The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aum2407amornwan, 2024-06-20 13:08:00

บทเรียนป.6

บทเรียนป.6

.


แบบเรียนภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่อง การอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ผู้เรียบเรียง ผู้ตรวจ ผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท สำนักพิมพ์อ่านดี จำกัด


หนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ เล่มนี้เป็นหนังสือพัฒนาทักษะทาง ภาษาไทยที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย รวมไปถึงเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่าน สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยมีเนื้อหาและกิจกรรมสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งเสนอแนะกิจกรรมที่หลากหลายซึ่ง ครูและนักเรียนสามารถนำไปใช้ประกอบการเรียนรู้ให้เกิดทักษะทางภาษาไทย ทั้งการอ่าน การเขียน หลักการใช้ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม หนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ เล่มนี้ จัดแบ่งรายละเอียดของเนื้อหาสาระ ตามลำดับ โดยใช้บทอ่านเป็นหลักแล้วสอดแทรกความรู้เรื่องหลักการใช้ภาษาไทย ซึ่ง ประกอบด้วยบทอ่าน เรื่อง ภูมิปัญญาวิชาชาวบ้าน ความรู้ทางภาษา เรื่อง พยางค์ คำ กลุ่มคำ อักษรนำและอักษรควบ บทอ่านเสริมนิทาน เรื่อง สมุนไพรช่วยชีวิต บทร้อยกรอง เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมการเรียนรู้กิจกรรมเสนอแนะ และแบบทดสอบ เพื่อเป็นการฝึก ทักษะการคิด การอ่าน การเขียน รวมไปถึงทักษะด้านวรรณคดีและวรรณกรรม แบบบูรณา การเนื้อหาสาระต่าง ๆ เพื่อเน้นให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม และเกิดการเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ สร้างค่านิยมอันดีงาม รักความเป็นไทย ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รักการอ่าน การเขียน และการศึกษาค้นคว้า ดังนั้น หนังสือ อ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ จึงเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ ทันสมัย ครบถ้วนสมบูรณ์ และเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนทำให้หนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ เล่มนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะเป็นสื่อการเรียนการ สอนที่อำนวยประโยชน์ต่อผู้สอน ผู้เรียน ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจใฝ่เรียนรู้ในภาษาไทย หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดทำ คำนำ


๑. ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้เข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด หรือ สิ่งอันพึงประสงค์ที่ควรจะเกิดแก่นักเรียน ๒. ศึกษาหนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ อย่างละเอียด เพื่อใช้เป็น สื่อในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย รวมทั้งศึกษาสื่อชนิดอื่น ๆ เพื่อใช้เสริม ในการจัดการเรียนการสอน แล้วจัดหน่วยการเรียนรู้และ แผนการจัดการเรียนรู้ ตามความเหมาะสม ๓. ศึกษาพื้นฐานความรู้ความสามารถด้านภาษาไทยและด้านอื่น ๆ ของ นักเรียน โดยใช้วิธีปฏิบัติกิจกรรม ทดสอบ สัมภาษณ์ ฯลฯ และก่อนเริ่มบทเรียน ควรเตรียมความพร้อมอย่างน้อย ๑-๒ สัปดาห์ ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวการนำเสนอเนื้อหาสาระของหนังสือ อ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ ซึ่งประกอบด้วย บทอ่าน เรื่อง ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน ที่นำเสนอโดยผูกเป็นเรื่องราวให้ น่าสนใจ สร้างตัวละคร และเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้สนุกสนานเพลิดเพลิน ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สอดแทรกการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ไพเราะสละสลวย และเนื้อหาความคิดที่บูรณาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีความเป็นไทยตาม เป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมอันพึง ประสงค์ คำแนะนำการใช้หนังสือสำหรับครู การวางแผนจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยใช้หนังสือ อ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑


บทอ่านเสริม จัดไว้เพิ่มเติมจากบทอ่าน เรียบเรียงขึ้นให้สอดคล้องกับ แก่นของเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีความเป็นไทยที่เป็นใจความสำคัญหลัก ซึ่งจัดทำในรูปแบบของบทอ่านร้อยแก้ว ประกอบด้วย นิทาน เรื่อง สมุนไพร ช่วยชีวิต และอ่านเสริมความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง บทร้อยกรอง ประกอบด้วย บทร้อยกรอง เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง โดยแฝงข้อคิด และ เกร็ดความรู้ที่นักเรียนควรจะได้เรียนรู้เพิ่มเติม อ่านเพิ่ม เติมความหมาย เป็นการนำเเสนอความรู้เพิ่มเติม และ ความหมายของคำศัพท์จากบทอ่านที่นักเรียนควรศึกษา ความรู้ทางภาษา เสนอเนื้อหาให้ความรู้ความเข้าใจด้านหลักการใช้ ภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งมีเนื้อหา สาระเกี่ยวกับ เรื่อง พยางค์ คำ กลุ่มคำ อักษรนำและอักษรควบ และแบบฝึกหัด กิจกรรม เป็นส่วนเสนอแนะให้นักเรียนได้ฝึกทักษะภาษาและความคิด ในแต่ละบท ครูสามารถต่อยอดความคิด หรือปรับกิจกรรมได้อย่างอิสระ และ สร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับนักเรียน สภาพแวดล้อมของแต่ละสถานศึกษา ไม่ จำเป็นต้องทำทุกกิจกรรม ให้เลือกตามความเหมาะสม แบบทดสอบ เป็นการสรุปองค์ความรู้จากเนื้อหาสาระทั้งหมดของ เนื้อหา ซึ่งเป็นแบบทดสอบในรูปแบบปรนัย เพื่อทดสอบความรู้ความเข้าใจของ นักเรียน


แบบเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่อง การอ่าน มีการนำเสนอเนื้อหา ดังนี้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้ทราบเป้าหมายการเรียนรู้ของหนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม.๑ แผนผังเนื้อหา เป็นการระบุรายละเอียดของเนื้อหาบทเรียน ว่าประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดใดบ้าง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ บทอ่าน เป็นบทเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีความเป็นไทย ร้อย เรียงเป็นเรื่องราว และกระตุ้นความสนใจด้วยภาพ สอดแทรกข้อคิด และแนวทางการ ดำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการอ่าน ไปพร้อมกับการซึมซับคุณธรรมจริยธรรม บทเรียนเสริม เป็นเป็นการนำเนื้อหาด้านอื่นมาเพิ่มเติมจากบทอ่านเสริมสร้างการ เรียนรู้ โดยเนื้อหาต้องเกี่ยวข้องกับสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หรือ ต้องให้ความรู้เพิ่มเติม จากเนื้อหาของบทเรียนหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย กิจกรรม แบบฝึกหัด และแบบทดสอบ กิจกรรม เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา บทเรียน และพัฒนาทักษะทางภาษาไทยนักเรียนให้ตรงตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดที่ กำหนดไว้ นักเรียนต้องแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ ความเข้าใจบทเรียนอย่างแท้จริง ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาตลอดบทเรียนนั้นไปพัฒนาและต่อยอดองค์ ความรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยสามารถจัดทำในรูปแบบกิจกรรมท้าย บทเรียน หรือกิจกรรมเสนอแนะตามความเหมาะสมของเนื้อหา แบบฝึกหัดและแบบทดสอบ เป็นการทบทวนและตรวจสอบความรู้ความเข้าของ นักเรียน ทั้งเรื่องหลักการใช้ภาษาไทย ตลอดจนความรู้จากเนื้อหาส่วนอื่น ๆ ของหนังสือ เพื่อวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของหนังสืออ่านให้คล่อง ก่อนน้องขึ้น ม. ๑ คำแนะนำการใช้หนังสือสำหรับนักเรียน


สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ป. ๖/๑ ท ๑.๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรองถูกต้อง ป. ๖/๒ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำ ประโยค และข้อความ ที่เป็นโวหาร สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ป. ๖/๒ ท ๒.๑ เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน และ เหมาะสม ป. ๖/๕ ท ๒.๑ เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและ วรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ป. ๖/๑ ท ๕.๑ แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรม ที่อ่าน ป. ๖/๓ ท ๕.๑ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ป. ๖/๔ ท ๕.๑ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด และ บทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ มาตรฐาน ตัวชี้วัด


๑. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๒. เพื่อเตรียมความพร้อมของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ใน การเลื่อนสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๓. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะสำคัญของนักเรียนในด้านการจัดการ ตนเอง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการเป็นพลเมืองที่แข็งแรง ๔. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนในด้านความซื่อสัตย์ สุจริต ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง และรักความเป็นไทย วัตถุประสงค์


หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ กำหนดให้ภาษาไทย เป็นทักษะที่สำคัญจำเป็นต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญใน การใช้ภาษาไทยเพื่อการติดต่อสื่อสารและสร้างการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง ดังนั้นผู้เรียนควรได้รับการเรียนรู้และใช้ภาษาไทยได้ อย่างถูกต้อง ซึ่งการเรียนการสอนภาษาไทย เป็นทักษะที่ต้องฝึกจนเกิดความ เข้าใจ ให้สามารถนำไปใช้ในการอ่าน เขียน ฟัง ดู และพูด เพื่อเป็นการเสริมสร้าง องค์ความรู้และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ จากการลงปฏิบัติฝึกวิชาชีพครู ๓ พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มี ปัญหาอ่านไม่ออก อ่านไม่คล่อง คณะผู้จัดทำจึงคิดที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว โดย การจัดทำบทเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อพัฒนาทักษะการ อ่านของนักเรียน และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเลื่อนระดับชั้นสู่มัธยมศึกษา ปีที่ ๑ โดยในบทเรียนภาษาไทยเล่มนี้ประกอบด้วย บทอ่านร้อยแก้วและบทร้อย กรอง คำศัพท์น่ารู้จากบทอ่าน กิจกรรมการเรียนรู้ความรู้ทางหลักภาษาไทย แบบฝึกหัด และแบบทดสอบท้ายบท บทเรียนภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เล่มนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ พัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนและเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนใน การเลื่อนสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ต่อไป แนวคิดและหลักการ


หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน คำศัพท์น่ารู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ความรู้ทางภาษา - พยางค์ คำ กลุ่มคำ - อักษรนำและอักษรควบ แบบฝึกหัด - พยางค์ คำ กลุ่มคำ - อักษรนำและอักษรควบ อ่านเสริมบทเรียน “นิทาน เรื่อง สมุนไพรช่วยชีวิต” คำศัพท์น่ารู้ กิจกรรมการเรียนรู้ บทร้อยกรอง “เศรษฐกิจพอเพียง” เสริมความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมเสนอแนะ แบบทดสอบ บรรณานุกรม สารบัญ


แผนผังเนื้อหา ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน เนื้อเรื่อง หลักภาษาไทย ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน มฐ. ท ๑.๑ ป. ๖/๑ มฐ. ท ๒.๑ ป .๖/๒ ป. ๖/๕ มฐ. ท ๕.๑ ป. ๖/๑ ป. ๖/๓ อ่านเสริมบทเรียน “นิทาน เรื่อง สมุนไพรช่วยชีวิต” มฐ. ท ๑.๑ ป. ๖/๑ มฐ. ท ๒.๑ ป .๖/๒ ป. ๖/๕ มฐ. ท ๕.๑ ป. ๖/๑ ป. ๖/๓ บทร้อยกรอง “เศรษฐกิจพอเพียง” มฐ. ท ๑.๑ ป. ๖/๑ มฐ. ท ๕.๑ ป. ๖/๔ ความรู้ทางภาษา มฐ. ท ๑.๑ ป. ๖/๑ ป. ๖/๒ มฐ. ท ๒.๑ ป .๖/๒ เสริมความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มฐ. ท ๑.๑ ป. ๖/๑


มาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๒.๑ ตัวชี้วัดข้อ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด ตัวชี้วัดข้อ ๒. เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจน และเหมาะสม ตัวชี้วัดข้อ ๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนา งานเขียน ตัวชี้วัดข้อ ๔. เขียนเรียงความ ตัวชี้วัดข้อ ๕. เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดข้อ ๖. เขียนจดหมายส่วนตัว ตัวชี้วัดข้อ ๗. กรอกแบบรายการต่างๆ ตัวชี้วัดข้อ ๘. เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัดข้อ ๙. มีมารยาทในการเขียน มาตรฐาน ท ๕.๑ ตัวชี้วัดข้อ ๑. แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือ วรรณกรรมที่อ่าน ตัวชี้วัดข้อ ๒. เล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเอง และ นิทานฟื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น ตัวชี้วัดข้อ ๓. อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน และน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิต จริง ตัวชี้วัดข้อ ๔. ท่องจ าบทอาขยานตามที่ก าหนด และ บทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ มาตรฐาน ท ๓.๑ ตัวชี้วัดข้อ ๑. พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟัง และดู ตัวชี้วัดข้อ ๒. ตั้งค าถามและตอบค าถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟัง และดู ตัวชี้วัดข้อ ๓. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณา อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัดข้อ ๔. พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการ ฟัง การดู และการสนทนา ตัวชี้วัดข้อ ๕. พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ ตัวชี้วัดข้อ ๖. มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด มาตรฐาน ท ๔.๑ ตัวชี้วัดข้อ ๑. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค ตัวชี้วัดข้อ ๒. ใช้ค าได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ตัวชี้วัดข้อ ๓. รวบรวมและบอกความหมายของค า ภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ตัวชี้วัดข้อ ๔. ระบุลักษณะของประโยค ตัวชี้วัดข้อ ๕. แต่งบทร้อยกรอง ตัวชี้วัดข้อ ๖. วิเคราะห์และเปรียบเทียบส านวนที่เป็นค าพังเพย และสุภาษิต มาตรฐาน ท ๑.๑ ตัวชี้วัดข้อ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดข้อ ๒. อธิบายความหมายของค า ประโยค และข้อความที่เป็นโวหาร ตัวชี้วัดข้อ ๓. อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลายโดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดข้อ ๔. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดข้อ ๕. อธิบายการน าความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดข้อ ๖. อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย ค าสั่ง ข้อแนะน า และ ปฏิบัติตาม ตัวชี้วัดข้อ ๗. อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ ตัวชี้วัดข้อ ๘. อ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รับ ตัวชี้วัดข้อ ๙. มีมารยาทในการอ่าน


เอ๊กอี้เอ้กเอ๊ก! เสียงไก่ขันดังขึ้นโดยพร้อมเพรียง ฝูงนกรายเรียง บินวนบนท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่เริ่มผุดขึ้นมา จากผืนพสุธามุ่งสู่ฟ้า กว้างไกล เช้าวันใหม่ที่อากาศแจ่มใสได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชาวบ้านตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างกันอย่างขะมักเขม้น “หาว...ง่วงจังเลย” เสียงใสของเด็กหญิงวัย ๘ ขวบคนหนึ่งดังมาจากบ้าน สวนที่ท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงพอใจอาศัยอยู่กับตาและยายที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในชนบท หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน


เด็กหญิงพอใจได้เดินไปหาตากับยายที่สวนหลังบ้าน ยืนมองตากับยายที่ กำลังทำอะไรบางอย่างที่แปลงผัก “ยายจ๋า ทำอะไรอยู่จ๊ะ” เด็กหญิงพอใจ เอ่ยถามด้วยความฉงน “ยายเก็บผักอยู่น่ะลูก” ยายตอบพร้อมกับยื่นตะกร้าผักให้ หลานตัวน้อยดู ในตะกร้านั้นมีผักอยู่มากมายหลากหลายชนิดทั้ง พริก ชะอม ดอกแค มะเขือ ถั่วฝักยาว “โห้! ผักเยอะแยะมากมายเลยจ้ะ” เด็กน้อยพูดด้วยความ ตื่นเต้น ยายที่ได้เห็นท่าทางตื่นเต้นของหลานตัวน้อยนั้นก็ได้เอ่ยขึ้น “เดี๋ยวยาย จะเอาผักพวกนี้ไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้กินนะจ๊ะ” หลังจาก ยายพูดจบ เด็กหญิงตัวน้อยก็เอ่ยถาม “ยายจะทำอะไรให้หนูกินจ๊ะ” “วันนี้ยายจะทำแกงส้มดอกแคใส่กุ้ง ไข่เจียวชะอม น้ำพริกกะปิ กับผักลวก และปลาทูทอด” ยายบอกชื่อเมนูอาหารที่จะทำในเช้านี้ให้ หลานฟังด้วยความเอ็นดู


“ทำไมยายทำแต่เมนูที่มีผักหรือจ๊ะ แล้ว...มันจะอร่อยจริง ๆ ใช่ ไหมจ๊ะ” เด็กน้อยทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเคลือบแคลงใจ เมื่อยาย ได้ยินหลานสาวพูดดังนั้น จึงตอบหลานสาวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า “เพราะว่า ผักเหล่านี้เป็นผักสวนครัวที่เราปลูกขึ้นเอง เราไม่ ต้องไปหาซื้อข้างนอก แถมผักเหล่านี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายเลยนะ” ยายเอ่ยบอก “ยังไงหรือจ๊ะ” เด็กหญิงพอใจฉงนใจกับคำพูดของยาย และได้ แต่คิดสงสัยในใจ ยายที่เห็นหลานทำหน้าสงสัยจึงพาเด็กสาวเดินดูผัก สวนครัวที่ปลูกบริเวณหลังบ้าน พร้อมบอกสรรพคุณของผักเหล่านั้น “ต้นนี้เรียกว่า ต้นกะเพรา” ยายพูด พร้อมกับเด็ดยอดใบกะเพรามาให้หลานสาว ได้ดู “ต้นกะเพรามีสรรพคุณในการแก้อาการ ปวด จุกเสียด ขับลมในท้อง ป้องกันอาการ ไข้หวัด อาการคลื่นไส้อาเจียน และช่วยดับ กลิ่นคาวในอาหารได้” เด็กน้อยฟังยายพูดด้วย ความตั้งใจ “ต่อไป ต้นตะไคร้ ตะไคร้เรานิยมนำมาใช้ในการเพิ่มกลิ่นของ อาหารให้หอมขึ้น เช่น ต้มยำ ที่เรากินกันบ่อย ๆ หรือ นำมาดับกลิ่นของ อาหาร เช่น ปลาเผา


เราจะนำตะไคร้มาทุบและยัดใส่ในท้องปลา เพื่อลดกลิ่นคาวของปลา” เด็กหญิงพยักหน้า ด้วยความเข้าใจ “และต้นตะไคร้ยังมีสรรพคุณ ทางยา คือ มีฤทธิ์ในการขับลมและแก้ท้องอืด นอกจากนี้ชาวบ้านเรายังนิยมนำเอากลิ่นที่ หอมของตะไคร้มาใช้ในการไล่ยุงด้วย” หลังจากนั้นยายได้พาหลานสาวเดินดูพืชผักมาเรื่อย ๆ จนมาถึงบริเวณที่ ตารดน้ำต้นไม้อยู่ หลานสาวจึงเอ่ยถามตาด้วยความสนใจว่า “ตารดน้ำ ต้นอะไรอยู่หรือจ๊ะ ต้นไม้นี้มีประโยชน์เหมือนผักอื่น ๆ ไหมจ๊ะ” ตายิ้ม อ่อน ให้หลานสาว พร้อมกับทั้งอธิบายถึงสรรพคุณของมะกรูดให้ หลานสาวฟัง “นี่คือมะกรูด ใบมะกรูดมีสรรพคุณในการช่วยแก้ไอและเสมหะ แก้ช้ำใน และช่วยเพิ่มกลิ่นของอาหารให้น่ากินมากยิ่งขึ้น” “แล้วลูกมะกรูดใช้ทำอะไรได้บ้างจ๊ะ” เด็กน้อยพูดพลางเขย่งเอื้อมมือจะหยิบลูก มะกรูด ตาที่เฝ้ามองหลานสาวตัวน้อยด้วย สายตาเอ็นดู จึงเด็ดลูกมะกรูดให้หลานสาวได้ ลองดม “เป็นไงบ้าง ได้กลิ่นอะไรไหม”


“ได้กลิ่นหอมจ้ะ” เด็กน้อยเงยหน้ามองผู้เป็นตาด้วยสีหน้ายิ้ม แย้ม “ลูกมะกรูด ก็มีประโยชน์หลายอย่าง ผู้คนในสมัยก่อนนิยมใช้ ผิวมะกรูดนำมาทำเป็นยา ทั้งยาบำรุงหัวใจ ยาแก้วิงเวียนศีรษะ อาการ นอนไม่หลับ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากนี้ยังนำมาทำเป็น สบู่ ยาสระผม และใช้ในการดับกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย” ตาเอ่ย “เอ๊ะ! ดอกเหลือง ๆ นี้คือดอกอะไรหรือจ๊ะตา” เด็กหญิงพอใจเหลือบสายตาขึ้นไปเห็นดอกไม้สี เหลืองสวยสดบนไม้ยืนต้นข้าง ๆ ต้นมะกรูด พร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่ดอกไม้นั้น “นี่คือดอกโสน ดอกโสนสามารถกินได้ ส่วนมาก นิยมนำมาทอดใส่ไข่ ผัดกับน้ำมันหอย หรือ นำมาทำขนมที่เราเรียกว่า ขนมดอกโสน ดอกโสนเป็นยาแก้พิษร้อน ช่วยถอนพิษไข้ แก้อาการมวนท้อง ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัด ต่อย และบำรุงโลหิต” “ อ๋อ…แล้วผักที่เราจะกินกันล่ะจ้ะ” เด็กน้อยชะโงกหน้ามอง ผักในตะกร้าแล้วหยิบชะอมขึ้นมาถามยาย


“นี่คือชะอม ชะอมเป็นผักที่มี กลิ่นแรงเฉพาะตัว บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ชะอมมีสรรพคุณทางยามากมาย ทั้งมี วิตามินเอสูงช่วยในการบำรุงสายตาและ ต่อต้านอนุมูลอิสระ มีกากใยอาหารสูง ช่วยในการขับถ่าย แก้ท้องผูก รากของ ชะอมสามารถแก้อาการท้องอืด และปวดท้องได้” เด็กน้อยพยักหน้าด้วย ความเข้าใจ และทำท่ากำลังจะเอ่ยถามยายอีกครั้ง แต่ยายพูดขัด หลานสาวขึ้นมาก่อน “เอาล่ะ ๆ เดี๋ยวเราไปทำอาหารกันก่อนดีกว่า ใกล้ได้เวลากิน ข้าวแล้ว” หลังจากนั้นสองยายหลานก็ได้เดินมุ่งหน้าสู่ครัว เพื่อเตรียมตัว ในการทำอาหารเช้า หลังจากกินอาหารเสร็จ ยายและตาได้พาเด็กหญิงพอใจไปที่ สวนผักหลังบ้านอีกครั้ง เพื่อจะไปเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้ไปฝากเพื่อน บ้านที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ กัน “พอใจ หนูช่วยยายเก็บดอกโสนไปให้ลุงศักดิ์หน่อยได้ไหมจ๊ะ ต้นโสนบ้านเราออกดอกเยอะแยะเลย ” “ทำไมถึงต้องเอาไปให้คนอื่นด้วยล่ะจ๊ะ” เด็กหญิงถามด้วยความ สงสัย


“ดอกโสนบ้านเราออกดอกเยอะ เหลือทิ้งไว้ก็ร่วงลงพื้นหมด เราแบ่งเอาไปให้คนอื่นดีกว่า เพราะป้าสมพรเขาก็เคยทำแกงเลียงมาให้ เราบ่อย ๆ ” “ใช่แกงที่มีผักเยอะ ๆ ไหมจ๊ะ อืม...งั้นแสดงว่าบ้านป้าสมพร ปลูกผักเยอะใช่ไหมจ๊ะ ถึงทำแกงเลียงมาให้เราได้บ่อย ๆ” เด็กน้อยทำตา ลุกวาว และพูดด้วยความตื่นเต้น “เอ๊ะ! ทำไมถึงมีแต่คนปลูกผักเหรอจ๊ะ เมื่อวันก่อน พี่ติ๋ม ลูกน้ายอดก็เพิ่งเอาถั่วฝักยาวกับถั่วพูมาให้” ยายที่เห็นหลานสาวถามเช่นนั้น จึงตอบหลานสาวด้วยความเอ็นดู โดยให้ เหตุผลว่า “หมู่บ้านแห่งนี้มักจะมีการแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ การแบ่งปันพืชผักสวนครัวที่แต่ละครัวเรือนได้ปลูกไว้ใช้ประโยชน์ จาก โครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” “ทำไมหมู่บ้านเราถึงมีโครงการนี้ขึ้นมาเหรอจ๊ะ”


“โครงการนี้ เป็นโครงการที่หมู่บ้านจัดทำขึ้นโดยน้อมนำเอา หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาช่วยสอนให้ประชาชน รู้จักประหยัด อดออม พอเพียง มีน้ำใจในการแบ่งซึ่งกันและกัน หาก ครัวเรือนไหนมีผักจำนวนมากก็จะนำไปแบ่งหรือนำไปแลกกับผักชนิดอื่น ที่บ้านหลังอื่น ๆ ได้ปลูกไว้” ยายอธิบายให้หลานได้เห็นถึงความสำคัญ ของโครงการที่หมู่บ้านจัดทำขึ้น ตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และ ได้อธิบายเพิ่มว่า “เช่นแบบวันนี้ ลุงศักดิ์ที่อยู่บ้านตรงข้ามได้นำมะละกอสุกมาให้ ยายจึงตอบแทนน้ำใจด้วยการเก็บผักสวนครัวที่มีไปให้บ้าง บางคนนำเอา ปลาที่เลี้ยงเองมาให้ ยายก็ให้ไข่ไก่ที่เลี้ยงไว้เป็นสิ่งตอบแทนเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ แบ่งปันซึ่งกันและกันของคนใน หมู่บ้านจ้ะ” และนอกจากหมู่บ้านแห่งนี้จะปลูกผักแล้ว ยังมีการเลี้ยง สัตว์ เช่น ปลา ไก่ และเป็ดไว้บริโภคหรือขายสร้างรายได้ หลังจากที่พอใจ


ได้ยินสิ่งที่ยายพูด จึงเกิดความรู้สึกประทับใจในโครงการ เพราะเป็น โครงการที่ดีมาก ๆ ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีความพอเพียง เนื่องจากการได้ ปลูกผักกินเอง ทำให้ได้ผักที่ปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำเอาไปแบ่งปันคนอื่นได้ เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กหญิง พอใจจึงตั้งใจเก็บผักอย่างขะมักเขม้นเพื่อนำผักไปแบ่งปันให้แก่ลุงศักดิ์ พอเอ๋ยพอเพียงพอดี พอมีพออยู่พอใช้ ปลูกผักปลูกพืชเลี้ยงไก่ พอให้แบ่งปันกันพอ


คำศัพท์ ความหมาย กากใยอาหาร ส่วนของพืช ผัก ผลไม้ที่มนุษย์รับประทานได้ กิจวัตรประจำวัน กิจกรรมที่ปฏิบัติเพื่อการดูแล ตนเอง และกระทำเป็น ประจำในแต่ละวันของบุคคล ขะมักเขม้น ทำอย่างตั้งใจ และรีบเร่งเพื่อให้เสร็จโดยเร็ว ขนมดอกโสน ขนมโบราณชนิดหนึ่งของไทย ที่ใช้ดอกโสนเป็นส่วนผสม หลักในการทำขนม คลื่นไส้อาเจียน อาการอึดอัดมวนภายในท้อง จนทำให้รู้สึกอยากอ้วก โครงการ สิ่งที่วาง หรือกำหนดไว้ให้เป็นไปตามขั้นตอนเพื่อบรรลุ เป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง เคลือบแคลงใจ สงสัย, ระแวง, คลางแคลง จุกเสียด เจ็บ และแน่นในอก และช่องท้อง ฉงน งุนงงสงสัย, ไม่แน่ใจ, คลางแคลงใจ ชนบท เขตที่พ้นจากเมืองหลวงออกไป, บ้านนอก, พื้นที่ที่อยู่ ห่างไกลความเจริญ ถอนพิษ แก้พิษ, เอาพิษออก บริโภค กิน คำศัพท์น่ารู้


คำศัพท์ ความหมาย บำรุง รักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ผักสวนครัว พืชที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้านเพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว พสุธา แผ่นดิน ภูมิคุ้มกัน สภาพที่ร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อโรค หรือสิ่ง แปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้ มวนท้อง อาการปั่นป่วน ไม่สบายท้อง อีกทั้งอาจทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องเสียได้ ไม่พึงประสงค์ ไม่น่าพอใจ, ไม่ต้องการ, ไม่เป็นไปตามที่หวัง โลหิต เลือด วิตามินเอ วิตามินที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้ อาการป่วยหายเร็วขึ้น วิงเวียนศีรษะ อาการมึนศีรษะ วิงเวียน งง รู้สึกโคลงเคลงทรงตัวไม่ค่อย ได้ เศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการดำเนินชีวิต ซึ่งเน้นย้ำไปที่การพัฒนาบนหลัก แนวคิดพึ่งตนเอง เพื่อให้เกิดความพอดี พอมี พอใช้ สรรพคุณ คุณสมบัติของสิ่งที่เป็นยา เสมหะ เมือกที่ร่างกายขับออกมาทางลำคอ และปากเนื่องจาก เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เป็น การป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หน้านิ่วคิ้วขมวด อาการที่ทำหน้าย่นขมวดคิ้วแสดงความโกรธ ความเครียด หรือเจ็บปวด เป็นต้น อนุมูลอิสระ สารที่เป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิด การเสื่อมถอยของร่างกาย เช่น เกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย


๑. กิจกรรมรั้วสมุนไพร โดยครูจะนำรั้วจำลองมาให้นักเรียนได้ทำ กิจกรรม ซึ่งรั้วสมุนไพรจะมีช่องว่างให้นักเรียนได้เขียนชื่อพืชสมุนไพรที่นักเรียน รู้จัก ๒. ให้นักเรียนบอกชื่อสมุนไพรนอกเหนือจากบทเรียน พร้อมช่วยกันอ่าน ออกเสียงให้ถูกต้อง ๓. ให้นักเรียนเขียนข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่อง ภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน ๔. นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างไร ๕. ให้นักเรียนสำรวจพืชผักในบริเวณโรงเรียนหรือบริเวณบ้านของตนเอง ว่ามีพืชชนิดใดเป็นสมุนไพรบ้าง และมีสรรพคุณอย่างไร จากนั้นรวบรวมทำเป็น สมุดเล่มเล็ก พร้อมวาดรูปประกอบและตกแต่งให้สวยงาม กิจกรรมการเรียนรู้


พยางค์คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง จะมีความหมายหรือไม่มี ความหมายก็ได้ พยางค์แต่ละพยางค์จะต้องประกอบด้วยเสียงพยัญชนะต้น เสียง สระ และเสียงวรรณยุกต์ บางพยางค์อาจมีเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ ที่เรียกว่า เสียงตัวสะกด ประสมอยู่ด้วย พยางค์ที่มีความหมายเรียกว่า คำ ซึ่งอาจมีเพียง พยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ คำพยางค์เดียว เปล่งเสียงครั้งเดียว เช่น แมว พ่อ รถ เด็ก คำสองพยางค์ เปล่งเสียงสองครั้ง เช่น สัตว์เลี้ยง กระจก เมล็ด สนุก คำสามพยางค์ เปล่งเสียงสามครั้ง เช่น ธุรกิจ ประสบการณ์ มัคคุเทศก์ จระเข้ คำสี่พยางค์ เปล่งเสียงสี่ครั้ง เช่น สวัสดิการ โบราณสถาน ออกกำลัง กาย วัฒนธรรม คำห้าพยางค์ เปล่งเสียงห้าครั้ง เช่น ประชาธิปไตย พจนานุกรม กาญจนบุรี อาวุธชีวภาพ ความรู้ทางภาษา พยางค์ คำ กลุ่มคำ


คำ คือ เสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมาย จะมีกี่พยางค์ก็ได้ตัวอย่าง เช่น คำ คำอ่าน จำนวนพยางค์ ความหมาย คุณ คุน ๑ คำมี ๑ พยางค์ คำที่ใช้เรียกนำหน้าบุคคล เพื่อแสดงความยกย่อง ขาด ขาด ๑ คำมี ๑ พยางค์ แยกออกจากกัน, ฉีก หรือ ไม่ครบ, ไม่เต็ม, ไม่มี เกษม กะ-เสม ๑ คำมี ๒ พยางค์ ความสุขสบาย ความ ปลอดภัย โอกาส โอ-กาด ๑ คำมี ๒ พยางค์ เ ว ล า ห ร ื อจ ั ง ห ว ะ ที่ เหมาะสม บริวาร บอ-ริ-วาน ๑ คำมี ๓ พยางค์ ผู้แวดล้อม ผู้ติดตาม ผู้รับ ใช้ กิจกรรม กิด-จะ-กำ ๑ คำมี ๓ พยางค์ การปฏิบัติการอย่างใด อย่างหนึ่งเพื่อการเรียนรู้ มหรสพ มะ-หอ-ระ-สบ ๑ คำมี ๔ พยางค์ การเล่นรื่นเริงมีโขนละคร หนังใหญ่ โนรา เป็นต้น เกษตรกรรม กะ-เสด-ตะ-กำ ๑ คำมี ๔ พยางค์ การใช้ที่ดินเพาะปลูกพืช ต่าง ๆ รวมทั้งการเลี้ยง สัตว์ การประมง และการ ป่าไม้


กลุ่มคำ คือ คำที่เรียงกันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไป มีความหมายแต่ยังไม่เป็น ประโยคที่สมบูรณ์ โดยคำแรกหรือคำขึ้นต้นเป็น คำหลัก ส่วนคำที่ตามมาจะเป็น ส่วนขยายคำหลักให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยค เรียกอีกอย่าง หนึ่งว่า "วลี" เช่น กระต่ายขนปุย ต้นไม้ใหญ่ เพดานสีขาว รดน้ำดอกไม้ รักษา ความสะอาด พวกเราชาวไทย หล่อเหมือนเทพบุตร บนหลังคา อักษรนำ คือ พยัญชนะต้น ๒ ตัว ร่วมอยู่ในสระเดียวกัน และออกเสียง ร่วมกัน โดยที่พยัญชนะตัวหน้ามีอิทธิพลต่อเสียงวรรณยุกต์ของพยัญชนะที่ ตามมา มี ๓ ลักษณะ ดังนี้ มีพยัญชนะ ห ปรากฏในคำ คือ คำที่มี ห นำอักษรต่ำเดี่ยว (ง ญ น ม ย ร ล ว) และ ออกเสียงพยางค์เดียว เช่น เหงา หญิง ใหญ่ หน้า หมวด หยด หรู หลาย แหวน ไม่มีพยัญชนะ ห ปรากฏในคำ คือ คำที่มีตัวหน้าเป็นอักษรสูง หรือ อักษรกลาง นำหน้าอักษรต่ำเดี่ยว (ง ญ น ม ย ร ล ว) ออกเสียงสองพยางค์ พยางค์แรกเป็น อะ กึ่งเสียง เช่น ขยะ (ขะ-หยะ) ขนม (ขะ-หนม) ผลิต (ผะ-หลิด) ตลาด (ตะ-หลาด) ตลก (ตะ-หลก) องุ่น (อะ-หงุ่น) พยัญชนะ อ นำ พยัญชนะ ย เช่น อย่า อยู่ อย่าง อยาก อักษรนำและอักษรควบ


อักษรควบ คือ พยัญชนะต้น ๒ ตัวเขียนเรียงกัน ใช้สระเดียวกัน โดยอ่าน ออกเสียงควบกล้ำกัน เป็นพยางค์เดียว พร้อมกับผันเสียงวรรณยุกต์ตาม พยัญชนะตัวหน้า แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ๑. อักษรควบแท้คือ อักษรที่มีพยัญชนะต้นควบกับ ร ล ว ประสมสระ เสียงเดียวกัน และออกเสียงพยัญชนะทั้งสองพยัญชนะพร้อมกัน พยัญชนะต้นควบกับ ร เช่น กราบ ขรุขระ ครึ่ง พร้อม ปรับปรุง ตรี พยัญชนะต้นควบกับ ล เช่น กล้วย ขลาด คลอเคลีย พลอย เปลี่ยนแปลงผลีผลาม พยัญชนะต้นควบกับ ว เช่น กวาด ขวัญ ควัน ๒. อักษรควบไม่แท้ เป็นพยัญชนะตันที่มี ร ควบอยู่ แต่ไม่ออกเสียง ร ออกเสียงแต่พยัญชนะตัวหน้าตัวเดียว หรือเปลี่ยนเป็นเสียงพยัญชนะอื่น เช่น อักษรควบไม่แท้ที่ไม่ออกเสียงพยัญชนะ ร แต่ออกเสียงพยัญชนะ ตัวหน้า ได้แก่ จ ซ ศ ส เช่น จริง อ่านว่า จิง ไซร้ อ่านว่า ไซ้ เศร้า อ่านว่า เส้า สร้าง อ่านว่า ส้าง อักษรควบไม่แท้ที่ไม่ออกเสียงพยัญชนะ ร แต่เปลี่ยนเสียง พยัญชนะเป็นพยัญชนะ ซ เช่น ทรง อ่านว่า ซง ทรัพย์ อ่านว่า ซับ ทรวง อ่านว่า ซวง ทราย อ่านว่า ซาย ทราบ อ่านว่า ซาบ


คำชี้แจง จงบอกจำนวนพยางค์ของคำต่อไปนี้ ตัวอย่าง กตัญญู อ่านว่า...................กะ-ตัน-ยู........................มี......๓.......พยางค์ ๑. ยุติธรรม อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๒. วัชพืช อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๓. มหาสมุทร อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๔. มารยา อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๕. บัตร อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๖. เทคโนโลยี อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๗. พฤกษา อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๘. ประวัติศาสตร์อ่านว่า.........................................................มี................พยางค์ ๙. แถลงข่าว อ่านว่า............................................................มี................พยางค์ ๑๐. สุภาพสตรีอ่านว่า............................................................มี................พยางค์ แบบฝึกหัด พยางค์ คำ และกลุ่มคำ แบบฝึกหัดที่ ๑ คำนี้มีกี่พยางค์


คำชี้แจง จงแยกคำพยางค์เดียวและคำหลายพยางค์ที่กำหนดให้ ลงในช่องว่าง แบบฝึกหัดที่ ๒ แยกคำพยางค์เดียวและคำหลายพยางค์ คำหลายพยางค์ ตัวอย่าง พะโล้………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………... ฉายา ญาติ คุณสมบัติ ชาญ ทรรศนะ ทวาร บวช เที่ยงธรรม จรรโลงใจ ทิศ บรรพชน นภา พรรค พะโล้ วจี รัฐ สมอง วุฒิ สัปดาห์ อร่อย คำพยางค์เดียว ตัวอย่าง บวช……………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………


คำชี้แจง ให้นักเรียนยกตัวอย่างกลุ่มคำมา ๑๐ ข้อ ตัวอย่าง ท้องฟ้ายามเย็น ๑. ................................................................................................................. ๒. ................................................................................................................. ๓. ................................................................................................................. ๔. ................................................................................................................. ๕. ................................................................................................................. ๖. ................................................................................................................. ๗. ................................................................................................................. ๘. ................................................................................................................. ๙. ................................................................................................................. ๑๐. ............................................................................................................................ แบบฝึกหัดที่ ๓ เขียนกลุ่มคำ


+ คำชี้แจง ให้นักเรียนระบายสีคำควบกล้ำแท้ด้วยสีฟ้า และระบายสีคำ ควบกล้ำไม่แท้ด้วยสีชมพู แบบฝึกหัด อักษรนำและอักษรควบ แบบฝึกหัดที่ ๑ ระบายสีคำที่มีอักษรควบ กระดาษ กุหลาบ พลิกแพลง ทรัพย์สิน โง่เขลา อินทรี ของขวัญ เชลย ปลอดภัย พุทรา ตวาด เศรษฐี


คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำมาเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง เหรียญ อุดหนุน นกหวีด เกาเหลา หมวก หญ้า หงอก สวนหย่อม จรวด ฝรั่ง สมุด ถนน ขยะ ฉลาม ตลาด ๑. คุณปู่เป็นนักสะสม............................................โบราณ ๒. เราควรคัดแยก.....................................ก่อนนำไปทิ้งลงถัง ๓. คุณแม่ชอบไปเดินซื้อของที่................................................ ๔. ............................................เป็นนักล่าแห่งท้องทะเล ๕. ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วม........................................ในหมู่บ้าน ๖. ร้านขนมเปิดใหม่ที่ตลาดมีลูกค้ามา.......................................จำนวนมาก ๗. สนาม.....................................ที่สวนสาธารณะมีสุนัขหลายตัวมาวิ่งเล่น ๘. ตะวันทำ..............................................การบ้านวิชาภาษาไทยหาย ๙. คุณย่าผม..........................................เพราะอายุมากแล้ว ๑๐. กรรมการเป่า..............................................หมดเวลาการแข่งขัน ๑๑. ...........................................เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด ๑๒. เนื้อวัวตุ๋นของร้านนี้มีขายทั้งก๋วยเตี๋ยว...............................และหม้อไฟ ๑๓. คนงานผู้หญิงใส่ผ้าคลุมหัวและใส่.....................................ทับอีกทีหนึ่ง ๑๔. ประเทศออสเตรเลียกำลังจะปล่อย.........................ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ๑๕. คุณพ่อกำลังตกแต่งทางเท้าใน.......................................หลังบ้าน แบบฝึกหัดที่ ๒ เติมคำอักษรนำ


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีเจ้าแกะเดินมากินหญ้าอยู่เป็นประจำด้วย ความสุขใจ กินไปเพลิน ๆ ไม่นานนัก เจ้าแกะ รู้สึกเหมือนว่าเหยียบตัวอะไรบางอย่าง เมื่อ หันไปดูก็พบว่าเป็นเจ้าแมงป่องเดินเข้ามา ต่อยที่เจ้าแกะอย่างแรง เจ้าแกะร้องโอดโอย ด้วยความเจ็บปวด จนเจ้าลิงที่เล่นซุกซนอยู่บนต้นไม้บริเวณนั้น ได้ยิน เสียงร้องโอดโอยของเจ้าแกะจึงรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วถามเจ้าแกะว่า “เจ้าเป็นอะไร” “ข้าโดนเจ้าแมงป่องต่อยที่ขาอย่างแรง ตอนนี้รู้สึกเจ็บมาก เจ้า ช่วยข้าได้หรือไม่เจ้าลิง” เจ้าแกะตอบ เจ้าลิงบอกว่า “ข้าเคยเล่นซนอยู่แถวนี้แล้วโดนเจ้าแมงป่องต่อยมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้รับการช่วยเหลือจากหัวหน้าฝูงลิง โดยการเอารางจืดและ เสลดพังพอนมาบดให้ละเอียด แล้วแปะบริเวณที่ถูกต่อย นั่งสักพักอาการ จะดีขึ้น เจ้าแกะจะให้ข้าช่วยไหม” เจ้าแกะพยักหน้าและบอกว่า อ่านเสริม นิทานเรื่อง...สมุนไพรช่วยชีวิต


“รบกวนเจ้าลิงช่วยข้าทีนะ ข้าเดินไม่ไหวแล้ว” เจ้าลิงบอกว่า “เจ้าแกะรอข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะไปหาสมุนไพรมาช่วยเจ้าเอง” ไม่นานนักเจ้าลิงก็กลับมาพร้อมกับ สมุนไพร จึงนำมาประคบบริเวณที่เจ้าแกะ ถูกต่อย เจ้าแกะเอาแต่นอนเจ็บและเผลอ หลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาความเจ็บปวดก็หายไป เจ้าแกะสามารถเดินได้ตามปกติ และ อยากจะขอบคุณเจ้าลิง แต่เจ้าลิงไม่อยู่จึงตอบแทนด้วยการบอกเล่าคุณ งามความดีของเจ้าลิงแทนการขอบคุณ เจ้าลิงรับรู้การขอบคุณของเจ้า แกะจึงรู้สึกดีและอยากช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความรู้ของเราเพียงน้อยนิด อาจจะ ช่วยชีวิตหรือช่วยเหลือผู้อื่นได้ ความดีที่ทำนั้นจะย้อนกลับมาหาเรามาก ยิ่งกว่าที่เราคิด จงทำความดีด้วยใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน จะทำให้เรามี ความสุข จากนิทานหลับฝันดี : ชาคริต ไทยาภิรมย์ QR CORD วิดีโอนิทานสมุนไพรช่วยชีวิต https://www.youtube.com/watch?v=_1IPAXgyajg


คำศัพท์ ความหมาย รางจืด พืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อย พาดพันไปตามต้นไม้ เถาเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสด ดอกเป็นสี ม่วงอ่อน รางจืดได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งการถอนพิษ" มีสรรพคุณในด้านการถอนพิษ หรือใช้เป็นยาพอกบาดแผลน้ำร้อน ลวก ไฟไหม้ รวมถึงเป็นยารับประทานแก้ร้อนในกระหายน้ำ เสลดพังพอน ไม้พุ่ม สูงประมาณ ๑ – ๒ เมตร ลำต้นมีหนามตามข้อและโคนใบ กิ่งก้านมีสีน้ำตาลแดงอมเขียว ออกดอกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักรูปมนรี แบนและยาว ภายในผลมีเมล็ด ๒ – ๔ เมล็ด - ใบ ใช้ตำผสมน้ำข้าวสารพอกหรือทาแผลแมลงกัดต่อยเพื่อแก้ พิษ ลมพิษ หรือต้มกินช่วยลดอาการจากไข้มาลาเรีย - ต้น ปลูกเป็นแนวรั้วป้องกันงู - ราก รสจืดเย็น ฝนกับสุราดื่ม และทาแก้พิษงู แมลงสัตว์กัดต่อย คำศัพท์น่ารู้


คำศัพท์ ความหมาย ประคบ (คำวิเศษณ์) เรียกผ้าที่ห่อเครื่องยาสมุนไพรไทย เช่น ไพล ขมิ้นอ้อย เป็นต้น มัดเป็นลูกกลมๆ อังไฟแล้วใช้นาบหรือคลึงบริเวณที่ปวดว่า ลูกประคบ (คำกริยา) นาบหรือกดคลึงด้วยลูกประคบ เช่น ประคบแผลฟกช้ำ ต่อย (กริยา) ๑. ชก เช่น ต่อยปาก เอาของแข็งหรือของหนักตีหรือทุบ ให้แตก ให้หลุดออก เช่น ต่อยหิน ต่อยมะพร้าว ๒. ใช้เหล็กในที่ก้นแทงเอา เช่น ผึ้งต่อย มดตะนอยต่อย บด (กริยา) ๑. ทำให้แตก แหลก หรือละเอียดเป็นผงด้วยแรงกดทับไป มา เช่น บดพริก บดกล้วย บดยา เป็นต้น ๒. ทำให้เรียบและแน่น เช่น บดถนน (คำนาม) ชื่อเรือต่อขนาดเล็กชนิดหนึ่ง รูปร่างเพรียว หัวท้ายเรียว ใช้ลำเลียงคน หรือขนถ่ายสิ่งของระหว่างเรือใหญ่กับฝั่ง หรือ เดินทางใกล้ ๆ ในลำน้ำที่ไหลไม่เชี่ยว


๑. ให้นักเรียนเขียนย่อความนิทานเรื่องสมุนไพรช่วยชีวิต ๒. ให้นักเรียนเขียนข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องสมุนไพรช่วยชีวิตอย่างน้อย ๓ ข้อ ๓. นักเรียนสามารถนำข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องสมุนไพรช่วยชีวิตไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร จงอธิบาย ๔. นักเรียนเคยนำสมุนไพรมาใช้รักษาตัวเองหรือคนอื่นหรือไม่ หากมี นักเรียนนำมาใช้อย่างไร จงอธิบาย ๕. ให้นักเรียนเขียนชื่อสมุนไพรที่พบในครอบครัวหรือชุมชนของนักเรียน อย่างน้อย ๑๐ ชนิด กิจกรรมการเรียนรู้


เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีวา ปรัชญาของพ่อหลวงทรงตรัสไว้ เป็นแนวทางดำรงชีพของคนไทย ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักสามห่วงสองเงื่อนไขได้บัญญัติ ความซื่อสัตย์สุจริตคิดแบ่งปัน พอเพียงพอประมาณภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันมีเหตุผลเป็นคนดี แบ่งจัดสรรพื้นที่เป็นสี่ส่วน มุ่งเชิญชวนเก็บน้ำไว้ใช้ทั้งปี ปลูกพืชผักสวนครัวได้มากมี หรือเป็นที่อยู่อาศัยในทุกวัน ส่วนสุดท้ายเก็บไว้ใช้ทำนา ปลูกข้าวกล้าเมล็ดพันธุ์หลากสีสัน วัตถุดิบแหล่งอาหารที่สำคัญ บ้านของฉันครบครันทุกอย่างเอย QR CORD การอ่านทำนองเสนาะบทร้อยกรอง https://www.youtube.com/watch?v=x8E5OGhqHmw บทร้อยกรอง “เศรษฐกิจพอเพียง”


เศรษฐกิจพอเพียง คือ เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ทรงเน้นย้ำแนว ทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้ กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท การเดินทางสายกลาง ไม่มากไม่น้อยเกินไป คำนึงถึง ความพอประมาณ ความมี เหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ด้วยการใช้ความรู้และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเองได้ และเผื่อแผ่ไปถึงสังคม ซึ่งแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ได้แก่ ห่วงที่ ๑ ความพอประมาณ ห่วงที่ ๒ ความมีเหตุผล และห่วงที่ ๓ การมีภูมิคุ้มกัน ที่ดีในตัว และอยู่ภายใต้เงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม หลักสามห่วง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข สามารถจำแนกได้ดังนี้ อธิบายเพิ่มเติมความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่


๓ ห่วง ได้แก่ ห่วงที่ ๑ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี พอเหมาะไม่มากหรือ น้อยเกินไปจนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ยึดหลักทางสายกลางและความไม่โลภ ห่วงที่ ๒ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจดำเนินการใดอย่างมี เหตุผล โดยพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจาก การกระทำอย่างรอบคอบ ห่วงที่ ๓ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวพร้อมรับ ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและ วัฒนธรรมเพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือได้อย่างทันท่วงที ๒ เงื่อนไข ได้แก่ เงื่อนไขที่ ๑ เงื่อนไขความรู้(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) หมายถึง ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง และมีความรู้ในการตัดสินใจได้ ถูกต้อง เงื่อนไขที่ ๒ เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญา ขยันอดทน แบ่งปัน) หมายถึง การยึดหลักคุณธรรมเป็นแนวทาง มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โลภ รู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น มีความสามัคคี ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ซึ่งหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไขจะนำไปสู่ ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/ สมดุล/มั่นคง/ยั่งยืน คือ การนำเอากรอบแนวคิดไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทาง ปฏิบัติจะนำไปสู่ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับ ต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และ เทคโนโลยี


ทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีที่ได้มาจากกรอบแนวคิดของหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนในการบริหารจัดการที่ดิน และน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นตัวอย่างการ ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรม เฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงได้ พระราชทานพระราชดำรินี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความ ยากลำบาก ให้สามารถผ่านช่วงวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำ การดำเนินงานตามทฤษฎีใหม่มี ๓ ขั้นตอน คือ ๑ ) การผลิต ให้พึ่งตนเองด้วยวิธีง่าย ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลัง ให้ พอมีพอกิน ๒ ) การรวมพลังกันในรูปแบบ หรือ สหกรณ์ ร่วมแรงร่วมใจกัน ในด้าน การผลิต การตลาด ความเป็นอยู่สวัสดิการ การศึกษา สังคมและศาสนา ๓ ) การดำเนินธุรกิจโดยติดต่อ ประสานงาน จัดหาทุนหรือแหล่งเงิน โดยในขั้นแรกขั้นการผลิต ถือเป็นขั้นที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการดำเนินขั้นการ ผลิตจะต้องมีการจัดสรรที่ดินในการใช้ประโยชน์โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๔ ส่วน ตามอัตราส่วน ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ ดังนี้ พื้นที่ส่วนที่หนึ่ง ประมาณ ๓๐% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้เก็บกักน้ำฝน ในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์และพืชน้ำ ต่างๆ พื้นที่ส่วนที่สอง ประมาณ ๓๐% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหาร ประจำวันสำหรับครอบครัวให้เพียงพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้จ่ายและสามารถ พึ่งตนเองได้


พื้นที่ส่วนที่สาม ประมาณ ๓๐% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืช สมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือบริโภคก็นำไปจำหน่าย พื้นที่ส่วนที่สี่ ประมาณ ๑๐% เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ถนน และ โรงเรือนอื่น ๆ ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ สรุปได้ดังนี้ ๑. ประชาชนพออยู่พอกินในระดับประหยัด เลี้ยงตนเองได้ ไม่อดอยาก ตามหลักปรัชญาของ "เศรษฐกิจพอเพียง" ๒. ในหน้าแล้งก็สามารถนำน้ำที่เก็บกักไว้ในสระมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น ถั่ว โดยไม่ต้องอาศัยชลประทาน ๓. ในปีที่ฝนตกตามฤดูกาล ทำให้มีน้ำเก็บใช้สามารถสร้างรายได้ได้ ๔. ในกรณีที่เกิดอุทกภัย ก็สามารถฟื้นตัว และช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง โดยราชการไม่ต้องช่วยเหลือมากเกินไป ช่วยประหยัดงบประมาณ


คำศัพท์ ความหมาย เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ที่คอย ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อม ที่จะจัดการต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัย ความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและ ดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน ชีวา ชีวิต ปรัชญา ความรู้ที่เป็นสากลและจำเป็นในการแสวงหาความรู้ความจริง และหลักแห่งการค้นคว้าหาเหตุผล ความแท้จริงของสรรพสิ่ง ในโลก ครอบคลุมทุกศาสตร์และทุกวิชา ตรัส พูด บัญญัติ ข้อความที่ตราหรือกำหนดขึ้นไว้เป็นข้อบังคับ มีลักษณะ เป็นหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติ ดำรงชีพ องค์ประกอบสำคัญของวิถีชีวิตของประชากรในชุมชนไทย โดยมุ่งเน้นการเกษตร การใช้ประโยชน์จาทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ประยุกต์ นำความรู้ในวิทยาการต่าง ๆ มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ จัดสรร แบ่งส่วนไว้โดยเฉพาะ ,ปันไว้ใช้เพื่อประโยชน์โดยเจาะจง คำศัพท์น่ารู้


๑. ให้ผู้เรียนจับกลุ่มและร่วมกันจัดสรรพื้นที่ตามบทร้อยกรองที่ได้อ่าน เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมทั้งวาดภาพประกอบ ระบายสีให้สวยงามและออกมา นำเสนอหน้าชั้นเรียน ๑. ให้นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นในประเด็น “สมุนไพรสำคัญอย่างไร ต่อชีวิต” ๒. ให้นักเรียนวาดภาพสมุนไพรที่ชอบ ๑ ชนิด พร้อมบอกสรรพคุณของ สมุนไพรชนิดนั้น ๓. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้ที่ได้จากบทเรียนภูมิปัญญา วิชาชาวบ้าน กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมเสนอแนะ


คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาเลือกคำตอบที่ถูกต้อง เหมาะสมที่สุด แล้วทำ เครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อที่เลือก ๑. ผักสวนครัวในข้อใดไม่ได้ถูกเอ่ยถึงในบทอ่าน เรื่อง ภูมิปัญญาวิชาชาวบ้าน ก. พริก ข. ชะอม ค. กะเพรา ง. กระชาย ๒. ข้อใดเป็นการได้ประโยชน์จากการปลูกผักสวนครัวน้อยที่สุด ก. ประหยัดค่าอาหาร ข. ผักที่ได้ปลอดสารพิษ ไร้สารตกค้าง ค. ใช้ประดับเพื่อความสวยงาม ง. มีผักรับประทานตลอดเวลา ๓. ผักชนิดใดมีจำนวนพยางค์ต่างจากพวก ก. คะน้า ข. ผักแขยง ค. ผักชี ง. หอมแดง ๔. คำว่า พริกขี้หนู ประกอบด้วยอักษรชนิดใด ก. อักษรนำเพียงอย่าเดียว ข. อักษรควบเพียงอย่างเดียว ค. อักษรนำและอักษรควบ ง. ไม่มีทั้งสองชนิด ๕. ผักสวนครัวชนิดใดมีอักษรนำ ก. หน่อไม้ฝรั่ง ข. กระเทียม ค. แมงลัก ง. หอมแดง แบบทดสอบ


๖. ผักชนิดใดมีทั้งอักษรนำและอักษรควบ ก. หอมหัวใหญ่ ข. กะหล่ำปลี ค. มะเขือเปราะ ง. ตะไคร้ ๗. จากนิทานสมุนไพรช่วยชีวิต เจ้าลิงนำเอาสมุนไพรชนิดใดมาช่วยเจ้าแกะ ก. รางจืดและเสลดพังพอน ข. รางจืดและว่านหางจระเข้ ค. ฟ้าทะลายโจรและเสลดพังพอน ง. ว่านหางจระเข้และฟ้าทะลายโจร ๘. สถานการณ์ในข้อใดเป็นไปตามข้อคิดจากนิทาน เรื่อง สมุนไพรช่วยชีวิต ก. แก้วช่วยกิ่งทำการบ้านให้เสร็จไว ๆ เพื่อที่จะได้รีบไปเล่นด้วยกัน ข. จอยรับจ้างทำการบ้านให้เพื่อนในห้อง ค. ขิมช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ถูกรถชน ง. เก่งช่วยติวข้อสอบให้ดินโดยแลกกับการเลี้ยงข้าว ๑ มื้อ ๙. ตามหลักทฤษฎีใหม่ในบทร้อยกรองควรแบ่งที่ดินเป็นกี่ส่วน ก. ๒ ส่วน ข. ๓ ส่วน ค. ๔ ส่วน ง. ๕ ส่วน ๑๐. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้ประชาชนรู้จักสิ่งใด ก. สอนให้ทำดี ข. สอนให้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ค. สอนให้เป็นคนขยัน ง. สอนให้ไม่ประมาท


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนและทำ เครื่องหมาย✓ที่ตรงกับระดับคุณภาพ ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน (..............................................................) เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ แสดงพฤติกรรมสม่ำเสมอ ๔ คะแนน แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ๓ คะแนน แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ๒ คะแนน แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ๑ คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ซื่อสัตย์สุจริต ๑. ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่โกหก ๒. ปฏิบัติแต่สิ่งที่ถูกต้องและควรทำ ๓. ไม่นำความคิด ผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๑. แสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๒. มีการจดบันทึกความรู้ใหม่อยู่เสมอ ๓. อยู่อย่างพอเพียง ๑. มีเหตุผล รอบคอบ ๒. ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ๓. ใช้ทรัพยากรส่วนรวมอย่างประหยัดและคุ้มค่า ๔. รู้เท่าทันสิ่งรอบข้างและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นั้นได้ ๔. รักความเป็นไทย ๑. อนุรักษ์ ส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทย ๒. เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ๓. ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๔๑-๔๘ ดีมาก ๓๓-๔๐ ดี ๒๔-๓๒ พอใช้ ต่ำกว่า ๒๔ คะแนน ปรับปรุง


แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ชื่อ-สกุล เด็กชาย/เด็กหญิง__________________________________เลขที่_______ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคุณภาพ ลงชื่อ...............................................ผู้ประเมิน (.................................................) เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ แสดงพฤติกรรมสม่ำเสมอ ๔ คะแนน แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ๓ คะแนน แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ๒ คะแนน แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ๑ คะแนน สมรรถนะที่ประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง ๑.๑ สามารถจัดการอารมณ์ของตนเองได้เมื่อบางอย่างไม่เป็นดั่งใจ ๑.๒ สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ๒. สมรรถนะการสื่อสาร ๒.๑ สามารถสื่อสารผ่านการพูดและการเขียนได้ ๒.๒ สื่อสารข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจน ๒.๓ สื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ๓. สมรรถนะการทำงานเป็นทีม ๓.๑ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ๓.๒ ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม ๓.๓ เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ๔. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่แข็งแรง ๔.๑ เคารพกติกาของชั้นเรียน ๔.๒ รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๓๕ - ๔๐ ดีมาก ๒๘ - ๓๔ ดี ๒๑ - ๒๗ พอใช้ ต่ำกว่า ๒๐ คะแนน ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version