครัว ประชาชนยังไม่มีความรู้เรื่องการคุมกำาเนิด มักมีความเชื่อว่าการผ่าตัดทำาหมัน
จะทำาให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง เกิดการเจ็บป่วยง่าย ไม่สามารถทำางานประกอบอาชีพได้ จึงไม่อยากทำาหมัน
จึงได้มีการรณรงค์ทำาหมันหญิง ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ จัดรถรับส่งผู้ป่วยถึงบ้าน มีของรางวัล
ให้สำาหรับผู้ที่จะทำาหมัน บางวันผ่าตัดทำาหมัน 10 กว่าราย เสร็จ case ก็เกือบเที่ยงคืน บางครั้งทำางานมากโดยไม่ได้
พักเป็นลมหน้ามืด ต้องหามกันออกมาก็มี งานสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเช่น ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ และฝ่ายสุขาภิบาล
จะเหนื่อยและงานหนักมาก ครั้งหนึ่งจำาได้ว่าเป็นช่วงรณรงค์การทำาหมัน สมัยนั้นหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมคือ คุณสายใจ
สารธิยากุล ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ไปรับผู้หญิงที่ต้องการทำาหมันในหมู่บ้านเพื่อจะมาทำาหมันที่โรงพยาบาลระยะ
ทางเดินไปบ้านก็เดินตามคันนาไปลึกมาก แต่กลับไปเจอสามีๆ ไม่อนุญาตให้ทำาหมันแถมยังถือมีดเล่มโตไล่ฟัน
ทุกคนวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเลย ปล่อยสุนัขออกมากัดก็มี นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยลืมเลยตลอดชีวิตนี้ แต่ทุกคนก็ต้อง
ำ
่
ทำางานให้ได้ตามเป้าหมาย โดยอดีตผู้อำานวยการท่านจะเอาใจใส่และติดตามงานอย่างจริงจังสมาเสมอและต่อเนื่อง
แม้วันเสาร์หรืออาทิตย์ ก็ยังมีการออกหน่วยเคลื่อนที่ในพื้นที่ห่างไกล โดยผู้อำานวยการ จะออกหน่วยเคลื่อนที่ร่วมกับ
เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกครั้ง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการอื่นๆ ในอำาเภอกุสุมาลย์ เสร็จจากการให้
บริการก็จะมีการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ทำาให้เกิดการสัมพันธภาพที่ดีในหน่วยงานราชการ และชุมชน
เกิดการประสานงานจากการพูดคุยกันในขณะรับประทานอาหาร และมีส่วนร่วมในการทำางานเพิ่มขึ้น
39
การสร้างทีมงานให้เข้มแข็ง
ไม่เฉพาะการให้บริการด้านส่งเสริม
สุขภาพให้ผู้ป่วยและผู้รับบริการเพียงเท่านั้น
ด้านการส่งเสริมสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่
นายแพทย์อำานวย กาจีนะ ได้สนับสนุนให้มี
การจัดสิ่งแวดล้อม น่าอยู่ น่าทำางาน โดยการ
ปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพ และภูมิทัศน์
แล้วยังสนับสนุนให้มีสนามกีฬา อุปกรณ์ และ
สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมกีฬา
ทั้งภายนอกและภายในโรงพยาบาลมีการ
จัดระบบบริหารงานภายในโรงพยาบาล โดย
แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ไม่มากนัก ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำานวยการโรงพยาบาล
หัวหน้าฝ่ายบริหาร หัวหน้าฝ่ายทันตกรรม หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ หัวหน้าฝ่ายสุขาภิบาล
และหัวหน้าฝ่ายชันสูตรโรค โดยมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดประชุมชี้แจงนโยบาย ติดตามงาน
ของเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างทุกคนในโรงพยาบาลเป็นประจำา ทุกๆ เดือน
การก่อสร้างตึกผู้ป่วยใน
แม้จะเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง
แต่ในหอผู้ป่วยมีความสามารถรองรับผู้ป่วยใน
ได้เกือบ 30 เตียงต่อวัน ในช่วงระบาดของโรค
อุจจาระร่วง ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก มีผู้ป่วย
แออัดมาก ทำาให้เตียงไม่พอต้องปูเสื่อให้ผู้ป่วย
นอนที่พื้น ระหว่างทางเดิน ที่เป็นผู้ป่วยเด็ก
ก็ให้นอนเสริม เตียงละ 2-3 คน โดยนอนสลับหัว
สลับเท้า (คล้ายปลาทูอยู่ในเข่ง) สภาพภายใน
ำ
้
ตึกผู้ป่วยใน มีเสานาเกลือที่มีขวดนาเกลือชนิด
ำ
้
ขวดแก้ว แขวนเกือบทุกเตียง การดูแลรักษา
ผู้ป่วยต้องเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพราะการส่งต่อผู้ป่วยไม่สะดวก เนื่องจากรถโรงพยาบาลมีเพียง
คันเดียว บุคลากรการพยาบาลมีน้อย พยาบาลจึงต้องขึ้นเวรหนัก สมัยนั้นเรียกว่าเวรนอนไปไหนไม่ได้
ต่อมา จึงได้ขยายเป็นโรงพยาบาล 30 เตียง ในปี พ.ศ. 2531 และสร้างตึกใหม่ขึ้น อยู่หลังตึก 10 เตียง
เดิมเป็นส่วนของผู้ป่วยใน โดยได้รับการบริจาคจากหลวงตาคำาดี ปัญโญภาโส และในปี พ.ศ. 2539 ได้สร้างตึกผ่าตัด
และตึกคลอดขึ้น โดยได้รับการบริจาคจาก พระมหาสถิตย์พงษ์ จันทรสาขา (หลวงพ่ออิ๋ว)
พ.ศ. 2536 นายแพทย์อำานวย กาจีนะ ได้ย้ายรับตำาแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายวิชาการ ไปปฏิบัติงานที่สำานักงาน
สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
40
พ.ศ. 2540 โรงพยาบาลกุสุมาลย์ได้ยกฐานะเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง โดยมีนายแพทย์ ปรเมษฐ์
กิ่งโก้, นายแพทย์สมชาย ภาสอาจ, นายแพทย์ชัยวัฒน์ ธนูพันธุ์ชัย เป็นผู้อำานวยการคนต่อไป
พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบันมีนายแพทย์ โกศล วราอัศวปติ เป็นผู้อำานวยการ มีแพทย์ทั้งหมดรวมผู้อำานวยการ
จำานวน 4 คน เภสัชกร 4 คน ทันตแพทย์ 2 คน พยาบาล 37 คน นักวิชาการสาธารณสุข 4 คน และเจ้าหน้าที่อื่น
รวมทั้งลูกจ้าง 87 คน รวมทั้งหมดโรงพยาบาลมีบุคลากร จำานวน 138 คน
ระบบคุณภาพของโรงพยาบาล
นายแพทย์อำานวย กาจีนะ ท่าน
เห็นความสำาคัญของระบบการเฝ้าระวังการ
ติดเชื้อในโรงพยาบาล ท่านเคยกล่าวไว้ว่า
“ถ้าเครื่องมือในโรงพยาบาลไม่สะอาด คนไข้จะ
ติดเชื้อโรคได้ ทุกอย่างจะบอกถึงคุณภาพของ
โรงพยาบาลเลยนะ” ซึ่งเดิมงานหน่วยจ่ายกลาง
มีคนงานผู้หญิงดูแลเรื่องการทำาความสะอาด
และนึ่งเครื่องมือ ส่วนการพับก๊อส ทำาไม้พัน
สำาลี และห่อเครื่องมือต่างๆ พยาบาลต้องช่วยๆ
กันทำาเวลาขึ้นเวร หลังจากนั้นจึงได้มีการจัดตั้ง
หน่วยจ่ายกลางขึ้น ส่งพยาบาลไปศึกษาดูงานและฝึกอบรม การจัดทำาเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อมาใช้ในโรงพยาบาล
ำ
้
เริ่มต้นด้วยซึงนึ่งขนาดใหญ่ก่อน ต่อมาท่านได้ไปของบประมาณจัดซื้อเครื่องนึ่งระบบไอนา มาใช้แทนซึงนึ่ง และจาก
คนงานดูแล ก็พัฒนาให้เป็นพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถ ไปดูแล การพัฒนาคุณภาพจึงได้เริ่มขึ้น
เนื่องจาก โรงพยาบาลเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ซึ่งประชาชนและผู้รับบริการ
มีความต้องการ และคาดหวังสูงขึ้น มีความต้องการหายจากการเจ็บป่วย หรือความทุกข์ทรมาน ต้องการได้รับ
บริการที่ดี และปลอดภัย มีสิทธิในการเข้าถึงข่าวสาร ข้อมูลและมีสิทธิในการเลือกสถานบริการ โรงพยาบาลจึงได้มี
การพัฒนาคุณภาพบริการขึ้น ในตอนนั้นมีนายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ เป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาล ได้จัดอบรมการ
พัฒนาบุคลากร โดยการจัดอบรม OD, ESB ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อปรับพฤติกรรมบริการ และพัฒนาบุคลิกภาพ
ของบุคลากร ให้เกิดการบริการที่ดีต่อผู้รับบริการ สร้างวัฒนธรรมขององค์กร ก่อให้เกิดสัมพันธภาพและความสามัคคี
ในบุคลากร ส่งเสริมให้เกิดการทำางานเป็นทีม
การพัฒนาเรื่องอาคารสถานที่ เพื่อให้สถานที่ทำางานเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงามน่าอยู่ และสร้างสุขนิสัย
ของเจ้าหน้าที่ โดยการปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ ภายในหน่วยงาน และรอบๆ อาคาร นำากิจกรรม 5ส. เข้าสู่งาน
ประจำา โดยการทำากิจกรรม 5ส. ในหน่วยงานอย่างสมาเสมอ และมีกิจกรรมรณรงค์ 5ส. ในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
ำ
่
การพัฒนาคุณภาพบริการระยะแรกเริ่มมีการนำาระบบ พบส. (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและ
หน่วยงานสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค) และ QA มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล ต่อมาก็มีการพัฒนา
คุณภาพในระบบ HA (Hospital accreditation) ซึ่งเป็นกลไกกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล ควบคู่
ไปกับการเรียนรู้แลกเปลี่ยน และการรับรองจากองค์กรภายนอก ทุกหน่วยงานจึงได้เริ่มมีการทำากิจกรรมทบทวน
41
จัดทำากิจกรรมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง บุคลากรเกิดการเรียนรู้ เกิดแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพงาน ส่งผลให้
โรงพยาบาลมีระบบการให้บริการที่มีคุณภาพได้ตามมาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล บันได ขั้นที่ 2
HA และมีการส่งเสริมสุขภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยผ่านการ Re - Accreditation Health
Promoting Hospital (HPH) ใน พ.ศ. 2544
ปัจจุบันได้มีการพัฒนากิจกรรมคุณภาพภายในหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง (CQI) มีการดำาเนินงานตามมาตรฐาน
บริการสาธารณสุข (HNOA) และพัฒนาคุณภาพบริการตามมาตรฐาน HA อย่างต่อเนื่อง (GLN) เพื่อเตรียมความ
พร้อมเข้าสู่การรับรองคุณภาพโรงพยาบาลต่อไป (Act to Accreditation)
โรงพยาบาลชุมชนคือโรงหล่ออุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่
โรงพยาบาลชุมชนเป็นเสมือนดินที่
ดีที่สุดในบรรดาดินทั้งหมด เพราะเป็นดินที่
มีความพร้อม มีระบบการทำางานที่ยืดหยุ่น
ไม่แข็งตัวเหมือนกับกระถางต้นไม้ จนยาก
ต่อการเติบโต ไม่มีวัชพืชมากนักที่คอยบั่นทอน
กำาลังใจกำาลังกายในการทำางาน เมื่อฝนฟ้า
อำานวยได้ทำางานเก็บเกี่ยวประสบการณ์
ได้วางกลไกระบบงานภายในอย่างเป็น
อิสระ ตามปัจจัยในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน
ได้พัฒนาตนเองจากการฟังการเห็นและ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกรูปแบบ รวมทั้ง
การรับรู้ถึงความรู้สึกที่ดีๆ และปิติจากคำาขอบคุณด้วยรอยยิ้มจากคนยากไร้ที่เราได้ช่วยเหลือ ด้วยกล้วย ด้วยผลไม้
ที่ด้อยราคาแต่มากคุณค่าทางจิตใจ ด้วยสาดเสื่อที่ปูให้เราได้นั่งในยามที่ไปเยี่ยมบ้าน สิ่งเหล่านี้ความรู้สึกที่ดีงาม
ในโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นเสมือน โรงหล่อหลอมอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่
คนเล็กๆ คือความหวัง... ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง
“คนเล็กๆ และโรงพยาบาลเล็กๆ คือพลังสร้างสรรค์สังคมไทยที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน” โรงพยาบาลกุสุมาลย์
ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโรงพยาบาลชุมชนคือพลังที่สำาคัญในการพัฒนาคุณภาพสู่การมีสุขภาพดีของประชาชน
42
ความเป็นมาของโรงพยาบาล
พ.ศ. 2525
ครอบครัวคำาเมือง โดยนางวันทอง คำาเมือง ผู้เป็นมารดา
และนายวัฒนา คำาเมือง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป
สำานักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร ผู้เป็นบุตรชาย
ได้บริจาคที่ดินเพื่อให้ก่อสร้างโรงพยาบาลกุสุมาลย์
ขนาด 10 เตียง บนเนื้อที่ 28 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา
ในเขตพื้นที่ตำาบลนาโพธิ์ อำาเภอกุสุมาลย์ จังหวัด
สกลนคร
พ.ศ. 2526
เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ
วันที่ 26 สิงหาคม 2526 และเปิดทำาการตามกำาหนด
ของราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2526 โดยมีนายแพทย์
อำานวย กาจีนะ เป็นผู้อำานวยการคนแรกของโรง
พยาบาล
พ.ศ. 2531
ได้รับบริจาคอาคาร “ปุญโญภาโส” เป็นอาคารผู้ป่วย
ใน ขนาด 30 เตียงโดยความกรุณาจากหลวงปู่คำาดี
ปัญโญภาโส วัดป่าสันติกุสุมาลย์ อำาเภอกุสุมาลย์
จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค
และเปิดทำาการใน วันที่ 13 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2531
43
พ.ศ. 2533
ได้รับเงินงบประมาณให้ก่อสร้างอาคารตึกผู้ป่วยนอก
และยกระดับฐานะเป็นโรงพยาบาล ขนาด 30 เตียง
พ.ศ. 2539
ได้รับบริจาคสร้างตึกผ่าตัด-คลอดโดยความกรุณา
จากพระวรราชเจ้าบุญมากรมพระราชวังบวรมหาสุร
สีห์ สมเด็จเจ้าพ่อปากคลองตลาด โดยพระมหาสถิต
พงษ์จันทรสาขา (หลวงพ่ออิ๋ว) และผู้มีจิตศรัทธาในวัน
ที่ 23 เมษายน 2539 โดยมีนายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้
เป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาล (พ.ศ. 2536 - พ.ศ.
2543)
พ.ศ. 2540
ได้รับเงินงบประมาณก่อสร้างอาคารตึกผู้ป่วยใน
30 เตียง
: ยกระดับฐานะเป็นโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง
พ.ศ. 2545
ได้รับเงินบริจาคสร้างห้องประชุม “รัชมงคล
นายก(หลวงปู่คำาดี)” โดยความกรุณา จากหลวงปู่คำาดี
ปัญโญภาโส วัดป่าสันติกุสุมาลย์ อำาเภอกุสุมาลย์
จังหวัดสกลนคร พร้อมผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค ในวันที่
6 ธันวาคม 2545 โดยมี นายแพทย์สมชาย ภาสอาจ
เป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาล (พ.ศ. 2543 - พ.ศ
2547)
44
พ.ศ. 2547
เป็นโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง โดยมีนายแพทย์
ชัยวัฒน์ ธนูพันธ์ชัย เป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาล
(พ.ศ. 2547 – 2549)
พ.ศ. 2549 - ปัจจุบัน
เป็นโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง โดยมี นายแพทย์โกศล วราอัศวปติ เป็นผู้อำานวยการโรงพยาบาล
45
พ.ศ. 2550
โรงพยาบาลกุสุมาลย์ได้รับมอบเครื่องเอกซเรย์ และเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบมีจอภาพ จากพระธรรมวิสุทธิ
มงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
46