The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krumaew2518, 2021-07-03 03:01:08

แผนการสอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยที่ 1 สายน้ำ สายชีวิต

Keywords: คำอักษรนำ



หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ เรื่อง สายนำ้ สายชีวิต

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๕๑๐๑

ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๐ ชัว่ โมง

___________________________________

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ญั หา

ในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตัวชว้ี ดั ท ๑.๑ ป. ๕/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถูกตอ้ ง

ท ๑.๑ ป. ๕/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา
ท ๑.๑ ป. ๕/๕ วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเร่อื งท่ีอ่านเพอ่ื นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต
ท ๑.๑ ป. ๕/๘ มีมารยาทในการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นส่อื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราว

ในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วดั ท ๒.๑ ป. ๕/๑ คัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั และคร่งึ บรรทัด
ท ๒.๒ ป. ๕/๒ เขยี นสอื่ สารโดยใชค้ ำไดถ้ ูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม
ท ๒.๑ ป. ๕/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง และแผนภาพความคดิ เพื่อใชพ้ ฒั นางานเขยี น
ท ๒.๑ ป. ๕/๙ มมี ารยาทในการเขียน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ และสร้างสรรค์
ตัวชว้ี ดั ท ๓.๑ ป. ๕/๒ ตงั้ คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป. ๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั ท ๔.๑ ป. ๕/๗ ใชส้ ำนวนไดถ้ กู ต้อง
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ ตงั ชี้วดั
ตวั ช้ีวัด ท ๕.๑ ป. ๕/๒ ระบคุ วามรแู้ ละข้อคิดจากการอา่ นวรรณคดีและวรรณกรรมทส่ี ามารถนำไปใช้
ในชีวติ จริง
๒. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านจบั ใจความ เพื่อเกบ็ สาระสำคญั หรือใจความสำคัญของเร่ือง ฝึกคิดหรือตั้งคำถามเพือ่ หา
คำตอบ การอ่านออกเสียงทง้ั รอ้ ยแก้ว และร้อยกรองถูกต้องตามลกั ษณะคำประพนั ธ์และอกั ขรวธิ ี เรยี นรู้คำ
เขา้ ใจความหมายและการนำไปใช้ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองเพ่อื ชว่ ยใหก้ ารนำเสนอหรือเขียนเร่อื งสน้ั ๆ มีความ
ชัดเจน การฟังและการดูเรื่องราวจากส่ือตา่ ง ๆ และต้ังคำถามและตอบคำถาม การอ่านทำนองเสนาะถูกต้อง



ตามลกั ษณะคำประพนั ธ์และอักขรวธิ จี ะทำให้เกิดความไพเราะซาบซงึ้ การศึกษาสำนวนไทย อักษรนำ และใช้
ใหถ้ ูกต้องเหมาะสม การเขียนคำขวัญสำหรับการเตือนใจ การวเิ คราะห์ความน่าเช่ือถอื ของข่าวโดยการใช้
เหตุผลหรือคิดหาหลักฐานอา้ งอิงไดช้ ดั เจนแล้วจงึ ตดั สินใจเช่อื ถือ
๓. สาระการเรียนรู้

ความรู้
๑. หลกั การอ่านจบั ใจความ
๒. หลักการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
๓. คำและความหมายของคำในบทเรยี น
๔. หลักการเขยี นแผนภาพภาพโครงเรือ่ ง
๕. หลักการตงั้ คำถาม ตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเรื่องที่ฟงั และดู
๖. หลักการสรุปความร้แู ละข้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๗. สำนวนไทย
๘. คำทม่ี ีอักษรนำ
๙. หลกั การเขยี นคำขวัญ
๑๐. หลกั การวเิ คราะห์ความน่าเชอ่ื ถอื จากเร่ืองที่ฟัง และดูในชีวิตประจำวัน
๑๑. มารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพดู
ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. อา่ นจบั ใจความ
๒. อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
๓. เขียนแผนภาพภาพโครงเร่ือง
๔. ตั้งคำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองท่ีฟงั และดู
๕. วเิ คราะห์ข้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม ความน่าเช่ือถือจากเร่ืองท่ีฟงั หรือดู
๖. เขยี นคำขวัญ
๗. กระบวนการกลมุ่
เจตคติ
๑. ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย และมเี จตคติท่ีดีตอ่ วชิ าภาษาไทย
๒. รักการอ่าน รกั การเขียน
๓. ชน่ื ชมในวรรณคดแี ละวรรณกรรมซง่ึ เป็นภูมปิ ญั ญาของคนไทย
๔. ใช้ภาษาไทยสือ่ สารเพ่ือสร้างสมั พันธภาพที่ดแี ละอยู่ร่วมกับผอู้ ืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ
๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่ือสัตย์สจุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่เรียนรู้



๖. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. การทำงานกลุม่ มกี ารวางแผน ความร่วมมือกันทำงานอย่างเปน็ ขนั้ ตอน จนทำเกดิ ผลสำเร็จ

และมปี ระสทิ ธภิ าพ
๒. อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง อยา่ งถกู ต้องตามหลักการอา่ น
๓. แผนภาพโครงเรอื่ ง อา่ น ฟัง หรอื ดู แล้วจับใจความสำคัญนำมาเขยี นถา่ ยทอดเปน็ แผนภาพ

โครงเรื่อง ด้วยลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทดั สะอาด และสวยงาม

๗. การวดั และประเมนิ ผล

วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารผ่าน

สังเกต แบบประเมินพฤตกิ รรมกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป (๑๑ คะแนนข้นึ ไป)
- พฤติกรรมกลมุ่ แบบประเมินการอ่านจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๑๓ คะแนนข้ึนไป)
- การอ่านจับใจความ แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๙ คะแนนขนึ้ ไป)
- การอ่านออกเสยี ง แบบประเมินการอ่านบทร้อยกรอง ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๑๑ คะแนนขึ้นไป)
- การอา่ นบทร้อยกรอง
แบบประเมนิ แผนภาพความคิด ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๑๑ คะแนนขน้ึ ไป)
ตรวจผลงาน
- แผนภาพโครงเร่อื ง

๘. กจิ กรรม

ชว่ั โมงท่ี ๑ เรยี นรคู้ ำนำไปใช้

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นและเขียนอธิบายความหมายของคำในบทเรยี นได้ถูกต้องคล่องแคล่ว

๒. เขยี นตามคำบอกและแตง่ ประโยคโดยใช้คำในบทเรียนได้

๓. คัดลายมอื ตวั บรรจงครง่ึ บรรทัดได้

๔. มมี ารยาทในการเขยี น

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ

๑. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
๒. นักเรียนอา่ นคำท่ีกำหนดให้ และวงกลมคำทม่ี ีความหมายเกี่ยวข้องกบั นำ้ แล้วชว่ ยกันสรุปว่ามี

คำใดบา้ ง ดงั นี้ สายธาร พฤกษา มาลี นที อาชา ชลาลยั มัจฉา คงคา ภผู า
ข้ันสอน

๑. นักเรียนแบง่ กลุ่ม (พจิ ารณาตามความเหมาะสม) เลอื กประธานและเลขานุการกลุม่



๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันอา่ นคำยากและหาความหมาย ในหนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษา ปีท่ี ๕ เรือ่ ง สายน้ำ สายชวี ติ
ภายในเวลาทก่ี ำหนด หากไม่พบให้ค้นหาเพม่ิ เติมจากพจนานุกรม

๓. นักเรียนแต่ละกล่มุ จบั ฉลากคำ ในบทเรยี น จำนวน ๓ คำ แล้วใหก้ ลมุ่ อ่นื บอกความหมาย
นักเรียนและครรู ่วมกันเฉลยคำกับความหมาย เวียนไปจนครบทกุ คำและทุกกลุม่

๔. นักเรยี นเขียนคำตามคำบอกของครู (ครูคัดเลือกตามความเหมาะสม) จากน้นั นกั เรยี นและครู
รว่ มกันเฉลย ตรวจความถกู ต้อง และทบทวนมารยาทในการเขยี น นกั เรยี นนำคำท่แี ก้ไขถกู ต้อง
แล้วไปคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๕. นักเรยี นดูตัวอยา่ งประโยค ชว่ ยกนั ทบทวนความรเู้ รื่องประโยค จากนัน้ แต่ละคนเลือกคำมาแต่ง
ประโยค ๓ ประโยค แล้วสง่ ใหค้ ณุ ครูตรวจความถกู ต้อง

๖. เมอื่ ครบทุกคนแล้ว หาอาสาสมัครมานำเสนอประโยคหน้าชั้นเรยี น
ขัน้ สรุป

๑. นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปเกี่ยวกับประโยชนใ์ นการศึกษาคำในบทเรยี น เช่น ชว่ ยให้อ่าน เขียน
ได้ถูกต้อง และการเขา้ ใจความหมายของคำจะทำให้การส่ือสารในชีวิตประจำวนั เปน็ ไปอย่างมี
ประสิทธภิ าพ เปน็ ตน้

๒. นักเรียนทำแบบฝึกหัดรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษา

ปีที่ ๕ ข้อ ๒ บอกความหมาย อธบิ ายและฝกึ ใชค้ ำ หน้า ๒ – ๔ เปน็ การบา้ น

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. แบบฝึกหดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
๓. สมุดบนั ทึก
๔. พจนานุกรม
๕. แถบประโยค
๖. แบบทดสอบก่อนเรียน

การวดั และประเมนิ ผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรยี น รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป (๖ คะแนนข้นึ ไป)
สงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๑๑ คะแนนขึน้ ไป)



ช่ัวโมงท่ี ๒ การอา่ นจบั ใจความ

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลักการอ่านจับใจความได้
๒. อา่ นจบั ใจความและตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอ่านได้
๓. สรปุ ข้อคิดจากเร่ืองที่อา่ น เพ่ือนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชวี ิตได้
๔. มีมารยาทในการอ่าน

กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ

๑. นักเรยี นฟังหรือดวู ดี ีทัศน์ เพลง ชวี ิตกบั สายนำ้ จากนั้นรว่ มกันสรุปใจความสำคญั จากเนื้อเพลง
ขัน้ สอน

๑. นักเรยี นแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลือกประธานและเลขานกุ ารกลมุ่
๒. นักเรียนและครูรว่ มกนั ทบทวนมารยาทในการอ่าน จากนั้นนกั เรียนศึกษาความรู้ เร่ือง การอ่าน

จับใจความ จากหนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ หน้า ๓๐-๓๑ รว่ มกันอภิปรายและสรปุ สาระสำคัญ
๓. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ อา่ นหนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ บทท่ี ๕ เรอ่ื ง สายนำ้ สายชวี ติ ในเวลาทค่ี รกู ำหนดให้
๔. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มระดมความคิดตั้งคำถามจากบทเรียนกลุ่มละ ๒ คำถาม กลมุ่ อืน่ บนั ทกึ ไว้ใน
สมุดแลว้ หาคำตอบ เวียนไปจนครบทุกกลุ่ม จากน้ันหาอาสาสมคั ร ตัวแทนแต่ละกลมุ่ ตอบ
คำถาม เช่น

- สายน้ำหมายถงึ อะไร ใหบ้ อกสิ่งมชี วี ิตท่ีต้องพ่ึงพาสายนำ้
- อธิบายความหมายของข้อความ “มองสายนำ้ เปรียบดังสายชีวติ ”

ฯลฯ
๕. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สรุปสาระสำคญั ของเร่ืองที่อ่าน
ขน้ั สรปุ
๑. นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านจบั ใจความข้อคดิ ทไ่ี ด้จากเร่ือง และการนำขอ้ คิด

ดังกลา่ วไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
๒. นักเรียนทำแบบฝึกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ หน้า ๑ – ๒ เป็นการบ้าน
สื่อและแหล่งเรยี นรู้

๑. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. แบบฝึกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕
๓. เพลง ชีวิตกับสายน้ำ



การวัดผลและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ์

วธิ ีการ แบบสังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป (๑๑ คะแนนขึ้นไป)
สงั เกต
- พฤติกรรมกล่มุ แบบประเมนิ การอา่ นจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป (๑๓ คะแนนข้นึ ไป)
- การอ่านจับใจความ

ชวั่ โมงที่ ๓ แผนภาพโครงเร่อื ง

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งได้
๒. พูดลำดบั เหตกุ ารณ์ได้
๓. เขยี นแผนภาพโครงเรื่องจากเร่อื งท่ีอ่านได้
๔. มีมารยาทในการเขียน

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ

๑. นกั เรียนอ่านบทร้อยกรอง แล้วร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกับเน้ือหาทอ่ี า่ น โดยใช้การต้ังคำถาม 5W1H
ดังน้ี ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร เพราะเหตุใด และผลเปน็ อยา่ งไร

ขน้ั สอน
๑. นกั เรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานกุ ารกลมุ่
๑. นักเรียนศกึ ษาความรู้ เร่ือง แผนภาพโครงเร่อื ง หนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษา
เพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ หนา้ ๑๐๔-๑๐๖



๒. นักเรยี นอา่ นในใจ เรอ่ื ง สายนำ้ สายชวี ิต จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษา
เพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ตามเวลาทค่ี รูกำหนด

๓. สมาชกิ ในกลมุ่ ชว่ ยกันตั้งคำถาม และตอบคำถาม เช่น เรือ่ งนี้มใี คร ทำอะไร ท่ไี หน เมือ่ ไร
อยา่ งไร และได้ขอ้ คดิ อะไรจากเร่ือง ฯลฯ

๔. นักเรยี นชว่ ยกนั ลำดับเหตุการณใ์ นเร่อื ง แลว้ ส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาชว่ ยกนั เลา่ เร่ืองต่อกัน
จนจบ จากนนั้ ระดมความคิดของสมาชิกช่วยกนั เขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งลงในกระดาษท่ีครู
แจกให้

๕. นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น เม่อื ครบทกุ กลมุ่ นักเรยี นและครู
รว่ มกนั อภิปรายและเติมเต็มในส่วนทย่ี งั ไมส่ มบูรณ์ จากนั้นนำผลงานไปติดไว้ทีป่ ้ายนเิ ทศ

ขัน้ สรปุ
๑. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปหลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่องโดยเขยี นถ่ายทอดเปน็ แผนที่
ความคิด

สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
๒. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
๓. บทร้อยกรอง ปลายทาง

การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป (๑๑ คะแนนขนึ้ ไป)
ตรวจแผนภาพโครงเรอ่ื ง
แบบประเมินแผนภาพโครงเรื่อง รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป (๑๑ คะแนนขนึ้ ไป)



ชว่ั โมงที่ ๔ การอา่ นออกเสียง
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. บอกหลักการอ่านออกเสียงได้
๒. อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วได้
๓ มีมารยาทในการอา่ น
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
๑. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสนทนาถงึ เนื้อหาท่เี รียนในช่วั โมงทีแ่ ลว้ จากนน้ั นักเรียนอ่านออกเสยี ง

ขอ้ ความท่กี ำหนดให้ เม่อื อ่านจบแลว้ รว่ มกันอภิปรายว่าอ่านไดถ้ ูกต้องตามหลักการอ่านหรอื ไม่

“ความคดิ นน้ั เปน็ แมบ่ ทใหญข่ องการพูดและการกระทำ เพราะกจิ ทจ่ี ะทำคำท่จี ะพดู
ทกุ อย่างลว้ นสำเร็จมาจากความคดิ การคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บคุ คลสามารถ
ยับย้ังคำพูดท่ีไมส่ มควร หยดุ ยัง้ การกระทำทไ่ี ม่ถกู ต้อง”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั
(ในพิธพี ระราชทานปรญิ ญาบตั รของ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐)



ข้นั สอน

๑. นกั เรียนแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานกุ ารกลมุ่

๒. นกั เรียนและครูร่วมกันทบทวนเก่ยี วกบั หลักการออกเสียงคำ เช่น คำควบกลำ้ คำทมี่ ีอักษรนำ

คำที่มี ร รวมท้งั มารยาทในการอา่ น

๓. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันแบง่ เนื้อหาในการอา่ นหนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษา

เพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เรื่อง สายนำ้ สายชีวติ แต่ละกล่มุ ฝึกอา่ น

ออกเสียงใหถ้ ูกต้องตามหลักการอ่าน

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั อา่ นออกเสยี งตามเนื้อหาท่ีได้รบั เวียนต่อกนั ไปจนจบเร่ือง ครูชว่ ย

แนะนำในสว่ นท่ยี ังไม่สมบรู ณ์

ขัน้ สรปุ

๑. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปเรือ่ งหลักการอา่ นออกเสียงโดยเขยี นถ่ายทอดเป็นแผนทคี่ วามคิด

๒. นักเรยี นฝกึ อ่านนทิ าน ขา่ ว หรอื เรื่องส้ัน เป็นการบา้ น

สอ่ื และแหล่งเรียนรู้

๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕

การวดั ผลและประเมนิ ผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์

สงั เกต

- พฤตกิ รรมกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป (๑๑ คะแนนข้นึ ไป)

- การอา่ นออกเสยี ง แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๙ คะแนนขึ้นไป)



ช่ัวโมงท่ี ๕ การตง้ั คำถาม และตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเร่อื งทีฟ่ ังและดู

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. ตั้งคำถามและตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่อื งท่ีฟงั และดูได้
๒. มมี ารยาทในการฟัง และการดู

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ

๑. นักเรยี นฟงั และดวู ีดีทัศน์ เรื่อง หมอ้ ข้าวหม้อแกงลงิ แลว้ รว่ มกนั อภิปราย เช่น
ตน้ หม้อข้าวหม้อแกงลงิ กนิ อะไรเปน็ อาหาร ทำไมจงึ เป็นเชน่ นน้ั

ขนั้ สอน
๑. นักเรยี นช่วยกันตง้ั จดุ ประสงค์ในการฟังและดู พร้อมท้ังทบทวนมารยาทในการฟังและดู โดยนกั เรยี น
และครูรว่ มกันสรุป
๒. นกั เรียนศกึ ษาความรู้ จากหนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ บทที่ ๑ เรือ่ ง การต้ังคำถามและตอบคำถาม แลว้ ชว่ ยกนั ยกตัวอยา่ งคำ
ท่ใี ชถ้ าม เช่น เพราะใคร เหตใุ ด เพราะอะไร อย่างไร ทำไม ฯลฯ และวธิ กี ารตั้งคำถาม ตอบ
คำถาม จากน้ันนกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้อีกครั้งหนึ่ง
๓. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานุการกลุ่ม
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังขา่ ว หรอื ดูวีดิทศั น์สารคดี (ครูเลือกตามความเหมาะสม) แลว้ ช่วยกันต้งั คำถาม
ตอบคำถาม กลมุ่ ละ ๕ ขอ้ โดยเขียนลงในกระดาษที่ครูแจกให้
๕. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมาอ่านคำถามท่ไี ด้ต้ังไว้ และใหก้ ลมุ่ อื่นตอบ โดยครชู ่วยเพม่ิ เติมใน
สว่ นทย่ี ังไมส่ มบูรณ์
๖. นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของคำถามและคำตอบ กลุ่มใดตัง้ คำถามและตอบ
คำถามได้มากกว่า และถกู ตอ้ งเปน็ ฝ่ายชนะ

ข้ันสรุป
๑. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปเร่ืองการตั้งคำถาม และตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเรื่องที่ฟงั และดู

สื่อและแหล่งเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. วดี ีทัศน์

การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๑๑ คะแนนข้นึ ไป)
สังเกต
- พฤตกิ รรมกลุ่ม

๑๐

ช่ัวโมงที่ ๖ การอ่านทำนองเสนาะ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. บอกหลักการอ่านบทร้อยกรองได้

๒. อา่ นรอ้ ยกรองเปน็ ทำนองเสนาะ และอธิบายความหมายของบทร้อยกรองได้

๓. สรุปสาระสำคัญและข้อคดิ จากเรื่องที่อ่านได้

๔. มีมารยาทในการอ่าน

กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้ันนำ

๑. นกั เรยี นฟงั การอ่านทำนองเสนาะจากครหู รอื ดวู ีดิทัศน์ แลว้ สนทนาเกี่ยวกับการอา่ น

บทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ วา่ การอา่ นแบบนีเ้ รียกว่าอะไร ลกั ษณะการอ่านเปน็ อย่างไร เชน่

เปน็ การอา่ นทำนองเสนาะ เปน็ การอา่ นทมี่ ีน้ำเสียงไพเราะกงั วาน มีการเอื้อนเสียง ฯลฯ

ขน้ั สอน

๑. นักเรยี นทุกคนศึกษาความรู้จากหนังสือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ บทที่ ๑ เรอ่ื ง การอ่านร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ จากน้นั นักเรียนและครู

ร่วมกนั อภิปรายสรุปความรู้ แล้วฟังตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพนั ธป์ ระเภทตา่ ง ๆ

จากครู วีดทิ ศั น์ หรอื แถบบันทึกเสยี ง

๒. นักเรยี นฝกึ แบง่ จังหวะการอ่านบทร้อยกรอง แล้วอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะตามครูพร้อมกนั

และผลดั กนั อ่านทีละคนจนครบ ครูสงั เกตและบันทึกการอา่ นลงในแบบบันทกึ

๓. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม เลอื กประธานและเลขานุการกล่มุ

๔. แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนอ่านบทร้อยกรอง

๕. นักเรียนช่วยกนั สรปุ สาระสำคัญและข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน โดยหาอาสาสมคั รนำเสนอหน้าชนั้ เรียน

ครูคอยแนะนำในสว่ นท่ยี งั ไม่สมบูรณ์

ขนั้ สรุป

๑. รว่ มกันสรปุ “การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนาะ ต้องอ่านให้ถกู ต้องตามลักษณะคำ

ประพันธ์และอักขรวิธี รจู้ ักเอ้ือนเสยี ง แสดงอารมณ์ตามเน้ือความ จะทำให้เกิดความไพเราะ

ซาบซึ้ง เห็นความงามของภาษา ได้รบั ความรู้และความเพลิดเพลนิ

ส่อื และแหล่งเรียนรู้

๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕

๒. วดี ีทัศน์

การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

สังเกต

- พฤติกรรมกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป (๑๑ คะแนนขึ้นไป)

- การอ่านบทร้อยกรอง แบบประเมนิ การอ่านบทร้อยกรอง รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป (๑๑ คะแนนขน้ึ ไป)

๑๑

ชว่ั โมงที่ ๗ สำนวนไทย

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. อธิบายลกั ษณะและความหมายของสำนวนได้ถกู ต้อง

๒. อา่ นและเขยี นสำนวนไทยไดถ้ ูกต้อง เหมาะสม

๓. มมี ารยาทในการอา่ น

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ

๑. นักเรยี นทายสำนวนจากปริศนาคำทาย (ข้นึ ต้นด้วยคำว่า นำ้ ) เช่น

- น้ำอะไรหนา หมายความวา่ “มโี อกาสดีควรรบี ทำ” (นำ้ ข้ึนใหร้ ีบตกั )

- น้ำอะไรช่วยบอก หมายถงึ “พดู ไมอ่ อกเพราะเกรงจะมภี ัยแกต่ นหรือผู้อ่นื ”

(น้ำท่วมปาก)

- นำ้ อะไรหนอ หมายถงึ “เม่ือหมดอำนาจความชว่ั ที่ทำไว้กป็ รากฏ” (น้ำลดตอผุด)

- น้ำอะไร หมายถงึ “ทีใครทีมัน” รบี ทายเรว็ พลนั มมี ด มีปลา (นำ้ มาปลากนิ มด น้ำลด

มดกนิ ปลา)

จากน้ันนักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบท่ีถูกตอ้ ง

๒. นกั เรียนอา่ นสำนวน น้ำข้นึ ให้รีบตัก นำ้ ทว่ มปาก น้ำลดตอผดุ น้ำมาปลากนิ มด น้ำลดมดกนิ ปลา

และสนทนาเกี่ยวกบั ลกั ษณะของสำนวนไทย

ขัน้ สอน

๑. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลือกประธานและเลขานุการกลมุ่ แล้วคัดเลอื กตัวแทนในกลุ่ม

จบั ฉลากเขยี นสำนวนต่อไปนี้

- ตาบอดคลำ....................................... - ตาบอดได้.........................................

- ตาบอดสอด....................................... - ตกถัง................................................

- ตกน้ำไม.่ .....................ตกไฟไม่.......... - ตกกระได.........................................

- ตีงูให้....................กิน - ตี...................กระทบคราด.............

- ตึ........................หน้าไซ - ตกั น้ำใส.่ ..................ชะโงกดูเงา

- ตกั บาตรอย่าถาม.............................. - ตัดนำ้ รด...........................................

- ตดั ญาตขิ าด...................................... - ตัด....................ตน้ ลม

- ตดั ..................................ปล่อยวดั

นกั เรียนช่วยกนั พิจารณาความถูกต้อง โดยครูช่วยแนะนำ กลมุ่ ใดเขียนไดถ้ ูกต้องมากกว่า

เป็นฝา่ ยชนะ กลุม่ ใดแพ้ใหเ้ ลือกสำนวน ๓ สำนวน ออกมาทำท่าทางประกอบท้ังกลมุ่

๒. นักเรียนเขยี นคำที่ครูเวน้ ไมอ่ ่านจากสำนวนในกระดาษที่ครูแจกให้ เช่น

- ปิง้ ปลาประชด.......................... - จบั ....................ใส่กระดง้

- ไดท้ ขี ่ี.........................ไล่ - รดี เลือดกับ.......................

- ..................สันหลงั หวะ - ......................ตกน้ำตัวโต

- .................จนตรอก - ตงี ูให้........................กนิ

- เขียน.............ให.้ ................กลวั - หนี..................ปะ..................

๓. นักเรยี นทุกคนช่วยกนั เฉลยคำตอบ นกั เรยี นแลกเปลย่ี นกันตรวจคำตอบ ให้คะแนนข้อละ ๑ คะแนน

แลว้ รวบรวมส่งให้ครูตรวจอีกครง้ั

๑๒

๔. นักเรยี นหรอื อาสาสมคั รออกมาเขยี นความหมายของสำนวนท่ตี นสนใจคนละ ๑ สำนวน ใหท้ ุกคน

รว่ มกันพจิ ารณาความหมาย ช่วยกนั แก้ไข เพ่มิ เติม โดยมคี รูคอยช่วยแนะนำ

๕. นกั เรียนทุกคนทบทวนมารยาทในการอา่ นและศึกษาความรู้ เรอื่ ง สำนวนไทย จากหนงั สือเรยี นรายวิชา

พื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ บทท่ี ๑๕

๖. นักเรียนอา่ นแถบสำนวนแลว้ ชว่ ยกันเลอื กสำนวนไปติดหรือเขยี นให้ได้ความหมายท่ีกำหนดในแถบ

ความหมายบนกระดาน เช่น

สำนวน รูง้ ๆู ปลาๆ ความหมาย รไู้ ม่จรงิ สักอย่างเดยี ว

ให้ทุกคนร่วมกนั พิจารณาความถกู ต้อง และสนทนาถึงความหมาย ข้อคดิ คณุ ค่าจาก

สำนวนต่างๆ

ขน้ั สรุป

๑. นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ เรอ่ื ง สำนวนไทย

๒. นักเรยี นทำแบบฝึกหัดรายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕

หนา้ ๑๒๘ – ๑๒๙ เป็นการบา้ น

ส่ือและแหล่งเรียนรู้

๑. ปริศนาคำทาย

๒. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕

๓. แบบฝึกหดั รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕

การวัดและประเมินผล

วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์

สังเกต

- พฤตกิ รรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๑๑ คะแนนข้ึนไป)

ชวั่ โมงที่ ๘ คำที่มอี ักษรนำ

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคำทม่ี ีอักษรนำได้
๒. ยกตัวอยา่ งคำทมี่ ีอักษรนำได้
๓. มมี ารยาทในการอ่านและเขยี น

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ

๑. นกั เรียนออกมาเลน่ เกมใบค้ ำทลี ะ ๒ คน โดยคนหนึง่ เปน็ ผูอ้ ธบิ ายความหมายของคำปรศิ นา อกี คน
หนึง่ เป็นผทู้ าย นักเรยี นและครรู ่วมกนั เฉลยโดยติดบัตรคำปรศิ นาบนกระดาน คำปริศนาจะเปน็ คำท่ี
มีอักษรนำ อ่านเสยี ง ๒ พยางค์ และคำทไี่ ม่มีอักษรนำ เชน่ จรวด ขนั สนาม จมกู ปนิ่ โต ฯลฯ

๒. นกั เรยี นสังเกตและแยกคำท้ังหมดว่าแยกได้ก่ีกลุ่ม นกั เรียนมีวธิ แี ยกอย่างไร (มี ๒ กล่มุ คอื กลุ่มทม่ี ี
พยัญชนะตน้ เพียง ๑ ตัว และกลุ่มท่ีมีพยัญชนะต้น ๒ ตัว)

๑๓

ข้นั สอน

๑. นักเรยี นอ่านออกเสยี งบัตรคำ จรวด ขัน สนาม จมกู ปนิ่ โต ฯลฯ บนกระดาน พร้อมทั้งสังเกต
คำทั้งหมดว่าเหมอื นหรือต่างกันอยา่ งไร แลว้ ให้แยกประเภทวา่ จะแยกได้ก่ปี ระเภท และนักเรยี นมี
เหตผุ ลใดในการแยกประเภทดังกลา่ ว เช่น
- มพี ยัญชนะต้น ๑ ตัว ไดแ้ ก่ คำวา่ ขัน ปน่ิ โต ฯลฯ
- มพี ยญั ชนะต้น ๒ ตวั ไม่ประวิสรรชนยี ์ แตอ่ อกเสียงอะ ก่ึงเสียง ไดแ้ ก่ จรวด
(จะ – หรวด) จมูก (จะ – หมกู ) ฯลฯ เราเรยี กคำประเภทท่ี ๒ น้ีวา่ “คำทม่ี ีอักษรนำ”

๒. นกั เรียนอา่ นคำที่มีอักษรนำ ๒ พยางค์ เช่น สนาม ทหาร ตลาด สมุด ถนน ฯลฯ พรอ้ มกัน
สังเกตลกั ษณะของคำท้ังหมด เชน่ มีพยญั ชนะต้น ๒ ตัว ไมป่ ระวสิ รรชนยี ์ แตอ่ อกเสยี งอะ
กงึ่ เสียง มอี ักษรสูง และอักษรกลางนำมา

๓. นกั เรียนและครูร่วมกันอภปิ รายคำทม่ี ีอักษรนำข้างต้น และนอกเหนอื จากนี้ยังมีคำที่มอี ักษรนำอกี
ได้แก่ ห นำ อ นำ

๔. นักเรียนแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานกุ ารกล่มุ แขง่ ขันกันเขียนคำทีม่ ี
อักษรนำตามคำสงั่ เชน่
- ชื่อคนที่มีอกั ษรสูงนำ เช่น สมาน ถนอม สนอง ฯลฯ
- ชื่อสถานทีท่ ่ีมอี ักษรกลางนำ เช่น ตลาด ตลิ่ง ฯลฯ
- ชอ่ื สตั วท์ ีม่ ี ห นำ เชน่ หนู หมู ฯลฯ
- ชื่อสงิ่ ของทมี่ ีอกั ษรกลางนำ เช่น จรวด ปรอท ฯลฯ

๕. นักเรียนส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น นกั เรียนและครตู รวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมและสรุป
ความรู้อีกครัง้

๖. นกั เรยี นฝึกอา่ นและเขียนคำ อธิบายความหมายของคำทม่ี ีอักษรนำ
ขน้ั สรปุ

๑. รว่ มกันสรุป “อกั ษรนำ คือ คำทม่ี พี ยัญชนะ ๒ ตัว เรียงกันและรว่ มอยใู่ นสระตวั เดยี วกัน พยญั ชนะ
ตวั แรก คือ ห นำ และ อ นำ ย เวลาอา่ นไมอ่ อกเสยี ง อะ ทตี่ วั ห และ ตวั อ จะออกเสียงร่วมกัน
สนิทเปน็ พยางค์เดยี วกนั เช่น หงาย หญ้า หนัง หมาก หยิบ หรอื หลาย ฯลฯ

สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
๑. เกม
๒. บัตรคำ

การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๑๑ คะแนนขนึ้ ไป)
วธิ กี าร

สงั เกต
- พฤตกิ รรมกลุ่ม

๑๔

ชัว่ โมงท่ี ๙ คำขวัญ

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อธิบายลกั ษณะของคำขวัญได้

๒. แต่งคำขวญั โดยใช้คำทถ่ี ูกต้อง และเหมาะสมได้

๓. มมี ารยาทในการเขยี น

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นำ

๑. นักเรียนดภู าพกจิ กรรมวันสำคัญ เชน่ วนั เด็กแหง่ ชาติ วนั ครแู หง่ ชาติ วนั แม่แห่งชาติ ฯลฯ และ

สนทนาซกั ถามวา่ มีวนั สำคญั วันใดบา้ ง เขียนคำขวญั วันสำคัญทน่ี ักเรียนทราบบนกระดาน

๒. นกั เรียนสังเกตลกั ษณะของคำขวัญ เช่น ใช้คำสน้ั ๆ กะทัดรดั คลอ้ งจอง มีความหมาย ฯลฯ

ขน้ั สอน

๑. นกั เรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานุการกลมุ่

๒. นักเรยี นรว่ มกันทบทวนมารยาทในการเขยี น สรุป และอภิปราย เร่ือง คำขวัญ แลว้ ครูอธิบายเพ่ิมเติม

๓. นักเรยี นผลัดกนั ออกไปเขียนคำขวัญที่ตนเองทราบลงบนกระดานให้ได้มากทส่ี ดุ ภายในเวลา ๕ นาที

แลว้ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และสังเกตลักษณะของคำขวัญทง้ั หมด

๔. หาอาสาสมัครภายในกลุม่ มาจับสลากคำขวัญ เพ่ืออธบิ ายลกั ษณะของคำขวัญที่จับได้ เชน่ ต้นไมค้ ือ

ชีวติ เจ้าดูดอากาศพษิ แทนข้า (เปน็ คำขวญั ท่ีมีลกั ษณะคล้องจองชีวิต – พษิ ใช้คำสัน้ ๆ ไมเ่ กิน

๑๖ คำ เปน็ คำขวญั ทบ่ี อกประโยชน์ของตน้ ไม้ ให้ข้อคดิ เรือ่ งของการอนุรักษ์ไมใ่ หต้ ัดไม้ทำลายป่า

ฯลฯ)

ขน้ั สรุป

๑. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุป “คำขวัญ เป็นถ้อยคำส้ัน ๆ หรือคำคล้องจองเพือ่ เตือนใจ”

๒. นกั เรยี นทุกคนแต่งคำขวญั ตามความสนใจ เป็นการบ้าน เชน่ คำขวญั ใหป้ ระหยัดน้ำ ประยัดไฟฟ้า

คำขวญั ปอ้ งกนั ยาเสพตดิ คำขวัญอนุรักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม ฯลฯ และวาดภาพประกอบให้สวยงาม

สอื่ และแหล่งเรยี นรู้

๑. ภาพกจิ กรรมวันสำคญั

๒. คำขวญั

การวัดและประเมนิ ผล

วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๑๑ คะแนนขึน้ ไป)

๑๕

ชว่ั โมงท่ี ๑๐ การวเิ คราะห์ความนา่ เชอื่ ถือจากเรอื่ งท่ีฟัง และดใู นชีวิตประจำวัน

จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกหลกั การวเิ คราะห์ความน่าเชอ่ื ถอื จากข่าวหรือเหตุการณท์ ่ฟี ังและดูในชีวติ ประจำวนั ได้
๒. ฟงั ข่าวหรือเหตกุ ารณ์ แล้ววิเคราะห์ความน่าเช่ือถือของขา่ วหรอื เหตุการณ์ท่ีฟงั และดูได้
๓. มมี ารยาทในการฟัง และการดู

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ

๑. นักเรยี นดแู ละฟงั ข่าวจากวดี ีทัศน์ สนทนาซกั ถามว่าเป็นขา่ วเกีย่ วกบั อะไร นกั เรียนทำอย่างไรเม่ือดู
ขา่ ว ขา่ วนี้น่าเชอื่ ถือหรอื ไม่ ข่าวมีประโยชน์อย่างไร ฯลฯ

ขั้นสอน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลอื กประธานและเลขานุการกลมุ่ ช่วยกนั ทบทวนมารยาทใน
การฟงั และการดู
๒. ให้อาสาสมคั รแต่ละกลุ่มออกมาเล่าข่าวหรอื เหตุการณ์ที่นา่ สนใจใหเ้ พ่อื นฟัง
๓. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับขา่ วทเี่ พ่ือนเลา่ ให้ฟงั เชน่ การลำดับเหตุการณต์ ั้งแต่ต้นจนจบ
หลกั ฐานอ้างอิง ท่ีมา สถานที่ เวลา
๔. ครูใหค้ วามรนู้ กั เรียนเกย่ี วกับแนวทางการวิเคราะหข์ ่าว ดงั น้ี
การวเิ คราะห์ข่าวต้องดจู ากการเล่าเหตกุ ารณ์ตามลำดับตั้งแตต่ น้ จนจบ ไมป่ ิดบังอำพราง
อ้างองิ หลกั ฐานท่ีมา สถานที่ เวลา รวมถงึ บุคคลทีเ่ กี่ยวข้อง เพ่ือใหท้ ราบรายละเอียดที่ชัดเจน
๕. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ฟังและดูข่าวท่ีครูเลา่ (หรือวดี ีทัศน)์ แล้วรว่ มกันวิเคราะห์ความน่าเชอ่ื ถือของข่าว
ตามหวั ขอ้ ท่กี ำหนดไว้ ได้แก่
- เนอ้ื หามหี ลกั ฐานอา้ งองิ หรือไม่ อยา่ งไร เช่น ท่ีมา สถานที่ เวลา
- การลำดับเหตุการณ์
- ความน่าเชื่อถือของเร่ือง บุคคลท่ีเกีย่ วข้อง
- ประโยชนท์ ่ีไดจ้ ากเรื่องที่ฟงั และดู
- ความคดิ เห็นจากการฟงั ข่าวน้ี
๖. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนนำเสนอผลงานแล้วนกั เรียนกลุม่ อ่ืนรว่ มแสดงความคดิ เหน็

ขั้นสรปุ
๑. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ แนวทางการวเิ คราะห์ขา่ ว ดงั นี้
การวิเคราะห์ความนา่ เช่ือถือของขา่ ว ต้องดกู ารเล่าเหตุการณ์ตามลำดับตั้งแตต่ ้นจนจบ
ไมป่ ิดบงั ท่ีมา สถานที่ เวลา และบุคคลท่ีเก่ยี วข้อง การวิเคราะหค์ วามน่าเชือ่ ถอื ของข่าวทฟ่ี ัง และ
ดู ต้องใช้เหตผุ ลหรอื คิดหาหลกั ฐานทอ่ี ้างอิงไดช้ ดั เจน แล้วจึงตดั สินใจเชือ่ ถือ
๒. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น

สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
๑. วีดีทัศน์
๒. แบบทดสอบหลังเรยี น

๑๖

การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์

วธิ กี าร แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป (๑๑ คะแนนขึ้นไป)
แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป (๖ คะแนนขนึ้ ไป)
สังเกต
- พฤตกิ รรมกล่มุ
ทดสอบหลังเรียน

๑๗

ภาคผนวก

๑๘

สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ หนว่ ยที่ ๑ ช่วั โมงท่ี ๑

แบบทดสอบก่อนเรียน กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ หน่วยท่ี ๑ สายนำ้ สายชีวติ

จำนวน ๑๐ ข้อ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน เวลา ๑๕ นาที

คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบ ข้อ ก ข ค หรือ ง ที่ถูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดยี ว

๑. คำในขอ้ ใดมีความหมายเก่ียวกับนำ้ ทั้งหมด
ก. นที สายธาร สายชล ธารา ภูผา ชลาลัย
ข. นที สายธาร สายชล ธารา นภา ชลาลัย
ค. นที สายธาร สายชล ธารา ลำราง ชลาลยั
ง. นที สายธาร สายชล ธารา รวยรนิ ชลาลยั

๒. คำอ่านในข้อใดอา่ นได้ถูกตอ้ ง
ก. คลค่ี ลาย อา่ นวา่ ค่ี – คาย
ข. บริสทุ ธ์ิ อ่านว่า บะ – ริ – สดุ

ค. อุณหภมู ิ อา่ นว่า อนุ – หะ – พมู

ง. ทรพั ยากร อ่านว่า ทรับ – พะ – ยา – กอน

๓. เดก็ ชายนิคม ทำความผิดเพราะไปขโมยยางลบของเพ่ือน แตย่ งั ยนื กรานไมย่ อมรับ พฤติกรรมของ
เดก็ ชายนิคม ตรงกบั สำนวนใด
ก. ด้อื ตาใส

ข. กินปนู รอ้ นท้อง

ค. ยนื กระตา่ ยขาเดยี ว

ง. สวรรค์อยใู่ นอก นรกอยูใ่ นใจ

๔. ประโยคในขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยคคำถาม
ก. ใครนอนหลบั
ข. ใครกเ็ ห็นแก่ตวั ทง้ั นั้นแหละ
ค. ใครเหน็ กระเป๋านกั เรียนของฉันบา้ ง
ง. ใครคอื คนนำรถไปซ่อมทีต่ ลาดเมอื่ วานน้ี

๕. สมั ผัสลักษณะใดไมใ่ ชส่ ัมผสั บังคบั
ก. สัมผัสใน
ข. สัมผสั นอก
ค. สมั ผัสระหว่างบท
ง. สัมผสั ระหวา่ งวรรค

๖. การอา่ นในข้อใดเป็นการอ่านทำนองเสนาะ

ก. การอ่านท่ีใช้เสียงสงู ตำ่ และเวน้ วรรคให้ถกู ต้อง

ข. การอา่ นที่ใช้เสียงสงู ต่ำ ส้ัน ยาว มีการเอ้อื นเสยี ง

ค. การอา่ นท่ใี ชเ้ สยี งสงู ตำ่ สั้น ยาว หนัก เบา และมีการเอื้อนเสยี ง

ง. การอา่ นที่ใช้เสยี งสูง ต่ำ ส้ัน ยาว หนกั เบา มีการเออื้ นเสยี ง และต้องมเี คร่ืองประกอบจังหวะ

๑๙

๗. ขอ้ ใดแบง่ จังหวะการอา่ นบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. มอง/สายนำ้ /เปรยี บดังสายชวี ิต
ข. ตกั /ตะกอน/ชอ้ นขยะ/ให้หมดส้นิ
ค. แม้หดหู่/มองทางไหน/ไมเ่ หน็ ผล
ง. เหมือนน้ำ/ตกต้องแผน่ ผา/กล้าเผชิญ

อา่ นข้อความท่ีกำหนด แล้วตอบคำถามข้อ ๘-10

ใบหม้อขา้ วหมอ้ แกงลิงส่วนมากมสี ีแดง อาจเปน็ สีแดงเขม้ สีแดงสด
หรอื มหี ลายสี เช่น สีแดงเหลอื บเขยี ว ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเปน็ พืช
ชนิดหนึ่ง มกั ขน้ึ ในทุ่งโลง่ ที่เป็นดนิ ทรายแหง้ แล้ง มีอาหารน้อย พชื ชนดิ นี้
จึงหาทางเพมิ่ แหล่งอาหาร โดยลอ่ แมลงมากินน้ำหวานบริเวณขอบกระเปาะ
และฝาปิดซึ่งอยู่ที่ปลายใบ เราจงึ เรียกตน้ หม้อข้าวหม้อแกงลงิ วา่ “พืชกินสัตว”์

๘. ทำไมจึงเรยี กต้นหม้อข้าวหมอ้ แกงลงิ ว่า “พชื กนิ สัตว์”
ก. ใบหมอ้ ข้าวหม้อแกงลิงส่วนมากมสี แี ดง
ข. มกั ข้ึนในทุ่งโลง่ ทีเ่ ป็นดินทรายแหง้ แลง้ มีอาหารน้อย
ค. ล่อแมลงมากนิ นำ้ หวานบริเวณขอบกระเปาะและฝาปิดซ่ึงอย่ทู ่ีปลายใบ
ง. ใบหมอ้ ขา้ วหม้อแกงลงิ ส่วนมากมีสแี ดง มกั ขึน้ ในทุ่งโล่งที่เป็นดินทรายแห้งแลง้

๙. เพราะเหตุใดตน้ หมอ้ ข้าวหม้อแกงลิงจึงต้องหาทางเพิ่มแหลง่ อาหาร
ก. เพราะทป่ี ลายใบมขี อบกระเปาะและฝาปิด
ข. เพราะใบหมอ้ ข้าวหม้อแกงลิงส่วนมากมสี ีแดง
ค. เพราะมักขึ้นในทงุ่ โลง่ ทีเ่ ป็นดนิ ทรายแห้งแลง้ มีอาหารนอ้ ย
ง. เพราะลอ่ แมลงมากนิ น้ำหวานบรเิ วณขอบกระเปาะและฝาปิดซ่ึงอยูท่ ี่ปลายใบ

๑๐. ข้อใดไมใ่ ช่สขี องใบหมอ้ ขา้ วหม้อแกงลงิ
ก. สแี ดง
ข. สีเขียว
ค. สีแดงสด
ง. สีแดงเหลอื บเขยี ว

............................................

๒๐

เฉลย
หน่วยที่ ๑ เรอื่ ง สายนำ้ สายชวี ิต

ข้อท่ี ตอบ
๑ค
๒ค
๓ค
๔ข
๕ก
๖ค
๗ค
๘ค
๙ค
๑๐ ข

๒๑

สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ หนว่ ยที่ ๑ ชวั่ โมงที่ ๒

เพลง ชีวติ กับสายนำ้

ขบั ร้อง/อเุ ทน พรหมมินทร์

กบั ชวี ิตของคน..ตา่ งกนั ตรงท่ีมา
มปี ญั หามากมายไมเ่ หมือนกัน
เรอ่ื งราวทุกอยา่ งอยทู่ ต่ี วั เราทำ
จะเดินบนทางเสน้ ใด..

*อยทู่ ่ีใจของคน..ว่าจะทนเทา่ ไร
อยากเป็นคนอย่างไรกเ็ ลอื กเอา
ใหด้ ีท่ีสุดมนั จะหนัก-จะเบา
กท็ ำตามความต้ังใจ

จะจน-จะรวยก็เทา่ น้นั ..สักวนั กต็ อ้ งจากไป
มคี วามรกั -มีความเข้าใจ เปน็ คนดีกเ็ พียงพอ

**เปรยี บกบั เจา้ พระยาทส่ี ายน้ำมารวมกัน
แตส่ ดุ ท้ายน้นั ..ก็ไหลลงในทะเล
ถ้ายงั มีลมหายใจ..ถงึ ชีวิตจะหักเห
ซอ่ื สตั ย์ไวใ้ นใจ..
จากไปแลว้ คนยังจดจำความดี

เพอื่ นไมเ่ คยทง้ิ กนั ..ไมม่ วี ันลบเลอื น
ความผูกพันคอยเตือนในหวั ใจ
แยกคนละทางจะต้องห่างกันไป
สุดท้ายกลบั มาพบกนั

เกิดมาเพื่อให้คนจดจำ.. "ความดี"

แหล่งข้อมลู www.youtube.com

๒๒

สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ หนว่ ยที่ ๑ ชวั่ โมงที่ ๑๐

แบบทดสอบหลังเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยที่ ๑ สายนำ้ สายชีวติ

จำนวน ๑๐ ขอ้ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน เวลา ๑๕ นาที

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคำตอบ ข้อ ก ข ค หรอื ง ทถี่ กู ต้องทีส่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ประโยคในข้อใดไม่ใชป่ ระโยคคำถาม
ก. ใครนอนหลบั
ข. ใครก็เห็นแก่ตัวทั้งนัน้ แหละ
ค. ใครเหน็ กระเปา๋ นักเรยี นของฉันบ้าง
ง. ใครคือคนนำรถไปซอ่ มทตี่ ลาดเมื่อวานนี้

๒. ขอ้ ใดแบง่ จงั หวะการอ่านบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. มอง/สายน้ำ/เปรียบดังสายชีวติ

ข. ตัก/ตะกอน/ชอ้ นขยะ/ให้หมดส้ิน

ค. แม้หดหู่/มองทางไหน/ไม่เห็นผล

ง. เหมือนนำ้ /ตกต้องแผ่นผา/กลา้ เผชญิ

๓. เดก็ ชายนคิ ม ทำความผิดเพราะไปขโมยยางลบของเพ่ือน แตย่ ังยนื กรานไมย่ อมรับ พฤติกรรมของ
เด็กชายนคิ ม ตรงกบั สำนวนใด
ก. ด้อื ตาใส

ข. กินปูนร้อนท้อง

ค. ยืนกระตา่ ยขาเดยี ว

ง. สวรรค์อย่ใู นอก นรกอยู่ในใจ

๔. คำในข้อใดมคี วามหมายเกีย่ วกับน้ำทง้ั หมด
ก. นที สายธาร สายชล ธารา ภูผา ชลาลัย
ข. นที สายธาร สายชล ธารา นภา ชลาลัย
ค. นที สายธาร สายชล ธารา ลำราง ชลาลัย
ง. นที สายธาร สายชล ธารา รวยรนิ ชลาลัย

๕. สัมผสั ลกั ษณะใดไมใ่ ชส่ มั ผสั บังคบั
ก. สมั ผัสใน
ข. สมั ผัสนอก
ค. สัมผสั ระหว่างบท
ง. สมั ผสั ระหว่างวรรค

๖. การอ่านในข้อใดเปน็ การอ่านทำนองเสนาะ

ก. การอ่านที่ใชเ้ สยี งสงู ตำ่ และเว้นวรรคให้ถูกต้อง

ข. การอ่านท่ใี ชเ้ สยี งสูง ต่ำ ส้ัน ยาว มกี ารเอือ้ นเสยี ง

๒๓

ค. การอา่ นทใ่ี ช้เสยี งสูง ต่ำ สั้น ยาว หนกั เบา และมีการเอ้อื นเสียง
ง. การอา่ นที่ใชเ้ สยี งสูง ตำ่ ส้ัน ยาว หนัก เบา มกี ารเอ้ือนเสยี ง และตอ้ งมเี ครื่องประกอบจงั หวะ

๗. คำอ่านในข้อใดอา่ นได้ถูกต้อง
ก. คลีค่ ลาย อา่ นว่า ค่ี – คาย
ข. บริสทุ ธ์ิ อ่านว่า บะ – ริ – สุด
ค. อณุ หภมู ิ อ่านว่า อนุ – หะ – พูม
ง. ทรัพยากร อ่านวา่ ทรับ – พะ – ยา – กอน

อา่ นขอ้ ความทกี่ ำหนด แล้วตอบคำถามข้อ ๘-10

ใบหม้อขา้ วหม้อแกงลิงสว่ นมากมสี ีแดง อาจเป็นสแี ดงเขม้ สีแดงสด
หรอื มีหลายสี เช่น สีแดงเหลอื บเขยี ว ตน้ หมอ้ ข้าวหมอ้ แกงลงิ เปน็ พืช
ชนดิ หนึง่ มักข้นึ ในทุ่งโล่งท่เี ปน็ ดนิ ทรายแห้งแลง้ มีอาหารน้อย พชื ชนดิ นี้
จงึ หาทางเพ่มิ แหลง่ อาหาร โดยลอ่ แมลงมากนิ นำ้ หวานบริเวณขอบกระเปาะ
และฝาปิดซึ่งอยู่ท่ีปลายใบ เราจึงเรียกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลงิ วา่ “พืชกินสัตว”์

๘. ทำไมจงึ เรียกต้นหม้อขา้ วหม้อแกงลงิ วา่ “พชื กินสตั ว”์
ก. ใบหมอ้ ขา้ วหม้อแกงลงิ สว่ นมากมีสแี ดง
ข. มักขนึ้ ในทุ่งโลง่ ทเ่ี ป็นดินทรายแห้งแลง้ มีอาหารน้อย
ค. ลอ่ แมลงมากินน้ำหวานบริเวณขอบกระเปาะและฝาปิดซง่ึ อย่ทู ่ีปลายใบ
ง. ใบหม้อขา้ วหม้อแกงลงิ ส่วนมากมสี แี ดง มักขึ้นในทุง่ โล่งทเ่ี ป็นดินทรายแห้งแล้ง

๙. เพราะเหตใุ ดตน้ หม้อขา้ วหมอ้ แกงลงิ จงึ ต้องหาทางเพิ่มแหลง่ อาหาร
ก. เพราะท่ปี ลายใบมขี อบกระเปาะและฝาปดิ
ข. เพราะใบหมอ้ ขา้ วหม้อแกงลงิ สว่ นมากมีสีแดง
ค. เพราะมักขึ้นในท่งุ โล่งท่ีเป็นดนิ ทรายแหง้ แลง้ มีอาหารนอ้ ย
ง. เพราะล่อแมลงมากินนำ้ หวานบรเิ วณขอบกระเปาะและฝาปิดซ่ึงอย่ทู ่ีปลายใบ

๑๐. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สขี องใบหม้อข้าวหมอ้ แกงลงิ
ก. สีแดง
ข. สเี ขยี ว
ค. สแี ดงสด
ง. สีแดงเหลือบเขยี ว

............................................

๒๔

เฉลย
หน่วยที่ ๑ เรอื่ ง สายนำ้ สายฃวี ิต

ข้อท่ี ตอบ
๑ข
๒ค
๓ค
๔ค
๕ก
๖ค
๗ค
๘ค
๙ค
๑๐ ข

๑. คณะทำงาน ๒๕
๒. ความรับผิดขอบต่อห ้นาท่ี
๓. ้ัขนตอนการทำงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
๔. ความร่วม ืมอในการทำงานคำชีแ้ จง ครปู ระเมนิ พฤติกรรมของนักเรียนในการทำงานกลุม่ และให้คะแนนลงในช่องท่ตี รงกับพฤตกิ รรมของ
๕. การปฏิบัติงานอย่าง ีมความ ุสข
๖. เวลานักเรียน

เลขท่ี ชือ่ - สกุล

สรปุ
รวม ผลการประเมิน
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๘ ผ่าน ไม่ผ่าน









๑๐

เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๑๑ คะแนนขนึ้ ไป)
๑๕ – ๑๘ คะแนน ระดับ ดี
๑๑ – ๑๔ คะแนน ระดบั พอใช้
๐ – ๑๐ คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ

ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมนิ
( ...............................................)

๒๖

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรมกลุ่ม (Rubrics)

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. คณะทำงาน
๓ ๒ ๑

มปี ระธาน เลขานกุ าร ขาดองคป์ ระกอบ ขาดองค์ประกอบ
ผู้นำเสนอ ผูร้ ว่ มงาน ๑ อย่าง ๒ อย่างขนึ้ ไป

๒. ความรบั ผดิ ชอบ สมาชกิ มีความรบั ผิดชอบ สมาชิกไม่มคี วาม สมาชิกไม่มีความ
ตอ่ หน้าท่ี และปฏิบัติหนา้ ทีข่ องตน รับผิดชอบ และปฏบิ ตั ิ รับผิดชอบ และปฏิบตั ิ
จนสำเร็จทุกคน หน้าท่ีของตนไม่สำเร็จ หนา้ ท่ขี องตนไม่สำเรจ็
๓.ขั้นตอนการทำงาน เป็นบางคน
๑) คัดเลอื กเรื่องตาม ขาดขัน้ ตอน ๒ ข้นั ตอน
ความสนใจของกลมุ่ ขาดขั้นตอน ๑ ข้นั ตอน ขึน้ ไปหรอื ไม่ชัดเจน
๒) มกี ารวางแผน หรอื ไมช่ ัดเจน
๓) เตรยี มวัสดุอปุ กรณ์
๔) ปฏบิ ัตติ ามแผน
และพัฒนางาน

๔. ความรว่ มมือ สมาชิกมสี ่วนรว่ มทุกคน สมาชกิ มสี ว่ นร่วมทกุ คน สมาชิกมีส่วนรว่ มเปน็
ในการทำงาน บางคนและให้ความ
และให้ความร่วมมือในการ แตม่ ีบางคนให้ความ ร่วมมือในการทำงานไม่
๕. การปฏิบัติงาน ครบทกุ คน
อยา่ งมีความสุข ทำงานอย่างเต็มท่ี รว่ มมือในการทำงานไม่

๖. เวลา เต็มท่ี

สมาชิกรว่ มกนั ปฏบิ ัตงิ าน สมาชกิ บางคนไมม่ ี สมาชิกทุกคนไม่มี
อย่างมีความสขุ ทุกคน ความสุขในการ ความสขุ ในการ
ปฏบิ ัติงาน
ปฏบิ ัตงิ าน

งานเสร็จตามกำหนดเวลา งานเสรจ็ ไมท่ นั ตาม งานเสร็จไมท่ ันตาม
กำหนดเวลาและงานไม่มี
และมีคุณภาพ กำหนดเวลาแต่งานมี คณุ ภาพ

คุณภาพ

๒๗

แบบประเมินการอา่ นจบั ใจความ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ขั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
คำชแี้ จง ครูประเมนิ พฤติกรรมของนักเรียนในการอา่ นในใจและให้คะแนนลงในช่องทตี่ รงกับพฤติกรรมของ

นักเรยี น

เลขท่ี ชือ่ - สกลุ ๑. ุบคลิกในการ ่อาน สรปุ
๒.๑. การกวาดสายตา รวม ผลการประเมนิ
๓. ไ ่มใ ้ช ืมอ ้ีชตาม ัตว ัอกษร
๔. ไ ่ม ่สายห ้นาไปมาในขณะท่ี ่อาน
๕. ัจบใจความสำคัญของเรื่อง ี่ท ่อาน
๖. การ ั้ตงคำถามและตอบคำถามจากเรื่อง
๗. การสรุปเรื่อง แนวคิด และ ้ขอคิดของเรื่อง

๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๒๑ ผา่ น ไมผ่ ่าน



















๑๐

เกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๑๓ คะแนนข้นึ ไป)
๑๘ – ๒๑ คะแนน ระดับ ดี
๑๓ – ๑๗ คะแนน ระดับ พอใช้
๐ – ๑๒ คะแนน ระดับ ปรบั ปรงุ
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
( ...............................................)

๒๘

รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการอา่ นจับใจความ (rubrics)

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๑. บุคลิกในการอา่ น
๓๒๑

น่ังตวั ตรง วางหนงั สือ จบั น่งั ตวั ตรง วางหรอื เปิด นัง่ ตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสอื และเปิดหนังสอื หนังสอื ไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถูกต้อง
ถกู ต้อง

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป

ขวาได้ถูกต้อง รวดเร็ว ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ชา้ และ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแต่ช้ามาก

และตอ่ เนื่อง ต่อเนอื่ ง และไมต่ ่อเน่ือง

๓. ไม่ใชม้ อื ชีต้ ามตวั อกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ตี ามตวั อักษร ใชม้ อื ช้ตี ามตัวอักษร ใชม้ ือชี้ตามตัวอกั ษร
ขณะท่ีอา่ นตลอดทัง้ เร่อื ง ๒ ครงั้ ขณะที่อ่าน มากกวา่ ๒ ครัง้ ขณะท่ี
ตงั้ แตต่ น้ จนจบ อ่าน

๔. ไม่สา่ ยหนา้ ไปมาใน ไมส่ า่ ยหน้าไปมาในขณะ สา่ ยหนา้ ไปมา ๒ คร้ัง สา่ ยหนา้ ไปมา มากกวา่
ขณะทอ่ี ่าน อ่านตลอดทัง้ เรือ่ งตั้งแต่ ในขณะอ่าน ๒ คร้ัง ในขณะอ่าน
ตน้ จนจบ

๕. จับใจความสำคัญของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตกุ ารณ์
เร่ืองท่ีอ่าน สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลที่
เกดิ ข้ึน โดยเรยี งลำดบั เกิดขนึ้ ได้ แตเ่ รยี งลำดบั เกดิ ข้นึ ได้ แตเ่ รยี งลำดบั
เหตกุ ารณ์ไดอ้ ย่างต่อเนอื่ ง เหตกุ ารณผ์ ดิ ๑ ตำแหน่ง เหตุการณผ์ ิด ๒ ตำแหนง่
เหมาะสม ขนึ้ ไป

๖. การตั้งคำถามและตอบ ต้ังคำถามและตอบ ตง้ั คำถามและตอบ ตง้ั คำถามและตอบ
คำถามจากเรื่อง คำถามจากเรื่องท่ีอา่ นได้
ถูกต้องทุกเรอื่ ง ทุก คำถามจากเร่ืองที่อา่ น ไม่ คำถามจากเรื่องท่ีอา่ น ไม่
ประเดน็
ถกู ต้อง ๑ ขอ้ ถูกต้อง ๒ ข้อขน้ึ ไป

๗. การสรุปเร่อื ง แนวคดิ สรุปเรื่อง แนวคิด และ สรุปเร่ืองได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคิด
และขอ้ คิดของเรอ่ื ง แนวคิด หรอื ข้อคิดอยา่ งใด และขอ้ คดิ ไมได้
ขอ้ คดิ ของเรอ่ื งไดค้ รบ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้
สมบรู ณ์

๒๙

แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
คำชแ้ี จง ครปู ระเมินพฤติกรรมของนักเรยี นในการอ่านออกเสยี งและใหค้ ะแนนลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรม

ของนักเรยี น

เลขที่ ช่ือ - สกุล ๑. การ ัจบห ันง ืสอ พ ิลกห ันง ืสอ
ท่าทาง

๒ ๒. ่อาน ูถก ้ตองตาม ัอกขรวิ ีธ
๓ ๓. เว้นวรรคตอนถูกต้อง
๔ ๔. ่อานเ ีสยง ัดงและน้ำเ ีสยงเหมาะ ักบ

๖ เรื่อง ่ีท ่อาน
๗ ๕. ไ ่ม ่อาน ้ขาม ไ ่ม ่อานเ ิ่พม ไ ่มตู่คำ
๘ สรปุ ผล
๙ รวม การประเมิน
๑๐
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๕ ผา่ น ไมผ่ ่าน

เกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป (๙ คะแนนข้ึนไป)
๑๓ – ๑๕ คะแนน ระดบั ดี
๙ – ๑๒ คะแนน ระดับ พอใช้
๐ – ๘ คะแนน ระดับ ปรบั ปรงุ

ลงชื่อ................................................ผูป้ ระเมนิ
( ...............................................)

๓๐

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอ่านออกเสยี ง (rubric)

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑ์การให้คะแนน ๑

๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลักษณะทา่ ทาง ๒ ลักษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ท่าทางในการ การวางและการจบั และการจบั หนังสือไม่
อ่านถูกตอ้ ง หนงั สอื ถูกตอ้ ง ลักษณะท่าทาง การวาง ถกู ต้อง ๒ อย่าง ขนึ้ ไป
และการจบั หนงั สือไม่
ถูกต้อง ๑ อย่าง

๒. อา่ นถกู ต้องตาม อา่ นถูกตอ้ งตามอักขรวธิ ี อ่านถูกตอ้ งตามอักขรวธิ ี อ่านถูกตอ้ งตามอักขรวธิ ี
อักขรวธิ ี ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไม่ถูกต้อง กล้ำ ร ล ว ไม่ถูกต้อง
ตลอดเรือ่ ง ๒ ตำแหนง่ เกิน ๒ ตำแหน่ง

๓. การเว้นวรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อ่านเวน้ วรรคตอนผิด อ่านเวน้ วรรคตอนผิด
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดทั้งเร่ือง ๑ ครง้ั ๒ ครง้ั ขึ้นไป

๔. อา่ นเสยี งดังและ อ่านเสยี งดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชัดเจน

นำ้ เสียงเหมาะสมกับเรื่อง น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกบั น้ำเสยี งไม่เหมาะสมกบั

ท่ีอา่ น ท่ีอา่ น เรื่องท่ีอา่ น เรือ่ งที่อา่ น

๕. ไมอ่ า่ นขา้ ม/อ่านเพ่ิม อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสียงไม่ถกู ต้อง
/ตูค่ ำ
ชดั เจนทกุ คำ ทุกข้อความ ชดั เจน มีการเพ่ิมคำและ ไมช่ ัดเจน อา่ นขา้ มคำ

ทกุ ประโยค ต่คู ำ ๒ ตำแหนง่ อา่ นเพิ่มคำและตู่คำ

๒ ตำแหน่งขึน้ ไป

๓๑

แบบประเมินการอ่านบทร้อยกรอง
คำชีแ้ จง ครปู ระเมนิ พฤติกรรมของนักเรียนในการอ่านออกเสยี ง (บทรอ้ ยกรอง) และใหค้ ะแนนลงในช่องที่ตรง

กบั พฤติกรรมของนักเรยี น

เลขที่ ชือ่ - สกุล ่อานออกเสียง ร ล และคำควบก ้ลำ ร ล ว ถูก ้ตอง รวม สรุปผล
การเ ้อือน การออกเ ีสยง ูถก ้ตองตามประเภทของคำ การประเมิน
ประ ัพนธ์
การเว้นวรรคตอน
น้ำเสียงไพเราะ สละสลวย และ ีลลาท่าทางในการ ่อาน
เหมาะสม
ไ ่ม ่อาน ้ขาม ่อานเพิ่ม ู่ตคำ
ความคล่องแค ่ลวและแ ่มนยำ

๓๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๘ ผา่ น ไมผ่ า่ น










๑๐

เกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๑๑ คะแนนขน้ึ ไป)
๑๕ – ๑๘ คะแนน ระดับ ดี
๑๑ – ๑๔ คะแนน ระดบั พอใช้
๐ – ๑๐ คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ

ลงชื่อ................................................ผปู้ ระเมนิ
( ...............................................)

๓๒

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการอา่ นบทรอ้ ยกรอง (rubrics)

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑ์การให้คะแนน ๑


๑. อา่ นออกเสียง ร ล อา่ นออกเสียง ร ล และ อา่ นออกเสยี ง ร ล และคำ อ่านออกเสยี ง ร ล และ

และ คำควบกล้ำ ร ล ว คำควบกลำ้ ร ล ว ควบกล้ำ ร ล ว ไม่ถกู ต้อง ๒ คำควบกล้ำ ร ล ว ไม่

ถูกต้อง ถูกต้องชดั เจน ครง้ั ถกู ต้องเกิน ๒ ครง้ั

๒. การเอ้อื น การ การเอื้อน การทอดเสยี ง การเอ้ือน การทอดเสยี งหรือ การเอ้ือน การทอดเสยี ง
ทอดเสียงถกู ต้อง ตาม จังหวะทำนองตามประเภท หรือ จงั หวะทำนองตาม
ประเภทของคำ ถกู ต้องตามจังหวะ ของคำประพันธ์ ผิด ๒ ครั้ง ประเภทของคำประพันธ์
ประพันธ์
ทำนองถกู ต้อง ตาม ผิดเกิน ๒ คร้งั
ประเภทของคำประพันธ์

๓. การเว้นวรรคตอน อ่านเว้นวรรคตอนได้ อ่านเวน้ วรรคตอนไม่ถูกต้อง อ่านเวน้ วรรคตอนไม่
ถกู ต้อง ถูกต้องชัดเจน ๒ คร้งั ถกู ต้องเกนิ ๒ ครัง้

๔. นำ้ เสยี ง ไพเราะ อ่านเสยี งดังชัดเจน อ่านเสยี งดัง ชัดเจน นำ้ เสียง อ่านเสยี ง ไมช่ ัดเจน
สละสลวยและลีลา นำ้ เสียงและลีลา แตล่ ีลาทา่ ทางไม่เหมาะสม น้ำเสียง และลลี าทา่ ทาง
ทา่ ทางในการอา่ น เหมาะสมกบั กบั บทร้อยกรองที่อ่าน ไมเ่ หมาะสม
เหมาะสม
บทร้อยกรองท่ีอา่ น

๕. ไม่อา่ นข้าม/อ่านเพิ่ม อา่ นออกเสียงได้ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง
ชดั เจน มกี ารอา่ นตู่คำ
/ตคู่ ำ ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มีการอ่านตู่คำ และเพิ่มคำ เกิน ๒ คำ
หรือเพม่ิ คำ ๒ คำ
ทกุ ประโยค

๖. ความคล่องแคล่ว อ่านออกเสียงบท อ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง อ่านออกเสยี ง
และแม่นยำ รอ้ ยกรองดว้ ยความ ไม่คล่องแคลว่ ไมแ่ ม่นยำ บทรอ้ ยกรองไม่
คลอ่ งแคล่ว และ ขาดความม่นั ใจ ๒ คร้ัง คลอ่ งแคลว่ และไม่
แม่นยำ ไม่มคี วามมน่ั ใจ
แมน่ ยำ มคี วามมน่ั ใจสงู

๓๓

แบบประเมนิ การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
คำชแ้ี จง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรยี นในการทำกิจกรรม และใหค้ ะแนนลงในช่องทตี่ รงกับพฤติกรรม

ของนักเรยี น
รายการประเมิน

เลขที่ ช่อื – สกลุ ๑. ลำดับความคิด เห ุตการ ์ณอย่าง สรปุ ผล
่ตอเนื่อง รวม

๒. ัจบประเด็นสำคัญของเร่ืองไ ้ด การประเมิน
๓. ูถกากรต้ใอ ้ชงภาษากระ ัชบ ัชดเจน ุสภาพ

ูถก ้ตอง
๔. การเ ีขยนสะกดถูกต้อง
๕. การเว้นวรรคตอนถูกต้อง
๖. ความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย

๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๘ ผา่ น ไมผ่ า่ น













๑๐

เกณฑก์ ารประเมิน รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๑๑ คะแนนขน้ึ ไป)
๑๕ – ๑๘ คะแนน ระดับ ดี
๑๑ – ๑๔ คะแนน ระดับ พอใช้
๐ – ๑๐ คะแนน ระดบั ปรบั ปรุง

ลงชอื่ ................................................ผู้ประเมนิ
( ...............................................)

๓๔

รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง (Rubrics)

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ขน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕

เกณฑ์การประเมนิ

ประเด็นการประเมนิ

๓๒ ๑

๑. ลำดับความคดิ ลำดบั ความคิด ลำดับ ลำดบั ความคดิ ลำดับ ลำดบั ความคดิ ลำดับ
เหตุการณ์อย่างต่อเนอ่ื ง เหตกุ ารณ์ได้อย่าง เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนื่อง เหตุการณ์ไมต่ ่อเนือ่ ง วกวน
ต่อเนือ่ ง เหมาะสม บกพร่อง ๒ ตำแหนง่ บกพร่องเกิน
๒ ตำแหน่ง

๒. จับประเด็นสำคญั ของ จับประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเร่อื ง จบั ประเดน็ สำคญั ของเรือ่ ง

เร่ืองได้ถกู ต้อง เรือ่ งได้ถูกต้อง ไดถ้ ูกต้องเปน็ บางสว่ น ไม่ถูกต้อง

๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชบั การใชภ้ าษา กระชบั การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชัดเจน สภุ าพถกู ต้อง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชดั เจน สภุ าพถกู ต้องเป็น ชดั เจน ไมส่ ุภาพ และไม่
เหมาะสมตลอดทัง้ เร่ือง บางส่วน ถกู ต้อง

๔. การเขยี นคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขยี นคำ ประโยค และ เขยี นคำ ประโยค และ
ขอ้ ความ ไม่ถกู ต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ไดถ้ ูกต้องตาม ข้อความ ไม่ถกู ต้องตาม อักขรวิธี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป

อกั ขรวธิ ีตลอดทงั้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง เขียนเวน้ วรรคตอนไม่
ถกู ต้องเกิน ๓ ตำแหน่ง
๕. การเวน้ วรรคตอน เขียนเว้นวรรคตอน เขียนเวน้ วรรคตอน ขน้ึ ไป
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเรื่อง ไม่ถูกต้อง ๒ ตำแหน่ง
ลายมอื ไม่เปน็ ระเบียบ
๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไมเ่ ป็นระเบียบ ผลงานมีรอยลบ ขีดฆ่า
สวยงาม เปน็ ระเบียบ ระเบยี บ ลายมอื เป็น ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหนง่
เรียบร้อย แบบเดยี วกนั ตลอดทั้ง ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหนง่ ขึ้นไป
เรื่อง

๓๕

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คำชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น ๓๒๑
๑. รักชาติ ศาสน์ ๑.๑ ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
๑.๒ เขา้ ร่วมกิจกรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ ตอ่
กษัตริย์
โรงเรียน
๒. ซ่ือสตั ย์ สุจรติ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏบิ ัตติ ามหลักศาสนา
๓. มวี ินยั รับผิดชอบ ๑.๔ เขา้ ร่วมกิจกรรมที่เกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรียนจัดขึ้น
๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๒.๑ ให้ขอ้ มูลทถี่ กู ต้อง และเปน็ จริง
๒.๒ ปฏบิ ตั ใิ นสิง่ ที่ถูกต้อง
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง ๓.๑ ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั

๖. มุง่ มน่ั ในการ มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำวนั
ทำงาน ๔.๑ ร้จู กั ใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
๔.๒ รูจ้ ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
๗. รกั ความเป็นไทย ๔.๓ เชอ่ื ฟังคำส่ังสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แยง้
๘. มีจติ สาธารณะ ๔.๔ ตงั้ ใจเรยี น
๕.๑ ใช้ทรพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
๕.๒ ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ณุ คา่
๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
๖.๑ มีความตง้ั ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
๖.๒ มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่ือให้งานสำเร็จ
๗.๑ มจี ติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
๗.๒ เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
๘.๑ รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
๘.๒ รู้จักการดแู ล รักษาทรัพย์สมบตั ิและสงิ่ แวดลอ้ มของห้องเรยี น โรงเรยี น

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ ๓ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ ๒ คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กวา่ 30 ปรับปรงุ

๓๖

บันทึกผลหลงั สอน

บนั ทึกผลหลังการเรยี นรู้
ผลการสอน
............................................................................................... ............................................................ ..................
............................................................................................................................. ................................................
................................................................................................................................ .............................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
............................................................................................................................. ................................................
................................................... ........................................................................................................ ..................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
.............................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................................... ..............................

ลงชื่อ ………………………………………………………
(...............................................................)

ตำแหน่ง ...............................................................
วนั ท.่ี ......เดือน........................พ.ศ..............

ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะผู้บรหิ าร
................................................................................................................................ .............................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(.......................................................)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียน……………………………………
วันท่ี......เดอื น.........................พ.ศ............


Click to View FlipBook Version