ชนิดของค ำในภำษำไทย ๑๒ ชนิด บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓ ๑. ค ำนำม ๒. ค ำสรรพนำม ๓. ค ำกริยำ ๔. ค ำช่วยกริยำ ๕. ค ำวิเศษณ์ ๖. ค ำที่เกี่ยวกับจ ำนวน ๗.ค ำบอกก ำหนด ๘. ค ำบุพบท ๙. ค ำเชื่อม ๑๐.ค ำลงท้ำย ๑๑.ค ำอุทำน ๑๒.ค ำปฏิเสธ หนังสืออุเทศภำษำไทย ชุด บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม 3 จ ำแนก ชนิดของค ำในภำษำไทยออกเป็น 12 ชนิด โดยใช้เกณฑ์หน้ำที่ เกณฑ์ ต ำแหน่งที่ปรำกฏและสัมพันธ์กับค ำอื่น และเกณฑ์ควำมหมำยประกอบกัน ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๑. ค ำนำม ค ำนำม เป็นค ำที่หมำยถึงคน สัตว์ สิ่งของ สภำพธรรมชำติ สถำนที่ ควำมคิด ควำมเชื่อ ค่ำนิยม คือรวมทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนำมธรรม แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำนำมสำมัญ คือ ค ำนำมที่ใช้เรียกสิ่งต่ำง ๆ ทั่วไป ไม่ได้เจำะจงว่ำหมำยถึงสิ่งใด เช่น คน บ้ำน วัด โรงเรียน สัตว์ ข้ำว ช้ำง แมว ฯลฯ ค ำนำมสำมัญอำจมีควำมหมำยกว้ำงและแคบต่ำงกัน เช่น ควำมหมำยกว้ำง ผลไม้ มะม่วง ทุเรียน ชมพู่ฯลฯ ควำมหมำยแคบ มะม่วง ฟ้ำลั่น เขียวเสวย อกร่อง ฯลฯ 2. ค ำนำมวิสำมัญ คือ ค ำนำมที่เป็นชื่อซึ่งตั้งขึ้นเฉพำะส ำหรับเรียกค ำนำมสำมัญหนึ่ง ๆ บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น สุพรรษำ เป็นชื่อเฉพำะของคน ฟูจิ เป็นชื่อเฉพำะของภูเขำไฟ พระศรีรัตนศำสดำรำม เป็นชื่อเฉพำะของวัด รำชด ำเนิน เป็นชื่อเฉพำะของถนน ค ำนำมวิสำมัญจ ำนวนมำกมัก ใช้ตำมหลังค ำนำมสำมัญ เช่น ประตูวิเศษไชยศรี ประเทศไทย จังหวัดอุดรธำนี โรงเรียนสวนกุหลำบวิทยำลัย 3. ค ำลักษณนำม คือ ค ำที่ใช้บอกลักษณะของค ำนำมหรือค ำริยำ - ค ำลักษณนำมบอกลักษณะของค ำนำมอำจปรำกฎอยู่หน้ำหรืออยู่หลังก็ได้ เช่น ฝูงผึ้งเข้ำจู่โจมศัตรูทันที เขำติดกระดำษแผ่นเล็ก ๆ ไว้ที่ผนัง - ค ำลักษณนำมบอกลักษณะของค ำริยำจะปรำกฎอยู่หลัง เช่น ช่วยหยุดที ขอกอดที - ค ำลักษณนำมปรำกฏหลังค ำบอกจ ำนวน เก้ำอี้ ๑๐ ตัว เดิน ๒ ก้ำว - ค ำลักษณนำมปรำกฏหน้ำค ำบอกล ำดับ บ้ำนหลังแรก แข่งครั้งที่สอง *ค ำลักษณนำมสำมำรถใช้บอกกลุ่ม หมู่ พวก ของค ำนำมที่อยู่รวมกันได้ เช่น นักเรียน ๒ กลุ่ม ทหำร ๓ กอง นกฝูงสุดท้ำย โขลงช้ำง 4.ค ำอำกำรนำม คือ ค ำนำมที่เกิดจำกกำรน ำค ำริยำหรือค ำวิเศษณ์มำแปลงเป็น ค ำนำม โดยเติมหน่วยค ำเติมหน้ำ กำร- หรือ ควำม- - น ำหน้ำค ำกริยำ เช่น กำรนอน กำรกิน กำรเดิน ควำมรัก ควำมคิดเห็น - น ำหน้ำค ำวิเศษณ์ เช่น ควำมงำม ควำมดี ควำมร้อน ควำมเย็น ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๒. ค ำสรรพนำม ค ำสรรพนำม คือ ค ำที่ใช้แทนนำม ค ำสรรพนำมท ำหน้ำที่เป็นส่วนหลัก ของนำมวลีได้เช่นเดียวกับค ำนำม ค ำสรรพนำมแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำบุรุษสรรพนำม (ค ำสรรพนำมบอกบุรุษ) คือ ค ำสรรพนำมที่ ใช้แทนผู้พูดคู่ สนทนำและบุคคลที่กล่ำวถึง แบ่งออกเป็น 3 บุรุษ ดังนี้ - บุรุษสรรพนำมที่ 1 แทนผู้พูด เช่น กระผม ดิฉัน หนู ข้ำพเจ้ำ ฯลฯ - บุรุษสรรพนำมที่ 2 แทนคู่สนทนำ เช่น คุณ ท่ำน นำย เธอ ฯลฯ - บุรุษสรรพนำมที่ 3 แทนบุคคลที่กล่ำวถึง เช่น เขำ ท่ำน มัน ฯลฯ 2. ค ำสรรพนำมถำม คือ ค ำสรรพนำมบอกบุรุษที่ ใช้แทนนำมและใช้แสดงค ำถำม ในขณะเดียวกัน มี 3 ค ำ ได้แก่ ใคร อะไร ไหน เช่น ใครเขียนจดหมำยฉบับนี้ อะไรตกลงไปในน้ ำ ไหนขนมที่เธอซื้อมำ 3. ค ำสรรพนำมชี้เฉพำะ คือ ค ำสรรพนำมที่ใช้แทนค ำนำมและบอกระยะใกล้ ไกล มี 8 ค ำได้แก่ นี่ นั่น โน่น นู่น และ นี้ นั้น โน้น นู้น เช่น นั่งนี่ไหม ร่มอยู่นั่นไง ดูโน่นซิ ดำวลูกไก่อยู่นู่น มีอะไรอยู่ใต้นี้ ตรงนั้นไม่ควรวำง นกเกำะอยู่บนโน้น 4. ค ำสรรพนำมไม่ชี้เฉพำะ คือ ค ำสรรพนำมที่ไม่ระบุหรือก ำหนดแน่นอนว่ำ หมำยถึงผู้ใด ใคร อะไร สิ่งใด หรือสถำนที่ใด ได้แก่ ใคร อะไร ไหน เช่น เขำจะพูดอะไร ก็เรื่องของเขำ เรื่องนี้เขำไม่ได้บอกใครเลย อยู่ไหนก็ไม่สะดวกใจเท่ำบ้ำนเรำ 5. ค ำสรรพนำมแยกฝ่ำย คือ ค ำสรรพนำมที่ใช้แทนค ำนำมหรือบุรุษสรรพนำมที่อยู่ ข้ำงหน้ำเพื่อแสดงว่ำแต่ละฝ่ำยแยกส่วนกันท ำกริยำหรือร่วมกันท ำกริยำมี 3 ค ำ ได้แก่ ต่ำง บ้ำง กัน เช่น ต่ำง แต่ละฝ่ำยท ำกริยำเดียวกัน เช่น เรำต่ำงคนต่ำงอยู่จะดีกว่ำ บ้ำง แต่ละฝ่ำยแยกท ำกริยำต่ำงกัน เช่น คนสวนบ้ำงรดน้ ำ บ้ำงพรวนดิน กัน แต่ละฝ่ำยท ำกริยำเดียวกัน เช่น มวยวันนี้ต่อยกันมันทุกคู่ ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๓. ค ำกริยำ ค ำกริยำ คือ ค ำที่ท ำหน้ำที่เป็นส่วนหลักของกริยำวลีซึ่งเป็นหัวใจของประโยค แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำกริยำที่มีหน่วยกรรม มี 2 ชนิด ดังนี้ - ค ำกริยำสกรรมกริยำ คือ ค ำที่มีนำมวลีตำมหลัง (มีกรรมตำมหลัง 1 ตัว นำมวลีนั้นท ำหน้ำที่เป็นหน่วยกรรม) เช่น กิน ฟัง อ่ำน เกี่ยว ในตัวอย่ำงต่อไปนี้ ฉันกินขนม พ่อฟังข่ำว น้องอ่ำนหนังสือ ชำวนำเกี่ยวข้ำว - ค ำกริยำทวิกรรม คือ ค ำกริยำที่มีนำมวลี ๒ นำมวลีตำมหลัง (มีกรรม ตำมหลัง 2 ตัว กรรมตัวที่ 1 ท ำหน้ำที่กรรมตรง กรรมตัวที่ 2 ท ำหน้ำที่กรรมรอง) เช่น สอน ป้อน ให้ แจก ในตัวอย่ำงต่อไปนี้ พี่ ป้อนข้ำวน้อง (ข้ำว เป็นกรรมตรง น้อง เป็นกรรมรอง) พ่อ ให้เงินลูก (เงิน เป็นกรรมตรง ลูก เป็นกรรมรอง) 2. ค ำกริยำที่ไม่มีหน่วยกรรม มี 5 ชนิด ดังนี้ - ค ำอกรรมกริยำ คือ ค ำกริยำที่ไม่ต้องมีนำมวลีท ำหน้ำที่เป็นหน่วยกรรม (ไม่มีกรรมตำมหลัง) เช่น หัวเรำะ ตก ขึ้น ยืน เดิน เสียใจ ดีใจ กังวล สนุก เซ็ง นักเรียนหัวเรำะ ฝนตก พ่อเดิน เรำเสียใจ พระอำทิตย์ขึ้น - ค ำกริยำคุณศัพท์ คือ ค ำกริยำที่ไม่ต้องมีนำมวลีท ำหน้ำที่เป็นหน่วยกรรม หน่วยเติมเต็ม หรือหน่วยเสริมควำม (ไม่มีกรรมตำมหลัง แสดงสภำพของค ำนำมหรือค ำบุรุษ สรรพนำม) เช่น ดี สวย ว่องไว สูง ในตัวอย่ำงต่อไปนี้ เด็กคนนี้ดี บ้ำนแถวนี้สวยทุกหลังเลย นักกีฬำเหล่ำนี้ว่องไว - ค ำกริยำต้องเติมเต็ม คือ ค ำกริยำที่ต้องมีนำมวลีท ำหน้ำที่เป็นหน่วยเติมเต็ม ตำมหลังเสมอ (ต้องมีค ำนำมหรือค ำสรรพนำมท ำหน้ำที่เป็นหน่วยเติมเต็มตำมหลังเสมอ) ได้แก่ เป็น เหมือน คล้ำย เท่ำใช่ มี เกิด ปรำกฎ เช่น เขำเหมือนพ่อมำก (พ่อ เป็นหน่วยเติมเต็ม ไม่ใช่ กรรม) - ค ำกริยำน ำ ต้องอยู่หน้ำกริยำอื่นเสมอ ปรำกฏในโครงสร้ำงกริยำเรียง เช่น ชอบ พลอย พยำยำม อยำก ฝืน หัด ตั้งใจ ห้ำม ช่วย กรุณำ วำน ในตัวอย่ำงต่อไปนี้ นักเรียนตั้งใจฟังครู กรุณำกดกริ่ง เด็กหัดขี้จักรยำน (ตั้งใจ กรุณำ หัด ห้ำม เป็นค ำกริยำน ำ) - ค ำริยำตำม ต้องอยู่หลังกริยำอื่นเสมอ อำจปรำกฏหลัง ค ำกริยำโดยตรงหรือหลังกรรมก็ได้ เช่น น้ ำลดลงมำกแล้ว (ลง เป็นค ำกริยำตำม) ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๔. ค ำช่วยกริยำ ค ำกริยำช่วย คือ ค ำที่ไม่ใช่ค ำกริยำและไม่ปรำกฏตำมล ำพัง แต่จะปรำกฎ ร่วมกับค ำกริยำและอยู่ข้ำงหน้ำค ำกริยำเสมอเพื่อท ำหน้ำที่บอกควำมหมำยทำงไวยำกรณ์ บอกกำล (อดีต ปัจจุบัน หรืออนำคต) เช่น หมอได้ผ่ำเอำเนื้องอกออกหมดแล้ว (ได้ บอกอดีต) ผมก ำลังอำบน้ ำอยู่ (ก ำลัง บอกปัจจุบัน) ฉันจะไปหำเขำพรุ่งนี้ (พรุ่งนี้ บอกอนำคต) บอกมำลำ (คำดคะเน ขอร้อง บังคับ) เช่น เย็นนี้ฝนคงตกแน่ (คง คำดคะเน) โปรดงดสูบบุหรี่ (โปรด ขอร้อง) คุณต้องคืนเงินผมให้ได้ (ต้อง บังคับ) บอกวำจก (ผู้รับกำรกระท ำ) เช่น เจ้ำตูบโดนขัง รถเรำถูกรถคนนั้นเฉี่ยวเอำ ๕. ค ำวิเศษณ์ ค ำวิเศษณ์ คือ ค ำซึ่งที่ท ำหน้ำที่ขยำยค ำกริยำ และเป็นส่วนหลักของวิเศษณ์วลี แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำวิเศษณ์สำมัญ คือ ค ำวิเศษณ์ที่ขยำยค ำกริยำโดยทั่วไป เช่น วันนี้รถติดจัง น้องนอนแล้ว แม่บ้ำนท ำกับข้ำวเอง 2. ค ำวิเศษณ์ขยำยเฉพำะ คือ ค ำวิเศษณ์ที่ใช้ขยำยค ำกริยำใดค ำหนึ่งโดยเฉพำะ เช่น ขำวจั๊วะ ด ำปี๋ สูงปรี๊ด คมกริบ สูงปรี๊ด แดงแจ๋ 3. ค ำวิเศษณ์แสดงค ำถำม คือ ค ำวิเศษณ์ที่ใช้แสดงค ำถำมขอทรำบเหตุผลและ วัตถุประสงค์ เช่น ท ำไม เหตุ ใด เพรำะอะไร เพรำะเหตุ ใด เพรำะสำเหตุ ใด ไย ฯลฯ เหตุใดจึงไม่แจ้งก ำหนดกำรล่วงหน้ำ เพรำะอะไรจึงไม่เปิดเผยควำมจริง 4. ค ำวิเศษณ์บอกเวลำ คือ ค ำวิเศษณ์ที่ใช้เพื่อบ่งบอกเวลำที่เกิดเหตุกำรณ์ หรือกำรกระท ำอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง เช่น กลำงวัน กลำงคืน ค่ ำ ๆ เช้ำ ๆ พรุ่งนี้ ฯลฯ พรุ่งนี้เขำจะไปเชียงใหม่ กลำงคืนบริษัทต่ำง ๆ ไม่เปิดหรอก นักกีฬำจะซ้อมวิ่งกันเช้ำ ๆ กลำงวันถนนสำยนี้แน่นมำก ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๖. ค ำบอกจ ำนวน ๗. ค ำบอกก ำหนด ค ำบอกก ำหนด คือ ค ำขยำยนำมที่อยู่ต ำแหน่งท้ำยสุดในนำมวลี แบ่งย่อยได้เป็น 2 ชนิด 1. ค ำบอกก ำหนดชี้เฉพำะ คือ ค ำขยำยค ำนำมเจำะจงและบอกระยะใกล้ไกล มี 8 ค ำ ได้แก่ นี่ นั่น โน่น นู่น และ นี้ นั้น โน้น นู้น - ค ำบอกก ำหนด นี่ นั่น โน่น นู่น ใช้ตำมหลังค ำนำมและอยู่ติดกับค ำนำม เช่น นวนิยำยนี่ใครเป็นคนแต่ง เสื้อนั่นยังไม่ได้ซัก ลำกเก้ำอี้โน่นมำให้หน่อย - ค ำบอกก ำหนด นี้ นั้น โน้น นู้น อำจ ใช้ตำมหลังค ำนำมและอยู่ติดกับ ค ำนำม หรืออยู่หลังค ำนำมโดยมีลักษณนำมคั่นก็ได้ เช่น บ้ำนนั้นอยู่กันหลำยคน รถคันนี้ใช้มำหลำยปีแล้ว 2. ค ำบอกก ำหนดไม่ชี้เฉพำะ คือ ค ำขยำยนำมที่ไม่เจำะจงและไม่บอกระยะใกล้ไกล เช่น อื่น อื่น ๆ ต่ำง ๆ ใด ไหน - ค ำบอกก ำหนดที่ไม่ชี้เฉพำะที่ปรำกฏอยู่หลังนำมและติดกับค ำนำม เช่น บ้ำนไหนถูกโจรขึ้น ก็ให้ไปแจ้งทำงกำรเสีย - ค ำบอกก ำหนดที่ไม่ชี้เฉพำะที่ปรำกฏอยู่อยู่หลังค ำนำมและอยู่ติดกับค ำนำม หรืออยู่หลังค ำนำมโดยมีลักษณนำมคั่นก็ได้ เช่น รถคันอื่นเข้ำอู่หมด ธัญพืชชนิดต่ำง ๆ ล้วนมีแต่ประโยชน์ ค ำบอกจ ำนวน คือ ค ำที่เกี่ยวกับจ ำนวน แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้ - ค ำบอกจ ำนวน เช่น 1 2 3 4 ฯลฯ และค ำว่ำ ทุก หลำย กี่ บำง ครึ่ง ฯลฯ เรำจะซื้อหนังสือ ๒ เล่ม แม่ครัวท ำกับข้ำว ๕ อย่ำง เขำมีลูก ๓ คน ไก่ย่ำงครึ่งตัวคงไม่พอ - ค ำบอกล ำดับ เช่น ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สำม ฯลฯ และค ำว่ำ หนึ่ง เดียว แรก สุดท้ำย หลัง ที่โหล่ กลำง บ๊วย ฯลฯ เขำสอบได้ที่หนึ่งเสมอเขำมีลูกคนเดียว เขำซื้อบ้ำนหลังแรกในชีวิต - ค ำหน้ำจ ำนวน เช่น อีก สัก ตั้ง ทั้ง เพียง ประมำณ เกือบ รำว ๆ กว่ำ ฯลฯ เรำจะซื้อเสื้ออีก 2 วิชำ บริษัทมีคนงำนรำว ๆ ๕๐๐ เล่ม - ค ำหลังจ ำนวน เช่น กว่ำ กว่ำ ๆ เศษ เศษ ๆ เท่ำนั้น พอดี ถ้วน ฯลฯ มีคนชุมนุมพันกว่ำคน เขำต้องกำรซื้อผ้ำ ๓ หลำเศษ ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๘. ค ำบุพบท ค ำบุพบท คือ ค ำที่ปรำกฏหน้ำนำมวลีและประกอบกันเข้ำเป็น บุพบทวลี ค ำบุพบทมักมีควำมหมำยเพื่อบอกต ำแหน่ง เช่น 1. บอกต ำแหน่ง ที่ตั้ง สถำนที่ เช่น ผมขอลงตรงสะพำนลอย 2. บอกสำเหตุ เช่น เขำมีก ำลังใจต่อสู้โรคร้ำยเพรำะค ำพูดของเธอ 3. บอกควำมมุ่งหมำย เช่น น้องตั้งใจเรียนต่อเพื่ออนำคตของตนเอง 4. บอกควำมเป็นเจ้ำของ เช่น แมวของคุณดำวหำยไปจำกบ้ำน 5. บอกผู้ท ำกริยำร่วมกัน เช่น เขำวำงแผนไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ 6. บอกผู้รับผลประโยชน์ เช่น ในหลวงพระรำชทำนพรแก่ปวงชนชำวไทย 7. บอกเวลำ เช่น เขำกลับมำถึงเมืองไทยเมื่อวันก่อน 8. บอกเครื่องมือที่ ใช้ท ำ เช่น เขำจับปลำด้วยมือเปล่ำ 9. บอกสิ่งที่ต้องกำรเปรียบเทียบ เช่น อย่ำรักเหำยิ่งกว่ำผม ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๙. ค ำเชื่อม ค ำเชื่อม คือ ค ำที่ใช้เชื่อมค ำ วลี หรือประโยคเข้ำด้วยกัน ค ำเชื่อมแบ่ง ออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำเชื่อมสมภำค /สะ-มะ-พำก/ คือ ค ำเชื่อมที่ใช้เชื่อมหน่วยภำษำชนิดเดียวกัน ให้เป็นหน่วยเดียวกัน อำจเป็นค ำนำมกับค ำนำม ค ำสรรพนำมกับค ำสรรพนำม ประโยคย่อย กับประโยคย่อย ฯลฯ มี 4 ค ำ ได้แก่ กับ (หรือ กะ) และ หรือ แต่ เช่น - ค ำเชื่อมสมภำคเชื่อมค ำนำมกับค ำนำม หรือนำมวลีกับนำมวลี เช่น พ่อและแม่เป็นผู้ให้ก ำเนิดลูก เธอชอบชำบูหรือหมูกระทะ - ค ำเชื่อมสมภำคเชื่อมค ำสรรพนำมกับค ำสรรพนำม เช่น ฉันกับเขำช่วยกันต่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมำ - ค ำเชื่อมสมภำคเชื่อมประโยคย่อยกับประโยคย่อย เช่น เขำจะไปแล้วและเขำจะกลับมำที่นี่อีก 2. ค ำเชื่อมอนุประโยค คือ ค ำที่น ำหน้ำอนุประโยคในประโยคซ้อน มี 3 ชนิด ดังนี้ - ค ำเชื่อมนำมำนุประโยค ได้แก่ ที่ ว่ำ ให้ ที่ว่ำ น ำหน้ำอนุประโยคที่ท ำหน้ำที่ เป็นประธำน กรรม หรือหน่วยเติมเต็ม เช่น เขำพูดว่ำเขำจะมำ (กรรม) - ค ำเชื่อมคุณำนุประโยค ได้แก่ ที่ ซึ่ง อัน น ำหน้ำอนุประโยคที่ท ำหน้ำที่ ขยำยนำม เช่น เด็กที่ได้รับรำงวัลเป็นน้องฉัน (ที่ ขยำยค ำนำม เด็ก) - ค ำเชื่อมวิเศษณำนุประโยค ได้แก่ เพรำะ ถ้ำ จนกระทั่ง เมื่อ ขณะที่ฯลฯ น ำหน้ำอนุประโยคที่ท ำหน้ำที่ขยำยกริยำ เช่น เขำไม่มำท ำงำนเพรำะลูกไม่สบำย (เพรำะ ขยำยค ำริยำ ไม่มำท ำงำน) 3. ค ำเชื่อมเสริม คือ ค ำที่เพิ่มขึ้นเพื่อท ำให้หน่วยภำษำ 2 หน่วยสัมพันธ์กันได้ ชัดเจนขึ้น ค ำเชื่อมเสริม ได้แก่ จึง เลย ถึง ก็ เช่น ก็ถูกของคุณ ท ำไมบ่ำยป่ำนนี้ถึงยังไม่กินข้ำว 4. ค ำเชื่อมสัมพันธสำร คือ ค ำเชื่อมตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไปให้รวมกันเป็น สัมพันธสำร (ข้อควำมเดียวกัน เช่น กล่ำวคือ อย่ำงไรก็ตำม ในที่สุด ทว่ำ ทั้งนี้ อนึ่ง เช่น ควำมรักช่วยสร้ำงสันติภำพแก่โลก กล่ำวคือ เมื่อมนุษย์มอบและแบ่งปัน ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓
๑๐. ค ำลงท้ำย ค ำลงท้ำย คือ ค ำที่ปรำกฏในต ำแหน่งอยู่ท้ำยสุดของประโยค ไม่มีควำมมหำย เด่นชัดในตัว แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำลงท้ำยแสดงทัศนภำวะ คือ ค ำลงท้ำยที่แสดงเจตนำหรือควำมรู้สึก เช่น ละ ล่ะ นะ น่ำ ซิ เถอะ เถอะนะ ละซินะ ฯลฯ เงินทอนล่ะ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดนะ เข้ำมำซิไปแล้วละ ท ำไมเขำไม่มำล่ะ 2. ค ำลงท้ำยแสดงมำรยำท คือ ค ำลงท้ำยที่แสดงควำมสุภำพหรือไม่สุภำพ แสดง สถำนะและควำมสัมพันธ์ระหว่ำงผู้พูดด้วย ดังนี้ ใช้แสดงควำมสุภำพ ได้แก่ ครับ คะ ค่ะ ขำ เช่น รถมำแล้วครับ พร้อมแล้วใช่ไหมคะ ดิฉันไม่สบำยค่ะ ใช้แสดงควำมไม่สุภำพ ได้แก่ วะ ว่ะ ยะ ย่ะ เช่น จะไปไหนกันดีวะ อยำกกินอะไรบ้ำงยะ เข้ำใจแล้วย่ะ ค ำลงท้ำยแสดงมำรยำท ครับ ผมเอง ขำ อยู่นี่ค่ะ จ๋ำ มีอะไรหรือจ๊ะ ๑๑. ค ำอุทำน ค ำอุทำน คือ ค ำที่เปล่งออกมำเพื่อแสดงอำรมณ์ควำมรู้สึกต่ำง ๆ เช่น ดีใจ ตกใจสงสัย ประหลำดใจ เจ็บปวด เห็นใจ มีเครื่องหมำยอัศเจรีย์ก ำกับ (!) เช่น ว้ำย ! ช่วยด้วย โธ่ ! ไม่น่ำเป็นเช่นนี้เลย เชอะ ! สอบได้แค่นี้เองหรือ โอ้โฮ ! แต่งตัวสวยจัง ๑๒. ค ำปฏิเสธ ค ำปฏิเสธ คือ ค ำที่ใช้บอกปัดหรือไม่ยอมรับ จ ำแนกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. ค ำปฏิเสธกริยำ ได้แก่ มิ ไม่ หำไม่ หำ...ไม่ ปรำกฏหน้ำค ำกริยำ เช่น ผมมิใช่คนดีอะไร วันนี้ท้องฟ้ำไม่แจ่มใส 2. ค ำปฏิเสธข้อควำม ได้แก่ หำมิได้ มิได้ เปล่ำ มักใช้ปฏิเสธค ำถำม เช่น ก : คุณมำกับภรรยำหรือ ข : หำมิได้ ชนิดของค ำ : บรรทัดฐำนภำษำไทย เล่ม ๓