ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบบั วิจัยบัณฑติ ศึกษา 75
มหาวิทยาลยั ขอนแกน
ปท ี่ 7 ฉบบั ท่ี 3 กรกฏาคม - กันยายน 2556
ผลการจัดการเรียนรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจากเศษวสั ดุ
กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปท ่ี 6
Results of Technology Process Learning in Career and Technology Substance
on Making Handicrafts from Used Materials For Grade 6 Students
สายหยดุ ศรีอบุ ล (Sayyud Sriubol) *
สุมนชาติ เจริญครบรุ ี (Sumonchat Jaroenkornburi) **
บทคัดยอ
การวจิ ยั ครงั้ นี้ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ� ศกึ ษาผลการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ
จากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6 ในดา นความรเู ก่ยี วกบั การ
ประดิษฐเศษวสั ดุ ทักษะในการประดิษฐเ ศษวัสดุ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคของนักเรียน กลมุ เปา หมาย ไดแก
นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 จํานวน 32 คน การศกึ ษาคร้งั นี้ใชรูปแบบการวจิ ยั เชิงทดลอง (Pre-experimental
Design) แบบกลุมเดยี ว (One-Shot Case Study) เครอ� งมือท่ีใชในการวจิ ยั ประกอบดวย 1) แผนการจดั การเรียนรู
ที่สอนโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจากเศษวัสดุ จํานวน 6 แผน 12 ชั่วโมง 2) แบบสังเกต
การปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น 3) แบบฝก หดั 4) แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม และ 5) แบบประเมนิ การจดั นทิ รรศการแสดง
ผลงานของนกั เรียน วเิ คราะหขอ มูลโดยหาคาเฉลี่ย (X) จากการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
ผลการวิจัยพบวา
นกั เรยี นมคี วามรเู กย่ี วกบั งานประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ของนักเรยี น อยูในระดบั มากข้นึ ไป (X= 2.82, 2.75 และ 2.71 ตามลําดบั )
Abstract
The research aimed to investigate the results of Technology Process Learning in
Career and Technology Substance on making handicrafts from used materials on the 3 aspects
of knowledge, psychomotor skill, and desirable characteristics. The target group included
32 Grade 6 students. The Pre-experimental Design as One-shot Case Study was employed.
คาํ สําคญั : การจดั การเรยี นรูดว ยกระบวนการเทคโนโลยี งานประดิษฐจากเศษวสั ดุ
Keywords: Technology Process Learning, Making handicrafts from used materials
* นักศกึ ษาหลักสตู รศึกษาศาสตรม หาบัณฑิต สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
** ผูชว ยศาสตราจารย สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
76 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013
The research instruments were: 1) six Technology Process Learning lesson plans on making
handicrafts from used materials; 2) psychomotor skill evaluation form; 3) drill evaluation form;
4) work sheet evaluation form; and 5) exhibition organization evaluation form. The statistic was
analyzed by mean (X). The research found that student’s knowledge, psychomotor skill, and desirable
characteristic were mostly at the high level (X= 2.82, 2.75, 2.71 respectively).
ความเปน มาและความสาํ คัญของปญ หา จากประสบการณจ รงิ ใหค ดิ เปน ทาํ เปน และแกป ญ หา
การศึกษานับเปนรากฐานที่สําคัญในการ เปน โดยใชก ระบวนการเทคโนโลยี ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่
มาประยกุ ตใชใหเ กดิ ประโยชน
พฒั นาคนใหม คี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ี และสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ
อยูในสงั คมไดอ ยา งมคี วามสขุ การจดั การศกึ ษาตาม กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ
พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 และ เทคโนโลยี เปน กลมุ สาระทช่ี ว ยพฒั นาผเู รยี นใหม คี วามรู
ท่แี กไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 มีจุดมุงหมาย ความเขาใจ มีทกั ษะพ้นื ฐานทจี่ ําเปนตอ การดํารงชวี ิต
เพอ� พฒั นาคนไทยใหเ ปน มนษุ ยท สี่ มบรู ณท ง้ั ทาง และรูเทาทันการเปล่ียนแปลง สามารถนําความรู
รางกาย จิตใจ และสติปญญา มีความรู คุณธรรม เกี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี
จริยธรรม และวัฒนธรรมท่ีดีในการดําเนินชีวิต มาประยกุ ตใชในการทาํ งาน เหน็ แนวทางในการประกอบ
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2546) อีกท้ังหลักสูตรแกน อาชพี รกั การทาํ งาน มเี จตคตทิ ดี่ ตี อ การทาํ งาน สามารถ
กลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ยังมงุ ดํารงชวี ติ อยูในสงั คมไดอยางพอเพยี ง และ มคี วามสุข
พฒั นาผเู รยี นทกุ คน ซงึ่ เปน กาํ ลงั ของชาตใิ หเ ปน มนษุ ย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ซ่ึงมีสาระสําคัญ คือ
ที่มคี วามสมดลุ ทางดา นรา งกาย ความรู คุณธรรม การดํารงชีวิตและครอบครัว การออกแบบและ
มีจิตสํานึกในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลก เทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ที่มีความรูและทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ังเจตคติท่ีจําเปน และการอาชีพ โดยเฉพาะสาระการออกแบบและ
ในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ และการศึกษา เทคโนโลยี เปนสาระที่เกี่ยวกับการพัฒนาความ
ตลอดชีวิต โดยมุงเนนผูเรียนเปนสําคัญบนพื้นฐาน สามารถของมนุษยอยางสรางสรรค โดยนําความรู
ความเช�อวาทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง มาใชก บั กระบวนการเทคโนโลยี สรา งสงิ่ ของเครอ� งใช
ไดเต็มตามศักยภาพ ในการพัฒนาผูเรียนใหบรรลุ วิธีการ หรือเพ่ิมประสิทธิภาพในการดํารงชีวิต และ
มาตรฐานการเรียนรู จะชวยใหผูเรียนเกิดสมรรถนะ ยังมีวิสัยทัศนท่ีเนนกระบวนการทํางานและการ
สําคัญ 5 ประการ คือ ความสามารถในการส�อสาร จัดการอยางเปนระบบ มีทักษะการออกแบบงาน
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป ญ หา และการทํางานอยางมีกลยุทธ โดยใชกระบวนการ
ความสามารถในการใชทักษะชีวติ และความสามารถ เทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนนํา
ในการใชเทคโนโลยี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) เทคโนโลยีมาประยุกตใชในการทํางาน เนนการใช
ดงั นนั้ การจดั การศกึ ษาตอ งสง เสรมิ ใหผ เู รยี นไดพ ฒั นา ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอมและพลังงานอยาง
ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยคํานึงถึง ประหยดั และคมุ คา เพอ� ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคด งั กลา ว
ความสนใจและความถนดั ของผเู รยี น ความแตกตา ง กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีจึง
ระหวา งบคุ คล การฝก ทกั ษะ กระบวนการคดิ การทาํ งาน กําหนดการเรียนรูท่ียึดงาน กระบวนการจัดการและ
การจดั การ การประยกุ ตค วามรมู าใชแ กป ญ หา การเรยี นรู การแกป ญ หาเปน สาํ คญั บนพนื้ ฐานของการใชห ลกั การ
ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวจิ ยั บณั ฑติ ศึกษา 77
มหาวิทยาลยั ขอนแกน
ปท ่ี 7 ฉบบั ที่ 3 กรกฏาคม - กนั ยายน 2556
และทฤษฎีเปนหลักในการทํางานและการแกปญหา ของประดับตกแตงและของเลน เพ�อนําไปใชในชีวิต
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ประจาํ วนั นาํ ไปขายเปน รายไดห รอื นาํ ไปประกอบอาชพี
มาใชกับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6 กลมุ สาระการ
กระบวนการเทคโนโลยี เปนข้ันตอนการแก เรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เพอ� พฒั นาความรู
ปญหาหรือ ตอบสนองตอความตองการซึ่งจะกอให ทกั ษะในการประดษิ ฐ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
เกดิ การเปลย่ี นแปลงจากทรพั ยากรใหเ ปน ผลผลติ หรอื ของนักเรยี นใหสูงขึน้
ผลลพั ธ อาจจะเปน การสรา งสงิ่ ของเครอ� งใช หรอื วธิ ี วตั ถปุ ระสงคข องการวิจัย
การดาํ เนนิ งานเพอ� พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของมนษุ ยใหด ี
ขน้ึ ซงึ่ กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบดว ย 7 ขน้ั ตอน เพอ� ศกึ ษาผลการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ
คือ 1) การกาํ หนดปญหาหรอื ความตอ งการ 2) รวบรวม เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ
ขอมูลเพ�อแสวงหาวิธีการแกปญหาหรือสนองความ การเรยี นรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรยี น
ตอ งการ 3) การเลอื กวธิ กี ารแกป ญ หาหรอื สนองความ ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ในดาน ความรูเกี่ยวกับการ
ตองการ 4) การออกแบบและปฏบิ ตั ิ 5) การทดสอบ ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดแุ ละ
6) การปรับปรุง และ 7) การประเมินผล (กระทรวง คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข องนกั เรยี น
ศกึ ษาธิการ, 2551) นยิ ามศัพทเ ฉพาะ
ความเจริญทางดานเทคโนโลยีและการ 1. ผลการจดั การเรยี นรู หมายถึง ความรู
เปลย่ี นแปลงของสงั คมในยคุ ปจ จบุ นั ไดส ง ผลกระทบตอ เก่ียวกับการประดษิ ฐเศษวัสดุ ทักษะในการประดษิ ฐ
วถิ ชี วี ติ ความเปน อยขู องคนในสงั คมเปน อยา งมาก เศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น
ซง่ึ สงั คมไดเ ปลย่ี นจากผผู ลติ เปน สงั คมผบู รโิ ภค ทเี่ กดิ จากการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี
มีสินคาและบริการสําเร็จรูปอยางมากมาย จากผล เร�อง งานประดิษฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรู
ดงั กลา วสงิ่ หนงึ่ ทพ่ี บกค็ อื มปี รมิ าณขยะเปน จาํ นวนมาก การงานอาชพี และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถม
ซึ่งเปนปญหาที่คนไทยควรตระหนักและชวยกันแกไข ศึกษาปท ่ี 6
โรงเรยี นบา นคาํ แมด ตง้ั อยใู นชมุ ชนบา นคาํ แมด เปน อกี
สงั คมหนงึ่ ทป่ี ระสบปญ หาปรมิ าณขยะและเศษวสั ดุ 1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐเศษวสั ดุ
เหลอื ใชอ ยเู ปน จาํ นวนมากและพบวา มปี รมิ าณมากขน้ึ หมายถึง ความสามารถของผูเรียนในการทํางาน
ทกุ วนั เชน ถงุ นมพลาสตกิ ขวดนา้ํ พลาสตกิ แกว พลาสตกิ ประดิษฐจากเศษวัสดุตามขั้นตอนของกระบวนการ
และถุงขนมขบเค้ียว เปนตน ถาสามารถนําเศษวัสดุ เทคโนโลยี 7 ขน้ั ตอน กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
เหลา นก้ี ลบั มาใชไดอ กี กจ็ ะชว ยแกป ญ หาปรมิ าณขยะ และเทคโนโลยี ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 6
และลดภาระในการกาํ จดั ขยะ รกั ษาสมดลุ ของธรรมชาติ ซ่ึงวัดจากแบบสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
และ ส่ิงแวดลอมไดอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบวา โดยผา นเกณฑการประเมินในระดับมากข้ึนไป
ผลการจดั การเรยี นรกู ลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
และเทคโนโลยี โรงเรียนบานคําแมด ในปการศึกษา 2) ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ หมายถงึ
2553 ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 6 ในดาน การลงมอื ทาํ งานดว ยตนเองในงานประดษิ ฐจ าก
ความรู ทกั ษะในการประดษิ ฐ และคณุ ลกั ษณะอนั พึง เศษวัสดุ โดยมงุ เนนการฝก วธิ ีการทาํ งานอยา ง
ประสงคย งั ไมเ ปน ทน่ี าพอใจนกั สมา่ํ เสมอ ทง้ั การทาํ งานเปน รายบคุ คล และการทาํ งาน
เปน กลมุ เพ�อใหส ามารถทาํ งานไดบรรลตุ ามเปาหมาย
จากขอมูลน้ี ผูวิจัยจึงสนใจศึกษาผลการจัด มกี ารประเมนิ ตามสภาพจรงิ ในการทํางาน ซ่ึงวดั จาก
การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ แบบสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น โดยผา นเกณฑ
จากเศษวัสดุ โดยนําเศษวัสดุมาประดิษฐเปนของใช การประเมนิ ในระดับมากข้ึนไป
78 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013
3) คุณลักษณะท่ีพึงประสงค หมายถึง 6.2 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวม
พฤติกรรมของนักเรยี นในดานใฝเรยี นรู และความ ขอ มลู ไดแ ก
มงุ มัน่ ในการทํางาน ซง่ึ วดั จากการสังเกต โดยใชแบบ
สังเกตการปฏบิ ัติงานของนกั เรียน ผา นเกณฑ 1) แบบสังเกตการปฏิบัติงานของ
การประเมินในระดับมากขึ้นไป นกั เรยี นเปนแบบสงั เกตท่ีใชว ดั ทักษะในการประดษิ ฐ
วิธีดาํ เนนิ การวิจยั เศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น
ในดานการใฝเรียนรู และความมุงมั่นในการทํางาน
1. ระเบยี บวธิ วี จิ ยั ผวู จิ ยั ใชก ารวจิ ยั เชงิ ทดลอง ใชเ กบ็ ขอมูลในแผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1- 6
(Pre – Experimental Design) โดยศกึ ษากลมุ ทดลอง
กลุม เดียว (One Shat case study) 2) แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม เปน แบบ
ประเมนิ ท่ีใชวัด ความรูเกี่ยวกับงานประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ
2. กลุมเปาหมาย เปนนักเรียนชั้นประถม ตามกระบวนการเทคโนโลยขี องนกั เรยี น ใชเ กบ็ ขอ มลู
ศกึ ษาปท่ี 6/1 และ 6/2 จาํ นวน 2 หอ ง รวมท้งั ส้นิ ในแผนการจดั การเรยี นรูที่ 1- 6
32 คน โรงเรยี นบา นคาํ แมด สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การ
ศึกษาการประถมศกึ ษาขอนแกน เขต 4 ภาคเรยี นท่ี 2 3) แบบประเมนิ แบบฝก หดั เปน แบบ
ปการศึกษา 2554 ประเมินที่ใชว ดั ความรเู ก่ยี วกบั งานประดิษฐเศษวัสดุ
ในแผนการจดั การเรียนรูที่ 3
3. ตวั แปรทศ่ี กึ ษา
1) ตัวแปรตน คือ การจัดการเรียนรู 4) แบบประเมนิ ผลการจดั นทิ รรศการ
แสดงผลงานนักเรียน ใชประเมินผล ในแผนการ
ดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง งานประดิษฐจาก จัดการเรียนรูที่ 6
เศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 7. การวิเคราะหข อ มูล
7.1 การเก็บรวบรวมขอมูล ผูวิจัยได
2) ตัวแปรตาม คือ ความรเู กย่ี วกบั การ
ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และ ดําเนนิ การดังน้ี
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข องนกั เรยี น 1) ทดลองสอนโดยใชแผนการจัด
4. เนื้อหา ท่ีใชในการวิจัยครั้งน้ีเปนเนื้อหา การเรียนรูที่สอนดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง
เกี่ยวกับ งานประดิษฐดอกไมจากเศษวัสดุ สําหรับ งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงาน
นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 6 อาชพี และเทคโนโลยี จํานวน 6 แผน เวลา 12 ชั่วโมง
กบั กลมุ เปา หมาย คือ นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
5. ระยะเวลาในการทดลอง ปฏิบัติการวิจัย ในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โดยจัดใหเรียน
ในภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2554 ใชเวลา 12 ช่ัวโมง รวมกันทั้ง 2 หอง เพราะแตล ะหองมีจํานวนนกั เรียน
จํานวน 6 แผนการจัดการเรยี นรู ไมมากนัก และนักเรียนมีความสนใจในการประดิษฐ
ดอกไมจ ากเศษวสั ดุ
6. เคร�องมือท่ีใชในการวจิ ยั
เครอ� งมอื ที่ใชในการวจิ ยั ครง้ั นี้ แบง ออกเปน 2) การประเมินผล ผูวิจัยไดวัด
2 ประเภท ดงั น้ี ประเมินผลดานความรูเก่ียวกับการประดิษฐเศษวัสดุ
ทักษะในการประดิษฐเศษวัสดุ และคุณลักษณะ
6.1 เคร�องมือท่ีใชในการทดลอง ไดแก อนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี นตามสภาพจรงิ (Authentic
แผนการจัดการเรียนรูท่ีสอนโดยใชกระบวนการ Assesment) จากการทําแบบฝกหัด การสังเกต
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ การปฏบิ ตั จิ รงิ ชนิ้ งาน/ผลงาน ในขณะปฏบิ ตั งิ านและ
การเรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี จาํ นวน 6 แผน สนิ้ สดุ การสอนแตละครั้ง ดังน้ี
เวลา 12 ชว่ั โมง
ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวิจยั บัณฑติ ศกึ ษา 79
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
ปท ี่ 7 ฉบับท่ี 3 กรกฏาคม - กนั ยายน 2556
(1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐ 2. อภปิ รายผล
เศษวสั ดุ ใชแ บบประเมนิ ใบกจิ กรรม ในแผนการจดั การ จากผลการวจิ ยั นกั เรยี นมคี วามรเู กย่ี วกบั
เรียนรูที่ 1, 4 และ 6 ใชแบบประเมินแบบฝกหัด
ในแผนการจัดการเรยี นรูที่ 3 การประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะในการประดิษฐ และ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น อยใู นระดบั มาก
(2) ดานทักษะในการประดิษฐ เพราะการวิจัยครั้งน้ี ใชการสอนดวยกระบวนการ
เศษวัสดุใชแบบสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียนใน เทคโนโลยี 7 ข้ันตอน ซึ่งกระบวนการเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 สง ผลตอ การเรียนรขู องนกั เรียน ดังน้ี
(3) ด า น คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง 1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ
ประสงคข องนกั เรยี น ใชแ บบสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของ และทักษะในการประดิษฐเศษวัสดุ ผานเกณฑการ
นกั เรยี นในแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ประเมนิ ระดบั มากขึ้นไป ท้งั นเ้ี นอ� งมาจาก
7.2 การวิเคราะหข อมูล ผูวจิ ัยวเิ คราะห (1) ดา นครผู ูสอน การจดั กิจกรรม
คะแนนความรูเกี่ยวกับการประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะ การเรยี นรดู ว ยกระบวนเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ
ในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค จากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี และ
ของนกั เรียน ดวยการหาคาเฉลีย่ ของคะแนนทง้ั หอง เทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 6 เปนการจัดกิจกรรม
อยูในระดับมากข้ึนไปทุกดาน โดยกําหนดเกณฑ การเรียนรูท ่ีเนน ผเู รียนเปนสาํ คัญ ครูไดช้ีแจง
(Rating scale) 3 ระดบั ดงั น้ี นอ ย ปานกลาง และมาก รายละเอียดของการวัดประเมินผลใหนักเรียนเขาใจ
สรปุ และอภิปรายผลการวจิ ยั ถึงวัตถปุ ระสงค วธิ กี าร เครอ� งมือ ภาระงาน เกณฑ
คะแนนใหนกั เรยี นทราบกอนทุกครั้ง ครูเปดโอกาสให
1. สรุปผลการวจิ ัย จากการดําเนนิ การวิจัย นักเรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ จะเห็นวา นักเรียน
สามารถสรุปผล ดังน้ี มีความกระตือรือรน อยากลงมือปฏบิ ตั เิ รว็ ๆ เพราะ
เด็กจะชอบปฏิบัติมากกวาการสอบ และในการฝก
1.1 ความรูเก่ียวกับงานประดิษฐเศษ ทักษะในการปฏิบัติงานใหคลองแคลว และพัฒนา
วัสดุ ที่เกิดจากการจัดการเรียนรูดวยกระบวนการ ความกาวหนาของช้ินงาน/ผลงาน ครูใหนักเรียนฝก
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ กระบวนการทง้ั 7 ขน้ั ตอน 2 รอบ โดยในแบง กลมุ การ
การเรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ของนักเรียน ทาํ งาน ครูใหน ักเรยี นเลอื กเขากลมุ ตามตองการและ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 อยูในระดบั มากขึน้ ไป (X= 2.82) สนใจในการประดษิ ฐด อกไมจ ากวสั ดุเดียวกนั กลุม ละ
ผานเกณฑท่กี าํ หนด 4-5 คน ได 7 กลุม จากผเู รียนท้งั หมด 32 คน เพอ� ให
นักเรียนไดลงมือปฏิบัติจริงดวยตนเองไมใชอาศัย
1.2 ทกั ษะในการประดิษฐ ทเ่ี กดิ จากการ เพ�อนในกลุม อีกท้ังการจัดบรรยากาศท่ีเอ้ือตอการ
จดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานจาก เรยี นรู และครคู อยอาํ นวยความสะดวก ดแู ลชว ยเหลอื
เศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ แนะนําใหคําปรึกษากับนักเรียน จึงสงผลตอการเกิด
เทคโนโลยี ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 6 อยูใน การเรียนรตู ามศกั ยภาพ
ระดับมากขนึ้ ไป (X= 2.75) ผานเกณฑท กี่ าํ หนด
(2) ดา นเนอ้ื หา ในการจดั กจิ กรรมการ
1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ทเ่ี กดิ จาก เรยี นการสอน เปน เนอ้ื หา การประดษิ ฐด อกไมจ ากเศษ
การจัดการเรียนรูดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง วสั ดุ ซง่ึ นกั เรยี นเปน ผคู น ควา และรวบรวมขอ มลู เหลา นี้
งานประดิษฐจากเศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการ ดวยตนเอง สวนกระบวนเทคโนโลยีนั้นครูไดแทรก
งานอาชพี และเทคโนโลยี ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษา ในการจัดกิจกรรมในแตละข้ันจนครบท้ัง 7 ข้ันตอน
ปท ่ี 6 อยูในระดับมากข้นึ ไป (X= 2.71) ผา นเกณฑท ี่
กําหนด
80 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013
โดยนกั เรยี นไมท ราบลว งหนา เปน การสรา งองคค วามรู ระดับมาก ผานเกณฑที่กําหนด สอดคลองกับ
ดว ยตนเอง พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ใน
หมวดที่ 4 แนวการจดั การศกึ ษา ทว่ี า การจดั การศกึ ษา
(3) ดา นนกั เรยี น นกั เรยี นเปน ผกู าํ หนด ตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู
ปญ หาหรือความตองการ รวบรวมขอมูลเลือกวธิ ีการ และพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสําคัญ
ออกแบบและลงมือปฏิบัติงาน ทดสอบ ปรับปรุง ท่ีสดุ กระบวนการจัดการศกึ ษาตอ งสงเสริมใหผูเรียน
แกไข และประเมินผลดวยตนเองตามกระบวนการ สามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ
เทคโนโลยีทั้ง 7 ขั้นตอนดวยตนเอง นักเรียนทุกคน ใชแหลงเรียนรูหลากหลาย เปนการวัดประเมินตาม
เสาะแสวงหาความรู ไดค ดิ วเิ คราะหป ญ หาหรอื ความ สภาพจริง ในการรวบรวมขอมูลเพ�อแสวงหาวิธีการ
ตองการของตนเองในการประดิษฐ หาแนวทางแก แกปญหาหรือสนองความตองการ ในขั้นน้ีนักเรียน
ปญหาดว ยวิธีการตา ง ๆ ลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ สรปุ ส่ิงที่ แตละกลุมจะไดชวยกันสํารวจ คนหาขอมูล หรือ
ไดเ รยี นรดู ว ยตนเอง เพอ� แกไขปญ หาหรอื สนองความ แสวงหาความรูดวยตนเองจากแหลงเรียนรูตาง ๆ
ตองการของตนเอง ประเมนิ และพัฒนากระบวนการ แลว รวบรวมขอ มลู มาสรา งทางเลอื ก หลาย ๆ ทางเลอื ก
เรยี นรขู องตนเองอยา งตอ เนอ� ง สง ผลใหน กั เรยี นเกดิ อยางกระตือรือรน เพ�อหาวิธีการท่ีเหมาะสมสําหรับ
การเรยี นรูโดยไมม ีใครบงั คบั ซงึ่ เหน็ ไดจ ากในขนั้ เลอื ก แกปญหาหรือตอบสนองความตองการท่ีกําหนดไว
วิธกี ารแกปญหาหรือสนองความตอ งการ เพราะเปน การออกแบบและปฏิบัติ คาเฉลี่ยลดลง เพราะเปน
ขั้นท่ีนักเรียนในแตละกลุมชวยกันตัดสินใจเลือกวิธีท่ี การระดมความคิดในการออกแบบจากแบบที่เลือกใน
ดีที่สุดสําหรับการแกปญหา โดยนําขอมูลที่รวบรวม ชวงการจัดกิจกรรมที่ตางกัน คือในแผนการจัดการ
ไดแ ตล ะแบบมาพจิ ารณาวา มขี อ ดี ขอ เสยี อยา งไร เรียนรู 1 จะเปนตอนเชา แตในแผนการจัดการเรยี นรู
ตลอดจนวสั ดุ อปุ กรณแ ละวธิ กี ารประดษิ ฐเ ปน อยา งไร 4 จะเปนตอนบายกลุมที่ไดคะแนนลดลงอาจจะมี
มีเพียงพอไหม รว มกนั วิเคราะหจ นไดข อ สรปุ วา สาเหตมุ าจากอากาศรอ น เปน ชว งทนี่ กั เรยี นสอบเสรจ็
จะเลือกวิธีการแกปญหาหรือวิธีการสนองความ มีนองท่ีเรียนในระดับอนุบาลมารอและรีบรอน
ตองการแบบใด และพบวานักเรียนทุกกลุมสามารถ กลบั บาน การจดั บรรยากาศท่ีดี เวลาที่เหมาะสม
เลือกวิธีการแกปญหาหรือสนองความตองการได จะชวยสงเสริมความคิดสรางสรรคของผูเรียน
เหมาะสม สว นความรูในเรอ� งขน้ั ตอนของกระบวนการ แตผลการออกแบบของนักเรียนก็อยูในระดับมาก
เทคโนโลยี จากการทําแบบฝกหัด เปนการใช การปฏิบัติงานตามข้ันตอน สังเกตไดจากการลงมือ
กระบวนการเทคโนโลยีครบทัง้ 7 ขน้ั ตอนในรอบท่ี 1 ปฏิบตั ิงานของนกั เรียนดวยตนเอง การวิเคราะหง าน
ในทายแผนจะใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เพ�อบอกขั้น การวางแผนในการทาํ งาน การปฏบิ ตั งิ านตามขน้ั ตอน
ตอนของกระบวนการเทคโนโลยีท่ีเกิดจากการสราง และการประเมนิ ผลการทาํ งานในระหวา งปฏบิ ตั งิ าน
ความรดู วยตนเอง จากการลงมอื ปฏบิ ตั ิ นกั เรียนเปน การใชท กั ษะกระบวนการกลมุ การทาํ งานและแกป ญ หา
ผูสรปุ (สรางองคความรูดว ยตนเอง) ไดแ ลกเปลย่ี น ในการทํางานรวมกันตามบทบาทหนาที่ที่ ไดรับ
เรยี นรกู บั ผอู น� ไดน าํ ความรูไปใชจ รงิ ซงึ่ พบวา นกั เรยี น มอบหมายในกลมุ ทาํ งานรว มกบั เพอ� นไดอ ยา งมคี วามสขุ
สว นใหญส ามารถบอกและเรยี งตามลาํ ดบั ขน้ั ตอนของ การจัดเตรียมและการจัดเก็บวัสดุอุปกรณก็ปฏิบัติได
กระบวนการเทคโนโลยีไดถูกตอง มีนักเรียนจํานวน ดเี พราะไดแบง หนาทก่ี ันรบั ผิดชอบ ทาํ ใหน ักเรยี นเกิด
3 คน ทเ่ี ขยี นหนงั สือไมค อ ยได จะตอบไดไมถ กู ตอง ทักษะในการปฏิบัติงานทด่ี ีขึ้น และจากการสอนพบวา
ทง้ั หมดแตถ า ใหต อบดว ยวาจาและการกระทาํ จะทาํ ไดด ี นักเรียนท่ีเรียนออน สมาธิสั้นไมใชอุปสรรคในการ
ครูผูสอนจึงใชวิธีการวัดหลากหลายและประเมินตาม ประดษิ ฐด อกไมจ ากเศษวสั ดุ ทงั้ ยงั พบวา นกั เรยี นเหลา นี้
สภาพจริง จึงสงผลใหผูเรียนทําแบบฝกหัด อยูใน
ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวิจัยบณั ฑติ ศึกษา 81
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
ปท่ี 7 ฉบับท่ี 3 กรกฏาคม - กันยายน 2556
ใหค วามสนใจ ตงั้ ใจ มคี วามพยายาม อดทน และทาํ งาน จากเหตผุ ลที่กลา วมา สรปุ ไดวา การจดั การ
จนประสบความสําเร็จ สามารถประดิษฐดอกไมได เรยี นรทู ดี่ ี สอ� เวลาทเี่ หมาะสมและเพยี งพอ การวดั และ
เปนชอ และใชเวลาวางมาประดษิ ฐดอกไมอยูเสมอ ประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย สง ผลตอ ทกั ษะในการประดษิ ฐ
ของนักเรียน ใหดีข้ึนและอยูในระดับมากผานเกณฑ
(4) สอ� /แหลง เรยี นรู ครแู ละนกั เรยี น ทกี่ ําหนด
รวมกันใหมีแหลงเรียนรูเพ่ิมเติม จัดหาส�อ รูปภาพ
ตวั อยา งงานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ ซดี งี านประดษิ ฐจ าก 2) คุณลักษณะอันพึงประสงคของ
เศษวัสดุเพิ่มเติม เตรียมและเลือกใชส�อใหเหมาะสม นักเรียน จากผลการวจิ ยั นกั เรยี นมคี ณุ ลักษณะอนั พงึ
กบั กจิ กรรม นาํ ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ เทคโนโลยที เี่ หมาะสม ประสงคในดา นใฝเ รยี นรู และความมงุ มนั่ ในการทาํ งาน
มาประยุกตใชในการจดั การเรยี นการสอน อยูในระดบั มาก เพราะการวจิ ยั ครง้ั น้ี ใชก ารสอนดว ย
กระบวนการเทคโนโลยี 7 ขั้นตอน ซ่ึงกระบวนการ
(5) เวลา ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู เทคโนโลยสี งผลตอ การเรยี นรูของนกั เรียน ดังน้ี
ใชเวลาแผนละ 2 ชั่วโมง สงผลตอการเรียนรูของ
นักเรียนไดพัฒนาตามธรรมชาติ และตามศักยภาพ (1) ใฝเรียนรู นักเรียนแตละกลุม
สามารถยดื หยนุ ไดต ามความเหมาะสม นกั เรยี นสามารถ สามารถรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลไดมากกวา
ใชเ วลาวา งนอกหอ งเรยี นในการประดษิ ฐเ พอ� ฝก ทกั ษะ 2 แหลง ซง่ึ บง บอกถงึ การใฝเ รยี นรู ตงั้ ใจ เพยี รพยายาม
ความชาํ นาญ ความปลอดภัยในการใชเ ครอ� งมอื ได แสวงหาความรจู ากแหลง ตา ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอก
โรงเรียน เพ�อใหงานสําเร็จตามเปาหมาย ในการจัด
(6) วัดผลประเมินผล ครูผูสอนใช กจิ กรรม นกั เรยี นมอี สิ ระในการคดิ ศกึ ษาคน ควา เตม็ ที่
วิธีการวัดท่ีหลากหลายและประเมินตามสภาพจริง ครคู อยดแู ลใหค าํ ปรกึ ษาอยา งใกลช ดิ ใหก ารเสรมิ แรง
โดยครปู ระเมินนักเรยี น นักเรียนประเมนิ ตนเอง และ ตลอดเวลา ทาํ ใหค รแู ละนกั เรยี นมปี ฏสิ มั พนั ธท ดี่ ตี อ กนั
ประเมินเพื่อน ในทุกช่ัวโมงท่ีมีการนําเสนอผลงาน ทาํ ใหน ักเรยี นกระตือรือรน สนกุ สนานกับการเรียน
หนาช้ัน นักเรียนสามารถสรุปอภิปรายจากส่ิงที่เห็น
ไดดี มีเหตุผล นกั เรียนไดเรียนรูจากกลุม เปน ผูเสนอ (2) ความมงุ มน่ั ในการทาํ งาน ครไู ดช ี้
แนวความคดิ ขอ สรปุ แกสมาชกิ ในกลมุ เพ�อพิจารณา แจงแนวทางการวัดประเมินผลใหนักเรียนทราบ
ศึกษา วิเคราะหห าขอ ควรปรบั ปรงุ แกไขรว มกนั เมอ� ทุกครั้งท่ีปฏิบัติงาน และเปนกิจกรรมท่ีเกิดจากการ
สนิ้ สดุ กระบวนการทง้ั 7 ขน้ั ตอนในแตล ะรอบจะมกี าร เลอื กตามความสนใจ นกั เรยี นจะตงั้ ใจรบั ผดิ ชอบในการ
ประเมนิ ผลความสาํ เรจ็ ของงานทงั้ 2 ชน้ิ ในแตล ะกลมุ ปฏิบัติหนาท่ี ทํางานดวยความเพียรพยายาม
มาเปรียบเทียบ เพ�อประเมินความกาวหนาของการ กระตอื รอื รน และมคี วามสขุ ในการทาํ งาน เพอ� ใหง าน
ปฏิบตั ิงาน วาผลงานที่ไดสนองความตอ งการ บรรลุ สาํ เรจ็ ตามเปา หมาย การจดั เวลาทเ่ี หมาะสม บรรยากาศ
วัตถุประสงคหรือไม สวยงาม แข็งแรงทนทานหรือ ที่เอ้ือตอการทํางาน ปฏิสัมพันธที่ดีระหวางครูกับ
ไม การประเมินตนเองจึงเปนวิธีหน่ึงที่จะชวยพัฒนา นักเรียน หรือนักเรียนกับสมาชิกในกลุม ทําให
ผูเรียนใหเปนผูที่สามารถเรียนรูดวยตนเอง ทําให เกิดการยอมรับ แลกเปล่ียนความคิดเห็น กลาคิด
ผเู รยี นไดค ดิ ใครค รวญวา ไดเ รยี นรอู ะไร เรยี นรอู ยา งไร กลาแสดงออก มีความมั่นใจในการพัฒนางานย่ิงข้ึน
และผลงานท่ีไดน น้ั ดหี รอื ยงั ประเมนิ โดยเพอ� น เปน การ ทํางานเสร็จตามเวลาที่กําหนด เปนส่ิงท่ีสงเสริมให
สงเสริมและฝกความสามารถในการพูด แสดงความ นักเรยี นมีความมุงมน่ั ในการทํางานมากข้ึน
คดิ เหน็ ในกรอบทป่ี ระเมนิ ยอมรบั ในสงิ่ ทค่ี วรปรบั ปรงุ
แกไข มคี วามเชอ� ใจกนั ไมอ คติ การฝก ประเมนิ ประจาํ จากทก่ี ลาวมาขางตน สรุปไดวา คณุ ลกั ษณะ
จะสามารถพฒั นาผเู รยี นใหเ กดิ ความเขา ใจซง่ึ กนั และกนั อนั พึงประสงค ดา นใฝเ รยี นรู และความมุงม่นั ในการ
และนําไปสกู ารประเมินผลทดี่ ี ทํางาน เรอ� ง งานประดษิ ฐด วยเศษวสั ดดุ ว ยกระบวน
เทคโนโลยี มีคะแนนอยูในระดับมาก ผานเกณฑที่
82 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013
กําหนด สอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขอ เสนอแนะ
ข้ันพ้ืนฐาน 2551 ท่ีมุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะ 1. ขอเสนอแนะในการศึกษาครงั้ น้ี
อนั พงึ ประสงคเ พอ� ใหส ามารถอยรู ว มกบั ผอู น� ในสงั คม 1) ครูผูสอนควรช้ีแจง การวัดและ
อยา งมคี วามสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก
จากผลการวจิ ยั พบวา การจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ ประเมนิ ผล การจดั กจิ กรรมการเรยี นรดู ว ยกระบวนการ
เทคโนโลยี เปนการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่เนน เทคโนโลยี ในแตละขั้นตอนใหนักเรยี นเขาใจ
ผเู รยี นเปน สาํ คญั มงุ ใหผ เู รยี นเรยี นรดู ว ยตนเอง ตาม
ความถนัดและความสนใจ ผูเรียนไดเรียนรูอยางเต็ม 2) การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ดา นความ
ศกั ยภาพ มที กั ษะในการปฏบิ ัติงาน การลงมอื ปฏิบตั ิ มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ในการสอนงานประดิษฐใหไดผล
ทําใหผูเรียนมีประสบการณตรงจากกระบวนการ ครผู ูส อนควรจัดเวลาใหเ หมาะสม
ทํางานกลุม รจู ักวางแผนในการทาํ งาน ทํางานอยา ง
เปนระบบ และมีขั้นตอน ฝกการเปนผูนํา ผูตามท่ีดี 3) ครูผูสอนตองสรุปผลการประเมินให
ฝกคิดวิเคราะห รูจักวิธีแกปญหาหรือสนองความ นักเรียนทราบผลการปฏิบัติงานทุกคร้ัง เพ�อนําไปใช
ตองการของตนเองโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี พฒั นาปรับปรุงงานของตนเองในครั้งตอไป
เปนตัวชวย โดยการประเมินผลจากสภาพจริงในการ
ทาํ งานของนกั เรยี น ทาํ ใหผ ลการจดั การเรยี นรู ในดา น 2. ขอเสนอแนะในการศึกษาครง้ั ตอ ไป
ความรูเกี่ยวกับการประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะในการ 1) ควรมกี ารวจิ ัย คนควา เพ�อพฒั นาการ
ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข อง
นกั เรยี น ทเ่ี กดิ จากการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ จัดการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ ในระดับชั้นอ�น ๆ เพ�อใหตรงตามความตองการและ
การเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนกั เรยี น ความสนใจของผเู รยี น
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ทง้ั 3 ดา นอยูในระดบั มากขน้ึ ไป
2) ควรสง เสรมิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
ที่ผูเรียนสามารถนําไปใชเปนแนวทางในการประกอบ
อาชพี เพอ� เปนประโยชนในสรา งอาชพี และรายได
เอกสารอา งองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2542). การประเมนิ ผลจากสภาพจริง. พิมพครง้ั ที่ 2. กรงุ เทพฯ: ครุ สุ ภาลาดพรา ว.
_______. (2546). พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2545.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพอ กั ษรไทย.
_______. (2551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พธุ ศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: ชมุ นุมสหกรณ
การเกษตรแหง ประเทศไทย.
_______. (2553). แนวทางการพฒั นา การวัดและประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พธุ ศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ: ชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.
สาํ นกั งานมาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นร.ู (2550). การจดั การเรยี นรแู บบประสบการณท เ่ี นน การปฏบิ ตั .ิ
กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.