จัด ทำ โดย เด็ก หญิงกัญญภั ท ร พั น ธุรัต น์ เลข ที่ 17 ม .2/6 เสนอ คุณครูพัชรี ลิ้มสุวรรณ ( ครูผู้สอน ) พลังงานลม ร ายวิชา วิ ท ยาศาตร์ แ ละ เ ท คโ น โลยี ชั้ น มั ธย ม ศึกษา ปี ที่ 2 ( Wind Energy )
คำ นำ ห นั งสือเล่ ม นี้ จัด ทำ ขึ้ น เ พื่ อเ ป็ น ส่ว น ห นึ่ งของร ายวิชา วิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เ ท คโ น โลยี ( ว22102 ) เ พื่ อใ ห้ ได้ศึกษา ห าคว า ม รู้ ใ น เ รื่องของ พ ลังงา น ล ม โดยได้ศึกษาผ่า น แ ห ล่ง คว า ม รู้ต่าง ๆ อา ทิ เช่ น ห นั งสือเ รีย น ห้ องส มุ ด แ ละ แ ห ล่ง คว า ม รู้จากเ ว็ บ ไ ซ ต์ต่าง ๆ โดย ห นั งสือเล่ ม นี้ มี เ นื้ อ ห า เกี่ยวกั บ คว า ม ห ม ายของ พ ลังงา น ล ม กา ร เกิดล ม แ ละ ป ร ะ เ ภ ท ของล ม ป ร ะ วัติกา ร ป ร ะยุกต์ใช้ พ ลังงา น จากล ม ห ลักกา ร ทำ งา น ของ กัง หั น ล ม ป ร ะ เ ภ ท ของกัง หั น ล ม ส่ว น ป ร ะกอ บ ของกัง หั น ล ม ศักย ภ า พ แ ละกา ร ใช้ พ ลังงา น ล ม แ ละผลกร ะ ท บ จากกา ร ใช้กัง หั น ล ม ผู้จัด ทำ คาด ห วังเ ป็ น อย่างยิ่งว่ ากา รจัด ทำ ห นั งสือเล่ ม นี้ จะ เ ป็ น ป ร ะ โยช น์ ต่อผู้ ที่ ส น ใจศึกษา พ ลังงา น ล ม เ ป็ น อย่างดี กัญญภั ท ร พั น ธุรัต น์ ก
หน้า น้ คำ นำ ก สารบัญบัข ความหมายของพลังงานลม 1 ประเภทของลมและการเกิด 2 ประวัติการประยุกยุต์ใช้พช้ลังงานจากลม 4 หลักการทำ งานของกังหันหัลม 6 ประเภทของกังหันหัลม 7 ส่วส่นประกอบของกังหันหัลมเพื่อพื่ผลิตไฟฟ้าฟ้ 8 ศักศัยภาพและการใช้พช้ลังงานลม 13 ผลกระทบจากการใช้กัช้ กังหันหัลม 14 บรรณานุกนุรม 15 สารบัญ บั ข
ความหมายของ ลม ( Wind )เป็น ป็ แหล่งพลังงานสะอาดชนิดนิหนึ่งนึ่ที่ สามารถใช้ไช้ด้อย่าย่งไม่มีม่วัมีวันหมดสามารถเปลี่ยนรูปรู เป็น ป็ พลังงานรูปรูอื่นได้ เช่นช่พลังงานความร้อร้น พลังงานกลหรือรืพลังงานไฟฟ้าฟ้หลาย ๆ ประเทศโดย เฉพาะอย่าย่งยิ่งยิ่ในแถบประเทศยุโยุรปในปัจปัจุบัจุนบั ได้มี การใช้ปช้ระโยชน์จ น์ ากพลังงานลมเพื่อ พื่ ผลิตพลังงาน ไฟฟ้าฟ้ ในเชิงชิพาณิชณิย์ท ย์ ดแทนการผลิตด้วยพลังงาน จากซากดึกดาบรรพ์ พลังงานลม พลังงานลม เป็น ป็ พลังงานตามธรรมชาติที่เ ที่ กิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนมุของโลก สิ่งสิ่เหล่านี้เ นี้ป็น ป็ ปัจปัจัยจัที่ ก่อให้เห้กิดความเร็ว ร็ ลมและกำ ลังลม เป็น ป็ ที่ย ที่ อมรับรั โดยทั่วทั่ไปว่าลมเป็น ป็ พลังงาน รูปรูหนึ่งนึ่ที่มี ที่ อมียู่ใยู่ นตัวเอง ซึ่งซึ่ในบางครั้งรั้แรงที่เ ที่ กิดจากลมอาจทำ ให้บ้ห้าบ้นเรือรืนที่อ ที่ ยู่ อาศัยศัพังพัทลายต้นไม้ หักหั โค่นลง สิ่งสิ่ของวัตถุต่ถุต่าง ๆ ล้มหรือรื ปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจปัจุบัจุนบัมนุษนุย์จึ ย์ งจึได้ให้คห้วามสำ คัญและนำ พลังงานจากลมมาใช้ปช้ระโยชน์ มากขึ้นขึ้เนื่อ นื่ งจากพลังงานลมมีอมียู่โยู่ ดยทั่วทั่ไป ไม่ต้ม่ ต้องซื้อ ซื้ หา เป็น ป็ พลังงานที่ส ที่ ะอาด ไม่ก่ม่ ก่อให้เห้กิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำ มาใช้ปช้ระโยชน์ไน์ ด้อย่าย่ง ไม่รู้ม่จัรู้ กจัหมดสิ้นสิ้ 1
ประเภทของลมและการเกิด เป็น ป็ ลมประจำ ถิ่นซึ่งซึ่เกิดจากความแตกต่างของความกด อากาศระหว่างทะเลกับแผ่นผ่ดิน เกิดในเวลากลางคืน พื้น พื้ ดินจะ คายความร้อร้นที่เ ที่ ก็บสะสมไว้ออกได้เร็ว ร็ กว่าพื้น พื้ นํ้า นํ้ ทำ ให้มีห้อุมีณอุห ภูมิภูตํ่มิ ตํ่ ากว่าพื้น พื้ นํ้า นํ้ คือ ลมที่พั ที่ ดพัเปลี่ยนทิศทิทางไปกับการเปลี่ยนฤดู คือ ฤดูร้ดูอร้นจะ พัดพั ในทิศทิทางหนึ่งนึ่และจะพัดพัเปลี่ยนทิศทิทางในทางตรงกันข้าข้ม ในฤดูหดูนาว ลมบก (LAND BREEZE) ลมมรสุม (MONSOON) สามารถที่จ ที่ ะแบ่งบ่ ประเภทของ ลม ได้ตามชนิดนิของการเกิดและช่วช่งเวลาการเกิด ดังต่อไปนี้ 2 ลมภูเขา (MOUNTAIN BREEZE) ลมภูเภูขาเป็น ป็ ลมประจำ ถิ่นเกิดขึ้นขึ้ ประจำ วัน เช่นช่เดียวกับลมบก และลมทะเลเกิดในเวลากลางคืน จากความแตกต่างของความ กดอากาศบริเริวณภูเภูขา ลมว่าว (NORTHEAST LOCAL WIND) ลมว่าวเป็น ป็ ลมที่พั ที่ ดพัจากทิศทิเหนือนื ไปทิศทิ ใต้ตอนต้นฤดูหดูนาว ส่วส่น ลมในฤดูเดูล่นว่าว คือ ลมตะเภา ซึ่งซึ่พัดพัจากทิศทิ ใต้ไปทิศทิเหนือนื ใน ช่วช่งกลางฤดูร้ดูอร้น
ประเภทของลมและการเกิด ลมทะเลเป็น ป็ ลมประจำ ถิ่น ซึ่งซึ่เกิดจากความแตกต่างของความ กดอากาศระหว่างทะเลกับแผ่นผ่ดินบริเริวณชายฝั่งฝั่ทะเลในเวลา กลางวัน เมื่อ มื่ พื้น พื้ ดินได้รับรัความร้อร้นจากแสงอาทิตทิย์ พื้น พื้ ดินจะ มีอุมีณหภูมิภูสูมิงสูกว่าพื้น พื้ นํ้า นํ้ อากาศเหนือนืพื้น พื้ ดินเมื่อ มื่ ได้รับรัความ ร้อร้นจะขยายตัวลอยขึ้นขึ้สู่เสู่ บื้อ บื้ งบน ลมหุมเขาลมประจำ ถิ่น เกิดขึ้นขึ้ ประจำ วัน เช่นช่เดียวกับลมบก และลมทะเล เกิดในช่วช่งกลางวันที่ด ที่ วงอาทิตทิย์แ ย์ ผ่รัผ่งรัสีมสีายังยั ภูเภูขาและหุบเขาที่อ ที่ ยู่ด้ยู่ ด้านล่าง ทำ ให้อุห้ณหภูมิภูขมิองภูเภูขาที่ร ที่ ะดับ สูงสูหรือรืยอดเขา มีค่มี ค่าสูงสูกว่าอุณหภูมิภูตมิามที่ตํ่ ที่ ตํ่ าหรือรืหุบเขา ความหนาแน่นน่ของอากาศในระดับสูงสูน้อน้ยกว่าและลอยตัวสูงสู ขึ้นขึ้อากาศจากที่ตํ่ ที่ ตํ่ าหรือรืหุบเขาจึงจึพัดพัขึ้นขึ้ ไปแทนที่ ลมทะเล (SEA BREEZE, ONSHORE BREEZE) สามารถที่จ ที่ ะแบ่งบ่ ประเภทของ ลม ได้ตามชนิดนิของการเกิดและช่วช่งเวลาการเกิด ดังต่อไปนี้ 3 ลมตะเภา (SOUTHWEST LOCAL WIND) ลมตะเภาเป็น ป็ ลมท้อท้งถิ่นในประเทศที่พั ที่ ดพัจากทิศทิ ใต้ไปยังยัทิศทิ เหนือนืคือ พัดพัจากอ่าวไทยเข้าข้สู่ภสู่ าคกลางตอนล่าง ในช่วช่งเดือน กุมกุภาพันพัธ์ถึงเดือนเมษายน ซึ่งซึ่เป็น ป็ ช่วช่งที่ล ที่ มมรสุมสุตะวันออก เฉียงเหนือนืจะเปลี่ยนเป็น ป็ ลมมรสุมสุตะวันตกเฉียงใต้ เป็น ป็ ลมที่ นำ ความชื้น ชื้ มาสู่ภสู่ าคกลางตอนล่าง ลมหุบเขา(VALLEY BREEZE)
ประวัติการ ประยุกต์ใช้ พลังงานจากลม การประยุกยุต์ใช้พช้ลังงานจากลมเริ่มริ่จากการค้นพบ บันบัทึกทึเกี่ยวกับโรงสีข้สีาข้วพลังงานลม (Windmills) ใน ช่วช่งศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสริตก์าลโดยใช้รช้ะบบเครื่อ รื่ งโม่ ในแกนตั้งซึ่งซึ่เป็น ป็ เครื่อ รื่ งโม่แม่บบง่าง่ย ๆ นิยนิมใช้กัช้ กันใน พื้น พื้ ที่ภู ที่ เภูขาสูงสูโดยชาวแอฟแกน (Afghan) เพื่อ พื่ การสี เมล็ดข้าข้วเปลือกส่วส่นโรงสีข้สีาข้วพลังงาน 4 ลมแบบแกนหมุนมุแนวนอนพบครั้งรั้แรกแถบเปอร์เ ร์ ซียซีทิเทิบตและจีนจี ประมาณคริสริต์ศักศัราชที่1ที่ 000 โรงสีขสีา้วพลังงานลมชนิดนิแกนหมุนมุใน แนวนอนได้แพร่หร่ลายไปจนถึงประเทศแถบเมดิเตอร์เ ร์ รเนียนีนและ ประเทศยุโยุรปตอนกลาง โรงสีข้สีาข้วแบบแกนหมุนมุแนวนอน พบครั้งรั้แรก ในประเทศอังกฤษประมาณ ปี ค.ศ.1150 พบในฝรั่งรั่เศส ปี ค.ศ.1180 พบในเบลเยี่ย ยี่ ม ปี ค.ศ.1190 พบในเยอรมันมั ปีคปี .ศ.1222 และพบ ในเดนมาร์ก ร์ ปี ค.ศ. 1259 การพัฒพันาและแพร่หร่ลายอย่าย่งรวดเร็ว ร็ ของ โรงสีข้สีาข้วแบบแกนหมุนมุ แนวนอน มาจากอิทธิพลของนักนัรบครูเรูซด ซึ่งซึ่เป็น ป็ ผู้นผู้ าความรู้เรู้กี่ยวกับ โรงสีข้สีาข้วพลังงานลมจากเปอร์เ ร์ ซียซีมาสู่หสู่ ลายพื้น พื้ ที่ข ที่ องยุโยุรป
ประวัติการ ประยุกต์ใช้ พลังงานจากลม ในยุโยุรปโรงสีข้สีาข้วพลังงานลมได้รับรัการพัฒพันามาอย่าย่งต่อนื่อ นื่ งซึ่งซึ่ในภายหลังการใช้ ประโยชน์ จากพลังงานลมไม่ไม่ด้มีเมีพียพีงแค่การสีข้สีาข้วแต่ยังยัมีกมีารประยุกยุต์ใช้สำช้สำหรับรั การสูบสูน้ำ อีกด้วย แต่ต่อมาในยุคยุปฏิวัติอุตสาหกรรมโรงงานสีข้สีาข้วพลังงานลมเริ่มริ่ มีกมีารใช้งช้านลดลง ในช่วช่งที่โที่ รงสีข้สีาข้วพลังงานลมในยุโยุรปเริ่มริ่เสื่อ สื่ มความนิยนิม เทคโนโลยีกยีลับได้รับรัการเผยแพรใ่นทวีปอเมริกริาเหนือนื โดยผู้ที่ผู้ ไที่ ปตั้งถิ่นฐานใหม่ มี การใช้กัช้ กังหันหัลมสูบสูน้ำ ขนาดเล็กสำ หรับรังานปศุสัศุตสัว์ ซึ่งซึ่ได้รับรัความนิยนิม กังหันหัลม ชนิดนินี้เ นี้ป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ กจักันในนามกังหันหัลมแบบอเมริกัริ กัน (American Windmill) ปัจปัจุบัจุนบั กังหันหัลมแบบอเมริกัริ กันหลายแบบยังยัคง ถูกถูนำ มาใช้งช้านเพื่อ พื่ วัตถุปถุระสงค์ทางการ เกษตรและกิจกรรมต่างๆ ทั่วทั่โลก 5 สำ หรับรั ประเทศไทยมีกมีารใช้ปช้ระโยชน์จ น์ ากพลังงานลมเพียพีงเล็กน้อน้ย โดยมีกมีาร ใช้งช้านจากกังหันหัลมแบบใบพัดพัที่ทำ ที่ ทำด้วยไม้สำม้สำหรับรั ใช้ใช้นนาข้าข้ว และกังหันหัลม แบบผ้าผ้ ใบ ซึ่งซึ่ใช้ใช้นนาเกลือหรือรืนากุ้งกุ้เพียพีงไม่กี่ม่ กี่ แห่งห่ โดยพบว่าจานวนกังหันหัลม ดังกล่าวลดลงอย่าย่งรวดเร็ว ร็ เนื่อ นื่ งจากมีกมีารเปลี่ยนแปลงรูปรูแบบการพัฒพันา พื้น พื้ ที่เ ที่ กษตรกรรมให้เห้ป็น ป็ พื้น พื้ ที่อุ ที่ ตสาหกรรม กังหันหัลม ดังกล่าวถือได้ว่าเป็น ป็ ชนิดนิ ดั้งเดิมจาก ภูมิภูปัมิญปัญาชาวบ้าบ้น แต่สามารถใช้แช้ทนพลังงานไฟฟัรฟัเพื่อ พื่ การสูบสูน้ำ ได้เป็น ป็ อย่าย่งดี (กรมพัฒพันาพลังงานทดแทนและอนุรันุกรัษ์พลังงาน,2546)
หลักการทำ งาน ของกังหันลม ลมที่เ ที่ กิดขึ้นขึ้ถูกใช้ปช้ระโยชน์จน์ากส่วส่นที่อ ที่ ยู่ใยู่ กล้ผิวผิ โลกหรือรืที่เ ที่ รียรีกว่าลมผิวผิพื้น พื้ ซึ่งซึ่หมายถึงลมที่ พัดพั ในบริเริวณพื้น พื้ ผิวผิโลกภายใต้ความสูงสูประมาณ 1 กิโลเมตรเหนือนืพื้น พื้ ดินเป็นป็บริเริวณที่มี ที่ กมีารผสม ผสาน ของอากาศกับอนุภนุาคอื่นๆ และมีแมีรง เสียสีดทานในระดับต่า โดยเริ่มริ่ต้นที่ร ที่ ะดับความ สูงสูมากกว่า 10 เมตรขึ้นขึ้ ไปแรงเสียสีดทานจะลด ลงทำ ให้คห้วามเร็วร็ลมจะเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ดังแสดงในภาพ ที่ 4.6 จนกระทั่งทั่ที่ร ที่ ะดับความสูงสูใกล้ 1 กิโลเมตร เกือบไม่มีม่แมีรงเสียสีดทาน (นิพนินธ์ เกตุจ้ตุอจ้ย และ อชิตชิพล ศศธิ รานุวันุวัฒน์ , 2547) ความเร็วร็ลมมี การเปลี่ยนแปลงขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับระดับความสูงสูและ สภาพภูมิภูปมิระเทศ เช่นช่เดียวกันกับ ทิศทิทางของ ลม ที่ค ที่ วามเร็วร็ลมเท่าท่ๆ กัน แต่มีทิมีศทิทางลมที่ แตกต่างกัน เมื่อ มื่ ลมเคลื่อนที่พุ่ ที่ งพุ่ เข้าข้หาแกนหมุนมุ ของกังหันหัลมแล้วจะส่งส่ผลต่อแรงบิดบิของกังหันหั ลมเป็นป็อย่าย่งมากผลคือแรงลัพธ์ที่ไที่ ด้ออกมาจาก กังหันหัลมแตกต่างกัน ดังนั้นนั้จึงจึสามารถสรุปรุได้ วา่ ปัจปัจัยจัเบื้อ บื้ งต้นที่เ ที่ ป็นป็ตัวกาหนดในการใช้พช้ลัง งารลม คือ ความเร็วร็และทิศทิทางของลมนั่นนั่เอง สำ หรับรัหลักการทั่วทั่ไปในการนำ พลังงานลมมาใช้ คือเมื่อ มื่ มีลมีมพัดพัมา ปะทะกับใบพัดพัของกังหันหัลมกังหันหัลม จะทำ หน้าน้ที่เ ที่ ปลี่ยนพลังงานลมที่อ ที่ ยู่ใยู่ น รูปรูของพลังงานจลเพื่อ พื่ นำ เป็น ป็ พลังงานกลโดยการหมุนมุของใบพัดพั แรงจากการหมุนมุของใบพัดพันี้จ นี้ ะถูกถูส่งส่ ผ่าผ่นแกนหมุนมุทำ ให้เห้ฟือฟืงเกียร์ที่ ร์ ติ ที่ ติดอยู่ กับแกนหมุนมุเกิดการหมุนมุตามไปด้วย พลังงานกลที่ไที่ ด้จากการหมุนมุของ เฟือฟืงเกียร์นี่ ร์ เ นี่ องที่ถู ที่ กประยุกยุต์ใช้ ประโยชน์ ตามความต้องการ เช่นช่ ใน กรณีที่ณีต้ ที่ ต้องการใช้กัช้ กังหันหัลมเพื่อ พื่ การ ผลิตไฟฟ้าฟ้จะต่อเครื่อ รื่ งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้ เข้าข้ ไป ซึ่งซึ่เมื่อ มื่ เฟือฟืงเกียร์ข ร์ องกังหันหัลม เกิดการหมุนมุจะไปขับขัเคลื่อนให้แห้กน หมุนมุของเครื่อ รื่ งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้หมุนมุตาม ไปด้วย ด้วยหลักการนี้เ นี้ ครื่อ รื่ งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้ก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าฟ้ออก มาได้ ส่วส่นในกรณีขณีองการใช้กัช้ กังหันหัลม ในการสูบสูน้ำ หรือรืสีข้สีาข้วสามารถนำ เอา พลังงานกลจากการหมุนมุของเฟือฟืง เกียร์ไร์ปประยุกยุต์ ใช้ไช้ด้โดยตรง 6
ประเภท ของกังหัน หั ลม กังหันแกนหมุน มุ แนวตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine) 7 เ ป็ น กัง หั น ล ม ที่ มี แ ก น ห มุ น แ ละ ใ บ พั ดตั้งฉากกั บ กา ร เคลื่อ น ที่ ของล ม ใ น แ น ว ร า บ กังหันลมแกนหมุน มุ แนวนอน (Horizontal Axis Wind Turbine) เ ป็ น กัง หั น ล ม ที่ มี แ ก น ห มุ น ข น า น กั บ กา ร เคลื่อ น ที่ ของล ม ใ น แ น ว ร า บ โดย มี ใ บ พั ดเ ป็ น ตัวตั้งฉากรั บ แ รงล ม
ส่วนประกอบของกังหัน หั ลมเพื่อ พื่ ผลิตไฟฟ้า ฟ้ ส่วส่นประกอบของแกนหมุนมุใบพัดพั (Rotor Blade) ทำ หน้า น้ ที่รั ที่ บรัแรงลม ซึ่งซึ่แกนหมุนมุประกอบด้วย ดุมดุแกนหมุนมุ (Rotor Hub) ใบพัดพั (Blade) 8 จุดจุปรับรัหมุนมุใบ (Pitch) เป็นป็ตัวครอบแกนหมุนมุที่อ ที่ ยู่ ส่วส่นหน้าน้สุดสุมีรูมีปรูร่าร่งเป็นป็วงรี คล้ายไข่ เพื่อ พื่ การลู่ลลู่ม ยึดยึติดกับแกนหมุนมุทำ หน้าน้ที่ รับรัพลังงานจลน์จน์ากการ เคลื่อนที่ข ที่ องลม และหมุนมุแกน หมุนมุเพื่อ พื่ ส่งส่ถ่ายกำ ลังไปยังยั เพลาแกนหมุนมุหลัก อยู่รยู่ ะหว่างรอยต่อของใบกับ แกนหมุนมุทำ หน้าน้ที่ปที่ รับรั ใบพัดพั ให้มีห้คมีวามพร้อร้มและเหมาะสม กับความเร็วร็ลม
ส่วนประกอบของกังหัน หั ลมเพื่อ พื่ ผลิตไฟฟ้า ฟ้ ห้อ ห้ งเครื่อ รื่ ง (Nacelle) มีลัมี ลักษณะคล้ายกล่องใส่ขส่องขนาดใหญ่ ที่ถู ที่ กถูออกแบบเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกันสภาพอากาศภายนอกให้กั ห้ กับอุปอุกรณ์ ที่อ ที่ ยู่ภยู่ ายใน ซึ่งซึ่ได้แก่ ห้อห้งทดรอบกำ ลัง (Gear Box) เพลาแกนหมุนมุหลัก (Main Shaft หรือรื Low Speed Shaft) 9 เพลาแกนหมุนมุเล็ก (Shall Shaft หรือรื High Speed Shaft) ทำ หน้าน้ที่รั ที่ บรัแรงจากแกนหมุนมุ ใบพัดพัและส่งส่ผ่าผ่นเข้าข้สู่ห้สู่ อห้ง ปรับรัเปลี่ยนทดรอบกำ ลัง เป็นป็ตัวควบคุมคุปรับรัเปลี่ยนทดรอบการ หมุนมุและถ่ายแรงของเพลาแกนหมุนมุ หลักที่มีที่คมีวามเร็วร็รอบต่ำ ไปยังยัเพลาแกน หมุนมุเล็กของเครื่อรื่งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้เพื่อพื่ ให้มีห้ มี ความเร็วร็รอบสูงสูขึ้นขึ้และมีคมีวามเร็วร็ สม่ำ เสมอ ทำ หน้าน้ที่รั ที่ บรัแรงที่มี ที่ คมีวามเร็วร็ รอบสูงสูของห้อห้งทดรอบกำ ลัง เพื่อ พื่ หมุนมุเครื่อ รื่ งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้
ส่วนประกอบของกังหัน หั ลมเพื่อ พื่ ผลิตไฟฟ้า ฟ้ ห้อ ห้ งเครื่อ รื่ ง (Nacelle) มีลัมี ลักษณะคล้ายกล่องใส่ขส่องขนาดใหญ่ ที่ถู ที่ กถูออกแบบเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกันสภาพอากาศภายนอกให้กั ห้ กับอุปอุกรณ์ ที่อ ที่ ยู่ภยู่ ายใน ซึ่งซึ่ได้แก่ เบรก (Brake) เครื่อ รื่ งกำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้ (Generator) 10 ระบบควบคุมคุไฟฟ้าฟ้ (Controller System) ทำ หน้าน้ที่แ ที่ ปลงพลังงานกลที่ไที่ ด้ รับรัเป็นป็พลังงานไฟฟ้าฟ้ เป็นป็ระบบกลไกเพื่อพื่ ใช้คช้วบคุมคุและยึดยึ การหยุดยุหมุนมุอย่าย่งสิ้นสิ้เชิงชิของใบพัดพัและ เพลาแกนหมุนมุของกังหันหัลม เมื่อมื่ ต้องการให้กัห้ กังหันหัลมหยุดยุหมุนมุและใน ระหว่างการซ่อซ่มบำ รุงรุ เป็นป็ระบบควบคุมคุการทำ งาน และการจ่าจ่ยกระแสไฟฟ้าฟ้ออก สู่รสู่ ะบบโดยคอมพิวพิเตอร์
ระบบระบายความร้อร้น (Cooking ) เพื่อ พื่ ระบายความร้อร้นจากการ ทำ งานต่อเนื่อ นื่ งตลอดเวลาของ ห้อห้งทดรอบกำ ลังและเครื่อ รื่ ง กำ เนิดนิ ไฟฟ้าฟ้อาจระบายด้วย ลมหรือรืน้ำ ขึ้นขึ้กับการออกแบบ ส่วนประกอบของกังหัน หั ลมเพื่อ พื่ ผลิตไฟฟ้า ฟ้ ห้อ ห้ งเครื่อ รื่ ง (Nacelle) มีลัมี ลักษณะคล้ายกล่องใส่ขส่องขนาดใหญ่ ที่ถู ที่ กถูออกแบบเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกันสภาพอากาศภายนอกให้กั ห้ กับอุปอุกรณ์ ที่อ ที่ ยู่ภยู่ ายใน ซึ่งซึ่ได้แก่ เครื่อ รื่ งวัดความเร็ว ร็ และ ทิศทิทางลม (Anemometer and Wired Vane) 11 เป็นป็ส่วส่นเดียวที่ติที่ ติดตั้งอยู่นยู่ อกห้อห้งเครื่อรื่ง ซึ่งซึ่ได้รับรัการเชื่อชื่มต่อสายสัญสัญานเข้าข้สู่ ระบบคอมพิวพิเตอร์เร์พื่อพื่วัดความเร็วร็และ ทิศทิทางลม
ใบพัดพั (Blade) ส่วนประกอบของกังหัน หั ลมเพื่อ พื่ ผลิตไฟฟ้า ฟ้ เสา (Tower) เป็นป็ตัวรับส่วส่นที่เที่ป็นป็ชุดชุแกนหมุนมุใบพัดพัและตัวห้อห้งเครื่อรื่งที่อที่ยู่ ด้านบน ฐานราก เป็นป็ส่วส่นที่รั ที่ บรัน้ำ หนักนัของชุดชุกังหันหัลม ฐานราก เสา (Tower) 12
ศักยภาพและการใช้พลังงานลม 13 ประเทศไทยตั้งอยู่ใยู่ นเขตเส้นส้ศูนศูย์สู ย์ ตสูร ลมที่เ ที่ กี่ยวข้อข้งกับภูมิภูอมิากาศของไทย คือ ลมประจำ ปี ลมประจำ ฤดู และลมประจำ เวลา ลมประจำ ปี เป็น ป็ ลมที่พั ที่ ดพัอยู่เยู่ ป็น ป็ ประจำ ตลอดทั้งทั้ปีใปีนภูมิภูภมิาคส่วส่นต่างๆ ของโลกมีคมีวามแตกต่างกันไปในแต่ละเขตละติจูดจูของโลก เนื่อ นื่ งจาก ประเทศไทยอยู่ใยู่ นบริเริวณเขตศูนศูย์สู ย์ ตสูรอิทธิพลของลมประจำ ปีจึปีงจึไม่มีม่ มี ประโยชน์ใน์ นการนำ มาใช้ ลมประจำ ฤดู เป็น ป็ ลมที่พั ที่ ดพัเปลี่ยนทิศทิทางตามฤดูกดูาล เรียรีกว่า ลมมรสุมสุ ได้แก่ 1 ) ลมมรสุมสุ ฤดูร้ดูอร้น พัดพั ในแนวทิศทิ ใต้ และตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วช่งเดือน มิถุมินายน-สิงสิหาคม 2 ) ลมมรสุมสุ ฤดูหดูนาว พัดพั ในแนวทิศทิเหนือนืและตะวันออกเฉียงเหนือนื ในช่วช่ง เดือนธันวาคม-กุมกุภาพันพัธ์ ลมประจำ เวลา เป็น ป็ ลมที่เ ที่ กิดขึ้นขึ้เนื่อ นื่ งจากการเปลี่ยนแปลงความกด อากาศระหว่าง 2 บริเริวณในระยะเวลาสั้นสั้ๆ ได้แก่ ลมบก ลมทะเล ลม ภูเภูขา และลมหุบเขาบริเริวณที่อ ที่ ยู่ตยู่ ามชายฝั่งฝั่จะได้รับรัอิทธิพลของลมบก ลมทะเลสูงสูมาก
ผลกระทบจาก การใช้กังหัน หั ลม พลังงานลมเป็น ป็ มิตมิรต่อสิ่งสิ่แวดล้อม สามารถ ลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บ ร์ อนไดออกไซต์ที่ ก่อให้เห้กิดภาวะโลกร้อร้น นอกจากนี้พ นี้ ลังงานลม ยังยัปราศจากสารก่อมลพิษพิอื่น ๆ ที่เ ที่ กิดจากเชื้อ ชื้ เพลิงฟอสซิลซิและโรงไฟฟ้าฟ้นิวนิเคลียร์อี ร์ อีกด้วย การผลิตพลังงานลมสามารถดำ เนินนิงานได้ อย่าย่งรวดเร็ว ร็ ฟาร์ม ร์ กังหันหัลมสามารถสร้าร้ง เสร็จ ร็ สิ้นสิ้ภายในไม่กี่ม่ กี่ สัปสัดาห์ โดยใช้รช้ถเครนติด ตั้งหอคอยของกังหันหัลม ส่วส่นเชื่อ ชื่ มต่อกับปีกปี หมุนมุและใบพัดพัเหนือนืฐานคอนกรีตรี พลังงานลมอาจส่งส่ผลเสียสีต่อทัศทันียนีภาพ เนื่อ นื่ งจากต้องใช้กัช้ กังหันหัขนาดใหญ่ จนบดบังบั ส่วส่นต่างๆของพื้น พื้ ที่ไที่ ป การเกิดมลภาวะทางเสียสีง เมื่อ มื่ ใบพัดพัขนาด ใหญ่ทำญ่ทำงานจะเกิดเสียสีงดังมากรบกวนผู้อผู้ ยู่ใยู่ กล้ เคียง การรบกวนคลื่นวิทยุ ซึ่งซึ่เกิดจากใบพัดพัส่วส่น ใหญ่ทำญ่ทำจากโลหะเมื่อ มื่ หมุนมุทำ ให้เห้กิดการ รบกวนคลื่นวิทยุแยุละโทรทัศทัน์ใน์ นระยะ 1 – 2 กิโลเมตร ผลกระทบต่อระบบนิเนิวศ เมื่อ มื่ ติดตั้งกังหันหัลม ขนาดใหญ่อญ่าจทำ ให้สิ่ห้งสิ่มีชีมีวิชีวิตใกล้เคียงอพยพ ไปอยู่ที่ยู่ อื่ ที่ อื่ น แต่ไม่ไม่ด้มีผมีลกระทบมากไปกว่า พลังงานทดแทนประเภทอื่น 14
บรรณานุก นุ รม 15 การไฟฟ้าฟ้ฝ่าฝ่ยผลิตแห่งห่ ประเทศไทย.(ม.ป.ป.).พลังงานทดแทน.[ออน-ไลน์]น์ สืบสืค้นจาก http://www2.egat. co.th /re/index.html กรมพลังงานทดแทนและอนุรันุรักษ์พลังงาน. (2546). พลังงานลม. [ออน-ไลน์]น์ สืบสืค้นจาก: http://www.dede.go.th/dede/renew/wind_p.htm. นิพนินธ์ เกตุจ้ตุอจ้ย และอชิตชิพล ศศิธศิรานุวันุวัฒน์.น์(2547). เทคโนโลยีพยีลังงานลม . วารสารมหาวิทยาลัย นเรศวร. 12(2): 57-73. ศูนศูย์อุ ย์ ตุนิตุยนิมวิทยา.(2548).ลม.[ออนไลน์]น์ สืบสืค้นจาก http://www.marine.tmd.go.th/thai/ Energy Information Administration. (2004e). Wind Energy. [On-line]. Available:http://www.eia.doe.gov/wind_tech/energy.html. กรมพัฒพันาพลังงานทดแทนและอนุรันุรักษ์พลังงาน).ประเภทของลม.[ออน-ไลน์]น์ สืบสืค้นจาก https://ienergyguru.com/2015/07/ประเภทของลม/ สำ นักนังานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ).ประเภทของลม.[ออน-ไลน์]น์ สืบสืค้นจาก http://reca.or.th/wind/