รายงาน
เรื่อง แนวโน้มการพัฒนาหลกั สูตรในศตวรรษท่ี ๒๑
จัดทำโดย
นางสาวภานรินทร์ ศลิ ปศาสตร์
รหสั นักศกึ ษา ๖๔๒๑๑๑๔๐๐๑
เสนอ
ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.พัชรี บางเขียว
รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชาการพฒั นาหลกั สตู ร
ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
คำนำ
รายงานการศึกษาค้นคว้าเล่มน้ีจัดทำข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา การพัฒนาหลักสูตร ๑๑๙๐๒๐๑ D ๕
ชั้นปีที่ ๒ เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษท่ี ๒๑ และได้ศึกษาอย่าง
เขา้ ใจ เพ่ือเปน็ ประโยชนก์ บั การเรยี น
ผจู้ ัดทำหวังว่ารายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรอื นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องน้ีอยู่หากมี
ข้อแนะนำหรือขอ้ ผิดพลาดประการใด ผูจ้ ัดทำขอน้อมรบั ไว้และขออภยั มา ณ ทน่ี ดี้ ว้ ย
ผจู้ ัดทำ
นางสาวภานรนิ ทร์ ศลิ ปศาสตร์
๖๔๒๑๑๑๔๐๐๑
สารบัญ
๑. สภาพปจั จบุ นั ของหลกั สตู รไทย หน้า
๑
๑.๑ หลักสตู รปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ๑ - ๑๑
๑.๒ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานปพี ทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ๑๒ - ๑๓
(ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๐)
๑.๓ หลักสูตรการอาชวี ศกึ ษา ๑๔
๑.๓.๑ ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ ๑๔ – ๑๕
๑.๓.๒ หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสงู (ปวส.) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ๑๕ - ๑๗
๑.๔ หลักสตู รอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคณุ วุฒอิ ดุ มศกึ ษา) ๑๗ - ๑๘
๒. สภาพปญั หาหลกั สูตรในประเทศไทย ๑๘ - ๑๙
๓. แนวโนม้ การพฒั นาหลักสตู รในศตวรรษท่ี ๒๑ ๑๙
สรปุ ๒๐
บรรณานกุ รม ๒๑
1
แนวโน้มการพัฒนาหลักสตู รในศตวรรษที่ ๒๑
บทนำ
ความเจรญิ ก้าวหนา้ อยา่ งรวดเรว็ ทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Information and
Communication Technology : ICT) ทำให้ทักษะที่จำเป็นสำหรับคนใน ยุคศตวรรษที่ ๒๑ มีความแตกต่าง
ไปจากยุคศตวรรษที่ ๒๐ เหตุเนื่องจากงานท่ีเคยใช้คนทำงานกับเครื่องจักรกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
เพราะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้ขยายขีดความสามารถจนสามารถทำงานแทนท่ีคนได้ ทำให้
สัดส่วนแรงงานลดลงเกิดข้ึนในงานท่ีใช้สัมผัสรับรูอ้ ย่างจำเจและงานท่ีใชแ้ รงงานแบบซ้ำ ๆ ซาก ๆ ซ่ึงเป็นงาน
ที่ป้อนคำส่ังให้คอมพิวเตอร์ทำแทน แต่สัดส่วนแรงงานระดับชาติบางส่วนท่ีเพ่ิมขึ้นในงานท่ีเน้นการคิดอย่าง
ผเู้ ช่ียวชาญ และต้องใชก้ ารสอ่ื สารท่ีซบั ซอ้ นซึ่งเป็นงานท่คี อมพิวเตอร์ไมส่ ามารถทำแทนได้
สภาพปัจจบุ ันของหลกั สตู รไทย
การศกึ ษาไทยในปจั จุบนั มกี ารจดั การศึกษาตามบรบิ ทของการจดั การศึกษาอันเปน็ ไปตามแผนการ
ศึกษาของชาติ คือ พัฒนาคน พัฒนาครูอาจารย์ พัฒนาสังคม ในหลากหลายรูปแบบท่ีเน้นการมีส่วนร่วมของ
องค์กรภาครัฐ และเอกชนเป็นการจัดการศึกษาที่เน้นด้านอาชีวศึกษามากขึ้นการมุ่งเน้นให้มีการจัดการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานและระดับปริญญาตรีเพื่อเน้นการมีงานทำโดนอาศัยปัจจัยหลักในองค์กรหลักจากภายนอกหลาย
ปัจจัย เช่น ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ ด้านคุณธรรมจริยธรรมซ่ึงส่งผลให้จัดระบบบริหารจัดการ
กระทรวงศึกษาธกิ ารรูปแบบใหม่ โดยบรู ณาการองคก์ รหลักของกระทรวงทง้ั ๕ องค์กร
หลกั สูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐
การศึกษาปฐมวัย เป็นการพฒั นาเดก็ ตงั้ แต่แรกเกดิ ๖ ปบี รบิ ูรณ์ อยา่ งเป็นองค์รวมบนพน้ื ฐาน
การอบรมเล้ียงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละ
คนให้เต็มศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความ
เข้าใจของทุกคนเพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อ
ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรบั เด็กอายตุ ำ่ กวา่ ๓ ปี
จุดมงุ่ หมาย
หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ อายตุ ำ่ กว่า๓ ปี ม่งุ สง่ เสริมใหเ้ ดก็ มพี ฒั นาการดา้ นรา่ งกาย
อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา ท่ีเหมาะสมกับวัย ความสามารถ ความสนใจและความแตกต่างระหว่างบุคคล
ดงั นี้
๑. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสขุ ภาพดี
๒. สุขภาพจติ ดี และมีความสขุ
๓. มีทกั ษะชีวิตและสรา้ งปฏิสมั พันธ์กบั บุคคลรอบตัว และอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้อย่างมีความสขุ
๔. มีทกั ษะการใช้ภาษาสื่อสาร และสนใจเรียนรู้สิ่งตา่ งๆ
2
คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์
หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย สำหรับเดก็ อายุตำ่ กว่า ๓ ปี กำหนดคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ดงั นี้
๑. พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย
๑. รา่ งกายเจรญิ เตมิ โตตามวัยและสุขภาพดี
๒. ใช้อวยั วะของรา่ งกายได้ประสานสัมพนั ธก์ นั
๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์
๓. มีความสุขและแสดงออกทางอารมณไ์ ด้เหมาะสมกับวัย
๓. พัฒนาการด้านสังคม
๔. รับรู้และสรา้ งปฏิสัมพันธ์กบั บุคคลและส่งิ แวดล้อมรอบตัว
๕. ชว่ ยเหลอื ตนเองได้เหมาะสมกับวยั
๔. พฒั นาการดา้ นสติปัญญา
๖. สือ่ ความหมายและใชภ้ าษาไดเ้ หมาะสมกับวัย
๗. สนใจเรยี นรู้สิ่งตา่ งๆ รอบตวั
3
4
5
6
7
8
9
10
การประเมนิ พัฒนาการ
การประเมินพฒั นาการเดก็ อายุตำ่ กว่า ๓ ปี ควรประเมินให้ครอบคลมุ ครบทุกชว่ งอายเุ พราะช่วง
วัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อีกทั้งมีความเส่ียงต่อสภาพความผิดปกติต่างๆ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวัง และ
ติดตามดูแลอย่าใกล้ชิด พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ท่ีเก่ียวข้องกับการอบรมเล้ียงดู ควรสังเกตพัฒนาการเด็ก โดย
คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หากพบความผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบแพทย์หรือผู้ท่ีมีความรู้ความ
เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก เพ่ือหาทางแก้ไขหรือบำบัดฟื้นฟูโดยเร็วท่ีสุด สำหรับหลักในการประเมิน
พฒั นาการ มีดังน้ี
๑. ประเมนิ พฒั นาการของเดก็ ครบทุกด้าน
๒. ประเมินเป็นรายบุคคลอยา่ งสมำ่ เสมอต่อเน่อื ง
๓. ประเมนิ ดว้ ยวิธีการที่หลากหลาย ซงึ่ วิธีการประเมนิ ท่ีเหมาะสมกบั เดก็ อายตุ ำ่ กวา่ ๓ ปี มกี าร
สังเกตพฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่างๆ และกิจวัตรประจำวัน การบันทึกพฤติกรรมการสนทนาการสม
ภาษณเ์ ดก็ และผใู้ กลช้ ิด และการวิเคราะห์ขอ้ มลู จากผลงานเด็ก
๔. บันทึกพัฒนาการลงในสมดุ บนั ทกึ สุขภาพแมแ่ ละเด็ก ( เล่มสชี มพู ) และใชค้ มู่ ือการเฝ้าระวัง
และส่งเสรมิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข หรอื ของหน่วยงานอื่น
๕. นำผลทีไ่ ด้จากการประเมินพัฒนาการเดก็ ไปพิจารณาจัดกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้
เรียนรู้และมีพัฒนาการเหมาะสมตามวยั
การใหห้ ลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย
พ่อแม่ ผ้เู ล้ยี งดูหรือผู้ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การอบรมเลีย้ งดู และสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั จะนำหลกั สตู ร
การศกึ ษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ อายตุ ำ่ กวา่ ๓ ปี ไปใชอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ ตรงตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรท่ี
มุ่งเน้นการอบรมเลีย้ งดูและส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ ควรดำเนนิ การ ดังน้ี
๑.การใช้หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย สำหรับพอ่ แมห่ รือผ้เู ลีย้ งดู
พ่อแม่หรือผู้เล้ียงดูมีความเชื่อและวิธีการในการอบรมเลีย้ งดูเด็กแตกต่างกันไปตามแนวความคิด
และสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นท่ีตนเองอยู่อาศัย หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายตุ ่ำกว่า ๓ ปี ฉบับ
น้ี จะเป็นแนวทางให้พ่อแม่หรือผู้เล้ียงดูใช้ในการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กซ่ึงมี
ข้อแนะนำ ดังนี้
๑.๑ ศึกษาปรชั ญาการศึกษา หลักการ จุดหมาย เพอ่ื ทำความเขา้ ใจกับแนวทางการพัฒนาเด็ก
อย่างมีคุณภาพ
๑.๒ ศึกษาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการ
เดก็ ปฐมวัยอย่างเหมาะสมกับวัยในกรณกี ารอบรมเลีย้ งดเู ด็กช่วงอายุแรกเกิด – ๒ ปีให้ใช้แนวปฏิบัตกิ ารอบรม
เล้ียงดูตามวิถีชีวิตประจำวันเป็นกรอบการพัฒนาเด็ก และหากมีการอบรมเล้ียงดูเด็กช่วงอายุ ๒ - ๓ ปี ให้ใช้
แนวปฏิบัตกิ ารอบรมเลย้ี งดูและส่งเสริมพัฒนาการและการเรยี นรู้
๑.๓ ติดตามประเมินพัฒนาการทุกด้านของเด็ก โดยการสังเกตและบันทึกการเจริญเติบโตและ
พัฒนาการตามช่วงอายุท่ีกำหนด รวมถึงการเฝ้าระวังปัญหาพัฒนาการท่ีล่าช้าหรือความผิดปกติท่ีอาจเกิด
ข้ึนกับเด็ก หากพบว่าเด็กมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขเพื่อช่วยเหลือ
เดก็ ต่อไป
11
๑.๔ ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการเร็วช้าต่างกันพ่อแม่
หรือผู้เลี้ยงดูหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบเด็ก หรือเลือกปฏิบัติต่อเด็กเฉพาะคน แต่ควรจัดกิจกรรมเพ่ือส่งเสริม
พฒั นาการด้านที่บกพร่องหรือด้านท่ีเดก็ ขาดโอกาสในการพัฒนา
๒. การใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
เด็กอายุต่ำกวา่ ๓ ปี ควรไดร้ บั การอบรมเลยี้ งดจู ากพ่อแม่หรอื บุคคลในครอบครัว แตเ่ น่อื งจาก
สภาพเศรษฐกจิ และสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไป ทำใหต้ ้องออกไปทำงานนอกบ้าน ประกอบกบั ครอบครวั ส่วนใหญ่
มักจะเป็นครอบครัวเด่ียว พ่อแม่จึงนำเด็กไปรับการเลี้ยงดูในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ดังนั้น สถานพัฒนาเด็ก
ปฐมวัยแต่ละแห่งควรดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยวางแผนหรือกำหนดแนวทางการ
อบรมเล้ียงดูและส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ เพ่ือให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตรงตาม
ปรชั ญาการศึกษาและหลกั การของหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย
สถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ควรดำเนนิ การจดั ทำหลกั สูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยรว่ มกบั พ่อแม่
ครอบครวั บุคลากรทางสาธารณสุขผเู้ ล้ียงดูหรอื ผูส้ อน คณะกรรมการท่ีมสี ่วนเก่ียวข้อง และชุมชน เพ่ือพัฒนา
เดก็ ใหบ้ รรลุคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ของหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั
๒.๑ การจัดทำหลกั สตู รสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
หลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยควรออกแบบและจัดทำบนพื้นฐานของหลักสูตร
การศึกษาปฐมวัยโดยสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยกำหนดคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์สอดคล้องกับหลักสตู รการศึกษา
ปฐมวยั ท้งั น้ี กระบวนการจดั ทำหลักสตู รสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั มีดงั นี้
๒.๑.๑ ศกึ ษา ทำความเขา้ ใจหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย และคู่มอื หลกั สูตรการศึกษา
ปฐมวยั สำหรับเด็กอายุตำ่ กวา่ ๓ ปี รวมท้ังรวบรวมข้อมูลดา้ นต่างๆ เชน่ วิธกี ารอบรมเลย้ี งดู ความตอ้ งการของ
พ่อแม่ ผู้ปกครอง วฒั นธรรมความเชอ่ื ของทอ้ งถ่นิ และความพรอ้ มของสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
๒.๑.๒ จัดทำหลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยการกำหนดปรัชญาการศึกษา
วิสัยทัศน์ ภารกิจหรือพันธกิจ เป้าหมาย คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และกำหนดสาระการเรียนรู้ในแต่ละช่วง
อายุอย่างกว้างๆ ให้ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ผ่านประสบการณ์สำคัญท่ีเด็กใช้ในการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและสาระที่ควรเรียนรู้ ซ่ึงอาจต่างกันตามบริบทหรือสภาพแวดล้อมของเด็กการจัด
ประสบการณ์การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ และการประเมินพัฒนาการ โดยสถาน
พัฒนาเด็กปฐมวัยอาจกำหนดหัวข้ออื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
แตล่ ะแห่ง
๒.๑.๓ ประเมินหลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นข้ันตอนของการตรวจสอบ
หลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย แบ่งออกเป็น การประเมินก่อนนำหลักสูตรไปใช้ เป็นการประเมินเพื่อ
ตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรหลงั จากท่ีได้จัดทำแลว้ โดยอาศัยความคิดเหน็ จากผู้ใช้หลักสตู ร ผ้มู ีสว่ นรว่ มใน
การทำหลักสูตร ผู้เช่ียวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ การประเมินระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร เป็น
การประเมินเพ่ือตรวจสอบวา่ หลักสูตรสามารถนำไปใช้ได้ดเี พียงใด ควรมีการปรับปรงุ แก้ไขในเรื่องใด และการ
ประเมินหลังการใชห้ ลกั สูตรเป็นการประเมินเพ่อื ตรวจสอบหลกั สตู รท้ังระบบ หลังจากที่ใช้หลักสูตรครบแต่ละ
ชว่ งอายุ เพือ่ สรปุ ผลวา่ หลักสูตรท่ีจัดทำควรมกี ารปรับปรุงหรอื พฒั นาให้ดขี น้ึ อย่างไร
12
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐานปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐)
วสิ ัยทศั น์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน มุ่งพฒั นาผู้เรียนทุกคน ซง่ึ เปน็ กำลงั ของชาตใิ ห้เปน็ มนุษยท์ ี่มี
ความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกยึดม่ันใน
การปกครองตามระบบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ัง
เจตคติทจ่ี ำเป็นต่อการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพ และการศกึ ษาตลอดชวี ติ โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั บน
พ้นื ฐานความเชอ่ื ว่าทุกคนสามารถเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้อย่างเตม็ ตามศักยภาพ
หลกั การ
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน มหี ลักการท่ีสำคัญดงั นี้
๑. เปน็ หลักสูตรการศึกษาเพื่อดวามเป็นเอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เปน็ เปา้ หมายสำหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็น
ไทยควบคกู่ ับความเปน็ สากล
๒. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาเพื่อปวงชน ทีป่ ระชาชนทุกคนมโี อกาสได้รบั การศกึ ษาอย่างเสมอภาค
และมคี ุณภาพ
๓. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาทส่ี นองการกระจายอำนาจให้สงั คมมีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษาให้
สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น
๔. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาทม่ี ีโครงสร้างยดื หย่นุ ทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและ
๕. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาที่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั
๖. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาสำหรบั การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั ครอบคลุมทุก
กลมุ่ เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์
จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มงุ่ พัฒนาผเู้ รยี นใหเ้ ป็นคนดี มปี ัญญา มีความสุขมีศกั ยภาพ
ใการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพ่ือให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ดงั น้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๒. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี
และมที ักษะชีวิต
๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย มีความรักชาติ มีจิตสำนึกใน
ความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข มีจติ สำนึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย การอนุรกั ษ์และพัฒนา
ส่งิ แวดล้อม มจี ติ สาธารณะที่ม่งุ ทำประโยชนแ์ ละสรา้ งส่งิ ทด่ี งี ามในสงั คม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคม
อยา่ งมคี วามสขุ
13
ตัวช้ีวัด
ตัวชี้วัดระบุส่ิงท่ีผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมท้ังคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่ง
สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมนำไปใช้ในการกำหนดเน้ือหา
จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบ
คุณภาพผเู้ รียน
๑. ตัวชี้วัดช้ันปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ - มัธยมศึกษาปีที่ ๓)
๒. ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชัน้ เป็นเป้าหมายในการพฒั นาผเู้ รียนในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
(มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ - ๖)
หลกั สูตรไดม้ กี ารกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ัด เพือ่ ความเข้าใจและใหส้ ือ่ สารตรงกนั ดงั น้ี
14
หลักสตู รการอาชวี ศึกษา
การเรียนสายอาชีวศึกษาหรือสายอาชีพ คือ การเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช.
เป็นการเรียนในหลักสูตรท่ีไม่ได้เน้นการเรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกับสายสามัญ มีระยะเวลาในการเรียน ๓ ปี
โดยหากเรยี นจบแลว้ จะมีทางเลอื กในการเรยี นตอ่ ๒ ทางเลอื กใหญ่ๆ คอื
๑. การเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้ันสงู หรอื (ปวส.) ใชเ้ วลาเรียน ๒ ปี หลงั จากจบแล้ว
สามารถเรียนต่อปรญิ ญาตรี อีก ๒ ปี
๒. การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย (ระดับปริญญาตรี) ใช้เวลาเรียน ๔ – ๕ ปี แล้วแต่คณะวิชาท่ี
เลือกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนเลือกเรียนต่อสายอาชีพน้ัน เพราะจะได้มีโอกาสเรียนในสายวิชาที่เน้น
การทำงานจริงเป็นหลัก ได้พุ่งเป้าไปท่ีการเรียนในด้านน้ันๆอย่างเต็มท่ี ต่อให้เรียนจบระดับ ปวช. ก็สามารถ
ทำงานได้ และทำใหน้ กั เรยี นได้เข้าใจถึงการเรยี นตามหลักสูตรทอี่ อกแบบมาเพอื่ การประกอบอาชีพในอนาคต
ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
หลกั การของหลักสตู ร
๑. เป็นหลักสูตรระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพหลังมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าด้านวิชาชีพ
ที่ สอดกล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามกรอบคุณวุฒิ
แห่งชาตมิ าตรฐานการศึกษาของชาติ และกรอบคณุ วุฒิอาชีวศกึ ษาแห่งชาติ เพ่ือผลติ และพัฒนากำลังคนระดับ
ฝีมือให้มีสมรรถนะ มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้ตรงตามความ
ตอ้ งการของสถานประกอบการและการประกอบอาชพี อสิ ระ
๒. เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้เลือกเรียนได้อย่างกว้างขวาง เน้นสมรรถนะเฉพาะด้านด้วยการ
ปฏิบัติจริงสามารถเลือกวิธีการเรียนตามศักยภาพและ โอกาสของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเทียบ
โอนผลการเรียนสะสมผลการเรียน เทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากแหลง่ วิทยาการ สถานประกอบการ
และสถานประกอบอาชีพอิสระ
๓. เป็นหลักสูตรท่ีสนับสนุนการประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่าง
หน่วยงานและองคก์ รทีเ่ กยี่ วข้องทัง้ ภาครัฐและเอกชน
๔. เป็นหลักสูตรทเี่ ปิดโอกาสให้สถานศึกษา สถานประกอบการ ชุมชนและท้องถิ่น มีส่วนร่วมใน
การพัฒนาหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการ โดยยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ และสอดคล้องกับสภาพ
ยทุ ธศาสตรข์ องภูมภิ ากเพอื่ เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
จุดม่งุ หมาย
๑. เพ่ือให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ในงานอาชีพสอดคลื้องกับมาตรฐานวิชชีพ สามาร
นำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงนอชีพได้อย่ามีประสิทธิภาพลือกวิถีการคำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้
อย่างหมาะสมกับตนสร้างสรรค์ความเจริญต่อชุมชน ท้องถน่ิ และประเทศชาดิ
๒. เพ่ือให้เป็นผู้มีปัญญา มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ไปเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและการ
ประกอบอาชีพมีทักษะการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิด
วิเคราะห์และการแก้ปัญหา ทักษะด้นสุขภาวะและความปลอดภัย ตลอดจนทักษะการจัดการ สามารถสร้าง
อาชพี และพัฒนาอาชีพใหก้ ้าวหนา้ อย่เู สมอ
15
๓. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในวิชาชีพที่เรียน รักงาน รัก
หน่วยงาน
สามารถทำงานเปน็ หมูค่ ณะไดด้ ี โดยมีความคารพในสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีของตนเองและผอู้ น่ื
๔. เพอ่ื ให้เป็นผู้มีพฤตกิ รรมทางสังคมทีด่ งี าม ทัง้ ในการทำงาน การอย่รู ่วมกนั การตอ่ คา้ นความ
รุนแรงและสารเสพติด มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว หน่วยงาน ท้องถ่ินและประเทศชาติ ดำรงดนตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจและเห็นคุณคำของการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินมี
จิตสาธารณะและจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสรา้ งส่ิงแวดลอ้ มทีด่ ี
๕. เพ่ือให้มีบุคลิกภพท่ีดี มีมนุษย์สัมพันธ์ มีคุณธรม จริยธรรม และวินัยในตนเอง มีสุขภาพ
อนามยั ทสี่ มบรู ณ์ท้ังรา่ งกายและจติ ใจ เหมาะสมกับงานอาชีพ
๖. เพื่อให้ตระหนักและมสี ่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองของประเทศและ
โลกมีความรักชาติ สำนึกในความเป็นไทย เสียสละเพ่ือส่วนรวม ดำรงรักษาไว้ซึ่งความม่ันคงของชาติศาสนา
พระมหากษตั รยิ ์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
การจดั การศกึ ษาและเวลาเรยี น
การจัดการศกึ ษาในระบบปกติ ใชร้ ะยะเวลา ๓ ปีการศกึ ษา การจดั เวลาเรียนให้ดำเนนิ การ ดังนี้
๒.๑ ในปีการศึกษาหน่ึงๆ ให้แบ่งภาครียนออกเป็น ๒ ภาคเรียนปกติหรือระบบทวิภาค ภาค
เรียนละ ๓ สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล โดยมีเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิตตามท่ีกำหนด และสถานศึกษา
อาชวี ศกึ ษาหรอื สถาบนั อาจเปดี สอนภาคเรยี นฤดูร้อนได้อีกตามท่เี หน็ สมควร
๒.๒ การเรียนในระบบชั้นเรียน ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันเปิดทำการสอนไม่น้อย
กว่า สัปดาห์ละ ๕ วนั ๆ ละไม่เกิน ๗ ช่ัวโมง โดยกำหนดให้จดั การเรียนการสอนคาบละ ๖๐ นาที
การประเมนิ ผลการเรยี น
เน้นการประเมินสภาพจริง ท้ังน้ี ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัด
การศึกษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสงู (ปวส.) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
จุดมุง่ หมาย
๑. เพื่อให้มีความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึกภายใต้ขอบเขตของงานอาชีพ มีทักษะด้าน
เทคโนโลยี สารสนเทศและการสอื่ สารเพื่อใช้ในการดำรงชีวติ และงานอาชีพ สามารถศึกษาค้นควา้ เพ่ิมเติมหรือ
ศกึ ษา ตอ่ ในระดับทส่ี งู ขน้ึ
๒. เพื่อให้มีทักษะและสมรรถนะในงานอาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ สามารถบูรณาการความรู้
ทกั ษะจาก ศาสตรต์ า่ ง ๆ ประยกุ ตใ์ ช้ในงานอาชีพ สอดคลอ้ งกับการเปลย่ี นแปลงทางเทคโนโลยี
๓. เพื่อให้มีปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วางแผน บริหาร
จัดการ ตัดสินใจ แก้ปัญหา ประสานงานและประเมินผลการปฏิบัติงานอาชีพ มีทักษะการเรียนรู้ แสวงหา
ความรู้ และแนวทางใหม่ ๆ มาพัฒนาตนเองและประยุกต์ใช้ในการสร้างงานให้สอดคล้องกับวิชาชีพและ การ
พฒั นางานอาชพี อย่างตอ่ เนอื่ ง
๔. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ มีความม่ันใจและภาคภูมิใจในงานอาชีพ รักงาน รักหน่วยงาน
สามารถทำงาน เปน็ หมู่คณะ ไดด้ ี มีความภาคภมู ใิ จในตนเองต่อการเรยี นวิชาชีพ
16
๕. เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ชื่อสัตย์ มีวินัย มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้ง
ร่างกายและ จิตใจเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในอาชพี นน้ั ๆ
๖. เพ่ือให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมท่ีดีงาม ต่อค้านความรุนแรงและสารเสพติด ท้ังในการ
ทำงาน การอยู่ ร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว องค์กร ท้องถิ่นและประเทศชาติ อุทิศตนเพ่ือสังคม
เข้าใจและเห็น คุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตระหนักในปัญหาและความสำคัญของ
สิง่ แวดลอ้ ม
๗. เพื่อให้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกจิ ของประเทศ โดยเป็น
กำลงั สำคญั ในดา้ นการผลิตและใหบ้ รกิ าร
๘. เพื่อให้เห็นคุณค่าและดำรงไว้ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนใน
ฐานะพลเมอื งดี ตามระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
การเรียนการสอน
๑. การเรียนการสอนตามหลักสูตรนี้ ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียน ได้ทุกวิธีเรียนท่ีกำหนด
และนำผลการเรียน แต่ละวิธีมาประเมินผลร่วมกัน ได้สามารถขอเทียบโอนผลการเรียน และขอเทียบโอน
ความรู้และประสบการณไ์ ด้
๒. การจัดการเรียนการสอนเน้นการปฏิบัติจริง สามารถจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย
รปู แบบเพื่อให้ผู้เรียนมี ความรู้ ความเข้าใจในหลักการ วิธีการและการดำเนินงาน มีทักษะการปฏิบัติงานตาม
แบบแผนและปรับตัวได้ ภายใต้ความเปล่ียนแปลง สามารถบูรณาการและประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะทาง
วิชาการที่สัมพันธ์กับวิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการตัดสินใจ วางแผน แกป้ ัญหาบริหาร
จดั การ ประสานงานแประเมินผล การคำเนินงานได้อย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมในการวางแผนและพัฒนาริเร่ิม
สิง่ ใหม่ มีความรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ผอู้ น่ื และหมู่คณะ รวมทัง้ มีคณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพเจตคติ
และกจิ นิสัยทีเ่ หมาะสมในการทำงาน
การจัดการศกึ ษาและเวลาเรียน
๑. การจัดการศึกษาในระบบปกติสำหรับผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตร
วชิ าชพี (ปวช.) หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาและสาขาวิชาตามท่หี ลกั สตู รกำหนด ใช้ระยะเวลา ๒ ปีการศึกษา
ส่วนผู้เข้าเรียนท่ีสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าต่างประเภทวิทาและสาขาวิชาที่กำหนด ใช้ระยะเวลาไม่
น้อย กวา่ ๒ ปีการศกึ ษา และเป็นไปตามเงือ่ นไขทีห่ ลกั สตู รกำหนด
๒. การจัดเวลาเรียนใหด้ ำเนนิ การ ดังน้ี
๒.๑ ในปกี ารศกึ ษาหนึง่ ๆ ให้แบง่ ภาคเรยี นออกเป็น ๒ ภาคเรียนปกตหิ รือระบบทวิภาคภาค
เรียนละ ๑๘ สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล โดยมีเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิตตามท่ีกำหนด และสถานศึกษา
อาชวี ศกึ ษาหรือสถาบันอาจเปดิ สอนภาคเรียนฤดรู ้อนได้อีกตามท่เี หน็ สมควร
๒.๒ การเรียนในระบบชั้นเรียน ให้สถานศึกษาอาชีศึกยาหรือสถาบันเปิดทำการสอนไม่น้อย
กว่า สปั ดาหล์ ะ ๕ วัน ๆ ละไม่เกนิ ๗ ชัว่ โมง โดยกำหนดให้จัดการเรยี นการสอนคาบละ ๖๐ นาที
17
การประเมนิ ผลการเรียน
เน้นการประเมินสภาพจริง ท้ังน้ี ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัด
การศึกษา และการประเมินผลการเรยี นตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู
หลกั สูตรอดุ มศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒอิ ดุ มศกึ ษา)
มาตรฐานการอุดมศกึ ษา ประกอบด้วย มาตรฐาน ๓ ดา้ น ๑๒ ตวั บ่งชี้ ดงั น้ี
๑. มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต บัณฑิตระดับอุดมศึกษาเป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรม
จริยธรรม มีความสามารถ ใน การเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพ่ือการดำรงชีวิตใน
สังคม ได้อย่างมีความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความสำนึกและความรับผิดชอบในฐานะ พลเมืองและพล
โลก ตัวบง่ ช้ี
๑.๑ บัณฑิตมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตน สามารถเรียนรู้ สร้าง และ
ประยกุ ต์ใช้ความรู้เพอื่ พัฒนา ตนเอง สามารถปฏิบัติงานและสร้างงานเพ่ือพัฒนาสงั คม ใหส้ ามารถแข่งขันไดใ้ น
ระดบั สากล
๑.๒ บัณฑิตมีจิตสำนึก ดำรงชีวิต และปฏิบัติหน้าท่ีตามความรับผิดชอบ โดยยึดหลัก
คุณธรรม จรยิ ธรรม
๑.๓ บัณฑิตมีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีการดูแล เอาใจใส่ รักษา สุขภาพของ
ตนเองอย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม
๒. มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษา มีการบริหารจัดการการอุดมศึกษาตาม
หลักธรรมาภิบาล และ พันธกิจของ การอุดมศึกษาอย่างมีดุลยภาพ ก. มาตรฐานด้านธรรมาภิบาลของการ
บริหารการอุดมศึกษา มีการบริหารจัดการการอุดมศึกษาตาม หลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึง ความ
หลากหลายและความเป็นอิสระทางวิชาการ ตวั บ่งช้ี
(๑) มีการบริหารจัดการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความยืดหยุ่น
สอดคล้องกับความต้องการท่ี หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม เพ่ือเพ่ิมศักยภาพในการปฏิบัติงาน
อย่างมีอิสระทางวชิ าการ
(๒) มีการบริหารจัดการทรัพยากรและเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารที่มี
ประสิทธภิ าพและประสิทธิผล คล่องตัว โปรง่ ใสและตรวจสอบได้ มีการจดั การศกึ ษาผ่านระบบและวิธีการตา่ ง
ๆ อยา่ งเหมาะสมและคุ้มค่าคมุ้ ทุน
(๓) มีระบบการประกันคุณภาพเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การ
อุดมศึกษาอย่างต่อเน่ือง ข. มาตรฐานด้านพันธกิจของการบริหารการอุดมศึกษา การดำเนินงานตามพันธกิจ
ของการอุดมศึกษาทั้ง ๔ ด้าน อย่างมีดุลยภาพโดยมีการประสานความร่วมมือรวมพลังจากทุกภาคส่วนของ
ชมุ ชน และสงั คมในการจดั การความรู้ ตัวบง่ ชี้
(๑) มีหลักสูตรและการเรียน การสอนท่ีทันสมัย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับ ความ
ต้องการท่ีหลากหลายของประเภท สถาบันและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนแบบ
ผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการเรียนรู้และการ สร้างงานด้วยตนเอง ตามสภาพจริง ใช้การวิจัยเป็นฐาน มีการ
ประเมนิ และใช้ผลการประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรยี น และการบริหารจัดการหลกั สูตร ตลอดจนมีการบริหารกิจการ
นสิ ิตนักศึกษาทเ่ี หมาะสม สอดคลอ้ งกับหลักสูตรและ การเรียน การสอน
(๒) มีการวิจัยเพ่ือสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ใหม่ท่ีเป็นการขยาย พรมแดน
ความรู้และทรัพย์สนิ ทางปัญญาที่ เช่ือมโยงกับสภาพเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม และส่ิงแวดล้อมตามศักยภาพ
18
ของประเภทสถาบัน มีการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาท้ังในและต่างประเทศ เพื่อ
พฒั นาความสามารถในการแข่งขันได้ ในระดบั นานาชาติของสังคมแลประเทศชาติ
(๓) มีการให้บริการวิชาการท่ีทันสมัย เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ ของ
สังคมตามระดับความเชี่ยวชาญ ของประเภทสถาบัน มีการประสาน ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
กับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของสังคมและ
ประเทศชาติ
(๔) มกี ารอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน พัฒนา เผยแพร่ วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญา ท้องถนิ่ เพื่อ
เสรมิ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย มกี ารปรับใช้ศิลปะ วฒั นธรรมต่างประเทศ
อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชนใ์ น การพฒั นา สังคมและประเทศชาติ
๓. มาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้ และสังคมแห่ง การเรียนรู้การ
แสวงหา การสร้างและ จัดการความรู้ตามแนวทาง/หลักการอันนำ ไปสู่สังคมฐานความรู้ และสังคมแห่งการ
เรยี นรู้ตัวบ่งช้ี
๓.๑ มีการแสวงหา การสร้าง และการใช้ประโยชน์ความรู้ ทั้งส่วนท่ีเป็น ภูมิปัญญา
ทอ้ งถน่ิ และเทศ เพอ่ื เสริมสร้าง สังคมฐานความรู้
๓.๒ มีการบริหารจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักการวิจัย แบบบูรณาการ
หลักการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลักการสร้างเครือข่าย และหลักการ ประสานความร่วมมือรวมพลังอันนำไปสู่
สังคมแห่งการเรยี นรู้
สภาพปัญหาหลกั สตู รในประเทศไทย
การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของไทยยังไม่พัฒนาไปถึงไหน ปัญหาที่พบ คือ คณะกรรมการ
สถานศึกษาและคณะผจู้ ัดทำหลักสตู รมคี วามรู้ความเข้าใจในเรือ่ งการจดั ทำหลกั สูตรสถานศกึ ษาไม่ชัดเจน เม่ือ
มีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาก็ดำเนินการอย่างเร่งรีบในระยะเวลาอันสั้น ทำให้คณะครูในโรงเรียนขาด
ความเชื่อมั่นในความถูกต้อง เหมาะสม ของหลักสูตรตนเอง และยังพบว่าโรงเรียนจัดเวลาเรียนให้กับสาระ
เพ่ิมเติมต่าง ๆ น้อย ทำให้ไม่สามารถสนองความต้องการ ความสามารถและความสนใจของผู้เรียนได้ ครู
บางส่วนของแต่ละสถานศึกษาขาดความสนใจ และไม่ให้ความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
เท่าที่ควร ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการและได้หลักสูตรสถานศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ สถานศึกษา
จำนวนน้อยท่ีดำเนินการตามขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างถูกต้อง และโรงเรียนส่วนใหญ่ขาด
การสำรวจความต้องการของชุมชน หรือเชิญคณะกรรมการสถานศึกษามาเข้าร่วมในการจัดทำหลักสูตร
สถานศกึ ษา
ปัญหาหลักสูตรในการศึกษาปฐมวัย
การเรียนการสอนจะเน้นสอนเน้ือหาวิชาตามหลักสูตรมากกว่าการพัฒนาการเด็ก ทำให้เด็กเกิด
ความเครียด การไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหลักสูตรอย่างเต็มที่ แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรยังขาด
ความเปน็ เอกภาพ
ปัญหาหลักสตู รในการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
การจดั โครงสร้างหลักสตู รใหม่ทำให้ครตู อ้ งสอนเนื้อหาหนักมากขน้ึ และผู้เรยี นต้องเรียนหนักมาก
19
ข้ึน สถานศึกษาจัดทำเองไม่มีความชัดเจนกรมวิชาการและกรมเจ้าสังกัดมีจุดเน้นไม่ตรงกัน มีเสียงสะท้อน
นโยบายการจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ ทีใ่ ห้โรงเรยี นจดั ทำเอง ไม่มคี วามชัดเจน ทำใหค้ รู
เกดิ ความสับสน
ปัญหาหลักสูตรการอาชีวศึกษา
ผู้เขา้ เรียนในการอาชวี ศกึ ษาไม่มีคุณภาพเท่าทค่ี วรหลกั สตู รก่อนถงึ ระดับ ปวช. คอื ระดับมัธยมต้น
หรือการศึกษาผู้ใหญ่เป็นการปูพ้ืนฐานความรู้ระดับต่ำ เช่น อ่าน สะกดคำไม่ได้ ขาดความสามารถในการใช้
ภาษาอังกฤษ เม่ือมาเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาจึงเกิดปัญหา แม้ครูจะเตรียมการสอนดีอย่างไร ผู้เรียนไม่สา
มารถอ่ ยอดความรู้ได้เพราะพ้ืนฐานความร้ไู ม่เพยี งพอ
ปัญหาหลกั สตู รอดุ มศึกษา
สถาบันอดุ มศึกษาปรับตัวไมท่ นั ต่อการเปลยี่ นแปลงโดยเฉพาะในเรอื่ งการสรา้ งและพัฒนคุณภาพ
มาตรฐานการเรียนการสอนและการวิจัยเปิดหลักสูตรตามความพอใจโดยไม่คำนึกถึง คุณภาพและมาตรฐาน
การศึกษา ขาดการวางแผนพัฒนาสถาบันในระยะยาวมหาวิทยาลัยในไทย โดยภาพรวมยังมีจุดอ่อนเรื่องการ
บริหารเชิงคุณภาพโดยเฉพาะการเป็นมหาลยั วจิ ัย
แนวโนม้ การพัฒนาหลกั สูตรในศตวรรษท่ี ๒๑
กรอบความคิดของภาคีเพ่อื ทักษะแห่งศตวรรษท่ี ๒๑
๑.๑ วิชาแกน (core subject) พระราชบัญญัติการศึกษาพ้ืนฐานถ้วนหน้า ค.ศ. ๒๐๐๑ (No
Child Left Behind Act of ๒๐๐๑) ของสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดวิชาแกนท่ีจำเป็นต้องเรียนรู้ไว้ คือ วิชา
ภาษาอังกฤษ การอ่าน ศิลปะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ หน้าที่พลเมือง การ
ปกครอง เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และภมู ศิ าสตร์
๑.๒ เนื้อหาสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ เนื้อหาในสาขาใหม่ๆ ที่สำคัญต่อความสำเร็จในท่ีทำงานและ
ชุมชน แต่โรงเรียนต่างๆในทุกวันนี้ไม่ได้เน้นในการนำไปสอน ได้แก่ จิตสำนึกต่อโลก ความรู้พ้ืนฐานด้าน
การเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ ความรู้พื้นฐานด้านพลเมือง และความตระหนักใน
สุขภาพและสวัสด์ิภาพ
๑.๓ ทกั ษะการเรียนรแู้ ละการคิด นอกจากการเรยี นรูเ้ นื้อหาวชิ าการแล้ว นักเรยี นจำเปน็ ต้องรู้จัก
วธิ กี ารเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ รู้จกั ใช้ส่ิงที่เรียนมาอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและสร้างสรรค์ ทักษะการเรยี นรู้
และการคิด ประกอบด้วย การคิดเชิงวิพากษ์ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการสร้างสรรค์และผลิตนวัตกรรม
ทกั ษะการทำงานร่วมกัน ทกั ษะการเรยี นรู้ตามบรบิ ท และทกั ษะพ้ืนฐานดา้ นขอ้ มูลและสื่อ
๑.๔ ความรู้พื้นฐานไอซีที (ICT literacy) ความรู้พ้ืนฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร คือความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความรแู้ ละทักษะแห่งศตวรรษท่ี ๒๑ ในบริบทของการ
เรียนรู้วิชาแกน นักเรียนต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นเพ่ือเรียนรู้เน้ือหาและทักษะ และจะได้เรียนรู้วิธีการเรียนรู้
การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ไขปัญหา การใช้ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การผลิตนวัตกรรม และการร่วมมือ
ทำงาน
๑.๕ ทักษะชีวิต ทักษะชีวิตท่ีสำคัญที่ควรส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้แก่ ความเป็นผู้นำ ความมี
จริยธรรม การรู้จักรับผิดชอบ ความสามารถในการปรับตัว การรู้จักเพิ่มพูนประสิทธิผลของตนเอง ความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ทกั ษะในการเขา้ ถึงคน ความสามารถในการช้นี ำตนเอง และความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
20
สรุป
การให้การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเปล่ียนแปลงทัศนะ (perspectives) จากกระบวนทัศน์
แบบดั้งเดิม (tradition paradigm) ไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่ (new paradigm) ท่ีให้โลกของนักเรียน และ
โลกความเป็นจริงเป็น ศูนย์กลางของกระบวนการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้ท่ีไปไกลกว่าการได้รับความรู้
แบบง่ายๆ ไปสู่การเน้นพัฒนา ทักษะและทัศนคติ ทักษะการคิด ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะองค์การ ทัศนคดิ
เชิงบวก ความเคารพตนเอง นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ทักษะการส่ือสาร ทักษะและค่านิยมทางเทคโนโลยี
ความเช่ือมั่นตนเอง ความยืดหยุ่น การจูงใจตนเองและความตระหนักในสภาพแวดล้อม และเหนืออ่ืนใด คือ
ความสามารถใช้ความรู้อยา่ งสร้างสรรค์ ถือเปน็ ทักษะท่ีสำคญั จำเป็น สำหรับการเปน็ นักเรยี นในศตวรรษที่ ๒๑
ถือเป็นส่ิงท่ีท้าทายในการที่จะพัฒนาการเรียนเพ่ืออนาคต ให้นักเรียนมี ทักษะ ทัศนคดิ ค่านิยม และ
บคุ ลิกภาพส่วนบุคคล เพื่อเผชญิ กับอนาคตดว้ ยภาพในทางบวก (optimism) ท่ีมีทั้งความสำเร็จและมคี วามสุข
21
บรรณานุกรม
หลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐. (๒๕๖๐). [ออนไลน]์ . จาก http://academic.obec.go.th/
[สืบคน้ ๑๐ ธนั วาคม ๒๕๖๕]
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน. (๒๕๕๑). [ออนไลน์]. จาก http://academic.obec.go.th/
[สืบค้น ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕]
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชพี พุทธศักราช ๒๕๖๒. [๒๕๖๒]. [ออนไลน]์ .จาก https://bsq.vec.go.th/
[สบื ค้น ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕]
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชั้นสงู พุทธศักราช ๒๕๖๓. [๒๕๖๓]. จาก https://bsq.vec.go.th/
[สืบคน้ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕]
หลกั สตู รระดับอดุ มศกึ ษา. [๒๕๕๘]. [ออนไลน]์ . จาก http://cid.buu.ac.th/
[สบื ค้น ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕]
ลกั ษณะของหลักสตู รในศตวรรษท่ี ๒๑. [๒๕๖๐]. [ออนไลน]์ . http://kannikasunatda.blogspot.com/
[สืบคน้ ๑๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕
1