The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเทคโนโลยี บ.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by willbu_winny, 2021-09-26 04:30:10

ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเทคโนโลยี บ.2

ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเทคโนโลยี บ.2

ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบบั วิจัยบัณฑติ ศึกษา 75
มหาวิทยาลยั ขอนแกน

ปท ี่ 7 ฉบบั ท่ี 3 กรกฏาคม - กันยายน 2556

ผลการจัดการเรียนรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจากเศษวสั ดุ
กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปท ่ี 6
Results of Technology Process Learning in Career and Technology Substance

on Making Handicrafts from Used Materials For Grade 6 Students

สายหยดุ ศรีอบุ ล (Sayyud Sriubol) *
สุมนชาติ เจริญครบรุ ี (Sumonchat Jaroenkornburi) **

บทคัดยอ
การวจิ ยั ครงั้ นี้ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ� ศกึ ษาผลการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ
จากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6 ในดา นความรเู ก่ยี วกบั การ
ประดิษฐเศษวสั ดุ ทักษะในการประดิษฐเ ศษวัสดุ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคของนักเรียน กลมุ เปา หมาย ไดแก
นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 จํานวน 32 คน การศกึ ษาคร้งั นี้ใชรูปแบบการวจิ ยั เชิงทดลอง (Pre-experimental
Design) แบบกลุมเดยี ว (One-Shot Case Study) เครอ� งมือท่ีใชในการวจิ ยั ประกอบดวย 1) แผนการจดั การเรียนรู
ที่สอนโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจากเศษวัสดุ จํานวน 6 แผน 12 ชั่วโมง 2) แบบสังเกต
การปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น 3) แบบฝก หดั 4) แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม และ 5) แบบประเมนิ การจดั นทิ รรศการแสดง
ผลงานของนกั เรียน วเิ คราะหขอ มูลโดยหาคาเฉลี่ย (X) จากการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
ผลการวิจัยพบวา
นกั เรยี นมคี วามรเู กย่ี วกบั งานประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ของนักเรยี น อยูในระดบั มากข้นึ ไป (X= 2.82, 2.75 และ 2.71 ตามลําดบั )

Abstract
The research aimed to investigate the results of Technology Process Learning in
Career and Technology Substance on making handicrafts from used materials on the 3 aspects
of knowledge, psychomotor skill, and desirable characteristics. The target group included
32 Grade 6 students. The Pre-experimental Design as One-shot Case Study was employed.

คาํ สําคญั : การจดั การเรยี นรูดว ยกระบวนการเทคโนโลยี งานประดิษฐจากเศษวสั ดุ
Keywords: Technology Process Learning, Making handicrafts from used materials

* นักศกึ ษาหลักสตู รศึกษาศาสตรม หาบัณฑิต สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
** ผูชว ยศาสตราจารย สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน

76 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013

The research instruments were: 1) six Technology Process Learning lesson plans on making
handicrafts from used materials; 2) psychomotor skill evaluation form; 3) drill evaluation form;
4) work sheet evaluation form; and 5) exhibition organization evaluation form. The statistic was
analyzed by mean (X). The research found that student’s knowledge, psychomotor skill, and desirable
characteristic were mostly at the high level (X= 2.82, 2.75, 2.71 respectively).

ความเปน มาและความสาํ คัญของปญ หา จากประสบการณจ รงิ ใหค ดิ เปน ทาํ เปน และแกป ญ หา
การศึกษานับเปนรากฐานที่สําคัญในการ เปน โดยใชก ระบวนการเทคโนโลยี ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่
มาประยกุ ตใชใหเ กดิ ประโยชน
พฒั นาคนใหม คี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ี และสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ
อยูในสงั คมไดอ ยา งมคี วามสขุ การจดั การศกึ ษาตาม กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ
พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 และ เทคโนโลยี เปน กลมุ สาระทช่ี ว ยพฒั นาผเู รยี นใหม คี วามรู
ท่แี กไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 มีจุดมุงหมาย ความเขาใจ มีทกั ษะพ้นื ฐานทจี่ ําเปนตอ การดํารงชวี ิต
เพอ� พฒั นาคนไทยใหเ ปน มนษุ ยท สี่ มบรู ณท ง้ั ทาง และรูเทาทันการเปล่ียนแปลง สามารถนําความรู
รางกาย จิตใจ และสติปญญา มีความรู คุณธรรม เกี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี
จริยธรรม และวัฒนธรรมท่ีดีในการดําเนินชีวิต มาประยกุ ตใชในการทาํ งาน เหน็ แนวทางในการประกอบ
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2546) อีกท้ังหลักสูตรแกน อาชพี รกั การทาํ งาน มเี จตคตทิ ดี่ ตี อ การทาํ งาน สามารถ
กลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ยังมงุ ดํารงชวี ติ อยูในสงั คมไดอยางพอเพยี ง และ มคี วามสุข
พฒั นาผเู รยี นทกุ คน ซงึ่ เปน กาํ ลงั ของชาตใิ หเ ปน มนษุ ย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ซ่ึงมีสาระสําคัญ คือ
ที่มคี วามสมดลุ ทางดา นรา งกาย ความรู คุณธรรม การดํารงชีวิตและครอบครัว การออกแบบและ
มีจิตสํานึกในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลก เทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ที่มีความรูและทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ังเจตคติท่ีจําเปน และการอาชีพ โดยเฉพาะสาระการออกแบบและ
ในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ และการศึกษา เทคโนโลยี เปนสาระที่เกี่ยวกับการพัฒนาความ
ตลอดชีวิต โดยมุงเนนผูเรียนเปนสําคัญบนพื้นฐาน สามารถของมนุษยอยางสรางสรรค โดยนําความรู
ความเช�อวาทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง มาใชก บั กระบวนการเทคโนโลยี สรา งสงิ่ ของเครอ� งใช
ไดเต็มตามศักยภาพ ในการพัฒนาผูเรียนใหบรรลุ วิธีการ หรือเพ่ิมประสิทธิภาพในการดํารงชีวิต และ
มาตรฐานการเรียนรู จะชวยใหผูเรียนเกิดสมรรถนะ ยังมีวิสัยทัศนท่ีเนนกระบวนการทํางานและการ
สําคัญ 5 ประการ คือ ความสามารถในการส�อสาร จัดการอยางเปนระบบ มีทักษะการออกแบบงาน
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป ญ หา และการทํางานอยางมีกลยุทธ โดยใชกระบวนการ
ความสามารถในการใชทักษะชีวติ และความสามารถ เทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนนํา
ในการใชเทคโนโลยี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) เทคโนโลยีมาประยุกตใชในการทํางาน เนนการใช
ดงั นนั้ การจดั การศกึ ษาตอ งสง เสรมิ ใหผ เู รยี นไดพ ฒั นา ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอมและพลังงานอยาง
ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยคํานึงถึง ประหยดั และคมุ คา เพอ� ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคด งั กลา ว
ความสนใจและความถนดั ของผเู รยี น ความแตกตา ง กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีจึง
ระหวา งบคุ คล การฝก ทกั ษะ กระบวนการคดิ การทาํ งาน กําหนดการเรียนรูท่ียึดงาน กระบวนการจัดการและ
การจดั การ การประยกุ ตค วามรมู าใชแ กป ญ หา การเรยี นรู การแกป ญ หาเปน สาํ คญั บนพนื้ ฐานของการใชห ลกั การ

ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวจิ ยั บณั ฑติ ศึกษา 77
มหาวิทยาลยั ขอนแกน

ปท ่ี 7 ฉบบั ที่ 3 กรกฏาคม - กนั ยายน 2556

และทฤษฎีเปนหลักในการทํางานและการแกปญหา ของประดับตกแตงและของเลน เพ�อนําไปใชในชีวิต
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ประจาํ วนั นาํ ไปขายเปน รายไดห รอื นาํ ไปประกอบอาชพี
มาใชกับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6 กลมุ สาระการ
กระบวนการเทคโนโลยี เปนข้ันตอนการแก เรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เพอ� พฒั นาความรู
ปญหาหรือ ตอบสนองตอความตองการซึ่งจะกอให ทกั ษะในการประดษิ ฐ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
เกดิ การเปลย่ี นแปลงจากทรพั ยากรใหเ ปน ผลผลติ หรอื ของนักเรยี นใหสูงขึน้
ผลลพั ธ อาจจะเปน การสรา งสงิ่ ของเครอ� งใช หรอื วธิ ี วตั ถปุ ระสงคข องการวิจัย
การดาํ เนนิ งานเพอ� พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของมนษุ ยใหด ี
ขน้ึ ซงึ่ กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบดว ย 7 ขน้ั ตอน เพอ� ศกึ ษาผลการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ
คือ 1) การกาํ หนดปญหาหรอื ความตอ งการ 2) รวบรวม เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ
ขอมูลเพ�อแสวงหาวิธีการแกปญหาหรือสนองความ การเรยี นรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรยี น
ตอ งการ 3) การเลอื กวธิ กี ารแกป ญ หาหรอื สนองความ ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ในดาน ความรูเกี่ยวกับการ
ตองการ 4) การออกแบบและปฏบิ ตั ิ 5) การทดสอบ ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดแุ ละ
6) การปรับปรุง และ 7) การประเมินผล (กระทรวง คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข องนกั เรยี น
ศกึ ษาธิการ, 2551) นยิ ามศัพทเ ฉพาะ

ความเจริญทางดานเทคโนโลยีและการ 1. ผลการจดั การเรยี นรู หมายถึง ความรู
เปลย่ี นแปลงของสงั คมในยคุ ปจ จบุ นั ไดส ง ผลกระทบตอ เก่ียวกับการประดษิ ฐเศษวัสดุ ทักษะในการประดษิ ฐ
วถิ ชี วี ติ ความเปน อยขู องคนในสงั คมเปน อยา งมาก เศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น
ซง่ึ สงั คมไดเ ปลย่ี นจากผผู ลติ เปน สงั คมผบู รโิ ภค ทเี่ กดิ จากการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี
มีสินคาและบริการสําเร็จรูปอยางมากมาย จากผล เร�อง งานประดิษฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรู
ดงั กลา วสงิ่ หนงึ่ ทพ่ี บกค็ อื มปี รมิ าณขยะเปน จาํ นวนมาก การงานอาชพี และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถม
ซึ่งเปนปญหาที่คนไทยควรตระหนักและชวยกันแกไข ศึกษาปท ่ี 6
โรงเรยี นบา นคาํ แมด ตง้ั อยใู นชมุ ชนบา นคาํ แมด เปน อกี
สงั คมหนงึ่ ทป่ี ระสบปญ หาปรมิ าณขยะและเศษวสั ดุ 1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐเศษวสั ดุ
เหลอื ใชอ ยเู ปน จาํ นวนมากและพบวา มปี รมิ าณมากขน้ึ หมายถึง ความสามารถของผูเรียนในการทํางาน
ทกุ วนั เชน ถงุ นมพลาสตกิ ขวดนา้ํ พลาสตกิ แกว พลาสตกิ ประดิษฐจากเศษวัสดุตามขั้นตอนของกระบวนการ
และถุงขนมขบเค้ียว เปนตน ถาสามารถนําเศษวัสดุ เทคโนโลยี 7 ขน้ั ตอน กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
เหลา นก้ี ลบั มาใชไดอ กี กจ็ ะชว ยแกป ญ หาปรมิ าณขยะ และเทคโนโลยี ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 6
และลดภาระในการกาํ จดั ขยะ รกั ษาสมดลุ ของธรรมชาติ ซ่ึงวัดจากแบบสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
และ ส่ิงแวดลอมไดอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบวา โดยผา นเกณฑการประเมินในระดับมากข้ึนไป
ผลการจดั การเรยี นรกู ลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
และเทคโนโลยี โรงเรียนบานคําแมด ในปการศึกษา 2) ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ หมายถงึ
2553 ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 6 ในดาน การลงมอื ทาํ งานดว ยตนเองในงานประดษิ ฐจ าก
ความรู ทกั ษะในการประดษิ ฐ และคณุ ลกั ษณะอนั พึง เศษวัสดุ โดยมงุ เนนการฝก วธิ ีการทาํ งานอยา ง
ประสงคย งั ไมเ ปน ทน่ี าพอใจนกั สมา่ํ เสมอ ทง้ั การทาํ งานเปน รายบคุ คล และการทาํ งาน
เปน กลมุ เพ�อใหส ามารถทาํ งานไดบรรลตุ ามเปาหมาย
จากขอมูลน้ี ผูวิจัยจึงสนใจศึกษาผลการจัด มกี ารประเมนิ ตามสภาพจรงิ ในการทํางาน ซ่ึงวดั จาก
การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ แบบสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น โดยผา นเกณฑ
จากเศษวัสดุ โดยนําเศษวัสดุมาประดิษฐเปนของใช การประเมนิ ในระดับมากข้ึนไป

78 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013

3) คุณลักษณะท่ีพึงประสงค หมายถึง 6.2 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวม
พฤติกรรมของนักเรยี นในดานใฝเรยี นรู และความ ขอ มลู ไดแ ก
มงุ มัน่ ในการทํางาน ซง่ึ วดั จากการสังเกต โดยใชแบบ
สังเกตการปฏบิ ัติงานของนกั เรียน ผา นเกณฑ 1) แบบสังเกตการปฏิบัติงานของ
การประเมินในระดับมากขึ้นไป นกั เรยี นเปนแบบสงั เกตท่ีใชว ดั ทักษะในการประดษิ ฐ
วิธีดาํ เนนิ การวิจยั เศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น
ในดานการใฝเรียนรู และความมุงมั่นในการทํางาน
1. ระเบยี บวธิ วี จิ ยั ผวู จิ ยั ใชก ารวจิ ยั เชงิ ทดลอง ใชเ กบ็ ขอมูลในแผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1- 6
(Pre – Experimental Design) โดยศกึ ษากลมุ ทดลอง
กลุม เดียว (One Shat case study) 2) แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม เปน แบบ
ประเมนิ ท่ีใชวัด ความรูเกี่ยวกับงานประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ
2. กลุมเปาหมาย เปนนักเรียนชั้นประถม ตามกระบวนการเทคโนโลยขี องนกั เรยี น ใชเ กบ็ ขอ มลู
ศกึ ษาปท่ี 6/1 และ 6/2 จาํ นวน 2 หอ ง รวมท้งั ส้นิ ในแผนการจดั การเรยี นรูที่ 1- 6
32 คน โรงเรยี นบา นคาํ แมด สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การ
ศึกษาการประถมศกึ ษาขอนแกน เขต 4 ภาคเรยี นท่ี 2 3) แบบประเมนิ แบบฝก หดั เปน แบบ
ปการศึกษา 2554 ประเมินที่ใชว ดั ความรเู ก่ยี วกบั งานประดิษฐเศษวัสดุ
ในแผนการจดั การเรียนรูที่ 3
3. ตวั แปรทศ่ี กึ ษา
1) ตัวแปรตน คือ การจัดการเรียนรู 4) แบบประเมนิ ผลการจดั นทิ รรศการ
แสดงผลงานนักเรียน ใชประเมินผล ในแผนการ
ดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง งานประดิษฐจาก จัดการเรียนรูที่ 6
เศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 7. การวิเคราะหข อ มูล
7.1 การเก็บรวบรวมขอมูล ผูวิจัยได
2) ตัวแปรตาม คือ ความรเู กย่ี วกบั การ
ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ ทกั ษะในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และ ดําเนนิ การดังน้ี
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข องนกั เรยี น 1) ทดลองสอนโดยใชแผนการจัด

4. เนื้อหา ท่ีใชในการวิจัยครั้งน้ีเปนเนื้อหา การเรียนรูที่สอนดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง
เกี่ยวกับ งานประดิษฐดอกไมจากเศษวัสดุ สําหรับ งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงาน
นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 6 อาชพี และเทคโนโลยี จํานวน 6 แผน เวลา 12 ชั่วโมง
กบั กลมุ เปา หมาย คือ นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
5. ระยะเวลาในการทดลอง ปฏิบัติการวิจัย ในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 โดยจัดใหเรียน
ในภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2554 ใชเวลา 12 ช่ัวโมง รวมกันทั้ง 2 หอง เพราะแตล ะหองมีจํานวนนกั เรียน
จํานวน 6 แผนการจัดการเรยี นรู ไมมากนัก และนักเรียนมีความสนใจในการประดิษฐ
ดอกไมจ ากเศษวสั ดุ
6. เคร�องมือท่ีใชในการวจิ ยั
เครอ� งมอื ที่ใชในการวจิ ยั ครง้ั นี้ แบง ออกเปน 2) การประเมินผล ผูวิจัยไดวัด
2 ประเภท ดงั น้ี ประเมินผลดานความรูเก่ียวกับการประดิษฐเศษวัสดุ
ทักษะในการประดิษฐเศษวัสดุ และคุณลักษณะ
6.1 เคร�องมือท่ีใชในการทดลอง ไดแก อนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี นตามสภาพจรงิ (Authentic
แผนการจัดการเรียนรูท่ีสอนโดยใชกระบวนการ Assesment) จากการทําแบบฝกหัด การสังเกต
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ การปฏบิ ตั จิ รงิ ชนิ้ งาน/ผลงาน ในขณะปฏบิ ตั งิ านและ
การเรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี จาํ นวน 6 แผน สนิ้ สดุ การสอนแตละครั้ง ดังน้ี
เวลา 12 ชว่ั โมง

ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวิจยั บัณฑติ ศกึ ษา 79
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน

ปท ี่ 7 ฉบับท่ี 3 กรกฏาคม - กนั ยายน 2556

(1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐ 2. อภปิ รายผล
เศษวสั ดุ ใชแ บบประเมนิ ใบกจิ กรรม ในแผนการจดั การ จากผลการวจิ ยั นกั เรยี นมคี วามรเู กย่ี วกบั
เรียนรูที่ 1, 4 และ 6 ใชแบบประเมินแบบฝกหัด
ในแผนการจัดการเรยี นรูที่ 3 การประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะในการประดิษฐ และ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น อยใู นระดบั มาก
(2) ดานทักษะในการประดิษฐ เพราะการวิจัยครั้งน้ี ใชการสอนดวยกระบวนการ
เศษวัสดุใชแบบสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียนใน เทคโนโลยี 7 ข้ันตอน ซึ่งกระบวนการเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 สง ผลตอ การเรียนรขู องนกั เรียน ดังน้ี

(3) ด า น คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง 1) ความรเู กยี่ วกบั การประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ
ประสงคข องนกั เรยี น ใชแ บบสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของ และทักษะในการประดิษฐเศษวัสดุ ผานเกณฑการ
นกั เรยี นในแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ประเมนิ ระดบั มากขึ้นไป ท้งั นเ้ี นอ� งมาจาก

7.2 การวิเคราะหข อมูล ผูวจิ ัยวเิ คราะห (1) ดา นครผู ูสอน การจดั กิจกรรม
คะแนนความรูเกี่ยวกับการประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะ การเรยี นรดู ว ยกระบวนเทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐ
ในการประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค จากเศษวสั ดุ กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี และ
ของนกั เรียน ดวยการหาคาเฉลีย่ ของคะแนนทง้ั หอง เทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 6 เปนการจัดกิจกรรม
อยูในระดับมากข้ึนไปทุกดาน โดยกําหนดเกณฑ การเรียนรูท ่ีเนน ผเู รียนเปนสาํ คัญ ครูไดช้ีแจง
(Rating scale) 3 ระดบั ดงั น้ี นอ ย ปานกลาง และมาก รายละเอียดของการวัดประเมินผลใหนักเรียนเขาใจ
สรปุ และอภิปรายผลการวจิ ยั ถึงวัตถปุ ระสงค วธิ กี าร เครอ� งมือ ภาระงาน เกณฑ
คะแนนใหนกั เรยี นทราบกอนทุกครั้ง ครูเปดโอกาสให
1. สรุปผลการวจิ ัย จากการดําเนนิ การวิจัย นักเรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ จะเห็นวา นักเรียน
สามารถสรุปผล ดังน้ี มีความกระตือรือรน อยากลงมือปฏบิ ตั เิ รว็ ๆ เพราะ
เด็กจะชอบปฏิบัติมากกวาการสอบ และในการฝก
1.1 ความรูเก่ียวกับงานประดิษฐเศษ ทักษะในการปฏิบัติงานใหคลองแคลว และพัฒนา
วัสดุ ที่เกิดจากการจัดการเรียนรูดวยกระบวนการ ความกาวหนาของช้ินงาน/ผลงาน ครูใหนักเรียนฝก
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ กระบวนการทง้ั 7 ขน้ั ตอน 2 รอบ โดยในแบง กลมุ การ
การเรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ของนักเรียน ทาํ งาน ครูใหน ักเรยี นเลอื กเขากลมุ ตามตองการและ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 อยูในระดบั มากขึน้ ไป (X= 2.82) สนใจในการประดษิ ฐด อกไมจ ากวสั ดุเดียวกนั กลุม ละ
ผานเกณฑท่กี าํ หนด 4-5 คน ได 7 กลุม จากผเู รียนท้งั หมด 32 คน เพอ� ให
นักเรียนไดลงมือปฏิบัติจริงดวยตนเองไมใชอาศัย
1.2 ทกั ษะในการประดิษฐ ทเ่ี กดิ จากการ เพ�อนในกลุม อีกท้ังการจัดบรรยากาศท่ีเอ้ือตอการ
จดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการเทคโนโลยี เรอ� ง งานจาก เรยี นรู และครคู อยอาํ นวยความสะดวก ดแู ลชว ยเหลอื
เศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ แนะนําใหคําปรึกษากับนักเรียน จึงสงผลตอการเกิด
เทคโนโลยี ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 6 อยูใน การเรียนรตู ามศกั ยภาพ
ระดับมากขนึ้ ไป (X= 2.75) ผานเกณฑท กี่ าํ หนด
(2) ดา นเนอ้ื หา ในการจดั กจิ กรรมการ
1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ทเ่ี กดิ จาก เรยี นการสอน เปน เนอ้ื หา การประดษิ ฐด อกไมจ ากเศษ
การจัดการเรียนรูดวยกระบวนการเทคโนโลยี เร�อง วสั ดุ ซง่ึ นกั เรยี นเปน ผคู น ควา และรวบรวมขอ มลู เหลา นี้
งานประดิษฐจากเศษวัสดุ กลุมสาระการเรียนรูการ ดวยตนเอง สวนกระบวนเทคโนโลยีนั้นครูไดแทรก
งานอาชพี และเทคโนโลยี ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษา ในการจัดกิจกรรมในแตละข้ันจนครบท้ัง 7 ข้ันตอน
ปท ่ี 6 อยูในระดับมากข้นึ ไป (X= 2.71) ผา นเกณฑท ี่
กําหนด

80 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013

โดยนกั เรยี นไมท ราบลว งหนา เปน การสรา งองคค วามรู ระดับมาก ผานเกณฑที่กําหนด สอดคลองกับ
ดว ยตนเอง พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ใน
หมวดที่ 4 แนวการจดั การศกึ ษา ทว่ี า การจดั การศกึ ษา
(3) ดา นนกั เรยี น นกั เรยี นเปน ผกู าํ หนด ตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู
ปญ หาหรือความตองการ รวบรวมขอมูลเลือกวธิ ีการ และพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสําคัญ
ออกแบบและลงมือปฏิบัติงาน ทดสอบ ปรับปรุง ท่ีสดุ กระบวนการจัดการศกึ ษาตอ งสงเสริมใหผูเรียน
แกไข และประเมินผลดวยตนเองตามกระบวนการ สามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ
เทคโนโลยีทั้ง 7 ขั้นตอนดวยตนเอง นักเรียนทุกคน ใชแหลงเรียนรูหลากหลาย เปนการวัดประเมินตาม
เสาะแสวงหาความรู ไดค ดิ วเิ คราะหป ญ หาหรอื ความ สภาพจริง ในการรวบรวมขอมูลเพ�อแสวงหาวิธีการ
ตองการของตนเองในการประดิษฐ หาแนวทางแก แกปญหาหรือสนองความตองการ ในขั้นน้ีนักเรียน
ปญหาดว ยวิธีการตา ง ๆ ลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ สรปุ ส่ิงที่ แตละกลุมจะไดชวยกันสํารวจ คนหาขอมูล หรือ
ไดเ รยี นรดู ว ยตนเอง เพอ� แกไขปญ หาหรอื สนองความ แสวงหาความรูดวยตนเองจากแหลงเรียนรูตาง ๆ
ตองการของตนเอง ประเมนิ และพัฒนากระบวนการ แลว รวบรวมขอ มลู มาสรา งทางเลอื ก หลาย ๆ ทางเลอื ก
เรยี นรขู องตนเองอยา งตอ เนอ� ง สง ผลใหน กั เรยี นเกดิ อยางกระตือรือรน เพ�อหาวิธีการท่ีเหมาะสมสําหรับ
การเรยี นรูโดยไมม ีใครบงั คบั ซงึ่ เหน็ ไดจ ากในขนั้ เลอื ก แกปญหาหรือตอบสนองความตองการท่ีกําหนดไว
วิธกี ารแกปญหาหรือสนองความตอ งการ เพราะเปน การออกแบบและปฏิบัติ คาเฉลี่ยลดลง เพราะเปน
ขั้นท่ีนักเรียนในแตละกลุมชวยกันตัดสินใจเลือกวิธีท่ี การระดมความคิดในการออกแบบจากแบบที่เลือกใน
ดีที่สุดสําหรับการแกปญหา โดยนําขอมูลที่รวบรวม ชวงการจัดกิจกรรมที่ตางกัน คือในแผนการจัดการ
ไดแ ตล ะแบบมาพจิ ารณาวา มขี อ ดี ขอ เสยี อยา งไร เรียนรู 1 จะเปนตอนเชา แตในแผนการจัดการเรยี นรู
ตลอดจนวสั ดุ อปุ กรณแ ละวธิ กี ารประดษิ ฐเ ปน อยา งไร 4 จะเปนตอนบายกลุมที่ไดคะแนนลดลงอาจจะมี
มีเพียงพอไหม รว มกนั วิเคราะหจ นไดข อ สรปุ วา สาเหตมุ าจากอากาศรอ น เปน ชว งทนี่ กั เรยี นสอบเสรจ็
จะเลือกวิธีการแกปญหาหรือวิธีการสนองความ มีนองท่ีเรียนในระดับอนุบาลมารอและรีบรอน
ตองการแบบใด และพบวานักเรียนทุกกลุมสามารถ กลบั บาน การจดั บรรยากาศท่ีดี เวลาที่เหมาะสม
เลือกวิธีการแกปญหาหรือสนองความตองการได จะชวยสงเสริมความคิดสรางสรรคของผูเรียน
เหมาะสม สว นความรูในเรอ� งขน้ั ตอนของกระบวนการ แตผลการออกแบบของนักเรียนก็อยูในระดับมาก
เทคโนโลยี จากการทําแบบฝกหัด เปนการใช การปฏิบัติงานตามข้ันตอน สังเกตไดจากการลงมือ
กระบวนการเทคโนโลยีครบทัง้ 7 ขน้ั ตอนในรอบท่ี 1 ปฏิบตั ิงานของนกั เรียนดวยตนเอง การวิเคราะหง าน
ในทายแผนจะใหนักเรียนทําแบบฝกหัด เพ�อบอกขั้น การวางแผนในการทาํ งาน การปฏบิ ตั งิ านตามขน้ั ตอน
ตอนของกระบวนการเทคโนโลยีท่ีเกิดจากการสราง และการประเมนิ ผลการทาํ งานในระหวา งปฏบิ ตั งิ าน
ความรดู วยตนเอง จากการลงมอื ปฏบิ ตั ิ นกั เรียนเปน การใชท กั ษะกระบวนการกลมุ การทาํ งานและแกป ญ หา
ผูสรปุ (สรางองคความรูดว ยตนเอง) ไดแ ลกเปลย่ี น ในการทํางานรวมกันตามบทบาทหนาที่ที่ ไดรับ
เรยี นรกู บั ผอู น� ไดน าํ ความรูไปใชจ รงิ ซงึ่ พบวา นกั เรยี น มอบหมายในกลมุ ทาํ งานรว มกบั เพอ� นไดอ ยา งมคี วามสขุ
สว นใหญส ามารถบอกและเรยี งตามลาํ ดบั ขน้ั ตอนของ การจัดเตรียมและการจัดเก็บวัสดุอุปกรณก็ปฏิบัติได
กระบวนการเทคโนโลยีไดถูกตอง มีนักเรียนจํานวน ดเี พราะไดแบง หนาทก่ี ันรบั ผิดชอบ ทาํ ใหน ักเรยี นเกิด
3 คน ทเ่ี ขยี นหนงั สือไมค อ ยได จะตอบไดไมถ กู ตอง ทักษะในการปฏิบัติงานทด่ี ีขึ้น และจากการสอนพบวา
ทง้ั หมดแตถ า ใหต อบดว ยวาจาและการกระทาํ จะทาํ ไดด ี นักเรียนท่ีเรียนออน สมาธิสั้นไมใชอุปสรรคในการ
ครูผูสอนจึงใชวิธีการวัดหลากหลายและประเมินตาม ประดษิ ฐด อกไมจ ากเศษวสั ดุ ทงั้ ยงั พบวา นกั เรยี นเหลา นี้
สภาพจริง จึงสงผลใหผูเรียนทําแบบฝกหัด อยูใน

ว า ร ส า ร ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ฉบับวิจัยบณั ฑติ ศึกษา 81
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน

ปท่ี 7 ฉบับท่ี 3 กรกฏาคม - กันยายน 2556

ใหค วามสนใจ ตงั้ ใจ มคี วามพยายาม อดทน และทาํ งาน จากเหตผุ ลที่กลา วมา สรปุ ไดวา การจดั การ
จนประสบความสําเร็จ สามารถประดิษฐดอกไมได เรยี นรทู ดี่ ี สอ� เวลาทเี่ หมาะสมและเพยี งพอ การวดั และ
เปนชอ และใชเวลาวางมาประดษิ ฐดอกไมอยูเสมอ ประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย สง ผลตอ ทกั ษะในการประดษิ ฐ
ของนักเรียน ใหดีข้ึนและอยูในระดับมากผานเกณฑ
(4) สอ� /แหลง เรยี นรู ครแู ละนกั เรยี น ทกี่ ําหนด
รวมกันใหมีแหลงเรียนรูเพ่ิมเติม จัดหาส�อ รูปภาพ
ตวั อยา งงานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ ซดี งี านประดษิ ฐจ าก 2) คุณลักษณะอันพึงประสงคของ
เศษวัสดุเพิ่มเติม เตรียมและเลือกใชส�อใหเหมาะสม นักเรียน จากผลการวจิ ยั นกั เรยี นมคี ณุ ลักษณะอนั พงึ
กบั กจิ กรรม นาํ ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ เทคโนโลยที เี่ หมาะสม ประสงคในดา นใฝเ รยี นรู และความมงุ มนั่ ในการทาํ งาน
มาประยุกตใชในการจดั การเรยี นการสอน อยูในระดบั มาก เพราะการวจิ ยั ครง้ั น้ี ใชก ารสอนดว ย
กระบวนการเทคโนโลยี 7 ขั้นตอน ซ่ึงกระบวนการ
(5) เวลา ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู เทคโนโลยสี งผลตอ การเรยี นรูของนกั เรียน ดังน้ี
ใชเวลาแผนละ 2 ชั่วโมง สงผลตอการเรียนรูของ
นักเรียนไดพัฒนาตามธรรมชาติ และตามศักยภาพ (1) ใฝเรียนรู นักเรียนแตละกลุม
สามารถยดื หยนุ ไดต ามความเหมาะสม นกั เรยี นสามารถ สามารถรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลไดมากกวา
ใชเ วลาวา งนอกหอ งเรยี นในการประดษิ ฐเ พอ� ฝก ทกั ษะ 2 แหลง ซง่ึ บง บอกถงึ การใฝเ รยี นรู ตงั้ ใจ เพยี รพยายาม
ความชาํ นาญ ความปลอดภัยในการใชเ ครอ� งมอื ได แสวงหาความรจู ากแหลง ตา ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอก
โรงเรียน เพ�อใหงานสําเร็จตามเปาหมาย ในการจัด
(6) วัดผลประเมินผล ครูผูสอนใช กจิ กรรม นกั เรยี นมอี สิ ระในการคดิ ศกึ ษาคน ควา เตม็ ที่
วิธีการวัดท่ีหลากหลายและประเมินตามสภาพจริง ครคู อยดแู ลใหค าํ ปรกึ ษาอยา งใกลช ดิ ใหก ารเสรมิ แรง
โดยครปู ระเมินนักเรยี น นักเรียนประเมนิ ตนเอง และ ตลอดเวลา ทาํ ใหค รแู ละนกั เรยี นมปี ฏสิ มั พนั ธท ดี่ ตี อ กนั
ประเมินเพื่อน ในทุกช่ัวโมงท่ีมีการนําเสนอผลงาน ทาํ ใหน ักเรยี นกระตือรือรน สนกุ สนานกับการเรียน
หนาช้ัน นักเรียนสามารถสรุปอภิปรายจากส่ิงที่เห็น
ไดดี มีเหตุผล นกั เรียนไดเรียนรูจากกลุม เปน ผูเสนอ (2) ความมงุ มน่ั ในการทาํ งาน ครไู ดช ี้
แนวความคดิ ขอ สรปุ แกสมาชกิ ในกลมุ เพ�อพิจารณา แจงแนวทางการวัดประเมินผลใหนักเรียนทราบ
ศึกษา วิเคราะหห าขอ ควรปรบั ปรงุ แกไขรว มกนั เมอ� ทุกครั้งท่ีปฏิบัติงาน และเปนกิจกรรมท่ีเกิดจากการ
สนิ้ สดุ กระบวนการทง้ั 7 ขน้ั ตอนในแตล ะรอบจะมกี าร เลอื กตามความสนใจ นกั เรยี นจะตงั้ ใจรบั ผดิ ชอบในการ
ประเมนิ ผลความสาํ เรจ็ ของงานทงั้ 2 ชน้ิ ในแตล ะกลมุ ปฏิบัติหนาท่ี ทํางานดวยความเพียรพยายาม
มาเปรียบเทียบ เพ�อประเมินความกาวหนาของการ กระตอื รอื รน และมคี วามสขุ ในการทาํ งาน เพอ� ใหง าน
ปฏิบตั ิงาน วาผลงานที่ไดสนองความตอ งการ บรรลุ สาํ เรจ็ ตามเปา หมาย การจดั เวลาทเ่ี หมาะสม บรรยากาศ
วัตถุประสงคหรือไม สวยงาม แข็งแรงทนทานหรือ ที่เอ้ือตอการทํางาน ปฏิสัมพันธที่ดีระหวางครูกับ
ไม การประเมินตนเองจึงเปนวิธีหน่ึงที่จะชวยพัฒนา นักเรียน หรือนักเรียนกับสมาชิกในกลุม ทําให
ผูเรียนใหเปนผูที่สามารถเรียนรูดวยตนเอง ทําให เกิดการยอมรับ แลกเปล่ียนความคิดเห็น กลาคิด
ผเู รยี นไดค ดิ ใครค รวญวา ไดเ รยี นรอู ะไร เรยี นรอู ยา งไร กลาแสดงออก มีความมั่นใจในการพัฒนางานย่ิงข้ึน
และผลงานท่ีไดน น้ั ดหี รอื ยงั ประเมนิ โดยเพอ� น เปน การ ทํางานเสร็จตามเวลาที่กําหนด เปนส่ิงท่ีสงเสริมให
สงเสริมและฝกความสามารถในการพูด แสดงความ นักเรยี นมีความมุงมน่ั ในการทํางานมากข้ึน
คดิ เหน็ ในกรอบทป่ี ระเมนิ ยอมรบั ในสงิ่ ทค่ี วรปรบั ปรงุ
แกไข มคี วามเชอ� ใจกนั ไมอ คติ การฝก ประเมนิ ประจาํ จากทก่ี ลาวมาขางตน สรุปไดวา คณุ ลกั ษณะ
จะสามารถพฒั นาผเู รยี นใหเ กดิ ความเขา ใจซง่ึ กนั และกนั อนั พึงประสงค ดา นใฝเ รยี นรู และความมุงม่นั ในการ
และนําไปสกู ารประเมินผลทดี่ ี ทํางาน เรอ� ง งานประดษิ ฐด วยเศษวสั ดดุ ว ยกระบวน
เทคโนโลยี มีคะแนนอยูในระดับมาก ผานเกณฑที่

82 Journal of Education Graduate Studies Research
Khon Kaen University
Vol.7, No.3, Jul. - Sep., 2013

กําหนด สอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขอ เสนอแนะ
ข้ันพ้ืนฐาน 2551 ท่ีมุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะ 1. ขอเสนอแนะในการศึกษาครงั้ น้ี
อนั พงึ ประสงคเ พอ� ใหส ามารถอยรู ว มกบั ผอู น� ในสงั คม 1) ครูผูสอนควรช้ีแจง การวัดและ
อยา งมคี วามสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก
จากผลการวจิ ยั พบวา การจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ ประเมนิ ผล การจดั กจิ กรรมการเรยี นรดู ว ยกระบวนการ
เทคโนโลยี เปนการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่เนน เทคโนโลยี ในแตละขั้นตอนใหนักเรยี นเขาใจ
ผเู รยี นเปน สาํ คญั มงุ ใหผ เู รยี นเรยี นรดู ว ยตนเอง ตาม
ความถนัดและความสนใจ ผูเรียนไดเรียนรูอยางเต็ม 2) การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ดา นความ
ศกั ยภาพ มที กั ษะในการปฏบิ ัติงาน การลงมอื ปฏิบตั ิ มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ในการสอนงานประดิษฐใหไดผล
ทําใหผูเรียนมีประสบการณตรงจากกระบวนการ ครผู ูส อนควรจัดเวลาใหเ หมาะสม
ทํางานกลุม รจู ักวางแผนในการทาํ งาน ทํางานอยา ง
เปนระบบ และมีขั้นตอน ฝกการเปนผูนํา ผูตามท่ีดี 3) ครูผูสอนตองสรุปผลการประเมินให
ฝกคิดวิเคราะห รูจักวิธีแกปญหาหรือสนองความ นักเรียนทราบผลการปฏิบัติงานทุกคร้ัง เพ�อนําไปใช
ตองการของตนเองโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี พฒั นาปรับปรุงงานของตนเองในครั้งตอไป
เปนตัวชวย โดยการประเมินผลจากสภาพจริงในการ
ทาํ งานของนกั เรยี น ทาํ ใหผ ลการจดั การเรยี นรู ในดา น 2. ขอเสนอแนะในการศึกษาครง้ั ตอ ไป
ความรูเกี่ยวกับการประดิษฐเศษวัสดุ ทักษะในการ 1) ควรมกี ารวจิ ัย คนควา เพ�อพฒั นาการ
ประดษิ ฐเ ศษวสั ดุ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข อง
นกั เรยี น ทเ่ี กดิ จากการจดั การเรยี นรดู ว ยกระบวนการ จัดการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการเทคโนโลยี
เทคโนโลยี เรอ� ง งานประดษิ ฐจ ากเศษวสั ดุ กลมุ สาระ ในระดับชั้นอ�น ๆ เพ�อใหตรงตามความตองการและ
การเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนกั เรยี น ความสนใจของผเู รยี น
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ทง้ั 3 ดา นอยูในระดบั มากขน้ึ ไป
2) ควรสง เสรมิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
ที่ผูเรียนสามารถนําไปใชเปนแนวทางในการประกอบ
อาชพี เพอ� เปนประโยชนในสรา งอาชพี และรายได

เอกสารอา งองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2542). การประเมนิ ผลจากสภาพจริง. พิมพครง้ั ที่ 2. กรงุ เทพฯ: ครุ สุ ภาลาดพรา ว.
_______. (2546). พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2545.

กรุงเทพฯ: โรงพิมพอ กั ษรไทย.
_______. (2551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พธุ ศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: ชมุ นุมสหกรณ

การเกษตรแหง ประเทศไทย.
_______. (2553). แนวทางการพฒั นา การวัดและประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคตามหลกั สตู ร

แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พธุ ศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ: ชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.
สาํ นกั งานมาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นร.ู (2550). การจดั การเรยี นรแู บบประสบการณท เ่ี นน การปฏบิ ตั .ิ

กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.


Click to View FlipBook Version