The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guysmiyawaki, 2021-10-19 22:07:39

รายงานวิชาการ มลพิษทางสิ่งแวดล้อม

มลพษิ ทางสงิ่ แวดลอ้ ม

สุรางคพ์ ิมล โพธิ์สาวัง กลุ่ม23 เลขท2ี่ 3
สญั ชัย รว่ มจติ ร กลุ่ม23 เลขท4่ี 5

รายงานนี้เป็นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาค้นควา้ และการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
ภาควิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร คณะศิลปะศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรียนที1่ ปีการศึกษา2564



มลพษิ ทางสงิ่ แวดลอ้ ม

สุรางคพ์ ิมล โพธิ์สาวัง กลุ่ม23 เลขท2ี่ 3
สญั ชัย รว่ มจติ ร กลุ่ม23 เลขท4่ี 5

รายงานนี้เป็นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาค้นควา้ และการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
ภาควิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร คณะศิลปะศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรียนที1่ ปีการศึกษา2564



คำนำ

รายงานฉบับนี้จดั ทำขึ้นเพื่อปฏิบัติการเขยี นรายงานการค้นคว้าที่ถูกต้องอย่างเป็นระบบ อันเป็นส่วน
หนึ่งของการศึกษาวิชาค้นคว้าและเขียนรายงานเชิงวิชาการ ซึ่งจะนำไปใช้ในการทำรายงานค้นคว้าสำหรับ
รายวิชาอื่น ได้อีกต่อไป การที่คณะผู้จัดทำเลือกทำเรื่อง “มลพิษทางสิ่งแวดล้อม” เนื่องด้วยสภาพอากาศและ
ความเป็นอยู่ในสังคมปจั จุบัน เกิดมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสังคม ดังนั้นจึงต้องการ
เผยแพร่ถึงปัญหา สาเหตุ และวิธีการแกไ้ ขปญั หามลพิษทางส่ิงแวดลอ้ ม เพื่อให้ตระหนักถึงความอันตรายและ
แนวทางแก้ไขปญั หาอนั เปน็ แนวทางใหส้ ภาพสงั คมปัจจุบันนา่ อยู่ยิ่งขึน้

รายงานเล่มนี้กล่าวถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ความหมายของ
มลพษิ สาเหตุของมลพิษ ลักษณะปัญหาของมลพิษทางส่ิงแวดล้อม ประเภทของมลพิษ สาเหตแุ ละปัญหาของ
การเกิดมลพิษทางอากาศ สาเหตุและปัญหาของการเกิดมลพิษทางน้ำ สาเหตุและปัญหาของการเกิดมลพิษ
ทางเสียง ตลอดจนถึงวิธแี ก้ไขปัญหาการเกิดมลพษิ ทางสง่ิ แวดลอ้ ม

ทางคณะผจู้ ัดทำขอขอบคณุ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ดร.พนิดา สมประจบ ที่กรุณาให้ความรแู้ ละข้อแนะนำ
โดยตลอด คณะผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหรือผู้ศึกษาค้นคว้า และยังให้ความ
สะดวกในการค้นหาข้อมูล สุดท้ายนี้หากมีข้อผิดพลาดประการใด คุณะผู้จัดทำขอน้อมรับเพื่อนำไปปรับปรุง
ต่อไป

สุรางค์พมิ ล โพธิ์สาวัง
สัญชัย ร่วมจติ ร
18 ตุลาคม 2564



สารบญั

หน้า

คำนำ...........................................................................................................................................................ก

สารบัญ....................................................................................................................... ................................ข

บทที่

1 บทนำ……………………………………………………………………………………………………………………………….1
1.1 ความหมายของมลพิษ…………………………………………………………………………………………………..1
1.2 สาเหตุของมลพษิ ………………………………………………………………………………………………………….1
1.3 ลกั ษณะของปัญหามลพิษทางส่ิงแวดล้อม………………………………………………………………………..2

2 ประเภทของมลพษิ ทางส่ิงแวดล้อม……………………………………………………………………………………….3
2.1 มลพษิ ทางอากาศ…………………………………………………………………………………………………………3
2.1.1 สาเหตกุ ารเกดิ มลพษิ ทางอากาศ.........................................................................3
2.1.2 ปัญหาทเ่ี กดิ จากมลพษิ ทางอากาศ......................................................................4
2.2 มลพษิ ทางน้า..............................................................................................................4
2.2.1 ลกั ษณะของภาวะมลพษิ ทางน้า..........................................................................4
2.2.2 สาเหตุการเกดิ มลพษิ ทางน้า...............................................................................5
2.2.3 ปัญหาทเ่ี กดิ จากมลพษิ ทางน้า..........................................................................5-6
2.3 มลพษิ ทางเสยี ง...........................................................................................................6
2.3.1 สาเหตกุ ารเกดิ มลพษิ ทางเสยี ง.............................................................................6
2.3.2 ปัญหาทเ่ี กดิ จากมลพษิ ทางเสยี ง..........................................................................7

3 วธิ ีแกป้ ัญหาการเกิดมลพิษ...............................................................................................................8
3.1. วิธกี ารแกป้ ัญหามลพิษทางอากาศ…………………………………………………………………..…………….8
3.2. วิธีการแกป้ ัญหามลพิษทางนำ้ ……………………………………………………………………………………….9
3.3. วิธีการแกป้ ัญหามลพิษทางเสียง………………………………………………………………………………….9-10

4 สรปุ ……………………………………………………………………………………………….………………………………..11

4บรรณานกุ รม………………………………………………………………………………………..………………………………12-13

1

บทที่ 1
บทนำ

ปัจจุบันโลกกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับมลพิษ ซึ่งมลพิษนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและสภาพ
ความเป็นอยู่ของสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรทำความรู้จักและแก้ไขปัญหาหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษ
ทางสง่ิ แวดลอ้ มเพือ่ ชะลอและปรบั ปรงุ คุณภาพของสังคมให้น่าอยู่ขึน้

1.1 ความหมายของมลพษิ
มลพษิ (Pollutant) หมายถงึ ตวั สารหรอื วัตถุธาตทุ ี่ปลดปล่อยออกส่สู ่ิงแวดล้อม ไดแ้ ก่ ขยะ ส่งิ ปฏิกูล

และส่ิงทเ่ี ปน็ พษิ ท่ีเกดิ จากกิจกรรมของมนุษย์
มลภาวะ (Pollution) หมายถึง สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง เนอ่ื งจากการปล่อยสาร หรอื พลังงานใด

ๆ เขา้ ไปสู่ส่ิงแวดลอ้ ม และทำใหส้ ภาพแวดลอ้ มเสื่อมโทรม กอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสียหายตอ่ สขุ ภาพอนามัยของมนุษย์
ดังนั้น มลพิษสิ่งแวดล้อม (Environmental pollution) จึงหมายถึง สิ่งแวดล้อมที่ทำให้สุขภาพ

ร่างกาย จิตใจ และสังคมแย่ลง เกิดการเจ็บป่วย ไม่มีเรี่ยวแรง เกิดความไม่พอใจ สิ้นหวัง และเกิดความ
หวาดหว่นั วิตกกงั วล หรอื ไม่มีความปลอดภยั ใด ๆ รู้สกึ วา่ มอี นั ตรายเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ โรคต่าง ๆ ได้

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นชี้ให้เห็นว่า มลพิษคือภาวะของสภาพแวดล้อมที่มีองค์ประกอบไม่เหมาะต่อ
การนาํ มาใช้ประโยชน์ แตก่ ลบั เปน็ พิษหรือเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ หรอื ก่อความรําคาญแก่มนุษย์ เช่น อากาศ
มีก๊าซต่างๆ ที่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวนมาก ดินที่มีการสะสมของยาปราบ
ศตั รพู ชื และนำ้ ท่มี คี ราบนำ้ มันหรอื โลหะหนกั เป็นตน้ (สมสุข มัจฉาชีพ, 25425 : 189)

1.2 สาเหตุของการเกดิ มลพษิ
มลพิษสง่ิ แวดลอ้ ม เป็นผลสบื เน่อื งจากการเกิดปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม ซึ่งเกิดจากสงั คมมนุษย์

มสี าเหตสุ ำคญั 2 ประการ คือ
1) การเพิ่มของประชากร (Population Growth) ปัจจุบันการเพิ่มขึ้นของประชากร

มนุษย์มีแนวโน้มมากขึ้นในอัตราทวีคูณ ทำให้ความต้องการบริโภคทรัพยากรมากขึ้นตาม เช่น
อาหาร ทอ่ี ยู่ พลงั งาน

2) การขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Economic Growth
and Technology Growth) ความเจริญทางดา้ นเศรษฐกิจน้ัน ทำให้มาตรฐานการดำรงชีวิตสูงตาม
ไปดว้ ย มกี ารบรโิ ภคทรัพยากรเกนิ ความจำเปน็ ข้นั พื้นฐานของชีวิต ในขณะเดียวกันความกา้ วหน้าทาง
เทคโนโลยี ก็ช่วยให้มนษุ ย์นำทรัพยากรมาใช้ในระบบการผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้นและง่ายขนึ้
จากสาเหตุสำคัญทั้ง 2 ประการ พบว่า ต้นเหตุสำคัญของสาเหตุดังกล่าวก็คือ มนุษย์ และ
ผลกระทบจากมลพิษสิ่งแวดล้อมก็จะย้อนมาที่ประชากรมนุษย์ ดังนั้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้อง
เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ขององค์ประกอบปัญหา ไดแ้ ก่ สงิ่ แวดลอ้ ม ระบบการผลติ และประชากรมนุษย์
เป็นต้น

2

1.3 ลักษณะปัญหาของมลพิษส่งิ แวดล้อม
1. เปน็ ผลจากการกระทำของมนุษยเ์ ป็นสว่ นใหญ่
2. มีส่งิ เจอื ปนหรือปนเปอ้ื นในส่งิ แวดล้อมทัง้ ในรปู ของสสารและพลังงาน
3. มปี ริมาณมากพอท่ีจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามยั ของมนษุ ยห์ รือส่งิ มชี วี ิตอ่ืน ๆ ในระบบ
นเิ วศ
4. การเกิดมลพิษจะดำเนินไปตามวิถที างของสารมลพิษจากแหลง่ ที่ผ่านสง่ิ แวดลอ้ มตา่ ง ๆ จนกระท่ัง
ถึงมนษุ ยห์ รอื สงิ่ มชี ีวติ ในระบบนเิ วศ
5. ขนาดหรือระดับของปัญหาจะขึ้นอยู่กับผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้แก่ มนุษย์
ทรัพยากรธรรมชาติหรือระบบนิเวศ

3

บทที่ 2

ประเภทของมลพิษ

สิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำ อากาศ ดิน มีความจำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์ มนุษย์จำเป็นต้องใช้
ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติเหล่าน้ีมากมาย แตก่ ารใช้ประโยชนโ์ ดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทจ่ี ะเกดิ ขึ้น ทำ
ให้เกิดมลพิษขึ้นในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ มลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ
มลพิษทางเสียงปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่รีบป้องกันแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ ซึ่งการ
ป้องกันแกไ้ ขปัญหาสิ่งแวดลอ้ มเปน็ หนา้ ที่ของทุกคนท่จี ะต้องชว่ ยกนั

2.1 มลพิษทางอากาศ
ภาวะมลพษิ ทางอากาศ (Air Pollution) หมายถงึ ภาวะทอ่ี ากาศมีการเจอื ปนของสารหรือสงิ่ ปนเป้ือน

ในปริมาณที่มากพอ ทำให้อากาศเสื่อมคุณภาพเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช มลสาร ที่ปนเปื้อนอยู่ใน
อากาศมีทัง้ ในรูปของแข็ง ฝุน่ ละออง ไอระเหยหรือก๊าซ รวมทั้งกลิ่น เขมา่ ควัน สารกัมมันตรังสี สารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อน ปรอท ตะกัว่ ออกไซดข์ องไนโตรเจน และคาร์บอน เปน็ ต้น

ส่วนใหญ่เกิดจากควันของยานพาหนะและจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันดังกล่าวมีผลต่อสุขภาพของ
มนุษย์โดยตรง ควันจากโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งทีม่ ี ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์หรือไนโตรเจนออกไซด์ เป็น
องค์ประกอบ เมื่อรวมกับละอองนำ้ ในอากาศ จะกลายเป็นสารละลายกรดซัลฟิวริกหรอื กรดไนตริก กลายเปน็
ฝนกรด ตกลงมาอันเปน็ อันตรายตอ่ สิ่งมีชีวิตและยังทำใหส้ งิ่ ก่อสรา้ งเกิดการสึกกรอ่ นได้

2.1.1 สาเหตกุ ารเกิดมลพษิ ทางอากาศ
1. การเผาไหม้เชื้อเพลิงของกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ รถยนต์ การเผาขยะมูลฝอย การผลิต

กระแสไฟฟ้าโดยใช้ถา่ นหินเปน็ เชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดก๊าซต่างๆ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ กา๊ ซคารบ์ อนมอนอกไซด์ ข้เี ถ้า และออกไซด์ของโลหะ เป็นตน้

2. การฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองและอนุภาคต่างๆ จากกิจกรรมผสม บด โม่ การก่อสร้าง
และการขนสง่ วสั ดแุ ละสินคา้

3. โรงงานอุตสาหกรรมผลิตหรือแปรรูปวัตถุดิบ ได้แก่ การผลิตสารเคมี กระดาษ ปุ๋ย
เหล็กกล้า อลูมิเนียม เป็นต้น ซึ่งอาจมีการปล่อยสารพิษออกมาเช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ออกไซต์
ของซลั เฟอรแ์ อมโมเนีย ไออตะกั่ว สารหนู เปน็ ต้น

4. การเกษตร เช่น การเผาพื้นท่ที ำการเกษตร การฉดี พน่ สารเคมี ทำใหเ้ กิดสารมลพษิ จำพวก
สารหนู สารตะก่วั ควนั และข้ีเถ้า เปน็ ต้น

5. เตาปฏิกรณ์ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ เป็นต้น ทำให้เกิดฝุ่น
ละอองของยูเรเนียม

4

2.1.2 ปญั หาทเ่ี กิดจากมลพิษทางอากาศ
1. เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะระบบหายใจ มะเร็งผิวหนัง ระบบประสาท

และอาจสะสมในเนอ้ื เยื่อร่างกาย
มลสารแตล่ ะชนิดจะเป็นผลกระทบต่อสุขภาพต่างกนั

2. สารพิษที่ระบายออกสู่บรรยากาศ บางชนิดคงตัวอยู่ในบรรยากาศได้เป็นเวลานาน และ
แพรก่ ระจายออกไปได้ไกล บางชนดิ เป็นปฏกิ ริ ยิ าต่อกันและเกิดเป็นสารใหม่ทเี่ ปน็ อันตราย

3. ทำให้เกิดฝนกรด โดยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่มีสาร
กำมะถันเจือปน เมื่อทำปฏิกิริยารวมตัวกับน้ำและกลั่นตัวเป็นฝน จะมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งเป็นอันตราย
ต่อส่งิ มชี ีวติ และสิ่งก่อสรา้ ง

4 . ท ำ ใ ห ้ เ ก ิ ด ป ร าก ฏ ก า รณ ์ เ รื อ น ก ระ จ ก ( Greenhouse Effect) เ ก ิ ด จ า ก ก ๊ าซ
คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ออกไซด์ของไนโตรเจน โอโซน และสารคลอโร
ฟลูออโรคาร์บอน (CFC) เมื่อลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ จะปกคลุมมิให้รังสีความร้อนจากผิวโลก
ระบายข้ึนสบู่ รรยากาศระดบั สงู ขึ้นได้ ทำใหเ้ กดิ การสะสมความรอ้ นของผิวโลก

5. ทําลายสิ่งก่อสรา้ ง และเครื่องใชโ้ ดยเฉพาะสงิ่ กอ่ สรา้ งทท่ี ําดว้ ยโลหะทําใหเ้ กิดการสกึ กร่อน
ทาํ ให้หนงั สอื และศิลปกรรมตา่ งๆ เสยี หาย

6. ทําให้ทัศนวิสัยเลวลง และมีผลทําให้อุณหภูมิอากาศลดต่ำลงกว่าปกติได้ ทัศนวิสัยแย่ลง
กอ่ ใหเ้ กดิ อบุ ัติเหตุทงั้ ในอากาศ ทอ้ งถนน และท้องน้ำ

2.2 มลพิษทางนำ้
มลพิษทางน้ำ (Water pollution) เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งของประเทศเมื่อ

เปรียบเทียบกับปัญหามลพิษอื่นๆปัญหามลพิษทางน้ำมักเกิดกับเมืองใหญ่ๆแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศถูก
ปนเปือ้ นดว้ ยส่ิงสกปรกและสารมลพิษต่างๆทำให้ไมส่ ามารถใชป้ ระโยชน์จากแหล่งน้ำได้เต็มท่ี ซ่งึ ส่งผลกระทบ
ต่อคุณภาพชีวิต และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม คุณสมบัติของน้ำที่เป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์และ
สงิ่ มชี ีวิตมากที่สดุ ก็คอื น้ำบริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากเชอ้ื โรคและสารพิษเจอื ปน

2.2.1 ลกั ษณะของภาวะมลพษิ ทางนำ้
1. น้ำทมี่ สี ารอินทรีย์ปนอยู่มาก จลุ ินทรีย์ทม่ี ีอยู่กจ็ ะมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วโดยมีการ

ใช้ออกซิเจน จึงมีผลทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำเหลือน้อย ในบางครัง้ จะเห็นน้ำมีสีดำคล้ำ
และส่งกลิ่นเหม็น เนื่องจากการย่อยสลายของแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนมีการปล่อยก๊าซ
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรอื ก๊าซไข่เนา่ ออกมา

5

2. น้ำที่มีเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ โปรโตซัว เชื้อรา ซึ่งเป็น
สาเหตใุ หเ้ กิดโรคตา่ งๆ เช่น โรคทางเดนิ อาหาร โรคตับ โรคพยาธิและโรคผิวหนงั เปน็ ต้น

3. น้ำท่มี คี ราบนำ้ มนั หรือไขมนั เจือปนในปรมิ าณมากจะเป็นอุปสรรคต่อการถา่ ยเทออกซิเจน
ลงสแู่ หลง่ น้ำ หรือการดำรงชวี ติ ของสตั ว์และพชื นำ้

4. น้ำที่มีเกลือละลาย ซึ่งอาจละลายจากดินลงมาหรือน้ำทะเลไหลซึมเข้ามาเจือปนจนน้ำ
เสือ่ มคุณภาพไม่เหมาะในการใชอ้ ุปโภค บริโภคหรอื การเกษตรกรรม

5. น้ำที่มีสารพิษเจือปน เช่น สารประกอบของปรอท ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู เมื่ออยู่ใน
ระดับอนั ตรายจะส่งผลตอ่ สัตวน์ ำ้ และคนไดท้ ้ังทางตรงและทางอ้อม เชน่ บรโิ ภคพชื ผัก สัตวน์ ้ำ

6. นำ้ ทมี่ ีสารกัมมันตภาพรังสเี จือปน อาจเกดิ ข้ึนได้จากธรรมชาติจากการสลายตัวของแร่หิน
หรอื เกิดจากโรงงานนิวเคลยี รป์ ล่อยนำ้ เสยี ลงส่แู หล่งนำ้

7. น้ำที่มีสารแขวนลอย ได้แก่ น้ำที่มีสิ่งต่างๆ แขวนลอยอยู่จำนวนมาก ทำให้น้ำมีสภาพ
เปล่ียนไปจากเดิม เกยี่ วกับความโปรง่ แสง สี เปน็ ต้น

8. น้ำที่มีอุณหภูมิสูง ส่วนใหญ่เกิดจากการระบายน้ำหล่อเย็นจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่
แหลง่ นำ้ ซ่งึ อณุ หภูมิที่สงู ขึน้ จะมผี ลกระทบตอ่ การดำรงชีวิต และการแพรพ่ ันธข์ุ องสงิ่ มชี วี ิตในน้ำ
ในอดีตมนุษยส์ ามารถนำทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ ตา่ งจากปัจจุบันที่
เกิดปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำจนไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ได้
ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกดิ ขึ้นไดจ้ ากหลายสาเหตุ
2.2.1 สาเหตุการเกดิ มลพิษทางน้ำ

1.เกิดจากน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน เช่น น้ำที่ใช้ซักฟอกทำความสะอาดซึ่งส่วน
ใหญม่ ีสารอินทรียป์ ะปนมากบั น้ำทงิ้ เหลา่ นน้ั จนทำให้เกดิ มลพิษทางน้ำ

2.น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหากโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำทำให้
นำ้ เน่าเสียไดง้ ่ายเพราะมีปริมาณมากและสารปนเปื้อนมีอัตราสงู

3.น้ำเสียที่เกิดจากธรรมชาติ อาจเกิดจากการเน่าเสียเมื่อน้ำอยู่ในสภาพน่ิงไม่มีการไหลเวยี น
ถ่ายเท

4.เกิดจากพื้นทีท่ ำการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรสว่ นใหญ่นิยมใช้นำ้ ยาปราบศัตรูพืชกันมาก
ขึ้น จึงทำให้มีสารตกค้างอยู่ตามต้นพืชและพื้นผิวดิน เมื่อฝนตกและพัดพาเอาสารพิษที่ตกค้างลงสู่
แมน่ ้ำลำคลองกท็ ำให้เกดิ มลพษิ ทางนำ้ ขนึ้ ได้
2.2.2 ปัญหาที่เกิดจากมลพิษทางนำ้

1.กระทบต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ เช่นน้ำเสียที่เกิดจากสารพิษอาจทำให้ปลาและสิ่งมีชีวิต
ตายทันที ส่วนน้ำเสียท่ีเกิดจากออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง อาจทำลายพืชและสัตวน์ ้ำเล็กๆทีเ่ ป็นอาหาร
ของปลา ทำใหค้ วามอุดมสมบูรณห์ รือแหลง่ อาหารของสตั ว์น้ำลดลง

2.เปน็ แหล่งแพรร่ ะบาดของเชือ้ โรค เชน่ อหวิ าตกโรค บดิ และทอ้ งเสีย
3.มีผลกระทบต่อการเพาะปลูก เพราะน้ำเสียที่มีความเป็นกรดและด่างไม่เหมาะสำหรับทำ
การเกษตร

6

4.มีผลต่อกระทบต่อทัศนียภาพ เพราะความสวยงามของแหล่งน้ำสามารถใช้เป็นสถานท่ี
พักผอ่ นหย่อนใจ หรือจดั กิจกรรมทางน้ำเพือ่ ความบนั เทงิ ได้

5.ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ เช่น มีกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าเสีย สัตว์น้ำหลาย
ชนดิ เกดิ การตาย ย้ายถน่ิ หรอื อาจสญู พันธุ์ในที่สุด

2.3 มลพิษทางเสียง

มลพิษทางเสียง หมายถึง สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเกินค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดอัน

กอ่ ให้เกดิ ความรำคาญ สร้างความรบกวน ทำให้เกดิ ความเครยี ดท้ังทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ตกใจ และอาจ

ถึงขนั้ เปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพอนามยั ได้ เชน่ เสียงทด่ี ังมาก หรอื เสียงท่ดี ังยาวตอ่ เนอื่ ง

โดยประเทศไทยมีกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานกับ

สภาพแวดล้อม กำหนดให้ระดับความดังของเสียงที่พนักงานควรได้รับติดต่อกัน ต้องไม่เกิน 90 เดซิเบล

สำหรับคนทำงานไม่เกินวนั ละ 8 ช่ัวโมง และสำหรบั คนทำงานวนั ละ 8 ชัว่ โมงข้นึ ไป ต้องไมเ่ กิน 80 เดซเิ บล ซง่ึ

คนที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษทางเสียงแบบนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญเสียสมรรถภาพการได้

ยินสงู ดังนน้ั จงึ จำเป็นอยา่ งยิง่ ท่จี ะต้องสวมใส่อุปกรณป์ ้องกันเสียงเอาไว้ตลอดเวลา

การคาดคะเนความดังในระดับเกณฑท์ ีเ่ ปน็ อันตรายนั้น สามารถทำได้โดยการสังเกตและเปรียบเทยี บ

กับเสียงต่างๆ เหล่าน้ี

เสียงกระซบิ 30 เดซเิ บล

เสียงพิมพด์ ีด 50 เดซเิ บล

เสยี งคุยทั่วไป 60 เดซิเบล

เสียงรถวิ่ง 80 เดซิเบล

เสียงขดุ เจาะถนน 100 เดซิเบล

เสยี งค้อนทุบ 120 เดซเิ บล

เสียงเครอ่ื งบินข้นึ 140 เดซิเบล

2.3.1 สาเหตขุ องการเกดิ มลพิษทางเสยี ง มอี ยู่ 2 ประเภท คอื

1. ประเภทเคลอ่ื นท่ี ไดแ้ ก่

- เสียงจากยานพาหนะทางบก ได้แก่ รถยนต์ รถไฟ รถจักรยานยนต์ เป็นตน้

- เสียงจากยานพาหนะทางน้ำ เช่น เรอื หางยาว เป็นตน้

- เสียงจาดยานพาหนะทางอากาศ เช่น เครอื่ งบนิ เป็นต้น

- เสียงจากเคร่ืองกลหนักท่ใี ช้ในการก่อสร้าง

- เสียงจากเครื่องขยายเสียงบนรถโฆษณาเคลอื่ นท่ี

7

2. ประเภทอยู่กับท่ี ไดแ้ ก่
- สถานประกอบการตา่ งๆ เชน่ โรงงานอุตสาหกรรม อซู่ ่อมรถยนต์ โรงมหรสพ และสวนสนกุ
- เสยี งจากเครอ่ื งมือกลที่ใช้ในการกอ่ สรา้ ง เช่น เครอ่ื งเจาะคอนกรตี
- เคร่ืองขยายเสยี งตามสถานท่ีตา่ งๆ สถานทเี่ ริงรมย์
- เสียงจากปรากฏการณธ์ รรมชาติ เช่น ฟา้ ผา่ ฟา้ ร้อง ภเู ขาไฟระเบิด
2.3.2 ปัญหาที่เกดิ จากมลพิษทางเสยี ง
1. ผลกระทบตอ่ การได้ยนิ แบ่งเปน็ 3 ลักษณะคือ

- หูหนวกทันที เกดิ ข้นึ จากการทอ่ี ยูใ่ นบริเวณทมี่ ีเสยี งดงั เกนิ 120 เดซิเบลเอ
- หูอื้อชั่วคราว เกิดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีระดับเสียงดังตั้งแต่ 80 เดซิเบลขึ้นไปในเวลาไม่
นาน
- หอู ื้อถาวร เกิดข้ึนเม่อื อย่ใู นบรเิ วณทม่ี ีระดับความดงั มากเปน็ เวลานาน ๆ
2. ด้านสรีระวิทยา เช่น ผลกระทบต่อระบบการหมุนเวียนของเลือด ต่อมไร้ท่อ อวัยวะ
สบื พันธุ์ ระบบประสาท และความผิดปกติของระบบการหดและบีบลำไส้ใหญ่ เปน็ ตน้
3. ด้านจิตวิทยา เช่น สร้างความรำคาญ ส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อน ผลต่อการทำงาน
และการเรยี นรู้ รบกวนการสนทนาและการบนั เทิง
4. ดา้ นสงั คม กระทบต่อการสรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธ์ทดี่ ี ทำใหข้ าดความสงบ
5. ด้านเศรษฐกิจ มีผลผลิตต่ำเนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสียค่าใช้จ่ายในการ
ควบคุมเสยี ง
6. ดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม เสยี งดังมีผลตอ่ การดำรงชวี ติ ของสตั ว์ เชน่ ทำให้สตั วต์ กใจและอพยพหนี

8

บทท่ี 3
วธิ แี ก้ปัญหาการเกดิ มลพษิ

1. วธิ ีการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ
มลพิษทางอากาศกำลังทำร้ายพวกเราในขณะนี้ พวกเรากำลังหายใจอากาศที่สร้างความเสียหาย

ให้กับอวัยวะส่วนใหญ่ในร่างกายเข้าไป ที่แย่ไปกว่านั้น สาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศเกิดจากการเผาไหม้
เช้อื เพลิงฟอสซิล และยังเปน็ หนงึ่ ในสาเหตุทท่ี ำให้เกดิ วกิ ฤตสภาพภูมิอากาศของโลกท่ีพวกเรากำลังอาศัยอยู่ใน
ขณะนี้ แม้ว่าเรากำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ แต่พวกเราสามารถแก้ไขได้ และผู้คนทั่วโลกก็กำลัง
แก้ไขวิกฤตนอ้ี ยู่
โดยจำแนกหมวดหมอู่ อกเปน็ 3 หมวด ได้แก่

1.1) ถ่านหนิ
การเผาถ่านหินทำให้เกิดสารมากมาย เช่น ปรอท สารหนู และอนุภาคเล็กๆของเขม่าซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทาง
อากาศ เมื่อเราหายใจในอากาศแบบนี้จะทำให้เกิดอันตรายต่อหัวใจและปอด อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการ
เกิดโรคหลอดเลอื ดสมองอกี ดว้ ย
โดยการแก้ไขน้นั เราต้องยุตกิ ารใช้ถา่ นหิน และหนั มาใช้พลังงานหมุนเวยี นทีส่ ะอาดอย่างพลังงานลม พลังงาน
งานแสงอาทิตย์ หรอื พลังงานมหาสมุทรโดยใชก้ ระแสน้ำข้ึนนำ้ ลง

1.2) รถยนต์
รถยนต์ส่วนมากใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ต่างจาก
การเผาถ่านหิน รถยนต์ไม่วา่ จะใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลล้วนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอ่ืน ๆ ท่ี
ส่งผลต่ออุณหภมู ิของโลก นอกจากน้ันไอเสียจากรถยนต์ยังปล่อยไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซ่ึงเป็นอันตราย
ตอ่ สขุ ภาพของเราเชน่ กนั
โดยวิธีการแก้ไขปัญหานัน้ คือการเดินเท้าบนทางเดินฟุตบาท ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและ
ราคาไม่แพง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีขึ้น เพื่อที่ประชาชนจะได้ใช้งานขนส่งสาธารณะได้อย่างทั่วถึง
และมากข้ึน ซึ่งจะเป็นทางออกให้คนใชร้ ถยนตน์ ้อยลง และทำใหเ้ ราไดอ้ ากาศ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตท่ีดีอีก
ด้วย

1.3) ชุมชน
มลพิษทางอากาศไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องช่วยกัน วิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ท่ี
ระบุไว้นัน้ เป็นสิง่ ท่ีกำลงั เกดิ ข้ึนทัว่ โลก และทุกคนต่างร่วมกันเรียกรอ้ งให้เกิดข้ึน โดยวิธีแก้ไขปัญหานั้นคอื การ
ร่วมมือกันรักษาสภาพแวดล้อมในระแวกชุมชนให้สะอาด, แก้ไขปัญหาร่วมกันได้และสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่
ตอนน้ี

9

2. วิธีการแกป้ ัญหามลพิษทางนำ้
มลพิษทางน้ำเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนมองข้าม โดยเฉพาะในประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว

เพราะทกุ คนมนี ้ำดื่ม นำ้ ใช้ทีส่ ะอาด จงึ คดิ ว่ามลพษิ ทางน้ำน้ันเป็นเรื่องท่ีไกลตัว แต่จากการศึกษาวิจัย
คุณภาพของน้ำทั่วโลก UNESCO ได้กล่าวถึงความท้าทายที่พบว่าหลายล้านคนทั่วโลกยังขาดน้ำ
สะอาดไว้ดื่มและใช้ ทุกวันนี้โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทิ้งขยะหรือของเสียของพวกเขาลงใน
มหาสมุทร ก่อให้เกิดมลพิษต่อแหล่งน้ำ อีกทั้งยังมีปัญหาการรั่วไหลของน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการ
ปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอนโดยไม่ตัง้ ใจสู่สิ่งแวดลอ้ ม และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรนุ แรง สิ่งท่ี
เราอาจจะไม่รู้คอื มลพษิ เหล่านอี้ าจใชเ้ วลาหลายรอ้ ยถงึ พันปกี อ่ นท่จี ะหายไป โดยมี 15 วธิ ีงา่ ย ๆ ที่
เราสามารถนำไปใช้เพ่ือปอ้ งกันมลพษิ ทางน้ำ ไดแ้ ก่

2.1) เกบ็ น้ำมนั ของมนั หรือไขมนั ออกจากอา่ งลา้ งจาน
2.2) หยุดชำระยาลงในชักโครก
2.3) หลีกเล่ยี งการใช้โถสว้ มเปน็ ถงั ขยะ
2.4) ใชก้ ารบำบัดและการจดั การน้ำเสยี ท่ีเหมาะสม
2.5) กำจัดขยะอยา่ งถกู ตอ้ ง
2.6) หลีกเล่ียงการทง้ิ ลงในแหลง่ นำ้ โดยตรง
2.7) ประหยดั นำ้ เสมอ
2.8) ใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ที่เปน็ มิตรตอ่ แวดลอ้ ม
2.9) ฝึกปลกู ต้นไม้
2.10) สนบั สนุนบริษัททีม่ ุง่ เนน้ การรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม
2.11) ใช้เครื่องซกั ผ้าประหยดั พลงั งาน
2.12) เลอื กการรีไซเคิลหรือวสั ดุท่ีนำกลับมาใช้ใหม่ได้เสมอ
2.13) ลดการใชพ้ ลาสตกิ ขยะพลาสตกิ
2.14) ซักลา้ งเฉพาะเม่ือจำเป็น
2.15) ตดิ ต้งั เครอ่ื งใชใ้ นครวั เรอื นทป่ี ระหยดั นำ้

3. วิธกี ารแก้ปัญหามลพษิ ทางเสียง
3.1 กำหนดให้มมี าตรฐานควบคุมระดบั ความดังของเสียงทุกประเภท
3.2 ควบคุมระดับเสียงจากแหล่งกำเนิดให้อยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดย

การ ใชก้ ระบวนการผลิตท่ไี มใ่ ช้เสยี งดงั บผุ นังห้องด้วยวัสดุลดเสียง หรือกำแพงกน้ั เสยี ง
3.3 ผู้ท่ีอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งกำเนิดเสียงดังควรใช้วัสดุป้องกันการได้ยินเสียงดัง เช่น เครื่องอุดหู

เครื่องครอบหู เปน็ ตน้

10

3.4 กำหนดเขตการใช้ที่ดินประเภทที่ก่อให้เกิดเสียงดังรำคาญ ให้อยู่ห่างจากสถานที่ที่ต้องการ
ความสงบเงยี บ เช่น ชมุ ชนพกั อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล วัด เป็นตน้ เพื่อเพ่ิมระยะทางระหว่างแหล่งกำเนิด
เสยี งกับชุมชน หรอื ให้มเี ขตกนั ชนเพอ่ื ลดความดงั ของเสยี ง

3.5 เข้มงวดกับการใชม้ าตรการลดผลกระทบจากกิจกรรมการก่อสร้างตา่ งๆ
3.6 ยกเว้นหรือลดภาษีในกิจกรรมหรือวัสดอุ ุปกรณ์สำหรบั ควบคมุ และป้องกนั ภาวะมลพิษทางเสยี ง
3.7 ให้การศกึ ษาและฝกึ อบรมด้านภาวะมลพิษทางเสียงแก่ผูท้ ี่มสี ่วนเก่ียวข้อง
3.8 สนับสนุนงานวิจยั เกี่ยวกับการปอ้ งกนั ควบคมุ และแกไ้ ขภาวะมลพิษทางเสียง
3.9 สรา้ งเครือข่ายตรวจสอบและเฝ้าระวงั แหลง่ กำเนดิ ภาวะมลพิษภายในชุมชน
3.10 รณรงคแ์ ละประชาสัมพนั ธ์ให้ประชาชนรู้ถงึ อันตรายจากภาวะมลพิษทางเสียง และร่วมมือกัน
ปอ้ งกันมิให้เกดิ มลพษิ ทางเสยี ง

11

บทท่ี 4
สรปุ

มลพิษ หมายถึง ภาวะของสภาพแวดล้อม ที่มีองค์ประกอบไม่เหมาะต่อการนำมากใช้ประโยชน์
แต่กลับเป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่มนุษย์ เช่น อากาศที่มีก๊าซต่างๆ
ที่เปน็ อันตรายต่อสุขภาพ สภาพแวดลอ้ มที่มีเสยี งต่างๆ รบกวนมาก ดนิ ท่ีมีการสะสมของยาฆา่ แมลงศัตรูพืชสูง
น้ำที่มีคราบน้ำมัน เป็นต้น โดยเราสามารถดูแลรักษาโลกของเราได้ โดยการช่วยกันเป็นหูเป็นตา ทำความ
สะอาดแหล่งที่ผู้คนอาศัยอยู่ หรือ ชุมนุมกันเยอะ และลดการใช้ของที่อาจจะทำให้เกิดมลพิษเช่น พลาสติก ,
ขยะ หรอื แกส๊ ตา่ งๆ

โดยมลพษิ นั้น มีมากมายทีเ่ กดิ ข้ึนจากเน้ือมือมนุษย์ แตท่ เ่ี หน็ ไดช้ ดั ที่สุดก็จะมี

1. มลพิษทางอากาศ
2. มลพษิ ทางน้ำ
3. มลพิษทางเสียง

โดยจากการสบื ค้นข้อมูลก็ทำให้พบวิธตี ่างๆ มากมาย ท่จี ะทำใหส้ ภาพแวดลอ้ มของชุนชน หรือโลกของเรา
น้ัน น่าอยู่มากยิ่งข้นึ

12

บรรณานกุ รม

“สงิ่ แวดลอ้ ม,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://rmuptenvironment.blogspot.com/2009/08/blog-
post_2466.html [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]
“มลพษิ ในสงิ่ แวดลอ้ ม,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://bio.flas.kps.ku.ac.th/courses/482/Pollution_Envi.pdf [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]
“ปัญหามลพษิ ทางสง่ิ แวดลอ้ ม,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
http://reo13.mnre.go.th/th/news/detail/9373 [สบื คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2564]
“ลกั ษณะปัญหามลพษิ สงิ่ แวดลอ้ ม,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://sites.google.com/site/st554232010/mlphis-sing-waedlxm [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]
“มลพษิ ทางอากาศ,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://bit.ly/3tp1qaM [สบื คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2564]
“มลพษิ ทางอากาศ ภยั ใกลต้ วั ทเ่ี ราคาดไมถ่ งึ ,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/effects-of-air-pollution.html [สบื คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2564]
“มลพษิ ทางน้า,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://sites.google.com/site/aundodee/e/mlphisthangna [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]
“สาเหตุและผลกระทบจากมลพษิ ทางน้า,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://lux.co.th/cpt_blog/cause-and-impact-of-water-pollution/ [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]
“มลพษิ ทางเสยี ง,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://sites.google.com/site/environmentandlife10/gg/mlphis-thang-seiyng [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม
2564]
“มลภาวะทางเสยี ง (Noise Pollution),” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://ngthai.com/science/32155/noise-pollution/ [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]

13

“แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปัญหามลพษิ สงิ่ แวดลอ้ ม,” [ออนไลน์].เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
http://www.rmuti.ac.th/user/thanyaphak/Web%20EMR/Web%20IS%20Environmen%20gr.4/Intro3
.html [สบื คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2564]
“แนวทางลดมลภาวะดว้ ยตวั เรา,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://lux.co.th/cpt_blog/how-can-we-reduce-air-pollution/ [สบื คน้ เมอ่ื 25 สงิ หาคม 2564]
“การลดมลพษิ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ตอ้ งแกป้ ัญหาตงั้ แต่ตน้ เหตุ,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
https://ngthai.com/environment/35222/pollution-reduction/ [สบื คน้ เม่อื 25 สงิ หาคม 2564]

12
+


Click to View FlipBook Version