The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความวิจารณ์ ภาพลักษณ์ของพจมาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aum2407amornwan, 2024-06-20 13:20:50

บทความวิจารณ์ ภาพลักษณ์ของพจมาน

บทความวิจารณ์ ภาพลักษณ์ของพจมาน

1 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ภาพลักษณ์ของพจมานผ่านทัศนะและมุมมอง ของผู้เขียนในนวนิยายอมตะ เรื่อง บ้านทรายทอง บ้านทรายทอง นวนิยายคลาสสิกแห่งยุค ซึ่งเป็นผลงานของกัณหา เคียงศิริโดยใช้นามปากกากว่า ก.สุรางคนางค์ โดยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารรายปักษ์ชื่อปิยมิตร ในปี 2493 และได้รับความนิยมอย่างสูงใน ขณะนั้น ส่งผลให้บ้านทรายทองได้รับการนำมาสร้างเป็นละครเวที ละคร โทรทัศน์ และภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง แม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะผลิตซ้ำ หลายครั้งแต่ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง นอกจากบ้านทราย ทองแล้ว ก.สุรางคนางค์ยังมีผลงานนวนิยายอีกหลายเรื่องที่ได้รับความนิยม มากเช่นเดียวกัน อาทิ หญิงคนชั่ว พจมาน สว่างวงศ์ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง เขมรินทร์ - อินทิรา กุหลาบแดง เป็นต้น ในปีพ.ศ. 2529 ก. สุรางคนางค์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์แสดงให้เห็น ว่าผลงานของ ก. สุรางคนางค์ เป็นผลงานที่มีคุณภาพและเป็นที่ประจักษ์อยู่ใน ห้วงความทรงจำของนักอ่านเสมอมา บ้านทรายทอง เป็นนวนิยายที่นำเสนอเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผู้มีความทะนงในศักดิ์ศรี กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวอย่าง “พจมาน” ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อที่เป็นดั่งทุกอย่างในชีวิตของเธอไป ซึ่งคุณพ่อของ เธอได้มีความปรารถนาสุดท้ายอย่างหนึ่ง คือ ต้องการให้เธอไปอาศัยอยู่ที่บ้านทรายทองเพื่อจะได้เรียนต่อจน สำเร็จการศึกษา วันแรกที่ไปถึงบ้านทรายทองเธอได้พบกับ ม.ร.ว. ภาระดี สว่างวัฒน์หรือ คุณหญิงใหญ่และ ม.ร.ว ภาณุทัตสวัสดีหรือ คุณชายน้อย แต่เธอกลับไม่ได้รับการต้อนรับอย่างที่คาดหวัง ซึ่งในขณะที่เธออาศัยอยู่ในบ้าน ทรายทองก็ได้รับแต่คำดูถูกเหยียดหยาม การกลั่นแกล้งทารุณจากคนที่ได้ชื่อว่า ญาติของเธออย่าง ม.ร.ว พรรณราย และม.ร.ว. ภาวิณีจรัสเรือง หรือ คุณหญิงเล็ก พจมานต้องอยู่ในบ้านทรายทองท่ามกลางความกดดันและการ กลั่นแกล้งทารุณต่าง ๆ ทำให้เธอมีผลการเรียนที่ตกต่ำลงจนเธอตัดสินใจที่จะ ลาออกจากโรงเรียน แต่เมื่อ ม.ร.ว.ภราดาพัฒน์ระพีหรือ คุณชายกลาง กลับมาจากการทำงานที่ต่างประเทศ ความเป็นอยู่ของพจมานก็ดีขึ้น เขาได้ ขอให้คุณหญิงใหญ่ช่วยดูแลพจมาน เพราะเห็นว่าพจมานเป็นลูกของคุณพระ ดุลธรรมพินิต ซึ่งถือว่าเป็นญาติคนหนึ่งของตน แต่หลังจากที่ถูกข่มเหงรังแกมา นานทำให้พจมานไม่เชื่อว่าบ้านสว่างวงศ์จะมีคนเมตตากับเธอ เธอจึงไปบอกกับทุกคนว่าจะออกไปจากบ้าน ทรายทอง แต่ถูกภราดาห้ามไว้ความเมตตา ความห่วงใย และการดูแลช่วยเหลือของภราดาทำให้พจมานรู้สึก อบอุ่นหัวใจราวกับเมื่อครั้งที่พ่อของเธอยังคงอยู่ เธอจึงเชื่อฟังและปฏิบัติคำสั่งสอนของภราดาเสมอ


2 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ไม่นานภราดาต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศอีกครั้ง ก่อนเดินทางภราดาได้ให้คุณชายน้อยไปรับการ รักษาที่บ้านหลวงแพทย์และให้นมทิพย์ไปอยู่ดูแลด้วย ภาวิณีเองก็ได้ขอร้องกับภราดาให้เธอเป็นผู้ดูแลพจมาน ในขณะที่เขาไม่อยู่ หลังจากนั้นบ้านทรายทองก็กลับมาเป็นดังเดิม พจมานถูกกลั่นแกล้งรังแกอีกครั้ง โดยมีภาวิณีคอยชักนำและพาเธอ ไปออกงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากต้องการให้พจมานใจแตก และเสียคนไปในที่สุด พจมานจึงได้รู้จักกับผู้คนมากมาย ได้แก่ บุญล้อม เจ้าของโรงเรียนสอนดนตรีปฏิเวธ นักกอล์ฟ หลวงรอน นักเทนนิส สุทธิพงศ์นักเต้นลีลาศ และท่านต้อม หรือ ท่านชายเอกนพรัตน์ซึ่งเป็นคู่หมั้นของหญิงเล็ก ซึ่งดูเหมือนว่าทั้ง สุทธิพงศ์และท่านต้อมต่างก็ชื่นชอบในความสวยของพจมาน นกุล ที่ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของพจมานได้เตือนพจมานเรื่องที่ภาวิณีทำดีกับเธอ แต่พจมานก็ไม่แคลงใจอะไรกับการกระทำของภาวิณี วันหนึ่งพจมานได้ไปเที่ยวบางปูกับบุญล้อม และเหล่า บรรดาครูสอนดนตรีที่โรงเรียน ท่านชายต้อมรู้ว่าจะมีการไปดูหนัง 8 มม. ซึ่งเป็นหนังอนาจารที่ผิดกฎหมายจึง รีบไปตามสุทธิพงศ์และขับรถไปบางปูเพื่อช่วยพจมาน เมื่อตามไปถึงก็ได้พบว่ารถตู้ของบุญล้อมคว่ำที่พระ โขนง บุญล้อมและคนอื่น ๆ บาดเจ็บสาหัส ยกเว้นพจมานคนเดียวที่มีเพียงแผลถลอกเท่านั้น ท่านต้อมเกิด ความสงสัยจึงเค้นถามความจริงจากบุญล้อมทำให้ได้รู้ความจริงว่าทั้งหมดเป็นแผนของคุณหญิงเล็กที่ต้องการ ทำลายพจมาน ทางด้านของบ้านทรายทอง ภาระดีและภาวิณีทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องพจมาน ทำให้ภาระดีทนไม่ไหว จึงพูดเรื่องบ้านทรายทองว่าพจมานนั้นเป็นเจ้าของตัวจริง ภาวิณีสติแตกไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยินจึงไปถามความจริง กับเจ้าคุณราชาพิพิธ ทุกคนจึงได้ทราบว่าบ้านทรายทองเป็นของสุรพล เจ้าของบ้านที่แท้จริงก็คือพจมาน พจมานที่กลับถึงบ้านทรายทองพอดีได้ยินเข้าจึงบอกกับทุกคนว่าตนเพียงขอเข้ามาอยู่อาศัย ไม่อยากได้บ้าน ทรายทองหลังนี้ เมื่อภราดากลับมาจากต่างประเทศก็ได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจให้ทุกคนย้ายออกจาก บ้านทรายทองหลังจากพิธีศพท่านเจ้าคุณราชาพิพิธ ท่านต้อมได้เข้าพบภราดาเพื่อสารภาพเรื่องที่ตนรักพจมาน และต้องการจะถอนหมั้นหญิงเล็ก แล้วหมั้นหมายกับพจมานแทน พร้อมกับขอให้ภราดาช่วยเป็นผู้ใหญ่สู่ขอ พจมานให้ตน ภราดาจึงเดินทางไปหาพจมานที่บ้าน และได้ขอให้พจมานกลับไปที่ บ้านทรายทอง พร้อมกับตัดสินใจเรื่องการหมั้นหมายกับท่านต้อม พจมานกลับมาที่บ้านทรายทองอีกครั้งในฐานะเจ้าของบ้าน ภาระดีที่รู้ว่า ภราดาและพจมานนั้นมีความรู้สึกดีๆ แก่กันจึงพยายามที่จะช่วยเหลือทั้งคู่ ในขณะ ที่พจมานและภาระดีกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ท่านต้อมมาพบพจมานเนื่องจากต้องการ ทราบคำตอบเรื่องการหมั้นหมาย นกุลเองมาหาพจมานเช่นกัน ภราดาที่เห็นว่า พจมานมีแขกจึงเดินเลี่ยงเข้าห้องสมุดไป เห็นดังนั้นพจมานก็วิ่งตามไปที่ห้องสมุด ทันทีซึ่งเป็นการตัดสินใจแล้วว่าพจมานนั้นรักภราดา


3 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 “บ้านทรายทอง” กับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างตระกูลสว่างวงศ์และพินิตนันท์เจ้าของบ้าน ทรายทองตัวจริงที่เข้ามาอยู่ในบ้านและผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในบ้านมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ความอดทนอดกลั้น ท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยาม และการกลั่นแกล้งทารุณของพจมาน ได้สะท้อนให้เห็นถึง “ความหยิ่งทะนง ในศักดิ์ศรีของมนุษย์” ดังจะเห็นได้ว่า แม้พจมานจะถูกเหยียดหยามมากเพียงใด เธอก็ยังอดทนอยู่ในบ้าน ทรายทองมาตลอดจนในที่สุดเธอก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าแท้จริงแล้ว “พินิตนันท์” ของเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ ใครต่อใครเขาดูถูกเหยียดหยาม อีกทั้งสุรพลคุณปู่ของเธอก็มิใช่คน เกกมะเหรกเกเรจนถูกไล่ออกจากบ้านทรายทองไป แต่เป็นคนที่เปี่ยมไป ด้วยเมตตา และเป็นเจ้าของบ้านทรายทองตัวจริง พจมาน พินิตนันทน์ เป็นตัวละครเอกฝ่ายหญิงในนวนิยายเรื่อง บ้านทรายทอง ของ ก.สุรางคนางค์ เธอเป็นเด็กผู้หญิงบ้านนอกผู้ทะนง ในเกียรติ และศักดิ์ศรีของตนเอง เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของ บิดาเสมอ พจมานเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด อดทน เข้มแข็ง และมีความดื้อ รั้น ตามประสาเด็กสาวที่กำลังโต การเป็นเด็กผู้หญิงสามัญชนที่มาจาก บ้านนอกทำให้เธอถูกกลั่นแกล้ง ด่าทอ และดูถูกเหยียดหยามจากคนใน บ้านทรายทองเสมอ โดยที่เธอทำได้เพียงตอบโต้กลับเล็กน้อย และอดทน ต่อการถูกข่มเหงจากพวกสว่างวงศ์ที่เรียกตนเองว่าผู้ดีเท่านั้น เนื่องจากเธออยู่ที่บ้านทรายทองในฐานะผู้อยู่ อาศัยตามที่คุณพ่อของเธอได้ฝากฝังไว้ลักษณะของตัวละครเอกอย่างพจมานเปรียบได้กับคำโบราณที่กล่าวว่า “กระดูกแตกไม่ให้ขนร่วง” ซึ่งหมายถึง ยอมทนทุกข์เพราะรักในเกียรติ และศักดิ์ศรีของตนเอง เนื่องจากเธอ ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตที่มีแต่ความเกลียดชัง ก. สุรางคนางค์ ได้สร้างภาพลักษณ์ตัวละคร พจมาน พินิตนันท์ ให้เป็นเด็กผู้หญิงบ้านนอก ผูกเปีย สองข้าง ที่มีบุคลิกสวย มีความมั่นใจในตัวเอง และเก่งกล้าชนิดที่ว่าไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ซึ่งตรงข้ามกับ ภาพลักษณ์ความเรียบร้อยอ่อนหวานตามแบบฉบับของนางเอกในนวนิยายหรือละครไทยเรื่องอื่น ๆ จึงทำให้ ภาพลักษณ์ของเด็กผู้หญิงผูกเปียสองข้าง สวย และเก่งกล้าอย่างพจมานกลายเป็นภาพจำของนวนิยายเรื่องนี้ ที่แม้ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด พจมานก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำของผู้คนตลอดมา บุคลิกภาพภายนอกของพจมาน : เด็กผู้หญิงบ้านนอกผูกเปียสองข้าง และใสซื่อบริสุทธิ์ ภาพลักษณ์เด็กผู้หญิงบ้านนอกผูกเปียสองข้าง และใสซื่อ บริสุทธิ์ เป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้ผู้อ่านจดจำและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เนื่องจากภาพลักษณ์ที่อ่อนหวาน น่ารักน่าเอ็นดูเหล่านี้ได้เกิดขึ้นเมื่อ ครั้งพจมานยังเป็นเด็กและไว้ผมเปียทั้งสองข้าง ซึ่งผู้เขียนได้ถ่ายทอด ภาพลักษณ์ความเป็นเด็กที่ยังไม่ประสีประสาผ่านการถักผมเปียของ พจมาน ทำให้ภาพลักษณ์เด็กผู้หญิงผูกเปียสองข้างกลายเป็นจุดเด่น ของตัวละครพจมาน นอกจากนี้ยังกลายเป็นภาพจำของนวนิยายเรื่อง นี้อีกด้วย โดยภาพลักษณ์ของเด็กสาวบ้านนอกที่ผูกเปียสองข้างนี้ ผู้เขียนได้ถ่ายทอดผ่านทัศนะและมุมมองของตัวละครในเรื่องว่า


4 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 “…มันน่าคิดอยู่มากว่า ทำไมเด็กผมเปียคนนั้นจึงน่ารัก อ่อนหวาน และมีความเป็นผู้หญิงเต็มตัวมากกว่า พวกสาว ๆ ใหญ่ ซึ่งคอยให้พวกผู้ชายคอยเอาใจพะเน้าพะนอเสียจนเคยชิน” พจมานเป็นเด็กผู้หญิงถักเปียที่มีความน่ารัก อ่อนหวาน และมีความเป็นผู้หญิงแตกต่างกับหญิงสาวรุ่น ใหญ่ที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่ต้องคอยให้ผู้ชายเอาอกเอาใจ แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ของพจมานที่ผู้เขียน ถ่ายทอดผ่านทัศนะและมุมมองของตัวละครฝ่ายชายอย่างท่านชายอเนกนพรัตน์ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ภายนอกที่ เป็นเอกลักษณ์ของพจมานที่แม้ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงไว้ผมเปีย แต่เธอก็มี ความน่ารักแบบผู้หญิงเต็มตัว ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะและมุมมองที่ผู้เขียน ถ่ายทอดผ่านตัวละครคุณนายลมุลที่ต้องการได้ผู้หญิงอย่างพจมานมาเป็น ลูกสะใภ้ แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ความน่ารักและใสซื่อบริสุทธิ์ของพจมาน อันเป็นภาพลักษณ์และลักษณะนิสัยของผู้หญิงที่มักจะได้รับความเอ็นดูจาก ผู้ใหญ่ในสังคมเสมอ “…หนูเป็นคนซื่อ น่ารัก เงินทองมากมายของป้าของเจ้ากำจรต้อง เป็นแม่เรือนที่เป็นคนซื่อมันจึงจะเป็นปึกแผ่น ป้าเห็นมาหลายรายแล้ว เมีย ไม่ได้เรื่องอะไร ๆ มันก็วอดวายไปหมด” จะเห็นได้ว่าความน่ารักอ่อนหวานจากภาพลักษณ์ของพจมานยัง ถูกกล่าวถึงในคำพูดของตัวละครอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากทัศนะและมุมมอง ของตัวละครที่มาจากบ้านนอกด้วยกันอย่างนกุล ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของพจมาน “ถูกไหมป้า พจน์น่ารักออกยังกะอะไรดี ไม่ใช่ขี้ปากของยายบ้านั่น คุณพ่อท่านละใจเย็น” หรือจะเป็นทัศนะผ่านคำพูดของท่านหญิงนพมณีหรือท่านหญิงตุ้ม ซึ่งเป็นผู้ดีในเมืองกรุงที่มองว่า ความน่ารัก และความอ่อนหวานของพจมานนั้นชวนให้เธอมีความรู้สึกเอ็นดูเด็กสาว ถึงแม้ว่าพจมานจะมาจาก บ้านนอกก็ตาม “…หญิงชอบแกมาก น่าเอ็นดูและก็เป็นผู้หญิงอีกแบบหนึ่ง…ถ้าหญิงเป็นชาย ก็อดเว้นที่จะรักไม่ได้ ยัง ไว้ผมเปียอยู่เลยค่ะ” ภาพลักษณ์เด็กสาวบ้านนอก ผูกเปียสองข้าง และใสซื่อบริสุทธิ์ของพจมานที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดผ่าน ทัศนะและมุมมองของตัวละครในเรื่อง แสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์เด็กสาวบ้านนอกผูกผมเปียและความน่ารัก อ่อนหวานของพจมาน ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของทุก ๆ คน บุคลิกภาพภายนอกของพจมาน : หญิงสาวที่สวยสง่า และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แม้ว่าภาพลักษณ์ของพจมานที่เป็นเด็กผู้หญิงบ้านนอกที่มีความน่ารักอ่อนหวานและใสซื่อบริสุทธิ์จะ ทำให้เธอกลายเป็นที่รักของผู้ใหญ่หลาย ๆ คน แต่ความสวยสง่า และความเป็นผู้ใหญ่ของเธอก็เป็นอีกหนึ่ง ภาพลักษณ์ที่ทำให้ตัวละครพจมานโดดเด่นและได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างเสมอ หลังจากที่เธอตัดสินใจ ลาออกจากโรงเรียนและตัดเปีย พจมานกลายเป็นหญิงสาวชาวกรุงที่สวยสง่า ไม่หลงเหลือเค้าความเป็น เด็กผู้หญิงบ้านนอกผู้น่ารักน่าเอ็นดู และใสซื่อบริสุทธิ์ ซึ่งภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นบุคลิกภาพภายนอกที่เกิดขึ้น หลังจากที่พจมานเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านทรายทองแล้วในระยะเวลาหนึ่ง การที่พจมานอาศัยอยู่ในสังคม เมืองกรุง ทำให้เธอต้องพบปะกับผู้คนมากมาย สังคมผู้ดีในเมืองหลวงหล่อหลอมให้เด็กสาวบ้านนอกอย่าง พจมานต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามบริบทแวดล้อมที่อาศัยอยู่ จากความน่ารักของเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่ง


5 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลายเป็นความสวยสง่าดังนางพญาของหญิงสาวผู้ดีเมืองกรุง โดยภาพลักษณ์ที่เกิดจากลักษณะการแต่งกาย ของพจมานหลังจากที่ตัดเปียแล้ว ส่งผลให้เกิดทัศนะและมุมมองใหม่ ๆ ที่แตกต่างไปจากครั้งเมื่อพจมานก้าว เข้ามาอยู่ในบ้านทรายทอง ผู้เขียนนำเสนอภาพลักษณ์ของพจมานที่เปลี่ยนแปลงไปผ่านทัศนะและมุมมองของ ตัวละครในเรื่อง ดังเนื้อความที่ว่า ...พจมานแต่งตัวผิดปกติ สวยและเป็นสง่า เกือบไม่ใช่เด็กผมเปียที่ไปคุกเข่ากราบเธอ...แลดูตัวสูง ชะลูด โปร่งและเป็นสาวเต็มตัว คอตั้งเชิดขึ้น ตาวาวเป็นประกายหยิ่งขึ้นมาทันที ด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำ ไม่มี ประหม่า... จะเห็นได้ว่าบรรยายถึงภาพลักษณ์ของพจมานที่เปลี่ยนแปลงไปผ่านทัศนะของภาระดีว่า พจมาน แต่งตัวผิดปกติ สวยสง่า และโตเป็นสาวเต็มตัว แตกต่างจากเด็กผมเปียที่ เคยคุกเข่ากราบเธอ แม้ผู้เขียนจะแสดงทัศนะและมุมมองต่อบุคลภาพ ภายนอกของพจมานที่เปลี่ยนแปลงไปว่าสวยสง่าราวกับผู้ใหญ่มากเพียงใด แต่ข้อความนี้ก็แสดงให้เห็นทัศนะและมุมมองที่สะท้อนถึงความรู้สึกผิดหวัง เล็ก ๆ ของภาระดีที่มองว่าการเติบโตของพจมานที่ผ่านการหล่อหลอมโดย สังคมเมืองกรุงนั้นทำให้เด็กสาวผมเปียอย่างพจมานกลายเป็นสาวสวยสง่าที่ มีความเย่อหยิ่งมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของผู้คน ในสังคมซึ่งสะท้อนผ่านทัศนะและมุมมองของตัวละครในนวนิยายบ้าน ทรายทอง ที่ปรากฏในสมัยอดีตว่าการที่ผู้หญิงได้ตัดผมหรือการไม่ได้ไว้ ผมเปียแล้วนั้นจะถือว่ามีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น บุคลิกดังกล่าวของพจมานยังถูกถ่ายทอดผ่านทัศนะและมุมมองของภราดาพัฒน์รพี ผู้ที่เปรียบเสมือน พ่อคนที่สองของเธอ ว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองของพจมานที่สวยสง่าและทะนงตัวมากขึ้นทำให้เขาปวดร้าว และขมขื่นหัวใจ คล้ายกับว่าภาวิณีได้นำผ้าขาวสะอาดชิ้นหนึ่งออกไปให้ช่างแต้มสีลวดลายจนเลอะเปรอะเปื้อน เห็นได้จากทัศนะและมุมมองของภราดาพัฒน์รพีที่ผู้เขียนถ่ายทอดผ่านความรู้สึกตัวละครว่า ...ภราดาจับตาสังเกตดูอย่างร้าวใจ ขมขื่น ร่างอันเป็นสง่าในชุดดำ ตัดผิวขาวนวล ผมสั้นตลบทำให้คอ ขาวระหง หน้าเชิด ตาเป็นประกาย สำนึกในความชอกช้ำที่ผ่านมาแล้วบางครั้งเม้มริมฝีปากแน่น มีท่าทาง ทะนงตัวอย่างมากหาน้อยไม่ ชั่วระยะเวลาที่เขาไม่อยู่ ภาวิณีได้นำผ้าขาวสะอาดชิ้นหนึ่งออกไปให้ช่างแต้มสี ลวดลายท่าทางโก้เกงไม่ใช่เล่น... แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองของพจมานจนกลายเป็นสาวสวยสง่า และมีความเป็นผู้ใหญ่ จะถูก ถ่ายทอดภาพลักษณ์ผ่านทัศนะและมุมมองในเชิงลบ แต่ก็ยังได้รับทัศนะและมุมมองในเชิงบวกเช่นเดียวกัน ดังที่ผู้เขียนนำเสนอทัศนะและมุมมองของท่านชายอเนกนพรัตน์หรือท่านชายต้อมที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของ พจมานหลังจากตัดผมเปียว่าเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และแตกต่างจากที่ตนเคยมองว่าน่ารักอ่อนหวาน ซึ่งมองว่า พจมานในตอนนี้สวย และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จนทำให้มีผู้คนหลงรักเธอมากมาย “ตั้งแต่ตัดผมเปียออกเสีย แลดูสวยและผู้ใหญ่ขึ้น ความสวยของพจ ทำให้ไอ้นายปฏิเวธกับ นายสุทธิพงศ์จะเกิดฟาดปากกัน ไม่รู้หรือ” ในขณะเดียวกันนกุล เพื่อนในวัยเด็กของพจมานที่เคยมีทัศนะและมุมมองว่าพจมานสวยมาตลอดใน สายตาของเขา ครั้นเมื่อพจมานตัดผมเปียออกไปแล้วก็ยิ่งสวยประหลาด เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้คนมากมาย


6 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งคำว่า ‘ประหลาด’ ในสมัยก่อนนั้น สามารถใช้ในความหมายของการชมความงามได้อีกด้วย นอกจากนี้นกุล ยังแสดงทัศนะและมุมมองว่าการที่พจมานโตเป็นสาวสวยขึ้น และมีคนถูกใจมากมายนั้นอาจจะเป็นภัยต่อตัว เธอได้ แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของนกุลที่มองว่าความสวยของหญิงสาวยิ่งมีเยอะมากเพียงใดก็จะยิ่งสร้างภัย อันตรายต่อตนเองได้เห็นได้จากคำพูดที่นกุลพูดกับพจมานว่า “เธอเป็นผู้หญิงสาวและสวย…สวยจริงๆ นะ สวยกว่าเมื่อครั้งวิ่งเล่นอยู่ด้วยกันที่บ้านนอก” “ผู้ชายสวยไม่เป็นภัยเท่าผู้หญิงสวย เธอน่ะสวยอย่างประหลาดเป็นที่ต้องใจคน” ความสวยสง่าที่เพิ่มขึ้นของพจมานทำให้ผู้คนรอบข้างหันมาสนใจพจมาน ดังที่ผู้เขียนได้นำเสนอ ภาพลักษณ์ของพจมานผ่านทัศนะและมุมมองของสุทธิพงศ์ ที่เปรียบพจมานว่าเหมือนบัวบานกลางสระ ซึ่งหมายถึงความสวยเมื่อยามเบ่งบานเต็มที่แล้วของหญิงสาว ย่อมมีแต่ผู้คนจ้องจะอยากได้ไปเป็นของตน เห็นได้จากคำพูดของสุทธิพงศ์ที่กล่าวถึงพจมานว่า “สาวสวยกำพร้าพ่อ ความรู้ดี พูดถึงสวยก็ไม่น้อยหน้าคนอื่น เหมือนบัวบานกลางสระ มีแต่มือที่คอย จะไขว่คว้า…” บุคลิกภายนอกดังกล่าวยิ่งทำให้พจมานกลายเป็นที่รักของทุก ๆ คน และได้รับความสนใจจากผู้คน รอบข้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งทัศนะและมุมมองของตัวละครต่อความสวยสง่าของพจมานดังกล่าวสะท้อนให้เห็น ค่านิยมเรื่องความงามของผู้หญิงของคนในสังคมสมัยนั้น บุคลิกภาพภายในของพจมาน : ความฉลาด พจมานเป็นนางเอกในนวนิยายที่มีความเฉลียวฉลาดและมีปฏิภาณไหวพริบในการเอาตัวรอดได้เป็น อย่างดี เช่นเดียวกับความฉลาดรอบรู้ในด้านการศึกษาเล่าเรียนเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้เขียนนำเสนอผ่านทัศนะและ มุมมองของตัวละในอื่น ๆ เรื่อง ซึ่งความเฉลียวฉลาดและความสามารถที่หลากหลายของพจมาน สะท้อนให้ เห็นว่า เธอเป็นนางเอกที่มีความรอบรู้และก้าวหน้ามากกว่านางเอกในวรรณกรรมไทยหลาย ๆ เรื่องในขณะนั้น เห็นได้จากคำพูดของนมทิพย์ที่กล่าวกับพจมานว่า “หนูฉลาดเฉลียว ป้ารู้แต่คนที่ร้ายๆ บางคนเล่ห์เหลี่ยมเขามาก แต่เราฉลาดการเล่าการเรียน จะไป ทันเขาได้” “...บางที่จะสมัครเป็นแอร์โฮสเตส เพื่อนของเธอทำงานชนิดนี้อยู่ เคยเขียนจดหมายเล่ามาว่า มีโอกาส ได้ท่องเที่ยวทางไกลๆ และมีรายได้ดีนอกจากนั้นยังชวนว่า พจมานพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ดีสมัยอยู่ โรงเรียนควรจะไปทำงานอยู่ด้วยกัน...” แม้ว่า ก. สุรางคนางค์จะถ่ายทอดเรื่องราวของพจมานว่าเป็นหญิงสาวที่มาจากบ้านนอก ทำให้เธอถูก มองว่าเป็นหญิงสาวที่ไม่มีการศึกษาในหลาย ๆ ครั้ง แต่ผู้เขียนก็ได้สร้างสรรค์ตัวละครของพจมานให้เป็นหญิง สาวบ้านนอกที่มีความรู้ ความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านภาษาต่างประเทศหรือ ความสามารถด้านดนตรี เห็นได้จากข้อความว่า “ดิฉันเป็นหัวหน้าปีที่หนึ่ง หนักใจมาก เพราะไม่มีใครเล่นเปียโนได้เท่าพจมาน...” “เดินกลับเข้ามาจากส่งเพื่อนๆ ไปหมดแล้ว พจมานมิได้กลับไปห้องของเธอทีเดียว วันนี้หม่อมพรรณ รายไม่อยู่บ้านออกไปธุระกับน้องสาวและภาวิณีแต่เช้า ก่อนภราดาไปทำงาน เด็ก ๆ ที่เคยวิ่งเล่นโครมคราม ตั้งแต่วันนั้น วันที่เกิดชกต่อยกับชายน้อย ถูกบังคับให้ไปเรียนพิเศษกับครูที่บ้านหมด เงียบสงัดและทำให้ พจมานรู้สึกว่า เธอได้มีโอกาสเป็นตัวของเธอเองบ้างเดินผ่านห้องรับแขกเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ตรงไปที่เปียโน


7 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 มุมห้อง เหลียวซ้ายแลขวา แน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว เธอจึงเปิดฝาเปียโนขึ้น นั่งลงเรียบร้อย ลงมือเล่นเบาๆ เป็น เพลงที่เพื่อนๆหมายมั่นปั้นมือ จะให้เธอออกแสดงผีไม้ลายมือในวันงานรื่นเริงของโรงเรียนกรีดกรายนิ้วทบทวน เพื่อให้แน่ใจว่า สมองของเธอแม่นยำดีแล้วโดยไม่ต้องใช้โน้ต...” ภาพลักษณ์หญิงสาวบ้านนอกของพจมานที่ผู้เขียนนำเสนอในตอนต้นเรื่อง เป็นเพียงภาพลักษณ์ที่ สะท้อนให้เห็นบุคลิภายนอกของเธอเท่านั้น ในขณะเดียวกันหญิงสาวบ้านนอกที่มีฐานะต้อยต่ำอย่างเธอกลับมี การศึกษา มีความรู้ความสามารถอย่างหลากหลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นสิ่งที่ ก.สุรางคนางค์ต้องการนำเสนอว่า แม้พจมานจะเป็นสามัญชนที่ยากจน และไม่มีฐานะทางสังคมใด ๆ เทียบเท่ากับพวกสว่างวงศ์หรือพวกผู้ดี แต่ เธอก็มีความรู้ความสามารถและมีคุณค่าในตัวของเธอเอง ผู้เขียนคล้ายจะเรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมามอง คุณค่าของคนที่คุณงามความดีมากกว่าตัดสินบุคคลที่ฐานะหรือชาติกำเนิด เพราะคุณค่าของความเป็นคนไม่อยู่ ที่เงินทองและฐานะทางสังคม ความฉลาด และปฏิภาณไหวพริบเป็นภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่สำคัญของพจมานที่เป็นเอกลักษณ์ ของเธอ ทำให้เธอสามารถรับมือกับแรงกดดันและเอาตัวรอดจากการถูกกลั่นแกล้ง และทารุณจากหม่อมพรรณ รายและภาวิณีจรัสเรืองได้แม้จะมีท้อใจไปบ้างบางครั้งก็ตาม ผู้เขียนนำเสนอภาพลักษณ์ความเฉลียวฉลาดของ พจมานผ่านทัศนะมุมมองของตัวละครในเรื่องในลักษณะของการกล่าวชมว่าพจมานเป็นเด็กสาวที่มีความ เฉลียวฉลาด และมีปฏิภาณไหวพริบในการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากคำพูดที่ อาจารย์บุญล้อมกล่าวชมพจมานว่า ...เพราะเขาเองก็นิยมพจมานไม่ใช่น้อย ที่ฉลาด เข้าไหนเข้าได้ไม่มีกลัวใคร วันนั้นยังหักหน้าภาวิณีจน เสียจนนั่งไม่ติด... ผู้เขียนได้นำเสนอภาพลักษณ์และบุคลิกภาพความฉลาดของพจมานผ่านทัศนะและมุมมองของ อาจารย์บุญล้อม จากการกระทำของพจมานที่มีความกล้าหาญและไม่ยอมคน ซึ่งเห็นได้การที่พจมานสามารถ ใช้ความฉลาดในการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์กับภาวิณีจรัสเรือง จึงทำให้พจมานถูกมองว่าเป็น เด็กฉลาด รู้จักเอาตัวรอดเพื่อให้ตนเองปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีทัศนะและมุมมองของภราดาพัฒน์รพีที่มองว่า พจมานเป็นเด็กที่ปกครองยากเนื่องจากความฉลาดในการเอาตัวรอดจากการปกครอง และไม่ยอมให้ใครมาดู ถูกเหยียบย่ำ ดังข้อความที่ว่า ...แกถูกบีบคั้นมากเข้าก็ต้องพลุ่งพล่าน ตามประสาเด็กฉลาดเฉลียว เด็กชนิดนี้ปกครองยากถ้าใช้วิธี รุนแรง... ความฉลาดของพจมานในทัศนะและมุมมองของผู้เขียนที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครท่านชายเอนกนพรัตน์ ที่มองว่าพจมานเป็นเด็กที่ช่างสังเกต และมีไหวพริบปฏิภาณในการเอาตัวรอด สามารถหลีกเลี่ยงตัวเองออก จากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของท่านชายเอนกนพรัตน์ที่กล่าวว่า “พจมานแกเป็นเด็กฉลาด ช่างสังเกตและมีความรู้สึกไว ปฏิภาณเฉียบแหลม บางแกก็จะรู้จักหาวิธี หลีกเลี่ยงเอาตัวรอดได้…” เช่นเดียวกับทัศนะและมุมมองที่ผู้เขียนถ่ายทอดผ่านตัวละครของพจมานเองที่มองว่าตนเองเฉลียว ฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันในหลาย ๆ ครั้ง เมื่อพบเจอสถานการณ์ที่ เลวร้ายพจมานก็จะใช้ไหวพริบความฉลาดเฉลียวของตนเองในการเอาตัวรอดเช่นเดียวกัน


8 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 …พจมานยังนึกเสมอว่า เธอมีพระป้องกันตัว พระองค์นั้นต้องคุ้มครองเธอเสมอ แม้แต่ในที่ที่คับขัน ที่สุด เธอผ่านเสือร้ายมาแล้วหลายป่า ด้วยความฉลาดเฉลียวพริบไหว จะขอผ่านป่านี้ด้วยทำนองเดียวกัน... บุคลิกภาพภายในเรื่องความเฉลียวฉลาดของพจมานที่ผู้เขียนถ่ายทอดผ่านทัศนะและมุมมองของพจม มานและตัวละอื่นในเรื่องว่าพจมานเป็นเด็กฉลาดที่สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีในหลาย ๆ ครั้ง สามารถแก้ปัญหาอุปสรรคเฉพาะหน้าของตนได้ และการมีความช่างสังเกต มีปฏิภาณไหวพริบ จึงทำให้ พจมานกลายเป็นนางเอกที่แตกต่างออกไปจากนางเอกนวนิยายเรื่องอื่น และกลายเป็นนางเอกที่ยังคงอยู่ใน ความทรงจำของผู้อ่านเสมอมา บุคลิกภาพภายในของพจมาน : ความเข้มแข็งและอดทน ความเข้มแข็งและอดทนของพจมานเป็นอีกภาพลักษณ์หนึ่งที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของ ผู้อ่านเสมอ พจมานเป็นบุตรคนโตของคุณพระดุลยธรรมพินิต ตัวละครที่มีความทะนงในศักดิ์ศรีอยู่ไม่น้อย เขา พาภรรยาผู้เป็นที่รักซึ่งเป็นหญิงสามัญชนออกจากบ้านทรายทองไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะไม่ต้องการให้ใครมาดู ถูกเหยียดหยามความต่ำต้อยทางชนชั้นของภรรยา พจมานจึงได้รับอิทธิพลทัศนะคติและความคิดมาจากคุณ พระดุลยธรรมพินิตพ่อของเธอในหลาย ๆ เรื่อง รวมไปถึงความเข้มแข็งและอดทนซึ่งได้รับการปลูกฝังมาจาก การสั่งสอนของคุณพระดุลยธรรมพินิต ที่ต้องการให้ลูกสาวเข้มแข็งและแข็งแกร่งเหมือนกับตนเอง เขาจึง ปลูกฝังให้เธอมีความอดทนและมีดวงใจที่แข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นลูกสาวของพ่อ เป็นตัวแทน และเป็น ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพ่อ ดังนั้นจึงต้องมีความอดทนและเข้มแข็งให้เหมือนพ่อ ดังคำสอนที่คุณพระดุลย ธรรมพินิตมักพูดกับพจมานเสมอว่า “พ่ออยากจะเห็นลูกเป็นคนแข็งแกร่งเหมือนพ่อ ทำอย่างไรเราจึงจะไม่ยอมให้ไอ้เจ้าน้ำตาของเราไหล ออกมาโดยง่ายๆ พ่ออยากให้ลูกเป็นคนทะนงตัวในเกียรติ สกุลของเราของพ่อ โดยเฉพาะลูกผู้ชายเป็นคน ทะนงในสายโลหิต นอกจากจะมีบางคนซึ่งเป็นผู้หญิง” “แต่ลูกเป็นลูกของพ่อ พ่ออยากจะปั้นให้ลูกมีดวงใจแกร่ง แต่ซื่อสัตย์เหมือนแม่ของลูก” “ไม่ควรจะให้ใครเห็นน้ำตาของลูกโดยไม่จำเป็น น้ำตาเป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอ ผู้แพ้ ลูกต้อง เข้มแข็ง อดทนแกร่งและหยิ่งในความเยือกเย็นของตัวเอง พจนีย์เป็นเด็กขี้แยเพราะอยู่กับแม่มากเกินไป หิวก็ ร้องไห้กระทืบตีนเต้นเร่า ๆ อย่างนั้นไม่ใช่ลูกพ่อ พจนีย์ลูกแม่ พจมานลูกพ่อ ท้องหิวแต่หน้าจะต้องเชิดอยู่ เสมอ” ผู้เขียนได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ความเข้มแข็งและอดทนของพจมานผ่านทัศนะและคำสอนของคุณพระ ดุลธรรมพินิตที่ต้องการให้พจมานเป็นตัวแทนของตนเอง จึงสอนให้พจมานมีความเข้มแข็ง อดทน ไม่ร้องไห้ ออกมาง่าย ๆ และไม่ควรให้ใครเห็นน้ำตาโดยที่ไม่จำเป็น เพราะน้ำตาคือเครื่องหมายของความอ่อนแอและผู้ แพ้ เช่นเดียวกับคำสอนของคุณนายดุลยธรรมพินิตที่ปลูกฝังให้พจมานเป็นคนอดทน รู้จักหนักเอาเบาสู้ ดัง ข้อความที่ว่า “ลูกต้องอดทนนะลูก รู้จักหนักเอาเบาสู้ รู้จักทำตัวให้มีคนรัก และรู้จักรักตัวด้วย เพราะลูกเป็นผู้หญิง ที่ขาดพ่อห่างแม่ แม่โง่เง่าไม่รู้ประสาอะไรกะเขาในเรื่องจะสอนลูกได้เท่าคุณพ่อ แต่แม่ให้ลูกได้แต่ความซื่อสัตย์ ความอดทน จำไว้ว่ามันเป็นความปรารถนาของคุณพ่อ ที่จะให้ลูกไปอยู่ที่นั่น” …จะกระทั่งคุณแม่เตือนขึ้น ‘ทำอย่างไรจะไม่ให้ใครเห็นหยาดน้ำตาของเราได้ น้ำตาเป็นเครื่องหมาย ของการอ่อนแอ ผู้ที่มีเลือดอันทระนงย่อมไม่เสียน้ำตาโดยไร้ประโยชน์’


9 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 การปลูกฝังภายในครอบครัวของพจมานที่ส่งผลให้เธอกลายเป็นคนเข้มแข็งและอดทน ซึ่งผู้เขียน ถ่ายทอดภาพลักษณ์และบุคลิกภาพความเข้มแข็งอดทนของพจมานผ่านการกระทำที่พจมานแสดงออกมาเมื่อ ต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ ดังข้อความที่ว่า “พจมานไม่ได้ฟูมฟายสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กอื่น เธอฟุบอยู่แทบเท้าคุณพ่อเป็นเวลานาน ตราบจนคุณ หลวงเวชมาจับตัวเธอขึ้น ดวงตาอันแดงเท่านั้นที่บอกว่าไม่มีความโศกสลดและอาลัยรักครั้งใดอีกแล้วที่จะ เทียบเท่า” “ก้าวเข้ามาพบกับคุณแม่กำลังยิ้มอ่อน ๆ คล้ายจะบอกว่า นั่นแหละคือสิ่งที่พ่อให้ ตาต่อตาสบกัน พจมานขบกรามแน่น เพื่อระงับประสาทส่วนที่จะบีบน้ำตาออกมา” การอบรมสั่งสอนของบิดามารดาส่งผลให้พจมานเป็นเด็กที่มีความอดทนและเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเจอ สถานการณ์เช่นไร แม้แต่การเสียพ่อผู้เป็นที่รักไปพจมานก็ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมา แสดงให้เห็นว่าเธอเป็น นางเอกที่มีความเข้มแข็งและอดทนต่อสถานการณ์เลวร้ายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เธอเสียใจมากเพียงใจ เธอก็ยังคงแสดงเข้มแข็งต่อหน้าผู้อื่นเสมอ ลักษณะนิสัยใจของพจมานที่พึงประสงค์ : ความหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรี แม้ว่าพจมานจะมีภาพลักษณ์ของเด็กผู้หญิงบ้านนอกไว้ผมเปียสองข้าง และใสซื่อบริสุทธ์ ที่ทำให้เธอ ได้รับความรักและความเอ็นดูจากผู้คนรอบข้าง แต่ภาพลักษณ์ดังกล่าวนั้นไม่ได้ลดทอนความหยิ่งทะนงใน ศักดิ์ศรีของพจมานลงเลยแม้แต่น้อย ความหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีของพจมาน ถือเป็นอีกหนึ่งภาพลักษณ์ที่ เด่นชัดที่สุด ก.สุรางคนางค์ถ่ายทอดภาพลักษณ์ความหยิ่งทะนงและรักในศักดิ์ศรีของพจมาน ว่าเป็นเด็กที่มีความ ทะนงในเกียรติ ในสกุลของตนเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะการเลี้ยงดูจากบิดาอย่างคุณพระดุลยธรรมพินิต ที่ถือ ว่าพจมานเป็น “ลูกคู่ทุกข์คู่ยาก” เพราะผจญภัยมาด้วยกัน นับตั้งแต่พนาตัดสินใจพาลูกเมียออกจากบ้านทราย ทองมาใช้ชีวิตอย่างสงบในฐานะข้าหลวงต่างจังหวัด ทิ้งสังคมเมืองหลวงที่มีแต่ความฟุ้งเฟ้อหรูหราไว้เบื้องหลัง เธอจึงเป็นตัวแทนของคุณพระดุลยธรรมพินิตทั้งนิสัยใจคอและท่าทางราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน เธอ จึงเป็นผู้หญิงที่ทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามตนเองและวงศ์ตระกูล เห็นได้จาก คำพูดของพจมานที่ตอบโต้หม่อมพรรณรายว่า “ถูกละ ดิฉันเป็นลูกของคุณพนา และ พินิตนันทน์เป็นนามสกุลของดิฉัน ดิฉันเป็นหลานของคุณปู่สุ รพล แม้ว่าเลือดของดิฉันจะไม่เข้มเหมือนเลือดสีน้ำเงินของพวกสว่างวงศ์ แต่พินิตนันทน์ของดิฉัน ไม่ต่ำ กว่าใคร เคยทำแค่คุณงามความดี ไม่เคยมีชื่อว่าเบียดเบียน และทารุณใครๆ” แม้พจมานเข้ามาอยู่ในบ้านทรายทองในฐานะผู้อยู่อาศัยและญาติห่าง ๆ ของตระกูลสว่างวงศ์ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีคนมาดูถูกเหยียดหยามบิดามารดาหรือวงศ์ตระกูลของเธอ เธอก็พร้อมที่จะตอบโต้กลับทุก คนโดยที่ไม่สนใจเลยว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมียศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตมากเพียงใด พจมานไม่ได้มีทีท่าเกรงกลัว เลยแม้ว่าตัวเธอเองเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ที่เพิ่งเข้ามาที่บ้านทรายทองเท่านั้น แต่ด้วยความรักในครอบครัวและ ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของชาติตระกูลทำให้เธอต้องตอบโต้เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก พจมาน พินิตนันทน์ จึง เป็นดั่งภาพแทนของเด็กสาวยุคใหม่ ที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ แม้ว่าตนเองจะไม่มี ยศถาบรรดาศักดิ์หรือต้อยต่ำมากเพียงใด แต่ก็ไม่เคยยอมให้ผู้ใดมาดูถูกดูแคลนแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็น คนที่มีอำนาจมากกว่าก็ตาม


10 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในบ้านทรายทอง พจมานถูกปฏิบัติเสมือนกับคนรับใช้ ทั้งที่ความจริงแล้วชาติ กำเนิดของเธอไม่ได้ต่างไปจากพวกสว่างวงศ์เลย แต่ด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัวที่ต่ำต้อยกว่า เธอจึง ถูกข่มเหงรังแกจากพวกที่เรียกตนเองว่าผู้ดี เห็นได้จากคำพูดของพจมานที่ตอบโต้หม่อมพรรณรายว่า “…แต่เห็นว่าสมัยนี้คนที่จะนั่งพินอบพิเทาอยู่กับพื้นควรจะเป็นคนใช้เท่านั้น ดิฉันไม่ใช่คนใช้ ดิฉันมา อยู่ที่นี่อย่างญาติ ไม่ใช่ทาส ที่จะต้องหมอบติดกับพื้นเพื่อเป็นการเคารพ” ความหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีของพจมานเป็นอิทธิพลที่ส่งผลให้เธอไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ และ มักจะมีข้อต่อรองเข้ามาเป็นเงื่อนไข เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเองอยู่เสมอ ด้วยความเกลียดชังของหม่อมพรรณรายและลูกสาวคนเล็กอย่างภาวิณีจรัสเรือง พจมานจึงถูกข่มเหง รังแก และดูถูกเหยียดหยามต่าง ๆ นานา แต่เพราะความรัก ความทะนงในศักดิ์ศรีของตนเองและวงศ์ตระกูล ของเธอ เธอจึงไม่ยอมให้ใครมาเหยียดหยามได้ แม้จะอยู่ต่อหน้าสมาคมผู้ดีผู้มีฐานะสูงส่ง แต่หากผู้มีพระคุณ ของเธอถูกย่ำยีแล้ว ก็ยากที่พจมานจะยอมอยู่เฉยได้ ดังเหตุการณ์ตอนหนึ่งที่ทำให้เธอต้องปะทะคารมกับ หม่อมพรรณรายอย่างรุนแรง เนื่องจากหม่อมพรรณรายกล่าวร้ายและดูถูกแม่ของเธอก่อน ...พจมานหันกลับไปแล้วสองก้าว มือที่เอื้อมไปจะเปิดประตูชะงักเมื่อได้ยินคำว่า ‘ไพร่ไม่มีผิดแม่ของ มันเลย’ของหม่อมพรรณรายได้ถนัด หันกลับมาทันที หน้าแดงก่ำ ตาวาวราวกับนางพญางูถูกตีที่ปลายขดหาง “ดิฉันไม่ชอบให้ใครมาเหยียดหยามมารดาของดิฉัน บ้านทรายทองถือดีว่าเป็นพวกผู้ดีมีสกุลทุกๆคน แต่ดิฉันไม่เข้าใจว่า เหตุใดพวกที่เรียกตัวเองว่า ผู้ดี จึงดูหมิ่นคนได้ง่ายๆ คุณแม่ของดิฉันไม่เคยทำ ความเดือดร้อนให้ใคร” และอีกเหตุการณ์ตอนหนึ่งที่พจมานโต้แย้ง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้บิดามารดาผู้มีพระคุณและ วงศ์ตระกูลที่เธอรักว่า “พ่อและแม่ของพจไม่ใช่ลูกไพร่สารเลว ไม่ใช่หลานของคนเกกมะเหรกสำมะเลเทเมา พจอาจจะ กลับไปอยู่อีกก็ได้ แต่ไม่ใช่อยู่อย่างเจ้าของบ้าน และก็ไม่ใช่อยู่อย่างคนอาศัยชั้นต่ำต้องเจียมตัว ต้องอดทน สารพัด พจจะไปอยู่ในฐานะญาติ ซึ่งทุก ๆ คนควรสงสาร” ภาพลักษณ์ความหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีของพจมานทำให้เธอแตกต่างจากนางเอกในนวนิยายเรื่อง อื่น ๆ การไม่ยอมจำนนและตอบโต้กับพวกผู้ดีที่ดูถูกเหยียดวงศ์ตระกูลของเธออย่างห้าวหาญนั้น แสดงให้เห็น ความหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีของพจมานที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับบุคคลที่ปฏิบัติกับเธอด้วยเจตนาร้ายจ้องจะ ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอ เรื่องราวการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความยุติธรรมที่เธอควรได้รับสร้างความ ประทับใจให้แก่ผู้อ่าน จนพจมานกลายเป็นนากเอกในนวนิยายที่ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับจาก ผู้อ่านเสมอมา ลักษณะนิสัยใจของพจมานที่พึงประสงค์ : รักครอบครัวและวงศ์ตระกูล ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของพจมานมักจะมาพร้อมกับความรักที่มีต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลเสมอ เนื่องจากพจมานรักบิดาของตนมาก เธอจึงจำเป็นต้องจากบ้านสวนเดินทางเข้ากรุงย้ายไปอยู่ในบ้านทรายทอง เพื่อเรียนหนังสือต่อตามความประสงค์ของคุณพระดุลยธรรมพินิต การอยู่ในบ้านทรายทองทำให้เธอต้องต่อสู้ และรับมือกับการดูถูกเหยียดหยามครอบครัวและวงศ์ตระกูล เพียงเพราะคนในบ้านทรายทองไม่ได้เห็นเธอเป็น ญาติ จึงปฏิบัติติ่เธอย่างผู้อาศัยที่ต่ำต้อย และไร้เกียรติทุกครั้งที่พจมานตอบโต้การดูถูกเหยียดหยามจากหม่อม พรรณรายนั้นสาเหตุก็มาจากความรักของพจมานที่มีต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลพินิตนันท์ของเธอ ผู้เขียน


11 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ถ่ายทอดลักษณะนิสัยการรักครอบครัวของพจมานผ่านทางการกระทำของพจมาน และทัศนะของตัวละครอื่น ในเรื่อง ดังทัศนะของภราดาที่มองว่าพจมานเป็นคนรักครอบครัว โดยเฉพาะรักบิดาเปรียบเป็นยอดดวงใจ ทำ ให้ภราดามองว่าพจมานเป็นเด็กที่รักและเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา “เท่าที่ผมทราบ เขารักพ่อเป็นยอดดวงใจ” “เธออวดว่า เธอรักคุณพ่อ แต่เธอไม่ทำตามที่พ่อต้องการที่พ่อปรารถนา เธอรู้ไหมว่า ในสมุดปกสีน้ำ เงินของคุณพ่อเธอ มีอะไรบ้าง พจมาน” เช่นเดียวกับทัศนะและมุมมองของคุณนายดุลยธรรมพินิตแม่ของพจมาน ที่มองว่าพจมานเป็นเด็กที่มี ความกตัญญูต่อบิดามารดา ในการทำสิ่งต่าง ๆ ตามความประสงค์ของบิดาและมารดา และทำเพื่อครอบครัว “เรื่องพ่อกำจร ลูกไม่ชอบ แม่ก็ไม่รบเร้าแล้วต่อไปนี้ แต่ท่านชาย ลูกต้องคิดให้ดีนะลูกนะ ความกตัญญูต่อพ่อแม่ที่ลูกรู้จักคิด แม่ขอบใจลูก ...” ผู้เขียนถ่ายทอดลักษณะนิสัยของพจมานที่รักครอบครัวและวงศ์ตระกูล ผ่านคำพูดและการกระทำของ ตัวละครพจมานเองว่า พจมานสามารถเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อครอบครัวได้ เธอจึงลาออกจากโรงเรียนเมื่อ ทราบว่าครอบครัวจนลง และตั้งมั่นในการทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตนเองและคนในครอบครัว “ฉันจึงอยากจะกลับบ้าน ช่วยคุณแม่ทำมาหากินเก็บเงินทองส่งน้อง ๆ เข้ามาเรียน น้องคงจะรักฉัน มากขึ้น ที่ฉันคิดเธอเห็นว่าถูกไหม?” “อย่างไรก็ดี พจมานก็ยืนยันว่า เธอต้องทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงครอบครัวด้วย” ความรักที่มีต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลของพจมาน ทำให้เธอต้องยอมเสียสละเพื่อครอบครัวและ เดินทางเข้าไปอยู่ในบ้านทรายทอง ต้องอดทนต่อการถูกข่มเหงรังแกต่าง ๆ นานาเพื่อทำตามความประสงค์ของ บิดา นอกจากนี้ยังอดทนอยู่ในบ้านทราบทองเพื่อปกป้องครอบครัวและวงศ์ตระกูลของเธอ จนท้ายที่สุดเธอก็ สามารถพิสูจน์ได้ว่าครอบครัวและวงศ์ตระกูลของเธอไม่ได้เป็นดังเช่นคำที่ดูถูกเหยียดหยามที่ใครต่อใครว่าร้าย ให้ครอบครัวและวงศ์ตระกูลของเธอ ลักษณะนิสัยใจของพจมานที่ไม่พึงประสงค์: ก้าวร้าว และจองหอง แม้ว่าภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของพจมานจะเป็นภาพจำของนางเอกที่อยู่ในความทรงจำผู้อ่าน แต่ ในขณะเดียวกันพจมานก็มีลักษณะไม่พึงประสงค์ที่สะท้อนให้ภาพลักษณ์ด้านลบของเธออย่างเด่นชัด เนื่องจาก พจมานเป็นเด็กมีความกล้าเกินเด็ก พูดจาฉะฉาน ตรงไปตรงมา กล้าต่อปากต่อคำ โดยที่ไม่ได้ยอมให้ใครมาว่า ตนฝ่ายเดียว ความกล้าเกินเด็กของพจมาน ทำให้ให้เธอกลายเป็นเด็กที่มีความแตกต่างจากหญิงสาววัย เดียวกัน ดังที่คุณหลวงเวช นายแพทย์ประจำครอบครัวของคุณพระดุลยธรรมพินิตกล่าวไว้ว่าพจมานเป็นหญิง สาวที่งดงาม แต่เป็นความงามอย่าง “กล้าและประหลาด” “ความงามอย่างกล้าและประหลาด” เป็นภาพลักษณ์ของนางเอกที่แตกต่างไปจากนางเอกทั่วไปที่ มักจะอ่อนหวาน เป็นกุลสตรี และน่าทะนุถนอม ทว่าพจมานเป็นนางเอกที่ไม่กลัวคน ปากกล้า เชื่อมั่นในตัวเอง มีบุคลิกแบบ “แข็งนอกอ่อนใน” กล่าวคือเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น เธอจะกล้าต่อปากต่อคำ ใช้วาจาเผ็ดร้อน ไม่ ยอมคน แต่ลับหลังผู้คนแล้วพจมานก็จะทำให้ผู้อ่านสงสารเธอ ซึมซับไปกับความทุกข์ที่เธอได้รับ เนื่องจากพ่อ ของเธอสอนไว้ว่า“น้ำตาเป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอ ผู้มีเลือดอันทะนง ย่อมไม่ยอมเสียน้ำตาโดยไร้ ประโยชน์” พจมานจึงไม่ร้องไห้เพื่อและแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น


12 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ความกล้า เชื่อมั่นในตนเอง และรักในศักดิ์ศรี ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่ยอมคน และไม่ยอมให้ใครมา ดูหมิ่นตนเอง ครอบครัว หรือวงศ์ตระกูลได้จึงเป็นเหตุให้ผู้อื่นมองว่าพจมานเป็นเด็กที่ไม่เคารพผู้ใหญ่ ก้าวร้าว และจองหอง โดยผู้เขียนถ่ายทอดลักษณะนิสัยก้าวร้าว จองหองของพจมานผ่านทัศนะและมุมมองของหม่อม พรรณราย และจากการกระทำของพจมานที่พูดจาต่อปากต่อคำ เถียงผู้ใหญ่ จึงทำให้พจมานถูกนำไป เปรียบเทียบกับกิริยาของเด็กที่มีมารยาทว่าต้องสงบปากสงบคำ นั่งนิ่งเรียบร้อย ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของหม่อม พรรณรายที่กล่าวร้ายพจมานให้ภราดาพัฒน์รพีฟังว่า “…ไม่เหมือนนังลูกสาว อีเด็กคนนี้พูดจาระรานก้าวร้าวจัดจ้าน มันควรอยู่หรือ ที่จะลุกพรวดพราด สวนคำออกมา เมื่อแม่กำลังเล่าให้ท่านผู้หญิงฟัง ถ้าเด็กดีมีกิริยา ก็ควรสงบปากสงบคำนั่งนิ่งฟังผู้ใหญ่เขาพูด เขาสนทนากันและก้อผู้ใหญ่ที่มาบ้านเราวันนี้ทั้งหมด ล้วนแต่ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น เขาจะรู้สึกอย่างไร ที่เราเชิญเขามา เพื่อให้เด็กไพร่ ๆ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยืนถากถางชี้หน้าว่าผู้ดีเลวยังงั้น ผู้ดีเลวยังงี้...” จะเห็นได้ว่าความก้าวร้าวของพจมานแสดงออกจากการกระทำเมื่อครั้งที่เธอไม่สามารถเมินเฉยต่อการ ดูถูกเหยียดหยามครอบครัวและวงศ์ตระกูลของเธอได้ เธอจึงแสดงพฤติกรรมดังกล่าวออกมา ทำให้หม่อม พรรณรายมองว่าพจมานเป็นเด็กก้าวร้าวจัดจ้าน เช่นเดียวกับภาระดีสว่างวัฒน์ ผู้ปกครองของพจมานครั้งเมื่อ มาอาศัยอยู่ในบ้านทรายทอง มีทัศนะและมุมมองต่อลักษณะนิสัยของพจมานว่าการพูดของพจมานแต่ละคำพูด เกินเด็ก ไม่สมควรพูดกับผู้ใหญ่ จึงทำให้ภาระดีมองว่าพจมานเป็นเด็กก้าวร้าว จองหอง ดังคำพูดที่ภาระดีสว่าง วัฒน์ต่อว่าพจมานว่า “ฉันไม่ชอบคำพูดก้าวร้าวของหล่อน หล่อนเป็นเด็ก...” “ไม่เคยได้ยินคำพูดของเด็กคนไหน จองหองเหมือนเด็กคนนี้เลย…” “...คำพูดของหล่อนแต่ละคำเกินเด็ก ราวกับจะมาเป็นพี่คนหัวปีของฉันด้วยซ้ำ รู้ไหมล่ะ ยังงี้เขา เรียกว่า ปากจัด คนจัดจ้าน” คำพูดเกินเด็ก ก้าวร้าว และจองหองของพจมานเป็นลักษณะนิสัยที่สะท้อนภาพลักษณ์เชิงลบของเธอ ทำให้เธอถูกมองว่าเป็นคนก้าวร้าวจัดจ้าน ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่ไม่พึงประสงค์สำหรับเด็กในวัยอย่างพจมาน อีกทั้งผู้เขียนยังได้ถ่ายทอดลักษณะนิสัยด้านลบของพจมานผ่านทัศนะและมุมมองของภาวิณีจรัสเรืองว่า พจมานเป็นคนไม่เจียมเนื้อเจียมตัว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง และมีท่าทางจองหองต่อตน จึงทำให้ภาวิณีมองว่าพจมาน เป็นเด็กก้าวร้าว จองหอง ดังคพูดของภาวิณีจรัสเรืองว่า “...อาศัยเขาอยู่มันต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ยกตนขึ้นเทียบทานจึงถูกต้อง...ท่าทางมันจองหองชอบกล ชอบแสดงตัวว่าเป็นญาติกับเรา” ลักษณะนิสัยก้าวร้าวจองหองที่แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ด้านลบของพจมาน ผู้เขียนนำเสนอผ่านทัศนะ และมุมมองของตัวละครอื่นที่มองว่าพจมานมีลักษณะนิสัย ก้าวร้าว จองหอง ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านี้ล้วนแต่ เป็นผลจากภาพลักษณ์และลักษณะนิสัยของพจมานที่แสดงออดว่าตนเองเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าหาญ หยิ่งทะนง และไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นเด็กก้าวร้าวและจองหองอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ลักษณะนิสัยใจของพจมานที่ไม่พึงประสงค์ : ดื้อรั้น และหัวแข็ง ไม่ฟังใคร ลักษณะนิสัยที่สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ด้านลบของพจมานอีกอย่างหนึ่ง คือ ลักษณะนิสัยดื้อ ไม่ฟัง ใคร ซึ่งถูกถ่ายทอดให้เห็นอย่างเด่นชัด เนื่องจากพจมานเป็นเด็กแสบซน หัวแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง ชอบทำอะไร


13 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตามใจตนเองมากเกินไป ไม่ค่อยฟังคำเตือนของใคร จึงเป็นเหตุให้ผู้อื่นมองว่าพจมานดื้อรั้น แม้กระทั่งตัว พจมานเองที่ยังมองว่าตัวเองมีความดื้อรั้น ไม่ฟังคำเตือนจากผู้ใหญ่ โดยผู้เขียนได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของ พจมานที่สะท้อนลักษณะนิสัยด้านลบผ่านทางการกระทำของพจมาน จากทัศนะและมุมมองตัวละครในเรื่อง ดังที่ภราดาพัฒน์รพีแสดงทัศนะต่อกระทำของพจมานว่ามีความดื้อรั้น หัวแข็ง ทำอะไรไม่สนใจใคร แม้กระทั่งผู้ เป็นแม่ก็ไม่สามารถปกครองพจมานได้ ดังคำพูดของภราดาพัฒน์รพีว่า “…เพราะรู้ว่า เด็กคนนี้เป็นสาวหัวแข็ง ยากที่แม่ของแก ซึ่งเป็นผู้หญิงอ่อนแอจะนำลูกสาวไปในทางที่ เชิดชูวงศ์ตระกูลได้...” “เธออวดแต่ว่าเธอเป็นพินิตนันท์ ชอบหัวรั้นทำอะไรไปในทางที่ผิด” ความหัวแข็งและเชื่อมั่นในตนเองของพจมาน ทำให้เธอเป็นเด็กดื้อ รั้น และไม่เชื่อฟังใคร แม้แต่คุณนายดุลยธรรมพินิต ซึ่งเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ก็ไม่สามารถชักจูงพจมานได้ เช่นเดียวกับทัศนะและมุมมองของท่านชาย เอนกนพรัตน์ที่ผู้เขียนนำเสนอว่าพจมานเป็นคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่มีข้อเสียอย่างเดียว คือ หัวดื้อ และไม่ฟังใคร ดังคำพูดของท่านชาย เอนกนพรัตน์ที่กล่าวกับสุทธิพงศ์ว่า “…ฉันรักพจมานเสียแล้วละ ทั้งรักและสงสาร ที่แกถูกกีดกัน และ จูงไปในทางที่เสียอย่างเจตนา ยิ่งมองดูหน้าก็ยิ่งสงสาร เสียอย่างเดียวหัวดื้อ” “ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ จะจับตีให้เข็ดที่ดื้อหัวรั้น” ไม่เพียงแต่ตัวละครอื่น ๆ ในเรื่องเท่านั้นที่ผู้เขียนถ่ายทอดทัศนะ และมุมมองต่อลักษณะนิสัยดื้อรั้น ไม่ฟังใครของพจมา แม้แต่พจมานเองยังได้แสดงทัศนะและมุมมองผ่านการ กระทำของตนเองว่าตัวเองดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองเกินเหตุ อยากแต่จะเอาชนะ ไม่ยอมฟังคำเตือนของผู้ใหญ่ที่ห้าม ที่เตือน จนเกือบจะเกิดเรื่องไม่ดี ดังคำพูดที่พจมานกล่าวกับภาระดีสว่างวัฒน์ว่า “…นึกโทษตัวเองว่าผู้ใหญ่เขาห้ามแล้วก็ยังหัวดื้อ จะเอาชนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะต้องรับผิดชอบด้วย ตัวเอง เคราะห์ดีที่มาพบนกุล ไม่งั้นเที่ยวไม่สนุกแน่” ทัศนะและมุมมองของตัวละครที่แสดงออกผ่านการกระทำของพจมาน ผู้เขียนถ่ายทอดลักษณะนิสัย และภาพลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าพจมานมีลักษณะนิสัยดื้อรั้น ไม่ฟังใคร เนื่องมาจากลักษณะนิสัยของพจมาน ที่เป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง จึงไม่ค่อยฟังคำเตือนจากผู้อื่น เป็นเด็กหัวแข็งและสอนยาก ซึ่งแตกต่างกับ เด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน นวนิยายเรื่อง “บ้านทรายทอง” เป็นวรรณกรรมอมตะคลาสสิกแห่งยุคที่ยังคงอยู่ในกระแสวัฒนธรรม ทุกยุคทกสมัยและยังได้รับความนิยมจากผู้อ่านเสมอมา เนื่องจากภาพลักษณ์ของตัวละครเอกอย่างพจมาน ที่ผู้ประพันธ์บรรจงสร้างให้ “พจมาน” โลดแล่นอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำของนักอ่านทั้งประเทศมามากกว่า ครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่พุทธศักราช 2493 ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่าแม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเพียงใด นวนิยาย เรื่องบ้านทรายทอง และนางเอกของเรื่องอย่างพจมานยังอยู่ในความทรงจำของนักอ่านเสมอมา ภาพลักษณ์ ของพจมาน คือ ภาพของเด็กสาวถักเปีย ผู้ทะนงในศักดิ์ศรี มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าต่อปากต่อคำชนิดที่ไม่ ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ยอมให้ถูกข่มเหงรังแกเพียงฝ่ายเดียว และไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตาที่ยอมศิโรราบต่อ


14 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ชะตาชีวิตดังเช่นนางเอกในนวนิยายพาฝันหรือภาพยนต์ไทยหลายต่อหลายเรื่อง จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเธอ กลายเป็นภาพจำของนางเอกในวรรณกรรมไทยสมัยใหม่ที่แตกต่างออกไป และเป็น พจมาน พินิตนันท์ ที่ชนะ ใจผู้อ่านเสมอ เอกสารอ้างอิง ก. สุรางคนางค์. (2558). บ้านทรายทอง. (พิมพ์รวมเล่มครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: บ้าน ณ วรรณกรรม


15 รายวิชา 208321 วรรณกรรมวิจารณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 สมาชิก 1. นายนภดล ศิริวุธ รหัสนิสิต 63411964 เลขที่ 26 2. นายนวพล วงศ์หล่มแก้ว รหัสนิสิต 63412046 เลขที่ 27 3. นางสาวรสธร กลั่นชาติ รหัสนิสิต 63413203 เลขที่ 43 4. นางสาวศิริวรรรณ หนูผาสุก รหัสนิสิต 63413814 เลขที่ 47 5. นางสาวสิรินยา พิลึกเรือง รหัสนิสิต 63414118 เลขที่ 49 6. นางสาวสิริมณี หมู่ธิมา รหัสนิสิต 63414125 เลขที่ 50 7. นายสุขรินทร์ เครือวัลย์ รหัสนิสิต 63414163 เลขที่ 51 8. นางสาวสุดารัตน์ ทัดช่อม่วง รหัสนิสิต 63414200 เลขที่ 53 9. นางสาวสุวนันท์ วิเศษสังข์ รหัสนิสิต 63414408 เลขที่ 56 10. นางสาวอมรวรรณ กันทองสุข รหัสนิสิต 63414576 เลขที่ 59 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 3


Click to View FlipBook Version